สต็อกพร้อมส่ง(GOT7) พันธะปฏิพัทธ์ Jackjae Ft.Markbam Bnior (mpreg)

ตอนที่ 6 : Chapter 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,502
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 650 ครั้ง
    22 ม.ค. 61

 






            ยองแจนั่งขำแบมแบมที่เท้าเอวมองลูกชายและพ่อคุยกันงุงิอยู่สองคน

            “แบม” พอยองแจลองเรียกเพื่อน แบมแบมก็หันมาถอนหายใจให้ดูเหมือนว่าเหนื่อยใจนักหนา

            แบมแบมรู้สึกขัดตาเหลือเกิน

            ไม่ได้เจอกันมาตั้งแต่เกิดทำไมมันสนิทกันไวนัก

            “เราว่าจะกลับไปนอนน่ะยองแจ ค่ำๆ จะมาใหม่ จะเอาอะไรไหม”

            “ไปเถอะ ไปพักผ่อนเยอะๆ เราอยู่ได้”

            “ไม้ไปด้วยนะ” พอแม่บอกว่าจะกลับไม้ก็ยกมือขอกลับด้วย

            “อยู่นี่ได้ไหม เดี๋ยวแม่มาเปลี่ยน”

            แบมแบมเอ่ยเสียงอ่อนลง มาร์ตินเห็นแม่จริงจังก็พยักหน้าเข้าใจ มาร์คเห็นแล้วอดสงสัยไม่ได้

            “ทำไมต้องให้ลูกอยู่นี่ล่ะ หรือว่าญาติน้องยองแจยังไม่ว่างมาอยู่เป็นเพื่อน”

            ไอ้พี่มาร์ค แกเรียกเพื่อนฉันอย่างสนิทสนมแต่คำพูดคำจานี่น่าฟาดปากนัก!

            “ไปเถอะ” แบมแบมเดินไปลากแขนแฟนเก่าออกจากห้องผู้ป่วย ไม้เมื่อไม่มีพ่อคุยด้วยก็หาอะไรกินต่อ

            “ไม้กลับกับพ่อแม่ก็ได้นะ พี่อยู่ได้ ค่อยมากับแม่อีกที”

            ยองแจสงสารหลาน กว่าจะได้เจอกันนั้นแสนนานควรให้ใช้เวลากับครอบครัวมากกว่านะ

            ไม้มีท่าทางลังเล ยองแจเห็นแล้วได้แต่อมยิ้ม

            น่ารักจริงเด็กคนนี้ อายุแค่นี้เองลูก ไม่ต้องใจดีขนาดนี้ก็ได้นะ

            “ไปเถอะจ้ะ พี่มีเจสซี่อยู่เป็นเพื่อนนะ”

            “พี่อยู่ได้นะครับ”

            “ได้แน่นอนจ้ะ”

            “งั้นไม้ไปนะ”

            “จ้ะ เจอกันตอนเย็น”

            ยองแจยกมือโบกลาหลานให้แกสบายใจ ไม้รีบไปหยิบเป้แล้ววิ่งตามพ่อแม่ออกไป

            ร่างบางมองไปทางประตูจนกระทั่งไม่รู้ตัวว่ารอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปตอนไหน และไม่รู้ด้วยว่าน้ำตามันหยดลงมาเมื่อไหร่

            ต้องเป็นเพราะเพิ่งคลอดแน่เลยเขาถึงอ่อนไหวได้ขนาดนี้

          แม่ก็อยากให้เรามีความสุขอย่างนั้นบ้างเหมือนกันนะเจสซี่..

           

 

             

           

 

            “ไหนบอกว่าจะกลับบ้านไปนอนไง นี่แม่จะไปไหนอ่ะ” ไม้ที่นั่งเบาะหลังโผล่หน้าไประหว่างเบาะคนขับที่แม่นั่งและเบาะข้างคนขับที่พ่อนั่ง

            “ไปซื้อของน่ะสิ”

            “ของอะไรอ่ะ”

            “ของแต่งห้องไงล่ะ”

            “ห้องใครหรอ”

            “โอ๊ย! ไอ้ลูกคนนี้นี่ช่างถามจัง” แบมแบมแหวออกมาแต่ไม้ที่ชินแล้วกลับหัวเราะ

            แหย่แม่แล้วสนุกดี

            มาร์คฟังแม่ลูกคุยกันแล้วอดยิ้มตามไม่ได้ แค่ได้นั่งฟังอยู่ใกล้ๆ ก็มีความสุขมากมายได้ขนาดนี้แล้วนะ

            มาร์ครู้สึกเสียดายเวลาที่หายไป เขารู้สึกว่าตัวเองพลาดอะไรไปหลายอย่าง พลาดช่วงเวลาที่ควรจะได้เห็นมาร์ตินในช่วงต่างๆ ตอนที่ยังเล็กกว่านี้ มาร์ตินต้องน่ารักมากแน่

            “แม่มาซื้ออะไรที่ห้างเหรอ”

            “ไปถึงก็รู้เองน่า ต้องซื้อหลายอย่าง” แบมแบมรอให้ลูกชายและมาร์คลงจากรถแล้วก็ล็อครถให้เรียบร้อย

            “แม่ๆ การ์ตูนที่ไม้อยากดูเข้าฉายแล้วล่ะ พาไปดูหน่อยสิ” มาร์ตินเดินไปหาแม่ จับมือแม่ไว้แล้วแกว่งไปมา

            “อยากดูก็ไปดูกับพ่อสิ แม่จะไปซื้อของ แยกกัน ดูกันเสร็จแล้วก็โทรหาแม่” แบมแบมไม่ได้ว่าอะไร ตามใจลูก มีมาร์คมาด้วยมาร์คก็คงอยากใช้เวลากับไม้เหมือนกัน

            “โหย ไรอ่า ไปดูด้วยกันสิ ไปดูหนังก่อนค่อยไปซื้อของ แม่ไม่ค่อยพาไม้ออกมาเที่ยวตอนกลางวันเลยนะ นะครับแม่นะ”

            “”  มองตาลูกชายที่เป็นประกายอย่างมีความหวังแล้วมีแม่คนไหนใจแข็งได้ก็เกินไป  

            แบมแบมก็เป็นหนึ่งคนที่ทนลูกอ้อนไม่ได้เหมือนกัน

            “โอเคๆ ไปก็ไป” แบมแบมยีผมนุ่มของลูกอย่างหมั่นเขี้ยวแล้วเดินนำไป

            มาร์ตินที่ลดฝีเท้าให้เดินช้าลงหันไปแปะมือกับพ่อโดยที่แม่ไม่เห็น

           

 

 

 

 

 

            มาร์ตินหยุดกึกที่หน้าร้าน คิ้วเข้มขมวดมุ่น ส่งเสียงเรียกมารดาที่กำลังจะเดินเข้าไปในร้าน

            “แม่”

            “ห๊ะ? มีอะไร” แบมแบมหันมองลูกชายอย่างสงสัย มาร์คเองก็เช่นกัน

            มาร์ตินมองพ่อและแม่สลับกันไปมา

            “แม่จะมีน้องให้ไม้จริงๆ ใช่ไหม ทำไมพ่อกับแม่ต้องโกหกไม้ด้วย!

            เด็กชายโวยวายออกมาอย่างไม่พอใจ เรียกสายตาคนที่ผ่านไปมาและคนในร้านให้จับจ้องมาที่ครอบครัวตนเอง

            “ไอ้พี่ไม้! หยุดเดี๋ยวนี้นะ พูดอะไรออกมาน่ะ เราคุยกันที่โรงบาลจนรู้เรื่องแล้วนะ”

            “ก็แม่มาร้านนี้อ่ะ แม่จะซื้อของไปให้น้องใช่ป้ะ”

            “ถ้าแม่ท้องจริงก็คงไม่บ้ามาซื้อของเตรียมไว้ตั้งแต่ท้องยังแบนอย่างนี้หรอกน่า! คิดสิคิด”

            แบมแบมลากแขนลูกชายให้เดินเข้าร้านขายของสำหรับทารกและเด็กๆ แต่ไม้ขืนตัวไว้ไม่ยอมเข้า

            “เรามาซื้อของไปให้เจสซี่ไงลูก ส่วนน้องของไม้เอาไว้ทีหลัง”

            “ห๊ะ?!

            “นั่นไง!

            ทั้งแม่และลูกหันมามองมาร์คเป็นตาเดียว แบมแบมเงื้อมือฟาดแขนมาร์คเต็มแรงอย่างโมโหที่พูดให้ลูกเข้าใจผิด

            “พ่อเขาพูดเล่น แม่มาซื้อของให้เจสซี่เฉยๆ แม่ยังไม่ท้อง ไม่มีน้อง”

            “ตกลงยังไง ไม้งงนะ” มาร์ตินหน้าบึ้ง จะมีน้องกี่คนกันแน่ เขาจะเลี้ยงน้องทีละคนนะ

            “ไม้เชื่อแม่หรือพ่อมากกว่ากัน  พูด!

            “เชื่อพ่อได้ไหม” มาร์ตินมองแม่แล้วเอ่ยเสียงเบาอย่างไม่ค่อยแน่ใจว่าพูดแล้วแม่จะตบหัวเขาไหม

            “ไอ้พี่ไม้”

            แบมแบมยึดแขนลูกไว้แน่นถลึงตาใส่ลูกชาย ขณะที่มาร์คกอดอกมองแม่ลูกคุยกันแล้วหัวเราะขำอย่างกับคนเส้นตื้น

            ไม้เบือนสายตาไปทางอื่นไม่สบตาแม่ แบมแบมปล่อยมือจากตัวลูกมาเท้าเอว

            “เออ กวนประสาทเหมือนกันทั้งพ่อลูก ไปรอร้านไอติมกันเลยไป เห็นหน้าแล้วอารมณ์เสีย”

            แบมแบมมองมาร์คตัวใหญ่และมาร์คตัวเล็กอย่างไม่พอใจแล้วเดินไปเลือกหาซื้อของที่ตนต้องการ

            มาร์ควางมือบนหัวลูกชาย มาร์ตินเงยหน้ามองพ่อ

            “แม่เขาพูดเก่งขึ้นนะ”

            “แม่ขี้บ่นน่ะครับ”

            “แต่เขาก็ดูรักไม้มากนะ”

            “ก็ไม้น่ารักนี่”

            เจ้าเด็กคนนี้นี่เหมือนเขาเลย หลงตัวเองเนี่ยเหมือนกันเลย

            ไม้จับมือพ่อเดินดูของชิ้นเล็กๆ ในร้านคนละโซนกับแม่ ไม้ดูสนอกสนใจไปทุกอย่าง มาร์คคอยมองลูกชายอยู่ตลอด

            แบมแบมท้องไม้ตอนที่ยังเด็กมากมีเงินซื้อของให้ลูกหรือเปล่านะ ถ้าเขาถามไม้ ลูกคงไม่รู้อะไรมาก

            “ไม้” มาร์คย่อกายลงนั่งข้างลูกที่นั่งยองกอดเข่าดูรองเท้าคู่จิ๋ว

            “ครับ” ไม้หันมามองพ่อ เลิกคิ้วสงสัยว่าพ่อจะถามอะไร

            “ไม้มีของเล่นเยอะไหมครับ”

            “เยอะนะครับ แม่ซื้อให้บ่อย”

            “แม่ซื้อให้ตั้งแต่กี่ขวบจำได้ไหม”

            “หุ่นยนต์ตัวแรกตอนเข้าอนุบาล”

            คนที่ตอบไม่ใช่ลูกแต่เป็นแม่ แบมแบมเดินมายืนค้ำเป็นเงาทะมึนบนหัวสองพ่อลูก

            “คุณอยากรู้ไปทำไม จะซื้อของเล่นให้ไม้หรือไง”

            “เรื่องนั้นก็ใช่ อีกเรื่องก็..พี่สงสัยน่ะว่าตอนเกิดไม้มีของใช้ดีๆ พวกนี้บ้างไหม”

            “มีก็บ้าแล้ว”

            “นั่นสินะ”มาร์คถามแค่อยากแน่ใจ แต่ก็พบว่าคำตอบนั้นทำให้รู้สึกแย่กว่าที่คิดมาก

            “เลิกทำหน้าเหมือนมีใครตายเถอะ ฉันไม่ได้ลำบากขนาดเอาใบไม้แปะก้นลูกแทนผ้าอ้อมหรอกนะ นมมันก็กินนมฉันไม่ต้องเสียตังซื้อ เลิกคิดอะไรที่มันไม่มีประโยชน์เถอะ มองแค่ตอนนี้ไม้โตมาแข็งแรงก็พอแล้ว”     

             แบมแบมมาแล้วก็ไปเมื่อพนักงานนำของที่เขาต้องการมาให้เลือกสี มาร์คนั่งนิ่งจนมาสะดุ้งเมื่อมีสองมือเล็กแปะทาบที่แก้ม

            “พ่อเป็นไรไหม?”

            “พ่อขอโทษนะ ลำบากกันมากหรือเปล่า”

            “เมื่อก่อนลำบาก ตอนนี้ดีขึ้นแล้วล่ะ ถ้าพ่อทำหน้าแบบนี้เดี๋ยวก็โดนแม่ด่าอีกหรอก”

            มาร์คหลุดยิ้มกับคำปลอบของลูก

            “พ่อจะโอนเงินให้ใช้นะ”

            “พ่อมีเงินเหรอ”

            “มีสิ เยอะพอเลี้ยงแม่กับไม้ได้ตลอดชีวิตเลย”

            “จริงเหรอครับ! ดีจัง งั้นแม่ก็ไม่ต้องไปทำงานตอนกลางคืนแล้วใช่ไหมครับ” มาร์ตินดีใจมากเลย

            มาร์คมองรอยยิ้มกว้างของลูกแล้วลูบผมเขาอย่างเอ็นดู

            “แม่คงไม่ยอม แต่เขาก็ใกล้จะเลิกทำแล้วนะ รอแม่ตัดสินใจเอาเองแล้วกัน”

            “อื้อ ก็ได้”

            “ไม้อยากไปอยู่อเมริกาไหม”

            “อเมริกา?”

            “ก็..โอ๊ย!

            มาร์คที่ตั้งใจจะอธิบายให้ลูกฟังหลุดเสียงร้องด้วยความเจ็บเมื่อโดนจิกผมจนต้องแหงนหน้าขึ้น คนที่ยืนสูงกว่าก้มลงมองหน้า

            “คุณถามไม้ว่าไงนะ”

            “อ่าคุณน่าจะได้ยินแล้ว” ถ้าไม่ได้ยินจะจิกหัวกันเหรอคนดี

            “อยากตายเหรอ” แบมแบมถามเสียงเย็น

            บอกเลยว่าถ้ามาร์คคิดจะเอาลูกไปจากเขา พาไปอยู่ในบ้านที่มีพ่อมาร์คอยู่ แบมแบมเอาตาย ใครก็มาพรากลูกไปจากแบมแบมไม่ได้!

            “พี่ขอโทษ..ถ้าจะพาไปพี่ไม่พาลูกไปคนเดียวหรอก พาแบมไปด้วย ปล่อยก่อนเถอะพี่เจ็บ”

            “ใครบอกจะป

            “แม่แกล้งพ่ออีกแล้ว เพราะงี้รึเปล่าพ่อถึงหนีไปทำงานที่อื่นตั้งนานอ่ะ”

            เด็กที่ไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงของผู้ใหญ่โพล่งขึ้นขัดแม่ก่อนแม่จะพูดจบ ทำให้แบมแบมและมาร์คได้สติว่าการกระทำทุกอย่างอยู่ในสายตาของลูก

            ลูกที่ยังเด็ก ยังแยกแยะสิ่งดีไม่ดีไม่ได้และต้องการตัวอย่างกับคำสอนที่ดีจากพ่อแม่

            “ไม่ได้แกล้ง แม่แค่เล่นกับพ่อน่ะ พ่อเขาเจ็บที่ไหนล่ะ ใช่ไหมคุณ?”

            แบมแบมยิ้มให้ไม้แล้วยิ้มให้มาร์ค ปล่อยมือแล้วจัดทรงผมให้ใหม่ มาร์คยิ้มให้ลูกเช่นกันแล้วพยักหน้า

            “ใช่ ไม่เจ็บเลยลูก” ผมหลุดไปกี่กระจุกแล้วไม่รู้

            “คุณซื้อของเสร็จแล้วเหรอ”

            “ก็ไม่เสร็จหรอก จะไปร้านอื่นอีก เอ้อ คุณจะกลับเที่ยวบินไหน กี่โมง ช่วยงานก่อนได้ไหม มีคนช่วยอาจจะเร็วขึ้น”

            แบมแบมมองหน้าคนที่ลุกขึ้นยืนแล้วก็ทุบฝ่ามือ เอ่ยขึ้นมาอย่างนึกอะไรดีๆ ได้

            “บอกพ่อแล้วว่าจะกลับเลทอีกวัน ว่าแต่คุณอยากให้พี่ช่วยงานอะไร?”

 

           

           

           

           

            “แม่สวยไหม?” ไม้ร้องเรียกแม่ที่แปะของตกแต่งรูปขนนกที่ผนังห้องสีขาวให้หันมาดูมุมตุ๊กตาที่เขาเป็นคนจัด

            “สวยแล้วลูก” แบมแบมดูอย่างจริงจังไม่ใช่ตอบไปส่งๆ มาร์ตินยิ้มแก้มปริ ก่อนจะหันไปดูพ่อที่ช่วยติดม่านที่แม่เลือกมา

            “พี่ยองแจจะโกรธเราไหมครับ พี่เขาบอกไม่ให้เราซื้ออะไรให้เจสซี่เยอะนะ”

            “เราแค่ทำห้องเด็กไม่ได้ซื้ออะไรนี่นา แม่ไม่ได้ทำให้ไม้ก็ขอทำให้เจสซี่แล้วกัน ไม้ก็อยากทำให้น้องเหมือนกันใช่ไหม”

            แบมแบมหาแนวร่วม มาร์ตินพยักหน้ารัว

            “แบมคงทำเองมาหลายวันแล้วสิ” มาร์คดูก็รู้ เพราะเขาและไม้เพิ่งมาช่วยนิดหน่อย ห้องก็จะเสร็จแล้วเนี่ย

            “อือ เริ่มทำหลังจากวันที่ยองแจคลอดน่ะ ตอนแรกกลัวจะแย่ว่าจะเสร็จไม่ทัน แต่ยองแจดันแผลปรินอนโรงบาลนานไปอีก”

            “ทำไมเหรอ มีเรื่องอะไรกัน”

            “พี่ไม้ไปเอาน้ำมาให้พ่อกับแม่กินหน่อยสิ หาขนมด้วยนะ ถ้าไม่มีก็ทอดอะไรกินก็ได้” ก่อนจะเล่าแบมแบมใช้งานให้ลูกไปนานๆ

            พอไม้ไปปุ๊บ มาร์คก็ถามย้ำทันที

            “มีเรื่องจะคุยเหรอ”

            “อยากระบายเฉยๆ ไม่ได้จะเอาเรื่องเพื่อนมาบอกคนอื่นหรอกนะ แต่ผัวยองแจแม่งโคตรเลวเลยนะคุณ”

            “ที่คือไม่ได้อยากบอกคนอื่นเหรอ” มาร์คขำคนที่นั่งขัดสมาธิกับพื้นห้อง แบมแบมมองค้อน

            “เออ ให้คุณเป็นคนในวันนึง ผัวยองแจเลวมากเลยอ่ะ”

            “ยังไง” มาร์ควางมือจากงานมานั่งคุยด้วยกัน

            พอได้ฟังเรื่องราวมาร์คก็ถึงกับด่าคนที่ตนเองไม่รู้จัก

            “เขาคิดยังไงถึงทำแบบนี้ เมียบอกว่าท้องดีกว่าไม่ได้บอกนะ อยากจะแลกด้วยซะมัด”

            “นี่จะด่ามันหรือด่าฉัน” แบมแบมไม่พอใจเมื่อถูกแซว

            “ด่ามันจ้ะ”

            “ไหลไปได้เรื่อยๆ”

            “พี่ลงไปดูลูกดีกว่า ไม่ขึ้นมาสักที เดี๋ยวมา”

            “ไม่ต้องขึ้นมาหรอกเดี๋ยวตามลงไป ไม่อยากให้มีกลิ่นอาหารในห้องหลาน”

 

 

 

 

 

            สามคนพ่อแม่ลูกกินของว่างพลางดูทีวี จู่ๆ มาร์คก็ถามขึ้นมาเมื่อนึกถึงสิ่งที่สงสัยขึ้นมาได้

            “นี่แบมแบม”

            “บอกว่าอย่าเรียกชื่อ”

            “ทำไมยองแจตั้งชื่อลูกว่าเจสซี่เหรอ” มาร์คไมได้สนใจว่าแบมแบมห้ามอะไร แบมแบมหยุดมือที่หยิบนักเกตไก่เข้าปาก

            “คนกำลังกิน หมดความอยากหมด”

            “ก็พี่สงสัย”

            “เจสซี่เป็นชื่อที่เอามาจากพี่จินยอง แต่ฉันคิดว่าลึกๆ แล้วยองแจคงอยากให้ลูกมีชื่อคล้ายพ่อมั้ง ต่อให้ตอนนี้เกลียดแต่เมื่อก่อนก็เคยรัก”

            “พ่อของเจสซี่เป็นต่างชาติเหรอ หรือว่าลูกครึ่ง”

            “อือ”

            “แต่หน้าเจสซี่ไม่น่าจะเป็นเด็กฝรั่ง”

            “ก็พ่อไม่ใช่ฝรั่ง เป็นคนฮ่องกง ชื่อแจ็คสัน หวังแจ็คสัน

            คนที่กินไปฟังไปเพลินๆ ถึงกับสำลักนักเกตจนแบมแบมและมาร์ตินตกใจ ต้องรีบเอาน้ำให้ดื่ม

            “เป็นอะไรไปจู่ๆ ก็ไอ” แบมแบมถามอย่างเป็นห่วงขณะที่ไม้ลุกมาลูบหลังให้พ่อ

            “เปล่าๆ” มาร์คปฏิเสธไปก่อน ดื่มน้ำแล้วยังไอต่ออีกหน่อยกว่าจะหยุด พอตั้งหลักได้เขาก็เริ่มถามต่อ

            “แฟนยองแจอายุเท่าไรเหรอ เรียนคณะเดียวกันล่ะสิหรือว่าเรียนคนละมหาลัย”

            “อายุเท่าฉันกับยองแจนี่แหละ เรียนมหาลัยเดียวกัน มอS แต่คนละคณะ หมอนั่นมันเรียนบริหาร ยองแจเรียนครู”

            พิกัดที่แคบมากแทบจะเจาะจงไปที่คนคนเดียวทำให้มาร์คมั่นใจว่าใช่แจ็คสันน้องตัวเองแน่

            เรื่องไม่น่าเชื่อทำให้มาร์คช็อคไปเลย

            นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน

 

 

 

 

 

            หลังจากไปเยี่ยมยองแจกับแบมแบมและลูกได้สักพักมาร์คก็ขอตัวกลับมาที่บ้านของอาหญิง

            เขามีเรื่องอยากคุยกับแจ็คสันเต็มไปหมด และหวังว่าหมอนั่นจะยอมคุยกับเขาด้วย

            “อ่า” มาร์คคลึงขมับ รู้สึกปวดหัว พยายามไม่คิดไปไกลจนกว่าจะได้ฟังความทั้งสองฝ่าย

            “เป็นอะไรไปมาร์ค ไม่สบายเหรอลูก” ลอเรนถามหลานชายด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นเขานอนหลับตาบนโซฟาภายในห้องนั่งเล่น

            “นิดหน่อยครับ แจ็คสันอยู่บ้านไหมครับอา”

            “อยู่บนห้องมั้งจ๊ะ วันนี้ก็ดูเงียบๆ ไม่รู้เป็นอะไร กลับมาก็ไม่คุยกับใครเลย”

            “อย่างนั้นผมขอตัวขึ้นไปข้างบนสักหน่อยนะครับ”

            “ไปเถอะจ้ะ”

            มาร์คขอตัวเดินขึ้นไปชั้นสอง พอจะผ่านห้องของแจ็คสันไปห้องของตัวเอง เขาก็ลังเลแล้วเดินไปเคาะห้องนอนของน้องชาย

            มาร์ครออยู่นานจนเกือบจะหมดความอดทนแจ็คสันถึงได้เดินมาเปิดประตู

            เจ้าของห้องมองด้วยสายตาคำถามว่าพี่ชายมีอะไร มาร์คถือวิสาสะเดินเข้าไปในห้อง

            “ปิดประตูเถอะ มีเรื่องจะคุย”

            มาร์คหันไปบอก แจ็คสันเลยปิดประตูห้องเดินตามพี่ไปนั่ง

            พอเข้ามาในห้องแล้วมาร์คก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง ถ้าเขาเริ่มเรื่องยองแจ เขาจะบอกน้องว่าเขาไปรู้มายังไงล่ะ ถ้าบอก เรื่องของแบมแบมและลูกก็จะถูกรู้ไปด้วย

            แต่ถ้าไม่ถาม ยองแจและเจสซี่ก็จะลำบาก

            เมื่อนึกถึงความเข้มแข็งของลูกเมียตัวเอง มาร์คก็ตัดสินใจเอ่ยออกมาก่อนแจ็คสันจะหมดความอดทนแล้วไล่เขากลับห้องเสียก่อน

            “พี่อยากรู้เรื่องของลูกและเมียนาย”

            “พูดบ้าอะไรน่ะมาร์ค!” คนที่เงียบมาทั้งวันมองพี่ชายด้วยความตกใจ

            ปฏิกิริยาของน้องทำให้มาร์คค่อนข้างแน่ใจ

            “พี่ไปเจอยองแจและเจสซี่มา”

            “เจสซี่?”

            “ลูกสาวนายชื่อเจสซี่  ชเว แจยอง”

            ชื่อเกาหลีจากปากพี่ทำให้แจ็คสันรู้ทันทีว่ามาร์คได้เจอยองแจมาจริงๆ แต่มาร์คและยองแจไม่เคยเจอกัน มาร์ครู้เรื่องนี้ได้ยังไง

            “ฉันไม่รู้จักใครที่พี่พูดมา กลับไปเหอะ”

            “นายยังมีโอกาส อย่าทำผิดพลาดเหมือนพี่เลย ไม่อย่างนั้นต่อไปนายจะต้องเสียใจ”

            มาร์คเอ่ยอย่างจริงจัง แต่แจ็คสันมีท่าทางต่อต้านไม่รับฟัง

            “พี่น่ะเหรอมีเรื่องผิดพลาด คนอย่างพี่น่ะนะ?”

            “มีสิ เราก็เป็นพี่น้องกัน เรามาเปิดใจกันไหม ถ้านายเล่าเรื่องของนายให้พี่ฟัง พี่จะเล่าเรื่องของพี่ให้ฟังเหมือนกัน แล้วพี่จะช่วยนาย”

            มาร์คลองใช้ไม้อ่อนเพราะรู้ว่าน้องเป็นคนหัวดื้อ แจ็คสันชะงัก

            “ไม่จำเป็น! เรื่องของฉันฉันเคลียร์จบแล้ว”

            “เคลียร์แบบที่ลูกเมียลำบากน่ะ มันไม่ถือว่าเคลียร์จบหรอกนะ”

            “ฉันไม่รู้หรอกนะว่าพี่รู้ได้ยังไง แต่อย่ามายุ่งกับชีวิตฉัน”

            “พี่สงสารหลาน”

            “สงสารนักก็ไปช่วยกันเอาเอง!

            “ทำไมนายใจร้ายนักล่ะแจ็คสัน ลูกนายน่ารักมากนะ นายรู้หรือเปล่าว่านายโชคดีแค่ไหนที่ได้อยู่กับลูกตอนเกิด”

            “โชคดีเหรอ โชคร้ายน่ะสิไม่ว่า เด็กนั่นเป็นตัวปัญหาของฉัน”

            ท่าทางที่ปิดกั้นไม่ยอมรับทำให้มาร์คสลดใจ สงสารสองแม่ลูกที่โรงพยาบาลจับใจ

            ทำไมน้องชายเขาถึงเป็นไปได้ขนาดนี้ คุณอาตามใจแจ็คสันมากเกินไปหรือเปล่านะ

            “รู้จักวิธีทำให้เขาเกิดแต่ไม่รู้วิธีรับผิดชอบ ทำหมันไปเหอะจะได้ไม่เดือดร้อนคนอื่น”

            พอโดนด่าแจ็คสันก็มองพี่ชายตาขวาง

            “พี่ไม่ใช่พ่อฉันนะ”

            “ถ้านายเป็นลูกฉัน ฉันจะสั่งสอนนายมากกว่านี้อีก ในเมื่อนายไม่รับผิดชอบ ต่อไปถ้ามานึกถึงก็อย่าคาดหวังว่ายองแจกับเจสซี่จะอภัยเลย พวกเขาต้องโกรธเกลียดนายมากแน่”

            “นี่พี่แช่งฉันเหรอ!

            มาร์คคิดว่าถ้าแจ็คสันไร้ซึ่งความเกรงใจกันคงตรงเข้ามากระชากคอเสื้อเขาแล้ว

            “ขนาดฉันยังผิดหวังในตัวนาย ถ้าลูกนายโตขึ้นมาคงรู้สึกไม่ต่างกับฉันหรอก”

            มาร์คเสียใจเหลือเกินที่แจ็คสันไม่มีท่าทีจะสำนึกผิดในสิ่งที่ทำ น้องชายที่แม้ไม่ได้เจอกันบ่อยแต่ก็สนิท มาตอนนี้มาร์ครู้สึกเหมือนมองหน้าคนที่ไม่รู้จัก

            มาร์คจะผละจากไป แต่ก่อนจะออกจากห้อง แจ็คสันก็เอ่ยขึ้น

            “พี่เองก็บอกว่าตัวเองมีเรื่องที่ทำผิดพลาด พี่ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะมาสอนฉันได้หรอกนะ”

            แจ็คสันไม่ชอบสายตาที่พี่ชายมองเลย พี่มองเหมือนเขาเลว เหมือนเป็นอาชญากร

            “ได้สิ ทำได้ ในเมื่อตอนนี้พี่กำลังเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อชดเชยความผิดเมื่อก่อน แต่นายไม่ใช่ นายไม่เคยคิดถึงใครนอกจากตัวเอง”

            มาร์คเอ่ยทิ้งท้ายไว้แล้วเดินออกจากห้องน้องไป ทิ้งให้แจ็คสันยืนนิ่งงัน

 

 

 

 

           

            แบมแบมออกจากร้านที่ทำงานมาเจอแฟนเก่าที่จอดรถรออยู่หลังร้าน มาร์คที่ยืนพิงรถอยู่รีบเดินเข้ามาหา

            “แบมแบม พี่มีเรื่องจะคุยด้วย”

            “โทรมาก็ได้นี่ หรือไม่ก็คุยพรุ่งนี้”

            “พี่เลื่อนไฟล์ทกลับตอนตีสาม แต่มีเรื่องสำคัญที่ไม่อยากคุยทางโทรศัพท์กับคุณ”        

            “มีเรื่องอะไร” แบมแบมเห็นท่าทางแฟนเก่าแล้วก็นึกสงสัย

            มาร์คเล่าให้แบมแบมฟังว่าตนและแฟนของยองแจมีความเกี่ยวข้องกัน รวมถึงเรื่องที่เขาไปคุยกับน้องด้วย พอฟังจบแบมแบมก็ถึงกับอึ้ง พูดไม่ออก

            “พี่เองก็ตกใจ” มาร์คเข้าใจความรู้สึกแบมแบมดี

            “ไหนๆ มันก็เป็นน้องพี่ ฝากถีบสักสองสามทีได้ไหม” แบมแบมแค้นแจ็คสันมากจนลืมตัวเรียกมาร์คว่าพี่ มาร์คฟังแล้วความเครียดถึงกับคลายลง 

            “ทำไปก็ไม่รู้สึกอะไรหรอก คนใจด้านชาแบบนั้น พี่จะบอกคุณอีกว่า เรื่องของไม้กับเจสซี่ พี่จะรับผิดชอบนะ”

            “อะไร”

            “ค่าเลี้ยงดูลูกไง พี่จะโอนเงินให้มาร์ตินทุกเดือน ของเจสซี่ก็เหมือนกัน มันเป็นสิทธิ์ที่ทั้งสองควรได้ คุณบอกยองแจให้พี่หน่อย ถ้าเขาไม่เอาก็ช่วยเก็บไว้ให้เจสซี่แทนยองแจ”

            มาร์คว่ายองแจไม่น่าจะต้องการความช่วยเหลือจากครอบครัวเขาอีกต่อไปแล้ว แต่มาร์คก็รู้สึกผิดและอยากรับผิดชอบแทนน้อง

            “อืม จะบอกให้” แบมแบมยินดีรับความหวังดีของมาร์คไว้เพราะยองแจยังต้องใช้เงินอีกมาก

            “ขอบคุณมาก”

            “แล้วคุณจะไปไหนต่อ”

            “คงกลับบ้านก่อน”

            “เหรอ”

            ทั้งคู่ต่างเงียบไป จนมาร์คเอ่ยขึ้นมาก่อนเมื่อแบมแบมยังคงยืนอยู่ไม่กลับไปทำงาน

            “นอกจากจะติดต่อมาหาลูกทุกวัน พี่จะพยายามบินมาบ่อยๆ”

            “จะมาหรือไม่มาก็เรื่องของคุณ”

            “ถ้าเป็นไปได้พี่อยากมาอยู่ที่นี่กับคุณและลูกนะ”

            “ไม่ต้องหรอก เราอยู่ได้” แบมแบมตอบปฏิเสธทันทีเพราะไม่อยากให้มาร์คลำบากใจ

            “แบมแบมกับมาร์ตินอยู่ได้แต่พี่ไม่อยากอยู่คนเดียวแล้ว”

            มาร์คดึงแขนแบมแบมเข้ามาใกล้ๆ พออีกฝ่ายไม่ขัดขืนก็รั้งมากอดเบาๆ

            “พี่ยังรักแบมนะ พี่จะหาทางให้เราได้กลับมาอยู่ด้วยกัน”

           

                       

                       

 

 

            “แม่ไม่นอนหรือครับ”

            มาร์ตินถามอย่างสงสัยเมื่อเดินเข้ามาในครัวแล้วเห็นแม่นั่งซบหน้ากับแขนอยู่ที่เคาน์เตอร์ทำครัว

            “ยังจ้ะ นอนไม่หลับ จะไปหาพี่ยองแจไหม”

            “ไปครับ” ไม้เดินไปเปิดตู้เย็นหาของกิน แบมแบมนั่งมองลูกชายที่หยิบไส้กรอก เบคอน และไข่ออกมา

            “แม่กินหรือยัง”

            “ยังเลย”

            “ไม้...

            “ครับ” ไม้ขานรับ ก่อนจะทอดเบคอนก็ปิ้งขนมปังไว้ก่อน

            “เปล่า ไม่มีอะไร แม่ไปอาบน้ำก่อนนะ เดี๋ยวลงมากินด้วย”

            “โอเค”

            แบมแบมยีผมลูกชายด้วยความเอ็นดูแล้วเดินไปชั้นบน

           

           

 

            “แบม อย่าล้อเล่นแบบนี้ เราไม่ขำ”

            ยองแจที่กำลังกินอาหารเช้าของทางโรงพยาบาลถึงกับชะงัก มองเพื่อนที่ดูเนือยๆ เหนื่อยใจพิกลกับความจริงที่เพิ่งรู้เมื่อคืน

            “แกคิดว่าฉันพูดเอาขำมากป้ะ ถ้าชีวิตพวกเราโรยด้วยกลีบกุหลาบเราสองคนก็เป็นสะใภ้ตระกูลเดียวกันอะ”

            “พี่มาร์คเป็นลูกผู้พี่ของผู้ชายคนนั้นจริงๆ เหรอ”

            “อืม จริงแท้แน่นอน”

            “หนีกันไม่พ้นจริงๆ สินะ” ยองแจวางช้อน มือไม้พลันอ่อนแรง แบมแบมตบบ่าบางของเพื่อนอย่างเข้าอกเข้าใจ

            “แกอย่าเพิ่งกังวล แจ็คสันไม่มายุ่งกับแกก็คงไม่ยุ่งจริงๆ แต่พี่มาร์คไม่ใช่..

            “อะไรของแบม พูดมาให้จบเดี๋ยวนี้”

            ไม่ให้กังวลแต่มาเปิดประเด็นอะไรแบบนี้เล่า

            “วิญญาณลุงคงเข้าสิง นอกจากจะโอนเงินให้ไม้ใช้แล้วพี่เขาจะรับผิดชอบอุปการะยัยหนูด้วย”

            “ทำไมต้องทำแบบนั้น เราไม่ได้ต้องการนะแบม เราบอกจะตัดก็คือตัดจริง ไม่ว่าจะใครในครอบครัวเขาเราก็ไม่ต้องการความช่วยเหลือ”

            น้ำเสียงเด็ดขาดของแม่ลูกอ่อนทำเอาแบมแบมยิ้มเจื่อน

            “เราเข้าใจ แต่เราก็ต้องยอมรับนะยองแจว่าเราลำบาก เงินของแจ็คสันจะใช้ได้อีกนานแค่ไหน เด็กคนนึงกว่าจะโตนี่ต้องใช้อีกเท่าไหร่ ให้พี่มาร์คช่วยดูแลเด็กๆ อีกคนไม่ดีกว่าเหรอ มันเป็นสิทธิ์ที่เราและลูกควรได้นะ”

            แบมแบมพยายามกล่อม นวดมือเพื่อนให้ใจอ่อนแต่ยองแจดึงมือกลับ

            “เราไม่อยากให้ใครมาทวงบุญคุณ”

            “พี่มาร์คต่างจากแจ็คสัน ไม่มีทางทวงบุญคุณหรอก”

            “แล้วถ้ามีคนอื่นมาทวงเพราะบอกว่าพี่มาร์คก็เคยดูแลลูกเราล่ะ”

            “แล้วจะมีใครมาทวงล่ะ”

            “ใครก็ได้ที่อยากได้ลูกเรา”

            “ยองแจไม่อยากพูดให้เสียใจนะ แต่ไม่มีใครนอกจากพี่มาร์คที่อยากได้มาร์ตินและเจสซี่หรอก..

            แบมแบมเอ่ยเสียงเศร้า พาลให้ยองแจเศร้าไปด้วย

            “นั่นสิ” ใครจะมาอยากได้เจสซี่ ขนาดพ่อมันยังไม่เอาเลย

            สะใภ้แต่งของพ่อแม่ผู้ชายคนนั้นอีกหน่อยก็คงมีลูกให้ได้ เจสซี่ก็จะไม่มีตัวตนในสายตาของคนพวกนั้นตลอดไป เจสซี่จะมีแค่แม่คนนี้คนเดียว

            “ยองแจ..

            ร่างบางสะดุ้งเมื่อจู่ๆ มือของเพื่อนก็ยกมาทาบแก้มตน ก่อนนิ้วเรียวจะเกลี่ยเช็ดน้ำตาให้

            ยองแจเพิ่งรู้ว่าตนเองร้องไห้ ช่วงนี้ร้องไห้บ่อยจริงๆ เลย ชักเบื่อตัวเอง

            “อย่างนี้ก็แสดงว่าไม้กับเจสซี่เป็นลูกพี่ลูกน้องกันน่ะสิ”

            “อืม นึกแล้วเสียดายเหมือนกัน นี่กะจะจองเจสซี่ไว้ให้ไม้นะ”

            แบมแบมเสียดายจากใจจริงๆ นะ ยองแจสวยขนาดนี้เจสซี่จะสวยขนาดไหนอ่ะ ถึงไม่อยากจะพูดถึงพ่อเลวๆ แต่พ่อเจสซี่ก็หล่อ ลูกต้องดูดีสิ

            “นี่แบมคิดแบบนี้กับลูกเราเหรอ” ยองแจฟาดมือกับไหล่บางจนแบมแบมสะดุ้งต้องขยับถอย

            “แหม อดคิดไม่ได้นี่ โตกว่านี้อีกนิดจะบอกไม้เรื่องนี้แล้วกัน”

            “แม่จะบอกอะไรไม้อ่อ?”

            แบมแบมสะดุ้งเฮือกเมื่อไม้เดินมาจี้เอวแล้วถาม

            “ไอ้เด็กคนนี้นี่!” ย่องมาตั้งแต่เมื่อไหร่  ไหนบอกว่าจะไปซื้อขนมไง

            “ว่างาย มีเรื่องอะไรเหรอ”

            “เปล๊า!

            “แหม” ไม้เหล่มองแม่เมื่อแม่ปฏิเสธเสียงสูง ก่อนจะดันแม่ที่นั่งบนเตียงให้ลงแล้วขึ้นไปนั่งแทน แม่ต้องถอยร่นไปโซฟา

            “พี่ยองแจไม่กินข้าวเยอะๆ อ่ะครับ เดี๋ยวเจสซี่ไม่มีนมกินหรอก แม่บอกว่าถ้าพี่ยองแจกินน้อยก็จะมีนมให้เจสซี่กินน้อยด้วยล่ะ”

            ยองแจมองเด็กน้อยที่นั่งจ้องหน้าเขาเหมือนจะมองเขากินข้าวให้หมด อดเอื้อมมือไปลูบแก้มด้วยความเอ็นดูไม่ได้

            นอกจากแม่เจสซี่ก็ยังมีพี่ชายอีกคนนะ พี่ชายที่ดูจะรักเจสซี่มากซะด้วย

           

           

 

 

 

            “ยองแจค่อยๆ ลง พี่ไม้อย่าไปเกาะแกะพี่ยองแจนะ” แบมแบมบอกเพื่อนต่อด้วยลูกชาย

            พอรถจอดสนิท ยองแจก็ลงจากรถไปที่เบาะหลังที่ไม้นั่งอยู่กับน้องที่นอนในคาร์ซีทสำหรับทารก ค่อยๆ อุ้มลูกสาวออกจากคาร์ซีท

            เจสซี่ของแม่ได้กลับบ้านสักที

            ไม้ช่วยแม่ถือของของพี่ยองแจและน้อง เดินตามพี่ยองแจที่อุ้มน้องเดินนำไปก่อน

            แบมแบมเปิดประตูให้ยองแจพาหลานเข้าไปก่อน ตามด้วยลูกชาย

            “ให้ยัยหนูนอนเล่นข้างล่างก่อนก็ได้นะ”

            ยองแจหัวเราะเพื่อนเบาๆ ที่ดูตื่นเต้นกว่าตนเสียอีก จัดที่ทางชั้นล่างไว้รอรับรองยัยหนูเรียบร้อยแล้ว

            “ยังไม่เอาขึ้นห้องหรอก” ยองแจค่อยๆ วางลูกสาวตัวน้อยที่หลับปุ๋ยลงบนเบาะเล็กที่ปูในห้องนั่งเล่น

            “ฉันมีอะไรจะให้ดู”

            “อะไรเหรอ” ยองแจที่คุกเข่าอยู่ข้างลูกสาวเงยหน้ามองคนที่เดินมาฉุดแขนเขาให้ลุกขึ้น

            “ไปข้างบนกันแป๊บนึง”

            “แต่ว่า” ยองแจมองไปที่ลูกสาว ไม้ที่เอาของไปเก็บเดินมาพอดี

            “ไม้ดูน้องให้ครับ”

            “ไปเร็ว ฝากไม้ดูเดี๋ยวเดียว” แบมแบมลากเพื่อนให้เดินตามไปจนได้

            แบมแบมเปิดห้องของยองแจที่ตกแต่งใหม่ทั้งหมดจนไม่เหลือเค้าเดิม

            “ตอนแรกจะทำห้องยัยหนูอีกห้อง แต่เด็กแรกเกิดตื่นบ่อย ให้แม่ลูกอยู่ด้วยกันยองแจจะลุกมาดูสะดวกกว่า ไว้ยัยหนูโตอีกนิดค่อยทำห้องข้างๆ ให้แก เป็นไง แกชอบป้ะ”

            แบมแบมนำเสนออย่างตื่นเต้น ยองแจมองห้องของตนที่ถูกแต่งใหม่ ผนังห้องสีขาวที่ดูเรียบก่อนนี้มีของน่ารักตกแต่งเพิ่มขึ้นมากเลย ทั้งห้องตกแต่งด้วยโทนฟ้าขาว เปลของยัยหนูเป็นเตียงสีขาว มีโซฟาอีกสองตัวเพิ่มมาในห้อง ทั้งหมดเป็นสีฟ้าและสีขาว โต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อมถูกย้ายไปอยู่ด้านตรงข้ามกับเปลและข้างกันมีตู้เก็บของใช้ของลูกสาวี่ทาสีขาวและติดตัวการ์ตูนน่ารักอยู่ใกล้ตู้ของเขาด้วย ม่านในห้องเป็นสีฟ้าที่เข้ากัน

            “สวยจังเลย เอาเวลาไหนไปทำเนี่ย”

            “หลังจากยองแจคลอดก็ทำเลย กลัวไม่เสร็จแทบแย่” แบมแบมดูภูมิใจกับห้องที่ทำเอง

            “นี่แบมทำคนเดียวเลยเหรอ”

            “อืม ก็ทำเองคนเดียวหลายวัน แต่เมื่อวานมีไม้กับพี่มาร์คช่วยด้วยน่ะ”

           เอาเวลาไหนไปนอน คงไม่ได้เอาเวลานอนมาทำหรอกนะ"

            “นิดหน่อย แต่ไม่เป็นไร ไม่ได้ทำงานทุกวันด้วย”

            ยองแจมองคนที่ยกมือโบกปฏิเสธแล้วให้อ่อนใจนัก แบมแบมนี่ล่ะก็

            “ไม่เห็นต้องเปลืองเงินทำห้องให้เลย ของพวกนี้ก็ซื้อใหม่หมดใช่ไหม

            ยองแจเกรงใจมากเลย ไม่อยากรบกวน แค่นี้เขาก็รบกวนแบมแบมมากแล้ว

            “ไม่เท่าไรหรอกน่า เราอยากทำ ถือว่าทำเพื่อหลาน เรื่องเงินไม่ต้องสนใจ ตอนนี้ฉันสนแค่ว่ายองแจจะชอบไหมเท่านั้นล่ะ”

            “ชอบสิ ขอบคุณมากนะแบม” ยองแจกอดเพื่อนแน่น ขอบคุณกับทุกอย่างที่แบมแบมทำให้ 

            “เล็กน้อยน่า” แบมแตะหลังยองแจเบาๆ รู้สึกเขินๆ นิดหน่อย

           

 

            TBC.

**

ไม่ใช่แบมแจนะ อิ้_อิ้


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 650 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,297 ความคิดเห็น

  1. #3127 thiyadanook-1234 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 16:33
    พี่มาร์คคนดีของน้อนนนนน
    #3,127
    0
  2. #2862 N_udaen_G (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 23:03
    แจ็คสันคือเกินเยียวยาแล้วววว ส่วนพี่มาร์คสู้ๆ นะ เดี๋ยวก็ได้อยู่ด้วยกันนน
    #2,862
    0
  3. #2777 My love markbam (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 11:32
    แล้วแจ๊คจะเสียใจ
    #2,777
    0
  4. #2562 Friendship_Lee (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 23:00
    มาร์คสายเปย์ เปย์ทั้งลูกเปย์ทั้งหลาน
    #2,562
    0
  5. #2280 PrincessDark (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 06:12
    พี่มาร์คน่ารักอ่ะอยากให้คู่นี้กลับมามีความสุขกันจัง
    ลอยแพแจ็คไปเลยค่ะ
    #2,280
    0
  6. #2254 WangJimung (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 06:31

    ไม่สนใจพิแจ็คละ ขอให้เสียใจมากๆ ยัยหนูเจสซี่อยู่กับลุงมาร์คดีกว่า อยู่กับครอบครัวนี้ดีกว่า

    #2,254
    0
  7. #2210 dejawooo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 02:22
    แจ็คสันหวังก็คือแจ็คสันหวัง พี่ช่วยเตือนสติก็แล้ว ไม่ได้นำพา เมื่อไหร่จะคิดได้น้อ เมื่อไหร่จะทำอะไรให้มันดีขึ้นสักที หรือต้องรอลูกโตก่อนน้อ เฮ้อ เหนื่อยใจแทนน้องเจสซี่ที่มีพ่อแบบนี้ แต่พี่มาร์คดีจังเลย ดูแลน้องแทนด้วย ชอบความ เดี๋ยวพ่อโอนเงินให้นะ ตอนพูดกับไม้มากๆ รู้สึกประทับใจ555555ไม้ดูแลน้องด้วยนะลูก ส่วนสะใภ้ทั้งคู่ก็ขอให้เข้มแข็งต่อไปน้า
    #2,210
    0
  8. #2131 Ladavanh (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 04:54

    นี่ถ้าไม่ติดว่ารักเฮียหวัง(ตัวจริง)นะ คงมีความคิดที่ว่า อยากเอาบาทาไปทีบยอดหน้าเฮีย(ในนิยาย) แต่ถึงจะรักอย่างนั้นก็ยังมีแวบๆเข้ามาในสมองให้ทำแบบนั้นอะ แบบเฮียในนิยายนี้เลวจริงอะไรจริง

    #2,131
    0
  9. #2117 SSMMTBB (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 20:50
    ถ้าเราเป็นพี่มาร์คนะพี่ถีบหน้าให้รู้สึกตัวอะบอกเลย
    #2,117
    0
  10. #2102 KHMBJJ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 04:36
    เฟบเรื่องนี้ไว้นานมากกกกกแล้ววววว แต่ก็ยังไม่ได้เริ่มอ่านสักที เพราะแอบเห็นเม้นมีแต่คนบอกดราม่าๆๆๆ  เลยแอบกลัวนิดๆ รอให้จิตใจเข้มแข็งค่อยอ่าน (เวอร์ไปมะ? 555)


    และพออ่านไปตอนแรกเท่านั้นนน...  น้ำตาร่วงเลยจ้าาาาาา สมคำร่ำลือจิงๆๆ! 555555555 และจากนั้นก็ร้องไห้ทุกตอนน โอ๊ยยยย  นานๆทีเราจะเป็นแบบนี้ คือเหมือนจะอินจะทุกสิ่งในเรื่อง  ไรเตอร์เขียนดีมากกกก  ปรบมือให้ค่ะ!! TTvTT


    ชอบสตอรี่การผูกเรื่องต่างๆ ดูทุกตัวละครเกี่ยวข้องกันแบบมีเหตุผล ยิ่งแบมกะแจคือแบบบบ เหมือนถูกขีดมาให้เป็นสะใภ้บ้านเดียวกัน แต่ไม่สมหวังทั้งคู่  ชีวิตน่าสงสารจนอิแม่อยากช่วยเลี้ยงดู  ฮือออออ  TT ___TT


    ชอบน้องไม้มากกกกก ดูเป็นเด็กดีทั้งๆที่ชีวิตไม่ได้สมบูรณ์ คุณแม่แบมเลี้ยงลูกได้เก่งมากก ชอบเวลาแม่ลูกตีกันมันน่ารักกก 5555  ยิ่งพอมีพ่อเข้ามาอีกก็ยิ่งสมบูรณ์  ต้องขอบคุณไรเตอร์ที่แตคู่มาร์คแบมออกมาได้น่ารักกกก  เพราะหน่วงจากคู่แจ็คแจมามากพอแล้วววว 555555 


    ซึ่งพอตัดภาพมาที่แจ็คแจ.... ต้องเรียกได้ว่าไม่มีฉากไหนที่แจ็คสันออกมาแล้วนี่จะไม่หงุดหงิดดด!!! 5555  ทำไมถึงได้ใจร้ายกับแจและลูกได้ขนาดนี้!!!!  โกรธๆๆๆๆ  ยิ่งตอนมาหาแจที่โรงพยาบาลยิ่งโมโหๆๆๆ  คือเห็นได้ชัดว่าแจ็คสันรักแต่ตัวเองจริงๆ!!  ได้แต่หวังว่าโดนพี่มาร์คด่าไปจะคิดอะไรขึ้นมาได้บ้างงง  หึหึ!! (หัวเราะชั่วร้ายย)

    แต่ที่สุดแล้วคือสงสารยองแจมากอ่ะะ ยิ่งตอนแบมบอกว่านอกจากมาร์คบ้านนั้นคงไม่มีใครอยากได้เจสซี่แล้ววว นี่แบบบ โอ๊ยยยย ร้องงงงงง TT__TT


    ปล. นี่เพิ่งมาอ่าน กะอ่านให้ง่วงเพราะนอนไม่หลับ สรุปลากยาวมายันตีสี่!!! เวนกำ 5555555555

    #2,102
    0
  11. #2093 PTK_KHM (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 06:48
    แรงส์ค่ะพี่มาร์ค
    #2,093
    0
  12. #2086 Harukim (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 23:58
    ขอบคุณพี่มาร์คนะ ขอบคุณแบมแบมดเวยที่อยู่ข้างๆยองแจ ขอบคุณพี่ไม้ด้วยนะ ขอบคุณไรท์ด้วยที่ไม่ให้มาร์คแบมดราม่าไปอีกคู่ มีแท็กในทวิตเตอร์มั้ยคะ อยากเล่นแท็ก
    #2,086
    0
  13. #1975 Ilo_harlveen (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 00:15
    ถ้่ามาเสียใจทีหลังจะไม่สงสารนะ
    #1,975
    0
  14. วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 14:47
    "ผมหลุดไปกี่กระจุกเเล้วไม่รู้"ขํา วงวารมาร์ค5555
    #1,963
    0
  15. #1744 ชเวฮยอนจา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 18:42
    เกลียดพระเอกได้รึปะ
    #1,744
    0
  16. #1695 pparisa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 13:23
    แจ็คสันเลวมาก ห่วงแต่ตัวเอง!
    #1,695
    0
  17. #1650 Amxoe (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 12:41
    โลกกลมมาก จากคนที่ไม่เหลืออะไรในตอนนั้นและซิงเกิ้ลมัมเดี่ยวๆ ลูกเกิดมายังเป็นลูกพี่ลูกน้องกันอีกด้วย ประทับใจอ่าา //แจ็คสันใจร้ายมากเลย จะคิดได้มั้ยนะ
    #1,650
    0
  18. #1288 Nuthathai Por (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 15:36
    จะรอดูวันที่แกไม่เหลือใครและไม่มีใครสนใจนะแจ็คสัน
    น้องไม้กับคุณพ่อมาร์คนี่เข้าคู่กันดี๊ดี
    #1,288
    0
  19. #1038 DajingMTBB (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 00:46
    แจ็คสันนี่แบบ เลวววว
    #1,038
    0
  20. #912 บับเบิ้ลวี (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:58
    แอบรอไรท์อยู่นะจ้ะ~
    #912
    0
  21. #911 บับเบิ้ลวี (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:57
    แอบรอไนท์อยู่นะจ้ะ~
    #911
    0
  22. #910 #PED(เป็ด) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:53
    เอ็นดูพี่แบม เจ้าไม้ ยองแจ และยัยหนู //แนบการ์ดหาพระเอกใหม่ให้ยองแจ
    #910
    0
  23. #908 BJonnie (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:11
    มีแพลนเปลี่ยนตัวพระเอกไหมคะ อหแต่ละสิ่งที่ทำกับน้องนั้น มันน่านักกกกกก
    #908
    0
  24. #906 Nisamani (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:56
    ต่อนะคิดถึงแล้ว/รออยู่
    #906
    0
  25. #904 StarShines (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:30
    แจ็คสันจะเลวอะไรเบอร์นั้น เกลียด Q-Q
    #904
    0