สต็อกพร้อมส่ง(GOT7) พันธะปฏิพัทธ์ Jackjae Ft.Markbam Bnior (mpreg)

ตอนที่ 2 : Chapter 1 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,148
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 580 ครั้ง
    1 มิ.ย. 60

 

ยองแจมีความสุขมากขึ้นเมื่อได้มาอยู่บ้านของแบมแบม เขาเป็นคนดีมากทีเดียว ลูกชายก็นิสัยดี น่ารัก แม้จะดื้อไปบ้างตามประสาเด็กผู้ชายก็ตาม

เราอยู่ร่วมกันมาได้หนึ่งอาทิตย์แล้ว ช่วงปิดเทอมอย่างนี้น้องไม้มีอะไรให้ทำเยอะแยะไปหมด บางวันน้องไม้ก็ไปเรียนร้องเพลง อีกวันไปเรียนดนตรี วันต่อมาไปฝึกเทควันโด และวันอื่นก็ไปเรียนเต้น  เรียนภาษาจีน ยองแจอดสงสัยไม่ได้ว่าแบมแบมอยากให้ลูกเป็นยอดมนุษย์หรือไง เคยถามว่าทำไมต้องเรียนเยอะขนาดนี้ แบมแบมบอกว่าไม่รู้จะเอาไปฝากเลี้ยงที่ไหนและน้องไม้ก็ไม่อยากไปอยู่ที่บ้านทั้งวันด้วย

ร้านของพี่แจบอมสวยและหรูมาก กว้างมากทีเดียว แต่ละคืนคนมาเที่ยวก็เยอะ  ยองแจทำงานทั่วไปภายในร้าน งานไม่หนักหนาอะไร เพื่อนร่วมงานทุกคนก็เป็นคนอัธยาศัยดี แม้มีบางคนจะแอบซุบซิบนินทาเมื่อรู้ว่ายองแจท้องทั้งที่ยังเรียนไม่จบบ้างก็ตาม แต่ยองแจเข้าใจและไม่ได้นึกโกรธเคืองแต่อย่างใด

 

 

 

 

 

“ยองแจพักก่อนก็ได้นะ ไหวหรือเปล่า”

แจบอมถามคนที่ทำงานหนักเหมือนไม่ได้ท้องด้วยความห่วงใย  คนถูกถามส่ายหน้าน้อยๆ พร้อมรอยยิ้มบนใบหน้าที่เหน็ดเหนื่อย

“ไม่เป็นไรครับ ผมทำไหว”

ยองแจไม่อยากเอาเปรียบนายจ้างและเพื่อนร่วมงาน ที่พี่แจบอมยอมรับเขาเข้าทำงานเหมือนสวรรค์มาโปรดเลย

“อาทิตย์หน้าก็จะได้รู้แล้วนะว่าลูกเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง”

แจบอมนั่งลงข้างๆ ยองแจแล้วยื่นน้ำผลไม้ให้แก้วหนึ่ง ใกล้ได้เวลาปิดร้านแล้วเลยพอมีเวลาคุยกับลูกน้องคนพิเศษนิดหน่อย

ไม่ใช่ว่าลูกน้องในร้านจะไม่เคยมีคนท้องเลยนับตั้งแต่ไอ้แบมมาทำงาน แต่ในตอนนี้มีแค่ยองแจคนเดียวที่ท้องอยู่

ยองแจเป็นคนเงียบๆ ทำให้เจ้านายอย่างเขานึกห่วงอยู่ เพื่อนร่วมงานบางคนยอมรับเรื่องท้องของยองแจไม่ได้ยองแจก็ยังไม่เคยพูดอะไร ได้แต่ยิ้มและพยายามทำงานของตนให้ดีจนเวลาเดือนกว่าที่ผ่านมาทำให้เพื่อนร่วมงานกลุ่มนั้นยอมรับได้

ไม่รู้ว่ายองแจเป็นพวกจิตใจดีเกินไปหรือพวกเก็บซ่อนความรู้สึกต่างๆ ไว้ในใจกันแน่

“ยองแจว่าจะไม่อัลตร้าซาวด์ครับ อยากรอลุ้นตอนคลอด” คนเป็นแม่ยิ้มน้อยๆ วางมือลงบนท้องนูนที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อตัวใหญ่ที่พรางรูปร่างได้

“อ่าว ทำไมไม่ดูล่ะ จะได้เตรียมซื้อของทัน”

“ยองแจไม่อยากซื้อเก็บไว้รอน่ะครับ”

ความจริงยองแจเกรงใจแบมแบม ไม่อยากซื้อข้าวของเด็กอ่อนมาเตรียมไว้ให้รกบ้าน แม้เพื่อนจะตื่นเต้นกว่าตนและเฝ้ารอที่จะได้รู้ว่าหลานเพศอะไรก็เถอะ

มาร์ตินพนันกับแม่ไว้เชียว มาร์ตินอยากได้น้องผู้ชายจะได้มีเพื่อนเล่น แต่แบมแบมสิอยากได้หลานสาว และถ้ารู้ว่าลูกในท้องเขาเป็นเด็กชายหรือหญิงก็บอกว่าจะซื้อของให้ตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วย

แล้วอย่างนี้ยองแจจะรีบอัลตร้าซาวด์ไปทำไม ไม่อยากรบกวนแบมแบมมากไปกว่านี้นี่นา

“มีอะไรให้พี่ช่วยก็บอก ไม่ต้องเกรงใจนะ”

“ขอบคุณนะครับ” ยองแจยิ้มรับความห่วงใยจากนายจ้าง

 

 

 

 

 

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารช่างชวนอึดอัดเสียเหลือเกิน แจ็คสันค่อนข้างเซ็งเลยทีเดียวที่คู่หมั้นนั้นดูไม่ยินดียินร้ายในการพบหน้ากันครั้งแรกเลย

ในที่สุดคนที่นั่งมองหน้าเขานิ่งๆ มาร่วมนาทีก็ขยับตัว ร่างบางยกแก้วน้ำขึ้นจิบเล็กน้อยแล้ววาง สีหน้าและแววตาเรียบเฉยไร้อารมณ์

“ฉันโมนิก้า เรียกโมนิกก็ได้”

“อืม”

“เรื่องของเรามันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ฉันไม่เห็นด้วยแต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้”

โมนิก้าทัดผมยาวสีน้ำตาลเข้มของตนไว้หลังใบหู มองไปที่ชายหนุ่มตรงข้ามนิ่งๆ แจ็คสันถอนหายใจ

“ผมรู้ แต่ผมไม่ได้ต่อต้านการแต่งงานของเราหรอกนะ คุณก็สวยดี”

โมนิก้ามองหน้าอีกฝ่ายด้วยแววตาที่อ่านไม่ออกเหมือนเดิม นั่นทำให้แจ็คสันรู้สึกไม่พอใจ

เขากับว่าที่ภรรยาในอนาคตจะอยู่กันรอดไหมวะ

นี่ก็ผ่านมาจะสามเดือนแล้วหลังจากที่แม่บอกเรื่องแต่งงาน ว่าที่เจ้าสาวเพิ่งว่างมาเจอกัน

“คุณคิดว่าเราจะไปกันรอดไหม” แจ็คสันตัดสินใจถามตรงๆ

“ไม่รู้สิ” ถามอะไรประหลาดจริงผู้ชายคนนี้

โมนิก้ากอดอก ถอนหายใจ แจ็คสันไม่รู้ว่าถอนหายใจด้วยอารมณ์ไหนเหมือนกัน

“ผมอยากตกลงบางอย่างกับคุณก่อน”

“ว่ามาสิคะ”

“ผมคงต้องขอบอกก่อนนะว่าคุณไม่มีสิทธิมาก้าวก่ายชีวิตผมแม้เราจะแต่งงานกันไปแล้ว คุณอยู่ในที่ของคุณ ผมจะใช้ชีวิตยังไงก็เรื่องของผม จะไปไหนมาไหนกับใครก็เรื่องของผมเหมือนกัน”

“มันไม่มากเกินไปเหรอ ฉันยอมรับไม่ได้หรอกค่ะ”

แค่ข้อเสนอของว่าที่สามีโมนิก้าก็ไม่อาจรับได้แล้ว มันเรื่องบ้าอะไรกันล่ะ

แจ็คสันหัวเราะเบาๆ วางศอกลงบนโต๊ะรับประทานอาหารทั้งที่รู้ว่ามันเป็นมารยาทที่ไม่ดี เท้าคางมองหน้าสวยๆ ของโมนิก้า

“จะใช้สิทธิของภรรยายังไงก็เรื่องของคุณ แต่ผมก็จะใช้ชีวิตตามแบบของผมต่อไป รับได้ก็รับ รับไม่ได้ก็ต้องรับนะ”

“คิดว่าฉันจะยอมให้คุณทำอย่างนั้นเหรอ”

“ผมไม่ใช่คนที่ชอบทำตามคำสั่งใครเสียด้วย ต่อให้ห้ามก็จะทำ ผมไม่อยู่ทานข้าวด้วยนะ พอดีมีธุระ ไว้เจอกันวันลองชุดงานหมั้นแล้วกัน”

แจ็คสันลุกจากโต๊ะอาหารไปทันที ทิ้งให้โมนิก้าเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโมโหอยู่คนเดียว

 ถึงจะเป็นการแต่งงานที่ผู้ใหญ่จัดการให้แต่หวังแจ็คสันก็ไม่น่าพูดจาหักหน้าเธอตั้งแต่เจอกันครั้งแรกแบบนี้

ถ้าทำได้ก็ลองดูสิแจ็คสัน ฉันก็ไม่ใช่คนที่จะยอมให้สามีตัวเองไปมีคนอื่นเหมือนกัน แล้วคุณจะได้รู้ว่าคนอย่างโมนิก้าเป็นคนยังไง!

 

 

 

แจ็คสันถอนใจอย่างหงุดหงิดขณะเปิดรถหรูของตนเข้าไปนั่ง

โมนิก้าไม่ใช่คนอย่างที่เขาชอบเลยสักนิด แม้เธอจะสวยมากก็ตาม แต่ท่าทางเย่อหยิ่งนั่นมันอะไรกัน ถ้าสังหรณ์ของเขาไม่ผิด..โมนิก้าก็คงร้ายใช่ย่อย เขาต้องได้เมียเป็นคนประเภทเดียวกันหรือไง

โมนิก้าแตกต่างจากยองแจคนละขั้วเลยทีเดียว

“หืม” แจ็คสันชะงักไปเมื่อรู้ตัวว่าเมื่อครู่เขาคิดอะไรไป

            “บ้าน่า!” แกก็แค่ยังไม่ชินเท่านั้นล่ะแจ็คสัน

 

 

 

 

 

            “พรุ่งนี้มาร์คจะมานะ แจ็คสันช่วยไปรับพี่เขาที่สนามบินด้วยนะ ว่างใช่ไหมล่ะเราน่ะ”

ลอเรนเอ่ยกับลูกชายขณะรินชาฝรั่งกลิ่นหอมอวลให้สามี แจ็คสันที่กำลังแชทกับเพื่อนผ่านโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูเงยหน้าขึ้น

“พี่มาทำไมครับ แล้วทำไมต้องให้ผมไป ให้คนรถไปรับก็ได้นี่”

“พี่แค่มาทำธุระที่นี่ไม่กี่วัน แกกับเขาก็สนิทกันนี่ ช่วยรับรองพี่หน่อยไม่ได้หรือไง” โรเบิร์ตวางหนังสือในมือลงบนโต๊ะแล้วยกถ้วยชาขึ้นจิบ

“ก็แค่พี่มาทำไมผมต้องไปคอยดูแล เขาโตแล้วนะครับ”

แจ็คสันติดต่อกับลูกพี่ลูกน้องคนนั้นอยู่ประจำ เลยถือว่าไม่ได้ห่างหายกันไปแม้พี่ชายคนนั้นจะย้ายไปอยู่อเมริกาตั้งแต่เข้าไฮสกูลแล้วก็เถอะ

“พี่ไม่ได้กลับเกาหลีมาตั้งหลายปีแล้วนะจ๊ะ ลูกควรดูแลเขาหน่อย”

“ใช่ แกใช้เวลาไม่กี่วันที่พี่มาคุยกับเขาเยอะๆ ต่อไปแกจะต้องมาทำงานกับฉัน เผื่อจะได้อะไรดีๆ จากมาร์คมาบ้าง”

โรเบิร์ตอยากให้แจ็คสันเอาการเอางานเหมือนหลานชายของภรรยา พี่ชายของลอเรนมีลูกชายที่เก่งมากนะ

ถึงมาร์คจะอายุมากกว่าแจ็คสันหนึ่งปีแต่ด้วยเหตุผลทางสุขภาพเมื่อตอนเด็กๆ ทำให้เข้าเรียนช้าไปหนึ่งปี  แต่นั่นก็แค่เรื่องสมัยเด็ก มาร์คเรียนจบปริญญาตรีด้วยเวลาที่น้อยกว่าคนอื่น ตอนนี้ก็เข้าไปช่วยพ่อตนเองทำงานได้สองปีแล้ว และก็ทำได้ดีมากเสียด้วย จนตอนนี้คนเก่าคนแก่ของตระกูลต้วนเริ่มยอมรับในความสามารถของมาร์คมากขึ้นแล้ว

“ก็ได้ครับ ผมจะช่วยดูแลพี่ให้ก็แล้วกัน”

แจ็คสันตกปากรับคำตามที่พ่อแม่ต้องการ พี่มาร์คไม่ใช่คนเรื่องมากอะไร ออกจะเงียบๆ พอมาถึงก็พาพี่ไปเที่ยวแล้วกัน

 

 

 

 

 

 

“มาร์ค กลับจากเกาหลีแล้วแกไปดูตัวด้วยนะ ลูกของเพื่อนพ่อเอง”

บิดานั่งไขว่ห้าง เปิดหนังสืออ่านแต่ปากก็เจรจากับลูกชายไปด้วย

“ผมไม่ไปครับ”

“แต่แกต้องไป” ชายกลางคนลดหนังสือในมือลง หันไปมองลูกชายที่นั่งทำหน้าเบื่อหน่าย

“คุณพ่อจะมาเร่งรัดอะไรกับผม แคทก็แต่งงานแล้วนี่ อีกหน่อยก็มีหลานให้พ่อแล้ว”

“หลานตากับหลานปู่มันไม่เหมือนกัน”

“ผมเพิ่งทำงานได้ไม่นาน ขอเวลาก่อนไม่ได้เหรอครับ”

“แกจะหวงความโสดอยู่ทำไม”

“ผมอาจจะไปเจอเนื้อคู่เป็นเด็กวัยรุ่นเอาตอนอายุ 50 ก็ได้นี่ครับ”

“ฉันจะตัดแกออกจากมรดก”

“เยี่ยมครับ ผมเองก็เบื่อเต็มที อยากมีชีวิตของตัวเองบ้างแล้ว ทรัพย์สมบัติในส่วนของผมคุณพ่อจะเอาไปยกให้ใครก็ตามแต่คุณพ่อเห็นสมควรเถอะครับ”

มาร์คไม่สะทกสะท้าน ยอมตัวเปล่า พ่อจะเรียกอะไรคืนไปก็ไม่สนใจทั้งนั้น

ชีวิตนี้เขาทำเพื่อพ่อมามากแล้ว เขายอมพ่อจนต้องเสียคนที่เขารักไป แต่จากนี้เขาจะไม่ยอมอีก

“ไอ้มาร์ค!” คนเป็นพ่อโมโหเมื่อคราวนี้มาร์คไม่ยอมทำตามที่ตนสั่ง 

มาร์คขี้เกียจจะฟัง ลุกหนีกลับไปห้องตัวเอง สวนทางกับพี่สาวที่เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น

“ทะเลาะกันอีกแล้วหรือคะคุณพ่อ” แคทเธอลีนมองตามน้องชายไปจนแผ่นหลังลับสายตาแล้วหันมาถามบิดา

“เฮอะ ก็เรื่องนั้นน่ะสิ” ลูอิสหงุดหงิดนัก แคทเธอลีนร้องอ๋อเมื่อได้ยินคำว่าเรื่องนั้น

“ปล่อยน้องไปก่อนเถอะค่ะ รออีกสักสี่ห้าปีก็ได้ มาร์คจะโตขึ้นกว่านี้แล้วเขาจะมีเหตุผลมากขึ้น คงเข้าใจความหวังดีของคุณพ่อเอง”

“ขอให้มันเป็นอย่างนั้นแล้วกัน” ลูอิสกังวลเหลือเกินว่ามาร์คมันจะดื้อดึงอีกนานน่ะสิ

 

 

 

 

           

            “พี่มีที่ไหนที่อยากไปไหม ผมจะได้พาไป”

            แจ็คสันถามลูกผู้พี่ที่เพิ่งเจอหน้ากัน มาร์คลากกระเป๋าเดินทางใบเดียวเดินเคียงไปกับลูกผู้น้อง

“มี แต่ฉันไปเองได้ ไม่ต้องรบกวนนายหรอก”

“ไม่ได้สิ พ่อแม่สั่งให้ผมคอยดูแลพี่ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่นะ”

แจ็คสันอ้างถึงพ่อแม่แม้ว่าในใจจะกำลังลิงโลด ให้เขาเสียเวลาอยู่กับพี่ชายมันน่าเบื่อจะตาย

“ไม่ต้องหรอก ฉันอยากไปไหนมาไหนคนเดียว ไว้ฉันจะบอกคุณอาทั้งสองเอง นายไม่ต้องกังวลหรอก”

มาร์คเอ่ยเสียงเรียบแล้วเงียบไป เดินตามน้องชายออกจากอาคารท่าอากาศยานเพื่อไปขึ้นรถ

ก่อนมาเกาหลีมาร์คมีแพลนไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว และเขาก็ไม่ต้องการให้แจ็คสันรู้ด้วย

“ได้ครับ” แจ็คสันไหวไหล่น้อยๆ รับคำ เขาชอบพี่มาร์คก็ตรงนี้แหละ ไม่วุ่นวายดี

 

 

 

 

 

            “พี่ยองแจ! น้องดิ้นรึยัง”

            มาร์ตินวิ่งมาหายองแจที่นั่งอ่านหนังสือเรียนบนโซฟา วางกระเป๋านักเรียนได้ก็ถลามานั่งคุกเข่ากับพื้นใกล้ๆ แล้วเอาหูแนบท้องโดยไม่รอฟังคำตอบของยองแจเลยสักนิด

            “ฟังไปก็ไม่ได้ยินหรอกครับ น้องยังไม่ดิ้นเลย” ยองแจวางหนังสือไว้ข้างตัวแล้วคุยกับไม้

“อะไรกัน ทำไมดิ้นช้าจังเลยอ่า นี่เจ้าตัวเล็กนายดิ้นได้แล้วนะ ใกล้จะห้าเดือนแล้วไม่ใช่เหรอ พี่ไม้น่ะดิ้นได้ตั้งแต่สี่เดือนแน่ะ”

ไม้เงยหน้าขึ้นถามยองแจแล้วก้มลงชี้นิ้วใส่ท้องกลม คุยกับน้องในท้องด้วยท่าทางจริงจัง ยองแจหัวเราะอย่างเอ็นดู

“ไม้รู้ได้ยังไงล่ะว่าตัวเองดิ้นได้ตอนไหน”

“แม่บอกน่ะครับ แม่ชอบบอกว่าไม้ดื้อมาตั้งแต่อยู่ในท้องแล้ว ทำแม่แพ้ท้องจนเกือบคลอดนู่น แต่ไม้ไม่เชื่อหรอก ไม้เป็นเด็กดีจะตาย แม่แกล้งหลอกไม้มากกว่า”

            ไม้กอดอกแล้วหัวเราะหึ ทำให้ยองแจหัวเราะเสียงดังขึ้นอีก เหมือนแบมแบมเปี๊ยบเลย

            “นั่นสิ ไม้ออกจะเป็นเด็กดีเนอะ” ยองแจลูบแก้มขาวของไม้เบาๆ อย่างเอ็นดูนัก ไม้พยักหน้ารัว

“อื้อ”

“คุยอะไรกันเสียงดังเชียว..

คนที่เพิ่งตื่นนอนเดินลงมาจากชั้นสอง พอเห็นแม่ตื่นแล้วไม้ก็ผละจากพี่ยองแจวิ่งไปหาทันที

“น้องยังไม่ดิ้นเลยครับ”

“อื้อ ก็ดีแล้วนี่ ลูกดิ้นน่ะเจ็บจะตาย”

คนเคยมีประสบการณ์เอ่ยแล้วหาวหวอด เดินโซเซเข้าไปในครัว

แบมแบมเปิดตู้เย็นหาน้ำดื่มแล้วสอดส่ายสายตามองหาอาหาร ตั้งแต่ยองแจมาอยู่ด้วยกันเขาและไม้ไม่ต้องพึ่งอาหารสำเร็จรูปอีกแล้ว แทบจะบอกลาไมโครเวฟไปเลย เพราะยองแจจะทำอาหารไว้ให้ก่อนเจ้าตัวจะออกไปทำงาน และฝีมือของยองแจก็เข้าขั้นดีใช้ได้เลยทีเดียว

แบมแบมรักยองแจจริงๆ เลย

ไม้เดินไปหยิบโหลคุกกี้มาวางบนโต๊ะขณะที่แม่หาจานและช้อนมากินข้าวก่อนออกไปทำงาน หยิบมาเผื่อยองแจด้วย แต่เจ้าลูกชายส่ายหน้าปฎิเสธเพราะไม้ยังไม่หิวข้าวน่ะสิ

ยองแจเดินตามเข้ามาในครัวสไตล์โมเดิร์น ค่อยๆ ทรุดลงนั่งเก้าอี้ทางขวามือของแบมแบม

“ให้ไปหาหมอเป็นเพื่อนไหม”

ก่อนจะตักข้าวเข้าปากแบมแบมก็เอ่ยถามเพื่อนก่อน ยองแจยิ้มแล้วส่ายหน้า

“ไม่เป็นไร เราไปเองได้”

“ตามใจ ถ้าเปลี่ยนใจก็บอกแล้วกัน”

“จ้ะ”

“ไม่เปลี่ยนใจจริงๆ เหรอ น่าจะอัลตร้าซาวด์ดูเพศสักหน่อยนะ” แบมแบมเท้าคางมองคนท้องที่กินข้าวด้วยกัน ยองแจอมยิ้มแล้วส่ายหน้า

“ไม่ตื่นเต้นอยากรู้เร็วๆ บ้างเหรอ”

“ตื่นเต้น แต่เราอยากรอลุ้นนี่นา”

“ตอนฉันท้องนะ ฉันภาวนาเลยว่าให้ออกมาเป็นผู้หญิง แต่ไม้ดันออกมาเป็นผู้ชายซะนี่ ในความรู้สึกฉันเด็กผู้ชายมันเลี้ยงยากกว่าเด็กผู้หญิงนะ แล้วถ้าเป็นผู้ชายอย่างเรายิ่งน่าห่วง แต่โชคดีที่ไม้ไม่ใช่ผู้ชายที่ท้องได้ พอหมอบอกนะฉันงี้โคตรโล่งอก”

“แม่อยากได้ลูกสาวเหรอ” คนที่กำลังเอร็ดอร่อยกับคุกกี้จนแก้มป่องมองหน้าแม่ แบมแบมพยักหน้า

“เออ”

“งั้นเดี๋ยวไม้โตแล้วจะเป็นลูกสาวให้นะ เอาแบบสวยๆ แปลงเพศยัดนมเลยเอาเปล่า แม่หาเงินเตรียมไว้ให้ไม้ด้วยนะ”

มาร์ตินถามยิ้มๆ แม่วางช้อนเงื้อมือจะฟาดทันที มาร์ตินเอียงตัวหลบจนแม่วืด

“ไอ้พี่ไม้! เดี๋ยวเถอะ”

“ฮะฮะฮะ นางยักษ์แบมแบมมาแล้ว”

“ฮึ่ยยย นี่ไง! มีลูกชายแล้วมันชอบกวนประสาทแบบนี้นี่ไง”

แบมแบมยกมือยกไม้ท่าทางหงุดหงิดน่าดูแต่ไม้และยองแจกลับหัวเราะร่วน ขำท่าทางของแบมแบมไปซะนี่

“ถึงมีลูกชายก็ใช่ว่าจะเลี้ยงยากนี่นา ดูอย่างไม้สิ เนอะ” ยองแจพยักหน้ากับไม้ เด็กชายยิ้มหวาน

“ใช่แล้วครับ ถ้าน้องออกมาเป็นผู้ชายนะ ไม้จะช่วยเลี้ยงเอง!

“ขอบใจนะไม้”

“ขนาดฉันไม่มีเวลาจะเลี้ยงนะเนี่ย ยังโตมาเป็นผู้เป็นคนกับเขาได้” แบมแบมจิ้มหน้าผากลูกชายอย่างหมั่นไส้แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความรักใคร่เอ็นดู

“ก็ไม้เก่งไง” ไม้ยืดอกอวดอย่างภูมิใจ

“เลิกหลงตัวเองสักวันจะตายไหม”

ยองแจหัวเราะขำสองแม่ลูกที่สนิทสนมกันมาก อยากให้ลูกของเขาออกมาน่ารักอย่างนี้บ้าง เขาคงจะมีความสุขไม่ต่างจากแบมแบมเลยนะ

“อ๊ะ..” ยองแจหัวเราะค้างเมื่อเกิดความรู้สึกแปลกๆ ยกมือกุมท้อง ไม้และแบมแบมหันมองยองแจพร้อมกัน

“เป็นอะไรไปยองแจ”

“คือ..”ยองแจไม่รู้จะอธิบายยังไง แบมแบมมองเป็นเชิงถามแล้วมองท้องของเพื่อน

“มันเหมือนมีลมวนๆ อยู่ในท้องน่ะ ตุบๆ แปลกๆ”

“ห๊า!

มาร์ตินและยองแจสะดุ้งพร้อมกันเมื่อแบมแบมเสียงดัง มือบางวางลงบนท้องเพื่อน

“ตรงไหนๆ รู้สึกตรงไหน” แบมแบมถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“ตรงนี้” ยองแจจับมือแบมแบมวางตรงตำแหน่งที่รู้สึกได้

“หลานฉันดิ้นแล้วน่ะสิ!” แบมแบมบอกพร้อมยิ้มกว้าง ยินดี มาร์ตินลงจากเก้าอี้วิ่งมาหายองแจทันที

“น้องดิ้นแล้วเหรอๆ ขอไม้จับมั่งนะ นะๆ” มาร์ตินปัดมือแม่ออกแล้วจับบ้าง แบมแบมเขกหัวลูกชายเบาๆ

“อย่าแย่งแม่สิ”

“ก็ไม้อยากจับอ่ะ”

ยองแจอมยิ้ม ในอกพองโตรู้สึกมีความสุขเมื่อลูกน้อยในท้องดิ้นสักที

หนูคงจะโตขึ้นอีกนิดแล้วสินะ ถึงได้ทักทายแม่ได้แล้ว

“อีกหน่อยนะจะดิ้นแรงกว่านี้อีก จะถีบจนเจ็บเลยล่ะ”

“อย่างนั้นเหรอ..” ยองแจหวั่นๆ นิดหน่อยแต่ก็อยากสัมผัสลูกน้อยด้วยความรู้สึกที่เด่นชัดกว่านี้

ยองแจยิ่งรู้สึกมากขึ้นกว่าแต่ก่อนว่าเขาไม่ใช่ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว

ความสุขในตอนนี้ทำให้ยองแจรู้สึกว่าตนเองตัดสินใจถูกแล้วที่เลือกเก็บลูกไว้ แม้ใครจะไม่รักแต่ยองแจก็จะรัก ยองแจจะไม่ชิงชังในตัวลูก สักนิดก็จะไม่คิด แม้พ่อของลูกจะใจร้ายมากก็ตาม

สิ่งดีสิ่งเดียวที่ยองแจคิดว่าได้จากแจ็คสันคงเป็นของขวัญชิ้นนี้นี่ล่ะ ยองแจไม่ได้เอาลูกเป็นตัวแทนของผู้ชายคนนั้น แต่ลูกจะเป็นคนที่ทำให้ยองแจเข้าใจชีวิตและก้าวต่อไปได้

 

 

 

 

 

            “มาร์ค..มายืนทำอะไรตรงนี้”

เพื่อนเดินมาตบบ่าร่างสูงที่กอดอกมองออกไปที่สวนของร้านอาหาร คนถูกทักไม่ได้หันมามองเพื่อนแต่คุยด้วย

            “ทำไมเขาไม่มางานเลี้ยงรุ่นสักครั้งเลยวะ”

แม้มาร์คจะไม่ได้ออกชื่อ แต่เพื่อนเก่าก็รู้ว่าเขาหมายถึงใคร

            “เขาอาจไม่ว่าง..

“ไม่ว่างสักปีเลยน่ะเหรอ”

ต่อให้อยู่ไกลถึงอีกซีกโลกถ้าเป็นนัดเลี้ยงรุ่นมาร์คไม่เคยพลาด เขามาเกาหลีปีละครั้งแล้วก็กลับ มางานเลี้ยงรุ่นเพราะหวังว่าจะเจอแบมแบม ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีใครในครอบครัวรู้เลยสักคน

“ปีหน้าแบมแบมอาจจะมาก็ได้”

เพื่อนปลอบใจ นัดเลี้ยงรุ่นของรุ่นพวกเขาลงกำหนดการในกระทู้เว็บไซต์ของโรงเรียนด้วย เพราะทุกคนหวังว่าหัวหน้าห้องจะบังเอิญได้เข้าเว็บของโรงเรียนแล้วเปิดไปเจอ..เมื่อเจอแล้วจะมา

งานเลี้ยงรุ่นสมัยมัธยมต้นที่นับจำนวนคนพอดีกับตอนที่เรียนจบรวมไปถึงไอ้คนที่ออกไปกลางคันตอนปีสองอย่างมาร์คและคนที่ดรอปเรียนไปหนึ่งปีอย่างแบมแบมด้วย เพราะถือว่าเราเริ่มเรียนมาด้วยกัน แต่ที่นั่งที่หนึ่งจะเว้นว่างไว้เสมอทุกปีจนงานเลี้ยงจบลง..ที่ของแบมแบม

“ฉันก็หวังอย่างนั้น” มาร์ครำพึงแผ่วเบา หันไปมองเพื่อนๆ หลายคนที่ตอนนี้เป็นนักศึกษาชั้นปีสุดท้ายกันหมดแล้ว เขาถือโอกาสที่มาทำงานเกาหลีนัดเจอเพื่อนที่อยู่ใกล้และว่างๆ มาดื่มสังสรรค์กัน

เมื่อหลายเดือนก่อนเขามางานเลี้ยงรุ่นด้วยความหวังเหมือนทุกปี แต่ก็พลาดหวังไปอีกปี

แบมแบมหายไปจากชีวิตเพื่อนทุกคน ไม่มีใครติดต่อแบมแบมได้ ไม่มีโซเชียลมีเดียใดๆ ให้ตามหาตัวเจอ เหมือนรุ่นเขามีกันแค่นี้ เหมือนไม่มีหัวหน้าห้องคนเก่ง ไม่มีนักเรียนดีเด่นของโรงเรียนคนนั้น

8 ปีที่ไม่เคยได้ข่าวคราวแต่มาร์คยังคิดถึงอยู่ทุกลมหายใจ..

 

 

 

 

            “นายจะไปไหน” มาร์คถามน้องชายที่แต่งตัวหล่อเหมือนจะออกไปข้างนอก แจ็คสันชะงักเท้าหันมามอง

“ออกไปเที่ยว ไปด้วยกันไหมล่ะ”

“นายเพิ่งกลับเข้าบ้านไม่ใช่เหรอ?” มาร์คแปลกใจ กว่าแจ็คสันจะกลับจากเรียนก็ค่ำแล้ว นี่หายขึ้นห้องไปไม่นานก็แต่งตัวจะออกจากบ้านอีกแล้ว

“ก็ใช่ไง ว่าไงล่ะ จะไปด้วยกันไหม”

“ฉันเพลียๆ น่ะ เจ็ทแล็ก”

“อ่อ โอเค งั้นผมไปนะ”

แจ็คสันยกมือโบกลาเล็กน้อยแล้วเดินออกไปเลย มาร์คลดโทรศัพท์มือถือในมือลง

ทำไมคุณพ่อไม่เป็นเหมือนคุณอาลอเรนบ้างนะ เขาล่ะอยากมีชีวิตอิสระเสรีเหมือนหมอนี่บ้างจริงๆ

 

 

 

 

 

“นี่ๆ รู้ข่าวหรือยังว่าหวังแจ็คสันจะหมั้นกับลูกสาวนักการเมืองแล้วล่ะ เห็นว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นนางแบบด้วยนะ อยู่มหาลัยสตรี คงสวยน่าดู”

คนที่กำลังรอซื้ออาหารกลางวันในศูนย์อาหารของมหาวิทยาลัยชะงักไปเมื่อได้ยินบทสนทนาที่ไม่คิดว่าจะได้ยิน

ชื่อของคนที่ไม่ได้ยินมาหลายเดือนแล้ว

“เออ ได้ยินมาเหมือนกัน เห็นบอกว่าเรียนจบปุ๊บจะแต่งปั๊บเลย แต่งปีหน้านี่แหละ”

“ฉันก็ว่าแปลกๆ ที่ตั้งแต่เปิดเทอมยังไม่เห็นแจ็คสันไปคณะศึกษาฯสักครั้ง เพราะแบบนี้นี่เอง”

“ฉันก็คิดอยู่ว่าแจ็คสันกับผู้ชายคนนั้นน่ะ ชื่ออะไรนะ ไม่สมกันสักนิด”

“ยองแจใช่มะ ฉันว่าเขาก็สวยน่ารักดี”

“ไม่ได้หมายถึงหน้าตา เงินย่ะเงิน เป็นแกจะเลือกใครระหว่างลูกสาวนักการเมืองกับนักศึกษาทุนจนๆ”

“เออเนอะ”

ความเป็นจริงค่อยๆ เปิดปากบาดแผลที่เพิ่งจะเริ่มสมานให้เจ็บปวดขึ้นอีกครั้ง ยองแจยืนนิ่ง ไม่รู้แล้วว่าคนเหล่านั้นคุยอะไรกันต่อ

หมั้น..แต่งงาน

นี่เองสินะ เหตุผลที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความใจดำของแจ็คสัน เพราะมีคนที่เหมาะสมคู่ควรกับตนอยู่แล้ว คนที่ทุกคนยอมรับไม่ใช่คนที่ควงแล้วน่าอับอายอย่างเขา

“อุ๊ย! ยองแจ!

ดูเหมือนคนที่กำลังคุยเรื่องของคนอื่นอย่างสนุกสนานจะหันมาเห็นยองแจเข้าจนได้ ร่างบางสะดุ้ง กระพริบตาแล้วมองคนที่อุทานชื่อตน

ผู้หญิงกลุ่มนั้นรีบพากันเดินไปที่อื่นเพื่อหลบยองแจโดยไม่มีคำขอโทษสักนิด แต่ยองแจไม่ได้ใส่ใจ เพียงยืนนิ่ง

ก็ดีแล้ว..ผู้ชายคนนั้นคงมีความสุขกับชีวิตที่ตนเองเลือก

อีกไม่กี่ปีผู้ชายคนนั้นก็จะมีลูกที่เขาเต็มใจอยากจะมีกับภรรยาที่คู่ควร

เมื่อคิดถึงตรงนี้ในใจก็เจ็บแปลบขึ้นมาอีกจนได้

ทั้งที่ลูกของเขาถูกผลักไสให้ไปตาย..แต่อีกไม่นานแจ็คสันจะมีครอบครัว มัน..เป็นความเจ็บที่ร้องไห้ไม่ออกจริงๆ

ยองแจเปลี่ยนใจจากซื้ออาหารกลางวันเป็นซื้อขนมปังและนมเพื่อไปหาที่เงียบๆ ทานคนเดียว

ตอนนี้เขาอยากร้องไห้ ต้องหาที่หลบสายตาคนได้โดยที่ไม่ปล่อยให้ลูกต้องทนหิวไปด้วย

ถึงพยายามบอกใจว่าเกลียดแจ็คสันแค่ไหน แต่จะให้หมดรักได้ภายในเวลาไม่กี่เดือนเขาก็ทำไม่ได้อยู่ดี..

 

 

 

 

 

“ผมรู้มาจากแจ็คสันว่าคุณอาจะให้เขาแต่งงานทันทีหลังเรียนจบหรือครับ”

มาร์คเอ่ยถามอาสาวในระหว่างมื้ออาหารค่ำ ลอเรนพยักหน้า

“ใช่จ้ะ แจ็คสันเป็นเด็กดีของอาเสมอล่ะ ให้ทำอะไรก็ทำหมด แล้วมาร์คล่ะ พี่บ่นๆ กับอาอยู่นะว่ามาร์คน่ะไม่ยอมไปเจอสาวๆ ที่ไหนบ้างเลย อย่ามัวแต่ทำงานอย่างเดียวสิจ๊ะ”

            “ผมยังอยากทุ่มเทให้งานก่อนน่ะครับ แต่งงานไว้ทีหลังก็ได้”

“ก็ดีเหมือนกันนะ ตอนนี้วางแผนจะทำอะไรต่อล่ะ หรือว่าจะรับช่วงจากพี่ลูอิสที่สาขาใหญ่”

โรเบิร์ตถามอย่างสนใจ มาร์คเป็นคนหนุ่มแบบที่เขาชอบและอยากให้แจ็คสันเป็นบ้าง แจ็คสันนั้นก็เก่งแต่ติดเที่ยวเล่นเสียมากเกินไป

“ก็พอจะมีแพลนไว้บ้างครับ สาขาใหญ่คงต้องให้เจ้แคทดูแล ผมอยากมาดูแลสาขาที่เกาหลีมากกว่า”

“หืม? สาขาที่นี่” อาเขยและอาหญิงต่างแปลกใจ ธุรกิจของพี่ชายไม่มีสาขาในเกาหลีเลยนี่นา

“ผมอยากมาเปิดบริษัทที่นี่บ้างน่ะครับ”

“โอ้..คิดการใหญ่ดีนี่นา เอาสิลองดู มาอยู่ใกล้ๆ กันก็ดีนะ” โรเบิร์ตยินดีมากที่หลานชายจะมาทำงานที่นี่

“แต่พี่จะยอมหรือมาร์ค” ลอเรนว่าอย่างไรพี่ชายก็คงไม่ยอมปล่อยลูกชายมาอยู่เกาหลีอีกแน่

“ผมจะตั้งใจทำงานที่โน่นและพิสูจน์ให้คุณพ่อเห็นให้ได้ครับว่าผมสามารถจะมาบริหารงานที่นี่ได้”

“มีความมุ่งมั่นดี ดีแล้ว ดีมาก” โรเบิร์ตชมเชย มาร์คเพียงยิ้มรับ

มาร์คอยากมาอยู่ที่เกาหลีอีกครั้งเพื่อตามหาแบมแบมให้เจอก็เท่านั้น แม้จะต้องรอคอยเวลานานแค่ไหน เขาก็จะต้องทำให้ได้

 

           

 

 

 

JJ เนี่ยนะ คลับชื่อเห่ยมาก”

แจ็คสันบ่นกับเพื่อนที่พามาเที่ยว เขานึกเบื่อๆ แต่ไม่รู้จะไปไหนเลยให้เพื่อนเป็นคนเลือก

“ตอนนี้ที่นี่ดังจะตาย หรูมากด้วย เพิ่งรีโนเวทปรับปรุงใหม่ขนานใหญ่ ไม่น่าเชื่อว่าแกจะไม่เคยมา”

“ขี้เกียจขับรถ อยู่คนละเขตกับที่เคยเที่ยวด้วย อีกอย่างฉันก็ชอบไปร้านประจำมากกว่า”

“อย่าติดอะไรจำเจซ้ำซากน่า”

แจ็คสันตวัดสายตามองเพื่อนนิ่งๆ แล้วเดินเข้าไปในร้านก่อน  

            “เป็นไง” เพื่อนเดินเข้ามากอดคอ แจ็คสันมองไปรอบๆ

“ก็..พอใช้ได้”

เพื่อนอมยิ้ม ถ้าแจ็คสันบอกว่าใช้ได้ก็คือดีมากในสายตาคนอื่นนั่นแหละ หมอนี่ช่างเลือกจะตายไป

ด้านล่างนักเที่ยวแน่นขนัด เพื่อนที่รู้นิสัยแจ็คสันดีว่าไม่ชอบอะไรวุ่นวายเลยขึ้นไปชั้นสองแทน

“หมู่นี้แกดูหงุดหงิดแปลกๆ นะ อุตส่าห์พามาที่ใหม่ๆ ก็ทำหน้าให้ดีหน่อย”

“เรื่องของฉัน” แจ็คสันไม่ค่อยสบอารมณ์จริงๆ คู่หมั้นก็ไม่ถูกใจอย่างที่คิดไว้  แต่เพื่อให้พ่อแม่ยอมให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการ แจ็คสันก็กำลังพยายามทำใจยอมรับโมนิก้าให้ได้อยู่

 

 

 

“ยองแจ นายขึ้นไปดูแลชั้นบนแล้วกัน ไหวไหมเนี่ย”

เพื่อนร่วมงานแตะไหล่บางเบาๆ ให้คนท้องมาอยู่ในที่อโคจรที่มีแต่อบายมุขก็ทรมานสุขภาพไม่น้อย

“ไม่เป็นไร”

“อย่าอยู่ข้างล่างเลย คนเยอะ นายขึ้นไปดูแลข้างบนแล้วกัน” พนักงานสาวบอกกับยองแจแล้วผละไปทำงานของตนต่อ ยองแจถอนใจ

“ทำอีกไม่นานนะยองแจ สู้ๆ” ยองแจบอกตัวเองเพื่อเพิ่มกำลังใจ

 

50%

 

โลกเรามันแคบ..ยองแจรู้ซึ้งเลย

สายตาสามคู่จับจ้องยองแจไม่วางตาตั้งแต่ยองแจเดินเข้ามาและวางเครื่องดื่มลงบนโต๊ะ

แม้ตกใจที่ต้องเจอหน้ากันแต่ยองแจเลือกเก็บงำความรู้สึกและทำเหมือนตนกับแจ็คสันไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

ทั้งสองฝ่ายต่างไร้คำพูด ยองแจกอดถาดเอาไว้ หวังว่าความจะไม่แตกออกไป..

“อย่าเพิ่งไป” น้ำเสียงราบเรียบรั้งเท้าที่กำลังก้าวให้หยุดลง

ยองแจหลับตาลง ข่มใจ ก่อนจะหันกลับมาหาคนเรียกแล้วถามตามมารยาท

“ต้องการรับอะไรเพิ่มหรือครับ”

น้ำเสียงที่ยองแจเลือกใช้ในเวลานี้แสดงถึงความห่างเหิน ยองแจคือผู้ให้บริการ และแจ็คสันคือลูกค้าของร้าน ก็เท่านั้น

“เปล่า ฉันต้องการให้นายนั่งดื่มด้วยกัน”

แจ็คสันต้องการพิสูจน์ในสิ่งที่ต้องการถามแต่ไม่อาจถามได้ตามตรง เรื่องที่เขาทำยองแจท้องและไม่รับผิดชอบนั้นไม่มีใครรู้เรื่องนี้นอกจากเราสองคน

ยองแจนิ่วหน้าน้อยๆ

“ผมเป็นแค่เด็กเสิร์ฟครับ ถ้าคุณต้องการคนนั่งดื่มเป็นเพื่อนผมจะไปตามมาให้ รอสักครู่นะครับ”

ยองแจหลีกเลี่ยงเอาตัวรอด เขาไม่ต้องการให้แอลกอฮอลล์เข้าสู่ร่างกายหรอกนะ

“ฉันสั่ง ถ้านายไม่นั่งลงแล้วดื่มกับฉัน ฉันจะบอกเจ้าของร้านให้ไล่นายออก แค่นั่งดื่มกับลูกค้าสักแก้วคงไม่เป็นไรมั้ง หรือว่ามีเหตุผลที่ทำให้ดื่มไม่ได้

แจ็คสันจ้องยองแจเขม็ง เอ่ยคำพูดที่ยองแจก็รู้ว่าหมายถึงอะไร ยองแจนึกโกรธจนอยากด่าออกมา

สารเลวจริงๆ ทำไมต้องบังคับเขาอีก เรื่องระหว่างเรามันจบแล้วก็แค่ทำเป็นไม่รู้จัก ไม่ต้องสนใจกันไม่ได้หรือไง

ยองแจไม่อยากดื่ม แต่ถ้าไม่ดื่ม แจ็คสันก็คงรู้ว่าที่เขาไม่กล้าเพราะยังเก็บลูกไว้ เขาไม่ต้องการให้แจ็คสันรู้ว่าลูกยังอยู่

“ไม่มีเหตุผลอะไรที่ดื่มไม่ได้หรอกครับ หน้าที่ผมคือพนักงานเสิร์ฟเท่านั้น แต่ถ้าคุณต้องการผมขอดื่มแค่แก้วเดียวนะครับ วันนี้พนักงานของเราลา งานยุ่งมาก ผมต้องลงไปช่วยข้างล่าง”

ยองแจหยิบแก้วแอลกอฮอลล์ที่พร่องมากที่สุดบนโต๊ะโดยไม่สนว่าของใครขึ้นดื่มแล้ววางอย่างแรง จ้องหน้าแจ็คสันด้วยสายตาเกลียดชังแต่สีหน้าเรียบเฉย

“คุณคงพอใจแล้ว ขอตัวนะครับ”

ยองแจรีบก้าวจากมาก่อนแจ็คสันจะรั้งไว้อีก แจ็คสันมองตามจนเพื่อนต้องสะกิด

“เลิกกันแล้วจะไปวุ่นวายกับเขาอีกทำไมวะ”

“เรื่องของฉัน”

คงทำแท้งไปแล้วสินะ ก็ถือว่าฉลาดดีชเวยองแจ

 

 

 

ยองแจวิ่งเข้าห้องน้ำพร้อมขวดน้ำและโทรศัพท์มือถือ มือบางลงล็อกห้องแล้วนั่งบนชักโครกที่ปิดฝา ดื่มน้ำจนหมดขวดแล้วหยิบโทรศัพท์มาโทรหาเพื่อน

“แบมแบมว่างไหม”

<ไม่ว่างหรอก แต่มีอะไรล่ะ เป็นอะไรหรือเปล่า>

ยองแจลืมไปว่าอาจจะรบกวนเวลาทำงานของเพื่อน แต่ยองแจต้องการหาคนคุยด้วย

ยองแจเล่าทุกอย่างให้แบมแบมฟังแล้วร้องไห้ออกมา

<มันเป็นเจ้ากรรมนายเวรของแกรึไงกันนะ> ปลายสายโกรธจัดยิ่งเรียกน้ำตายองแจ

“ฉันกลัวว่ามันจะเป็นอันตรายกับลูกน่ะแบม ฮึก ฉันทำอะไรลงไปก็ไม่รู้ ฉันคงบ้าไปแล้วแน่ๆ ฮือ แค่ไม่อยากให้เขารู้แต่ฉันทำกับลูกแบบนั้นน่ะแบม”

<ใจเย็นๆ นะเว้ย ไม่เป็นไรอย่าเพิ่งเครียด ตอนไปหาหมอเราไปถามเรื่องนี้กันนะ>

“อื้อ”

<หยุดร้องไห้ก่อน แกไหวหรือเปล่า ไปขอพี่แจบอมกลับบ้านก่อนดีไหม>

“ไม่ล่ะฉันไหว ฉันไม่อยากเอาเปรียบคนอื่น”

<แกไม่สบายใจอยู่นะ สุขภาพจิตของแม่ก็สำคัญกับลูกนะยองแจ>

“ฉันกังวลมากเลยแบม ฉันคงรอให้ถึงวันนัดไม่ไหวแน่เลย”

<พรุ่งนี้ไปหาหมอก่อนนัดแล้วกัน ฉันจะไปเป็นเพื่อนเอง แค่นี้ก่อนนะ ฉันขอตัวจากลูกค้ามานานแล้วอ่ะ เดี๋ยวไปคุยต่อที่บ้าน>

“อื้อ”

ยองแจเก็บโทรศัพท์แล้วซบหน้ากับสองมือด้วยความเครียด

พอแล้วได้ไหมอย่าเจอกันอีกเลย

 

 

 

 

 

“แบมแบมไม่ต้องไปก็ได้นะ น่าจะนอนต่อ”

ยองแจเอ่ยกับคนที่กำลังใส่นาฬิกาพร้อมหาวหวอด เกรงใจ

เมื่อคืนพอกลับจากทำงานแบมแบมก็มานั่งคุยด้วย กว่าจะได้นอนก็เกือบเช้าแล้ว นอนได้นิดเดียวต้องตื่นไปหาหมอเป็นเพื่อนเขาอีก

ยองแจตั้งใจว่าจะไม่ปลุกแต่แบมแบมดันตั้งนาฬิกาปลุกน่ะสิ

“ไม่เป็นไร นานๆ ที ฉันก็ออกนอกบ้านตอนกลางวันออกบ่อยไป”

แบมแบมโบกมือไปมาเป็นเชิงไม่ซีเรียส เวลาโรงเรียนลูกมีงานเขาก็ต้องไป บางทีต้องทำธุระสำคัญตอนกลางวัน ยังไงมันก็ต้องอดนอนอยู่ดี

“นี่ ไหนๆ ฉันก็ไปด้วยแล้ว ขอหมออัลตร้าซาวด์เลยนะ โอเคนะ ดีล”

“หา..” อะไรล่ะนั่น พูดเองเออเอง ยองแจยังไม่ทันได้อ้าปากตอบเลย แบมแบมนี่ล่ะก็

 

 

 

 

 

“น้องแข็งแรงดีครับ พัฒนาการก็ปกติ เรื่องที่คุณแม่กังวลอย่าเก็บมาคิดมากนะครับ มันผ่านไปแล้ว ต่อจากนี้ก็ระวังตัวให้มากขึ้นและบำรุงน้องให้ดีแทนนะครับ”

คุณหมอเอ่ยยิ้มๆ ให้คุณแม่ยังหนุ่มสบายใจ ยองแจถอนหายใจอย่างโล่งอก แบมแบมตบบ่าเพื่อนเบาๆ

“อ่า อยากดูน้องอ่ะครับหมอ ขออัลตร้าซาวด์วันนี้เลยได้ไหมครับ” แบมแบมรีบชิงพูดก่อนยองแจจะตัดบทชิงขอบคุณหมอแล้วจบการตรวจแต่เพียงเท่านี้

อีกสองวันก็ครบห้าเดือนแล้วนี่นา

“ได้ครับ คุณแม่ไปนอนบนเตียงเลยนะครับ” คุณหมอลุกขึ้นยืน ผายมือเชิญ พยาบาลเตรียมอุปกรณ์

“แต่ว่า..” ยองแจขืนตัวไม่อยากอัลตร้าซาวด์แต่โดนแบมแบมดันให้ไปนอนบนเตียง

“คุณพ่อดูตื่นเต้นกว่าคุณแม่อีกนะคะ”

พยาบาลกล่าวเย้าแบมแบม ร่างบางหัวเราะขำกับความเข้าใจผิดนั้นแล้ววินาทีต่อมาก็ร้องโอ๊ยเมื่อโดนยองแจหยิกแขน

“ไม่ใช่พ่อเด็กครับ นี่เพื่อนผมเอง เขาเองก็เป็นแม่ลูกหนึ่งเหมือนกัน”

“อุ้ย ขอโทษค่ะ”

“อะไรอ่ะแก นานๆ ทีก็ให้ฉันถูกเข้าใจผิดในแง่ว่าฉันหล่อพอจะเป็นพ่อคนได้หน่อยเถอะ”

“ฉันแน่ใจว่าที่บ้านมีกระจกเยอะมากนะแบมแบม”

คุณพยาบาลกลั้นหัวเราะ  คุณหมอเพียงกลั้นยิ้มจนเจ็บแก้ม

“อ่า เรามาดูหนูน้อยกันดีกว่าครับว่าแกเป็นยังไงบ้าง อยากรู้เพศใช่ไหมครับ”

“อยากครับ”

“ไม่อยากครับ”

แบมแบมเท้าเอวหันไปมองจิกเพื่อน ยองแจถอนหายใจเฮือก

“เราตกลงกันแล้วนี่”

“ใครตกลงกับแก หมอดูเลยครับผมอยากรู้ว่าหลานเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ถ้าคนแถวนี้ไม่อยากรู้ก็ให้เขาอุดหูไปละกัน”

“ตกลงดูนะครับ”

“ไม่ครับ”

“ดูครับ”

ยองแจและแบมแบมจ้องตากัน แบมแบมไม่ยอมแพ้

“ฉันจะดู” แบมแบมขอสำลีจากพยาบาลมาอุดหูยองแจโดยที่ยองแจไม่ยินยอมสักนิด

คุณหมอกลัวว่าคุณแม่และเพื่อนจะเถียงกันอีกก็หันไปสนใจเด็กน้อยในจอ

“ว้าว วันนี้โชคดีมากครับ เห็นชัดเชียว”

“จริงเหรอครับหมอ ว่าไงครับ ชายหรือหญิง”

แบมแบมถามอย่างตื่นเต้น จ้องหลานตัวน้อยในจอตาไม่กระพริบ ภาพเด็กน้อยสี่มิติที่ทำให้เห็นเค้าโครงชัดเจน ส่วนยองแจที่นอนมองจอเช่นกันก็อดตื่นเต้นไปด้วยไม่ได้ ลึก ก็อยากรู้ล่ะว่าจะได้ลูกสาวหรือลูกชายกันแน่

“ผู้หญิงครับ”

“เยส!” แบมแบมกำมือไชโยโห่ร้องราวกับเป็นลูกตัวเอง ปลื้มเหลือเกิน

“อย่าโอเวอร์แอคติ้งนักเลยน่า” สำลีบางๆ หรือจะกั้นเสียงได้หมด ยองแจได้ยินแล้วว่าลูกเป็นลูกสาว

ถึงจะหมั่นไส้เพื่อนแต่ยองแจก็รู้สึกตื่นเต้นยินดีเช่นกัน

“เรื่องของฉัน”

“รู้แล้วอย่าเพิ่งซื้อของนะ”

“ทำไมล่ะ เตรียมไว้จะได้ไม่วุ่นวายตอนแกคลอดนะ”

“ทยอยซื้อของจำเป็นไว้ก่อนก็ดีนะครับ หรือถ้าไม่อยากซื้อตอนนี้ก็ซื้อช่วงเจ็ดแปดเดือนก็ได้ เราไม่รู้หรอกนะครับว่าน้องจะคลอดตรงกำหนดที่ 40 สัปดาห์เลยหรือเปล่า บางทีอาจจะเร็วหรือช้ากว่านั้น บางคนคลอดตอนแปดเดือน บางคนอุ้มท้องไปถึงสิบเดือนก็มีครับ”

“ใช่แล้ว คุณหมอพูดดีมากครับ”

แหม เข้ากับหมอดีเชียวนะแบมแบม

พอมาคิดดูแล้ว ยองแจคงต้องเริ่มทยอยซื้อของสำหรับลูกไว้บ้างแล้วล่ะ

 

 

 

“วันนี้ต้องเข้ามอไหม”

“เปล่า”

“งั้นไปซื้อของสำหรับยัยหนูกัน”

“ต้องไปวันนี้เลยเหรอ”

“ฉันตื่นเต้น ไม่ได้ซื้อของใช้เด็กอ่อนมาตั้งนานแล้ว และตอนไม้เกิดฉันไม่มีเงิน เลยไม่ค่อยได้ซื้อของให้ลูกหรอก ส่วนมากของใช้เด็ก เสื้อผ้า หรือของเล่นก็ได้มาจากคนรู้จักของพี่จินยองน่ะ เขายกให้ไม้”

แบมแบมดูตื่นเต้นมากจริงๆ ยองแจชะงักไปนิด

แม้แบมแบมจะไม่รู้สึกอะไรแล้ว แต่ยองแจคิดว่าตอนท้องแบมแบมคงลำบากมามากเลยนะ ไม่มีเงินกระทั่งซื้อของให้ลูก

“อื้อ ตามใจ แต่อย่าซื้อเยอะนะ”

“โอเค”

ยองแจเห็นแบมแบมเอ็นดูยัยหนูอย่างนี้แล้วเขาก็สบายใจ

 

 

 

 

 

ถึงยองแจจะยอมมาเดินซื้อของเด็กทารกกับแบมแบม แต่เวลาแบมแบมจะหยิบจะจับอะไรก็เอาแต่ปรามตลอดเลย ทั้งสองเลยเถียงกันอยู่ในร้านขายของอยู่นานจนในที่สุดแบมแบมก็ยอมแพ้ ไม่ซื้ออะไรที่ยองแจห้าม

เอาไว้วันหลังแบมแบมมาเดินซื้อคนเดียวก็ได้ เชอะ

“เสื้อสวยแฮะ เข้าไปดูกัน” แบมแบมลากยองแจเข้าไปในร้านขายเสื้อผ้าเด็ก

ในเมื่อซื้อให้ลูกคนอื่นไม่ได้ก็ซื้อให้ลูกตัวเองนี่ล่ะ

“เชื่อไหมว่าพอไม้กลับมาบ้านเห็นฉันช็อปเสื้อผ้าไปให้ไม้ต้องบ่นฉัน”

แบมแบมคุยกับยองแจพลางเลือกเสื้อเด็กผู้ชาย เห็นแบมแบมเลือกเสื้อผ้าให้ลูกท่าทางมีความสุขยองแจก็โล่งใจที่แบมแบมเบนเป้าหมายไปหามาร์ตินแล้ว

“ทำไมล่ะ”

“ไม้ชอบบ่นว่ามันเปลือง ก็แหม มีลูกกับเขาแค่คนเดียวไม่ให้ซื้อให้ลูกจะให้ฉันซื้อไปให้ใคร ใช่ไหมล่ะ”

แบมแบมอยากให้ลูกแต่งตัวหล่อๆ ไปโรงเรียนนี่นา แบมแบมไม่อยากให้ลูกอายใคร จะว่าเขากำลังชดเชยให้ตัวเองในวัยเด็กโดยมีลูกเป็นตัวแทนก็ได้มั้ง

แบมแบมยินดีที่จะหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกเสมอ ที่ยอมทำงานหนักเก็บเงินเก็บทองก็เพื่อไม้ล้วนๆ และไม่ว่าอย่างไรไม้ก็ต้องมีต้นทุนชีวิตที่ดีกว่าแม่ด้วย แม่นี่ล่ะจะสร้างต้นทุนพวกนั้นไว้ให้เอง

“อืม ก็จริง” ยองแจสังเกตอยู่นะว่าแบมแบมเป็นคนที่มีเซ้นส์ด้านแฟชั่นดีทีเดียว ขนาดชุดลำลองใส่อยู่บ้านของไม้ยังน่ารักมากๆ เลย ชุดใส่ไปเรียนเลยน่ารักกว่าเดิมอีกเท่าตัว

“หิวหรือยัง ซื้อเสื้อเสร็จเราไปหาอะไรกินกัน” แบมแบมถามเพื่อนพลางส่งเสื้อที่ต้องการให้พนักงานแล้วเลือกกางเกงยีนให้ลูกชายต่อ

“อะไรก็ได้”

“ไอ้อะไรก็ได้นี่มันอร่อยไหมอ่ะ”

“โธ่ อย่ามาถามฉันเรื่องนี้เลยน่า” ยองแจอ่อนใจ

ปัญหาเรื่องอาหารการกินนี่ปัญหาระดับชาติ ข้าวที่บ้านยองแจก็ไม่ได้คิดเมนูหรอก สองแม่ลูกเขาอยากจะกินอะไรก็ต้องบอกยองแจ ไม่งั้นยองแจก็ไม่รู้จะทำอะไรให้กินเหมือนกัน

แบมแบมหัวเราะน้อยๆ แม้จะง่วงแต่พอได้ซื้อของและยังได้แหย่ยองแจก็อารมณ์ดีหายง่วงเลย

 

 

 

 

“ครับๆ ผมมาถึงแล้ว” แจ็คสันคุยโทรศัพท์กับมารดาขณะเร่งฝีเท้าไปยังร้านเสื้อไฮเอนด์ที่คู่หมั้นสิงสถิตอยู่

ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หญิงชอบช็อปปิ้งเป็นงานอดิเรก น่าเบื่อ น่ารำคาญที่สุด

แจ็คสันเกือบจะเดินเลยร้านรองเท้าที่โมนิก้ากำลังนั่งลองรองเท้าอยู่ ไหนบอกว่าอยู่ร้านเสื้อ ดีนะที่ตาไว

ชายหนุ่มวางสายจากแม่แล้วเปิดประตูร้านเข้าไป ส่งเสียงเรียกคู่หมั้น

“อ่าว มาไวจังคะ ฉันยังซื้อรองเท้าไม่เสร็จเลย”

โมนิก้าเงยหน้าขึ้นมองหนุ่มหล่อนิดหนึ่งแล้วกลับไปสนใจรองเท้าต่อ แจ็คสันมองพนักงานที่ช่วยสวมรองเท้าให้คุณหนูแล้วอดกลอกตาอย่างระอาไม่ได้

แต่งงานกันไปวันๆ โมนิก้าคงไม่ทำอะไร นอกจากทำงานก็คงผลาญเงินไปกับข้าวของพวกนี้

“ผมหิวข้าว ตอนบ่ายมีธุระต้องไปทำที่มหาลัยอีก”

“ไปทำธุระหรือไปหาดาวคณะสังคมฯคะ” โมนิก้าเอ่ยโดยไม่หันมามองแจ็คสัน ชายหนุ่มมุ่นคิ้ว ไม่พอใจ

“คุณรู้ได้ยังไง อย่าบอกว่าคุณให้คนคอยสืบเรื่องของผมน่ะ?”

“แน่นอนสิคะ อีกไม่นานเราต้องแต่งงานกัน ฉันจะรู้เรื่องของว่าที่สามีบ้างจะเป็นไรไป หรือว่าคุณไม่พอใจ”

“ใช่ ผมไม่พอใจ”

“นั่นเป็นเรื่องของคุณค่ะ คุณจะสืบการใช้ชีวิตของฉันบ้างฉันก็ไม่ว่านะคะ”

“ผมไม่ว่างขนาดนั้น และไม่ได้อยากรู้ชีวิตคุณด้วย จะทำอะไรก็เรื่องของคุณ”

โมนิก้าหน้าชา เงยหน้ามองว่าที่สามีอย่างไม่พอใจบ้าง แจ็คสันยิ้มมุมปาก สะใจที่เห็นคู่หมั้นโมโหตน

“อยากรู้เรื่องอะไรของผมก็สืบเอาเอง ผมไม่มานั่งเล่าทุกอย่างให้คุณฟังหรอก แต่คุณรับรู้ได้อย่างเดียวห้ามก้าวก่าย เอาที่ผู้หญิงคนนี้ลองทุกคู่เลย จัดการให้เร็วด้วย”

แจ็คสันชี้นิ้วไปที่รองเท้ามากมายทั้งที่อยู่ในมือพนักงานและที่วางเรียงรายบนพื้นแล้วยื่นการ์ดให้พนักงานเอาไปชำระเงิน  พนักงานสาวรีบนำรองเท้าไปใส่กล่องก่อนที่คนจ่ายเงินจะเปลี่ยนใจ

 

 

 

 

“โอ้ยแบมแบม เลือกสักร้านเถอะ ฉันเมื่อยแล้วนะ” ยองแจที่เดินตามร่างบางเริ่มบ่น เกาะบ่าแบมแบมไว้เป็นที่พยุงตัว

เขาเดินมาทั้งคืนแล้วยังจะต้องมาเดินห้างสรรพสินค้าอีก ปวดขาไปหมดแล้ว

“อาหารญี่ปุ่นไหม”

ยองแจพยักหน้ารับ กินอะไรก็ได้ คนที่หิ้วถุงช็อปปิ้งมากมายเต็มสองมือยื่นแขนให้ยองแจเกาะ

 

 

 

 

อย่าเรียกว่าโลกแคบเลย เรียกว่านรกชังน้ำหน้ายองแจจะดีกว่า

เพิ่งวอนขอพระเจ้าไปเมื่อคืน มาวันนี้ก็ยังได้เจอกันอีก

“คุณเลิกทำเรื่องน่าอายสักทีได้ไหม พฤติกรรมเหวี่ยงใส่บริกรเนี่ยจะไปทำตอนอยู่กับญาติหรือเพื่อนคุณก็ทำไป แต่อย่ามาทำตอนอยู่กับผม มันขายขี้หน้าคนเขา!

ยองแจยืนอึ้ง กอดแขนแบมแบมมองคนที่ตวาดเสียงดังใส่หญิงสาวหน้าตาสะสวยที่บัดนี้ใบหน้าบูดบึ้ง

“คุณกล้าดียังไงมาขึ้นเสียงใส่ฉัน ฉันจะฟ้องคุณอา!” โมนิก้าแผดเสียงใส่แจ็คสัน ขู่เขาว่าจะฟ้องลอเรน หวัง

“เชิญ เราแยกกันตรงนี้ คุณก็กลับบ้านเองแล้วกัน”

“ดะ..เดี๋ยวสิ!” โมนิก้าเห็นว่าแจ็คสันเอาจริงก็หยุดวีนแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งทั้งส้นสูงตามเขาออกจากร้านอาหาร

“อ๊ะ” หญิงสาวเกือบชนแผ่นหลังกว้างเมื่อจู่ๆ แจ็คสันก็หยุดเดิน

“ทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย”

แจ็คสันไม่ตอบโมนิก้าแต่มองยองแจแล้วไล่ไปที่มือขาวซึ่งกอดแขนเรียวของชายหนุ่มหน้าหวานผิวสีน้ำผึ้ง

“ใคร?”  แจ็คสันถามยองแจเพราะยั้งปากไม่ทัน

แบมแบมเลิกคิ้ว มองหน้าหล่อๆ นั่นแล้วหันมามองเพื่อน

“หมอนี่ใคร?”

“แค่เพื่อนร่วมมหาลัยน่ะ ไม่สนิทอะไร ไปร้านอื่นกันเถอะ” ยองแจจะดึงแขนแบมแบมเดินไปทางอื่นแต่แบมแบมขืนตัวไว้

“ตกลงจะกินร้านนี้ไม่ใช่เหรอ”

“ออกไปกินข้างนอกก็ได้”

“นี่ใคร” แจ็คสันไม่พอใจเมื่อยองแจไม่ตอบคำถามตน ยองแจหน้านิ่ว ไม่พอใจเช่นกัน

“มันเรื่องอะไรที่ฉันต้องบอกนาย”

“คงไม่ใช่แฟนใหม่นายหรอกมั้ง ไม่เห็นจะเหมาะกัน”

“เขาจะเป็นอะไรกับฉันแล้วเกี่ยวอะไรกับนาย เกะกะขวางทาง ถอยไป!

ยองแจเปลี่ยนใจ ผลักไหล่กว้างอย่างแรงจนแจ็คสันเซ ลากมือแบมแบมให้เดินตามเข้าร้านอาหาร แบมแบมเดินตามเพื่อนไปอย่างงุนงง

“ผู้ชายคนนั้นใครคะ ใช่แฟนเก่าคุณหรือเปล่า” โมนิก้าคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นรูปยองแจมาก่อน

“ไม่ใช่!

“เหรอ แต่ผู้ชายคนนั้นกับหนุ่มที่มาด้วยก็สวยสมกันดี” โมนิก้าเอ่ยแล้วสังเกตท่าทีของแจ็คสัน

“เลิกพูดแบบนั้นเถอะ คลื่นไส้”

เหมาะเหรอ  ไม่เห็นจะเหมาะ ผู้ชายที่มากับยองแจหน้าตารูปร่างดีก็จริง และก็เป็นคนอีกแบบที่เขาชอบด้วย แต่รู้สึกคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

แค่มากับยองแจเขาก็รู้สึกไม่ถูกชะตาแล้ว

หึ ทำท่าทางเสียอกเสียใจนักหนา แต่ก็หาคนใหม่ได้เร็วดีนะชเวยองแจ

 

 

 

 

“นี่ยองแจ” แบมแบมเอ่ยเสียงเบา หลังจากเก็บความสงสัยมาสักพักก็เอ่ยถามคนที่เอาแต่กินไม่พูดไม่จา เหมือนกินดับโมโห

ก็..โอเคนะที่กินได้ ยัยหนูในท้องจะได้กินอิ่มไปด้วย

“อะไรเหรอ”

“ไอ้หน้าหล่อนั่นพ่อยัยหนูป้ะ” แบมแบมเซ้นส์แรงมากนะบอกเลย

“อือ”

แบมแบมตาโตที่เพื่อนยอมรับตามตรงได้หน้าตาเฉย

“หล่อดีนะ แต่นิสัยไม่ไปทางเดียวกับหน้าตาเลย”

“คนใจทรามมันไม่ได้วัดกันที่หน้าตานี่นา”

หูย..แรงมาก แต่แบมแบมชอบแฮะ

“ฉันมาคิดๆ ดูแล้ว การเป็นซิงเกิ้ลมัมแบบแบมก็ดีนะ ดีกว่ามีพ่อใจหยาบแบบนั้น เห็นตอนที่เขาตวาดใส่คู่หมั้นตัวเองไหม ฉันรู้สึกเหมือนรอดพ้นจากขุมนรกและผู้หญิงคนนั้นจะเป็นเหยื่ออารมณ์คนต่อไป”

อ่าแบมแบมแปลกใจนิดๆ ยองแจแสนสุภาพของเขาเปลี่ยนไปชั่วข้ามคืน อารมณ์คนเป็นแม่มั้งเนาะ เปลี่ยนเร็วจนตามไม่ทันแล้วครับ

“ผู้หญิงคนนั้นก็ใช่ย่อยนะ สมกันดีออก แต่งกันไปจะอยู่กันได้ครบปีหรือเปล่า คงตีกันบ้านแตกแทบทุกวันเลยมั้ง”

คุณหนูนิสัยดีนั้นมีมาก แต่คุณหนูขี้วีนก็มีเกลื่อนเหมือนกัน และคนที่มากับแฟนเก่ายองแจก็เป็นประเภทหลังชัวร์ๆ

“สิ่งที่น่าจะยึดความสัมพันธ์ไว้ได้คงเป็นเงินกับผลประโยชน์นั่นแหละ ถ้าบ้านฝ่ายหญิงหมดอำนาจเมื่อไรคงโดนเขาทิ้งเหมือนกัน”

ยองแจถอนหายใจ สงสารผู้หญิงที่จะแต่งงานกับแจ็คสันนิดๆ ใครรองรับอารมณ์แจ็คสันได้นี่เก่งมากนะ แต่เขาคงโง่มากกว่าเก่งน่ะถึงทนมาได้ตั้งนาน

“ดีแล้วที่แกหมดเวรหมดกรรมกับผู้ชายแบบนั้นมาได้” แบมแบมยิ้มเจื่อน ไม่กล้าพูดต่อในสิ่งที่คิด

คือแบมแบมคิดว่าผู้ชายคนนั้นอาจจะยังเหลือเยื่อใยในตัวยองแจอยู่นะ จากสายตาและคำพูดตรงหน้าร้าน แต่ที่สลัดยองแจทิ้งเร็วน่าจะมาจากเรื่องที่ยองแจท้อง ถ้าไม่ท้องยองแจต้องได้อยู่ในสถานะเมียเก็บหมอนั่นต่อไปเรื่อยๆ แน่นอน เพราะถึงแต่งงานแล้วก็คงไม่ทิ้งยองแจไปไหนหรอก ผู้ชายเลวๆ แบบนั้นมีเมียทีละสองคนก็ไม่รู้สึกผิดบาปอะไรหรอกมั้ง

 

 

 

 

“ไม้ของป่ะปี๊ คิดถึงจังเลยลูก”

จินยองหวีดร้องแล้วโผเข้ากอดเด็กชาย หอมซ้ายหอมขวา พ่อหนุ่มน้อยก็ยื่นแก้มให้หอมอย่างเต็มใจ

“แก้มมันช้ำหมดละพี่ ขอเข้าบ้านก่อนซิ หนัก” แบมแบมยื่นข้าวของมากมายที่พี่จินยองฝากซื้อส่งให้เจ้าของบ้านที่เดินตามเมียออกมาหน้าประตู

“เข้ามาๆ แกก็หลบซิไอ้แบม ยืนขวางทางยองแจอยู่ได้”

“เอ๊า” แบมแบมงงเบาๆ ที่โดนดุ หลบให้ยองแจที่ตามมาด้วยเข้าบ้านเจ้านายไปก่อน

ยองแจโค้งทักทายเจ้าของบ้านทั้งสองก่อนจะก้าวเข้าไปในเพ้นท์เฮ้าส์หรูสองชั้นที่มีพื้นที่กว้างขวาง

“ทำไมมาช้าจังเลย ไปไหนกันมา” จินยองนั่งบนโซฟาแล้วรั้งไม้มานั่งตัก แบมแบมนั่งที่โซฟาเดี่ยว เหยียดแขนขาตามสบายเหมือนบ้านตัวเอง

“ไปซื้อคาร์ซีทมาอ่ะพี่”

“ติดในรถแล้วเหรอ”

“อื้อ”

“ดีๆ”

แบมแบมเห่อหลานมาก ติดคาร์ซีทตั้งแต่เพื่อนท้องตอนแปดเดือนนี่ล่ะ เขากลัวยองแจจะคลอดก่อนกำหนดอะไรแบบนี้เลยติดตั้งคาร์ซีทในรถแล้วเรียบร้อย จะได้รับเจ้าตัวเล็กออกจากโรงพยาบาลได้สะดวก

ยองแจนั่งที่โซฟาตัวเดียวกับพี่จินยอง รับน้ำผลไม้จากนายจ้างของตนที่ทำหน้าที่พ่อบ้านต้อนรับน้องๆ และหลาน เอาขนมนมเนยและน้ำผลไม้มาให้กิน

ตั้งแต่จินยองได้เจอยองแจตอนท้องหกเดือน ตำแหน่งน้องรักก็โยกย้ายจากแบมแบมเปลี่ยนมาเป็นยองแจเรียบร้อย และจินยองก็ตามยองแจมากินข้าวที่บ้านบ่อยมากด้วย อยากคุยอยากสัมผัสยัยหนูน้อยในท้องยองแจตามประสาคนไม่มีลูก

ตอนนี้งานหลักของยองแจคือเรียนและไปไหนมาไหนเป็นเพื่อนจินยองนี่ล่ะ เพราะจินยองให้ยองแจหยุดทำงานที่ร้านสามีตั้งแต่เดือนนี้ไปจนกว่าจะคลอด แม้จะถูกคัดค้านจากยองแจ แต่แจบอมก็ต้องทำตามที่เมียสั่งอยู่ดี

แบมแบมหาวหวอดเพราะความง่วงงุน มองจินยองที่ดูจะสนใจหนูน้อยในท้องยองแจและลูกชายตนจนไม่สนใจอะไรเลย

“เมื่อไหร่จะมีลูกสักทีอ่ะ” แบมแบมเงยหน้าถามแจบอมซึ่งมานั่งตรงที่วางแขนโซฟาตัวที่ตนนั่ง

“อย่าถามดังเดี๋ยวจินยองได้ยิน”

“กูได้ยินแล้วครับ” จินยองส่งเสียงมาแล้วตวัดสายตาชิ้งมาทางแบมแบมและแจบอม

“หูผีจริงๆ” แบมแบมหัวเราะเบาๆ

ยองแจมองจินยองที่ยังกอดไม้ไว้แน่นแต่ยังเอื้อมมือมาวางบนท้องเขาอย่างมีความสุขแล้วเห็นใจปนสงสาร

คนที่อยากมีลูกใจจะขาด ร่ำรวยจนสามารถเลี้ยงลูกได้สิบคนสบายๆ กลับไม่สมหวัง รอแล้วรอเล่า ทำทุกวิถีทางทั้งสายวิทยาศาสตร์และไสยศาสตร์ก็ไม่มีใครมาเกิด แต่แบมแบมสิ ไปทะเลกับแฟนแค่สามวันท้องเฉยเลย ส่วนเขาหนักกว่า แค่ไม่กินยาคุมครั้งเดียวชีวิตเปลี่ยน

สงสัยที่เคยมีใครสักคนบอกยองแจมาว่าคนเรามีกรรมติดตัวก่อนมาเกิดนี่คงเป็นไปได้ ชอบจังมาเกิดในท้องแม่ที่ไม่พร้อมน่ะ ชอบลำบากลำบนไปพร้อมแม่สินะ

“ถ้าว่างมากก็ช่วยยองแจมันเลี้ยงยัยหนูสิพี่ รอบนี้พี่อาจจะมีก็ได้นะ” แบมแบมเสนองานพี่เลี้ยงเด็กให้จินยอง

คราวเขาท้องไม้นะ พี่จินยองคิดว่าถ้าเลี้ยงลูกคนอื่นจะทำให้มีลูกตัวเองเร็วๆ ก็เลยพยายามหาเวลาว่างมาช่วยเลี้ยงไม้ แต่ตอนนั้นงานแกก็หนัก เพิ่งเริ่มต้นสร้างเนื้อสร้างตัว แกเลยไม่มีเวลาจะช่วยเลี้ยงมากนัก

“ก็คิดอยู่นะ”

“จะดีเหรอครับ” ยองแจเกรงใจจังเลย

“ดีสิ พอหางานทำได้ยองแจก็เอาลูกมาให้พี่เลี้ยงตอนกลางวัน พอเลิกงานก็เอากลับไปบ้านไง”

“เด็กทารกเพิ่งเกิดจะให้เทียวไปมาสองบ้านเหรอจินยอง” แจบอมว่ามันไม่ค่อยดีกับเด็กหรือเปล่า

“งั้นฉันจะไปเลี้ยงให้ที่คอนโดไอ้แบมก็แล้วกัน”

“ตามใจ”

แจบอมตามใจจินยองทุกอย่างแหละ รู้สึกผิดที่ทำลูกให้จินยองเลี้ยงไม่ได้สักที เราพยายามกันมาสิบปีจนเริ่มทำใจและเลิกหวังแล้วล่ะ

“นี่คิดชื่อยัยหนูได้หรือยังล่ะ”

“ยังไม่ได้คิดเลยครับ”

“เริ่มคิดได้แล้วนะ”

“คิดไม่ออกน่ะครับ ไม่รู้จะตั้งอะไรดี” 

ยองแจยิ้มเจื่อนๆ การตั้งชื่อลูกเป็นเรื่องยากมากสำหรับยองแจ ตอนแรกเขาก็เห่อและตื่นเต้นมาก เสิร์ชหาชื่อเพราะๆ ความหมายดีในอินเทอร์เน็ตตั้งเยอะแยะ แต่กลับเลือกที่ถูกใจไม่ได้สักชื่อ

“รู้ไหมพี่ว่ายองแจมันคิดจะตั้งชื่อลูกว่าอะไร”

“ตั้งว่าอะไรล่ะ”

“แจยอง”

พอแบมแบมบอกสามีภรรยาอิมก็มองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมา

“คิดหน่อยก็ดีมั้ยยองแจ” แจบอมอ่อนใจ

“งั้นพี่ช่วยคิดเอาไหมล่ะ” จินยองเสนอตัว ยองแจพยักหน้ารับ

“เอาสิครับ พี่ช่วยตั้งให้หน่อย”

“เอาชื่อที่พี่คิดจะตั้งให้ลูกไหม” พอยองแจยอมให้ตั้ง จินยองก็ดูตื่นเต้นยินดีมากๆ เลยทีเดียว

ไม่มีลูกก็ตั้งให้หลานก็ได้

“พี่คิดชื่ออะไรไว้เหรอครับ”

“พี่คิดไว้ว่าถ้ามีลูกผู้หญิงจะให้ชื่อเจสซี่ เด็กผู้ชายก็จัสตินน่ะ”

“ชื่อจากนักร้องที่ชอบล้วนๆ” แจบอมเสริมขึ้น จินยองหันไปมองค้อนใส่สามี ยองแจอมยิ้มขำ

“น้องเจสซี่..น่ารักดีนะครับ แต่เราต้องมีชื่อเกาหลีด้วยนะครับ”

“ชื่อเกาหลีคุณตั้งให้หลานละกัน” จินยองโยนไปให้สามี

“ทักษะการตั้งชื่อผมมันต่ำมากนะที่รัก” แจบอมปฏิเสธ ถ้าเขาตั้งชื่อให้โตไปเจสซี่ต้องร้องไห้แน่ๆ

“ชื่อเกาหลีถ้าแกไม่รู้จะตั้งว่าอะไรก็ใช้เจสซี่ไปก็ได้นี่” แบมแบมว่าเจสซี่ก็น่ารักดีนั่นแหละ ลูกครึ่งจะชื่อฝรั่งไม่เห็นแปลก ลูกเขายังชื่อมาร์ตินเลย

“อื้อ” ยองแจคิดไม่ออกเหมือนกัน ใช้ชื่อที่พี่จินยองบอกนี่ล่ะดีสุด

“เจสซี่..หนูชอบชื่อนี้ไหมลูก” ยองแจก้มคุยกับยัยหนู วางมือบนท้อง

“โอ๊ะ ชอบเหรอ” คุณแม่หัวเราะน้อยๆ เมื่อลูกตอบกลับมาเบาๆ พอดี ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือเปล่า

“เจสซี่ดิ้นเหรอ” จินยองถามอย่างตื่นเต้น ยองแจพยักหน้าแล้วจับมือจินยองมาวางบนท้อง

“น่ารักจัง น่าเอ็นดูที่สุดอ่ะ” จินยองปลื้มใจที่ยัยหนูมีปฏิกิริยาตอบกลับมา   

ยองแจมีความสุขมากเลยที่ใครๆ ก็เอ็นดูเจสซี่ของเขา ทุกคนต่างให้ความรักกับแกอย่างมากมายทั้งที่ยังไม่คลอดเลยด้วยซ้ำ

เมื่อเขาเรียนจบแล้ว พอคลอดเจสซี่คงต้องรีบหางานประจำทำให้ได้เร็วที่สุด เขาจะมามัวรอรับความช่วยเหลือจากทุกคนไปตลอดไม่ได้ แค่นี้เขาก็เกรงใจแบมแบม จินยองและพี่แจบอมมากแล้ว

 

 

 

 

“อะไรนะ แกจะขอเวลาพักผ่อนก่อนเริ่มงานตั้งครึ่งปีเชียวเหรอแจ็คสัน”

โรเบิร์ตไม่พอใจเมื่อลูกชายขอยืดเวลาเข้าไปช่วยงานที่บริษัท

“ทำไมล่ะครับคุณพ่อ เพื่อนผมก็ไม่เห็นมีใครเริ่มทำงานทันทีที่เรียนจบสักหน่อย พอทำงานแล้วผมก็ต้องทุ่มเทให้กับงานอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้ใครมาว่าได้ว่าผมอาศัยบารมีคุณพ่อทำงานแต่ไม่มีความสามารถ ให้ผมไปเที่ยวเถอะนะครับ แค่หกเดือนเอง”

“แล้วเรื่องงานแต่งเดือนหน้าล่ะ ไม่ใช่ไปเที่ยวซะเพลินจนงานล่มนะ”

“โธ่ ยังไงผมก็ไม่ทำให้คุณพ่อคุณแม่เสียหน้าหรอกครับ ถ้าไม่อยากแต่งคงปฏิเสธคุณพ่อไปตั้งแต่แรกแล้ว”

“ให้ลูกไปพักผ่อนหน่อยก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไรนี่คะคุณ”

ลอเรนยังตามใจลูกชายไม่เปลี่ยน

“ระหว่างเรียนมันยังเที่ยวไม่พออีกเหรอ ปิดเทอมทีไรก็บินต่างประเทศเป็นว่าเล่น”

“มันไม่เหมือนกันนี่คะคุณก็”

“อย่างนั้นสามเดือนก็ได้ครับ”

“แกนี่มัน..” โรเบิร์ตถอนหายใจเฮือกใหญ่

“แค่สามเดือนเองนะคะคุณ”

“ตามใจกันเข้าไป พอเรียนจบนึกว่าจะโตขึ้นซะอีก ไม่นานแกก็จะมีครอบครัวแล้ว รีบๆ ทิ้งนิสัยชอบเที่ยวเตร่ไปได้แล้วนะแจ็คสัน”

โรเบิร์ตลุกหนีออกจากห้องนั่งเล่นไป แจ็คสันยิ้มกว้าง ลุกไปกอดมารดา

“ขอบคุณนะครับที่ช่วยพูดให้”

“ไม่เป็นไรจ้ะ แต่พอเที่ยวเสร็จต้องกลับมาช่วยคุณพ่อทำงานนะ”

“ได้เลยครับ”

 

 

TBC.

**

ตอนหน้าหนูเจสซี่จะคลอดแล้วววว

เล็กเห็นว่ามีคนอ่านถามอายุน้องไม้มาด้วย

น้องไม้อายุแปดขวบค่ะ ในเรื่องนับตามเกาหลีนะคะ

ส่วนแบมแบมกับยองแจทำงานอยู่คนละที่ พี่แจบอมกับพี่จินยองมีกิจการสองร้านค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 580 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,297 ความคิดเห็น

  1. #3259 xrightclose (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 22:07
    หน่วงดีจัง
    #3,259
    0
  2. #3047 yahye (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 12:37
    ไม้อายุเท่าไหร่อ่ะ8ขวบหรอหรือเท่าไหร่
    #3,047
    0
  3. #2858 N_udaen_G (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 22:01
    เอ็นดูหลานมากๆ เลยค่ะ แบบพอจะเกิดกันก็ง่ายมากๆ เลย อยากให้พี่จินยองท้องบ้างง
    #2,858
    0
  4. #2773 My love markbam (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 00:19
    พี่มาร์คไม่รู้ว่าแบมมีลูกใช่ป่าว
    #2,773
    0
  5. #2695 dow_nua (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 18:28
    คูมแบมคูมยองแจกับคุณจินยองน่ารักมากๆเลยน้า
    #2,695
    0
  6. #2558 Friendship_Lee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 00:06
    น้องจะคลอดแล้ว น้องต้องน่ารักแน่ๆ
    #2,558
    0
  7. #2421 ppunch_K (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 22:40
    ทำไมคุนบี๋ไม่มีน้ำยา
    #2,421
    0
  8. #2275 PrincessDark (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 04:31
    แจ็คแจนี่คู่เวรคู่กรรมสินะคะถึงหนีไม่พ้นสักที
    แบม พี่จิน พี่บอมน่ารักอ่ะ เอ็นดูไม้
    แบมกะมาร์คจะได้เจอกันไหมเนี่ย
    #2,275
    0
  9. #2259 ppattaranits (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 21:57
    อ่านแล้วชอบจังสนุกมาก มาร์คจะเจอแบมตอนไหน ลุ้นๆ
    #2,259
    0
  10. #2202 dejawooo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 00:11
    เค้าเรียกว่าคู่เวรคู่กรรมจริงๆนะคะยองแจกับแจ็คสันเนี่ย หนีไปสุดหล้าก็ยังหากันจนเจอ แถมก็ยังใจร้ายไม่เปลี่ยนเลย เฮ้อ รอดูหน้าหลานค่ะ ต้องออกมาน่ารักแน่ๆลูกเอ้ย ส่วนพ่อน้องไม่นั้น อยากให้เจอกันกับแม่จังเลย คู่นี้จะเรียกจากกันด้วยดีคงไม่ใช่ แต่อย่างน้อยก็มีความรู้สึกต่อกันอยู่. ยังไงสักวันต้องหากันจนเจอ ปล.สงสารแจบอมกะจินยองอยากให้มีตะหนูมั่งจังน้า
    #2,202
    0
  11. #2080 PTK_KHM (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 23:02
    ไม้ลูกในเย็นลูก!!!
    #2,080
    0
  12. #2079 Harukim (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 22:55
    แบ๊มแบมท้องน้องไม้ตอนกี่ขวบเนี่ย ถ้าน้องไม้เจอป๊ามาร์คจะสนิทกับป๊ามาร์คมั้ยนะ แล้วคือพี่แจ๊คสันโคตรนิสัยเสียเลยอ่ะ แย่มากๆๆๆๆ
    #2,079
    0
  13. #1962 Ilo_harlveen (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 14:42
    ลอยแพแจ็คเลยได้ป่ะ ส่วนมาร์คยังไม่รู้เรื่องเท่าไหร่จะปล่อยเบลอไปก่อน ค่อยไล่ไปอยู่ด้วยกันทีเดียว บ้านมาร์คกับบ้านแจ็คสันนี่เลี้ยงลูกมายังไง
    #1,962
    0
  14. วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 12:57
    อยากเห็นหน้าไม้!! ขอรูปหน่อยได้มุ้ย555
    ปล.ไม่นี่อายุประมาณเท่าไหร่เหรอคะตอบทีㅠㅠ
    #1,956
    0
  15. #1845 ʕ•ﻌ•ʔ Bear No.2 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 18:26
    เหอะ! ทิ้งเค้าแล้วก็ยังจะมายุ่ง เลวโคตร
    #1,845
    0
  16. #1818 kyulkyung (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 21:04
    เราจะรอตอนต่อไปค่ะอ่านฟินมากอยากให้มาร์คเจอกับแบมแบมเร็วๆพี่แจ็คโครตเลวค่า
    #1,818
    0
  17. #1732 ชเวฮยอนจา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 20:18
    หมันไส้แจ็ค เกลียดนักพวกทิ้งลูกทิ้งเมีย!
    #1,732
    0
  18. #1260 Nuthathai Por (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 10:14
    อยากให้มาร์คได้เจอกับแบมจัง 
    แจ็คสันแกนี่เลวไม่สร่างซาเลยนะ
    #1,260
    0
  19. #1034 DajingMTBB (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 14:55
    ทิ้งเขาเเล้วไม่ต้องมาหวง หึๆๆๆๆ
    #1,034
    0
  20. #1022 pankikiki (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 08:42
    ขอให้แจ็คเจ็บหนักๆเลย หงึ มะโห!!
    #1,022
    0
  21. #871 PuiPui--r (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 22:06
    ครอบครัวมาร์คและแจ็คสันนี่น่าขนลุก ไม่เหมาะให้คนดีไปร่วมด้วยหรอก ปล่อยให้พวกผีดิบสูบเลือดสูบเนื้อกันเองดีละ คนอย่างแจ็คสันสมควรได้เมียอย่างยัยโมนิกาที่สุด ขอให้ครอบครัวพวกนายเจริญฮวบๆนะ
    #871
    0
  22. #748 ppploycb (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 03:01
    แจ็คสันนี่หาความดีไม่ได้จริงๆ ทำงั้นกับน้องเราได้ยังไงห้ะ นิสัยไม่ดีเลย!! แต่เรื่องมาร์คคือบังเอิญจริงๆที่เป็นญาติกับแจ็คสัน แบมแบมคงออกมาเองไม่ได้บอกใครว่าท้อง ไม่งั้นมาร์คคงไม่ตามอย่างงี้หรอก ชื่อลูกยองแจก็จะคล้ายๆชื่อพ่อหน่อยๆ555555555555555
    #748
    1
  23. #738 GIG.ARO (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 11:40
    อยากให้มาร์คหาแบมแบมเจอเร็วๆจัง
    แจ็คสันจะมาวอแวแบบนี้ไม่ได้นะคะ
    #738
    0
  24. #393 PaulaPum (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 13:49
    แบมเป็นฝ่ายหายไปจากมาร์คเองน่ะสิ??
    #393
    0
  25. #356 Ploy Snw (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 22:54
    ให้แจ๊คคิดว่าแบมเป็นผัวใหม่แจนอะดีแล้ว มีการไม่ชอบเค้าอีกนะ55555555555 ทิ้งเค้าจะวอแวไรเล่่าา ไปหาปัจจุบันนู้น! เมียสมบูรณ์แบบของแกอะ ชอบแบมกับพี่ไม้อะ แม่ลูกน่าร้ากกกก ขอให้เจอพี่มาร์คไวๆน้ะะะ
    #356
    1
    • #356-1 เมียยุนกิ(จากตอนที่ 2)
      21 กรกฎาคม 2560 / 01:51
      แจ็คอย่ามายุ่งกับยองแจอีกเลย คนใจร้าย
      #356-1