แค้นแสนรัก

ตอนที่ 5 : 1.5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 521
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    18 ก.ค. 62

แสงแดดร้อนผ่าวที่แผดเผาต้นไม้ใบหญ้าให้แห้งตายคาที่ทำให้เหงื่อเม็ดใหญ่ที่ไหลซึมจนเปียกชุ่มเส้นผมข้างใบหูของลวรรษ มือหนายกขึ้นปาดเหงื่อพร้อมกับกวาดสายตามองไปทั่วอาณาเขตไร่อ้อยหลายร้อยไร่ที่สร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ความมานะบากบั่นทุ่มเทแรงกายทั้งหมดในชีวิตลงไปกับไร่อ้อยพวกนี้ กำไรจึงคืนย้อนกลับมาหาเขาอย่างภาคภูมิใจ นับตั้งแต่วันนั้นวันที่เขาเดินออกมาจากบ้านของเมชัช เขาก็ตัดสองพี่น้องนี้ออกจากความทรงจำของเขาหมดสิ้น เรียวปากหนาเหยียดขึ้นราวกับเยาะตัวเองอีกครั้งกับความโง่ของตัวเอง...วันนั้นเขาเสียใจเป็นอย่างมาก เสียใจที่โดนเพื่อนรักหักหลัง เสียใจทีต้องจากมัญชุลิกามา ในความคิดหลายครั้งที่ร้องบอกตัวเองว่ามัญชุลิกาไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่พอนึกถึงสิ่งที่เมชัชทำกับเขา เขาก็ทำใจไม่ได้เสียทุกครั้ง ความโกรธและแค้นกลับฝังลึกในหัวใจจนยากจะถอนออก วันที่เกิดเรื่องเขากินเหล้าเมามายแทบไม่เป็นผู้เป็นคนและเกือบมีเรื่องกับนักเลงประจำถิ่น ถ้าไม่ได้ผู้หญิงคนหนึ่งช่วยเอาไว้ และผู้หญิงคนนั้นก็เป็นคนพาเขามาทำงานที่นี่ ได้รู้จักกับคุณโชค ผู้ใหญ่ใจบุญอีกคนหนึ่งซึ่งเขานับถือราวกับบิดาของตัวเอง ถึงแม้ตอนแรกลวรรษจะไม่เชื่อใจเพราะความเจ็บช้ำที่เคยเกิดขึ้นกับเขามันทำให้เขาเชื่อใจคนยาก แต่ความเมตตาของโชคก็สามารถชนะหัวใจอันหวาดหวั่นของเขาได้และผู้หญิงคนนั้นก็คือ ชงโค ลูกสาวเพียงคนเดียวของโชคนั่นเอง โชคเอ็นดูกับความสู้ชีวิตของเขา เมื่อเขาเล่าทุกอย่างให้โชคฟังไม่ปิดแม้กระทั่งเรื่องของมัญชุลิกา ผู้หญิงที่เขาเพียรโกหกตัวเองตลอดเวลาจนถึงตอนนี้ว่าเขาเกลียดเธอที่สุด

บิดาของชงโคให้การสนับสนุน ออกทุน และขายที่ดินส่วนตรงนี้ให้เขาในราคาถูกเพื่อให้ลวรรษสร้างอนาคต เกือบหกปี เขาเพียรพยายามบากบั่น ถางเตียนทุ่งที่มีแต่หญ้าจนกลายเป็นไร่อ้อยที่กว้างสุดลูกหูลูกตา และนำมาซึ่งกำไรมหาศาลให้กับเขา เพียงระยะเวลาไม่กี่ปี เขาใช้เงินคืนโชคได้หมดทั้งๆ ที่บิดาของชงโคปฏิเสธที่จะไม่รับ แต่เขาไม่อยากติดหนี้บุญคุณโชคมากกว่านี้จึงหว่านล้อมยกแม่น้ำทั้งห้า ในที่สุดโชคจึงตกลงรับเงิน และเซ็นขายที่ดินเกือบพันไร่ให้กับลวรรษเมื่อสามปีที่แล้วนี่เอง

มือหนาจับหมวกคาวบอยที่สวมศีรษะบังแสงแดดเอาไว้แน่น ก่อนจะยกขึ้นมาโบกไปมาตรงใบหน้าของตัวเองเพื่อขับไล่ความร้อนและละอองฝุ่นดินที่ลอยคละคลุ้งบริเวณนั้น รถไถคันใหญ่กำลังลงมือไถแปร ยกร่องดินเพื่อเพาะปลูกอีกในไม่กี่วันข้างหน้าอย่างขะมักเขม้น ส่วนคนงานอีกกลุ่มหนึ่งก็กำลังตัดพันธุ์อ้อยที่เขาแบ่งเอาไว้เพื่อเพาะปลูกเรียงใส่ตะกร้าหวายใบใหญ่เพื่อสะดวกในการเพาะปลูกอีกไม่กี่วัน

“ยกร่องเกือบเสร็จแล้วครับคุณลัน เหลืออีกไม่กี่ไร่เท่านั้น เราน่าจะทันฤดูเพาะปลูกแน่นอน”

กษิน ผู้จัดการไร่ เป็นคนที่คุณโชคหามาให้เขาเดินมาบอกความคืบหน้าให้ชายหนุ่มได้รับรู้ กษินมองใบหน้าเคร่งขรึมของลวรรษอย่างพินิจพิเคราะห์ เขาทำงานกับลวรรษมาหลายปี บากบั่นฝ่าฟันเรื่องร้ายมาด้วยกันก็หลายหน นับว่าเขากับลวรรษเป็นเพื่อนกันมากกว่าเจ้านายกับลูกน้องเสียอีก แต่แปลกตรงที่ลวรรษยังไว้ตัวเสมอ เขารู้สึกเหมือนกับมีช่องว่างระหว่างเขากับลวรรษอยู่ ผู้ชายคนนี้ยังไม่ไว้ใจเขาถึงขั้นสนิทชิดเชื้อซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร

“ดี เมื่อเสร็จหน้าเพาะปลูก เราคงได้หยุดกันอาทิตย์สองอาทิตย์”

เสียงเฮของคนงานดังออกมาเป็นระยะ เมื่อได้ยินเจ้านายพูดออกมาแบบนั้น ลวรรษเป็นที่รักของคนงานเหล่านั้น ถึงแม้นายหนุ่มจะทำหน้าบึ้งตึง ยิ้มยาก แต่เขาก็ใจดี ให้ความเป็นธรรม ไม่เอาเปรียบและให้การดูแลรักษาอย่างดี คนงานที่นี่เลยรักและนับถือชายหนุ่มเป็นอย่างมากโดยเฉพาะคนงานต่างด้าว ลวรรษให้กษินพาไปทำบัตรต่างด้าวทุกคน คนงานที่นี่เลยไม่ต้องหวาดกลัวตำรวจหรือใครทั้งสิ้น เพราะพวกเขาทำตามกฎหมายทุกอย่าง

“คุณลันครับ ผมมีเรื่องจะปรึกษา เรื่องที่เราจะบุกเบิกที่ตรงติดกับภูเขาเป็นไร่มะนาวจะเริ่มเมื่อไรดีครับ ถ้าช้าไปกว่านี้หมดเข้าหน้าแล้งมะนาวพวกนั้นจะตายได้นะครับ”

ถึงแม้มะนาวหน้าแล้งจะขายได้ดี แต่ถ้าเริ่มเพาะปลูกฤดูนั้น กว่ามะนาวจะโตจนขายได้เขาว่ามันต้องตายเพราะแดดเผาเสียก่อนแน่ๆ

“คงสักเดือนหน้านี่แหละ ต้นพันธุ์ฉันสั่งเขาไว้แล้วและคงจะมาส่งให้เราเลี้ยงบำรุงก่อนไม่เกินอาทิตย์สองอาทิตย์นี้หรอก...ษิน”

กษินพยักหน้าเร็วๆ ก่อนจะหันไปมองเมื่อเจ้านายพยักหน้าให้เขามองไปด้านเดียวกับที่ลวรรษมองอยู่

“ให้คนงานเปลี่ยนเวรกับนายสืบได้แล้ว...ษิน ฉันเห็นนายสืบขับรถไถมาพักใหญ่แล้วแบ่งๆ กันทำงานจะได้ไม่หนักที่ใครคนเดียว”

กษินพยักหน้ารับคำก่อนจะตะโกนเสียงดังสั่งให้ลูกน้องอีกคนหนึ่งไปแทนเวรนายสืบอย่างที่ลวรรษสั่ง เสียงรถยนต์ดังแว่วเข้ามาพร้อมกับฝุ่นละอองของลูกรังแดง และดินลอยคละคลุ้งไล่หลังรถยนต์สี่ประตูคันใหญ่สีน้ำเงินเข้มจน พอเห็นว่าเป็นรถของใคร แววตากษินที่มองนายหนุ่มจึงมีแววล้อเลียน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเพราะกลัวเจ้านายจะตวัดสายตาเข้มๆ ใส่เขา

ชงโคสนิทกับคนงานทุกคนในไร่ เธอให้ความเป็นกันเอง รอยยิ้มหวานๆ ของเธอจึงทำให้คนงานที่นี่รักและเคารพไม่ต่างจากลวรรษสักเท่าไร เพราะพวกคนงานเหล่านั้นต่างรู้ดีว่าอนาคตนายผู้หญิงของไร่นี้เป็นชงโคแน่นอน ในตำบลดอนยี่โถจึงร่ำลือกันว่า ชงโคเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดและเหมาะสมกับลวรรษที่สุดด้วยเช่นเดียวกัน

“สวัสดีค่ะลัน สวัสดีค่ะคุณกษิน”

เสียงหวานดังออกมาทำให้ลวรรษกับกษินยิ้มออกมาทันที ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมาถึงแม้ลวรรษจะไม่ออกปากยอมรับถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขา แต่ทุกครั้งที่มีข่าวลือ หรือคนงานในไร่พูดกันหนาหู ชายหนุ่มก็ไม่เคยออกมาปฏิเสธ นั่นก็เท่ากับเป็นคำตอบให้กับเธอเป็นอย่างดีนั่นเอง ชงโคคิดพร้อมกับยิ้มหวานส่งให้ลวรรษอีกครั้ง

“สวัสดีครับคุณชงโค ไม่เห็นหน้าแค่สามวันคุณชงโคสวยขึ้นเยอะเลยนะครับ”

ดวงตาคมเข้มของลวรรษตวัดมองผู้จัดการไร่ทันที แต่มีหรือกษินจะกลัว ชายหนุ่มกลับยิ้มให้ใบหน้าบึ้งตึงของ ลวรรษเสียอีก

“แหม...คุณกษินก็พูดเกินไปค่ะ ชงโคเขินนะคะพูดแบบนี้”

ใบหน้าหวานของชงโคร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแดดหรือคำชมของกษินกันแน่ แต่สายตาหวานของหญิงสาวก็มองเพียงแค่ลวรรษเพียงคนเดียว

“สวัสดีครับชงโค มีอะไรหรือเปล่า ทำไมไม่โทร. มาบอกให้ผมไปที่บ้านล่ะครับ ขับมาเองแบบนี้ให้ลำบากทำไม ทั้งแดดทั้งฝุ่น”

ลวรรษพูดพร้อมกับเดินไปใกล้กับหญิงสาวและยื่นหมวกปีกกว้างของตัวเองใส่บนศีรษะของชงโคอย่างสนิทชิดเชื้อ และการกระทำแบบนั้นก็เรียกร้อยยิ้มพร้อมกับเสียงโห่น้อยๆ ของคนงานที่เห็นภาพหวานนั้นเข้า แต่ก็ต้องหยุดและลงมือทำงานต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและไม่เห็นอะไรทั้งสิ้นเมื่อสบตาคมเข้มของลวรรษ


เอาล่ะๆ ใกล้จะเข้มข้นแล้วนะคะ อ่านแล้วเป็นอย่างไรกันบ้าง บอกได้นะคะ

แค้นแสนรัก
พุดน้ำบุษย์
www.mebmarket.com
เจ็บปวดเพียงกาย ไม่เท่าไร เธอสามารถทนได้ แต่นี่...ความเจ็บปวดที่เธอได้รับ มันมาจากทางใจ มาจากผู้ชายที่เธอรักความรักสีชมพู ที่วาดหวังต้องพังล้มลงไม่เหลือซากความรักที่สวยงาม กลับกลายเป็นความแค้นเขาโกรธแค้นเธอ ทั้งที่เธอไม่ได้เป็นคนก่อเขากลับย่ำยี ลงโทษในความผิดที่เธอไม่ได้ก่อเจ็บ...เธอควรรู้สึกแบบนั้นทว่า...หัวใจของเธอกลับอภัยให้ทุกการกระทำของเขา เธอหวังเพียงว่า ความรักของเธอ จะทำให้หัวใจที่ด้านชา เต็มไปด้วยความแค้นของเขามลายหายไปรัก...เธอสามารถอภัยให้ได้ทุกอย่างแล้วเขาเล่า รักเธอมากพอที่จะอภัยให้เธอได้หรือไม่ หัวใจที่เย็นชา จะกลับมาอบอุ่นอีกครั้งได้หรือไม่...................โปรดติดตามค่ะนิยายดราม่า อีโรคติก Drama Erotic
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

17 ความคิดเห็น