ขนาดตัวอักษร

  • font-size
  • font-size

ตอนที่ 2 : ตอนที่1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • 4 เม.ย. 64

อยาก

 

อยากได้

 

อยากได้จอก

 

ต้องการจอก

 

อยากได้ๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

“ เสียงใครพูดตั้งแต่เมื่อกี้กันน่ะ ”

“ น่ารำคาญจริงๆ ”

“ จอกหรอมันคืออะไรกันน่ะ ”

“ มีอะไรกำลังร้องหาอะไรบางอย่างงั้นหรอ ”

“ ความปรารถนาอันแรงกล้านี้มัน พวกเขาต้องการอะไรจากข้ากันนะ ”

“ ในเมื่อพวกเขามีความปรารถนาที่แรงกล้าขนาดนี้ งั้นข้าก็ขอดูหน่อยเถอะความตั้งใจนั้นน่ะ ”
 

ข้าแต่บรรพบุรุษแห่งเงินและเหล็ก
ณ อดีตกาล ราชาผู้ผูกพันธะสัญญากับศิลา


สร้างกำแพงกั้นสายลมที่พัดลงมา
ปิดประตูทั้งสี่ทิศ
ขอพลังจากทั้งสามทางจากมงกุฏราชันย์จงหมุนวนไหลผ่านไปทั่วทั้งราชอาณาจักร


จงเติมเต็ม จงเติมเต็ม จงเติมเต็ม จงเติมเต็ม จงเติมเต็ม
กล่าวซ้ำแล้ว...ห้าหน
แต่...เมื่อเติมจนเต็มแล้วก็จงแตกกระจาย


ขอประกาศ


กายของเจ้าจงจุติมายังใต้บัญชาข้า
และชะตาของข้าจะฝากเอาไว้กับดาบของเจ้า


จงปฏิบัติตามพันธะแห่งจอกศักดิ์สิทธิ์
หากเจ้ายอมสยบต่อความตั้งใจ ต่อปกครองของข้า...ก็จงตอบรับ
ขอสาบาน ณ ที่แห่งนี้


ข้าจะเป็นธรรมะทั้งหมดบนโลกนี้
ข้าคือผู้พิพากษาอธรรมทั้งหมดบนโลกนี้

 

เจ้า...เจ็ดสวรรค์ผู้บัญชาวาจาศักดิ์สิทธิ์ทั้งสาม
จงมาจากวัฏจักรแห่งการยับยั้ง
ผู้พิทักษ์สมดุลแห่งโลกนี้เอย

 


ตุ้ม!!!!!!!!!!!!



“ สำเร็จหรือเปล่าน่ะ ” คนๆหนึ่งพูดขึ้น และมองดูกลุ่มก้อนควันตรงหน้าของเขา

“ อย่างงี้นี้เอง ที่นี้เองสิ่งน่ะ ที่ๆเรียกว่าสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์น่ะ  ” ทันใดนั้นก็มีคนร่างใหญ่ที่มีดวงตาสีแดงออกมาจากกลุ่ม

 

ซึ่งพอคนๆหนึ่งที่ว่านั้นเห็นก็ตกใจจนเผลอถอยลงไปนั่งกับพื้นด้วยตกใจทันทีเลย เพราะอะไรน่ะหรอนั้นก็เพราะคนที่ออกมาจากกลุ่มควันที่ว่านั้น มันไม่ใช้มนุษย์ยังไงล่ะ

 

ใบหน้าที่เป็น ร่างโครงกระดูก ใส่ผ้าคลุมจอมเวทย์ พร้อมทั้งมีคฑาสีทองที่มีลูกแก้วเจ็ดสี ติดเอาไว้ในคฑาที่สลักเอาไว้ในรูปของหัวงู เหมือนไฮดร้า ที่กำลังยื่นตั้งตะหง่างอยู่โดยกำลังจ้องมองตัวเขาอยู่นั้นเอง ซึ่งเขาคนนั้นก็ไม่ใช้ใครที่ไหน เขาคือไอนซ์ อูล โกน นั้นเอง

 

“ เจ้าเองงั้นหรอ ผู้ที่ต้องการจอกศักดิ์สิทธิ์น่ะ ” ไอนซ์พูดพร้อมทั้งมองดูคนที่อยู่เบื้องหน้าของตัวเอง

“ ฉะ ใช้แล้วชั้นคือคนที่ต้องการจอกศักดิ์สิทธิ์ และเป็นมาสเตอร์ของท่านไงล่ะ ” ้เขาคนนั้นยิ้มแบบกล้าๆกลัวๆ พร้อมทั้งยกหลังมือให้เห็นถึงเรจูที่แสดงถึงความเป็นมาสเตอร์ของเขา

“ งั้นหรองี้นี้เอง ” ไอนซ์ที่ตอนนี้ได้รู้เรื่องทุกอย่างแล้วก็ได้ยกมือขึ้นมาทันทีเลย

“ งั้นข้าขอถามอะไรหน่อย จอมเวทย์ที่ปรารถนาต่อจอกศักดิ์สิทธิ์เอ่ย ” ไอนซ์ที่ได้ยกมือไปหาจอมเวทย์ที่เป็นมาสเตอร์ของตัวเองก็ได้พูดขึ้นมาทันทีเลย

“ ความปรารถนาที่มีต่อจอกของเจ้าคือสิ่งใด ” ไอนซ์พูดและดวงตาของไอนซ์ก็เปร่งแสงสีแดงออกมาทันทีเลย

 



“ ค.. ความปรารถนาของชั้นคือได้กลายเป็นจอมเวทย์ที่มีอำนาจที่สุด จนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างไม่อะไรขัดใจได้อีกต่อไปไงล่ะ ” เขาคนนั้นพูดคำปรารถนาของตัวเองออกไปโดยหารู้ไม่ว่า คำถามของเขานั้นคือตัวตัดสินว่า เขาคู่ควรที่จะได้ครองจอกหรือเปล่า

 

จนพอไอนซ์ได้ยินคำตอบของจอมเวทย์ที่เป็นมาสเตอร์ของตัวเองเข้าไป ไอก็ได้ลดมือลงพร้อมกับได้ก้มหน้าลงก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองมาสเตอร์ของตัวเองทันทีพร้อมกับตัดสินสถานะของผู้ที่จะได้รับจอกทันทีเลย

 

“ 555555 ผู้มีอำนาจเพียงแค่ของแค่นั้น นี้ถึงกับเข้าร่วมสงครามจอกเพียงแค่ของพันนั้นเนี้ยนะ 555555 ” ไอนซ์พูดและหัวเราะก่อนจะหยุดหัวเราะ แล้วก็ได้ยกมือไปหามาสเตอร์ของตัวเองทันทีเลย

 

“ จอกน่ะ มันมีค่ามากกว่าสิ่งที่เจ้าปรารถนามากกว่าที่เจ้าคิดเอาไว้เสียอีกนะ เจ้าน่ะไม่มีคุณสมบัติที่ได้ครอบครองจอก อันเป็นส่วนประกอบที่เคยอยู่ในร่างกายของข้า จอมเวทย์ผู้โง่โข เอ่ย ” ไอนซ์นั้นพูดก่อนที่มือของเขาจะมีหัวใจออกมาที่กำมือของเขาที่จะบีมมันจนแหกคามือทันที

 



“ grasp heart ”



“ อ่ะ.. อะ..ไร.. กะ.. ” ทันทีที่ไอนซ์บีบหัวใจแหกคามือ ตัวของจอมเวทย์ที่เป็นมาสเตอร์ของไอย์ก็ล้มลงไปนอนทันทีพร้อทกับ มีเลือดไหลออกมาจากปากทันที แล้วก็ เรจูที่อยู่ที่มือขวาของจอมเวทย์นั้นก็หายไปทันทีเลย


" หึ จะยังไง ไม่ว่าเมื่อไรพลังนี้มันแข็งแกร่งไม่เคยเปลี่ยน กับพวกโลภมากแบบนี้ คงจะฟุ้มเฟื่อยไปหรอเปล่านะ " ไอนซ์ที่มองดูมือตัวเองที่มือเลือดของมาสเตอร์ตัวเองอยู่ ก็พูดขึ้น


จากนั้น เลือดพวกนั้นก็ได้ระเหยหายไปจากมือของไอนซ์ทันทีเลย

“ ชั่งเถอะ ในเมื่อข้าได้มาอยู่ในศึกสงครามจอกนี้ บางที มันอาจจะทำให้ข้าได้สนุก จากความเบื่อหนานี้ก็ได้ แต่ว่าทำไมกันนะ ” ไอนซ์ที่ได้หันมามองดูตัวเองก็พูดต่อทันทีเลย

“ ทำไมข้าถึงเป็น คลาส อเวนเจอร์ กันล่ะ ” ไอนซ์ที่สงสัยในคลาสของตัวเองก็พูดขึ้นมา เพราะถ้าเป็นตามปกติ ตัวเขาต้องเป็นคลาสแคสเตอร์มันถึงจะถูก แต่กลับมาเป็นคลาสอเวนเจอร์ คลาสที่เป็นสัญลักษณ์ของความแค้นนี้สิ


" ไม่เข้าใจ หรือว่าจะมีเซอร์แวนท์ที่เป็นเจ้าพวกนั้น เออาหรือ ไม่น่าใช่ " ไอนซ์พูดเพราะคนที่ตัวเขาแค้นนั้นมีอยู่ไม่กี่คนหรอก ถ้าคิดเป็นมาร์ดุก ก็เลิกคิดเลย เพราะ วิญญาณของมาร์ดุกมันถูกไอนซ์เอาไปเป็นวัตถุดิบในการสร้างคฑา ของเขาไปแล้ว มันจึงไม่มีทางที่วิญญาณมันจะถูกนำไปขึ้นเป็นวีรชนได้แน่นอน แต่ถ้าเป็นวิญญาณที่เป็นอีกมิติหนึ่งมันก็อีกเรื่องหนึ่ง


ซึ่งสำหรับ ไอนซ์ตอนนี้ การที่เอามาร์ดุกมาทำเป็นคฑานั้น สำหรับคนอื่นๆที่เห็นว่าทำไมไอนซ์ถึงเอามาร์ดุกที่ตัวเองแค้นมาทำเป็นคฑาของตัวเองด้วย นั้นเป็นเพราะไอนซ์อยากให้วิญญาณของมาร์ดุกมันได้เห็น ว่าคฑาที่วิญญาณของตัวเองมาทำถูกนำไปใช้ทำเรื่องชั่วร้ายกับ เหล่าครอบครัวเทพของตนนั้นเอง


เพราะตามตำนานหลังจากที่ไอนซ์เตรียมตัวเสร็จนั้น ไอสน์ก็ได้มุ่งหน้าเข้าถล่มดินแดนเทพที่พวกมาร์ดุกหรือเออาอยู่ แต่เพราะมาร์ดุกได้ตายเพราะอายุขัย เลยทำให้การล่มครั้งนั้นถูกหยุดกลางขันจนมีเทพบางคนหนีไปได้ จนกระจัดจายกันไปทั่วโลก จนเป็นตำนานเทพของแต่ละองค์ที่มนุษย์ศรัทธาในแต่ละพื้นที่นั้นเอง


" ชั่งเถอะเลิกคิดดีกว่า คิดมากไปก็เท่านั้น ให้ไปเจอเซอร์แวนท์จริงๆเลย คงจะง่ายกว่า " ไอนซ์พูดและหันไปมองศพมาสเตอร์ที่ตายแล้วก็ได้เกิดยิ้มขึ้นมาทันที(หน้าเป็นกระดูกแต่ยิ้มได้ด้วย)


" จะทิ้งศพไว้แบบนี้ก็เสียของแย่ วิญญาณเองก็ดันลอยหายไปแล้ว คงได้แต่บัญชาศพสินะ " ไอนซ์พูดเสร็จก็ยื่นมือไปที่ร่างของศพของมาสเตอร์ของไอนซ์ทันทีเลย


" จง มาอยู่ในใต้บัญชาของข้า จงมาเกิดเป็นทหารศพคนตายให้แกข้า ไอนซ์ อูล โกนผู้นี้ซะ เดทไนท์ " เมื่อไอย์พูดจบ คลื่นพลังสีดำก็ปรากฏออกมาที่มือของไอนซ์ จากนั้นไอนซ์ก็สบับมันจนมันเข้าคุมร่างของศพมาสเตอร์ทันทีเลย


ตึก!!!


แล้วจากนั้นศพมาสเตอร์ก็ได้ขยับตัวขึ้นมาทันที จากนั้นที่หน้าของเขาก็มีน้ำสีดำออกมาคุ้มร่างของเขาจนมันขยายใหญ่ขึ้นจนได้ปรากฏ ร่างโครงกระดูกใส่เกราะขนาดใหญ่กว่าไอนซ์ทันที


ซึ่งโครงกระดูกที่ว่านั้นก็คือ อันเดททหารติดเกราะชั้นต่ำ เดทไนท์ ที่เอาไว้พิทักษ์ทางเดินสุสารของปราสาทมหาสุสาร แห่งนาซาริค เท่านั้นเอง


 

 

ซึ่งเจ้านี้ แค่อาวุธระดับ C++ ก็จัดการมันได้แล้วอย่างง่ายดาย ซึ่งสำหรับไอนซ์แล้วมันไม่ได้สำคัญอะไรมากหรอก ก็แค่ลักษณะของมันชวนให้นึกถึงเด็กน้อยคนหนึ่งที่ไอนซ์รู้จักแค่นั้นเอง


" เอาละ ก่อนอื่นก็เก็บเจ้าร่างนี้ไว้ใน อาณาเขตสุสารของข้าก่อนแล้วกัน " ไอนซ์พูดและสบับมือหนึ่งทีก็มีกลับควันสีดำอมม่วงออกมาที่ใต้เท้าของเดทไนท์ทันที ทำให้ตัวของเดทไนท์ได้ไหลลงไปที่พื้นทันที แล้วจากนั้นสุดท้ายเดทก็หายไปจากจุดนั้นไปในที่สุด


" เอาล่ะจากนี้ ก็คงต้องไปที่สถานที่ต่อสู้ของสงครามจอกเลยงั้นสินะ แต่ว่าเพื่อความแน่ใจ ก็ไล่เก็บเอาศพจากสุสารตามข้างทางไปเป็นกองกำลังไปด้วยเลยแล้วกัน ถือซะว่าทดสอบเจ้าพวกที่จะเอาจอกที่เป็นวัตถุที่มีส่วนประกอบในร่างกายของข้าไปครองน่ะ " ไอนซ์พูดและเริ่มเคลื่อนไหวนั้นทีเลย


.


.


.


.


.


.


ณ เมือง ฟุบุกิ


ในช่วงกลางวันของวันหนึ่ง


" เซเบอร์เร็วเข้าสิ 555 "


" ไอริสสฟิว ไม่ต้องรีบขนาดนั้นหรอกนะคะ "


ในตอนนั้น มันเป็นช่วงเวลาที่แสนจะธรรมดาของทุกคน แต่ว่าอีกไม่นานหรอกที่ความสุกนั้นกำลังจะหายไปในไม่ช้า


ตอนนี้ได้มีสองสาวกำลังวิ่งชมไม้ชมเมืองของเมืองฟุบุกิอยู่ โดยคนหนึ่งเป็นสาวผมสีขาวดวงตาสีแดง กับอีกคนเป็นสาวในชุดสูทผมสีทองและดวงตามีเขียวมรกต ซึ่งสองคนนั้นคือ ผู้ร่วมสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ ไอริส และเซอร์แวนท์ข้างกาย เซเบอร์หรือ อาร์เธอเรีย เพนดราก้อนนั้นเอง




 



" ทำไมล่ะ อุตสาห์ได้มาเห็นเมืองที่คิริซึงุเกิดและเติบโตมาทั้งทีนะ " ไอริสพูด


" แต่ถึงงั้นถ้ารีบมากไป จนไม่ทันระวังมันจะไปชนคนอื่นเอานะคะ " เซเบอร์พูดเสร็จไม่ทันไรนั้นเอง



ตุ้ม!!!!



" เอ้ย ขอโทษนะคะ "ไอริสพูด


เพราะในที่สุด ไอริกเธอก็วิ่งไปชนคนๆหนึ่งเข้าจนได้ ทำให้ไอริกนั้นถึงกับล้มไปนอนกับพื้นทันทีเลย ทำให้เซเบอร์นั้นรีบวิ่งมาดูไอริสทันทีเลยว่าเป็นอะไรมั้ย


" ไอริสไม่เป็นไรน่ะ " เซเบอร์ที่มาดูไอริสที่ล้มอยู่ก็พูดก่อนจะหันหน้าไปมอง คนที่โดนชนทันทีเลย ซึ่งพอเซเบอร์หันไปมองก็ตกใจ เผลอทำท่าปกป้องไอริส เพราะคนที่ชนไอริสนั้นตัวใหญ่เกือบถึง 2เมตรครึ่งเลยทีเดียว


แถมยังมีใบหน้าที่ไร้ซึ่งจิตใจอีก ทำให้เซเบอร์เผลอใช้สัญชาติญาณ เข้าปกป้องไอริสทันทีเลยนั้นเอง


" ไอริสระวังนะ " เซเบอร์ที่คิดว่าคนตรงหน้าเป็นศัตรูก็บอกกับไอริสทันทีเลย


ไอริสที่ได้เงยหน้าขึ้นมามองคนๆนั้นก็ได้ตกใจเหมือนกัน เพราะคนที่เธอชนใส่นั้นมัน ตัวใหญ่มากเลย ซึ่งมันทำให้ไอริสนั้นรู้สึกกลัวขึ้นมาทันทีเลย

 

แต่ว่าสิ่งตัวเองคิดอยู่นั้นมันกลับเป็นว่า


" พวกคณไม่เป็นไรนะครับ ขออภัยที่เดินมาชนนะครับ " คนๆนั้นกลับพูดและแสดงถึงความเป็นห่วง ทำเอาเซเบอร์กลับไอริสนั้นช็อกไปเลยทีเดียว


.


.


.


.


จากนั้นทั้งเซเบอร์กับไอริสก็ได้พูดคุยกันนิดหน่อย และขอโทษที่เผลอชนไป ซึ่งคนๆนั้นก็ไม่ได้ว่าอะไร ถึงหน้าตาจะดูไร้อารมณ์และตัวใหญ่จนดูน่ากลัว แต่ว่า มันกลับกลายเป็นว่าเขาคนนั้นกลับชวนให้รู้สึกน่าไว้วางใจซะอย่างงั้นล่ะ


" พวกคุณคงเป็นนักเดินทางหรือนักท่องเที่ยว แล้วพวกคุณมาทำอะไรที่เมืองนี้งั้นหรอครับ เมืองดูไม่ค่อยจะมีสถานที่ให้เที่ยวเยอะหรอกนะครับ " ชายคนนั้นพูด


" คือว่า เราอยากจะมาเห็นน่ะค่ะ เมืองที่คนรู้จักของชั้นเกิดและเติบโตมา ชั้นอยากจะเห็นมันน่ะค่ะ " ไอริสพูด


" เข้าใจแล้วล่ะครับ งั้นของให้พวกคุณโชคดีกับการท่องเที่ยวนะครับ " ชายคนนั้นพูดก่อนจะเดินออกไปทันทีเลย


" ไอริสสฟิว เขาคนนั้นดูเหมือนจะน่ากลัวแต่ก็ดูอ่อนโยนดีนะคะ " เซเบอร์พูด


" นั้นสินะ เอาละเรามาท่องเที่ยวดูเมืองกันต่อดีกว่านะ ไปกันเถอะเซเบอร์ " ไอริสพูดและเดินนำออกไปเลย


" ค่ะ แต่ยังไงก็ขอให้ระวังตัวอย่าให้ไปชนคนอื่นเหมือนเมื่อกี้ด้วยนะคะ " เซเบอร์พูดก่อนจะเดินตามไปในที่สุด


โดยหารู้ไม่ว่า ชายคนนั้นที่เดินชนไอริสไปนั้นกำลังยื่นมองสองสาวกำลังวิ่งออกไปท่องเที่ยวอยู่นั้นเอง โดยทำสีหน้าแบบไร้ซึ่งจิตใจ


" เป็นดวงวิญญาณ ที่น่าสงสารจริงๆ กับคนข้างดูเหมือนจะเป็นเซอร์แวนท์ แต่กลิ่นอายของตัวเธอคนนั้นนี้มันอะไร มีกลิ่นอายของบริวาลปีศาจของข้าปะปนอยู่ด้วย ถึงจะแค่นิดเดียวก็เถอะ " ชายคนนั้นพูดก่อนจะเดินออกไปทันทีเลย


โดยที่ถ้าไม่สังเกตุที่มือของชายคนนั้น ก็จะไม่รู้ว่าเขาคือใคร มือที่นสองสามนิ้วได้สลายกลายเป็นกระดูกหน่อยๆ


ใช้ชายคนนั้น ก็คือไอนซ์ อูล โก นั้นเอง โดยใช้เวทย์แปลงร่างเป็นคนกับใช้เนื้อหนังคนเป็นมาเป็นเครื่องรางบูชายัญให้ปลอมแปลงร่างกายให้เหมือนธรรมดาที่สุด โดยใบหน้าก็ใช้จากใบหน้าของคนที่ไอนซ์เอาหนังเนื้อมาเป็นเครื่องรางปลอมแปลงคนนั้นเอง


" แต่ไม่นึกเลยนะเนี้ย ว่าจะมีโฮมุนครุสมาร่วมสงครามแย่งจอกของข้าด้วย แช่งเป็นเรื่องที่แปลกตาและแปลกใหม่ดีจริง " ไอนซ์พูดและยิ้มออกมา


" ถึงงั้นตอนนี้ก็มีกำลังคน ที่มากพอจะแสดงถึงอำนาจของราชาของคนตายแล้วล่ะนะ " ไอนซ์พูดและใช้ตาตัวเองมองดูทหารในดินแดนอาณาเขตสุสารของตน


ซึ่งข้างในนั้น มีเดทไนท์อยู่ถึง 1000 ตัวเลย กับดวงวิญญาณอีก 15 ดวง ซึ่งหนึ่งในนั้นมีดวงที่มีความเป็นเทพอยู่ด้วย 3 ดวง เป็นดวงวิญญาณที่ไอนซ์กู้คืนมาได้ตอนนี้ เพราะเมื่อไอนซ์สิ้นใจ เหล่าวิญญาณนับล้านที่ไอนซ์ได้ไล่จับมาครอบครอง ก็ถูกปลดปล่อยออกหมด จนตอนนี้พอไอนซ์กลับมาก็ใช้พลังในการกู้คืนดวงวิญญาณที่ตัวมีในครอบครองกลับมา แต่เพราะวิญญาณถูกปลดปล่อยมานานเกินไปเลยตอนนี้เลยกู้คืนมาได้แค่สามดวง ส่วนดวงอื่นๆ ไอนซ์ก็กะว่าจะตามเก็บคืนทีหลังนั้นเอง


" ถ้าเกิดว่านางโฮมุนครุสนั้น ทำให้เราถูกใจได้ บางทีเราอาจจะยอมให้ดวงวิญญาณนั้นมาอยู่ภายใต้การปกครองของข้าก็ได้นะ " ไอนซ์พูด


เพราะถ้าดวงวิญญาณดวงไหนที่ ไอนซ์เกิดถูกใจ ไอนซ์จะมอบความปรานาที่อยู่เหนือความเป็นความตายให้กับดวงวิญญาณนั้นได้นั้นเอง อย่างเช่นการทำให้ไปเกิดใหม่ หรือทำให้เป็นบริวาลที่ซื่อสัตว์หรือแม้แต่ยอมให้กลายเป็นนางสนมด้วยก็ได้ ถึงอันหลังสุดจะไม่เคยทำก็เถอะ


แต่ทันใดนั้นเอง


" นายน่ะ ไอนซ์ ไอนซ์ อูล โกน สินะ " ทันใดนั้นก็มีเสียงสาวนางคนหนึ่งที่รู้ตัวตนของไอนซ์ และเรียกชื่อออกมาทำให้ไอนซ์นั้น ได้หันมามองทันทีแต่ก็นะ ไอนซ์ก็ไม่ได้ตกใจอะไร เพราะสาวนางที่เรียกชื่อตัวเขานั้น เป็นคนที่เขารู้จักของไอนซ์เองละนะ


" จิตแห่งโลก อลายา " ไอนซ์พูด



ตอนนี้พอแค่นี้นะ


คำถาม


อลายา กับ ไอนซ์


ทุกท่านคิดว่าความสัมพันธ์ของสองคนนี้คืออะไรกันนะ


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 142 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

50 ความคิดเห็น

  1. #50 slowaTheprinz (จากตอนที่ 2)
    16 ก.ย. 64 / 20:00 น.
    ไม่น้าไรท์ กลับมาก๋อนนนน
    #50
    0
  2. #48 19053viv (จากตอนที่ 2)
    23 มิ.ย. 64 / 13:46 น.

    รอมาหลายพันปีเเล้วนะยังไม่มาอีกรอ
    #48
    0
  3. #45 เมงาเนะ เรียว (จากตอนที่ 2)
    28 เม.ย. 64 / 03:27 น.
    เป็นกิ๊กกัน
    #45
    0
  4. #43 baimon2003 (จากตอนที่ 2)
    13 เม.ย. 64 / 02:01 น.
    รอตอนต่อไปครับ เขียนออกมาดีทีเดียวก็ตรงคอนเซ็ปท์กาวเทพ overlord ดี
    #43
    0
  5. #42 saeheluxsaengdaw (จากตอนที่ 2)
    12 เม.ย. 64 / 11:40 น.
    เอาอีก!
    #42
    0
  6. #41 Dark-knight-12 (จากตอนที่ 2)
    10 เม.ย. 64 / 11:38 น.

    จงมาอัพอีก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

    #41
    0
  7. #40 nawapon2 (จากตอนที่ 2)
    10 เม.ย. 64 / 11:09 น.
    อลายาแอบชอบไอซ์
    #40
    0
  8. #39 suwat1044 (จากตอนที่ 2)
    5 เม.ย. 64 / 13:36 น.
    เพื่อนหรือไม่ก็ญาติ
    #39
    0
  9. #38 secretzaza (จากตอนที่ 2)
    5 เม.ย. 64 / 01:21 น.
    รอตอนต่อไป
    #38
    0
  10. #37 อันโนน เดอร์ ซีโร่ (จากตอนที่ 2)
    4 เม.ย. 64 / 21:13 น.
    อลายาแอบรักมั้ง
    #37
    0
  11. #36 waritpopk (จากตอนที่ 2)
    4 เม.ย. 64 / 21:12 น.
    เพื่อนที่เชื่อใจได้แต่ก็เป็นศัตรูแค่พูดคุยกันรู้เรื่อง
    #36
    0
  12. #34 knot001 (จากตอนที่ 2)
    4 เม.ย. 64 / 18:11 น.
    ป้า มั้ง
    #34
    0
  13. #33 Ppoohot006 (จากตอนที่ 2)
    4 เม.ย. 64 / 16:02 น.

    ต่อที่คับ

    #33
    0
  14. #32 Phurin38401 (จากตอนที่ 2)
    4 เม.ย. 64 / 14:39 น.
    เพื่อนสนิท
    #32
    0
  15. #26 19053viv (จากตอนที่ 2)
    4 เม.ย. 64 / 12:56 น.
    พี่สาวกับน้องชาย
    #26
    0
  16. #25 GK_997 (จากตอนที่ 2)
    4 เม.ย. 64 / 12:41 น.
    สามีภรรยาทไม่ได้เจอกันนาน
    #25
    0
  17. #24 ITSARAWUT220044 (จากตอนที่ 2)
    4 เม.ย. 64 / 12:08 น.
    ความสัมพันธ์เป็นแบบศัตรูคู่อาฆาต
    #24
    0
  18. #23 ภณงับ (จากตอนที่ 2)
    4 เม.ย. 64 / 12:03 น.
    สามีภรรยาสิ
    #23
    0
  19. #22 0611376890 (จากตอนที่ 2)
    4 เม.ย. 64 / 11:48 น.
    เพื่อน
    #22
    0
  20. #21 โก​ ¥เซน​ ¥อนิเมะ § (จากตอนที่ 2)
    4 เม.ย. 64 / 10:38 น.

    กว่าจะอัพวันนี้ขออีกตอน

    #21
    0
  21. #20 โก​ ¥เซน​ ¥อนิเมะ § (จากตอนที่ 2)
    4 เม.ย. 64 / 10:37 น.

    เป็นคนรู้จัก

    #20
    0
  22. #19 JAMES_Z (จากตอนที่ 2)
    4 เม.ย. 64 / 10:32 น.
    พี่ชายน้องสาวมั้ง??!!??
    #19
    0
  23. 4 เม.ย. 64 / 10:31 น.
    ขออีกตอน
    #18
    0
  24. #17 balmza2 (จากตอนที่ 2)
    4 เม.ย. 64 / 10:31 น.
    สามี ภรรยา
    #17
    0
  25. #16 tthnbdiceriywngs (จากตอนที่ 2)
    4 เม.ย. 64 / 10:27 น.

    เขียนดีครับ

    #16
    0