แค้นแสนรัก

ตอนที่ 49 : 10.1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 733
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    4 ก.ย. 62

บทที่ 10

 

กษินมองหญิงสาวที่นั่งเงียบกริบและกำลังเหม่อมองท้องฟ้านั้นอย่างไร้จุดหมาย ดวงตาของกษินเจ็บปวดขึ้นมาชั่ววูบก่อนจะปรับเปลี่ยนอารมณ์ตัวเองให้เป็นปกติ

“คิดอะไรอยู่ครับ”

คำถามนั้นทำให้ชงโคเปลี่ยนจากมองฟ้าหันมามองกษินผู้จัดการไร่ของลวรรษทันที ก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อยส่งให้ชายหนุ่มตรงหน้า

“คิดเรื่อยเปื่อยค่ะ ขอถามอะไรสักอย่างได้ไหมคะ”

กษินพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตให้ชงโคถามเขาได้

“คุณอยู่กับลันมานาน คุณคิดว่าลันกับนกยูงรักกันมาก่อนเหมือนฉันหรือเปล่า”

คำถามนั้นทำให้กษินนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ก่อนจะพยักหน้าออกมาแต่ไม่พูดอะไรทั้งสิ้น

“แล้วตอนนี้คิดว่าลันยังรักนกยูงอยู่ไหม”

ถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกเจ็บปวดกับคำถามที่ถามกษินออกไป แต่เธอกลับโล่งใจที่ได้ถามคำถามนั้น

“คุณจะแคร์อีกทำไมล่ะครับ ในเมื่อคุณลันก็ประกาศออกมาแล้วว่าเขาจะแต่งงานกับคุณ อีกอย่างคุณก็เห็นคุณลันโกรธและเกลียดนกยูงขนาดนั้น คุณคิดว่าเขายังหลงเหลือความรักให้กันอีกหรือครับ”

เรียวปากบางยกสูงเหยียดยิ้มออกมาเล็กน้อยราวกับเยาะตัวเองกับคำพูดของกษิน

“เป็นคนเกลียดแต่อยู่ในสายตาเขาตลอดเวลา กับเป็นคนรักแต่อยู่นอกสายตา ถ้าฉันเลือกได้ฉันขอเป็นคนที่ลันเกลียดดีกว่า”

น้ำเสียงที่เปล่งออกมาของชงโคสั่นพร่าเล็กน้อยจนกษินถึงกับหายใจไม่ออก เจ็บปวดไปกับหญิงสาวด้วย มือหนาเอื้อมขึ้นมาเล็กน้อยแต่ก็ต้องปล่อยให้ตลงกข้างลำตัวของตัวเองตามเดิมเมื่อคิดว่ามันไม่ควรที่เขาจะทำแบบนั้น

“คุณเลือกเองได้นะครับคุณชงโค ทุกอย่างแล้วแต่คุณเลือก”

ชงโคมองมามองกษิน ดวงตาของทั้งคู่สบกันอย่างจัง ทั้งคู่นิ่งกันไปครู่ใหญ่ จนเมื่อได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาทั้งคู่จึงรู้สึกตัวและหันไปมองยังต้นเสียงว่าเป็นรถของใคร แต่คนที่ลงจากรถเพียงคนเดียวด้วยใบหน้าเคร่งเครียดกลับทำให้กษินกับชงโคมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจว่ามัญชุลิกาหายไปไหน

“ษิน ไปตามคนงานของเราสักสี่ห้าคน ฉันจะไปท้ายไร่ บางทีอาจจะต้องบุกไร่เสี่ยกำพล”

“เกิดอะไรขึ้นครับคุณลัน แล้วนกยูงล่ะ”

“อย่าเพิ่งถาม รีบไปกันเถอะ ชงโคงกลับบ้านก่อนนะครับ แล้วผมจะเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นวันหลัง”

หญิงสาวพยักหน้าอย่างจำยอม ถึงแม้จะอยากรู้เรื่องทั้งหมด แต่คำพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังของลวรรษนั่นทำให้เธอไม่สามารถปฏิเสธได้ ยิ่งเมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียด แววตาร้อนรนของลวรรษด้วยแล้ว เธอไม่กล้าที่จะเอ่ยปากถามเขาออกมา เพียงไม่กี่นาทีคนงานสี่คนพร้อมกับกษินที่มาพร้อมกับอาวุธปืนในมือก็ขึ้นรถและขับออกไปอย่างรวดเร็วด้วยหัวใจที่ร้อนรนของคนขับ

ร่างบางเซถลาลงข้างทางหลายต่อหลายรอบ ใบหน้าแปดเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตา ทั้งขาและแขนของเธอแสบไปหมดเพราะโดนใบอ้อยบาดจนเลือดซิบ อีกทั้งเท้ายังระบมจนแทบจะเดินต่อไม่ไหว

“โอ๊ย!!!

มัญชุลิการ้องอุทานออกมาอย่างเจ็บปวดเมื่อเผลอใช้เท้าข้างที่เจ็บเหยียบโดนก้อนดินขรุขระนั้นเต็มแรง ร่างบางเซถลาลงตรงพุ่มไม้ข้างทางที่ขึ้นสูงจนบังตัวเธอมิด ความเจ็บแปลบที่เกิดขึ้นทำให้เธอไม่มีแรงที่จะหยัดกายให้ลุกขึ้นยืน มือบางยกขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลรินไม่ขาดสายออกจาใบหน้าเกรอะกรังของตัวเอง เมื่อมองไปรอบข้างก็เห็นแต่ความมืดมิดความหวาดกลัววิ่งเข้ามาเกาะกุมหัวใจดวงน้อยของเธอทันที

“พี่ลันใจร้าย...ใจร้ายที่สุด” น้ำเสียงตัดพ้อต่อว่าของหญิงสาวดังออกมาเพียงแผ่วเบา พร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลรินออกมาอีก

“พ่อขา...แม่ขา... นกยูงกลัว...กลัวจังเลย”

เสียงสะอื้นไห้ลอยล่องออกมาท่ามกลางความมืดมิด ลำแขนบอบบางกอดเข่าตัวเองที่ยกสูงขึ้นแนบอกจนแน่น ดวงตาพยายามปิดให้สนิทเนื่องจากเสียงสัตว์น้อยใหญ่ส่งเสียงร้องทำให้เธอหวาดกลัวเหลือเกิน พลันน้ำตาก็ไหลรินออกมาอีกครั้งเมื่อคิดถึงความใจร้ายของลวรรษ

“พี่ชัชขา...เขาไม่เหลือแม้แต่ความปรานีให้กับนกยูงด้วยซ้ำ เขาเกลียดเราเหลือเกิน...เกลียดจนนกยูงท้อ เมื่อไรเขาจะอภัยให้พี่ชัช คงเมื่อนกยูงตายล่ะมั้ง”

เสียงพร่ำเพ้อลอยลมสั่นพลิ้ว ดวงตาเหม่อมองท้องฟ้าที่มีดวงดาวพราวระยับนั้นอย่างไร้จุดหมาย ก่อนที่เปลือกตาบางจะปิดลงเพราะความเหนื่อยอ่อน ทิ้งให้ผู้ชายที่เธอบอกว่าหัวใจแข็งกระด้างคนนั้นเสาะแสวงตามหาหญิงสาวตามรอยเขตรั้วที่ติดกับไร่เสี่ยกำพลตลอดความกว้างของไร่ด้วยหัวใจที่เจ็บปวดไม่ต่างจากหญิงสาวแม้แต่น้อย

“พวกแกไปตามทางโน้น เดี๋ยวฉันกับคุณลันจะไปทางนี้ แล้วค่อยแวะมาเจอกันตรงนี้อีกครั้ง ถ้าใครเจอนกยูงแล้วช่วยยิงปืนขึ้นฟ้าส่งสัญญาณให้กันด้วย”

คนงานทั้งสี่คนพยักหน้าก่อนจะแยกย้ายกันออกตามหา กษินมองใบหน้าที่เคร่งเครียด เต็มไปด้วยความเป็นห่วงของลวรรษก็แอบถอนหายใจออกมา หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น เขาก็อยากสมน้ำหน้าชายหนุ่มเหลือเกิน แต่พอเห็นสีหน้าเหมือนจะตายของลวรรษแล้วเขาก็รู้สึกสงสารขึ้นมาฉับพลัน ปากแข็งกันทั้งคู่ สุดท้ายก็เป็นอย่างนี้ รักกันแทบตายแต่พอเจอหน้ากันก็ดีแต่ทำร้ายจิตใจซึ่งกันและกัน

“นกยูง! นกยูง!!

ลวรรษกับกษินป้องปากร้องเรียกมัญชุลิกาครั้งแล้วครั้งเล่า จนเวลาผ่านไปครู่ใหญ่ ผู้ชายที่ใจเย็นในทุกเวลาอย่างลวรรษกลับแทบจะเย็นต่อไปไม่ไหวเมื่อคิดว่ามัญชุลิกาอาจจะเดินเข้าไปในเขตไร่ของเสี่ยกำพล แล้วถ้าเสี่ยกำพลเห็นมัญชุลิกาเข้าล่ะก็เขาไม่อยากคิด

“ษิน ฉันว่าข้ามไปฝั่งไร่เสี่ยกำพลเลยดีกว่า ฉันว่านกยูงอาจจะหลงไปแถวนั้น”

“ผมว่าเราหาในเขตของเราก่อนดีกว่านะครับคุณลัน ถ้าไม่เจอค่อยว่ากัน”

“แต่ถ้านกยูงหายเข้าไปในไร่เสี่ยกำพลล่ะ นายก็เห็นว่าวันนั้นเสี่ยกำพลมองนกยูงอย่างไร ฉันไม่อยากจะคิดเลย”

“แล้วคุณลันจะห่วงทำไมล่ะครับ ในเมื่อเกลียดนักถึงขั้นเอาไปปล่อยข้างทางเหมือนหมาเหมือนแมวขนาดนั้น ก็ยกให้เสี่ยกำพลเสียก็หมดเรื่อง”

“ไม่ได้! นกยูงเป็นของฉัน ฉันทำร้ายเขาได้คนเดียว ถ้าใครคิดทำร้ายเขาก็ต้องตายกันไปข้าง”

น้ำเสียงกระด้างโพล่งออกมาทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของกษิน ในขณะที่คนถามยิ้มออกมานิดก่อนจะส่ายหน้าไปมา ทำไมลวรรษไม่ยอมรับหัวใจตัวเองนะ ทั้งๆ ที่เห็นอยู่เต็มสองตาว่าทั้งรักทั้งหวงนกยูงมากขนาดนี้ สีหน้าของกษินและลวรรษกลับมาเคร่งเครียดอีกครั้งเมื่อเดินเข้ามาถึงแล้วก็ยังไม่เห็นมัญชุลิกาแม้แต่เงา

เสียงสวบสาบของคนเดินดังเข้ามาใกล้ มีเสียงพูดเบาๆ เป็นระยะๆ ทำให้หญิงสาวที่หลับตาเพราะกลัวความมืดมิดเบิกตากว้างขึ้นอย่างตกใจ ร่างบางสั่นสะท้านกอดตัวเองแน่น ดวงตามองไปรอบด้านอย่างหวาดหวั่นและมองหาหนทางหนี ถ้ามีอันตรายเธอจะทำอย่างไร แต่เมื่อคิดว่าเป็นลวรรษหัวใจของเธอก็อุ่นวาบไปทั้งดวง รอยยิ้มยินดีแย้มขึ้นบนใบหน้าก่อนจะค่อยๆ เลือนหายไปพร้อมกับหัวใจที่แฟบลงอย่างฉับพลัน ดวงตาแดงช้ำที่ผ่านการร้องไห้มานานร้อนผ่าวขึ้นมาอีกหน หยาดน้ำตาคลอหน่วยตาจนเปี่ยมล้น เมื่อคิดได้ว่าคนที่ออกปากไล่เธอออกไปจากไร่แห่งนี้อย่างลวรรษหรือจะมีทางมาตามหาเธอเขาคงจะดีใจที่สามารถกำจัดเธอออกมาได้

“เฮ้ย! เดินให้มันเร็วๆ หน่อย แล้วเงียบกันด้วยนะ ใครแหกปากกูยิงแน่ๆ”

มะขิ่นยกปืนที่อยู่ในมือชี้หน้าหญิงสาวห้าหกคนที่เดินเรียงหนึ่งตามหลังเขามาปิดท้ายด้วยลูกน้องผู้ชายอีกสองทุกคนมีอาวุธครบมือ

“พี่จะพาฉันไปไหน”

สำเนียงพื้นเมืองของหญิงสาวคนหนึ่งดังออกมาทันที มะขิ่นเข้าไปในหมู่บ้านเธอและบอกพ่อกับแม่พวกเธอว่าจะพามาทำงานในไร่ของลวรรษ ซึ่งคนฝั่งโน้นรู้จักกันดีว่าคนงานหลายคนที่ทำงานในไร่นี้กินดีอยู่ดี ได้เงินดี สวัสดิการดี ที่สำคัญเจ้าของไร่ใจดี มีความยุติธรรม

“ก็ไปทำงานไง”

“ทำงานทำไมต้องเดินทางมืดๆ ด้วย”

“นี่มึงอย่าถามมากได้ไหมนังเอซา เงียบ!

คำพูดนั้นทำให้มัญชุลิกาที่ขดตัวเงียบกับพงหญ้ายืดตัวขึ้นเล็กน้อยก่อนจะมองลอดผ่านพงหญ้าออกไป คิ้วเรียวของหญิงสาวขมวดเข้าหากันเมื่อพยายามมองเพ่งไปตรงหน้าว่าเกิดอะไรขึ้นและคนพวกนั้นคือใคร พวกเดียวกับเธอหรือไม่ แต่เพราะความมืดทำให้เธอไม่ทันมองว่าบริเวณตรงปลายเท้าของเธอมีกองใบไม้แห้งและเศษไม้เล็กน้อยอยู่ เมื่อเธอยืดตัวออกไปขาของเธอจึงไปเตะโดนกองไม้ตรงนั้นจนเกิดเสียงดัง ท่ามกลางความเงียบงันเสียงเล็กน้อยกลับดังลั่นจนมะขิ่นถึงกับยกมือขึ้นท่ามกลางอากาศเป็นเชิงบอกให้ทุกคนหยุดเดิน

หัวใจของหญิงสาวเต้นแรงจนกลัวว่าพวกมันจะได้ยิน เมื่อทั้งหมดหยุดเดินและพยายามมองหาว่าตรงไหนคือที่กำเนิดเสียง และจังหวะนั้นเองที่เอซาฉวยโอกาสวิ่งออกมาท่ามกลางความมืดมิด

“เฮ้ย! นังบ้านี่ พวกแกคุมนังพวกนี้ไว้ ส่วนนังเอซาฉันจัดการเอง”

มะขิ่นสั่งพร้อมกับออกเดินตามเส้นทางที่เอซาวิ่งหนีไป มือหนาหยิบที่เก็บเสียงปืนออกมาสวม หน็อย...นังเอซา คิดจะหนีเรอะ วอนหาที่ตายก่อนเวลาอันสมควรเสียแล้ว

มัญชุลิกาเห็นเหตุการณ์นั้นเข้าพอดี เมื่อสายตาชินกับความมืดรอบข้าง ก็ไม่มืดมิดเท่ายามที่เปิดตามาครั้งแรก พอเห็นร่างบางของผู้หญิงคนหนึ่งกำลังละล้าละลังมองหาเส้นทางว่าจะหนีไปทางไหน มือเล็กของมัญชุลิกาที่โผล่ออกมาจากพงหญ้ากอใหญ่นั้นก็ดึงร่างบางของผู้หญิงคนนั้นหมอบแนบกับพื้นดินทันที อย่างน้อยตรงนี้ก็สามารถพรางสายตาของไอ้คนตัวสูงใหญ่นั้นได้

ดวงตาของเอซาเบิกกว้างอย่างตกใจ ก่อนจะอ้าปากเกือบร้องออกไปแล้ว ถ้าไม่ติดมือบางของมัญชุลิกาปิดเอาไว้แน่น ในขณะที่อีกมือข้างยกนิ้วชี้ขึ้นชิดปากบอกให้อีกฝ่ายอย่าส่งเสียงดัง เอซาพยักหน้าเร็วๆ มือบางที่ปิดปากเธอไว้จึงเปิดออก

“นังเอซา! ฉันรู้ว่าแกอยู่แถวนี้ ออกมาเถอะน่า แกจะได้กลับไปทำงานหาเงินให้พ่อกับแม่แกไง”

ความหวาดหวั่นปรากฏขึ้นในแววตาของเอซา หญิงสาวมองมัญชุลิกาอย่างอ้อนวอนให้ช่วยเธอออกไปให้ได้ มัญชุลิกาพยักหน้าเร็วๆ เมื่อเห็นสายตาขอร้องของผู้ร่วมชะตากรรม ทั้งสองคนพยายามหมอบลงกับพื้นให้ต่ำมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ออกมา!! อย่าให้ฉันต้องใช้กำลัง!

มะขิ่นมองไปรอบด้านอย่างช้าๆ อย่าให้เขาจับได้นะ จะซัดให้น่วมเลย เพราะนังเอซาคนเดียวทำเขาเสียเวลาไปมากโข ทีนี้กว่าจะถึงเรือข้ามฟากก็คงเกือบเช้า

“ถ้าแกไม่ออกมา ฉันจะยิง แกอย่านึกว่าฉันไม่เห็นแกนะ คิดว่าตัวแกเล็กหรือไงถึงได้พรางตาฉันได้ ฉันจะให้โอกาส ถ้าแกออกมาเอง ฉันจะไม่ทำโทษแก แต่ถ้าไม่...ฉันจะยิงแกแล้วเอาไปทิ้งโยนลงน้ำ แค่นี้ก็ไม่มีใครเห็น ส่วนพ่อกับแม่แก...ฉันจะสั่งสอนให้เข็ดหลาบในฐานะที่มีลูกชั่วอย่างแก”

ดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นคลอคล่ำไปด้วยหยาดน้ำ เอซาคิดวนไปเวียนมาหลายรอบ ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลือกทางไหนดี แต่พอเห็นอาการส่ายหน้าไปมาของเพื่อนร่วมชะตากรรมอีกคน ก็ทำให้เอซาสงบจิตใจที่พลุ่งพล่านของตัวเองได้ ทันใดนั้นเอง...ต้นไม้กอใหญ่ห่างจากทั้งคู่ซ่อนตัวอยู่ก็ไหวขึ้นมาอย่างรุนแรง กระสุนปืนจากปลายปืนของมะขิ่นก็พุ่งตรงไปด้านนั้นทันที หญิงสาวสองคนตกใจกอดกันแน่น ในขณะที่เอซาตัวสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว มัญชุลิกาพยายามปลอบหญิงสาวที่กอดกันกลมตรงหน้าโดยไม่มีคำพูด

แค้นแสนรัก
พุดน้ำบุษย์
www.mebmarket.com
เจ็บปวดเพียงกาย ไม่เท่าไร เธอสามารถทนได้ แต่นี่...ความเจ็บปวดที่เธอได้รับ มันมาจากทางใจ มาจากผู้ชายที่เธอรักความรักสีชมพู ที่วาดหวังต้องพังล้มลงไม่เหลือซากความรักที่สวยงาม กลับกลายเป็นความแค้นเขาโกรธแค้นเธอ ทั้งที่เธอไม่ได้เป็นคนก่อเขากลับย่ำยี ลงโทษในความผิดที่เธอไม่ได้ก่อเจ็บ...เธอควรรู้สึกแบบนั้นทว่า...หัวใจของเธอกลับอภัยให้ทุกการกระทำของเขา เธอหวังเพียงว่า ความรักของเธอ จะทำให้หัวใจที่ด้านชา เต็มไปด้วยความแค้นของเขามลายหายไปรัก...เธอสามารถอภัยให้ได้ทุกอย่างแล้วเขาเล่า รักเธอมากพอที่จะอภัยให้เธอได้หรือไม่ หัวใจที่เย็นชา จะกลับมาอบอุ่นอีกครั้งได้หรือไม่...................โปรดติดตามค่ะนิยายดราม่า อีโรคติก Drama Erotic
 
หน่วยสวาทปราบหัวใจ
พุดน้ำบุษย์
www.mebmarket.com
จิณณ์ ฟาบิโอ หรือคุณฟิ้นท์ เจ้าของเกาะน้ำผึ้ง เจ้าพ่อแห่งวงการกาสิโน ดุดัน เข้ม หล่อ แต่ไร้หัวใจผู้หญิงทุกคนสำหรับเขาคือเครื่องมือระบายความใคร่ไม่มีใครปราบหัวใจอันหยิ่งยโสของเขาได้...จัญจรี ตำรวจหญิงสาวสวย สงบ แกร่ง แลดูเย็นชา แต่...ภายใต้ความแข็งแกร่ง เธอซ่อนความอ่อนแอ และความเจ็บปวดไว้ลึกสุดหัวใจพ่อ....คนที่ทิ้งเธอไปแสวงหาความสุขสบาย ทิ้งให้แม่ของเธอต้องทนเจ็บปวด จนวันสุดท้ายของชีวิตผู้ชาย!! สำหรับเธอคือสิ่งที่น่ารังเกียจ เธอจะไม่รักใครแต่โชคชะตากลับนำพาให้เธอ ได้มาพบกับเจ้าพ่อเกาะน้ำผึ้ง เพื่อสืบคดีลับผู้ชายที่ใช้ผู้หญิงเป็นเครื่องระบายความใคร่ หัวใจสั่นอย่างแรงเพราะแม่เสือสาวที่ย่องเข้ามาในเกาะส่วนตัวของเขาหวาน สวย เย่อหยิ่ง แลดูเอื้อมถึงยาก ได้กระชากหัวใจของเขาจนหลุดจากขั้ว ไปอยู่ในเงื้อมมือเธอ เจ้าพ่อผู้เย่อหยิ่ง ยอมสยบแทบเท้าผู้หญิงที่แลดูเย็นชา จะไม่รักผู้ชายคนไหน กลับหวั่นไหวคดีร้าย สืบอย่างไร จึงได้คดีรักมาแทนโปรดอ่านกันค่ะ ^^
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #16 mommoo06051958 (@mommoo06051958) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 22:40

    โถ...นกยูง...ยังมีใจช่วยเหลือคนอื่นอีก

    #16
    0