[(Destiel-Thorki) SPN x Avengers] Mark of Cain

ตอนที่ 10 : 10 [Thor/Loki, Sam & Loki]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 855
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    20 ก.ย. 59

โลกิไม่หลงตัวเองขนาดจะคาดเดาล่วงหน้าไม่ได้เอาเสียเลยหรอกว่าการปกครองแอสการ์ดโดยปราศจากธอร์เอาไว้คอยทะเลาะด้วยนั้นจะน่าเบื่อหน่ายขนาดไหน ยังไงซะบัลลังก์ก็ไม่ใช่เป้าหมายของเขามาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ธอร์ต่างหากที่เป็นเป้าหมายมาโดยตลอด การพิสูจน์ว่าตัวเองมีค่าคู่ควรอยู่ในที่ที่ทัดเทียมกับธอร์ ให้ใคร ๆ มองเห็นเขาไม่ใช่เป็นเพียงเงาของพี่ชายต่างหากที่โลกิปรารถนา

แต่เทพสายฟ้ากำลังมีความรัก... กับหญิงสาวชาวมิดการ์ด เผ่าพันธุ์ซึ่งมีอายุขัยแสนสั้น แมลงบางชนิดของแอสการ์ดยังอายุยืนกว่าเสียอีก

เจน ฟอสเตอร์ ไม่ได้แย่เลยจนนิดเดียว โลกิพอจะเข้าใจว่าทำไมธอร์ถึงชอบนาง เขาเองก็ไม่ได้รังเกียจรังงอนอะไรว่าที่พี่สะใภ้ ยิ่งไปกว่านั้น ลึก ๆ แล้ว—แม้ว่าเขาจะไม่ยอมรับแม้แต่กับตัวเองก็เถอะ—แต่เขาเองก็อยากให้ธอร์มีความสุข

จริงอยู่ เขารู้ดีว่าหัวใจดวงน้อย ๆ ของเจ้าชายพระองค์ใหญ่แห่งแอสการ์ดจะต้องแตกเป็นเสี่ยง ๆ ในวันที่แม่สาวชาวมนุษย์สิ้นอายุขัย ดังนั้นก่อนหน้านี้จึงได้พยายามบอกให้เลิกกับนางตั้งหลายครั้งหลายหนแล้ว แต่ในเมื่อธอร์ยืนยันที่จะคบกับนางต่อไปก็ช่วยไม่ได้ เขาจะไปห้ามอะไรธอร์ได้? พี่ชายผู้แสนจะไม่ปราดเปรื่องของเขาเลือกที่จะต้องเจ็บปวดในท้ายที่สุดเองนี่นะ

ไม่เป็นไรหรอก ถึงตอนนั้น โลกิค่อยก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นมาอีกสักเรื่องเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเจ้าตัวก็แล้วกัน บางทีเขาอาจจะไปป่วนงานศพของเจนเสียเลยเพื่อให้ธอร์โกรธเขาแทนที่จะมัวโศกเศร้า

แม้จะคิดเรื่องทั้งหมดเอาไว้เสร็จสรรพแล้ว ทว่าวังใหญ่โตที่เหลือเพียงเขาอยู่ตามลำพังกับอดีตราชาที่เข้าสู่ภวังค์นิทราแห่งโอดินอย่างเงียบ ๆ ก็ยังทำให้เทพมุสาเซ็งจนต้องออกมาเดินเล่นนอกแอสการ์ด แต่ไหนแต่ไรเขาก็ชิงชังความสงบสุข ไม่อย่างนั้นจะหาเรื่องป่วนคนนั้นคนนี้เล่นเป็นประจำจนได้สมญาเทพแห่งความโกลาหลเหรอ

แน่นอนว่าคนที่โดนแกล้งบ่อยที่สุดก็คือธอร์ เพราะ...แกล้งธอร์สนุกดี ธอร์ไม่ขี้ฟ้องแล้วก็ไม่ค่อยถือสาหาความเขาด้วย ถึงมีโกรธจริงจังบ้างก็ไม่เคยผูกใจเจ็บ ประเดี๋ยว ๆ พอเขาไปอ้อนหน่อยก็ลืมแล้ว แล้วก็จะกลับมาอารมณ์ดีจนกว่าโลกิจะหาเรื่องชวนทะเลาะใหม่นั่นแหละ

ด้วยเหตุนี้ โลกิจึงรู้แน่แก่ใจว่ากำลังโกหกตัวเองเมื่อบอกกับตัวเองว่าการมา เดินเล่น ที่มิดการ์ดครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นเพราะว่าเขาคิดถึงธอร์เลยแม้แต่น้อย แค่ว่าพอมาถึงโลกแล้ว จะไม่แวะไปดูพี่ชายเสียบ้างก็คล้ายจะใจจืดใจดำไปหน่อย

ทว่าการไปเยี่ยมธอร์โดยเจ้าตัวไม่รู้ไม่เห็น กลับทำให้เขาเซ็งหนักกว่าเดิม จนต้องเตร่ออกมาให้พ้น ๆ เตะฝุ่นเล่นไปเรื่อยจนเจอร้านเหล้าเข้าแห่งหนึ่ง และได้พบกับดีน วินเชสเตอร์

อา พวกเขาเข้าขากันได้ดีเยี่ยม...อย่างน้อยก็จนกระทั่งดีนคิดจะฆ่าเขา และธอร์ปรากฏตัวขึ้น

จากนั้นก็จ้องเขม็งอย่างคาดคั้นชวนอึดอัดใจอยู่ในตอนนี้นั่นแหละ

“บอกแล้วไง ข้าเห็นท่านอยู่กับเพื่อน ก็เลยหลบออกมา ไม่อยากขัดจังหวะ”

ช่วงหัวค่ำธอร์ปล่อยให้เขานอนเงียบ ๆ โดยไม่ซักถามอะไร แต่ตอนนี้เมื่อตื่นแล้วคงไม่ปล่อยเขาลอยนวลไปง่าย ๆ โดยไม่ตอบคำถามสักหลายข้อ แซม วินเชสเตอร์ เองก็กินอาหารเช้าตอนตีสองเสร็จนานแล้ว แต่ยังไม่ยอมลุกไป คงอยากรู้เรื่องเหมือนกันนั่นแหละ เพราะเขาเข้าไปเกี่ยวข้องกับพี่ชายแท้ ๆ ของฝ่ายนั้นนี่นา ส่วนทูตสวรรค์ที่ชื่อกาเดรียลออกไปข้างนอก ไปหาข่าว ปฐมศัสตรา ตามที่แซมบอก

“ต่อให้อยู่กับใครก็เถอะ ข้าย่อมอยากรู้ว่าเจ้ายังมีชีวิตอยู่”

“ท่านเห็นข้าฟื้นคืนชีพมาหนหนึ่งแล้วน่า ครั้งที่สองคงไม่เซอร์ไพรส์เท่าไหร่มั้ง”

“เอ่อ เรื่องนี้ขอค้าน ผมเห็นดีนตายแล้วฟื้นมาหลายรอบ แต่ไม่เคยช็อกน้อยลงไปเลยสักครั้ง” แซมว่า “ให้ยุ่งแค่ไหน ยังไงซะคุณก็น่าจะแวบไปบอกเขาสักคำว่าคุณยังไม่ตาย”

โลกิหันไปมองตาขุ่นเขียว “ข้าไม่เหมือนมนุษย์เปราะบางอย่างพวกเจ้า”

“ความห่วงใยที่ข้ามีต่อเจ้าไม่ใช่ความเปราะบาง” ธอร์เอ่ยด้วยเสียงก้องกังวานชวนเกรงขามของเขา “แซม วินเชสเตอร์ พูดถูก สำหรับข้าแล้ว เรื่องความเป็นความตายของเจ้าสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด”

โลกิรู้สึกตัวเองหน้าแดง

หนึ่งในสิ่งที่เขากับดีนมีเหมือนกันก็คงจะเป็น การมีพี่น้องร่างใหญ่ยักษ์ (วินเชสเตอร์คนเล็กนั้นสูงกว่าธอร์ซึ่งสูงใหญ่กว่าเขาเสียอีก เป็นยักษ์น้ำแข็งได้สบายถ้าเพียงแต่จะตัดบุคลิกอบอุ่นอ่อนโยนน่าหงุดหงิดนั่นออกไป) ที่พูดจาได้น่าละอายขัดกับรูปลักษณ์ของตัวเองนัก

“ท่านต้องการอะไร ธอร์” เขาข่มน้ำเสียงให้เป็นปกติ

“อยากให้ข้าขอโทษที่ไม่ไปบอกท่านเป็นคนแรกว่าข้าฟื้นคืนมาได้อีกครั้งแล้วอย่างนั้นหรือ”

ดูเหมือนธอร์จะรู้แล้วว่าเขา ฟื้น มาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ก่อนเจ้าตัวลงมามิดการ์ดเสียอีก ซ้ำยังสวมร่างโอดินไปเจอหน้า ณ ท้องพระโรงเสียด้วย อา...ธอร์คงรู้แล้วด้วยซ้ำว่า ท่านพ่อ เข้าภวังค์นิทราไปอีกแล้ว ควรจะรีบกลับไปดูแลอาณาจักรแทนที่จะมาหาเขาแบบนี้

เป็นไปตามคาด ธอร์หงุดหงิด

“ข้าไม่ต้องการคำขอโทษจากเจ้า!” ที่แห่งนี้ที่พวกวินเชสเตอร์เรียกว่าบังเกอร์ (หรือบางทีก็ถ้ำค้างคาว) ต้องสร้างเอาไว้แข็งแรงเทียบชั้นได้กับวังที่แอสการ์ดทีเดียว เพราะเขาไม่เห็นฝุ่นร่วงกราวลงมาแม้แต่ยามที่ธอร์ขึ้นเสียง “ข้าอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องชายผู้ชาญฉลาดของข้า ถึงได้มาหาเรื่องใส่ตัวด้วยการเสนอตัวเป็นของเล่นของมนุษย์ที่เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าเป็นบุคคลอันตรายแบบนั้น!

“เพราะเขาสนองความต้องการให้ข้าได้” โลกิตอบเสียงราบเรียบพร้อมรอยยิ้มยั่วโมโห

วูบหนึ่งที่เขานึกว่าธอร์จะล้มโต๊ะแบบที่เคยทำ แต่เห็นได้ชัดว่าพี่ชายของเขาใจเย็นลงมากตั้งแต่โดนเนรเทศเมื่อหลายปีก่อน เทพสายฟ้าเพียงแต่ย่ำโครมครามออกจากห้องไป ฝากโลกิซึ่งข้อมือถูกล่ามด้วยกุญแจข้อมือลงอาคมไว้ในความดูแลของแซมชั่วคราวโดยปริยาย

แซมซึ่งมองเขาด้วยสายตาใคร่รู้มากกว่าตกใจหรือไม่พอใจ

“คุณไม่โกรธพี่ชายผมเหรอ”

“ข้าจะโกรธเขาทำไม? เขาเป็นแค่มนุษย์ต่ำต้อยที่ข้าใช้เป็นเครื่องมือก็เท่านั้นแหละ”

แทนที่จะมีโทสะ คู่สนทนากลับมองเขาอย่างใคร่ครวญ ก่อนรอยยิ้มขันจาง ๆ จะปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก “เครื่องมือเรียกร้องความสนใจจากพี่ชายของคุณสินะ”

โลกิสะอึก

“เจ้าจะรู้อะไร!

“เฮ้ ผมก็เป็นน้องคนเล็กเหมือนกันนะ ถึงความสัมพันธ์ของผมกับดีนจะไม่เชิงเหมือนของคุณกับธอร์ แต่ผมก็เข้าใจความรู้สึกการถูกมองว่าเป็นเด็กอยู่ตลอดกาลดีพอสมควรทีเดียว แถมผมยังอ่านเรื่องของคุณกับพี่ชายมาบ้างด้วย”

การเป็นเทพเจ้าและเป็นราชวงศ์ หมายความว่าเขาแทบไม่มีซอกมุมส่วนตัวของชีวิต...เอาเถอะ โลกิชินกับเรื่องนั้นแล้ว ที่เขาไม่ชินก็คือการโดนชาวมิดการ์ดมานั่งวิเคราะห์จิตนี่แหละ ตอนนี้เขาเริ่มเสียใจแล้วที่ทำให้ธอร์โกรธจนออกจากห้องไป

“ข้าไม่ต้องการให้มิดการ์เดียนต่ำต้อยมาบอกว่าข้าเป็นยังไง”

แซม วินเชสเตอร์ไม่กระพริบตาเสียด้วยซ้ำกับคำสบประมาทนั้น เขายิ้มเหมือนไม่ได้ยิน หรือไม่งั้นก็อาจจะแค่ได้ยินจนชิน “วิชาความรู้ทางจิตวิทยาของมิดการ์เดียนต่ำต้อยอาจจะเป็นผลดีกับคุณก็ได้นะ แต่ผมจะไม่บังคับให้คุณฟังหรอก ดีนชอบบอกว่าผมน่ะมองคนในแง่ดีเกินไป แต่ผมเชื่อว่าคุณไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร”

“เจ้ามองโลกในแง่ดีเกินไป” โลกิว่า “ส่วนพี่ชายของเจ้าก็โรคจิต”

คราวนี้แซมย่นคิ้ว “เขาไม่...เอ่อ ตอนนี้ก็อาจจะดูเหมือนอย่างงั้น แต่ปกติแล้วดีนไม่ใช่แบบนี้หรอก คุณเผอิญมาเจอเขาตอนอารมณ์แปรปรวนน่ะ ซึ่งเป็นผลจากคำสาป...” จู่ ๆ แซมก็เบิกตากว้างราวกับคิดอะไรได้ “โลกิ คุณเป็นจอมเวทย์ใช่มั้ย”

คำถามโพล่งนั้นทำเอาเขางันไปนิดหน่อยเพราะไม่ทันตั้งตัว แต่ก็ยืดอก

“จอมเวทย์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เจ้าจะเคยได้พานพบเชียวล่ะ มิดการ์เดียน”

“เยี่ยมไปเลย”

จอมมุสาเริ่มเบื่อจะพยายามทำให้ชายคนนี้ไม่ชอบหน้าเขาแล้ว วินเชสเตอร์คนน้องเป็นคนประเภทเดียวกับธอร์นั่นแหละ คำพูดเสียดสีเหน็บแนมไม่ทำให้เขาหัวเสียได้ง่าย ๆ กระตือรือร้นสนใจอยู่แต่กับเรื่องที่ตัวเองคิดจะทำเท่านั้น

“คุณแก้คำสาปให้ดีนได้ไหม?”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

581 ความคิดเห็น

  1. #203 aimnah (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 01:52
    อ่านไปอ่านมา โลกิน่าโคตรซึนเลยค่ะ น่ารักกรุบกริบปนเอ็นดู 5555
    ชอบฉากที่โลกิคุยกับแซม ฟีลน้องกับน้องคุยกัน แต่แซมเป็นคาแรกเตอร์ตัวละครที่เราชอบมากนะคะ
    เพราะดูฉลาดทั้งการพูดและการกระทำ เข้าใจทุกคนไปหมด อยากได้คนแบบนี้เป็นเพื่อนเป็นที่ปรึกษาปัญหาชีวิตเลย 5555555
    #203
    1
  2. #183 ชื่อช้อยค่ะ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:34
    เหมือนพ่อแงแม่งอนเลยสำหรับคู่Thorki และแซมนี่เหมือนผู้มองโลกในแง่ดีจนเกินไป เผลอๆสติเกินๆด้วย555555
    #183
    1
    • #183-1 tasenda(จากตอนที่ 10)
      25 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:25
      "Too precious for this world." << ภาพนี้ของแซมในตอน Tall Tales เราสลัดยังไงก็ไม่หลุดค่ะ 5555+ แซมมี่แข็งแกร่งมากนะ แม้จะผ่านอะไรมามากมายหลายอย่างก็พยายามไม่ปล่อยให้ตัวเองกร้าวกระด้าง แม้แต่ในซีซั่นหลัง ๆ ก็ยังรักษาคุณสมบัติข้อนี้ไว้ได้อยู่
      #183-1
  3. #40 HeartAmiss (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 14:01
    ตอนนี้ให้อารมณ์น้องชายกับน้องชายคุยกันมาก ส่วนโลกิคอมเม้นต์ถูกใจมาก "แซมโลกสวย ดีนโรคจิต" ฮา
    #40
    0
  4. #32 Roserin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 18:12
    น้องเล็กกับน้องเล็กเขาคุยกัน เป็นตอนที่ฮาที่สุดในเรื่องเลยค่ะ คือตอนของใครก็จะอารมณ์ บรรยากาศต่างออกไปในแต่ละตอนเลย ตอนของดีนก็หม่นๆขมขื่น เสียดสีหน่อย มีแคสก็อ่อนโยนลงบ้าง แซมมี่ดูอารมณ์นิ่งปกติที่สุดในเรื่อง ดูเนิร์ดๆ มองดูภาพรวม เป็นแซมที่เราเอ็นดู แต่ตอนนี้ที่บรรยายทางโลกิเป็นส่วนใหญ่ รู้สึกขำๆและเอ็นดู ห่วงพี่นะ รักพี่นะ แต่ก็เป็นความรักความห่วงแบบของจอมแสบ ซึ่งมันน่าเอ็นดูสำหรับเรามาก และน่าหมั่นเขี้ยวๆๆ

    ///ลืมไป ตอนสองตอนที่แล้วว่าจะตอบ อยากเห็นสตีฟด้วยค่ะ โทนี่ด้วยก็ดี~
    #32
    1
    • #32-1 tasenda(จากตอนที่ 10)
      19 กันยายน 2559 / 18:05
      นั่งอ่านเม้นท์ไปยิ้มไปเหมือนคนบ้าเลยค่ะ 555+ ดีใจจังที่มีคนสังเกตเห็นสิ่งเหล่านี้ การนั่งเพ่งกสิณส่องเข้าไปในหัวแต่ละคน โดยเฉพาะเจ้าตัวแสบแบบโลกิเป็นส่วนที่ไม่ง่ายนัก แต่ก็สนุกมากจริง ๆ ค่ะสำหรับการเขียนเรื่องนี้ //ไชโย้! *ลากท่านกัปตันมาอย่างไว* ส่วนโทนี่ก็มีโอกาสออกอยู่นะ xD
      #32-1
  5. #18 Tirabliss (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 09:04
    โอ๊วววววววววววววว

    มันสุดยอดดดดดดด555555555

    เป็นตอนที่ดีมากในที่สุดกิก็บทเยอะมวากกก หุๆๆๆๆ

    แอร๊ยย เขิร
    #18
    1
    • #18-1 tasenda(จากตอนที่ 10)
      10 กันยายน 2559 / 12:12
      55555+ กิค่าตัวแพง สมทบทุนลงกล่องบริจาคได้เลยค่ะ เผื่อจะยอมออกเพิ่ม xD
      #18-1
  6. #16 sec_chan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 00:35
    เอ แซมกับโลกิน่ารักเกินคาดนะ แซมดูจะเข้าใจคนง่ายๆดี
    #16
    1
    • #16-1 tasenda(จากตอนที่ 10)
      10 กันยายน 2559 / 11:47
      แซมมี่เป็นคนมีเหตุผลและใจดี (?) ในบทนี้อาจสามารถอธิบายได้ด้วยกิฟนี้ค่ะ http://1.bp.blogspot.com/-SlIqGPBHjUQ/VFaJFeCX0KI/AAAAAAAAMu0/GcOyPyi3tNU/s1600/tumblr_nbcdwbKQgA1tqe7aao4_500.gif แม้ว่าที่แสดงออก ณ จุดนี้จะยังไม่ถึงขั้นนั้นก็ตาม xD
      #16-1