[os/sf] a Million Raindrops - NCT's DoJae

ตอนที่ 5 : [SF] Tasteless Vodka (Special)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,504
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    11 ก.ค. 60


[SF] Tasteless Vodka (Special)

Before the FALL & Rebirth of the Fallen Angel

[Doyoung x Jaehyun]










*เข้ามากดพับบลิช+พรู๊ฟ+แก้คำ นิดหน่อยเฉยๆค่ะ*














BG Music – Nell’s Heaven

https://www.youtube.com/watch?v=poA43J1IeB4

























 


























He laughed.

I suddenly wanted to laugh,

to laugh with him, to sit here, or maybe outside in the rain,

and just laugh with him. But I couldn’t.

I couldn’t even smile.”


Tablo, Pieces of You















*











คิมดงยอง มันเป็นชื่อจริงของเขาที่คุณปู่เป็นคนตั้งให้ เป็นชื่อที่มีแค่คนในครอบครัวเท่านั้นที่รู้ ครอบครัวที่มีแค่พ่อ แม่ ปู่ และย่า ไม่รวมญาติพี่น้องคนอื่นๆ



มันค่อนข้างแปลก ที่พวกเขามักถูกปลูกฝังให้เชื่อมั่นในตัวเอง เลิกสนใจความเชื่อหรือสิ่งที่ใครหลายๆคนมันจะให้ความสำคัญ แต่ตระกูลคิมกลับเชื่อในเรื่องของ "ชื่่อจริง" อำนาจเหนือธรรมชาติที่ดำรงอยู่ในชื่่อจริง ว่ามันเป็นสิ่งที่จะทำให้พวกเขาอ่อนแอลงได้ เพราะแบบนั้นพวกเขาจึงต้องปกปิดชื่อจริงๆของตัวเองไว้ แม้แต่กับเพื่อนสนิทหรือคนรัก



เพราะแม้แต่เทพเจ้ายังมีชื่อจริงที่ต้องเก็บซ่อนเอาไว้กับตัว

เพราะแม้แต่เทพเจ้ายังถูกคนรักหักหลังได้



ใช่ พวกเขามักจะกลัวในสันดานจริงๆของมนุษย์ ที่มักจะทำอะไรตามใจตัวเอง ไม่เกรงกลัวอำนาจใดๆทั้งนั้น                       

      เพราะมนุษย์ทุกคนต่างก็คิดว่าตัวเองอยู่เหนือคนอื่น ทั้งๆที่ตัวเองมักจะมีอำนาจต่ำกว่าใครบางคนเสมอ






คุณแม่มักจะสอนให้เขารักและเคารพในการตัดสินใจตัวเองเสมอ ทั้งยังคอยให้เขาสังเกตุพฤติกรรมคนอื่น โดยเฉพาะคนใกล้ตัว และนั่นทำให้คิมดงยองในวัยเจ็ดขวบรับรู้และก้าวเข้าสู่โลกที่มืดสนิท




เขารู้ว่าพ่อสังฆ่าคนจำนวนมาก โดยที่อีกฝ่ายใช้เพียงแค่คำพูดผ่านโทรศัพท์ ลงโทษมนุษย์ที่ไม่เชื่อฟังคำสั่ง ถึงมันจะดูโหดร้าย แต่สิ่งเหล่านั้นได้กลายเป็นเรื่องปกติสำหรับเด็กผู้ชายวัยเจ็ดขวบ



แต่มันก็ไม่ได้รบกวนจิตใจเขานัก ในเมื่อคิมดงยองเป็นยิ่งกว่าลูกของพระเจ้าในดินแดนที่เขามีชีวิตอยู่ ชีวิตของเขามันสมบูรณ์แบบจนเขาไม่ต้องคิดหาหรือตั้งคำถามกับตัวเองว่าต้องการอะไร หรือจะทำอย่างไรให้ความต้องการเหล่านั้นเป็นจริง 


        ถึงแม้มันจะสมบูรณ์เกินไป แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกเบื่ือซักนิด ในเมื่อคิมดงยองยังสามารถใช้อำนาจของตัวเองทำอะไรได้ตั้งมากมาย









จนกระทั่งเมื่อสามปีก่อน ที่ญี่ปุ่น ขณะที่เขากำลังจะ 'กำจัด’ หนอนบ่อนไส้ที่ทำให้คุณปู่ต้องเสียความน่าเชื่อถือและรายได้ไปหลายร้อยล้านเยน เสียงปืนที่ดังขึ้นข้างหลังทำให้ตัวเขารู้สึกว่างเปล่า มันไม่มีคำตอบอื่นนอกจากว่าคิมดงยอง คนที่เรียนยิงปืนตั้งแต่ประถมโดนลอบยิง…





You owe me, remember that”






มันเป็นสำเนียงภาษาอังกฤษที่น่าฟังที่สุดเท่าที่เคยได้ยิน รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นพร้อมลักยิ้มของอีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกราวกับได้พบกับใครอีกคนที่เหมือนกัน .. คนที่ควรจะยืนอยู่ในสถานะเดียวกับคิมดงยอง




ชีวิตเขายังมีสิ่งที่ต้องตามหา ใช่ แต่ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องตามหาได้มายืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว แม้จะเป็นเพียงแค่เสี้ยววินาทีก็ตาม

        และมันเป็นครั้งแรกที่คิมดงยองรู้สึกว่าชีวิตของเขาก็สามารถตกอยู่ในอันตรายได้เหมือนกัน เสี้ยวหน้าและกลิ่นน้ำหอมที่ผ่านไป เป็นสิ่งที่ติดอยู่ และเป็นความทรงจำที่ชัดเจนที่สุดในชีวิต





มันไม่ใช่รักแรกพบ แต่มันเป็นการช่วยชีวิตต่างหาก


และเพราะแบบนั้น

คิมดงยองจะตอบแทนบุญคุณของผู้ชายคนนั้น






     คนที่เขาจะเฝ้ารอเสมอ





*







ฤดูใบไม้ร่วงในปีถัดมาทำให้เขาอึดอัด เพราะมันเป็นปีที่วุ่นวายที่สุดตั้งแต่เขารับสืบทอดตำแหน่งผู้นำนี้มา บาร์ที่ไม่มีชื่อเรียกของเขามีคนเข้าออกสิบกว่าคนพร้อมกัน ชั้นใต้ดินของมันทำหน้าที่ได้ดีที่สุดเท่าที่มันจะทำได้ ความเลวร้ายบนโลกใบนี้ทำให้งานของตระกูลคิมยุ่งขึ้นจนแทบหายใจไม่ทัน


จนวันหนึ่งเขาตัดสินใจเรียกลูกน้องที่เขาไม่เคยมอบงานใหญ่ให้ทำเข้ามาที่บาร์ ถึงแม้อีกฝ่ายจะสามารถทำงานได้ดี แต่การสั่งงานให้คนมีตำแหน่ง มีหน้าตาในสังคมลงมือเองนั้น มันค่อนข้างเสี่ยงเกินไป



แต่ใครจะไปรู้ว่าคืนฤดูใบไม้ร่วงนั่นจะนำพาฤดูหนาวของเขากลับคืนมา

คนที่ไม่ใช่รักแรกพบ



แต่ตราตรึงในความทรงจำเขาเหลือเกิน




‘ลูกไปนั่งรออยู่ตรงนั้นนะ’



เสียงของจองเซโฮดังขึ้นก่อนจะชี้ไปที่โซฟาหน้าเปียโนหลังโปรดของโดยอง มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนใหญ่คนโตจะเอาลูกตัวเองเข้ามาฟังงานด้วย เพราะถ้าอีกฝ่ายเสียชีวิตหรือมีอุบัติเหตุกระทันหันอะไร จะได้มีคนดูแลงานแทนได้ และทุกคนต่างรู้ดีว่าโทษของการทำให้ความลับรั่วไหลนั้นมีเพียงความตายเท่านั้น


ความตายในแบบที่คนทรยศไม่มีสิทธิ์ร้องขอ





เด็กผู้ชายคนนั้นไม่ได้หันมาสนใจเขาหรือสิ่งรอบข้างเลย อีกฝ่ายเพียงแค่นั่งพิงกับโซฟาแล้วหลับตาลง




เขายังดูสบายดี แต่คิมโดยองพบว่าบางอย่างอาจหายไป




ใช่

เด็กคนนั้นไม่มีความทะนงตนอีกต่อไปแล้ว



แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้เอ่ยขอความช่วยเหลือจากเขา หรืออาจเพราะอีกฝ่ายจำใบหน้าของคนที่ตัวเองช่วยชีวิตผ่านๆไปไม่ได้




ถึงแบบนั้นคิมดงยองก็ยังมั่นใจว่าใบหน้าของเขาไม่ใช่สิ่งที่ใครจะลืมมันไปได้ง่ายๆ

และเพราะแบบนั้นเขาจึงรอ…







เขาวางอำนาจ และสั่งให้พ่อเลี้ยงของอีกฝ่ายจัดการลูกน้องคนสนิทของนายกคนปัจจุบันซะ



จนกระทั่งจองเซโฮและจองยุนโอเดินออกจากที่แห่งนี้ไปแล้ว

มันอาจเป็นความทรงจำที่เลือนรางและอยู่ลึกจนอีกฝ่ายแทบจำอะไรไม่ได้



แต่เขาแน่ใจ และมั่นใจที่สุด

ว่าในตอนที่จองยุนโอต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่




ที่นี่...และเขา

คิมดงยอง จะกลายเป็นความทรงจำที่ชัดเจนที่สุดในชีวิตของจองยุนโอ






ใช่ แล้วหลังจากนั้นคิมดงยองก็แค่รอ

รอให้จองยุนโอวิ่งเข้ามาหา วิ่งเข้ามาหาคิมดงยองที่เป็นทางตัน



แล้ววันนั้นเขาจะรู้เอง ว่าปัญหาและตัวตนของจองยุนโอ

คืออะไร









*







“นายยิ้ม?”




ดงฮยอน ญาติเพียงคนเดียวที่คิมดงยองไว้ใจ เป็นข้อยกเว้นของทุกอย่างที่พ่อแม่เขาพร่ำสอน พวกเราต่างรู้เรื่องราวของกันและกัน ทั้งๆที่พวกเขาอาจเป็นเหมือน Cain กับ Abel* ที่ต้องตายเพราะน้ำมือของคนที่มีสายเลือดเดียวกัน


*ลูกของ Adam & Eve




กงมยองเป็นเหมือนอีกครึ่งหนึ่งของชีวิตเขา เช่นเดียวกับที่โดยองเป็นอีกครึ่งของกงมยอง อีกฝ่ายมักจะจับตาและแวะเข้ามาพบเขาเสมอ กงมยองเป็นคนแรกที่ทำให้เขาเข้าใจว่าการได้รับความห่วงใยจากคนอื่นรู้สึกยังไง



     และเพราะแบบนั้น


คิมโดยองจะเป็นชื่อที่มีชีวิตอยู่ในความมืด

และชื่อของคิมกงมยองจะกลายเป็นชื่อในอนาคตของประธานาธิบดีที่ดีที่สุดที่เกาหลีใต้เคยมีมา







คิมกงมยองที่มักจะใส่สูทอยู่เสมอ วันนี้อีกฝ่ายใส่เพียงแค่เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์ธรรมดา แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความน่าเกรงขามของพี่ชายโดยองลดลงซักนิด




“อื้อ วันนั้นจะมาถึงแล้วล่ะฮยอง"



ใบหน้าหล่อที่รับกับผมสีเงินยกยิ้มขึ้น เขาแปลกใจ แต่ก็ไม่ได้ตกใจ พูดให้ถูกคือกงมยองไม่เคยตกใจต่างหาก




“แต่พี่ไม่อยากเห็นนายอ่อนแอลง"



ใช่ ถึงพวกเขาจะไม่ใช่พ่อแม่พี่น้องเดียวกัน แต่คิมดงฮยอนก็รักน้องญาติคนนี้มากกว่าใครทั้งหมดบนโลกใบนี้ มากกว่าพี่น้องแท้ๆด้วยกันอีก และมันมากจนเขาพร้อมจะทำลายและสร้างอะไรก็ตามที่ดงยองต้องการ




“พระเจ้าน่ะ ต่อให้ตกลงมาบนโลกมนุษย์ก็ยังเป็นพระเจ้าอยู่ดีนี่นา"


“นายจะแน่ใจได้ยังไง?”


โดยองยิ้ม ยิ้มเหมือนตอนที่เขาสอนอีกฝ่ายยิงปืนเป็นครั้งแรก และน้องชายของเขาก็ยิงเข้าเป้าตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ลองจับปืน



“เพราะผมต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองแล้วก็คนที่ผมอยากปกป้อง"




ดงฮยอนยิ้ม เขาภูมิใจในตัวน้องชายคนนี้เสมอ และเขาก็เคารพทุกการตัดสินใจของดงยอง

มันไม่ใช่ว่าน้องชายเขาไม่เคยเลือกทางที่ผิด



เพียงแต่คิมดงยองจะมีวิธีแก้ปัญหาเหล่านั้นเสมอต่างหากล่ะ





“หึ งั้นก็อย่าลืมล่ะ"


“อื้อ ไม่ว่ายังไงผมก็จะไม่ล้มลงให้คนพวกนั้นเหยียบหรอกน่า"


นายจะไม่เป็นไร เข้าใจความหมายที่พี่จะบอกใช่ไหม?"


“อื้อ พี่ก็เหมือนกัน"




คิมดงยองที่เกิดมาบน Garden of Eden ถูกเลี้ยงดูมาราวกับเป็นลูกของเทพเจ้า และเป็นที่รักของเทพเจ้าแห่งโชคชะตา




และทุกอย่างในชีวิตเป็นไปตามที่เขาเคยวางแผนไว้ทั้งหมด



ใช่ เขาไม่ใช่ทั้งอดัม อีฟ แล้วก็เอเบล





เพราะคิมดงยองสามารถกำหนดโชคชะตาของตัวเองได้ตั้งแต่เกิด ไปจนถึงจุดเปลี่ยนของชีวิต










*












ซอยองโฮ ลูกชายคนเดียวของประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ ผู้ชายที่จบจากเมืองนอก คนที่ดูเหมือนจะเพรียบพร้อมไปทุกอย่างนั่นตกหลุมรักลูกชายคนเดียวของท่านนายพล



ใช่

แค่ รอยยิ้มเดียว รอยยิ้มแรกของอีกฝ่ายเขาก็ถอนตัวไม่ขึ้นอีกแล้ว




แต่ถึงแบบนั้นยองโฮก็รู้ดีว่าความรักครั้งนี้จะเป็นไปไม่ได้ มันไม่มีทางเป็นไปได้จริง

หลังจากที่เขารู้ความจริงว่าจองแจฮยอนที่เปลี่ยนชื่อเป็นจองยุนโอต้องผ่านอะไรมาบ้าง





ซอยองโฮที่ไม่รีบสารภาพรัก หรือทำให้ภาพแห่งความฝันนั่นเป็นความจริงตั้งแต่แรก

กำลังถูกลงโทษ หลังจากที่ทุกอย่างมันเลวร้ายลง หลังจากที่เขาไม่สามารถเรียกอีกฝ่ายว่าแจฮยอนได้



และคนที่เขาหลงรักก็กำลังถูกลงโทษอย่างแสนสาหัส มันหนักหนายิ่งกว่าการที่ซาตานถูกเนรเทศจากสวรรค์ เพราะอย่างน้อยซาตานก็เป็นผู้ครองนรก




แล้วจองแจฮยอนคนนั้นล่ะ? คนที่โดนผลักตกลงไป ทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรผิด

คนที่ต้องตกนรกบนสวรรค์นั่น ไร้อำนาจใดๆ แม้แต่การปกป้องและปกครองตัวเอง





ถึงแม้ตำแหน่งของพ่อยองโฮจะดูใหญ่กว่าพ่อเลี้ยงของยุนโอ แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่เลย เพราะพ่อของเขาเป็นเพียงแค่หุ่นเชิดของตระกูลคิม เป็นแค่คนที่คอยถ่วงเวลาให้ราชาตัวจริงจะขึ้นมาครองราชย์




มันน่าขัน

ที่เขาทำได้เพียงแค่มองอีกฝ่ายถูกทำร้าย และนั่นก็เป็นเพียงแค่อย่างเดียวที่เขาทำได้ เฝ้ามอง และจินตนนาการว่าตัวเขาเอง ว่าซอยองโฮได้เป็นคนครอบครองจองแจฮยอนคนนั้น






การตกหลุมรักใครซักคนมันสามารถดึงเราลงไปถึงจุดที่ต่ำสุดของขุมนรกได้

นั่นเป็นสิ่งที่ซอยองโฮรับรู้ได้จากการพบจองแจฮยอน




แล้วเขาก็รู้ดี ว่าความรักของซอยองโฮมันไม่มีทางอื่นอีกแล้ว

ยิ่งตอนที่เขารู้ว่าจองยุนโอวิ่งไปหาใคร

จองยุนโอที่วิ่งไปขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า โดยไม่ต้องพนมมือขอพรเหมือนคนอื่นๆ








ไม่มีใครในวงการนี้ไม่รู้จักตระกูลคิมหรอก




แต่ถึงแบบนั้น มันเป็นทางออกเดียวที่เขาสามารถเลือกได้

เป็นทางตันที่เขายินดีเดินเข้าไปพราะเขาไม่สามารถหยุดความผิดบาปนี้ได้ด้วยตัวเอง




มันไม่มีทางอออกสำหรับการหยุดรักจองแจฮยอน


แต่มันมีเพียงแค่ทางตันเดียว…





ใช่...และมันคือ




ความตายที่คนที่เขารักเป็นคนมอบให้

เสียงสุดท้าย รอยยิ้ม ใบหน้า ของจองแจฮยอนที่เขาหลงรักมาตลอดสิบปี



มันเกิดขึ้น และจบลงในแบบเดียวกัน




จองยุนโอ


อ่า...ไม่สิ



จองแจฮยอน

พี่จะไม่ขอให้นายมีความสุข

แต่พี่ก็จะไม่ขอให้นายต้องทุกข์มากไปกว่านี้




แล้วก็

ได้โปรด..อย่าลืมชื่อ ใบหน้า ความรู้สึก ของ ซอยองโฮ






แล้วเจอกันในความฝันซักราตรีหนึ่งของคุณนะครับ


แจฮยอนอ่า










*









มันเป็นรอยยิ้มที่แปลกที่สุดเท่าที่จองยุนโอเคยได้รับมา แต่มันกลับเป็นรอยยิ้มแรกที่เขานึกขึ้นได้ หลังจากที่ตัวเขาอยากจะหลุดพ้นจากความสัมพันธ์ที่น่าสะอิดสะเอียนนี่




จองยุนโอไม่ต้องคิดหรือวางแผนอะไร เขาก็แค่เดินไปหยิบปืน ทรมานคนที่เขาเกลียดที่สุดบนโลกนี้ ก่อนจะมัดปากแผลห้ามเลือดให้อีกฝ่ายพอเป็นพิธี ก่อนที่เขาจะเริ่มวิ่ง …




วิ่งออกไปทั้งๆที่เส้นทางมันเลือนลางในความทรงจำเหลือเกิน แต่เขากลับมาถึงสถานที่แห่งนั้น ที่ๆเขาได้พบคนแปลกหน้าคนหนึ่งที่ยิ้มให้ คนที่ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา เพียงแต่สายตานั่นกลับบอกชัดเจนว่าพร้อมจะช่วยเขาเสมอ



ใช่ คิมโดยอง

ชื่อที่เขาใช้ช่วงเวลาที่ไอ้เศษสวะนั่นกำลังไปถึงจุดสุดยอด ถามมันว่าคนๆนี้คือใคร และคำตอบของอีกฝ่ายก็ทำให้เขาอยากจะหัวเราะออกมา




‘ฮ่าๆ คุณคิมโดยอง? คนที่มีอำนาจที่สุดในเกาหลียังไงล่ะ’




เขาน่าจะจำอีกฝ่ายได้ตั้งแต่สองปีก่อน น่าจะหลอกถามไอ้เดนมนุษย์นั่นตั้งแต่ตอนนั้น

แต่จองเซโฮก็แค่คนโง่คนหนึ่ง ที่คิดว่าตัวเองจะอยู่เหนือทุกคน





มันไม่ใช่แบบนั้นเสมอไปหรอก

ในเมื่อเขาได้รับรอยยิ้มจากผู้ชายคนนั้น



คนที่แม้แต่พ่อเลี้ยงนั่นยังไม่กล้าเรียกชื่อเล่นๆ




คนที่ช่วยเขาทำลายการมีอยู่ของจองยุนโอ





ไม่สิ.. คิมโดยองน่ะ .. คือ

พระเจ้าที่ช่วยชุบชีวิตจองแจฮยอน และทำลายการมีอยู่ของจองยุนโอ





พระเจ้าที่ตัวเขาเองไม่ได้ศรัทธา

พระเจ้าที่ตัวเขาเองไม่ได้เชิดชู หรือพร่ำคำหวานใส่




พระเจ้า ที่ทำให้เขาไม่มั่นใจในการมีอยู่ของตัวเอง

 






*










[Rebirth of the Fallen Angel]























ซีที่เป็นเหมือนขวดแก้วที่แตกละเอียด เป็นขวดแก้วที่ถูกทิ้งไว้ที่ล็อบบี้ของโรงแรม สถานที่ที่มีแต่ผู้คนแปลกหน้า เดินผ่านไปมา ทั้งคนที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม หรือแม้แต่ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยน้ำตา


จนกระทั่งวันที่มีใครบางคนหยิบมันขึ้นมา พยายามหยิบขวดแก้วนั่นกลับบ้าน โดยไม่ได้พยายามต่อส่วนที่แตกละเอียดเข้าไปแบบเดิม เพราะเชื่อว่าการทำแบบนั้นจะไม่ทำให้เกิดความเสียหายที่อาจเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต





Broken bottles in the hotel lobby

Seems to me like I’m just scared of never feeling it again”





เสียงหวานๆของ "ซี" นักเปียโนประจำบาร์ไร้ชื่อ ก้องกังวาลไปทั่วห้อง มันเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนที่แลกเปลี่ยนสัญญาในห้องทึบแสงนี้ทั้งผ่อนคลายและอึดอัดใจในเวลาเดียวกัน



คนที่มีใบหน้าหวาน ผิวที่เรียบเนียนไร้ที่ตินั่น เป็นเหมือนก้อนเมฆบนท้องฟ้า ล่องลอย สวยงาม .. ใช่ และแน่นอนว่ามันทำให้คนที่อยากมองต้องเงยหน้าขึ้นมองเท่านั้น





เพราะก้อนเมฆจะอยู่ในระดับสายตาก็ต่อเมื่อคุณอยู่บนฟ้า


ใช่ … แต่ที่นี่คือชั้นใต้ดิน





“I remember it now it takes me back to when it all first started

But I only got myself to blame for it and I accept it now”





ไม่มีใครรู้ที่มาของซี แต่หลายคนรู้จักใบหน้าเดียวกันนั่นที่เคยถูกตีพิมพ์ตามหน้านิตยสารกอซซิปคนดังของตระกูลที่สูงส่ง


ไม่มีใครกล้าถาม แม้พวกเขาจะรู้ดีถึงความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับการตายของตระกูลจอง

พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะจ้องมองคนที่ไม่ควรมีลมหายใจอยู่ นานเกินห้าวินาทีด้วยซ้ำ





ซี..คนที่ไม่ใช่คนรัก

แต่เป็นมือซ้ายของคิมโดยอง




พวกเขา "ถูกบอก" ให้จำไว้แบบนั้น และน่ันก็ไม่ใช่เรื่องนักหนาสาหัสอะไร ตราบใดที่การจำแบบนั้นจะไม่ทำให้ถูกคิมโดยองเกลียด





และการที่พวกเขามีสิทธิ์นั่งอยู่ที่นี่ ดื่มคอกเทลหรืออะไรก็ตามที่คิมโดยงชงให้ มันก็เป็นเกียรติมากพอแล้ว

ใช่… การที่ได้เป็นพันธมิตรกับตระกูลคิมคือสิ่งที่ดีที่สุดของคนที่ทำงานด้านนี้ทุกคน





“It’s time to let it go, go out and start again

It’s not that easy






เมื่อร้องเพลงท่อนสุดท้ายจบแล้ว เสียงตบมือที่ไม่ควรจะดังขึ้นกลับดังขึ้นอย่างพร้อมเพียง นักเปียโนคนนั้นเพียงแค่ยิ้มเบาๆ เขาไม่ได้โค้งขอบคุณคนฟัง เพราะซีไม่ได้ต้องการเล่นดนตรีให้คนพวกนี้ฟังตั้งแต่แรก


นักเปียโนคนนั้นก้าวขาอย่างเอื่อยเชื่อยไปหา "คนฟัง" คนเดียวที่เขาต้องการ ร่างบางในเสื้อเชิ้ตสีม่วงเข้มกับกางเกงหนังสีดำ ท้าวแขนมองบาเทนเดอร์ที่กำลังทำเครื่องดื่มอยู่ นัยน์ตาของอีกฝ่ายเหลือบขึ้นมามองคนขี้ยั่วตรงหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปสนใจสิ่งที่ตัวเองทำต่อ




“นี่"


“อื้อ"


“ผมคิดว่าคนที่นั่งโต๊ะ 13 แปลกๆ เขาอาจโดนขู่หรือต้องการจะตลบหลังคนที่กำลังดีลอยู่"


“อ่าห้ะ Pierre นายได้ยินแล้วใช่ไหม"



“นักเปียโน" ที่ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีเสมอเหมือนกับในคืนที่ผ่านมา ไม่ได้แปลกใจอะไรที่ Pierre มักจะอยู่ด้านหลังของโดยองเสมอ เพราะในห้องนี้จะปิดกล้องวงจรปิด และเครื่องดักฟังทุกชนิดเพื่อเป็นการ "ปกป้องลูกค้า"


เขาไม่ได้เบื่อหรือรู้สึกแย่อะไรกับการที่แอบฟังหรือวิเคราะห์พฤติกรรมคนอื่น ตรงกันข้ามซีชอบหน้าที่ของเขามากด้วยซ้ำ มันรู้สึกดี ที่เขาสามารถเข้าใจและทำนายอนาคตของใครบางคนได้


ใช่ เพราะมันทำให้ซีรู้สึกว่าตัวเขาเองก็สามารถกำหนดโชคชะตาของมนุษย์คนอื่นได้


แต่ก็นะ ซียังสมเพชทุกครั้งที่เห็นมนุษย์โง่ๆบางคนที่กล้าจะตลบหลังพระเจ้าที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา






“อีกนานไหม"



ซีถามขึ้นมาอย่างเบื่อหน่าย เขาพับเสื้อแขนยาวที่อีกฝ่ายใส่อยู่ ใช้นิ้วมือที่พึ่งดีดคีย์เปียโนนั่น ไล้ไปตามแขนแกร่งที่เห็นเส้นเลือดได้อย่างชัดเจน ลิ้นสีชมพูนั่นเลียไปรอบริมฝีปากตัวเองอย่างออดอ้อน



“ทำไม อยากแล้วหรอ?”



มันเป็นแบบนี้เสมอ ใช่..คิมโดยองที่มักจะถามอะไรออกมาตรงๆ ถามเขากลับด้วยเสียงนิ่งๆ

Dirty talk หยาบๆนั่น เป็นสิ่งปกติสำหรับโดยองและซีไปแล้ว




“อื้อ ก็คุณเล่นปล่อย 'มัน' ค้างไว้ข้างในนี่นา"




รอยยิ้มที่ส่งมาทำเอาโดยองอดจะยิ้มออกมาไม่ได้ แต่ก่อนที่จะได้ตอบอะไรกลับไป แรงสั่นสะเทือนของเครื่องมือสื่อสารก็กลายเป็นอุปสรรคในการสนทนา และชื่อที่ขึ้นบนหน้าจอก็เป็นเบอร์ที่คิมโดยองไม่เคยกดตัดสายซะด้วย


“อื้อ"


(ทำซุปเต้าเจี้ยวกับเนื้อย่างไว้ให้หน่อยดิิ)

“ฮยองจะเข้ามาเลยหรอ?”


(อื้อ อีกชั่วโมงนึง ติดงานศพอยู่)



“อ้อ งั้นฝากด้วยแล้วกันครับ"


(อ่าห้ะ)




มันเป็นการสนทนาสั้นๆที่ไม่ได้สร้างความหนักหน่วงให้โดยองอย่างที่มันควรจะเป็น การตายของใครบางคนที่ไม่ได้สร้างผลกระทบเล็กน้อยอย่างที่เขาคิด และนั่นทำให้กงมยองต้องเดือดร้อนไปด้วย



แต่ก็นั่นแหละ คิมกงมยอง คนนั้นไม่เคยปล่อยให้อะไรมาขัดขวางความสุขของ คิมโดยองอยู่แล้ว






“Pierre ฝากที่เหลือด้วย"



โดยองหันไปพูดกับมือขวา กวักเรียกให้ซีเดินเข้ามาหลังบาร์ ก่อนจะพาอีกฝ่ายเดินไปขึ้นลิฟท์ มือใหญ่นั่นค่อยๆแกะกระดุมเสื้ออีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว และซีก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีด้วยการรูดซิปกางเกงลง



“คุณสามารถทำซุปเต้าเจี้ยวภายในครึ่งชั่วโมงได้ไหม?”



แจฮยอนเงยหน้าขึ้นมามองโดยองอย่างงงๆ ทั้งๆที่มือยังรูดซิปกางเกงของอีกฝ่ายลงมาพร้อมกับกางเกงชั้นใน "อ่า ผมคิดว่าอาจจะทัน"



มือที่มองเห็นเส้นเลือดได้อย่างชัดเจนนั่นสอดเข้าไปในกลุ่มผมสวยของแจฮยอนเพื่อระบายอารมณ์ การออรัลของแจฮยอนน่ะ มันทำให้เขาอยากจะกระแทกเข้าไปแรงๆจนอีกฝ่ายสลบคาอกเขาเลยด้วยซ้ำ


       “กงมยองจะมาน่ะ"


“ห้ะ? พี่ชายคุณ?”



แต่ใครจะไปรู้ว่าชื่อของพี่ชายบังเกิดเกล้าจะทำให้อีกฝ่ายหยุดให้ความสุขเขาแบบนี้



“ใช่ คุณยังไม่เคยเจอเขาเลยหนิ"



โดยองพยักหน้า ก่อนจะกวักมือเป็นสัญญาณบอกให้อีกฝ่ายทำสิ่งที่ค้างไว้ต่อ




“อ่า งั้นผมไปทำอาหารเลยดีกว่า"



“แล้วไม่ทำกับผมแล้วหรอ?”



คิมโดยองที่ถูกอีกฝ่ายปล่อยให้อารมณ์ค้างกลางห้อง ได้แต่มองแจฮยอนที่ตอนนี้เดินไปหยิบและใส่เสื้อผ้าที่ถูกทิ้งไว้รอบห้องอย่างรีบๆ ก่อนคนที่ตัวสีชมพูไปทั้งตัวนั่นจะรีบวิ่งไปเปิดตู้เย็น ภาพของอีกฝ่ายที่หอบเอาผักหลากหลายชนิด และเนื้อออกมาเต็มไปหมด ทำให้เขาเลือกที่จะปล่อยให้อีกฝ่ายทำอาหารต่อไป



มันเป็นการกระทำเล็กๆ ที่ทำให้โดยองเข้าใจความรู้สึกของแจฮยอน




“เขาไม่ชอบกินเผ็ดมากๆตอนดึกน่ะ"



โดยองหันไปบอกแจฮยอน ก่อนจะหยิบกระทะมาตั้งเพื่อย่างเนื้อ เขามองอีกฝ่ายที่พยักหน้าให้ ก่อนจะหั่นหัวหอมด้วยความเร็วสูง พอหั่นเสร็จก็หันไปเปิดฝาหม้อเพื่อดูว่าน้ำเดือดหรือยัง


“คุณหุงข้าวให้ผมหน่อยสิ แล้วก็หยิบกระทะมาอีกอันหน่อย ผมจะทำหมูเปรี้ยวหวาน แล้วก็...”



“แจฮยอน คุณอย่าตื่นเต้นเกินไปซี่ นี่มันห้าทุ่มแล้วนะ เขาไม่กินเยอะขนาดนั้นหรอกครับ เราทำเพิ่มแค่หมูเปรี้ยวหวานก็โอเคเนอะ?”



“แต่ผมอยากทำหมูซี่โครงด้วย..”



โดยองเดินเข้าไปใกล้ มองเข้าไปนัยน์ตาสีสวยนั่น


Don’t worry, he will like you



เขายิ้มให้อีกฝ่าย ลูบหัวให้เด็กมัธยมผ่อนคลายลง และมันค่อนข้างได้ผลเลยล่ะ..


“like the way you fall for me?”

(เหมือนกับที่คุณตกหลุมรักผมน่ะหรอ?)



ชั่วขณะนั้นมันก็กลับกลายเป็นแววตาที่โดยองอ่านไม่ออกอีกครั้ง มันสั่นไหว แต่กลับมั่นคง และความรู้สึกนั้นมันทำให้หัวใจเข้าเต้นชาลง


Remember that, I don’t like you


“….”


“I Just like the idea that you are mine”



จนถึงตอนนี้คิมโดยองก็ยังไม่มั่นใจ … เขาไม่เคยมั่นใจเลยว่าจองแจฮยอนจะรู้สึกมั่นคงกับบ้านที่เขาสร้าง หรือทุกการกระทำที่เขาพยายามทำให้อีกฝ่ายเชื่อใจหรือยัง


คิมดงยองที่บอกว่าตัวเองเป็นพระเจ้านั่นน่ะ…

คือคนเดียวกับที่ไม่กล้าทำลายความสัมพันธ์ที่ตัวเขาเองเป็นคนกำหนด




“I don’t like you, either”

“...”


“But you were like the sun and the moon, that forced me to look at every single days”






โดยองยิ้ม


และแจฮยอนก็ยิ้ม





พวกเขาไม่ได้คุยอะไรกันอีก นอกจากลงมือทำอาหารมื้อนี้ด้วยความเร่งรีบ(แค่แจฮยอนคนเดียวล่ะนะ)





มันเป็นสองนาทีก่อนที่พี่กงมยองจะเดินเข้ามา

มันเป็นครั้งแรกที่จองแจฮยอนได้ยิน "เสียงร้องเพลง" ของคิมโดยอง




“Don’t cry over me”




แจฮยอนพึ่งจะเข้าใจ .. เขาพึ่งจะรู้ตัว

ว่าคิมโดยอง "ให้" เขามากขนาดไหน



มันอาจเป็นการตกลงหลุมที่อีกฝ่ายขุดไว้ครั้งที่สาม

และให้ตายสิ..






“I know it’s a dark cave and even though it’s far from heaven

Maybe this could be my haven”






เขาไม่แน่ใจ .. หรือแค่อาจไม่ยอมรับ

จริงๆแล้วมันอาจจะเป็นเพราะเสียงหวานราวกับน้ำผึ้งที่ดังลอดผ่านลำคอ .. ลูกกระเดือกที่แจฮยอนชอบมอง



      มันทำให้หัวใจเข้าเต้นแรงกว่าปกติ ..

        มันเต้นแรงกว่าตอนที่เขากำลังวิ่งหนีใครซักคนในห้วงนิทรา







จองแจฮยอนก็แค่ชอบ … ชอบที่ได้รู้จักคิมโดยองมากขึ้น


แต่จองแจฮยอนก็กลัว กลัวที่จะได้รู้จักใครบางคนมากขึ้น

พอๆกับการที่เขาต้องรู้จักตัวเอง .. ตัวเองในด้านที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน





เขาไม่ได้เกลียดการที่ต้องสูญเสียความเป็นตัวเอง

        เพราะแจฮยอนเคยสูญเสียทุกอย่างไปหมดแล้ว หมดแล้วจริงๆ




ใช่ จองแจฮยอนก็แค่เกลียดทุกอย่างที่ไม่แน่นอน

















พี่กงมยองเป็นผู้ชายที่ .. อ่า จะให้พูดยังไงดีล่ะ สำหรับผู้ชายอย่างแจฮยอนยังรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายหล่อมากจริงๆและให้ตายสิ พี่น้องคู่นี้ต้องการจะบอกให้ทุกคนรู้ว่าเป็นพี่น้องกันเพราะย้อมผมสีเดียวกันหรือเปล่านะ? ถึงแบบนั้นผมสีเทาสว่างนั้นกลับทำให้พี่กงมยองดูอบอุ่น? กว่าโดยอง




แต่นั่นมันก็แค่ภาพลักษณ์ภายนอกล่ะนะ ขึ้นชื่อว่าอยู่ในวงการนี้แล้ว

แถมพ่อและแม่ของอีกฝ่ายยังลงเล่นฝั่งการเมืองด้วย ไม่เหมือนกับพ่อแม่โดยอง ที่เลือกจะอยู่ในวงการใต้ดินโดยสมบูรณ์เลยมากกว่า




“อยากให้พี่เรียกว่าแจฮยอน หรือซีล่ะ?”




มันเป็นคำทักทายแรกที่พี่กงมยองพูดกับซี และนั่นทำเอาอีกฝ่ายหยุดชะงัก มือที่กำลังตักซุปใส่ถ้วยก็หยุดเคลื่อนไหวไปด้วย




“ชื่อไหนก็ได้ครับ"


คนตัวขาวหันไปยิ้มให้พี่กงมยอง ก่อนที่มือเรียวนั่นจะเลื่อนเก้าอี้ตรงหัวโต๊ะให้อีกฝ่ายนั่ง แต่พี่ชายเขากลับจับมือที่เลื่อนเก้าอี้นั่นไว้ .. ไม่สิ




“แจฮยอนสินะ?”




อีกฝ่ายจะจับชีพจรของแจฮยอนขณะที่จ้องเข้าไปนัยน์ตานั่นมากกว่า ความร้ายกาจที่ปล่อยออกมานั่นคงทำให้เด็กมัธยมของเขาเลิกคิดที่จะปิดบังความรู้สึกตัวเองไปแล้วล่ะ





“ครับ"


และเมื่อทำอะไรไม่ได้ แจฮยอนก็เลิกยิ้มแบบฝืนๆ



“แจฮยอน ไปหยิบวอดก้าให้พี่หน่อยสิ"



เป็นโดยองที่หันไปพูดกับอีกฝ่าย คนที่ได้รับคำสั่งพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไปหยิบแอลกอฮอล์ดังกล่าวในห้องควบคุมอุณหภูมิ






“แจฮยอนเหมือนนายเกินไปหรือเปล่า"



และมันก็เป็นอย่างที่เขาคิด พี่ชายคนเก่งไม่พลาดที่จะวิเคราะห์อีกฝ่ายทั้งๆที่พึ่งได้คุยกันแค่ไม่กี่ประโยค



“อื้อ ผมพอจะเดาได้ตั้งแต่แรกแล้วล่ะ"


“แล้วเขาจะรับได้หรอ" กงมยองไม่ได้ยิ้มแล้ว ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวัลนั่นทำให้โดยองเริ่มแน่ใจในสิ่งท่ีเขาไม่อยากแน่ใจ


“ผมพยายามอยู่" เป็นคำตอบที่ดีที่สุดของคิมดงยองคนนั้น คนที่มั่นใจในตัวเองเสมอ


“คนที่เคยมีทุกอย่าง สูญเสียทุกอย่าง แล้วกลับมาเป็นพระเจ้าอีกครั้งน่ะ"


พวกเขาประสานสายตากัน และนั่นมันก็มากพอแล้ว


“อาจจะอยู่กับโลกแห่งความเป็นจริงไม่ได้"


“ผมรู้"



โดยองรู้ดีว่ากงมยองกำลังเตือนเขาผ่านสายตา พี่ชายของเขากำลังเป็นห่วง ว่าโชคชะตาที่เข้าสร้างขึ้นมาจะจบลงแบบไหน แต่ก่อนที่กงมยองจะตอบอะไรกลับมา เสียงเดินของคนที่ถูกกล่าวถึงทำให้พวกเขาสองพี่น้องเลือกจะเปลี่ยนบทสนทนา




“ให้ใส่แก้วช็อต หรือทำเป็นคอกเทลดีครับ?”


“แก้วช็อตครับ"



หลังจากที่แจฮยอนเดินไปหยิบและรินวอดก้าใส่แก้วเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็กระดกช็อตแรกเข้าไปก่อนจะเริ่มกินข้าวกัน พี่กงมยองดูจะชอบอาหารที่แจฮยอนทำมาก เพราะอีกฝ่ายเล่นกินเยอะจนโดยองเองยังตกใจ


แจฮยอนเองก็ดูผ่อนคลายขึ้นเมื่อพี่ชายของเขาตักหมูเปรี้ยวหวานใส่จานข้าวอีกฝ่ายอย่างเป็นกันเอง




“นี่ แจฮยอนอ่า" พี่กงมยองพูดขณะที่กำลังตักซุปเข้าปากไปด้วย


“ครับ?”


“ถ้าวันหนึ่งโดยองเป็นอะไรขึ้นมา แจฮยอนจะทำยังไงหรอ?”


อ่า..ให้ตายสิ เขาไม่เคยเดาพี่ชายตัวเองออกเลย ใครจะคิดว่าอีกฝ่ายจะถามคำถามเลี่ยนๆแบบนั้นออกมา



“ผมก็คงจะหายไปด้วย"



คำตอบของอีกฝ่ายทำให้โดยองชะงัก และมันทำให้เขาต้องจ้องเข้าไปนัยน์ตาสีสวยที่น่าหลงไหล



“เพราะนายกลัว?”



แจฮยอนยิ้มออกมา มันเป็นรอยยิ้มที่ดูผ่อนคลาย จนคิมดงยองกลัว … เพราะเขาสัมผัสได้ ว่ามันอาจเป็นสิ่งที่จองแจฮยอนเฝ้ารอมาตลอด



“ใช่ครับ" ลิ้นสีชมพูนั่นเลียไปรอบริมฝีปากด้วยความประหม่า "จริงๆผมก็แค่คนเห็นแก่ตัว" นัยน์ตาที่โดยองคอยเฝ้ามองเหลือบขึ้นมาประสานสายตากับเขา มันอาจเป็นวินาทีที่ยาวที่สุดในชีวิต


“ผมเกลียดการถูกทิ้งไว้ข้างหลังก็จริง"


“...”


“แต่ผมน่ะ เป็นประเภทที่ชอบทิ้งคนอื่นไว้ข้างหลังมากกว่า"





เสียงหัวเราะของพี่กงมยองทำให้บรรยากาศเมื่อกี้ดูตึงเครียดกว่าเดิมด้วยซ้ำ แต่อีกฝ่ายกลับยกแก้วขึ้นมาเป็นสัญญานให้ทุกคนเอาแก้วมาชนกัน




“คิมดงยอง ตอบคำถามที่พี่ถามแจฮยอน"





พี่ก็รู้ดีว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นผมก็จะไม่ทิ้งพี่ไว้ข้างหลัง"



มันไม่ใช่คำตอบที่เหนือความคาดหมาย ทั้งกับดงฮยอนเอง หรือแม้แต่กับแจฮยอน พวกเขาต่างรู้ดีว่าอีกฝ่ายมีความรับผิดชอบที่ต้องแบกเอาไว้มากแค่ไหน


“จองแจฮยอน จำคำพี่ไว้นะ"


“ครับ"


“คิมโดยองเป็นทั้งหมด เป็นอีกครึ่งหนึ่งของพี่" นัยน์ตานั่นไม่มีความหยอกล้ออีกแล้ว "และเพราะแบบนั้น เขาจะไม่มีวันตาย ไม่จนกว่าพี่จะยังมีลมหายใจอยู่"


“...”


      "และต่อให้พี่จะต้องหมดลมหายใจจริงๆ พี่ก็จะเตรียมพร้อมทุกอย่าง เพื่อให้มั่นใจได้ว่า คิมโดยองจะต้องมีชีวิตอยู่บนจุดสูงสุด อยู่เหนือทุกคน"


      "...."


“และถ้าเขาเฝ้ามองเธออยู่ พี่ก็จะเฝ้ามองเธอด้วย"


“...”


“นั่นหมายความว่าเธอจะปลอดภัย และมั่นคง"


“...”


“มันไม่ใช่สัญญา แต่มันคือคำสาบาน"



      โดยองเฝ้ามองภาพด้านข้างของพี่ชายตัวเอง เขาสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ในคำพูดนั้น มันอาจเทียบได้กับวินาทีที่นโปเลียนสวมมงกุฎให้ตัวเองโดยไม่สนใจพระสันตะปาปา




“...”


“ดื่มซะ แจฮยอนอ่า แล้วนายจะกลายเป็นน้องชายอีกคนของพี่"

“...”


“นั่นหมายความนายต้องช่วยแบ่งงานจากพี่แล้วก็โดยองด้วย ถ้านายยอมรับมันได้ นั่นหมายความว่านายจะได้เห็นโลกที่สกปรกและชั่วร้ายที่สุดแบบที่นายจะจินตนาการไม่ออกเลยล่ะ"


“...”


“แต่พี่คิดว่านายต้องการแบบนั้นนะ?”



มันเป็นสิ่งที่โดยองไม่เคยคิดมาก่อน การสร้างครอบครัวใหม่ให้แจฮยอน

การกระทำของพี่ดงฮยอนก็เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเช่นกัน


คนที่หวงพื้นที่ส่วนตัว คนที่ไม่อยากให้ใครเข้ามาใกล้ขนาดนี้

ยอมให้คนแปลกหน้าเดินเข้ามาเพียงเพราะว่าเขา.. เขาเฝ้ามองใครคนนั้นมาตลอด




ช่วยแบ่งเบาทั้งความกลัวของโดยอง กับความไม่แน่นอนของแจฮยอน

      กงมยองเป็นอีกครึ่งหนึ่งที่คอยเติมเต็มสิ่งที่เขาขาดหรือมองข้ามไปเสมอ

     



“That’s right, hyung."




ครั้งที่สาม...เป็นครั้งที่สามแล้ว ที่เขาได้เห็นน้ำตาของแจฮยอน แต่มันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความเศร้า หรือสมเพชในโชคชะตาตัวเอง ตรงกันข้าม โดยองกลับพบว่ามันเป็นน้ำตาที่เต็มไปด้วยความดีใจ










Better to reign in Hell than serve in Heaven”

     (เป็นเจ้าแห่งนรก ย่อมดีกว่าเป็นทาสแห่งโชคชะตาในสวงสวรรค์)






          ในตอนนั้นคิมดงฮยอน และคิมดงยองก็มั่นใจ


          


“Welcome to our fam, J :)”







         ว่าจองแจฮยอนจะไม่มีทางมีความคิดที่จะทิ้งพวกเขาไว้เบื้องหลังอีกแล้ว

  








I'll follow thee and make a heaven of hell,

To die upon the hand I love so well

-- William Shakespeare, “A Midsummer Night’s Dream












-END- (จริงๆแล้วจ้า ._.)







Plz comment or tag #SFaMilRaindrops






Talk : ใคร ตอนนี้ใครแย่งซีน พี่จ้อนเองยังไงล่ะ คือตอนที่แล้วกลัวคนอ่านแล้วจะเกลียดเขา เราเลยใส่

พาร์ทพี่เขาเข้าไปว่าเอ้อ เขาก็มีเหตุผลของเขานะ สรุปคือทุกคนในเรื่องฉลาดหมด แค่ใครเกิดมา

มีอำนาจกว่า อารมณ์ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้านะ อย่าคิดว่าตัวเองจะทำอะไรก็ได้._.

จริงๆพาร์ทพี่กงมยองแต่งยากมากเด้อ แต่แบบอยากโชว์ Last boss ที่แท้จริงงิ 5555555555 

           แล้วก็เป็นสเปที่เนื้อหาเยอะมว๊ากก แบบเขียนร่างๆลบๆ แก้ๆ ตั้งแต่เขียนตอนสามเสร็จ ฮื่ออ 

               ถ้ามันไม่สมู๊ธ/อ่านแล้วแปลกๆ เราขอโทษด้วยนะคะ พยายามจะยัดให้มันอยู่ในตอนเดียว 

               จะได้ไม่ค้างT____T 


ปล. ตอนแรกอัพไปแล้วมันเป็นหน้าเปล่า เราตกใจมาก เพราะนั่งพรูฟนั่งแก้ในเว็บ พอพรู๊ฟใหม่ไปแล้ว มันก็กลับมา แล้วก็กลายเป็นฉบับร่าง แต่ก็ลงในเว็บไปละอ่ะ งง แต่ก็นั่นแหละ ฮื่อออ เราพึ่งมีเวลามานั่งแก้ แล้วก็เพิ่มอะไรนิดหน่อย เลยต้องกดพับลิชอีกรอบ(ซึ่งอาจทำให้หลายคนตกใจหรือดีใจ ที่โนติเด้ง ฮา)



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

621 ความคิดเห็น

  1. #542 beyorx (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 04:35
    โอ้มันดีมากเลยคุณ
    #542
    0
  2. #490 นมผงตราหมี (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 09:24
    กุมใจเลยอะ
    #490
    0
  3. #334 pyuhoshi (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 08:42
    พี่กงมยองคือสุดฮือออ
    #334
    0
  4. #333 Parkwj_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 19:23
    ชอบมากพี่กงคือที่สุดอ่ะจริงๆเลยนะ ให้พูดก็พูดได้ว่าคำพูดที่ออกมาจากพี่กงคือสัตย์จริงอ่ะแบ่บแงงงงงงง เนี่ยเปนคนที่ทำให้แจฮยอนลบความคิดทั้งหมดนั่นทิ้ง ชอบมากความแฟมนี้แงแง อีกอย่างถ้าไม่คิดไปเองน้า เหมือนคำพูดพี่เขาจะสร้างแจฮยอนมาใหม่มั้ยชื่อเจย์ ใช่มะใช่แหละเดานะ55555
    #333
    0
  5. #296 TREILTA_94PSYCHO (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 14:44
    ชอบโว้ยยยยยย ไม่รู้จะเม้นอะไรแล้วอ่ะ(._. )
    #296
    0
  6. #294 cadeaux (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 00:34
    คือจริงๆแล้วพี่กงเป็นพระเอกใช่ไหมอะ55555 don’t you know I’m a
    내가 널 이끄는 boss มากเว่อ แงงง น้ำตาซึมกับฉากต้อนรับสมาชิกใหม่ แต่ก็อยากจะแหมกับความสำบัดสำนวนของพระนาง(?) เหลือเกิน มันคือตัวอย่างของการบอกรักที่ไม่มีคำว่ารักถูกแมะะ หึ ถามว่าฟินมั๊ยก็ฟินจ้า เป็นไบโพล่าแร้วว
    #294
    0
  7. #259 serenity72 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 00:17
    พี่กงคือลาสบอสที่เท่จริงๆค่ะ;-; ไม่นึกว่าโดยองจะเคยรู้จักแจฮยอนมาก่อนด้วย ชอบฉากสวีทของเขาที่มันไม่ได้สวีทหวานเว่อร์ ชอบมู้ดแบบนี้55555
    #259
    0
  8. #216 Jnz♧ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 22:44
    ขอบคุณที่แต่งมาให้อ่านนะคะชอบมากก
    #216
    0
  9. #62 banyen55 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กันยายน 2560 / 03:25
    ขอบอกอะไรหน่อย ตอนเราอ่านฟิคของคุณ เราได้กลิ่นอายอะไรบางอย่าง คุ้นๆมาก เหมือนฟิคดราม่าทริลเลอร์ที่เราอ่านสมัยมัธยม ฟิคสมัยทงบังเอสเจน่ะค่ะ แถมยังไม่พอนะ เคมีดันเป็นคู่นึงที่ผุดขึ้นมาในหัว ปกติเราไม่ได้อ่านฟิคที่น้องแจฮยอนโพสิชั่นนี้เท่าไหร่ค่ะ (แต่จริงๆเราเป็นคนไม่ซีเรียสมาก เราก็รักในความสัมพันธ์ของโดยองกับแจฮยอนทุกรูปแบบอยู่แล้ว แหะๆ) เหมือนกับคู่นึงที่ปกติเราก็ไม่ค่อยได้อ่านโพสิชั่นนั้นบ่อย นั่นก็คือคู่แจชอนค่ะ ยอมรับเลยว่าคุณทำให้เราอินมากๆ โดยองอบอุ่น แจฮยอนก็น่าปกป้อง คือเราตกใจมากที่คุณเคยแต่งคู่แจชอนมาก่อน มันเหมือนเจอขุมสมบัติเลยค่ะ ฮืออออ
    #62
    1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  10. #35 teddy.soo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 01:24
    เป็นสเปที่เรารู้สึกว่าเข้าใจง่ายไม่ซับซ้อนเท่าตัวเรื่อง และที่สำคัญคือปลดล็อคความรู้สึกอึมครึมในใจเราจริงๆค่ะ ตอนอ่านตัวเรื่องจบคือเรายังรู้สึกว่ามันไม่สุด เพราะเราไม่เข้าใจความรู้สึกของแจฮยอนเลย เรารู้แค่ว่าน้องคิดยังไงและต้องการอะไรแต่เราไม่เข้าใจเหตุผล สเปนี้มาเหมือนอธิบายความรู้สึกของน้องตรงที่เราสงสัยได้หมด และที่สำคัญกว่าคือเรายอมรับว่าเราก็ไม่เข้าใจคุณโดยองเช่นกัน พอมาอ่านสเปแล้วแบบ ฮื่ออออ รักน้องมากสินะ แต่มันไม่ใช่ความรักในแบบที่ควรเป็นอ่ะ มันเป็นความรักแบบที่อยากจะสร้างโลกให้เขาอยู่ได้โดยไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้ว อยากจะให้น้องได้เจอแต่ความสุขและมีรอยยิ้มอยู่ตลอด แบบ ฮืออออ คุณขาาาา และสุดท้าย last boss โว้ววว ชอบมากเหนือความคาดหมายจริงๆค่ะ ตอนแรกเขาคิดว่าคุณโดจะเป็น the one in this world แล้วนะคะ แต่พอพี่ดงฮยอนมาคือแบบ โว้วววว อีกครึ่งนึงของคุณโดนี่เจ๋งมาก เหมือนเกิดมาเพื่อปกป้องและsupportซึ่งกันและกัน แอบกลัวใจตอนที่พี่กงจับมือนุ้งแจฮยอนตอนเลื่อนเก้าอี้ให้ว่าพี่เขาจะทำอะไรน้องไหมหรือคิดอะไรอยู่ คือกลัวไปหมด สุดท้ายจบแบบเพราะแจฮยอนสำคัญที่สุดสำหรับโดยองและโดยองก็สำคัญที่สุดสำหรับพี่กงมยอง เลยลงเอยด้วยการเป็นตระกูลคิมอีกคนไปเลย แบบ โอ๊ยย ดีงามมาก เอ้อ ลืมพี่จอห์น ยอมรับว่าอ่านแล้วหน่วงไม่น้อยเลยค่ะที่จอห์นต้องจบชีวิตลงแบบนี้ มันแบบ อ่อนแอก็แพ้ไปจริงๆค่ะ แงงง

    ขอบคุณไรท์จริงๆนะคะที่เขียนฟิคแนวนี้มาให้อ่านกัน มันดีมากกกกกกก (กอไก่ห้าล้านตัว) เราชอบฟิคแนวที่ต้องอ่านแล้วคิด จินตนาการตามแบบนี้มากเลยค่ะ ฟิลเรื่องก็ดีมากๆๆๆๆๆๆ มากจนเราหวีดยาวมากเลย 55555 ไรท์สู้ๆนะคะ เราคาดหวังและรอคอยแจ้งเตือนจากไรท์เสมอ *โบกพู่เชียร์นะคะ*
    #35
    0
  11. #34 PeachyJ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 22:58
    เราอธิบายความรู้สึกนี้ไม่ได้จริงๆค่ะ มันแบบไม่ได้สุขแต่ก็ไม่ได้ทุกข์ นี่ชอบความลาสบอสของพี่กงมาก มาแล้วจับแขนล่ะเรียกแจฮยอนเลย ขุ่นพระ กุมอกแรงมาก แต่พอพี่กงพูดเราก็สบายใจแทนน้องเลย น้องก็กลัวว่าจะไม่มีใครแต่สุดท้ายน้องก็ยังมีพี่น้องตระกูลคิม เหนือฟ้ายังมีฟ้าของจริง ส่วนนังจอนนี่ก็เส้าแทน ทำอะไรไม่ได้เลยเพราะอำนาจคนอื่นมันค้ำคอ ได้แค่ดูเฉยๆ นี่ชอบตอนจอนสารภาพ แอบรักมาสิบปีแต่สุดท้ายก็หวังแค่อย่างน้อยให้น้องฝันเห็นก็ยังดี นังจอนนนนนนนนนนนนนนนนพระเอกมาก

    เราชอบโควทแรกมากกก(ความจริงชอบทั้งโควทและเพลง55555) ชอบเวลาไรท์ยัดอะไรแบบนี้เข้ามามากๆ รู้สึกอินเบอร์แรง อินหรอมากๆ 

    ซีนน้องเล่นเปียโนนี่เห็นภาพเลยค่ะ ตอนมาอ้อนคุณเขาก็แบบกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด ยัยนุ้งของแม่ฮืออออออออออออ 

    ด้านคุณโดก็แบบเห้อ พระเอกในใจเราสั่มเหมอ
    ตอนนุุ้งแซวคุณเขาก็จริงจังใส่ นุ้งก็จริงจังตอบ โอโหซีนนี้แห้งเป็นทะเลทรายเลยค่ะ แต่พอเจอซีนคุณเขาร้องเพลง
    แล้วนุ้งใจสั่นนี่เหมือนฝนตกใส่ ชุ่มช่ำหัวใจชิปเปอร์เหลือเกินนนนนนนน ยิ่งพี่กงมารับประกันอีก โอโหพายเรือกลางทะเลทรายไปเรยจ้า

    หวีดแรงมากขอโทษด้วยนะคะ มันอัดอั้นตันใจจริงๆ5555555555555555 ถ้าจะให้สาธยายความชอบของสเปนี้สามชาติก็ไม่จบค่ะเพราะชอบทุกบรรทัดเลย55555555555 commentเหมือนโดนจ้างมาแต่หาใช่ไม่ 
    จากใจล้วนๆเลยค่ะ มาแต่งต่อเยอะๆเลยนะคะะะะะะะช๊อบบบบบ
    #34
    0
  12. #33 PeachyJ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 22:58
    เราอธิบายความรู้สึกนี้ไม่ได้จริงๆค่ะ มันแบบไม่ได้สุขแต่ก็ไม่ได้ทุกข์ นี่ชอบความลาสบอสของพี่กงมาก มาแล้วจับแขนล่ะเรียกแจฮยอนเลย ขุ่นพระ กุมอกแรงมาก แต่พอพี่กงพูดเราก็สบายใจแทนน้องเลย น้องก็กลัวว่าจะไม่มีใครแต่สุดท้ายน้องก็ยังมีพี่น้องตระกูลคิม เหนือฟ้ายังมีฟ้าของจริง ส่วนนังจอนนี่ก็เส้าแทน ทำอะไรไม่ได้เลยเพราะอำนาจคนอื่นมันค้ำคอ ได้แค่ดูเฉยๆ นี่ชอบตอนจอนสารภาพ แอบรักมาสิบปีแต่สุดท้ายก็หวังแค่อย่างน้อยให้น้องฝันเห็นก็ยังดี นังจอนนนนนนนนนนนนนนนนพระเอกมาก

    เราชอบโควทแรกมากกก(ความจริงชอบทั้งโควทและเพลง55555) ชอบเวลาไรท์ยัดอะไรแบบนี้เข้ามามากๆ รู้สึกอินเบอร์แรง อินหรอมากๆ 

    ซีนน้องเล่นเปียโนนี่เห็นภาพเลยค่ะ ตอนมาอ้อนคุณเขาก็แบบกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด ยัยนุ้งของแม่ฮืออออออออออออ 

    ด้านคุณโดก็แบบเห้อ พระเอกในใจเราสั่มเหมอ
    ตอนนุุ้งแซวคุณเขาก็จริงจังใส่ นุ้งก็จริงจังตอบ โอโหซีนนี้แห้งเป็นทะเลทรายเลยค่ะ แต่พอเจอซีนคุณเขาร้องเพลง
    แล้วนุ้งใจสั่นนี่เหมือนฝนตกใส่ ชุ่มช่ำหัวใจชิปเปอร์เหลือเกินนนนนนนน ยิ่งพี่กงมารับประกันอีก โอโหพายเรือกลางทะเลทรายไปเรยจ้า

    หวีดแรงมากขอโทษด้วยนะคะ มันอัดอั้นตันใจจริงๆ5555555555555555 ถ้าจะให้สาธยายความชอบของสเปนี้สามชาติก็ไม่จบค่ะเพราะชอบทุกบรรทัดเลย55555555555 commentเหมือนโดนจ้างมาแต่หาใช่ไม่ 
    จากใจล้วนๆเลยค่ะ มาแต่งต่อเยอะๆเลยนะคะะะะะะะช๊อบบบบบ
    #33
    0
  13. #32 Taochao (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 22:40
    ตอนแรกก็คิดว่าพี่กงจะเฉี่ยวมาแวบๆ ไม่คิดว่าจะเป็นลาสบอส บอกเลยว่าการกระทำของพี่เดาไม่ออกในตอนแรก พอเฉลยปุ๊บ เฉียบมากค่ะพี่กง เป็นคนที่สามารถวางหมากหรือกระทั่งควบคุมอนาคตคนอื่นได้แท้จริง คือประทับใจในความรักของพี่น้องดงมาก ถึงจะบอกว่าเป็นครึ่งนึงแต่ก็ให้ความรู้สึกว่ามากกว่านั้น การที่ให้แจฮยอนเข้ามาเป็นครอบครัวด้วยเราคิดว่าพี่กงทำเพื่อโดยองทั้งหมด(เราคิดงี้จริงๆนะคะ แหะ) แต่หลังจากนี้ก็เป็นพี่ชายน้องสองแล้ว ไปค่ะ ไปดิ่งให้สุดกับความชั่วร้ายของโลกใบนี้(ฮา) เป็นเรื่องที่ต้องตั้งใจอ่านจริงๆ ไม่งั้นหลุดทีนี่อาจไม่เข้าใจเจตนาของตัวละครเลย 55555555 ขอบคุณนะคะที่แต่งเรื่องนี้ นานๆจะมีโดแจมาให้อ่านสักที
    #32
    0
  14. #31 #AAZ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 22:33
    มันดีมากก เลยไรท์เราชอบเรื่องนี้มากเลยยย ชอบโทนสีของเรื่องมากก มันดูเป็นสีโทนดำกับเทาที่ดูสดใส อ่ะ เข้าใจเราไหมมม มันไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่ แต่มันทำให้รู้สึกดีทั้งๆที่ไม่ดี
    #31
    0
  15. #30 เอลพึเอโย (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 21:53
    กรี๊ด อ่านได้แล้ว ก่อนอื่นขอชมการเปรียบเทียบต่างๆก่อนเลย ชอบมากๆ รู้สึกยิ่งใหญ่เวลาได้อ่าน???? พี่กงเป็นคนน่าเกรงขามมากจริงๆด้วย แถมยังรักน้องมากๆอีก เราไม่อยากให้เรื่องนี้จบเลยจริงๆ เเต่เข้าใจนะคะว่าพล็อตมันต้องสิ้นสุด ฮื่อ5555 จะรอติดตามผลงานเรื่องอื่นๆนะคะ
    #30
    0
  16. #29 เอลพึเอโย (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 21:17
    รอนะคะ?? เราเพิ่งทวิตไปเองอ่ะว่าอยากอ่านฟิคโดแจ แจ้งเตือนก็ขึ้นเลย ไรท์เป็นฟลวเรารึเปล่าเนี่ย55555 เป็นฟิคเรื่องแรกเลยจริงๆที่เราคอมเม้นในเด็กดีให้ยาวขนาดนี้ ?? แถมโดแจคนแต่งน้อยด้วย สู้ๆนะคะ
    #29
    0