สต็อกพร้อมส่ง(GOT7) พันธะปฏิพัทธ์ Jackjae Ft.Markbam Bnior (mpreg)

ตอนที่ 4 : Chapter 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,256
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 652 ครั้ง
    10 พ.ย. 60

 



 

            “มาทำไมน่ะ วันนี้ลูกค้าพี่ไม่มานี่”

            หนุ่มหล่อหุ่นดีที่สนิทกับแบมแบมมากพอสมควรเอ่ยถามคนที่เข้ามาในห้องพัก ค้นอะไรอยู่ครู่แล้ว ตอนแรกว่าจะมองเฉยแต่อดสงสัยไม่ได้

            พวกดาวอย่างพี่แบมแบมน่ะน่าอิจฉา ไม่ต้องมาทำงานทุกวันด้วย  แค่โต๊ะเดียวคืนๆ หนึ่งก็ได้ 100-200 ดื่มละ  มาเฉพาะวันที่ลูกค้าจะมาเท่านั้น อย่างต่ำก็ได้ 100 ดื่มแน่นอนอยู่แล้ว

            ตอนเขาเพิ่งมาทำใหม่ๆ เห็นพี่แบมหยุดงานไปสองสามวันแล้วมาทำงานอีกที เขาเคยถามว่าพี่แกไปไหน นึกว่าแกทำผิดกฎ ที่ไหนได้ พี่แกบอกขี้เกียจเลยอยู่บ้านนอนกับลูก มาเอาแค่ 10-20 ดื่มมันไม่คุ้มเวลานอน

            แหมก็หมั่นไส้นิดๆ

 

(*ดื่ม = ค่าดื่มของโฮสต์อยู่ที่ความพึงพอใจของลูกค้าว่าอยากให้กี่ดื่มแล้วโฮสต์ก็ไม่ต้องดื่มจริงๆ ลูกค้าให้เพราะอยากให้ แล้วโฮสต์ก็แค่ดื่มกับลูกค้าปกติเหมือนเพื่อนนั่งดื่มกัน /ดื่มละเท่าไรขึ้นอยู่กับร้าน)

 

            “แวะมาเอาของน่ะสิ จะไปธุระต่อด้วย”

            “แหม อยากรวยจนพูดได้อย่างนั้นบ้างจัง ขี้เกียจมาทุกวัน” ร่างสูงหัวเราะ แบมแบมเช็กโทรศัพท์มือถือพลางตอบ

            “แกก็เริ่มเก็บเงินจริงจังสักทีสิ เริ่มมีลูกค้าประจำแล้วนี่ อยากหยุดก็หยุด”

            อาชีพนี้มันหาเงินง่ายก็จริง แต่ก็หมดง่ายเช่นกัน

            คนที่เป็นที่ถูกใจของลูกค้า รายได้อาทิตย์หนึ่งเหยียบล้าน เดือนๆ หนึ่งนี่หลายล้านนะ  มันอยู่ที่ตัวคนล่ะว่าจะจัดการบริหารเงินที่ได้มายังไง

            แบมแบมยอมรับว่าเขาน่ะงกมาก เขาทำมานานแล้ว และรู้ดีว่าจะเป็นไปไม่ได้ตลอด นอกจากค่าใช้จ่ายที่ต้องดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ เงินทุกวอนก็เป็นของไม้หมด แปลงเป็นคอนโดบ้าง รถบ้าง อย่าหาว่าชมตัวเองเลย แบมแบมว่าตัวเองรู้จักใช้เงินมากกว่าคนวัยเดียวกันหลายคนนะ

            “เดี๋ยวก่อนเถอะน่า ผมยังทำงานนี้อีกนาน มีเวลาโกยอีกเยอะ”

            แดเนียลยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ แบมแบมฟังความคิดมันแล้วอดห่วงไม่ได้ แต่ไอ้เขาก็ไม่ใช่ญาติพี่น้องจะตักเตือนกันมากๆ คงไม่ได้ โตกันแล้ว

            แบมแบมพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานอีกนิดหน่อยก็จะกลับแล้ว แต่ยังไม่ทันเปิดประตูห้องพักโฮสต์ก็มีเพื่อนร่วมงานอีกคนเดินเข้ามา เขาก็เป็นคนแบบเดียวกับแบมแบม จะมองหล่อก็ได้ สวยก็ดี ตัวบางๆ แต่สูงกว่าแบมแบมมาก และกำลังเป็นที่ต้องการของลูกค้ามากด้วย     

            “ไง หายไปสองวันเชียวนะ หยุดไปไหนมาเหรอ”

            แดเนียลปากไวทักผู้มาใหม่ ร่างบางชะงักไปเล็กน้อย มองคนถามเลยมาที่แบมแบมและหันไปจ้องแดเนียลก่อนตอบห้วนๆ

            “เสือก”

            “อูย” แดเนียลหัวเราะขบขัน ไม่ใส่ใจที่โดนด่า

            แบมแบมมองคนที่เดินเอากระเป๋าไปเก็บแล้วอดส่ายหน้าระอาไม่ได้

            ทั้งเขาและแดเนียลต่างรู้กันว่าอีกฝ่ายหายไปเพราะอะไร เขากำลังทำผิดกฎต้องห้ามของร้าน

            ไปต่างจังหวัดกับลูกค้าสองวัน มันคงไปนั่งจิบชาชมดอกไม้กันอย่างเดียวหรอก

            บาร์โฮสต์จะมีกฎห้ามมีความสัมพันธ์กับลูกค้า ขอบเขตของร้านพี่จินยองที่ตั้งไว้คือ ทำงานบนพื้นฐานบริการและเพื่อนคุยจริงๆ แต่ไอ้เรื่องอย่างว่านี้ต่อให้มีกฎมันก็แหกกันได้ อยากไปบริการต่อกันบนเตียงก็ต้องเหยียบให้มิด และต้องไปทำกันไกลๆ ร้าน ถ้าออกนอกเขตร้านไปแล้วจะไปไหนกันต่อกี่ยกกี่ท่าพี่จินยองก็ตามไปคุมไม่ได้

            แต่ถ้ามันเกิดขึ้นในร้าน พี่จินยองรู้พี่ไล่ออกสถานเดียว           

            พี่จินยองเคยพูดกับแบมแบมว่าบาร์พี่ไม่ใช่ซ่องน่ะ ถ้าอยากขายไปทำที่อื่น สถานบริการที่เปิดเพื่อมีจุดประสงค์แอบแฝงอย่างขาย sex มีเยอะแยะ

            แต่โฮสต์น้อยคนที่จะแหกกฎ เพราะถ้าเผลอมีอะไรกับลูกค้า ก็เท่ากับทุบหม้อข้าวตัวเอง ลูกค้าจะหันไปติดคนอื่นแทน และอยู่ได้ไม่นานด้วย  

            ถึงร้านจะพยายามคุมแค่ไหน ในสายตาคนนอกก็ยังมองว่างานโฮสต์ไม่ต่างจากขายตัวอยู่ดี และยังมีอีกหลายคนที่ยังคิดว่าแบมแบมขายตัวเลี้ยงลูกอยู่เลย อย่างพ่อแม่ของเพื่อนไม้น่ะ..

            “น้องแบมไม่ทำงานอีกแล้วเหรอ พี่ก็อดทิปเลยสิ”

            สาวสวยที่ทำตำแหน่งแคชเชียร์เอ่ยหยอกแบมแบมขณะที่เขากำลังจะเดินผ่านไป เห็นเข้าร้านนึกว่ามีลูกค้า แต่ถ้าเข้ามาไวและออกไปไวอย่างนี้แสดงว่าแค่แวะมาเฉยๆ

            แบมแบมหยุดเท้า ถอยหลังไปหาเธอ

            “ขอเจ้าแดเนียลสิครับ”

            “แหม ไอ้ของอย่างนี้มันอยู่ที่น้ำใจย่ะ”

            แคชเชียร์คนสวยหัวเราะคิกคัก ตั้งแต่เธอมาทำงานนี้ โฮสต์น้อยคนที่จะขอทิปจากลูกค้ามาให้เธอและเพื่อนแคชเชียร์อีกคนบ้าง มีเด็กแบมแบมนี่ล่ะที่ให้พวกเธอสม่ำเสมอ

            ตอนแบมแบมเพิ่งเข้ามาทำใหม่ๆ ยังเป็นเด็กน้อยหน้าใส ไร้ซึ่งเสน่ห์เย้ายวนดึงดูดใจพี่สาว โดนเรียกมายืนแล้วไม่มีลูกค้าเลือก ต้องให้พีอาร์พาไปแจมกับโต๊ะ ด้วยความเอ็นดูเลยให้พวกพีอาร์เชียร์สักหน่อย จนได้ดื่มบ้างแต่ก็น้อย  ได้สามดื่มห้าดื่มก็ยังมีน้ำใจแบ่งทิปให้ จนตอนนี้เป็นNo.1 แล้วก็ยังให้ทิปตลอด น่ารักเสมอต้นเสมอปลาย

            “พรุ่งนี้ลูกค้าผมมา น่าจะมีของมาฝากพี่ๆ อีกนะ”

            “ดีงามที่สุด จะไปไหนก็ไปเถอะจ้ะ ไม่กวนละ”

            แบมแบมยิ้มให้เธอแล้วออกจากร้านไป

 

           

 

 

 

            “อ้าวแบม มาทำอะไร ไม่ทำงานรึไง”

            แบมแบมยิ้มอย่างอ่อนใจให้พนักงานต้อนรับสาวสวยของร้าน JJ  ของพี่แจบอม ทำไมเวลาเขาโผล่หน้าไปไหนต้องมีแต่คนสงสัยนะ

            “มาเอาของให้ยองแจน่ะ”

            “เออ ยองแจคลอดแล้วใช่ไหม”

            “อื้ม”

            “พรุ่งนี้พวกเราจะไปเยี่ยมนะ บอกยองแจด้วย”

            “ได้เลย จะบอกให้นะ”

            “ที่ว่ายองแจจะไม่มาทำงานแล้วนี่จริงเหรอ”

            “พี่แจบอมบอกแล้วเหรอ”

            “คุณเขาก็เปรยๆ นิดหน่อยว่าเสียดาย แกคงกลัวเหงามั้ง จะว่าไปก็รู้สึกแปลกนะที่ไม่ได้เห็นยองแจตัวกลมๆ เดินไปโน่นมานี่ในร้านแล้ว”

            สาวสวยอีกคนที่ทำหน้าที่ดูแลแขกปรี่เข้ามาร่วมวงคุยด้วย ได้ยินที่แบมแบมถามเพื่อนพอดี

            “ใช่แล้วล่ะ เลี้ยงลูกเหนื่อยจะตาย ไม่มีแรงมาทำงานกลางคืนหรอก”

            ยองแจบอกแบมแบมบ้างแล้วก่อนคลอดว่า ก่อนจะเริ่มงานใหม่อยากอยู่บ้านให้นมยัยหนูก่อนสักสามเดือน อยากเลี้ยงลูกเองด้วย แบมแบมก็เห็นด้วยนะ

            “เห? เหนื่อยมากเหรอ ทีแกยังทำได้เลย” พีอาร์สาวทำหน้าแปลกใจ เพื่อนอีกคนหัวเราะคิก แบมแบมมองค้อน

            “จะเหน็บเหรอ ชิ ไม่สะทกสะท้านหรอกจะบอกให้”

            “แหม ชมหรอกน่ะ วันนี้แกทำงานป้ะ” หญิงสาวต่อยแขนแบมแบมเบาๆ เป็นเชิงหยอกแล้วถามต่อ

            “ไม่ทำหรอก มีอะไรล่ะ”

            “อยู่ดื่มที่นี่หน่อยมะ คืนนี้วีไอพีมีลูกค้าต่างชาติด้วยแหละ หล่อโคตรๆ ฉันล่ะเสียดายที่คุณแจบอมไม่เรียกฉันไปดูแลเขา”

            แบมแบมอมยิ้ม มองสาวสวยทำหน้าเพ้อฝันถึงหนุ่มหล่อ เขาสนิทกับเธอเพราะเธอไปใช้บริการที่บาร์บ่อย

            ตั้งแต่ทำงานโฮสต์ ลูกค้าส่วนมากมีแต่คนสวยๆ ทั้งนั้น พวกสาวทำงานกลางคืน เมียเก็บเสี่ย ภรรยาของผู้มีอิทธิพล กลุ่มนี้มาเที่ยวร้านแบมแบมเยอะกว่าแม่บ้าน เศรษฐีนี หรือพนักงานบริษัทอีก สาวกลางคืนสายทุ่มนะ เอาเงินที่ได้มาง่ายไปให้หนุ่มโฮสต์เอาอกเอาใจพวกเธอบ้าง สลับสถานะกับงานที่เธอต้องทำประจำ 

            “จะให้อยู่ส่องผู้เหรอ เจอผู้ชายที่ร้านก็เอียนจนจะอ้วกแล้ว ไม่เอาล่ะ และฉันก็อยากพักตับด้วย”

            แบมแบมไม่สนใจข้อเสนอ

            “ช่วงนี้ดูแลสุขภาพเหรอยะ ยังหนุ่มยังแน่นจะรีบพักไปไหน”

            “ฉันยังอยากมีชีวิตอยู่จนลูกโตนะ”

            แบมแบมเอ่ยกลั้วหัวเราะแต่หมายความตามนั้นจริงๆ เขาจริงจังนะนี่ ดื่มเหล้ากับลูกค้ามาหลายปีก็กลัวตัวเองจะเป็นตับแข็งเข้าสักวัน สองปีมานี้เขาถึงได้เร่งเก็บเงินเก็บทอง พอเรียนจบจะได้เลิกอาชีพนี้สักที

            และนอกจากกลัวตายก่อนลูก แบมแบมไม่อยากให้ลูกอายคนด้วย ยิ่งไม้โตขึ้นสังคมก็โหดร้ายขึ้น อย่าให้มีเรื่องแม่เป็นผู้ชายกลางคืนทำให้ชีวิตไม้ตกต่ำจะดีกว่า

 

 

 

 

            มาร์คไม่คิดว่าแจ็คสันจะอาสาพามาที่ร้านนี้ทั้งที่เขาแค่ลองถามดูว่ารู้จักร้านนี้ไหม

            “เฮียจะไปไหน” แจ็คสันเอ่ยรั้งคนที่ลุกขึ้นยืนทั้งที่ยังไม่แตะแอลกอฮอลล์สักอึก

            “ไปเข้าห้องน้ำ”

            “จะหนีกลับบ้านเหรอ อุตส่าห์มาทั้งทีก็อยู่ดื่มก่อนสิ  พี่ควรจะให้ตัวเองคลายเครียดบ้างนะ”

            แจ็คสันไม่ได้พูดคุยกับพี่ชายมากก็จริง แต่เขาพอจะดูออกว่ามาร์คมีความเครียดสะสมอยู่มาก ดีที่พ่อเขาไม่ได้เข้มงวดเหมือนพ่อเฮีย ไม่อย่างนั้นเขาบ้าตายก่อนแก่แน่

            “ยังไม่กลับหรอก”

            มาร์คมองน้องชายและเพื่อน ก่อนจะเดินออกไป แจ็คสันไหวไหล่ ก่อนจะหันไปหาสาวสวยที่นั่งดื่มเป็นเพื่อน

            “นี่ ตามเด็กเสิร์ฟที่ชื่อยองแจมาให้หน่อยสิ”

            “ยองแจเหรอคะ ชเวยองแจ หรือ คิมยองแจคะ” หญิงสาวเงยหน้ามองหน้าหล่อ ถามต่อเพื่อความแน่ใจ พนักงานที่นี่มีชื่อซ้ำกันนะ

            “ชเวยองแจน่ะ ฉันเคยเจอเมื่อหลายเดือนก่อน ยังทำที่นี่อยู่ไหม”

            ระหว่างที่แจ็คสันถาม เพื่อนร่วมก๊วนก็ต่างมองหน้ากัน แปลกใจว่าแจ็คสันจะถามหาแฟนเก่าทำสวรรค์วิมานอะไร

            “อ๋อ ยองแจไม่มาทำงานหรอกค่ะ ยังไม่ได้มาลาออกแต่ก็คงไม่มาทำแล้วล่ะ”

            “ทำไมล่ะ หรือว่าไปอยู่ร้านอื่น” แจ็คสันถามต่อด้วยท่าทีธรรมชาติไม่เหมือนว่ากำลังสนใจอยู่

          “ยองแจมาทำงานที่นี่แค่จนคลอดน้องค่ะ เพิ่งคลอดไปวันก่อนนี่เอง จากนี้คงไม่มาแล้ว”

            คำบอกเล่าของหญิงสาวทำให้ทั้งแก๊งชะงักไปตามกันด้วยความตกใจ เพื่อนของแจ็คสันเริ่มพูดคุยกันเรื่องนี้ทันทียกเว้นแจ็คสันที่นั่งอึ้ง

          คลอด?!

            เขาไม่ได้หูฝาดใช่ไหม?

            “เธอพูดว่าอะไรนะ คลอด? ยองแจท้องงั้นเหรอ?!

            แจ็คสันเผลอตัวขึ้นเสียงใส่หญิงสาวเสียงดัง เธอสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ

            “คะค่ะ ใช่ค่ะ ยองแจท้อง ตอนมาทำงานที่นี่ก็ท้องได้สองสามเดือนแล้วมั้ง ไม่แน่ใจค่ะ ว่าแต่คุณถามทำไม”

            คำบอกเล่าเพิ่มเติมทำให้เพื่อนแจ็คสันเริ่มคำนวณเวลา แต่แจ็คสันกลับไม่ได้สนใจ เขากระชากแขนคนให้ข่าวอย่างแรงจนเธอถลาเข้ามาใกล้

            “เธอสาบานได้ใช่ไหมว่าไม่ได้โกหก”

            “เอ่อ..ค่ะ สาบาน” หญิงสาวทั้งงุนงงและตกใจ ตื่นตระหนกกับท่าทางคุกคามของลูกค้า

            แจ็คสันปล่อยมือจากหญิงสาวอย่างแรงจนเหมือนสะบัดทิ้ง เธอลูบแขนกอดตัวเอง ขยับถอยห่างเขามานิดหน่อย

            “แจ็คสันคงไม่ใช่ว่า..” เพื่อนคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ แจ็คสันหันขวับไปจ้องด้วยสายตาดุดันจนเพื่อนต้องปิดปากให้สนิท

            “ไม่ว่าพวกมึงจะสงสัยอะไรกันอยู่ มันไม่เกี่ยวกับกูและเรื่องนี้มันต้องจบแค่ในห้องนี้ ถ้ามีเรื่องนี้หลุดออกไป กูจะโทษพวกมึงทันที”

            “แต่เรื่องนี้มันเรื่องใหญ่นะ..ยองแจจะไปท้องกับใครวะ ก็เขา..

            เพื่อนอีกคนต้องเงียบตามเมื่อสบตาดุของแจ็คสันเข้า ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ ก่อนอีกคนจะเอ่ยขึ้นช้าๆ

            “ยองแจอาจจะมีคนใหม่ระหว่างที่คบกับเอ่อก็ได้ คบซ้อนไง ใช่ไหมล่ะ”

            แม้จะเป็นเหตุผลที่เลวทรามแต่ทุกคนก็พยักหน้าให้มันเป็นไปตามนั้นด้วย

            แจ็คสันทิ้งการ์ดไว้ให้เพื่อนจ่ายเงินแล้วลุกออกไปทันที ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ก่อนร่างสูงคนหนึ่งจะหยิบเงินยื่นให้หญิงสาวต้นข่าวจำนวนมากพอดู

            “เธอคงเก็บความลับของลูกค้าวีไอพีได้ใช่ไหม”

            แม้น้ำเสียงและสีหน้าปกติ แต่มือใหญ่ที่กอบรอบมือเรียวบางให้รับเงินนั้นลงน้ำหนักอย่างแรง บีบคั้น ร่างบางพยักหน้ารัว

            “ค่ะ ฉันก็ไม่อยากตกงาน”

            หญิงสาวรับเงินพร้อมรับคำอย่างฉลาด

 

           

 

           

 

            หลังออกจากห้องน้ำ มาร์คก็เดินมาที่บาร์ นั่งลงบนเก้าอี้สูง วางแขนบนเคาน์เตอร์ บาร์เทนเดอร์สาวสวยผมบลอนด์ส่งเสียงทักทาย

            “น้ำเปล่า”

            บาร์เทนเดอร์และคนที่นั่งดื่มตรงบาร์ต่างมองมาที่มาร์คเป็นตาเดียว ชายหนุ่มเงยหน้ามองเธอ

            “น้ำเปล่า คิดราคาเท่าเหล้าที่แพงที่สุดเลยก็ได้”

            มาร์คถอนหายใจพลางก้มมองเคาน์เตอร์ขาวสะอาด ท่าทางคร่ำเครียดของเขาทำให้บาร์เทนเดอร์สาวเสิร์ฟน้ำแร่และน้ำผลไม้ให้เขาอย่างละแก้ว

            “คุณดูเครียดนะคะ”

            “ครับ”

            หญิงสาวที่สดใสและช่างคุยจนลูกค้าชอบมานั่งคุยด้วยยังไปไม่เป็นเมื่อเจอท่าทีปิดกั้นตัวเองของมาร์ค

            “พีบี! สบายดีไหม”

            “อ่าวแบมแบม เอาอะไรดี เหมือนเดิมไหม ทำไมวันนี้มาได้”

            พีบีหยิบขวดวอดก้าและจานแก้วบรรจุมะกอกดองออกมาวางบนเคาน์เตอร์เมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นแบมแบม

            ร่างบางเดินมาหยิบผลไม้จากจานเข้าปากไปหนึ่งชิ้นแต่ปฏิเสธเครื่องดื่มในแก้วช็อตที่เธอเลื่อนมาให้

            ชื่อที่อยู่ในความคิดทุกขณะทำให้มาร์คชะงัก แต่คิดว่าร้านเหล้าเสียงดังเลยฟังผิดไป

            เขาคงคิดถึงแบมแบมจนหลอนไปแล้ว

            “วันนี้ไม่ดื่มนะ แค่แวะมาเอาของให้ยองแจน่ะ”

            ร่างบางนั่งลงบนเก้าอี้สูง ยิ้มให้บาร์เทนเดอร์สาวที่สนิทสนมกันดี

            ไม่ใช่หลอนแล้ว เสียงนี้

            มาร์คหันไปทางซ้ายมือ เก้าอี้ที่ว่างถูกครอบครองด้วยร่างบอบบางที่คุ้นเคยทว่าให้ความรู้สึกแปลกตา

            ถึงดูโตขึ้นมากแต่ใช่แน่

            ปฏิกิริยาไปตามความรู้สึก มาร์คเอื้อมมือไปจับแขนเรียวของคนที่กำลังคุยกับบาร์เทนดี้

            เขาไม่ได้เมา ไม่ได้เป็นโรคประสาท ไม่มีทางมองภาพตรงหน้าผิดไปแน่

            ความรู้สึกมากมายปะทุขึ้นมาในอก แต่สิ่งที่สัมผัสได้เด่นชัดที่สุดคือความโหยหาตลอดหลายปีมันมากมายเกินกว่าที่เขาคิด

            แบมแบมหยุดคุยกับพีบี หันมองข้างกายเตรียมพ่นคำด่าใส่ด้วยนึกว่าเป็นพวกคนเมามือไว แต่พอได้เห็นหน้าภายใต้แสงที่สว่างชัดจากบาร์ เลือดในกายก็เหมือนถูกแช่แข็ง

            ไม่จริงน่า..

            ขณะที่แบมแบมนิ่งอึ้ง มาร์คก็ดึงตัวแบมแบมเข้ามากอดจนร่างบางหล่นจากเก้าอี้ลงมายืน

            “ตัวจริง

            น้ำเสียงที่ล่องลอยอยู่ข้างหูก็ทำให้แบมแบมรู้เหมือนกันว่าเขากำลังเจอมาร์คตัวจริง

            มาร์คน้ำตาคลอ กอดแน่น ความอุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายทำให้รู้ว่าเขาไม่ได้คิดไปเองจริงๆ ด้วย

            “หายไปไหนมา ตามหามาตลอดเลยนะ”

            ตามหามาตลอดงั้นเหรอ?

            “ปล่อยนะ คุณเป็นใคร มากอดผมทำไม!

            แบมแบมออกแรงดันร่างสูงออกไป ตวาดออกมาเสียงดังเรียกสายตาคนมอง

            “แบมนี่มาร์คไง”

            มาร์คยังฉวยมือแบมแบมไว้ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะวิ่งหนีหายไป เขาดูร้อนรน มือที่จับมือแบมแบมก็เย็นเฉียบ

            ไม่มีทางจำผิด ต่อให้อีกฝ่ายจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหนมาร์คก็จำได้

            เสียงนี้ กลิ่นนี้ สัมผัสนี้ มันคือแบมแบม

            แต่คนตรงหน้ากลับไม่มีรอยยิ้มให้เขาเลย ใบหน้าหวานบึ้งตึงบอกถึงความไม่พอใจ

            “คุณเมาแล้วหรือเปล่าถึงจำคนผิด ฉันไปนะพีบี”

            แบมแบมดึงมือคืนจากมาร์คอย่างแรง ลาเพื่อนโดยไม่มองหน้าแล้วรีบก้าวจากมา มาร์คล้วงกระเป๋าเสื้อหยิบอะไรได้ก็วางไปบนเคาน์เตอร์แล้วรีบตามแบมแบมไป

            พีบีงุนงงกับเหตุการณ์ มองทั้งคู่จนไม่เห็นแผ่นหลังแล้วมองของบนโต๊ะ

            กระเป๋าเงินทั้งกระเป๋าเลยนะนี่

            พีบีฝากบาร์กับเพื่อนร่วมงานแล้วรีบคว้ากระเป๋าวิ่งไปตามหาลูกค้า

           

 

 

 

 

 

            “เดี๋ยวก่อน! หยุดก่อนแบม!

            มาร์ครีบตามแบมแบมไม่ให้คลาดสายตาแต่คนตรงหน้ากลับพยายามก้าวหนี จนกระทั่งเปลี่ยนเป็นวิ่งไปทางลานจอดรถ

            “ให้ตายเถอะ!

            แบมแบมสบถกับตัวเอง ล้วงกระเป๋ากางเกงหากุญแจรถขณะที่วิ่งไปด้วย

            แบมแบมกดรีโมตเปิดรถทั้งที่ยังวิ่งไม่ถึงตัวรถด้วยซ้ำ ได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งตามมาก็ยิ่งอยากหนีให้ไวขึ้น

            โลกจะกลมมากเกินไปแล้ว ทำไมมาร์คถึงมาเกาหลีได้ล่ะ!

            “บอกให้หยุดไงแบมแบม”

            อีกสองก้าวจะถึงรถอยู่แล้วแต่แบมแบมกลับโดนฉุดแขนรั้งจนเซ แล้วรู้สึกถึงวงแขนที่โอบกอดตัวเองจากทางด้านหลัง

            “คุณโรคจิตหรือไง ปล่อย!

            แบมแบมพยายามดิ้นรนให้หลุดแต่กลับโดนกอดรัดแน่นขึ้น

            “ในที่สุดก็หาเจอ ใครจะปล่อยให้โง่ล่ะ!” คนกอดยังดื้อดึง

            “ฉันไม่รู้จักคุณ!

            “โกหก!

            แบมแบมอยากจะตะโกนออกมาดังๆ นัก  

            “อ้า อยู่นั่นเอง คุณลูกค้าคะ! กระเป๋าเงินคุณ”

            เสียงจากด้านหลังทำให้มาร์คและแบมแบมหันไปมอง พีบีวิ่งมาทางพวกเขาพร้อมชูกระเป๋าเงิน แบมแบมได้โอกาสที่มาร์คผ่อนแรงพยายามสะบัดหนี แต่มาร์คก็ไหวทันเกี่ยวเอวบางไว้แน่น

            “นี่ค่ะ กระเป๋าคุณ ฉันหยิบเงินไปแค่พอเครื่องดื่ม เช็กดูได้ค่ะ”

            “ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณ” มาร์คยื่นมือรับกระเป๋าคืนจากพีบี

            “เอ่อ..มีอะไรหรือเปล่าคะ”

            พีบีเห็นท่าทางของทั้งคู่แล้วอดถามไม่ได้ แบมแบมดูพยายามทั้งผลักทั้งดันคุณลูกค้าน่าดูเลย โดนลวนลามรึ?

            “พีบีช่วยที หมอนี่เป็นโรคจิต”

            “เห?” พีบีอึ้ง ก่อนจะรีบเข้ามาหาแต่มาร์ครีบเอ่ยขัดขึ้นก่อน

            “เปล่าครับ ผมกับแบมแบมเคยเป็นแฟนกันตอนมอต้น เรารู้จักกัน และผมก็ไม่ใช่โรคจิตด้วย”

            “อ่า” พีบีหยุดชะงัก

            “ไม่ใช่นะพีบี”

            “อยากให้สาธยายความสัมพันธ์เก่าก่อนให้คุณพีบีรู้ด้วยไหม”

            มาร์คหันไปถามคนที่ดิ้นรนจะหนีอ้อมแขนไปด้วยเสียงเข้ม แบมแบมชะงักแต่ก็เชิดหน้าตอบ

            “เชิญ เรื่องโกหกใครจะไปเชื่อ”

            “เอาเรื่องไหนดี เรื่องทริปสุดท้ายก่อนฉันย้ายไปอเมริกาไหมล..

            มาร์คยังไม่ทันจะพูดจบก็มีมือนิ่มมาแปะปิดปากเอาไว้

            “เงียบไปเลย!

            “เขาคงพูดความจริง เคลียร์กันไปนะ ฉันกลับไปทำงานก่อนล่ะ”

            พีบีเห็นท่าทางแบมแบมแล้วแอบขำ หูแดงแก้มแดงแล้ว คงทั้งโมโหทั้งอาย

            “เดี๋ยวสิพีบี! เธอจะปล่อยฉันแบบนี้ไม่ได้นะ พีบี พีบี!

            แต่เสียงตะโกนของแบมแบมไม่ทำให้หญิงสาวหันหลังกลับมามองแม้แต่น้อย

            “ไหนบอกไม่รู้จักแล้วจะห้ามไม่ให้พูดทำไม”

            แบมแบมหันขวับมาจ้องมาร์คอย่างไม่พอใจ

            “ปล่อยสักที เรื่องของเรามันจบไปนานแล้วนะ”

            “แบมจบอยู่คนเดียว มาร์คยังไม่จบสักหน่อย”

            “อย่ามาเรียกชื่อกันนะ!

            “จะเรียกคุณมันก็ห่างเหินไปนี่นา”

            “ฮึ่ย” แบมแบมเกลียดรอยยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวเล็กๆ นั่นที่สุดเลย เกลียดนัก!

            “จะไปไหนต่อ กลับบ้านเหรอ เดี๋ยวไปส่ง”

            “ไม่ต้อง ฉันมีรถ”

            “งั้นแบมก็ไปส่งมาร์ค”

            “ฉันบอกว่าอย่าเรียกชื่ออย่างสนิทสนมไง เราไม่สนิทกันแล้วมาร์คต้วน”

            “งั้นคุณไปส่งพี่หน่อยแล้วกัน นี่ติดรถน้องชายมาน่ะ”

            “คุณก็กลับกับน้องชายคุณไปซี่ อ๊ะ จะทำอะไรน่ะ!

            แบมแบมโวยเมื่อถูกลากไปยัดใส่รถตัวเอง รีโมทกุญแจรถก็ถูกแย่งไปถือ โดนยัดใส่รถไม่พอมาร์คยังตามมานั่งตรงคนขับอีก

            “พี่จำทางไม่ค่อยได้แล้วสิ”

            “ก็ลงไปเรียกแท็กซี่ซะสิ”

            แบมแบมกระแทกเสียงใส่อย่างไม่พอใจ จะเปิดประตูอีกด้านลงไปประตูก็ถูกล็อกโดยฝีมือมาร์คเสียอีก

            เอาล่ะเยี่ยมเลย อยู่ในรถที่ออกไม่ได้ตามลำพังกับแฟนเก่า สถานการณ์บ้าๆ ชวนกระอักกระอ่วนนี่มันอะไรกันวะ

            ภายในรถที่มีแต่ความเงียบและความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ นานนับนาทีมาร์คก็เอ่ยขึ้นก่อน

            “ทำไมไม่ไปงานเลี้ยงรุ่น”

            “ไม่ว่าง”

            “พี่ไปทุกปีนะ คิดว่าจะได้เจอกัน”

            “ไม่อยากรู้”

            “พี่จ้างนักสืบตามหาคุณมาตลอด แต่ก็ไม่เคยเจอเลย พี่มาเกาหลีทุกปี คราวนี้มางานแต่งน้องก็เลยจะอยู่ตามหาแบมคุณ”

             “ตามหาทำไม เรื่องของเรามันก็แค่รักแรกของเด็กๆ คุณควรจะลืมมันไปได้แล้วนะ”

            ได้รู้ว่าเขาตามหามาตลอด แม้พิสูจน์ไม่ได้ว่าพูดจริงไหมแต่แบมแบมก็รู้สึกดีใจ

            เฮ้อ มันไม่ควรเป็นแบบนี้สิ

            “คุณลืมได้แต่พี่ไม่เคยลืมนะ พี่ยังรักอยู่”

            “คุณกำลังทำให้ฉันลำบากใจ” แบมแบมสวนกลับเสียงกร้าวทันที..เพื่อปกปิดความหวั่นไหวที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ

            แบมแบมรู้ตัวว่าตั้งแต่ได้เจอหน้ากันอีกครั้ง ความคิดถึงที่มีมันก็ชัดเจนขึ้น แต่จะทำยังไงได้ โลกของเขากับโลกของอีกฝ่ายต่างกันมากเกินไป

            แม้มาร์คจะยังรักเขาแต่เขาก็รับความรักนั้นมาไม่ได้

            ครอบครัวของมาร์คไม่มีทางยอมรับเขาได้..และแบมแบมจะไม่มีวันเผลอใจไปอีกครั้งจนทำให้ไม้ต้องมาเผชิญกับความเจ็บปวดที่ถูกครอบครัวของพ่อตัวเองเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเหมือนที่แบมแบมเคยเจอหรอก

            ใช่แล้ว..เรื่องของไม้นั้นมาร์คจะต้องไม่มีวันได้รู้

            เพียงคิดถึงเรื่องไม้ขึ้นมา แบมแบมก็กังวลจนเผลอบีบมือตัวเองแน่น

            “ทำไมต้องปฏิเสธกันขนาดนี้ มันนานมากแล้วจนคุณอาจจะลืมเรื่องราวทั้งหมดไป แต่พี่ไม่เคยลืมนะ”

            “เพราะฉันมีคนรักใหม่แล้ว”

            แบมแบมตัดสินใจโกหกคำโต ทั้งรถเงียบลงอีกครั้ง แบมแบมหันไปมองมาร์คก่อนจะรู้สึกเสียใจที่โพล่งออกไปแบบนั้น

            ตาคมหม่นแสง สีหน้าเศร้าสร้อยจนหัวใจคนมองเหมือนถูกบีบรัด

            “งั้นเหรอ..

            แบมแบมลังเลอยู่ครู่..ก่อนจะเอื้อมมือวางทาบบนมือสวยนั้น ไม่บีบ ไม่จับ แค่วางเฉยๆ เท่านั้น

            “อดีตมันก็คืออดีต ฉันไม่รู้ว่าทำไมคุณถึงเก็บเรื่องของฉันไว้จนป่านนี้ แต่หยุดเถอะ ฉันไม่มีวันหวนกลับไปหาคุณอีก เราควรจะต่างคนต่างมีชีวิตของตัวเองนะ การคิดถึงใครอีกคนไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรหรอก”

            “แค่เพื่อนได้ไหม ขอติดต่อหาบ้างได้หรือเปล่า อย่าหายไปอีกเลยนะ”

            มาร์คพยายามทำใจยอมรับ แต่จะให้ทำใจในเวลาไม่กี่วินาทีมันก็ทำไม่ได้

            “ถ้ายังติดต่อคุณจะไม่ยิ่งตัดใจยากขึ้นเหรอ”

            “ก็คงจะอย่างนั้น แต่พี่อยากรู้ความเป็นไปของคุณ ขอแค่รู้ว่าคนรักของคุณดูแลคุณอย่างดีก็พอ ได้ไหม”

            “คุณจะรู้ได้ยังไง แฟนฉันเขาไม่ใช่คนเล่นโซเชียลอะไร ฉันก็เหมือนกัน มัวแต่ทำงาน ไม่มีเวลามาอัพเดทชีวิตส่วนตัวให้ใครรู้”

            “ไม่ต้องอัพเดทรายงานอะไรก็ได้ แค่ได้พูดคุยกันบ้าง วิดีโอคอล สไกป์ อะไรก็ได้”

            “เพื่ออะไร”

            “เพื่อพี่เอง”

            แบมแบมเงยหน้าจ้องหน้ามาร์คอย่างสงสัย มาร์คยิ้มเศร้า

            “สารภาพอย่างไม่อาย หลายปีที่ผ่านมา สิ่งที่ทำให้พี่ทนทุกสิ่งได้คือการตามหาแบมแบม และมีความหวังว่าสักหวังจะได้เจอแบมแบมอีกครั้ง ถ้าต่อจากนี้ไม่ได้ตามหาแบมแบมอีก พี่คงไม่รู้จะใช้ชีวิตยังไง อาจฟังดูเกินจริงแต่การได้เจอแบมแบมอีกครั้งเป็นเป้าหมายของพี่นะ”

            มาร์คหัวเราะเจื่อนปนเขิน แต่แบมแบมสิหน่ายใจปนหนักใจ

            “คุณนี่มันบ้าจริงๆ” น้ำเสียงเด็ดขาดนั้นอ่อนลงมาก

            มาร์คไม่โต้ตอบ เพียงยิ้มให้และรอด้วยความหวัง แบมแบมเบือนหน้าหนีจากสายตาคาดหวัง ก่อนจะพยักหน้าแกนๆ

            “อือ”

            “ได้เหรอ”

            “เออ” ไม่ตกลงแล้วจะให้ทำยังไงล่ะ

            “ขอบใจนะ” มาร์คจะโผเข้ากอดแต่แบมแบมยันอกไว้ไม่ให้เข้ามา

            “ตอนนี้เราจะเป็นแค่คนรู้จักกันนะ และฉันก็งานยุ่ง คงคุยกับคุณทุกครั้งที่คุณติดต่อมาไม่ได้หรอก และห้ามติดต่อมาทุกวัน เข้าใจไหม”

            “ได้! ได้หมดเลย ยังไงก็ได้ ตอนนี้คุณทำงานอะไรล่ะ”

            “โฮสต์ รู้จักไหม”

            “งานกลางคืนน่ะเหรอ”

            “ใช่” แบมแบมยอมรับตามตรง ปิดไปก็เท่านั้น การได้รู้ว่าเขาทำงานกลางคืนอาจทำให้มาร์ครู้สึกแย่และตระหนักได้ว่าไม่ควรมารักแบมแบมคนนี้อีกก็ได้

            “ร้านอยู่ไหน ไปหาได้ไหม”

            คำถามผิดคาดทำให้แบมแบมชะงัก มองค้อน

            “ไม่ได้ ร้านรับแต่ลูกค้าผู้หญิง”

            “แฟนใหม่ก็เป็นผู้หญิงเหรอ”

            “ใช่”

            “พี่ปลอมตัวเป็นผู้หญิงเข้าไปได้ไหม”

            “จะบ้าเหรอมาร์คต้วน!” แบมแบมล่ะเชื่อเลย มาร์คนี่กี่ปีผ่านไปก็กวนประสาท

            มาร์คหัวเราะ อารมณ์ดีขึ้น

            “พรุ่งนี้พี่ต้องกลับแล้ว ไปส่งที่สนามบินหน่อยได้หรือเปล่า”

            “ไม่ จะนอน”

            “ขอมือถือหน่อย”

            “ทำไม”

            “เอามาเถอะ”

            แบมแบมหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋าวางลงบนมือมาร์คที่แบรออย่างไม่ไว้ใจนัก

            “พี่จะแอดทุกอย่างไว้ให้นะ แล้วจะโทรหา พรุ่งนี้เก้าโมงพี่จะรอ อ่ะ โน้ตไว้ให้แล้ว”

            มาร์คยุ่งกับมือถือแบมแบมครู่หนึ่งก็หันหน้าจอมาทางเจ้าของ บอกเที่ยวบินที่จะกลับเสร็จสรรพ แบมแบมกระชากคืนมา มองค้อนตาคว่ำ

            “ยุ่งจริงๆ บอกว่าไม่ไปก็ไม่ไปไง”

            มาร์คแค่ยิ้มให้แล้วปลดล็อกรถ ก้าวลงจากรถไป

            “เจอกันพรุ่งนี้”

            “ฉันบอกว่าไม่ไปไง”

            ถึงแบมแบมจะตะโกนมาร์คก็ไม่ได้ยินหรอก ก็ประตูรถปิดแล้วนี่

            แบมแบมขยับข้ามมานั่งที่คนขับ ก่อนออกรถก็เช็กมือถือทุกแอพฯที่ใช้ ก่อนดวงตาจะเบิกกว้างเมื่อนึกอะไรขึ้นได้

            ภาพโปรไฟล์ของเขามันเป็นรูปไม้นี่นา!

            แล้วยังภาพพักหน้าจอที่เป็นรูปคู่เขากับไม้อีก

            ให้ตายเถอะไอ้แบม ไอ้โง่เอ๊ย!!!

           

 

 

 

            มาร์คเดินกลับเข้าไปในร้านอีกครั้งพร้อมมองจอโทรศัพท์อย่างครุ่นคิด

            ภาพในมือถือของแบมแบมน่ะ เด็กในรูปเหมือนเด็กคนนั้นที่เขาเจอเลย หน้าตาแบบนั้นน่ะจำง่ายจะตาย

            มาร์ตินเป็นอะไรกับแบมแบม

            เขาเคยคิดว่ารอยยิ้มของมาร์ตินคุ้นมาก  เหมือนแบมแบมมาก

            มาร์คนึกถึงเรื่องที่คุยกับเจ้าของร้านเจเจขึ้นมาได้ ถ้าแบมแบมมีความเกี่ยวข้องกับมาร์ติน แล้วแม่ของมาร์ตินซึ่งเป็นน้องชายของคุณแจบอม มีชีวิตเหมือนเรื่องของเขา

            ถ้าน้องชายคนนั้นและแม่ของมาร์ตินคือแบมแบมล่ะก็

            ขายาวหยุดกึก นัยน์ตาคมเบิกกว้างเมื่อปะติดปะต่ออะไรขึ้นมาได้ แม้จะดูว่าบังเอิญเกินไป แต่ความรู้สึกมาร์คกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์เทไปฝั่งที่อาจเป็นไปได้..

            มาร์คหันหลังกลับแล้ววิ่งไปทางลานจอดรถทันที แต่สายไป รถของแบมแบมไม่อยู่แล้ว

            มาร์ครีบติดต่อแบมแบมทันที แต่อีกฝ่ายไม่รับสายเขา เขาจึงส่งข้อความไปทุกแอพฯที่มี

           

 

 

 

            แบมแบมขับรถไปพลางเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ที่แอ้งแม้งอยู่เบาะข้างๆ ไปพลาง แจ้งเตือนดังไม่หยุดเลย ใบหน้าหวานเหยเก พร่ำด่าตัวเองไม่หยุดปาก

            แบมแบมใจหายวูบ หวาดระแวงไปหมดแล้ว

            คงไม่รู้หรอกมั้ง คงไม่สะกิดใจหรอก มาร์คไม่เคยเจอไม้ ไม่เคยรู้เรื่องของไม้มาก่อน และหน้าเขาก็ยังเด็กไม่เหมือนแม่คนด้วย มาร์คอาจจะแค่ส่งข้อความมาหาเฉยๆ

            แต่อย่าลืมสิ..มาร์ตินหน้าเหมือนพ่อมากนะ

            โอ๊ย! ถ้าไม่ติดว่าลูกจะกำพร้าแม่ล่ะก็ แบมแบมขับรถลงสะพานแล้วจริงๆ นะ!

 

                       

                       

           

 

 

            แจ็คสันขับรถมาถึงหน้าอพาร์ทเม้นต์ของน้ายองแจ สมัยที่เคยคบกันเขามาส่งยองแจอยู่บ่อยครั้ง

            ยังเลิกกันไม่ถึงปี แจ็คสันก็พอจะจำห้องของแฟนเก่าได้อยู่หรอก

            ตอนนี้ภายในใจแจ็คสันมีแต่ความกังวล ยองแจจะคลอดได้ยังไงในเมื่ออีกฝ่ายบอกเขาว่าทำแท้งไปแล้วนี่?

            ไม่สิ ยองแจยังไม่เคยบอกสักคำ ยองแจอาจเก็บลูกไว้

            วันนั้น..แค่เหล้าอึกเดียวก็หลอกเขาได้แล้ว ไม่รู้ว่ายองแจร้ายหรือเขาโง่กันแน่

            แจ็คสันกดออดหน้าห้อง กดรัวๆ ด้วยความใจร้อน แต่ไม่มีใครออกมาเปิดประตูเลย

            ชายหนุ่มมองนาฬิกาข้อมือ

            ก็ยังไม่ดึกมากนี่นา ไปไหนกันหมดวะ!

            แจ็คสันยืนรอหน้าห้องอย่างกระวนกระวายใจ เดินไปมาหลายก้าวแล้วก็มากดออด วนเวียนอยู่อย่างนี้นานเกือบสิบห้านาที

            คนอย่างหวังแจ็คสันอดทนรอได้เกินสิบห้านาทีเชียวนะ

            แจ็คสันกอดอกยืนพิงประตูรอเมื่อแน่ใจว่าคนในบ้านคงไม่อยู่ เมื่อรอจนโมโหแจ็คสันก็เลือกที่จะดึงดันรอต่อ จะคอยดูซิว่าจะกลับมากันเมื่อไร

            ร่างสูงรอนานจนเริ่มเมื่อยก็ย่อตัวลงนั่ง แม้จะรังเกียจพื้นสกปรกอยู่บ้างแต่ความเมื่อยก็เอาชนะไปได้

            ชายหนุ่มรอไปสักพักเพื่อนก็โทรมา เขารับสายอย่างหงุดหงิดเต็มขั้น

            <อยู่ไหนไอ้แจ็คสัน>

            “เรื่องของกู”

            <พี่มึงยังไม่กลับมาที่ห้องเลยเนี่ย พวกกูจะย้ายร้านนะ มึงติดต่อหาพี่มึงเองแล้วกัน การ์ดเก็บไว้ที่กู พรุ่งนี้มาเอาตอนไหนก็บอก>

            “เออ”

            เขาลืมเฮียไปสนิทเลยนะ แต่เฮียมันโตแล้วคงไม่เป็นไรหรอก

            แจ็คสันโทรหาพี่ชาย อย่างน้อยเป็นคนพาไปก็ควรถามไถ่ความปลอดภัยหน่อย นานๆ จะมาเกาหลีสักที

            “อยู่ไหน ทำไมรับช้า”

            <เดี๋ยวกลับบ้านเอง แค่นี้นะ>

            แจ็คสันมองมือถืออึ้งๆ ทำไมเสียงเฮียฟังดูรีบร้อน จะไปไหนอีก แต่ช่างเถอะ เรื่องของใครของมัน ตอนนี้เรื่องของเขาก็สำคัญเหมือนกัน

           

 

            สองชั่วโมงแล้วนะโว้ย!

            แจ็คสันรอเจอยองแจมาสองชั่วโมงแล้วนะ ไปไหน หรือว่าวันนี้จะไม่กลับบ้านวะ

            ในตอนที่แจ็คสันถอดใจจะกลับแล้ว ก็มีหญิงสาวแต่งตัวเซ็กซี่เดินมาจากทางขึ้นบันได  แจ็คสันมองตามเสียงส้นสูงที่กระทบพื้น จากเซ้นส์ชอบเที่ยวเดาได้ว่าเธอคงทำงานกลางคืน

            หญิงสาวเดินตรงมาใกล้แจ็คสันเรื่อยๆ ก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้าห้องที่อยู่ตรงข้ามกับประตูที่แจ็คสันพิงอยู่

            แจ็คสันมองเรือนร่างสมส่วนของคนที่หันหลังให้แล้วส่งเสียงเรียก

            “นี่คุณ”

            หญิงสาวคนนั้นชะงักมือ หันกลับมามองคนเรียก  ท่าทางระวังตัว

            “คะ?”

            “คนในห้องนี้ไปไหนกันหมดรู้ไหม..ครับ”

            แจ็คสันชี้นิ้วหัวแม่มือข้ามไหล่ตนไปด้านหลัง เกือบถามห้วนๆ หญิงสาวเกี่ยวผมยาวทัดหลังใบหู ร้องอ๋อ

            “ซูจีคงไปทำงานแหละ เขาเล่นดนตรีในผับ ลองไปหาที่ผับดูสิ รู้หรือเปล่าล่ะว่าเขาทำงานที่ไหน”

            “ผมอยากรู้ว่าหลานชายเขาไปไหน”

            “ยองแจย้ายออกไปนานแล้วจ้ะ หลายเดือนแล้วนะ ฉันเคยสงสัยว่าไม่เห็นยองแจนาน พอถามน้าเขา ซูจีบอกว่ายองแจย้ายออกไปอยู่คนเดียวน่ะ ใกล้จะเรียนจบแล้วเลยอยากมีสมาธิทำรายงานก่อนจบ หรืออะไรนี่แหละ ก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอก”

            “อ่อ ขอบคุณ”

            “มีอะไรอีกไหม?”

            “ไม่แล้ว”

            หญิงสาวพยักหน้าให้นิดหน่อยแล้วเปิดประตูห้องเข้าไป ทิ้งให้แจ็คสันอยู่เงียบๆ ตามลำพัง

            ยองแจย้ายออกไปแล้ว..

            น้าของยองแจคงโกหกเพื่อนบ้านล่ะสิ

            แจ็คสันถอนหายใจ ลุกขึ้นยืน หยิบโทรศัพท์มาโทรหาเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่ได้เจาะจงหรอก ชื่อใครขึ้นมาผ่านตาคนแรกก็โทรหาคนนั้น

            “นี่ ขอถามอะไรหน่อย”

            <ไม่ว่างค่ะ อยู่กับผัว>

            “คนคลอดลูกเขาอยู่โรงพยาบาลกันกี่วัน” แจ็คสันถามเข้าประเด็นไม่มีมาล้อเล่นเหมือนทุกที

            <ถามทำไมคะคุณหวัง?>

            “เออ ตอบมาเหอะน่า” แจ็คสันรำคาญเมื่อเพื่อนลีลาชักช้า

            <จะไปรู้เหรอไม่เคยคลอด!>

            “ประมาณเอาสิ!

            <จะมาคาดคั้นหาอะไรวะที่รัก! ตอนญาติคุณคลอดลูกเมื่อต้นปีเธออยู่โรงบาลกี่วันคะ (กี่วันเหรอ..สี่ห้าวันมั้งครับ คลอดธรรมชาตินะ) ขอบคุณที่รัก..ได้ยินรึยัง>

            “ได้ยินแล้ว ขอบคุณ”

            พอได้คำตอบแจ็คสันก็วางสายทันที ไม่ล่ำลาเพื่อนสักคำทั้งที่โทรไปรบกวนแท้ๆ

 

 

 

 

 

            แจ็คสันนั่งนิ่งอยู่ภายในรถหรูของตนมาหลายนาทีแล้ว ก่อนหน้านี้เขาโทรไปถามหาชื่อผู้ชายชื่อชเวยองแจที่ไปคลอดลูกในโรงพยาบาลหลายแห่ง

            มันคงไม่มีผู้ชายชื่อยองแจคลอดลูกช่วงนี้เหมือนกันหลายคนหรอก

            และโรงพยาบาลที่เขาเพิ่งวางสายไปเมื่อครู่ก็ให้คำตอบเขาได้แล้ว

 

 

 

 

 

            ร่างสูงที่ไม่ได้นอนทั้งคืนเดินไปตามทางของโรงพยาบาล

            แจ็คสันอธิบายความรู้สึกตอนนี้ของตัวเองไม่ถูกเหมือนกัน และไม่เข้าใจด้วยว่าเขาจะมาหายองแจเพื่ออะไร แต่สุดท้ายก็มาจนได้

            ความคิดเขาตีกันในหัวทั้งคืน จะเลิกสนใจก็ไม่ได้ในเมื่อเขารู้ข่าวแล้ว

            แต่มาแล้วจะทำยังไงต่อไป รับผิดชอบอย่างนั้นเหรอ?

            แจ็คสันแน่ใจว่ายังไม่พร้อมเลือกทางนั้น..

            เขาเพิ่งแต่งงาน แม้จะแต่งเพื่อธุรกิจก็เถอะ แน่ใจได้เลยว่าพ่อแม่ต้องยอมรับไม่ได้

            แจ็คสันติดต่อพยาบาลเพื่อไปหายองแจที่ห้องพัก

            ห้องพิเศษซะด้วย ยองแจมีเงินมากขนาดนี้เชียว? หรือว่าเป็นเงินที่เขาให้ไว้?

            แจ็คสันหยุดฝีเท้าเมื่อเดินมาถึงห้องกระจกที่มีแต่ทารกนอนในเปลเล็กๆ เรียงกันเต็มไปหมด ไม่รู้เหมือนกันว่าเรียกว่าห้องอะไร แต่ขาก็ก้าวไปทางนั้นเสียแล้ว

          เด็กนั่น..อยู่ไหน?

            แจ็คสันเกาะกระจกกวาดสายตามองสิ่งมีชีวิตตัวเล็กจิ๋วที่แสนบอบบาง   

            ไม่รู้แจ็คสันไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเด็กนั่นคือคนไหน

            ความรู้สึกบางอย่างกระแทกเข้ามาในใจของแจ็คสัน..รู้สึกแย่แปลกๆ

            แจ็คสันสลัดความคิดประหลาดออกจากหัว ผละจากเด็กๆ มาก่อนที่พยาบาลจะเข้ามาถาม ตัดสินใจไปตามความตั้งใจแรก

            ไปหายองแจ

 

TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 652 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,297 ความคิดเห็น

  1. #3125 thiyadanook-1234 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 15:08
    พี่มาร์คสู้ๆนะคะ ส่วนเฮียนี่...ชิ่วๆ555
    #3,125
    0
  2. #3056 bombomkonsuey (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 23:39
    แจ็คสันนี่ยังไงไล่เขาไปแท้ๆตอนนี้จะมาตามหาทำไม
    #3,056
    0
  3. #2860 N_udaen_G (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 22:35
    แจ็คนี่ยังไงอะ มาตามหาถ้าเจอแล้วจะได้อะไร ส่วนพี่มาร์คก็ได้เจอแล้วนะคะ ตามหามาตลอดเลย แต่ครอบครัวพี่มาร์คนี่
    #2,860
    0
  4. #2775 My love markbam (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 09:38
    ตามหาทำไมแจ็ค พี่มาร์คเจอแบมแล้ววววว
    #2,775
    0
  5. #2601 gene_pa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:03
    อยากให้พี่ไม้เจอพ่อ อยากให้ทุกคนสมหวัง บีบคั้นกันสุดด
    #2,601
    0
  6. #2560 Friendship_Lee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 17:57
    ดีใจพี่ไม้จะได้เจอพ่อแล้ว
    #2,560
    0
  7. #2277 PrincessDark (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 05:19
    พี่มาร์คโคตรเก่งอ่ะปะติดปะต่อเรื่องเองได้ นี่สิพ่อตัวอย่างตามหาแบมกับไม้ให้เจอนะพี่มาร์ค
    แจ็คสันนายจะมายุ่งอะไรกับยองแจอีกกก
    #2,277
    0
  8. #2207 dejawooo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 01:20
    โอยยย ลุ้นมากกก ตอนที่มาร์คเจอกับแบมนี่น้ำตาจะไหล เจอกันแล้ว เจอกันสักที แม้ว่าจะแอบเจ็บตอนที่แบมปฏิเสธมาร์ค แต่ชอบตรงที่มาร์คปะติดปะต่อได้เอง ดีมาก ไปค่ะ ไปตามหาเมียและลูกให้เจอ สู้เขา ส่วนพี่แจ็คสันนั้น เราก็แอบเห็นความพยายามอยู่นะ แต่คุณก็ยังใจร้ายอยู่ดี เพิ่งจะมารู้สึกรู้สาอะไรตอนนี้ เฮ้อ แต่ก็นะ ถ้าสำนึกได้เราก็จะดีใจกับยองแจและลูกมากๆเลย
    #2,207
    0
  9. #2185 BongkotFgfy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 22:08
    ไปห่างๆลูกฉันกับหลานฉันน่ะแจ็คไปไกลๆเลยไป!!!ไป๋!!
    #2,185
    0
  10. #2114 Seefahhh (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 05:32
    อย่ามายุ่งกับลูกเรานะหวังแจ็คสัน!!!!!!!!!!!
    #2,114
    0
  11. #2083 Harukim (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 23:24
    อย่าให้คู่พี่มาร์คกับน้องแบมดราม่าหนักเหมือนคู่แจ๊คแจเลยนะ เอาน่ารักกรุบกริบให้ดราม่าคู่เดียวพอ ยองแจหนีไปลูกหนีไป
    #2,083
    0
  12. #1991 Lapas292 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 17:03
    ยองแจ เอาเจสซี่หนีไป ไปให้ไกลจากคนใจร้ายเลยลูก.
    #1,991
    0
  13. วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 14:18
    ขอให้ไม่เจอลูกนะเเจ็คสัน เหอะ.
    #1,960
    0
  14. #1877 ธนาภา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 16:06
    สนุกจิงจิงเลยเนื่องนี้
    #1,877
    0
  15. #1721 Bright_Night (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 22:58
    โง้ย มบ.เเง้..
    #1,721
    0
  16. #1274 Nuthathai Por (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 11:48
    เบื่อพวกคนแก่หัวโบราณสะจริง ๆ เลย ทำไมทำให้ลูกตัวเองไม่มีความสุขแบบนี้นะ
    แจ็คมาทำไมวะ จะไปไหนก็ไปไปให้ไกล ๆ เลย
    #1,274
    0
  17. #1036 DajingMTBB (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 23:44
    สงสารมาร์คแบม ฮื่ออออออ แต่เป็นเพราะครอบครัวพี่มาร์คแน่เลย ส่วนของแจ็คสัน หึ แกรักยองแจ !!!!!
    #1,036
    0
  18. #1024 pankikiki (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 09:26
    กี๊ดดดดมบบบบ
    #1,024
    0
  19. #1013 Kwan_Z.E* (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 18:22
    เป็นไปได้... ยอมเลยค่ะแต่จะไม่สงสารจนกว่าคุณหวังจะยอมรับความรู้สึกตัวเองและกล้ารับผิดชอบยองแจและลูก ฮึ่ยยยย ส่วนฝั่งคุณมาร์คกับแม่ไม้นั้นไม่รู้เลยว่าใครจะบื้อกว่ากัน อยากให้แบมลดการ์ดให้มาร์คนะแต่ครอบครัวมาร์คน่ากลัวเกินไป... มาร์ตินคือคิวปิดที่เราคาดหวังอยูนะคะ อิอิ ความรักของพ่อกับแม่หนูไม่เคยหายไปเลยยยย เขินนนน
    #1,013
    0
  20. #1006 Makalony (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 04:41
    อมกๆๆๆๆๆ มาร์คแบมเจอแล้ว นี่กรี้ดแตก โอย รู้สึกไปเปราะนึง นี่ต้องมาลุ้นหลังจากนี้อีก
    คู่แจ็คแจนี่ก็ลุ้นไม่แพ้กันอะเอาจริง โอ้ยยยยย นี่เกลียดจสแล้วอะ ไม่อยากให้มาเจอยองแจกับลูกเลย แบบจะไปฉิบหัยที่ก็ปัย งี้
    #1,006
    0
  21. #873 PuiPui--r (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 22:48
    ฉันขอให้ชีวิตแกทุกข์ทรมานเจียนตายแจ็คสัน เกลียดแก๊~
    #873
    0
  22. #752 ppploycb (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 14:46
    เห้ยยยย พี่มาร์คเจอแบมแล้ว อมก แล้วกำลังสงสัยเรื่องไม้ด้วย สงสารจะไม่ได้กลับอเมริกาแล้ว5555555555555 แจ็คสันนี่คือยังไงพอรู้ว่ายองแจเก็บลูกไว้ ก็มาตามหา อะไรของเขาวะ คือสรุปจะเอายังไง น้องเรามีความรู้สึกนะเว้ย โมโหแทน
    #752
    1
  23. #742 Ploy Snw (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 10:27
    พี่ไม้ ว้อยยย 55555555555 มาร์ครู้ความจริงแล้ว อีกหน่อยคงรู้ว่ายัยหนูเจสซี่นั่นก็ลูกน้องชายแกอะ
    #742
    0
  24. #741 Ploy Snw (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 09:05
    แปลกๆนะแจ๊คเนี่ย จะทำไรยองแจรึเปล่า
    #741
    0
  25. #739 GIG.ARO (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 12:24
    พิมาร์ค ง้อแบมให้ได้นะ
    #739
    0