สต็อกพร้อมส่ง(GOT7) พันธะปฏิพัทธ์ Jackjae Ft.Markbam Bnior (mpreg)

ตอนที่ 7 : Chapter 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,210
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 589 ครั้ง
    19 ต.ค. 61

 

 





            ยองแจรู้ซึ้งถึงความเป็นแม่อย่างแจ่มแจ้งก็ตอนได้ลงมือเลี้ยงลูกเองแทบจะ 24 ชั่วโมงนี่เอง เพราะตอนอยู่โรงพยาบาลน้องมีพยาบาลคอยช่วยดูแลให้ แต่ยองแจก็เรียนรู้การดูแลทารกมาจากโรงพยาบาลก่อนพาน้องกลับบ้านด้วยแล้วล่ะ

            แบมแบมเองก็ช่วยยองแจได้เยอะมากในเรื่องต่างๆ ที่ยองแจควรรู้ แล้วยังช่วยเลี้ยงเจสซี่ให้เป็นบางครั้งด้วยเวลาไม่ต้องไปทำงานเพื่อให้เขาได้พักบ้างสักหน่อย

องแจคิดภาพไม่ออกเลยว่าถ้าเขาไม่มีแบมแบมจะเป็นอย่างไร ชีวิตเราสองแม่ลูกคงลำบากกว่านี้มาก

 

 

 

ร่างบางเพิ่งจะงีบหลับไปได้ไม่ถึงชั่วโมงก็ต้องลุกมาดูลูกสาวในเปลอีกครั้ง ยองแจค่อยๆ อุ้มลูกสาวที่ถูกห่อตัวด้วยผ้าสองชั้นให้อบอุ่นเหมือนตอนอยู่ในท้องแม่ขึ้นมาแนบอก ยัยหนูร้องไห้อีกแล้ว

กิจวัตรประจำวันยันประจำคืนของเจสซี่วนเวียนอยู่ไม่กี่อย่าง

นอนแล้วก็ตื่น กินนม แล้วก็นอน ยังไม่อิ่มก็กินต่อ แล้วก็เรอ  สบายท้องก็นอนต่อ อึ พอสบายแล้วแม่ก็จับอาบน้ำซะเลย ระหว่างอาบน้ำก็หาว ง่วงอีกแล้ว ร้องไห้งอแง แล้วก็โดนแม่จับห่อตัวเหมือนดักแด้  จับใส่เปลนอน ตื่นมาก็เปลี่ยนผ้าอ้อม แหวะนม สะอึก แล้วก็สะอึกกก กินนมแม่..วนไป เปลี่ยนผ้าอ้อม นอน

กลางคืนก็ไม่จบ ทุกอย่างฉายซ้ำ ยังต้องกินนม ร้องไห้ อุ้มเรอ เปลี่ยนผ้าอ้อม..ทั้งคืน!

คุณพระคุณเจ้า นี่คือสิ่งที่ยองแจต้องทำทั้งวันทั้งคืนมาตลอดสองอาทิตย์แล้ว นอกจากเลี้ยงลูกยังต้องดูแลบ้านด้วย เพราะเขาไม่ได้ทำงานแล้ว กว่าจะได้ไปสอบสมัครงานครูก็ต้องรอยัยหนูได้สักสามเดือนก่อน เท่ากับตอนนี้ยองแจอยู่บ้านแบมแบมฟรีๆ และยองแจเกรงใจเพื่อนมากทั้งที่แบมแบมไม่ว่าอะไรเลย

ไอ้การที่แบมแบมทำแบบนั้นล่ะยองแจยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเอาแต่รับมากไป พอพูดตรงๆ แบมแบมก็ไม่สนใจจะฟังอีก

พอจะจ่ายค่าน้ำค่าไฟและค่าที่อยู่ด้วยเงินที่แจ็คสันเคยทิ้งไว้ให้ ยองแจก็โดนแบมแบมด่าเอาอีก บอกว่าไม่รับเงินที่ได้มาจากแจ็คสันเด็ดขาด ยองแจจึงไม่รู้จะทำยังไงดี

ตอนที่พายัยหนูกลับมาบ้านได้สามวันแล้วแบมแบมเห็นสภาพอดนอนของเขา แบมแบมบอกว่าจะจ้างแม่บ้านมาช่วยทำงานบ้าน แต่ยองแจยืนกรานว่าไม่ต้อง แบมแบมเลยเสนอให้จ้างพี่เลี้ยงเด็กมาช่วยแทนแต่ยองแจปฏิเสธไป เพราะเขาอยากเลี้ยงลูกเอง แม้จะเหนื่อยก็เถอะ

“เจสซี่..หม่าม๊าง่วงจังเลยลูก”

ยองแจอุ้มลูกสาวที่กินนมเดินไปเดินมาภายในห้องที่ปิดไฟมืดเหลือเพียงไฟสีส้มอ่อน ไฟนี่แบมแบมก็เปลี่ยนให้ บอกว่าน่าจะดีกว่าไฟสีขาว

ยองแจร้องเพลงกล่อมยัยหนูระหว่างให้นมไปด้วยเบาๆ แกจะได้หลับเร็วๆ และแม่จะได้นอนด้วย

 

 

 

ร่างบางในชุดทำงานถอดรองเท้าหนังแล้วสวมสลิปเปอร์ เดินขึ้นไปชั้นบน ผ่านห้องลูกชายก็เปิดดูสักหน่อย ไม้ยังคงหลับสนิทบนเตียงลายการ์ตูน

แบมแบมก็อยากจะเข้าไปหาลูกอยู่หรอก อยากหอมก่อนนอนสักหน่อย แต่มีกลิ่นเหล้าติดตัวแบบนี้คงไม่ใช่ความคิดที่ดี

พอออกจากห้องไม้แบมแบมก็ไปที่ห้องยองแจต่อ ลองเปิดประตูดูก็พบว่าไม่ได้ล็อกเลยเปิดเข้าไปแง้มๆ

“กลับมาแล้วเหรอ” ยองแจทักคนที่ชะโงกเข้ามาดูในห้อง

“คืนนี้แกได้หลับบ้างหรือยัง” แบมแบมถามเสียงเบากลัวหลานตื่น

“นิดหน่อย แต่โอเค”

“โอเคบ้าอะไรสภาพแกโคตรไม่โอเคเลย” ยองแจดูอิดโรยมากอ่ะ

“ไหวเหอะ แบมไปอาบน้ำและนอนได้แล้ว”

“ขอไปอาบน้ำก่อนจะมาช่วยดูให้”

“ไม่เป็นไร ใกล้หลับแล้ว” ยองแจยิ้มให้แบมแบม ช่างเป็นรอยยิ้มที่เหนื่อยล้า ซึ่งแบมแบมเข้าใจความรู้สึกนั้นอย่างลึกซึ้งเลยทีเดียว

ยองแจในตอนนี้โตพอจะมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ ปรับตัวรับสภาพได้ แต่แบมแบมในวัย 14-15 ที่ต้องดูแลลูกทั้งที่ต้องทำงานด้วยนั้น..ยอมรับอย่างไม่อายว่าเคยเผลอตีไม้ในวัยทารกด้วย

มันเป็นภาวะที่กดดันเกินกว่าเด็กคนหนึ่งจะรับไหวน่ะ แม้จะตีไปแค่สองครั้งแต่แบมแบมรู้สึกผิดมาจนตอนนี้ มาคิดย้อนไปช่างเป็นโชคดีของไม้ที่รอดจากการช้ำตายคามือแม่มาได้

แบมแบมกลับห้องไปอาบน้ำแล้วกลับมาที่ห้องยองแจอีกครั้ง ยองแจกำลังเอายัยหนูลงเปลพอดี

“ไปนอนที่ห้องฉันสักสองสามชั่วโมงเถอะ ฉันจะคอยดูยัยหนูให้เอง”

“ถ้าแบมจะนอนก็ไปปลุกนะ”

“เออ”

พอแบมแบมนั่งบนเตียงตน ยองแจก็เดินออกจากห้องไปนอนห้องแบมแบม

           

 

 

 

 

            ยองแจตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อแบมแบมมาปลุกและเอายัยหนูมาส่ง หันมองหานาฬิกาในห้องจึงพบว่าตนนั้นได้นอนเกินสามชั่วโมงเสียอีก

            “สายป่านนี้แล้วเหรอ ทำไมแบมเพิ่งมาปลุกล่ะ นี่อยู่จนเช้าเลยเหรอ” ยองแจรีบลุก กระวีกระวาดไปรับลูกสาวจากเพื่อนมาอุ้ม ยัยหนูหาวพร้อมแบมแบมเลย

            “ไม่เป็นไร ต้องไปส่งไม้ที่โรงเรียนอยู่แล้ว”

            “แม่! ไม้กินข้าวเสร็จแล้ว แม่ลงมาเร็วๆ”

            เสียงร้องเรียกของลูกชายดังขึ้นมาถึงชั้นบน แบมแบมกลอกตาพลางบอกยองแจว่า นั่นไงล่ะ

            ยองแจอมยิ้ม มองเพื่อนที่เดินไปหยิบเสื้อคลุมแขนยาวในตู้มาสวมทับชุดนอน หาวหวอดเพราะความง่วงอีกรอบแล้วหยิบกระเป๋าลงไปหาลูก

            ยองแจเดินออกจากห้องเพื่อน ตามแบมแบมลงบันไดไปชั้นล่าง ได้ยินเสียงไม้บ่นแม่อีกแล้ว

“แม่ใส่ชุดนอนไปส่งไม้อีกละ”

“แฟชั่นชุดนอนกำลังมาแกไม่รู้รึไง เขาใส่ชุดนอนออกจากบ้านกันทั้งนั้นแหละ ดาราฮอลลีวู้ดยังใส่เลย”

“แม่คิดว่าแม่สวยเท่าดาราฮอลลีวู้ดเหรอ”   

            “ฉันมั่นใจของฉันก็แล้วกัน เอ๊ะ! ไอ้พี่ไม้ แม่บอกให้ชมว่าหล่ออย่างเดียวไง!

“หุ..พี่กันต์คนหล่อความรู้สึกช้าจังเลย” ไม้หัวเราะคิกคัก แบมแบมเท้าเอว

“เอานิสัยกวนประสาทนี่มาจากใครห๊ะ!

            “แม่ก็เลี้ยงไม้มาคนเดียวเนาะยังจะถามอีก”

            “โอ๊ย! ไม่เถียงด้วยแล้ว รีบใส่รองเท้าเลย ลีลาจริงๆ เดี๋ยวรถติดก็สายหรอก”

            ยองแจยืนฟังสองแม่ลูกที่เอะอะมะเทิ่งกันได้ทุกวันกว่าจะได้ออกไปโรงเรียน อดขำไม่ได้

            วันนี้แบมแบมเถียงแพ้ลูกแฮะ

 

 

 

 

 

            ยองแจให้นมยัยหนูเสร็จก็ค่อยๆ วางลูกสาววัยหนึ่งเดือนลงบนที่นอนเด็กในห้องนั่งเล่น จับลูกสาวนอนตะแคงแล้วพับผ้าผืนเล็กๆ หนุนไว้ที่หลัง

            ร่างบางอาศัยเวลาที่เจสซี่หลับทำงานบ้าน ปั๊มน้ำนมเก็บไว้ และหาข้าวกิน

            จากที่เคยทำอะไรช้า ตอนนี้ยองแจทำทุกอย่างได้รวดเร็วและคล่องแคล่วขึ้นแล้ว เพราะกลัวยัยหนูตื่น ทำงานแข่งกับเวลา

            ขณะทำอาหารที่แบมแบมบอกว่าช่วยเพิ่มน้ำนมอยู่ในครัว ก็มีแขกมาบ้าน

            ยองแจมองวิดีโอดอร์ เห็นว่าเป็นพี่จินยองก็รีบเปิดประตูให้

            “พี่จินยองมาแต่เช้าเลย มีอะไรหรือเปล่าครับ”

            “เจสซี่ล่ะ”

            “นอนหลับในห้องนั่งเล่นครับ พี่กินข้าวมายังยัง ยองแจกำลังทำข้าวเช้าเลย”

            “ข้าวเช้าตอนสิบโมงเนี่ยนะ?” จินยองมองนาฬิกาข้อมือของตน ยองแจพยักหน้า

“เพิ่งทำงานบ้านเสร็จครับ”

            จินยองรับรู้แล้วก็เดินไปหาหลาน ปล่อยให้ยองแจไปกินข้าว

            ยองแจรีบทำก็รีบยกไปกินที่ห้องนั่งเล่นเพราะไม่อยากเสียมารยาทปล่อยพี่จินยองนั่งคนเดียว

            แม้พี่จินยองจะมาที่บ้านบ่อยๆ แต่อาทิตย์นี้มาแทบทุกวันเลย

            ยองแจอยากถามมากเลยว่าพี่เป็นอะไรหรือเปล่าแต่ยังไม่กล้าพอ บางครั้งก็ดูเงียบๆ บางครั้งก็ดูหงุดหงิด ยิ่งตอนคุยโทรศัพท์เวลาพี่แจบอมโทรมายิ่งดูหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก

            พี่จินยองกับพี่แจบอมมีปัญหาอะไรกันหรือเปล่านะ

            ยองแจกินข้าวพลางเหลือบมองพี่จินยองที่นั่งถอนหายใจ

“จะดูทีวีไหมครับ”           

            “ไม่ล่ะเดี๋ยวเจสซี่ตื่น”

สายตาของพี่จินยองที่ทอดมองยัยหนูนั้นช่างอ่อนโยนแต่ก็แฝงความเจ็บปวดเอาไว้ด้วย

            “พี่มีอะไรไม่สบายใจก็คุยกับยองแจได้นะครับ” ยองแจค่อยๆ เกริ่น ลองถามดู

            คิ้วสวยของคนถูกถามมุ่นเข้าหากันทันที

            “พี่ทะเลาะกับแจบอมทุกวันเลยช่วงนี้”

            “มีปัญหาอะไรกันเหรอครับ”

            “ก็เรื่องเดิมๆ พ่อแม่แจบอมมากดดันพี่อีกแล้ว และที่น่าเจ็บใจที่สุดคืออะไรรู้ไหม ตอนไปบ้านอาทิตย์ก่อนแม่ผัวดันหาคนมาอุ้มท้องแทนให้แล้วด้วย!

            จินยองที่นั่งไขว่ห้างยกแขนขึ้นมากอดอก ท่าทางอารมณ์เสียและเจ็บใจน่าดู

            “พี่จินยองเอ่อ แต่ว่า พี่แจบอมเขาก็ไม่เคยยอมรับภรรยาน้อยที่แม่หาให้ไม่ใช่เหรอครับ เพราะฉะนั้นก็ไม่น่าจะต้องไปใส่ใจนะ หรือว่าครั้งนี้พี่เขายอม”

            ยองแจถามอย่างระมัดระวังไม่ให้ไปกระตุ้นต่อมโมโหของพี่จินยองเพิ่ม

            “มันไม่ใช่เมียน้อย”

            “งั้นคืออะไร อุ้มบุญอะไรประมาณนั้นเหรอ”

            “อืม”

            ….

            “มันยิ่งทำให้พี่คิดมากนะว่าตัวพี่ผิดปกติ แค่จะมีลูกกับเขาสักคนยังทำไม่ได้เลย แม่งน่าโมโห”

            ความรู้สึกเจ็บช้ำที่สั่งสมมาหลายปีเริ่มถูกกะเทาะออกเพราะเหตุการณ์นี้ แม่ของแจบอมทำกับเขาเกินไป

            ยองแจวางจานข้าวบนโต๊ะ ลุกไปนั่งข้างพี่จินยอง จับมือเขาเป็นเชิงปลอบเมื่อเห็นว่านัยน์ตาเรียวเริ่มมีน้ำตาเอ่อ

            “อย่าคิดแบบนั้นสิครับ พี่ยังอายุไม่มากสักหน่อย ยังมีโอกาสท้องได้นี่นา”

            “พี่ไม่หวังแล้วล่ะว่าจะมีวันนั้น พี่เลยยอมให้แม่แจบอมทำอย่างที่อยากทำไปเลย”

            “เอ๊ะ! พี่ยอมเหรอ ทำไมล่ะครับ แล้วพี่แจบอมว่ายังไงบ้าง” ยองแจตกใจและประหลาดใจ ไม่คิดว่าฝ่ายที่ยินยอมจะเป็นพี่จินยองเสียเอง

            “ตอนแรกก็ปฏิเสธ แต่พอพี่ยืนยันหนักๆ เข้าว่ายอมเขาก็เลยยอมตาม ทำเหมือนประชด แล้วก็มาไม่พอใจใส่พี่ทั้งที่พี่หรือเปล่าที่ควรไม่พอใจ พี่ยอมเพราะพี่ทนไม่ไหวแล้วไงยองแจ พี่ไม่อยากทนให้พ่อแม่แจบอมมองพี่ด้วยสายตาเหมือนพี่ไม่คู่ควรเป็นสะใภ้เขา คนพวกนั้นทำให้พี่รู้สึกว่าพี่ทำให้แจบอมคิดผิดที่มาแต่งงานกับพี่”

            จินยองระบายทั้งน้ำตา ยองแจขยับเข้าไปกอดไหล่บาง ลูบไปมา

“พี่แจบอมเขาอาจจะไม่อยากให้พี่ยอมแพ้ตอนนี้หรือเปล่าครับ พี่เขาอยากมีลูกที่เกิดจากพี่ ไม่ใช่ลูกเขาที่เกิดจากคนอื่น”    

“แล้วจะให้พี่ทำยังไง ก็พี่ท้องไม่ได้นะยองแจ! แม้จะพยายามแค่ไหนพี่ก็เป็นแม่คนกับเขาไม่ได้!

ยองแจมองคนที่ร้องไห้โฮอย่างสงสารจับใจ ดึงจินยองมากอดแล้วลูบหลัง

ความกดดันและความเจ็บปวดของพี่จินยองนั้นยองแจรับรู้ได้จนพลอยเศร้าไปด้วย

สวรรค์เล่นตลกอะไรนักหนานะ ทำไมคนดีๆ อย่างพี่จินยองถึงต้องเจอเรื่องแบบนี้ด้วยล่ะ เขาไม่เข้าใจเลย ทำไมบางคนถึงมีลูกได้ยากแสนยากทั้งที่อยากมีใจแทบขาด

มันไม่ยุติธรรมเลย

 

 

 

 

 

 

“มีคนบอกว่าพี่มาดื่มที่นี่หลายคืนแล้ว เดี๋ยวนี้งานการไม่ทำ เมียก็ไม่ดูแลแล้วหรือไง”

ร่างสูงหันมองน้องชายคนสนิทที่นั่งลงบนเก้าอี้สูงข้างกัน

“ไม่ทำงานก็กลับไปอยู่กับลูกซะสิ มาเสนอหน้าตรงนี้ทำไม”

แบมแบมฟังก็รู้ว่าพี่แจบอมเจ็บปวดเมื่อเอ่ยคำว่าลูกออกมา

ใช่ว่าแบมแบมไม่รู้ว่าระยะนี้พี่จินยองและพี่แจบอมมีปัญหากันบ่อย แต่พอได้ฟังเรื่องน่าช็อคจากยองแจ เขาก็อดห่วงไม่ได้จึงต้องตามมาดูพี่แจบอมเสียหน่อย

ทิ้งร้านตัวเองมานั่งดื่มในบาร์เล็กๆ พี่คงไม่อยากให้ใครมารบกวนจริงๆ แต่แบมแบมปล่อยไว้ไม่ได้หรอก

แบมแบมสั่งเหล้าจากบาเทนเดอร์หนุ่มแล้ววางแขนกับบาร์ เอ่ยเบาๆ

“ได้ข่าวว่าจะมีลูกแล้วเหรอ”

คำถามของแบมแบมทำให้แจบอมแค่นหัวเราะอย่างขมขื่น

“เป็นเรื่องที่โคตรจะน่ายินดีเลยใช่ไหม”

“ไม่อยากทำอย่างนั้นแล้วทำไมถึงยอมตกลงล่ะ”

“เพราะพี่ปล่อยให้จินยองทรมานมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้วไงล่ะ”

แจบอมไม่ถามหรอกว่าแบมแบมไปรู้อะไรมา และรู้ได้ยังไง คนเล่าคงไม่พ้นจินยอง

แบมแบมไม่ได้เอ่ยอะไร เพียงถอนหายใจแล้วยกเครื่องดื่มขึ้นจิบ รอฟังแจบอมระบาย

“จินยองยืนยันว่าจะทำอย่างที่แม่พี่บอกทั้งที่ตัวเองก็เจ็บจะตายอยู่แล้ว แกจะให้พี่ปฏิเสธยังไง จินยองไม่สู้ต่อแล้วพี่จะทำอะไรได้”

“เป็นคนกลางมันลำบากใจฉันรู้ แต่ถ้าไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำสิ พี่น่าจะหนักแน่นกว่านี้”

แจบอมซบหน้ากับฝ่ามือ สะอื้นอย่างเจ็บปวด

“พี่มีความลับที่ไม่เคยบอกให้จินยองรู้มาก่อน จนมีเรื่องบ้าๆ นี่พี่ก็ไม่กล้าบอกเขา..

“อะไร..                        

“จินยองเป็นคนมีลูกยากอยู่แล้ว หลังจากแท้งลูกคนที่สองหมอฮึก..หมอเคยบอกว่าโอกาสที่จินยองจะตั้งท้องได้อีกมีไม่ถึง 20%..

น้ำตาลูกผู้ชายไหลอาบแก้ม แจบอมเล่าความเป็นจริงที่แสนเจ็บปวดให้แบมแบมฟัง ร่างบางตกตะลึงกับความลับนั้น

“พี่รอปาฏิหาริย์มาหลายปี รอว่าโอกาสเพียง 20% นั้นจะเป็นของเรา..

….

“แต่โลกนี้ไม่มีปาฏิหาริย์หรอกแบมแบม”

“พี่แจบอม..

“พี่ไม่ไหวว่ะแบม พี่บอกเขาไม่ได้ จินยองรู้สึกว่าตัวเองมีปมด้อยมากพอแล้ว จินยองคิดว่าตัวเองผิดปกติมาตลอด ที่ผ่านมาเวลาเห็นเขาอยู่กับไม้หรืออยู่กับเด็กคนอื่นและรู้แก่ใจว่าเขามีความหวังว่าสักวันตัวเองจะมีบ้างพี่ยิ่งอยากร้องไห้ แม่งเจ็บนะ”

แบมแบมจับบ่ากว้าง อยากปลอบใจแต่ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ

“การที่เราไม่มีลูก..พี่อยากให้ตัวเองเป็นสาเหตุ ไม่ใช่ตัวจินยอง”

ความทุกข์ของแจบอม ถ้าใครไม่เคยเผชิญคงไม่มีวันเข้าใจ

 

 

 

 

 

“คนเรามันก็มีปัญหาคนละอย่างนะ หนักหนาต่างกันในแต่ละคน”

ยองแจมองเพื่อนที่พูดพลางถอนหายใจ มองไปทางลูกชายที่กำลังเฟสทามกับพ่อ

“ฉันคิดว่าเราเจอกันหนักแล้วนะ นี่พี่จินยองและพี่แจบอมเจอหนักกว่าอีก”

ยองแจได้ฟังความลับของพี่แจบอมจากแบมแบมแล้ว อดสงสารและหนักใจแทนคู่นั้นไม่ได้ แบมแบมบอกไม่ให้เขาพูดให้พี่จินยองฟัง ถึงแบมแบมไม่ห้ามนึกหรือว่าเขาจะเผลอพูดทำร้ายจิตใจพี่จินยองได้

“มีลูกแต่ไม่มีผัวกับมีผัวแต่มีลูกกับผัวไม่ได้ อย่างหลังก็หนักกว่าจริงๆ นะพี่ไม้อย่าใกล้น้องมากเดี๋ยวน้องตื่น ถ้าเจสซี่ตื่นแม่จะตีแกนะ”

แบมแบมปรามลูกที่นอนกลิ้งกับพื้นอยู่ใกล้น้องน้อยที่นอนหลับ เพื่อให้พ่อได้เห็นตนและน้องพร้อมๆ กัน

“ครับ” มาร์ตินกลิ้งตัวไปอีกทางห่างๆ น้องตามที่แม่สั่ง

“แล้วพี่เขาจะไปโรงพยาบาลกันเมื่อไร”

“อีกสองสามวันมั้ง เวลาพี่จินยองมาบ้านแกช่วยใส่ไฟเปลี่ยนใจไม่ให้เขาไปได้ไหม ฉันหมั่นไส้แม่พี่แจบอมมากเลยว่ะ ไม่อยากให้สมหวัง”

แบมแบมนั่งขัดสมาธิบนโซฟา กอดหมอนอิง พูดอย่างใส่อารมณ์ ยองแจส่ายหน้าระอาคนที่ดูอินไปหมด

“ถ้าทำอย่างนั้นพี่จินยองก็น่าสงสารน่ะสิ”

“น่าสงสารตั้งแต่มีแม่ผัวแบบนั้นแล้ว”

“แบมก็มีลูกชายนี่ ถ้าลูกสะใภ้มีหลานไม่ได้จะทำยังไง” ยองแจพยายามเข้าใจทุกด้าน มองในหลายๆ มุม

“ต้องดูก่อนว่าปัญหาอยู่ที่ใคร ถ้าเป็นที่ลูกสะใภ้ก็คงปล่อยไป ใครจะไม่อยากมีลูกกับคนที่ตัวเองรักล่ะ แต่ถ้าเป็นที่ไอ้พี่ไม้ จะไล่ให้เมียมันไปหาผัวใหม่”

ยองแจอดหัวเราะไม่ได้ สงสารหลานจริงๆ เลย ขนาดเรื่องสมมติแม่ยังใจร้ายกับไม้เลยนะ

“ความคิดแบมแบมก็ไม่ต่างกับแม่สามีพี่จินยองหรอก แค่เปลี่ยนจากสะใภ้เป็นลูกตัว”

“อ่าวเหรอ”

“อื้อ”

“แม่ พ่อจะคุยด้วย” ไม้กลิ้งมาหาแม่แล้วยื่นโทรศัพท์ให้ทั้งที่นอนอยู่บนพื้น แบมแบมใช้เท้าเขี่ยลูกชายอย่างหมั่นไส้ปนเอ็นดู

“กำลังทำตัวเป็นไม้ถูพื้นอยู่เหรอไม้”

“ใช่ พี่ยองแจจะได้ไม่ต้องเหนื่อยถูพื้นไงครับ”

ทั้งยองแจและคนในโทรศัพท์หัวเราะพร้อมกันกับฝีปากของสองแม่ลูก

แบมแบมทั้งขำทั้งฉุนเจ้าลูกชายตัวดี ก่อนจะคุยกับมาร์ค

“มีอะไรล่ะคุณ”

<คิดถึง>

“ขอบใจ แล้วน้องชายคุณตายไปรึยัง”

<นี่อยากรู้เองหรือยองแจให้ถาม>

“ถามเอง อยากรู้ว่าคำสาปแช่งของฉันแรงพอไหม”

ยองแจหัวเราะน้อยๆ แบมแบมนี่อาฆาตแรงกว่าเขาเยอะเลย

<ไม่รู้สิ ช่างหัวมัน ไม่นับมันเป็นน้องมานานแล้ว>

“แหม ออกตัว กลัวโดนเหมารวมล่ะสิ”

<พี่เป็นคนดีกว่าเยอะบอกเลย>

“เป็นคนดีที่ไข่ทิ้งไว้ในท้องคนอื่นตั้งใบนึง”

<ก็รู้สึกภูมิใจหน่อยๆ นะ>

“ยองแจเอาไปคุยไป รำคาญ” แบมแบมยื่นมือถือให้ยองแจแล้วลุกไปหาขนมในครัวมากิน ยองแจที่เผลอขำกลั้นขำแทบไม่ทัน

<สวัสดีครับยองแจ>

“สวัสดีครับพี่มาร์ค”        

<พี่เขินยองแจมากเลย>

“ทำไมล่ะครับ”

<ยองแจน่ารักแล้วยังพูดเพราะกับพี่ด้วย พูดเพราะกว่าแบมแบมเยอะเลย คุยกับคนนั้นทีไรรู้สึกอ่อนอกอ่อนใจ>

มาร์คเหนื่อยใจจนยองแจอดหัวเราะไม่ได้ คนอีกซีกโลกก็ดีใจที่เห็นยองแจหัวเราะอย่างสดใสได้บ้าง

“เดี๋ยวยองแจจะฟ้องแบมนะ”

<ฟ้องไปเถอะ พี่โดนด่าจนชินแล้วครับ ว่าแต่ยองแจสบายดีไหม เป็นไงบ้าง ดูแลยัยหนูเหนื่อยมากหรือเปล่า>

มาร์คห่วงใยน้องสะใภ้จากใจจริง ยองแจถอนใจ ยิ้มให้กับจอ

คำถามแบบนี้มันน่ามาจากปากพ่อของลูกมากกว่าลุงของลูกนะ แต่ทำยังไงได้พ่อดันเลว

“สบายดีครับ ผ่านมาเดือนนึงก็เริ่มชินแล้ว ถึงเหนื่อยหน่อยแต่มีความสุขดีครับ”

<มีอะไรให้ช่วยก็บอกพี่นะ ไม่ต้องเกรงใจ คิดซะว่าจะเป็นพี่ช่วยหรือแบมแบมช่วยก็เหมือนกัน ไม่ต้องคิดว่าพี่เกี่ยวข้องกับใคร>

มาร์คพูดราวกับรู้ใจยองแจ

“ขอบคุณมากครับ”

<พี่มีความสุขจังเลยที่มีน้องสะใภ้น่ารักอย่างยองแจ ขอให้ความน่ารักของยองแจเผื่อแผ่ไปถึงแบมแบมบ้างนะ จะได้ใจอ่อนเรียกพี่ว่าพี่สักที>

“มากไปแล้วมาร์คต้วน คุณกำลังซื้อตัวเพื่อนฉันไปเป็นพวกเหรอ ชมอยู่นั่น”

แบมแบมมาทันได้ยินพอดี นั่งลงข้างยองแจเอียงหน้าไปดูจออีกคน

<หึงล่ะสิ>

“คิดเองเก่งจังเลยคนเรา ยองแจอย่าไปคุยด้วยมากนะ”

“ทำไมล่ะ พี่มาร์คน่ารักออก” ยองแจพยายามไม่มีอคติกับมาร์คมานานตั้งแต่ลูกคลอด จนตอนนี้ก็คุยกับอีกฝ่ายได้อย่างสนิทใจแล้ว

จะว่าไปพี่มาร์คก็น่าสงสารนะ แบมแบมใจแข็งอ่ะ

“โดนล้างสมองไปแล้วเหรอยองแจ!

<พอยองแจพูดความจริงก็จะมีบางคนรับไม่ได้น่ะนะ>

“กลับไปทำงานไป”

<ขอคุยกับไม้อีกหน่อยสิ>

“ไม้มาเอาพ่อแกไปเร็วๆ”

ไม้ที่กำลังต่อเลโก้ฐานทัพขนาดใหญ่ลุกขึ้นแล้ววิ่งมาอย่างเร็ว แล้วก็เอามือถือไปคุยกับพ่อและเล่นต่อ

นี่ของเล่นใหม่ พ่อโอนเงินมาให้แล้วบอกว่าอยากได้อะไรก็ให้แม่พาไปซื้อล่ะ พ่อน่ารักที่สุด ไม้จะได้ไม่ต้องขอเงินแม่ แม่จะได้ไม่ต้องเหนื่อยเก็บเงินแล้ว

“กวนประสาทจริงๆ แล้วก็ขยันโทรมาได้ทุกวี่ทุกวัน” แบมแบมหยิบขนมใส่ปาก ดูไม่สบอารมณ์

“เราว่าก็พอกันนั่นแหละ ถึงคบกันได้แล้วมีไม้ออกมา” ยองแจหยิบขนมมากินบ้าง

เขาว่าไม้นี่ถอดพ่อแม่มาได้เป๊ะมากจริงๆ ทั้งหน้าตาทั้งนิสัยใจคอ เหมือนกันจนน่ากลัวแล้ว

พอได้เห็นไม้ที่ได้พ่อแม่มามากขนาดนี้ยองแจยอมรับว่าบางทีตัวเองก็กลัวนะ กังวลว่าโตไปเจสซี่จะเหมือนแจ็คสัน ไม่ว่าจะหน้าตาหรือนิสัยยองแจก็ไม่อยากให้ลูกเหมือนผู้ชายคนนั้นหรอก

ถึงแม่ไม่ใช่คนดีนัก แต่ก็ขอให้หนูเหมือนแม่คนเดียวพอนะลูก

 

 

 

 

 

หญิงกลางคนร่างสูงเพรียว ผมยาวตรงจดบ่าสีน้ำตาลแดง สวมชุดเดรสสีดำปาดไหล่กระโปรงสอบที่ตัดเย็บพอดีกับรูปร่างสมส่วน ก้าวยาวๆ บนรองเท้าส้นสูงสีขาวไปหาลูกชายที่เพิ่งมาถึงโรงพยาบาล

 “ทำไมมาช้านัก!” ใบหน้าสวยที่แต่งแต้มเครื่องสำอางเบาบางฉายความไม่พอใจชัดเจน

“ผมมาก็ดีแล้วนะครับแม่”

“คงไม่ใช่ว่าช้าเพราะเมียแกหรอกนะ” คุณนายอิมปรายตาไปมองคนที่เดินตามลูกชายมา เดินช้านวยนาดอยู่ได้ เห็นแล้วรำคาญตา

“ช้าเพราะผมเอง เลิกหาเรื่องจินยองสักทีเถอะครับ” แจบอมตัดบทก่อนแม่จะหาเรื่องมาต่อว่าเมียตนอีก

จินยองโค้งให้แม่สามีแต่อีกฝ่ายกลับเบือนหน้าหนี

บรรยากาศระหว่างแม่สามีและลูกสะใภ้ตึงเครียดขึ้นมาทันที จินยองกอดอก ถอนหายใจ พยายามระงับอารมณ์ให้นิ่งที่สุด

ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าดีแค่ไหนแล้วที่ตั้งแต่แต่งงานมาเขาไม่ต้องย้ายไปอยู่บ้านพ่อแม่สามี  ไม่เช่นนั้นคงได้เป็นโรคประสาทจนต้องเข้าโรงพยาบาลจิตเวช

“ที่จริงแกมาคนเดียวก็ได้นะ เมียแกไม่เห็นต้องมาเลย”

ยูจินเดินเคียงไปกับลูกชาย เอ่ยอย่างไม่ลดเสียงเหมือนจงใจให้จินยองที่เดินตามมาได้ยิน

“อ่าวแม่ ลูกผมกับจินยอง ไม่ให้จินยองมาได้ยังไงล่ะ”

“ใช้แค่ดีเอ็นเอแกไง ไม่ต้องใช้ของเมียแกมาผสมก็ได้”

“ถ้าแม่พูดอย่างนี้ผมกลับแล้วนะ” แจบอมเริ่มไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ เขายอมให้ขนาดนี้แล้วแม่ยังจะต้องการอะไรอีก

“แล้วมันไม่จริงหรือไง ในเมื่อไม่ได้อุ้มท้องเองอยู่แล้วนี่”

“ก็แค่ฝากอุ้มท้อง ยังไงลูกก็ต้องมีDNAของจินยองด้วยสิ”

“ถ้าใช้ของเมียแกด้วยคงได้ผลอยู่หรอก ขนาดตอนอยู่ในตัวเมียแกยังท้องไม่ได้เลย จะฝากไปอยู่ในท้องคนอื่นฉันคงได้หลานหรอก ถ้าทำแล้วไม่ติดจะทำยังไง”

“แม่! พูดอะไรคิดถึงใจจินยองบ้างสิครับ!

จินยองกำมือแน่นจนเล็บจิกลงไปในเนื้อ

เขาจะทนไม่ไหวแล้วนะ

ร่างบางหยุดเดิน เครียดจนปวดหัว หลายวันมานี้เขาเครียดเรื่องนี้จนไมเกรนขึ้น นี่ยังต้องมารับฟังคำพูดแย่ๆ จากแม่สามีอีก เกินจะทนจริงๆ

จินยองยันมือไว้กับกำแพง หลับตาลง มวนท้องจนอยากจะอ้วก

แค่ไมเกรนก็พอแล้ว อย่าถึงกับเครียดลงกระเพาะเลย ไม่อยากโดนโรครุมเร้า

แจบอมเมื่อไม่ได้ยินเสียงเดินตามก็หันกลับมาดูจึงพบว่าจินยองนั้นกำลังทรุดลงนั่งยองด้วยสีหน้าไม่สู้ดีอยู่

“จินยอง! เป็นอะไรไป” ร่างสูงรีบวิ่งมาหาภรรยา ย่อกายลงนั่งแล้วโอบไหล่ไว้

ยูจินหันมาดูตามเสียงของลูกชาย พอเห็นสภาพสะใภ้ก็กอดอก ร้องเฮอะ ก้าวตรงมาหาทั้งคู่

“เป็นอะไรไปอีกล่ะ เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่เลย คิดจะเรียกร้องความสนใจหรือไงจินยอง”

“แม่ครับ! แค่ดูหน้าจินยองก็น่าจะรู้แล้วนี่ครับว่าเป็นจริงไม่ได้แกล้ง”

“ปุบปับไม่สบาย เป็นเร็วจริงๆ แม่นัดหมอไว้นะ หมอสูติฯคนนี้คิวแน่นจะตาย รีบพยุงเมียแกตามมาได้แล้ว พบหมอเสร็จค่อยพาไปให้หมออื่นดู”

ยูจินเอ่ยเสียงเรียบ ดูไม่สบอารมณ์ ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปทางเดิม นำหน้าไปก่อน

“เป็นไงบ้างจินยอง” แจบอมถามภรรยาด้วยความเป็นห่วง จินยองส่ายหน้า ฝืนยิ้มให้

“คงเครียดเกินไปน่ะ ไม่เป็นไรหรอก”

“เพราะแม่แท้ๆ เลย” แจบอมเห็นสีหน้าซีดเผือดของภรรยาแล้วนึกเคืองมารดาที่ไม่เคยพูดจาถนอมน้ำใจจินยองเลย

ตอนแต่งงานกันปีแรกๆ แม่ก็รักและเอ็นดูจินยองอยู่หรอก แม้ไม่มีลูกแม่ก็ช่วยดูแลและทำทุกทางให้จินยองและเขาสมหวัง แต่พอผ่านเรื่องราวน่าเศร้าอย่างแท้งลูกไปแม่ก็เริ่มเปลี่ยนไป แม่กล่าวโทษว่าจินยองเป็นแม่ที่แย่เพราะไม่สามารถรักษาลูกไว้ได้ แต่รอยร้าวนั้นก็ยังไม่ใหญ่พอ มันมาหนักขึ้นเมื่อเสียลูกคนที่สองไปและจินยองก็ไม่มีท่าทีจะท้องอีกเลยแม้จะใช้แพทย์ช่วยมากแค่ไหนแล้วก็ตาม

เวลาสิบปีที่เฝ้ารอและต้องเสียหลานไปสองคน แม่โยนความผิดทั้งหมดไปให้จินยองทั้งที่สาเหตุมันไม่ได้เกิดมาจากจินยองอย่างเดียว

“ช่างเถอะ ฉันชินแล้ว แม่คุณก็เป็นแบบนี้มานานแล้วนี่”

“ลุกไหวไหม” จินยองพยักหน้า แจบอมช่วยพยุงภรรยาให้ลุกขึ้น

 

 

 

 

 

 

            แพทย์หญิงวัยกลางคนดูผลตรวจร่างกายของจินยองและแจบอมทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ ก่อนจะกดดูย้อนผลการรักษาของจินยองเป็นพิเศษ

            “ครั้งนี้คุณบอกว่ามาเพื่อตรวจร่างกายและมีความประสงค์จะทำเด็กหลอดแก้วโดยฝากให้ญาติตั้งครรภ์ให้ใช่ไหมคะ”

            “ใช่ค่ะ” ยูจินรู้หรอกว่าจ้างคนอื่นผิดกฎหมาย แต่ถ้าเป็นญาติกันก็ไม่มีปัญหา

            “ดิฉันว่าไม่จำเป็นหรอกค่ะ เพราะคุณจินยองตั้งครรภ์ได้ 10 สัปดาห์แล้ว ยินดีด้วยนะคะ”

            ทั้งสามคนตกตะลึงกับคำพูดของคุณหมอ ก่อนแจบอมจะได้สติเป็นคนแรก

“จริงเหรอครับหมอ! ภรรยาผมท้องจริงๆ เหรอ!?

“จริงค่ะ แต่ค่อนข้างน่าเป็นห่วง

คำพูดต่อมาของคุณหมอทำให้รอยยิ้มของทั้งสามเลือนลง จินยองใจหาย วาบลึกในอกเพราะความกลัว

“อะไรเหรอครับที่น่าเป็นห่วง”

“สุขภาพของคุณค่ะ ความเครียดส่งผลต่อเด็กในครรภ์โดยตรง หมอเกรงจะเกิดภาวะแท้งคุกคาม เพราะคุณเคยแท้งมาแล้วสองครั้งด้วย”

ต้นตอของความเครียดหันขวับมาทางทางจินยองที่ยกมือกุมท้องตัวเอง

“เธอเครียดอะไรนักหนาจินยอง ทำไมไม่รู้จักดูแลตัวเองบ้าง เคยท้องมาตั้งสองครั้งแล้วยังไม่รู้ตัวเหรอว่าครั้งนี้ตัวเองท้อง ถ้าหลานฉันเป็นอะไรไปอีกจะทำยังไง”

ยูจินทั้งดีใจที่กำลังจะมีหลานและเคืองสะใภ้

พอมารดาเอ่ยเช่นนั้นแจบอมก็อดทนไม่ไหวอีกต่อไป

“แม่นั่นล่ะครับที่ทำให้จินยองเครียด ขนาดหมอเพิ่งพูดไปแม่ยังไม่เลิกว่าจินยองอีกเหรอ เมื่อกี้ที่จินยองปวดหัวแล้วทรุดตรงทางเดินนั่นก็เพราะคำพูดของแม่นะ ที่จินยองและผมเครียดเป็นเพราะสิ่งที่แม่บังคับให้เราทำนั่นล่ะ! และถ้าครั้งนี้เกิดอะไรขึ้นกับลูกผม แม่จะมาโทษว่าเป็นความผิดของจินยองฝ่ายเดียวไม่ได้แล้วนะครับ”

ยูจินชะงัก จะพูดอะไรบางอย่างกับลูกชายแต่ก็ตัดสินใจไม่พูด หันกลับไปทางคุณหมอ

“ต้องทำยังไงคะหลานฉันถึงจะปลอดภัย”

“ต้องให้คนไข้หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เครียดค่ะ ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว”

ยูจินหน้าชาเลยทีเดียวที่คุณหมอเอ่ยเช่นนั้น คุณหมอยังคงยิ้มและหันไปทางแจบอมกับจินยอง

“หมอขออัลตร้าซาวด์หน่อยนะคะ”

 

 

 

แม้จะได้เข้ามาในห้องอัลตร้าซาวด์เป็นครั้งที่สามแล้วแต่แจบอมและจินยองก็ยังคงตื่นเต้นอยู่ดี โดยเฉพาะแจบอมที่ไม่คิดว่าจะเกิดปาฏิหาริย์ขึ้นมาจริงๆ

คุณหมอวนเครื่องมือบนท้องจินยองไปมา ภาพในครรภ์ปรากฏบนจอ

“เอ๊ะ..” คุณหมอชะงัก ทั้งแจบอมและจินยองที่กำลังจับจ้องไปยังลูกที่ฉายบนจอหันไปทางคุณหมอพร้อมกันทั้งคู่

“มีอะไรเหรอครับหมอ ลูกผมมีอะไรผิดปกติเหรอ” จินยองถามอย่างร้อนใจ จับมือแจบอมไว้แน่น

“ค่ะ เป็นการตั้งครรภ์แบบผิดปกติ คุณท้องลูกแฝดค่ะ”

คำว่าลูกแฝดทำให้จินยองและแจบอมตกใจ

“อะไรนะครับ แฝดเหรอ?” แจบอมทั้งตื่นเต้น กังวล และงุนงงที่สุด ท้องธรรมชาติแต่ได้มาสองคนเลยเหรอ?!

“ใช่ค่ะ แฝดสอง นี่ค่ะมีสองถุงเห็นไหมคะ น้องมีสองคนแต่น้องแข็งแรงปกติดีนะคะ” คุณหมอชี้ที่จอให้ดู แล้วเปิดเสียงหัวใจให้พ่อแม่ฟัง

เสียงหัวใจดวงเล็กๆ ที่ไม่ได้ยินมานานทำให้จินยองยกมือปิดปาก กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ แจบอมก็ดีใจมากเช่นกัน

คุณหมออธิบายเกี่ยวกับเด็กๆ ให้ทั้งคู่ฟังแล้วปิดท้ายว่า

การตั้งครรภ์แฝดมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นกว่าท้องคนเดียวค่ะ และคุณจินยองก็เคยมีภาวะแท้งคุกคามในช่วงแรกของการตั้งครรภ์มาหลายครั้งด้วย หมอขอให้คุณจินยองนอนที่โรงพยาบาลจนกว่าจะพ้นช่วงสามเดือนแรกไปก่อนนะคะ

“ครับ ได้เลยครับหมอ แล้วแต่หมอเลย”

แจบอมไม่มีปัญหาเลยสักนิดถ้าจินยองจะอยู่โรงพยาบาลนานกว่าสองอาทิตย์ นั่นยิ่งทำให้สบายใจมากขึ้นว่าจะมีหมอและพยาบาลคอยดูแลภรรยาเขาตลอดเวลา

           

 

 

            “เป็นไงบ้าง” ยูจินที่รอด้านนอกผุดลุกขึ้นทันทีที่ลูกชายและลูกสะใภ้ออกมาจากห้องอัลตร้าซาวด์

“เด็กปกติดีครับ แฝดสอง” แจบอมบอกแม่พร้อมยิ้มกว้าง ดีใจและมีความสุขมากซะจนจนแสดงออกมาทางสีหน้า

“ห๊ะ! แฝด? แฝดเหรอ?!” ยูจินประหลาดใจ ไม่คาดคิดมาก่อนว่าตนเองจะมีหลานแฝด แค่มีหลานได้สักคนเธอก็ดีใจแล้ว

“ครับ แฝด แต่ครรภ์แฝดเสี่ยงมากกว่าคนเดียวหมอเลยให้จินยองแอดมิทจนกว่าจะพ้นสามเดือน”

“เหรอ ดีแล้วล่ะ ดีแล้ว แม่จะโทรไปบอกพ่อแกก่อน”

ยูจินวางมือบนไหล่บางของลูกสะใภ้แล้วรีบหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าถือมาโทรหาสามี

“แล้วทำไมแกไม่ให้เมียนั่งล่ะ มาๆ จินยอง นั่งก่อนลูก”

ระหว่างรอสายจากสามียูจินก็พาลูกสะใภ้มานั่ง จินยองก็เดินมานั่งพลางมองหน้าแจบอมในเชิงว่า

อะไรของแม่เนี่ย?

จินยองรอรถเข็นที่จะมารับพาไปห้องพัก มองแม่สามีที่เดินไปเดินมาคุยโทรศัพท์กับพ่อสามีด้วยความดีใจ

ก่อนหน้านี้ยังว่าเขาปาวๆ มาตอนนี้พลิกกลับเหมือนว่าแม่ไม่เคยปั้นปึ่งและทำแย่ๆ ใส่เขาเปลี่ยนโคตรไวเชียว

แจบอมนั่งลงข้างภรรยา มือหนึ่งจับมือจินยอง อีกมือวางทาบบนท้อง

“อาจเป็นลูกคนแรกและคนที่สองมาเกิดพร้อมกันก็ได้นะ”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นเราก็ได้ลูกแฝดชายหญิงน่ะสิคุณ”

            ทั้งสองต่างมองหน้าแล้วหัวเราะออกมาพร้อมกัน จินยองเอียงซบไหล่กว้าง

          ขอให้ครั้งนี้ลูกอยู่กับเราไปจนคลอดด้วยเถอะ

จินยองปรารถนาแค่นี้จริงๆ หวังว่าโชคชะตาคงไม่ใจร้ายเกินไป

 

 

 

 

 

“คุณพ่อ ผมมีเรื่องจะคุยด้วยครับ” 

โรเบิร์ตเงยหน้าจากงานขึ้นมามองลูกชายแวบหนึ่งแล้วเซ็นเอกสารสำคัญต่อ

“มีอะไรล่ะ”

“โครงการที่คุณพ่อจะขยายสาขาที่ประเทศไทย ผมขอไปทำเองได้ไหมครับ”

คนเป็นพ่อถึงกับไม่เชื่อหู มองลูกชายด้วยความแปลกใจ

เขาก็พอรู้ว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้แจ็คสันเปลี่ยนไป ไม่เที่ยว เอาแต่ทำงาน และเงียบขรึมมากขึ้น แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเข้ามาขอเขาทำงานใหญ่ด้วยตัวเองตรงๆ อย่างนี้

“เหตุผล”

“ผมคิดว่าผมมีศักยภาพพอที่จะทำได้”

“ฉันรู้ว่าถ้าแกเอาจริงแกก็ทำได้ แต่ทำไมถึงอยากไป”

“เพราะที่จีนและฮ่องกงมีคนดูแลแล้วน่ะสิครับ”

“แกตอบไม่ตรงคำถาม”

“ผมว่ามันตรงมากทีเดียว”

“แค่อยากพิสูจน์ตัวเอง?”

“ครับ ผมจะทำให้ที่นั่นดียิ่งกว่าอีกสองสาขาให้ได้” แจ็คสันคิดมาอย่างดีและถี่ถ้วนแล้ว

โรเบิร์ตยิ้มมุมปาก นานมากแล้วที่เขาไม่ได้เห็นแจ็คสันทำท่าทางจริงจังอย่างนี้ อะไรทำให้ลูกเขาเปลี่ยนไปเขาไม่รู้ แต่ถ้ามันทำให้แจ็คสันเอาการเอางานมันก็ดี

หรือว่าเป็นเพราะหลานชาย หลังจากมาร์คกลับไปเมื่อเดือนก่อนแจ็คสันก็ดูแปลกไป อาจจะซึมซับความคิดดีๆ มาจากมาร์คแล้วก็ได้

“แล้วโมนิก้าล่ะ”

“เรื่องของเขาสิครับ”

“แต่งงานกันแล้ว ถ้าแกจะไปไทย เขาก็ต้องไปด้วย”

“ผมไม่สนว่าโมนิกอยากไปหรือเปล่า แต่ผมจะไป”

“แกทิ้งขว้างเขามากเกินไปหรือเปล่า”

“ผมแต่งเพราะคุณพ่อคุณแม่เห็นว่าควรแต่ง หลังแต่งแล้วมันเป็นเรื่องของผมและโมนิกครับ”

แจ็คสันพูดตรงอย่างใจคิด ทำเอาโรเบิร์ตถึงกับส่ายหน้า

“ไปคุยกันให้รู้เรื่องอย่าให้เกิดปัญหาล่ะ”

“ครับ”

“คนอื่นๆ กำลังวางตัวคนที่จะไปบริหารที่ไทย ถ้าแกไปได้ก็คงจะตัดปัญหาไปได้ล่ะนะ”

“ตกลงคุณพ่อเห็นด้วยนะครับ ขอบคุณ”

แจ็คสันมาไวไปไว เมื่อได้สิ่งที่ต้องการก็เดินออกจากห้องทำงานของท่านประธานไปเลย

โรเบิร์ตมองตามประตูที่ปิดลง ใจหนึ่งก็รู้สึกดีใจที่แจ็คสันโตสักที แต่อีกใจก็สงสัยว่าสาเหตุมาจากอะไรกันแน่ และเขาคิดว่าไม่ใช่เพราะโมนิก้า เขาเทไปทางมาร์คมากกว่า

โมนิก้าเองก็ใช่ว่าจะสนใจแจ็คสัน เธอไม่สนใจอะไรอีกแล้ว เหมือนเป็นสะใภ้หวังแค่ในนาม

ชีวิตคู่ของทั้งสองคงจบลงในเวลาไม่นาน แต่โรเบิร์ตหวังว่าแจ็คสันจะฉลาดพอที่จะประคองให้มันจบลงหลังจากที่พ่อของโมนิก้าหมดอำนาจในเส้นทางการเมืองเสียก่อน

สำหรับตระกูลหวัง ผลประโยชน์ย่อมมาก่อนเสมอ

 

 

 

 

 

 

“อะไรนะ! คุณจะไปดูแลสาขาใหม่ที่ไทยเหรอ? ทำไมไม่ปรึกษากันก่อนเลยล่ะ นี่คุณเห็นฉันในสายตาบ้างไหมเนี่ยแจ็คสัน!

หญิงสาวโวยขึ้นมาเมื่อสามีบอกว่าจะไปประเทศไทยในอีกสามเดือนข้างหน้าโดยที่เธอไม่ล่วงรู้ความคิดนี้ของเขามาก่อนเลย

“เห็นสิ ถึงมาถามนี่ไงว่าจะไปด้วยกันหรือไม่ไป”

“คุณจะทำตามใจตัวเองมากเกินไปแล้วนะ”

โมนิก้าไม่พอใจมาก ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงนิสัยแย่ได้ขนาดนี้นะ ยิ่งอยู่ด้วยกันนานยิ่งรู้ซึ้ง

“จะเอายังไง”

ขณะที่ภรรยาโวยวายไม่พอใจ แจ็คสันกลับนั่งเฉย ถามเสียงเรียบ มองโมนิก้าที่ผุดลุกขึ้นยืน

“ฉันไม่ไปประเทศไทยกับคุณ”

“ตกลงตามนี้” แจ็คสันรับรู้แล้วลุกขึ้นยืน ก่อนที่เขาจะก้าวออกไปจากห้องนอน โมนิก้าก็เอ่ยขึ้นมาอีก

“แต่ฉันจะไปเรียนต่อที่อังกฤษ”

“เอาสิ ต่อโทใช่ไหม คุณอยากเป็นนักการทูตนี่”

โมนิก้าค่อยสงบลงที่แจ็คสันไม่ห้ามและยังเหลือเศษเสี้ยวสมองจำได้ว่าเธออยากทำงานอะไรมากกว่านั่งๆ นอนๆ เป็นสะใภ้บ้านหวัง

“ใช่”

“จะไปเมื่อไรก็บอกด้วยแล้วกัน”

“ฉันจะออกจากบ้านนี้ไปพร้อมคุณนั่นล่ะ แค่ทุกวันนี้ก็อึดอัดจะตายแล้ว จะรีบทำเรื่องไปเรียนต่อให้เร็วที่สุดเลย”

“หึเอาที่คุณต้องการแล้วกัน” แจ็คสันเข้าใจว่าแม่เขาคงเข้มงวดตามประสาแม่สามี และคุณหนูที่ไม่เคยต้องฟังใครนอกจากพ่อแม่ตัวเองคงอยากจะหนีไปให้ไกล

“นี่แจ็คสัน ฉันขอถามหน่อยได้ไหมว่าชีวิตนี้คุณเคยแคร์ใครบ้างหรือเปล่า”

โมนิก้าอยากรู้เหลือเกิน อยากรู้ว่ามีเพื่อนร่วมโลกที่มีชะตากรรมเช่นเดียวกับเธออีกบ้างไหมที่ถูกแจ็คสันไม่ไยดี

“มีสิ”

“ใคร?”

“ตัวฉันเองไง”

คำตอบพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลานั่นทำเอาโมนิก้าขนลุก...

“แต่ถ้าคุณไม่หัดแคร์ใครบ้างคุณจะลำบากนะ”

“ไม่จำเป็นนี่”

โมนิก้าถึงกับถอนใจในความมั่นใจของสามีที่ไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเองสักนิด และคงเปลี่ยนยากแล้วล่ะ

“ฉันกับคุณต้องอยู่กันคนละประเทศอย่างนี้ พ่อแม่คุณคงไม่ว่านะ เพราะถ้าฉันได้เรียนต่อแล้วฉันไม่คิดมีลูกแน่”

คำว่าลูกทำให้แจ็คสันชะงัก นิ่งไปเล็กน้อย อาการนั้นไม่หลุดพ้นสายตาของโมนิก้า เธอถามอย่างร้อนใจ

“ว่ายังไงล่ะคะ” ทายาทของบ้านคงสำคัญพอๆ กับผลประโยชน์ แต่แจ็คสันไม่รักเธอ และเธอก็ไม่รักเขาเช่นกัน เธอไม่คิดจะท้องให้หรอกนะ!

“ฉันบอกพ่อแล้วว่าเรื่องหลังแต่งงานคือเรื่องของเรา”

“งั้นเรื่องลูกคุณก็ไม่ซีเรียสใช่ไหม” โมนิก้าถามย้ำเพื่อความแน่ใจ แจ็คสันพยักหน้า

“ฉันก็ไม่อยากมีลูกเหมือนกัน”

“ดี แล้วถ้าฉันไปเรียนและเจอคนที่ฉันรักเขาเข้าจริงๆ ล่ะ”

“โทรมาบอก แล้วเรากลับมาหย่ากันที่เกาหลี แต่ฉันขอให้การแต่งงานของเรามีระยะเวลาห้าปีก่อนถึงค่อยหย่า”

“ได้ ตามนั้น”

โมนิก้าพอใจกับข้อตกลง และโล่งอกที่แจ็คสันเอ่ยเรื่องหย่าขึ้นมาก่อน แม้จะมีความสัมพันธ์ทางกฎหมายผูกมัดแต่เธอก็ยังมีอิสระ เพียงแค่รอเวลาเท่านั้น

เมื่อเห็นว่าโมนิก้ากลับมาอารมณ์ดีปกติแล้ว แจ็คสันจึงเดินออกมาจากห้อง

นี่คือข้อตกลงที่ดีและน่าพอใจทั้งสำหรับเขาและเธอ อีกสี่ปีตำแหน่งของพ่อโมนิก้าจะหมดวาระ ทางพรรคเองก็ต้องการการสนับสนุนด้านการเงิน การแต่งงานครั้งนี้จำเป็นกับทุกฝ่าย แจ็คสันแน่ใจว่าโมนิก้าฉลาดพอจะรู้ว่าทำไมเขาถึงกำหนดเวลาห้าปี 

 

TBC.

**

ในที่สุดพี่แจบอมและพี่จินยองก็ทำได้ค่ะ เย้

พี่แจ็คร้ายได้คุณพ่อมาค่ะ ถอดกันมา

เมียพี่แจ็คไม่ร้ายเด้อ แค่เอาแต่ใจและอารมณ์ร้อน นางก็น่าสงสาร

เรื่องนี้แค่พี่แจ็คคนเดียวก็ร้ายพอแล้วค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 589 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,297 ความคิดเห็น

  1. #3153 bangtanna (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 22:21
    งงว่าทำไมจินยองแท้งสองรอบเลยเหรอ คนท้องรอบแรกพอท้องรอบสองก็ต้องตรวจเช้คดูแลตัวเองเป็นอย่างดีไหม หรือ งง ไรท์ช่วยอธิบายเพิ่มหน่อยค่ะ
    #3,153
    0
  2. #2964 _dream (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 22:15
    อยากให้คุณเล็กทำebookขายจังเลยคะ
    #2,964
    0
  3. #2863 N_udaen_G (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 23:20
    ดีใจกับบ้านอิมด้วยค่ะ มาแฝดเลยยย ดูแลกันดีๆ นะคะ พี่มาร์คก็สู้ๆ นะ
    #2,863
    0
  4. #2779 My love markbam (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 12:20
    ดีใจด้วยนะพี่บี จินยองสมหวังแล้ว
    #2,779
    0
  5. #2771 nanmarktuan93 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 12:21
    เตรียมสงสารครอบครัวของโมนิก้าเลยได้ป่ะ.เอาจริงๆโมนิก้าก็ไม่มีท่าทีว่าจะตามไปรังควานคนรักเก่าของแจ็คสันเลยสักคนนางเป็นคุณหนูคงเอาแต่ใจไปหน่อย
    #2,771
    0
  6. #2285 PrincessDark (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 06:40
    พี่จินท้องแล้วเย้ แม่พี่แจบอมเปลี่ยนไวมากค่ะ ชอบตอนคุณหมอตอกหน้าแม่มากเลยสะใจจจ
    โมนิกน่าสงสารเฮียแจ็คก็ร้ายเกิ๊น
    #2,285
    0
  7. #2261 ppattaranits (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 01:46
    ดีใจกับจินยอง ได้ลูกแฝดด้วย
    #2,261
    0
  8. #2255 WangJimung (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 12:13

    ท้องแล้วน้อออออปมนยอง ลุ้นมากๆรอดูหนูแฝด

    #2,255
    0
  9. #2244 Berrybluemint (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 15:12
    สงสารโมนิกนะ อยากให้นางเจอผชดีๆ ตอนนี้พี่แจบอมกับจินยองก็สมหวังแล้ว ขอให้ไม่มีอะไรมาทำลายความสุขของทั้งคู่อีกนะ
    #2,244
    0
  10. #2212 dejawooo (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 02:52
    ดีใจกับแจบอมและจินยองมากค่ะ ในที่สุดสิบปีที่รอคอย แถมยังได้ลูกแฝด ฮืออออ ต้องน่ารักมากแน่ๆ อยากเห็นหน้าหลานเลย ส่วนมาร์คเป็นพ่อที่น่ารักจังเลย แหย่เมียเก่ง เมียก็แซวเก่ง เหน็บเก่ง พอๆกันเลยสองคนนี้ คุยกันทีไรแล้วตลก55555ยิ่งไม้กะแม่ยิ่งตลก เอ็นดูอ่ะ น่ารัก และแจ็คสันนั้นเค้าเด็ดขาดจริงๆค่ะ รักแค่ตัวเอง ละเ-่ยใจจริงๆ ยองแจสู้เขานะ น้องเจสซี่ต้องเติบโตมาเป็นคนดีแน่ๆ
    #2,212
    0
  11. #2132 Ladavanh (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 05:36

    ร้องไห้ตามจินยองเลยยย

    ดีใจกับคุณพ่อคุณแม่ลูกแฝดด้วยน้าาา

    #2,132
    0
  12. #2124 Seefahhh (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 06:26
    ฮือออออออคุณแม่คุณพ่อลูกแฝดของเรา ;-; ปิดปากร้องไห้ตามจินยองเลยย ในที่สุด ;0; ขอให้ครั้งนี้เป็นไปด้วยดี หลานๆปลอดภัยด้วยเถิด~
    #2,124
    0
  13. #2087 Harukim (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 00:20
    ขอให้หลานๆอยู่กับคุณแม่จินยองจนคลอดนะคะ แจ๊คสันนี่เริ่มค่าตัวแพงกว่ามาร์คแล้วนะ
    #2,087
    0
  14. #1976 Ilo_harlveen (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 00:42
    ดีใจกับครอบครัวอิมด้วย ขอให้ลูกอยู่ด้วยตนคลอดนะ
    #1,976
    0
  15. #1972 Jeerawan21092545 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 19:39
    อยากถามไรท์ว่าแจ็คสันยังจำเป็นอยู่ใช่ไหมคะ?55
    #1,972
    0
  16. วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 16:05
    เย้ จินยองท้องเเล้วดีใจเเทนฮื่ออㅠㅠ
    #1,966
    0
  17. #1876 mukkamik (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 15:40
    ดีใจกับแจบอมและจินยองด้วย น้ำตาจะไหลเลย ฮือ ส่วนแจ็คสันนี่เป็นพระเอกของเรื่องใช่มั้ย555555555555
    #1,876
    0
  18. #1696 pparisa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 14:13
    ขอให้ลูกอยู่กับจินยองนานๆนะ
    #1,696
    0
  19. #1654 Amxoe (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 13:26
    ขอให้น้องหนูในท้องจินยองอยู่รอดปลอดภัยครบ3เดือนน้า ส่วนแจ็คสันนี่เห็นแก่ตัวมาก อึ้งเลย เคยทำอะไรเพื่อใครบางมั้ยนอกจากตัวเอง ใจร้ายมากๆแจ็คสันเรื่องนี้
    #1,654
    0
  20. #1316 pakkad2529 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 23:33
    คือแบบคู่พี่บีเนียร์ดีอ้ะ... พี่มาร์คก็เข้าหาทางพี่ไม้ต่อไปนะคะ... ยองแจอ่าเธอเข้มแข็งขึ้นทุกวันเลยนะ
    #1,316
    0
  21. #1292 Nuthathai Por (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 16:18
    ครั้งนี้หวังว่าเจ้าตัวเล็กคงอยู่คนคลอดน๊า
    ดีไปไกล ๆ เลยแจ็คแล้วไม่ต้องมายุ่งกับแจกับลูกเลย
    #1,292
    0
  22. #1039 DajingMTBB (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 01:08
    ชอบมาร์คแบมและไม้ กวนกันทั้งบ้านนน 5555555 เย้ !!! พี่แจบอมจินยองได้แฝดด ดีใจๆ ส่วนแจ็คนี่เป็นเพราะอะไรน้าา เพราะเจสซี่ป้ะคะ 😞
    #1,039
    0
  23. #1029 บับเบิ้ลวี (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 00:06
    แอบรอพี่ไม้อยู่นะจ๊ะ คิดถึงพี่ไม้ งื้ออออ ต้องเอาอะไรมาล่อลวงเด็ก. แง้ง
    #1,029
    0
  24. #1028 ppploycb (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 15:17
    พี่จินยองท้องแล้ว แฝดด้วย ดีจัง จะไปออกมาเป็นเพื่อนเล่นกับหนูเจสซี่ แต่แบบคุณแม่พี่แจบอมนี่เปลี่ยนอารมณ์ไวนะคะ พอรู้ว่ามีหลาน กลายเป็นอีกคนเฉยเลย เดี๋ยวนะ ทำไมพี่แจ็คอยู่ดีๆจะไปไทย ค่าตัวเรื่องนี้น่าจะแพง ออกน้อยมาก55555555555
    #1,028
    0
  25. #1026 pankikiki (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 10:22
    กี๊ดดดดดดดลูกแฝดด ฮื้ออ
    #1,026
    0