[Fic SJ-HanChul] Over Capacity

ตอนที่ 18 : Chapter XV

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 221
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 ก.พ. 55

Chapter XV

เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อหานเกิงมาถึงชเวอินดัสทรี ก็พบกับชายหนุ่มร่างโปร่งในชุดสูทเรียบร้อยที่เป็นคนมาต้อนรับเขาพลางแนะนำตัวว่า

"ผมคิมจองฮุนครับ เป็นเลขาฯของท่านประธาน ท่านประธานสั่งให้ผมมาต้อนรับและเชิญคุณไปที่ห้อง"

เขาเดินตามไปโดยไม่มีปัญหา เอ่ยปากชวนคุยอย่างเป็นมิตร "แซ่คิมเนี่ย ท่าทางจะเป็นแซ่ใหญ่ในเกาหลีจริงๆเลยนะครับ"

"ครับ เมื่อก่อนเคยเป็นแซ่ที่มีคนใช้มากเป็นอันดับหนึ่งเลยล่ะครับ"

"อืมม์..." ฮีชอลของเขาเองก็แซ่คิม หานเกิงอมยิ้มกับตัวเองอย่างอารมณ์ดี ป่านนี้ยังไม่ตื่นเลยมั้ง คนขี้เซาคนนั้นน่ะ

คิมจองฮุนนำเขามาถึงหน้าประตูห้องห้องหนึ่ง เปิดประตูแล้วก็ถอยมาคำนับเชิญให้เขาเข้าไปก่อน

ในห้องตกแต่งหรูหราบ่งบอกถึงสถานะประธานบริษัทไม่ยักมีคน แต่มีโทรภาพขนาดใหญ่เปิดค้างอยู่ เป็นแบบที่ใช้กันในห้องประชุมสำหรับประชุมทางไกล

"สวัสดีครับ คุณหาน"

เสียงทักทายดังขึ้นทันทีที่เขาก้าวเข้ามาในห้อง "กำลังรอคุณอยู่เลย เชิญนั่งก่อนเถอะครับ"

"ยินดีที่ได้พบครับคุณชเว"

ด้วยฐานะประธานบริษัทที่เสมอกัน ต่างฝ่ายจึงต่างเรียกชื่อสกุล เลขานุการทำหน้าที่เชื้อเชิญผู้เป็นแขกทรุดลงนั่งบนเก้าอี้ตัวใหญ่หน้าโทรภาพเรียบร้อยแล้วประธานชเวจึงกล่าวต่อไป

"ต้องขอโทษด้วยจริงๆ การที่คุณมาด้วยตัวเองแบบนี้ผมควรจะอยู่ที่ห้องด้วยตัวเองเหมือนกัน แต่ผมเองก็งานยุ่งมาก ไม่ได้เข้าบริษัทมาตั้งนานแล้ว สั่งงานกับลูกน้องผ่านทางโทรภาพนี่ตลอด ขนาดลูกชายยังต้องคุยกันผ่านโทรภาพเลย" ท่าทางและน้ำเสียงนั้นไม่ต่างอะไรเลยกับคุณพ่อนักธุรกิจที่สำนึกผิดแต่ก็จนปัญญาไม่รู้จะทำยังไงดี

"ผมเข้าใจดีครับ" หานเกิงพยักหน้ายิ้มๆ เรื่องพ่อแม่คุยกับลูกตัวเองผ่านทางโทรภาพโดยไม่ได้เจอกันเป็นเดือนๆหรือบางทีเป็นปีไม่ใช่ปัญหาสังคมปัญหาใหม่หรอก ตัวเขานั้นโชคดีหรือร้ายก็ไม่รู้ที่พ่อแม่ดูแลเอาใจใส่ใกล้ชิด นั่นทำให้เขาไม่ขาดความอบอุ่นก็จริง แต่มันก็ทำให้พวกท่านทั้งสองล่วงรู้ถึงความรู้สึกที่เขามีให้ฮีชอลเหมือนกัน

"มาว่ากันถึงเรื่องงานเลยดีกว่า..."

 

ราวๆครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้นการพบปะพูดคุยกันของประธานทั้งสองก็เสร็จสิ้นลง หานเกิงเดินออกมาจากห้องพร้อมคิมจองฮุน

"ท่านประธานของพวกนายทำงานหนักนะ"

เขาเอ่ย หวังจริงๆว่าการเรียนรู้งานจะไม่ต้องใช้เวลาวันหนึ่งๆมากขนาดนั้น ไม่งั้นฮีชอลของเขาคงเหงาแย่ "แต่ก็แน่ล่ะ เป็นถึงบริษัทแนวหน้าของโลกนี่นา"

"ครับ ท่านประธานทำงานหนักจริงๆ"

คิมจองฮุนตอบรับเรียบๆ หานเกิงเห็นแต่ด้านหลังของอีกฝ่ายจึงไม่อาจสังเกตเห็นสีหน้าแววตา

"ก็อย่างที่ท่านว่า แม้แต่เวลาจะคุยกับคุณซีวอนที่เป็นลูกชายแท้ๆยังไม่ค่อยจะมีเลย คุณซีวอนเห็นหน้าคุณพ่อผ่านแต่ทางโทรภาพมานานแล้ว"

"เห็นท่านพูดถึงเหมือนกัน" หานเกิงเออออ เอ่ยอย่างไม่ได้สนใจอะไรนัก "นานแค่ไหนแล้วล่ะ"

"ก็...หลายปีแล้วครับ" อีกฝ่ายเว้นระยะเป็นเล็กน้อย "ตั้งห้าหกปีได้แล้ว"

"นานขนาดนั้นเชียว?" คนฟังให้ความสนใจมากขึ้นนิดหน่อย ต่อให้สำหรับประธานบริษัทชเวอินดัสทรี นั่นก็ไม่ใช่ระยะเวลาน้อยๆเลยในการคุยผ่านแต่ทางโทรภาพ เอ ท่านไม่ห่วงลูกชายคนเดียวบ้างหรือไงกันนะ อย่างน้อยในฐานะทายาทผู้สืบทอดบริษัทก็น่าจะดูแลเอาใจใส่หน่อย สำหรับคนที่ครอบครัวอบอุ่นอย่างคุณชายตระกูลหานแล้ว สภาพการณ์นี้นับว่าแปลกพอสมควรเลยทีเดียว

"แล้วคุณซีวอนได้เข้ามาที่บริษัทบ้างรึเปล่า?"

"ปกติจะเข้าตลอด แต่ช่วงนี้ไม่ได้เข้าเลยครับ" เป็นคำตอบสั้นๆ ไม่เอ่ยปากพูดถึงข่าวที่แพร่อยู่ในขณะนี้ตามลักษณะพนักงานที่ดี...อาจจะดีเกินไปด้วยซ้ำ

หานเกิงเองก็แค่ขมวดคิ้ว ไม่ใช่ธุระอะไรของเขาที่จะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของตระกูลชเวหรอก แม้ว่าในฐานะคนร่วมงานกันทำให้ควรต้องสนใจเอาไว้บ้าง แต่เอาไว้ถามคิมยองอุนน่าจะง่ายและได้คำตอบที่ชัดเจนมากกว่า

จะว่าไปหมอนั่นคงมากินข้าวที่บ้านเขาเร็วๆนี้แหละ ตอนเอาลีทึกมาส่งเมื่อเช้าก็โอดครวญเป็นการใหญ่ว่าต่อไปที่บ้านตัวเองจะไม่มีอาหารอร่อยๆกินแล้ว จากนั้นเลยเชิญตัวเองมาบ้านเขาเสร็จสรรพ บอกว่า

"ลีทึกมาอยู่ที่นี่แล้ว ต่อไปใครจะทำอาหารอร่อยๆให้ฉันกินล่ะ! ไม่รู้ล่ะ ต่อไปฉันจะมากินข้าวบ้านแกบ่อยๆ"

อะไรของมันหว่า บ้านตัวเองก็มีหุ่นยนต์รับใช้นี่นา มิหนำซ้ำถ้ายังไม่พอใจ ด้วยฐานะของคนอย่างคิมยองอุน อยากจะได้หุ่นยนต์พ่อบ้านสักกี่ตัวก็ย่อมได้

ไม่ยักเคยรู้ว่ามันจะถูกปากอาหารจีนขนาดนี้...

"งั้นวันนี้ไม่มีอะไรแล้ว ฉันกลับบ้านก่อนนะ"

"ครับ" คิมจองฮุนโค้งส่งเขาที่หน้าประตูบริษัท "พบกันพรุ่งนี้นะครับ"

 

ประธานหนุ่มจากบริษัทมีชื่อในแผ่นดินใหญ่ขึ้นรถของเขากลับไปแล้ว เสียงเตือนโทรภาพของคิมจองฮุนถึงดังขึ้น ดวงตาสีน้ำตาลเหลือบมองขึ้นไปยังชั้นใดชั้นหนึ่งของตึกชเวอินดัสทรี ใบหน้าเรียบสนิท หากมุมปากกลับกระตุกน้อยๆขณะกดรับ

"คิมจองฮุนครับ" เขาขาน จากนั้นก็เงี่ยหูฟังเสียงจากปลายสาย

"..."

"ครับ คิดว่าคงไม่ผิดตัวหรอกครับ"

"..."

"ครับ ผมจะส่งคนไปสืบให้แน่ใจ"

"..."

"อะไรนะครับ!?" คราวนี้เสียงดังขึ้นอย่างลืมตัว นัยน์ตาคู่นั้นมีแววไม่สบายใจ แต่ครู่เดียวก็กลับราบเรียบตามเดิม

"ถ้าเป็นความประสงค์ของท่าน ผมก็คงไม่อาจขัด..."

"..."

"ครับ... ได้ครับ ครับ สวัสดีครับ"

เมื่อวางสาย หากสังเกตให้ดีจะพบว่าใบหน้าสะอาดสะอ้านดูดีของเลขานุการประธานชเวนั้น แลดูหดหู่เล็กน้อย

====

 

"นายไปได้เจ้าหมานั่นมาจากไหนน่ะ?"

เป็นคำถามแรกที่ชเว ซีวอนถามเมื่อเขากลับมาถึงตั้งแต่เมื่อคืน

ฮยอกแจรอจนง่วงนอนแล้วเลยไม่มีอารมณ์จะตอบ เดินขึ้นไปนอนโดยไม่ได้สนใจว่าอีกฝ่ายจะตามขึ้นไปหรือไม่ แต่พอเช้านี้เขาก็โดนถามคำถามเดิมนั้นอีกครั้ง

เอาเถอะ อย่างน้อยอีกฝ่ายก็มารยาทดีพอจะไม่ตื๊อถามเขาตอนกำลังง่วงแล้วกัน ตอนนั้นฮยอกแจก็กำลังอารมณ์ไม่ดีด้วยล่ะ

...และพูดตามจริงแล้ว ตอนนี้เขาก็ยังอารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่

เฮอะ! เขาไม่ได้อารมณ์เสียเพราะซีวอนไปมีเดทเมื่อวานสักหน่อยนึง!

เมื่อเห็นว่าเขาไม่ตอบ ซีวอนที่ดูจะสนอกสนใจเจ้าหมาตัวนั้นเหลือเกินก็หันไปถามซองมินที่วันนี้ตื่นเช้าได้เพราะลงมาคลุกข้าวให้หมา

"พี่ซองมิน หมานี่มาจากไหนเหรอครับ?"

"มันมานอนอยู่หน้าบ้าน มีแผลที่ท้องด้วย เมื่อวานก็เลยพาไปหาหมอแล้วเอากลับมาไว้ที่นี่"

"หมาของใครก็ไม่รู้นะครับ"

"ถ้ามีประกาศหาก็รู้เอง" ซองมินไม่รู้ไม่ชี้ แต่ก็จริงของเขา ถ้าเจ้าของหมาเดือดร้อนจริงก็ต้องประกาศหาตัวสิ เรื่องอะไรพวกเขาต้องเดือดร้อนไปประกาศหาเจ้าของด้วย

แผลที่ท้องของเจ้าหมาค่อนข้างสาหัส ถึงไปรักษามาแล้วแต่วันนี้มันก็ยังขยับตัวได้ไม่สะดวกนัก นอนหมอบทำตาลอยอยู่ที่เชิงบันได มีปฏิกิริยากระดิกหางแสดงให้รู้ว่าดีใจก็ต่อเมื่อซองมินลงมาหาข้าวปลาให้กิน

"เมื่อวานกินไปนิดเดียวเอง วันนี้พยายามกินหน่อยนะ รู้มั้ย" คนคลุกข้าวให้นอกจากวางชามลงตรงหน้าอย่างเอาใจแล้วยังลูบหัวอย่างเบามือ ดวงตาที่ช้อนสบราวกับจะรู้ภาษา ซองมินสะดุดสายตานิดหน่อย แต่หุ่นยนต์หมาส่วนใหญ่ก็ถูกออกแบบมาให้ 'ดูเหมือน' รู้ภาษาเพื่อเอาใจมนุษย์อยู่แล้วละนะ ว่าแล้ว 'มนุษย์' ก็อดพูดกับมันต่อไม่ได้

"ทำสายตาแบบนั้นหมายความว่าไง?"

"บ๊อก"

"ฉันฟังภาษาหมาไม่รู้เรื่องหรอก" มือที่ลูบอยู่บนหัวตบๆเบาๆ "ถ้ากินข้าวหมด ตอนเย็นจะให้กินขนม"

ฮยอกแจเท้าคางมองภาพนั้นอย่าง...จะว่าอิจฉานิดๆก็ไม่เชิง เขาเป็นน้องชายพี่ซองมินแท้ๆฝ่ายนั้นไม่เห็นจะเคยหาข้าวปลาให้เขากินเลย แต่ช่างเหอะ จะเอาตัวเองไปเปรียบกับหมาก็กระไรอยู่

"กลับมาแล้วเราคงต้องคุยกันหน่อยนะ" ซีวอนเองก็บอกกับมันราวกับมันฟังรู้เรื่อง

เฮ้อ ทำไมใครๆก็สนใจแต่เจ้าหมา

ฮยอกแจทำเป็นลืมไปว่าเมื่อวานเขาก็ตื่นเต้นกับมันเหมือนกันน่ะแหละ แต่หลังจากเห็นว่ามันมีคนพะนอเยอะแล้ว อารมณ์สนใจเลยชักจะหมด

และแล้วเขาก็ออกเดินทางไปมหาวิทยาลัยกับซีวอน เพราะพี่ซองมินไม่มีเรียนเช้า มีแต่คาบบ่าย(อีกแล้ว!)

"ฮยอกแจ..."

เรียกอีกแล้ว ทำไมหมอนี่วันนี้ขยันเรียกซะจริง

"อะไร?"

"นายโกรธอะไรฉันเหรอ?"

"ใครว่าฉันโกรธนาย?"

"แต่นายไม่ยอมพูดกับฉันมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วนะ"

"เรื่องนั้น..." อยากจะเถียงว่าไม่จริงสักหน่อย แต่เขาก็ไม่ได้พูดกับอีกฝ่ายมาตั้งแต่เมื่อคืนจริงๆนี่นา

"ฮยอกแจ เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน นายปิดฉันไม่ได้หรอกว่านายโกรธ"

"ก็บอกว่าไม่ได้โกรธไงเล่า"

"นายโมโหที่ฉันปล่อยนายกลับบ้านคนเดียวเมื่อวานรึเปล่า" เมื่อเขาไม่ยอมบอก ซีวอนก็เดา

"เปล่า" น้ำเสียงที่ตอบสะบัดโดยไม่ได้ตั้งใจ

"นายโมโหเรื่องนั้นแน่ๆ" ชายหนุ่มแน่ใจ "ขอโทษนะ แต่เมื่อวานฉันมีธุระจริงๆ"

"ช่างนายสิ ว่าแต่เดทเป็นยังไงบ้างล่ะ"

"เดท..เดทเหรอ?" ซีวอนงง เขาลืมไปแล้วว่าเมื่อวานเออออกับฮยอกแจไปว่ายังไง

"ใช่ ก็เมื่อวานนายไปเดทไม่ใช่เหรอ"

"อ..อ๋อ...เดท" ลูกชายประธานชเวนึกได้ในที่สุด "ก็ดี"

คราวนี้ฮยอกแจชะงักนิดหน่อย

"ไม่ค่อยดีเหรอ?"

ซีวอนงง ก็เขาเพิ่งบอกไปนี่นาว่า 'ก็ดี' น่ะ

"นาย...กำลังไม่สบายใจสินะ" ท่าทางฮยอกแจกระตือรือร้นเอาใจใส่เขาขึ้นมา จากที่ดูมึนชาอยู่แต่แรก "ไม่เป็นไรหรอก แฟนน่ะไม่ตายก็หาใหม่ได้"

"อะ อืม"

ถึงจะไม่เข้าใจอะไรเท่าไหร่ แต่ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ดูเหมือนฮยอกแจจะหายโกรธเขาแล้วละ...มั้ง

====

 

ภาพใบหน้าจิตแพทย์หนุ่มปรากฏขึ้นบนจอโทรภาพ เจ้าของดวงตาโตเห็นปุ๊บก็ทักทายอย่างร่าเริง

"อ๊ะ คุณหมอซุนเล่อ จะคุยกับฮันเกิงเหรอ? ได้เลย นั่งอยู่ข้างๆนี่แหละ"

"มีอะไรเล่อ?" หานเกิงหยิบหูฟังขึ้นมาใส่ ท่าทางจะไม่อยากให้เขาได้ยิน แต่ฮีชอลก็ไม่ได้สนใจอะไร ลงนอนหนุนตักอีกฝ่ายเล่นเกมขนาดพกพาที่ถืออยู่ในมือไปตามเรื่อง

จริงสิ หานเกิงมาเกาหลีแบบนี้ แล้วหมอจะรักษาได้ยังไงกันนะ เขามัวแต่ดีใจที่หานเกิงจะให้มาด้วย ลืมไปซะสนิทเลยว่าหานเกิงยังไม่สบายอยู่ แย่จริง

แต่จะว่าไป...ช่วงหลังๆ รวมถึงตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่อยู่ด้วยกันตามลำพังมานี้ เขาก็ไม่เห็นหานเกิงเหม่อลอยอีกเลยนี่นา

หรือว่าหานเกิงจะหายแล้วกันล่ะ ดีจัง!

"ก็สบายดีน่ะสิ ถามได้"

ฮื้อ หานเกิงพูดกับหมอไม่เพราะเลย แบบนี้ถ้าหมอโกรธแล้วเลิกรักษาไปจะทำยังไงล่ะ

"ฮีชอลก็สบายดีเหมือนกัน ไม่มีใครต้องการการรักษาจากแกหรอก"

อ๊า หยาบคาย! หานเกิงเนี่ย พูดเพราะๆกับเขาได้ทั้งวัน ทำไมไม่รู้จักพูดดีๆกับหมอซุนเล่อบ้างนะ เป็นเพื่อนกันด้วยไม่ใช่เหรอ

"สรุปว่าแกจะอยากบอกฉันมั้ยว่าแกไปรู้อะไรมา" อยู่ๆน้ำเสียงของหานเกิงก็จริงจังขึ้น ว่าแต่ประโยคนี้หมายความว่ายังไงกันนะ

"แกโทรมาหาฉันแล้วก็พูดจาแปลกๆสองครั้งแล้วนะเล่อ คิดเหรอว่าฉันจะฟังไม่ออกว่าแกกำลังกังวลใจอะไรสักอย่าง แถมยังเป็นเรื่องที่น่าจะเป็นเรื่องของฉันด้วยไม่ใช่เรื่องของแก"

"..."

"บอกแต่ให้ระวังๆ แกจะไม่บอกหน่อยเหรอว่าให้ระวังใครหรืออะไร?"

หานเกิงเงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนจะเสียงดังขึ้นอย่างกะทันหันจนคนที่นอนตักอยู่สะดุ้ง

"ฮีชอลเหรอ!?"

คราวนี้ไม่สนใจคงไม่ได้เสียแล้ว ชื่อของเขานี่นาที่หานเกิงพูดถึงน่ะ หานเกิงกับซุนเล่อพูดอะไรถึงเขากันงั้นเหรอ หรือว่าเขาทำอะไร...

ฮีชอลลุกขึ้นนั่งมองหานเกิงตาปริบๆ ไม่สนใจเกมแล้ว ร่างสูงเองก็หันมามองเขาก่อนเอื้อมมือมาดึงตัวเข้าไปกอด

"บอกฉันมาเดี๋ยวนี้ว่าแกได้ยินอะไรมา เล่อ?"

คิ้วเข้มขมวดมุ่นจนใบหน้าหล่อดุ ฮีชอลเห็นแล้วอยากคลายปมตรงคิ้วนั่นให้จัง หันไปมองทางโทรภาพก็เห็นจิตแพทย์มีท่าทีไม่สบายใจนัก

"เฮ้ยเดี๋ยวเล่อ อะไรของแกวะ พูดกันให้รู้เรื่องก่อนสิ! ไอ้เล่อ!"

ภาพของคู่สนทนาดับวูบไป

"อะไรของมัน" หานเกิงสบถเสียงดังจนคนในอ้อมกอดผวาเล็กๆ ปฏิกิริยานั้นทำให้เขาได้สติ "ไม่มีอะไรหรอกฮีชอล"

เสียงทุ้มปลอบเบา สั่งโทรภาพให้โทรกลับไปหาเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยมัธยม ทว่าอีกฝ่ายไม่ยอมรับสาย เขาเลยเปลี่ยนใจดึงร่างบางมานั่งตัก

"ฮีชอล ฉันขอโทษที่เสียงดัง" ถึงจะไม่ได้เสียงดังใส่ฝ่ายนั้นก็เถอะ "ฉันกังวลนิดหน่อยน่ะ นายตกใจรึเปล่า"

"มีเรื่องอะไรเหรอ ฮันเกิง?" ดวงตาโตมองเขาอย่างวิตก "ฉัน...หรือว่ามีเรื่องอะไรเกี่ยวกับฉันที่ทำให้นายกังวล?"

"ใช่ ไอ้เล่อพูดอะไรแปลกๆ..." สายตาของชายหนุ่มมีแววครุ่นคิด "มันบอกว่าให้ฉันดูแลนายดีๆ ให้ระวัง...แต่พอถามว่าระวังอะไรมันก็ไม่ยอมบอก"

ฮีชอลนิ่งฟัง เขาไม่ได้รู้สึกกลัวหรอก ออกจะโล่งอกมากกว่า นึกว่าจิตแพทย์ไปได้ยินข่าวอะไรเกี่ยวกับหุ่นยนต์เป็นภัยต่อมนุษย์มาเลยบอกให้หานเกิงระวังเขาซะอีก ดีไม่ดีจะบอกให้หานเกิงทิ้งเขาอีกคน เหมือน...เหมือนพ่อกับแม่ของหานเกิง...

หุ่นยนต์ตัวหนึ่งไม่มีวันลืมหรอกถ้าได้ยินเรื่องตัวเองจะโดนทิ้ง

"ฮีชอล เป็นอะไรไป เหม่ออะไรน่ะ? ไม่ต้องกลัวนะ ฉันไม่ปล่อยให้เกิดอะไรขึ้นกับนายหรอก" อ้อมแขนอุ่นๆของหานเกิงกอดเขาไว้ อา..รู้สึกปลอดภัยจัง

มือเรียวบางยึดท่อนแขนแข็งแรงนั้นไว้ กอดแน่นเหมือนกลัวว่าอีกฝ่ายจะปล่อยมือไป อาการเช่นนั้นของเขาเรียกให้หานเกิงกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น

"นายกลัวเหรอ? มือเย็นเชียว โธ่ ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไรนะครับ..."

ไม่...ไม่ใช่ว่ากลัวจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเขาหรอก แต่เขากลัว...กลัวอย่างที่สุดว่าวันหนึ่งหานเกิงจะไม่ต้องการเขา จะทิ้งเขาไป นั่นคือสิ่งที่เลวร้ายที่สุดแล้วที่คิมฮีชอลสามารถจินตนาการว่าจะเกิดขึ้นได้ ความกลัวที่ว่าบรรเทาเบาบางลงเมื่อหานเกิงบอกกับเขาว่ารักเขา แต่ใช่ว่าจะหายไปซะทีเดียว

เป็นความกลัวที่หุ่นยนต์ทุกตัวมี เพราะทุกตัวตระหนักดีว่าตนมีค่าสำหรับมนุษย์เป็นเพียงแค่สิ่งของ พอเบื่อจะทิ้งเสียเมื่อไหร่ก็ได้ แล้วใครเคยเดาใจมนุษย์ได้บ้างล่ะว่าจะเบื่อตอนไหน

ซับซ้อนเกินไป

หัวใจของมนุษย์เปลี่ยนแปลงง่ายดายเกินไป ยอกย้อนเกินไป ขัดแย้งกันเกินไป

หากเลือกได้ หุ่นยนต์คงไม่ขอมีความรู้สึก

เพราะความสามารถที่จะรักและจดจำใครไปชั่วชีวิตโดยที่เขาอาจจะลืมเราไปโดยสนิทนั้น เป็นโศกนาฏกรรมที่โดยมากมีมนุษย์เป็นผู้ก่อ และหุ่นยนต์เป็นผู้รับผลของการกระทำนั้น

สำหรับคิมฮีชอล...ขอแค่หานเกิงไม่ทิ้งเขาไป ไม่ว่ายังไง หุ่นยนต์ตัวนี้ก็มีความสุขที่สุดแล้ว

แม้จะเป็นความสุขที่แฝงไว้ด้วยความหวาดกลัวในทุกขณะจิตว่าจะสูญเสียความสุขนั้นไปก็ตาม


----
Happy Valentine's Day
ไม่รู้จะมีใครมาอ่านรึเปล่า หรือว่ามัวแต่ไปเที่ยวกับแฟนกันน้าา อิอิ ไม่ว่ายังไง จะคนมีคู่หรือยังไม่มีคู่ก็ขอให้มีความสุขนะคะ ความรักมีหลายรูปแบบ ไม่รักแฟนก็รักเพื่อนรักพ่อแม่พี่น้องปู่ย่าตายายลุงป้าน้าอา สัตว์เลี้ยง เพื่อนร่วมโลกก็ได้น้าา
^0^ รักอย่างมีสติและอย่าลืมรักตัวเองด้วยนะคะ

HeartAmiss – คิคิคิคิ แน่นอน ของดีๆก็ต้องกินคู่กับวิวดีๆสิมันถึงจะไม่เสียของ แกคิดว่าดูประเภทไหน มันก็เป็นประเภทนั้นแหละ ;)

Halloween13 – นั่นนะสิ บ้านตระกูลอีน่าจะให้ซินแสมาแลๆซะหน่อยแล้ว 555555+

onlyhanchul  แฮะๆ ขอโทษที่ช้า (อีกแล้ว) จ้า ใช่ร๊าวววววววว~~~ >//////////////< ทาเซ็นดาชอบท่าอิป๋าอ่ะ ยืนแกล้งได้เลวมาก55555+ เสมือนทำสิ่งนี้เป็นประจำ โธ่ๆๆๆ นางฟ้าของหมีคังงง โดนแมวกับมังกรปีศาจกลั่นแกล้งซะแย้ว | เมนรองไรท์เตอร์น่ารักเนอะะะ >/////< ชอบด๊องส่วนหนึ่งตรงความร่าเริงนี่แหละ

the.little.l  เว่ยป๋อจริงดิ O_O โอเค ขอบคุณจ้า ^0^ | ฮีโดนหลอกน่ารักมั้ยล่าาาา ฮี่ๆๆๆ ไรท์เตอร์โรคจิตเล็กๆเห็นฮีโดนแกล้งแล้วมีฟามสุขขขข -//////-

~ ยัยแมวเอ๋อ ~ - ต้องเอาฮีมายืนตรงหน้าด้วยนะถึงจะวิจัยได้ -/////- ว่าแต่ขอบเขตการวิจัยจะอยู่ที่ไหนดีล่ะ ตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ แล้วตัวแปรตาม ตัวแปรควบคุมจะมีอะไรบ้างดีน้า ฮี่ๆๆๆๆๆ (อยู่ๆก็รู้สึกอยากเป็นนักทดลองขึ้นมา!) | เราเรียนจีนมานิดหน่อยไงเลยดีใจ แต่เราว่าญี่ปุ่นยากอ่ะ TOT ประเด็นเรื่องหุ่นยนต์นี่เป็นที่ถกเถียงกันมานานนะ ในหนังก็อย่างเรื่อง i, Robotหรือ A.I. อะไรแบบนี้ (โดยเฉพาะเรื่องหลังนี่เศร้ามาก ดูแล้วร้องไห้อ่ะ) เรามีปัญหากับเรื่องการทารุณสัตว์สุดๆ จะโกรธและดราม่ามากเลยเวลาเจอข่าวทารุณสัตว์

angle  555555555555++ โถน่าสงสาร โดนเกิงแกล้งงงง อิอิอิอิอิ

HC_lovelism  ฮิฮิ แฮปใครล่วงหน้าก็ม่ายรู้ซิ -///- รู้แต่คิมฮีน่ารักที่สุด | โอ๊ะต้องบอกเล่อให้ไปเตือนเกิงแล้ว มีคนจะดักทุบหัว! 5555555+ อย่านะ ทุบไปหัวแตกเดี๋ยวผมอาจไม่ขึ้นอีกเลย ยิ่งน้อยๆอยู่ *ทำร้ายเมนตัวเอง*

[~ZanLighT~]! ประเด็นเรื่องหุ่นยนต์นี่เป็นที่ถกเถียงกันมานานนะ ในหนังก็อย่างเรื่อง i, Robot หรือ A.I. อะไรแบบนี้ (โดยเฉพาะเรื่องหลังนี่เศร้ามาก ดูแล้วร้องไห้อ่ะ) ฟิคนี้ฮีกับพี่ทึกได้เจ้านายใจดี(?)จริงๆนั่นแหละ แค่ใจดีไม่พอนะ ต้องเข้มแข็งด้วย



ไปล่ะ ไรท์เตอร์ติดละคร 555555555555++ ไปดู "ลิขิตฟ้า ชะตาดิน" ช่อง 5 ก่อนนะ
>/////<

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

313 ความคิดเห็น

  1. #224 ~ ยัยแมวเอ๋อ ~ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555 / 23:40
     5555 ชักอยากจะทดลองจริงๆขึ้นมาแล้วเหมือนกัน
    และต่อด้วยผลงานวิจัยอย่างที่สอง ขีดจำกัดความหื่นของฮันเกิง
    รับรองว่าเราสองคนได้รางวัลโนเบลแน่ ในฐานะที่วิจัยได้ไร้สาระที่สุดในโลก
    อ๊ากกก เดี๋ยวนี้มีแต่ปริศนา
    ทำไมซุนเล่อต้องคอยเตือนให้ระวัง ระวัง ระวังอะไรก็ไม่รู้อยู่ได้
    เรื่องหมาตัวนั้น เรื่องพ่อวอน โอ๊ยยย คิดจนขมองจะแตก

    นังแคทเธอรีนเพิ่งได้มาอ่านแหละ จริงๆแล้วดราม่า ที่ผ่านมาไม่ค่อยมีอารมณ์อ่านฟิกเท่าไหร่ 5555
    แต่ถ้าเป็นของมิวกับผึ้งนี่ อ่านจนตายยยยย
    #224
    0
  2. #223 HeartAmiss (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2555 / 23:05
    อ่ะ ฮือออออออ หานเกิงดูแลฮีให้ดีๆนะ

    ซุนเล่อถ้าออกมาแนวปัญญาอ่อน เกรงว่าจะต้องไปรับการรักษากับจิตแพทย์แทนฮันเกิง ถ้าเหมือนตัวจริงคงต้องไปพบจิตแพทย์แหงม ฮ่าๆ

    ปล. เมื่อไรจะเลิกกั๊กหาาาาาาาาาาา ;(
    #223
    0
  3. #222 [~ZanLighT~]! (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2555 / 22:38
    อะไรหว่า??? มีความรู้สึกว่าจะเกิดอะไรไม่ดีขึ้นกะฮีใช่ม้ายยยยยยย T T

    หัวใจมนุษย์มันซับซ้อนจริงๆนะละ แต่หัวใจอิเกิงรักฮีคนเดียวแน่นอน ฮิ้ว~~~
    #222
    0
  4. #221 angle (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2555 / 23:38
    ถูกต้องเลยเมนจ๋า หัวใจมนุษย์น่ะซับซ้อนสุดๆเลย

    โดยเฉพาะหัวใจอิเกิง ทำอะไรไม่คิดถึงเธอเลยอ๊ะ TT3TT

    (ดึงเรื่องข้างนอกมาเกี่ยวอีกละ แง้วววววววว ~)

    เล่ออยากบอกอะไร ก็พอจะเดาออกอยู่นะ แต่ยังไงก็ไม่มีทางที่เกิงจะทำตามหรอก

    เพราะมันรักเมนเค้ามากกกกกกก ขนาดยังไม่ออกมาแถลงข่าวเพราะแคร์ใครอีกคนไง

    (ลากเข้ามาอีกละ อ๊ากกกกกกกกกกก)

    ฮยอกกี้น่ารักอ่ะ หึงปลัดหรอตัวเอง คิกๆ
    #221
    0
  5. #220 Halloween13 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2555 / 17:24
    เรื่องมันซับซ้อนดีจริงๆเลย
    ไหนจะวอน เล่อ ประธานเชว ฮีชอล??
    มันจะเกี่ยวกันมั๊ยเนี่ย
    เกิงน่ะไม่มีทางทิ้งฮีแน่นอน
    แต่มันจะเกิดอะไรขึ้นกับฮีกัน
    #220
    0
  6. #219 onlyhanchul (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2555 / 15:15
    มีแต่เืรื่องที่น่าสงสัย เต็มไปหมด
    ไหนจะเป็นเรื่องที่่พ่อวอนสั่ง และหมอเล่อ โทรมาอีก
    อย่าบอกนะว่าจะมีใครมาจับตัวคิมฮีไปนะ ไม่ยอมนะ

    สูู้สู้ค่ะ HAPPY VALENTINE DAY's เชนเดียวกันคร้าาาาาาาาาาาาาาาาา
    #219
    0
  7. #218 Rellael (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555 / 21:16
    หืมมมม?? อะไร?? ทำไม?? ใคร?? งง = =;

    ฮ่าๆๆ หมอเล่อ.. ตลกอะ 55555555555555 ซุนเล่อตัวจริงปัญญาอ่อนขัดกับลุคหมออย่างรุนแรง ก๊ากกกๆๆๆ

    ง่ะะ มีคนจ้องจะเอาฮีชอลไปใช่มั้ย?? T^T

    โถๆๆๆๆๆ ฮีน้อยน่ารักขนาดนี้ใครทิ้งลงก็โง่ตามที! ไม่ต้องห่วงนะ ถ้าเกิงทิ้งจริงๆมาอยู่กับเราได้ทุกเมื่อ ฮ่าาาา (ไม่เคยพ้นเรื่องนี้)

    ปล. เราแวะไปเยี่ยมที่บูธมาแล้ว ฮ่าๆๆๆ เห็นนั่งกันเงียบๆสองคนเลยไม่กล้าพูด
    #218
    0