ตอนที่ 10 : ๕ ตำแหน่งใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 475
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    10 พ.ย. 60

ลิงก์สำหรับดาวน์โหลดมาแล้วจ้าาา ฝากพี่เก่งกับยัยมิ้มด้วยนะคะ ขอบคุณทุกยอดดาวน์โหลดจ้าาา

พ่ายรักเจ้าบ่าว
กนกนุช
www.mebmarket.com
“คุณไม่ได้เป็นอะไรมากใช่ไหม”“...”“ผมขอคุยกับคุณสักห้านาทีได้ไหมแล้วจะกลับ” ปริญญาต่อรองไม่สนใจสายตาโกรธเกลียดของกรินทร์“...”“ผมพูดกับดาแล้ว เขาไม่เอาเรื่องคุณ...”“เอาเรื่องอะไร! ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดสักอย่าง ไปสิ กลับไปปลอบใจเธอสิ หึ คิดว่าฉันรักฉันแคร์คุณมากถึงขั้นยอมให้ผู้หญิงของคุณมาทุบตี ใส่ร้ายฉันแบบนี้หรือไง ไปเลยมาทางไหนก็กลับไปทางนั้นเลย ฉันเกลียดคุณ!” พูดจบก็วิ่งขึ้นบันไดไปทั้งน้ำตา เธอหวังแค่ว่าเขาจะมาเยี่ยมด้วยความเป็นห่วง แต่กลับมาตอกย้ำว่าเธอเป็นคนผิด คนแบบนี้เหรอที่เธอสมควรจะรัก...


ตำแหน่งใหม่

 

มินตราลงจากรถเมื่อคนขับพามาถึงตึกปริญ ตึกหนึ่งในห้าที่เป็นกิจการของปริญญา พี่สะใภ้ของเธอเล่าให้ฟังว่า ตึกทั้งหมดเกิดจากน้ำพักน้ำแรงของปริญญาคนเดียว เขาเป็นคนขยันและมีมานะมาก เดิมนั้นมีแค่ตึกเดียวโดยเขาทำงานและขอกู้เงินมาลงทุนสร้างตึกไว้ให้เช่า ซึ่งเน้นที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัย และใช้เวลาไม่นานก็สามารถใช้หนี้เงินกู้ที่กู้มาลงทุนจนหมดซ้ำยังขยายกิจการออกไปที่อื่นอีกจนตอนนี้มีกิจการเป็นของตัวเองแล้วห้าตึกด้วยกัน โดยทุกตึกถูกสร้างเป็นห้องพักรายเดือนทั้งสิ้น

ตอนที่เธอเดินเข้าไปนั้นมีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งยืนหน้านิ่งรออยู่แล้ว ผู้หญิงคนนั้นมองเธอด้วยแววตาไม่ใคร่เป็นมิตรมากนัก เธอยกมือไหว้ก่อนแล้วยิ้มเป็นใบเบิกทาง

“มินตราใช่ไหม ฉันชื่อพัชรี เป็นคนดูแลตึกปริญ”

“สวัสดีค่ะ ใช่ค่ะฉันมินตรา แต่คุณเรียกฉันว่ามิ้มเฉย ๆ ก็ได้นะคะ” มินตราพยายามผูกมิตร

ทว่าแทนที่อีกฝ่ายจะตอบรับไมตรีที่เธอหยิบยื่นให้ แต่กลับสะบัดหน้าหนีเธอซะอย่างนั้น มินตรามองตามหลังอีกฝ่ายอย่างงุนงง แต่ก็เลือกที่จะเดินตามหลังผู้หญิงคนนั้นไปข้างในตัวตึกโดยไม่พูดอะไร

“คุณนั่งอยู่ตรงนี้ก่อนก็แล้วกันค่ะ เจ้านายยังไม่ได้ให้คนเอาโต๊ะมาให้คุณ เพราะไม่รู้จะอยู่ทนทำงานได้นานแค่ไหน” พัชรีเอ่ยกับผู้หญิงที่เจ้านายกำชับให้ดูและและสอนงาน จากนั้นก็เดินไปหยิบแฟ้มบางอย่างมายื่นให้คนที่นั่งมองนั่นนี่ระหว่างรอ “นี่ค่ะงานคุณ ช่วยเช็กตัวเลขพวกนี้ทีว่าตรงกันไหม”

มินตรายื่นมือรับมาดู พลิกอ่านคร่าว ๆ ซึ่งทั้งหมดเป็นรายละเอียดมิเตอร์ค่าไฟค่าน้ำของห้องพักแต่ละห้อง มีทั้งหมดเกือบเจ็ดสิบห้อง “ได้ค่ะ”

“มีอะไรไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามนะคะ” พัชรีบอกกับผู้หญิงที่เธอไม่ชอบหน้าตั้งแต่แรกเจอ ขณะพูดสายตาจับจ้องที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะตรงหน้าไม่แม้แต่จะเสียเวลามองหน้าคู่สนทนา

มินตราไม่สนใจกิริยาไร้มารยาทของอีกฝ่าย เธอนั่งทำงานของเธอไป บางจุดที่ไม่ตรงกันเธอก็ทำจุดเล็ก ๆ ไว้ เพื่อจะได้สอบถามพัชรีรอบเดียว เพราะเห็นว่าคนสอนงานไม่ได้อยากคุยกับเธอมากนัก ดังนั้นพูดกันให้น้อยที่สุดคงจะดีกว่า

ระหว่างที่เธอง่วนกับงานก็มีโทรศัพท์เข้ามาไม่ขาดสาย เพื่อติดต่อขอเช่าห้องพัก มินตราลอบมองพนักงานของปริญญาเป็นพัก ๆ เธอไม่รู้ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงดูไม่ชอบเธออย่างออกนอกหน้าแบบนี้ แต่เท่าที่ฟังเวลาอีกฝ่ายเจรจากับลูกค้าก็ถือว่าค่อนข้างมีมารยาทที่ดีพอสมควร แสดงว่ากิริยาท่าทางแปลก ๆ คงเป็นเฉพาะกับเธอคนเดียว

“สวัสดีค่ะ” พัชรีรับสายแล้วเหล่ตามองดูคนที่นั่งอยู่ตรงโซฟาของออฟฟิศ “มาสักพักแล้วค่ะ”

มินตราเงยหน้าจากงานแล้วมองไปทางพัชรีแวบหนึ่งก่อนจะก้มหน้าสนใจกับงานต่อและทำเป็นไม่สนใจแม้จะรู้อยู่แล้วว่า สายนี้เป็นใครที่โทร.มา

“ไม่มีปัญหาค่ะ ตอนนี้ให้นั่งเช็กมิเตอร์ค่าน้ำค่าไฟค่ะ”

ปลายสายน่าจะพูดอะไรบางอย่างกับพัชรี เพราะเธอได้ยินอีกฝ่ายรับปากว่า ค่ะ ๆแล้วก็วางสายไป

“คุณคงได้ยินแล้ว และคงเดาได้ว่าเจ้านายโทร.มา”

“ค่ะ”

“เจ้านายบอกว่า เดี๋ยวให้คุณไปจัดห้องพัก”

มินตราหน้าตาเหรอหราทันที “แล้ว...แม่บ้านล่ะคะ”

พัชรีชักสีหน้าทันที่ได้ยิน “วันนี้แม่บ้านลาป่วยค่ะ แต่จะมีคนเช่าห้องย้ายเข้าวันนี้ ที่จริงแม่บ้านก็ทำความสะอาดห้องนั้นไว้หมดแล้ว คุณก็แค่ปัดกวาดเช็ดถูและปูผ้าปูใส่ปลอกหมอนแค่นั้น

“แต่...” มินตรานึกภาพนั้นไม่ออกจริง ๆ เธอเคยทำเสียที่ไหน

พัชรีเบ้ปากมองผู้หญิงที่มีสีหน้าจืดเจื่อนดูหยิบโหย่ง หึ คงไม่เคยทำอะไรเลยล่ะสิ แต่งตัวดีแบบนี้ไว้ใจได้เสียที่ไหน สมัยนี้หน้าตาดี ท่าทางดีมีเสี่ยเลี้ยงทั้งนั้น บนห้องนั่นก็มีให้เห็นเป็นตัวอย่าง ไม่รู้ว่าถ้าแม่นี่รู้จะตบกันตายไหม 

สายตาของพัชรีนั้นทำเอามินตราหน้าชา “ก็ได้ค่ะ แล้วฉันต้องเริ่มจากตรงไหน”

“ทางนี้ค่ะ” พัชรีเดินไปเปิดตู้หลังหนึ่งไขกุญแจและดึงถุงชุดเครื่องนอนออกมาชุดหนึ่ง ในถุงนั้นมีผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน ผ้ารอง หมอนและปลอกหมอน จากนั้นก็ไขตู้เก็บกุญแจแล้วยื่นให้มินตรา “นี่ค่ะชุดผ้าห่มกับผ้าปูที่นอน แล้วนี่ก็กุญแจห้องพัก”

มินตรารับถุงนั้นมางง ๆ เธอมองกุญแจในมือแล้วถาม “แล้วคุณจะไปช่วยกันไหมคะ”

พัชรีหันมามองหน้าคนถามอย่างเคืองรำคาญ “ฉันต้องเฝ้าออฟฟิศค่ะ เจ้านายไม่ชอบให้ทิ้งออฟฟิศ เพราะเผื่อมีลูกค้ามาติดต่อเช่าห้อง จะไปกันสองคนได้ยังไง”

“งั้น...จะรู้ได้ยังไงคะว่า ฉันทำเรียบร้อยไหม”

“คุณทำเสร็จก็ลงมาบอกฉันก็ได้ค่ะ ฉันจะไปเช็กดูอีกที”

“คุณจะทิ้งออฟฟิศไปตรวจเหรอคะ” มินตราถามด้วยแววตาใสซื่อ เริ่มหมั่นไส้ผู้หญิงคนนี้ขึ้นมา คนอะไรพูดดีด้วยก็แล้วยังจะเชิดใส่ไม่เลิก

“คุณรีบไปจัดการก่อนลูกค้าจะเข้ามาพักเถอะค่ะ อ้อนี่ด้วยค่ะที่คุณต้องเอาไปด้วย” พัชรียื่นไม้กวาดที่ตักผงและไม้ถูพื้นให้มินตรา

มินตรารับของมาถือไว้ “ฉันฝากไว้ก่อนแล้วกัน ถ้าคุณไม่ขึ้นไปด้วยเกรงว่าฉันอาจจะต้องใช้ปากคาบไปเพราะไม่มีมือถือแล้ว เดี๋ยวลงมาเอาของที่เหลือค่ะ” เธอคว้าของเท่าที่ถือไปไหวเดินเข้าลิฟต์แล้วกดชั้นที่ต้องการ จากนั้นก็กองของทั้งหมดไว้ที่หน้าห้องหกศูนย์สาม

มินตราลงไปเอาของอีกส่วนหนึ่งที่ทิ้งไว้ในออฟฟิศ เห็นสายตาวาววับของพัชรีแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจก่อนจะเลี่ยงไปจัดการงานของเธอแทนที่จะมาใช้สายตาฟาดฟันต่อสู้ เมื่อถึงหน้าห้องพักที่เธอกองของไว้ก่อนหน้าก็เปิดประตูเข้าไป

เท่าที่กวาดตาดูก็พอจะรู้แล้วว่า ทำไมหลายชั่วโมงมานี้จึงมีโทรศัพท์ดังไม่ขาดสาย ที่แท้ห้องพักรายเดือนของปริญญานั้นดูสวยหรูเกินราคา เฟอร์นิเจอร์ครบครัน ถือกระเป๋ามาใบเดียวก็อยู่ได้สบาย ซ้ำทั้งนอกห้องในห้องยังสะอาดสะอ้านและเงียบสงบแบบนี้นี่เอง

“แม่บ้านคงมาทำความสะอาดบ่อย ๆ จริงสินะ”

แต่...

“ฉันต้องเริ่มจากตรงไหนก่อนเนี่ย” มินตรามองซ้ายมองขวา ก่อนจะเริ่มจากการเอาไม้กวาดมากวาด ๆ พอเป็นพิธีก่อนจะเอาผ้าถูพื้นไปชุบน้ำในห้องน้ำแล้วมาถูต่อ ทว่ายังไม่ทันจะถูเสร็จเสียงคนที่เขม่นเธอตั้งแต่เช้าก็กรีดร้องราวกับใครจะเอามีดเชือดคอหอย

“ทำไมพื้นแฉะแบบนี้ คุณไม่ได้บิดผ้าถูให้แห้งเหรอคะ?” พัชรีถามอย่างเอาเรื่อง กวาดตามองไปทางไหนก็เห็นน้ำเปียกเต็มพื้นไปหมด แบบนี้จะไม่ให้เธอโมโหได้ยังไง!

“ฉันบิดแล้ว” มินตรายืนยัน เพราะเธอบิดแล้วจริง ๆ

“แล้วมันหมาดไหม พื้นกระเบื้องน่ะถ้าบิดผ้าไม่หมาดก็จะเป็นสภาพแบบที่คุณยืนอยู่นี่แหละคะ ฉันไม่ได้จะว่านะ แต่คุณไปสารภาพกับเจ้านายเถอะว่าทำไม่ได้ แล้วก็เลิกมาทำงานที่นี่ซะ เพราะมันเสียเวลาเปล่า อย่างคุณน่ะ...” ขณะพูดก็กวาดตามองมินตราตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าไปด้วย “ใช้อย่างอื่นมัดใจเจ้านายน่าจะได้ผลกว่าการสร้างภาพช่วยงานแบบนี้นะคะ”

มินตราหูอื้อไปหมดตอนที่ได้ยินอีกฝ่ายพูดแบบนั้น “ฉันตั้งใจจะมาทำงานจริง ๆ แล้วคุณจะมีปัญหาอะไรกับฉันนักหนา”

“ก็คุณดูผลงานที่ตัวเองทำสิ มันดีไหม” พัชรีตะเบ็งเสียงแข่งกับมินตราอย่างหน้ามืด

ลูกค้าห้องที่อยู่ข้าง ๆ เปิดประตูออกมาดู เพราะถึงห้องจะเก็บเสียงแต่ก็ยังมีเสียงเล็ดลอดเข้าไปอยู่ดีเวลาสมาชิกในห้องเปิดประตูเข้าออก

“ก็ฉันบิดแล้วจริง ๆ” มินตราเถียงกลับไม่ยอมแพ้

“ถ้าบิดแล้วนี่มันอะไรคะ ฉันถามหน่อยว่านี่มันอะไร!” พัชรีคว้าไม้ถูพื้นมาแล้วบิดเอาน้ำออก น้ำที่เปียกชุ่มผ้าถูกพื้นไหลนองพื้นเต็มไปหมด พัชรีทิ้งไม้ถูกพื้นลงพื้นแรง ๆ อย่างโมโห

“คุณจะเสียงดังไปทำไมคะ ห้องข้าง ๆ เขาคงแตกตื่นกันหมด” มินตราเหลือบไปเห็นลูกค้าที่มาพักเยี่ยมหน้าออกมาดูกันสลอน

พัชรีเดินไปคว้าประตูห้องแล้วปิดดังปังเพื่อกั้นไม่ให้คนนอกเห็น

มินตราเห็นดังนั้นออกออกท่าทีหลอน ๆ เธอเผลอก้าวถอยหลังจนชิดขอบเตียง “ทำไมมองฉันแบบนั้นคะ ฉันแค่ทำพื้นแฉะไปหน่อยแค่นั้นไม่ได้ไปฆ่าใครเขาสักหน่อย ทำไมต้องโมโหมากขนาดนั้นด้วยเนี่ย...”

พัชรีเดินปรี่เข้าหมายจะทำอะไรสักอย่างเป็นการสั่งสอน

ทว่ายังไม่ทันที่พัชรีจะก้าวเดินมาประชิดตัวมินตรา ประตูก็ถูกเปิดออกอย่างแรง “นี่มันอะไรกัน!

“เจ้านาย” พัชรีหันไปมองคนมาใหม่ด้วยหน้าตาซีดเซียว ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ

“ผมถามว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้”

“ก็แม่นี่สิคะ พัชให้ขึ้นมาเตรียมห้องให้ลูกค้าตามที่เจ้านายบอกแต่แม่นี่กลับทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง พัชพยายามสอนแม่นี่ก็เถียงฉอด ๆ จนเสียงดังรบกวนห้องข้าง ๆ ค่ะ”

มินตรานิ่งงันไปทันทีต่อให้เธอร้ายกาจแค่ไหนก็ไม่เคยมีสักครั้งที่จะใส่ร้ายคนอื่นแบบนี้ “ฉันไม่ได้ทำอย่างที่เธอพูดนะ” มินตราแย้งหน้าแดงก่ำ

ทว่าปริญญากลับยกมือห้าม และหันไปกวาดตามองพื้นห้องแล้วเอ่ยว่า “คุณถูกบ้านไม่เป็น?”

“ฉัน...ฉันทำเป็น!” มินตรายืนยัน

“เป็นแล้วทำไมสภาพห้องพักถึงเป็นแบบนี้ยะ” พัชรีพูดขึ้นและตวัดสายตามองอย่างไม่เป็นมิตร

มินตราอยากจะพูดอะไรมากกว่านั้นแต่ก็พูดไม่ออกเพราะเธอทำให้ห้องมีสภาพเละเทะแบบนี้จริง

“คุณออกไปก่อน” ปริญญาบอกคนของตัวเอง “แล้วเปิดประตูไว้ด้วย

พัชรีมองหน้ามินตราด้วยตาวาววับไม่พอใจ ก่อนจะออกจากห้องไปตามคำสั่งของเจ้านาย

พอเหลือกันอยู่แค่สองคน มินตราก็อดถามไม่ได้ “คุณไม่ได้อยู่ที่ทำงานเหรอ”

“มีลูกค้าโทร.เข้าที่สำนักงานของตึกใหญ่บอกว่าที่นี่เกิดเรื่องทะเลาะวิวาท คนที่สำนักงานโทร.หาผมอีกที”

ปริญญาบอก เขากอดอกมองผลงานของคนตรงหน้าแล้วได้แต่ถอนหายใจ

“คุณทำอะไรไม่เป็นสักอย่างเลยงั้นเหรอ”

“ก็อยู่ที่บ้านมีคนทำให้หมดฉันจะทำทำไมไม่ทราบ”

“คุณเป็นลูกคุณหนูโดยแท้ ไม่หยิบจับอะไรสักอย่าง ทำอะไรไม่เป็น แล้วยังจะอยากมาทำงานกับผมเนี่ยนะ”

“ตอนนั้นเมา เข้าใจไหมรับปากอะไรไปก็แก้ไขไม่ได้แล้ว ถึงมาทำอะไรผิดที่ผิดทางอยู่ตรงนี้ไง นี่นึก ๆ ดูก็รู้สึกทุเรศตัวเองเหมือนกัน จำได้ลาง ๆ ว่าร้องไห้จนตาบวม แถมพูดอะไรกับคุณอีกก็ไม่รู้จำอะไรไม่ได้เลย บ้าชะมัด”

ปริญญาถอนหายใจออกมาก่อนจะหยิบเอาผ้าถูพื้นขึ้นมายื่นให้ “ลองบิดผ้าถูนี่ให้ผมดูว่าคุณบิดยังไงผ้าถึงได้อุ้มน้ำขนาดนั้น”

มินตรารับไม้ถูพื้นมาแล้วใช้ปลายนิ้วทั้งห้าจับผ้าแล้วหมุน

สิ่งที่เห็นนั้นทำให้ปริญญาต้องอดใจอย่างมากที่จะไม่กลอกตา “เอามานี่” เขายื่นมือขอไม้ถูพื้นคืน ก่อนจะกำรอบผ้าเต็มฝ่ามือแล้วบิดจนน้ำไหลออกมาเป็นสาย “กลัวผ้าเจ็บเหรอถึงได้ทำแบบนั้น ผมเข้าใจคุณพัชรีแล้วล่ะ”

“ทำไมไม่ใช้ไม้ถูพื้นที่มันมีที่บิดให้ล่ะ ฉันเห็นแม่บ้านที่บ้านฉันใช้แบบนั้น”

“ผมจะใช้แบบนี้มีอะไรไหม?” ปริญญาถามคนที่แถไปเรื่อยด้วยกิริยาที่เรียกว่ากวนเต็มที่

“ไม่มีค่ะ ฉันก็แค่สงสัย”

“ไม่ต้องสงสัยให้มาก คราวนี้ก็ถูพื้น” เขายื่นไม้ถูพื้นคืนแล้วพยักพเยิดให้อีกฝ่ายรับไปถู ทว่าดูลักษณะการถูแล้วคงไม่แคล้วที่เขาจะต้องทำให้ดูก่อน “คุณถูแล้วก็เหยียบตามรอยที่เพิ่งถู แทนที่จะเดินถอยหลังไปเรื่อย ๆ พอถูเสร็จรอยเท้าคุณก็เต็มพื้น ทำแบบนี้เข้าใจไหม” เขาถูให้ดูเป็นตัวอย่าง ทว่าห้องพักที่ทำให้เช่านั้นไม่ได้กว้าง ถูไม่นานก็เสร็จ ตอนที่เขาถูนั้นรู้สึกว่า ในห้องเงียบผิดปกติ จึงเงยหน้าขึ้นดู

มินตรายิ้มให้อย่างใสซื่อ “ทำไมไม่ทำต่อเหรอคะ”

ปริญญาวางไม้ถูพื้นลงและก้าวเข้าหาคนที่ตีหน้าซื่อช้า ๆ

มินตราถอยหนีอย่างระแวดระวัง สายตาจับตามองไปที่ประตู คิดว่าหากเขาทำอะไรกับเธอเธอจะต้องพุ่งออกไปให้ทัน เธอเดินถอยหลังไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งหลังติดกับประตูตู้เสื้อผ้าแบบบิลท์อิน เขาก็ยังก้าวตามมาติด ๆ เธอกลั้นหายใจทันทีที่เขาเข้าใกล้ อย่าบอกนะว่า เขาจะ...

ผลงานที่ผ่านมาเชิญโหลดตามลิงก์นี้ค้าาาาาาาาาาาา 

สามีตัวร้าย
กนกนุช
www.mebmarket.com
“ฉันหิวน้ำ” ประโยคที่ไม่ควรเกิดขึ้นในบรรยากาศที่คนสองคนแทบฆ่ากันตายแบบนี้ผุดขึ้นมาได้อย่างไรไม่รู้ แต่แก้วเจ้าจอมยอมโดนด่าว่าทุกอย่างในตอนนี้ เพราะเธอคอแห้งไปหมดแล้วจริง ๆ ทว่าแทนที่เขาจะตอกหน้าเธอด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ แต่เขากลับก้มหยิบขวดน้ำเปล่าที่พราวหยดน้ำขึ้นมา จากนั้นก็แกะพลาสติกที่ปากขวดออกแล้วยื่นให้เธอแก้วเจ้าจอมรับมาดื่มด้วยท่าทางงง ๆ “ดื่มช้า ๆ เดี๋ยวก็สำลักหรอก” คีรีบอกจากนั้นก็เดินไปที่หัวเรือแล้วสตาร์ทเครื่องยนต์ เขาไม่ได้สนใจแก้วเจ้าจอมอีก เพราะมั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่มีทางกระโดดหนีเขาไปตอนนี้แน่ ดูก็รู้ว่ากลัวตายแค่ไหน!เขาตั้งหน้าตั้งตาขับเรือให้ถึงเกาะ พอไปถึงที่นั่นเขาจะได้ทำอะไร ๆ สะดวกขึ้น ตอนนี้ก็ให้คนคิดหนีดีใจไปก่อน ถึงเกาะแล้วแก้วเจ้าจอมจะได้รู้ไว้ว่า อย่าคิดจะหนีเป็นรอบสองอีกเด็ดขาด!


เจ้าสาวเบอร์รอง
กนกนุช
www.mebmarket.com
   “คิดว่าฉันอยากแต่งกับเธอนักหรือไง ที่ทำนี่ก็เพราะไม่อยากให้ผู้ใหญ่เสียหน้า เดี๋ยวฉันจะไปบอกช่างแต่งหน้าส่วนเธอก็อยู่ในนี้รอ”     กาสะลองมองคนที่พูดจากห่างเหินกับเธอในรูปแบบที่ไม่ใช่แค่ ‘ผม’ กับ ‘คุณ’ ด้วยแววตาไหววูบ ในอกปวดแสบปวดร้อน ทั้งคำพูด น้ำเสียง และแววตาไม่เหมือนกลินท์เมื่อสิบกว่าปีก่อนสักนิด ตอนนั้นเขายังเป็น ‘พี่โต’ สำหรับเธอและน้องสาว แต่เมื่อไหร่กันที่เขาเป็น ‘พี่โต’ สำหรับแก้วเจ้าจอมคนเดียว...      กาสะลองสะบัดแขนจนหลุด เธอพุ่งไปที่ประตูหมายจะคว้ามันเปิดออก แต่ยังไม่ทันได้ทำก็ต้องเผลอกรีดร้องด้วยความตกใจเมื่อร่างเธอปลิวหวือเข้ามาในอ้อมกอดของกลินท์ เธอไม่ทันได้พูดอะไรออกมากลินท์ก็ก้มหน้ามาชิดและประกบปากปิดกลืนเสียงหนวกหูของเธอไว้ทันที



คล้องใจภรรยา
กนกนุช
www.mebmarket.com
“ไปอาบน้ำ เสื้อผ้าเอาของผมไปใส่ก่อน”“ฉันจะกลับ” เธอปรี่ไปที่ประตูทันทีทว่ากรินทร์เร็วกว่า เขายึดข้อมือบางไว้แน่น “มีเหตุผลหน่อยสิคุณ ไปอาบน้ำไป ลูกอยากพักผ่อนแล้ว”“ฉันเกลียดคุณที่สุดเลย!” ธาราเค้นคำพูดออกมาในที่สุด ยิ่งรักมากก็ยิ่งเจ็บปวดมาก เขาพาเธอมาบ้านราวกับว่าต้องการพาเธอมาให้คนในครอบครัวยำให้เละ เหอะ! ไม่เห็นอยากมีเลย บ้านหลังใหญ่ คนเต็มบ้านแต่กลับจิตใจคับแคบ!“เอาเถอะ ผมก็ไม่ได้ชอบคุณหรอก คุณก็ท่องไว้ว่าเพื่อลูก ๆ”

และ...อีกหลาย ๆ เล่ม 55555

กุหลาบเปื้อนฝุ่น
จินห์จุฑา
www.mebmarket.com
ท่าทีเป็นห่วงเป็นใยของฟ้าลดาทำให้ภคินใบหน้าเกร็งไปหมด “กลับไปนอนซะฟ้าลดาก่อนที่ผมจะหมดความอดทนกับคุณ”“คุณไม่มีสิทธิ์!” ฟ้าลดาแหวขึ้นอย่างเหลืออด ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ภคินและปรัชญ์ได้เห็นมุมนี้ของหญิงสาว ภคินกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาวาววับ “ตอนนี้ผมพูดได้ไม่เต็มปากว่า ผมมีสิทธิ์ แต่รออีกนิดนะฟ้าลดา ผมจะเอาสิทธิ์ที่คุณถามหามาปาใส่หน้าคุณให้ได้”“ฉันไม่ต้องการ”“แต่ผมต้องการ! ต้องการมาก ๆ เลยล่ะ ขึ้นไปนอนซะ ผมสัญญาว่าจะรีบเอาตำแหน่งที่เหลือมาให้คุณแน่ อย่าสติแตกลาออกไปซะก่อนล่ะ อย่าคิดจะหนีอีก เพราะถ้าผมหาคุณไม่เจอเรื่องมันคงใหญ่โตกว่าที่คิดแน่”...
รักเพียงจันทร์
จินห์จุฑา
www.mebmarket.com
“เขมคงง่วงจัดถึงหลับไปทั้งแบบนี้” เขายื่นมือมาเปลี่ยนเธออุ้มหลาน จากนั้นก็แตะแขนเธอเบา ๆ ให้ลุกขึ้น จันทร์เต็มดวงทำตามอย่างว่าง่าย เธอยืนรอเขาล็อกประตูจนเสร็จแล้วก็เดินตามเขาต้อย ๆ “ฉันนอนกับคุณด้วยได้ไหมคะ” จันทร์เต็มดวงถามอย่างไม่คิดอะไร เพราะความกลัวจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งแดนไทก็ไม่ถือสา เขาดึงแขนเธอให้เดินตามเข้าห้องพร้อมล็อกประตูแน่นหนา“คุณใช้ห้องผมได้ตามสบายเลย ผมจะนอนที่โซฟานั่น” แดนไทชี้ไปที่โซฟายาว แต่ก็สั้นสำหรับขายาว ๆของเขาอยู่ดี พร้อมกับเดินไปที่เตียงแล้ววางเขมินท์และห่มผ้าให้จันทร์เต็มดวงส่ายหน้าน้ำตาร่วงเผาะ “นอนด้วยกันที่เตียงเถอะนะคะ ฉันไม่ได้คิดอะไรไม่ดีกับคุณหรอก แต่ฉันกลัว กลัวมากด้วย” พูดไปก็ร้องไห้ไปอย่างคนเสียขวัญถึงขีดสุดแดนไทดึงแขนคนตัวเล็กที่เคยดื้อรั้นเข้ามาใกล้แล้วให้เธอซบกับอกร้องไห้ “โอเคครับ เราจะนอนด้วยกันที่เตียง ตกลงไหม คราวนี้ก็ไปอาบน้ำอาบท่าได้แล้วเด็กดี”จันทร์เต็มดวงเงยหน้าจากอกอุ่น ๆ ของเขาแล้วถึงเพิ่งนึกได้ “ฉันไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยนค่ะ”







กลิ่นหวาน
จินห์จุฑา
www.mebmarket.com
   “ที่ผ่านมาผมแค่จับมือคุณเองนะเอาอะไรมาบอกว่าผมฉวยโอกาส” จิรภาสถามพร้อมกับขยับเท้าเข้าหาจนปลายเท้าของทั้งสองคนชนกัน     ปิณฑิราก้าวเท้าหนี ทว่าร่างกายส่วนบนก็ยังติดอ้อมแขนแกร่งที่ยึดไว้อยู่ดี จึงอยู่ในท่าที่ทุลักทุเลไม่น้อย  เธอโก่งตัวไม่ให้หน้าอกแนบชิดกับเขา แต่เหมือนอีกฝ่ายจะรู้จึงให้มือกดแผ่นหลังเธอเข้าแนบชิดยิ่งกว่าเดิมราวกับต้องการแกล้ง    “แต่วันนี้ผมยอมให้คุณด่าได้”    “หมายความว่าไง” ปิณฑิรามองคนที่โน้มใบหน้าลงต่ำมองเธอด้วยสายตาวิบวับแบบแปลก ๆ ด้วยความรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก    “ผมจะจูบคุณ จะทำทุกอย่างที่อยากทำมาก่อนหน้านี้”    “ฉันไม่ให้ทำ!” พูดจบก็เตรียมดิ้นเพื่อให้หลุด     จิรภาสใช้สองแขนรัดร่างเล็กในอ้อมแขนแน่นราวกับงูเหลือมรัดเหยื่อ พอเหยื่อเริ่มหายใจไม่ออกและกำลังร้องขอชีวิตก็รีบ ‘งับ’ เหยื่อกินลงท้องทันที...



พรมรัก
จินห์จุฑา
www.mebmarket.com
“ทำไมแช่น้ำนานขนาดนั้นสิบนาทีก็น่าจะออกมาได้แล้ว” ปกป้องบ่นอุบ มองและเดินตามชนาต้อย ๆ“จะตามมาทำไม ไม่คิดจะหนีไปไหนหรอก ฉันโมโหคุณมากที่...คุณดูซะก่อนเนื้อตัวฉันเป็นแบบนี้ แช่น้ำตั้งนานมันยังไม่ดีขึ้นเลย” ชนาชี้ให้ตัวต้นเหตุเห็นร่องรอยสัมผัสที่ยังหลงเหลือติดผิวกายอย่างเด่นชัดจนแทบกระแทกตาคนมอง“ผมก็คิดว่าลงน้ำหนักเบาแล้ว แต่คุณตัวขาวไงเลยเห็นชัดไปหน่อย” ปกป้องแก้ตัวเสียงเบาเท่าแมลงหวี่“ฉันผิด?” ชนาชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง จ้องปกป้องอย่างหาเรื่องคนที่รู้ตัวว่ากำลังถูกรวนสายหน้า “คุณไม่ได้ผิด ผมผิดเอง ผิดนิดหน่อยที่ห้ามใจไม่ไหว”ชนาได้แต่ค้อนลมค้อนแล้ง เถียงไปก็เท่านั้น หน้ามึนขนาดนี้ด่าจนปากเปียกปากแฉะก็คงได้แค่เห็นหมอนี่ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จเท่านั้น!



รัก (เกือบ) หมดหัวใจ
กนกนุช
www.mebmarket.com
ช้องนางถอนหายใจพร้อมกับละสายตาจากงานเพื่อมองสบตากับเขา  “ฉันไม่ได้พูด แฟนของคุณเขากลัวคนไม่รู้ถึงได้ตะโกนย้ำกับฉันสองสามครั้งในห้องน้ำตอนเราหย่ากันแรก...

เพียงกระซิบรัก
กนกนุช
www.mebmarket.com
“ยิหวานอนห้องเดียวกันกับพี่ไม่ได้แน่” คนที่หอบเสื้อผ้าไว้แนบอกบอกพลางเดินไปจับลูกบิดประตู แต่ก็ช้ากว่าภูผาที่กระโดดพรวดเดียวไปยืนขวางระหว่างเธอกับประต...

ใส่ร้ายป้ายสีรัก
กนกนุช
www.mebmarket.com
“ห่วงผมใช่ไหม” คนที่ยังหลับตาอยู่ถามขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในรถ “...” “ผมขอโทษนะที่วันนั้นทำให้คุณคิดมาก ผมชอบคุณจริง ๆ นะพลอยชมพู ชอบแบบที่จะจีบมาเป...


  

ชอบไม่ชอบยังไงอย่าลืมมาเม้นต์บอกกันนะคะ ^^ ฝากเพจด้วยนะคะ ขอบคุณที่กดไลก์ กดแชร์ และ Favorites 

สุดท้ายแวะไปด่า หรือทักทายกันได้ที่เพจนี้  https://www.facebook.com/jinjuta18091987/ ได้เผื่อวันไหนอัพมาก อัพน้อยหรือไม่อัพเลย (น่าตบเนอะ)55 ฝนจะเเจ้งหน้าเพจเด้อค่ะเด้อ  กราบขอบคุณงาม ๆ นะจ๊ะที่ร้ากกก จุ๊บ ๆ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #5 ya567 (@ya567) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 18:10
    เขาจะทำอะไรต่อค่ะไรท์ รอค่ะ
    #5
    1
  2. #4 juthamardsan (@juthamardsan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 16:20
    พระเอกจัดหนัก ๆ เลยนะ หมั่นไส้นางมากจากเรื่องโน้น
    #4
    1