[(Destiel-Thorki) SPN x Avengers] Mark of Cain

ตอนที่ 13 : 13 [Dean/Castiel]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 670
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    2 ต.ค. 59

เสียงฝน คือสิ่งที่ปลุกเขาขึ้น

ทูตสวรรค์กระพริบดวงตาสีฟ้าอย่างงัวเงีย นอกจากเสียงฝนและลมที่ตีกระทบผนังเต็นท์สนั่นปานจะซัดผ้าใบหนาทั้งหลังให้พังลงมาอยู่ในขณะนี้แล้ว ทุกอย่างดูจะสงบราบคาบ แม้แต่ตัวเขาก็อบอุ่นสบายจนไม่อยากขยับไปไหน

กลิ่นของน้ำ ดิน และหญ้าเปียก ๆ หอมอ่อนโยนชวนผ่อนคลาย เช่นเดียวกับอุณหภูมิของป่าที่ลดต่ำลงตามสภาพอากาศ นอกผ้าห่มหนาวเย็นชวนสะท้าน แต่ผ้าผืนใหญ่หนาหนักที่คลุมทับอยู่บนตัวปกป้องเขาไว้ราวกับดักแด้ที่พันรอบตัวไหม เสื้อแจ็คเก็ตของดีนห่มอยู่ตรงบริเวณไหล่และต้นคอของเขา ไอกายของนักล่าหนุ่มให้ความรู้สึกคุ้นเคยและปลอดภัย

ปลอดภัย

น่าประหลาดที่ทูตสวรรค์อย่างเขากลับรู้สึกปลอดภัยในความคุ้มครองของมนุษย์ ในเมื่อความจริงแล้วมันควรจะเป็นตรงกันข้าม เขาควรจะคุ้มครองดีนต่างหาก

—ดีนผู้ทิ้งไว้แต่เพียงความว่างเปล่าตรงที่เคยเป็นฝั่งที่นอนของเขา

แคสเทียลพรวดพราดลุกขึ้นนั่งท่ามกลางกองผ้าห่มและเสื้อคลุมของเขากับดีน ดวงตาเบิกกว้าง

ดีน วินเชสเตอร์ไม่อยู่ในเต็นท์!

“ดีน!

เขาตะโกนออกไปโดยสัญชาตญาณอันเป็นของมนุษย์มากกว่าทูตสวรรค์ ก่อนจะนึกได้ว่าช่างเป็นการกระทำที่เปล่าประโยชน์สิ้นดี ป่านนี้เจ้าของชื่อคงไปไกลแล้ว มุ่งหน้าไปหาเมตาทรอน และบางทีอาจจะปฐมศัสตราที่แซมบอกว่าหายไปด้วย...มีดต้องสาปนั่นต้องเรียกหาผู้มีรอยตราแห่งเคนเป็นแน่ แคสเทียลผลักกองผ้าหนัก ๆ ที่ยังทับร่างกายท่อนล่างของเขาไว้ออกไป เตรียมจะฝ่าฝนออกไปนอกเต็นท์เพื่อบินตามหาจนกว่าจะพบ

“แคส!

นักล่าหนุ่มตวัดผ้าใบส่วนที่เป็นประตูเต็นท์เข้ามา ในมือถือไฟฉาย เสื้อผ้าและเส้นผมเปียกโชก “เกิดอะไรขึ้น?”

แคสเทียลชะงัก

เขาไม่แน่ใจว่าขณะนั้นกี่โมงแล้ว แต่พายุทำให้ไฟในกองที่ด้านนอกดับ แสงไฟฉายที่ตอนแรกสาดใส่หน้าจนต้องป้องตา บัดนี้ดีนเอียงเฉียง ๆ ลงส่องพื้น ทำให้ทุกอย่างเป็นเงาตะคุ่ม กระนั้นสายตาของทูตสวรรค์ แม้สุขภาพไม่เต็มร้อย ก็ยังดีกว่ามนุษย์ปกติ

ครั้งหนึ่ง ก่อนจะสาบสูญไปอย่างชวนให้เชื่อได้ว่าจบชีวิตไปแล้ว ชัค เชอร์ลีย์ ศาสดาพยากรณ์ผู้เอาชีวิตของดีนกับแซมที่ตนเห็นในนิมิตไปเขียนเป็นนวนิยายขาย เล่าให้ฟังว่าพวกแฟนหนังสือบ่นว่าสองพี่น้องวินเชสเตอร์มักจะสวมเสื้อผ้าหลายชั้นเกินไป แคสเทียลไม่เคยเข้าใจเรื่องนั้น เขาไม่เคยต้องใส่ใจเรื่องเสื้อผ้า—อย่างน้อยก็จนกระทั่งเมตาทรอนบรรจงเอาดาบเทวทูตกรีดคอหอยของเขา ขโมยเอาพลังไป แล้วโยนเขาลงมาระหกระเหินอยู่บนโลกในฐานะมนุษย์ ระหว่างที่ดิ้นรนกลับไปเป็นทูตสวรรค์นั่นแหละที่แคสเทียลได้เรียนรู้ว่าเสื้อผ้าสามารถเป็นปัญหาได้มากขนาดไหน

บัดนี้ เสื้อเปียกแนบตัวดีน เผยให้เห็นรูปรอยของลาดไหล่แข็งแรง กล้ามเนื้อเป็นมัดที่แขน และแผงอกกว้างของผู้ชายที่ใช้เวลาสมบุกสมบันอยู่กลางแจ้งมากว่าครึ่งชีวิต ต่อให้ดีน วินเชสเตอร์จะดื่มเหล้าเบียร์แทนน้ำ และชื่นชอบอาหารอย่างที่พวกมนุษย์เรียกว่าอาหารขยะขนาดไหน แต่เขาก็ยังคงเป็นนักล่าที่ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการวิ่งไล่ปราบสิ่งชั่วร้ายที่จะมาทำลายโลก แถม...เขาก็ชอบเซ็กซ์พอ ๆ กับอาหารเลย

ดูเหมือนดีนเองจะเป็นคนเคยบอกเขาว่า เซ็กซ์ก็คือการออกกำลังกายชั้นยอด

“แคส?” ดีนรูดซิปปิดประตูเต็นท์ ป้องกันลมและฝนพัดเข้ามาภายใน แล้วเคลื่อนมาใกล้ฝ่ายที่ดูจะนั่งนิ่งงัน จับไหล่ทั้งสองข้างของแคสเทียลเอาไว้ “ฉันได้ยินเสียงนายตะโกนเรียก ยังนึกว่าตัวอะไรบุกซะอีก ฝันร้ายเหรอ?”

ฝ่ายถูกซักกระพริบตา รู้สึกมึนงงคล้ายยังไม่ตื่นดีนัก

“ทูตสวรรค์ไม่ฝัน—”

เจ้าของนามสกุลวินเชสเตอร์พ่นลมหายใจพรืดราวกับไม่สบอารมณ์ “แล้วก็ไม่นอนด้วยใช่มั้ย เมื่อกี้นายแค่ดับสวิตช์เฉย ๆ งั้นสิ”

แคสเทียลเงียบ เขาหวังว่าความมืดจะช่วยกลบเกลื่อนสีหน้าเจื่อน ๆ ของเขาได้เมื่อเสียงดุ ๆ สอบสวนต่อมา

“ทำไมไม่บอกฉันว่าอาการนายแย่ขนาดนี้แล้ว”

“...”

“หือ?”

“ดีน ข้าเปล่า—”

เพียงเท่านั้น ทำนบความอดทนของอีกฝ่ายก็พังลงมา “แคส นายกำลังจะตาย! แล้วไม่ต้องพูดเลยนะว่าทูตสวรรค์ตายไม่ได้ เพราะตายได้ยังดีซะกว่า! ถ้าตายละก็ฉันยังหาทางชุบชีวิตนายกลับมาได้ แต่ไอ้แค่หายไปนี่มัน—” ประโยคขาดหายไปดื้อ ๆ ตามด้วยเสียงสบถพำยาวเหยียดในลำคอ แคสเทียลดูออกว่าเพื่อนของเขากำลังพยายามสงบสติอารมณ์ ซึ่งนับว่าหาได้ยากยิ่งที่ดีนจะยอมอดทนกับเขาแบบนี้ บางทีอาจจะเพราะเจ้าตัวพิจารณาว่ากำลังพูดอยู่กับคนป่วยก็ได้

อึดใจหนึ่งเต็ม ๆ ผ่านไปโดยมีแต่เสียงพายุที่ด้านนอก จนกระทั่งเจ้าของดวงตาสีฟ้าตัดสินใจว่าเขาคงไม่โดนเทศนาต่อแล้ว จึงเอ่ยปากถามเบา ๆ “เจ้าออกไปไหนมา?”

“ไปเอาของที่รถสิ” เสียงตอบยังหงุดหงิด คล้ายกับจะตำหนิว่านั่นเป็นคำถามที่งี่เง่าเสียเต็มประดา “คิดว่าฉันจะไปไหนเหรอ? ขืนทิ้งนายไว้ในสภาพหลับเป็นตายแบบนั้น คงได้มีตัวอะไรย่องเข้ามาคาบเอาไปกิน”

พวกเขาต่างคนต่างเงียบกันไปอีกครู่ใหญ่ ก่อนดีนจะถอนหายใจ ลูบดวงตาด้วยท่าทางเหนื่อยล้า

“ยังอีกหลายชั่วโมงกว่าจะเช้า นอนต่อเถอะแคส พายุแบบนี้ออกไปไหนไม่ได้หรอก”

คนฟังโล่งอกอยู่เงียบ ๆ ที่ไม่โดนสอบปากคำอะไรต่อ ซ้ำดูเหมือนว่าการเผลอหลับของเขา แม้จะทำให้ดีนกลุ้มใจมากขึ้น และแน่นอนว่าคงมุ่งมั่นยิ่งขึ้นที่จะไปฆ่าเมตาทรอน แต่ก็กลับมีประโยชน์อย่างขัดแย้งในตัวอย่างน่าอัศจรรย์ คือทำให้ดีนไม่กล้าทิ้งเขาไว้ตามลำพัง

กระนั้น...เขาก็คงไม่กล้าหลับโดยเจตนาอีก ใครจะบอกได้ว่าดีนจะเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ เพราะถ้าเปลี่ยนเป็นดีนที่กำลังจะตาย แคสเทียลก็รู้ว่าเขาคงไม่ยอมนั่งดูอยู่เฉย ๆ เหมือนกัน

“ข้านอนพอแล้ว” เขาตอบออมเสียง พยายามไม่สบสายตาดีนทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายไม่น่าจะมองเห็นได้ถนัดนักในความมืด

ทว่านักล่าหนุ่มเพิ่งจะดับไฟฉาย แล้วเปิดตะเกียงเจ้าพายุขึ้นแทน เขาหรี่แสงไว้พอไม่ให้แสบตาจนเกินไปนัก รื้อหาอะไรในถุงผ้าใบกันน้ำที่ถือติดมือมาจากรถ เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาสีเขียวก็ตวัดขึ้นดูเขาแวบหนึ่งตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

“สภาพนายดูแย่มาก แคส อย่าโกหกฉันดีกว่า อีกอย่าง นายมีไข้สูง สูงชนิดที่ถ้านายเป็นคน ป่านนี้นอนเพ้อไปแล้ว”

พร้อมกับพูด เขาก็ล้วงขวดยาออกมาจากถุงที่กำลังค้นอยู่ ขมวดคิ้วเพ่งอ่านฉลาก แล้วโยนส่งให้ทั้งขวด ตามด้วยน้ำอีกหนึ่งขวด

“ยากินไปเลยครึ่งขวด ส่วนน้ำดื่มให้หมดนั่นแหละ”

แคสเทียลขยับจะทำตามคำสั่ง แต่เสียงเข้ม ๆ ร้องห้ามไว้อีก

“เดี๋ยว”

เขามองดูดีนล้วงเอากระป๋องสองสามใบออกมาจากถุงใบเดิม พร้อมซองอะไรอีกสองสามซอง

“พ่อเคยกินตอนอยู่ในกองทัพ เขาคงเห็นว่าสะดวกดีก็เลยมีติดรถเผื่อไว้ ฉันไม่เคยเอาออก หวังว่าจะยังกินได้อยู่นะ”

แคสเทียลเอียงคอมองอย่างสงสัย ท่าทางดีนดูอิหลักอิเหลื่อพิกล “ฉัน...คงจะออกไปซื้อเบอร์เกอร์ให้นายถ้าฝนไม่ตก แต่ว่า เอ่อ ในรถมีอยู่แค่นี้ กับเอ็มแอนด์เอ็ม”

ประโยคนั้นจบลงห้วน ๆ แต่เมื่อสบดวงตาสีฟ้าที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม คนพูดก็เลยต้องกระแอม

“กินซะก่อน ฉลากยามันเขียนว่ากินตอนท้องว่างไม่ได้”

ความรู้สึกอบอุ่นที่อธิบายไม่ถูกก่อตัวขึ้นในอกของคนฟัง

มีหลายครั้งที่เขาไม่สู้เข้าใจการกระทำของดีน และอีกหลายครั้ง ที่เขาไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง ซึ่งเป็นผลมาจากการกระทำเหล่านั้น

แต่...บางทีมนุษย์อาจจะไม่ได้ถูกสร้างมาสำหรับให้เข้าใจ ใช่ไหมพระบิดา?

พวกเขามีไว้ให้รัก

ความมหัศจรรย์ของมนุษย์ก็คือ เพียงแค่มีบางคนในบรรดาพวกเขาอยู่ใกล้ ๆ บางครั้งค่ำคืนที่พายุกระหน่ำ ก็กลับเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำยิ่งกว่าวันฟ้าใสที่ต้องอยู่ตามลำพังเสียอีก

“ขอบคุณ ดีน”

น่าขันที่บุรุษผู้ชอบธรรมกลัวแคสเทียลดับสลาย แต่แคสเทียลเองกลับกลัววันที่จะต้องอยู่อย่างเดียวดายโดยปราศจากเขา

 

ดีน วินเชสเตอร์ นั่งมองลูกหมาตาสีฟ้าตรงหน้าพยายามหาทางเปิดกระป๋องแล้ว ก็รู้สึกราวกับว่าเปลวไฟบางอย่างที่แผดเผาเขาจากภายในอยู่ตลอดเวลาในระยะนี้ค่อยบรรเทาเบาบางลง

ใครจะไปโกรธสิ่งที่แสนบริสุทธิ์เช่นนี้ได้ลง? ถึงจะหงุดหงิดที่อีกฝ่ายเก็บปัญหาทั้งหมดเอาไว้คนเดียวอยู่บ้างก็เถอะ

ฉันอยู่ตรงนี้ไง แคส นายมีอะไรก็บอกฉันสิ

“ฉันทำให้ดีกว่า” เขาแย่งกระป๋องคืนมา เมื่อดูจากรูปการแล้ว รอจนพายุซาก็เห็นท่าจะยังไม่ได้กิน ดีนล้วงกระเป๋า เอาไฟแช็กที่พกติดตัวเสมอขึ้นมาลนเชื้อไฟเคมีที่มาพร้อมกันในชุดในติดสว่างขึ้น จากนั้นก็เอากระป๋องซุปวางลงไปด้านบน รอจนร้อนส่งกลิ่นหอมจึงดับไฟ เอาผ้าพัน ประคองส่งให้เจ้า ลูกหมาที่เฝ้าดูอยู่ตลอดด้วยความสนใจและรับไปกินอย่างกระตือรือร้น

แต่ทันทีที่คำแรกแตะลิ้น อดีตนายกองสวรรค์ก็ทำหน้าเหย จนดีนอดไม่ได้ต้องกลั้นยิ้ม

“เป็นไง?”

“รสชาติ...สยดสยอง”

เป็นคำตอบซื่อ ๆ ตามแบบฉบับของเจ้าตัว “ข้าชอบเบอร์เกอร์มากกว่า”

“ยังนึกว่านายจะกินได้ไม่เป็นไรซะอีก” ดีนว่า เขาเคยลองกินตอนเด็ก ๆ หนหนึ่ง แล้วก็ไม่แตะมันอีกเลย สบถสาบานกับตัวเองว่ายอมอดอาหารสักมื้อดีกว่าต้องกล้ำกลืนของพรรค์นี้อีก พวกลิ้นจระเข้อย่างพ่อกับแซมกินได้ก็กินไปเถอะ!

“สัญญาว่าจะพานายไปกินเบอร์เกอร์หลังพายุซา แต่ตอนนี้กินซุปนี่ให้หมดก่อน จะได้กินยา”

“...ข้าขอกินเอ็มแอนด์เอ็มแทนได้ไหม”

ดวงตาสีฟ้าเป็นประกายอ้อนวอนอย่างน่าสงสารอยู่ในแสงตะเกียงเจ้าพายุ แทบจะละลายคนใจแข็งให้อ่อนยวบ หากนักล่าหนุ่มก็จำต้องปั้นหน้าดุ

“ไม่ได้!


___________________


มาร่วมอวยพรวันเกิดให้แคสด้วยแท็ก #Happy9thBirthdayCastiel ไปด้วยกันนะคะ :D

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

581 ความคิดเห็น

  1. #485 TheCreamcustard (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 11:58
    น่ารักจังงงงค่ะ ต้องไปหาซีรี่ส์มาดูบ้างละ
    #485
    0
  2. #462 ♚ŠpaЯkl3♛ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 19:47
    เราย้นกลับมา อ่านรอบที่ฉองง(รอบแรกอ่านผ่านๆ) แบบอ่านจริงจังง ถถถ โดยที่พึ่งมารู้ว่าคู่นี้นั้นก็ดีงามไม่แพ้กันนน
    #462
    0
  3. #206 aimnah (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 20:58
    เราอ่านคู่เดสเทียลของคุณทาเซ็นดาแล้วมีความสุขจังค่ะ ชอบมากๆๆๆๆๆๆ 
    ดีนอ่อนโยนมากกกก แค่คิดว่า ดีนมาห่มผ้าให้แคส ก็ฟินล่ะค่ะ
    ไหนจะหาหยูกยาอาหารมาให้ แกะเปิดให้กินอีก วุ้ยยยย น่าเอ็นดูจริงๆ
    ตอนที่ดีนคิดตัดพ้อในใจกับแคส ว่ามีอะไรก็บอกกันสิ เรานี่แบบ โอยยยย ดีนหนออออ ปวดใจแทน 
    /แอบนึกถึงในซีรี่ส์ตอนล่าสุดเลยค่ะ ที่แคสไม่ยอมบอกดีนเรื่องที่ตัวเองกำลังจะกลับสวรรค์ T__T

    แถมอีกประโยคที่ชอบมาก "พวกเขามีไว้ให้รัก" ...... กรี๊ดดดดด ละมุนมากกกกก >///////<

    #206
    1
    • #206-1 tasenda(จากตอนที่ 13)
      25 มีนาคม 2560 / 00:26
      "I was there. Where were you?" ประโยคนี้คือแบบ อยากอัดเสียงไว้ในมือถือแคสให้เจ้าตัวฟังบ่อย ๆ ค่ะ T T จะได้ไม่ลืมว่าดีนเป็นห่วงอยู่น้าา นี่ก็โดนเทศน์ไปหลายรอบแล้วไม่เข็ดซักที

      แอร๊ ประโยคนั้นเราคิดอยู่นานพอสมควรเลยค่ะ ดีใจจริง ๆ ที่ชอบนะ <3 เราเองก็เขียนเดสเทียลแล้วมีความสุขเหมือนกัน แม้แต่การรีเสิร์ชเรื่องนี้ก็ช่างฟินยิ่งนักค่ะ 555+
      #206-1
  4. #185 ชื่อช้อยค่ะ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:46
    เสาน้ำตาลจะทะลุเพดานแล้วค่ะ555555555555
    #185
    0
  5. #55 SW_Nadear (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 12:10
    ชอบอ่า~~พวกเขามีไว้ให้รัก ดีต่อใจเหลือเกินนน~
    #55
    0
  6. #37 Roserin (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 01:04
    เหมือนเด็กๆ ขอกินขนมแทนข้าว แคสน่าร๊ากกกก~ น่าเอ็นดูจนดีนดุไม่ลงเลย แล้วก็ชอบทำให้ดุ ทำให้เป็นห่วงบ่อยด้วยนะ~

    ซุปกระป๋องทำให้คิดถึงตอนอ่านเพชรพระอุมา รสชาติมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ 555
    #37
    1
  7. #36 Tirabliss (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 23:18
    แอร๊ยยย

    พวกเขามีไว้ให้รัก ถถถถถถ

    คู่รี้ทีมาอย่างยาว ถถถถ

    ดีงาม
    #36
    1
    • #36-1 tasenda(จากตอนที่ 13)
      20 กันยายน 2559 / 13:20
      เจอรีไรท์เข้าไป ตอนแรกก่อนจะลง มันสั้นกว่านี้สักหน้าเอสี่ได้ละมั้ง 55+

      ดีงามเราก็ดีใจนะ ฮิฮิ
      #36-1
  8. วันที่ 19 กันยายน 2559 / 21:45
    ลูกหมาตาฟ้าผู้น่ารัก ขี้อ้อนแบบเคสเทีย ดีนรักดีนหลงเลย น่าย้ากกก ดีนมีความเป็นพ่อจอมดุแย้ว ขอบคุณไรต์ที่แต่งนิยายนี้ขึ้นมา ไรต์ใช้ภาษาได้ดีมากเลยความยาวกำลังดี ภาษาอ่านแล้วไม่ขัดหูขัดหา เราชอบมากเลย สู้ๆค่ะ
    #35
    1
    • #35-1 tasenda(จากตอนที่ 13)
      20 กันยายน 2559 / 13:06
      แต่ไหนแต่ไรดีนก็ดุแคสตลอด ๆ (ด้วยรักและห่วงใย) ซึ่งเราก็ว่าน่าร๊ากกกกมากเลยค่ะ >w< ที่น่ารักยิ่งกว่านั้นก็คือแคสก็ไม่มีปากมีเสียงด้วยเกือบตลอดนี่แหละ (คือเถียงไม่เก่ง แต่จะฟังไหมนั่นอีกเรื่อง บางทีก็บินหายไปเลย...แต่ก็ไปไหนไม่พ้น เดี๋ยวต้องกลับมาหานักล่าใจดำคนนี้อยู่ดีนั่นแหละ)

      ขอบคุณสำหรับคำชมและกำลังใจนะคะ ดีใจสุด ๆ ที่มีคนชอบเรื่องนี้ เย้
      #35-1