เกิดใหม่ทั้งทีก็ขอมีสามีเป็นจอมมารเถอะค่ะ!!

ตอนที่ 17 : ศัตรูและมิตร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1133
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 147 ครั้ง
    4 มิ.ย. 62

               




              ยามเช้านี้ช่างเป็นเช้าที่แสนสดใส เสียงนกน้อยขับกล่อมบทเพลงด้านนอกหน้าต่างแสนไพเราะเสียจริง ชวนให้เคลิ้มได้ไม่ยากนัก แต่นั่นเหละมันจะดูมีความสุขมากกว่านี้ถ้าไม่ใช้ตรงหน้าข้ามีหญิงสดใส ดวงตาสีเดียวกันกำลังนั่งรับประทานอาหารเช้าร่วมกันกับข้าและท่านอยู่!!

              "ท่านพี่ค่ะทานสตูเนื้ออันนี้ดูสิค่ะ น้องทำเองกับมือเลยน้าา~"

              เสียงออดอ้อนแสนอ่อนหวาน กิริยา(อ่อย)งดงามพร้อมท่าชะม้อยชะม้ายชายตาให้ท่านเจ้า และส่งสายตามาถากถางข้าตอนตักอาหาร หื้ม...มันขัดตานัก!!

             "ฮะ ฮะ แฮ่ม! ท่านเจ้า องค์หญิงมิคาล่า ข้าก็อยู่นะคะ ไม่คิดจะสนใจข้าหน่อยเหรอ? อีกอย่าง...ท่านเจ้ามีมือค่ะ ไม่ต้องตักให้เค้าก็ได้"

             องค์หญิงมิคาล่า เป็นองค์หญิงแห่งรัฐหนึ่งของเดนาสแห่งนี้ นางเดินทางมาร่วมงานหมั้นข้าและท่าเจ้าตั้งแต่เมื่อวาน แต่จนแล้วจนรอดนางก็ไม่กลับไปพร้อมบิดาของนางที่กลับไปทันทีตั้งแต่เช้าตรู่ บิดาเองก็ไม่เชิญชวนบุตรีกลับ แถมยังคล้ายสนับสนุน ตั้งแต่เช้าก็ติดท่านเจ้าแจ เกาะเเน่นยิ่งกว่าปลิงควายซะอีก เห้อ....เซ็ง

             "ข้าทราบค่ะว่าท่านพี่น่ะมีมือสามารถตักอาหารเองได้ แต่ว่าท่านพี่เคยบอกนะคะว่าถ้าให้ช้าตักให้อาหารจะอร่อยกว่าเดิมร้อยเท่า พันเท่า ใช่มั้ยค่ะ ท่านพี่"

              พอเย้ยข้าด้วยวาจา และสายตาเสร็จนางก็หันไปส่งตาเชื่อมให้ท่านพี่ของนาง ซึ่งเป็นคู่หมั้นข้าต่อทันที และเจ้าตัวเองที่ไม่สนใจอะไรก็เพียงพยักหน้ารับก่อนที่จะเอ่ยขึ้น

             "เจ้าดูหงุดหงิดนะ เมื่อคืนหลับไม่สบายรึยังไง?"

             เสียงและสายตาที่มองมายังข้าบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าเจ้าตัวเป็นห่วงคู่สนทนา โรเซ็ตต้าเองที่ไม่ได้สนิทกับอีกฝ่ายมานาน จึงไม่อาจทราบได้เลยว่าท่านผู้เป็นใหญ่นี้ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะเหลียวแลใครนอกจากสตรีเพียงผู้เดียวนั่นคือมารดาของพระองค์รวมถึง มิคาล่าเองก็ไม่เคยได้รับ นั่นจึงทำให้นางมองโรเซ็ตต้าอย่างริษยา ที่บุคคลที่นางรักไปห่วงใยหญิงอื่นมากเพียงนี้

             "ท่านเจ้าขอรับมีเอกสารด่วนขอรับ"

             เสียงของทหารนายหนึ่งที่อยู่หน้าห้องทำงานของท่านเจ้าเดินมารายงานเสียงขันเเข็ง และนั่นสามารถบอกได้ว่าท่านเจ้าต้องลุกออกจากโต๊ะอาหารเดี๋ยวนี้ เจ้าตัวเองเมื่อได้ยินก็พยักหน้ารับว่าเข้าใจ ก่อนลุกขึ้น

              "ข้าไปก่อนนะท่านหญิง มิคาล่า"

              เขาเอ่ยจบก็เดินจากไปทันทีโดยวางระเบิดตูมเอาไว้ลูกใหญ่ โอ็ย! นี่ท่านไม่รู้ตัวเลยใช่มั้ยว่าทำอะไรลงไป!!

               "ดีจังนะคะท่านพี่เรียกข้าอย่างสนิทสนมว่า มิคาล่า แสดงถึงความใส่ใจ รักใคร่อย่างท่วมท้น ต่างจากท่านที่เรียกเพียง...ท่านหญิง เฮ้อ...ชั่งน่าเห็นใจเสียจริงที่ท่านเจ้าต้องมาหมั้นหมายกับผู้หญิงที่ไม่แม้จะสนใจใยดี หรือแม้แต่...ไม่ได้รัก!"

                นั่นไงล่ะ. ดีใจใหญ่เชียว ถากถางจนสีข้างถลอกหมดล่ะ ดูท่าจะยังไม่หมดนะ

                "มีอีกมั้ย? เจ้าจงเอ่ยมาเสียให้หมดในรอบเดียวเถอะ เพราะตอนนี้ข้ายังตั้งใจฟังวาจาไร้สาระของเจ้าอยู่ และยังมีความอดทนพอ เมื่อข้าหมดความอดทนไปเดี๋ยวจะไม่มีใครมาฟังเรื่องรางเพ้อเจ้อของเจ้าแล้วจะอกแตกตายซะก่อน"

                คำพูดที่ดูนิ่งเย็น และท่าท่างที่กำลังรับประทานอาหารอย่างสบาบใจไม่มีท่าทีทุกข์ร้อนทำให้ท่านหญิงคนงามถึงกับเหวอ ก่อนจะ....

               "กรี้ด! นี้แก! แกกล้าว่าฉันเพ้อเจ้อเหรอ?"

               กรี้ดเสียงดัง และดิ้นไปดิ้นมาคล้ายปลาตีนถูกน้ำร้อนลวก ชั่งเป็นภาพที่ไม่น่าดูและตลกเสียจริง เห้อ...น่าสมเพช

              "เจ้าเข้าใจถูกแล้วเก่งเหมือนกันนี่นา เอาล่ะ!! ข้าขี้เกียจเอ่ยวาจาต่อปากต่อคำกับเจ้าล่ะ น่ารำคาญ และน่าหงุดหงิด ข้าเองในฐานะของ -พระคู่หมั้น- ก็มีหน้าที่เหมือนกัน ไปล่ะนะ น้องสุดที่รักของท่านเจ้า!"

              โรเซ็ตต้าเอ่ยจบก็ลุกขึ้นและเดินออกจากโต๊ะอาหารทันที ปล่อยมิคาล่าที่กำลังเดือดด้วยความโมโหๆไว้ตรงนั้นก่อนอย่างไม่สนใจนางอีก


              "ท่านเจ้าปล่อยท่านหญิงไว้กับองค์หญิงมิคาล่า จะดีหรือขอรับ?"

              เมื่อมาถึงห้องทำงานโจเซฟก็เอ่ยถามผู้เป็นนายทันที เพราะเขาได้ยินเสียงกรี้ดขององต์หญิงผู้นั้นดังเเว่วมา และอีกอย่างนางหมายปองท่านเจ้าของเขาอยู่ด้วย นางย่อมไม่ถูกจริตกับท่านหญิงโรสที่มาชิงเป็นคู่หมายแน่นอน แต่ท่านเจ้าที่ก็ทราบแต่ทำไมยังทำเช่นนั้น

             "ไม่เป็นไรหรอกโจเชฟ ถ้าท่านหญิงจะมาเป็นแม่เจ้าของอาณาจักรนี้นางต้องรับมือได้ทุกอย่างเชื่อข้าเถอะ" ท่านเจ้าของเขาเอ่ยตอบมาอย่างไม่ทุกข์ร้อน ก่อนมองไปที่โชฟาที่อยู่กลางห้อง เพื่อพูดคุยกับเอกสารสำคัญ

              "ว่าอย่างไรรึท่านดยุกเกว็นเน็ตต้าผู้เป็นพ่อตาของข้า ท่านมีอะไรสำคัญขนาดมารอข้าอยู่ที่นี่ ถึงกับโกหกบุตรีว่าท่านกลับแล้วโดยไม่ลานางสักคำ?"

               ใช่แล้วบุคคลที่อยู่ภายในห้องนั่นคือท่านดยุกเกว็นเน็ตต้าบิดาของโรเซ็ตต้านั่นเอง ตอนนี้เขาดูสีหน้าเคร่งเคลียดจริงจัง คล้ายมีเรื่องบางอย่างสำคัญมากจะเอ่ย

               "พวกท่านสัมผัสได้ใช่หรือไม่? ว่าประตูกาลเวลาปั่นป่วน"

                หลายวันมานี้ท้องฟ้าเดนาสนั้นไม่สงบเหมือนดังเคยมันเเปรปรวนแปลกๆ และที่แย่ไปฟว่านั้นหุบเขาที่ผนึกสิ่งนั้นไว้ก็เริ่มเคลื่อนไหว คงจะถึงเวลาแล้วจริงๆ

                "ข้าทราบดี ฝั่งข้ารับผนึกร่างกาย ฝั่งเจ้ารับผนึกจิตวิญญาณ และเมื่อสองฝั่งเกิดเหตุพร้อมกันดังนี้ ก็คงใกล้ถึงเวลาเต็มที"

                 "หมาป่าคงเริ่มตามหาหนูน้อยหมวกแดงแล้ว..."  ท่านเจ้าเอ่ยขึ้นแล้วหลับตานิ่ง สงครามจะเริ่มอีกครั้งแล้ว...



                 "กรี้ดๆ อยู่นั่นเหละเเสบแก้วหูจริงๆ"

                 โรเซ็ตต้าเอ่ยขึ้นอย่างหงุดหงิด เห้อ...ยัยนั่นนี่มันนกหวีดดีๆนี่เอง อะไรๆก็กรี้ด กรี้ด กรี้ด แล้วก็กรี้ด ต้องโตมาแบบไหนกันถึงเป็นคนแบบนั้นได้ น่าหนักใจแทนพ่อแม่

                  "ท่านหญิงโรเซ็ตต้า..."

                  เสียงเรียกชื่อข้าเเสนเรียบเย็นทำให้ข้าที่กำลังมอง .เรเน่ เซรีสที่กำลังซ้อมดาบกันอยู่หันไปมองตามต้นเสียงก็พบสาวน้อยคนหนึ่งผู้มีผมสีทองสวย ดวงตาสีแดงเพลิง และสวมใส่อาภรณ์สีแดงงดงาม ครู่หนึ่งข้าคล้ายเห็นดวงตานางมองข้ามาอย่างโกรธแค้น ก่อนมันจะหายไปอย่างรวดเร็วเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น เอ๋...หรือว่าข้าตาฝาด?

                  "ท่านเป็นใคร?"

                  เรเน่ถามขึ้นเสียงเย็น คงจะรู้สึกเหมือนกันกับเธอความรู้สึกยามเมื่อศัตรูมาทักทาย และเธอคนนี้ก็ให้ความรู้สึกเช่นนั้นขัดกับใบหน้า แสนน่ารักนั่นเสียจริง

                 "ข้ามีนามว่า ไอริสซ่า หรือเรียกไอริสก็ได้ค่ะ ท่านเจ้าก็เรียกข้าเช่นนั้น"

                 อืม...เข้าใจล่ะ สาวกของท่านเจ้านี่เอง แล้วนี่จะมาไม้ไหนล่ะ?

                  "จ๊ะ ไอริส ข้าไม่ต้องแนะนำตัวเนอะ เพราะคงรู้จักข้าดีอยู่แล้วเพราะเป็นคู้หมั้นท่านเจ้า"

                  โรเซ็ตต้าที่อยู่หลังเรเน่และเซรีสเอ่ยขึ้นอย่างลองเชิงว่าอีกฝ่ายจะมีปฏิกิริยาอย่างไร แต่ก็แปลกใจเล็กน้อยกับผลที่ได้เพราะอีกฝ่ายนั้นนิ่งสนิท ไม่กรี้ด ไม่โวยวาย แต่ก็ยิ้มหวานตอบตอบมาได้หน้นตาเฉย อะไรกันยัยนี่

                  "ข้ามาดี อย่ามามองข้าแบบนั้นสิ ข้ายอมรับว่าไม่พอใจนักที่ท่านมาเป็นคู่หมั้นของบุคคลที่ข้าหมายปองมาตั้งแต่เด็ก และถูกจับตาให้เป็นคู่ครองท่านเจ้าเช่นข้า แต่ข้าก็ไม่อะไรนะเพราะมีคนรักอยู่แล้ว ถึงเขาคนนั้นจะเฝ้าคิดถึงแต่หญิงสาวเพียงนางเดียวที่ทอดทิ้งเค้าไปก็ตาม..."

                  วาจา ท่าทางดูเเค้นมากทีเดียว แต่ถ้ามีชายที่หมายตาและไม่ใช่ท่านเจ้านั่นก็หมายความว่าคนที่หญิงคนนี้เกลียดไม่ใช่เธอ อืม...เธอคงเป็นมิตรจริงๆ

                 "งั้นยินดีที่ได้พบนะไอริส มาเป็นเพื่อนกับข้าได้มั้ย?"

                 คำถามที่ข้าถามไปเรเน่ถึงกับหันมามองข้าควบอย่างรวดเร็วจนข้าคิดว่าคอนางอาจเคล็ดได้ ส่วนเซรีสไม่มีปฎิกิริยาอะไร แต่กลับมองไอริสนิ่ง ด้วยสายตาอ่านไม่ออก 

                "เอาจริงเหรอค่ะ?"

                เรเน่ถามอีกครั้งเพื่อความหมั้นใจ เพราะเธอไม่ไว้ใจผู้หญิงคนนี้แบบสุดๆ และเธอก็เชื่อว่าท่านหญิงก็รู้สึกแบบนั้นแต่ทำไมถึงทำแบบนี้

               "จริงจ๊ะ ต่อไปเรามาเป็นเพื่อนกันนะไอริส"

               "อืม..."

               จากนั้นก็ยิ้มให้กันรวมมิตร แต่จิตใจทั้งสองคิดเช่นไรก็ไม่อาจทราบได้เลย.....



...........................................................

             

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 147 ครั้ง

154 ความคิดเห็น

  1. #120 yummy11 (@yummy11) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 22:16
    งงแล้วอ่ะ งานหมั้นล่ะ จอมมารหายไปไหน เซรีสทำไมไปอยู่นั่น ทาเนียคือใคร ทำไมพ่อที่ตอนแรกดูอบอุ่นเป็นแบบนี้ งงโว้ย!!!!!
    #120
    0
  2. #119 Chaos1st (@model05052547) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 21:41
    อ่า...อื้ม...เอ่อ...เฮ้อ~...เริ่มปวดหัวละ ปมมันก็ไม่ได้เยอะเท่าเรื่องอื่นๆนะ ฉากปวดตับก็ไม่มี แต่เนื้อเรื่องมันดูงงๆยังไงไม่รู้ คนนั้นคือใคร? คนนี้หล่ะ? ทำไมคนนั้นต้อง...คนนี้? ถ้าจะให้เปรียบเทียบมันก็เหมือนกับ...คิดไม่ออก555 แต่ก็จะติดตามต่อไปละกันนะ นาง(เอก)ร้ายนิสัยค่อนข้างร้ายตามคอนเซ็ปต์ ไม่เหมือนนางร้ายคนอื่นๆที่เคยอ่านมา(มีสายเย็นชาทำตัวร้ายกาจ แต่ไม่ยุ่งกับคนอื่น ไม่สนไม่แคร์(หนูฟีร์มัว) สาย กับสายเย็นชาที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อเป้าหมาย(สเตลล่า) แต่เรื่องนี้(โรเซตต้า) นางร้ายจะว่าดูตรงคอนเซปต์ก็ตรงนะ แต่เอกลักษณ์มันไม่ค่อยมี ถ้าสร้างเอกลักษณ์ที่อ่านนิดเดียวก็รู้ได้ว่าใคร(เช่นบอกแค่"นัยทาสีอเมทิสชำเลืองมองไปยังเจ้าหมา(คน(แถมเป็นองค์รัชทายาทด้วย)แล้วพูดว่า..." ก็จะรู้ได้ว่าใครที่กำลังกล่าวถึงอยู่(ถ้าผมไม่อินกับเนื้อเรื่องจนข้ามเอกลักษณ์ของตัวละครก็ขอโทษด้วยนะ) หรือเช่นคำว่า'คนที่คุณก็รู้ว่าใคร' คนที่อ่านก็จะรู้ได้ว่าคนนั้นหน่ะคือ...
    #119
    0
  3. #117 ASHITA❤ (@Chreprang) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 18:37
    ..........
    #117
    0
  4. #114 Som_smile36 (@Som_smile36) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 01:41

    เห้ย!

    ไม่นะเซ!!!
    #114
    0
  5. #108 tawannako (@tawannako) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 22:43

    แฟนนิยายยังคงถอนเฟบไปเรื่อยๆ จากลงตอนนี้มี 678 ตอนนี้เหลือ 666. เพราะแบบนี้ไงเลยไม่ค่อยอยากเขียนปมลง ฮื่อ
    #108
    10
    • #108-7 EviDvil (@Mj2705) (จากตอนที่ 17)
      25 พฤษภาคม 2562 / 01:41
      เพราะเรื่องมันออกทะเลค่ะ!!!ไม่ใช่ดิต้องบอกว่าเพราะเนื้อเรื่องมันรวนรีดคิดว่าไรท์ควรวางสตอรี่บอร์ดใหม่แล้วรีไรท์เนื้อเรื่องดีกว่านะ
      #108-7
    • #108-10 tawannako (@tawannako) (จากตอนที่ 17)
      25 พฤษภาคม 2562 / 04:46
      ขอบคุณนะคะ
      #108-10
  6. #107 reyporntawan (@reyporntawan) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 22:21
    คุณพ่อค่ะ ชวนลูกทำลายประเทศเอ่ยชวนเหมือนชวนลูกกินช้าวเลยนะคะ!! และเซรีส นายจะทำแบบนี้ไม่ด้ายยย
    #107
    1
    • #107-1 Chaos1st (@model05052547) (จากตอนที่ 17)
      25 พฤษภาคม 2562 / 21:42
      ช่าย! แกจะทำแบบนั้นไม่ได้นะเซรีส!!! ถ้าแกจะทำแกจะพูดให้คนอ่านรู้ทำไม!!! เซอร์ไพรส์แบบหักมุมดีกว่าเยอะ(อันนี้คือบอกไรท์555)
      #107-1
  7. #106 Mind-heart-psych (@Mind-heart-psych) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 22:17
    เซรีสสส

    นายจะทำแบบนี้ทำไม
    #106
    0