สต็อกพร้อมส่ง(GOT7) พันธะปฏิพัทธ์ Jackjae Ft.Markbam Bnior (mpreg)

ตอนที่ 3 : Chapter 2 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,968
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 571 ครั้ง
    19 ก.ค. 60

 

  

            ยองแจมองการ์ดในมือด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่นัยน์ตาเรียวนั้นแสนเจ็บช้ำ ริมฝีปากกัดเม้มจนเจ็บไปหมด

            ต้องการอะไรกันแน่หวังแจ็คสันถึงได้ส่งการ์ดงานแต่งงานมาให้

            ช่างมีความพยายาม อุตส่าห์ให้คนเอามาให้ถึงร้าน

            “ไงยองแจ ได้ของหรือยัง เห็นมีคนบอกว่าของสำคัญต้องส่งให้ถึงมือยองแจให้ได้”

            แจบอมเดินมาถามลูกน้องที่ไม่ได้มาทำงานแต่มาเอาของ ยองแจสูดลมหายใจเข้าลึก กดเก็บทุกความรู้สึกแล้วยื่นการ์ดแต่งงานแสนสวยให้แจบอม

            ร่างสูงดูงุนงงแต่ก็รับมาเปิดดู

“เพื่อนจะแต่งงานเหรอยองแจ”

“เปล่าครับ ไม่ใช่เพื่อน”

“หืม?” แจบอมสงสัย ยองแจถอนหายใจหนึ่งเฮือกก่อนเฉลย

“งานแต่งแฟนเก่า พ่อเจสซี่ครับ เขาคงอยากให้ไปร่วมแสดงความยินดี”

แจบอมนิ่งอึ้งก่อนจะสบถออกมา

“สารเลวจริงๆ”

            “เขาก็เป็นคนแบบนี้ล่ะครับ” ยองแจก็หน่ายใจกับคนอย่างแจ็คสันมากเหมือนกัน

“อย่าบอกว่าจะไป?”

“ถ้าท้องไม่โตก็อยากไปนะครับ” ยองแจฝืนยิ้ม รับการ์ดคืนจากแจบอม

ภายนอกฉาบไว้ด้วยความเข้มแข็งแต่ภายในยองแจจะตายอยู่แล้ว..

แจบอมเห็นใจยองแจมากจริงๆ ถึงดูไม่เป็นไรแต่ในใจคงกำลังร้องไห้สินะ

รู้จักกันมาหลายเดือน เรื่องราวของยองแจเจ้าตัวก็เล่าให้แจบอมและจินยองฟังหมดแล้ว แจบอมทั้งโกรธ เกลียด  และอิจฉาพ่อของเจสซี่ หมอนั่นโชคดีกว่าผู้ชายหลายคนบนโลกนี้ มันมีโอกาสได้มีลูก ได้เป็นพ่อคน แต่กลับทิ้งโอกาสนั้นซ้ำยังคิดทำลายชีวิตน้อยๆ นั่นอีก ในขณะที่หลายคนอยากเป็นพ่อแต่ไม่เคยโชคดีได้สัมผัสความสุขแบบนั้น

“คิดมากคิดได้แต่อย่าเก็บมันไว้ในใจนานเกินไป ไอ้การ์ดนั่นทำได้ก็เผาทิ้งไปซะ”

“ครับ” ยองแจอดยิ้มไม่ได้ พี่แจบอมดูโกรธกว่าเขาอีกนะ

 

 

 

 

 

“พี่ยองแจ ไม้กลับมาแล้ว! อ่าว แม่ตื่นแล้วเหรอ”

เด็กน้อยที่ออกไปเล่นกับเพื่อนวิ่งเข้ามาในห้องนั่งเล่นพร้อมตะโกนเสียงดัง แบมแบมกำลังนั่งไขว่ห้างบนโซฟาพลางเช็กโทรศัพท์มือถือ พอได้ยินเสียงลูกชายเลยเงยหน้ามอง

“ตื่นนานแล้ว มอมเป็นหมาเลย ไปเล่นไหนมา”

“ไปสวนของคอนโดมาครับ”

คอนโดหรูแห่งนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันและมีสวนหย่อมให้ผู้อยู่อาศัยพักผ่อนด้วย เป็นสิ่งหนึ่งที่แบมแบมใช้ประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อบ้าน แม้คอนโดที่นี่จะแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อยก็ตาม เพราะพื้นที่สีเขียวในเมืองนั้นเริ่มหายากเต็มที

“แม่บอกให้คอยอยู่เป็นเพื่อนพี่ยองแจไง พี่เขาใกล้คลอดแล้วนะ” แบมแบมสั่งนักสั่งหนาแต่ไม้ก็ยังออกไปเล่นนอกบ้านอีก

“ไม้เพิ่งออกไปตอนบ่ายสามเองนะ เพื่อนไม้เพิ่งกลับจากเรียนพิเศษกันอ่ะ และไม้ก็ชาร์ตแบตมือถือไว้เต็ม เปิดเสียงไว้ด้วย ถ้ามีอะไรแล้วแม่ไม่ตื่น พี่ยองแจก็โทรตามตัวไม้ได้ตลอดเลยนะแม่”

ไม้เถียงเพื่อให้แม่เข้าใจว่าเขาไม่ได้ทิ้งพี่ยองแจหนีเที่ยวสักหน่อย

“เถียงตลอด อยากไปเรียนพิเศษบ้างไหมล่ะ”

แบมแบมหมั่นไส้ลูกชายนัก สมัยนี้พ่อแม่ก็ชอบส่งลูกไปเรียนดนตรี กีฬา ศิลปะ หรือไม่ก็เรียนภาษาที่สองภาษาที่สามกันทั้งนั้น เขายังคิดอยู่เลยว่าจะส่งไม้ไปเรียนเพิ่มทักษะพวกนั้นบ้างดีไหม

“ไม่เอานะแม่ ไม้ไม่อยากเรียนอ่า” ไม้ถลาไปเกาะขาแม่แล้วอ้อน

“ทำไมล่ะ จะได้ฝึกสมาธิเผื่อจะได้อยู่นิ่งๆ กับเขาบ้าง”

“เปลืองเงินจะตาย ไม่เอาหรอก” มาร์ตินพูดอย่างจริงจัง แบมแบมอมยิ้ม ผลักหัวลูกชายเบาๆ

คนที่นอนกลางวันบนเก้าอี้โยกตื่นเพราะได้ยินเสียงของสองแม่ลูก ไม้เห็นพี่ยองแจตื่นแล้วก็จะถลาไปหา แต่แบมแบมยกขากันไว้

“ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเลย” แบมแบมไม่ยอมให้เจ้าหนูมอมแมมของตนไปทำให้คนท้องมอมไปด้วยหรอก

ไม้หน้ายู่ขัดใจแต่ก็ยอมกลับห้องไปอาบน้ำแต่โดยดี โดนแม่ตีไม่ใช่เรื่องตลกนะ

ยองแจมองแผ่นหลังเล็กๆ ของเด็กน้อยพลางขยับตัวนั่งให้สบาย ขยับหมอนที่เอาไว้เอนหลัง

“ภายในวันสองวันนี้แกไม่ต้องเล่นเน็ตก็ดีนะยองแจ”

แบมแบมพูดกับเพื่อนทั้งที่ไม่มองหน้า ยองแจขยี้ตาหาวหวอด รู้ว่าแบมแบมหมายถึงเรื่องอะไรทั้งที่เพื่อนไม่ได้บอกสาเหตุ

“กลัวฉันเห็นข่าวผู้ชายคนนั้นแล้วทำใจไม่ได้เหรอ”

การ์ดแต่งงานที่พี่แจบอมให้เผาทิ้ง เขาไม่ได้เผาเองหรอก ฝีมือแบมแบมนี่ล่ะ ถ้าไม่ห้ามไว้ก่อนคงได้มีคำสาปแช่งส่งไปหาแจ็คสันด้วยแน่ๆ

“อืม”

“ฉันไม่ได้อ่อนแออย่างที่แกกลัว แต่ถ้าทำให้แกไม่สบายใจฉันไม่ดูก็ได้” ยองแจยิ้มให้เพื่อนสบายใจ แบมแบมพยักหน้าท่าทางพอใจ

ยองแจรู้ว่าเพื่อนห่วงความรู้สึกของเขา วันนี้เป็นวันแต่งงานของผู้ชายคนนั้นด้วย..

เฮ้อ คิดมากไปก็เท่านั้น พอๆ ลืมได้ก็ลืมไปซะดีกว่า

“ฉันลางานสักสองสามวันดีไหมนะ ไม่สบายใจเลย” แบมแบมปรารภกับตัวเองแต่ยองแจได้ยินนะ

“ลาทำไม?”

“ฉันห่วงแกอ่ะ ห่วงยังไงก็ไม่รู้”

“อ่าว ห่วงยังไงตัวแกยังไม่รู้แล้วฉันจะรู้ไหมล่ะ”

“กวนตีน” แบมแบมมองค้อน ส่งผลให้ยองแจหัวเราะคิกคัก

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า กระเป๋าก็เก็บเตรียมไว้พร้อมแล้ว เบอร์แกกับเบอร์รถพยาบาลก็มีพร้อม” ยองแจปลอบใจแต่เพื่อนกลับส่ายหน้า

“มันเลยกำหนดคลอดที่หมอบอกมาเป็นอาทิตย์แล้วนะ เจ็บเตือนก็เจ็บแล้ว ไม่เห็นเจ็บท้องคลอดสักที”

จะไม่ให้แบมแบมกังวลเลยก็เป็นไปไม่ได้ แต่ตอนพายองแจไปหาหมอทีไร หมอก็บอกว่าปกติดีตลอดเลย

“ไม่เห็นเป็นไรเลย” ยองแจทั้งกังวลและโล่งใจที่ยังไม่คลอดนะ

ยองแจรู้สึกหวงลูกสาวมากเลย ยังอยากให้แกอยู่อย่างปลอดภัยในท้องเขาอยู่เลยล่ะ ถึงจะเป็นความคิดบ้าบอแต่ยองแจรู้สึกอย่างนี้จริงๆ

“เอาเถอะ ถ้าแกรู้สึกเจ็บท้องรีบบอกฉันเลยนะ”

“จ้าๆ คุณพ่อ”

“ล้อเลียนเดี๋ยวเถอะ”

แบมแบมหยิกแก้มยองแจอย่างหมั่นเขี้ยวแล้วลุกไปในครัว

พอแบมแบมลุกไปไม่ทันไร ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าลงบันไดตึงตัง ยองแจนับ1- 3 ในใจ

“ไอ้พี่ไม้! แม่เคยบอกว่าอย่าวิ่งลงบันไดไง!

นั่นไง ยังไม่ทันจะนับถึงสามยองแจก็ได้ยินเสียงหวีดของเพื่อนแล้ว

“แม่กลัวไม้ตกบันไดขาหักล่ะสิ”

“ฉันกลัวบันไดพังต่างหากเล่า”

“แม๊!

ยองแจขำอย่างอดไม่อยู่ และคงขำแรงไปจนสาวน้อยในท้องดิ้นเบาๆ เลย

อยู่บ้านนี้จากที่ยองแจควรจะทุกข์โศกจมกับน้ำตากลับกลายเป็นความเศร้านั้นทุเลาเบาบางลงไปมาก

ยองแจรักแม่ลูกคู่นี้มากเลยล่ะ

 

 

 

 

 

พอทานมื้อค่ำกันเสร็จแบมแบมก็ออกไปทำงาน ทิ้งให้ยองแจและไม้อยู่บ้านกันสองคน

“เล่นเกมกันดีไหม”  ยองแจหาอะไรทำ ขยับตัวอย่างปวดเมื่อย มาร์ตินนั่งกินไอศกรีมอยู่ใกล้ๆ หันขวับทันที

“เล่นครับ” มาร์ตินชอบพี่ยองแจจังเลย แม่น่ะไม่มีเวลาเล่นกับไม้หรอก ทำงานกับนอน ทำอยู่สองอย่าง

แม่เคยบอกไม้ว่าพอพี่ยองแจสอบเป็นครูได้ก็จะย้ายบ้านออกไป แต่ไม้อยากให้พี่ยองแจอยู่ด้วยกันตลอดไปเลย

 

 

 

“เย้ ชนะแล้ว” ไม้กระโดดโลดเต้นดีใจ ยองแจยิ้มอย่างเอ็นดู

“ดึกแล้วนะไม้ ขึ้นไปนอนได้แล้วไป”

“ไปด้วยกันสิครับ” ไม้ต้องพาพี่ยองแจขึ้นไปชั้นบนด้วยนะ แม้ไม้จะตัวเล็กแต่ไม้ก็จะปกป้องพี่ยองแจกับน้องเอง

“พี่อยากนั่งเล่นอยู่ข้างล่างอีกแป๊บน่ะจ้ะ”

“ไม้ไปเอาหมอนกับผ้าห่มมาให้ไหม เรานอนเล่นกันข้างล่างก็ได้” ไม้เสนอ

ตอนพี่ยองแจไม่อยู่แม่กระซิบกับไม้ว่าต้องคอยตามติดพี่ยองแจตลอดเวลา เพราะน้องจะออกมาตอนไหนก็ไม่รู้ล่ะ!

“ก็ดีนะ”

พอยองแจตกลงไม้ก็วิ่งออกจากห้องนั่งเล่นไปทันที เมื่อไม้ไปแล้วใบหน้าเปื้อนยิ้มก็จางลง ยองแจจับท้องไว้ ตั้งแต่เอวลงไปปวดหน่วงปวดร้าวไปหมด

ยองแจรู้สึกเหมือนท้องจะแตกเลย ปวดมากจนน้ำตาจะไหลอยู่รอมร่อ

ร่างอวบอิ่มกำมือแน่น พรูลมหายใจ ผ่อนเข้าออกยาว ช้าๆ แต่มันไม่ช่วยอะไรเลยสักนิด

หนูกำลังจะออกมาแล้วใช่ไหมเจสซี่

“พี่ยองแจมาแล้ว”

ไม้หอบหมอนลากผ้าห่มเข้ามาในห้อง รอยยิ้มสดใสเลือนไปเมื่อเห็นใบหน้าหวานของพี่ยองแจบิดเบ้ หน้าผากมีเหงื่อผุดซึม

เด็กน้อยทิ้งของในมือแล้ววิ่งไปหา คุกเข่ากับพื้นจับเข่าคนท้องไว้

“พี่ยองแจเป็นอะไรไปครับ”

“พี่คิดว่า..

“ว่า?”

“เจสซี่จะออกมาแล้วล่ะ” ยองแจพยายามยิ้มให้หลาน

“เอ๋?! ออกมาเหรอ” เด็กน้อยตกใจ หลุบสายตาจากหน้าพี่ยองแจมองน้อง ทั้งสงสัย ตกใจ และตื่นเต้น ยองแจจับไหล่มาร์ตินไว้แน่น

“ใช่ครับ ไม้ฟังพี่นะ พี่จะโทรหารถพยาบาล ส่วนไม้ไปหยิบกระเป๋าในห้องพี่มา กระเป๋าสีขาวใบใหญ่ที่วางตรงขาโต๊ะเขียนหนังสือ พี่ต้องใช้ของในนั้น”

“ได้ๆ ไม้จะไปเอามาให้นะ”

ไม้รีบวิ่งไปเอาของให้ทันที ยองแจหยิบโทรศัพท์มาโทรเรียกรถพยาบาล เป็นเบอร์ที่ตั้งไว้เป็นเบอร์ฉุกเฉิน

 

 

 

 

 

ไม้ตามติดพี่ยองแจตลอดเวลา นั่งมาในรถพยาบาลด้วย พอถึงโรงพยาบาลก็สะพายกระเป๋าพี่ยองแจวิ่งตามเตียงที่เข็นไปห้องคลอด

“หนูรอหน้าห้องนะคะ ติดต่อผู้ใหญ่คนอื่นได้ไหมเอ่ย”

นางพยาบาลคนหนึ่งก้มตัวคุยกับเด็กชายหน้าตาน่าเอ็นดู ญาติคนไข้เพียงหนึ่งเดียวที่เกาะติดคนท้อง

“ได้ครับ..อ่า ไม้ลืมมือถือล่ะ!” ไม้พยักหน้าอย่างขันแข็ง แต่พอล้วงกระเป๋ากางเกงกลับพบแต่ความว่างเปล่า  พยาบาลยิ้มอย่างเอ็นดู

“แล้วมือถือของพี่ชายที่เข้าไปในห้องคลอดล่ะคะ”

“มีครับ”

“อย่างนั้นติดต่อหาคนอื่นด้วยนะ ทำได้ไหมคะ”

“ได้ครับ”

“ดีมากค่ะ รอตรงนี้นะ อีกไม่นานพี่ชายก็คลอดแล้วล่ะค่ะ”

มาร์ตินรับคำพยาบาล เดินไปนั่งเก้าอี้แล้วโทรหาแม่

 

 

 

 

 

ภายในห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ หลังจากผ่านพ้นพิธีการสำคัญไปแล้ว แจ็คสันถูกเจ้าสาวลากแขนไปทักทายใครต่อใครทั้งที่แจ็คสันไม่อยากรู้จัก แม้จะเบื่อหน่ายสุดขีดแต่แจ็คสันก็ต้องสวมหน้ากากปั้นหน้ายิ้มทักทายโดยไม่ให้ใครรู้ว่าทำไปตามมารยาทเท่านั้น

แต่ถึงจะมีคนรู้ว่าเสแสร้งก็ไม่เห็นเป็นไร ใครจะไปสนใจว่าเขาและโมนิก้ารักกันหรือเปล่า ร้อยทั้งร้อยก็รู้อยู่ดีว่าแต่งเพื่อผลประโยชน์ล้วนๆ

“คุณเลิกเกาะติดได้ไหม มันน่ารำคาญ”

แจ็คสันเอ่ยกระซิบแทบไม่เปิดปาก เจ้าสาวคนสวยยังแย้มยิ้มอารมณ์ดีเหมือนไม่รับรู้อารมณ์ขุ่นมัวของแจ็คสัน

“ยิ่งคุณรำคาญฉันยิ่งชอบ”

แจ็คสันหงุดหงิดจนอยากจะสลัดเจ้าสาวไปไกลๆ เขาทำท่าเมินเฉยต่อเธอมากเท่าไรเธอยิ่งยั่วโมโหเขา!

ที่เขายอมทนโมนิก้าก็เพื่อทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาต้องการเท่านั้น

แจ็คสันภาวนาในใจให้งานแต่งงานมันสิ้นสุดโดยเร็วก่อนเขาจะทนไม่ไหวเสียก่อน

 

 

 

 

 

ภายในห้องคลอด ยองแจที่ถูกบล็อกหลังเพื่อผ่าคลอดทั้งตื่นเต้นและกังวล แม้พยาบาลและหมอจะชวนคุยแต่ยองแจก็ยังไม่สบายใจ

ตราบใดที่ยัยหนูยังไม่คลอดออกมาอย่างปลอดภัยยองแจไม่มีทางคลายกังวลได้หรอก

ยองแจมองไม่เห็นช่วงล่างเพราะมีผ้ากั้นไว้ แต่คุณหมอก็บอกยองแจตลอดเวลาว่ากำลังทำอะไรกับเขาบ้าง

“จุกนิดหนึ่งนะคุณแม่”

นอนนิ่งให้หมอกรีดท้องได้ราวสิบห้านาที ยองแจก็รู้สึกว่าถูกดันที่ท้อง คุณหมอกำลังจะเอาลูกสาวของเขาออกมาแล้วใช่ไหม

เมื่อยองแจรู้สึกว่ามีบางอย่างหลุดออกไปจากร่างกาย ไม่นานก็ได้ยินเสียงของทารกน้อยดังเข้ามาในหู ยองแจพยายามมองหาลูกว่าแกอยู่ไหน

พยาบาลพาทารกน้อยไปทำความสะอาดและเช็กร่างกายเบื้องต้นก่อนจะห่อผ้าสีขาวเอามาวางไว้ใกล้ใบหน้าให้ยองแจได้เห็นชัดๆ

“ลูกสาวนะคะ แข็งแรง ไม่มีความพิการค่ะ”

พยาบาลพูดออกมาก่อนยองแจจะถามเสียอีก ขณะที่นอนรอยัยหนูออกมา ยองแจกังวลสารพัดว่าลูกจะแข็งแรงไหม

เมื่อโล่งอกยองแจก็มองยัยหนูที่อยู่ในมือพยาบาล มือเล็กจิ๋วปัดป่ายมาโดนแก้มเขา ดวงตาแกยังปิดแต่ปากเล็กอ้าน้อยๆ เหมือนต้องการจะดูดอะไรสักอย่าง

จากก้อนเลือดกลายเป็นเด็กน้อยตัวแดงๆ 

“น่ารักจัง..” ยองแจยิ้มทั้งน้ำตา

ในอกมันตื้นตันจนกลั่นออกมาเป็นน้ำใสผ่านดวงตา เด็กน้อยที่เขาเฝ้าดูแลมาหลายเดือนออกมาอยู่เป็นเพื่อนแม่แล้ว

พอได้เห็นหน้าลูกยองแจรู้สึกว่าตนเองตัดสินใจถูกที่เก็บเด็กคนนี้ไว้

“คุณแม่ตั้งชื่อน้องหรือยังคะ”

พยาบาลถามคุณแม่คนใหม่ระหว่างที่คุณหมอกำลังเย็บแผลให้  ยองแจมองลูกไม่วางตา

“ชเวแจยองครับ”

“เราต้องพาน้องไปตรวจสุขภาพต่อค่ะ ขอพาน้องไปก่อนนะคะ แล้วจะพาน้องไปหาคุณแม่ตอนให้นมค่ะ”

พยาบาลเอ่ยกับยองแจให้คลายห่วงเมื่อเห็นท่าทางผงกศีรษะเหมือนจะผวาตามลูกแต่ติดที่ร่างกายยังขยับไม่ได้มากดังใจ

“ครับ”

ยองแจมองตามเจสซี่จนกระทั่งลูกถูกพาออกไปจากห้องคลอด

 

 

 

มาร์ตินตามพี่ยองแจมาถึงห้องเตียงรวม ในห้องมีคุณแม่จับจองเตียงไปแล้วสาม พี่ยองแจได้เตียงฝั่งขวาใกล้ประตู

“ดึกแล้วไม้นอนที่นี่นะ พรุ่งนี้ค่อยโทรให้แม่มารับ”

“ได้ครับ”

ยองแจมองเด็กน้อยที่ขยี้ตาเพราะง่วงงุนอย่างเอ็นดู ไม่กล้าขยับตัวมากเพราะเจ็บแผล แต่ก็พยายามขยับตัวให้พอมีที่ว่างสำหรับเด็กตัวน้อยๆ ได้นอน

ยองแจส่งข้อความบอกแบมแบมเพื่อที่อีกฝ่ายจะได้ไม่ห่วงเมื่อกลับบ้านแล้วไม่เจอใคร

 

 

 

 

 

หญิงสาวที่อยู่ในชุดอาฟเตอร์ปาร์ตี้แสนสวยชะงักมือที่กำลังถอดต่างหูเพชรเม็ดเล็ก ละสายตาจากหน้ากระจกโต๊ะเครื่องแป้งหันมามองชายหนุ่มที่เห็นผ่านกระจกเมื่อครู่ว่ากำลังจะออกจากห้อง

“คุณจะไปไหนคะ”

“ไปไหนก็ได้ที่ไม่มีเธอ” แจ็คสันถอดเสื้อตัวนอกออกเหลือเพียงเชิ้ตสีอ่อน ตอบภรรยาตามกฎหมายอย่างไม่ใส่ใจ

เพียงได้ยินคำตอบโมนิก้าก็หน้าถอดสี

“คุณว่าไงนะ”

“หูไม่ได้หนวกไม่ใช่เหรอ”

“หวังแจ็คสัน! คุณจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะ”

โมนิก้ากรีดร้องอย่างไม่พอใจ ก่อนจะสะดุ้งเฮือกเมื่อสามีมองด้วยสายตาแข็งกร้าว ร่างเพรียวบางถอยกรูดจนชนเข้ากับโต๊ะเครื่องแป้งเพราะแจ็คสันเดินเข้ามาหาด้วยท่าทางไม่เป็นมิตร

“อย่าเรียกร้อง ฉันไม่ได้อยากแต่งงานกับเธอตั้งแต่แรก และไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้ทำหน้าที่สะใภ้หรอก ยังไงเธอก็ต้องมีหลานให้พ่อแม่ฉันอยู่แล้ว”

“จำใส่หัวไว้ด้วยว่าอย่ามาร้องกรี๊ดๆ ใส่ฉันอีก มันน่ารำคาญ”

แจ็คสันบีบคางโมนิก้าแล้วสะบัดมือจนใบหน้าสวยหันตามแรง หญิงสาวน้ำตาคลอ

“คุณดูถูกฉัน ฉันจะฟ้องคุณพ่อ!” โมนิก้าเอาบิดามาขู่เพื่อหวังว่าแจ็คสันจะเกรงใจท่านบ้าง

แต่เปล่าเลย..

“เชิญ คิดว่าฉันสนเหรอ”

แจ็คสันแค่นยิ้มแล้วผละจากภรรยา ก้าวออกจากห้องไปพร้อมเสียงปิดประตูโครมใหญ่

โมนิก้ากำหมัดแน่น กัดริมฝีปากจนเจ็บไปหมด เธอหันไปกวาดข้าวของบนโต๊ะระบายอารมณ์

นี่มันคืนแต่งงานคืนแรกนะ ถ้ามีนักข่าวเห็นว่าสามีเธออยู่ในสถานที่ไหนสักแห่งที่ไม่ใช่โรงแรมเธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!

 

 

 

 

 

ยองแจนั่งบนเตียงโอบประคองลูกสาวให้กินนม นิ้วเรียวเขี่ยแก้มใสนุ่มนิ่มของลูกแผ่วเบาอย่างรักใคร่เอ็นดู เท้าน้อยๆ ขยับไปมาจนเกือบจะโดนพี่มาร์ตินที่นอนหลับอยู่ข้างแม่อยู่แล้ว

ตอนอยู่ในท้องก็รักแล้วนะ พอคลอดออกมายองแจยิ่งรู้สึกรักแกมากขึ้นอีก

ต่อจากนี้เจสซี่จะเอาความสุขและรอยยิ้มมาให้แม่ใช่ไหมครับ

ยองแจมองไปยังเตียงอื่นๆ คุณแม่ร่วมห้องต่างมีคนมาเยี่ยม ทั้งญาติและสามี..

ภาพที่คุณพ่อมือใหม่อุ้มลูกน้อยแรกเกิดทำให้ยองแจต้องเบือนหน้าหนี อยู่ห้องรวม ต่อให้ไม่ต้องเงี่ยหูฟังก็ได้ยินบทสนทนาของเตียงอื่นบ้าง มีแม่ที่เพิ่งคลอดลูกคนแรกเหมือนเขาด้วยน่ะสิ

ยองแจปัดความคิดหม่นหมองฟุ้งซ่านออกไปแล้วก้มมองยัยหนู ยิ้มให้ลูกสาวในอ้อมกอด

ไม่เห็นต้องสนใจอดีตเลย ในเมื่อปัจจุบันและอนาคตของเขามีเด็กคนนี้อยู่ด้วยแล้ว

ยองแจจับมือเล็กจิ๋วขึ้นจูบเบาๆ ก่อนมองไปยังข้างกายที่มาร์ตินยังขดตัวนอนอยู่ ห่มผ้าห่มกันคนล่ะครึ่ง

นอกจากเจสซี่เขาก็ยังมีมาร์ตินและแบมแบมด้วยนี่นะ

ยองแจลูบผมดำขลับของมาร์ติน ยังไม่ทันละมือประตูห้องพักก็ถูกเปิดออก คราวนี้ไม่ใช่ญาติเตียงอื่นแต่เป็นแบมแบม

ร่างบางโผเข้ามาที่เตียงทันที รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าหวาน สายตาแบมแบมจับจ้องมาที่ยัยหนูน้อยในอ้อมแขนยองแจไม่วางตา

“หูย! หลานฉันตัวใหญ่น่าดูเลย”

“สามโลกว่าแน่ะ”

“จริงน่ะ จมูกโด่งเชียว” แบมแบมมองหลานตาเป็นประกาย อยากจับแต่ไม่กล้า

พอเลิกงานแบมแบมก็รีบขับรถมาโรงพยาบาลเลย ไม่ได้แวะบ้านเลยด้วยซ้ำ

แบมแบมลากเก้าอี้มานั่ง คุยกับยองแจ และเขาก็ทำลูกชายตัวเองตื่นด้วย

“งือ แม่ เสียงดัง”

มาร์ตินขยับนั่ง งัวเงีย แบมแบมหยิกแก้มลูกอย่างหมั่นไส้ ตื่นมาปุ๊บก็บ่นเลย

“ตื่นสักทีก็ดี ลงมาได้แล้ว นอนเบียดพี่ยองแจอยู่ได้”

มาร์ตินมองค้อน ขยับตัวลงจากเตียง แต่แทนที่จะลงพื้นกลับลงบนตักแม่แทน

“คิดว่าตัวเล็กเหมือนน้องหรือไง” บ่นแต่แบมแบมก็อ้าแขนรอ

“แม่ใครขี้บ่น”

แทนที่จะลุกแต่มาร์ตินกลับคลอเคลียแม่ นั่งตักแล้วกอด ซบหน้าหล่อใสกับบ่าแม่อย่างไม่สนใจคำบ่น

“จู่ๆ ก็มาอ้อน” แบมแบมบ่นอีกแต่แขนทั้งสองก็กอดเอวลูกชายไว้อยู่ดี

“ทำไมไม่อยู่ห้องพิเศษล่ะยองแจ”

คนที่กอดลูกชายให้หลับต่อกับอกถามเพื่อน ยองแจส่ายหน้า

“ไม่เอาล่ะ เปลือง”

“จะขี้เหนียวทำไม แกไม่ได้อยู่เป็นเดือน สามสี่วันก็ออกได้แล้วมั้ง อยู่ห้องพิเศษน่ะดีนะ ฉันกับไม้จะได้มาอยู่กับแกได้สบายๆ หน่อย”

“แกกับไม้ไม่ต้องมาก็ได้นะ ฉันดูแลตัวเองได้”

“เอาน่า ให้ไม้มาอยู่ด้วย อยากได้อะไรจะได้มีคนให้เรียกใช้”

“เดี๋ยวเถอะ ไม้ไม่ใช่คนใช้สักหน่อย” ยองแจดุแต่คนเป็นแม่กลับหัวเราะ

“ถึงไม่ใช่ก็เหมือนอยู่นะ” แบมแบมหอมแก้มลูกชายแรงๆ ไม้ร้องอื้อ หันหน้าหนี

ตั้งแต่ก่อนจะมียองแจมาอยู่ด้วย ตอนอยู่กันสองแม่ลูกไม้ก็ช่วยงานบ้านเขาทุกอย่างตั้งแต่เล็กๆ แล้ว อยากช่วยตั้งแต่ยังเดินได้ไม่คล่องเลย ช่วยวุ่นมากกว่าจะช่วยงานเสียอีก

 “เป็นไง”

หลังจากเงียบกันไปครู่แบมแบมก็ถามขึ้น ยองแจเงยหน้าจากลูกสาวมองเพื่อน

“เป็นไงคืออะไร”

“ได้กอดเจสซี่แล้วรู้สึกยังไงบ้าง”

“รู้สึกดี.ดีมากๆ เลยล่ะ” ยองแจยิ้มกว้าง ทั้งสีหน้าและแววตาเปี่ยมไปด้วยความสุข

“มีความสุขจนไม่รู้จะพูดอะไรเลยใช่ไหม” แบมแบมเข้าใจดี

“อื้ม”

“ฉันจะไปจัดการเรื่องห้องพิเศษให้ก่อนแล้วจะพาไม้กลับบ้านนะ ตอนเที่ยงจะมาใหม่”

“ไม่ต้องหรอก มาทีเดียวตอนเย็นเลยก็ได้”

“เอางั้นเหรอ”

“อื้อ”

“ฉันคงมาพร้อมพี่แจบอมและพี่จินยองนะ บอกสองคนนั้นแล้วล่ะ ดีใจกันใหญ่ อยากมาเจอยัยหนูแต่ไม่กล้ามา กลัวมากวนแก”

“ได้สิ พี่เขาจะมากันตอนไหนก็ได้ ไม่กวนหรอก” ยองแจดีใจเสียอีกที่จะมีคนมาเยี่ยม

แบมแบมรับคำแล้วอุ้มลูกชายออกจากห้องพัก ยองแจส่ายหน้าน้อยๆ แล้วอมยิ้มเมื่อได้ยินเสียงแบมแบมบ่นว่าไม้โตจนแม่อุ้มไม่ไหวแล้ว

ถึงจะบ่นแต่ก็ยังอุ้มอยู่ดีล่ะนะ

 

 

 

 

 

            ยองแจค่อยๆ ลุกจากรถเข็นโดยมีพยาบาลช่วยประคอง เมื่อนั่งลงบนเตียงแล้วก็ขอบคุณเธอ

            ยองแจได้พักผ่อนอีกพักใหญ่ก่อนจะไปที่แผนกทารกแรกเกิด เขาต้องไปเรียนรู้วิธีดูแลเจสซี่ ทั้งเทคนิคการอาบน้ำ การนวดสัมผัส การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก รวมไปถึงการเก็บนมที่ถูกวิธีหลังจากออกจากโรงพยาบาลด้วย

            ยัยหนูตัวเล็กนิดเดียวแต่มีเรื่องให้ต้องระวังและดูแลเยอะแยะไปหมดเลย

            ถึงจะมีความสุขแต่ยองแจก็กังวลด้วย ตอนนี้ยัยตัวน้อยเกิดมาแล้ว เขาต้องเลี้ยงแกให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่การเลี้ยงเด็กสักคนคงยากมาก แค่ฟังจากแบมแบมยองแจก็เครียดแล้ว แต่จะยากแค่ไหนมีแต่ต้องลองด้วยตัวเองถึงจะรู้ล่ะนะ

            อยากพาเจสซี่ไปหาน้าซูจีจังเลย แต่กลัวว่าน้าจะยังไม่หายโกรธ

            ถึงน้าจะเกลียดยองแจแล้วแต่เขาก็ยังรักน้าเสมอนะ และอยากให้น้ารักเจสซี่ด้วย แต่เขาคงหวังมากไป น้าตัดขาดเขาแล้วมีหรือจะยอมรับเจสซี่ได้

            “เฮ้อ..” ยองแจเช็ดน้ำใสที่ซึมทางหางตา

            คิดแล้วจะร้องไห้ ทำไมถึงอ่อนไหวอย่างนี้นะยองแจ

            ยองแจตบแก้มตัวเองแรงๆ

ต้องเข้มแข็งไว้สิ ตอนนี้นายเป็นแม่คนแล้วนะ

 

 

50%

 

 

“ในเมื่องานแต่งของแจ็คสันก็เสร็จแล้วแกจะอยู่ต่อให้ได้อะไร”

ลูอิสวางหนังสือพิมพ์ธุรกิจฉบับภาษาอังกฤษลงบนโต๊ะ จ้องลูกชาย คิ้วเข้มขมวดมุ่นหลังได้ยินมาร์คบอกว่าจะไม่กลับอเมริกาพร้อมกันวันนี้

“ผมเหนื่อย ยังไม่อยากกลับไปทำงาน อยากอยู่พักผ่อนต่อสักสองสามวันครับ”

มาร์ควางแก้วกาแฟแล้วเริ่มจัดการอาหารเช้าที่คนรับใช้ของบ้านหวังเอามาเสิร์ฟ

เมื่อคืนหลังส่งเจ้าแจ็คสันและภรรยาคุณหนูเข้าหอที่โรงแรมแล้วทุกคนก็พากันกลับคฤหาสน์ตระกูลหวัง เดี๋ยวแจ็คสันก็พาเมียกลับบ้านเองนั่นแหละ

“แกนี่มัน..

“เอาเถอะน่าพี่ ให้มาร์คอยู่ต่ออีกหน่อยก็ได้ ผมจะดูแลหลานเอง”

            โรเบิร์ตรับรองที่จะดูแลมาร์คให้ มาร์คเป็นคนเอาการเอางาน เอ่ยปากว่าอยากพักผ่อนอย่างนี้ก็ควรให้เวลาส่วนตัวบ้าง

            “นั่นสิคะ นานๆ ทีให้ลาพักร้อนบ้างก็ได้นะ พอได้ชาร์ตพลังสักหน่อยมาร์คอาจมีแรงทำงานได้ดีกว่าเดิมนะคะ”

            ลอเรนช่วยขอร้องอีกคน

            “ก็ได้” ในเมื่อน้องสาวและน้องเขยขอ ลูอิสก็ต้องยอม

            “ฉันจะให้แกพักแค่สามวันนะ” แม้อนุญาตแต่ลูอิสยังมีข้อแม้

            “ไม่น้อยไปหรือคะ” ลอเรนอดท้วงแทนไม่ได้ มาร์คส่ายหน้า ยิ้มให้เธอ

            “ไม่เป็นไรครับคุณอา แค่สามวันก็พอแล้ว”

            ลอเรนมองหลานชายอย่างเห็นใจแต่ไม่กล้าพูดอะไรมากเพราะเกรงใจพี่ชายเหมือนกัน

             

 

 

 

 

           

            “ไม้อยากได้อะไรบอกป่ะปี๊เลยนะ”

            จินยองจับมือเด็กชายหน้าตาหล่อใสไว้ เอ่ยกับหลานชายที่ไปฉกจากอกแม่มาเดินเที่ยวเป็นเพื่อน

            “ไม้ไม่เอาหรอกครับ แต่ซื้อไปให้เจสซี่ได้ไหม”

            มาร์ตินเงยหน้าถามพ่อบุญธรรม จินยองได้ฟังถ้อยคำมีน้ำใจของหลานก็ทรุดลงนั่งแล้วกอดไม้ไว้แน่น

            “งื้อ น่ารักจังเลยลูก”

            แจบอมหัวเราะเมียที่เล่นใหญ่ตลอด ลูบหัวไม้เบาๆ

            “จะซื้ออะไรให้น้องล่ะ น้องเพิ่งเกิดยังเล็กอยู่เลยลูก วันนี้ซื้อให้ไม้ก่อน พอน้องโตค่อยมาซื้อให้น้องเนอะ”

            แจบอมน่ะอยากมีลูกมาก ถ้าโชคดีมีเด็กมาเกิดในท้องเมียก็ไม่เกี่ยงว่าจะชายหรือหญิง แต่ถ้าเลือกได้ด้วยแจบอมอยากได้ลูกชาย ถึงจะไม่ค่อยแสดงออกเหมือนจินยองแต่แจบอมนั้นรักไม้มากไม่แพ้ใคร รักเหมือนลูกตัวเองด้วยซ้ำ

            “เหรอครับ เอางั้นก็ได้” มาร์ตินรับคำแล้วเดินมองร้านค้าไปเรื่อย เสื้อผ้า รองเท้า ของเล่น เขามีเยอะแล้ว

            มาร์ตินปล่อยมือจินยองแล้ววิ่งไปเกาะกระจกร้านเสื้อผ้าไฮเอนด์แห่งหนึ่ง  เงยหน้ามองเสื้อผู้ชายในหุ่นโชว์

            “ป่ะปี๊ว่ามันใหญ่ไปหน่อยนะลูก หนูต้องโตกว่านี้หลายปีเลยนะกว่าจะใส่ได้”

            จินยองเดินมายืนข้างๆ มองเสื้อตัวเดียวกับหลาน ไม้รสนิยมดีเหมือนแม่ไม่มีผิด

            “ไม้ขอซื้อได้มั้ยครับ ไม้ไม่ได้จะใส่เอง ไม้จะซื้อไปให้แม่” มาร์ตินหันมาขอจินยอง จินยองอมยิ้ม จากนั้นมองหน้าสามีที่กำลังยิ้มกว้างเช่นกัน

            “อยากได้ก็เข้าไปดูกันไหม”

            “ครับ!” มาร์ตินจับมือจินยองเดินเข้าร้านเสื้อผ้าอย่างร่าเริง

            เมื่อพนักงานเดินมาต้อนรับ แจบอมก็ขอดูเสื้อตัวที่ไม้อยากได้

            “อ่ะ ชอบไหม” แจบอมย่อกายนั่งลงข้างมาร์ติน โอบไหล่ให้หลานดูเสื้อในมือพนักงานใกล้ๆ

            “ชอบครับ” ปากเอ่ยตอบแต่มือของมาร์ตินหยิบป้ายพลิกดูราคา

            พอเห็นราคาเสื้อมาร์ตินก็นิ่งไป คิ้วเข้มมุ่นน้อยๆ พึมพำเสียงเบา แจบอมและจินยองต่างมองหลาน รอดูว่าแกจะพูดอะไร

            มาร์ตินคิดหนักอยู่ครู่แล้วส่ายหน้า

            “ไม้ไม่เอาแล้ว”

            “ทำไมล่ะ อยากได้ก็ซื้อเลยสิลูก” จินยองสงสัย แต่ไม้ก็ยังส่ายหน้า

            “แม่คงชอบแต่ไม้ไม่ซื้อหรอกครับ มันแพงเกินไป”

            “โถ” แจบอมและจินยองรู้นะว่าไม้ฉลาดและเป็นเด็กดีรักแม่ แต่ไม่คิดว่าจะรู้จักเกรงใจพวกเขาด้วย ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องเกรงใจสักนิด

            “มาแล้วก็ซื้อเถอะ พี่พนักงานก็อยากขายนะ” จินยองกระตุ้นหลาน ไม้ยังส่ายหน้าเช่นเดิม

            จินยองมองหน้าสามีเหมือนจะถามว่าจะทำยังไงดี

            ไม้นี่ดื้อเหมือนแม่เลยเชียว  

            “ซื้อเลย ลุงให้งบของเดือนนี้เท่าราคาเสื้อแล้วกัน แล้วทั้งเดือนนี้ลุงกับป่ะปี๊จะไม่ซื้ออะไรให้ไม้อีก แบบนี้โอเคไหม?”

            แจบอมให้ทางเลือกหลานจะได้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เขาและภรรยาจะซื้อของให้ไม้ทุกเดือนอยู่แล้วแม้จะโดนแบมแบมห้ามก็เถอะ เงินมันเหลือใช้นี่แถมลูกก็ไม่มี ได้ซื้อของให้ไม้เป็นความสุขอย่างหนึ่งของเขาสองคนเหมือนกัน

            “ได้ครับ” มาร์ตินรับคำแล้วยิ้มหวาน จินยองอดไม่ไหวหอมแก้มหลานอย่างเอ็นดู

            “เอาตัวนี้ครับ แล้วที่รักไม่ซื้ออะไรบ้างเหรอ” แจบอมบอกพนักงานแล้วหันไปถามภรรยา

            “อือซื้อหน่อยก็ได้”

            ถึงจะบอกว่าซื้อหน่อย แต่จากนั้นจินยองเดินเลือกเสื้อผ้าแล้วส่งให้พนักงานไม่หยุดมือ จนพนักงานหอบไม่ไหวแล้วนั่นแหละถึงยอมหยุดแล้วเข้าไปลองในห้องลองเสื้อ

            ชายคนหนึ่งมองชายหนุ่มสองคนและเด็กน้อยหนึ่งคนอยู่นานแล้ว ความจริงมองตั้งแต่เด็กชายยืนอยู่หน้าร้านแล้วล่ะ

            ความน่ารักของแกทำให้มาร์คอดมองบ่อยๆ ไม่ได้

            “ไม้รอป่ะปี๊ตรงนี้นะ ลุงออกไปรับโทรศัพท์ก่อน” แจบอมบอกหลานชายที่เดินมองนั่นนี่ในร้านไปเรื่อย มาร์ตินหันมาพยักหน้ารับ

            มาร์คคิดว่าตัวเองต้องเหมือนคนโรคจิตแน่ๆ ที่อยากคุยกับเด็กคนนั้น เขาไม่ใช่คนรักเด็กอะไรมากมาย ไม่ใช่คนประเภทเห็นเด็กก็ต้องเข้าไปหานะ

            แต่อยากคุยด้วยจริงๆ

            ไม้มองเสื้อผ้าจนเบื่อแล้วจึงหยิบโทรศัพท์มาออกมาเล่นเกมรอ แม่เพิ่งซื้อโทรศัพท์มือถือมาให้ไม้ใหม่ โหลดเกมให้เยอะเลย แต่ไม้ชอบไปเล่นเตะบอลกับเพื่อนๆ มากกว่า

            “เฮ้หนุ่มน้อย”

            มาร์ตินเงยหน้าจากจอมือถือมองคนที่กำลังก้มตัวมองเขา

            “” ไม้มองคนแปลกหน้าตาแป๋วก่อนขยับหนี

            “จะไปไหนล่ะ”

            “แม่ไม่ให้คุยกับคนแปลกหน้า”

            ไม้บอกแล้วมองหาผู้ใหญ่คนอื่น ป่ะปี๊ก็ยังลองเสื้อไม่เสร็จ ส่วนลุงแจบอมยังคุยโทรศัพท์อยู่

            “ลุงไม่ใช่คนไม่ดีนะ”

            “ผมไม่รู้จักลุงซะหน่อย”

            มาร์คยิ้มขำในท่าทางระวังภัยของเด็กน้อย แต่ก่อนจะได้พูดคุยอะไรมากกว่านี้แจบอมก็เดินเข้ามาในร้านอีกครั้ง

            “ลุง” มาร์ตินวิ่งเข้าไปกอดเอวแจบอมทันที มาร์คยืดกายขึ้น มองไปทางมาร์ติน

            “มีอะไรเหรอไม้” แจบอมกอดหลานชายไว้พลางมองชายหนุ่มหน้าตาดี ก่อนจะสะดุดใจบางอย่าง เขาก้มมองหลานที่เงยหน้ามองตนและชายคนนั้นสลับกัน

            “คนแปลกหน้ามาคุยกับไม้แหละ” ไม้ฟ้องแจบอม ชี้มือมาทางมาร์ค

            “ผมแค่เห็นแกน่ารักดีเลยอยากคุยด้วยน่ะครับ”

            แจบอมมองคนแปลกหน้าของไม้ที่ยิ้มอย่างจริงใจดูไม่มีพิษภัย

            “อ่อ ขอบคุณครับ”

            “ผมไม่ใช่คนไม่ดีอะไรนะครับ แค่นักธุรกิจที่มาพักผ่อนที่เกาหลีเท่านั้น” มาร์คหานามบัตรยื่นให้แจบอมพร้อมแนะนำตัวไปด้วย

            “มาร์คต้วนครับ”

            “เอ่อ ผมอิมแจบอมครับ” แจบอมรับนามบัตรที่ทำอย่างเรียบหรูแต่สวยมาอ่าน

            แจบอมเสิร์ชชื่อคนตรงหน้าและชื่อบริษัทในมือถือ สมัยนี้ไว้ใจใครได้ง่ายๆ ที่ไหน

            เป็นนักธุรกิจจริงๆ ด้วยแฮะ ตำแหน่งใหญ่โตเสียด้วย และมีชื่อเสียงพอตัวถึงหาประวัติและบทสัมภาษณ์เจอด้วย แต่แจบอมไม่ได้ดูรายละเอียด แค่รู้ว่ามีตัวตนตามนามบัตรก็โอเค

            “มาร์คต้วน..” มาร์ตินทวนคำ สีหน้าครุ่นคิด แจบอมก้มมองหลาน

            “มีอะไรเหรอไม้”

            “เปล่าฮะ” ไม้ยิ้มเจื่อน ไม่กล้าบอกลุงแจบอมว่าลุงที่ชื่อมาร์คต้วนน่ะ..ชื่อเหมือน พ่อ เลย

            แม่เคยบอกชื่อพ่อให้ไม้รู้ แต่ไม้ไม่เคยเห็นหน้าพ่อหรอกนะก็แม่บอกว่าไม่มีรูปพ่อให้ดูนี่นา

            แม่บอกแค่พ่อหล่อมากและเป็นคนต่างชาติแต่แม่หล่อกว่าพ่ออีก ข้อนี้ไม้ก็ไม่ค่อยเชื่อหรอก..

            “ที่โซลมีที่ให้เที่ยวเยอะครับ อยากไปไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า ถ้าชอบเที่ยวกลางคืนมาร้านผมก็ได้นะ”

            แจบอมส่งนามบัตรของตนให้มาร์คเช่นกัน

            “ไม่ค่อยชอบครับ นานๆ เที่ยวสักครั้ง ร้านคุณเป็นร้านแบบไหน อยู่ที่ไหนเหรอครับเผื่อผมจะแวะไป”

            มาร์คแบ่งรับแบ่งสู้ ไม่ปฏิเสธตรงๆ แจบอมแนะนำร้านให้มาร์คฟังคร่าวๆ ก่อนจะเอ่ยเรื่องที่เพิ่งนึกได้

            “ถ้าสนใจผมหาไกด์นำเที่ยวให้ก็ได้นะ”

            คนแรกที่แจบอมนึกถึงคือไอ้น้องชายจอมกวน โฮสต์อันดับหนึ่งของจินยอง หางานพิเศษให้ไอ้แบมทำก็น่าจะดี มหาเศรษฐีเลยนะเว้ย

            “เอ่อ ไม่ดีกว่าครับ ผมเที่ยวคนเดียวได้ ที่จริงจะว่าเที่ยวก็ไม่ถูกซะทีเดียว ผมมาตามหาคนด้วยครับ”

            มาร์คปฏิเสธ ดูนามบัตรของอีกฝ่ายแล้วเขาไม่แน่ใจว่าคุณอิมจะหาไกด์แบบไหนมาให้เขาน่ะสิ ไม่ใช่เขาอคติกับคนทำงานกลางคืนหรอกนะ แค่คิดภาพไม่ออกเท่านั้น 

            “หาใครเหรอครับ” แจบอมไม่ได้อยากรู้เรื่องชาวบ้าน แต่อีกฝ่ายเกริ่นออกมาก่อนนี่นา

            “คนรักน่ะ เคยจ้างนักสืบแล้วแต่ไม่มีอะไรคืบหน้าเลยครับ”

             สีหน้าของมาร์คหม่นลง ดูเศร้า แจบอมนึกเห็นใจขึ้นมา

            “ขอให้มาครั้งนี้แล้วได้รับข่าวดีบ้างนะครับ”

            “ขอบคุณครับ” มาร์คฝืนยิ้ม เพิ่งรู้ตัวว่าเผลอหลุดปากเล่าเรื่องส่วนตัวออกไป

            จู่ๆ ก็เกิดเดดแอร์ขึ้นมาเสียอย่างนั้น แจบอมอึกอักก่อนจะต่อบทสนทนา จะลาเลยก็ไม่ได้เมียยังซื้อของไม่เสร็จ

            “คุณคงมาคนเดียว”

            “ใช่ครับ”

            “คุณเคยมาแถวนี้หรือยังล่ะ ผมจะแนะนำร้านอร่อยแถวนี้ให้”

            “ก็ถ้าเด็กคนนี้ไปด้วยผมก็อยากไปลองทานนะครับ”

            มาร์คยิ้มให้มาร์ตินที่ครั้งนี้ยิ้มตอบเขาแล้ว พอได้อยู่กับผู้ปกครองคงรู้สึกปลอดภัยจนคลายความระแวงลง

            น่ารักจังเลย

            “ดูคุณจะเอ็นดูหลานผมมากเลยนะ” แจบอมเห็นสายตาเอ็นดูของมาร์คยามมองมาร์ติน อดสงสัยไม่ได้

            “ครับ รู้สึกถูกชะตา” มาร์คยอมรับตามตรง

            “ไม้น่ารัก ใครเห็นก็พูดแบบนี้แหละครับ” แจบอมดูภูมิใจเหมือนไม้เป็นลูกตัวเองก็ไม่ปาน

            “ป่ะปี๊” ไม้เห็นจินยองเดินมาทางนี้เลยเดินไปหา จินยองดูอารมณ์ดีมากหลังได้รูดการ์ดจ่ายค่าเสื้อผ้าไปเยอะ

            “ไงคนดี หิวยัง ไปหาอะไรกินกันไหม” ทั้งเขาและไม้ได้ของที่อยากได้แล้ว เดินในห้างต่อก็ไม่เกิดประโยชน์ จินยองพาหลานไปหาอะไรกินแล้วไปเที่ยวที่อื่นดีกว่า เที่ยวเสร็จแล้วก็ไปเยี่ยมยองแจต่อ

            “กินครับ ไม้อยากกินไอติมครับป่ะปี๊” ไม้อ้อนป่ะปี๊ผู้ใจดี จินยองกอดรัดหลานอย่างรักใคร่

            “ได้เลยๆ ป่ะปี๊จะพาไปกินไอติมให้พุงกางเลยนะ”

            “เย้! ป่ะปี๊น่ารักที่สุดเลย”

            “เอ่อ สวัสดีครับ”  มาร์คทั้งรู้สึกหมั่นไส้และอิจฉาครอบครัวคนอื่นนัก เลยขัดจังหวะการแสดงความรักของพ่อลูกเสียเลย

            “ครับ? สวัสดี คุณเป็นใคร เพื่อนคุณเหรอแจบอม”

            จินยองงุนงงที่ถูกทัก หันไปถามสามีแม้ยังไม่คลายวงแขนจากมาร์ติน แจบอมเลยเล่าความเป็นมาของชายแปลกหน้าให้ฟังคร่าวๆ จินยองพยักหน้าเข้าใจ

            “ลูกคุณน่ารักมากเลยนะครับ”

            “อ่อ ไม่ใช่หรอก ผมกับสามียังไม่มีลูกครับ นี่ลูกน้องชายแต่ผมรับเป็นลูกบุญธรรมน่ะ ไปกินข้าวด้วยกันไหมล่ะครับ”

            “ไปครับ” มาร์คตอบรับทันทีไม่มีการลังเล

            จินยองดูอึ้งๆ แค่ชวนตามมารยาทแต่อีกฝ่ายกลับตกปากรับคำเสียนี่

            “อ่อ..ครับ”

 

 

 

 

            ระหว่างทานอาหารสามีภรรยาอิมดูแปลกใจที่มาร์ตินเข้ากับคุณลุงนักท่องเที่ยวได้ดีเหลือเกิน และชีวิตของนักธุรกิจหนุ่มช่างดราม่าเสียจนจินยองและแจบอมสงสาร

            ชีวิตที่อยู่ในกรอบ ถูกขีดเส้นให้เดินตามทางของคนอื่น แล้วยังต้องพรากจากคนรักอีก

            คนที่ดูเพียบพร้อมยังมีเรื่องที่คนภายนอกไม่รู้อีกมากนะ

            “ชีวิตคุณคล้ายเรื่องของน้องเราเลย แต่สลับกันนะ น้องฉันชีวิตเหมือนแฟนคุณ”  จินยองได้แต่ทอดถอนใจ แจบอมนั่งฟังภรรยาและมาร์คคุยกันเงียบๆ โดยไม่พูดแทรก

            “หรือครับ ทำไมผู้ใหญ่ชอบคิดเอาเองก็ไม่รู้นะครับว่าความรักแบบเด็กๆ มันเป็นเรื่องเสื่อมเสีย เป็นความรักจอมปลอมที่แค่หลงชั่วครั้งคราวก็ทำลายชีวิตได้”

            มาร์คปรารภแล้วถอนหายใจบ้าง

            “รักแท้รักจริงอย่างที่คุณมีให้คนรักน่ะมันคงมีน้อย เพราะน้องฉันมันก็ได้ผลพลอยได้จากความรักมาเป็นเจ้าคนนี้ไงล่ะ ไม่ผิดนักหรอกที่ผู้ใหญ่ส่วนมากจะมองในแง่ลบ”

            จินยองกอดไหล่มาร์ตินที่กินโดยไม่สนใจใคร พอโดนพาดพิงมาร์ตินก็เงยหน้ามองคนนั้นทีคนนี้ที

            “มีคนเคยว่าไม้กับแม่ด้วยล่ะ เขาว่าแม่เป็นคนไม่ดี ทำงานไม่ดี ล้อไม้ว่าไม่มีพ่อ”

            ไม้เล่าให้ลุงแปลกหน้าฟังเพราะปัญหานี้ลุงกับป่ะปี๊เคยรู้แล้ว

            มาร์ตินฟังลุงแปลกหน้าเล่าเรื่องตัวเองก็เลยคิดว่ากำลังคุยเรื่องของแต่ละคนเลยเล่าออกมาบ้าง

            “เอ่อ..” มาร์คพูดไม่ออก ไม่รู้จะพูดยังไงมากกว่า แต่เด็กน้อยที่นั่งตรงข้ามเขากลับยิ้มได้โดยไม่มีท่าทีโศกเศร้าสักนิด

            ทำไมกันนะ

            “พอไม้บอกแม่ แม่ก็ไปที่โรงเรียนเลยแหละ”

            “เหรอครับ”

            “อื้อ แม่ไปว่าพ่อแม่ของเพื่อนที่ล้อไม้ล่ะ แม่เท่มากเลย จากนั้นเพื่อนก็ไม่เคยล้อไม้อีกเลยล่ะครับ”

            “แม่ของหนูนี่..เก่งนะ” แม้มาร์คจะไม่เข้าใจว่ามาร์ตินจะเสียใจมากแค่ไหน แต่ในช่วงเวลานั้นกว่าแม่ของมาร์ตินและมาร์ตินจะผ่านมาได้คงยากลำบากน่าดู

            “อื้อ! แม่น่ะเก่งมากๆ เลยครับ แม่บอกว่าถ้าอยากเอาชนะคนที่ล้อเรา ไม้ต้องไม่ทำตัวเกเรเหมือนคนพวกนั้น ไม้ต้องเก่งกว่า ไม้ก็เลยตั้งใจเรียนจนได้ที่ 1 ด้วยล่ะ”

            มาร์ตินเล่าให้มาร์คฟังอย่างภาคภูมิใจ มาร์คอดยิ้มตามไม่ได้

            “มาร์ตินก็เก่งมากนะครับ” มาร์คเรียกมาร์ตินถนัดปากกว่า

            “ขอบคุณครับ” มาร์ตินยิ้มสดใสแล้วกินต่อ             

            มาร์คชอบเด็กคนนี้ มาร์ตินเป็นเด็กคิดบวกนะ แกไม่ใส่ใจในสิ่งที่ขาด แต่ทำอย่างอื่นให้ดีเพื่อเติมเต็มให้ชีวิตได้ 

            แต่ไม่รู้ทำไม เวลามองรอยยิ้มของเด็กคนนี้เขากลับคิดถึงใครอีกคนขึ้นมา..คนที่เขากำลังตามหา

 

           

 

           

           

 

            แบมแบมนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา เขาหันมองคนที่เข้ามาในห้องพักของยองแจ พอเห็นว่าเป็นพี่จินยอง ผัวพี่จินยอง และลูกชายจึงกลับไปสนใจหนังสือต่อ

            “พี่ซื้อของกินมาให้เยอะเลยยองแจ เป็นไงบ้างเรา” แจบอมถามไถ่คนเพิ่งคลอด เอาของมากมายที่ถือมาไปวางที่โต๊ะ

            “ขอบคุณครับ ยังเจ็บแผลอยู่เลยล่ะ”

            “พี่อยากเห็นหลานจังเลย” จินยองปรี่มาหายองแจที่ข้างเตียง ตื่นเต้นมากอยากเจอเจสซี่ไวๆ  ยองแจอมยิ้ม

            “ไปด้วยกันไหมครับ ยองแจกำลังจะไปหาเจสซี่อยู่เหมือนกัน” ยองแจขยับจะลงจากเตียง จินยองรีบเข้าไปพยุง

            “ต้องใช้รถเข็นไหม”

            “ไม่ต้องหรอกครับ หมอให้เดินเยอะๆ น่ะครับ ถึงเจ็บแผลก็ต้องเดิน”

            “เหรอ งั้นค่อยๆ เดินนะ คุณมาจับน้อง” จินยองเรียกสามีที่แรงเยอะกว่ามาประคองยองแจ แจบอมรีบเดินเข้ามาช่วย

            “แม่ไม่ไปหาเจสซี่เหรอครับ” ไม้ถามแม่ที่ยังนั่งอ่านหนังสืออยู่ไม่ยอมลุก แบมแบมตอบลูกชายโดยไม่เงยหน้ามอง

            “ไม่ล่ะ แม่จะอ่านหนังสือน่ะ”

            แม้แบมแบมจะลงเรียนในวิทยาลัยแล้วแต่เข้าเรียนบ้างไม่เข้าเรียนบ้างเลยต้องอ่านหนังสือทบทวนความรู้เสียหน่อย ช่วงนี้ไม่ได้อ่านหนังสือเรียนมานานมาก กระทั่งหนังสือทั่วไปยังไม่มีเวลาอ่านเลย

            “ไม้ไปดูน้องนะ”

            “อื้อ”

            ไม้มองแม่นิดหนึ่งก่อนวิ่งตามทุกคนไป

            แบมแบมอยู่ในห้องพักตามลำพังได้ไม่นาน ลูกชายก็วิ่งกลับมาอยู่เป็นเพื่อน

            “ทำไมมาไวจัง โดนพยาบาลไล่มาเหรอ”

            “เปล่า ไม้อยากคุยกับแม่”

            “เรื่องอะไรเหรอ”

            พอลูกอยากคุยด้วยแบมแบมก็วางหนังสือบนตัก ตั้งใจฟัง  ไม้นั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกัน หันหน้าเข้าหาแม่

          “วันนี้ไม้เจอผู้ชายชื่อเหมือนพ่อเลย”

            แบมแบมชะงักไปเล็กน้อย ตกใจแต่พยายามเก็บอาการให้ปกติ

            “มาร์คน่ะเหรอ”

            “ใช่ครับ”

            “คนชื่อนี้มีเยอะแยะไปพี่ไม้”

            “มาร์คต้วนนะไม่ใช่มาร์คเฉยๆ แปลกมากเลยเนอะ แม่ก็ว่างั้นใช่ไหมครับ”

            “ว่าไงนะ?! ไปเจอที่ไหน เมื่อไหร่”

            มาร์คต้วนงั้นเหรอ มันคงจะยากนะที่ซ้ำกันกระทั่งนามสกุล แต่มาร์คน่ะเหรอจะมาอยู่ที่นี่ เขาต้องอยู่อเมริกาสิ..

            ไม้สะดุ้งเมื่อจู่ๆ แม่ก็เสียงดัง

            “ทำไมแม่ต้องเสียงดังด้วยเล่า เจอตอนไปห้างกับป่ะปี๊ครับ อ้อ ลุงคนนั้นหล่อมากเลยแม่”

            “เหรอ

            “ไม้ก็อยากเห็นหน้าพ่อนะว่าหล่อเท่าลุงคนนั้นรึเปล่า” ไม้ล้มตัวลงนอนหนุนตักแม่ แบมแบมลูบผมลูกชายไปมา สงบใจไม่ได้เลย

            แม้ไม้จะเข้าใจว่าทำไมไม่มีพ่อ ถึงอย่างนั้นแบมแบมก็อดสงสารลูกไม่ได้อยู่ดี

            แบมแบมสูดลมหายใจเข้าลึก เมื่อระบายลมหายใจออกก็ยิ้มให้ลูกได้เหมือนปกติ..ทั้งที่ในใจกำลังสั่นไหว

            “สำหรับแม่น่ะ พ่อของไม้หล่อกว่าผู้ชายทุกคนบนโลกเลย ต้องหล่อกว่าคนที่ไม้เจอแน่”

            “จริงเหรอ ไหนแม่บอกว่าแม่หล่อกว่าพ่อไง”

            “ยกเว้นแม่ไว้คนนึงไงเล่า” แบมแบมบีบจมูกลูกชายเบาๆ

            “อี๊ๆ หลงตัวเอง” ไม้จิ้มแขนแม่แล้วหัวเราะทำให้แม่พลอยหัวเราะตามไปด้วย

            แบมแบมจับมือลูกชายขึ้นจูบแล้วเอามือลูกทาบกับแก้มตน จากนั้นรวบรวมความกล้าถามคำถามที่เคยถามไม้แล้ว

            แบมแบมอยากรู้ว่าไม้ยังจะตอบเหมือนเดิมไหม..

            “ไม้เสียใจไหมที่ไม่มีพ่อน่ะ”

            “อื้อ เสียใจนิดนึง แต่ไม่เป็นไรหรอกก็ไม้มีแม่อยู่ด้วยนี่นา”

            คำตอบยังเหมือนเดิม ช่างตรงไปตรงมาและไร้เดียงสา

            “ขอบใจนะไม้ แม่รักไม้นะ”

            “ไม้ก็รักแม่ครับ รักมากๆ เลย”

            ได้รับความรักและรอยยิ้มจากลูกชายอย่างนี้ทำเอาแบมแบมอยากร้องไห้ขึ้นมาเลยล่ะ

          ขอบใจนะไม้ และแม่ก็ขอโทษด้วยนะ แม่พยายามเพื่อเราสองคนแล้ว แม่รู้ว่าไม้ก็รับรู้ได้ใช่ไหมว่าแม่พยายามแทนส่วนของพ่อเขาแล้วน่ะ..

 

 

 

                       

            “เจสซี่น่ารักจังเลยนะ” จินยองมองหลานในอ้อมแขนตน การได้โอบอุ้มทารกน้อยไว้ในอ้อมแขนนี่มันวิเศษจริงๆ

            ยองแจและสองสามีภรรยาอิมนั่งกันอยู่ในโซนที่นั่งซึ่งทางโรงพยาบาลจัดแยกไว้ ไม่ได้รบกวนในห้องของทารกน้อยทั้งหลาย

            “ใช่..น่ารักมาก” แจบอมก้มมองเจสซี่ในอ้อมกอดภรรยา จับเท้าน้อยๆ ไว้ ผิวของทารกช่างนุ่มนิ่มเหลือเกิน

            แม่ของเจสซี่มองภาพพี่ชายทั้งสองโอบอุ้มและแตะตัวลูกสาวอย่างทะนุถนอมด้วยรอยยิ้ม ตื้นตันในอกที่พวกเขาเอ็นดูลูก ขณะเดียวกันก็รู้สึกเศร้าใจด้วย

            การมีลูกมาเติมเต็มชีวิตคู่คือความฝันของพี่ทั้งสองนี่นา..

            “เอ..คุณว่าหน้าเหมือนใคร” จินยองส่งหลานให้สามีอุ้มบ้าง

            แจบอมรับร่างน้อยมาจากภรรยาอย่างระมัดระวังที่สุด พยายามจัดท่าให้ตรงตามที่พยาบาลสอนไว้ก่อนหน้านี้ พินิจพิจารณาแม่หนูน้อย

            “ไม่รู้สิ เด็กแรกเกิดก็หน้าตาเหมือนกันไปหมด คงเหมือนแม่มั้ง ถ้าเหมือนยองแจโตมาคงสวยมากนะ”

            “เหรอ” จินยองเห็นต่างแต่ไม่กล้าพูด

            พอเอ่ยถึงเรื่องหลานหน้าเหมือนใคร แจบอมเลยนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้เขาอยากพูดอะไรกับภรรยา

            “ที่รัก”

            “ว่า?”

            “คุณว่าคนชื่อมาร์คที่เราเจอวันนี้หน้าคล้ายใครบางคนไหม”

            “ใครอ่ะ”

            “นึกดีๆ”

            “คิดว่าเหมือนใครก็พูดออกมา” จินยองไม่เล่นทายปริศนาด้วยหรอก   

            “มีอะไรกันเหรอครับ?” ยองแจก็อยากรู้เหมือนกัน แจบอมชั่งใจว่าจะเล่าให้ยองแจฟังดีไหม สุดท้ายก็ตัดสินใจเล่า

            “วันนี้พี่ไปเจอคนชื่อมาร์ค ชื่อเหมือนพ่อเจ้าไม้เลย”

            “ไม่แปลกนี่ครับ” แล้วไง? ชื่อคนมันซ้ำได้นี่นา

            “แต่มันแปลกตรงที่..มาร์ตินน่ะ หน้าตาคล้ายเขามากเลยน่ะสิ!

            คำพูดของแจบอมทำให้ทั้งยองแจและจินยองเบิกตากว้าง

            “เออ..ก็จริงนะคุณ” พอนึกดูดีๆ จินยองก็พยักหน้าเห็นด้วย

            “เหมือนมากหรือครับพี่ แต่แบมบอกว่าแฟนเขาอยู่เมืองนอกนี่ครับ” ยองแจไม่เชื่อสักเท่าไร

            “เขาบอกว่ามาตามหาคนรักน่ะ พี่เลยคิดว่า ถ้าโลกมันกลมจนน่าตลกจริงๆ ล่ะก็ เราอาจเจอพ่อของไม้โดยไม่คาดคิดก็ได้น่ะ”

            แจบอมเอ่ยเช่นนั้นแล้วกลับไปสนใจหนูน้อยเจสซี่ในอ้อมกอดต่อ ทิ้งให้จินยองและยองแจมองหน้ากัน

            แจบอมเงยหน้ามองแม่ของเจสซี่และภรรยาเมื่อทั้งคู่เงียบผิดปกติ

            “พี่ไม่ได้คิดเอาเอง ทุกอย่างมันบังเอิญตรงกันมากไป ทั้งชื่อ เรื่องราว และไม้ยังไปคล้ายเขาอีก ถ้าเป็นคนเดียวกันจริง พี่ว่า..อย่าบอกเรื่องนี้กับแบมแบมดีกว่า”

            แจบอมว่าเรื่องนี้แบมแบมไม่รู้คงดีที่สุด

            “ทำไมล่ะครับ”

            “ถ้าแบมแบมอยากให้ไม้รู้จักพ่อคงหาทางติดต่อไปนานแล้ว ตอนนี้พ่อของไม้เป็นนักธุรกิจไม่ใช่คนที่หาตัวยากอะไร มีแค่ทางคนของเรานี่ล่ะที่ซ่อนตัวไม่ให้ใครหาเจอ”

            จินยองเข้าใจสิ่งที่สามีคิดนะ และเข้าใจการกระทำของแบมแบมด้วย

            “ถ้าพ่อของไม้มาตามหาคนรัก..อาจจะหมายถึงแบมแบมจริงๆ ก็ได้นี่ครับ พี่เชื่อจริงๆ ใช่ไหมครับว่าใช่”

            “อืม ตอนขับรถมาโรงพยาบาล ไม้บอกว่าผู้ชายคนนั้นชื่อเหมือนพ่อน่ะ” จินยองส่งนามบัตรมาร์คที่ได้จากสามีให้ยองแจดู

            “ลองถามแบมแบมดูไหมครับ หรือให้แบมแบมดูรูปนักธุรกิจคนนั้นก็ได้ว่าใช่พ่อของไม้หรือเปล่า”

            ยองแจรับนามบัตรมาอ่านแล้วแสดงความคิดเห็น ถ้าเป็นนักธุรกิจก็ต้องมีประวัติให้ค้นสิ

            แจบอมและจินยองมองหน้ากัน การให้แบมแบมทำแบบนั้นมันคงไม่ง่าย พูดให้ถูกคือแบมแบมไม่ทำแน่ 

            “พี่ไม่ถามด้วยคนล่ะ คนที่รักกันบางทีก็มีเหตุผลที่อยู่ด้วยกันไม่ได้นะยองแจ ใช่แล้วยังไง ไม่ใช่แล้วยังไง ในเมื่อรู้แล้วคนของเราก็เจ็บปวดอยู่ดี”

            ยองแจฟังคำพี่จินยองแล้วเศร้าใจ 

            “นั่นสิ เราก็คุยกันแค่ตรงนี้สามคนแล้วกันนะ”

            ยองแจนิ่งคิดก่อนจะพยักหน้าตามคำขอของพี่แจบอม

 

 

 

 

            “เป็นอะไรไป นั่งเหม่อเชียว”

            แจบอมทรุดลงนั่งบนเตียงข้างภรรยา มองคนที่วางมือลงบนหนังสือที่เปิดกางไว้บนตัก แต่สายตามองเหม่อไปไม่ได้จับจ้องที่ตัวหนังสือ

            จินยองสะดุ้งเล็กน้อยกับสัมผัสที่ไหล่ หันมองสามี รอยยิ้มบางเบาแทบมองไม่เห็นปรากฏบนริมฝีปาก

            “เปล่านี่”

            แจบอมถอนหายใจ เอื้อมมือจับมือจินยองไว้ บีบเบาๆ

            “เราลองไปหาหมออีกสักครั้งไหม”

            เมื่อแจบอมพูดจบ รอยยิ้มก็หายไปจากใบหน้าจินยองทันที นัยน์ตาสวยไหวระริก

            “อย่าเลยคุณ ฉันไม่ไหวแล้วล่ะ”

            แจบอมรู้ว่าคำว่าไม่ไหวของภรรยาคืออะไร เขารั้งตัวจินยองมากอดแล้วลูบหลังไปมา จินยองซบหน้ากับบ่ากว้าง โอบเอวสอบไว้แน่น

            ไม่ไหว..จินยองรับความเสียใจอีกครั้งไม่ไหวแล้วล่ะ

            ตลอดสิบปีที่ผ่านมา ไม่ใช่ว่าเราพยายามมีลูกตามธรรมชาติเท่านั้นแต่ยังไปพึ่งหมอด้วย ทำทุกวิธีเพื่อให้มีลูก เสียเงินไปเป็นร้อยล้านก็ไม่เคยเสียดาย แต่เกือบทุกครั้งที่ทำเราได้แต่ความผิดหวังจากหมอว่าไม่ติด มีโชคดีติดอยู่สองครั้ง แต่ลูกอยู่กับเราได้แค่สองเดือนแล้วก็จากไป

            จินยองหวังไว้มาก พอแท้งเลยรับความผิดหวังไม่ไหว กว่าจะทำใจทำใหม่ได้ก็ทิ้งระยะเวลาเป็นปี

            ตอนนี้จินยองถอดใจแล้ว สงสารเพียงแจบอมที่อยากมีลูกใจแทบขาด จินยองดูออกว่าเวลาแจบอมอยู่กับมาร์ตินเขามีความสุขแค่ไหน ตอนอยู่กับเจสซี่ก็ดูมีความสุขมากเหมือนกัน

            “เราไปรับเด็กมาเลี้ยงดีไหม”

            “คุณไปหาเมียน้อยแล้วมีลูกมาให้ฉันเลี้ยงดีกว่า”

            แจบอมฟังคำภรรยาแล้วอยากจะตีอีกฝ่ายนัก ดูพูดจาเข้าสิ

            ถึงเขาจะเคยออกนอกลู่นอกทางไปบ้างตามประสา แต่คืนเดียวจบ ไม่เคยให้ใครมาทำให้จินยองกวนใจ และไม่เคยคิดจะหาใครมาเทียบหรือแทนจินยองด้วย เรื่องลูกถ้าไม่ใช่ลูกจากจินยองเขาก็ไม่อยากมีหรอก

            “อย่ามาทำหน้าเหมือนฉันพูดเรื่องเลวร้ายนักเลย ฉันแค่พูดสิ่งที่แม่คุณเสนอมาตลอดก็เท่านั้น”

            ความเจ็บปวดอีกอย่างของชีวิตคู่ก็คือการมีลูกให้สามีไม่ได้นี่ล่ะ แม้สามีจะไม่ว่าแต่ใช่ว่าคนในครอบครัวเขาจะเข้าใจไปด้วยนี่ โดยเฉพาะแม่แจบอมน่ะตัวดี เวลาไปหาทีไรชอบพูดถึงเรื่องพี่น้องแจบอมคนอื่นที่มีลูกแล้ว และเหน็บแนมกันตลอดจินยองโคตรเบื่อ เรื่องทำงานกลางคืนก็โดนบ่นตลอดอยู่แล้วนะมาบวกเรื่องไร้ทายาทไปด้วยนี่ บางทีจินยองก็เครียดจนอยากจะหย่าให้จบ ไป แต่สงสารแจบอม ไม่มีเขาแจบอมจะอยู่ยังไงล่ะ

            “เรื่องที่แม่พูดน่ะอย่าไปสนใจนักเลย แม่ก็แค่อิจฉาบ้านอื่นที่มีหลานให้อุ้มเท่านั้นเอง”

            จินยองถอนหายใจ ไม่พูดต่อ ไม่อยากเผลอตัวพูดจาถึงแม่แจบอมในทางไม่ดี แม่ใครใครก็รัก จะให้แจบอมมาหนักใจเรื่องแม่ผัวลูกสะใภ้อีกจินยองทำไม่ลง

            “นอนกันดีกว่า อย่าคิดมากเลย” แจบอมลุกไปปิดไฟกลางห้องขณะที่จินยองขยับตัวลงนอน วางหนังสือลงบนโต๊ะข้างหัวเตียง

            “นี่แจบอม”

            “อะไรเหรอ”

            “ถ้าชีวิตนี้เราไม่มีลูกด้วยกันเลยจะทำยังไงล่ะ”

            “เราอยู่กันสองคนได้นี่”

            “ถ้าแก่ไปจะทำยังไงล่ะ”

            “ก็หาเงินไว้เยอะๆ สิ ถ้าเจ็บป่วยเราก็ดูแลกันและกันไง ถ้าไม่ไหวค่อยบอกหลานๆ ไปว่าจะยกมรดกให้ คงมีแต่คนแย่งกันมาดูแลเราแน่ๆ”

            จินยองหัวเราะกับความคิดของแจบอม แจบอมเห็นภรรยาหัวเราะได้ก็ค่อยเบาใจ

            แจบอมอยากให้เด็กที่จินยองอุ้มวันนี้เป็นลูกของเรา อยากให้จินยองมีความสุขโดยไม่มีความทุกข์ใจปะปนมาสักที เขารู้ว่าจินยองรักและเอ็นดูเจสซี่จากใจจริง แต่ลึกๆ จินยองคงเศร้ามากที่ได้กอดลูกคนอื่นแต่ไม่เคยโชคดีได้กอดลูกตัวเอง

            แจบอมจูบที่หน้าผากภรรยาเบาๆ แล้วบอกฝันดี จินยองขยับเข้ามากอดแล้วซุกหน้ากับอกกว้าง

            ราตรีสวัสดิ์ที่รัก

           

TBC.

 

**

คนอ่านบอกว่าพี่มาร์คค่าตัวแพง อยากให้พี่ไม้เจอพ่อ ได้เจอกันแล้วนะคะ

แต่พ่อของไม้กับแม่ของไม้จะเจอกันเมื่อไรไม่รู้เหมือนกันค่ะ-..- #โดนตบ

สงสารพี่แจบอมกับพี่จินยองเนอะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 571 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,297 ความคิดเห็น

  1. #3282 Numfon93517909 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:12
    ขอให้พีจินยองมีน้องเถอะคะ
    #3,282
    0
  2. #3233 justjeen (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 10:21
    ให้จินยองมีลูกเถอะนะถือว่ากราบ
    #3,233
    0
  3. #2859 N_udaen_G (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 22:20
    โลกกลมไปหมดแล้วววว แต่น้องไม้ลูกกกกก เอ็นดู จะสงสารก็ครอบครัวพี่บีนี้แหละ อยากให้มีลูกกันอะ ฮืออออออ
    #2,859
    0
  4. #2774 My love markbam (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 00:54
    สงสารจืนยองกับพี่บีจัง
    #2,774
    0
  5. #2624 ptuan93 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:13
    อยากรู้ว่าไม้อายุประมาณเท้าไหร่อ่าาา
    #2,624
    0
  6. #2600 gene_pa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:41
    อยากให้แจบอมกับจินยองมีลูกเร็วว
    #2,600
    0
  7. #2559 Friendship_Lee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 13:17
    - เหมือนแบมก็อยากเจอมาร์คแต่ไม่รู้จะติดต่อยังไง
    - เดี๋ยวซักวันน้องก็มา ตอนนี้เปย์พี่ไม้กับน้องเจสซี่ไปก่อน
    - ถ้าวันนึงแจ็คสันรู้ว่ายองแจไม่ได้ทำแท้งจะรู้สึกยังไง กลัวเมียแจ็คสันจะตามมาราวียองแจกับลูกจัง
    #2,559
    0
  8. #2276 PrincessDark (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 04:58
    ความสัมพันธ์พ่อลูกสินะพี่มาร์คเลยเอ็นดูไม้
    เห็นใจคู่ป๊าม๊าอ่ะอยากมีลูกแต่มีไม่ได้
    ยองแจเข้มแข็มเพื่อเจสซี่ให้ได้นะ
    #2,276
    0
  9. #2204 dejawooo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 00:48
    โง้ยยย พี่ไม้ได้เจอพ่อแล้ว ดีใจจังเลย แม้จะแอบหน่วงที่ทั้งคู่ไม่อาจรู้ความจริงว่าเป็นพ่อลูกกันก็ตาม คงต้องปล่อยให้เวลาทำหน้าที่ของมัน ให้แบมพร้อมที่จะให้มาร์คกลับมาเคียงข้างอีกครั้ง ส่วนแจ็คสันนั้น เมื่อไหร่จะรู้น้าว่ามีลูกน่ารักขนาดนี้ ยองแจนี่เข้มแข็งมากเลย ฮือ ซาบซึ้งใจตอนที่ได้เห็นหน้าลูก ส่วนคู่จินยองกะแจบอมนี่ร้าวรานหัวใจจริงๆ เป็นกำลังใจให้ทุกคู่นะคะ ต้องผ่านไปให้ได้ /บีบมือ
    #2,204
    0
  10. #2113 Seefahhh (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 05:01
    สงสารแจบอมกับจินยองมาก เป็นซีนสั้นๆแต่ถ่ายทอดออกมาให้เรารับรู้ความรู้สึกของทั้งสองคนได้ ทัชมากๆเลยค่ะ สิ่งหนึ่งที่ตัวละครในเรื่องนี้มีเหมือนกันคือทุกคนมีปมแต่เข้มแข็งกันมากๆ ;-;
    อยากให้จินยองกับแจบอมได้อุ้มลูกของตัวเองบ้างจัง
    #2,113
    0
  11. #2081 Harukim (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 23:10
    ดูมีปมทุกคู่เลย ดราม่าจริงอะไรจริง
    #2,081
    0
  12. #1998 SehunMark (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 23:46
    แจ็คสันค่าตัวแพงกว่า 5555
    #1,998
    0
  13. #1965 Ilo_harlveen (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 15:10
    สงสารทุกคน คนอยากมีก็ไม่มี คนไม่อยากมีดันมี
    #1,965
    0
  14. #1875 mukkamik (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 00:16
    สงสารแจบอมกับจินยองจัง ฮือ เรื่องนี้ดราม่าทุกคู่เลย
    #1,875
    0
  15. #1708 my waffle (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 01:17
    ยองแจมีสติดีมาก ไม้ก็เก่งอายุแค่ 8 ขวบมรมติดี
    #1,708
    0
  16. #1682 jy_jb (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 22:41
    อยากให้แจบอมกับจินยองมีลูกสักที สงสารมากๆ ㅠㅠ
    #1,682
    0
  17. #1641 Amxoe (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 11:10
    สงสารทุกคนในเรื่องเลย แต่เข้มแข็งมากๆๆที่ผ่านมันมาได้แบบนี้ ยิ่งเรื่องของจินยองนี่สิ บางทีพ่อแม่ฝ่ายชายก็น่ารำคาญมากจนทำให้ความสัมพันธ์มันจบลงแบบไม่ตั้งใจเลยก็ได้
    #1,641
    0
  18. #1270 Nuthathai Por (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 11:03
    ได้เจอกันแต่ก็เหมืิอนยังไม่เจอก็ในเมื่อไม่รู้ว่าเป็นพ่อลูกอันโอ๊ยขัดใจป้า 
    หวังว่าสักวันจินยองกับแจบอมจะได้มีเจ้าตัวเล็กของตัวเองกับเค้าบ้างเนอะสงสารจัง
    #1,270
    0
  19. #1035 DajingMTBB (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 16:51
    ชีวิตแต่ละคน ฮื่อออ สู้ๆ
    #1,035
    0
  20. #1023 pankikiki (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 09:10
    เสกลูกให้พี่จีนหน่อยค่ะฮืออ สงสาร
    #1,023
    0
  21. #1005 Makalony (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:53
    กรี้ดดดดดดดดด พ่อลูกเขาเจอกันแล้วววว ฮือออออออ น้ำตาจะไหลค่ะ เอาอีกๆๆๆ อยากให้เขาเจอกันให้ครบทุกคน แงงงง
    #1,005
    0
  22. #872 PuiPui--r (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 22:29
    ขอให้ชีวิตแต่งงานของแจ็คสันกับเมียร้อนรนดั่งนรกแผดเผาตลอดไป ไชโย!
    ขอให้พี่แจบอมกับพี่จินยองมีตัวน้อยสมใจ เพี้ยง~
    #872
    0
  23. #813 MaouST (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 05:51
    สนุกมาเลยค่ะ ชอบมากเลยยย
    #813
    0
  24. #751 ppploycb (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 14:16
    แจ็คสันร้ายส่งการ์ดมาเลยนะ สงสารแจบอมกับจินยองเราว่ายังไงคงต้องรอเวลา ตอนนี้ก็อยู่เล่นกับหลานๆเนอะ
    #751
    0
  25. #613 KhemKhemm (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 18:37
    อยากให้พี่บีกับจินยองมีเบบี๋บ้่างงงง เป็นลูกหลง มาเล่นเป็นเพื่อนเจสซี่ >/////////<
    #613
    0