ต้นเพลิง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 4 Views

  • 0 Comments

  • 0 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    4

    Overall
    4

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

ผมพูดไม่ได้แต่เห็นถึงต้นเพลิงครั้งนี้ คุณจะเชื่อผมไหม?


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
โลกของสัตว์ที่ใบ้ต้องรับรู้แต่บอกใครไม่ได้ 

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 17 พ.ค. 62 / 23:40

บันทึกเป็น Favorite


        “ ไฟไหม้ๆ ช่วยด้วย เร็วๆแจ้ง หนึ่งเก้าหนึ่งเร็วพวกเรา !

เสียงตะโกนโหวกเหวกดังขึ้น วินมอเตอร์ไซค์ปากซอยบึ่งเข้ามาดูบ้านหลังใหญ่ซึ่งกำลังถูกไฟลามอยู่

        ใบ้เร่งฝีเท้าตามชาวบ้านซึ่งรีบรุดกลับที่พักของตนเพราะเกรงเปลวเพลิงจะลุกลามสู่บ้าน  สวนทางกับอีกหลายคนที่วิ่งหนีกลับ

ที่อยู่ตนยังต้นซอย

         “ไอ้ใบ้เอ็งจะเข้าไปทำไม บ้านเอ็งอยู่อีกฝั่งของถนนไม่ใช่หรือ”

         ใครคนหนึ่งร้องถามเพราะจำได้ว่าใบ้เป็นหลานนายสนซึ่งคุ้นหน้ากันอยู่

         “หรือมันจะไปตามน้าชาย สนมันรับจ้างตัดหญ้าบ้านหลังนั้นอยู่  แต่วันนี้ไม่มีใครแล้วแม่ฉวีกลับออกไปตั้งแต่เที่ยง”

          บ้านหลังนั้นชาวบ้านเรียกขานว่าบ้านนายพล เนื่องจากเจ้าของเดิมเป็นนายพลเก่าและยังเป็นเจ้าของที่ดินในซอยเกือบครึ่ง  

เพิ่งเสียชีวิตไปไม่ถึงสองปี ปัจจุบันบ้านดังกล่าวตกเป็นมรดกแก่หลานสาวคนเดียวชื่อคุณพราวพิลาส นานๆจะกลับมาค้างเสียที

ปล่อยให้ป้าฉวีแม่บ้านเก่าแก่ดูแลตามลำพัง

           ใบ้เคยตามน้าชายไปรับจ้างตัดหญ้าที่บ้านหลังนั้นหลายครั้ง แต่ไม่เคยพบท่านนายพลเพราะใบ้เพิ่งมาอยู่กับน้าชายไม่นาน เจอ

แต่คุณพราวพิลาสครั้งสองครั้งเท่านั้น

           “เมื่อก่อนบ้านท่านสวยที่สุดนะไอ้ใบ้ ท่านนายพลรักต้นไม้และสวนมาก ข้าต้องเข้ามาดูแลเดือนละครั้ง รดน้ำให้ทุกวัน แต่

พอท่านเสียลูกหลานไม่ค่อยใส่ใจเท่าไร ข่าวว่าเธออยู่คอนโด  อีกไม่นานคงขายบ้านหลังนี้มั่ง ที่ดินในซอยก็ทยอยขายไปเกือบหมด

แล้ว ท่านนายพลแสนประหยัดลูกหลานกลับใช้เงินมือเติบสมบัติพ่อแม่จะเหลือสักเท่าไรว่ะ”

            เมื่อก่อนบ้านหลังนั้นมีข้าทาสบริวารเต็มไปหมด ทุกวันนี้เหลือเพียงป้าฉวีคนเก่าแก่ซึ่งเปลี่ยนสภาพจากอยู่ประจำเป็นแม่

บ้านไปกลับแทน  สิ่งที่อยู่ในบ้านจึงมีเพียงสัตว์เลี้ยงได้แก่โสภา นกแก้วแสนรู้ที่ท่านนายพลฝากให้หลานสาวดูแลก่อนจากโลกนี้

ไป  นังปุ๊กกี้ แมวตัวอ้วนที่คุณพราวพิลาสซื้อมาจากตลาดนัดเพราะถูกใจในความช่างประจบของมัน ไม่ว่าเธอไปไหนนังแมวขี้

ประจบตัวนี้จะคอยตามติดไม่ลดละผิดวิสัยแมวทั่วไปที่ชอบอยู่สันโดษ สัตว์ตัวสุดท้ายคือเจ้าเต๋า หมาพันทางเดิมเร่ร่อนอยู่กลางถนน

ที่แอบเข้ามาอาศัยหลบนอนในบ้าน จนป้าฉวีไปพบจึงนำข้าวเหลือๆให้กินจนมันติดใจไม่ยอมไปไหนอีกเลย อีกเหตุผลที่มันอยู่ใน

บ้านหลังนี้ได้เพราะมันรู้จักประจบนังปุ๊กกี้  เรื่องนี้ไม่มีใครรู้นอกจากใบ้เพราะใบ้มีความสามารถฟังภาษาสัตว์ได้ เป็นพรที่ได้มา

ตั้งแต่เมื่อใดใบ้ก็บอกใครไม่ได้ สวรรค์คงชดเชยให้ใบ้กับการพูดไม่ได้นั่นเอง พรชิ้นนี้ใบ้ไม่คิดจะบอกใครอยู่แล้วเกรงจะถูกผู้อื่นหา

ว่านอกจากพูดไม่ได้แล้วยังเป็นบ้าอีก ใบ้จึงปล่อยเลยตามเลย อีกเหตุผลหนึ่งคือได้ยินคำพูดของสัตว์ก็เหมือนได้ยินมนุษย์พูดกัน

นั่นเอง ใบ้จึงไม่เดือดร้อนเท่าไร

         จากการที่ตามน้าชายมาตัดหญ้าบ้านหลังนี้ไม่กี่ครั้ง ใบ้จึงรู้ว่านังปุ๊กกี้เป็นแมวโง่ที่คิดแต่ประโยชน์ส่วนตัวมาก มันคิดเพียงว่า

ต้องทำทุกอย่างให้คุณพราวพิลาสรักมัน นอกจากการประจบสอพลอแล้วมันยังพยายามทำตัวให้เป็นประโยชน์ในความคิดของมัน

คือไล่ตะครุบนก หนูที่เข้ามาในบ้าน ส่วนเจ้าเต๋าความที่มันรู้ชาติกำเนิดว่าเป็นเพียงผู้มาทีหลัง ไม่ได้ถูกซื้อมาด้วยความพอใจเช่นนัง

ปุ๊กกี้ มันจึงคอยประจบนังปุ๊กกี้อีกทอดหนึ่งโดยการเดินตาม คอยเลียและยอมเป็นลูกไล่นังปุ๊กกี้ ในสายตามนุษย์จึงคิดว่าแมวหมาคู่นี้

มันรักกันแปลกวิสัยสัตว์ต่างสายพันธุ์กลายเป็นที่น่าเอ็นดูยิ่งนัก

“แกมานอนตรงนี้เต๋า ให้ฉันพิงตัวแกหลับจะได้ไม่โดนพื้นแข็งๆ” นังปุ๊กกี้สั่งเจ้าเต๋าซึ่งยอมปฏิบัติตามแต่โดยดี ไม่เหลือศักดิ์ศรีของ

หมาตัวใหญ่กว่าเพราะความกลัวต้องระเห็จไปนอนนอกบ้านเป็นหมาจรจัดตามเดิม

 สัตว์สามตัวอยู่ด้วยกันแต่ไม่มีใครรู้ว่าต่างมีผลประโยชน์ทับซ้อนกันมากกว่านั้น เริ่มจากเจ้าโสภานกแก้วพูดเก่งซึ่งคุณพราวพิลาส

ตกที่นั่งต้องรับเลี้ยงเพราะคำสั่งเสียจากคุณตา แต่ความที่มันพูดภาษาคนได้และค่อนข้างฉลาด คุณพราวพิลาสถูกอกถูกใจมันขึ้นทุก

วัน อาหารดีๆแพงๆจึงซื้อหามาให้ กลับถึงบ้านก็พามันออกนอกกรงเกาะไหล่เดินเล่นพร้อมสอนให้มันพูดเพิ่มขึ้น

   “คุณพราวคนสวยๆ...” ยามเห็นหน้าเจ้าของบ้านโสภามักเอ่ยคำนี้ก่อน คุณพราวก็รีบวิ่งมาปล่อยมันจากกรงเรียกโสภาจ๋าๆ ก่อนจะ

พาไปเดินเล่นพร้อมป้อนอาหารเม็ดที่ซื้อมาใหม่ถุงใหญ่

     เหตุการณ์ทำนองนี้ก่อความอิจฉาแก่นังปุ๊กกี้มาก จากที่เคยเป็นหนึ่งกลายเป็นสอง  สันดานแมวจึงยอมไม่ได้ มันเรียกลูกสมุนตัว

เอ้เจ้าเต๋ามานั่งข้างๆและกระซิบกระซาบแผนการบางอย่างที่ใบ้เผอิญได้ยินขณะรดน้ำอยู่ริมหน้าต่างเมื่อสามวันที่แล้ว

     “พรุ่งนี้หลังป้าฉวีกลับบ้านแล้วฉันจะจัดการนังโสภานะ แกไปเอาก้านธูปที่มีรอยไฟเหลืออยู่หลังป้าฉวีไหว้พระมาไว้ใกล้ๆ

กระดาษที่ฉันวางไว้ แล้วเราช่วยกันกระพือให้ไฟลุกเหมือนในหนังให้มันไหม้ถึงกรงไอ้โสภาเลย”

      เรื่องกระดาษนี้เป็นสิ่งที่ไม่เคยมีผู้ใดสงสัยว่าเหตุใดเจ้าปุ๊กกี้และเจ้าเต๋าจึงชอบเล่นกันนักหนา แต่แกกลับคิดเพียงว่าหมาแมว

ฉลาดเอากระดาษมาปูนอนเพราะไม่ชอบพื้นที่สกปรก กลายเป็นความแสนรู้ของไอ้สองตัวนั้นไป ทั้งที่เบื้องหลังกระดาษคือ

แผนการร้ายกาจของหมาและแมว

      บ้านคุณพราวพิลาสถูกไฟไหม้ค่อนหลังเนื่องจากเป็นไม้ชั้นดีประกอบกับไม่มีคนอยู่

      “อ้าว! ไอ้ใบ้เอ็งมากับเขาด้วยเหรอ  ข้านึกว่าเอ็งอยู่บ้านเสียอีก” เสียงน้าชายทัก วันนี้น้าสนมารับจ้างทำสวนบ้านกลางซอย ได้

ข่าวไฟไหม้จึงรุดเข้ามาดู “เขาว่าพี่ฉวีจุดไฟไหว้พระแล้วดับไม่สนิท อากาศร้อนอีกเป็นเหตุให้เปลวเพลิงทำงานเต็มที่ คุณพราวไป

ต่างประเทศยังไม่กลับ พี่ฉวีต้องถูกตำรวจเชิญตัวไปสอบสวนฐานประมาททำให้เกิดไฟไหม้”

       ใบ้ฟังแล้วก็งงยิ่งนัก ต้นเพลิงเกิดจากนังปุ๊กกี้สมคบกับเจ้าเต๋า ด้วยความโง่ของมันคิดจะทำลายเจ้าโสภาแต่กลายเป็นว่าบ้านที่มัน

อาศัยพลอยพินาศลงไปด้วย เบื้องหลังคือความอิจฉาริษยาและความโง่ของสัตว์สี่ขา ใบ้จะบอกใครได้บ้าง พูดถึงโสภาป่านนี้มิกลาย

เป็นนกย่างไปแล้วหรือ?

       ยังไม่ทันขาดคำใบ้ได้ยินเสียงร้องคุณพราวจ๋าๆบนคบต้นแคนา เจ้าโสภาไปอยู่บนต้นไม้ได้อย่างไรนะเจ้านกเก้าชีวิตนี่ ใช่แล้ว!

เพราะมันบินได้ และคงใช้จงอยปากอันแหลมคมสะเดาะตะขอที่ล็อคไม่แน่นตะกายหนีสุดชีวิตละมั่ง เพราะยังเห็นคราบเลือดติดอยู่ 

แต่นอกจากนั้นเนื้อตัวโสภายังไม่บุบสลาย  มันอยู่บนคบไม้สายตาจ้องที่จุดเบื้องล่างเขม็ง ภาพนังปุ๊กกี้และเจ้าเต๋าเดินตามกันออกมา

มีพี่ฉวีกล่าวหามันเสียงดัง

         “ไอ้สองตัวนี่แหละชอบเล่นกระดาษกันนักจึงกลายเป็นเชื้อไฟอย่างดี เลี้ยงเสียข้าวสุกแท้ๆเลยมึง”

          ใบ้รับฟังอย่างเห็นด้วย ต้นเพลิงคือสัตว์สองตัวเพราะแรงริษยาเห็นแก่ประโยชน์ของตน เพียงแต่ใครจะเชื่อและรู้แจ้งเท่าใบ้ผู้

ให้ถ้อยคำไม่ได้

           ท้ายสุดจากหลักฐานในกล้องวงจรปิดชี้ไปว่าสาเหตุเกิดจากก้านธูปที่เจ้าเต๋าคาบมาเล่นแต่เปลวเพลิงยังไม่จางจึงติดกระดาษที่

พวกมันเอาไว้ขย้ำเล่น ทว่าป้าฉวีก็โดนจับกุมไปดำเนินคดีฐานทำให้ไฟไหม้ด้วยความประมาท แต่คุณพราวพิลาสไม่อยากเอาเรื่อง

เพราะสมเจตนารมณ์ที่เธอต้องการขายบ้านหลังนี้อยู่แล้ว คนซื้อจึงถือโอกาสต่อรองราคาเพราะเขาอยากได้ที่ดินมากกว่าตัวบ้านทำ

โรงงานพลาสติก

           ใบ้กับน้าชายถูกว่าจ้างให้มาตัดต้นไม้เป็นครั้งสุดท้าย และเห็นเจ้าเต๋ากลับไปเป็นหมาจรจัดดังเดิม ส่วนนังปุ๊กกี้ได้ข่าวว่าถูก
แมวขาใหญ่ประจำซอยไล่ฟัดตกน้ำตายเรียบร้อยโรงเรียนแมวไปแล้ว   มันสองตัวไม่ต้องถูกแจ้งข้อหา แต่กรรมเวรที่พวกมันทำกับผู้
อื่นคืนสนองมันโดยมีเพียงใบ้ที่ประจักษ์ถึงผลแห่งกรรมนี้แต่พูดไม่ได้  ทำได้เพียงเขียนเล่าให้คุณฟัง  แล้วแต่ผู้อ่านจะเชื่อนะครับ แบะๆ.....

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ teabpahurat จากทั้งหมด 8 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น