[(Destiel-Thorki) SPN x Avengers] Mark of Cain

ตอนที่ 14 : 14 [Thor's POV, Thor & Steve]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 636
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    2 ต.ค. 59

สตีฟ โรเจอร์ส เป็นเพียงคนเดียวที่เข้าใจธอร์ที่สุดตอนที่โลกิตาย แม้ว่าเขาเองก็ไม่ได้ปลื้มเทพจอมมุสามากไปกว่ามิดการ์เดียนคนอื่น ๆ

ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่า อดีตนายทหารหนุ่มเองก็เป็นนักรบที่มีประสบการณ์สูญเสีย พี่น้องร่วมศึก ที่รู้จักกันมาทั้งชีวิตเช่นเดียวกับเขา

“พอเขาตายไป อะไร ๆ ก็ไม่เหมือนเดิม”

เขา ย่อมหมายถึงบัคกี้ บาร์นส์

ดวงตาของคนพูดเหม่อมองไปไกล ราวกับจะเพ่งหาใครคนหนึ่งในอดีตครั้งวันวานที่ผ่านมาแล้ว...ใครคนหนึ่งซึ่งสำคัญมากเหลือเกิน

ธอร์รู้จักสายตาเช่นนั้น นาทีนั้น เขาเหมือนมองเห็นภาพสะท้อนของตัวเองในกระจก ทั้ง ๆ ที่เขากับสตีฟไม่มีอะไรเหมือนกันนักในเรื่องของภูมิหลัง เขาเติบใหญ่ขึ้นมาในฐานะเจ้าชายรัชทายาทแห่งเผ่านักรบ ในขณะที่สตีฟโตขึ้นมาในฐานะเด็กขี้โรคชาวมิดการ์ดจน ๆ คนหนึ่ง

กระนั้น ในชั่วขณะนั้น พวกเขาก็เหมือนกันเหลือเกิน

คำพูดของกัปตันอเมริกากระทบใจอย่างจัง ใช่ อะไร ๆ ล้วนเปลี่ยนไป ทุกสิ่งทุกอย่างดูจะหมดความหมายเมื่อไม่มีโลกิ อนุชาแห่งเขามักตัดพ้อว่าตนเป็นเพียงเงาสายหนึ่ง แต่กลับไม่เคยมองย้อนกลับเลยว่าผู้ที่ต้องสูญเสียเงาของตัวเองไปครั้งแล้วครั้งเล่าจะรู้สึกเช่นไร

อีกทั้งความจริงยังไม่ใช่เพียงแค่นั้น สำหรับธอร์แล้ว โลกิเป็นยิ่งกว่าเงามากมายนัก โลกิ...ก็คือโลกิ น้องชายของเขา เพื่อนร่วมเล่น สหายร่วมศึกของเขา เจ้าของแผนการชาญฉลาดที่สามารถสรรหาเรื่องสนุก ๆ มาชวนเขาทำได้มากมาย ผู้ออกอุบายความคิดอันแยบยลที่เขาปรารถนาไว้เป็นที่ปรึกษาคู่ใจยามขึ้นครองบัลลังก์แอสการ์ด

สาเหตุหนึ่งที่ธอร์ปฏิเสธบัลลังก์ในทันทีที่โลกิจากไปก็เพราะ...คนอย่างเขาจะเป็นนักปกครองที่ดีได้อย่างไร หากไร้ซึ่งผู้ที่เป็นมันสมองและดวงตาเช่นโลกิ?

เจ้าตัวแจกแจงข้อบกพร่องมากมายของเขาเอาไว้เอง และข้อบกพร่องเหล่านั้นก็มีหลายข้อเสียด้วยที่เป็นความจริง โลกิรู้จักเขาดียิ่งกว่าใคร ทว่ากลับใจร้าย ทอดทิ้งเขาไว้ให้เผชิญหน้ากับการดูแลโลกทั้งเก้าเพียงลำพังตลอดช่วงชีวิตนับพัน ๆ ปี

โดยไม่มีโลกิ

ขาดธอร์สักคน โลกิอาจจะยังคงเป็นโลกิ แต่ธอร์จะไม่ใช่ธอร์เลยหากปราศจากโลกิ

พี่ต่างหากที่เป็นเงาของเจ้า

สตีฟเข้าใจความรู้สึกนี้ ความรู้สึกว่างโหวงเมื่อส่วนหนึ่งซึ่งสำคัญยิ่งของตัวตนถูกพรากไป และเมื่อคิดดูให้ดีแล้ว การสูญเสียนายทหารที่ชื่อเจมส์ บูแคนัน บาร์นส์ ก็คงยังสดใหม่ในความทรงจำของกัปตันอเมริกาผู้หลับใหลข้ามยุคมาอยู่มาก ธอร์ไม่อาจหักใจถามว่าสตีฟยังสะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะฝันเห็นการตายของบัคกี้ อย่างที่เขาโดนความฝันเรื่องการตายของโลกิหลอกหลอนอยู่ไหม แต่ก็พอเดาได้จากความร้าวรานในดวงตาสีฟ้าคู่นั้น จากรอยยิ้มเศร้า ๆ เลื่อนลอย จากการที่หากสตีฟไม่มาดื่มเป็นเพื่อนเขา ก็จะโหมงานหรือเข้ายิมจนดึกอยู่เสมอ

ธอร์ยกแก้วขึ้น

“ข้าขอดื่มให้แก่สหายของเจ้า”

“ฉันเองก็ขอดื่มให้กับการจากไปของน้องชายนาย”

พวกเขาชนแก้วกัน แล้วดื่มเงียบ ๆ รวดเดียวหมด

 

วันนี้ เมื่อเทพสายฟ้าผลุนผลันจากบังเกอร์ของพวกวินเชสเตอร์มาเพราะโลกิก่อกวนอารมณ์เขาให้ขุ่นนั้น เขาก็พบตัวเองมาหยุดอยู่หน้าห้องพักอพาร์ทเม้นท์ของกัปตันอเมริกาในวอชิงตัน ดี.ซี. อีกครั้ง

มีเสียงฝีเท้าเดินตรงมาเกือบจะในทันทีที่เขาเคาะประตู ตามด้วยเสียงถอดกลอน แล้วสตีฟ โรเจอร์สก็โผล่หน้าออกมา

“ธอร์?”

สำเนียงนั้นบ่งบอกว่าประหลาดใจ หากมีแววยินดี เกือบจะโล่งอก “เข้ามาสิ”

หมอนกับผ้าห่มยับนิด ๆ บนโซฟาหน้าทีวีบอกให้รู้ว่าเจ้าของห้องเนรเทศตัวเองลงจากเตียง อีกแล้ว เจ้าชายรัชทายาทแห่งแอสการ์ดเคยชินกับการเปลี่ยนที่นอนจากพื้นดินกลางป่าหรือสนามรบมาเป็นแท่นบรรทมในพระราชวังภายในชั่วข้ามคืน แต่ดูเหมือนว่ากัปตันอเมริกาจะมีปัญหาในการเปลี่ยนมานอนเตียงนุ่ม ๆ แบบมนุษย์ในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด เขาเคยบ่นว่าเตียงให้ความรู้สึกเหมือนนอนบนก้อน มาร์ชเมลโล

ธอร์ไปหยิบจากในครัวของโทนี่มาลองกินดูแล้ว เขาพบว่ามันนุ่มและอร่อย เสียแต่ชิ้นเล็กเกินไป บางทีเขาอาจจะสั่งให้มหาดเล็กหาก้อนใหญ่ ๆ มาให้เขานอนดูบ้าง

เห็นได้ชัดว่าถึงแม้สตีฟจะอยู่ในเสื้อยืดกางเกงวอร์มอันเป็นชุดนอน แต่เขาก็กำลังนอนไม่หลับ ทีวีเปิดค้างไว้ บนจอมีภาพยานอวกาศสลับกับผู้คนในเสื้อสีแดง ฟ้า และเหลืองซึ่งดูเหมือนเป็นเครื่องแบบ คนหนึ่งที่ใส่เสื้อสีฟ้ามีหางคิ้วชี้ขึ้นกับใบหูแหลม ท่าทางต่างออกไปจากคนอื่น กำลังพูดอะไรยาวเหยียดด้วยสำนวนที่ธอร์ไม่คุ้นหู

“ดูหนังรอบดึกน่ะ” สตีฟยิ้มด้วยท่าทางที่ซ่อนความเหนื่อยล้าไว้ไม่มิด “ฉันกำลังดู สตาร์เทร็ค ดิออริจินัลซีรี่ย์ มีอะไรให้มาตามไล่ดูเยอะเลยหลังจากเผลองีบไปเจ็ดสิบปี”

“เจ้านอนไม่หลับ”

นั่นไม่ใช่ประโยคคำถาม และสตีฟก็ไม่ได้ปฏิเสธ พวกเขามีปัญหาคล้าย ๆ กันมาพักใหญ่แล้ว ดังนั้นจึงออกไปดื่มด้วยกันอยู่บ่อย ๆ ธอร์ออกจะทึ่งในความสามารถเชิงสุราของสตีฟ แม้แต่เหล้าดีกรีแรงที่สุดของแอสการ์ดก็ทำให้มิดการ์เดียนหนุ่มแค่มึน ๆ ไปนิดหน่อยเท่านั้น เจ้าตัวอธิบายว่าเซรุ่มที่ได้รับเพื่อเปลี่ยนให้เป็นซูเปอร์โซลเยอร์ทำให้เขาไม่สามารถเมาได้ ต่อให้คิดจะเมาก็ตาม

ต่อให้คิดจะเมาก็ไม่สามารถเมาได้...นั่นหมายความว่าหมดสิ้นโอกาสในการหลีกหนีความจริงแม้เพียงชั่วครู่ชั่วยาม โอรสของเทพแห่งสงครามยอมรับว่าเขานับถือสตีฟจากใจจริง เขานึกไม่ออกเลยว่าอีกฝ่ายยืนหยัดอยู่ได้ยังไงโดยไม่ล้มลงไป

“ท่าทางนายก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันนัก” เป็นคำตอบ

เทพสายฟ้าทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้นวม

“ข้าเจอโลกิแล้ว”

“อะไรนะ” สตีฟขมวดคิ้ว “ฉันนึกว่า—”

“เขายังไม่ตาย”

คราวนี้คู่สนทนาของเขานิ่งอึ้งไปครู่ก่อนจะถาม “เขาอยู่ที่โลกนี่รึเปล่า”

“ภายใต้การควบคุมตัวอย่างเข้มงวด” ธอร์ให้ความมั่นใจ

“เข้มงวดกว่าชิลด์อีกเหรอ” สตีฟยังข้องใจ “ธอร์ ฉันรู้ว่าเขาเป็นน้องชายนาย แต่โลกิมีประวัติพฤติกรรมใช้ความรุนแรงนะ”

“เขาอยู่กับพวก...เอ่อ...หมอผี” เขาไม่แน่ใจว่าควรจะเรียกพวกวินเชสเตอร์ว่าอะไรดี ดูเหมือนว่าคนพวกนั้นจะสมาคมกับทั้งเทพ ปีศาจ และสัตว์ประหลาดต่าง ๆ มั่วไปหมด จนกระทั่งแม้แต่ตัวเองก็ออกจะเพี้ยน ๆ ตามไปด้วยแล้ว

แต่ไม่เป็นไรหรอก เพื่อน ๆ ของเจนเองก็ไม่ค่อยเต็มเต็งนัก...ที่จริงแล้วคนรอบ ๆ ตัวเขาก็ไม่มีใครที่ปกติเต็มร้อยสักคน หากเขาก็ภูมิใจในตัวคนเหล่านี้ ฮึกเหิมที่ได้เรียกพวกเขาว่าสหาย

ทว่าสตีฟกลับมองเขาด้วยสีหน้าพิกล ก่อนจะคว้าโล่ “พาฉันไปหาเขา”

ธอร์พยักหน้า ตอนนี้เมื่อใจเย็นลงแล้วก็ทำให้คิดได้ว่าไม่ควรจากมาตั้งแต่แรก เขาต้องรีบกลับไปหาโลกิ

ก่อนที่เจ้าเด็กจอมยุ่งนั่นจะหายตัวหนีเขาไปอีก


_______________


สตีฟ โรเจอร์ส รายงานตัวตามคำเรียกร้องแล้วค่าาาา :D (ได้ข่าวว่ามีหนึ่งเสียงถ้วน... แต่รายนี้เส้นใหญ่เพราะเป็นฮีโร่มาร์เวลคนโปรดของไรท์เตอร์ ถึงมีโหวตเสียงเดียวก็จะมา 555+)

สำหรับคนที่ยังไม่แม่นไทม์ไลน์อาจจะสับสนเล็กน้อย ไม่เป็นไรค่ะ ตามที่บอกไว้แล้วในข้อมูลเบื้องต้น ว่าฟิคเรื่องนี้ถ้านับตามเวลาทางฝั่งมาร์เวลจะอยู่ในช่วงหลัง Thor: The Dark World ซึ่งหมายความว่ายังไม่ถึง Captain America: Winter Soldier ดังนั้นตอนนี้สตีฟยังไม่รู้นะคะว่าบัคกี้ยังมีชีวิตอยู่และกลายเป็นเครื่องมือของไฮดร้า เรื่องนี้จะพูดถึงความเป็นเพื่อนระหว่างธอร์กับสตีฟด้วย เพราะเห็นได้ค่อนข้างชัดใน Avengers: Age of Ultron ค่ะ

ชื่นใจกับคอมเม้นท์สุด ๆ ไปเลยค่ะ หลายคนคอมเม้นท์น่ารักมาก dTvTb คิดไม่ผิดเลยที่เอาฟิคเรื่องนี้มาลง ถึงไม่ตอบทุกเม้นท์ แต่อ่านทุกเม้นท์นะ ถ้าไรท์เตอร์เป็นแวมไพร์ ทุก ๆ เสียงตอบรับก็คือเลือดที่เป็นอาหารต่อชีวิตค่ะ *ดูดดด* (ว่าแต่ทำไมต้องเปรียบเทียบให้มันสยองขวัญขนาดนั้นด้วยเล่า...)

วันก่อนมิชา (คนที่เล่นเป็นแคสเทียล) แชร์คลิปนี้มาในทวิตเตอร์ค่ะ เลยอยากเอามาแบ่งปันกันต่อไป เป็นการรณรงค์ให้ออกเสียงที่น่ารักดี (และมี RDJ) ถึงแม้ว่าเราจะไปโหวตกับเขาไม่ได้ แต่ก็อย่าลืมเสียงของตัวเองเสีย เวลาที่จำเป็นต้องออกเสียงในเรื่องที่สำคัญสำหรับเรานะคะ

อย่าลืมนะคะ "You're IMPORTANT."

https://www.youtube.com/watch?v=nRp1CK_X_Yw



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

581 ความคิดเห็น

  1. #186 ชื่อช้อยค่ะ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:53
    2 คนนี้อะไรยังไง????หืม...
    #186
    0
  2. #45 Tirabliss (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 20:25
    แอร๊ย สองคนนี้นิอะไรยังไง
    #45
    1
    • #45-1 tasenda(จากตอนที่ 14)
      13 ตุลาคม 2559 / 11:10
      ไหนนนนน อะไรรร xD
      #45-1
  3. #42 HeartAmiss (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 14:09
    เรื่องนี้เกิดก่อนสตีฟรู้ว่าบัคกี้ยังไม่ตายใช่ไหมคะ 

    พี่ธอร์กับสตีฟนี่ฝาแฝดคนละโลกชัดๆ ยืนดูน้องชาย/เพื่อนสนิท ตกเหวไปเหมือนๆ กัน และกลับมาในสภาพที่กลายเป็นคนอื่นและยากจะเข้าใจ
    #42
    1
  4. #39 Roserin (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 07:45
    ซึ้งกับความรู้สึกของท่านพี่ธอร์เหลือเกินค่ะ ต่างเป็นเงาของกันและกัน T0T ใช่! พี่น้อง(จอมปลอม)นี้ต้องอยู่ด้วยกันเซ่! คนนึงคือปัญญาคนนึงคือพลัง คิงแอนควี-- อะแฮ่มๆ ที่ปรึกษาสุดเพอเฟ็ก ^++^

    สตีฟ~ คนโปรดเหมือนกัน~ ///แต่โปรดน้อยลงหน่อยๆหลังซีวิลวอร์ ชิๆ

    นอกจากเป็นสหายศึกแล้วยังเป็นเพื่อนก๊งด้วย 555 สตีฟก็คงเหงาเหมือนกันสินะ ///กอดดดด

    #39
    3
    • #39-1 tasenda(จากตอนที่ 14)
      25 กันยายน 2559 / 13:20
      ธอร์กิเหมือนสุริยันกับจันทรา >///< เราเองก็แพ้อะไรที่เติมเต็มกันได้ดี๊ดีแบบนี้ค่ะ

      โปรดสตีฟน้อยลงเพราะน้อยใจแทนโทนี่รึเปล่าคะ หรือว่าไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจไม่เซ็นสัญญา หรือว่าทั้งสองอย่าง xD

      ธอร์กับสตีฟในช่วงที่ปรากฏในฟิคนี้ต่างก็ถือได้ว่าเพิ่งสูญเสียคนที่สำคัญมากในชีวิตไปทั้งคู่ค่ะ เลยปรับทุกข์กันได้ เราเชื่อว่าพี่ธอร์คงช็อกเอาการกับการตายของโลกิ แต่ด้วยบุคลิกพี่ธอร์และโทนอารมณ์ของหนัง เราเลยไม่ค่อยได้เห็นมุมเศร้ามากนัก ต่างกับหนังของกัปตันที่เห็นความอ่อนแอในฐานะมนุษย์ค่อนข้างชัดเจน TvT
      #39-1
    • #39-2 Roserin (จากตอนที่ 14)
      26 กันยายน 2559 / 01:10
      เรื่องไม่เซ็นเราเข้าใจสตีฟค่ะ แต่ที่มีงอนๆนี่ก็เพราะสงสารโทนี่ด้วยแหละ กับหมั่นไส้กัปตันหน่อยๆที่ปกป้องเพื่อนว๊ากกกกก

      ทุกคนต่างก็มีเหตุผลของการกระทำนั่นแหละ แต่บัคกี้เองก็กรณีคล้ายแซมตอนโซลเลสแล้วไปก่อเรื่อง อย่างที่แซมเคยว่าทำนอง ตื่นมาเจอเมืองไหม้วอดวายแล้วจะปฏิเสธความรับผิดชอบทั้งหมดก็ไม่ได้ซะทีเดียวหรอกในเมื่อไฟแช็กอยู่ในกระเป๋าเขา
      #39-2
  5. #38 lamb_san (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 19:38
    สัญญาเลยค่ะว่าสอบเสร็จแล้วจะไปไล่ดู SPN ต่อ....
    ปล.ต้องเตรียมทิชชู่เยอะมั้ยคะ? ซีรี่ย์ฝรั่งมักปวดใจจจจ
    #38
    1