[os/sf] a Million Raindrops - NCT's DoJae

ตอนที่ 59 : [os] Warm & Cozy

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 314
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    1 ก.พ. 63

[os] Warm & Cozy

Kim Doyoung x Jeong Jaehyun




#SFaMilRaindrops






The world was so cold and cruel before

Until you walk into my life. 

I could feel the spring in my longest winter

And the summer in my lonely autumn.









*




          คิมดงยองถอนหายใจหนึ่งครั้งก่อนจะตีไฟเลี้ยวเข้าตึกใหญ่ อันเป็นที่ตั้งของค่ายเพลงระดับบิ๊กทรีของประเทศ พยักหน้าให้ยามหน้าตึก ก่อนจะขับไปยังที่จอดรถใต้อาคาร



          ผมดันแว่นให้เข้าที่ ขณะยิ้มให้คนที่เดินสวนไปสวนมา ก็ไม่คิดว่าจะต้องเข้ามาในตึกนี้อีกครั้ง ถ้าไม่ติดว่าลูกพี่ลูกน้องของผม — เจโน่ขอร้องให้ผมมาเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้พี่ชายคนสนิทในวงการแทน


          ผมหยุดยืนหน้าห้องซ้อมแห่งหนึ่ง ยืนทำใจอยู่ห้านาที เพราะเสียงของญาติคนสนิทลอยเข้ามาในหัว


          ‘พี่แจฮยอนน่ะน่ารักมากกก อาจจะเอาแต่ใจบ้างเวลางอแง ถึงแบบนั้นพี่แจฮยอนก็น่ารักมากๆๆๆ เท่าโลกเลยนะพี่โดยอง’



          ก๊อก ก๊อก ก๊อก


          “เชิญครับ”



          เมื่อได้ยินเสียงตอบรับแล้ว ผมจึงค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปในห้องซ้อม แค่เพียงแวบแรกก็เห็นจองแจฮยอนคนนั้นกำลังนั่งเหยียดขาอยู่บนพื้น มัดผมหน้าม้าเป็นจุกแอบเปิ้ลอย่าลวกๆ พร้อมกับบรรดาขนมที่วางรอบตัว ใบหน้าดูดีจัดนั่นมีเหงื่อไหลตามโครงหน้า



          “ผมชื่อคิมดงยองนะครับ ผู้จัดการส่วนตัวคนใหม่ของคุณแจฮยอนครับ”


          “พี่ผู้จัดการเจโน่นี่นา?”


          “ใช่ครับ”


          “โทษทีนะครับ เจอกันครั้งแรกก็สภาพนี้เลย พอดีผมกำลังซ้อมโชว์สำหรับแฟนมีตติ้งพอดีน่ะครับ”


          “ไม่เป็นไรเลยครับ”


          “มานั่งกินขนมด้วยกันก่อนสิครับพี่ดงยอง เอ้ะ? ผมเรียกพี่ได้ไหมครับ?”



          ผิวขาวจัดราวกับหิมะแรก ผมสีดำสนิทดูสุขภาพดี ในตากลมโตและขนตาที่งอนงาม จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากสีพีชอวบอิ่ม กลิ่นหอมจางๆ ที่ลอยมากับลมของเครื่องปรับอากาศ



          “ได้สิครับ”


          “งั้นพี่ก็เรียกผมว่าแจฮยอนเฉยๆ แล้วกันเนอะ”



          นั่นคือครั้งแรกที่ผมได้คุยกับจองแจฮยอน

          ภาพความประทับใจที่ทำให้ผมรู้สึกโล่งใจ ว่าการทำงานกับเด็กคนนี้คงไม่ใช่เรื่องยาก



          “ยินดีที่ได้รู้จักครับ แจฮยอน”


          “ฝากตัวด้วยนะครับพี่ดงยอง”



          และต่อมาผมก็ได้รู้

          ว่านั่นคือกับดักต่างหาก!




*




          แสงสปอตไลต์ที่สาดเข้ามา ทำให้ตาของแจฮยอนค่อนข้างล้า แต่ดาราชื่อดังก็ยังแสดงความเป็นมืออาชีพ จนกระทั่งการถ่ายแบบจบลงไปได้ด้วยดี



          “ขอบคุณมากครับ ขอบคุณมากๆ เลยนะคร้าบบ”



          เอ่ยขอบคุณพร้อมทั้งก้มหัวให้สตาฟที่ทำงานอย่างหนัก ก่อนจะเอื้อมไปหยิบชานมไข่มุกร้านโปรดที่ผู้จัดการส่วนตัวยื่นให้ แจฮยอนยืนนิ่งๆ ดงยองเช็ดเหงื่อตามใบหน้าและลำคอ แต่ดาราดังก็ไม่วายยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ทั้งยังหายใจแรงๆ ใส่ต้นคอคนอายุมากกว่า พร้อมกับบรอยยิ้มมีเลศนัย



          “แจฮยอน?”


          “อื้อ”


          “ลมหายใจร้อนๆ นะ ไม่สบายหรือเปล่า?”



          แต่ปฏิกิริยาที่ได้กลับมาก็ทำให้แจฮยอนห่อไหล่ด้วยความขัดใจ ใบหน้าเนือยๆ ของพี่ดงยองที่ไม่แสดงอาการอะไรทั้งนั้น ทั้งยังทำท่าให้เดินตามออกไปที่รถนั่นอีก



          “สั่งข้าวมากินที่ห้องได้ไหมพี่ดงยอง”


          “ให้พี่สั่งให้ หรือแจฮยอนจะกดเอง?”


          “พี่ดงยองกดให้ครับ! ผมอยากกินจกบัลลลลล”


          “โอเค พรุ่งนี้ไม่มีงาน กินได้ตามสบายครับ”



          แจฮยอนพยักหน้าหงึกหงัก ขณะเคี้ยวเม็ดชานมในปาก มือเรียวเปิดประตูรถเองโดยมีดงยองเดินอ้อมไปนั่งในตำแหน่งคนขับ



          “แล้วพี่ดงยองจะมานั่งกินกับแจฮยอนไหม”


          “พี่จะดูซีรี่ย์ในห้องอ่ะ”


          “ก็มาดูด้วยกันที่ห้องนั่งเล่นไง”


          “ไม่เอาอ่ะ กินอิ่มแล้วแจฮยอนชอบเลื้อย นอนตักจนขาพี่เป็นตะคริว”


          “แก่แล้วก็แบบนี้”


          “เพราะแจฮยอนอ้วนต่างหาก”


          “อ้วนตรงไหน!”



          พี่ดงยองละสายตาจากบนถนน ก่อนจะมองแจฮยอนตั้งแต่หัวจรดพุงด้วยใบหน้างงๆ ยิ้มเหมือนกำลังแก้โจทย์เลขยากๆ พร้อมถอนหายใจหนึ่งที



          “ตอนมานอนเลื้อยใส่พี่ก็สัมผัสได้หมดแหละ ตรงไหนพุง ตรงไหนกระดูก มันไม่ได้ยากเลยนะพี่ว่า”


          “พี่ดงยอง!”


          “แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรไง ตอนมีถ่ายแบบพุงแจฮยอนน่ะหุบได้อย่างกับใจสั่ง สุดยอดมาก”



          คนอายุน้อยกว่านั่งเบะปากบนรถ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ใช้ความเงียบต่อสู้เพื่อบอกให้คนเป็นพี่รับรู้ว่าแจฮยอนน่ะงอนอีกฝ่ายอยู่



          “นอนก่อนก็ได้นะ รถติด ถ้าถึงห้องแล้วเดี๋ยวพี่ปลุก”



          แต่คิมดงยองก็ยังคงเป็นคิมดงยองนั่นแหละ เป็นผู้จัดการส่วนตัวที่ใช้เวลาว่างนอนดูซีรี่ย์และอ่านหนังสือในห้อง ไม่ได้เข้าใจหรือตอบรับความรู้สึกของแจฮยอนสักนิด



          “เค้านอนไม่หลับหรอก”


          “กลัวฝันร้ายอีกเหรอ?”


          “อื้อ”


          “งั้นเดี๋ยวให้จับมือ”



          แจฮยอนเม้มปาก ลอบมองใบหน้าที่เรียกว่าหล่อได้เต็มปาก ถึงอีกฝ่ายจะสวมแว่นทรงประหลาดอยู่ แต่ด้วยการแต่งตัวที่พอดี รูปร่างที่เหมือนนายแบบ ไหล่กว้าง จมูกโด่งรับกับดวงตาเฉี่ยวๆ ไหนจะทัศนคติที่ดีต่อเรื่องต่างๆ นั่นอีก



          “ก็ต้องแบบนั้นอยู่แล้ว”



          เอ่ยงึมงำในลำคอ ก่อนจะเอนเบาะรถลง แล้วยกมือซ้ายของพี่ดงยองขึ้นมากอด ราวกับเป็นของล้ำค่า ดงยองมองใบหน้าที่หลับตาพริ้มด้วยความเอ็นดู ถ้าตอนตื่นนิ่งเงียบแบบนี้ก็ดีน่ะสิ



          “จับแค่สามไฟแดงพอนะ ขับรถมือเดียวมันอันตราย”


          “ไม่เห็นจะอันตราย”


          “อย่าเถียงพี่สิ”


          “แบร่!”



          ลืมตาขึ้นมาแลบลิ้นใส่คนขับรถ ก่อนจะกลับไปนอนหลับตาพริ้มเหมือนเดิม จนคนอายุมากกว่าได้แต่เกาหัวแกร่กๆ ให้กับอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของไอดอลในสังกัด



          แต่สามเดือนที่ใช้เวลาอยู่กับเด็กตรงหน้า ก็เป็นช่วงเวลาที่สนุกดี

          ถึงจะเปลืองพลังงานชีวิตไปหน่อยก็เถอะ







          แจฮยอนค้นพบความสามารถใหม่ของพี่ดงยองแล้ว เป็นทักษะระดับปรมาจารย์ที่เจ้าตัวเองคงไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ



          “แจฮยอนต้องออกเสียงให้ชัดกว่านี้นะ แล้วต้องปรับโทนเสียงด้วย ลองคาบปากกาไว้แล้วท่องบทดูสิ”



          พี่ดงยองช่วยผมต่อบทหลังจากมื้ออาหารเย็นจบลง เอาจริงๆ ผมก็เครียดเพราะนี่เป็นละครเรื่องแลกที่ผมได้เล่น แถมยังได้บทพระรองที่มีบทบาทค่อนข้างสำคัญกับตัวเรื่องเสียด้วย



          “โอเค งั้นแจฮยอนจะลองใหม่”


          “เก่งมาก อดทนหน่อยนะ เรื่องนี้บทยาวกว่าเรื่องแรกเยอะเลย”



          ผมงับปากกาที่พี่ดงยองยื่นมาให้ทันทีอย่างว่าง่าย ลองพูดประโยคเดิมซ้ำๆ จนคล่อง แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นคนตรงหน้ากลั้นขำ



          “ขำอะไรอ่ะ”


          “ฮ่าๆ เปล่า”


          “บอกมานะ ไม่งั้นจะจี้ให้ดิ้นตกโซฟาเลย”


          “ก็เหมือนหมูเลยอ่ะ ปากบี้ๆ ละคาบปากกาไว้ตรงกล — โอ้ยย”


          “นิสัยไม่ดี!”



          ผมฟาดมือลงไปบนหลังของพี่ดงยองด้วยความหงุดหงิด ทำไมแจฮยอนในสายตาพี่ดงยองถึงเป็นแต่สัตว์อะไรก็ไม่รู้ ทั้งๆ ที่ก็หน้าตาดีขนาดนี้อ่ะ มันทำไมนัก!



          “โอ้ยย มานั่งทับกันทำไม”


          “อยากว่าเค้าดีนัก”


          “แล้วอันนี้คือลงโทษกัน?”


          “ใช่”



          แจฮยอนมองพี่ดงยองที่นอนราบไปกับโซฟา ในขณะที่ตัวเองปีนขึ้นไปนั่งกลางลำตัวของคนเป็นพี่ด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ ก่อนที่ดาราดังจะค่อยๆ ยกยิ้ม แล้วปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเอง กัดริมฝีปากค้างไว้ โดยที่สายตายังสบเข้ากับนัยน์ตาสีดำสนิท



          “นี่ คิดว่าความรักคืออะไรเหรอ?”


          ความรักคือสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขแต่ก็ทำให้ทุกข์ยิ่งกว่าความตายจะหยิบยื่นให้” 



          ผมยกยิ้ม ก่อนจะยื่นมือไปหาอีกคน ใช้ปลายนิ้วชี้แตะลงบนจมูกพี่ดงยองเบาๆ ก่อนจะเอียงคอสามสิบองศา แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกึ่งกระซิบ



          “แบบนี้เหรอฮะ?”



          ดงยองนิ่งชะงัก ภาพตรงหน้าค่อนข้างประหลาดนิดหน่อย เขาเอียงคอมองคนอายุน้อยกว่าที่ปล่อยออร่าความเซ็กซี่ออกมาเต็มที่จนเขาเริ่มรู้สึกแปลกๆ



          “แจฮยอน”


          “ครับ”


          “ตรงนี้ไม่ได้อยู่ในบทหนิ? หรือพี่จำผิด?”


          “ครับ?”



          แจฮยอนขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ ดวงตากลมโตมองพี่ดงยองที่ค่อยๆ ลุกขึ้นมานั่งด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนัก



          “ไม่ได้ต่อบทต่อเหรอ? บทเมื่อกี้มันของซีนที่สี่...”



          บางทีพี่ดงยองก็ความจำดีเกินไปนั่นแหละ



          “ไม่ได้ต่อบท”


          “อ่า…”



          ความเงียบตีแผ่ไปรอบบริเวณ อยู่ดีๆ พวกเขาก็มองหน้ากันไปติด แจฮยอนจึงตัดสินใจหลบตาคนเป็นพี่ แต่แล้วสายตาก็ดันไปเหลือบเห็นอะไรบางอย่างที่ชวนให้หน้าขึ้นสีแดงราวกับมะเขือเทศ



          “งั้นพี่ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”


          “อื้อ!”



          ตั้งใจแกล้งพี่เขาก่อน แต่สุดท้ายคนที่นั่งหน้าแดงจนเหมือนเป็นไข้ ก็คือจองแจฮยอนนั่นแหละ





*





          คิมดงยองกำลังหงุดหงิด หงุดหงิดมากจนนั่งเฉยๆ ไม่ได้



          “อีกนานไหมครับ?”


          “ของคุณแจฮยอนเหลือแค่ซีนนี้แล้วค่ะ”



          ดงยองพยักหน้า ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้พับดีๆ แล้วมองแจฮยอนเข้าฉากกับ ชาอึนอู — พระเอกของเรื่อง การถ่ายทำวันนี้มีแต่ฉากที่ต้องถ่ายข้างนอก จนจมูกแจฮยอนแดงไปหมด ดงยองไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมไม่แบ่งสัดส่วนให้มันดีกว่านี้ ถึงจะเคยได้ยินมาว่าการถ่ายทำซีรี่ย์ในฤดูหนาวน่ะโหดมากๆ



          แต่อย่างน้อยก็ควรจะเห็นใจนักแสดงกับทีมงานบ้างไหม ถึงจะชอบแซวว่าอ้วน แต่ตัวแจฮยอนก็เท่านั้นน่ะ แก้มอ้วน แต่ตัวผอมกะหร่อง



          “พี่ดงยอง”



          ผมเงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงเรียก แต่ก็พบว่าแจฮยอนล้มลงไป โดยมีชาอึนอูโอบไว้หลวมๆ



          “เดี๋ยวผมอุ้มต่อเองครับ”


          “คุณอุ้มน้องไหวเหรอครับ?”



          ผมเงยหน้าขึ้นมองพระเอกหน้าใหม่มาแรง น้ำเสียงที่พูดดูแฝงนัยยะบางอย่างจนดงยองอดหงุดหงิดกว่าเดิมไม่ได้ เขาไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ ทั้งแววตาที่มองมาและน้ำเสียงนั่นน่ะ



          “ไหวสิครับ :) ”



          รู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นคนดัง แต่ดงยองก็ยังอดส่งยิ้มกวนอารมณ์ไปให้อีกฝ่ายไม่ได้ ก่อนที่จะรีบกลั้นใจอุ้มแจฮยอนขึ้นมา แล้วรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังรถตู้ โดยมีสตาฟในกองถ่ายตะโกนไล่หลังมาว่าให้แจฮยอนกลับไปนอนพักยาวได้เลย



          “ขอบคุณครับ งั้นผมกับแจฮยอนขอตัวกลับก่อนนะครับ”



          เอ่ยสั้นๆ ก่อนจะรีบขับรถไปโรงพยาบาล






          แจฮยอนลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกเหมือนหัวจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ พยายามกลืนน้ำลายแต่ก็รู้สึกฝืดคอไปหมด



          “ค่อยๆลืมตาขึ้นมานะ จิบน้ำก่อน”



          และก็เป็นอีกครั้งที่เสียงของพี่ดงยองเป็นเสียงแรกของวันที่แจฮยอนได้ยิน หัวใจรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา ทั้งๆ ที่เมื่อกี้สัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่ต่ำกว่าปกติ



          “พี่ดงยอง?”


          “อื้อ พี่อยู่นี่ จับมือแจฮยอนไว้อยู่”


          “อื้อ”


          “ไม่ฝันร้ายใช่ไหม?”


          “ใช่ แต่ปวดหัว”


          “จิบน้ำก่อนนะ เราไข้ขึ้น”



          ดงยองพูดขณะปรับระดับของเตียงนอนให้แจฮยอน เอื้อมมือไปพยุงตัวน้องขึ้นมา ก่อนจะส่งแก้วน้ำให้อีกฝ่ายค่อยๆ จิบ



          “แล้วกองถ่าย?”


          “ตอนนี้ถ่ายซีนที่ไม่มีแจฮยอนไปก่อนน่ะ”


          “เค้าทำให้กองถ่ายต้องชะงักเหรอ..”


          “อย่าคิดแบบนั้นสิ อาการเจ็บป่วยมันห้ามกันได้ที่ไหน”


          “ก็ใช่ แต่ว่า...”


          “ไม่มีแต่ครับ ตอนนี้แจฮยอนมีหน้าทีเดียวคือพักผ่อน กับเชื่อฟังพี่ดงยอง”


          “แจฮยอนก็เชื่อฟังพี่ตลอดนั่นแหละ”



          ดงยองขมวดคิ้วและเหล่ตา เมื่อรู้สึกว่าสิ่งที่แจฮยอนพูดออกมามันค่อนข้างขัดกับความเป็นจริง



          “ถึงพี่จะดูเนิร์ด แต่พี่ก็รู้สึกตัวเวลาที่แจฮยอนแกล้งพี่นะ ไหนจะเวลาที่ทำอะไรตรงกันข้ามกับที่พี่สั่งอีก”


          “ไม่ได้แกล้งสักหน่อย!”



          เอ่ยแว้ดใส่คนอายุมากกว่า ทั้งๆ ที่ตอนนี้ก็แทบไม่มีเสียงแล้ว



          “เหรอครับ”



          ดงยองกระตุกยิ้ม ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้แจฮยอน ในระดับที่ว่าแทบจะหายใจรดจมูกกัน สบตาเข้ากับนัยน์ตาที่สวยราวกับดวงดาว ใบหน้าที่ไม่ว่าใครเห็นก็คงอดจะใจเต้นไม่ได้



          “ไม่ใช่ว่าพี่ไม่รู้สึกอะไรเลย แต่พี่แสดงออกมากไม่ได้”



          เอียงคอเข้าทำมุมราวกับจะมอบจุมพิต แต่ก็หยุดชะงักไว้แค่นั้น แล้วใช้ดวงตาเก็บรายละเอียดใบหน้านั้นชัดๆ



          “เข้าใจไหม?”


          “อื้อ”



          จองแจฮยอนกัดริมฝีปากด้วยความประหม่า ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ เมื่อเห็นว่าคนเป็นพี่ยังไม่ยอมขยับตัวออกไปสักที



          “เก่งมาก เด็กดี”


          “เป็นครั้งแรกที่พี่ดงยองเรียกแจฮยอนว่าเด็กดี”


          “ชอบเหรอ?”


          “อื้อ ฟังแล้วมีความสุขแปลกๆ”


          “โอเค พี่จะจำไว้”


          “แค่นั้นเหรอ?”



          เบะปากออกมาอย่างติดนิสัย ก่อนจะยื่นมือไปเขย่าแขนพี่ดงยองด้วยความขัดใจ



          “จะเรียกบ่อยๆ เพราะพี่ชอบตอนแจฮยอนมีความสุข มากกว่าตอนหน้าบึ้ง เหมือนแมวหิวข้าว”



          ยิ้มออกมาจนเห็นฟันทุกซี่เมื่อได้ยินแบบนั้น ภาพลักษณ์เย็นชาที่บริษัทพยายามสร้างให้มลายหายไปในเสี้ยววินาที



          “พี่ดงยองก็รู้สึกใช่ไหม เค้าอยากมั่นใจมากกว่านี้”



          ก็การเป็นเด็กดีของพี่ดงยองมันดูเหนื่อยน้อยกว่านี่นา



          “ถ้าไม่รู้สึกอะไรพี่คงผลักเรากระเด็นแล้ว ไม่ปล่อยให้ปีนขึ้นมานั่งเอาๆ แบบนี้หรอก”



          สู้เอาเวลาไปอ้อนให้พี่ดงยองหลงหัวปักหัวปำดีกว่า!





*




          จองแจฮยอนสวมชุดแฟชั่นที่แบรนด์ไฮเอนด์จัดไว้ให้ เครื่องหน้าที่สมบูรณ์แบบในตัวเองอยู่แล้ว ถูกแต่งแต้มให้น่าหลงใหลขึ้นไปอีก ดาราดังเดินตัดไปกับพรมแดงด้วยท่าทางมั่นใจ โดยมีสายตาของคนนับพันมองตามไป


          จองแจฮยอน



          ชื่อนั้นถูกตะโกนเรียกซ้ำๆ นับร้อยนับพันครั้ง เจ้าของชื่อตอบกลับเสียงเรียกเหล่านั้นด้วยรอยยิ้มเล็กๆ และลักยิ้มที่ปรากฏบนพวงแก้มที่มีเลือดฝาด


          — แต่เท่านั้นก็ถือว่าเป็นการตอบแทนที่ล้ำค่ามากพอแล้ว สำหรับผู้คนที่ยืนรอจนขาแข็ง ท่ามกลางอากาศหลักเดียว





          คิมดงยองมองภาพของดาราในสังกัดด้วยสายตาภูมิใจ เพราะต่อให้แจฮยอนจะไปหยุดยืนถ่ายรูปกับดาราค้างฟ้า แต่ออร่าของเด็กผู้ชายคนนั้นก็โดดเด่นไม่แพ้ใครเลย เด็กผู้ชายที่รีบก้าวเดินเกินจิตใจของตัวเองคนนั้นน่ะ



          ในสายตาดงยองน่ะ จองแจฮยอนเป็นเด็กผู้ชายหน้าตาดีจัด มารยาทดี การกระทำทุกอย่างน่ามองไปหมด จนแทบละสายตาไม่ได้ แต่ก็เป็นแค่เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ขี้เล่น ชอบอ้อน และมักจะรู้สึกเหงามากกว่ารู้สึกหิวเสียอีก เด็กผู้ชายที่ระมัดระวังตัวในทุกฝีก้าว ไม่กล้าที่จะทำความรู้จักใครสุ่มสี่สุ่มห้า ไหนจะความรู้สึกที่เก็บเอาไว้ลึกๆ จนมันกลืนหายเข้าไปในตัวนั่นอีก


          ทั้งหมดนั้นทำให้องค์ประกอบของแจฮยอนดูน่าทะนุถนอมไปหมด นับวันความรู้สึกอยากดูและยิ่งทวีคูณจนดงยองแทบคงความเป็นตัวเองไม่ไหว


          — หมายถึงในฐานะผู้จัดการส่วนตัวล่ะก็นะ


          เด็กผู้ชายที่อายุแค่ยี่สิบปีแต่ต้องเผชิญด้านมืดของวงการมายา ทั้งทางตรงและทางอ้อม จนทำให้เด็กที่มีรอยยิ้มสวยสดขนาดนั้น ต้องฝันร้ายเกือบทุกครั้งที่หลับตาลง คนบันเทิงที่ต่างก็ต้องซ่อนความเจ็บปวดภายใต้รอยยิ้ม ภายใต้ชีวิตที่คนภายนอกมองว่ามันสุขสบาย ปราศจากฝันร้ายใดๆ 


          คิมดงยองไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะเป็นคนทำลายฝันร้ายเหล่านั้น

          แค่อยากจะจับมือคู่นั้นเอาไว้ ให้แจฮยอนรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้เหลือตัวคนเดียว ก็เท่านั้น





          “พี่ดงยอง”



          ผมยิ้ม เมื่อแจฮยอนเดินมาหาหลังจากเสร็จงานด้านในช็อป รอยยิ้มสว่างไสวที่มีคนเพียงไม่กี่คนที่มีโอกาสได้รับมัน



          “ครับ กลับบ้านกัน”



          และคิมดงยองคือหนึ่งในนั้น



          “อื้อ”



          ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์หรือความรู้สึกนี้ จะคงอยู่ได้นานขนาดไหน ท่ามกลางแสงไฟในโลกมายาที่ชวนให้มึนเมาตลอดเวลา



          “เดี๋ยววันนี้พี่ทำอาหารให้กินเอง”


          “พี่ดงยองสุดยอดด”



          แต่ก็หวังว่ามันจะยาวนานพอประมาณ และไม่ประเจิดประเจ้อมากจนเกินไป

          เพราะดงยองก็ไม่อยากเป็นสาเหตุให้ลูกธนูหันหัวมาหาเด็กผู้ชายคนนี้




THE END



Please comment or tag #SFaMilRaindrops


Talk: สสวก น้า คุณโดยอง ดีใจมากจริงๆ ที่ได้เจอ เสียงและตัวตนของคุณช่วยเราไว้ได้หลายครั้งจริงๆ รู้สึกขอบคุณเสมอเลยที่ได้มองเห็นคุณ .__.


มาแบบสั้นๆ ฮืออ ไม่ค่อยถนัดแต่งแนวนี้เลย ถ้าอ่านแล้วมันแปร่งๆ ไม่สมูธตรงไหนบอกได้นะคะ เราจะได้เอาไปแก้และพัฒนา ;-; ตั้งใจจะจบแบบนี้เพราะคิดว่ามันเป็นตรงกลางที่สุดสำหรับสังคมเกาหลี บวกกับหน้าที่ของคนพี่ด้วยค่ะ .__.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

621 ความคิดเห็น

  1. #589 Meemie40 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:42
    คุนดงยอง y___y
    #589
    0
  2. #588 teddy.soo (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:12
    เจ้าเด็กพีชนี่ทำให้เราใจสั่นได้ตลอดเลยจริงๆ ทั้งน่ารักน่าเอ็นดูแต่ในขณะเดียวกันก็อยากดูแลให้ดีที่สุดเหมือนที่ดงยองอยากจะทำให้เด็กคนนี้ไปนานๆ เหมือนกัน โลกมันโหดร้ายเกินไปจะทำให้รอยยิ้มที่แสนสดใสของแจฮยอนออกมาจากใจจริงได้ในทุกครั้งที่น้องยิ้ม แต่ตราบใดที่น้องยังมีดงยองอยู่เคียงข้าง เชื่อได้เลยว่ารอยยิ้มเหล่านั้นมันมาจากใจจริงเสมอ รักทั้งคู่เลย ขอบคุณคุมไรท์คนเก่งที่แต่งเรื่องนี้ขึ้นมานะคับ คิดถึงมากๆ เลยยย ปล.แอบคล้ายเจ้าเพฟอยู่น้าเจ้าแจนในเรื่องนี้เนี่ยย
    #588
    0
  3. #587 kkk1008 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:29
    งื้ออออออ น่ารักมากกกกก อ่านไปยิ้มไปเลยค่ะ
    #587
    0
  4. #586 🤘🏻🍑 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:03
    กรุบกริบมากเลยยย แต่อบอุ่นสุดๆ ความรู้สึกเหมือนถูกกอด
    #586
    0