[Fic SJ-HanChul] Over Capacity

ตอนที่ 26 : Chapter XXIII

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 154
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    21 พ.ค. 55

 Chapter XXIII

น้ำเย็น...เย็นจริงๆ เข้าใจแล้วว่าทำไมในตอนนั้นที่ฮาร์บิน หานเกิงถึงไม่ยอมให้เขาลงไปว่ายน้ำเหมือนคนพวกนั้น

จะเย็นแค่ไหนก็ช่างเถอะ ตอนแรกเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมหานเกิงทำแบบนั้น จนกระทั่งเมื่อหานเกิงเอาเขาที่หนาวสั่นออกมาจากอ่าง เช็ดตัว แต่งตัวให้อย่างรวดเร็วแล้วเอามาห่มผ้าห่มไว้บนเตียง ส่วนตัวเองเดินหายออกไปจากห้อง สักครู่ลีทึกก็เดินเข้ามาพร้อมชามข้าวต้ม

"ฮันเกิงล่ะ" คนถามมั่นใจว่าหานเกิงต้องมาป้อนข้าวเขาแน่ๆ ก็อาหารวันนี้เป็นข้าวต้มที่แปลว่าเขาไม่สบายนี่นา ถ้าหานเกิงไม่อยู่ก็แล้วไป แต่ถ้าอยู่ ชายหนุ่มต้องไม่ยอมพลาดโอกาสมาป้อนคิมฮีชอลคนน่ารักของเขาแน่ๆ

ลีทึกนิ่งเงียบไปอึดใจเต็มๆ ขอบตาแดงๆทำหน้าเหมือนอยากร้องไห้

"คุณชาย...ยุ่งอยู่ครับ" หุ่นยนต์พ่อบ้านเกือบจะหลุดสะอื้นแต่ยังพยายามฝืนยิ้ม เลยกลายเป็นยิ้มแบบเบ้ๆชอบกล "สั่งให้ผมมาป้อนข้าวคุณฮีชอลแทนก่อน จะได้ไม่ต้องทนหิวรอ"

พอได้ฟังคำตอบ ฮีชอลก็หน้าม่อยไปนิดหน่อย พึมพำเบาๆ "แต่ฉันอยากให้ฮันเกิงมาป้อนนี่นา"

ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้อย่างกะทันหัน

"อ๊ะ ฮันเกิงไปกินข้าวใช่มั้ยทึกกี้ จริงสิ ฮันเกิงก็ต้องหิวเหมือนกัน เขากลับมาจากทำงานเหนื่อยๆยังไม่ทันได้กินอะไรก็มาอาบน้ำให้ฉัน ไม่เป็นไร ฉันรอเขากินข้าวเสร็จก่อนแล้วค่อยมาป้อนก็ได้"

คราวนี้คนฟังกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวอีกต่อไป แม้จะยังเก็บเสียงไว้ได้ แต่หยดน้ำใสๆร่วงเผาะลง

"ทึกกี้เป็นอะไรไปเหรอ?"

ฮีชอลถามขณะที่พ่อบ้านวางชามข้าวต้มไว้ข้างเตียงชั่วคราวก่อนพลางรีบแอบปาดน้ำตา ยกมือขึ้นวัดอุณหภูมิในตัวร่างบาง โล่งอกที่ดูเหมือนว่าน้ำแช่น้ำแข็งจะได้ผล "ไข้ลดแล้ว"

เจ้าของใบหน้าน่ารักแม้บัดนี้จะซีดเซียวไปบ้างเอียงคอ ถึงไม่ค่อยเข้าใจอะไรเท่าไหร่ แต่ก็คงจะเป็นแบบนี้ละมั้ง

"ฮันเกิงให้ฉันอาบน้ำเย็นๆเพราะฉันเป็นไข้เหรอทึกกี้?"

"ครับ" ลีทึกยิ้มให้ คุณฮีชอลเรียกน้ำใส่น้ำแข็งหนาวเกือบตายนั่นว่าน้ำ เย็นๆเหรอ ไม่ได้ยินเสียงตัวเองร้องสินะว่าทำคนอื่นอกสั่นขวัญหายขนาดไหน

"แต่ปกติแล้วถ้าไม่สบายต้องอาบน้ำอุ่นไม่ใช่เหรอ"

ดวงตาโตเต็มไปด้วยปัญหาเหมือนเด็กๆ

"ก็คราวนี้ไม่ปกติเพราะคุณฮีชอลไข้ขึ้นสูงมากนี่ครับ...รับประทานข้าวต้มก่อนเถอะ" ถ้ามัวชักช้า ลีทึกไม่แน่ใจเลยจริงๆว่าคุณฮีชอลของเขาจะได้มีอะไรตกถึงกระเพาะมั้ย เมื่อคุณชายในตอนนี้คาดเดาไม่ได้แบบนี้

"ก็บอกแล้วไงว่าจะรอฮันเกิงมาป้อน"

นานๆทีหรอกเด็กว่าง่ายคนนี้จะงอแงแบบนี้ คงเพราะไม่สบายก็เลยอยากได้คนเอาใจ และคนที่อยากได้มาเอาใจก็ไม่ใช่ใครอื่นเลยนอกจากคนที่จะยอมให้เอาแต่ใจได้มากเท่าที่อยาก ตราบที่การเอาแต่ใจนั้นไม่เกินขอบเขตที่คนคนนั้นพิจารณาแล้ว

คุณชายตามใจคุณฮีชอลมากเหลือเกิน ทำไมลีทึกจะไม่รู้ และการเอาแต่ใจ ของคิมฮีชอลก็ไม่ใช่การเอาแต่ใจชนิดชวนปวดหัวน่ารำคาญ แต่เป็นแบบน่าเอ็นดูซะมากกว่า อยากให้กอด อยากให้อยู่ใกล้ๆ อยากให้ทำข้าวผัดให้กิน อยากให้เล่านิทานก่อนนอนให้ฟัง สรุปโดยรวมว่าอยากให้เจ้าของใจดีกับตัวเองน่ะ ความเอาแต่ใจแบบนี้ของร่างบางดันไปตรงกับที่หานเกิงรักเขาอยู่แล้ว ก็เลยให้ได้แบบไม่อั้น

"คุณชายสั่งให้ผมมาป้อนคุณก่อน ถ้าคุณฮีชอลไม่ยอมรับประทาน ผมจะโดนดุเอานะครับ"

ลีทึกยกข้อนี้มาอ้าง ไม่นึกว่าจะทำให้ฮีชอลนึกขึ้นได้ มือเรียวยกขึ้นแตะๆใบหน้าของอีกฝ่ายซึ่งหากสังเกตดีๆจะเห็นรอยเขียวช้ำจางๆเพราะเจ้าตัวใช้เครื่องสำอางกลบไว้ พ่อบ้านมีหน้าที่ส่งเสริมภาพลักษณ์เจ้านายไม่ใช่ทำลาย จะให้คนนอกรู้ไม่ได้ว่าเจ้านายทำเรื่องไม่ดี ลีทึกยอมละเมิดกฎอาชีพตัวเองพาคิมยองอุนมาดูอาการฮีชอล แต่เขาจะไม่ยอมให้ภาพลักษณ์เจ้านายเสียหายไปมากกว่านี้โดยการอนุญาตให้ฝ่ายนั้นหรือใครหน้าไหนรู้ว่าเขาเองก็โดนชก

"จริงสิ ทึกกี้...เจ็บมั้ย?"

พ่อบ้านหนุ่มยิ้มฝืน ตอบอยู่ในใจว่าความเจ็บแค่โดนชกหน้าทีเดียวแค่นี้เทียบไม่ได้กับคนที่โดนตบจนหน้าบวมเป่งแล้วยังโดนข่มขืนทั้งคืนหรอก "คุณฮีชอลล่ะครับ ปวดแผลมากมั้ย?"

พอถูกถาม ใบหน้าสวยก็นิ่วลงน้อยๆเหมือนจะเจ็บมากขึ้นเมื่อถูกเตือนให้คิดถึงความเจ็บปวดที่พยายามลืม

"อื้อ"

"เดี๋ยวรับประทานข้าวแล้วจะได้รับประทานยาตามนะครับ" เขาปลอบ ตักข้าวต้มที่เริ่มหายร้อนไปจ่อริมฝีปากแห้งแตกของคนไม่สบาย "อ้าปากสิครับ อ้ำ"

"ยังป้อนไม่เสร็จอีกเหรอ"

ทั้งคนป้อนและคนรอป้อนสะดุ้งโหยง ลีทึกเกือบทำช้อนหลุดมือ ร่างสูงเจ้าของห้องกลับมาแล้ว

"ฮันเกิง"

ฮีชอลร้องอย่างดีใจ "ฮันเกิง ฉันรอนายมาป้อนข้าวอ่ะ รอตั้งนาน" เสียงหวานที่ตอนนี้แหบแห้งโอดครวญแถม "หิวแล้วนะเนี่ย"

แต่พอคิดได้เขาก็รีบเสริม "แต่ดีแล้วนะที่นายไปกินข้าวก่อน จะได้ไม่ต้องทนหิวตอนป้อนฉัน ฮันเกิงอ่า รอนายจนข้าวต้มเย็นหมดแล้ว ฉันอยากกินข้าวผัด..."

"ทำไมฉันต้องทำให้นายด้วย"

"ข้าวผัดไข่ฝีมือฮัน..เกิง..." คนพูดเสียงเบาลงแทบจะหายไปในลำคอ ดวงตาโตงุนงงจ้องใบหน้าหล่อเย็นชา พยายามอ่านความคิดอย่างไร้ผล แต่ไหนแต่ไรคนที่โดนอ่านความคิดน่ะมันเขาต่างหาก

ถึงยังไง ก็ยังพยายามฉีกยิ้มอ้อน ทั้งๆที่ปวดแก้มชะมัด "เพราะว่า...เพราะฉันน่ารัก?"

หานเกิงดูจะชะงักไปกับคำตอบนั้น แต่ก็เพียงวูบเดียวเท่านั้น เขาไม่ตอบ ไม่แม้แต่จะแสดงท่าทีว่าสนใจฮีชอลอีก

"ฉันเหนื่อย จะไปอาบน้ำแล้ว ยองอุนยังอยู่ข้างล่าง ลีทึกนายช่วยดูแลจนกว่าเขาจะกลับทีนะ"

ประโยคนั้นเท่ากับไล่หุ่นยนต์พ่อบ้านลงไปโดยปริยาย ฝ่ายรับคำสั่งรับคำ ขยับจะถอยออกจากห้องไป แอบคาดหวังเล็กๆในใจว่าถึงคุณชายจะไม่ยอมไปทำข้าวผัดมาให้คุณฮีชอล แต่อย่างน้อยเดี๋ยวก็คงจะป้อนข้าวต้มคุณฮีชอลเอง

"ลีทึก"

"ครับ"

"เอาชามข้าวต้มนี่ลงไปเททิ้งด้วย"

ลีทึกสะอึก

"แต่คุณฮีชอลยังไม่ได้รับประทานเลยสักคำนะครับ"

"ฉันสั่งว่ายังไง"

พ่อบ้านตระกูลหานตัวชาไปเป็นครู่ก่อนจะบังคับมือไม่ให้สั่น หยิบชามไปจากโต๊ะข้างเตียง แล้วเดินออกไปเงียบๆ

รอยยิ้มอ้อนเจื่อนจืดไปจากใบหน้าคิมฮีชอลนานแล้ว เขาซุกตัวลึกลงไปในผ้าห่มอย่างใจไม่ดีเมื่อหานเกิงล็อกประตู แต่ชายหนุ่มก็เพียงแต่เดินผ่านเตียงเข้าห้องน้ำไปเท่านั้น

ทั้งหิวทั้งเพลีย ประกอบกับอารมณ์อ่อนไหวน้อยใจ ยังไม่ทันที่หานเกิงจะกลับออกมาจากห้องน้ำด้วยซ้ำ คนตัวเล็กก็หลับไปทั้งน้ำตา

 

คิมยองอุนทักทันทีที่พ่อบ้านหนุ่มก้าวเข้าไปในห้องอาหาร

"เป็นไงบ้าง?"

ประโยคนั้นคือการถามรวมๆทั้งถึงคนไม่สบายและตัวลีทึกเองแหละ

แต่หุ่นยนต์พ่อบ้านก็เลือกที่จะตอบแค่ข้อเดียวด้วยแววตาซึ่งเห็นได้ชัดว่ายังกังวลเป็นอย่างมาก "ไข้ลดลงแล้วครับ แต่ว่ายังไม่ได้รับประทานข้าวรับประทานยาเลย"

พอได้ฟังแบบนั้น แม้แต่คิมยองอุนก็ถอนหายใจ ทว่าไม่วายพูดปลอบ

"เดี๋ยวไอ้ฮันมันคงดูแลเองมั้ง เรื่องของฮีชอลมันเคยลืมเสียที่ไหน"

ไม่ลืมน่ะแน่ แต่ตอนนี้ไม่แน่ว่าอาจจะแกล้งลืมก็ได้ ลีทึกคิดเงียบๆในใจโดยไม่ปริปาก

คิมยองอุนเว้นระยะไปครู่หนึ่งราวชั่งใจถึงถามต่อ "แล้วนายล่ะ เป็นยังไงบ้าง?"

"ผมไม่ใช่คนที่เจ็บหนักขนาดต้องนอนซมอยู่บนเตียงนะครับ!"

น้ำเสียงนั้นติดจะห้วนอย่างฉุนเฉียว คนที่น่าเป็นห่วงน่ะคุณฮีชอลต่างหาก!

แต่เพียงวูบเดียวเขาก็นึกได้ "ขะ ขออภัย" เสียกิริยาต่อหน้าแขกของเจ้านายแบบนี้แย่มาก พ่อบ้านมืออาชีพอย่างเขาไม่น่า... ความจริงที่ว่าเขาอาจโดนไล่ออกได้ยังไม่เท่ากับในใจที่รู้ดีว่าคุณคังอินหวังดีกับทั้งเขาและคุณฮีชอล และก็เป็นห่วงเขาด้วย

"ไม่เป็นไรหรอก" คุณคังอินยังคงเป็นคุณคังอินที่ไม่ถือตัวและเข้าอกเข้าใจ "ฉันรู้ว่านายกำลังไม่สบายใจเพราะฮีชอลเป็นแบบนั้น" คิ้วคู่นั้นขมวดเข้าหากัน "แต่ไอ้ฮันต่อให้โกรธแค่ไหนก็ไม่น่าทำกับฮีชอลถึงขนาดนี้ มันเรื่องอะไรกันแน่ เมื่อกี้ฉันพยายามถามแล้วมันก็เอาแต่นั่งกินเงียบไม่พูดไม่จา"

จนกระทั่งหานเกิงบอกว่าจะขึ้นไปข้างบนแล้วเขาพยายามรั้งไว้ชวนคุยต่อ เมื่อไม่สำเร็จก็ลงทุนขนาดจะตามขึ้นไปด้วย แต่ไอ้คนจีนนั่นพูดไปอีกเรื่องว่าให้เขาอยู่ต่อตามสบาย เดี๋ยวจะส่งลีทึกลงมาดูแล

ก็โตๆกันแล้ว จะตื๊อไปบุกห้องมันก็กระไรอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้องนั้นมีหุ่นยนต์ของเล่นที่เจ้าของไม่คิดแค่เล่นแล้วยังหวงเป็นบ้าเป็นหลัง แม้ตอนนี้จะกำลังโกรธอยู่ก็ไม่ได้ดูหวงน้อยลงเลย เมื่อกี้สายตาหานเกิงตอนกลับมาเจอเขาอยู่ในห้องนอนที่มีฮีชอลอยู่แทบจะเผากระดูกคนได้ ถ้าไม่เพราะเขารีบแสดงความบริสุทธิ์ใจออกมาทักมันแถมบอกว่าฮีชอลไม่สบาย ป่านนี้อาจโดนต่อยไปแล้วก็ได้

เดี๋ยวสิ...หรือว่าไอ้ฮันจะหึงฮีชอล

บ้าน่า! หึงรุนแรงขนาดนั้น... แต่จะว่าไป ดูจากอาการประคบประหงมขนาดนั้น ก็ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้

"ฮันคยองหึงขึ้นมาหรือไง?"

เขาตัดสินใจถามออกไป ถึงแม้ว่าจะไม่เคยเห็นฝ่ายนั้นหึงเลยสักครั้งไม่ว่ากับแฟนที่ผ่านๆมาของมันคนไหน แต่เขาก็รู้นี่ว่าคนที่ไอ้หมอนี่มันแคร์จริงๆมีอยู่แค่คนเดียว คือคนที่นอนซมอยู่ข้างบนในตอนนี้ยังไงล่ะ

ดูจากสายตาของลีทึกเขาก็รู้แล้วว่าเดาถูก "ก็..." พ่อบ้านตอบอย่างระมัดระวัง "น่าจะเป็นแบบนั้นแหละครับ"

ระหว่างที่พูด ร่างผอมบางแต่คล่องแคล่วนั้นก็เดินอ้อมโต๊ะมารินน้ำให้เขาเพราะสังเกตว่าพร่องจนเกือบหมด

"อีทึก"

"ครับ?"

"นายแต่งหน้าเหรอ?"

จังหวะนั้นเองที่คิมยองอุนสังเกตเห็นรอยเขียวช้ำจางๆภายใต้เครื่องสำอางซึ่งเจ้าตัวพยายามเกลื่อนบังไว้ ชายหนุ่มคว้าข้อมืออีกฝ่ายหมับตามนิสัย

"คุณคังอิน?"

"หน้านายไปโดนอะไรมา?"

คนโดนถามอึ้ง ไม่รู้จะตอบยังไงดี แต่ก็ดูเหมือนจะไม่จำเป็น

"ไอ้ฮัน..." สีหน้าคิมยองอุนในตอนนี้เกรี้ยวโกรธระคนเสียใจ "มันทำอะไรนายอีกรึเปล่า?"

"ไม่ได้ทำแล้วครับ" หุ่นยนต์พ่อบ้านรีบตอบ กลัวว่าแขกของเจ้านายจะลุกไปวางมวยกับเจ้านายเสียก่อน คุณฮีชอลยิ่งกำลังไม่สบายอยู่ด้วย!

คุณคังอินคงเข้าใจจิตใจเขาดี เพราะหลังจากนั่งนิ่งเหมือนข่มใจอยู่เป็นครู่ก็มีสีหน้าอ่อนลง บอกกับเขาว่า

"ทีหลังถ้ามีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นอีกโทรเรียกฉันนะรู้มั้ย" ใจของคนพูดน่ะอยากให้ลีทึกมาอยู่บ้านเขาเสียด้วยซ้ำ ชั่วคราวก็ยังดี อย่างน้อยก็ในช่วงที่หานเกิงน่ากลัวแบบนี้ แต่เขาก็รู้ว่าลีทึกต้องยืนกรานที่จะอยู่ดูแลฮีชอลแน่

"เรื่องไหนก็ได้ทั้งนั้น ถ้าพวกนายเดือดร้อน โทรหาฉันได้ตลอดเลย นายมีเบอร์ฉันใช่รึเปล่า"

"ครับ" ลีทึกรู้สึกตื้อๆในอก ซาบซึ้งใจไม่น้อยที่คุณคังอินอาสาจะช่วยพวกเขาในเวลาที่คุณชายเป็นแบบนี้ "ผมจะโทร"

"ทีนี้เล่าให้ฉันฟังได้รึยัง มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมถึงเป็นแบบนี้"

บอก...ได้มั้ยนะ?

คุณฮีชอลขอร้องว่าไม่ให้บอก แม้แต่คุณชายเขาก็ยังไม่ได้บอก แม้ตอนนั้นที่เห็นว่าคับขันเต็มทีจะพยายามบอกแล้ว แต่ก็ไม่ทันการณ์

มาตอนนี้ จะบอกคุณคังอินได้มั้ยนะ?

บางที...คุณคังอินอาจจะช่วยทำให้ทุกอย่างดีขึ้นได้ ช่วยทำให้คุณชายหายโกรธคุณฮีชอลแล้วกลับมาใจดีเสียที

"วันนั้น..."

เสียงโทรภาพดังขึ้น คิมยองอุนรับสาย "ครับผม...เอ๊ะ...แต่ว่าหมดเวลางานแล้วนี่ครับ เป็นพรุ่งนี้ไม่ได้หรือ...ครับ..ครับๆ"

เขาวางสาย คิ้วขมวดมุ่น หันมาทางพ่อบ้านหนุ่มด้วยสีหน้ารู้สึกผิด

"มีงานด่วน ฉันต้องรีบไป แต่พรุ่งนี้จะมาหาใหม่ ถ้าเกิดเรื่องขึ้นนายต้องโทรหาฉันนะอีทึก"

"...ครับ"

====

 

คิมจองฮุนไม่ใช่คนสันโดษขนาดนักบวชหรอก แต่เขาก็ค่อนข้างรักความสงบ

และการมีพี่ชายมาอยู่ด้วยก็ห่างไกลกับคำว่า สงบโขเลยล่ะ

คิมจางฮุนมักจะออกไปข้างนอก ดื่ม แล้วก็หิ้วสาวๆหรือบางทีหนุ่มๆขายบริการกลับมาด้วยครั้งละคนสองคน ชวนเขาให้ร่วมสนุกกันสักตั้ง พอเขาปฏิเสธบ่อยเข้าก็ยักไหล่ ไป สนุกเองโดยไม่ต้องง้อ

บางครั้งเลขาฯหนุ่มแห่งชเวอินดัสทรีก็รู้สึกอึดอัดใจ

ดังนั้นคืนนี้เขาจึงรู้สึกโล่งใจมากที่กลับมาถึงและเห็นจองฮุนนั่งดื่มเหล้าดูทีวีเงียบๆอยู่คนเดียว

"กินข้าวหรือยังครับพี่?"

ถามแทนการทักทาย แต่อีกฝ่ายกลับไม่ตอบอะไร

เขาไม่เซ้าซี้ เดินเข้าไปในห้องนอนมองหาเสื้อผ้าผลัดเปลี่ยน ตั้งใจว่าจะอาบน้ำก่อนค่อยทำอาหารเย็น จะทำเผื่อจางฮุนด้วย ถ้าไม่กินก็เอาใส่ตู้เย็นไว้ได้

ทว่าขณะที่กำลังจะเดินเข้าห้องน้ำ อย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ผู้เป็นพี่ชายก็เอ่ยปาก

"ท่านประธานของนายสั่งงานมาอีกแล้ว"

จองฮุนหยุดยืนอยู่หน้าห้องน้ำพร้อมหอบเสื้อผ้าในมือ รอฟังเงียบๆ

เขาไม่ชอบใจเรื่องนี้เท่าไหร่นัก ยิ่งไม่ชอบให้พี่ชายเป็นคนจัดการ แต่ถึงยังไงก็เป็นอาชีพของอีกฝ่ายอยู่แล้ว เรื่องเลวร้ายกว่านี้ก็เคยทำมาแล้วด้วยซ้ำไป เปล่าหรอก จางฮุนไม่ได้บอกเขา แต่เขาสืบจนรู้เอง ก็จนปัญญาไม่รู้จะห้ามยังไงดีในเมื่ออีกฝ่ายอายุมากกว่า

เพราะ ท่านประธานระบุตัวนั่นแหละ เขาถึงไม่มีทางเลือกนอกจากติดต่อคิมจางฮุน

ตอนแรกก็แค่ลักพาตัวอันโซฮี เพื่อไปล่อคิมฮีชอลออกมาจากบ้าน จะได้ดำเนินการตามแผนการได้

แต่ไม่รู้ว่าเกิดติดใจฝีมือพี่ชายเขาขึ้นมาหรืออย่างไร ต่อมาท่านประธานถึงได้ติดต่อกับจางฮุนโดยตรง และเริ่มให้งานอีกหลายชิ้น

"ต้องไปลักพาตัวใครอีกหรือครับ?"

ถามอย่างอดไม่ได้ที่จะประชดประชันแม้จะพยายามคุมไว้ในน้ำเสียงไม่ให้เด่นชัดนัก

คำตอบที่ได้รับ ไม่ทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นเลยแม้แต่น้อย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

313 ความคิดเห็น

  1. #295 [~ZanLighT~]! (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2555 / 22:13

    โว้ยยยยยยยย เมื่อไหร่อิป๋าจะเข้าใจฮีซะทีเนี่ยยยยยยยยยย~

    อยากให้ทึกเล่าเรื่องทั้งหมดให้พี่หมีฟัง แต่เสียงโทรศัพท์ก็ขัดจังหวะ อ้ากกกกก

    งอนๆๆๆๆๆ ถ้าตอนหน้าอิป๋ายังไม่เลิกทำร้ายฮีนะ เราจะเอาระเบิดไปปาบ้านไรเตอร์ - -

    #295
    0
  2. #293 film (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2555 / 19:12
    เข้ามาดูทุกวัน ย้ำ ทุกวันเลยจริงๆ

    เห็นว่าไม่อัพสักทีก็แทบขาดใจ TT

    รีบมาทำให้เกิงเข้าใจฮีเถอะน้าาาา

    พลีสสสส
    #293
    0
  3. #292 angle (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2555 / 17:28
    อิเกิงบ้า! บ้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!!!!!

    หัดเข้าใจอะไรง่ายๆมั่งเด้ =3=

    คิมฮีก็ยังหวังให้แกเข้าใจอยู่นะ สงสารเค้าบ้าง T3T

    แล้วจางฮุนจะทำอะไรอีก ลักพาตัวฮีเรอะ??

    เออดี จะได้ให้อิเกิงมันรู้ซะบ้างว่าถ้าขาดฮีแล้วจะเป็นยังไง หึหึ ~
    #292
    0
  4. #291 film (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2555 / 12:28
    โอ้ยยยยย ให้ตายเถอะ

    ยิ่งอ่านยิ่งเครียด 55555

    อิเกิงงงงง แกมันโง่ววววว

    นังโง่วววว- -
    #291
    0
  5. #290 onlyhanchul (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2555 / 20:49
    อีป๋า แก.....มันน่านัก ทำกะเค้าขนาดนั้นนะ เรื่องอื่นนะเก่งนัก(?) ทีเรื่องนี้หละไม่รู้จักคิดให้ดีก่อนทำร้าย
    แล้วยังเย็นชาใส่คิมฮีอีก วันไหนรู้ความจริงนะ แล้วคิมฮีเป็นไรไปนะ จะสมน้ำหน้าให้
    แล้วจางฮุนจะทำอะไรอ่ะ โอ๊ย เครียดนะนี่

    ถ้าตอนหน้า ป๋ายังไม่ดีกะคิมฮีอีกนะ ไรเตอร์บ้านบึ้มจริง ๆด้วยเอ้า 5555+++ สู้สุ้่่ค่ะ
    #290
    0
  6. #289 Halloween13 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2555 / 18:32
    เกิงจะใจแข็งกับฮีได้นานขนาดไหนกัน
    ทำเป็นใจร้ายกับฮีนะ เดี๋ยวก็ได้เจ็บเองหรอก
    อิท่านประธานอะไรนี่ก็แผนเยอะจริงเชียว
    ต้องการอะไรกัน อย่ามายุ่งกับฮีได้ป่าว!!
    และตอนนี้ก็ยังคงเป็นทึกซิน!! 555
    #289
    0
  7. #288 Smile...^^ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2555 / 18:22
    ไม่ขอเขียนอะไรถึงฮันเพราะงอนจนไม่อยากจะเขียน=*= สงสารฮีชอลแงๆๆๆๆ

    ไรเดอร์ใจร้ายT_T คังอินอัดเจ้าเถิกฮันทีเอาให้ตายเลย ไม่สนว่าจะเป็นเมนแล้ว=_=+++++

    อิมือถือเฮงซวยดังทำม๊ายยยยย!!! ปล.งอนนนนนนไรเดอร์ชิๆ=3=!
    #288
    0
  8. #287 rellael (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2555 / 18:16
    อัพแล้ว..... *ถอนหายใจเฮือกใหญ่*

    เกิง แกใจร้ายมากอะ โกรธ.... พูดไม่ออก

    คราวหน้า.. อีทึก??
    #287
    0
  9. #286 HeartAmiss (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2555 / 17:23
    โอ๊ยยยยยย ค้าง!! หนอยยยยยย ตกลงจะกั๊กถึงที่สุดใช่มั้ย ?!!! (เอาระเบิดปาบ้าน)

    อิเกิงงงงงงงง ยังไม่รู้สึกตัวอีกเหรออออออออ เย็นชาใส่เค้าซะเค้าหงอยแล้ว แน่มากนะที่ตบฮี ต่อยพี่ทึก หมีคังจัดการมันเลย ชิชะ โทรศัพท์ขัดจังหวะอีกต่างหาก หนอยๆๆๆ

    ฮืออออออ เกิงใจร้าย!! งอนคนเขียนแล้ว! ชิ..

    ให้โอกาสแค่ตอนหน้านะ ถ้าเกิงไม่ทำตัวดีๆ จะเอาไม้บรรทัดไปฟาดคอมแกจริงๆด้วย! (ได้ข่าวว่าคอมเก่าเพิ่งพัง ฮ่าๆ)
    #286
    0