สต็อกพร้อมส่ง(GOT7) พันธะปฏิพัทธ์ Jackjae Ft.Markbam Bnior (mpreg)

ตอนที่ 9 : Chapter 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,215
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 755 ครั้ง
    27 มี.ค. 61

 

 

 

            “แม่..หงึ”

            เด็กหญิงตัวน้อยผิวขาวจัด ดวงหน้าเล็กน่ารักจิ้มลิ้มไม่ต่างจากมารดาเดินเตาะแตะร้องเรียกหาแม่พลางยกมือน้อยขยี้ตา

            เจสซี่ตัวน้อยตื่นมาไม่เจอใครก็เริ่มเบะ แม่ที่ทำครัวอยู่ก็ไม่ได้ยินเสียงเรียกของลูกจนเสียงใสๆ ร้องจ้านั่นล่ะยองแจถึงได้ยินและละมือจากทุกอย่างไปหาลูก

            “เจสซี่ร้องไห้ทำไมลูก แม่อยู่นี่”

            ร่างบางย่อตัวลงคุกเข่าแล้วโอบยัยตัวน้อยนุ่มนิ่มไว้กับอก เจสซี่ซบหน้ากับบ่าแม่ กอดรอบคอ

            “กัวค่ะ”

            “โถ ไม่ต้องกลัวนะคะ แม่แค่ไปทำข้าวให้หนูกินไง แม่อยู่ในครัว” ยองแจลุกขึ้นยืนร้อมอุ้มลูกสาววัยสามขวบกว่าไปในครัวด้วย

            แม้วันนี้จะเป็นวันเสาร์ แต่ไม้และแบมแบมก็ไม่อยู่บ้านเพราะต้องไปดูความเรียบร้อยของร้านเสื้อ ก่อนจะเปิดอย่างเป็นทางการในอาทิตย์หน้า

            แบมแบมเลิกทำงานกลางคืนตอนที่เจสซี่อายุขวบกว่า หลังจากนั้นก็หันมาเอาจริงกับงานเสื้อผ้าที่ชอบ แบมแบมขายเสื้อทางออนไลน์ไปก่อนเพราะหน้าร้านมันต้องหาที่ทาง ต้องเสียเงินเยอะ และไม่รู้ว่าจะเจ๊งไหม แต่ผลตอบรับจากการขายทางออนไลน์เป็นไปด้วยดีทีเดียว และมีคนต้องการมาซื้อที่ร้านบ้าง แบมแบมเลยตัดสินใจเปิดร้านสักทีหลังเรียนจบ ใช้เวลาเรียนหลายปีหน่อยกว่าจะจบแต่ก็จบแล้วล่ะ ยองแจดีใจกับเพื่อนด้วยจริงๆ

            แม้การอุ้มลูกไปด้วย ทำอาหารไปด้วยจะลำบากนิดหน่อย แต่ยองแจก็ทำได้ เขาหอมแก้มยัยหนูที่ยังหลงเหลือคราบน้ำตาแต่หยุดร้องแล้ว

            “อยากหาพิไม้” เจสซี่ใช้มือปัดผมตรงแก้มชื้น เอ่ยกับแม่ ตากลมโตก็จ้องมองของกินในกระทะไม่วางตา

“พี่ไม้ไปข้างนอกกับอาแบมแบมจ้ะ” เพราะเพื่อนอ่อนเดือนกว่า ยองแจเลยให้เจสซี่เรียกอา แต่ความจริงแบมแบมบอกว่าอยากให้เรียกพี่..

นั่นก็เกินไป

“อยากไปด้วยยย”

“ไม่ได้ค่ะ อาแบมแบมไปทำงาน วันนี้แม่จะพาไปเล่นที่ห้าง ไปไหมคะ”

            “อื้อ! ไปค่ะ” พอแม่จะพาไปเที่ยวยัยหนูก็ยิ้มกว้างทันที ยองแจหอมแก้มนุ่มอย่างหมั่นเขี้ยวนัก

           

 

 

 

 

            “อ่าท่าน จะมาทำไมไม่บอกก่อนล่ะครับ ผมจะได้ให้คนรอต้อนรับ”

ผู้จัดการใหญ่ของห้างสรรพสินค้าในเครือตระกูลหวังรีบลุกจากเก้าอี้ทำงานมาทำความเคารพเจ้าของ

“ผมแค่อยากมาเงียบๆ การไม่บอกก่อนล่วงหน้าทำให้เห็นอะไรดีๆ เยอะนะ” โรเบิร์ตหวังปรากฏรอยยิ้มมุมปากบนใบหน้า ผู้จัดการยิ้มให้ร่างสูงแต่ในใจกำลังกระวนกระวาย

จู่ๆ มาตรวจงานไม่ให้รู้เนื้อรู้ตัว แย่จริง!

            “เท่าที่เดินผ่านมา คนมาเยอะมากนะ”

“ครับท่าน สนามเด็กเล่นมีคนเข้ามาใช้บริการมากน่ะครับ ร้านค้าเลยมีคนเข้ามาช็อปมากตามไปด้วย”

“เหรอ ฉันยังไม่ได้เดินดูรอบๆ เลย มีร้านไหนย้ายออกหรือร้านไหนย้ายเข้ามาขายบ้าง”

“มีแต่ร้านที่อยากเข้ามาขายในห้างครับ ไม่มีใครอยากย้ายออกเลย”

“ก็ดี”

“ผมจะพาไปเดินชมห้างนะครับ เชิญครับท่าน”

โรเบิร์ตมองหน้าของผู้จัดการแล้วก็เดินนำออกจากห้องทำงานอีกฝ่ายไป ชายกลางคนหายใจไม่ทั่วท้องแล้วรีบก้าวตามไป

 

 

 

 

            หลังทานมื้อเที่ยงกันเสร็จ ยองแจก็พาลูกสาวมาเที่ยวที่ห้างซึ่งเป็นห้างใหม่และโปรโมทไว้ว่ามีสนามเด็กเล่นในร่มที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

เจสซี่ในชุดเอี๊ยมยีนสีขาวเสื้อสีชมพูวิ่งไปหาตัวการ์ตูนตัวโตที่มาเดินโชว์อยู่ทางเข้าสนามเด็กเล่นต้อนรับลูกค้า

ศูนย์การค้าแห่งนี้แบ่งเป็น 7 ชั้น โดยที่ตั้งของสนามเด็กเล่นอยู่ชั้น 5 สนามเด็กเล่นนี้มีเครื่องเล่นนำเข้าจากยุโรปที่มีระบบความปลอดภัยระดับโลก ยองแจปล่อยให้ลูกสาวตัวน้อยไปเล่นกับตัวการ์ตูนน่ารักขณะที่ตัวเองเดินไปจ่ายค่าบริการแบบเหมาจ่าย วันนี้เขาว่างเลยซื้อแบบที่ให้ลูกสาวสามารถเล่นเครื่องเล่นได้ 3 ชั่วโมงเต็มไปเลย

“เจสซี่คะ ลาคุณหมีแล้วเข้าไปข้างในกันได้แล้วค่ะ”

ยองแจเดินไปหาลูกสาวที่มีผู้ปกครองคนอื่นๆ รายล้อม เจสซี่เป็นเด็กหน้าตาน่ารัก ไม่ว่าใครเห็นก็อดเข้ามาหยอกล้อเล่นด้วยไม่ได้

“น้องน่ารัก อยากได้!” พอยองแจจับมือเจสซี่ไว้ ก็มีเสียงเด็กผู้ชายที่โตกว่าเจสซี่เอ่ยขึ้นแล้วชี้มาที่เจสซี่ ยองแจเงยหน้ามองหาเจ้าของเสียง คนเป็นแม่ร้องว้ายรีบปรามลูกแล้วยิ้มเจื่อนให้ยองแจ

“ขอโทษนะคะ”

“ไม่เป็นไรครับ”

“ลูกสาวน่ารักมากเลยค่ะ ชื่ออะไรเหรอคะ กี่ขวบแล้ว”เธอชวนยองแจคุยแก้เก้อ ยองแจยิ้มน้อยๆ

“เจสซี่ครับ สามขวบแล้ว” ยองแจก้มหัวให้อีกฝ่ายเล็กน้อยเป็นเชิงขอตัวแล้วพาลูกไปเช็คอินเพื่อเข้าไปเล่นสวนสนุกข้างใน

ยองแจพาลูกไปเก็บของสัมภาระในล็อคเกอร์พร้อมกับเก็บรองเท้าที่ทางสวนสนุกได้จัดเตรียมไว้ให้ เพื่อความสะอาดและปลอดภัยทางสวนสนุกจึงขอให้เด็กและผู้ปกครองสวมถุงเท้ากันลื่นขณะที่เข้าไปเล่นเครื่องเล่นภายใน

เมื่อเข้ามาแล้วด่านแรกที่เจอ คือ ด่านบาสเกตบอล ซึ่งแบ่งเป็นสัดส่วนสามารถเล่นได้ทั้งเด็กเล็กและเด็กโตกับการผจญภัยไปกับการเดินไต่เชือก เจสซี่เดินไปทางแป้นบาสขนาดเล็ก เงยหน้ามองอย่างสนใจ พี่ๆ ที่อายุมากกว่าต่างหันมามองเด็กหญิงตัวน้อย ยองแจเดินตามหลังลูกสาวมาแล้วย่อกายนั่งลง

“อยากลองเล่นไหมคะ แม่สอนให้ไหม”

“ค่ะ”

ยองแจหยิบลูกบาสลูกเล็กที่เจสซี่น่าจะถือได้ใส่มือลูกสาวแล้วจับมือให้แกโยน ลูกแรกก็เข้าห่วงอย่างง่ายดาย เจสซี่ดีใจยกใหญ่ ท่าทางของแกน่ารักน่าเอ็นดูจนคนรอบๆ ยิ้มตาม

เจสซี่ดูจะชอบการโยนลูกบาสเข้าห่วงมาก เล่นได้หลายนาทีทีเดียว

เมื่อเล่นจนพอใจ เจสซี่ก็เดินไปหาสิ่งที่น่าสนใจอย่างอื่น เด็กน้อยวิ่งเข้าไปในโซนคอสเพลย์

โซนนี้จะให้เด็กๆ ทั้งชายและหญิง แต่งตัวเป็นซูเปอร์ฮีโร่หรือเจ้าหญิงแสนสวย ตัวการ์ตูนที่เด็กๆ ชื่นชอบ แม่เลยจับแกแต่งเป็นเจ้าหญิงเมอริด้า ยองแจชอบเรื่องนี้นะ นางเอกเป็นผู้หญิงที่สวยและเข้มแข็งดี และเจสซี่ก็ชอบเหมือนกัน ให้แม่เปิดให้ดูบ่อยมากเลย

ยองแจยืนดูลูกเล่นกับเด็กคนอื่นๆ อย่างสนุกสนานแล้วก็พลอยมีความสุขไปด้วย ถึงที่บ้านจะมีพี่ไม้เป็นเพื่อน แต่พี่ไม้ก็เป็นเด็กผู้ชายที่โตกว่าหลายปี เล่นกันแต่ของเล่นเด็กผู้ชายจนยองแจปวดหัวกลัวลูกสาวจะโตมาห้าวเกินไป

“แม่ เย่นนั่น!

เจสซี่ออกจากโซนโจรสลัดแล้ววิ่งมาหาแม่ ชี้ไปทางสไลเดอร์ที่เป็นไฮไลท์ของห้างแห่งนี้ มีสไลเดอร์หลายรูปแบบที่ผู้ปกครองสามารถย้อนวัยเข้าไปเล่นสนุกกับลูกๆ ได้

“ไปสิคะ” ช่วงเวลาสามชั่วโมงนี้เป็นของเจสซี่ ลูกสาวอยากเล่นอะไรยองแจก็ตามใจทั้งนั้น

แต่ดูเหมือนการเล่นกับลูกจะยากกว่าที่คิด ตอนนี้ยองแจติดอยู่ในสไลเดอร์ที่คดไปคดมาเหมือนเขาวงกต หลงทางแล้วด้วย ลูกสาวตัวเล็กออกไปไหนแล้วไม่รู้ ไม่รอแม่เลย

            “เจสซี่! เจสซี่อยู่ไหน มาหาแม่หน่อย”

            สนามเด็กเล่นนี้กว้างไปไหน ทำไมทำทางสไลเดอร์ตั้งเยอะแยะ สับสนไปหมดแล้ว

           

 

ขณะที่แม่ติดในของเล่นแต่เจสซี่ออกมาพ้นสไลเดอร์แล้ว และตอนนี้ก็เดินมองนั่นนี่ในสนามเด็กเล่นอย่างสนใจ อะไรก็ตื่นตาตื่นใจไปหมด แม้ที่บ้านจะมีของเล่นมากมายที่ลุงมาร์คและอาแบมแบมซื้อให้ แต่ที่นี่ก็ยังน่าสนใจกว่า

            “นอกจาก Park ชั้นสี่ ห้อง VIP สำหรับการจัดปาร์ตี้ที่ชั้นนี้ก็ได้รับความนิยมมากครับท่าน ตอนนี้เรามีห้องสามสไตล์ โดยออกแบบห้องให้เหมือนเข้าไปอยู่ในนิทานครับ ทั้งห้องแบบเจ้าหญิง ห้องในเรือโจรสลัด และห้องซูเปอร์ฮีโร่ เรากำลังจะซื้อลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนอีกหลายตัวเพื่อทำห้องให้เพียงพอสำหรับรองรับความต้องการของลูกค้ามากขึ้นครับ”

            “งั้นเหรอ” โรเบิร์ตมองไปรอบๆ เห็นครอบครัวมาใช้บริการมากมายก็พอใจ

            ลูกค้ามากก็หมายความว่าห้างนี้กำลังไปได้ดี คุ้มกับที่ลงทุนเป็นหมื่นล้านเพื่อสร้างมันขึ้นมา

            “เอามานี่นะ! เราจะเล่น!

            เสียงแย่งของเล่นของเด็กทำให้ร่างสูงหันไปมอง เสียงนั้นโดดขึ้นมาท่ามกลางเสียงมากมายเพราะอยู่ไม่ไกลจากที่เขายืน

ตรงโซนของเล่นที่ให้เด็กๆ ได้เล่นเป็นอาชีพต่างๆ ที่แผงร้านขายเบอร์เกอร์จำลองมีเด็กหญิงวัยอนุบาลสองคนแย่งของเล่นกันอยู่

            คราแรกโรเบิร์ตจะไม่สนใจ หากหนึ่งในสองคนนั้นไม่สะดุดตาเขามาก

            “เจชชี่ก็อยากเย่น”

“เราจะเล่น!

“เจชชี่มาก่อนนะ”

“แต่ฉันจะเล่นก่อน เอามายัยเปี๊ยก!

เจสซี่หน้านิ่ว แต่ก็ยอมปล่อยมือจากของเล่นจนคนที่ออกแรงยื้อยุดหงายหลังก้นกระแทกพื้นที่ปูยางนุ่ม แรงของเธอเองนั่นแหละที่ทำให้เธอเจ็บตัวเอง

“แงงงง แม่ขา!” เด็กที่ล้มตกใจจนร้องไห้แล้วร้องหาแม่ทั้งที่เจสซี่ไม่ได้ทำอะไรสักนิด เจสซี่ถอยออกมาด้วยความตกใจกับเสียงร้องไห้ของเธอ

“จูฮยอนเป็นอะไรไปลูก!” คนเป็นแม่รีบวิ่งมาหาลูกสาวที่โตกว่าเจสซี่สองปี เด็กหญิงในชุดเดรสแสนสวยรีบโผเข้าหาแม่

“นี่หนู แกล้งลูกฉันเหรอ” หญิงสาวถามเสียงเข้มจนเจสซี่หน้าเสียด้วยความกลัว

“ป่าวนะคะ”

“ไม่แกล้งแล้วลูกฉันจะร้องไห้ได้ยังไง”

” เจสซี่ไม่รู้จะบอกยังไง แต่เธอไม่ได้แกล้งนะ อยากได้ของเล่นก็ให้แล้วนี่

“ขอโทษค่ะ” เจสซี่โค้งก้มหัวขอโทษหญิงสาวอย่างสวยงาม ดูก็รู้ว่าพ่อแม่อบรมมารยาทมาอย่างดี

พอเจสซี่ยอมขอโทษง่ายๆ แม่ของเด็กหญิงก็ไม่รู้จะต่อว่าเด็กตัวเล็กๆ ต่อไปทำไม

“ทีหลังอย่าแกล้งเพื่อนอีกนะคะ นี่เป็นที่สาธารณะ ของเล่นต้องแบ่งกันนะ” หญิงสาวเอ่ยด้วยเสียงที่อ่อนลง

“หนูยู้ค่ะ คุงน้าบอกพิเค้าด้วยนะว่าของเย่นต้องแบ่งกัน”

เจสซี่ชี้ไปที่ลูกสาวของเธอแล้วเดินออกจากแผงขายเบอร์เกอร์มาเลย ไม่สนใจจะเล่นอีก ปล่อยให้คนเป็นแม่งุนงงและคนเป็นลูกฮึดฮัดไม่พอใจ

โรเบิร์ตที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดมองตามเจสซี่อย่างแปลกใจ ก่อนจะก้าวยาวๆ ตามไปโดยให้คนติดตามและผู้จัดการรออยู่ที่เดิม

เจสซี่เข้าไปเล่นในบ้านบอลขนาดใหญ่ มันใหญ่และกว้างมากพอที่ผู้ใหญ่จะเข้าไปเล่นด้วยได้ โรเบิร์ตตัดสินใจเดินตามเด็กน้อยเข้าไป

วันนี้แม่ถักเปียให้เจสซี่แล้วม้วนเป็นก้อนกลมสองก้อนบนศีรษะเล็กๆ ดูน่ารักน่าเอ็นดูเหมือนอาหมวยน้อย

“หวัดดีจ้ะ”

โรเบิร์ตส่งเสียงทักทายเจสซี่ เด็กน้อยที่กำลังเล่นเงยหน้ามองคนที่ยืนห่างจากตนไม่ไกล หันซ้ายหันขวาก่อนจะไม่สนใจแล้วเล่นต่อ

“หนูชื่ออะไรเหรอ”

โรเบิร์ตเข้ามาใกล้เจสซี่อีกนิดแล้วถามอย่างเป็นมิตร คราวนี้เจสซี่รู้แล้วว่าคุณปู่คนนี้คุยกับเธอ

“แม่ไม่ให้คุยกะคนแปกหน้าค่ะ” เจสซี่หันมาตอบแล้วก็ลุยลูกบอลจำนวนมากไปอีกทาง

            คำพูดซื่อๆ ของเธอทำให้โรเบิร์ตยิ้มกว้าง

“ปู่เป็นเจ้าของห้างนี้นะ ไม่ใช่คนไม่ดีหรอกจ้ะ”

“หนูไม่ยู้จักคุง”

โรเบิร์ตมองเด็กน้อยที่ไม่สนใจตนเลยแต่ก็ไม่ละความพยายามที่จะคุยด้วย เขายังสงสัยกับการกระทำของเธอเมื่อครู่ ทั้งที่ยังเด็กมาก แต่ทำไมถึงหักห้ามใจไม่เล่นของเล่นได้ มันแปลกมาก ผิดวิสัยเด็กทั่วไป

“เมื่อกี้น่ะ ทำไมหนูถึงยอมขอโทษทั้งที่หนูไม่ผิดล่ะ”

พอคุณปู่ท่าทางดุคนนี้เอ่ยถึงเรื่องเมื่อกี้ เจสซี่ก็หันมามองเขาตาแป๋ว

น่ารัก!

โรเบิร์ตมองดวงหน้าเล็กที่เห็นความสวยหวานแต่เด็กแล้วคุ้นหูคุ้นตาอย่างไรชอบกล โดยเฉพาะตาคู่นี้เนี่ย

“คุงเห็นหยอคะ”

“ใช่ค่ะ” โรเบิร์ตนั่งลงเพื่อที่เจสซี่จะได้ไม่ต้องแหงนคอมอง

“ทำไมอ่ะ”

“ปู่อยากรู้ว่าทำไมหนูถึงขอโทษทั้งที่ไม่ผิด ทำไมถึงยอมให้ของเล่นเด็กคนนั้นทั้งที่หนูมาก่อน”

โรเบิร์ตเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ท่าทางนุ่มนวลใจดีของเขาทำให้เจสซี่เริ่มกลัวเขาน้อยลง

“แม่บอกค่ะ”

“บอกว่าอะไรคะ”

“ของเย่นมีเยอะแยะ ใครจาเย่นก้อให้เค้าไป”

“หืม ทำไมแม่ถึงสอนแบบนั้นล่ะคะ เรามาก่อนต้องมีสิทธิ์เล่นก่อนสิ มันเป็นสิ่งที่เราควรได้นะ”

เจสซี่งงที่คุณปู่พูดไปคนละอย่างกับแม่ แต่เธอก็ตอบเขาตามที่แม่สอนมา

“แม่บอกว่าเยาเย่นอย่างอื่นได้ ไม่ต้องแย่ง”

“ต้องแย่งสิ ของของเรานะ”

“ไม่ได้ค่ะ! แย่งไม่ดี เยาจาได้เย่นของเย่นอีกเยอะๆ  ไม่ต้องคอย”

            เจสซี่ดุใส่คุณปู่หน้าดุแปลกหน้าแล้วโถมตัวไปกับกองลูกบอลอย่างสนุกสนาน

            โรเบิร์ตเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ พ่อแม่ต้องสอนมาดีนะเนี่ย และต้องสอนสม่ำเสมอด้วยเด็กตัวแค่นี้ถึงจำได้

            “แล้วทำไมต้องขอโทษทั้งที่เราไม่ผิดล่ะ”

            “เยาไม่ผิดก้อขอโทดก่อนจาได้จบเย็วๆ”

“ทำไมต้องให้เรื่องจบเร็วๆ ด้วยล่ะ”

“จาได้ไปเย่นเย็วๆ ไงคะ”

            เจสซี่ตอบพลางนอนหงายกางแขนกางขาจนลูกบอลท่วมตัว หัวเราะคิกคักอย่างสนุก โรเบิร์ตมองแล้วอดยิ้มกับความน่ารักของแกไม่ได้

            ทั้งแม่ทั้งลูกมองโลกในแง่ดีจริงๆ แม่สอนมาดี ลูกสาวก็เลยกลายเป็นเด็กดีล่ะสิ

            “หนูชื่ออะไรคะ ยังไม่ได้บอกปู่เลย”

            “เจชชี่ค่ะ”

“เจชชี่?”

“ใช่แย้ว”

“เจสซี่หรือเปล่าเอ่ย” โรเบิร์ตเดาจากการออกเสียงที่ไม่ชัดของเธอ เจสซี่ยักหน้า

            “ใช่ๆ เจชชี่ค่ะ”

            คนสูงวัยหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดูนัก ทำไมเด็กคนนี้ถึงน่ารักน่าชังได้ขนาดนี้นะ ถ้าเขามีหลานน่ารักแบบนี้ได้บ้างคงดีไม่น้อย เขาจะตามใจเธอทุกอย่างเลย

            “เจสซี่อยากเล่นของเล่นฟรีไหมคะ”

            “อยากค่ะ”

            “ครั้งหน้าถ้ามาเล่นบอกคุณอาคนขายบัตรนะว่าท่านประธานให้เล่นฟรี ปู่จะไปสั่งไว้ให้ มาเล่นเมื่อไรหนูก็บอกชื่อเขา”

            โรเบิร์ตยอมให้เด็กน้อยเล่นที่สนามเด็กเล่นนี้ฟรีๆ ไปเลย ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเอ็นดูแกนัก

            “ปาทานคือไยคะ?”

“เจ้าของที่นี่ไงคะ”

“อ๋อ” แม่หนูยักหน้าเข้าใจ

            “หนูนามสกุลอะไรคะ”

“ชาเวค่ะ”

            “ชเวหรือเปล่าลูก” โรเบิร์ตหัวเราะอีกครั้ง อยู่ใกล้เด็กคนนี้นี่อารมณ์ดีตลอดเวลาเลย

            แกเป็นเด็กที่สดใสดีนะ ยิ้มก็สวย พูดจาน่ารักน่าเอ็นดูไปหมด

            “ใช่ค่า ชาเว”

            “ชเว เจสซี่นะ”

            “ค่า”

            “หนูเป็นลูกครึ่งเหรอคะ”

            “ใช่แย้วค่ะ”

“แล้ว..

“เอ่อ ขอโทษที่รบกวนครับท่าน ได้เวลาไปประชุมแล้วครับ”

โรเบิร์ตยังไม่ทันจะได้เอ่ยอะไรต่อคนสนิทก็เดินเข้ามาหาแล้วเอ่ยขึ้น แม้ไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะแต่โรเบิร์ตก็ต้องแยกจากหนูน้อยไปทำงาน

“อย่าลืมนะเจสซี่ คราวหน้ามาเล่นฟรีนะคะ ปู่จะบอกคนของปู่ไว้ให้ ไปบอกคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะคะ จะได้พามาเล่นบ่อยๆ”

พอโรเบิร์ตจะไปแล้ว เจสซี่ก็ลุกขึ้นจากกองลูกบอลแล้วโค้งให้

“ขอบคุงค่ะ”

“ไม่เป็นไรจ้ะ” โรเบิร์ตวางมือลงบนศีรษะของเด็กหญิงแล้วก้าวออกจากบ้านบอลไปกับคนสนิท

เจสซี่เบื่อบ้านบอลก็ออกไปข้างนอก พอเห็นแม่เดินเร็วๆ มองหาอะไรสักอย่างแล้วก็วิ่งไปหา

“แม่ขา!

“เจสซี่! ไปไหนมา แม่ตามหาซะทั่วเลย จะไปไหนทำไมไม่บอกแม่ก่อนล่ะลูก แม่ใจหายหมดเลยนะ”

ยองแจเห็นลูกสาววิ่งมาหาก็อดดุไม่ได้ เจสซี่ชะงัก ก่อนจะเข้ามากอดขาแม่แล้วเงยหน้าขึ้นมองอ้อน

“ขอโทดค่าแม่ อย่าโกดนะคะ”

ยองแจชะงักเมื่อเห็นสายตาออดอ้อนของลูก

ไม่ยุติธรรมเลย! เจสซี่ทำแม่เป็นห่วงแล้วจะมาอ้อนกันไม่ได้นะ

“แม่จะลงโทษที่เจสซี่ไปไหนไม่ยอมบอกแม่ งดไอติมวันนึงนะ” ยองแจตีหน้าดุ เท้าเอว

“แม่ขา! อย่านะคะ เจชชี่จะไม่ทำแย้วน้า นะแม่”

เจสซี่เบะปากจะร้องแต่ยังขอร้องแม่ ยองแจเบือนหน้าทำใจแข็ง

แม้ลูกยังเล็กแต่ก็ต้องสอนต้องลงโทษกันบ้าง จะได้ไม่ทำอีก

“แม่ขา หนูเป็นเด็กดีนะ”

“หายมาเล่นคนเดียวจนแม่ต้องตามหายังว่าตัวเองเป็นเด็กดีเหรอ ถ้าเจสซี่หายไปแม่จะอยู่ยังไงล่ะ”

“เจชชี่เป็นเด็กดีจิงๆ นะ!

“ยังไง”

“เจชชี่ไม่แย่งของเย่นเพื่อน แย้วขอโทดก่อนด้วยนะ”

“จริงเหรอคะ”

“อื้อ! จิงๆ นะคะ”

เจสซี่พยักหน้าอย่างขันแข็งจนยองแจเอ็นดู หายโกรธ

“เห็นแก่ที่เจสซี่เป็นเด็กดี แม่จะยกโทษเรื่องที่ทำให้แม่เป็นห่วงก็ได้ค่ะ”

“แย้วไอติมของหนูล่า” เจสซี่ทำตาแป๋วเป็นประกาย ยองแจอ่อนใจกับเด็กคนนี้เหลือเกิน

เสียผลประโยชน์ไม่ได้เลยนะ ติดใครมากัน

“ให้กินก็ได้ค่ะเป็นรางวัลที่เป็นเด็กดี แต่ถ้าคราวหน้าหนูไปไหนไม่บอกแม่อีก ถึงเป็นเด็กดีแม่จะไม่ยอมให้กินไอติมแล้วนะคะ”

ยองแจวางท่าจริงจังเพื่อให้ลูกรู้ว่าเขาเอาจริงนะ

เจสซี่เห็นแม่ดุก็พยักหน้าหงึก ทำเป็นก้มหน้าก้มตาสงบเสงี่ยม

“ได้ค่ะ เจชชี่ยอม”

ช่างพูดนักนะ!

            “ไปเล่นกันต่อดีกว่าค่ะ อยากไปเล่นอะไรต่อคะ”

            ยองแจถามลูกสาวที่ยังกอดแม่อยู่ เจสซี่ไม่ยอมเดิน เงยหน้ามองแม่

“แม่หายโกดยังคะ” เจสซี่กลัวแม่โกรธ ไม่อยากให้แม่ไม่รัก

“แม่ไม่ได้โกรธค่ะ แม่แค่เป็นห่วงหนูมากๆ แม่รักเจสซี่นะคะ แม่ไม่อยากให้เจสซี่หายไปไหน เข้าใจไหมคะ”

            ยองแจลูบผมลูกสาวเบามือแล้วยิ้มให้ เจสซี่พยักหน้าเข้าใจ ยิ้มแป้น

            “เจชชี่ก็ยักแม่น้า”

            “แม่รู้จ้ะ”

 

 

 

“เก่งนี่นาเจสซี่” ยองแจเอ่ยกับลูกสาว แปลกใจที่แกมีทักษะปีนป่ายมากกว่าที่ตนคิด ยัยลูกสาวปีนหน้าผาจำลองไปถึงจุดสูงสุดได้ด้วย

ลูกสาวแม่ก็แข็งแรงมากเลยนะเนี่ย ดูท่าจะเล่นกีฬาได้ดี

“ฉะหนุกมากๆ เยยค่ะแม่”

            แม่หนูที่แก้มแดงปลั่งทั้งที่สนามเด็กเล่นติดเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำวิ่งมาหาแม่ ยองแจยิ้มให้ย่อตัวลงรับลูกสาวที่วิ่งมาอยู่ในอ้อมแขน

            “เบื่อหรือยังครับ ถ้าเบื่อก็กลับได้นะ ไว้แม่จะพามาอีก

            ยองแจให้ลูกสาวนั่งตัก เจสซี่ส่ายหน้า

“อยากเย่นอีกค่ะ แต่หนูหิวแย้วอ่า”

“ยัยลูกหมูของแม่ เดี๋ยวแม่พาไปหาอะไรกินก่อนค่อยมาเล่นต่อเนอะ”

“ค่า”

ยองแจพาลูกสาวไปหาเครื่องดื่มและขนมกินที่คาเฟ่ในสนามเด็กเล่น  ที่นั่งหายากเหลือเกินเพราะผู้คนมาใช้บริการเยอะ

“คนเต็มร้านเลยลูก เราลงไปหาอะไรทานชั้นหนึ่งกันไหมคะ”

“ค่ะ”

 

 

 

ยองแจพาลูกสาวไปหาอะไรทาน ก็ไปได้ร้านบิงซูน่าอร่อยร้านหนึ่งที่เหลือโต๊ะว่างพอดี ด้วยยัยหนูอยากกินของหวานมากกว่าของคาว ระหว่างกินกันไปคุยกันไปสองคนแม่ลูก เจสซี่ก็นึกถึงคุณปู่คนหนึ่งขึ้นมาได้

“แม่ขา”

“ครับลูก”

“เจชชี่ได้เย่นของเย่นฟีด้วยแหยะ”

“เล่นของเล่นฟรี? ที่ไหนคะ ที่สนามเด็กเล่นเหรอ ฟรียังไงคะ แม่จ่ายค่าบัตรแล้วนะ”

ยองแจเท้าคางมองลูกสาวที่นั่งข้างกัน เจสซี่ประคองน้ำแข็งราดช็อคโกแลตคำเล็กเข้าปาก

“ใช่ค่ะ คุงปู่ให้เย่นฟี”

“ปู่ที่ไหนคะ หนูคุยกับคนแปลกหน้าเหรอ”

พอแม่เสียงเข้มขึ้นมาอีก เจสซี่ก็รีบส่ายหน้า

“หนูไม่ได้คุยค่า คุงปู่เค้าพูดเอง”

“ปู่ที่ไหน มาให้หนูเล่นฟรีทำไม เขาเอาของมาล่อเพื่อจะพาหนูไปจากแม่น่ะสิ จำที่แม่สอนไม่ได้เหรอคะว่าโลกเรามีคนใจร้ายที่ชอบจับเด็กไปจากพ่อแม่นะ”

ยองแจเอ่ยไปก็ใจหายไป แค่เขาคลาดสายตาไม่นาน ลูกสาวก็เจอคนแปลกหน้ามาคุยอะไรด้วยไม่รู้

“เค้าเป็นเจ้าของที่นี่นะ”

“เจ้าของ?”

“อืมเค้าเป็นเป็น..ปาทาน” เจสซี่เอานิ้วแตะคาง พยายามนึกถึงสิ่งที่คุณปู่บอก

“ปาทาน..ประธานเหรอ?” แม่ลองเดา ยัยหนูพยักหน้าหงึก

“ใช่ๆ! ปาทานค่ะ”

“เจ้าของห้างจะมาให้หนูเล่นฟรีทำไมคะ”

“หนูเป็นเด็กดีไงคะ”

ยองแจมุ่นคิ้วน้อยๆ ลูบหัวกลมของลูกสาวแล้วหยิบโทรศัพท์มาเข้าอินเทอร์เน็ตเสิร์ชหาเจ้าของห้างสรรพสินค้าแห่งนี้

พอเห็นข้อมูลที่ขึ้นมาหน้าจอยองแจก็ตัวชาไปหมดเมื่อเห็นว่าห้างสรรพสินค้านี้อยู่ในเครือของธุรกิจของใคร

โรเบิร์ต หวัง พ่อของผู้ชายคนนั้น

ทำไมพ่อของผู้ชายสารเลวนั่นถึงได้มานึกเอ็นดูลูกสาวของเขาขนาดให้เล่นของเล่นฟรี อีกฝ่ายคงไม่รู้อะไรหรอกใช่ไหม

ไม่หรอก..ไม่มีทางรู้แน่ ถ้ารู้คุณหวังคงไม่ใจดีกับเจสซี่แน่นอน

ยองแจหน้าเผือดสี ตกอยู่ในห้วงความคิดของตนจนมาสะดุ้งเมื่อรู้สึกถึงความเย็นที่ริมฝีปาก

“แม่ไม่กินหยอคะ”

“กินจ้ะ..กิน” ยองแจอ้าปากรับของหวานเย็นเข้าปาก ยังรู้สึกใจคอไม่ดีอยู่เลย

“นี่เจสซี่คะ คนนี้หรือเปล่าคะที่หนูคุยด้วย”

ยองแจหันจอมือถือที่มีรูปโรเบิร์ตให้ยัยหนูดู เจสซี่เอียงคอมองแล้วพยักหน้า

“ใช่ค่ะ”

“หนูคุยอะไรกับคนนี้บ้างคะ”

“ก็..” เจสซี่เล่าให้แม่ฟังทุกอย่าง พอฟังจบยองแจก็แทบจะยกมือกุมศีรษะ

 

 

 

 

“แกอ่ะคิดมาก ยัยหนูน่ารักจะตาย ใครเห็นก็เอ็นดู”

แบมแบมตบบ่าเพื่อนปุบๆ แต่ยองแจก็ไม่ได้มีสีหน้าดีขึ้นเลยสักนิด

“ฉันกังวลนะแบม”

“ฉันเข้าใจ แต่ก็แค่บังเอิญเจอ แล้วตอนนั้นแกไม่ได้อยู่กับเจสซี่ยังไงเขาก็ไม่รู้ว่าเจสซี่คือหลานเขา ก็เหมือนเรา เวลาไปไหนแล้วเจอเด็กน่ารักเราก็อยากเล่นอยากคุยด้วยไง”

“ชอบแล้วต้องให้เจสซี่เข้าสนามเด็กเล่นฟรีเหรอ”

“ฉันจะไปเข้าใจความคิดคนรวยได้ยังไงล่ะ แค่ให้เด็กคนนึงเล่นฟรีเขาไม่ล่มจมหรอก”

“ต่อไปฉันจะไม่ไปเหยียบห้างนั้นอีก”

ยองแจถอนหายใจ นั่งลงบนโซฟาที่ยังมีพลาสติกห่อหุ้ม คนงานยังเดินเข้าออกร้านเพื่อเก็บงานให้เรียบร้อย

แต่ถึงรอบข้างไม่เงียบยองแจก็อยากระบาย

“ตามใจแก รู้อย่างนี้ฉันจะได้ไม่ไป นี่ก็กะจะพาไม้ไปเดินเล่นสักหน่อย”

พอเพื่อนเอ่ยถึงลูกยองแจก็มองหาหลานชาย แบมแบมนั่งลงข้างเพื่อน

“ไม้ไปไหนล่ะ”

“ไปซื้อน้ำมาให้ช่าง”

“อ่อ” แล้วยองแจก็เงียบไป

แบมแบมเห็นเพื่อนเงียบก็ชวนคุยไปเรื่องอื่น

“ปีหน้าเจสซี่ก็เข้าอนุบาลแล้วนะ ตกลงจะให้เข้าที่ไหน แกเลือกได้หรือยัง”

“คงให้เจสซี่เรียนโรงเรียนฉันนั่นล่ะ”

ยองแจคิดว่าถ้าลูกสาวเข้าโรงเรียนเดียวกับที่ตนสอนอยู่ คงรับส่งสะดวกกว่า โรงเรียนที่เขาสอนอยู่มันก็ดี เป็นโรงเรียนรัฐบาลที่มีชื่อเสียง

“แต่ฉันคิดว่าให้เรียนที่เดียวกับไม้ดีไหม”

“ตกลงแบมจะให้ไม้ย้ายโรงเรียนจริงๆ เหรอ”

“อืม พี่มาร์คให้ย้ายน่ะ โรงเรียนใหม่ก็ดี”

“มันก็ดี แต่ค่าเทอมแพงมากเลย ขนาดแผนกมัธยมยังแพงมาก ไม่อยากจะคิดเลยว่าอนุบาลจะแพงขนาดไหน ฉันไม่ไหวหรอกแบม”

พี่มาร์คแม้อยู่ไกลก็ยังหาโรงเรียนมาให้แบมแบมเลือกให้ลูก ปรึกษากันมานานหลายเดือนแล้ว และก็คุยเรื่องเข้าเรียนให้เจสซี่ด้วย ยองแจเกรงใจพี่มาร์คมากเลย ไม่ว่าจะเรื่องอะไรพี่มาร์คคิดถึงเจสซี่เสมอเลยล่ะ

“ไม่ไหวไม่เห็นต้องซีเรียสเลย เรื่องค่าเทอมก็ให้พี่มาร์คจ่ายสิ แกลองคิดดู แกเองก็ต้องสอนพิเศษด้วย เลิกงานก็ค่ำ ไปทำก็เช้ามาก มันวุ่นวาย เรื่องไปกลับก็ให้เป็นธุระไม้เถอะ”

“ไม่คิดบ้างหรือว่าพอขึ้นมอต้นไม้ต้องมีกิจกรรม มีชมรม จะให้มาคอยดูแลเจสซี่ตลอดก็ไม่ได้นะแบม”

“โรงเรียนที่ไม้จะเข้าอยู่ใกล้ร้านเสื้อฉัน ฉันไปรับส่งไม้กับเจสซี่สะดวกกว่าแกชัวร์ โรงเรียนแกไกล๊ไกล ถ้าแกติดธุระยัยหนูไม่ต้องรอเหงกอยู่กับแกจนมืดค่ำเหรอ”

“แต่ว่า..

“งั้นถามไม้เลยแล้วกัน พี่ไม้มาหาแม่หน่อย” แบมแบมเห็นลูกชายกลับมาพอดีก็รีบเรียกให้มาหา

เด็กชายที่ตัวสูงขึ้นมาก เห็นความหล่อชัดเจนว่าได้พ่อกว่า70% หันมองแม่เล็กน้อยก็ก้าวยาวๆ ไปทางกลุ่มคนงาน ส่งน้ำถุงใหญ่ทั้งน้ำอัดลม เครื่องดื่มเกลือแร่ กาแฟ และน้ำปั่นให้ทุกคนเอาไปเลือกกันว่าใครสั่งอะไร

“มีอะไรครับ” ไม้เดินมาหาแม่ แบมแบมดึงไม้ลงนั่งด้วยกัน

“ถ้าแม่ให้เจสซี่เข้าโรงเรียนเดียวกับไม้ปีหน้า ไม้จะดูน้องให้พี่ยองแจได้ไหม” แบมแบมจริงจัง

“ได้สิครับ ตกลงพี่ยองแจให้ยัยตัวเล็กเข้าที่เดียวกับไม้แล้วเหรอ ดีจัง! ไม้จะได้ไม่ต้องห่วง ยัยตัวเล็กยิ่งน่ารักอยู่ ต้องมีคนมาจีบแน่เลยอ่ะ ไม้หวงของไม้ ให้น้องไปอยู่กับไม้อ่ะดีแล้วครับ”

มาร์ตินยิ้มกว้างด้วยความยินดี แบมแบมไหวไหล่ ทำสีหน้าประมาณว่า เห็นไหมล่ะ ใส่ยองแจ

“พี่กลัวจะรบกวนไม้นะลูก ขึ้นมอต้นก็เป็นหนุ่มแล้วนะ ไม้ไม่อยากอยู่กับเพื่อน ไม่อยากมีเวลาไปทุ่มให้ชมรมเหรอครับ”

ยองแจเอ็นดูไม้ที่เขารักน้องแต่ไม่อยากรบกวนไม้เท่าไร

ถึงอยู่กันมานานหลายปี อีกทั้งสองคนนี้ก็พี่น้องกัน แต่ช่วงวัยที่ต่างกันมากยองแจก็กลัวว่ามาร์ตินอาจจะอยากมีโลกส่วนตัวเหมือนเด็กที่กำลังจะเข้าสู่วัยรุ่นทั่วไป ไม่อยากขลุกกับยัยหนูตลอดเวลาเหมือนที่ผ่านมาแต่ขัดแม่ไม่ได้

“ไม่เป็นไรครับ ไม้ดูแลยัยตัวเล็กได้สบายมาก เรื่องกิจกรรมไม้อาจไม่เข้าอ่ะครับถ้าไม่น่าสนใจมากพอ ไม้อยากอยู่เฉยๆ เรื่องเพื่อนก็ต้องดูก่อนว่าเพื่อนใหม่เป็นไง ถ้ารับเรื่องไม้ติดน้องไม่ได้เป็นแค่เพื่อนร่วมห้องก็พอแล้วมั้งครับ”

“ขอบใจนะไม้”

“ครับ แล้วนี่ยัยตัวเล็กไปไหนอ่ะครับ” ไม้มองซ้ายมองขวา ยองแจชี้ไปชั้นสองของร้าน

“พี่ให้น้องขึ้นไปนอนกลางวันข้างบนน่ะจ้ะ ข้างล่างเขาทำงานกันวุ่นวาย”

“ไม้ไปหาน้องก่อนนะครับ มีอะไรก็โทรเรียกแล้วกันเดี๋ยวไม้ลงมา”

“อย่าไปกวนน้องนะ”

“ผมจะไปนอนเล่นเกมน่าแม่ ไม่กวนน้องหรอก”

พี่ไม้หอมแก้มแม่จนแก้มบุ๋มแล้วก็ผละไป ยองแจมองตามแผ่นหลังไม้

“ไม่ต้องห่วงหรอกยองแจ ไม้มันคงเป็นแบบนี้ไปจนโตแหละ อีกหน่อยยองแจจะต้องห่วงว่าเมื่อไหร่ไอ้พี่ไม้จะเลิกหวงน้องให้น้องมีแฟนเหมือนคนอื่นเขา”

แบมแบมเอ่ยกลั้วหัวเราะ ยองแจมองค้อน

“แหม เจสซี่ยังเด็กอยู่เลยนะ”

“เด็กสมัยนี้โตไวจะตายไป”แบมแบมเอนหลังพิงพนักโซฟา มองช่างทำงาน ยองแจมองร้านที่ตกแต่งใกล้เสร็จเรียบร้อยแล้ว

“ตกลงวันเปิดร้านพี่มาร์คมาได้ไหม”

ยองแจรู้ว่าก่อนหน้านี้พี่มาร์คแบ่งรับแบ่งสู้ว่าจะมาเกาหลีใต้ได้ไหม เพราะงานยุ่งมาก

“ไม่รู้สิ ยังไม่บอกเลยว่ามาได้หรือเปล่า มาไม่ได้ก็อย่ามาเลย เสียเวลาบินไปมา เหนื่อยจะตาย”

แบมแบมไม่ซีเรียสหรอก

นี่ก็ใจอ่อนให้ไปตั้งนานแล้ว กลับมาเรียกกันเหมือนก่อนแล้วด้วย แต่แบมแบมก็ไม่คิดหรอกว่าจะมีวันได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก แค่พี่เขามาหาลูกบ้าง ติดต่อลูกสม่ำเสมอ แค่นี้แบมแบมก็พอใจแล้วล่ะ

 

 

 

 

4 ปีต่อมา

 

ชายหนุ่มที่ยืนมองความสับสนวุ่นวายของการจราจรเบื้องล่างจากชั้นที่ 37 ดึงความสนใจจากภาพแสงไฟมากมายมาสนใจจอโทรศัพท์มือถือในมือ

เป็นเบอร์ต่างประเทศที่คุ้นเคย

“ว่าไงโมนิก”

<นอนดึกนะ>

“มีอะไรว่ามา เธอรู้เวลาไม่ใช่เหรอว่าตอนนี้ฉันยังไม่นอน”

<ไม่มีอารมณ์คุยเล่นเลยนะ ช่วงนี้งานหนักเหรอ ถ้าเหนื่อยก็พักบ้าง>

“ฉันจะเป็นยังไงก็ช่างเถอะ”

แจ็คสันไม่อยากฟังคำบ่นปนความห่วงใยยืดยาวจากอดีตภรรยา

<ฉันจะแต่งงาน>

นี่ก็เข้าเรื่องไวเกินไปแล้วโมนิก้า!

“เมื่อไร กับไอ้หน้าจืดนั่นน่ะนะ?”

<ตบปากเดี๋ยวนี้ เขาจะหล่อหรือไม่หล่อในสายตานายก็ช่าง แต่สำหรับฉันเขาหล่อมาก>

“หล่อที่ใจ ปิดไฟก็โอเคล่ะสิ”

<นายมีเรื่องหงุดหงิดใช่ไหม ถึงได้มากวนประสาทฉันเนี่ยห๊ะ!>

แจ็คสันเริ่มขำออกเมื่อยั่วโมโหโมนิก้าได้ ในเมื่อเขาไม่มีความสุข คนอื่นก็ไม่ควรมีเกินหน้าเกินตาสิ

“แต่งเมื่อไร”

<รอปรึกษาก่อน แต่เขาขอฉันแต่งงานแล้วล่ะ อยากให้นายมางานด้วย>

“ก็อยากไปนะ รอวันที่แน่นอนจากเธอก่อนแล้วกันจะได้ดูตารางงาน”

<นายแทบไม่ว่างเลยใช่ไหม โหมทำงานหนักเกินไปหรือเปล่า ทำแต่งานมาหลายปีได้มองหารักใหม่บ้างหรือยัง>

แจ็คสันถอนหายใจ ขยับตัวจากเท้าราวระเบียงเป็นพิงหลังกับระเบียง มองเข้าไปในเพ้นท์เฮ้าส์

“นี่เธอจะแต่งงานหรือมีความรักใหม่ก็เรื่องของเธอ อย่ามายุให้คนอื่นมีตาม”

<ใช้ชีวิตโสดสบายเลยสิ>

“ชั่วครั้งชั่วคราวก็สบายใจดี”

<นายนี่น่าสงสารจริงๆ เออ แล้วเรื่องที่จะย้ายกลับเกาหลีนี่จริงเหรอ>

“จริงสิ”

<ถาวร?>

“อาจจะ”

<แล้วที่ไทยใครดูแลต่อ>

“พอมองๆ ไว้บ้างแล้ว ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางและกำลังไปได้ดีมากๆ  จะให้ใครมาทำก็ไม่เป็นไรแล้วล่ะ”

<นายจะกลับเกาหลีใต้แบบนี้คุณพ่อคงดีใจมาก>

“คงงั้น”

<แจ็คสัน มีเรื่องอะไรก็ระบายได้นะ>

“ไม่มีหรอก”

<จริง?>

“จริงสิ”

<ถ้านายยืนยันว่าจริงฉันจะเชื่อ ฉันหวังว่าจะได้เจอนายอีกครั้งในงานแต่งงานนะ>

“อื้ม ดีใจด้วยนะ ผู้ชายคนนั้นเป็นคนดี”

<ดีกว่านายมาก>

“ฟังเธอเหน็บแบบนี้แล้วอยากแช่งให้เลิกกันก่อนจะได้แต่ง” แจ็คสันหมั่นไส้นัก

<อ๊าย! หยุดนะ ปากเสียจริงๆ ฉันไม่คุยด้วยแล้ว!>

แจ็คสันสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อจู่ๆ เมียเก่าก็กระแทกเสียงใส่แล้ววางสายไป

ก็ไม่แปลก เขาไปกวนอวัยวะเบื้องล่างโมนิก้าก่อน

หย่ากันได้สองปีโมนิก้าก็จะแต่งงานใหม่ซะแล้ว คิดไปก็อิจฉาอยู่ลึกๆ

ตั้งแต่แยกกันอยู่และเลิกรากันไปเจ็ดปี แจ็คสันและโมนิก้ายังติดต่อกันสม่ำเสมอ จะเรียกว่าในตอนนี้โมนิก้าเป็นเพื่อนที่แจ็คสันสนิทด้วยที่สุดเลยก็ว่าได้ เพื่อนที่เคยคบตอนสมัยเรียนก็ห่างหายไปตามภาระหน้าที่ ยิ่งเขาเอาแต่ทำงานอยู่ต่างประเทศอย่างนี้เพื่อนฝูงยิ่งห่างหาย คนที่คบกันเพราะธุรกิจยังเจอกันมากกว่าเพื่อนจริงๆ เสียอีก

เจ็ดปี..เขาย้ายมาอยู่ประเทศไทยเจ็ดปีแล้วนะเนี่ย นานมากเหมือนกัน นานจนบางครั้งนึกขึ้นมาได้แจ็คสันก็ยังประหลาดใจว่าตนเองอยู่ตามลำพังมาขนาดนี้ได้ยังไง

 

 

 

แจ็คสันวางสายจากโมนิก้าแล้วก็ไปอาบน้ำเพื่อพักผ่อน แต่เพียงเดินเข้ามาในห้องนอนก็มีสายโทรเข้าอีกแล้ว

ขยันโทรกันมาจริงๆ

“ครับคุณพ่อ”

<แกหาวันเวลาที่แน่นอนได้หรือยัง>

“ขอเคลียร์งานและส่งมอบอีกสักเดือนครับ”

<อีกเดือนนึงนะ>

“คุณพ่อคงไม่คิดจะโทรมาเพื่อย้ำเรื่องนี้อย่างเดียวใช่ไหมครับ”

<ไม่หรอก ฉันจะโทรมาเรื่องคนที่อยากให้แกได้รู้จัก อีกสองเดือนจะเรียนจบจากฝรั่งเศส>

“จะหาเมียให้อีกแล้วเหรอครับ ผมเพิ่งหย่ากับโมนิกไปไม่นานเองนะ”

<เรื่องหย่านั่นฉันยังเคืองแกอยู่นะ ทำอะไรกันไม่ปรึกษาสักคำ>

“คุณพ่อก็รู้ว่าเป็นการแต่งเพื่อธุรกิจ จะหย่าก็ไม่แปลกนี่ครับ”

<ก่อนหย่าแกน่าจะมีหลานให้พ่อสักคน อายุอานามแกมันก็สมควรมีแล้วนะ>

“ผมกับเขาไม่ได้รักกัน จะมีลูกให้เป็นห่วงพันธะกันไปทำไมล่ะครับ”

<ฉันอยากมีหลานไว้สืบทอดธุรกิจนะแจ็คสัน>

“คุณพ่อจะข้ามขั้นไปทำไม มีผมแล้วนี่ไงครับ”

<เพราะมีแกเป็นลูกชายคนเดียวของฉันนี่ไง ฉันถึงอยากมีหลานสักคน เกิดวันนึงแกทำงานหนักเส้นเลือดในสมองแตกตายไปฉันก็ยังมีหลานเอาไว้เป็นตัวแทน>

แจ็คสันเบื่อเหลือเกินกับความต้องการและคาดหวังของพ่อ เขาเริ่มเหนื่อยแล้วนะที่ต้องทำทุกอย่างที่พ่อแม่ต้องการ แม้มันจะแลกมาด้วยทุกอย่างที่เขาต้องการก็ตาม

“คุณพ่ออยากให้ผมแต่งงานใหม่เพื่อมีหลานให้คุณพ่อใช่ไหมครับ”

<อยากให้แกมีคนดูแลด้วย เราดูแลธุรกิจได้ ดูแลคนอื่นๆ ได้ แต่ตัวเราไม่มีคนดูแลมันใช้ได้ที่ไหน>

“ผมดูแลตัวเองได้ครับ”

<เรื่องนั้นฉันรู้>

“รู้แล้วก็อย่ากดดันผมสิครับ”

<ตอนนี้แกมีทุกอย่างแล้วนอกจากครอบครัวนะแจ็คสัน>

“ผมก็มีคุณพ่อคุณแม่แล้วไงครับ”

<อย่ามาทำไขสือ มันคนละครอบครัวกัน>

“รอผมกลับไปเกาหลีใต้แล้วเราค่อยคุยเรื่องนี้กันอีกทีได้ไหมครับ”

<ระหว่างนี้ ก่อนจะกลับแกก็คิดดูแล้วกัน>

“ครับ ผมจะคิดเรื่องคนที่คุณพ่ออยากให้รู้จักดู”

<ดีมากไอ้ลูกชาย>

แจ็คสันคุยกับพ่ออีกนิดหน่อยก็จบการสนทนา

ชายหนุ่มนั่งลงบนปลายเตียง สีหน้าท่าทางไร้อารมณ์ ไร้ความสุข ดูเหน็ดเหนื่อย

มันอะไรกัน ทั้งโมนิก้า ทั้งคุณพ่อ พร้อมใจกันมาคุยเรื่องนี้กับเขา เขายังไม่สามสิบสักหน่อยจะให้รีบมีครอบครัวไปถึงไหน แค่เรื่องงานก็เครียดจะตายแล้วจะให้มาเครียดเรื่องไม่เป็นเรื่องอีกทำไม เขาไม่อยากแต่งงาน ไม่อยากมีการผูกมัดอะไรตอนนี้

คราวแต่งงานกับโมนิกคงเรียกว่ามีครอบครัวไม่ได้หรอก ไม่ได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันสักนิด

ครอบครัว

จู่ๆ แจ็คสันก็คิดถึงคนที่ไม่ควรคิดถึงขึ้นมา

จู่ๆ แจ็คสันก็คิดถึงคนรักเก่า ชเวยองแจ

ไม่สิ..เขาไม่ได้คิดถึงชเวยองแจ แต่คิดถึงชเวแจยอง

เจสซี่..เด็กคนนั้น ป่านนี้คงโตจนเข้าประถมได้แล้ว น่าจะเจ็ดแปดขวบแล้วมั้ง

ดวงตาคมที่ไร้อารมณ์เริ่มมีประกายขึ้นเมื่อคิดอะไรบางอย่างได้

ในเมื่อคุณพ่ออยากได้หลานและเขาก็มีลูกอยู่แล้วคนหนึ่ง เขาไม่จำเป็นต้องฝืนใจแต่งงานรอบสองกับคนที่ไม่รู้จักก็ได้นี่ ไม่จำเป็นต้องแต่งงานก็ทำให้คุณพ่อสมหวังได้

แจ็คสันอยากกลับเกาหลีใต้ซะวันนี้พรุ่งนี้เลย!

 

 

TBC.

**

ใครน้าความจำสั้น จำความเลวตัวเองไม่ได้เลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 755 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,297 ความคิดเห็น

  1. #3281 My April (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:44
    เป็นเรื่องที่พระเอกเ-้ยมากที่สุดตั้งแต่เคยอ่านมา เพราะเรื่องอื่นมันยังมีช่วงเวลาตอนที่ทำความผิดว่ามีจิตสำนึกหรือความลังเลบ้าง หรือแม้แต่ผ่านไปช่วงเวลานึงก็ต้องมีจิตสำนึกขึ้นมาบ้าง แต่เรื่องนี้คือที่สุดของความเ-้ย ไม่มีสำนึก เห็นแก่ตัว ไม่มีความเป็นคน แม้เวลาจะเปลี่ยน ช่วงวัยจะเปลี่ยน คาเรกเตอร์แบบนี้ไม่ควรเป็นพระเอกนะ มันเกินเยียวยาไป
    #3,281
    0
  2. #3185 Markmark_tuan1a (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 08:38
    ก็รู้ว่าเป็นพระเอกแต่หนังหนาไปรึเปล่า เฮอะ!🙄
    #3,185
    0
  3. #3128 thiyadanook-1234 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 18:09
    อย่ามาทำไขสือนะ!!! คนบว้าา
    #3,128
    0
  4. #3061 youngjaenuna (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 22:39
    อ้าวแจ็ค ทำอะไรไว้เยอะแยะ อยู่ดีๆคิดจะมาอยากได้ลูก เกินไปนะ นี่ถ้ามาแย่งๆแบบไม่อ่อนโยนกับยองแจคือเดือดเลยนะบอกเลย ขอให้เจสซี่ไม่รัก!!!!!
    #3,061
    0
  5. #3059 bombomkonsuey (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 00:10
    เกลียดอ่ะ เมื่อก่อนไม่เคยจะมาดูดำดูดีตอนนี้จะมมอะไรอีก
    #3,059
    0
  6. #2864 N_udaen_G (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 23:35
    แจ็คสันอย่าทำตัวเลวแบบนี้เลย สำนึกได้แล้วนะ!
    #2,864
    0
  7. #2780 My love markbam (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 12:52
    แจ็คอย่ามาคิดขโมยแจสซี่นะ
    #2,780
    0
  8. #2631 lovefic9397 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:49
    ชอบอะ555555ใครระความจำสั้น 5555
    #2,631
    0
  9. #2603 gene_pa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:17
    เกลียดแจ็คสัน
    #2,603
    0
  10. #2563 Friendship_Lee (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 10:26
    ไม่ต้องยุ่งกับยองแจกับเจสซี่ได้ไหม ให้ลุงมาร์คเปย์คนเดียวพอ แจ็คสันไม่ต้องยุ่งได้ป่าว
    #2,563
    0
  11. #2537 FERN36380 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 00:45
    อิหอก โมโห เห็นแก่ตัวสัสสุด
    #2,537
    0
  12. #2484 _DARKGHOST_ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 22:07
    เหอะ ทำเค้าขนาดนี้ยังมีหน้ามายุ่งด้วยอีกนะ ได้ข่าวว่าเคยบอกไปแล้วไม่ใช่หรอว่าจะไม่มายุ่งด้วยอะ
    #2,484
    0
  13. #2352 Poo_Army I love jinkook (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 08:22
    รู้สึกสับสนอายุของจัวละครอ่ะ มันแปลกๆหรือเราคิดมากว่ะ
    #2,352
    1
    • #2352-1 Min Mine(จากตอนที่ 9)
      6 พฤศจิกายน 2561 / 14:31
      อันนี้ตอนท้ายๆที่เป็นพาร์ทของจส คือมัน 4 ปีต่อมาแล้วค่ะ
      #2352-1
  14. #2288 PrincessDark (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 07:00
    หมั่นไส้อิพี่แจ็คอ่ะ
    พี่ไม้น่ารักกกกกหวงน้องสาวด้วย พี่มาร์คกะแบมก็น่ารัก
    #2,288
    0
  15. #2256 WangJimung (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 13:18

    ถ้าพิแจ็คไปขู่แย่งลูกนะเราจะโกรธพิแจ็คแล้ว ปล.อยากเห็นน้องแฝดของปมนยอง

    #2,256
    0
  16. #2220 Pantikar007 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 12:46
    แจ็คสันฉันเกลียดนาย
    #2,220
    0
  17. #2214 dejawooo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 03:20
    คิดง่ายยยยยไปหมด ตอนนั้นก็โยนว่าเป็นความผิดเขา ไม่อยากยุ่งเกี่ยว พอเห็นว่าเขามีประโยชน์ก็จะกลับไปหาเขาอีก แจ็คสันนะแจ็คสัน เจ็ดปีที่ผ่านมาเธอไม่ได้สำนึกเลยเหรอ มันน่าใช้ก้านมะยมฟาดนักนะ! เจสซี่หนีไปลูก หนีไปปปป
    #2,214
    0
  18. #2194 BongkotFgfy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 23:06
    ไม่ได้!ฉันไม่ให้แกกลับไปแจ็คสันฉันจะเหมาไฟล์บินของทุกสนามบินเลยค่อยดูหึหึหึ
    #2,194
    0
  19. #2133 Ladavanh (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 07:06

    หืมมมอิแจ็กสันนายลืมไปแล้วหรือไงว่าทำอะไรไว้กับพวกเขาบ้าง ตัวเองเป็นคนไม่ต้องการเจสซี่ตั้งแต่แรกแท้ๆ ตอนนี้ทำมาเป็นอยากได้ หึ ยองแจเขาคงยอมยกให้นายง่ายๆมั้ง สมองนะมี คิดสิคิด อย่าโง่

    #2,133
    0
  20. #2122 Goodgirl (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 22:56
    แหมมม อิคุณแจ๊คสันนน เรื่องเลวๆที่ทำไว้เนี่ย ไม่มีเล้ยยย กลับไปเขาคงยอมให้เข้าใกล้น้องเจสซี่ได้ง่ายๆเลยสินะคะคุณหวัง!
    #2,122
    0
  21. #2118 SSMMTBB (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 22:03
    เราจะไปขโมยกล่องดำเครื่องบินไม่ให้อีพี่แจ็คมันกลับเกาเลย
    #2,118
    0
  22. #2094 PTK_KHM (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 16:43
    โลกกลมว้อยยยย
    #2,094
    0
  23. #2088 Harukim (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 00:41
    ทำไมแจ๊คสันถึงเป็นคนแบบนี้จะกลับไปรักกับยองแจยังไงไม่เห็นทางเลย
    #2,088
    0
  24. #2000 SehunMark (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 15:50
    พระเอกเลวที่สุดที่เคยอ่านมา 555555555
    #2,000
    0
  25. #1977 Ilo_harlveen (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 01:11
    ถ้าทำอะไรเลวๆอีกจะไล่ออกจากทำเนียบพระเอกแล้วนะ!
    #1,977
    1
    • #1977-1 ilada5294(จากตอนที่ 9)
      7 พฤษภาคม 2561 / 20:02
      ++++++
      #1977-1