[os/sf] a Million Raindrops - NCT's DoJae

ตอนที่ 1 : [os] Reading Dream

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,710
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 259 ครั้ง
    6 ม.ค. 64

[os] Reading Dream

Doyoung x Jaehyun


     First Published: 2 April, 2017

     Rewrite: 6 Jan, 2021

#SFaMilRaindrops



     “Never love a wild thing…

     If you let yourself love a wild thing. 

     You'll end up looking at the sky.” 


     – Truman Capote, Breakfast at Tiffany's




*




          การมาถึงของฤดูฝน ไม่ใช่อะไรที่คิมโดยองเฝ้ารอ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาเกลียดเช่นกัน

          นั่นก็เพราะโดยองไม่เคยชอบฤดูไหนเลย 



          โดยองยิ้มได้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขากำลังมีความสุข

          โดยองสอบได้ที่หนึ่ง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาชอบเรียนหนังสือ

          โดยองเป็นแฟนกับใครสักคน แต่มันก็ไม่ได้ทำให้โดยองเข้าใจคำว่า 'รัก' ที่ใครหลายคนใฝ่ฝันถึงได้มากนัก

          ถึงโดยองจะไม่เข้าใจเหตุผล รวมถึงการกระทำของคนบนโลกนี้เสียเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยเขาก็ฉลาดพอที่จะไม่ฝืนทำสิ่งที่เขาไม่อยากทำ



          ฝนที่ตกโปรยปรายลงมาไม่ได้เป็นอุปสรรคในการเดินกลับคอนโดของโดยองแต่อย่างใด เพราะเขามีหมวกแก๊ปที่เปรียบเสมือนของคู่กายประจำฤดูนี้ติดตัวอยู่เสมอ คิมโดยองไม่ชอบถือร่ม เพราะเขารู้สึกว่ามันเป็นภาระและเกะกะ ใช่ – นิสัยเสียของโดยองถูกถ่ายทอดออกมาสู่ทุกอย่าง แม้แต่สิ่งของที่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตก็ด้วย 

          “ฮ่าๆ นี่เราแค่ให้นมนายเอง ไม่ต้องเดินตามมาก็ได้"

          เสียงใสๆ ที่มีประกายความสุขติดมาด้วยลอยมาจากที่ไหนสักแห่ง เสียงนั่นมันก้องกังวานพอที่จะทำให้ขายาวๆ ของโดยองเดินตามเสียงนั้นไป – เป็นข้ออ้างที่แย่ชะมัด แต่ผลลัพธ์มันก็ไม่ได้แย่เหมือนข้ออ้างนั้นหรอก

          “เอางั้นเหรอ งั้น…ไปอยู่กับเราไหม? เราทำกับข้าวเก่งนะ!"

          เขาเป็นผู้ชายที่ผิวขาวมาก ขาวอมชมพูทั้งตัวราวกับลูกพีชที่ค่อยๆ แย้มตัวลงให้เชยชมตัดกับชุดนักเรียนสีเหลืองของโรงเรียนดังได้เป็นอย่างดี โดยองค่อนข้างประหลาดใจกับรูปลักษณ์คุณหนูสุดๆ ที่ไม่เข้ากับสถานที่โกโรโกโสเช่นโกดังแห่งนี้เสียเท่าไหร่ โอเค – อีกฝ่ายอาจจะแค่วิ่งเข้ามาหลบฝน แต่ผิวขาวสุขภาพดีที่ตัดกับผมสีดำสนิทนั่นช่างเปล่งประกาย ราวกับหิมะที่ต้องแสงจันทร์ทำให้เขาตกอยู่ในภวังค์ ไหนจะริมฝีปากสีชมพูที่วาดยิ้มกว้างเมื่อเจ้าแมวจรจัดนั่นเอาแต่คลอเคลียอีกฝ่ายไม่หยุด

          ไม่รู้ทำไม แต่โดยองรู้สึกว่าเขาเห็นแมวตัวนั้นเป็นตัวเองในอดีต ใช่ โดยองรู้สึกราวกับว่าตัวเองไม่สามารถกลมกลืนไปกับที่ไหนได้เลย ไม่เคยเจอคนหรือสถานที่ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นสบายใจ

          แต่อย่างน้อยตอนนี้เจ้าแมวนั่นก็เจอสถานที่ที่เป็นของตัวเองแล้วล่ะนะ

          “อ๊ะ คุณก็เข้ามาหลบฝนเหรอครับ?”

          เสียงที่ดูเหมาะกับรูปลักษณ์ภายนอกของอีกฝ่ายดังขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้มันดังขึ้นเพื่อโดยอง

          “อื้อ"

          ตอบไปอย่างนั้นทั้งๆ ที่หมวกใบเก่งก็ยังทำหน้าที่ของมันได้ดีเหมือนเดิม บทสนทนาถูกตัดจบอย่างรวดเร็ว ด้วยนิสัยที่แข็งทื่อของโดยอง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ – ทุกอย่างได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว เพราะคนคนนั้นที่ส่องสว่างกว่าเดิมในวันที่ท้องฟ้าอยากหลบซ่อนตัวเองเอาไว้หลังกลุ่มเมฆมหึมา

          “ผมมีร่มนะ เดินไปที่ป้ายรถเมล์ด้วยกันไหมครับ?”

          เด็กผู้ชายคนนั้นลุกขึ้นยืน ความสูงของอีกฝ่ายไม่ได้แตกต่างจากตัวโดยองมาก แต่ลำตัว – ผมหมายถึงเอวของอีกฝ่ายดูบางกว่ามาก มือสีขาวอมชมพูนั่นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดตามความหนาวของอุณหภูมิที่ลดลง แต่รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้ายังไม่จางลง 

          “อ่า ขอบคุณครับ"

          การเรียนมหาลัยมาสามปีไม่ได้ทำให้โดยองต่อบทสนทนากับเด็กมัธยมตรงหน้าได้เก่งขึ้นเลย การเป็นนักร้องนำของวงดนตรีประจำคณะก็ด้วย

          “แต่ว่า….” อีกฝ่ายคลี่ยิ้มด้วยท่าทางเขินอาย นัยน์ตากลมโตนั้นเต็มไปด้วยความลังเลใจ “คุณช่วยถือร่มให้ผมได้ไหมครับคือว่าผมต้องอุ้มเจ้าแมวนี่ด้วย แล้วคือมือมั...”

          “ได้สิ"

          โดยองยิ้มกลับ แต่ก็ไม่แน่ใจว่ามันจะเป็นรอยยิ้มที่สมบูรณ์แบบเท่ารอยยิ้มของคนตรงหน้าหรือเปล่า 

          “ขอบคุณครั...”

          “แต่ช่วยใส่ถุงมือนี่แทนหน่อยได้ไหม พี่ใส่แล้วอึดอัดน่ะ"

          คิมโดยองย่นระยะห่างระหว่างพวกเขาลงเล็กน้อย มือที่เย็นเฉียบนั่นถอดถุงมืออย่างรีบๆ ก่อนจะยื่นไปให้อีกฝ่าย ทั้งๆ ที่เด็กมัธยมตรงหน้ายังไม่ทันตอบอะไรสักคำ แจฮยอนเงียบไปก่อน จะยิ้มออกมาจนเห็นเขี้ยว 

          “คุณนี่ตลกดีนะฮะ"

          เขาหัวเราะอีกครั้ง เป็นรอยยิ้มที่ผมอยากจะได้ยินในทุกๆ เช้า โดยองส่งถุงมือหนังสีดำนั่นโดยจับเพียงแค่ส่วนปลาย เพื่อให้อีกฝ่ายไม่สัมผัสกับมือที่เริ่มมีอุณหภูมิต่ำลงของเขาได้ เด็กมัธยมพยายามใส่ถุงมือทั้งๆ ที่มือทั้งสองข้างยังอุ้มแมวตัวนั้นอยู่ มันเป็นภาพที่ค่อนข้างทุลักทุเล แต่โดยองก็ไม่ได้ยื่นมือเข้าไปช่วย อ่า  ผมไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้น แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อภาพเคลื่อนไหวตรงหน้ามันสบายตาเกินกว่าจะเข้าไปขัดจริงๆ

          จองยุนโอ – นั่นคือชื่อของเขา

          เป็นครั้งแรกที่โดยองรู้สึกขอบคุณแมวจรจัดตัวนั้นกระโดดลงพื้น จนทำให้ผมเห็นป้ายชื่อของยุนโอได้ เมื่อเด็กนักเรียนสามารถจัดการแมวตัวนั้นได้ ยุนโอหันมายิ้ม ก่อนจะกวักมือเรียกให้ผมเข้าไปอยู่ในร่ม ทั้งๆ ที่ตอนนี้เราก็ยังอยู่ในตัวอาคาร ผมยื่นมือเข้าไปจับร่มมาถือแทนเขา และในจังหวะที่เราจะก้าวออกจากตัวอาคารยุนโอก็หยุดเดิน ส่งรอยยิ้มเกรงใจที่ชวนให้หัวใจเต้นรัวกว่าเดิม

          “คุณมีหูฟังไหมอ่ะ ผมคิดว่าถ้าฟังเพลงไปด้วยมันคงจะดีมาก.."

          “อื้อ มีสิ"

          โดยองขอบคุณเพื่อนสนิทที่ลืมหูฟังไว้ในกล่องดินสอ เขาตวัดกระเป๋าสะพายมาแนบลำตัว ใช้มือขวาคุ้ยหาของในนั้น โดยไม่ยอมปล่อยร่มที่ถืออยู่ลง ทั้งๆ ที่ตอนนี้พวกเขาก็ยังไม่ได้เดินออกไปนอกตัวอาคาร

          “ขอบคุณครับ"

          “อยากฟังเพลงอะไร?”

          ให้ตายสิ ถึงเขาจะเด็กกว่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะพูดห้วนๆ ใส่ได้นี่นา คิดได้แล้วก็อยากจะเขกหัวตัวเองสักสิบครั้ง

          “อืมม… เพลงเกี่ยวกับฝนครับ ฮ่าๆ "

          อีกแล้ว เขาหัวเราะอีกแล้ว รอยยิ้มที่อีกฝ่ายครอบครองไว้น่ะขี้โกงเกินไปแล้ว ทำไมรอยยิ้มของคนคนหนึ่งถึงทำให้สายรุ้งปรากฏในอาคารที่กำลังถูกห่าฝนซัดใส่ได้กันนะ?

          “อ่ะ"

          ผมยื่นสายหูฟังไปให้เขา แต่อีกฝ่ายกลับส่งสายตาไปยังมือทั้งสองข้างที่ไม่ว่างของตัวเอง เป็นเชิงบอกให้โดยองช่วย ผมขยับตัวเข้าไปด้วยไปหน้าเรียบเฉย มันก็แค่เรื่องปกติ ผมมีประสบการณ์การเดทมามากพอแล้ว ผมได้แต่คิดแบบนั้น จนถึงวินาทีที่โดยองกำลังใส่หูฟังให้ยุนโอ

          มันเหมือนกับไฟช็อต ความรู้สึกที่ทั้งใจเต้นและน่าขนลุก – 

          มันคือเรื่องที่แปลกใหม่สำหรับคิมโดยอง 

          “ชอบไหม"

          ผมเอ่ยออกไปทันทีที่หูฟังเล่นเพลงตามหน้าที่ของมัน ยุนโอไม่ได้ยิ้ม เพียงแค่ยักคิ้วกลับมา พวกเราเดินไปด้วยกันพร้อมกับเสียงฝนที่ดังคลออยู่ในหู พร้อมกับเสียงของหยาดฝนที่กระทบกับพื้นผิว ยังดังไม่เท่าเสียงหัวใจของโดยองในตอนนี้เลย

          ป้ายรถเมล์อยู่ไกลออกไปพอสมควร แต่คิมโดยองก็ยังหวังให้มันไกลกว่านี้ เขาจึงพยายามก้าวเท้าให้เล็กลงจนอีกฝ่ายต้องปรับจังหวะตาม ถึงอย่างนั้นเด็กผู้ชายข้างๆ ก็เป็นเด็กดีพอที่จะไม่ถามหาเหตุผลให้กับกระทำโง่ๆ ของเด็กมหาลัยแบบโดยอง

          “โดยอง"

          “หืม?”

          “คิมโดยอง" เขาก้าวเท้าให้ช้าลงกว่าเดิมอีก "ชื่อของผม"

          เด็กมัธยมก้าวเท้าให้เร็วขึ้นจนทำให้โดยองได้แต่สบถกับตัวเองในใจ มีแต่คนแปลกๆเท่านั้นแหละ ที่อยู่ๆก็โพล่งบอกชื่อตัวเองออกไปแบบนั้น ยุนโอคงคิดว่าเขาเป็นคนประหลาดๆแล้วแน่ๆ 

          “แจฮยอน"

          น้ำเสียงนั้นทุ้มนุ่ม แต่ก็อ่อนโยนเหมือนเสียงเชลโล่ แพขนตานั้นกะพริบลงอย่างเชื่องช้า ด้วยท่วงท่าที่งดงามจนโดยองแทบหยุดหายใจ

          “จองแจฮยอน" เด็กมัธยมหยุดเดิน "ผมอยากให้คุณเรียกชื่อนั้นมากกว่า" ก่อนจะโน้มตัวลงมาพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสที่สุดเท่าที่โดยองเคยเห็นมา

          ผมยิ้มตาม เป็นวินาทีที่โดยองปลดปล่อยโซ่ตรวนที่รัดตัวเขามาตลอด

          “แจฮยอน"

          ผมเรียกชื่อเขาออกไปและมันก็ทำให้โดยองพบว่าการยิ้มที่สมบูรณ์แบบน่ะไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย

          “ครับ? ฮ่าๆ"

          เพียงแค่เขาอยู่ข้างๆแจฮยอน


          โดยองกับแจฮยอนเดินทอดน่องไปตามทางเท้าที่ถูกหยาดฝนชะล้าง เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยบรรเลงอยู่ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มซาลง 

          “ผมต้องไปแล้ว"

          แจฮยอนหันมาบอก หันมาโบกมือลาทั้งรอยยิ้ม ก่อนจะเดินหันหลังไป โดยองยิ้มกว้าง ก่อนจะโบกมือกลับด้วยท่าทางมีพิรุธสุดๆ แต่คนอายุน้อยกว่าก็ได้แต่ทิ้งความสงสัยนั้นไว้ แล้วขึ้นไปจับจองที่นั่งบนรถเมล์อย่างอารมณ์ดี

          “อ๊ะ"

          เด็กมัธยมร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อหันไปพบว่าโดยองขึ้นมานั่งข้างตน

          “ผมต้องไปทำธุระที่คาโรซูกิลน่ะ"

          โดยองรีบออกตัวก่อนที่อีกฝ่ายจะคิดว่าเขาเป็นโรคจิต ท่าทางตื่นตูมนั้นยิ่งทำให้แจฮยอนรู้สึกสงสัยกว่าเดิม เด็กมัธยมยักคิ้วหลิ่วตาด้วยท่าทีน่ามันเขี้ยว แต่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ

          “โอ้ บังเอิญจัง"

          โดยองหัวเราะให้กับท่าทางขี้เล่นนั่น ก่อนจะส่งหูฟังข้างเดิมกลับไปให้แจฮยอนด้วยความตื่นเต้น แจฮยอนรับหูฟังนั่นกลับแทบจะทันที ใส่หูฟังแล้วเงยหน้ามองออกไปนอกตัวรถ 

          “คุณจะไปเดท?”

          แจฮยอนถามขึ้นมาท่ามกลางความเงียบที่กินเวลาไปเกือบนาที มันเป็นคำถามที่ค่อนข้างแปลก แต่มันก็ทำให้โดยองรู้สึกดีใจอย่างน่าประหลาด 

          “ก็ไม่เชิง"

          “หืม?”

          ความช่างสงสัยของเด็กมัธยม ไม่เคยน่ารักในสายตาของผมมาก่อน จนกระทั่งวันนี้ วันที่ผมเข้าใจว่าทำไมการฟังเพลงกับใครสักคนมันถึงพิเศษกว่าการฟังเพลงคนเดียว 

          “จะไปบอกเลิกน่ะ"

          “ห๊ะ!”

          แจฮยอนเอี้ยวตัวเข้าหาเขาทั้งตัว ใบหน้าตื่นตกใจนั่นทำให้ผมได้แต่ยิ้ม – ยิ้มอีกแล้ว ผมจำไม่ได้แล้วจริงๆว่าวันนี้ตัวเองยิ้มออกมากี่รอบแล้ว 

          “มันเป็นเรื่องของการโตขึ้นน่ะ"

          “พี่หมายความว่ายังไงเหรอ?”

          “พอนายโตขึ้น โตที่หมายความว่าเข้าใจโลกน่ะ ไม่ใช่แค่อายุเพิ่มขึ้น.."

          โดยองมองผ่านแจฮยอนไปยังเม็ดฝนที่ตกลงแรงขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาสีดำสนิทราวกับกระต่ายนั้นสะท้อนเพียงแต่ภาพของท้องฟ้าที่ทอดตัวอยู่เบื้องหน้า

          "..นายจะเข้าใจว่ามันมีหลายครั้งที่การกระทำจะมีเหตุผล และก็ไม่มีเหตุผลในตัวของมันเอง" 

          “อ่า มันค่อนข้างปรัชญาเกินไป ผมไม่ค่อยเข้าใจ"

          แจฮยอนขมวดคิ้วน้อยๆ มือที่ถูกให้ความอบอุ่นด้วยถุงมือของเขาเข้ามาเขย่าร่างโปร่งด้วยความเคยชิน ริมฝีปากอวบอิ่มนั่นเปะออกทันทีเพื่อบอกว่าเขาต้องการคำอธิบายเพิ่ม

          “พี่หมายความว่า มันอาจจะเป็นเหตุผลที่ดีพอสำหรับพี่ แต่กับอีกฝ่าย มันอาจจะดูไร้เหตุผลและไร้ความรับผิดชอบสิ้นดี"

          “ถ้างั้นเหตุผลของพี่คืออะไรเหรอฮะ?”

          คิมโดยองเงียบ ทั้งๆ ที่เหตุผลนั่นก็ถูกเรียบเรียงไว้ในหัวตั้งแต่วินาทีที่เขาก้าวเข้าไปในอาคารร้างๆ หลังนั้นแล้ว เหตุผลที่คิมโดยองไม่เคยสัมผัสและเข้าใจมันมาก่อน 


          “เพราะว่าวันนี้ฝนตก และพี่ก็ไม่อยากถือร่มให้เธอแล้ว


          “อ่า เป็นเหตุผลค่อนข้างใจร้ายเลยนะครับ"

          แจฮยอนขบริมฝีปากอย่างครุ่นคิด และนั่นเป็นการกระทำที่น่าแปลกใจสำหรับโดยอง เขาไม่ค่อยมั่นใจว่าทำไมแจฮยอนต้องเอาเรื่องของคนที่พึ่งเจอครั้งแรกมาครุ่นคิดและเป็นกังวลขนาดนั้น

          “พูดง่ายๆ คือพี่หมดรักเธอแล้ว?”

          มันไม่ใช่การหมดรัก เพราะก่อนหน้านี้มันเป็นแค่ความสัมพันธ์ที่บรรจุความรู้สึกของคนแค่ฝ่ายเดียว"

          หรืออาจจะเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ได้บรรจุความรู้สึกของใครสักคนเลย เพราะตัวโดยองเองก็คิดว่าอีกฝ่ายอาจจะรู้สึกเหมือนกัน เพราะพวกเขาเป็นเหมือนภาพสะท้อนของกันและกัน

          “อ่า … ผมต้องลงแล้ว บ๊ายบายฮะโดยองฮยอง"

          แจฮยอนจากไปแล้ว แต่ร่างโปร่งก็ไม่คิดจะเดินตามไป ทั้งๆที่ตัวเขาเองก็อาศัยอยู่ที่อพาร์ทเม้นท์ต์เดียวกับแจฮยอนเหมือนกัน โดยองรู้เพราะเขาเห็นคีย์การ์ดอพาร์ทเม้นท์ของแจฮยอน 

          และนั่นทำให้เขาไม่ต้องเสียเวลาไปตามเวลานัดสาย 



*



          คิมฮานึลเป็นผู้หญิงที่ดีที่สุดในชีวิตของคิมโดยอง วันนั้นท้องฟ้าร้องไห้ให้กับความเสียใจของนางฟ้าอย่างเธอ ร้านกาแฟที่เคยเป็นสถานที่เดทแรก บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นสถานที่ความรักในห้วงความทรงจำ

          มันใจร้ายมาก – แม้แต่คนแบบเขาเองยังรู้สึกได้

          เธอไม่ได้ถามหาเหตุผลอะไร 'สายตาของนายบอกทุกอย่างแล้ว' เธอเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้ม พร้อมกับบอกว่านั่นคือข้อดีของผมเหมือนกัน 'ทำไงได้ล่ะ ในเมื่อฉันตกหลุมรักสายตาที่โกหกไม่ได้ของนายตั้งแต่แรกพบ' ฮานึลยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่แตกสลายเพราะผู้ชายที่ไม่เคยรักเธอกำลังจะเดินจากไป ฮานึลขอให้ผมโชคดี เธอใช้เวลาอวยพรผมมากกว่าเวลาร้องไห้เสียอีก คำอวยพรพวกนั้นครอบคลุมทุกด้านในชีวิต ราวกับจะเป็นการบอกว่าหลังจากนี้พวกเราคงจะหลุดจากวงโคจรของกันและกันตลอดกาล 

          และผมหวังอย่างสุดใจให้เธอได้รับแต่สิ่งที่ดีที่สุด หวังให้ฮานึลได้เจอเจ้าชายที่ดีพอและรักเธอสุดหัวใจ



*



          การเจอกับจองแจฮยอนเป็นเหมือนการเล่นเพลงที่ถูกกดเล่นซ้ำๆ เหมือนกับนิสัยการฟังเพลงของผม เวลาชอบเพลงไหนแล้วผมก็จะกดเล่นมันซ้ำๆ เช่นเดียวกับที่ผมพาตัวเองไปเจอแจฮยอนทุกวัน

          ราวกับกงล้อแห่งโชคชะตาที่ลืมหน้าที่ของมัน พึ่งจะตื่นจากห้วงนิทราอันยาวนาน

          หรืออาจเป็นเพราะพวกเราเจอกันในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเข็มนาฬิกา

          “โหหห ถ้าฮยองติวให้ผม ผมต้องสอบติดแน่ๆ "

          มันเป็นตอนกลางคืนที่ไร้เมฆ ไร้แสงสว่างจากดวงดาวและพระจันทร์ที่วิ่งตามกลุ่มดาวของมัน แจฮยอนพูดออกมาขณะที่พวกเรากำลังกินมื้อดึกกัน ดวงตากลมโตนั้นส่องประกายและแปรเปลี่ยนเป็นเสี้ยวของพระจันทร์ที่ควรจะอยู่บนท้องฟ้า เขาหัวเราะออกมาอย่างสดใส ทอประกายให้ชายผู้ไร้ฤดูแบบผม

          “เอาสิ"

          ผมยิ้มก่อนจะยื่นซัมที่ห่อเสร็จแล้วให้คนกินเก่งตรงหน้า เขาไม่ได้ทำตาโตอย่างที่มักจะทำเหมือนตอนรู้จักกันแรกๆ แจฮยอนก็แค่ยักคิ้วให้ ราวกับรู้อยู่แล้วว่าผมไม่มีทางปฏิเสธข้อเสนอที่หว่านออกมาแบบซื่อๆ ของน้องได้

          “ผมรู้อยู่แล้ว ว่าฮยองอยากให้ผมไปเรียนที่เดียวกัน ฮ่าๆ "

          แจฮยอนห่อซัมให้ผมคืนและผมก็เห็นว่าเขาแอบใส่กระเทียมเข้าไปสามเม็ด

          “ขอรางวัลหน่อย ว่าที่นักศึกษา postmodern music"

          แจฮยอนยิ้ม โดยองชอบที่แจฮยอนมักจะยิ้มออกมาตลอดเวลาที่อยู่กับผม เพราะงั้นโดยองจึงทำเป็นตกหลุมกับดักที่อีกฝ่ายยื่นมา ทั้งๆ ที่กระเทียมจำนวนนั้นก็ไม่ได้ทำให้โดยองรู้สึกเผ็ดหรือแสบอะไรขนาดนั้น

          เพราะยังไงมันก็คุ้มกับการที่แจฮยอนเป็นคนป้อนผมเองแบบนี้ :)



          คิมโดยองไม่มีรูมเมท เขาไม่จำเป็นต้องมี แต่นั่นมันก็แค่เมื่อก่อน

          ตอนนี้เด็กเตรียมเอ็นท์แทบจะย้ายมาอยู่ที่ห้องของเขา เจ้าตัวทิ้งชุดนอน ชุดเที่ยว ชุดนักเรียน ข้าวของเล็กๆ น้อยไว้ในห้องของโดยอง แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะอีกฝ่ายตื่นมาซ้อมเปียโน ฟังเพลง คอมโพสนู่นนี่ แล้วก็นอนอย่างเต็มอิ่ม แจฮยอนบอกว่ามันเป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถทำที่บ้านได้และโดยองก็เข้าใจดีว่ามันหมายถึงอะไร

          จองแจฮยอนเป็นเด็กดีที่ไม่อยากทำให้คนรอบตัวรู้สึกไม่ดี โดยองรู้ดีว่าเวลาที่จินตนาการของเราโลดแล่น แล้วมีคนบอกให้พักหรือทำอย่างอื่นแทน มันก็เหมือนกับการชวนทะเลาะดีๆ นั่นแหละ เพราะงั้นถึงพวกเขาจะอยู่ห้องเดียวกัน แต่พวกเราก็แทบไม่เข้าไปล่วงเลยเวลาส่วนตัวของกันและกัน จะมีบ้างที่โดยองไปชี้หรือแนะนำให้อีกฝ่ายลองปรับเปลี่ยนอะไรบ้าง แต่มันก็แทบจะไม่เกิดขึ้น

          เพราะจองแจฮยอนเป็นเหมือนชิ้นส่วนที่สมบูรณ์แบบแล้ว…

          สมบูรณ์แบบจนไม่จำเป็นต้องมีคิมโดยองเป็นส่วนเติมเต็ม 


          เขาไม่ได้รู้ความจริงข้อนี้ตั้งแต่แรก แต่มันก็แทบจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้เลย

          เพราะจองแจฮยอนเป็นชิ้นส่วนที่คิมโดยองตามหามาตลอด


          ทั้งๆ ที่เขาเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังตามหาอะไร … 



*



          ฤดูฝน สู่ฤดูใบไม้ผลิ เข้าสู่ฤดูหนาว


          ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เหมือนกัน แต่ทุกๆ ฤดูกลายเป็นฤดูที่ผมชอบไปแล้ว

          นั่นอาจจะเพราะมีใครสักคนทำให้เขาเห็นข้อดีของทุกๆ อย่างรอบตัว



          ‘Can I lay by your side? Next to you, you’ 

          มันเป็นเสียงริงโทนเสียงแรกในชีวิตของคิมโดยอง หลังจากที่ผมตั้งเป็นระบบสั่นมาตลอด สำเนียงภาษาอังกฤษที่ทำให้โดยองอยากตื่นขึ้นมาฟัง เสียงร้องของใครบางคนที่โดยองอยากได้ยินในทุกๆ เช้า มันเป็นของรางวัลที่เด็กมัธยมปลายปีสุดท้ายให้เป็นการตอบแทนจากการที่อีกฝ่ายมานั่งๆ นอนในห้องโดยองแทบทุกวัน

          “ว่าไงมึง" คิมโดยองยิ้มหลังจากได้ยินประโยคที่เขาปรารถนาจะได้ยินมาตลอดหลายเดือน “โอเค ขอบคุณมาก"

          เขาตัดสายทันทีหลังจากขอบคุณเพื่อนที่เขาไปวานธุระให้ ก่อนจะกดโทรออกด้วยรอยยิ้มที่แทบจะฉีกถึงหู เสื้อโค้ตสีเทาถูกใส่อย่างรีบร้อนบนแผ่นหลังกว้าง

          “แจฮยอนอ่า" เสียงทุ้มน่าฟังนั่นพูดชื่อคู่สนทนาในขณะที่นิ้วชี้ก็ฉีดน้ำหอมไปด้วย

          (ผมอยู่หน้าโรงเรียน กำลังเดินกลับฮะ)

          “แจฮยอนรอแป๊ปหนึ่งได้ไหม เดี๋ยวพี่ไปรับ"

          นิ้วมือที่สามารถมองเห็นเส้นเลือดชัดเจนนั่นเดินไปเกี่ยวกุญแจรถอย่างรีบๆ ก่อนจะรีบหยิบกระเป๋าสตางค์ใส่กระเป๋ากางเกง และรีบก้าวขายาวๆ ออกจากห้องที่กว้างเกินไป

          (โอเคฮะ งั้นผมรอตรงป้ายรถเมล์นะฮะ)

          “ครับ"

          จองแจฮยอนต้องคิดว่าคิมโดยองเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ จากคำพูดที่เขาใช้พูดกับอีกฝ่ายตอนนี้ แต่ทำยังไงได้ในเมื่อเขาดีใจและอยากจะบอกข่าวดีนี้ให้อีกฝ่ายรู้เร็วๆ



          รถสปอร์ตยี่ห้อดังไม่สามารถทำหน้าที่ของมันได้อย่างเต็มที่ เพราะตอนนี้ถนนต่างแออัดไปด้วยยานพาหนะจำนวนมาก จนโดยองอยากจะจอดรถของตัวเองทิ้งไว้ แล้วกลับไปเอารถดูคาติของตัวเองออกมาซิ่งรับเด็กมัธยมคนเก่งแทนให้รู้แล้วรู้รอด แต่ตอนนั้นโดยองก็ไม่ได้ทำแบบนั้น และมันกลับกลายมาเป็นความเสียใจที่แสนหวานของคิมโดยอง

          ใครจะคิดกันว่ารถที่ติดไม่ถึงครึ่งชั่วโมงวันนั้นจะสามารถทำลายความฝันของเขาที่สร้างไว้ในความฝัน

          ความฝันของคิมโดยองคนเดียว…


          สิบห้านาทีผ่านไปกับภาพของจองแจฮยอนที่เริ่มเข้าสู่สายตา แต่โดยองก็ต้องประหลาดใจเมื่อเขาพบว่าอีกฝ่ายกำลังคุยกับใครสักคนที่ดูไม่ใช่เพื่อนในโรงเรียนหรือคนรู้จัก อาจจะฟังดูน่าเหลือเชื่อ แต่คิมโดยองรู้จักคนในชีวิตของแจฮยอนเกือบทุกคน เพราะพวกเราเปิดโลกของตัวเองให้กันและกันเข้ามาในช่วงเวลาสั้นๆ ที่แสนยาวนานในความทรงจำ

          “แจฮยอนอ่า"

          เขาตัดสินใจลงจากรถ เอ่ยเรียกคนที่กำลังยื่นมือไปรับนามบัตรจากชายแปลกหน้า ใบหน้าที่เขาสามารถมองเห็นทุกวันหันกลับมา ในขณะที่มือก็รับนามบัตรที่ดูหรูหรานั่น ชายแปลกหน้าหันไปพูดอะไรอีกนิดหน่อยก่อนที่จะก้มหัวแล้วเดินออกไป แจฮยอนก้มหัวให้อีกฝ่ายเช่นกัน ก่อนจะเดินมาขึ้นรถเขา

          “แมวมอง?”

          โดยองพูดออกไปขณะที่เท้าก็เปลี่ยนไปเหยียบคันเร่งเพื่อพาเขาและอีกฝ่ายไปสถานที่ที่คิดเอาไว้

          “อื้อ เมื่อกี๊ผมร้องเพลงไปด้วย งงเลยแฮะ"

          “หืม? ตรงป้ายรถเมล์?”

          “อื้อ ร้องไปแค่ท่อนฮุค"

          “เพลง?”

          “ริงโทนของพี่ – เขาบอกว่ามาจากสามค่ายใหญ่"

          “SN?”

          “ถ้าตามนามบัตรที่เขาให้มาก็ใช่"

          คิมโดยองอยากจะแสดงความยินดีกับอีกฝ่าย เขาอยากจะทำแบบนั้นจริงๆ ข่าวดีที่เขารีบมาบอกอีกฝ่ายคงไม่จำเป็นอีกต่อไป การสอบติดมหาลัยกลายเป็นแค่เศษฝุ่น เมื่อเทียบกับโอกาสที่อีกฝ่ายพึ่งได้รับ


          โดยองรู้ เขารู้ดีว่าวันนี้จะต้องมาถึง 

          วันที่พระจันทร์อย่างแจฮยอนต้องกลับขึ้นไปอยู่บนฟ้า

          ห่างไกลจากดาวตกที่คลานกลับขึ้นไปบนฟ้าไม่ได้แบบคิมโดยอง


          “แล้วต้องเริ่มไปฝึกตั้งแต่วันไหน?”

          “ยังอ่ะ ผมต้องไปเต้นให้เขาดูก่อน"

          “ฮ่าๆ "

          เสียงหัวเราะเฝื่อนๆ ที่เคยเป็นของเขา – มันกลับมาแล้ว ห่างหายไปเสียนานจนโดยองจำเกือบไม่ได้ว่านี่คือเสียงปกติของเขาเอง

          “ผมแบบเครียดเลยอ่ะ ไม่น่าผ่านแน่ๆ พี่ว่..”

          ไปเถอะ โอกาสมันวิ่งมาหาแจฮยอนขนาดนี้" 

          โดยองคลี่ยิ้ม เขาพยายามจำกัดการแสดงออกทางสีหน้าของตัวเองให้คงที่ วางมือของตัวเองลงบนหลังมือของคนเป็นน้องอย่างเบามือ 

          “เรื่องเต้น เดี๋ยวพี่ให้เพื่อนเอกเต้นมันมาสอนเรา"

          “แต่ว่า..”

          “น่า ไปลองดูก่อน"

          โดยองตีไฟเลี้ยวเข้าอาคารจอดรถของตึกสูงในย่านอับกูจอง เขาเดินลงไปเปิดประตูรถให้แจฮยอน ก่อนจะปล่อยให้ที่เหลือเป็นหน้าที่ของพนักงานจอดรถ

          “ตอนนี้ไม่ต้องคิดอะไรเยอะเลย แค่ทำทุกอย่างที่แจฮยอนอยากทำก็พอ เพราะแจฮยอนก็รู้ว่าพี่น่ะจะไม่มีวันปล่อยให้แจฮยอนอยู่บนทางเดินที่เลือกนั้นคนเดียว"

          โดยองสอดมือประสานกับมือเรียวของแจฮยอน เขาบีบมือเพื่อส่งกำลังใจให้เด็กน้อยที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ออกมาตลอดเวลา คนเป็นพี่หัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดู ก่อนจะยื่นมืออีกข้างไปลูบหัวคนเป็นน้อง

          “มาฉลองกันเถอะ มีสเต๊กที่แจฮยอนชอบด้วยนะ"

          แจฮยอนเดินเข้าไปนั่งในเก้าอี้ที่เขาเลื่อนให้ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มจางหายไปเหลือแต่คิ้วที่ขมวดอยู่ตลอดเวลา ภาพนั้นเร่งให้โดยองพยายามยิ้มให้สวยที่สุด แต่มันก็เกือบล้มไม่เป็นท่าเมื่อเจอประโยคต่อมาของแจฮยอน

          “ผมรู้ว่าตอนแรกพี่ไม่ได้จะพาผมมาฉลองเรื่องนี้"

          แจฮยอนจ้องเข้ามานัยน์ตาของผม มันทำให้คนอายุมากกว่าต้องเสมองไปยังวิวของเมืองยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยตึกสูงอีกมากมาย

          “นี่ไง พี่ได้ฉลองให้แจฮยอนสองเรื่องเลย"

          จานสเต๊กและไวน์ถูกเสิร์ฟทันที นั่นเป็นเพราะโดยองโทรมาสั่งทุกอย่างเอาไว้แล้ว ตั้งแต่ตอนที่เขายังติดแหง็กบนถนน 

          “ฮยอง…”

          คิมฮานึลพูดผิด – การที่เขามักจะถ่ายทอดความรู้สึกทุกอย่างผ่านดวงตาของตัวเองนั่นมันไม่ใช่เรื่องดีเลย หรืออาจเป็นเพราะจองแจฮยอนรู้จักคิมโดยองดีเกินไปกันนะ? 

          มันเป็นทางที่นายควรเลือก แจฮยอนอ่า"

          ไม่สิ นั่นเป็นเพราะว่าโดยองปล่อยให้แจฮยอนเข้ามาในโลกของตัวเองมากเกินไปต่างหาก

          และพี่กับแจฮยอน มันจะไม่ห่างไปมากกว่านี้"

          โลกที่จะกลายเป็นที่รกร้าง ทันทีที่จองแจฮยอนเดินจากไป

          “แต่เราคงไม่สามารถโคจรเข้าใกล้กันได้มากกว่านี้เหมือนกัน" 

          ใช่ การเป็นไอดอลมันไม่ใช่เรื่องง่าย อีกฝ่ายต้องเฝ้าระวังทุกย่างก้าว ทุกการกระทำ คำพูดและเรื่องส่วนตัว นั่นหมายความว่าแจฮยอนของเขาจะถูกจับตามองทุกขณะวินาที และเกาหลีใต้ก็เป็นเพียงแค่ประเทศกลวงๆ ที่ถูกเติมเต็มด้วยความเกลียดชังของผู้คน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่รักในการทำลายชีวิตคนอื่นผ่านอินเทอร์เน็ต

          ดังนั้นคิมโดยองจึงรู้ดี – ว่าหากเขาสานต่อเจตนาที่ตัวเองเคยตั้งใจเอาไว้ มันจะทำลายรอยยิ้มของแจฮยอนอย่างสาหัส

          เรื่องราวของพวกเขาจึงกลายเป็นเรื่องราวที่ไม่ควรสมหวัง

          เพราะแบบนั้นเขาจึงอยากให้อีกฝ่ายกลับไปเดินบนเส้นทางที่ผู้คนคิดว่ามันเป็นเส้นทางปกติ


          “โดยอง"

          โดยองยิ้ม – ยิ้มเหมือนครั้งแรกที่เขาได้พบแจฮยอน

          “พี่รู้ใช่ไหม"

          แจฮยอนยิ้ม – ยิ้มเหมือนตัวโดยองในอดีต 

          “อื้อ พี่รู้ดี แจฮยอนอ่า"

          และพวกเขาก็เห็นน้ำสีใสที่ไหลออกมาจากนัยน์ตาของกันและกัน

          อ่า...เป็นไวน์ที่เค็มชะมัด….



*



          ช่วงเปลี่ยนผ่านของเขากับแจฮยอนเป็นช่วงเวลาเดียวกัน 


          วันนี้คิมโดยองเซตผมขึ้น มือที่เคยประคองความรู้สึกไว้ตลอดได้โอบอุ้มช่อดอกแดนดิไลออนแสนสวยที่บรรจุของขวัญที่เต็มไปด้วยความทรงจำเอาไว้ หุ่นที่สูงและดูดีราวกับนายแบบ ไหนจะชุดและรองเท้าเข้าคู่กันราวกับชุดในงานแฟชั่นโชว์เรียกความสนใจจากกลุ่มนักเรียนผู้หญิงได้ตลอดทาง เขาเดินตรงไปใต้ต้นไฮเดรนเยียที่มีคนมุงเต็มไปหมด

          การหาจองแจฮยอนไม่เคยเป็นเรื่องยาก เพราะแจฮยอนของเขามักจะถูกรุมล้อมไปด้วยผู้คนมากมาย

          “แจฮยอนอ่า"

          เสียงทุ้มน่าฟังของคิมโดยองไม่ได้ดังมากไปกว่าเสียงนักเรียนผู้หญิงและผู้ชายที่เรียกชื่อแจฮยอนสักนิด

          “พี่โดยอง!” 

          การที่แจฮยอนจำเสียงเขาได้ มันไม่ใช่สาเหตุที่หนักแน่นพอที่จะทำให้อีกฝ่ายหันมาทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกของโดยองหรอก

          “ยินดีด้วยนะครับ"

          คิมโดยองยิ้ม ใช่ – เพราะโดยองเป็นคนเดียวนอกจากคนในครอบครัวที่มีสิทธิ์เรียกอีกฝ่ายว่าแจฮยอน ในขณะที่คนอื่นต้องเรียกอีกฝ่ายว่ายุนโอ

          “อ่า คิดถึงจัง"

          จุดพักสายตาของผู้คนทิ้งตัวลงบนอกของเขาและนั่นมันก็พิเศษมากพอที่จะทำให้คิมโดยองยิ้มกว้างออกมา มือใหญ่นั่นลูบหัวของอีกคนเบาๆ พยายามจำความรู้สึกนี้เอาไว้ให้ชัดเจนที่สุด

          “แจฮยอนรู้ใช่ไหม"

          คิมโดยองถามขณะที่ยื่นช่อดอกไม้และของขวัญชิ้นสุดท้ายของปีนี้ให้แจฮยอน ช่อดอกไม้ช่อใหญ่ที่ไม่อาจบรรจุเศษเสี้ยวของความรู้สึกอันหนักอึ้งของโดยอง 

          “เค้ารู้"

          ภาพรอยยิ้มทั้งน้ำตาของแจฮยอนกลายเป็นความทรงจำที่ชัดเจนที่สุด – สวยงามและแตกสลายเหมือนตัวตนของผมที่มันเคยสมบูรณ์ในชั่วขณะหนึ่ง

          “อันนี้ – พี่อยากให้นายร้องมัน ตอนที่ได้โอกาสทำโซโล่"

          “ถ้าผมทำได้...พี่จะมาฟังใช่ไหม"

          “แน่นอนสิ พี่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ที่นั่งแถวหน้าสุดเลย"

          “โดยอง พี่ก็ต้องประสบความสำเร็จเหมือนกันนะ"

          “ถ้าถึงตอนนั้น แจฮยอนคงต้องร้องแต่เพลงที่พี่แต่งแล้วล่ะ ฮ่าๆ "

          “นี่..โดยอง เค้าขออะไรอย่างสิ"

          “ได้ซี่"

          เพลงของพี่ – เพลงเศร้าน่ะ พี่แต่งโดยคิดถึงเค้าคนเดียวได้ไหม เค้าอยากให้พี่ทิ้งรอยเท้าของเค้าไว้ในเพลงเศร้าพวกนั้น มากกว่าเพลงรัก"

          ราวกับเวลามันถูกกรอให้เร็วขึ้น ผู้คนรอบข้างไม่ได้ทำให้เขารู้สึกว่าถูกแย่งอากาศหายใจอีกต่อไป เพราะทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับจองแจฮยอนทั้งหมด

          “ได้สิ :) ”

          “สมกับเป็นแฟนคลับคนแรกของผมเลย! ฮ่าๆ "

          “นี่… แจฮยอน พี่ต้องไปแล้วล่ะ"

          “อื้อ… รีบไปสิ เดี๋ยวตกเครื่องนะ"

          ผมหยักหน้าให้แจฮยอนที่ส่งรอยยิ้มมาให้ โอบกอดเขาด้วยสายตาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินออกมาและไม่หันหลังกลับไปอีกเลย


          ในวันนั้นที่เขาต้องโคจรไปไกลจากผม – จองแจฮยอน

          พระจันทร์ดวงนั้นให้รางวัลแก่คิมโดยอง


          เป็นรางวัลที่แจฮยอนไม่สามารถให้ใครได้อีก

          ...ให้คิมโดยองได้เป็นคนเดียวที่ได้ครอบครองจองแจฮยอน…



*



          คิมโดยองอาศัยอยู่ที่เมืองหลวงของออสเตรียมาเกือบสี่ปีแล้ว เขามาที่นี่เพราะได้ทุนจากแมวมอง มันคือวันเดียวกับที่แจฮยอนไปออดิชั่นที่ตึกค่ายเพลงที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ ในตอนนั้นเขาคิดว่ามันเป็นตลกร้ายที่น่าขำที่สุดในชีวิต

          ราวกับโชคชะตาเหวี่ยงให้พวกเขามาเจอกัน และเหวี่ยงพวกเขาให้ห่างออกจากกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


          มันเป็นความรัก...

          แต่ทั้งคิมโดยองและจองแจฮยอนเองก็ไม่อาจปฏิเสธโอกาสที่จะทำให้ความฝันพวกเขาเป็นจริงได้ และพวกเขาก็ไม่รู้จะผลักมันออกไปทำไม เพราะผู้คนมากมายต่างก็พยายามวิ่งตามโอกาสนั้นอย่างสุดกำลัง หลังจากผ่านพ้นค่ำคืนที่เต็มไปด้วยทรมานมานับร้อยคืน ตอนนี้คิมโดยองก็เป็นทั้งนักแต่งเพลง นักดนตรี และกำลังจะเป็นนักร้อง หลังจากที่สั่งสมประสบการณ์เบื้องหลังมานาน

          จองแจฮยอนเองก็สามารถเติมเต็มความฝันของตัวเองได้เช่นกัน โดยใช้เวลาแค่สามปีหลังจากเดบิวต์ ก่อนจะได้ออกอัลบั้มเดี่ยว

          แม้ตอนนี้ชื่อจองแจฮยอนจะไม่ใช่ชื่อที่โดยองสามารถเรียกได้คนเดียวอีกต่อไป เพราะมันถูกเลือกเป็นชื่อในวงการของอีกฝ่าย

          จองแจฮยอนที่เป็นดวงดาวของคิมโดยอง เลือกจะส่องประกายในวงการมายาด้วยชื่อนั้น – ชื่อที่ยิ่งใหญ่และเติบโตขึ้นเพื่อคิมโดยอง

          แต่ชื่อๆ นั้นจะไม่มีวันเป็นของคิมโดยองเช่นกัน


          ความรู้สึกบางอย่างที่มันชัดเจนจนไม่ต้องหาคำมาจำกัดความ มันชัดเจนมากพอที่พวกเขาสามารถสัมผัสมันได้ผ่านเพลงของกันและกัน เป็นความรู้สึก เป็นเส้นความสัมพันธ์ที่ไม่มีใครสัมผัสหรือรู้สึกถึงมันได้ นอกจากคิมโดยองและจองแจฮยอนเท่านั้น


          เป็นความฝันที่ชัดเจนที่สุด 

          เป็นความฝันที่จับต้องได้ของกันและกัน


          เป็นความฝันที่ไม่มีวันสิ้นสุดลง

          เหมือนเรื่องเล่าในนิทานปรัมปราที่ถูกนำมาเล่าต่อนับครั้งไม่ถ้วน

          เช่นเดียวกับที่ตอนจบที่ไม่สมหวังนั้นจะถูกเล่าขานซ้ำๆ 



*




          ทันทีที่ประตูผู้โดยสารขาเข้าถูกเปิดออก แสงแฟลชก็ถูกสาดเข้ามาจากทุกสารทิศ ทว่ารอยยิ้มของใครอีกคนที่ยืนส่งยิ้มให้เขาตรงปลายทางกลับสว่างยิ่งกว่าสิ่งใด


          “แจฮยอนอ่า :) ” 




          ‘อัลบั้มโซโล่ของ จองแจฮยอน ถูกโปรดิวซ์โดย คิมโดยอง โปรดิวเซอร์ชื่อดังทั้งอัลบั้ม!’ 

          ‘ฮือฮา! โปรดิวเซอร์ชื่อดังคิมโดยอง ร่วมฟีท.ในอัลบั้มเดี่ยว Reading Dream ของจองแจฮยอน’ 


          ‘A song that will break your heart into million pieces, ‘Reading Dream’ get an all-kill chart!’ 

          ‘An unexpected duet, an unstoppable playlist?! ‘Reading Dream’ 



‘The love we bonded, merely existed in a dream:

a dream that fulfills our youth

a dream that leads to a happen ending

a reading dream that was once my everything’ 




“You can love somebody without it being like that. 

You keep them a stranger, 

a stranger who's a friend.” 


– Truman CapoteBreakfast at Tiffany's



THE END


Please comment or tag #SFaMilRaindrops


          Talk: จริงๆเรานั่งคิดอยู่นานมากว่าจะกดลบเรื่องนี้ดีไหม มันเป็นเรื่องที่เรารักมาก แล้วก็เป็นฟิคโดแจเรื่องแรกที่เราแต่งด้วย แต่ก็เป็นเรื่องที่ทำให้เราเสียความมั่นใจอยู่บ่อยครั้ง น้อยใจก็ด้วยค่ะ .___. แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจกดรีไรท์แทน เพราะมันเป็นเรื่องที่เราซ่อนคนที่สำคัญเอาไว้ เลยอยากจะให้เรื่องราวนี้โลดแล่นอยู่ในโลกออนไลน์ที่เป็นอมตะ (แล้วเราก็ไม่ต้องกลัวเวลาทำไฟล์ฟิคหายด้วย แงงงTT) แล้วก็อยากจะให้เรื่องราวเหล่านี้สลักอยู่ในใจผู้คนให้ได้มากที่สุดด้วยค่ะ ;-; หวังว่าทุกคนที่อ่านจะสนุกแล้วก็ดื่มด่ำไปกับเรื่องราวของทั้งสองคนนะคะ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 259 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

621 ความคิดเห็น

  1. #616 pinkloey (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 09:43
    มู้ดดีมากๆเลยค่ะภาษาสวยเหมือนเราหลุดไปอยู่ดับตัวละครด้วยเลย
    #616
    0
  2. #524 memomeraki (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 02:42
    ประทับใจประโยคจบมากกกก
    #524
    0
  3. #521 praewlin (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 13:21

    ดีมากเลยยยยยย ชอบมาก

    #521
    0
  4. #496 Lalalalufy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 15:47
    ชอบมากเลยค่ะ​ ไรท์แต่งดีมาก​ ภาษาสวยมากจริงๆ​ อ่านตอนฝนตกพอดีคืออินมากฮืออออ
    #496
    0
  5. #492 jitsupabelw (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 23:11
    เราเพิ่งได้อ่านเรื่องนี้ ชอบภาษา การเขียนของไรท์มากๆเลยค่ะ ภาษาสวย ไพเราะมาก เหมือนเป็นบทกวีบทนึงเลย ชอบมากค่ะ ติดตามผลงานของไรท์เรื่อยๆนะคะ
    #492
    0
  6. #488 amornratmiw (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 02:58
    ฮือออออ เพิ่งมาอ่านค้าบบบ ชอบมากๆๆๆชอบมากๆๆๆจริง อินมาก สวิงมากก55555555อินทั้งพาร์ดแซดและพาร์ทคิวท์ๆๆ T_______T /ขอบคุณนะค้าบคุณภาพมากๆๆๆชอบมากๆๆๆเลยฮะจริงๆๆ เป็นกลจให้นะคะคุณไรท์🙆🏻‍♂️🙆🏻‍♂️💗💗
    #488
    0
  7. #485 LOVESIXD (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 17:58
    ดีมากเลยค่ะ จะร้องไห้เลยตอนจบ ;_;
    #485
    0
  8. #484 Thitaya.k (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 14:18

    สัมผัสได้ถึงทุกอย่างเลยค่ะ ดีมากเลย

    #484
    0
  9. #483 นมผงตราหมี (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 13:59
    โหหหห ดีมากๆๆๆ ละช่วงนี้ฝนตก5555555555 ความรู้สึกแบบเปียกนิดๆ แง ซึ้งมากๆ แบบนี้ก็ดีนะ ก็เป็นความสัมพันธ์รูปแบบนึง ;-;
    #483
    0
  10. #477 AEGIDIOS (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 22:10
    อมกก! ชอบมากกก คือแบบอะไรจะหน่วงใจขนาดนี้ แอบน้ำตาคลอแล้วอ่าา แต่งดีมากค่าㅠㅠ
    #477
    0
  11. #364 Th'N (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 15:21
    ชอบมากเลยค่ะ;_; เป็นพลอตที่ไม่เคยเจอมาก่อนเลย
    #364
    0
  12. #268 velaz (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 22:23
    เผลอกลั้นหายใจระหว่างอ่านไปหลายช่วงเลยค่ะ มันอึดอัดแต่สวยงาม ฮืออ โควททั้งตอนต้นและท้ายยิ่งเสริมความรู้สึกมากๆ
    #268
    0
  13. #266 pinkbby (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 19:38
    ฮืออเขียนดีมากกกเลยค่ะ ซึบซับถึงความรู้สึกเลย ชอบที่เปรียบว่าเป็นพระจันทร์ เป็นความฝัน อ่านแล้วนึกถึงเพลงเธอคือความฝันของพราวเลยค่ะ มันอึดอัดหน่อยๆจนจะร้องเลยนะแต่สุดท้ายมันก็ดี ฮือออ
    #266
    0
  14. #249 ♡Moshi (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 19:03

    ชอบภาษาและการดำเนินเรื่องมากเลยค่ะ ฮือ ชอบที่ทั้งคู่ปล่อยให้แต่ละคนได้ไปตามความฝันแล้วกลับมาเจอกันในตอนที่ประสบความสำเร็จ :-)

    #249
    0
  15. #219 seubshi (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 16:45
    ภาษาสวยมากเลยค่ะ เขียนดีมากๆ
    #219
    0
  16. #210 serenity72 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:41
    เราชอบภาษามากๆเลย ดีมากๆเลยค่ะ;_; ชอบเวลาที่เขาคุยกัน ถึงจะไม่ได้พูดอะไรมากแต่ก็เข้าใจกันว่าต้องการจะสื่ออะไร ชอบความคิดของคุณโด เราว่ามันดูเป็นจริงดี555555555 ถึงจะรู้สึกเหมือนกันแต่ด้วยบริบทอะไรหลายๆอย่างมันก็แสดงสิ่งที่รู้สึกออกมาไม่ได้ แต่ก็เป็นที่รู้กันของเขาสองคนเนอะ หวานขมจริงๆค่ะ;_;
    #210
    0
  17. #75 thejohnnysuh (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 22:42
    ดูเปนโดแจที่โตที่มองโลกในความเปนจริงมากๆ ชอบการตัดสินใจของคนสองคน หวานขมจริมๆเรื่องนี้ กยี๊ด คาแรคเตอร์พระเอกก็ดีอ่ะ เหมือนเริ่มจากติดลบละเพิ่มขึ้นเรื่อยๆไม่มีวันหยุด ชอบนะคะอยากได้
    #75
    0
  18. #66 โดดเดี่ยว ผู้น่ารัก (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 21:50
    ฮือออออ ชอบมากเลย นึกว่าจะไม่มีคนแต่งคู่นี้ซะแล้ว ไรท์แต่งคู่นี้อีกเยอะๆเลยนะคะ
    #66
    0
  19. #28 SK_KAKPY (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 01:21
    ในที่สุดก็เจอคนแต่งคู่นี้ ฮืออออ นั้มตาาาดีใจจจ ;-;) เนื้อเรื่องดีมากค่ะชอบการบรรยาย หน่วงมากเลยฮื่อออออ แต่แอบเขินการกระทำเล็กๆน้อยๆของตัวละคร ฟฟ /กุมใจ <3
    #28
    0
  20. #11 teddy.soo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 16:44
    เป็นโดแจที่ดีมากเลยค่ะ เราตามหามานานมากเลย ฮืออ มันเป็นความรักที่เหมือนเป็นความผูกพันธ์ของคนสองคนที่รู้กันอยู่แก่ใจดีแต่ไม่สามารถเปลี่ยนสถานะหรือทำให้มันไปไกลมากกว่านั้นได้ แงง ชอบ อบอุ่นแบบเจ็บๆ มันจะเจ็บก็เจ็บไม่สุด มันจะหวานก็หวานไม่สุดเหมือนกัน ฮืออ
    #11
    0
  21. #5 thejohnnysuh (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 17:54
    ฟิคโดแจของชุ้น (///?///)
    #5
    0
  22. #4 Café Mocha (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 05:36
    อ่านแล้วชอบมากเลย เป็นฟิคที่หน่วงๆไม่เศร้าแต่ก็ไม่สุข แต่อ่านแล้วแอบอมยิ้มนะคะ 555 ถึงจะแอบเสียดายที่เขาใจตรงกันแต่สุดท้ายอาจจะไม่สมหวัง แต่อย่างน้อยก็ยังได้กลับมาเจอกัน ฟิคดีมากเลยค่ะ วออ่านเรื่องต่อๆไปนะคะ
    #4
    0
  23. #3 ₩₩₩💛 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 02:15
    น้ำตาไหลเลยค่ะ คือจะบอกว่าเศร้าก็ไม่ได้เศร้า แต่มันหน่วงใจมากเลย การที่สองคนมีความรู้สึกดีๆให้กัน ยิ่งไดอาล็อกที่ว่า "รู้ใช่ไหม" กับ "เค้ารู้" นี่แบบน้ำตาซึมเลยฮืออ บีบใจมากค่ะ เค้าคิดตรงกัน เค้ารู้สึกตรงกัน แต่หลายๆอย่างมันเหมือนกำลังทำให้ทั้งคู่เลือกที่จะไม่ต้องสานต่อในสิ่งที่ทั้งคู่รู้สึกเพราะคิดว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้มันเป็นเวย์ที่ดีที่สุดแล้ว ชอบการดำเนินเรื่องมากค่ะไรท์เตอร์ อ่านตามแล้วอินไปเรื่อยๆ รู้สึกตามตัวละครไปด้วยเลย ชอบความคิดของโดยองที่มีต่อน้องแจ มันโรแมนติกนะ ผู้ชายที่ไม่เคยจะรู้สึกว่ารักใครจริงๆกำลังตกหลุมรักรุ่นน้องคนนึงจนได้มาอยู่ใกล้ๆกัน แล้วโดยองก็มองน้องพิเศษมาตลอด ชอบมากเลยค่ะ ดีใจด้วยมีโดแจให้อ่าน ปกติหายากมากเลย สู้ๆนะคะไรท์เตอร์ ชอบมากๆ
    #3
    1
    • #3-1 TearsFate(จากตอนที่ 1)
      15 พฤษภาคม 2560 / 10:36
      งื้อออ เป็นไดอาล็อกที่เราต้องการจะสื่อเลยค่ะ แอบเป็นเมนไอเดีย ฮ่าๆ ขอบคุณที่หาเจอนะคะ <3
      ขอบคุณที่ชอบการดำเนินเรื่องของเรานะค้าา จะพยายามพัฒนาให้มัน smooth กว่านี้ ><
      จริงๆเราแต่งเพราะไม่มีฟิคโดแจให้อ่านนี่แหละค่ะ แต่พอแต่งอ่านเองแล้วมันก็เขินๆ ._.
      ขอบคุณมากนะค้าา เม้นยาวมากๆเลย <3
      #3-1
  24. #2 littlerabbit (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 23:38
    ซึ้งมากเลยยยยย แงงงงงงง หวานๆขมๆ ไม่เอนเอียงไปทางใดทางหนึ่งเลย ชอบความที่ไม่ต้องพูดก็รู้ว่าต่างฝ่ายต่างคิดอะไร ถึงแม้โลกจะเหวี่ยงให้ไกลกันไปคนละมุมโลก แต่พอถึงเวลา โลกก็จะเหวี่ยงเขากลับมาหากัน ;;______;; ในฐานะอะไรก็ตามแต่ แค่มีความสุขที่ได้อยู่ข้างๆกันก็ดีแล้วอ่ะ ฮืออออ ขอบคุณที่แต่งมันออกมาให้เราได้อ่านนะคะ
    #2
    0
  25. #1 wuingpcx (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 22:36
    ในที่สุดก็มีฟิคโดแจอ่านแล้ววววว ชอบการดำเนินเนื้อเรื่อง คำพูดที่ใช้มากเลยค่ะ อ่านแล้วมันรู้สึกไปตามเค้าเลย แล้วเนื้อเรื่อฃมันหวานปนขมอะ บอกไม่ถูก มันหวานตรงที่ทั้งคู่ก็ดูแลกันตลอด เป็นคู่ที่รักกัน แต่ความจมอยู่ตรงที่ว่าทั้งคู่อยู่ด้วยกันไม่ได้ และเป็ยได้แค่พี่น้องกัน ด้วยเหตุผลหลายๆอย่างที่บางทีก็ดูจะไร้เหตุผลเหมือนที่โดยองบอกไปในตอนแรก พอเราโตขึ้นเราก็คงจะเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่เราหวังไม่ได้สินะ ชอบความคุณโดตรงที่ดูเป็นคนสุขุม โตเป็นผู้ใหญ่ และพึ่งพาได้ เค้าให้มุมมองดีๆกับน้องเยอะอะ และน้องก็เป็นเด็กดีว่าง่าย สุดท้ายก็แยะกันไปตามทางของตัวเอง แต่เอาจริงๆกลับมาเจอกันงี้จะไม่รู้สึกอะไรๆหน่อยเหรอ หรือยังไงกันนะ คิดไปละมันหน่วงๆนะคะ ที่คนสองคนรักกันแต่แสดงออกไม่ได้เพียงเพราะมุมมองแคบๆของใครหลายๆคน ;---; อย่างที่บอกว่ามันหวานปนขมดีจริงๆ สนุกมากๆค่ะ
    #1
    1
    • #1-1 TearsFate(จากตอนที่ 1)
      15 พฤษภาคม 2560 / 10:32
      ขอบคุณมากเลยนะค้าาา ที่ชอบ เข้าใจที่เราต้องการจะสื่อด้วย เลยดีใจมากๆเลย ._.
      ตอนที่กลับมา เราแค่อยากให้เห็นว่าเค้ายังเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของกันและกันอยู่น่ะค่ะ
      แต่ความมรู้สึก หรือความต้องการอาจจะเปลี่ยนไปบ้างก็ได้ น้องอาจจะไปเจอใครใหม่ เพราะก็อยู่ในวงการงี้
      ขอบคุณอีกครั้งนะค้าา เม้นยาวมากเลย ช่วยเราได้มากจริงๆ <3
      #1-1