แค้นแสนรัก

ตอนที่ 48 : 9.3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 603
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    2 ก.ย. 62

มัญชุลิการีบพยักหน้า ทันทีร่างบางรีบไปดึงสายยางเส้นใหญ่ๆ พร้อมกับดึงลากสายยางนั้นมาถึงกองพันธุ์อ้อยอย่างแรง ริมฝีปากบางเม้มขบกันแน่นพยายามกลั้นเสียงร้องของตัวเอง เธอจะอ่อนแอตอนนี้ไม่ได้ เธอต้องแก้ไขปัญหาตรงหน้านี้เสียก่อน ในขณะที่กษินเองก็ออกแรงลากสายยางเส้นใหญ่ที่ใช้ต่อน้ำเข้ามาในร่องอ้อยที่ลงพันธุ์อ้อยในดินแล้วอย่างสุดแรงและรีบเร่ง แต่ก่อนที่ทำได้สำเร็จแสงไฟจากรถก็สาดส่องเข้ามาตรงหน้าเธอและเขาพอดี ใบหน้าหวานของมัญชุลิกาซีดเผือดลงตรงหน้าเมื่อเห็นลวรรษเดินลงมาจากรถพร้อมกับชงโค...และมยุริน

“นี่ไงคะคุณลัน กลิ่นหัวน้ำส้มคลุ้งไปหมด ดีนะที่คนงานเห็นแล้วรีบไปบอกยุริน ไม่อย่างนั้นเราคงเสียหายไปมากกว่านี้”

ดวงตาวาววาบเต็มไปด้วยโทสะราวกับลูกไฟดวงใหญ่จ้องมองมาที่ร่างบางของมัญชุลิกาเขม็ง จนหญิงสาวตัวแข็งไปทั้งร่างด้วยความตกใจและตื่นกลัว ริมฝีปากบางสั่นระริกเมื่อสบตาวาวโรจน์ของเขา หัวใจดวงน้อยของมัญชุลิกาตกไปอยู่ปลายเท้าเมื่อร่างสูงเดินเข้ามาหยิบขวดหัวน้ำส้มที่กองเกลื่อนตรงข้างๆ เธอสามขวด

“นี่หมายความว่าอย่างไร!

“เอ่อ...คุณลันครับ”

“เงียบ! ฉันถามผู้หญิงคนนี้อยู่ว่ามันคืออะไร!!

กษินเงียบกริบทันทีเมื่อได้ยินเสียงตวาดลั่นของลวรรษพร้อมกับประกายตากร้าวที่มองเขา นั่นคือลางบอกเหตุให้เขาหยุดนิ่งเพราะไม่อย่างนั้นลวรรษได้ระเบิดตรงนี้ก่อนที่จะถามมัญชุลิกาจบแน่ๆ

“คะ...คือ...ฉะ...ฉันเอาน้ำส้มมารดพันธุ์อ้อย”

เสียงหญิงสาวสั่นระริกฟังแล้วดูน่าสงสารสำหรับชงโคเหลือเกิน แต่สำหรับมยุรินแล้วเธอกลับสะใจเป็นอย่างมากเมื่อเห็นอาการโกรธของลวรรษ แต่ทุกคนก็สะดุ้งตกใจและเงียบกริบเมื่อได้ยินเสียงขวดแตกเพราะแรงฟาดของเจ้าของไร่

เพล้ง!!! เสียงขวดหัวน้ำส้มแตกกระจายถึงสามครั้ง มัญชุลิกาถอยหลังหนีร่างสูงที่ย่างก้าวมุ่งเข้ามาหาเธอ ทั้งๆ ที่ดวงตาทั้งคู่ยังเรืองรองวาวโรจน์ด้วยแรงโทสะ มือหนาจับไหล่บอบบางของมัญชุลิกาเอาไว้แน่น ก่อนจะเขย่าร่างบางอย่างแรงจนหัวสั่นหัวคลอน

“เธอทำอย่างนี้หมายความว่าไงมัญชุลิกา!! เธอไม่รู้หรือไงว่าการทำแบบนี้เท่ากับการทำให้พันธุ์อ้อยมันตาย เธอนี่มันตัวซวยจริงๆ มาเพื่อสร้างความหายนะให้กับไร่ฉัน ที่พี่ชายเธอทำกับฉันเมื่อหลายปีก่อนนั่นยังไม่พออีกใช่ไหม เธอถึงได้ตามมาคอยจองล้างจองผลาญกับฉันอีก ไอ้พี่ชายเธอมันส่งเธอมาใช่ไหม! นี่นะหรือที่เธอจะมาขออโหสิกรรมให้พี่ชายเธอ เธอทำอย่างนี้คิดหรือว่าฉันจะอภัยให้มันได้ เลว...เลวทั้งพี่ทั้งน้อง! ผู้หญิงอย่างเธอนี่เชื่อไม่ได้เลยจริงๆ หน้าตาใสซื่อแต่หัวใจสกปรกโสโครก ต่ำสิ้นดี!!

ทันทีที่ลวรรษเรียกชื่อจริงของมัญชุลิกาทุกคนภายในไร่ถึงกับนิ่งอึ้ง ตั้งแต่มัญชุลิกามาอยู่ที่นี่ทุกคนรู้จักแต่ชื่อนกยูง ไม่เคยมีใครสักคนที่รู้จักชื่อจริงของหญิงสาว หมายความว่าอย่างไร...ลวรรษตั้งชื่อไร่นี้ว่าไร่มัญชุลิกา นั่นหมายความว่ามัญชุลิกาต้องเกี่ยวข้องอะไรกับลวรรษอย่างแน่นอน และฟังจากที่ลวรรษพูด สองคนนี้รู้จักกันจริงๆ

“พี่ลันขา...นกยูงไม่ได้ตั้งใจ นกยูงไม่รู้จริงๆ พี่ใจเขาบอกนกยูงอย่างนี้ นกยูงแค่อยากให้พี่ลันมองนกยูงในทางที่ดีบ้าง ไม่คิดเลยว่าเขาจะแกล้งหลอกใช้นกยูงแบบนี้”

มือหนาของลวรรษบีบไหล่บอบบางของมัญชุลิกาแรงยิ่งกว่าเดิม ดวงตาเบิกโพลงยามมองจ้องใบหน้าของหญิงสาว ริมฝีปากสั่นระริก สันกรามขบเข้าหากันแน่นพยายามอย่างเหลือเกินที่จะสกัดกั้นพายุโทสะที่กำลังพลุ่งพล่านในตัวเขา

“น่าไม่อาย! ยังมีหน้าไปโทษคนอื่นอีก เธอทำผิดก็ควรยอมรับผิด ไม่ใช่ไปโทษคนงานคนอื่นแบบนั้น ทั้งพี่ทั้งน้องนิสัยเหมือนกันไม่มีผิด ผลักความผิดให้คนอื่นแล้วเอาดีเข้าตัว ฉันล่ะสงสารพ่อแม่เธอจริงๆ ที่มีลูกแบบเธอกับไอ้ชัช ทั้งเธอและมันเลวด้วยกันทั้งคู่!!

สิ้นเสียงกร้าวของลวรรษร่างบางของมัญชุลิกาก็ลงไปกองกับพื้นดินเพราะแรงเหวี่ยงของคนตัวสูง จนหญิงสาวร้องอุทานออกมาด้วยความเจ็บปวด กษินถลาลงไปช่วยหญิงสาวแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงร้องห้ามของลวรรษดังลั่น

“แกไม่ต้องยุ่งไอ้ษิน!! ผู้หญิงอย่างนี้เจ็บเสียบ้างก็ดี แต่เขาคงไม่เจ็บหรอกเพราะทั้งตัวเขาหนาไปหมด ไม่ใช่แค่หนาแค่ที่หน้า!

ดวงตาแดงก่ำฉายแววคลอคล่ำไปด้วยหยาดน้ำของมัญชุลิกามองลวรรษด้วยแววตาตัดพ้อ ริมฝีปากบางสั่นระริกเมื่อได้ยินวาจาอันหยาบคายที่ทำให้เธอเจ็บไปทั้งหัวใจของลวรรษ

“ถ้าจะโกรธก็โกรธฉันคนเดียว อย่ามาว่าพ่อกับแม่หรือพี่ชายของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์!

เสียงสะอื้นของหญิงสาวที่ต่อว่าเขายิ่งเพิ่มความโกรธให้กับเจ้าของไร่อ้อยอีกเท่าตัว มือหนาเอื้อมไปดึงหญิงสาวให้ลุกขึ้นอย่างแรง ทั้งสองมือกำต้นแขนบอบบางทั้งสองข้างของหญิงสาวเอาไว้แน่น ก่อนจะเค้นเสียงออกมาพร้อมกับหัวเราะราวกับเยาะใส่คนตรงหน้า

“ฮ่ะฮ่ะ ผู้หญิงอย่างเธอมีศักดิ์ศรีให้รักษาด้วยหรือมัญชุลิกา ดิ้นรนอ้อนวอนของานที่ไร่นี้ทั้งๆ ที่เจ้าของไร่ไล่อย่างกับหมูกับหมา แต่ก็ยังหน้าด้านหน้าทนอยู่ ฉันบอกเธอแล้วไงว่าต่อให้เธอกราบอ้อนวอนฉันกี่รอบ ฉันก็ไม่มีทางยกโทษให้พี่ชายเธอเด็ดขาด ชาตินี้ฉันกับมันตัดขาดกันแล้ว เธอก็เหมือนกัน ก็แค่ของขบเคี้ยวกินเล่นเพราะผู้หญิงที่ฉันจะแต่งงานด้วยคือชงโค ไม่ใช่ผู้หญิงที่เอาตัวเข้าแลกอย่างเธอ!!

ทั้งหมดในที่นั้นถึงกับอึ้งทันทีที่ได้ยินเสียงประกาศออกมาของลวรรษ มัญชุลิกาเม้มเรียวปากสั่นระริกของตัวเองแน่น นัยน์ตามองบุรุษตรงหน้าอย่างเสียใจและปวดร้าว หยาดน้ำตาที่เก็บกักเอาไว้ไหลรินอาบสองแก้ม จ้องมองดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธของลวรรษอย่างเจ็บช้ำกับคำพูดของเขามากที่สุด

“ลันคะใจเย็นๆ นะคะ ค่อยๆ พูดกัน”

ชงโคหลังจากอึ้งไปพักใหญ่ไม่ใช่คำประกาศแต่งงานนั่นหรอก แต่เป็นเพราะถ้อยคำที่ชายหนุ่มเผลอพูดออกมาว่ามัญชุลิกาเอาตัวเข้าแลกกับเขา แค่นั้นมันก็ตอกย้ำได้อย่างชัดเจนว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์กันแบบไหน

“ไม่เป็นไรค่ะคุณชงโค นกยูงผิดเอง สิ่งที่เขาพูดมันก็เรื่องจริง ผู้หญิงไร้ค่าอย่างนกยูงก็สมควรที่ถูกประณามอย่างนี้แหละแต่ขอให้คุณรู้ไว้อย่างว่าฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของฉันมันเลยนำความเดือดร้อนมาให้คุณ แต่ฉันขอสาบานว่าทั้งหมดคือฉันเจตนาดีจริงๆ และความผิดทั้งหมดฉันขอรับไว้เอง คุณจะลงโทษฉันอย่างไรก็ได้กับความโง่ของฉันในวันนี้”

เสียงสะอื้นของมัญชุลิกาทำให้ลวรรษถึงกับบดสันกรามตัวเองแน่นอีกครั้ง ไม่สนใจแววตาตัดพ้อและอ้อนวอนขอของมัญชุลิกาแม้แต่น้อย

“เธอไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น แค่ออกไปจากไร่นี้ก็พอ ออกไปให้พ้น!!

เสียงกร้าวของลวรรษตวาดลั่น มือหนาของเขาผลักร่างบางอย่างแรงจนหญิงสาวเซถลาไปหลายก้าวก่อนจะล้มลงกองกับพื้นอีกครั้ง

“ไปซินังนกยูง! เจ้าของไร่เขาไล่แล้วยังหน้าด้านหน้าทนอยู่อีก”

มยุรินร้องไล่มัญชุลิกาอีกครั้งแต่หญิงสาวหาได้สนใจไม่ ดวงตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตามองร่างสูงที่ยืนหน้าตาถมึงทึงกำมือทั้งสองข้างแน่นเพราะไม่อยากจะทำร้ายหญิงสาวตรงหน้าไปมากกว่านั้น ใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธพร้อมกับเอ่ยวอนขอออกมาด้วยน้ำเสียงสะอื้นไห้

“นกยูงไม่ไป นกยูงเคยบอกพี่ลันแล้วว่าถ้านกยูงจะไปจากไร่นี้ก็ต่อเมื่อพี่ลันอภัยให้พี่ชัชแล้ว ถ้าพี่ลันไม่อยากเห็นหน้านกยูงอีก ก็แค่อโหสิกรรมให้พี่ชัช แค่นี้นกยูงก็จะไม่มาให้พี่ลันเห็นหน้าอีกตลอดชีวิต”

“หน้าด้าน! เธอยังมีหน้ามาพูดแบบนี้กับฉันอีกหรือมัญชุลิกา ก็ได้!! ในเมื่อไล่แล้วไม่ไป ฉันก็มีวิธีของฉัน...มานี่!

สิ้นเสียงกร้าวของชายหนุ่ม มือหนาของเขาก็เอื้อมไปจับต้นแขนบอบบางของมัญชุลิกาเอาไว้ ก่อนจะทั้งดึงทั้งลากร่างบางให้เดินตามเขาโดยไม่สนเลยว่าหญิงสาวจะล้มหรือสะดุดอะไรบ้าง ชายหนุ่มไม่ฟังเสียงร้องอุทานอย่างเจ็บปวดของหญิงสาวแม้แต่น้อย ประตูรถเปิดกว้างก่อนที่ชายหนุ่มจะผลักร่างบางของมัญชุลิกาเข้าไปในรถโดยไม่มองด้วยซ้ำว่าเธอจะกระแทกหรือจนอะไร

“อ้าว คุณลันคะ จะไปไหนคะ ยุรินไปด้วย”

มยุรินตะโกนร้องเรียงลวรรษ แต่เขาก็หาฟังไม่ ขับรถออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ชงโคยืนอยู่กับความคิดของตัวเอง เธอเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว แล้วเธอยังจะดีใจกับคำประกาศแต่งงานของลวรรษอีกหรือ หญิงสาวคิดในขณะที่ผู้ชายอีกคนหนึ่งแอบมองเธอด้วยแววตาปวดร้าว

“พี่ลันจะพานกยูงไปไหนคะ”

“เงียบหุบปากโสมมของเธอซะ!

หยาดน้ำตาไหลรินออกมาอีกครั้ง หญิงสาวกลืนก้อนสะอื้นที่วิ่งมาจุกลำคอของเธอ พยายามอย่างเหลือเกินที่จะหยุดร้องไห้ให้ได้เพราะไม่อยากให้เขารำคาญกับความอ่อนแอของเธอ แต่เธอก็ไม่สามารถทำมันได้ เรียวปากบางเม้มเข้าหากันแน่นแล้วกัดมันจนริมฝีปากด้านในแตก และรับรู้ถึงรสชาติของเลือดที่ไหลซึมออกมา

ดวงตาหวาดหวั่นของหญิงสาวมองไปรอบๆ ด้าน ความมืดที่ครอบคลุมด้านนอกทำให้เธอไม่รู้ว่าเขาพาเธอมาที่หนใด หญิงสาวมองคนที่ขับรถใบหน้าถมึงทึงนั้นด้วยความหวาดกลัว ร่างบางเกร็งตัวแข็งนิ่งทันทีที่รถคันใหญ่จอดสนิท และเวลานั้นเองที่ร่างบางของเธอโดนลากอย่างไร้ความปรานีออกจากรถ แรงเหวี่ยงของลวรรษทำให้หญิงสาวเซถลาลงไปกองกับพื้นดินลูกรังสีแดง เศษก้อนหินบาดเท้าบางของเธอจนเจ็บแต่หญิงสาวหาได้สนใจไม่ เธอพยายามเพ่งมองคนตัวสูงฝ่าความมืดมิดของยามค่ำคืนด้วยสายตาอ้อนวอนและขอร้อง

“ในเมื่อไล่เธอแล้วไม่ไป ยังหน้าด้านอยู่ที่ไร่ฉันอีก ก็เอาอย่างนี้แหละ ฉันเอาเธอมาปล่อยข้างถนนเหมือนหมาเหมือนแมวที่เจ้าของเขาไม่อยากเลี้ยงขนาดนี้แล้ว ถ้าเธอยังหน้าด้านกลับไปอีกล่ะก็หาทางกลับเอาเองแล้วกัน”

“ไม่นะพี่ลันขา นกยูงขอร้อง นกยูงกลัว อย่าทำแบบนี้กับนกยูงนะคะ”

หญิงสาวลุกขึ้นดึงมือเขาไว้อย่างอ้อนวอน แต่คนที่กำลังอยู่ในความโกรธหาได้ฟังไม่ สลัดมือบางทิ้งก่อนจะเดินขึ้นรถและขับออกไปอย่างรวดเร็ว ดวงตามัญชุลิกาเบิกโพลงอย่างตกใจเมื่อเห็นรถคันใหญ่วิ่งไกลออกไปเรื่อยๆ ร่างบางวิ่งถลาตามหลังรถคันใหญ่โดยลืมไปว่าตัวเองไม่ได้สวมรองเท้า ก้อนหินเล็กๆ จึงทิ่มและบาดเท้าหญิงสาวจนเจ็บไปหมด แต่เธอก็ไม่ละความพยายาม วิ่งตามท้ายรถคันใหญ่ที่ไกลออกไปทุกทีในความมืดสนิท

“รอด้วย อย่าทิ้งนกยูงนะคะ พี่ลัน...พี่ลันขา”

เสียงร่ำไห้ราวกับจะขาดใจไม่ได้ส่งไปถึงเจ้าของไร่ที่มีแต่ความโกรธแค้นนั้นแม้แต่นิดเดียว ร่างบางร่วงลงไปกองกับพื้นถนนอีกครั้งเมื่อก้อนหินบาดเท้าเธออย่างแรงจนเธอไม่สามารถวิ่งได้เต็มฝีเท้า ความเปียกที่ซึมผ่านฝ่าเท้าของเธอทำให้มัญชุลิการู้ทันทีว่านั่นคือเลือด สายตาหวาดหวั่นมองไปรอบข้าง ความมืดสนิทพร้อมกับเสียงร้องของสัตว์หลายต่อหลายชนิดทำให้เธอไม่รู้ว่านั่นคือสัตว์อะไร

“พี่ลันรอนกยูงด้วย...”

เสียงคร่ำครวญขอร้องให้ลวรรษกลับมารับเธอดังออกมาเพียงเบาหวิว หยาดน้ำตาของความหวาดกลัวไหลรินเปียกสองแก้ม นี่คือความจริง...ความจริงที่เธอควรจะยอมรับ ลวรรษไม่เหลือเยื่อใยอะไรให้กับเธออีกแล้ว ไม่เหลือความรัก ไม่เหลืออะไรทั้งสิ้น ร่างบางทรุดตัวลงนั่งยองๆ กับพื้นถนนอย่างหมดแรง พร้อมกับยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเองก่อนจะร่ำไห้ออกอย่างไม่อายใครทั้งสิ้น เธอหมดสิ้นทุกอย่างแล้ว

แต่หัวใจแข็งกระด้างของอีกคนหนึ่งก็ใช่ว่าจะปล่อยให้ทุกอย่างเป็นอย่างที่เขาคิดเอาไว้ เท้าแข็งแรงเหยียบเบรกทันทีจนฝุ่นตลบ มือหนาทุบพวงมาลัยครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างเจ็บใจ เมื่อหัวใจของเขาไม่แข็งพอ

“โธ่เว๊ย!! ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยวะ ทำไม! ทำไม!!

ดวงตาแดงก่ำหันกลับไปมองเส้นทางที่มืดสนิทท้ายรถทันทีอย่างปวดร้าว ทำไมมัญชุลิกาต้องมาปรากฏตัวในเวลาที่หัวใจของเขาเริ่มแข็งแรง ทำไมเขาถึงได้ใจไม่แข็งพอเหมือนกับปากของเขา ยิ่งนึกถึงแววตาหวาดหวั่น แววตาที่มองเขาอย่างตัดพ้อ หัวใจของเขากลับเจ็บปวดไม่น้อย

มือหนายกขึ้นดึงทึ้งผมตัวเองเมื่อตัดสินใจไม่ถูกว่าจะทำอย่างไร จะเดินหน้า...เท้าก็ไม่มีแรงที่จะเหยียบคันเร่งให้รถแล่นต่อไป จะถอยหลัง...ทิฐิที่มีอยู่ก็คอยเตือนเขาทุกครั้ง สันกรามของชายหนุ่มบดเข้าหากันอย่างแรงเมื่อนึกถึงสายตาวอนขอกับน้ำเสียงอ้อนวอนไม่ให้เขาทิ้งเธอไปเมื่อสักครู่ ลวรรษหลับตาลงอย่างรวดร้าวอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจติดเครื่องรถยนต์และหมุนพวงมาลัยกลับทางเดิมที่เขาแล่นมาเมื่อสักครู่เพราะหัวใจอีกส่วนหนึ่งเรียกร้องให้เขาย้อนกลับไปทางเดิมจนเขาเองก็ทนไม่ไหว

หัวใจของชายหนุ่มหายวาบไปทั้งดวงเมื่อไม่เห็นร่างบางของหญิงสาวที่เขาเพิ่งทิ้งไว้ข้างถนนเมื่อสักครู่ ลวรรษเปิดประตูก่อนจะวิ่งมองไปรอบๆ ด้านอย่างหวาดหวั่น ร่างกายชาวาบไปทั้งตัวเมื่อคิดว่าจะมีอันตรายอะไรร้ายๆ เกิดขึ้นกับหญิงสาว

“นกยูง...”

เงียบมีเพียงเสียงแมลงยามค่ำคืนที่ร้องส่งเสียงเพียงเท่านั้น

“นกยูง! ออกมานะ ถ้าคิดจะกลับไร่ด้วยกันก็ออกมา!

เงียบ...และความเงียบครั้งนี้ก็ทำให้ความกลัวพุ่งเข้ามาจับหัวใจของเขาอย่างแรง เท้าแข็งแรงจากการก้าวเดินกลับกลายเป็นวิ่ง สายตาหวาดหวั่นกับความคิดของตัวเองว่าหญิงสาวอาจจะเจออะไรร้ายๆ มองไปทั่วทุกทิศ ในความมืดและเงียบแบบนี้ เสียงร้องเรียกของเขาต้องดังก้องไปทั่ว ในระยะใกล้ๆ นี้มัญชุลิกาต้องได้ยินอย่างแน่นอน ยกเว้นว่าเธอจะไปไกล ดวงตาคมเข้มเบิกกว้างขึ้นเมื่อคิดว่าเธอจะไปไกลแค่ไหน ไกลขนาดเข้าไปในเขตไร่ของเสี่ยกำพลหรือเปล่า เร็วเท่าความคิดเท้าแข็งแรงของชายหนุ่มวิ่งกลับไปที่รถและขับออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว ถ้ามัญชุลิกาเข้าในเขตไร่เสี่ยกำพลจริงๆ ล่ะก็ ทางเดียวที่เขาจะเข้าไปในไร่นั้นได้ก็คือท้ายไร่ของเขานั่นเอง หัวใจที่กำลังเต้นของลวรรษถูกบีบอย่างแรงจนเขาเจ็บปวดไปหมด นี่หรือเปล่าที่เขาเรียกว่าทั้งรักทั้งเกลียด

 

 

บทที่ 10

 

กษินมองหญิงสาวที่นั่งเงียบกริบและกำลังเหม่อมองท้องฟ้านั้นอย่างไร้จุดหมาย ดวงตาของกษินเจ็บปวดขึ้นมาชั่ววูบก่อนจะปรับเปลี่ยนอารมณ์ตัวเองให้เป็นปกติ

“คิดอะไรอยู่ครับ”

คำถามนั้นทำให้ชงโคเปลี่ยนจากมองฟ้าหันมามองกษินผู้จัดการไร่ของลวรรษทันที ก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อยส่งให้ชายหนุ่มตรงหน้า

“คิดเรื่อยเปื่อยค่ะ ขอถามอะไรสักอย่างได้ไหมคะ”

กษินพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตให้ชงโคถามเขาได้

“คุณอยู่กับลันมานาน คุณคิดว่าลันกับนกยูงรักกันมาก่อนเหมือนฉันหรือเปล่า”

คำถามนั้นทำให้กษินนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ก่อนจะพยักหน้าออกมาแต่ไม่พูดอะไรทั้งสิ้น

“แล้วตอนนี้คิดว่าลันยังรักนกยูงอยู่ไหม”

ถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกเจ็บปวดกับคำถามที่ถามกษินออกไป แต่เธอกลับโล่งใจที่ได้ถามคำถามนั้น

“คุณจะแคร์อีกทำไมล่ะครับ ในเมื่อคุณลันก็ประกาศออกมาแล้วว่าเขาจะแต่งงานกับคุณ อีกอย่างคุณก็เห็นคุณลันโกรธและเกลียดนกยูงขนาดนั้น คุณคิดว่าเขายังหลงเหลือความรักให้กันอีกหรือครับ”

เรียวปากบางยกสูงเหยียดยิ้มออกมาเล็กน้อยราวกับเยาะตัวเองกับคำพูดของกษิน

“เป็นคนเกลียดแต่อยู่ในสายตาเขาตลอดเวลา กับเป็นคนรักแต่อยู่นอกสายตา ถ้าฉันเลือกได้ฉันขอเป็นคนที่ลันเกลียดดีกว่า”

น้ำเสียงที่เปล่งออกมาของชงโคสั่นพร่าเล็กน้อยจนกษินถึงกับหายใจไม่ออก เจ็บปวดไปกับหญิงสาวด้วย มือหนาเอื้อมขึ้นมาเล็กน้อยแต่ก็ต้องปล่อยให้ตลงกข้างลำตัวของตัวเองตามเดิมเมื่อคิดว่ามันไม่ควรที่เขาจะทำแบบนั้น

“คุณเลือกเองได้นะครับคุณชงโค ทุกอย่างแล้วแต่คุณเลือก”

ชงโคมองมามองกษิน ดวงตาของทั้งคู่สบกันอย่างจัง ทั้งคู่นิ่งกันไปครู่ใหญ่ จนเมื่อได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาทั้งคู่จึงรู้สึกตัวและหันไปมองยังต้นเสียงว่าเป็นรถของใคร แต่คนที่ลงจากรถเพียงคนเดียวด้วยใบหน้าเคร่งเครียดกลับทำให้กษินกับชงโคมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจว่ามัญชุลิกาหายไปไหน

“ษิน ไปตามคนงานของเราสักสี่ห้าคน ฉันจะไปท้ายไร่ บางทีอาจจะต้องบุกไร่เสี่ยกำพล”

“เกิดอะไรขึ้นครับคุณลัน แล้วนกยูงล่ะ”

“อย่าเพิ่งถาม รีบไปกันเถอะ ชงโคงกลับบ้านก่อนนะครับ แล้วผมจะเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นวันหลัง”

หญิงสาวพยักหน้าอย่างจำยอม ถึงแม้จะอยากรู้เรื่องทั้งหมด แต่คำพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังของลวรรษนั่นทำให้เธอไม่สามารถปฏิเสธได้ ยิ่งเมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียด แววตาร้อนรนของลวรรษด้วยแล้ว เธอไม่กล้าที่จะเอ่ยปากถามเขาออกมา เพียงไม่กี่นาทีคนงานสี่คนพร้อมกับกษินที่มาพร้อมกับอาวุธปืนในมือก็ขึ้นรถและขับออกไปอย่างรวดเร็วด้วยหัวใจที่ร้อนรนของคนขับ

แค้นแสนรัก
พุดน้ำบุษย์
www.mebmarket.com
เจ็บปวดเพียงกาย ไม่เท่าไร เธอสามารถทนได้ แต่นี่...ความเจ็บปวดที่เธอได้รับ มันมาจากทางใจ มาจากผู้ชายที่เธอรักความรักสีชมพู ที่วาดหวังต้องพังล้มลงไม่เหลือซากความรักที่สวยงาม กลับกลายเป็นความแค้นเขาโกรธแค้นเธอ ทั้งที่เธอไม่ได้เป็นคนก่อเขากลับย่ำยี ลงโทษในความผิดที่เธอไม่ได้ก่อเจ็บ...เธอควรรู้สึกแบบนั้นทว่า...หัวใจของเธอกลับอภัยให้ทุกการกระทำของเขา เธอหวังเพียงว่า ความรักของเธอ จะทำให้หัวใจที่ด้านชา เต็มไปด้วยความแค้นของเขามลายหายไปรัก...เธอสามารถอภัยให้ได้ทุกอย่างแล้วเขาเล่า รักเธอมากพอที่จะอภัยให้เธอได้หรือไม่ หัวใจที่เย็นชา จะกลับมาอบอุ่นอีกครั้งได้หรือไม่...................โปรดติดตามค่ะนิยายดราม่า อีโรคติก Drama Erotic
 
หน่วยสวาทปราบหัวใจ
พุดน้ำบุษย์
www.mebmarket.com
จิณณ์ ฟาบิโอ หรือคุณฟิ้นท์ เจ้าของเกาะน้ำผึ้ง เจ้าพ่อแห่งวงการกาสิโน ดุดัน เข้ม หล่อ แต่ไร้หัวใจผู้หญิงทุกคนสำหรับเขาคือเครื่องมือระบายความใคร่ไม่มีใครปราบหัวใจอันหยิ่งยโสของเขาได้...จัญจรี ตำรวจหญิงสาวสวย สงบ แกร่ง แลดูเย็นชา แต่...ภายใต้ความแข็งแกร่ง เธอซ่อนความอ่อนแอ และความเจ็บปวดไว้ลึกสุดหัวใจพ่อ....คนที่ทิ้งเธอไปแสวงหาความสุขสบาย ทิ้งให้แม่ของเธอต้องทนเจ็บปวด จนวันสุดท้ายของชีวิตผู้ชาย!! สำหรับเธอคือสิ่งที่น่ารังเกียจ เธอจะไม่รักใครแต่โชคชะตากลับนำพาให้เธอ ได้มาพบกับเจ้าพ่อเกาะน้ำผึ้ง เพื่อสืบคดีลับผู้ชายที่ใช้ผู้หญิงเป็นเครื่องระบายความใคร่ หัวใจสั่นอย่างแรงเพราะแม่เสือสาวที่ย่องเข้ามาในเกาะส่วนตัวของเขาหวาน สวย เย่อหยิ่ง แลดูเอื้อมถึงยาก ได้กระชากหัวใจของเขาจนหลุดจากขั้ว ไปอยู่ในเงื้อมมือเธอ เจ้าพ่อผู้เย่อหยิ่ง ยอมสยบแทบเท้าผู้หญิงที่แลดูเย็นชา จะไม่รักผู้ชายคนไหน กลับหวั่นไหวคดีร้าย สืบอย่างไร จึงได้คดีรักมาแทนโปรดอ่านกันค่ะ ^^
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #15 mommoo06051958 (@mommoo06051958) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 00:16

    นกยูง...ยอมแพ้เถอะในเมื่อเขาเป็นแบบนี้... แล้วก็ชอบไว้ใจคนอื่นอีก นอกจากจำปาแล้วไม่ต้องคุยกับใครเลยนะ

    #15
    0
  2. #14 bunmatong276 (@bunmatong276) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 16:51
    นกยูงนี้หน้าด้านหน้าทนเน้อเจ้าของไร่เขาไล่เหมือนหมูเหมือนหมายังทนอยู่ไม่อายหรือลันก็ปึญญาอ่อนคนไม่เคยทำไร่จะรู้ได้อย่างไรปัญญาอ่อนกันทุกคน
    #14
    0
  3. #13 น้อง (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 10:31

    สงสารนกยูง


    #13
    0