แค้นแสนรัก

ตอนที่ 10 : 2.3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 419
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    18 ก.ค. 62

สานกับเทืองกระโดดลงท้ายรถกระบะคันใหญ่อย่างรวดเร็วเมื่อรถของลวรรษจอดสนิท เทืองรีบเปิดประตูฝั่งที่มัญชุลิกานั่งอยู่ยกมือขึ้นหมายจะช้อนอุ้มร่างบางแทนเจ้านาย

“ไม่ต้อง”

เทืองถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเข้มห้วนของลวรรษดังขึ้นพร้อมกับสายตาดุเข้มมองเขม็งมาที่เขา เทืองกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคืองก่อนจะหลบให้เจ้านายเข้าไปแทนที่เขาเมื่อสักครู่ วงแขนแข็งแรงของลวรรษช้อนอุ้มร่างบางราวกับหญิงสาวคนนั้นตัวเบาประดุจสำลี สายตาอำมหิตส่งตรงมาที่เทืองอีกครั้งก่อนจะเดินผ่านหน้าเขาไป

“โห...อะไรวะ ไอ้เราก็นึกว่าจะไปอุ้มให้ ไหงนายถึงได้ดุนักวะ มองข้ายังกับจะฆ่ากันอย่างนั้นแหละ”

เทืองหันไปบ่นกับสานด้วยความไม่เข้าใจ ใช่...ทำไมนายของพวกมันถึงได้ดูเป็นห่วงเป็นใยผู้หญิงคนนั้นทั้งๆ ที่เจอกันครั้งแรก

 

          ลวรรษวางร่างบางให้อ้อมแขนลงบนเตียงกว้างของตัวเองอย่างอ่อนโยน สายตาเป็นห่วงมองหญิงสาวตรงหน้าไม่คลาดสายตา รอยแดงยาวเกิดขึ้นหลายรอยเพราะฤทธิ์ของใบอ้อยพวกนั้น ขีดเป็นเส้นตามเสื้อตัวของเธอ ทำไมมัญชุลิกาถึงมาอยู่ที่นี่ได้...เธอรู้ที่อยู่เขาได้อย่างไร?

กี่ปีแล้วนะที่เขาไม่ได้เห็นใบหน้าหวานของหญิงสาว กี่ปีแล้วที่ไม่ได้ยินเสียงหวานๆ ที่คอยอ้อนเรียกเขายามที่เธออยากให้เขาช่วยแก้ไขปัญหา กี่ปีแล้วที่ห่างเหินจากผู้หญิงคนนี้ และกี่ปีแล้วที่เขาเพียรลืม พยายามพร่ำบอกตัวเองอยู่ทุกวันว่าเขาเกลียดผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน

เรียวปากหนาของลวรรษเม้มเข้าหากันแน่น เมื่อเห็นรอยแดงและมีเลือดซึมเพราะใบอ้อยบาด ผู้หญิงบอบบางอย่างมัญชุลิกาคงเจ็บน่าดูเมื่อเธอฟื้นคืนสติขึ้นมา เพราะเขารู้ซึ้งถึงฤทธิ์ใบอ้อยพวกนี้ดีว่าวันถัดไปหลังจากโดนบาดแล้วมันจะเจ็บแสบขนาดไหน มือหนาของลวรรษสั่นเล็กน้อย อยากจะเอื้อมไปสัมผัสปัดเป่าให้รอยแผลนั้นจางลง แต่ก็ต้องชะงักเมื่อความคิดหนึ่งแวบวิ่งเข้ามาในสมองของเขา ลืมไปแล้วหรือว่าผู้หญิงคนนี้และพี่ชายของเธอทำเขาไว้อย่างเจ็บแสบขนาดไหน ทำเขาแทบไม่เป็นผู้เป็นคน ทิ้งบ้านเกิดของตัวเอง ระเหเร่รอนจนต้องมาอยู่ถึงที่นี่ก็เพราะผู้หญิงคนนี้...ดวงตาที่ฉายแววเป็นห่วงปรับเปลี่ยนโดยฉับพลัน แววตากระด้างเข้ามาแทนที่ ผู้หญิงมารยา ครอบครัวนี้ไม่น่าเชื่อถืออะไรทั้งสิ้น ตลบตะแลง ปลิ้นปล้อน หลอกลวงเก่งที่สุด ถ้าเขาไม่อยากเจ็บช้ำเหมือนเก่าก็อย่าได้เข้าใกล้มัญชุลิกาอีกเลย

“จำปี! จำปี!!

เสียงห้าวของลวรรษดังลั่นห้อง ตะโกนเรียกสาวใช้ด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด บ่งบอกอารมณ์คนเรียกเป็นอย่างดีว่าถ้าเธอมาช้ากว่านี้อีกนิด ระเบิดได้ลงกับเธอแน่นอน

“ขา...มาแล้วค่ะคุณลัน”

“มัวแต่ทำอะไรอยู่ เรียกไม่ได้ยินหรือไง”

จำปีถึงกับอ้าปากค้างเล็กน้อยกับอารมณ์ที่แปรปรวนของเจ้านาย เธอไม่ได้มาช้านะ วิ่งมาทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกเลยก็ว่าได้ แต่จะพูดแก้ตัวไปตอนนี้ก็คงไม่ดี

“ขะ...คุณลันมีอะไรจะให้จำปีรับใช้หรือคะ”

“เปลี่ยนเสื้อผ้ากับเช็ดตัวให้ผู้หญิงคนนี้หน่อย อ้อ...เร็วๆ ด้วย เสร็จแล้วก็รีบบอก ฉันจะรออยู่หน้าห้อง”

เพียงแค่นั้นสายตาของจำปีก็มองไปยังคนบนเตียงทันที เมื่อตอนเข้ามาเธอไม่ได้มองอะไรทั้งสิ้น เพราะแค่วิ่งมาให้ทันคุณลันเรียกก็แทบตายอยู่แล้ว แต่เมื่อเห็นผู้หญิงที่นอนสลบเหมือนอยู่บนเตียงกว้างของลวรรษ ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างทันที

ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร ลวรรษไปเอามาจากไหนถึงได้เลอะเทอะมอมแมมขนาดนี้ ที่สำคัญคุณมยุรินของเธอรู้หรือยังจำปีเกือบจะวิ่งออกไปรายงานมยุรินอยู่แล้ว ถ้าคำสั่งของลวรรษไม่ได้เข้ามาในหัวเธอก่อน จำปีรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมกับเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ผู้หญิงคนนั้นทันที และตอนนั้นนั่นเองที่เธอเห็นใบหน้าหวานของมัญชุลิกาอย่างใกล้ชิด หญิงสาวคนนี้สวยเลยทีเดียว สวยกว่ามยุริน หรือคุณชงโคเสียอีก แต่ทำไมถึงได้นอนสลบแบบนี้ล่ะ จำปีผละห่างเล็กน้อยเมื่อเปลือกตาบางคู่นั้นกะพริบน้อยๆ เป็นการบอกว่าหญิงสาวคนนี้ได้สติแล้ว

มัญชุลิกาปรือเปลือกตาของตัวเองขึ้นช้าๆ ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจเมื่อนึกออกว่าเมื่อสักครู่เกิดอะไรขึ้นกับเธอ พร้อมกับมองไปรอบด้านอย่างสำรวจว่าเธออยู่ที่ไหน ร่างบางลุกขึ้นนั่งทันทีแต่เมื่อเห็นเสื้อผ้าที่ติดกายอยู่ไม่ใช่ของเธอดวงตากลมโตของหญิงสาวก็เบิกกว้างอีกครั้งอย่างตกใจ

“เสื้อ...เสื้อฉันอยู่ไหน แล้วเสื้อนี้ของใคร แล้วเธอเป็นใคร”

จำปียกมือขึ้นเท้าเอวมองหญิงสาวที่รัวคำถามใส่เธอพร้อมกับเอียงหน้าเล็กน้อย

“นี่หล่อนฟื้นขึ้นมาก็ถามระนาวเลยนะ”

“เธอเป็นใคร แล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ไง”

“ฉันเป็นใครน่ะหรือ ฉันก็เป็นคนที่สำคัญที่สุดของบ้านนี้ คอยดูแลเรื่องอาหาร ความสะอาด เฮ้อ...ว่าแล้วทำหน้างงๆ แบบนั้นคงไม่เข้าใจอาชีพสำคัญแบบฉันหรอก ว่าแต่หล่อนเถอะมาที่นี่ได้ไง อย่าบอกนะว่าคุณลันไปหิ้วหล่อนมาหล่อนนี่วอนหาเรื่องใส่ตัวเสียแล้ว ไม่รู้หรือไงว่าคุณลันน่ะมีเจ้าของอยู่แล้ว คุณยุรินเป็นว่าที่เจ้าของบ้านนี้ ถ้าไม่อยากเจ็บตัวหรือโดนคุณยุรินตบล่ะก็ รีบไปซะ”

คิ้วเรียวของมัญชุลิกาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย คุณลันหรือ... ดวงตาหญิงสาวเบิกโพลงอย่างดีใจเมื่อคิดว่าที่ผู้หญิงคนนี้พูดถึงหมายถึงลวรรษ นี่เธอมาถึงถิ่นของลวรรษแล้วใช่ไหม แต่ว่าที่ผู้หญิงคนนี้พูดบอกว่าคุณลันมีเจ้าของแล้วหมายความว่าอย่างไร หัวใจดวงน้อยไหววูบลงทันควัน หรือว่าพี่ลันของเธอแต่งงานแล้ว เปลือกตาบางกะพริบถี่ๆ แววร้อนวิ่งไปทั่วดวงตา กระบอกตาร้อนผ่าวจนปวดร้าวไปหมด

“จำปีเสร็จหรือยัง”

จำปีถึงกับสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงห้าวดังออกมาจากนอกห้อง

“เรียบร้อยแล้วค่ะคุณลัน”

ยังไม่ทันขาดคำด้วยซ้ำประตูห้องก็เปิดออกกว้างหัวใจดวงน้อยของมัญชุลิกาแทบจะหยุดเต้นโดยปริยาย หญิงสาวไม่รู้ตัวว่าตัวเองกลั้นลมหายใจตั้งแต่เมื่อไร ก่อนจะช้อนตาขึ้นมองหน้าคนมาใหม่ช้าๆ ใช่เขาจริงๆ ด้วย ลวรรษยืนอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว ดวงตากลมโตของมัญชุลิการ้อนผ่าวทั้งกระบอกตาอีกครั้ง น้ำใสคลอคล่ำหน่วยตา สายตามองเขาอย่างเว้าวอน



อ่านแล้วเป็นยังไงกันบ้างคะ ขอบคุณที่ติดตามเรื่องนี้นะคะ

แค้นแสนรัก
พุดน้ำบุษย์
www.mebmarket.com
เจ็บปวดเพียงกาย ไม่เท่าไร เธอสามารถทนได้ แต่นี่...ความเจ็บปวดที่เธอได้รับ มันมาจากทางใจ มาจากผู้ชายที่เธอรักความรักสีชมพู ที่วาดหวังต้องพังล้มลงไม่เหลือซากความรักที่สวยงาม กลับกลายเป็นความแค้นเขาโกรธแค้นเธอ ทั้งที่เธอไม่ได้เป็นคนก่อเขากลับย่ำยี ลงโทษในความผิดที่เธอไม่ได้ก่อเจ็บ...เธอควรรู้สึกแบบนั้นทว่า...หัวใจของเธอกลับอภัยให้ทุกการกระทำของเขา เธอหวังเพียงว่า ความรักของเธอ จะทำให้หัวใจที่ด้านชา เต็มไปด้วยความแค้นของเขามลายหายไปรัก...เธอสามารถอภัยให้ได้ทุกอย่างแล้วเขาเล่า รักเธอมากพอที่จะอภัยให้เธอได้หรือไม่ หัวใจที่เย็นชา จะกลับมาอบอุ่นอีกครั้งได้หรือไม่...................โปรดติดตามค่ะนิยายดราม่า อีโรคติก Drama Erotic
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #9 mommoo06051958 (@mommoo06051958) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 08:03

    เขาลืมไปหมดแล้วมั้ง

    #9
    0