สต็อกพร้อมส่ง(GOT7) พันธะปฏิพัทธ์ Jackjae Ft.Markbam Bnior (mpreg)

ตอนที่ 5 : Chapter 4 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,065
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 729 ครั้ง
    11 ธ.ค. 60

 

 

 

            แจ็คสันยืนอยู่หน้าห้องแล้วแต่ลังเลที่จะเปิดประตูเข้าไป

            ถ้าใช่ยองแจจริงๆ จะทำยังไง

            ถ้าใช่..สิ่งที่แจ็คสันอยากถามมีเต็มไปหมด

            ร่างสูงชะงักเมื่อกำลังจะเปิดประตูห้องพักของยองแจก็มีสายโทรเข้ามาขัด

            คงเป็นคุณแม่ล่ะมั้ง เมื่อคืนเขาไม่ได้กลับบ้านเสียด้วย

            แจ็คสันหยิบโทรศัพท์จากในกระเป๋ามาดูว่าใครโทรมา ถ้าเป็นมารดาก็จะรับสาย

            ‘Monik’

            แจ็คสันตัดสายแล้วปิดเครื่องทันที เปิดประตูห้องพักผู้ป่วยเข้าไป

            ตอนนี้เขาไม่มีเวลามาสนใจเมียแต่งนั่นหรอก

 

 

 

 

            “หะ..กล้าดียังไงตัดสายฉันน่ะแจ็คสัน”

            หญิงสาวในชุดลำลองมองโทรศัพท์มือถือในมือด้วยความโมโหมากขึ้นกว่าเดิม

            แจ็คสันตั้งใจจะทำให้เธอเป็นโรคประสาทหรือไงถึงได้จงใจทำตัวหยาบคายใส่เธอแบบนี้

             ตั้งแต่แต่งงานกันมาสามวัน แจ็คสันไม่เคยอยู่บ้านเลย เขาไม่แตะเนื้อต้องตัวเธอเลยสักนิด ทำเหมือนเธอเป็นตุ๊กตาที่ตั้งทิ้งไว้ในบ้าน

            โมนิก้าหลับตา กำมือแน่น ข่มกลั้นอารมณ์ไม่ให้ส่งเสียงกรีดร้องวีนออกมาลั่นบ้าน แม้เธอจะไม่ได้รับความใส่ใจจากแจ็คสัน แต่เธอจะไม่ยอมเป็นสะใภ้ที่พ่อแม่สามีดูถูกเอาได้ว่าไม่ได้รับการอบรม

            เธอไม่น่าตกลงแต่งงานกับผู้ชายคนนี้เลย พ่อแม่ไม่น่าจับคู่เธอกับหมอนี่ ผู้ชายร่ำรวยมีหน้าตาในสังคมยังเหลืออีกมากมายทำไมเธอถึงได้ซวยมาแต่งกับหวังแจ็คสันด้วย!

            ในเมื่อแจ็คสันทำตามใจตัวเองอย่างนี้ ต่อจากนี้เธอจะใช้ชีวิตอย่างไม่เกรงใจเขาเหมือนกัน!!

 

 

 

 

 

            ร่างบางที่ยืนอยู่ตรงโซฟายาวหันมองไปทางประตูเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า คิดว่าเป็นเพื่อนร่วมงานยองแจมาเยี่ยมก่อนกลับบ้าน แต่กลับไม่ใช่อย่างที่คิด

            แบมแบมไม่สนใจคนที่มา ห่มผ้าให้ลูกชายที่ขอนอนต่อเพราะโดนแม่ลากมาโรงพยาบาลเช้าเกินไป

            แจ็คสันมองร่างสูงโปร่งที่เหลือบมามองตนเพียงครู่หนึ่งก็หันกลับไปไม่สนใจตนอีก คิ้วเข้มขมวดมุ่น

            หมอนี่ที่เห็นอยู่กับยองแจคราวนั้น

            แสดงว่ายองแจอยู่ที่นี่จริง

            “ยองแจไปไหน”

            “มาทำไม”

            แบมแบมหันมามองแจ็คสัน น้ำเสียงราบเรียบ แววตาไม่เป็นมิตร

            “ฉันไม่มีธุระกับนาย ฉันมาหายองแจ”

            “กลับไปซะ จะมาอีกทำไม ทำกับยองแจไว้ตั้งมากยังหน้าด้านมาหาอีกเหรอ”

            เพราะความเครียดของตนเองด้วย ประกอบกับความห่วงใยเพื่อนทำให้แบมแบมพูดจาไม่ไว้หน้าอีกฝ่ายแม้จะไม่เคยรู้จักกันส่วนตัวมาก่อนก็ตาม

            “จะมากไปแล้วนะ”

            “ไม่มากไปหรอก ที่นี่ไม่ต้อนรับคนอย่างนาย” แม้อีกฝ่ายจะมองด้วยสายตาไม่พอใจแต่แบมแบมไม่สนใจหรอก

            “พอเถอะแบม..

            ทั้งสองที่มองหน้ากันเหมือนมองศัตรูหันมาทางต้นเสียง ยองแจในชุดผู้ป่วยก้าวออกมาจากห้องน้ำ แบมแบมรีบก้าวไปหา

            “ไล่มันก็ไม่ไปล่ะยองแจ”

            “นี่! พูดให้ดีๆ หน่อยนะ”

            “คนอย่างนายควรพูดดีด้วยเหรอ!

            “พอเถอะ เสียงดังมากเดี๋ยวไม้ตื่น ฉันจัดการเอง”

            ยองแจมองหน้าแบมแบมแล้วหลุบตาลง วางมือประทับจับมือเพื่อนที่จับแขนตนไว้ แบมแบมทำท่าจะพูดต่อแต่ยองแจเพียงส่ายหน้า แบมแบมมองยองแจด้วยความไม่เข้าใจ

            ยองแจเองก็ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เจอแจ็คสันอีกครั้ง ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมาที่นี่

            ความรักที่มีต่อแจ็คสันจางลงไปมาก แต่มันก็ยังไม่หายไปจนหมด ถึงจะทำใจยากแต่ยองแจก็จะทนให้ได้

            ในตอนนี้ ความรักที่มีให้เจสซี่มันมากมายกว่าที่มีให้แจ็คสันไปแล้ว

            ต้องใช้ความกล้ามากทีเดียว และต้องทำใจอยู่ครู่ก่อนยองแจจะมองหน้าแจ็คสันได้เต็มตา

            “ไปคุยข้างนอกเถอะ”

            ยองแจเอ่ยกับแจ็คสัน ค่อยๆ เดินช้าๆ ออกจากห้อง แม้จะผ่านมาสามวันแล้วแต่ก็ยังเจ็บตึงแผลอยู่

            “ให้ฉันไปด้วยไหมยองแจ” แบมแบมเป็นห่วง ไม่ไว้ใจแจ็คสัน

            ร่างบางหันมามองเพื่อน ยิ้มให้กับความหวังดีแต่ส่ายหน้าปฏิเสธ

            เรื่องนี้ยองแจจะไม่ให้เพื่อนมาเกี่ยวด้วยหรอก แค่เรื่องของแบมแบมเองก็หนักพอแล้ว

            ยองแจเดินไปตามทางเดินของโรงพยาบาล ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินตามมา ทุกย่างก้าวบีบหัวใจยองแจเหลือเกิน

            ยองแจกลัวว่าวันนี้จะต้องเผชิญกับความเจ็บปวดอีก

            ยองแจไม่คิดว่าแจ็คสันจะกลับใจมารับผิดชอบ ไม่มีความคิดนั้นสักแวบหนึ่ง

            ตอนที่เห็นแจ็คสัน ยอมรับว่ายองแจกลัว เขาไม่มีทางรู้ได้เลยว่าแจ็คสันมาทำไม แต่ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากให้มา

            แม้เจ็บแผลแต่ยองแจก็ฝืนทำตัวปกติ ตอนนี้เขาจะไม่แสดงด้านที่อ่อนแอให้แจ็คสันเห็นอีกเด็ดขาด

            ยองแจเลือกที่คุยคือโซนที่ทางโรงพยาบาลจัดไว้ให้สำหรับญาติที่มาเยี่ยมแม่และเด็ก คนเยอะหน่อยแต่ก็ปลอดภัย

            ในเวลานี้ยองแจไม่อยากอยู่ตามลำพังกับแจ็คสัน

            ร่างบางค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาตรงมุมหนึ่ง มองแฟนเก่าที่ยังยืนอยู่และกำลังมองรอบบริเวณ

            “ฉันอยากได้ที่สงบกว่านี้”

            “ที่นี่ใกล้ห้องพักที่สุด ไม่คุยก็กลับไปเถอะ”

            แจ็คสันก็ยังคงเอาแต่ใจ ไม่ดูสภาพเขาเลยหรือไงว่าเขาเดินไกลไม่ไหว

            แต่ทำยังไงได้ จะคาดหวังอะไรจากแจ็คสัน

            ยองแจมองคนที่ทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามด้วยท่าทีไม่พอใจ แจ็คสันมีสิทธิอะไรมาทำท่าทางแบบนั้น เขาต่างหากที่ควรไม่พอใจ

            “มาทำไม มาได้ยังไง มีอะไรรีบพูด ฉันต้องกลับไปให้นมลูก”

            ยองแจเอ่ยเสียงเย็น ดึงความเข้มแข็งที่มีอยู่น้อยนิดปกปิดความหวาดหวั่นในใจ

            แจ็คสันมองหน้ายองแจครู่หนึ่งก่อนเอ่ยออกมา

            “เก็บไว้ทำไม”

            “แล้วทำไมถึงเก็บไว้ไม่ได้”

            ยองแจสวนกลับทันที เพียงแค่คำถามแรกของแจ็คสันยองแจก็อยากจะลุกไปตบหน้าแล้ว ถ้าจะมาเพื่อถามคำถามปัญญาอ่อนแบบนี้สู้อย่าเสียเวลาขับรถมาดีกว่า

            “บอกเหตุผลมา” ยองแจเกลียดน้ำเสียงคาดคั้นนี่จริงๆ

            “นายก็เปิดโอกาสให้ฉันเลือกไม่ใช่เหรอ ฉันแค่เลือกทางที่คนมีจิตสำนึกเขาทำกัน ชีวิตตอนนี้ก็แย่มากพอแล้ว ไม่อยากทำตัวตกต่ำยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน”

            ยองแจด่าเหน็บอย่างจงใจ พอได้มองหน้ายองแจก็ยิ่งแค้น ความโกรธ ความรัก ความเสียใจ ความรู้สึกว่าถูกทรยศประเดประดังเข้ามา

            คิดว่าทุกอย่างจะดีขึ้น แต่มันจะกลับไปสู่จุดเดิมเมื่อแจ็คสันกลับมา

            ยองแจมองคนที่นิ่งไป ดูก็รู้ว่าพยายามเก็บกลั้นความไม่พอใจ ถ้าอยู่กันสองคนเขาอาจโดนกระชากหรือด่าตอบไปแล้ว

          “ถ้านายทำซะ..ทุกอย่างมันก็จบไปแล้วแท้ๆ แต่เมื่อคลอดออกมาแล้วก็คงทำอะไรไม่ได้อีก แต่นายและเด็กนั่นจะไม่กลับเข้ามาในชีวิตฉันอีกใช่ไหม”

            ยองแจชะงัก นัยน์ตากลมวาวเต็มไปด้วยความไม่พอใจ มองสบตาคนที่เอ่ยอย่างจริงจัง

            ต่อให้แจ็คสันทนได้แต่ยองแจจะไม่ทนอีกแล้ว

            ร่างบางผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับลืมความเจ็บปวดทางกาย คว้าแจกันแก้วใบเล็กที่ใส่ดอกไม้กลิ่นหอมบนโต๊ะขึ้นมาแล้วปาใส่ร่างสูงเต็มแรง

            แจกันโดนไหล่กว้างเข้าอย่างจัง แล้วตกลงพื้นแตกกระจาย

            ไม่ใช่ว่าเขาปรานีที่ปาไม่โดนหัวแต่มันพลาดเป้าไปต่างหาก

            “ไปตายซะแจ็คสัน! ถ้านายจะมาเพื่อทำให้ฉันเจ็บอีกนายจะมาทำไม!!

            ยองแจตะโกนออกมาด้วยความโกรธระคนเจ็บปวด

            เสียงของยองแจและเสียงแจกันพาให้ทุกสายตาหันมามอง พยาบาลรีบวิ่งเข้ามาหายองแจ

            เมื่อยองแจทำร้ายร่างกายกัน แจ็คสันก็สุดจะทน ลุกขึ้นยืน

            “ฉันแต่งงานแล้วนะ!

            “แล้วยังไงล่ะ จะสื่ออะไรกันแน่ห๊ะ! หรือว่ากลัวเมียนายรู้ เธอจะไม่มีวันได้รู้ถ้านายไม่มายุ่งวุ่นวายกับชีวิตฉัน!

            “แต่ถ้าครอบครัวฉันรู้เรื่องนายกับลูกล่ะ ชีวิตฉันจะเป็นยังไง!

            อ๋อ..ที่มาก็เพราะห่วงแต่ตัวเองสินะหวังแจ็คสัน

            จะบอกว่าการที่เจสซี่ยังมีชีวิตอยู่จะทำให้ชีวิตคุณชายหวังเดือดร้อนอย่างนั้นสิ?!

            “ถ้าอยู่ไม่ได้ก็ไปตายซะ! ถ้านายไม่สบายใจนักฉันจะประกาศให้รู้ไว้ตรงนี้เลยก็ได้ว่าฉันจะไม่มีวันเอาลูกไปข้องเกี่ยวกับคนชั่วๆ อย่างคนที่ทำให้มันเกิดมาหรอก ฉันจะไม่บอกลูกเด็ดขาดว่ามีพ่อสารเลวแบบนาย นายเองก็อย่ามายุ่งกับลูกฉันด้วย!

            “ก็ดี จำคำนายไว้แล้วกัน!

            “เออ! นายก็จำไว้แล้วกันว่าทำอะไรกับฉันไว้บ้าง จะไปตายที่ไหนก็ไป จะไปลงนรกขุมไหนก็เชิญ!

            ยองแจคว้าหนังสือจากชั้นขว้างปาใส่แจ็คสัน ยองแจเห็นนะว่าแจ็คสันมีท่าทีโล่งใจที่เจสซี่จะไม่เข้าไปทำลายชีวิตเขา

            เลว เลวที่สุด!

            “มันเจ็บนะยองแจ!” แจ็คสันยกแขนป้องกันใบหน้า ยองแจยิ่งโมโห

            แค่นี้ทำเป็นเจ็บ แล้วแจ็คสันรู้บ้างไหมว่าเขาเจ็บกว่าแจ็คสันกี่ร้อยกี่พันเท่า

            “ฉันจะไม่คุยอะไรกับคนอย่างนายอีกแล้ว! ไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้นะ ไป!

            เพราะยองแจกรีดร้องและอาละวาดทำให้พยาบาลต้องเข้ามาห้ามปรามและปลอบโยนให้สงบลง พยาบาลอีกคนเข้ามาดูแลอาการแจ็คสันเพราะเธอเห็นเขาโดนปาแจกันใส่เข้าเต็มๆ

            “ไม่ต้อง” แจ็คสันดุพยาบาลที่มาวุ่นวาย พอละสายตาจากยองแจจึงพบว่าตนและยองแจกำลังตกเป็นเป้าสายตา

            ถ้ามีคนปล่อยข่าวออกไปคงไม่ดีแน่

            “ยังจะยืนอยู่อีกทำไม ฉันไม่อยากเห็นหน้านายแล้ว”

            “คิดว่าอยากอยู่นักหรือไง!” แจ็คสันเองก็ไม่มีอารมณ์จะอยู่คุยต่อแล้วเหมือนกัน เขาก้าวยาวๆ จากไปด้วยความโมโห

            ยองแจสะบัดตัวจากพยาบาลที่รั้งห้ามแล้วคว้าหนังสือที่มีไว้บริการอ่านฟรีปาไล่หลังแจ็คสัน

            “ไปแล้วไม่ต้องกลับมาอีกนะไอ้คนเฮงซวย!

            “ใจเย็นๆ นะคะคุณแม่”

            “อะ” ยองแจเอามือกุมท้อง น้ำตาไหล แผลคงปริฉีกไปแล้ว

            เพราะหวังแจ็คสันคนเดียวเลย เขาเกลียดผู้ชายคนนั้น เกลียด!

             “ไปเอารถเข็นมาที เร็ว” พยาบาลที่ประคองยองแจอยู่ให้ร่างบางนั่งลงบนโซฟาและให้เพื่อนอีกคนไปเอารถเข็นมารับคนไข้ 

            เจ็บแผลยังไม่เท่าเจ็บใจยองแจไม่รู้หรอกว่าแจ็คสันรู้เรื่องที่เขามาคลอดลูกที่นี่ได้ยังไง แต่จิตใจผู้ชายคนนั้นทำด้วยอะไรถึงมาด้วยจุดประสงค์บ้านั่น

            ไม่มีความห่วงใยหลงเหลืออยู่เลยอย่างนั้นเหรอจะถามถึงลูกสักคำก็ไม่มี

            แต่จะถามไปทำไมในเมื่อผู้ชายคนนั้นไม่ได้ต้องการให้เจสซี่เกิดมาตั้งแต่แรกแล้ว..

            เขาต้องทุกข์ใจเพราะคนชื่อแจ็คสันอีกสักกี่ครั้งกี่หนกันถึงจะพอ

 

 

 

 

 

            แจ็คสันเดินจากมาด้วยอารมณ์โมโหที่ยังคุกรุ่น

            ยองแจเปลี่ยนไปมาก เพราะเพิ่งคลอดหรือไงถึงได้ก้าวร้าว

            ชายหนุ่มโทรหาคนสนิทให้มาจัดการเก็บเรื่องทะเลาะกันระหว่างเขาและยองแจให้เป็นความลับ

            แค่มีเงินและอิทธิพลก็ทำได้ทุกอย่างนั่นล่ะ

            อารมณ์ขุ่นมัวของแจ็คสันถูกขัดด้วยบางสิ่ง เขายืนนิ่ง ชั่งใจ แต่สุดท้ายก็สาวเท้าเข้าไปยังห้องที่มีทารกนอนกันอยู่

            เขาไม่รู้เลยว่าลูกของยองแจเพศไหน ชื่ออะไร ไม่อยากใส่ใจ แต่ก็อยากรู้ว่าหน้าตาจะเป็นยังไง จะอวดดีเหมือนแม่มันไหม

            แจ็คสันเข้าไปคุยกับพยาบาลเพื่อถามหาลูกของชเวยองแจโดยอ้างว่าเป็นพ่อ

            และเขาก็ได้เจอเด็กนั่นสมใจ..

            ทารกน้อยเพศหญิงที่มีผ้าห่มผืนเล็กสีชมพูคลุมกายกำลังตื่นอยู่ มือน้อยๆ ที่ยกไปมามีข้อมือพลาสติกใส่อยู่ นัยน์ตาใสแจ๋วกวาดไปมา ผิวขาวมาก ขาวเหมือนแม่ไม่มีผิด

            ตัวเล็กอย่างกับตุ๊กตา

            แจ็คสันมองเด็กน้อยไม่วางตา ก่อนจะหันไปหาพยาบาล

            “จับได้ไหม?”

            พูดออกไปแล้วแจ็คสันก็แปลกใจตัวเองเหมือนกันที่รู้สึกอยากจับตัวเด็กนี่ทั้งที่กำลังโมโหคนเป็นแม่

            แต่พยาบาลสิประหลาดใจกว่าแจ็คสันอีก  

            “ใกล้เวลาจะพาน้องไปหาคุณแม่แล้ว ตามไปด้วยกันเลยสิคะ”

            “ไม่ล่ะ มีธุระต้องรีบไป”

            แจ็คสันมองเด็กน้อยด้วยความรู้สึกเสียดายโดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ตัว ก่อนจะไปก็ยังถามอีกคำถามที่ทำเอาพยาบาลงุนงงหนัก

            “แกชื่ออะไร”

            “อ่า..ชเวแจยองค่ะ”

            เป็นพ่อประสาอะไรกันนี่ ไม่รู้หรือว่าลูกชื่ออะไร คงไม่ได้เป็นพ่อจริงๆ แน่

            แต่ก่อนพยาบาลจะได้ทำอะไรเพื่อปกป้องทารกน้อยจากคนไม่น่าไว้ใจ แจ็คสันก็เดินจากมาเสียก่อน

 

 

 

 

            เมื่อเข้ามานั่งในรถแล้วแจ็คสันก็ยังไม่ขับออกจากลานจอดรถทันที เขาจมอยู่ในห้วงความคิดที่สับสนวุ่นวายของตัวเองพักใหญ่

            เขาไม่ได้ตั้งใจจะมาชวนยองแจทะเลาะสักหน่อย เรื่องที่อยากถามก็ยังถามไม่ครบ ไม่คิดว่ายองแจจะด่าเขาสาดเสียเทเสียแบบนั้น

            และที่เกินความคาดหมายยิ่งกว่าคงเป็นเรื่องเด็กคนนั้น..

            แจ็คสันอยากสลัดภาพเด็กนั่นออกจากหัวแต่ทำไม่ได้ มันติดตาไปซะแล้วนี่สิ

            ร้ายกาจทั้งแม่ทั้งลูก!

            แต่พูดก็พูดเถอะ ยองแจตั้งชื่อลูกตัวเองได้สิ้นคิดชะมัด

            “แล้วจะไปคิดเรื่องพวกนั้นทำไมนักหนาวะ!” แจ็คสันหงุดหงิดตัวเองเหลือกำลัง

            หวังว่ายองแจจะทำอย่างที่ได้ลั่นวาจาไว้ได้

            เขาต้องตัดเรื่องของยองแจและเด็กนั่นออกไปให้หมด ทุกอย่างมันจบแล้ว

           

 

 

           

           

            “แล้วแกก็ต้องไปเย็บแผลใหม่ ต้องออกจากโรงพยาบาลช้าไปอีก”

            แบมแบมกอดอกมองคนที่ครึ่งนั่งครึ่งนอนบนเตียง ตอนพยาบาลมาแจ้งญาติว่ายองแจต้องเย็บแผลอีกครั้งเขานี่ตกใจหมดเลย

             “อืม” ยองแจรับคำเบาๆ เขี่ยแก้มใสของยัยหนูที่กินนมอย่างเบามือ

            ช่างไร้เดียงสา..แกยังกินนมได้อย่างมีความสุขขณะที่แม่ทุกข์ใจจนอยากจะร้องไห้

            พอมองหน้าลูกแล้วยองแจก็อดเวทนาแกไม่ได้..ตัวแค่นี้ก็ต้องกำพร้าพ่อแล้ว แต่พ่อเลวแบบนั้นไม่มีคงดีกว่า

            ยองแจเจ็บใจเองน่ะไม่เท่าไร แต่เจ็บแทนลูกนี่สิหนักหนาสาหัสกว่ามาก

            เรื่องวันนี้ยิ่งตอกย้ำให้ยองแจรู้ว่าเจสซี่ไม่เป็นที่ต้องการของผู้ชายคนนั้นจริงๆ

            สำหรับยองแจแล้ว ต่อให้แจ็คสันไม่รักเขา ยองแจก็ไม่ว่าอะไร แต่การที่แจ็คสันไม่รักลูกเลยนี่สิ..ยองแจเจ็บปวดกว่าการที่แจ็คสันไม่รักตนเสียอีก

            ลูกสาวที่น่าสงสารของแม่..

            ยองแจกล้ำกลืนน้ำตาและความเจ็บไว้ในอก หันไปมองเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างเตียง

            “เรื่องของฉันน่ะช่างเถอะ จากนี้ไปคงลาขาดกันจริงๆ  ว่าแต่เรื่องของแบมจะเอายังไง ใกล้จะเก้าโมงแล้วนะ ไม่ออกไปตอนนี้เดี๋ยวรถติดก็ไปไม่ทันกันพอดี”

            ยองแจสบายใจขึ้นหลังได้ระบายด้วยการตะโกนไปเสียเยอะ แต่แบมแบมกลับซึมแทน

            ถึงทำเรื่องไม่สมควรลงไปท่ามกลางที่สาธารณะ แต่เมื่อต้องอยู่โรงพยาบาลนานขึ้นอีกมีแต่ต้องยอมรับสิ่งที่ตัวเองทำลงไปเท่านั้น แต่ยองแจไม่เสียใจในสิ่งที่ทำกับแจ็คสันสักนิด ไม่กลัวและไม่อายด้วย

            เมื่อแบมแบมยังนิ่งเงียบยองแจจึงกล่าวต่อ

            “ยังคิดมากอะไรอยู่อีก กว่าจะได้เจอหน้ากันอีกคงอีกนานนะ”

            “ฉันไม่กล้า เมื่อคืนเขาส่งข้อความมาหาเยอะมากเลยว่ามีเรื่องสำคัญจะถาม ฉันกลัวว่าจะเป็นเรื่อง..

            แบมแบมมองไปทางลูกชายที่นอนเล่นเกมมือถือ ใส่หูฟัง ยองแจมองตามก่อนถอนหายใจ

            “อาจไม่ใช่ก็ได้ เขาไม่รู้เรื่องไม้สักหน่อย อย่ากลัวไปล่วงหน้าหน่อยเลย แบมไม่ไปยิ่งมีพิรุธนะ”

            ยองแจพยายามกล่อม แบมแบมคงอยากไปแต่อีกใจคงห้ามตัวเองสุดฤทธิ์

            ถ้าคู่กัน ต่อให้พยายามหนีแค่ไหนก็ต้องได้มาเจอกันจนได้ล่ะน่า

            “แต่เขาบอกว่าจ้างนักสืบตามหาฉันนี่”

            แบมแบมไม่สบายใจเลย ถ้าเกิดว่ามาร์คสงสัยอะไรขึ้นมาแล้วจ้างคนสืบเรื่องเขาต่อ เรื่องของไม้ไม่แตกหรอกหรือ ตอนนี้มาร์คก็มีหนทางที่จะสืบเรื่องราวของเขาง่ายขึ้นแล้วด้วย

            “เขาก็ไม่เคยหาเจอไม่ใช่เหรอ นั่นหมายความว่าเขาย่อมไม่รู้เรื่องไม้ด้วยเหมือนกัน”

            “ถ้าเขาถามว่ารูปไม้คือใครล่ะ”

            “บอกว่าน้องก็ได้”

            “เขารู้ว่าฉันไม่มีน้อง”

            “ลูกเพื่อน”

            “เอางั้นเหรอ”

            “อ้างไปเถอะ ไปส่งแป๊บเดียวก็กลับแล้วนี่”

            แบมแบมมองนาฬิกาข้อมือ ยังลังเล ถ้าจะไปก็ต้องไปตอนนี้เลย ไม่อย่างนั้นจะไม่ทัน

            “ฉันรู้ว่าแบมอยากไป”

            “อืม ไปก็ไป”

            แบมแบมตัดสินใจได้ก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ไม้หันขวับมามอง ถอดหูฟังข้างหนึ่งออก

            “แม่จะไปไหนอ่ะ”

            “ไปธุระ อยู่นี่กับพี่ยองแจนะ เดี๋ยวซื้อข้าวมาให้กิน”

            “ไม้ไปด้วยดิ”

            “ไม่ได้!

            ไม้สะดุ้งเมื่อแม่เสียงดัง ไม่แค่ไม้ สองแม่ลูกชเวก็สะดุ้ง ยองแจต้องรีบปลอบยัยหนูไม่ให้ละจากนมแล้วร้องไห้โยเย

            “โทษที แม่ต้องไปธุระหลายที่น่ะ..กับลูกค้า”

            แบมแบมอ้างเหตุผลที่ไม้คุ้นเคยดี เพราะเขามักจะไปดูหนังหรือกินข้าวเป็นเพื่อนลูกค้าประจำอยู่บ่อยๆ

            “โอเค ซื้อหนมมาด้วยนะ”

            “อือ”

            แบมแบมมองลูกชายที่หันไปสนใจเกมแล้วมองยองแจ คุณแม่มือใหม่ยิ้มให้ จับมือเรียวให้กำลังใจ

            “ไปเถอะ”

 

 

 

 

 

            มาร์คดูรูปของแบมแบมและเด็กชายมาร์ตินในอินสตาแกรมฆ่าเวลาระหว่างรอขึ้นเครื่องและรอแบมแบมด้วย แบมแบมไม่ได้ให้อินสตาแกรมเขาหรอก มาร์คหาเจอเอง

            มาร์คหวังว่าแบมแบมจะมา แม้แบมแบมจะไม่ยอมตอบข้อความหรือรับสายเขาเลยก็ตาม

            มาร์คพยายามคิดในแง่ดีว่าอีกฝ่ายทำงานเลยไม่ว่างตอบหรือถึงไม่ได้ทำงานก็คงพักผ่อน ไม่อยากคิดว่าแบมแบมหลบเลี่ยงกัน

            พอได้ดูรูปชัดๆ ก็พบว่าเด็กคนนั้นคือคนเดียวกับที่เคยเจอไม่ผิดแน่ และรูปทั้งหมดตั้งแต่รูปแรกจนรูปล่าสุดเมื่อหลายวันก่อนก็มีแต่แบมแบมและเด็กคนนี้ จะมีคนอื่นบ้างก็ไม่ใช่คนในครอบครัวที่มาร์คเคยเห็นตอนเด็ก

            ที่สำคัญมีรูปที่แบมแบมและมาร์ตินถ่ายกับสองสามีภรรยาที่มาร์คเจอด้วย

            ดังนั้นเขาคงไม่ได้เข้าใจผิดไปเองหรือเข้าข้างตัวเองจนเกินไปแน่

            มาร์ตินอาจเป็นลูกเขาก็ได้

          ถ้าถามตามตรงแบมแบมจะบอกเขาไหมนะ

            มาร์คถอนหายใจด้วยความเครียดและความกังวล ก่อนจะตัดสินใจส่งรูปเด็กน้อยมาร์ตินในชุดกีฬาที่ถ่ายไว้เมื่อสองอาทิตย์ก่อนส่งไปให้พี่สาว

            ส่งไปไม่ถึงห้านาทีมาร์คก็ได้รับสายโทรทางไกลจากพี่สาวทันที

            ทำไมต้องโทร ส่งข้อความมาก็ได้ไหมล่ะ

            “ครับ”

            <ส่งรูปใครมายะ>

            “พี่ว่าเขาหน้าเหมือนใคร” แทนที่จะบอกมาร์คก็ถามกลับ

            <ถ้ารูปดูเก่ากว่านี้ฉันต้องคิดว่าเป็นแกแน่ ฉันช่วยคุณแม่เลี้ยงแกมาตั้งแต่เกิดต้องรู้หนังหน้าแกตอนเด็กอยู่แล้วสิ นี่แกไปเจอแฝดต่างวัยนี่มาจากไหน น่ารักดีนะ ไปเจอโดยบังเอิญเหรอ เมื๊อนเหมือน>

            แคทเธอลีนพูดด้วยเสียงสดใส ฟังดูชอบอกชอบใจที่เห็นรูปเด็กหน้าเหมือนน้อง

            “เขา..เป็นลูกแบมแบม”

            “ว่าไงนะ?!..ละ..ลูกแบมแบมแฟนเก่าแกสมัยปั๊บปี้เลิฟอ่ะนะ?”

            น้ำเสียงแคทเธอลีนตกใจมากอย่างที่มาร์คคิดเลย ตอนเขาเห็นแคปชั่นในรูปงานวันเกิดของมาร์ตินเขายังตกใจเลย

            แบมแบมลงไว้นี่นาว่าวันเกิดลูกชาย..

            “อือ” ตอนเห็นว่ามาร์ตินเป็นลูกแบมแบมมาร์คช็อกไปเลยที่แบมแบมมีลูกแล้ว แต่พอคิดไปคิดมามาร์ตินแปดขวบแล้วนะ เขาไปอเมริกาก็แปดปีพอดี

            จังหวะเวลามันใช่ไปหมด

            <กี่ขวบแล้ว>

            “แปดขวบ คงนับตามเกาหลี”

            <พระเจ้า..>

            “พี่คิดเหมือนผมไหม”

            <ไม่รู้สิ ก่อนเลิกกันแกสองคนคงไม่ได้มีเซ็กส์แบบไม่ป้องกันหรอกนะ? ใช่ไหม?>

            “ถ้าตอบว่าใช่ล่ะ”

            <มาร์ค!> มาร์คถึงกับเอาโทรศัพท์ออกห่างหู

            “อย่าเสียงดังสิแคท”

            <โอ๊ยหัวใจจะวาย ฉันจะเป็นลม อาจไม่ใช่มั้ง น้องชายหรือเปล่า>

            “ตอนเลิกกันแม่ของแบมแบมแต่งงานใหม่แล้วก็จริง..แต่ผมจำได้ว่าเขายังไม่มีน้องใหม่นะ”

            <แม่เขาอาจท้องตอนแกกับเขาเลิกกันพอดีก็ได้>

            “เขาลงรูปมาร์ตินตลอด และแคปชั่นว่าลูกชายตลอดเหมือนกัน”

            <ชื่อมาร์ตินเหรอ>

            “อืม ถ้าเป็นน้องเขามีความจำเป็นอะไรต้องใช้ชื่ออังกฤษ”

            <แบมแบมนั่นชื่อเกาหลีมากมั้ง>

            มาร์คอ่อนใจกับแคทเธอลีนที่ต้องการให้เขาคิดผิดให้ได้

            “น้องเขาจะมาหน้าเหมือนผมได้ยังไง”

            <นั่นสิ แต่เอ๊ะ! นี่แกไปหาเด็กคนนี้เจอได้ไง ไปเจอแบมแบมมาเหรอ?>

            “อือ เจอกันที่ผับโดยบังเอิญน่ะ”

            <แล้วเขาก็บอกแกว่าเขามีลูกกับแกเหรอ ทำไมเพิ่งมาบอกตอนนี้ล่ะ หรือว่าคิดจะกลับมาคบกับแกใหม่ เขาจะขอตรวจดีเอ็นเอไหม แล้ว..>

            “หยุดก่อนแคท! ผมรู้ว่าพี่กำลังช็อก ผมเองก็เหมือนกัน แต่เขาไม่ได้บอกเรื่องมาร์ตินกับผมหรอก ตอนเจอกันเขาทำเป็นไม่รู้จักกันด้วยซ้ำไป ผมนี่ล่ะที่อยากจะขอตรวจดีเอ็นเอ อยากหาหลักฐานที่ทำให้เขาโกหกผมไม่ได้ว่ามาร์ตินกับผมไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน”

            <ฉันก็พอเข้าใจแกแต่ถ้าคุณพ่อรู้เรื่องนี้ล่ะก็..>

            “ผมอยากจะยืนยันเรื่องนี้ให้แน่นอนก่อนค่อยบอกคุณพ่อ หรืออาจจะบอกคุณแม่ก่อน”

            <ถ้าคุณแม่อาจจะรับเรื่องนี้ได้ง่ายกว่า> แคทเธอลีนเห็นด้วย

            สำหรับมาร์ค เรื่องนี้ถ้าเป็นไปได้ไม่อยากบอกคุณพ่อเลย ไม่อย่างนั้นเรื่องคงยุ่งยาก ก่อนกลับบ้านเขาไปหาคุณแม่ก่อนดีกว่า

            <เฮ้อ! แต่ให้ตายเถอะมาร์ค แกก็ขยันหาเรื่องจริงนะ จู่ๆ ฉันก็มีหลานอายุแปดขวบซะอย่างนั้น โตขึ้นคงหล่อน่าดู>

            “แน่นอน”

            <อย่าเพิ่งภูมิใจในตัวเองย่ะ ฉันหมายถึงหล่อกว่าแก ก็ได้แม่เขามาอยู่บ้าง แม่เขาหน้าหวานอยู่นะฉันจำแฟนเก่าแกได้>                 

            “ไม่ใช่แฟนเก่าสักหน่อย”

            <อ้อเหรอยะ>

            “คุณ!

            มาร์คสะดุ้ง เหลียวมองหาเสียงที่คุ้นเคย ก่อนจะเจอะเข้ากับร่างสูงโปร่งที่ก้าวยาวๆ ตรงมาหา

            “แบมแบมมาแล้ว แค่นี้ก่อนนะ ใกล้ขึ้นเครื่องแล้วด้วย ไว้คุยต่อตอนถึงบ้านแล้วกัน และพี่อย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับใครนะ”

            <โอเค>

            พอวางสายปุ๊บมาร์คก็ส่งยิ้มให้คนที่ยอมมาส่งตามที่ขอร้อง แบมแบมชะงัก มองอย่างไม่ไว้ใจ

            “ยิ้มทำไม”

            “พี่นึกว่าคุณจะไม่มา”

            “อ่าว ไม่มาก็ได้เหรอ งั้นฉันกลับละ เสียเวลา” แบมแบมไม่ได้ล้อเล่น ตั้งท่าจะหมุนกายกลับไปทางเดิมจริงๆ มาร์ครีบไปคว้าแขนไว้

            “เปล่า อยากให้มา ทำไมไม่ตอบข้อความเลยล่ะ”

            “ถ้ามีธุระด่วนจริงคุณคงถามถึงเรื่องที่อยากคุยแต่แรกแล้ว แค่บอกว่ามีเรื่องอยากคุยด้วยก็คุยที่นี่ก็ได้ไง จะให้ตอบแชททำไม”

            ถึงพูดเหมือนไม่ใส่ใจแต่แบมแบมกำลังกังวลมากทีเดียว กลัวความลับจะแตกนี่ล่ะ

            “อ่อ พี่ว่าจะถามเรื่องเด็กที่อยู่ในรูปที่แบมตั้งเป็นดิสไง”

            “บอกว่าอย่ามาตีสนิท!

            มือไวเท่าปาก มาร์คโดนแบมแบมตีผัวะเข้าให้ที่ต้นแขน

            “เจ็บ!” มาร์คคลำบริเวณที่ถูกตี หน้าเหยเก ผ่านไปกี่ปีก็ยังมือหนักไม่เปลี่ยนเลย

            “เรื่องแค่นั้นก็ต้องส่งข้อความมารัวๆ ด้วยเหรอ ไม่รู้หรือไงว่ามันน่ารำคาญ”

            แบมแบมกอดอก ถลึงตามอง ไม่ชอบใจ มาร์คคิดหาคำถามที่แบมแบมจะไม่วีนเสียก่อนจะคุยกันรู้เรื่อง

            “เขา..เป็นใครเหรอ”

            “น้องชาย” แบมแบมตอบแบบไม่เสียเวลาคิด มาร์คนิ่วหน้า ไม่เข้าใจว่าแบมแบมจะโกหกทำไม

            “แต่..แบม..เอ่อ คุณไม่มีน้องนี่ พี่จำได้”

            “น้องคนละพ่อไง”

            “พ่อเลี้ยงของคุณหน้าเหมือนพี่เหรอ ลูกเขาถึงเหมือนพี่เลย”

            คำถามนั้นแฝงความกวนประสาทแต่ทำให้คนฟังใจหาย หัวใจตกไปอยู่ที่พื้น

            แบมแบมจ้องหน้าหล่อเหลานั้นเขม็ง กัดริมฝีปาก ชั่งใจอยู่ครู่ก่อนเอ่ย

            “หมายความว่ายังไง”

            “อะไร?”

            “พูดแบบนั้นน่ะหมายความว่าอะไร”

            “เราก็ไม่ได้มีเซ็กส์กันแค่ครั้งเดียว”

            “….

            “เด็กคนนั้นหน้าเหมือนพี่ด้วย”

            “….

            “ดูแล้วเขาน่าจะประมาณเจ็ดหรือแปดขวบ เราเลิกกันไปแปดปีพี่ควรถามคุณหรือเปล่าว่ามีอะไรอยากจะบอกพี่ไหม”

             เป็นฝ่ายมาร์คบ้างที่จ้องหน้าแบมแบม เขาสบตาอีกฝ่ายก่อนแบมแบมจะเบือนสายตาไปทางอื่น

            “ไม่มี”

            มาร์คผิดหวังเมื่อแบมแบมยังคงไม่ยอมพูดความจริง

            “ถ้าเขาเป็นลูกพี่ ถ้าแบมมีลูกกับพี่..พี่ควรมีสิทธิ์ได้รู้และรับผิดชอบนะ”

            มาร์คเอ่ยอย่างจริงจัง แต่แบมแบมกลับไม่ยินดีที่จะรับความรับผิดชอบนั้น เขาไม่ได้ต้องการ

            “เขาไม่ใช่ลูกคุณ!

            แบมแบมรู้ว่าการพูดไปแบบนี้ก็เหมือนการยอมรับกลายๆ แต่เขาก็ไม่อยากให้มาร์คมายุ่งวุ่นวายอยู่ดี

            มาร์ครีบเดินตามคนที่เดินหนีเขาอีกแล้ว

            ทำไมแบมแบมถึงเดินหนีเขาตลอดเลย!

            มาร์ครีบก้าวไปดักหน้า ขวางไม่ให้แบมแบมหนีได้ แบมแบมจะด่ากราดอยู่แล้วแต่ได้ยินเสียงเรียกอีกฝ่ายไปขึ้นเครื่องพอดี

            “เที่ยวบินคุณนี่ จะไปไหนก็ไปสักที แล้วไม่ต้องติดต่อมาอีกนะ ถึงคุณจะติดต่อมาฉันก็จะไม่รับสาย ไม่คุยด้วย”

            แบมแบมเริ่มหงุดหงิดโมโห

            “ช่างมันสิ จะตกเครื่องก็ช่าง แต่พี่ต้องได้คุยกับคุณให้รู้เรื่องก่อน!

            คิดว่ามาร์คสนใจเรื่องอื่นมากกว่าลูกเมียหรือไง!

            “คุณนี่มันดื้อด้านชะมัด! ก็บอกแล้วไงว่าเขาไม่ใช่ลูกคุณ”

            “ตรวจดีเอ็นเอสิ ไปตอนนี้เลย” มาร์คตรงเข้ามาฉุดมือแบมแบมให้เดินตาม ร่างบางรีบขืนตัวไว้

            “จะบ้าหรือไง! ปล่อยนะ!

            “ถ้าคุณบอกว่าลูกคนอื่นก็ต้องยอมตรวจสิ พี่จะได้เชื่อและไม่ตื๊อหรือพูดเรื่องนี้กับคุณอีกไง”

            “อะไรทำให้คุณมั่นใจนักล่ะว่าเขาเป็นลูกคุณ ไม่คิดว่าฉันจะไปนอนกับคนอื่นบ้างหรือไง”

            “ไม่มีใครทำให้คุณใจแตกตั้งแต่เด็กได้เหมือนพี่หรอก”

            “หลอกด่ากันหรือไงห๊ะ!

            แบมแบมทั้งเคืองทั้งอาย อายคนในสนามบินและอายกับเรื่องในอดีตด้วย

            พอไม้โตแล้วเขาจะสอนลูกว่าอย่าไปทำใครเขาท้องเด็ดขาด อีกฝ่ายจะได้ไม่ต้องโตมาแล้วอับอายเหมือนที่แม่ของไม้กำลังเป็นอยู่ตอนนี้นี่แหละ!

            “พี่เคยเจอมาร์ตินเมื่อไม่กี่วันก่อน เขาไปเที่ยวกับคุณอิม” มาร์คเล่าให้ฟัง หยุดเดินเมื่อแบมแบมเลิกดิ้นหนี

            แบมแบมหยุดหนีเพราะเหมือนจะจำได้ว่ามาร์ตินเคยบอกว่าเจอคนชื่อเหมือนพ่ออยู่

            “อ๋อ! วันนั้นเอง” แบมแบมเผลอหลุดปากออกมา ก่อนจะรู้สึกตัวว่าเผลอไปตอนเห็นอีกฝ่ายยิ้ม

            “อะไร!

            “คุณอิมเล่าอะไรให้ฟังเยอะแยะเชียว พอพี่เห็นรูปเมื่อคืนพี่ถึงได้บอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย ก็เรื่องนี้ล่ะ พี่คิดโยงกันเอาเองน่ะว่าพี่ต้องเป็นพ่อของมาร์ตินแน่”

            “ฉลาดนักนะ” แบมแบมกัดฟันพูดเมื่อไม่รู้จะแถยังไง

            “ยอมรับแล้วใช่ไหม”

            “ใช่แล้วยังไง ไม่ใช่แล้วยังไง ในเมื่อมันก็มีค่าเท่ากัน”

            “มันจะเท่ากันยังไง แบมใจร้ายมากนะที่เก็บเรื่องลูกไว้นานขนาดนี้ ทำไมไม่บอกตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนล่ะ”

            มาร์คไม่เข้าใจในสิ่งที่แบมแบมทำเลยสักนิด ไม่เข้าใจมากๆ จนอดโมโหไม่ได้

            “บอกแล้วจะมีประโยชน์อะไรล่ะ”

            แบมแบมถอนหายใจ ดื้อแพ่งต่อไปก็เหนื่อยเปล่า ในเมื่อรู้แล้วก็จะคุยให้รู้เรื่องแล้วกัน

            แบมแบมเดินไปหาที่นั่ง มาร์คเลยต้องตามไปนั่งด้วย ยอมตกเครื่อง

            “ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงไม่บอกล่ะ”

            “คุณช่วยใช้สมองคิดหน่อยเถอะว่าตอนนั้นคุณกับฉันจะทำอะไรได้ ขนาดมีเซ็กส์กันยังไม่คิดจะป้องกันเลย แล้วเด็ก 15 อย่างคุณจะเลี้ยงฉันกับลูกได้ยังไง พ่อแม่คุณรับไม่ได้แน่นอน เราต่างก็เด็กเกินไปที่จะรับผิดชอบชีวิตเด็กคนหนึ่ง ตอนทำกับตอนเลี้ยงมันลำบากต่างกันเยอะ”

            “ก็จริงที่เราต่างอายุน้อยกันทั้งคู่ แต่แบมก็เลี้ยงลูกมาได้ไม่ใช่เหรอ ถึงครอบครัวพี่จะรับไม่ได้แต่ครอบครัวคุณก็รับได้นี่”

            พอมาร์คเอ่ยอย่างนั้นแบมแบมก็แค่นหัวเราะ

            “บ้าเหรอ พอฉันท้องแม่ก็ไล่ฉันออกจากบ้านทันทีเลย ฉันเคยคิดจะบอกคุณอยู่เหมือนกัน แต่พอคิดถึงพ่อคุณแล้วฉันก็ต้องตัดใจ เรื่องนี้มันก็ผิดทั้งคู่ แต่ฉันผิดกว่านั่นล่ะ เรียนเก่ง รู้ไปหมดทุกอย่าง แต่ดูแลตัวเองไม่ได้”

            พอมาคิดย้อนไปแบมแบมก็รู้สึกว่าตัวเองโง่มาก และเข้าใจแม่เลยว่าทำไมรับไม่ได้

            “คุณพ่อพี่มาเกี่ยวอะไรด้วย”

            “พูดไปคุณก็คงไม่เชื่อ”

            “ลองพูดมาก่อนสิ”

            แบมแบมหันมองหน้ามาร์ค ชั่งใจลังเลว่าจะเล่าดีไหม

            มาร์คจะคิดว่าเขาใส่ร้ายพ่ออีกฝ่ายเกินจริงไปหรือเปล่า

            “คุณอยากฟังจริงเหรอ”

            “อยากสิ บอกมาเถอะ” มาร์ครู้จักพ่อดีกว่าใคร

            พอแบมแบมพูดอย่างนี้เขาก็เริ่มหวั่นใจว่าพ่อคงไม่ได้ทำอะไรแย่ๆ ลงไปหรอกนะ      

            “พ่อคุณบอกให้ฉันเลิกทำลายอนาคตคุณซะ..

            “ว่าไงนะ?!

            แบมแบมถอนหายใจอีกครา เหม่อมองไปเบื้องหน้า จะผ่านไปอีกสักกี่ปีแม่งก็ลืมไม่ลงหรอก

            “พ่อคุณไม่อยากให้คุณคบผู้ชายไงเล่า และคิดว่าเขาคงไม่ชอบที่ฉันจนด้วยล่ะมั้ง เขียนเช็กให้ด้วย อย่างกับละครน้ำเน่า ให้มาตั้งห้าแสนดอลแน่ะ ถ้าพ่อคุณไม่ห่วงว่าบ้านฉันจะไม่มีวันมีเงินอย่างคนอื่นคงไม่ให้เงินมาเยอะขนาดนั้น ห้าแสนแลกกับการที่ฉันจะไม่ติดต่อคุณอีก จากนั้นเขาก็ลากคุณไปอยู่เมืองนอก มาคิดตอนนี้ก็เสียดายมากเลย ตอนนั้นฉันไม่น่าฟูมฟายแล้วคืนเช็กเขาไปเลย ตั้งห้าแสนดอลล่าร์เชียวนะ ทำงานไปทั้งชาตินี้ยันชาติหน้าก็คงหาไม่ได้แล้ว ถ้ารับเงินมาป่านนี้คงสบายไปแล้วล่ะ ไม่ต้องมานั่งทำงานงกๆ กินเหล้าจนตับจะพัง”

            แบมแบมกอดอก ดูซีเรียสกับเรื่องเงินมาก ไม่รู้ว่าจริงหรือแกล้งแต่มาร์คก็อดยิ้มอย่างอ่อนใจไม่ได้

            เขารู้ว่าแบมแบมเป็นคนตลก แต่มันใช่เวลาไหมล่ะ..

            “แสดงว่าคุณก็รักพี่มากกว่าเงินสินะ ดีใจจัง”

            “ไม่ได้นางเอกขนาดนั้นหรอก ฉันคิดว่าถ้าจับคุณได้คงได้เยอะกว่าห้าแสนน่ะ แต่พอคุณไปเมืองนอกฉันเลยชวดทั้งเงินทั้งคุณเลยน่ะสิ”

            แบมยักไหล่น้อยๆ พูดอย่างไม่ยี่หระอะไร

            “พี่ไม่รู้เลยนะว่าคุณพ่อทำแบบนั้น”

            “ถ้าคุณรู้คุณก็ต้องเล่นบทพระเอกไม่ยอมไปเมืองนอกน่ะสิ”

            “แล้วทำไมไม่บอกเรื่องมาร์ตินกับคุณพ่อไปตั้งแต่ตอนนั้นล่ะ”

            “มารู้ว่าท้องตอนคุณไปแล้ว ตอนแรกคิดว่าเครียดจนเป็นโรคกระเพาะซะอีก โง่ซ้ำโง่ซ้อน”

            แบมแบมหลุดขำตัวเอง ตอนนั้นยังเด็กเลยไม่รู้ว่าตัวเองท้องได้ ไม่รู้เลยจริงๆ จนไปถามพี่ข้างบ้านแล้วเขาพาไปหาหมอนั่นแหละ

            “ถ้าคุณพ่อไม่ทำเรื่องแบบนั้น พอรู้ว่าท้องคุณก็คงบอกพี่สินะ”

            “อืม”

            มาร์ครู้อย่างนี้แล้วเสียดายเวลาหลายปีที่ผ่านมาเหลือเกิน เสียดายจับใจ

            “จากนั้นคุณหายไปไหนมาตั้งนาน เพื่อนก็ไม่ติดต่อ”

            “ฉันเป็นเด็กที่เรียนเก่งที่สุดในโรงเรียนนะ มีอนาคตที่ดีรออยู่ข้างหน้า ครูก็รัก เพื่อนก็ชอบ แต่พอท้องและถูกแม่ไล่ออกจากบ้านคุณคิดว่าฉันจะกล้าสู้หน้าใครได้อีกเหรอ ตอนแรกฉันก็อาย อายมากด้วย เลยหนีหายมาจากทุกคนซะ ตอนหลังก็คิดได้และยอมรับความจริงได้แล้วแต่มันก็ชินแล้วน่ะที่อยู่คนเดียว เลยไม่รู้จะกลับไปหาทุกคนยังไง คนเราพอโตขึ้นก็มีเพื่อนใหม่ มีสังคมใหม่ ฉันคิดว่าไม่กลับเข้าไปอีกคงดีกว่า มีหลายครั้งที่เพื่อนมาเที่ยวที่ร้านที่ฉันทำงานด้วยนะ แต่ฉันก็ไม่ได้ไปทักทายพวกเธอหรอก”

            “หลังจากถูกแม่ไล่ออกจากบ้านแล้วคุณกับลูกอยู่ยังไง คงลำบากมากสินะ”

            มาร์คอดเจ็บปวดในใจไม่ได้เมื่อคิดถึงเรื่องนี้

            แม้เขาจะไร้อิสรภาพเพราะถูกพ่อบังคับ แต่ก็ยังอยู่อย่างสุขสบายขณะที่แบมแบมเป็นซิงเกิลมัม แบมแบมลำบากอยู่คนเดียวทั้งที่เขาก็มีส่วนต้องรับผิดชอบ

            “ไม่ต้องทำเสียงเห็นใจเหมือนฉันเป็นคนไข้ใกล้ตายบนเตียงหรอก ฉันกับไม้อยู่ได้ แม้แรกๆ ลำบากหน่อยแต่ตอนนี้ก็สบายดี..

            แบมแบมเห็นอีกฝ่ายดูเศร้าก็คิดว่ามาร์คคงรู้สึกผิดไม่น้อย

            “ไม่ต้องคิดมากหรอก ตอนนี้มันดีแล้ว ดีจริงๆ”

            มาร์คจับมือแบมแบมที่วางบนตัก ครั้งนี้แบมแบมไม่ได้ดึงมือกลับ

            “พี่อยากเจอลูก”

            “จะแนะนำตัวว่าเป็นพ่อหรือไง มันจะกะทันหันเกินไปนะ” แบมแบมหวั่นใจกับปฏิกิริยาของลูกชาย

            ถึงไม้จะแก่นเซี้ยวเหมือนเด็กทั่วไป แต่บางทีก็ดูโตเกินวัยจนไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ และเรื่องใหญ่แบบนี้ไม้จะดีใจหรือจะต่อต้านกันล่ะ

            “จะกีดกันหรือไง มาร์ตินควรได้รู้ว่าตัวเองก็มีพ่อ คุณคงไม่ได้บอกว่าพี่ตายไปแล้วหรอกนะ”

            “เปล่า! แค่บอกว่าอยู่ด้วยกันไม่ได้ จะเล่าเรื่องคุณให้เขาฟังตอนเขาโตแล้ว ก็เท่านั้นแหละ”

            “พี่อยากไปเจอลูก ไปหาลูกกันเถอะ ตอนนี้แกอยู่ไหน”

            มาร์คลุกขึ้นแล้วฉุดแขนแบมแบมให้ลุกขึ้นตาม ท่าทางตื่นเต้นยินดีน่าดู แต่แบมแบมยังจำได้นะว่าตัวเองมาที่นี่ทำไม

            “เดี๋ยว นี่คุณไม่กลับอเมริกาแล้วเหรอ”

            “กลับ แต่ไม่ใช่ตอนนี้”

            “แล้วกระเป๋าคุณล่ะ”

            “ที่โหลดไปก็มีแต่เสื้อผ้า อย่างอื่นอยู่ในนี้” มาร์คบุ้ยใบ้ให้แบมแบมเห็นว่าเขาสะพายเป้อยู่นะ 

            “คุณคงไม่บอกเรื่องฉันกับไม้ให้พ่อแม่คุณรู้ใช่ไหม ฉันไม่อยากให้พวกเขารู้ โดยเฉพาะพ่อคุณ”

            แบมแบมเดินตามมาร์คออกจากอาคารแต่ยังอดเอ่ยถึงคนที่คิดถึงทีไรก็ขนลุกทุกทีไม่ได้

            พ่อของมาร์คเป็นมนุษย์ลุงที่น่ากลัวมากนะ..

            “พี่ยังไม่บอกหรอกวางใจได้ เออ มีอีกเรื่องที่สงสัย พี่อยากรู้ว่าเด็กน้อยตัวเล็กในอินสตาแกรมของคุณคือใคร ลูกคุณกับแฟนใหม่เหรอ”

            อ่าถามแล้วก็เจ็บเอง แต่มาร์คก็ยังอยากรู้

            “เด็กน้อยตัวเล็ก ยัยหนูเจสซี่น่ะนะ?”

            แบมแบมคิดว่าคงใช่ นอกจากลูกตัวเองก็มีเจสซี่นี่แหละที่ได้อยู่ในอินสตาแกรมของแบมแบม

            “แคปชั่นว่าเจสซี่ อือ ใช่ นั่นแหละ ที่เพิ่งคลอดเมื่อไม่กี่วันนี้ไง”

            “อ๋อ ไม่ใช่ลูกฉันหรอก ลูกเพื่อน”

            “เหรอ แล้วคุณกับแฟนใหม่จะเลิกกันเมื่อไร”

            “แฟนใหม่?”

            “ใช่ไง ก็เมื่อคืนคุณบอกเองว่ามีแฟนเป็นผู้หญิง”

            “อ่อ”

            “ทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกได้นี่คือโกหกอีกแล้วล่ะสิ”

            มาร์คชี้หน้า รู้ทัน แบมแบมชะงัก

            ทำไมเขาหลุดต่อหน้ามาร์คบ่อยจังเลยล่ะเนี่ย!

            “อือ โกหก” แบมแบมยอมรับตามตรง

            “ดีจัง”

            “แหม..ยิ้มกว้างเชียวนะ จะดีใจไปทำไม ถึงฉันไม่มีลูกมีเมียใหม่ก็ใช่ว่าจะกลับไปคบกับคุณอีกนี่!

            “อ่าว..” มาร์คดูสลดลงทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น

            แบมแบมรู้สึกผิดแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เดินนำมาร์คไปที่รถตน

 

 

 

 

           

            “แม่! มาช้าจัง หิวมากเลยอ่ะ..อ่าว คุณนักท่องเที่ยวตอนนั้น”

            พอได้ยินเสียงประตูและคนเดินเข้ามา คนที่นั่งเล่นกับพี่ยองแจก็ส่งเสียงดังทันที แต่มีใครอีกคนที่เข้ามาในห้องกับแม่ด้วย

            ยองแจมองคนที่มากับเพื่อนแล้วถามด้วยสายตา

            เอคนคนนี้หน้าคล้ายไม้เลยนะ หรือว่า?!

            “ขี้บ่นจริงไอ้ลูกคนนี้นี่ เอ้า จะกินอะไรก็มาเลือกเลย”

            แบมแบมวางของที่ถือมาบนโต๊ะ ขณะที่มาร์คยืนมองไม้ที่ไต่ลงจากเตียงคนไข้วิ่งไปหาแม่

            “งื้อ มีเค้กด้วย แม่น่ารักอ่ะ”

            “แกก็ชมแม่ตอนมีของให้กินนี่แหละ”

            แบมแบมเท้าเอว จิ้มหัวลูกชายอย่างหมั่นเขี้ยว มาร์ตินเบี่ยงหัวหนีมือแม่แล้วคุ้ยหาขนม

            “อาคนนี้เป็นลูกค้าแม่เหรอ ไหนบอกรับแต่ผู้หญิงไงอ่ะ”

            มาร์ตินชี้ไปทางมาร์ค แบมแบมกอดอก ถอนหายใจ ลังเลที่จะเริ่มอธิบาย คือคิดมาในรถนะ แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง มันยาก

            ในเมื่อยากนักก็บอกไปตรงๆ นี่แหละ

            “เขาเป็น..เอ่อ..เป็นพ่อของไม้ไง”

            “พ่อเหรอ?..

            ไม้ถึงกับทำกล่องขนมเค้กตกพื้น ยืนอึ้ง อย่าว่าแต่ไม้อึ้ง ยองแจก็อึ้ง

            “แม๊!

            พอเงียบไปครู่ไม้ก็โวยขึ้นมาจนพ่อและอายองแจต่างสะดุ้งไปตามๆ กัน

            “อะไร!” แบมแบมใจคอไม่ดีเลย ไม้มันรับไม่ได้จริงๆ ด้วย

            “แม่แอบมีแฟนโดยไม่บอกไม้เหรอ! นี่หาพ่อเลี้ยงให้ก็ต้องบอกไม้ก่อนสิ ไม้เป็นลูกแม่นะ แม่ทำแบบนี้ไม่ถูกอ่ะ!  ถ้าเขาเป็นคนไม่ดีแล้วทำร้ายไม้เหมือนในหนังแม่จะรับผิดชอบไม้ยังไง”

            แบมแบมอ้าปากค้างกับจินตนาการอันเลิศล้ำของลูก ไม้หันขวับจากแม่ไปหาคนแปลกหน้าที่เคยเจอแค่ครั้งเดียว

            “นี่คุณมาทักผมตอนนั้นเพราะคุณรู้จักแม่สินะ ทำไมคบกันได้ รักแม่หรือเปล่า ถ้าทำแม่เสียใจจะต่อยจริงๆ ด้วย ไม้เรียนเทควันโดด้วยนะรู้รึเปล่า แล้วจะมีลูกกันไหม ไม้ไม่อยากมีน้องตอนนี้อ่ะ!

            มาร์ตินเท้าเอว ตั้งท่าเตรียมมีเรื่องกับคนที่โตกว่าอย่างไม่กลัวเกรง

            “โอ๊ย..จะบ้าตาย” แบมแบมถึงกับทรุดลงนั่งยอง ยกมือกุมหัวด้วยความเหนื่อยใจ ยองแจยกมือปิดปากกลั้นหัวเราะอย่างมีมารยาทแต่มาร์คหัวเราะลั่นไปก่อนแล้ว

            “หัวเราะอะไร! นี่ไม้จริงจังนะ” ไม้มองค้อน ไม่พอใจ

            มาร์คหยุดหัวเราะได้แล้วก็เดินมาหาไม้ ย่อกายลงนั่งคุกเข่า จับมือที่เท้าเอวของไม้มากุม

            “ไม้..นี่พ่อเอง ไม่ใช่พ่อเลี้ยงนะ พ่อของไม้ คนที่ทำให้ไม้เกิดมาไงครับ”

            “อะไรนะ?! พ่อเหรอ? สามีแม่อ่ะนะ”

            “ก็เออไง แกจะสงสัยอะไรนักหนาล่ะไอ้พี่ไม้ พ่อเขาไปอยู่เมืองนอกมาหลายปีเพิ่งกลับมาไง ดูหน้าแกกับเขาสิเหมือนกันอย่างกับแกะ”

            แบมแบมอดรนทนไม่ไหวก็สอดปากขึ้นมา ไม้มองแม่และพ่อสลับกัน ก่อนจะยิ้มกว้าง

            “พ่อจริงดิ!

            “ครับ ขอโทษนะที่ไม่ได้มาหาเลย โกรธพ่อไหม” ร่างสูงเอ่ยเสียงอ่อน ทั้งขอโทษและรู้สึกผิดมาก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้สึกตื้นตันใจในอกที่ได้แทนตัวเองว่าพ่อ

            “โกรธสิ!

            มาร์ตินจ้องหน้าพ่อเขม็งแล้วตะโกนเสียงดัง ทำเอาแม่และพ่อหน้าเสีย แต่พอมาร์คจะเอ่ยขอโทษอีกครั้งมาร์ตินก็เอ่ยขึ้นต่อเสียก่อน

            “แม่ร้องไห้คิดถึงพ่อตั้งหลายครั้งแน่ะ มาหาไม่ได้ก็ไม่รู้จักโทรมามั่งเลย ไม้มีเรื่องกับเพื่อนที่โรงเรียนตั้งหลายครั้งรู้รึเปล่า มันหาว่าไม้ไม่มีพ่อ เจ็บใจมากเลยอ่ะ แต่..ถ้าพ่อมีเหตุผลก็ไม่เป็นไรหรอกครับ แค่กลับมาแล้วอย่าหายไปอีกก็พอ แม่จะได้ไม่ต้องร้องไห้อีก เข้าใจไหมครับ”

            มาร์ตินลดท่าทีแข็งกร้าวที่ทำให้พ่อแม่หวั่นใจแล้วส่งยิ้มจริงใจให้มาร์คอีกครั้ง

            “อื้ม เข้าใจแล้วครับ พ่อขอกอดหน่อยได้ไหม” แม้ลูกจะยืนตรงหน้าแต่มาร์คก็ไม่กล้ากอด..ได้แต่ขอก่อน

            มาร์ตินนิ่งไปนิดกับคำขอนั้น ก่อนจะตกลง

            “อือ” มาร์ตินพยักหน้า อ้าแขนออกแล้วกอดมาร์ค

            แบมแบมล่ะน้ำตาคลอเลย จะร้องไห้ มันตื้นตัน

            ไม้รักแม่มากเลยอ่ะ โถ ไอ้พี่ไม้ของแม่..

            แต่หนูไม่ต้องขายแม่ให้พ่อรู้ก็ได้นะว่าแม่ร้องไห้คิดถึงเขาน่ะ!

           

             TBC.

**

จีบพี่ไม้ตอนนี้แถมสุภาพบุรุษหล่อลากตอนโตค่ะ 555

เรื่องของแจ็คแจไปต่อตอนหน้านะจ๊ะ ยาวเกินโควต้าแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 729 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,297 ความคิดเห็น

  1. #3206 Diarism (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 12:15
    บ้านมาร์คแบมไม้เค้าน่ารักมากเลย ฮือออออ
    #3,206
    0
  2. #3126 thiyadanook-1234 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 15:32
    จองพี่ไม้แล้วนะคะขุ่นพ่อขุ่นแม๊><
    #3,126
    0
  3. #3057 bombomkonsuey (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 23:48
    แจ็คคือยังไงไบโพล่าหรือบอกยองแจว่าอย่ามายุ่งกับตัวเองแต่มีแต่ตัวเเจ็คเองที่เอาตัวเข้าไปยุ่งกับยองแจและลูก
    #3,057
    0
  4. #2924 jjphile (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 15:20
    เอ็นดูพี่ไม้ น่ารักจังลูก
    #2,924
    0
  5. #2922 0831765360 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 17:53
    เอ็นดูความพี่ไม้ที่ขายแม่ให้พ่อฟัง น่ารักเชียว
    #2,922
    0
  6. #2861 N_udaen_G (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 22:51
    พี่ไม้แบบลูกกกกก ความน่าเอ็นดูเต็มไปหมดเลยยยย ครอบครัวสุขสันต์แล้วววว
    #2,861
    0
  7. #2776 My love markbam (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 10:11
    โอ๊ยพี่ไม้ลูก น่ารักมากกกกก รักแม่สุดๆ ต่างกับอีแจ๊คเลย
    #2,776
    0
  8. #2770 nanmarktuan93 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 00:00
    แงงง3พ่อแม่ลูกได้เจอกันเเล้ว.แต่แอบขำไม้อ่ะมีความจินตาการไกลมาก5555
    #2,770
    0
  9. #2697 dow_nua (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 19:43
    น่ารักมาก พี่ไม้ลู๊กกกกแบบเอ็นดูอ่ะ จะเอาไม้ แงงงงงงงงงงงง
    #2,697
    0
  10. #2602 gene_pa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:24
    เจอกันแล้วว พ่อมาร์ค​ลูกไม้
    #2,602
    0
  11. #2561 Friendship_Lee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 21:35
    พี่ไม้ทำแม่ซึ้งเลยดูซิบอกพ่อหมดเลย
    #2,561
    0
  12. #2541 mooping11 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 11:03
    พี่ไม้ 5555
    #2,541
    0
  13. #2493 nana-ly (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 03:23
    พี่ไม้มโนเก่ง5555555555
    #2,493
    0
  14. #2359 KanjanaKunpitak (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กันยายน 2561 / 13:24
    พี่ไม้ลูกกกกกก เอ็นดูสุดๆ เด็กอะไรช่างพูดจริงๆ
    #2,359
    0
  15. #2279 PrincessDark (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 05:54
    พี่ไม้น่ารักกกกก ชอบตอนพี่ไม้จินตนาการไปเองอ่ะฮาดี พ่อแม่ลูกเจอกันแล้ว
    ส่วนอิพี่แจ็คไปตายซะคนบ้าอะไรโคตรเห็นแก่ตัวเลย
    #2,279
    0
  16. #2263 nuchpim68 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 14:36
    พี่ไม้น่ารักกกกก​ งุ้ยยย​ อยากมีลูกชื่อไม้เลยอะ​ 555555555
    #2,263
    0
  17. #2260 ppattaranits (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 00:29
    ฮ่าๆลูกพี่ไม้ได้ใจไปเยอะเลย
    #2,260
    0
  18. #2253 WangJimung (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 05:46

    เอ็นดูพี่ไม้มากๆเลยลู้กกกก

    #2,253
    0
  19. #2208 dejawooo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 01:55
    กี้ดดดด ฟฟหด่วลบรีะ ดีใจที่เจอกันแล้ว น่ารักมากๆๆๆ แบมนี่โป๊ะแตกต่อหน้ามาร์คตลอด แถมมี-พี่ไม้ขายความลับอีกด้วย โป๊ะไปใหญ่ ฮือ5555555ทั้งสงสารทั้งขำ ครอบครัวนี้จะเป็นครอบครัวที่น่ารักมากๆเลยถ้าไม่เจอมนุษย์ลุงแบบพ่อมาร์ค เฮ้อ เหมือนจะดีกันแล้วแต่หนทางยังอีกยาวไกลเลยเน้อ
    แล้วพี่แจ็คในตอนต้นนั้น...คือหมดคำจะพูด ถ้าจะมาเพื่อทำร้ายจิตใจกันขนาดนี้อย่ามาเลยดีกว่า คำพูดเหมือนเข็มทิ่มแทงใจคนฟัง คิดอะไรอยู่คะคุณ คะแนนพี่แจ็คติดลบมากตอนนี้ ไม่ไหวจริงๆค่ะ
    #2,208
    0
  20. #2188 BongkotFgfy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 22:25
    จองน้องไม้ค่ะใครห้ามแย่ง!
    #2,188
    0
  21. #2121 Goodgirl (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 19:26
    งื้ออ พี่ไม้น่ารักมากเลยอ่ะ หลงงง
    #2,121
    0
  22. #2115 Seefahhh (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 06:15
    แงงงงงน้องไม้ของป้าา น่ารักจังเลยลูก ;-; ดีใจที่คู่นี้เลือกมาคุยกันตรงๆ แบมไม่หนีพี่มาร์คอีกอล้ว ฮือออออ
    แต่คู่แจ็คแจนี่ขอด่าอิพี่แจ็คหน่อยเถอะ คนเลววว เป็นพระเอกที่เราอ่านแล้วด่าออกมาว่าสารเลวเลยจริงๆ เอาจริงมันสัมผัสได้ว่านางมีเยื่อใยให้น้องอยู่ แต่ประโยคนั้นอ่ะมันเกินไปมากๆ พูดออกมาได้ไง โมโหห เสียดายมากที่น้องป่ไม่โดนหัว ต่อไปถ้าคิดได้ นี่ก็จะขอให้ลูกไม่รัก ต้องโดนให้สาสม!!!! (อินเกิ๊นนน 5555555)
    #2,115
    0
  23. #2084 Harukim (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 23:42
    น้องไม้หนูน่ารักมากๆน้องแบมสอนลูกได้น่ารักมากเลย พี่มาร์คบินกลับมาหาลูกกลับแบมบ่อยๆเลยนะ
    #2,084
    0
  24. #1999 SehunMark (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 14:49
    ไม้น่ารักกก
    #1,999
    0
  25. #1993 Lapas292 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 18:02
    พี่ไม้หนูจะน่ารักเกินไปล้าวววววว
    #1,993
    0