[Fic SJ-HanChul] Over Capacity

ตอนที่ 27 : Chapter XXIV

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 145
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    6 ก.ย. 55

Chapter XXIV

คิมฮีชอลรู้สึกตัวขึ้นอีกครั้งเมื่อห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดของยามกลางคืน ร่างทั้งร่างปวดระบมไปหมดแทบจะขยับเขยื้อนไม่ได้

หานเกิง

จะเรียกว่ากระบวนการระลึกสิ่งที่เกิดขึ้นหรือการเรียกข้อมูลความทรงจำออกมาดูก็คงไม่ต่างกัน

แม้ตอนนี้จะอยู่ใต้ผ้าห่มหนาที่อบอุ่น แต่เมื่อนึกถึงตอนนั้นก็ยังอดตัวสั่นด้วยความหนาวเหน็บไม่ได้ หานเกิงอยู่ไหน? ทำไมไม่กอดเขาเอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากเอาเขาลงไปแช่ในน้ำเย็นเจี๊ยบนั่น...

นอกจากไม่กอดแล้วยังไม่ยอมป้อนข้าวเขาอีก

ใบหน้าหวานค่อยๆโผล่ออกมาจากผ้าห่ม ดวงตาโตสอดส่ายมองหาในความมืด ก่อนจะเจอแผ่นหลังของคนที่มักจะนอนกอดเขาเอาไว้ทุกคืน ค่อยอบอุ่นใจขึ้นมาเล็กน้อย

ทำไมไม่กอดล่ะ?

ทั้งๆที่กำลังปวดไปทั้งตัว แต่ร่างเล็กบอบบางก็กระถดตัวเองเข้าไปหาแผ่นหลังกว้างที่ดูห่างเหินเย็นชานั่น หวังอิงไออุ่นแม้เพียงเล็กน้อย

ถึงไม่กอด แต่ขอแค่ได้นอนใกล้ชิดหานเกิงอีกสักนิดก็ยังดี...

 

ร่างนุ่มๆที่คุ้นเคยเบียดเข้ามาชิดแผ่นหลังของเขา มีหรือหานเกิงจะไม่รู้สึกตัว

เขาไม่ได้หลับสนิทอะไรนักอยู่แล้ว

ไม่มีฮีชอลอยู่ในอ้อมกอด นอนไม่สบายหรอก!

เกือบจะชินตอนต้องจากไปไกลเพื่อเรียนมหาวิทยาลัย แต่พอกลับมาได้นอนกอด ซ้ำยังได้ครอบครองแล้ว ยากเหลือเกินที่จะให้ละมือเป็นหนที่สอง

หานเกิงถอนหายใจ ลุกขึ้นจากที่นอน ไฟหัวเตียงก็สว่างขึ้นพอเย็นตา

 

"ฮันเกิง..."

ฮีชอลหน้าเสีย มองดูร่างสูงเดินออกไปจากห้องด้วยแววตาอ้างว้าง พอประตูปิดลงก็ซุกหน้าลงกับหมอน ไหล่สั่นเทา

หานเกิงเกลียดเขาแล้วจริงๆเหรอ? จะไม่มีวันกลับมารักเขา ใจดีกับเขาเหมือนเดิมอีกแล้วใช่มั้ย?

อยากจะเดินตามไปกอด ไปอ้อนให้อีกฝ่ายหยุดเย็นชากับเขาเสียที แต่นอกจากลุกไม่ไหว ยังกลัวว่าแขนคู่นั้นจะสะบัดเขาออก กลัวว่าจะโดนทอดทิ้ง ถ้าเป็นแบบนั้น...ถ้าเป็นแบบนั้นเขาก็ไม่รู้จริงๆว่าจะทำยังไง

จนถึงตอนนี้ ต่อให้หานเกิงใจร้ายกับเขาแค่ไหน อย่างน้อยก็ยังให้เขาอยู่ในบ้านเดียวกัน ในห้องเดียวกัน บนเตียงเดียวกัน

หุ่นยนต์ของเล่นตัวนี้ก็เพียงแต่ต้องการอยู่ในที่ที่มีเจ้านายของตน เท่านั้นเอง

====

 

“ชเว ซีวอนไม่น่าจะเกี่ยวข้องด้วยหรอกครับ ถ้าหากว่ามีเรื่องเช่นนั้นจริง ก็คงเป็นการดำเนินการของประธานชเวเพียงคนเดียว”

เสียงนี้ดังขึ้นในห้องเก็บเอกสารหมายเลขห้าบนอาคารหลักของชเวอินดัสทรีที่มืดมิดไร้แสงไฟ มีเสียงรื้อค้นกุกกักแผ่วเบาเช่นเดียวกับเสียงที่แม้จะชัดเจนแต่ก็กระซิบกระซาบคล้ายพูดกับตัวเอง

ที่นี่มืดจนสายตามนุษย์มองอะไรไม่เห็น แต่สายตาหุ่นยนต์สุนัขตำรวจมองเห็น

“เท่าที่ฟังพวกเขาคุยกัน ดูเหมือนว่าซีวอนจะเผอิญไปรู้เรื่องบางอย่างเข้า แล้วเลยขัดแย้งกับประธานชเวครับ เป็นสาเหตุที่เขาหนีออกจากบ้านมาอาศัยอยู่กับเพื่อนที่บ้านตระกูลอี...ครับ เป็นไปได้มากว่าเขารู้เรื่องเดียวกับที่เราคิดนั่นแหละครับ”

โจ คยูฮยอนในร่างมนุษย์ ทางหนึ่งรายงานทางไกลผ่านเครื่องมือสื่อสารที่มีอยู่ในตัว อีกทางหนึ่งก็ใช้นิ้วเรียวยาวไล่ไปตาม เอกสาร ที่เป็นแผ่นใสๆบางๆมีภาพสามมิติเคลื่อนไหวนับร้อยๆพันๆแผ่นในห้องเก็บเอกสารหมายเลขห้าแห่งนี้

“ไม่มีใครสงสัยอะไรครับ อีซองมินคิดว่าผมเป็นแค่หุ่นยนต์สุนัขธรรมดา ส่วนอีกสองคนต่อให้รู้แล้วว่าผมเป็นสุนัขตำรวจ ก็เชื่อตามข่าวที่ออกสนิท พวกเขาคิดว่าผมหนีมา” ...ขนาดคิดแบบนั้นแล้วก็ยังจะไล่ออกจากบ้าน ใจร้ายชะมัด คยูฮยอนเก็บประโยคท้ายไว้ในใจ ยังไงๆก็ได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อแล้วนี่ “อ้อ ท่านครับ เรื่องหนึ่งที่ควรทราบก็คือชเวอินดัสทรีผลิตเครื่องมือทรมานหุ่นยนต์ออกมาอย่างลับๆครับ โปรดตรวจสอบด้วย...”

ไม่มี

ที่นี่ก็ไม่มี ดูท่าคืนนี้คงเป็นอีกคืนที่เสียเปล่า

ขณะที่กำลังคิดจะถอดใจและรายงานปลายสายว่าคืนนี้ยังคงล้มเหลว เอกสารแผ่นสุดท้ายกลับสะดุดความสนใจของเขา

แม้จะเป็นเพียงข้อมูลเล็กน้อย แต่มันก็เป็นเบาะแสสำคัญที่สาวไปยังแผนการใหญ่

“ท่านครับ” คยูฮยอนรายงานท่ามกลางความเงียบ สายตายังคงจับจ้องไปที่เอกสารแผ่นนั้น

“พบแล้วครับ ยืนยัน โครงการลับนั้นมีอยู่จริง”

====

 

ประตูห้องนอนเปิดออกอีกครั้ง แผ่วเบาแทบไม่มีเสียงด้วยความเคยชินของเจ้าของห้อง แต่เสียงจานช้อนกระทบกันกรุ๊งกริ๊งกับกลิ่นอาหารโชยหอมต่างหากที่ทำให้ร่างบางที่ซบหน้ากับหมอนอยู่พลิกตัวมามอง ก่อนจะเบิกตากว้าง

ข้าวผัดไข่

ไม่กล้าคาดหวังอะไรในหนนี้ แต่...หานเกิงคงไม่กินมื้อดึกหรอกมั้ง

ชายหนุ่มวางจานอาหารไว้บนโต๊ะหัวเตียงชั่วคราวก่อน กลิ่นหอมฉุยยั่วน้ำลายและน้ำย่อยในกระเพาะที่หิวโหยของคนป่วยซึ่งไม่มีอะไรตกถึงท้องมาตั้งแต่เมื่อเย็นวาน ดวงตาโตมองข้าวผัดสีสวยบนจานหรูตาปริบๆแต่ไม่กล้าหยิบถ้ายังไม่ได้รับอนุญาต จนคนตัวสูงเดินกลับมาพร้อมเก้าอี้ที่เขาวางมันไว้ข้างเตียงก่อนทรุดลงนั่ง โน้มตัวมาดึงคนป่วยขึ้นนั่งพิงพนักเตียงบ้าง

แสงไฟหัวเตียงส่องกระทบหยดของเหลวใสเป็นประกายแวววาวราวน้ำค้าง หานเกิงชะงัก

"นายร้องไห้..?"

มือใหญ่ขยับจะเช็ดให้โดยอัตโนมัติ เจ้าของมือต้องยั้งไว้ เบือนหน้าหนี หากสว่างกว่านี้คงเห็นได้ว่าใบหน้าหล่อซีดลง เหมือนคนกลัวเลือดที่กำลังเห็นเลือด ไม่ใช่แค่น้ำตา

"เช็ดน้ำตาซะ"

ฮีชอลรีบใช้แขนเสื้อปาดออกลวกๆตามคำสั่ง นั่นแหละร่างสูงถึงกล้าทำเสียงดุ...แม้จะอ่อนเบากว่าเสียงปกติเสียอีก ที่จริงมันแข็งกว่าเสียงปลอบไม่เท่าไหร่

"ร้องทำไม ตาแดงหมดแล้ว"

"ก็ฉัน..."

"ไม่ต้องพูด ฉันไม่อยากฟัง"

หากพอหุบริมฝีปากลงก็โดนสั่งอีก

"อ้าปาก"

ชายหนุ่มหยิบจานข้าวผัด ตักขึ้นมาหนึ่งคำ เป่าเบาๆให้หายร้อน ก่อนป้อนให้ฝ่ายที่โดนสั่งให้อ้าปากรออย่างระมัดระวัง

"เคี้ยวละเอียดๆแล้วค่อยกลืน"

"อื้อ.." ฮีชอลนิ่วหน้าเมื่อเคี้ยวแล้วรู้สึกเจ็บ ปากกับแก้มเขาช้ำไปหมด

"เจ็บมากไหม..." หานเกิงกระแอมเมื่อรู้ว่าเผลอตัว "ก็นายดื้อ! ปากเจ็บอยู่แบบนี้ยังจะร้องอยากกินข้าวผัดอีก ถ้ากินข้าวต้มเมื่อเย็นก็สิ้น..." เขาสบดวงตาโตที่เริ่มรื้นน้ำขึ้นมาใหม่ เลยรีบกระแอมอีกรอบทันที "ตะ แต่ฉันก็ทำข้าวผัดมาแล้ว นายต้องกินให้หมดนะ!"

ฮีชอลสีหน้าคล้ายจะดูดีขึ้น ก้มหน้าก้มตาเคี้ยวเงียบๆ พอหมดแล้วก็อ้าปากใหม่เหมือนลูกนกที่หิวโหย

คนให้อาหารคราวนี้ก็ไม่พูดอะไรอีก เพียงแต่เป่าคำใหม่มาป้อนเงียบๆ ชั่วครู่ใหญ่ๆที่ทั้งห้องไม่มีเสียงอะไรเลยนอกจากช้อนกระทบจานและเสียงเคี้ยวข้าว

ในที่สุดข้าวผัดทั้งจานก็หมดเกลี้ยง

"ทีนี้นอนได้แล้ว" ไม่รู้เพราะเหตุใด นอกจากเจือเสียงทอดถอน ประโยคนั้นยังอ่อนโยนกว่าที่ตั้งใจ "ไม่สิ นายยังไม่ได้กินยาเลย..." ก็ยาเป็นยาหลังอาหาร ตอนเย็นฮีชอลร้องจะกินข้าวผัด เขาแค่เล่นตัวเข้าไปอาบน้ำก่อนหน่อยเดียว พอออกมาร่างบางก็หลับไปซะแล้ว

ปล่อยให้รอนิดรอหน่อยไม่ได้เลย...

ยาถูกยื่นส่งให้ แน่นอนว่าเป็นยาสำหรับหุ่นยนต์โดยเฉพาะ

เจ้าของมือเรียวพลิกซองยา เห็นกำกับวันที่ว่าจ่ายวันนี้ อดไม่ได้ที่จะถามเบาๆ

"ฮันเกิง...ไปซื้อยามาให้ฉันเหรอ?"

"ถ้าไม่ใช่ฉันแล้วจะเป็นใครล่ะ" หานเกิงเดินไปรินน้ำมาหนึ่งแก้ว "อย่าสงสัยมากน่า กินซะ"

"อื้ม" เรียวปากอิ่มที่ค่อยมีสีเลือดโค้งขึ้นนิดๆ ดวงตาก็มีประกายขึ้นมานิดหน่อย กลืนยาอย่างว่านอนสอนง่าย

คุณชายหานมองปฏิกิริยานั้นอย่างเหม่อลอย กับสิ่งเล็กๆน้อยๆเพียงแค่นี้ที่เขาทำให้ ต้องดีใจถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?

ใช่ว่าไม่เคยทำซักหน่อย

ทุกทีที่ฮีชอลไม่สบาย เขาอยู่เฉยได้เมื่อไหร่

"นาย...ปวดหัวอีกรึเปล่า" ลังเลเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามออกไป ต่อให้บอกกับตัวเองว่ายังโกรธอยู่ แต่ถ้าไม่รู้แน่ น่ากลัวว่าคืนนี้ทั้งคืนคงนอนไม่หลับ

ฮีชอลส่ายหน้า

"แน่ใจนะ?" คราวนี้เสียงเข้มงวดอย่างเป็นธรรมชาติ

"...ตอนกลางวันปวดนิดหน่อย...ปะ ปวดมาก" สายตาคมดุทำให้คนป่วยรีบสารภาพ "แต่ตอนนี้หายแล้ว"

คนฟังถอนหายใจอีกรอบ ท่าทางคราวนี้จะดุไม่ได้สินะว่าไม่ยอมบอก ในเมื่อคิดดูแล้วมันน่าจะเป็นความผิดของเขาเอง

แต่...ที่มันเป็นความผิดของเขาก็เป็นเพราะความผิดของฮีชอลก่อน!

ครั้นนึกขึ้นได้ก็วางหน้าขรึม "จริงสิ ต่อไปนี้นายต้องสวมไอ้นี่ไว้"

พอได้ฟัง ใบหน้าสวยก็เผยแววอยากรู้อยากเห็นสุดๆ ถ้าไม่ติดว่ายังปวดไปทั้งตัวคงชะเง้อคอยืดยาวดูเมื่อร่างสูงเดินไปหยิบของ "อะไรเหรอ?"

ก่อนจะเห็นว่ามันคือ...ปลอกคอ?

ปลอกคอสีดำสนิททำจากวัสดุไม่ทราบชนิด ตรงบริเวณห่วงของปลอกคอทำเป็นดอกไม้สีแดงดอกหนึ่งกำลังแย้มบาน ดูราวกับดอกไม้จริงๆ

สวยจัง!

คงเพราะท่าทางดีอกดีใจจนออกนอกหน้าของเขาตอนหานเกิงสวมมันเข้ากับลำคอเรียวสวย ฝ่ายนั้นเลยบอกอย่างหงุดหงิด

"นี่เป็นเครื่องมือระบุตำแหน่ง ถ้านายออกนอกบ้านเสียงเตือนจะดังที่โทรภาพของฉัน แล้วฉันก็จะรู้ด้วยว่านายอยู่ที่ไหน"

เว้นระยะไปนิดหนึ่งแล้วคำราม "เพราะงั้นถ้านายแอบออกจากบ้านอีก ฉันจะ.. ฉันจะ...

คนขู่พยายามคิดว่าจะขู่ว่ายังไงดี บอกว่าจะไล่ออกจากบ้านงั้นหรือ? เขารู้ดีอยู่เต็มอกว่าหักใจทำไม่ได้ แม้แต่ขู่ก็ยังไม่กล้า เกิดฮีชอลไปจากเขาจริงๆขึ้นมาล่ะ

ฉันจะลงโทษนายให้สาสม!” ลงท้ายก็คาดโทษอย่างคลุมเครือเอาไว้ก่อน แต่ไม่ว่าจะลงโทษให้สาสมแบบไหน ก็คงไม่ใช่วิธีเดิมที่เขาใช้แบบคราวนี้แล้ว มันรุนแรงแล้วก็โหดร้ายเกินไป เขาจะ...จะทำโทษโดยการไม่ยอมทำข้าวผัดให้กินแล้วกัน บังคับให้กินแต่ข้าวต้มซะให้เข็ด! โธ่เว้ย!

นอนได้แล้ว!” แขนแข็งแรงจับคนป่วยลงนอน

แต่ฉันยังไม่ง่วงเลยสักนิดนี่นาฮีชอลประท้วงแผ่วฉันนอนมาทั้งวันแล้วนะ

ต่อให้ไม่ง่วงก็ต้องนอนเสียงเข้มๆทำเอาคนดื้อเงียบไปได้สนิท ฉันก็จะนอนแล้ว พรุ่งนี้ต้องไปทำงานแต่เช้า

พูดจบก็ดับไฟลงนอน มิหนำซ้ำยังคว้าร่างอ่อนนุ่มเข้ามากอดอย่างเคยชิน คนโดนกอดเองก็ซุกเข้าในอ้อมอกอุ่นโดยอัตโนมัติ

จากนั้นเพียงไม่กี่นาที ทั้งหานเกิงและฮีชอลก็หลับสนิท

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

313 ความคิดเห็น

  1. #308 [~ZanLighT~]! (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2555 / 16:46
    อ่ะ...ดีกันแล้วสินะ? ดีกันแล้วใช่ป่ะ กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    อิป๋าทำตัวแบบนี้เค้าเรียกว่าซึน รู้รึเปล่าจ๊ะ 5555555555555555

    โครงการลับที่คยูพูดนี่...หมายถึงฮีรึเปล่า?
    #308
    0
  2. #306 onlyhanchul (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กันยายน 2555 / 17:58
    ป๋าอย่าใจร้ายกับคิมฮีนักเลย น่าสงสารออก
    แล้วเครื่องมือทรมานหุ่นยนต์เนี๊ยะ อะไรนะ
    อย่าได้นำมาใช้กับคิมฮีเลยนะ

    ก่อนอื่นก็ สวัสดีค่ะ หายไปซะนานเลยอ่ะ นึกว่าจะเลิกแล้วซะอีก ดีใจมากค่ะ ที่ไรเตอร์ยังมาอัพอยู่
    สู้สู้นะค่ะ
    #306
    0
  3. #303 angle (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 กันยายน 2555 / 23:04
    เลิกใจแข็งแล้วฟังฮีบ้างเหอะเกิง

    การกระทำมันตรงข้ามกับใจชัดๆ

    คิมฮีก็ยังมองโลกในแง่ดีเสมอ น่าสงสารจริงๆ ซิก T^T

    ปล.คิดถึงทซด.มาก อิอิ >
    #303
    0
  4. #301 Halloween13 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 กันยายน 2555 / 18:50
    การที่เกิงจะไม่ทำข้าวผัดให้ฮีกินมันน่ากลัวจริงๆ 555
    เอาเถอะ ยังไงก็อย่างรุนแรงกับฮีอีกเลยนะ
    เกิงแกมันชอบหึงจนหน้ามืด แล้วทำร้ายฮีตลอด
    #301
    0
  5. #299 rellael (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 กันยายน 2555 / 12:05
    โอ้ยยยยยยยยยยยยยยย กลับมาอัพแล้วววว

    ดีใจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจ TT^TT

    คิดถึงมากๆๆๆๆเลย ไรท์เตอร์สบายดีเน้?

    เกิงยังใจร้ายเหมือนเดิม TT[]TT แง้ๆๆๆๆ *ปาดน้ำตา*

    แง่มๆๆๆๆๆๆๆๆ อยากเดินไปตบหัวเกิงสักที ไร้เหตุผลอะ โกรธเอาๆๆ ถามก่อนไหมว่าทำอะไรมา? 

    ลงโทษโดยไม่ให้กินข้าวผัด... = =;;
    #299
    0
  6. #297 ~ ยัยแมวเอ๋อ ~ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 กันยายน 2555 / 23:13
    กรี๊ดดดด ดีกันแล้วๆ
    ถึงจะดีกันไม่สนิทก็เถอะ แต่อย่างน้อยฮีก็ไม่เสียใจแล้ว
    แต่แหม่ หานเกิงนี่ซึนเดเระจริงๆ ทำตัวเป็นเคะขี้งอนไปซะได้
    #297
    0