อิ่มและฮาในฮ่องกง มื้อที่ 1 - กฎการกิน เน้นร้านที่มีรูปหรือภาษาอังกฤษ
แวะเดินเล่นมาถึงแถวจอร์แดน หน้าร้านมีรูปไก่ต้มเค็มสีเหลือง ๆ เอาล่ะ อยากกินร้านนี้แหละ รูปแบบร้านเรียบง่าย ตู้แขวนไก่เหลือง ๆ เต็มหน้าร้าน ก็เพิ่งสิบเอ็ดโมงกว่า ของก็ยังเต็มอยู่เลย เดินเข้ามานั่งโต๊ะข้างเคาเตอร์จ่ายตังค์ เป็นโต๊ะที่มีลิ้นชักอยู่ที่โต๊ะ เป็นกล่องเก็บช้อนส้อมตะเกียบสำหรับบ๋อยจะมาหยิบให้ลูกค้า ... เออ .... เดินมาหยิบกันกระจายเลยอ่ะ
เด็กเสริฟไม่สนทนาด้วยเพราะเราขอเมนูภาษาอังกฤษ เจ๊คนที่เคาเตอร์เลยต้องหันมาเจรจา.. สั่งอาหารตามที่หมายตาไว้ ลุกไปเอามือจิ้ม ๆ รูปบนกำแพง ได้มาสองชุดคือ ข้าวกับไก่ต้ม และไก่ต้มบนข้าว ... 5555 จานหนึ่งมันแยกไก่มา มีผักด้วย อีกจานแค่ไก่ต้มโปะบนข้าว ... ขณะที่รออาหาร เจ๊แกก็มองหน้า จ้องตา มองหน้า เราก็เลยยิ้มให้ แกก็เอ่ยถามอย่างแคลงใจว่า
(บทสนทนาเป็นภาษาอังกฤษแต่แปลให้แล้วนะคะ)
เจ๊ - "คนไทยใช่ไม๊"
เรา - "ใช่ค่ะ - พาน้อง ๆ มาเที่ยวกัน"
เจ๊ - "หน้าคุ้น ๆ นะคะ เห็นบ่อย ๆ นะคะ"
เรา - "เจ๊เคยไปเมืองไทยเหรอคะ .. เรามาจากเยาวราชในเมืองไทย"
เจ๊ - "อ๋อ คนจีน ... แล้วพูดภาษาจีนอะไรคะ"
เรา - "อ๋อ.. ค่ะ ..แต้จิ๋วค่ะ"
(แล้วก็เปลี่ยนจากอังกฤษมาแต้จิ๋ว)
เจ๊ - "แต่เห็นหน้าบ่อย ๆ นะ มาทานข้าวที่นี่บ่อยนะ"
เรา - "เอ่อ คงไม่ใช่นะ เพิ่งมาครั้งแรกค่ะ"
เจ๊ก็ทำหน้า งง งง หันไปเก็บตังค์ลูกค้า อาหารเรามาเสริฟก็เลยกินดีกว่า ... มันเป็นเวลาเที่ยงพอดี ขณะที่เจ๊มองหน้าเรา หันไปหันมา ไอ้เด็กเสริฟก็จะเปลี่ยนเมนูจากเช้าเป็นเที่ยง มันหยิบเมนูที่ชิดด้านในของโต๊ะ เอาจักกะแร้ คร่อมหัวเราแบบว่า จักกะแร้ แปะหัวเลยอ่ะ เราก็ก้มหน้าติดจานแล้วถอยหัวออกมามองหน้า เลยบ่นใส่เจ๊ไปเป็นภาษาอังกฤษว่า "ลูกค้าต่างชาติเนี่ย ช่วยบอกก่อนได้ไม๊ อย่าเอาจักกะแร้มาติดหัวคนอื่นเค้า"
เจ๊ก็ขอโทษ แล้วก็คุยเรื่องเมืองไทยกันต่อนิดหน่อยก่อนจะเช็คบิล
มื้อนี้ 76 เหรียญ เจ๊ลดให้ 1 เหรียญ เหลือ 75 ... ใจดีจริง ๆ
---
อิ่มและฮาในฮ่องกง มื้อที่ 2 - อยากกิน โจ๊ก มื้อเช้า
เดินดูรูปในร้านแถว ๆ โรงแรม ฝั่งมงก๊ก ที่ตรงข้ามกับฝั่งช้อปปิ้ง ก็เลือกได้ร้านที่มีรูปชามอยู่สิบสองชาม ข้างล่าง ๆ เป็นก๋วยเตี๋ยว ข้างบนเป็นสีขาว ๆ มีเกี๊ยว มีหมู มีลูกชิ้น ก็เลยเลือกชามที่มีเกี๊ยว เอาว่ะ โจ้กเกี๊ยวกุ้ง ... เดินเข้าร้านจากสายตาสามคู่ ได้โจ๊กสมใจอยาก แต่ปรากฎว่าพอนั่งลงเค้าก็ค่อยบอกว่า เป็นก๋วยเตี๋ยว เราก็เลยขอว่างั้นเอาข้าวเปล่ากะเกาเหลาได้ไหม พยักหน้าเข้าใจรับออเดอร์
เพิ่งตั้งร้าน จัดยังไม่เสร็จ เสียงเถียงกันกระหน่ำร้านแค่สามคนเหมือนแปดคน จนเลือกได้ก็ทำมาเสริฟ.. เมื่อเราเห็นชาม ก็กลั้นหัวเรากันแทบไม่อยู่ ...
เกี๊ยวหมูลอยอยู่ในชามน้ำซุป แล้วข้าว ... เปล่าครับไม่ได้แยกมา ... คนขายแกใส่ลงในน้ำซุปให้เลยครับ .... ไงล่ะ ...หนาวไม๊ .. ก็จะเอาข้าวแทนก๋วยเตี๋ยวไง....
สรุป ... ถ้ามีรูปก็ไม่ได้หมายความว่าจะสั่งอาหารได้...เอาภาษาอังกฤษ และเลือกร้านที่รูปชัด ๆ ดีกว่า
----
อิ่มและฮาในฮ่องกง มื้อที่ 3 - น้ำร้อน
วันนี้ตามหาเป็ดย่าง แต่ร้านส่วนใหญ่ก็มีแค่ตัวหนังสือภาษาจีนก็ไม่กล้าเข้า เพราะประสบการณ์เมื่อเช้า ทำเราเซ็ง ได้ข้าวใส่น้ำซุปก๋วยเตี๋ยวมา ก็เลยเลือกร้านใหญ่ ราคาค่อนข้างแพงหน่อย ก็เห็นมีรายการเป็ดรมควัน ..ก็ได้วะ อยากกิน ..
นั่งลงที่โต๊ะ เค้าก็เอาเมนูมาให้ เราสั่งอาหารเสร็จเค้าก็เอาน้ำร้อนใส่แก้วพลาสติกมาเสริฟ ตุ๊กตายิ้มกว่าง ดี ๆ น้ำร้อนเพื่อสุขภาพ ส่วนเราก็แปลกใจ แต่ก็เออ ๆ วางให้คนละแก้วตรงตัว แล้วก็เสริฟตะเกียบกับช้อนเอาทิชชู่ห่อมาวางไว้ข้าง ๆ ให้ ก็รออาหารมาในขณะที่ตุ๊กตาดื่มน้ำไปครึ่งแก้ว อะตอมจิบแล้วบ่นว่าเหม็นคลอรีน อีเจ๊เด็กเสริฟมาหยดมองน้องตุ๊กตาตอนดื่มน้ำ
ครับ ไม่มีใครพูดอะไร ทานข้าวเสร็จ ก็เห็นเด็กเสริฟอีกคน หยิบช้อนตะเกียบจุ่มในแก้วน้ำร้อนแล้วเอาไปเสริฟให้โต๊ะข้าง ๆ ... ไม่มีใครบอกพวกเราเลย ว่าน้ำร้อน เอาไว้ล้างอุปกรณ์ในการกิน ... เจ้าตุ๊กตาก็ซัดไปแก้วครึ่ง พี่ทาทาไปหนึ่งอีก ... เออ เออ... กินน้ำล้างช้อนกันถ้วนหน้า ..... สงสัย .. เด็กเสริฟมันคงผลัดกันวิ่งเข้าไปหัวเราะหลังร้านทีละคน ไม่มีใครบอกอะไรสักอย่าง... กรรม
-----
จะอ่านออกไม๊ล่ะ
ตะเกียบสีเขียว... ชอบ ๆ
ควันหลงฮ่องกง ตอน ฮา ๆ เรื่องของกิน
เขียนโดย
Punna Hussa
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
24 มี.ค. 52
490
0
ความคิดเห็น