[os/sf] a Million Raindrops - NCT's DoJae

ตอนที่ 14 : [sf] When the Wind Blows Back III

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,342
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    23 พ.ย. 60

[sf] When the Wind Blows Back III

Doyoung x Jaehyun















#SFaMilRaindrops

*AU- Omegaverse


13,522 words

BG Music : NCT127 – Sun & Moon


















































There is nothing permanent

except change.

- Heraxus


















*















คิมดงยองเดินเข้ามาในบ้านตระกูลจอง มันถูกตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์น แต่มีโทนอบอุ่นแบบบ้านสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม มันน่าแปลกที่ตัวบ้านจริงๆไม่ได้ใหญ่อลังกาลแบบที่เขาคาดคิดไว้นัก บันไดวนขนาดใหญ่ทำให้อัลฟ่าต่างถิ่นพอจะเดาได้ว่าที่นี่คงมีแค่สองชั้น




“อยากขึ้นไปอาบน้ำก่อนหรือเปล่า"




เสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจของคนที่มีอำนาจมากที่สุดในบ้านดังขึ้น กระแสความอบอุ่นที่เจือมาในน้ำเสียงด้วยทำให้คนเป็นน้องมีสีหน้าที่ดีขึ้น





“ไม่เป็นไรครับ ผมรอได้"





แม้สถานะในสังคมจะถูกเปลี่ยนเพียงชั่วข้ามคืน แต่จองยุนโอก็ยังเป็นเด็กที่พึ่งพาตัวเองได้เสมอ



พี่น้องตระกูลจองไม่ได้พูดอะไรกันอีก นอกจากพยักหน้าตอบรับความรู้สึกกันและกัน คิมดงยองพบว่ามันเป็นอะไรที่ค่อนข้างหายากในตระกูลที่มีเพียงแต่อัลฟ่าแบบนี้ นั่นอาจเป็นเพราะพี่น้องจองมีเพียงแค่กันและกันด้วยล่ะมั้ง


พวกเราเดินตัดผ่านส่วนที่เป็นห้องนั่งเล่นและห้องอาหาร จนเดินมาถึงสวนที่ตั้งอยู่ใจกลางตัวบ้าน มันเป็นสวนขนาดย่อมที่ถูกตกแต่งราวกับเป็นสวรรค์ในจินตนาการ ตัวสวนถูกล้อมรอบด้วยต้นบอนไซสลับกับลิลลี่และไฮเดรนเยียสีขาว



โต๊ะสีขาวตัวยาวถูกตั้งไว้เสริมความเป็นนิยายของสวนกลางบ้าน มันเป็นแบบเดียวกับที่คนอังกฤษนิยมใช้นั่นแหละ กลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์กับกลิ่นของอัลฟ่าและโอเมก้าในบ้านลอยฟุ้งผสมกันในอากาศ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ดงยองรู้สึกมึนหัวแต่อย่างใด






“นั่งสิ"



แขกคนเดียวในบ้านนั่งลงบนเก้าอี้ที่ประมุขของบ้านชี้ให้เขานั่ง ตำแหน่งที่ถูกประกบจากจองยุนโฮที่นั่งตรงหัวโต๊ะและจองซูยอนที่นั่งข้างๆ นั่นยังไม่นับจองซูจองที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามทั้งยังแยกเขี้ยวใส่เขาตลอดเวลานั่นอีก



พวกเราไม่ได้พูดอะไรกันอีก จนกระทั่งชาร้อนๆ สโคน เค้ก และพุดดิ้งถูกนำมาเสิร์ฟ คิมดงยองเลือกที่จะหยิบสโคนและชามะลิกลิ่นหอมนั่นขึ้นมาดื่มพอเป็นพิธี มือแกร่งวางแก้วน้ำชาลง นัยน์ตาสีรัตติกาลนั่นเงยหน้าขึ้นไปสบกับคนที่มองมาที่เขาอยู่แล้วด้วยความกล้า จองยุนโฮหัวเราะออกมาเมื่อพบว่าอัลฟ่าตรงหน้าเป็นคนที่ไม่กลัวอะไรจริงๆ





“ก่อนอื่นเลย"



“…”



“คิมดงยอง"



“...”



“ผมขอให้คุณอยู่เฉยๆ เงียบไปก่อน เพราะตอนนี้คุณไม่มีสิทธิ์จะพูดอะไรทั้งนั้น"



“ครับ"





น้ำเสียงที่มีความโกรธแฝงอยู่ ถึงแบบนั้นมันก็ไม่ได้มีถ้อยคำหยาบคายหรือดูถูกแต่อย่างใด ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดไว้ว่าจะได้ฟัง แต่มันก็ดีแล้วที่คิมดงยองยังไม่ต้องทำหรือตัดสินใจจะทำอะไรในตอนนี้ ดีเสียอีกที่เขามีเวลาศึกษานิสัยพี่น้องทั้งสามคนก่อนจะได้พูดอะไรออกไป





“จองยุนโอ"


“ฮะ?”


“กินอิ่มรึยัง?”




เจ้าตัวหยุดชะงัก– จองยุนโอที่กำลังเคี้ยวนิวยอร์คชีสเค้กกับพุดดิ้งเข้าปากจนแก้มขาวนั่นพองออกมาราวกับก้อนโมจิที่ถูกยัดไส้มากไป เป็นภาพที่ทำให้ประมุขของบ้านที่เคร่งขรึมหลุดหัวเราะออกมา รวมถึงพี่สาวทั้งสองคนด้วย





“พี่ยุนโฮก็พูดไปด้วยซี่ น้องยังกินอยู่เนี่ย"


“อื้อ นี่น้องพึ่งกินไปสามชิ้นเอง"


“พวกเราก็สปอยล์น้องเกินไป"


“โอ้ยย ก็ปล่อยให้น้องกินหมดโต๊ะเนี่ยล่ะ ไม่อยู่บ้านวันนึงขนมล้นครัวหมดแล้ว"


“เจสพูดถูก ในครัวเขาก็อบขนมเท่าเดิมทุกวัน"


“โอเคๆ พอ งั้นฟังไปกินไปนะ"




จองยุนโฮสรุปข้อโต้แย้งบนโต๊ะน้ำชาก่อนจะกลับมาเข้าโหมดน่าเกรงขามเหมือนเดิม แต่มันก็ยังน่าตลกอยู่ดีสำหรับดงยอง เขารู้สึกว่าการเข้ามาเป็นแขกของบ้านตระกูลจองก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเท่าไหร่





“ยุนโอ"


“ครับ?”


“รู้ตัวใช่ไหมว่าทำอะไรลงไปแล้ว เราก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง"


“ครับ ผมรู้ดี"





น้ำเสียงของโอเมก้าคนเดียวในที่นี้เปลี่ยนไปเป็นน้ำเสียงที่ดูจริงจัง มันเข้มแข็งขึ้นมาราวกับสถานะในสังคมไม่สามารถเปลี่ยนความจริงที่ว่าจองยุนโอน่ะ– สามารถเป็นที่พึ่งของตัวเองได้อย่างดีเสมอ




“พี่จะไม่ถามอะไรเรามาก แต่พี่ขอให้เราคิดดีๆก่อนจะตอบคำถามของพี่ เพราะพี่จะเคารพทุกการตัดสินใจของเราหมายความว่ามันคือจุดสิ้นสุดของทุกคำถาม"



“ครับ"



“และนั่นหมายความว่าคิมดงยองก็ต้องเคารพในคำตอบของยุนโอด้วย"



คนที่นั่งอยู่ในตำแหน่งหัวโต๊ะยกแก้วน้ำชาขึ้นมาจิบ นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยประสบการณ์นั่นกวาดสายตาเข้าไปสำรวจในดวงตาของน้องชายคนเดียว ความรู้สึกรักมันตีตื้นขึ้นมาจนเขาต้องควบคุมน้ำเสียงของตัวเองให้ดี





“เราอยากให้คิมดงยองรับผิดชอบหรือเปล่า"


“ผม"


“คิดให้ดีๆก่อน ไม่ต้องรีบตอบ"





ความเงียบเข้าปกคลุมสวนกลางบ้านอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร และไม่มีใครขยับไปไหน ร่างบางที่ตวัดสายตาขึ้นมามองเขาแค่ชั่ววินาที ริมฝีปากสีพีชที่บวมช้ำเพราะความเอาแต่ใจของอัลฟ่าหนุ่มยกขึ้น










“ไม่ครับ"



“...”



“ผมไม่ต้องการให้เขามารับผิดชอบอะไรในตัวผมทั้งนั้น"



“ไม่แม้แต่เข้ามาอยู่ในชีวิต?”



“ครับ"






จองยุนโฮยิ้ม คิมดงยองกล้าพูดว่ามันเป็นรอยยิ้มแบบสะใจ เหยียดยิ้มแบบเดียวกับที่จองยุนโอชอบทำ ไหนจะเสียงหัวเราะของจองซูจองที่ดังขึ้น แต่ถูกขัดโดยสายตาที่ตวัดขึ้นไปมองอย่างดุๆของพี่สาวคนโต






“ก็ดี คิมดงยอง ได้ยินแล้วใช่ไหม"



“ครับ"




มันคงไม่มีคำตอบไหนดีไปกว่านี้ ที่แขกคนเดียวในบ้านจะตอบได้แล้ว





“ผมจะไม่ขอให้คุณออกจากชีวิตของยุนโอ"



“...”



“เพราะก่อนหน้านั้นคุณก็ไม่เคยเข้ามาอยู่ในวงจรชีวิตของน้องชายผมอยู่แล้ว"






เสียงที่ดังก้องไปทั่วบริเวณไม่ได้ทำให้เขารู้สึกกลัวเท่าที่ควรเป็น




มันเป็นเรื่องจริงที่การตกหลุมรักใครซักคนภายในหนึ่งวัน ไม่สิ หนึ่งคืน เป็นเหมือนเรื่องตลกก่อนนอนสำหรับคิมดงยอง


รวมถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวัน จนถึงวันนี้ด้วย






“ยุนโอ"




“ครับ?”




“น้องทานยาแล้วใช่ไหม"






นัยน์ตาของผู้เป็นเสาหลักของบ้านเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ยามที่ตนต้องเปล่งประโยคคำถามที่กรีดเขาไปในใจของทุกคนในครอบครัว แต่ตัวเขาเองก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่จองยุนโฮจะสามารถปกป้องน้องชายของตัวเองจากเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้วได้



ถ้าพูดกันตามตรง การเป็นโอเมก้าในตระกูลจองไม่ใช่เรื่องน่ายินดีเสียเท่าไหร่ ถึงจะบอกว่าพวกเขาโอเค แต่นั่นก็ไม่ได้หมายถึงคนอื่นๆ ในตระกูลจะคิดแบบนี้ และถ้าน้องเขาเกิดท้องขึ้นมา นั่นคงเป็นหายนะครั้งใหญ่ในรอบหลายร้อยปี



แต่ถ้าจองยุนโอเลือกทางที่ต่างออกจากตอนนี้ จองยุนโฮก็จะทำให้ทุกอย่างที่อีกฝ่ายปรารถนาเป็นจริงให้ได้ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหนก็ตาม





“ครับ ผมทานแล้วฮะ"





จองยุนโฮไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาหยิบน้ำชาขึ้นมาจิบอีกครั้ง ก่อนจะยกผ้าขึ้นมาเช็ดปาก ตามด้วยพวกเราทุกคน มันเป็นสัญญาณว่าการดื่มน้ำชาครั้งนี้กำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว


เมื่อคนที่นั่งอยู่ในตำแหน่งหัวโต๊ะยืนขึ้น ดงยองก็ยืนขึ้นตาม เขาส่งมือขึ้นไปจับพร้อมกับค้อมตัวลงให้ผู้นำตระกูลจอง





“ขอบคุณที่เข้ามาร่วมดื่มชากับพวกเรานะครับ"



“ด้วยความยินดีครับ"





คิมดงยองยิ้ม ยิ้มทั้งๆที่ปล่อยกลิ่นมิ้นต์ของตัวเองออกมาอย่างจงใจ และนั่นทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของจองยุนโฮหายไป คนร้ายกาจไม่ยอมหลบสายตาจากคนที่เขากำลังจับมืออยู่




แขกของบ้านไม่ได้ละสายตาไปไหนแม้จะได้ยินเสียงหอบหายใจที่คุ้นเคยของใครอีกคน ไหนจะเสียงข้าวของตกแตกและเสียงโวยวายของพี่สาวทั้งสองคนที่ดังขึ้นตลอดทางขณะที่พาน้องตัวเองกลับขึ้นห้อง





จองยุนโอที่ทนไม่ได้เพียงแค่ได้กลิ่นมิ้นต์จางๆที่คิมดงยองจงใจปล่อยออกมา

มันน่าตลกที่สัญชาตญาณมักเอาชนะสิ่่งที่เราพยายามจะเป็น พยายามที่จะแสดงออกมาเสมอ







“อ่า.. การตัดสินใจของมนุษย์มันก็เปลี่ยนแปลงได้เสมอนะครับ"



“...”



“ว่ากันว่าแม้แต่เวลาก็ยังถูกเปลี่ยนแปลงได้"







แรงบีบที่ถูกส่งมาจากมือของคนที่มีอายุมากกว่าทำให้ดงยองต้องเบ้หน้าออกมาเล็กน้อย สงสัยคิมดงยองคงต้องไปให้ยูตะเพื่อนสนิทของเขาสอนเรื่องการต่อสู้บ้างแล้วล่ะมั้ง






“นายชอบยุนโอ?”






จองยุนโฮสะบัดมือของเขาออกทันทีที่อีกฝ่ายถามคำถามจบ มันไม่ได้เต็มไปด้วยอารมณ์โกรธหรอก อีกฝ่ายคงแค่ไม่อยากเผลอแสดงปฏิกิริยาอะไรผ่านการจับมือแบบเมื่อซักครู่มากกว่า







“ไม่ได้ชอบครับ"



“...”




“สำหรับตอนนี้"






อัลฟ่าคนดังยิ้ม เป็นรอยยิ้มแบบที่ทำให้อวัยวะล่างสุดของจองยุนโฮกระตุกแรงจนอยากจะสะบัดมันลงบนยอดอกของอัลฟ่าหน้ากวนตีนตรงหน้า






“แต่ความรู้สึกแบบนี้นี่มัน"



“...”



“ก็พัฒนาได้...”



“...”



“สินะครับ? :)”




ดูเหมือนว่าจองยุนโฮคงต้องหาเวลาว่างแวะเข้าไปบ้านตระกูลคิมเสียแล้ว


ไอ้อัลฟ่าหน้าาหล่อนี่มันกวนตีนเกินไปแล้ว















*












หนึ่งอาทิตย์ต่อมา






คิมดงยองก้าวเท้าเข้ามาในเขตรั้วโรงเรียนอย่างไม่รีบร้อนนัก การเป็นเลขาประธานนักเรียนทำให้เขาต้องมาโรงเรียนตั้งแต่เช้า แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นปัญหามากเท่าไหร่ ถ้าเทียบกับ






“เซมไบ! (รุ่นพี่)”


“อ่า..คุณยื่นมาให้ผมเลยก็ได้ ไม่ต้องใส่มันลงไปในล็อคเกอร์หรอก"





การมาโรงเรียนตอนเช้าแล้วต้องคอยหยิบซองจดหมายและกล่องขนมมากมายที่ถูกยัดเข้ามาในล็อคเกอร์ตัวเองทุกเช้าน่ะนะ– เป็นเรื่องที่ทำให้ดงยองปวดหัวที่สุดแล้ว เขาไม่ใช่คนตายด้าน เพราะงั้นมันไม่แปลกที่จะรู้สึกถูกรบกวนทุกครั้งที่พบว่ามีคนพยายามจะ(งัด)ล็อคเกอร์ของตัวเองอยู่ในทุกๆเช้า กลางวัน ช่วงระหว่างคาบ และตอนเย็น



เอาจริงๆมันน่าจะมีวิธีที่ดีกว่านี้หรือเปล่า เช่นเอาซองจดหมายไปสอดใว้ใต้โต๊ะเขาแทน เพราะล็อคเกอร์มันเป็นที่ๆมีแต่ของส่วนตัวนี่นา




“รบกวนอ่านมันด้วยนะคะ!”


“อื้อ ขอบใจนะ"





ดงยองพยักหน้าให้เด็กผู้หญิงที่ก้มหน้าลงจนถึงระดับหัวเข่า เขาเดินผ่านเธอเพื่อหยิบรองเท้าสลิปเปอร์อออกมาสวม และใส่รองเท้าหนังเข้าไปในล็อคเกอร์แทน หยิบซองจดหมายจำนวนมากที่ถูกยัดไว้ในกล่องเหล็ก ก่อนจะลากเท้าเดินไปยังห้องพักของสภานักเรียน



ห้องสภามีส่วนของห้องนั่งเล่น ห้องนอนสามห้อง ห้องน้ำสอง และห้องครัว ผนังห้องถูกทำด้วยผนังกั้นเสียงอย่างดี เพราะในห้องมีทั้งเครื่องดนตรี ไมค์สำหรับประชุม และอุปกรณ์มากมายที่สมาชิกสภาแต่ละคนขนมาเล่นเพื่อผ่อนคลายตัวเองจากความเครียด



“อรุณสวัสดิ์"




เสียงใสๆของคังซึลกิหัวหน้าฝ่ายกิจกรรมดังขึ้น ซึลกิเป็นอัลฟ่าผู้หญิงแห่งตระกูลดัง ครอบครัวเธอพึ่งย้ายมาที่นี่ต้อนเธออยู่เกรดเจ็ด ใบหน้าสวยๆกับนิสัยที่ต่างจากผู้หญิงทั่วไปทำให้ดงยองรู้สึกสบายใจเวลาอยู่กับซึลกิมากกว่าผู้หญิงคนอื่นรอบตัว




“อรุณสวัสดิ์ ซึลกิ"


“เป็นคนอบอุ่นจังนะ คุณคิม"


“หืม?”


“ชอบทำหน้าตารำคาญเวลารับจดหมาย แต่นายก็มานั่งอ่านมันทุกฉบับทุกเช้า"


“ถ้าตอบรับไม่ได้ อย่างน้อยฉันก็อยากจะรับรู้ถึงความรู้สึกพวกเขาน่ะ"


“อะไรทำให้นายอ่อนโยนขนาดนี้นะ? คุณเลขา"


“ฮ่ะๆ บางคนในบ้านล่ะมั้ง"


“พี่ดงฮยอน?”


“ไม่ใช่หรอก"


“ลึกลับจริงน้าาา"


“:)”





พวกเขาไม่ได้คุยอะไรกันต่อนอกจากนั่งจัดการเอกสารสำหรับงานเทศกาลที่กำลังจะเกิดขึ้นภายในอาทิตย์หน้า งานโรงเรียนเป็นงานที่ทำให้พวกเขาและคนในโรงเรียนแทบไม่ได้หลับไม่นอน การเปิดประตูรั้วให้คนอื่นเข้ามาในโรงเรียนน่ะ หมายความว่าทุกอย่างในโรงเรียนต้องเพอร์เฟ็กต์พอ



ระดับรักษาความปลอดภัยที่ต้องเพิ่มขึ้นอีกกว่าสิบระดับ เพราะนักเรียนหลากหลายชนชั้นที่จะเข้ามาอยู่ในโรงเรียน โอเมก้า เบต้า และอัลฟ่าแต่ละคนที่มีหน้ามีตาในสังคม



และสิ่งที่ทำให้ดงยองเกลียดที่สุดคือ– เขาต้องไปเชิญสภานักเรียนของอีกสามโรงเรียนมาร่วมงานด้วย





“เดี๋ยวฉันจะไปประชุมที่โคคุเอ็นเรื่องขอวงดนตรีของโรงเรียนนั้นมาแสดงช่วงเปิดงานนะ"


“อื้อ จะให้ทำเรื่องลาถึงคาบไหน?”


“น่าจะกลับมาทันคาบบ่าย"


“โอเค good luck”


“อื้อ"



ดงยองเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้เพื่อนคนเก่ง ก่อนจะก้มหน้าลงไปอ่านทบทวนเอกสารที่ฝ่ายสวัสดิการขอเข้ามา เขากวาดตาอ่านมันรอบที่สองก่อนจะตัดสินใจเซ็นต์ชื่อลงไป





“มอร์เน่งงงงงง"




เสียงเปิดประตูที่ดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นกาแฟประจำตัวประธานนักเรียนไม่สามารถเรียกความสนใจจากคนเป็นเลขาได้ เสียงตึงตังที่ดังขึ้นในครัวทำให้คนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัดสินใจใส่หูฟังอันใหญ่เพื่อตัดเสียงน่ารำคาญ




“เห้ยๆๆ อย่าพึ่งใส่หูฟังดิ คุยกันก่อน"


“มีอะไร?”


“อเมริกาโน่เหมือนเดิม?”


“อื้อ"


“รับทราบครับพ้ม!”




ดงยองมองคนมีตำแหน่งที่ทำตัวปัญญาอ่อนด้วยสายตาเอือมระอา เขาตัดสินใจยกหูฟังขึ้นอีกครั้งเพื่อจัดการกองเอกสารอีกตั้งหนึ่งบนโต๊ะ




“เห้ยๆๆ เดี๋ยวดิ"


“ว่า?”


“แล้วเป็นยังไง"


“อื้อ ก็ไม่เป็นไง"


“You did it?”


“อื้อ"


“Holy x! นั่นยุนโอนะ จองยุนโอเลยนะ!!!"





เสียงของจอห์นนี่ที่ดังขึ้นแข่งกับเครื่องบดกาแฟทำเอาคนเป็นเลขาแทบจะเอามือก่ายหน้าผาก เขารู้ว่าเพื่อนตัวเองเป็นประเภทที่จะไม่หยุดส่งเสียงถ้าไม่ได้คำตอบเรื่องที่อยากรู้ แต่พอบอกแล้วมันก็จะเป็นแบบเนี้ย







“ทำไมหรอ? จองยุนโอทำไมหรอ?”




เสียงของอีกคนที่ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของคนที่ถูกพูดถึงทำเอาจอห์นนี่ที่ยืนอยู่ในครัวถึงกับเงียบไป จอห์นนี่ซอก็ยังคงเป็นคนโง่ที่ไม่ยอมปิดประตูให้สนิท– ทั้งๆที่เป็นคนสั่งทำผนังกันเสียงเองแท้ๆ




“อ๋ออ...เอากาแฟป่ะ? สั่งได้เลยนะ อเมริกาโน่ ลาเต้ คาปูชิโน่– "


“อเมริกาโน่"




ตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้ามกับโต๊ะของเลขาประธานนักเรียนราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน จองยุนโอยังคงหยิ่งผยองเหมือนเดิม ใบหน้าที่เชิดขึ้นขณะเงยหน้าขึ้นมามองคนที่นั่งเซ็นต์เอกสารอยู่ การกระทำแบบนั้นทำให้คิมดงยองหลุดหัวเราะออกมา




“คุณไม่ใส่ปลอกคอ?”


“ทำไมต้องใส่ล่ะ? นั่นมันสำหรับโอเมก้าที่อ่อนแอเท่านั้นแหละ"


“นั่นสินะ คุณออกจะแข็งแรงขนาดนั้น"




คำตอบที่หลุดออกมาจากริมฝีปากสวยนั่นไม่ได้ทำให้ดงยองแปลกใจเสียเท่าไหร่ เขาหยักไหล่อย่างไม่หยี่ระ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะพูดอะไรเสียดสีกลับไปบ้าง




“แล้วอะไรพัดให้คุณจองผู้ยิ่งใหญ่มาถึงที่นี่ล่ะครับ"




ประธานนักเรียนถามออกมาขณะท่ีวางแก้วกาแฟลงไว้ให้แขกประจำห้อง ร่างสูงเดินไปปิดประตูห้องแบบเนียนๆ ก่อนจะยืนพิงพนังห้องอย่างวางท่าที ตรงนี้เป็นตำแหน่งที่จะทำให้เขามองคนทั้งสองคนได้ชัดเจนที่สุดแล้ว– จอห์นนี่ก็แค่ทำหน้าที่เพื่อนที่ดีน่ะนะ




“มิกิไม่สบายน่ะ เธอฝากมาขอเอกสารที่ต้องทำให้เสร็จก่อนวันพุธ"




อัลฟ่ากลิ่นมิ้นต์พยักหน้าก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะของมิกิ เธอป็นเลขาของดงยองอีกทีนึง




“มิกิป่วยมากไหม?”


“เห็นว่าเข้าโรงพยาบาล"


มือแกร่งท่ีกำลังค้นหาเอกสารหยุดชะงัก


“ถ้างั้นบอกให้มิกิพักให้พอแล้วกัน"


“แล้วเอกสาร?”


“ไม่เป็นไร"


“จะบอกว่าตัวเองเก่ง ทำคนเดียวก็เสร็จ?”


คิมดงยองเหยียดยิ้มออกมาเมื่อพบว่าจองยุนโอเป็นคนที่แสดงความอยากรู้อยากเห็นออกมาผ่านคำพูดที่เต็มไปด้วยความถากถาง และเขาคิดว่าอีกฝ่ายคงทำมันได้เก่งเสียดาย




“ป่าว"


“แล้ว?”


“เดี๋ยวให้ประธานนักเรียนทำแทน"




คนที่ถูกกล่าวถึงสะดุ้งตกใจ ทั้งยังทำหน้าตาเลิ่กลั่กจนโอเมก้าคนเดียวในห้องหัวเราะออกมาด้วยความสะใจปนตลก มันคงจะจริงที่เขาลือกันว่าวันๆนึงของประธานนักเรียนเสียไปกับการนั่งท่อง quotes เท่ๆในอินเทอร์เน็ต




“เห้ยย ไม่ได้ดิ วันนี้มีสอบไง"


“สอบอังกฤษ"


“อย่าทำเสียงนอยด์แบบนั้นดิ มันยากนะเว้ยยย"


“จอห์น– มึงเกิดที่เมกา"





จอห์นนี่ซอซุดตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างหมดแรง มือแกร่งดึงเนกไทลงด้วยความเบื่อหน่าย ยกแก้วกาแฟขึ้นมากระดกอึกใหญ่ ก่อนจะคลานไปนั่งบนเก้าอี้ประจำตำแหน่ง จองยุนโอมองภาพนั้นด้วยความตลก ร่างโปร่งลุกขึ้นยืนเมื่อหมดธุระแล้ว





“จองยุนโอ"



“?”



“นั่งอยู่ที่นี่จนกว่ากริ่งจะดัง"



“ทำไม?”



“นายก็รู้ว่าทำไม"





ร่างบางหยุดชะงักอยู่กับที่ เขาไม่รู้ว่าคิมดงยองรู้ได้ยังไงว่าตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมามันเกิดอะไรขึ้นบ้างตอนที่เขามาโรงเรียนในฐานะโอเมก้า มันไม่ใช่เรื่องน่าประทับใจเสียเท่าไหร่ แต่มันก็ยังเป็นเรื่องที่จองยุนโออดทนกับมันได้




“เอางี้ ยุนโอวันนี้คุณมาช่วยงานพวกเราซักวันนึงได้ไหม พอดีมีเอกสารที่ต้องส่งกลับไปให้โรงเรียนสาขาที่เกาหลีน่ะ"


“แต่ว่า– "


โอเมก้าหนุ่มยกมือขึ้นมากัดเล็บอย่างใช้ความคิด ช่วงนี้การขาดเรียนซักวันนึงไม่ส่งผลต่อการเรียนเท่าไหร่ เพราะยังไงนักเรียนก็เอาเวลาครึ่งบ่ายไปใช้เตรียมงานโรงเรียนอยู่แล้ว และอัลฟ่าคนนั้นก็ดูโอเค– อีกฝ่ายไม่ได้คุกคาม หรือป่าวประกาศอะไรที่ยุนโอไม่ชอบ




“ก็ได้"




ยุนโอเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานของมิกิ เอกสารที่ต้องส่งกลับไปที่สาขาเกาหลีใช้เวลาไม่นานมากเท่าที่คิด คิมดงยองไม่ได้เดินมายุ่งอะไรกับเขามาก มีเพียงแค่จอห์นนี่กับยูตะที่เข้ามาอธิบายงานบางอย่างให้ ยูตะเป็นเบต้าที่ค่อนข้างขี้เล่นไปหน่อย แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ถึงขั้นสร้างความรำคาญให้เขา


ตอนนี้เลยกลายเป็นว่ายุนโอช่วยงานของมิกิแทน โชคดีที่โอเมก้าหนุ่มเคยช่วยงานพี่ชายมาบ้าง เขาเลยค่อนข้างทำงานเอกสารเป็น จองยุนโอพบว่าคนเป็นเลขาแทบไม่ขยับอะไรเลยนอกจากมือที่พิมพ์งาน อีกฝ่ายไม่ลุกไปไหน ทำเพียงแค่จิบน้ำและชาที่จอห์นนี่เป็นคนเอามาวางให้





“ปกติพวกนายไม่ต้องไปเรียนกันทั้งวันเลยหรอ"




ร่างบางถามออกมาขณะที่ลุกขึ้นยืดตัว การนั่งอยู่กับที่นานๆกว่าสามชั่วโมงเป็นสิ่งที่เขาไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ แต่มันก็คงดีกว่าการนั่งแกร่วในคาบสามล่ะนะ วิชาประวัติศาสตร์ตะวันตกเป็นยานอนหลับชั้นดีสำหรับโอเมก้าอย่างเขาเลยล่ะ




“ไม่อ่ะ แค่ช่วงนี้แหละ เพราะต้องรีบทำเอกสาร เดี๋ยวพฤหัสฯ ศุกร์เราต้องไปทัวร์อีกสามโรงเรียน" ยูตะตอบพลางคุ้ยของในตู้เย็นไปด้วย


“อ๋าา"


“เที่ยงแล้ววว มาเปิดเบนโตะกันเถอะะะ"




ประธานนักเรียนตะโกนขึ้นมาทันทีที่เข็มนาฬิกาชี้เลขสิบสอง ยุนโอมองภาพคนตัวโตสองคนวิ่งไปเปิดเบนโตะบนโต๊ะกินข้าวด้วยความตลก




“ไปสิ"




เสียงที่ดังมาพร้อมกับกลิ่นมิ้นต์ดังขึ้นมาจากข้างหลัง กลิ่นมิ้นต์เย็นๆของอีกฝ่ายยังคงมีอิทธิพลต่อร่างกายของเขา แม้เรื่องนั้นจะผ่านไปเป็นอาทิตย์แล้วก็เถอะ




“ไปไหน?”



“เบนโตะ– นายวางไว้ที่ห้องไม่ใช่หรอ"



“อื้อ"



“เดินนำไปสิ"





จองยุนโอพยักหน้า เขาไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับอีกฝ่ายเท่าไหร่ แค่คิดภาพไก่คาราเกะที่คุณป้าแม่บ้านทอดให้กินเขาอารมณ์ดีขึ้นมาแล้ว




โถงทางเดินเต็มไปด้วยผู้คน ทั้งคนที่กำลังเดินไปโรงอาหาร สนามหญ้าหน้าโรงเรียน หรือคนที่เลือกกินข้าวบนห้อง โอเมก้าหนุ่มสัมผัสได้ถึงทุกสายตาที่มองมา– อย่างเปลี่ยนไป เมื่อก่อนมันมักจะเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม แต่ตอนนี้มันเต็มไปด้วยความ–


อยากได้?





มันน่าตลกที่คนพวกนั้นคิดว่าแค่การเป็นโอเมก้าจะทำให้เขาลดตัวไปเล่นด้วยงั้นหรอ? สายตาโลมเลียพวกนั้นมันน่ารังเกียจกว่าสัตว์เดรัจฉานเสียอีก









“มองอะไร"





แต่เสียงที่ดังขึ้นจากข้างหลังก็เป็นเหมือนใบเบิกทางให้ทางเดินข้างหน้าของยุนโอไม่มีสายตาของคนพวกนั้นมองตาม เขาไม่ได้หันไปมองว่าตอนนี้คิมดงยองกำลังทำสีหน้าแบบไหน แต่โอเมก้ากลิ่นวนิลาก็รู้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายปล่อยกลิ่นมิ้นต์ออกมาแรงขนาดไหน



จองยุนโอถอนหายใจเมื่อคิดถึงสิ่งที่กำลังตามมา ประเด็นเรื่องการเป็นโอเมก้าของคุณหนูตระกูลจองคงตกไป หลังจากนี้ทุกคนคงคุยเรื่องความสัมพันธ์ของอัลฟ่าลึกลับกับโอเมก้าคนดังแทน




แต่คนพวกนั้นก็ทำได้แค่พูดถึงเขาในที่ที่ยุนโอไม่ได้ยิน






คิมดงยองไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น อีกฝ่ายทำแค่เดินตามเขาเงียบๆ ไม่ได้แสดงท่าที่เป็นเจ้าของแบบที่ยุนโอคิดไว้ กลิ่นมิ้นต์ที่กระจายไปรอบบริเวณเป็นการส่งสัญญาณบอกอัลฟ่าคนอื่นกลายๆว่าคนพวกนั้นไม่มีสิทธิ์มายิ่งกับโอเมก้าคนนี้




เป็นการกระทำที่ทำให้เขารู้สึกแปลกๆ

เขาแน่ใจว่ามันไม่ใช่ความรู้สึกเขินอะไรเทือกนั้น



มันก็แค่ไม่ชิน ที่ถูกคนอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัวออกมาปกป้องล่ะมั้ง?








“ไปนานแสสสสส"




ยูตะตะโกนออกมาทั้งๆที่กำลังเคี้ยวไข่ม้วนคำโตอยู่ในปาก อีกฝ่ายยกขาขึ้นมาวางบนเก้าอี้ราวกับที่นี่เป็นบ้าน – อ่า..แบบเดียวกับที่คนเป็นประธานนักเรียนก็ทำ



การกินข้าวเที่ยงผ่านไปด้วยความสนุก เสียงหยอกล้อของจอห์นนี่กับยูตะดังขึ้นตลอดเวลา รวมทั้งเสียงหัวเราะของฮานะสภานักเรียนอีกคนที่แวะมาเอาเอกสารที่ห้อง(แต่ถูกยูตะดึงไว้เพราะอยากชิมเบนโตะที่ส่งกลิ่นหอมของอีกฝ่าย



มันเป็นครั้งแรกในรอบอาทิตย์ท่ียุนโอรู้สึกสนุกกับการมาเรียน อาจจะเป็นเพราะว่าเพื่อนสนิทของเขากลับบ้านไปหนึ่งอาทิตย์แล้วล่ะมั้ง ยุนโอเองก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ว่าอีกฝ่ายจะกลับมาหรือเปล่า




“ดงยองงงต๋าาา วันนี้เค้าขอไปนอนห้องตัวเองได้มั้ยจ้ะะะ"



“บ้านตัวเองก็มีไหมจอน"



“เก๊าาา อยากชมวิวนี่นา โตเกียวทาวเวอร์ จิบเบียร์ หนังคลาสสิคซักเรื่อง"

“ดีลๆๆ ไปด้วยยย"



“เฮ้ออ"





ยุนโอหยุดชะงักไปเมื่อได้ยินว่ามีคนอยากไป ชมวิว ที่ห้องของผู้ชายที่กำลังนั่งกินเบนโตะหน้าตาย อีกฝ่ายหยักไหล่อย่างไม่หือไม่อืออะไร แต่กลับส่งตะเกียบไปคีบไก่คาราเกะบนกล่องเบนโตะของยูตะด้วยความแนบเนียน ทุกอย่างดำเนินไปด้วยเสียงหัวเราะและความสนุกสนาน







แต่ทุกอย่างก็หยุดชะงัก–



ไม่สิ โลกของจองยุนโอต่างหากที่หยุดชะงัก






“กลับมาแล้วหรออออ ผัวขาาา"





เสียงของยูตะที่ดังขึ้นไม่ได้ทำให้ร่างโปร่งรู้สึกสนุกอีกต่อไปแล้ว


เพราะตอนนี้คนที่เขาหลบหน้ามาตลอดหนึ่งอาทิตย์ กำลังยืนอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมนี้





“อื้อ กลับมาแล้ว"






นัยน์ตาชั้นเดียวที่มีสเน่ห์นั่นหยุดชะงัก เมื่ออีกฝ่ายพบว่าเขานั่งอยู่ในห้องนี้ด้วย ดวงตาสีไม้ไหม้นั่นสั่นไหวไปชั่วขณะ ก่อนที่มันจะกลับมาเข้มแข็งเหมือนเดิม–



คนที่เป็นเหมือนกระจกสะท้อนของจองยุนโอ








“กินข้าวมารึยัง? ซึลกิ"





ฮานะหันไปทักอัลฟ่าคนแกร่งด้วยน้ำเสียงสดใส ถ้าจองยุนโอเป็นอัลฟ่าผู้ชายคนดังของโรงเรียน คังซึลกิก็เป็นอัลฟ่าผู้หญิงที่ดังที่สุดในหมู่นักเรียนเช่นกัน





“ยังเลย"


“งั้นมานั่งเร็ว"



“อ๋า..ไม่ได้หรอก"


“หืม?”



“พอดีนึกขึ้นได้ว่ามีธุระที่ใต้ต้นซากุระพันปีน่ะ"





คำพูดกับสายตาที่ส่งมาอย่างเว้าวอนทำให้ยุนโอต้องถอนหายใจออกมา จริงๆเขาก็ไม่ชอบวิธีการวิ่งหนีของตัวเองเท่าไหร่ เพราะมันไม่สมกับนิสัยจริงๆของคนแบบเขาเลย






“หืม? ด่วนมากหรอ? ไม่กินข้าวก่อนอ่ะ"



“อื้อ ด่วนมากๆเลย"





คังซิลกิเดินออกจากห้องทันทีที่พูดจบ สภานักเรียนหันกลับมากินข้าวต่ออย่างร่าเริง แต่ทุกคนก็ยังคอยถกเรื่องธุระของคนที่พึ่งเดินออกไปอย่างออกรส






“หืม? กินเสร็จแล้วหรอคุณจอง?”





จอห์นนี่ถามออกมาทันทีที่เห็นว่าโอเมก้าคนดังลุกขึ้นยืน –

และตอนนั้นเขาก็ค้นพบว่ามีอะไรผิดปกติ




– อะไรบางอย่างที่ทำให้ความคิดของใครอีกคนยุ่งเหยิงไปหมด






“อื้อ พอดีมีธุระน่ะ"






เพราะตอนนี้จองยุนโอกำลังยิ้ม














TBC







Please comment or tag #SFaMilRaindrops






Talk: เห็นทุกคลเขินจากฉากคัทเราตอนที่แล้วกัลกะดีใจมากๆ ฮื่ออ กังวัลมากจริงๆค่ะ

แบบตอนเขียนรู้สีึกว่านี่คือละครใบ้หรือไร มีแต่บทบรรยาย .___.

ที่วางพล็อตไว้เรื่องนี้จะมีประมาณหกตอนค่ะ (ไม่เกินแน่นอน! มะต้องห่วง อิอิ)

      ว่าแต่ฟินจนลืมซึลกิกันไปแล้วสินะคะ พิด่งก็นิ่งแบบอื้ออ โดแจนี่จะรักกันได้ยังไง555555



ปล. ขออนุญาตพัักเรื่องนี้ไว้ก่อนนะคะ ฮื่ออ ทีเซอร์น้องเมื่อวานทำให้เราต้องเปิดเรื่องใหม่ ;-; ขอเวลาไม่เกินสองอาทิตย์จะกลับมาต่อเรื่องนี้คับ! ;____;

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

621 ความคิดเห็น

  1. #598 fxmm_ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 01:28
    ระ หรือน้องกับคุณอัลฟ่าซึลกิจะ;-;
    #598
    0
  2. #574 SUCHA_ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 18:18
    เลิ่กลั่กแร้วนะๆๆๆ ยิ้มอะไรรู้กกกกก ธุระอะไร้
    #574
    0
  3. #570 beyorx (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 02:41
    เอ๋ คุณโดผมจะเป๋ไหมT-T
    #570
    0
  4. #414 mys. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 14:45
    น้องค้าบบบบ มันยังไง อะไรยังไง แง เลิ่กลั่กไปหมดแล้วทางนี้
    #414
    0
  5. #269 velaz (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 16:19
    แอบโล่งใจเบาๆที่สถานการณ์ที่รร.ไม่ได้แย่มาก เพราะน้องเข้มแข็งมากกๆด้วย ฮื่ออ เข้าใจเลยว่าบรอกับซิสของน้องหวงน้องขนาดไหน ก็น้องน่าเอ็นดูวว เคี้ยวชีสเค้กหนุบหนับ รูกก เครียดแค่ไหนเห็นน้องกินได้ปกติก็ดีจัยยยค่ะ

    ตลกคุณซอมาก ฮื่ออ เหมือนหมาตัวโตๆเลยค่ะ 55555555555 ยิ่งแพคคู่กับยูตะแล้วทำให้บรรยากาศผ่อนคลายมากๆ
    #269
    0
  6. #192 teddy.soo (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 21:39
    เราเริ่มรู้สึกกลัวๆซึลกิกับน้องแจนแล้วเนี่ย ฮือออ น้องไม่ได้รักคุณอ่ะ ต้องลุ้นหนักมากว่าสุดท้ายคุณอัลฟ่าจะได้น้องไปมั้ย แล้วน้องยิ้มทำไม ฮืออออ ร้อนใจแทนคุณอัลฟ่าแล้วนะคะ
    #192
    0
  7. #118 Taochao (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 12:39
    เอ็นดูน้องงงง ในขณะที่พวกพี่จริงจังกัน หนูก็กินอย่างเดียว แบบอะไร มองหนูทำไม หนูจากิน พี่พูดสิ หนูฟังอยู่งี้ โง้ยยย เอ็นดูแรง แต่คุณดงยองนี่ร้ายนะคะหัวหน้า ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่พี่ยุนโฮคงโดนต่อยไปแล้ว ข้อหาแกล้งน้อง ก็รู้อยู่ว่ากลิ่นเธอทำน้องเสียหลัก คนขี้แกล้งงง แต่ชอบตอนคุณเขาปกป้องน้องอะ มีความพาไปเอาเบนโตะ แล้วปล่อยกลิ่น อยากจะแซ็ว 555555555 เอาจริงๆคือลืมซึลกิคุงไปแล้วววว แง้ พบคนเป๋หนึ่งอัตรา แต่คีพลุคได้อยู่ คุณขา สู้มั่ยสู้!
    #118
    0
  8. #117 #AAZ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 00:03
    หนูแจจะไปตามพี่กิแทนคุณโดไหมม
    #117
    0
  9. #116 asummernight12 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 23:23
    คุนโดอยากลองของกับพี่ชายใหญ่ใช่ไหม 5555555555 แหม่พ่อ แทนที่จะหาพวกกลับหาศัตรู ชอบก็จีบดีๆ อย่าเก๊กมาก เดี๋ยวน้องหลุดมือไปละจะเสียใจ ชอบตอนคุนอัลฟ่าผุ้อยู่เหนืออัลฟ่าทุกคนปกป้องน้องมากๆ คุนคะ คุน ฝากดูแลน้องด้วย ปล.ซึลกิจ๊ะ เราว่างๆ
    #116
    0
  10. #115 ₩₩₩💛 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 23:10
    คุณโดกวนอะ สู้มากกก ไม่ยอมพี่ยุนโฮเลยเด้ออออ แล้วโอเมก้าหน้าใหม่อย่างนุ้งเริ่มอยู่ยากในโรงเรียนอีก คุณโดค่ดเท่ตอนเดินตามน้องไปปล่อยกลิ่นมิ้นท์แสดงความเป็นเจ้าของสุด หน้าต้องโหดมากแน่เลยอะ อัลฟ่าคนอื่นกลัวกันหมดแล้ว ;//////; ซึลกิกับน้องจะไปคุยไรกันนะ แต่ซึลกินี่ก็เท่ไม่แพ้คุณโดเลย เขินมาก ถึงจะเป็นผู้หญิงก็เถอะ เท่มาก
    #115
    0
  11. #114 wuingpcx (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 19:49
    คุณโดก้พคือคุณโด ความกวน ความไม่กลัวใครก็คือที่หนึ่ง นับถือที่พี่ยุนโฮไม่โมโหจนชกหน้าคุณเค้าไปซะก่อน ละชีวิตโอเมก้าของน้องคงลำบากกว่าเดิมล่ะนะ แต่เหมือนยังพอมีคนที่คอยปกป้องอยู่ แต่ตอนนี้ค่อนข้างงงกับน้องและซึลกิว่าจะอะไรยังไง สถานะก็เปลี่ยนไปแล้ว แล้วกาอนหน้านี้ไม่รู้ว่าน้องชอบเค้าจริงๆหรือแค่เพราะเห็นว่าเค้าเหมาะสมกันแน่
    #114
    0