[os/sf] a Million Raindrops - NCT's DoJae

ตอนที่ 22 : [sf] When the Wind Blows Back IV

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,048
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 69 ครั้ง
    25 ม.ค. 61

[sf] When the Wind Blows Back IV

Doyoung x Jaehyun












#SFaMilRaindrops

*AU- Omegaverse


10,154 words

BG Music : Emeli Sandé - Read All About It















































Love isn't something you find.

Love is something that finds you.

Loretta Young















*
















“พอดีนึกขึ้นได้ว่ามีธุระที่ใต้ต้นซากุระพันปีน่ะ"




คำพูดกับสายตาที่ส่งมาอย่างเว้าวอนทำให้ยุนโอต้องถอนหายใจออกมา จริงๆเขาก็ไม่ชอบวิธีการวิ่งหนีของตัวเองเท่าไหร่ เพราะมันไม่สมนิสัยจริงๆของคนแบบเขาเลย




“หืม? ด่วนมากหรอ? ไม่กินข้าวก่อนอ่ะ"



“อื้อ ด่วนมากๆเลย"




คังซิลกิเดินออกจากห้องทันทีที่พูดจบ สภานักเรียนก็หันกลับมากินข้าวต่ออย่างร่าเริง แต่ทุกคนก็ยังคอยถกเรื่องธุระของคนที่พึ่งเดินออกไปอย่างออกรส




“หืม? กินเสร็จแล้วหรอคุณจอง?”




จอห์นนี่ถามออกมาทันทีที่เห็นว่าโอเมก้าคนดังลุกขึ้นยืน –

และตอนนั้นเขาก็ค้นพบว่ามีอะไรผิดปกติ



– อะไรบางอย่างที่ทำให้ความคิดของใครอีกคนยุ่งเหยิงไปหมด





“อื้อ พอดีมีธุระน่ะ"





เพราะตอนนี้จองยุนโอกำลังยิ้ม









บ่ายโมงครึ่ง ใต้ต้นสากุระพันปี –




เป็นช่วงเวลาที่ดอกซากุระกำลังร่วงหล่นลงมาจากต้นของมัน พื้นดินเต็มไปด้วยสีชมพูสวย สายลมพัดพากลีบของมันไปทั่วบริเวณสนามบอล ภาพของคนสองคนที่ดูเหมาะสมกับเหมือนกับเกสรดอกไม้และท้องนภา



คังซึลกิในชุดนักเรียนสีฟ้า กระโปรงลายสก็อตสีน้ำเงินสลับแดง ทับด้วยเสื้อคาร์ดิแกนสีครีมของโรงเรียน ผมสีเทาสว่างถูกปล่อยไว้อย่างลวกๆ นัยน์ตาชั้นเดียวที่มีสเน่ห์ที่สุดเท่าที่จองยุนโอเคยพบเจอ วันนี้มันยังแข็งแกร่งเหมือนเดิม



คังซึลกิที่ชอบต้นซากุระ เพราะมันไม่มีกลิ่น





“ว่าไง จองยุนโอ"



พวกเขาสนิทกันเพราะครอบครัวที่มีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและนิสัยที่เหมือนกัน เข้ากันได้ดีโดยไม่ต้องพูดอะไรมาก นั่นทำให้พวกเขาสนิทกันมากกว่าเดิม – เป็นเพื่อนสนิทที่ทำให้รู้สึกสบายใจเสมอ




“อื้อ – ตอนนี้สายลมมันเปลี่ยนทิศไปแล้วล่ะ ซึลกิอ่า"




จองยุนโอยิ้มออกมาราวกับมันเป็นเรื่องธรรมดา เหมือนกับที่พระทิตย์ขึ้นและตกลงในทุกๆวัน นัยน์ตาคู่นั้นไม่มีแม้แต่ความสั่นไหว มันยังคงแข็งแกร่งเหมือในวันวาน – ไม่สิ มากกว่าที่ผ่านมาด้วยซ้ำ



“ถ้าจะให้พูดแบบเห็นแก่ตัว – ไม่สิ จองยุนโอคนนี้ต่างหากที่เห็นแก่ตัว"




มันน่าอาย –

ที่เขารู้สึกดีใจที่ยังไม่สารภาพความรู้สึกนั้นออกไป





การที่โอเมก้าผู้ชายเป็นแฟนกับอัลฟ่าที่เป็นผู้หญิงน่ะ มันหมายความว่าจองยุนโอต้องเป็นฝ่ายถูกซึลกิกัด เขาไม่เคยเหยียดผู้หญิง ไม่ได้รู้สึกรังเกียจ เพียงแต่ –


มันมากเกินไป

มากเกินกว่าเขาจะรับมันไหวจริงๆ




ไม่สิ

จริงๆแล้วมันก็คือการเหยียดเพศนั่นแหละ

จองยุนโอที่ทำเป็นเท่ ทำเป็นเปิดกว้างสำหรับหลายๆอย่างกับต้องหมดศรัทธาในตัวเอง




การเชื่อในอะไรบางอย่างเป็นเรื่องง่าย

แต่การต้องเผชิญและผ่านประสบการณ์เหล่านั้นต่างหากที่เป็นของจริง



การรักใครบางคนมันก็เป็นเรื่องง่ายดายเหมือนกัน

แต่การใช้เวลาทั้งชั่วชีวิตอาจเป็นเวลาที่กลายเป็นฝุ่นผงสำหรับการลืมใครซักคน





ถึงแบบนั้น

สิ่งที่น่ากลัวที่สุด



คือความละอายต่อสังคมต่างหาก

ความรู้สึกนั้นมันยิ่งใหญ่กว่าความรักที่ใช้เวลาหล่อเลี้ยงขึ้นมา

มีพลังมากกว่าความกล้าทั้งหมดที่รวบรวมมาตลอด



แข็งแกร่งกว่าจองยุนโอที่เคยหยิ่งทะนงในตัวตนของตนเอง





“หรอ – "




คังซึลกิเอนตัวพิงกับต้นซากุระต้นใหญ่ เธอถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้า

ความรู้สึกที่ถูกสะสมทับถมกันมากว่าหลายปี

กลายเป็นเพียงหมอกจางๆที่กำลังจะหายไปเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นตั้งแต่ตอนไหนกันนะ?



ภาพความทรงจำในอดีตยังสวยงามเสมอ

รวมถึงภาพในตอนนี้..ภาพของจองยุนโอที่กำลังส่งยิ้มมาให้ –

รอยยิ้มที่แตกสลายกว่าดอกไม้ที่ไร้กลิ่น



ภาพที่กำลังจะเป็นอดีต เป็นหนึ่งในความทรงจำที่งดงามที่สุดในชีวิตวัยรุ่น –

ในหนึ่งช่วงชีวิต





“แล้วมันต่างกันไหนหรอ ยุนโออ่า – "




ความรู้สึกคน – มันน่ากลัวแบบนี้เองหรอกหรือ?

เพียงแค่การผลัดเปลี่ยนของช่วงเวลาในตอนกลางคืน

เพียงแค่เข็มของนาฬิกาขยับไปหนึ่งมิลลิเมตร

เพียงแค่สายลมเลือกจะเปลี่ยนเป้าหมายของมัน





“การที่เราเป็นของกันและกัน"





ทั้งๆที่มันเป็นสิ่งที่เรียกว่าความรักเหมือนกันแท้ๆ

ทั้งๆที่ทุกคนน่าจะให้คำนิยามคำว่ารักเหมือนกันแท้ๆ

ทั้งๆที่พวกเราเหมาะสมกันมากกว่าใครทั้งหมดแท้ๆ

ทั้งๆที่พวกเรารักกันมากกว่าที่คนอื่นจะมองเห็นและสัมผัสได้แท้ๆ





“กับการที่ฉันทำให้นายเป็นคนของฉัน – เป็นคนของคังซึลกิ"




คังซึลกิหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยัน เธอจ้องมองผู้ชายที่เป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่เธอเฝ้ามองและมองเธอมาตลอดด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความเจ็บปวด

คนที่เธออยากจะใช้ชีวิตที่เหลือทั้งหมดกับคนๆนี้






“ใช่ – มันต่างกันมากเลยล่ะ"





จองยุนโอยิ้ม – ความทรงจำที่เคยทำร่วมกันมากมายไหลย้อนกลับมา ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบกัน หยอกล้อกันเหมือนกับเด็กๆ แต่ก็รู้จักวิธีปกป้องกันและกันจากความผิดหวัง จองยุนโอและคังซึลกิที่รู้วิธีรับมือกับความเจ็บปวดของใครอีกคน



ภาพของอนาคตที่วาดฝันไว้อย่างหอมหวาน

กลายเป็นเพียงความทรงจำที่ขมขื่น

เพราะปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปมากเหลือเกิน






“ซึลกิอ่า – "





จองยุนโอขยับเข้าไป โอบกอดใครอีกคนด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มี – ความรู้สึกที่ไม่สมควรจะคงอยู่ ผู้หญิงที่แข็งแกร่งเหลือเกินในสายตาใครหลายคน แท้จริงแล้วมีเพียงแค่สะเก็ดแผลและความอ่อนแอข้างใน ใบหน้าที่สง่างามนั่นซบลงกับอกแกร่งอย่างคุ้นชิน


จองยุนโอที่เปลี่ยนตัวเองเป็นเกาะกำบังของคังซึลกิ – เพื่อให้อีกคนได้ปลดปล่อยความรู้สึกออกมาอย่างเต็มที่






“ขอโทษนะ ซึลกิอ่า"





หัวใจกระตุก เจ็บและด้านชาไปหมด ทันที่ยุนโอรู้สึกถึงหยาดน้ำตาที่กำลังไหลลงมา – 

      หยาดน้ำตาที่กำลังซึมและกลืนไปกับเสื้อสูทของตน




โอเมก้าหนุ่มหลับตาลง – ซึมซับทุกความรู้สึกทุกอย่างเท่าที่จะทำได้

โอบกอดร่างกายที่จะไม่มีวันเป็นของเขา

โอบกอดผ่านทางสัมผัสของร่างกายและสายตา





“แต่มันเจ็บปวดเกินจะทนไหวจริงๆ"






ต่อให้จะบอกว่าตัวเองแข็งแกร่งและอดทนกับมันได้ขนาดไหน

แต่มันก็เป็นความจริงที่โหดร้ายเกินไป ถ้าจองยุนโอที่เคยเป็นที่ชื่นชมคนนั้น จะกลายเป็นโอเมก้า – โอเมก้าที่ต้องใส่ปลอกคอของผู้หญิง


ถึงแม้ผู้หญิงคนนั้นจะเป็นคนหนึ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขาก็ตาม





“งั้นหรอ – "





น้ำเสียงนั่นแหบด้วยความสับสน ความเสียใจ และความเจ็บปวดอย่างสุดพรรณนา ไม่ใช่เพราะลมหนาวที่ถูกพัดพามา



เพราะจองยุนโอและคังซึลกิเป็นเหมือนภาพที่สะท้อนของกันและกัน มันจึงไม่ใช่เรื่องยากที่เธอจะเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังรู้สึก เผชิญหน้าและกำลังต่อสู้อยู่ในตอนนี้





ซึลกิชอบที่เธอรู้จักและเข้าใจอีกฝ่ายโดยไม่ต้องใช้คำพูดใดๆ

แต่ตอนนี้เธอกลับเกลียดความสามารถนี้อย่างสุดหัวใจ






“ถ้างั้นขออยู่แบบนี้อีกซักพักนะ"





หญิงสาวกระชับอ้อมกอดนั่นให้แน่นขึ้น มือเรียวกำชายเสื้ออีกฝ่ายไว้อย่างอดกลั้น

ถึงจะกอดคนๆนี้ไว้แน่นแค่ไหน แต่เธอก็รู้ – รู้ดีว่าอีกไม่นานก็ต้องปล่อยให้อีกคนจากไป

ต้องปล่อยความรักครั้งนี้ให้จากไป ก่อนตะวันจะลับฟ้า




“แล้วคังซึลกิจะกลับไปเป็นความสบายใจของจองยุนโออีกครั้ง"






ช่วงเวลาถูกหยุดเอาไว้

พวกเขาหยุดมันเอาไว้ได้

แม้จะไม่สามารถหมุนทวนเข็มนาฬิกา




การซึมซับทุกความรู้สึกขณะมองดอกซากุระร่วงโรยลงมา

เป็นเหมือนตระกอนความรู้สึกที่กำลังตกลงมาจากที่สูง รอวันให้คนมาเหยียบย่ำ



ถึงแบบนั้นการตกลงมาจากที่ๆทำให้เราชมวิวได้สวยที่สุดมันไม่ใช่เรื่องโหดร้ายนัก

เมื่อเทียบกับการที่เราเป็นฝ่ายปล่อยตัวเองลงมาจากสิ่งที่รัก – จากกิ่งก้านที่คอยอยู่เคียงข้างกันเสมอ






เสียงออดเปลี่ยนคาบดังขึ้นพร้อมๆกับที่สายลมหยุดพัด

เป็นขณะเดียวกับที่อ้อมกอดนั้นถูกคลายออกด้วยความโหยหา







“ว่าไง พ่อโอเมก้าคนเท่ :)”





ประโยคสุดคลาสสิคของคังซึลกิกับรอยยิ้มคู่ใจเรียกรอยยิ้มกว้างๆจากจองยุนโอ


ภาพของคนสองคนที่ยังคงเหมาะสมกันเสมอ แม้จะมีบางอย่างเปลี่ยนไป เป็นภาพที่อยู่ในสายตาของนักเรียนหลายคน บางคนถึงเกาะหน้าต่างเพื่อดูภาพที่เหมือนอยู่ในหนังวัยรุ่นกระแสดีที่กำลังฉายในโรงภาพยนต์




นักเรียนหลายคนนั่นรวมถึงคิมดงยองด้วย เขายืนมองภาพๆนั้นที่กระจกตรงบันไดด้วยใบหน้าเฉยชา ข้อมือแกร่งถูกพักไว้ในกระเป๋ากางเกงอย่างที่มักจะทำ






“ดงยองอปป้า!”





เสียงที่แสนคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับสัมผัสที่แนบรอบแผ่นหลังกว้าง ใบหน้าเรียบเฉยเมื่อกี้เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่สว่างจนนักเรียนแถวนั้นอดจะตกใจออกมาไม่ได้





“ย่าห์ โซฮยอน ทำไมมาไม่บอกพี่เลย หืม?”





ส่งมือใหญ่ออกไปลูบผมสีดำขลับนั่นด้วยความรัก ใบหน้าสะสวยราวกับดารา สัดส่วนร่างกายที่ดูเพอร์เฟ็กต์จนคนที่เห็นอดจะรู้สึกอิจฉาออกมาไม่ได้ ดวงตาโตๆกับนัยน์ตาสีดำขลับ จมูกทรงน้ำเพชรนั่นยิ่งทำให้ผู้หญิงคนนี้ดูสวยราวกับหลุดออกมาจากหนังสือการ์ตูน ไหนจะกลิ่นจัสมินหอมๆที่เป็นเอกลักษณ์นั่นอีก





“มาเซอร์ไพรส์ไง"




คิมโซฮยอน ส่งยิ้มทะเล้นมาให้คนที่อยู่ดีๆก็เปลี่ยนมาทำหน้าเครียด เธอส่งมือออกไปแยกให้มุมปากของคนอายุมากกว่าเป็นรอยยิ้ม โซฮยอนยิ้มออกมาเมื่อพอใจกับผลงานตัวเอง



“ขอความจริง"




แต่คิมดงยองกลับไม่หลงกลลูกไม้ตื้นๆที่เขาเห็นมาสิบกว่าปีแล้ว โซฮยอนเบะปากออกอย่างเหนื่อยหน่ายเมื่อพบว่าผู้ชายตรงหน้ายังขี้จริงจังเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน คิมดงยองที่ใช้ชีวิตน่าเบื่อ แต่ไม่เคยเบื่อที่จะกวนตีนคนรอบข้างด้วยหน้าตายๆนั่นน่ะ




พี่ดงฮยอนส่งมา – อย่าว่าน้องนะ คราวนี้พี่สร้างเรื่องเองอ่ะ"




คนอายุน้อยกว่าเท้าเอวอย่างเอาเรื่อง จ้องมองคนเป็นพี่ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะละสายตาไปมองภาพของหญิงชายสองคนที่ยืนยิ้มให้กันที่ใต้ต้นซากุระพันปี





“คนนั้นหรอ – จองยุนโอ?”


“อื้อ"




ตอบออกไปสั้นๆ ก่อนจะกลับไปมองโอเมก้าคนนั้นที่กำลังส่งสายตาอ่อนโยนที่สุดให้เพื่อนสนิทของเขา สำหรับคนอื่นการเห็นใบหน้านิ่งเฉยของคิมดงยองอาจจะแปลว่าความเฉยชาและความไม่สนใจ


แต่มันเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามสำหรับคนที่เป็นน้องสาวอีกฝ่ายอย่างโซฮยอน






“หึ ไปกันเถอะ"




หญิงสาวควงแขนคนเป็นพี่ ปรายตามองภาพคนสองคนนั้นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินออกไปด้วยท่าทางสง่างามราวกับเจ้าหญิง ทิ้งไว้เพียงแต่สายตาชื่นชมของนักเรียนที่อยู่บริเวณนั้น



เดินจากไปพร้อมกับข่าวลือเกี่ยวกับ 'ผู้หญิงของคุณเลขาประธานนักเรียนคนดัง’











*













แปลก…

ตลอดสี่วันมานี้ – นัยน์ตาที่แสนเย็นชาคู่นั้นดูเย็นชากว่าอากาศบนเทือกเขาจุงเฟราเสียอีก

นัยน์ตาคู่นั้นมันไม่ได้มองมาที่จองยุนโออีกแล้ว





ตรงกันข้าม ดวงตาคู่นั้นน่ะมันมองผ่านเขาไปยัง –

ใครอีกคนที่สง่างามราวกับเจ้าหญิง



ใบหน้าสะสวย หุ่นที่ได้ส่วนสัด ผมสีดำขลับสุขภาพดีนั่นปลิวสไวไปตามจังหวะการเดิน – ท่วงท่าที่สง่างามราวกับเป็นเจ้าหญิงผู้ไร้มงกุฏ






แต่มันก็ดีแล้วนี่นา

ไม่มีสายตาดุๆ กับคำพูดขี้บ่น ตีความยากแบบนั้น




มันดีแล้ว

มันดีมากแล้วจริงๆ



การมาโรงเรียนโดยที่ไม่มีสายตาคู่นั้นจับจ้องอยู่เสมอน่ะ






จองยุนโอบอกกับตัวเองแบบนั้น









“วันนี้ไม่ไปนั่งห้องสภาอีกหรอ คุณหนูจอง :)”



ประธานนักเรียนเดินมาพร้อมกับยูตะ ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงพร้อมท่าเดินเก๊กๆ นัยน์ตาคู่นั้นส่งสายตาแพรวพราวไปให้ทุกคนที่พบเห็น เขาหยุดอยู่ตรงหน้าโอเมก้ามือใหม่ ก่อนจะทักทายอย่างอารมณ์ดี



“ว่างมากหรอจอห์น"





ยุนโอหัวเราะออกมาเมื่อพบว่าคังซึลกิทำหน้าหาเรื่องใส่ประธานนักเรียน เขาโบกมือไปมาเพื่อบอกกับเพื่อนสนิทว่ามันไม่เป็นไรจริงๆ

แต่ขณะที่โอเมก้ากลิ่นวานิลลาจะมีโอกาสตอบคำถามนั้น กลับมีเสียงของใครบางคนแทรกขึ้นมา –







“ระดับคุณหนูจองน่ะ ไม่ว่างหรอก"





เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังมาพร้อมกับกลิ่นมิ้นต์เย็นๆที่เขามากระทบจมูก ริมฝีปากคู่นั่นเปล่งคำกระทบกระทั่นออกมา จ้องมองเข้ามาในตาของโอเมก้าหนุ่มด้วยสายตาที่เขาอ่านไม่ออก





“อื้อ ระดับเราน่ะไม่ว่างหรอก"





แรงมาก็แรงกลับ –

มันยังเป็นลักษณะนิสัยที่โดดเด่นของจองยุนโอจริงๆนั่นแหละ




คุณเลขาคนดังเหยียดยิ้มออกมา มองผ่านจองยุนโออีกครั้งเพื่อก้าวเดินไปข้างหน้า



ก้าวไปพร้อมกับใครอีกคนที่ยุนโอไม่อยากจะใส่ใจนัก


ก้าวออกไปโดยที่จองยุนโอยังยืนอยู่ที่เดิม





แผ่นหลังกว้างๆของคิมดงยองน่ะ มันสง่างามมากจริงๆนั่นแหละ น่าเกรงขามเหมือนกับที่ใครหลายๆคนมักจะเอ่ยชม







การมองภาพด้านหลังของคิมดงยองไม่เคยเป็นปัญหาเลย







จนกระทั่งวันนี้

ณ ตอนนี้





ที่แผ่นหลังกว้างๆนั่นมีภาพของใครอีกคนเดินเคียงคู่ไปด้วยกัน

มือใหญ่ๆคู่นั่นที่เคยปัดป่ายไปทั่วร่างกายของเขา




เปลี่ยนไปวางมือบนกลุ่มผมสีดำยาวนั่น




สายลมที่พัดย้อนมา

ทำให้จองยุนโอได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง –




กลิ่นมิ้นต์และจัสมินน่ะเข้ากันได้ดีมากๆ

เข้ากันได้ดีกว่ากลิ่นมินต์เย็นๆและกลิ่นวานิลลาที่หวานจนแสบจมูก








“หงอยเชียววว"



“เป็นบ้าหรอจอห์น"



“ถ้าว่างมากก็ไปช่วยเขียนโครงการทีจ้าาาา"




จองยุนโอกับคังซึลกิเหลือบตาขึ้นมองอย่างไม่สบอารมณ์นัก ก่อนจะปล่อยให้คุณประธานนักเรียนตกอยู่ในสนามอารมณ์ที่ตัวเองทิ้งไว้


ประธานนักเรียนหัวเราะอย่างอารมณ์ดีจนยูตะอดมองด้วยสายตาหวาดกลัวไม่ได้




“ชอบมากสินะ เวลาเห็นคนที่สมบูรณ์แบบกลายเป็นคนโง่ เงอะงะแบบนี้"




เพื่อนชาวญี่ปุ่นคนเดียวเอ่ยออกมา เมื่อพบว่าตอนนี้ดวงตาของจอห์นนี่ ซอน่ะเป็นประกายระยิบระยับขนาดไหน



“แล้วกล้าปฏิเสธไหมล่ะ ว่ามึงไม่ชอบคิมดงยองโหมดนี้"



นากาโมโตะ ยูตะ ยักไหล่ เหล่สายตาไปมา



“มีแต่คนประหลาด"



ก่อนจะเดินเข้าห้องเรียนพร้อมรอยยิ้มสนุก




ทิ้งความเงียบไว้กับโถงทางเดินที่มีกลิ่นฟีโรโมนผสมปนเปกันไปหมด












*









จองยุนโอหอบหายใจด้วยความเหนื่อย เข้ารีบวิ่งกลับเข้ามาในโรงเรียนหลังจากที่กลับบ้านแล้วพึ่งนึกขึ้นได้ว่าตนลืมการบ้านวิชาคณิตศาสตร์ไว้ใต้โต๊ะเรียน ร่างโปร่งก้าวเท้าไวๆผ่านโถงทางเดินที่ไร้ผู้คน บรรยากาศของโรงเรียนช่วงทุ่มนึงน่ะน่ากลัวอย่างที่ใครหลายคนกลัวจริงๆนั่นแหละ ในเมื่อพวกเขาน่ะเลิกเรียนกันตั้งแต่บ่ายสามแล้วนี่นา –



โอเมก้ากลิ่นวนิลลายิ้มออกมาเมื่อตนพบหนังสือและสมุดการบ้านที่ต้องการแล้ว เขาหยิบของที่ต้องการใส่กระเป๋าขณะที่รีบก้าวเท้าออกจากตัวห้องเรียนไปด้วย ก้าวเท้าลงบนไดอย่างไม่รีบร้อน





แต่แล้วสัญชาตญาณบางอย่างมันกลับสั่งให้ยุนโอยืนอยู่กับที่ก่อนจะเงี่ยหูฟังเสียงและกลิ่นที่ดังมาจากห้องน้ำชั้นหนึ่ง ขายาวถอยหลังไปพิงกำแพงเมื่อพอจะจับใจความและตีความสถานการณ์ตรงหน้าได้









โอเมก้าคนหนึ่งกำลังโดนอัลฟ่ากลุ่มหนึ่งขืนใจ




มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่ากลัวจนเขาก้าวเท้าไม่ออก เป็นเรื่องที่ยุนโอไม่เข้าใจ

ว่าทำไมโอเมก้าคนนั้นถึงไม่ใช้แรงเฮือกสุดท้ายในการกดปุ่มสัญญาณแจ้งเหตุร้ายที่ถูกติดไว้ในห้องน้ำทุกห้อง ห้องเรียนทั้งสี่ด้าน แน่นอนว่ามันถูกติดไว้เกือบทุกที่ในโรงเรียน เพราะที่นี่เป็นโรงเรียนที่ปล่อยให้โอเมก้า เบต้าและอัลฟ่าเรียนร่วมกัน




จองยุนโอก็แค่สงสัยว่าโอเมก้าน่ะ

ไร้เรี่ยวแรงขนาดนั้นเลยหรอ?





ถึงจะสงสัยขนาดไหน แต่จองยุนโอก็ฉลาดพอที่จะค่อยๆเดินกลับขึ้นไปชั้นสาม

เขาไม่อยากเสี่ยงให้ใครซักคนในกลุ่มอัลฟ่านั้นได้กลิ่นวนิลลาของตัวเอง





ร่างโปร่งเลือกจะเข้าไปในห้องเรียนที่อยู่ริมสุดของชั้นสาม ยุนโอทรุดตัวนั่งลงพิงกำแพง เปลี่ยนมาตั้งระบบไร้เสียงและไร้การสั่น แทนระบบสั่นเฉยๆ ร่างบางเลือกจะส่งข้อความบอกมิกิ เพื่อนที่อยู่ในสภานักเรียนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น –


เขาตัดสินใจส่งข้อความหามิกิแทนเลขาประธานนักเรียนคนนั้น





ผมสีเฮเซลนัทพิงไปกับโต๊ะเรียนอย่างเหนื่อยล้า กดส่งข้อความให้คนขับรถที่บ้านมารับ แทนที่จะใช้บริการขนส่งธารณะอย่างที่คิดเอาไว้ในตอนแรก เจ้าของกลิ่นวานิลลาไม่อยากทำให้มันเป็นเรื่องราวใหญ่โต เพราะเขารู้ดีว่าถ้าส่งข้อความหาพี่ๆคนใดคนหนึ่งล่ะก็ …



นอกจากโรงเรียนจะแตกแล้ว

เรื่องราวที่เกิดขึ้นคงกลายเป็นเรื่องที่ทั้งโรงเรียนรู้แน่นอน




ว่าจองยุนโอคนนั้นต้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่น

ว่าเขาไม่มีพละกำลังมากพอจะไปช่วยเหลือใครอีกแล้ว





ทุกอย่างในชีวิตมันกลายเป็นความไม่แน่นอนและไม่มั่นคง จนจองยุนโอต้องเตรียมแผนสำรองไว้ในทุกๆเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิต


เพราะจองยุนโอไม่ต้องการจะเสียอะไรในชีวิตไปมากกว่านี้แล้ว

เพราะงั้นเขาต้องทำให้มั่นใจว่าทุกๆย่างก้าวที่จองยุนโอเดินออกไปน่ะ

มันมีความเสี่ยงน้อยที่สุดแล้ว




และก้าวเดินที่ว่านั่นน่ะมันรวมคิมดงยองด้วย



อัลฟ่าที่อยู่เหนืออัลฟ่าทุกคนแบบนั้นน่ะ

ไม่สามารถหยุดลงที่โอเมก้าผู้ชายได้หรอก



ไม่ว่าโอเมก้าที่ว่าจะมาจากตระกูลที่สูงส่งและมีชื่อเสียงขนาดไหน





และการต้องก้มหัว ใส่ปลอกคอของใครซักคนน่ะ มันก็ไม่เคยอยู่ในหัวจองยุนโอเช่นกัน








ยุนโอแทบจะกลั้นหายใจ เมื่อเขาได้ยินเสียงคนกำลังเดินดังมาจากโถงทางเดิน ร่างบางค่อยๆขยับตัวไปพิงล็อคเกอร์ข้างหลังห้องแทน รู้ทั้งรู้ว่ามันไร้ประโยชน์




เพราะโอเมก้าน่ะไม่สามารถระงับกลิ่นของตัวเองได้



คุณหนูตระกูลจองจึงตัดสินใจกดข้อความ sos หาพี่ทั้งสามคนแทน





เสียงรองเท้ากระทบกับพื้นซีเมนต์ดังเข้ามาใกล้ๆเรื่อย จังหวะการเดิน

กลิ่นของอัลฟ่าที่ไม่คุ้นเคยทำให้ร่างกายสั่นเพราะความกลัว

อุณหภูมิของห้องเรียนลดลงราวกับยุนโอกำลังนั่งอยู่กลางภูเขาน้ำแข็ง




ตลอดชีวิต

เขาไม่เคยรู้สึกกลัวขนาดนี้มาก่อน



ได้แต่สงสัยว่าทำไมวรรณนะที่ถูกกำหนดมามันสามารถบั่นทอดแรงใจ และพละกำลังมาได้ขนาดนี้เชียวหรอ






เสียงรองเท้าหนังกระทบกับพื้นหยุดลงพร้อมๆกับที่เสียงระฆังบอกเวลาจากหอนาฬิกาดังขึ้น

พวกเขาสบตากัน –

มันเป็นเวลาหนึ่งนาทีที่ยาวนานที่สุดในชีวิต



ยาวนานและน่ากลัวกว่าตอนที่เข็มนาฬิกาชี้ไปที่เลขสิบสองในวันเกิดของจองยุนโอเสียอีก อาจเพราะมันเป็นสาเหตุที่เขาสามารถสัมผัสมันได้ง่ายๆ



ความกลัวที่มีสาเหตุเป็นรูปธรรม







“ว้าว เจอของดีซะด้วย :)”






อัลฟ่าหน้าตาหล่อเหลา แต่ให้ออร่าความน่าขยะแขยงคนนั้นส่งยิ้มที่น่าสะอิดสะเอียนมาให้ พร้อมกับแสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือที่สาดเข้ามาใส่หน้าเต็มๆ




มันเป็นวินาทีที่จองยุนโอยิ้มให้กับความโง่เขลาของตัวเอง

การใช้แต่เทคโนโลยีกลายเป็นความเขลาที่น่าอภัยให้น้อยที่สุด



ทั้งๆที่เขาพึ่งด่าโอเมก้าที่อยู่ชั้นล่างในใจแท้ๆ



จองยุนโอได้เรียนรู้ว่าความรู้สึกจนตรอกน่ะ

มันทำให้สมองของเราตื้อและมึนเบลอกว่าเวลาตกหลุมรักเสียอีก






“ว่าไง คุณหนูจองผู้สูงศักดิ์ ;)”





จองยุนโอส่งยิ้มท้าทายไปให้คนหน้า

ขณะที่รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายไปไว้ที่ปลายเท้า




ร่างโปร่งเด้งตัวขึ้นสุดแรง

ก่อนจะใช้แรงทั้งหมดในการกดออดฉุกเฉินที่อยู่เหนือหัว

ในขณะที่อัลฟ่าคนนั้นพุ่งตัวมาหาเขา





โอเมก้าหนุ่มใช้ความได้เปรียบทางสรีระในการลอดใต้หว่างแขนของผู้ชายตรงหน้า

วิ่งออกไปอย่างสุดแรงเกิด





เสียงไซเรนดังก้องไปทั่วตัวโรงเรียน

พร้อมๆกับเสียงตระโกนเรียกอย่างสุดเสียงของโอเมก้ากลิ่นวานิลลา





“คิมดงยอง!!!!!!!!!!!!!!!!!”





ชื่อของคนๆเดียวที่แล่นเข้ามาในหัว

ในวินาทีที่ชีวิตมาถึงจุดจนตรอกอีกครั้ง




ครั้งแรกที่อีกฝ่ายยื่นมือมา – ยุนโอไม่ได้เอ่ยขอความช่วยเหลือนั้น

เพียงแต่ครั้งนี้ –




เขาเอ่ยขอความช่วยเหลืออัลฟ่าคนนั้น

พร้อมๆกับหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อ

ความรู้สึกที่เอ่อล้นนั้นมันมีพลังมากพอจะหล่อเลี้ยงและกลบความกลัวที่มีอยู่ตอนนี้





การตระโกนเรียกชื่อคนๆนั้น

ชื่อของใครบางคนที่ทำให้เขาเรียกสติตัวเองกลับมาได้




คนเดียวที่จะมาหาเขาทัน

คนที่มีความสามารถ พละกำลังและมีเปอร์เซ็นต์สูงที่สุดในการช่วยเขาจากสถานการณ์ทุเรศๆนี่






คิมดงยอง

ที่น่าจะยอมทิ้งทุกอย่างมาเพื่อปกป้องเขา








ใช่


จองยุนโอเชื่อแบบนั้น






คิมดงยอง


เป็นคนเดียวที่จองยุนโอยอมถูกตกเป็นเจ้าของ






แค่อัลฟ่าที่อยู่เหนืออัลฟ่าทุกคน



แค่คิมดงยอง













TBC



Please comment or tag #SFaMilRaindrops




Talk: อะไรเอ่ยน้อยใจ ใจน้อยแล้วไม่น่ารักเลยยย ไปค่ะแม่น้องแจน จัดการคุนเลขาเลย! 55555

อยากบอกซึลกิว่า ออนนี่คะ เรายังว่างนะคะ ฮือออ /กอดขา

เลือกน้องว้าวมาเป็นน้องคนสุดท้องของตระกูลคิมเพราะน้องตาโตค่ะ และเราชอบน้อง ไม่มีเหตุผลอื่นอีกแล้ว555555555555


ปล. ตอนหน้าจบแล้วนะคะ :)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 69 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

621 ความคิดเห็น

  1. #599 fxmm_ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 01:40
    คุณคิมอย่าทิ้งน้องนะ มาช่วยน้องนะคะ
    #599
    0
  2. #575 SUCHA_ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 19:39
    แง้ เก่งมากๆๆแร้วรู้กแม่ สติดีมาก ยังดีที่อย่างน้อยโรงเรียนยังมีระบบป้องกันที่ดี คิมดงยองรีบมาช่วยน้องงงง พี่ซึลกิคือบทพระรองค่า อัลฟ่าหญิงสุดเท่กับโอเมก้าผู้ชาย อุแว้ ที่ดี 😢😢😢 เคมีสุดจนพี่ดงยองคิดไปไกลแน้ว ปรับความเข้าใจกันนะๆ
    #575
    0
  3. #571 beyorx (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 02:57
    ฉากใต้ต้นซากุระมันแรงมากจริงๆนะ อ่านแล้วต้องหยุดพักก่อนเลย มันหนักเกินไปจริงๆ — ตอนน้องตะโกนชื่อดงยองก็กรี๊ดค่ะ ขนาดนี้แล้วถ้าคุณเค้าไม่มา ผมย้ายทีมแล้วนะ!;-;
    #571
    0
  4. #466 Felicia_Kirisora (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 13:49
    ฮือออ สงสารน้อง น้องสู้ๆๆนะลูก ขอให้พี่ดงยองมาช่วยน้องทันด้วยเถอะะะ อย่าให้เกิดเรื่องไม่ขึ้นกับน้องนะ!!!
    #466
    0
  5. #415 mys. (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 15:20
    ซึลกิอย่างเท่ ไวบ์พระรองมากๆเลยค่ะแม่ ;-;) ฮือ ละพระนางนี่ก็เล่นบทพ่อแง่แม่งอนกัน ให้ตายสิ ไม่มีใครยอมใครเลยนะคะ แต่พักก่อน พี่ดงยอง เลิกงอนแล้วมาช่วยน้องก๊อนนนนนนนนนนน
    #415
    0
  6. #311 inspirit~moohoney (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 05:44
    หนูชอบพี่นะคะ พี่ดงยอง อัลฟ่าผู้อยู่เหนืออัลฟ่า ฮืออออ อัลฟ่าพิเศษใส่ไข่TT
    #311
    0
  7. #270 velaz (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 17:16
    มันดีมากกกกกกกกกกกกเลยค่ะ โอยย เราต้องอ่านแล้วหยุดไปพักหายใจหลายรอบมาก 555 ฮือออ คุณเขียนได้พีคทุกบรรทัดเลย เราชอบมากๆเรื่องประเด็นสังคม มันตรงใจมากๆทุกประโยคเลย เป็นฉากที่สวยงามมากจริงๆ แง ซึลกิออนนี่คะะ เท่มากๆเลยย ยอมแล้วว ตอนที่บอกว่าต่างกันหรอ แค่ยุนโอมาเป็นคนของซึลกิ ออนนี่คะะะะะ ʕథ౪థʔ


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 8 กรกฎาคม 2561 / 17:47
    #270
    0
  8. #193 teddy.soo (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 23:16
    เขาว่ากันว่าคนประเภทเดียวกันจะอยู่ด้วยกันได้นี่คือจริงมาก ดงยอง จอห์น ยูตะคือคนประเภทกวนตีนเก่งมากกกกกกกก แต่เราเข้าใจคุณเลขานะ ความน้อยใจมันก็มีมาตั้งแต่ตอนที่น้องตอบปฏิเสธกลางโต๊ะน้ำชาแล้วอ่า แล้วนี่ยังมาเห็นคนที่ตัวเองตกหลุมรักกอดกับคนอื่นอีก สายตาที่ยุนโอมอบให้ซึลกิมันไม่เคยถูกมอบให้ใครเลยรวมไปถึงดงยองด้วย จะน้อยใจก็ไม่แปลก แงงง แต่สงสารโอเมก้านุ่มนิ่มจัง นุต้องรอดนะลูก!!!! ดงยองต้องมาช่วยทัน!! คู่แท้ชะตาลิขิตยังไงก็ต้องมาช่วยได้!!! ฮื่อออ สงสารน้อง แง กลัวคุนมาไม่ทันจัง...
    #193
    0
  9. #189 mhpk_ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 10:31
    ร้องไห้แล้ว ฮืออออออ ยุนโอลูกฮึบนะๆๆๆๆๆ พี่ดงยองมาช่วยทันน้า พี่ยูตพี่จอห์นมาช่วยก็ได้ ขออย่าพลิกมาไม่ทัน แงงง แม่รับไม่ได้ ㅠㅠㅠ
    #189
    0
  10. #185 K_TS (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 12:30
    ร้องหาดงยองใหญ่เลย มาช่วยน้องเร็ว;-;
    #185
    0
  11. #184 bellbellb (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 06:50
    คิมดงยอง นายต้องรีบมาช่วยน้องนะ
    #184
    0
  12. #183 ₩₩₩💛 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 02:00
    อมกกกก กรีดร้องในใจไปหลายรอบมากค่า น้องงงงง ทำเป็นหยิ่งแต่จริงๆคือแคร์คุณโดเยอะอยู่นะ ก็แอบมองตลอด นี่แบบรู้สึกว่าคุณโดเป็นทรูอัลฟ่าจริงๆจังหวะที่น้องตะโกนเรียกชื่อขอความช่วยเหลือ คุณโดรีบมาช่วยเร็ววว น้องจะแย่แล้ว สิ่งที่ทำให้เขินสุดๆคือการที่สัญชาตญาณของน้องเรียกหาโดยองอะ เหมือนลึกๆรู้แล้วว่าตัวเองต้องถูกปกป้องจากผู้ชายคนนี้จริงๆ ;///; คุณหนูตระกูลจองนังหยิ่งมาก ทำเป็นปากแข็งเมินคุณโด คุณโดก็อีกคน ประชดเก่งงงง อีโก้สูงทั้งคู่ แต่นี่เชื่อเหมือนกันว่าคิมดงยองต้องมา มาช่วยให้ทันน้า สงสารน้องที่ต้องมาเจอภาวะที่กลัวอะไรมากๆขนาดนี้ สัมผัสได้เลยว่ากลัวจริงๆ ถึงขั้นหนีมาหลบ แต่สุดท้ายก็ไม่รอด โดนตามเจออยู่ดี คุณห้ามปล่อยให้น้องโดนคนอื่นมาแตะนะ ;-; // ปล1.ชอบคาแรคเตอร์พี่จอห์นมากค่ะ มีความกวนๆ แต่ดูรู้ทันไปหมด และ ปล2.ซึลกิมานี่เร็วค่า มีคนรอกรี๊ดเพียบบบ ซึลกิคนเท่ ;—;
    #183
    0
  13. #182 VevyyK (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 00:47
    รอติดตามค่ะ กำลังเจ้มจ้น ฮืออออออออแแอ
    #182
    0
  14. #181 wuingpcx (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 23:35
    จริงๆซึลกิกับน้องคงมีความรู้สึกดีๆให้กันมากกว่าที่เราเคนคิดเอาไว้ เพราะทีแรกคิดว่าแค่ชอบเพราะรู้สึกว่าตัวเองเหมาะสมกับคนๆนี้ แต่มันมากกว่านั้น แล้วการปล่อยมือจากคนที่ตัวเองรักนี่ไม่ง่ายจริงๆ แต่แค่ความรักมันไม่พอจริงๆ ;-; คุณอัลฟ่าคืองอนจริงจังมาก ทำเป็นเย็นชาแต่จริงๆก็แค่ต้องการประชดเค้า แล้วสังเกตมาหลายคอนแล้วว่าจอนนี่ดูฉลาดจริงๆ แบบฉลาดแกมโกงทะเล้นๆ ก็ถึงว่าได้เป็นประธ่น เพราะดูไม่ธรรมดาเลย แล้วอ่านมาขนาดนี้ไม่เคยคิดเลยว่าน้องจะเจอสถานการณ์งี้ ทีแรกภาวนาให้น้องไม่ไปช่วยคนๆนั้นเพราะมันคงเกินกำลังตัวเองแน่ๆ แล้วน้องก็ไม่ไปจริงๆ โล่งใจมาได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่คิดว่าจะเจอ...แต่มันน่าคิดอย่างคือต่อให้น้องจะบอกตัวเองว่าไม่ชอบคิมดงยองขนาดไหน แต่พอเวลาที่น้องต้องการคนมาอยู่ด้วยน้องก็คิดถึงเค้าคนแรกเลย ถึงจะไม่ได้ส่งข้อความหาก็เหอะ แต่นังอัลฟ่าคนนั้นทึ่เจอน้องนี่ทำให้รู้สึกแขยงๆผ่านตัวอักษรได้เลย น้องต้องหนีให้ได้นะ ดงยองต้องมาช่วยน้องด้วย ;-;
    #181
    0
  15. #180 xxmaarnficxx (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 23:16
    ชอบที่น้องคิดถึงคุณประธานเวลาเกิดเรื่องร้าย รีบมาช่วยน้องงเร็วดงยองง
    #180
    0
  16. #179 #AAZ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 22:09
    สงสารซึงกิเลยยย พี่ดงมาช่วยน้องงงง
    #179
    0
  17. #178 น้องโดยองเป็นกระต่าย (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 21:47
    คิมดงยองงงง มาช่วยน้องเร็ววววววววววววว ต้องมานะคุณ น้อยใจได้แต่ห้ามทิ้งน้อง น้องกำลังอันตรายนะ ;—-; รีบมาเร็วคุณ
    #178
    0
  18. #177 Océan17 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 21:13
    คุณเลขาต้องมาช่วยแจฮยอนให้ทันนะคะ//รอนะคะไรท์
    #177
    0