สต็อกพร้อมส่ง(GOT7) พันธะปฏิพัทธ์ Jackjae Ft.Markbam Bnior (mpreg)

ตอนที่ 18 : Chapter 14 [100%] + ทอล์ค

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,161
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,245 ครั้ง
    10 ก.พ. 62






             ร่างสูงมองลูกสาวที่ปาลูกบาสใส่ลงห่วงอย่างแม่นยำหลายลูกติดแล้วก็ปรบมือให้ คือชื่นชมจริงๆไม่ได้เอาใจ

“เก่งจัง สามแต้มหมดเลย เจสซี่เล่นกีฬาเก่งเหรอลูก”

แจ็คสันทักขึ้นมา เจสซี่หันมามองพ่อแล้วปาลูกบาสไปกระทบแป้น ไม่ได้เล็งแค่ปาระบายอารมณ์เฉยๆ

“ไม่เก่งหรอกค่ะ แค่พอเล่นได้”

“แต่เมื่อกี้หนูเล่นได้ดีเลยนะ”

“แม่สอนค่ะ”

“งั้นเหรอ ไม่ยักรู้ว่ายองแจเล่นกีฬาได้”

ท้ายประโยคไม่ได้ดัง แค่ึมพำกับตัวเอง แต่เจสซี่ได้ยิน

“คุณไม่รู้หรอกเหรอคะว่าแม่ทำอะไรได้บ้าง”

“ก็..มันนานแล้วน่ะค่ะเลยลืม”

ตอนคบกันเมื่อก่อนแจ็คสันไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่ายองแจทำอะไรบ้าง กิจวัตรประจำวันเอย งานอดิเรกเอย

“แม่เสียใจแย่เลย” เจสซี่บ่นแล้วเดินไปทางตู้คีบตุ๊กตาที่มีคนมุง ตู้ตุ๊กตาที่นี่มีตุ๊กตาหายากและสวยๆ กว่าตู้คีบข้างนอกเยอะเลย

“แม่เข้าใจป๊าแน่ค่ะ”แจ็คสันเดินตามลูกไปที่ตู้ตุ๊กตา

“อาจจะไม่เข้าใจก็ได้”

“ไม่เข้าใจก็ไม่เข้าใจ”

“เจสซี่เล่นเป็นเหรอ”

“เคยคีบบ่อยๆ ค่ะ แต่ไม่ใช่ที่นี่”

“แล้วได้บ้างไหม”

“ไม่ค่ะ” เจสซี่ทำปากยื่น ดูไม่พอใจกับความล้มเหลวที่ผ่านมา

“ต้องหยอดเงินด้วยนี่นา มีติดตัวมาเหรอคะ”

“มีนิดหน่อย”

“ป๊าไปแลกเพิ่มให้แล้วกัน ถ้าได้เล่นเร็วก็เอาเงินตัวเองหยอดไปก่อนนะ”

แจ็คสันลูบศีรษะลูกสาวไปสองสามทีแล้วไปจัดการให้ เจสซี่ปรายตามองแล้วรอคิว

แจ็คสันแลกเงินเสร็จแล้วเจสซี่ยังไม่ได้คีบตุ๊กตาเลย รอพักหนึ่งกว่าจะได้เล่น แต่ระหว่างรอกลับไม่คุยกับพ่อเลย

ใจแข็งได้ใครมานะ ได้แม่มาแน่แลย

แจ็คสันไม่กล้าเซ้าซี้กวนใจก็เลยมองนั่นนี่ไปเรื่อยเปื่อยอยู่ข้างๆ เจสซี่ และก้มมองว่าลูกเล่นมือถือน่ะเล่นอะไรบ้าง

เกมอักษรไขว้ภาษาอังกฤษ? จริงน่ะ? ทำไมเล่นเกมน่าเบื่อแบบนี้เล่าเจสซี่

“หนูชอบเล่นเกมแบบนี้เหรอ”

“ค่ะ เพลินดี”

“แม่โหลดให้ล่ะสิ”

“ใช่ค่ะ”

ว่าแล้ว คุณครูอย่างยองแจจะให้ลูกเล่นเกมสุ่มสี่สุ่มห้าได้ยังไง

“วันๆ นึงหนูกับแม่ทำอะไรบ้างเหรอคะ เล่าให้ป๊าฟังบ้างสิ”

“ขี้เกียจเล่าค่ะ”

อ่า..ชาเลยทีเดียว

“นิดนึงก็ไม่ได้เหรอ”

“คุณจะมาสนใจอะไรตอนนี้ล่ะคะ”

เจสซี่เงยหน้ามองอย่างไม่อใจนิดหน่อยที่ถูกกวนตอนใช้สมาธิ แจ็คสันทำหน้าสลดลง

“ขอโทษนะคะที่ป๊าเซ้าซี้กวนใจ แต่เมื่อก่อนป๊าไม่มีโอกาสได้อยู่กับหนูและแม่ ไม่ได้รู้เรื่องราวอะไรของหนูเลย ตอนนี้ปาอยากรู้แต่ไม่อยากถามคนอื่น อยากได้ยินจากปากหนูเอง เวลาเราอยากรู้จักใคร เราต้องถามที่คนนั้น ไม่ควรรู้จากปากคนอื่นนะคะ”

“ทำไมล่ะคะ อาแบมบอกว่าคุณรวยมาก จ้างใครสืบเรื่องหนูก็ได้”

“นักสืบก็คือคนอื่น จะได้อะไรมากมายล่ะ และจะถามจากคนใกล้ตัว ถ้าไปถามกับคนที่ชอบหนูและแม่ก็ดีไป แต่ถ้าไปถามคนที่ไม่ชอบหรือมีอคติ เขาก็อาจจะไม่บอกตามตรง อาจมีใส่ร้ายหรือูดในทางไม่ดี ซึ่งป๊าไม่อยากได้ยิน เวลาหนูได้ยินเรื่องป๊าจากคนรอบข้าง มีใครูดเหมือนกันบ้างไหมล่ะ”

แจ็คสันพนันได้เลยว่าแบมแบมต้องด่าเขาให้เจสซี่ฟังบ่อยๆ เดาได้ว่าด่า!

เจสซี่นิ่งคิด กัดริมฝีปากน้อยๆ

“ก็..

“เพราะอย่างนี้ป๊าเลยอยากได้ยินจากหนูเอง ทุกเรื่องที่หนูเป็นหนูจริงๆ ไม่ได้มีคนอื่นมาเสริมเติมแต่ง”

แจ็คสันยิ้มให้ ภาวนาให้ยัยหนูใจอ่อนยอมคุยดีๆ ด้วย

“ก็ได้ค่ะ แต่อะไรที่หนูไม่อยากตอบก็จะไม่ตอบนะ”

“ได้เลยค่ะ แล้วแต่หนูเลย”

แค่ยัยหนูยอมคุยด้วยมากกว่าปกติแจ็คสันก็ดีใจแล้ว

“ถึงคิวแล้วนะ”

พราะตุ๊กตาคีบยากและคนก็เล่นเยอะเลยต้องรอหน่อย บางคนเล่นไม่ได้สักทีก็พยายามอยู่นั่นแหละ เลยทำให้นานมาก แจ็คสันดันหลังลูกสาวให้เดินไปข้างหน้า

เจสซี่ดูมุ่งมั่นกับการคีบมาก เธออยากได้ตุ๊กตารุ่นจำกัดที่หาซื้อยาก ในตู้มีเต็มเลย

“อ๊ะ ได้แล้ว” เด็กหญิงร้องขึ้นมาเมื่อคีบหูตุ๊กตาได้หมิ่นเหม่ แจ็คสันมองแวบเดียวก็รู้ว่าเดี๋ยวมันก็หล่นก่อนตกลงช่อง

“โธ่!” นั่นไง ตุ๊กตาตกไปแล้ว

“ครั้งหน้าต้องได้สิ” แจ็คสันอมยิ้มกับใบหน้าสวยที่ย่นยู่ ดูท่าทางจะเป็นคนไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ แฮะ

“อีกนิดน่า อีกนิด” เจสซี่บังคับคันโยก กะจังหวะคีบ และก็คีบได้หางกลมป้อมของตุ๊กตาแล้ว แต่พอใกล้จะถึงช่องมันก็ตกลงไปรวมกับตัวอื่นๆ ใหม่

เจสซี่ลองอยู่อีกหลายครั้ง ทำเสียงจิ๊จ๊ะขัดใจ แจ็คสันที่ยืนเอามือไพล่หลังมองอยู่เงียบๆ ก็เอ่ยขึ้น

“ป๊าลองคีบให้สักครั้งไหม”

“คุณเคยคีบได้เหรอคะ”

“ก็เคยบ้างค่ะ แต่ไม่ได้เล่นนานแล้ว”

แจ็คสันไม่ได้สนใจไอ้ตุ๊กตาในตู้เลยสักครั้ง แต่ที่ลองเล่นเพราะเพื่อนบอกว่ามันยาก และเขาก็ดันเป็นพวกชอบเอาชนะ ก็เลยลองหาเทคนิคคีบจนทำได้ในที่สุด ตอนได้ตุ๊กตานี่โคตรสะใจ

“คุณลองดูก็ได้” เจสซี่ขยับหลบให้พ่อเข้ามายืนแทน เกาะตู้มองในระยะใกล้ แจ็คสันลองคีบเพื่อซ้อมมือก่อนสักรอบ

“ไม่เห็นได้เลย”

ครั้งแรกล้มเหลว เจสซี่บ่นขึ้นทันที แจ็คสันอมยิ้ม

“แค่ซ้อมหรอกค่ะ ครั้งหน้าคอยดูแล้วกัน”

เจสซี่มองพ่ออย่างไม่เชื่อถือแต่ก็จะรอดูว่าจะทำได้ไหม

แจ็คสันบังคับที่คีบตามเทคนิคที่เคยจำได้อยู่เลาๆ ในหัว ก็มันนานแล้ว และตู้ตุ๊กตานี่มีการพัฒนาอะไรบ้างก็ไม่รู้ แต่วิธีเหมือนเดิม มันก็คงจะได้ผลเหมือนเดิมมั้ง

ปุ!

“ได้จริงๆ ด้วย!

เจสซี่ปรบมือดีใจยกใหญ่ที่ตุ๊กตาตกลงมาจริงๆ เธอรีบก้มลงคว้ามันมากอดทันที

“ให้หนูใช่ไหม”

มองดวงตาเป็นประกายใสแจ๋วราวลูกแก้วของลูกแล้วต่อให้ใจแข็งแค่ไหนก็ปฏิเสธไม่ลงหรอก

“ใช่สิคะ ก็ป๊าคีบให้หนูนี่นา”

“ขอบคุณค่ะ!” เจสซี่ยิ้มกว้าง ขอบคุณพลางมองตุ๊กตาในมือ แจ็คสันลูบหัวแกเบาๆ คราวนี้เจสซี่ก็ไม่มีท่าทีขัดขืน

“ลุงคะ คีบให้บ้างได้ไหมคะ”

แจ็คสันและเจสซี่มองไปทางเสียงที่ดังขึ้น จึงเห็นเด็กหญิงที่โตกว่าเจสซี่นิดหน่อยหน้าตาน่ารักกำลังมองมาทางทั้งคู่ เธอขอร้องอย่างสุภา

“ไม่ได้หรอกค่ะ เรามานานแล้วแม่กำลังรอ ขอโทษนะคะ..ไปทางโน้นกันเถอะค่ะ”

เจสซี่ตอบพี่สาวคนนั้นแล้วกระตุกชายเสื้อของแจ็คสันแรงๆ ให้เดินไปอีกทาง แจ็คสันมองเจสซี่งงๆ แต่ก็ยอมเดินตามไป

“จะรีบไปไหนคะ”

เจสซี่ไม่ตอบ เธอแค่ไม่อยากให้คุณเขาไปคีบตุ๊กตาให้เด็กคนอื่นอ่ะ คนที่จะได้ควรมีแค่เจสซี่คนเดียวสิ เธอคงไม่ได้เห็นแก่ตัวหรอกใช่ไหม แม่ไม่รู้แม่ไม่ว่าหรอก

“หนูอยากไปเล่นอย่างอื่น เหลือเวลาอีกแค่สิบนาทีเองค่ะ” เจสซี่มองนาฬิกาข้อมือ ตู้ตุ๊กตาดูดเวลาไปเยอะกว่าที่คิด

“หนูเล่นมากกว่าเวลาในบัตรก็ได้ นี่ห้างของป๊าเองนะคะ หนูจะเล่นนานแค่ไหนก็ได้ เล่นฟรีด้วย”

“หืม? ห้างของคุณ? ที่นี่เหรอคะ”

เจสซี่ที่ยังกอดตุ๊กตานุ่มนิ่มอยู่เงยหน้ามองแจ็คสันอย่างแปลกใจ แจ็คสันยักหน้ารับ

“ใช่แล้วค่ะ”

“แต่..เหมือนไม่ใช่” เจสซี่จำได้ลางเลือนว่าเคยมีคนบอกเธอให้เล่นที่นี่ฟรีเหมือนกัน

“อะไรไม่ใช่คะ” แจ็คสันมองลูกสาวที่ยืนทำท่าทางครุ่นคิด

“เจ้าของเรียกอีกอย่างว่าอะไรนะคะ”

“หือ อะไรคะ ป๊าไม่เข้าใจ”

“คำที่ใช้เรียกเวลาแสดงความเป็นเจ้าของ เคยได้ยินว่าอะไรนะ” เจสซี่ยายามนึกคำศัพท์ในหัว

“ภาษอะไรล่ะ”

“เกาหลีนี่แหละค่ะ”

“อืม..”แจ็คสันช่วยคิด อะไรล่ะที่แปลว่าเจ้าของ เจสซี่กำลังนึกถึงอะไรอยู่

“เขาอายุมากกว่าคุณ”

“ใครคะ”

“คนที่บอกว่าเป็นเจ้าของที่นี่ค่ะ หนูเพิ่งเคยเจอคุณไม่นานนี้ ไม่ใช่คุณแน่”

เจสซี่หน้านิ่วคิ้วขมวด ไม่ชอบใจที่นึกไม่ออกสักที แต่แจ็คสันร้องอ๋อในใจ

“คุณพ่อของป๊าหรือเปล่า ถ้าแก่กว่าป๊าอ่ะนะ”

“พ่อคุณ?”

“ใช่ค่ะ คนที่เป็นประธานของที่นี่คือพ่อของป๊าเอง”

“ใช่แล้วค่ะ! นั่นแหละ ประธาน” เจสซี่ดีดนิ้วเปาะเมื่อแจ็คสันเอ่ยคำที่เธอพยายามนึกมานาน

“หนูเคยเจอคุณปู่มาแล้วนะคะ จำไม่ได้ล่ะสิ”

“ปู่เหรอ”

“ค่ะ อยากไปเจอคุณปู่คุณย่าบ้างไหมคะ ป๊าจะพาไป”

ไม่ได้คิดเผื่อไว้ล่วงหน้าเลยนะเนี่ย ได้ช่องซะอย่างนั้น

“ทำไมต้องเจอด้วยล่ะคะ ไม่อยากเจอสักหน่อย” เจสซี่เดินไปทางโซนอาชีพต่างๆ เธอแวะเข้าจุดสัตวแพทย์

“แต่คุณปู่คุณย่าคงดีใจที่ได้เจอหนู”

“อยากเจอก็ให้ท่านมาหาเองสิคะ ทำไมหนูต้องไปกับคุณด้วย”

เจสซี่เดินไปที่โต๊ะที่เอาไว้วางตุ๊กตาสัตว์เพื่อจำลองการรักษา

“ฝากถือหน่อยค่ะ” เจสซี่ส่งตุ๊กตาให้แจ็คสันถือ จะได้ตั้งใจฟังพี่สาวที่ดูแลจุดนี้แนะนำว่าจะเล่นยังไง

“ถ้ามีสัตว์บาดเจ็บเราจะทำแผลกันแบบนี้นะคะ เบาๆ นะ”

แจ็คสันเดินไปนั่งรอลูกสาวเล่นที่เก้าอี้สีสดใสที่มีผู้ปกครองบางส่วนนั่งอยู่ก่อนแล้ว เขาหยิบโทรศัพท์มาส่งข้อความหายองแจว่าอยู่ไหน แต่อีกฝ่ายไม่ตอบกลับโทรมาหาเลย

<คุณกับลูกอยู่ไหนแล้วน่ะ>

“ลูกเล่นเป็นสัตวแพทย์อยู่”

 <ฉันรออยู่ที่ร้านกาแฟชั้นสาม ใกล้บันไดเลื่อน เสร็จเมื่อไรก็โทรมา>

“ฉันว่าจะให้ลูกเล่นเกินเวลาหน่อย”

<ไม่ได้ เจสซี่ต้องกลับตรงเวลา อย่ามาตามใจลูก>

“แค่นิดเดียวไม่เห็นเป็นไร”

<หัดให้ลูกมีวินัยและตรงต่อเวลาบ้าง ถ้าจะเล่นอีกค่อยมาวันอื่น อีกห้านาทีหมดเวลาคุณต้องพาลูกลงมาหาฉัน ไม่งั้นก็ไม่ต้องเจอแกอีก>

“ก็ได้ๆ เข้มงวดจังเลย”

ความเป็นครูของยองแจนี่ซึมลึกถึงขั้นไหนแล้วเนี่ย

แจ็คสันเก็บโทรศัพท์แล้วลุกไปหาลูกสาว

“เจสซี่คะ แม่โทรมาบอกว่าหมดเวลาแล้วให้ลงไปหาที่ร้านกาแฟข้างล่าง”

“ไหนคุณบอกว่าเล่นต่อได้ฟรีไงคะ”

เจสซี่ที่กำลังพันผ้าพันแผลให้ตุ๊กตาหมาเงยหน้ามอง่อ แจ็คสันลำบากใจ

“ป๊าก็อยากให้เล่นมากกว่านี้ค่ะ แต่แม่ไม่ยอม แม่บอกให้ตรงต่อเวลา ไว้ค่อยมาเล่นใหม่วันอื่น”

“ก็ได้ค่ะ ถึงเวลาแล้วบอกหนูด้วย”

 แจ็คสันนึกว่าเจสซี่จะงอแงเสียอีก ลูกสาวเขาเชื่อฟังยองแจมากเลยนะเนี่ย ทำได้ไง

 

 

 

 

“ไงคะ ไปเล่นอะไรกันมาบ้าง”

ยองแจวางแก้วกาแฟแล้วเอ่ยถามลูกสาว เจสซี่วิ่งมาหาแม่ มีแจ็คสันเดินตามหลังมา

“ไปคีบตุ๊กตามาด้วยค่ะ น่ารักไหมคะ”

เจสซี่ชูตุ๊กตาอวดแม่ ท่าทางดีใจที่ได้ครอบครอง ยองแจตบลงบนหัวตุ๊กตาสองสามที

“น่ารักมากเลยค่ะ คีบได้เองเหรอ เก่งจัง”

“เปล่าค่ะ คุณเขาคีบให้ รอบที่สองก็ได้เลยค่ะแม่”

เจสซี่ชี้ไปที่แจ็คสัน ยองแจฟังแล้วอ่อนใจ ยังเรียกว่าคุณเขาอยู่อีก

“ขอบคุณป๊าไปหรือยัง”

“ขอบคุณแล้วค่ะ”

เจสซี่นั่งลงข้างแม่ แจ็คสันนั่งลงตรงข้าม

“จะไปไหนกันต่อล่ะ”

“กลับบ้านสิคุณ”

“จะรีบกลับไปไหนล่ะ”

“แล้วจะให้ไปไหนล่ะ”

“ไม่รู้สิ แค่อยากอยู่กับเจสซี่นานกว่านี้ ยังไม่ได้คุยกันเท่าไรเลย”

“เอาไว้วันหลังก็แล้วกัน”

“ขอไปรับส่งเจสซี่ที่โรงเรียนได้ไหม”

“ลุงมาร์คไปรับส่งอยู่แล้วค่ะ”

่อถามแม่แต่เจสซี่ตอบให้ แจ็คสันยังไม่ยอมแ

“ขอป๊าสลับกับลุงได้ไหมคะ ไปรับส่งคนละวัน”

“ทำไมคุณต้องอยากไปด้วย”

“ก็ป๊าอยากไปส่งลูกสาวป๊าที่โรงเรียนบ้างนี่นา ป๊าไม่เคยทำเลย ให้ป๊าลองดูบ้างนะ”

เจสซี่เงยหน้ามองม่เหมือนจะขอความเห็น ยองแจยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ

“แล้วแต่หนูค่ะ”

อีกแล้ว แม่ให้เจสซี่ตัดสินใจเองอีกแล้ว เจสซี่เลือกไม่ได้นี่นา

“หนูจะเลือกแบบไหนก็ไม่มีใครว่าหรอกค่ะ บางทีลุงมาร์คอาจจะอยากนอนตื่นสายบ้างก็ได้”

ยองแจเห็นลูกเงียบไปก็เอ่ยต่ออีกนิด ความคิดเจสซี่ตีวนกันในหัว ก่อนจะยักหน้า

“ก็ได้ค่ะ ถ้าลุงมาร์คยอมนะ”

“ขอบใจนะเจสสซี่ เรื่องนี้ป๊าจะคุยกับลุงมาร์คเอง”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แม่ว่าอาแบมจะว่าไหมคะ” เจสซี่ตอบแจ็คสันแล้วหันมาหาแม่อีกที

“แม่จะคุยกับอาแบมให้ค่ะ อะไรที่เจสซี่ทำแล้วมีความสุขอาไม่ว่าหรอก”

“หนูไม่ได้มีความสุข”

“งั้นอะไรที่ฝืนใจก็ไม่ต้องทำนะคะ ไม่อยากให้ป๊าไปรับไปส่งก็ไม่ต้องเกรงใจ”

เจสซี่นิ่งไปเมื่อเจอแม่พูดแบบนี้ ยองแจลูบศีรษะลูกสาวเบาๆ

“อยากทำอะไรก็ทำค่ะ อย่าสนใจเสียงคนรอบข้างมากเกินไป ควรฟังเสียงในใจหนูนะว่าต้องการอะไรกันแน่”

“แต่แม่เคยบอกว่าเราจะเอาแต่ใจตัวเองมากไม่ได้ ต้องใส่ใจคนรอบข้างด้วย”

“แม่ก็ไม่ได้บอกให้หนูเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ใครขัดใจไม่ได้นี่นา เรื่องนี้กับเรื่องนั้นคนละเรื่องค่ะ ที่เรากำลังูดกันอยู่ตอนนี้คือ ถ้าหนูอยากให้ป๊าไปรับส่งที่โรงเรียนบ้างหนูก็ทำได้ เป็นสิทธิ์ของหนู ไม่ว่าอาแบมจะเกลียดป๊าแค่ไหนแต่ถ้าหนูไม่ได้เกลียดป๊า หนูก็ไม่ต้องไปเกรงใจอาแบมมากก็ได้ เราไปห้ามใครไม่ให้เกลียดใครไม่ได้นะ และเราก็ไปบังคับให้คนอื่นมารักคนที่เรารักไม่ได้ทุกคนด้วย เข้าใจแม่ไหม”

“เข้าใจค่ะ”

“แล้วตกลงเรื่องที่ป๊าจะไปรับส่งที่โรงเรียนสลับลุงมาร์คก็เป็นอันตกลงนะ”

“ก็ได้ค่ะ”

ยองแจส่ายหน้าน้อยๆ เจสซี่นี่นะ ยิ่งโตยิ่งดื้อเหมือนใครก็ไม่รู้

“แล้วคุณจะมานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออะไรตรงนี้ไม่ทราบ ไม่กลับบ้านหรือไง”

ยองแจหันไปสนใจแจ็คสันที่นั่งเงียบมานาน แจ็คสันสะดุ้งน้อยๆ กำลังมองยองแจคุยกับลูกเลินๆ เลย

“ยังหรอก รอนายกับลูกกลับก่อนค่อยกลับ”

“มันกดดันนะ”

“คิดซะว่าฉันไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้สิ”

“จะบ้าหรือไง”

เจสซี่มองทั้งสองสลับกันไปมาก่อนจะูดอย่างสงสัย

“แม่กับคุณเขาไม่ได้รักกันเหรอคะ ทำไมเหมือนโกรธกันเลย”

ยองแจและแจ็คสันชะงัก ก่อนยองแจจะกระแอมไอ

“ก็ต้องโกรธสิคะ ป๊าหายไปนานเลยนี่นา กลับมาแล้วก็สนใจแต่เจสซี่” ยอแจเลี่ยงเรื่องที่จะบอกว่ารักหรือไม่รักออกไป และหวังว่าลูกสาวจะไม่วกมาถามซ้ำด้วย

“แม่น้อยใจเหรอคะ ทำไมคุณไม่สนใจแม่บ้าง” เจสซี่จับแขนแม่ เป็นห่วง หันไปดุแจ็คสัน

“เอ่อ..ป๊าสนใจนะคะ ไปหาแม่ก่อนหนุอีก แต่แม่งอน ไม่สนใจป๊าเอง”

“เวลามีใครงอนก็ต้องง้อสิคะ”

“ถ้าแม่หนูยอมให้ป๊าง้อก็ดีสิ”

คราวนี้ยัยหนูหันกลับมาหาแม่ ยองแจทำท่าทางไม่รู้ไม่ชี้ แต่ลอบส่งสายตาดุๆ ไปให้คนที่เปิดประเด็น

“เรื่องของแม่กับป๊าน่ะเดี๋ยวป๊าจัดการเองค่ะ แต่ตอนนี้สิ เจสซี่ใกล้จะหายโกรธป๊าหรือยัง”

แจ็คสันว่ายัยหนูจัดการยากพอๆ กับยองแจเลยนะ

“หนูไม่บอกคุณหรอก”

คุณก็ให้เวลายัยหนูหน่อยแล้วกัน”

“ได้สิ ลูกรอฉันมาตั้งนาน ตอนนี้ฉันเป็นฝ่ายรอบ้างจะเป็นไรไป”

ยองแจะชะงักงันไป ถ้าเขาไม่รู้จักแจ็คสันมาก่อนคงหลงไปกับคำูดนั้นแล้ว แจ็คสันดููดจริงและรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ

เป็นไปไม่ได้หรอก แจ็คสันแค่หาวิธีทำให้ลูกใจอ่อนเท่านั้น

“เรากลับกันดีกว่าค่ะ นี่ก็เย็นมากแล้ว”

ยองแจเปลี่ยนเรื่องเอ่ยกับลูก เจสซี่ก็พยักหน้าแต่โดยดี

“ไว้ป๊าตกลงกับลุงมาร์คได้แล้วจะโทรหานะ”

แจ็คสันจับมือลูกไว้ก่อนเจสซี่จะเดินไป เจสซี่แค่พยักหน้าให้แล้วก็ดึงมือกลับ รีบเดินตามแม่ไปจ่ายค่ากาแฟ

แจ็คสันมองตามลูกและยองแจจนกระทั่งทั้งคู่ออกไปจากร้าน

วันนี้ถือเป็นการเริ่มต้นที่ไม่เลวเลย ต้องขอบคุณยองแจนะที่หาโอกาสให้เขาขนาดนี้

 

 

45%



             ยองแจเหลียวมองด้านข้างเป็นระยะ ตั้งแต่ขับออกจากห้างสรรสินค้าเจสซี่แทบไม่คุยกับแม่เลย เอาแต่เล่นตุ๊กตาที่คีบมาได้

            “แม่ว่าจะตั้งชื่ออะไรให้ดีคะ”

            เจสซี่หันมาถามมารดาที่มองถนนเบื้องหน้า ยองแจผุดยิ้มอ่อนใจ

            ในที่สุดก็คุยกับแม่ได้แล้วเหรอ

            “น้องเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายล่ะ”

“ผู้หญิงค่ะ”

“เอ..มีชื่ออะไรที่หนูยังไม่ได้ตั้งให้ตุ๊กตาอีกน้า รอก่อนได้ไหมคะ เอาไว้ไปถามอาแบมกับพี่ไม้ก่อน”

ยองแจแสร้งถาม ยัยหนูหน้ายู่ทันที

“ไม่เอาค่ะ หนูอยากตั้งตอนนี้ น้องจะได้มีชื่อเร็วๆ”

“งั้นหนูก็ต้องคิดเองแล้วล่ะ แม่ไม่มีไอเดียเลยค่ะ”

ยองแจยักไหล่ เจสซี่ถอนหายใจ ก้มมองตุ๊กตาในมือ ดึงแก้มมัน แก้มตุ๊กตาขนนิ่มเป็นสีชมพูเชียว แล้วชื่อหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว

“แก้มใสดีไหมคะ”

“แก้มใสก็น่ารักดีค่ะ”

“ต่อไปเธอชื่อแก้มใสนะ”

เจสซี่คุยกับตุ๊กตาแล้วยิ้มกว้างสดใส จับแก้มตุ๊กตาเบามือราวกับมันมีชีวิต

ยองแจหันมาเห็นภาพนั้นพอดี ในอกคนเป็นแม่หวั่นไหวแปลกๆ ความกลัวผุดขึ้นมากลางอก

            ท่าทางลูกสาวเขาจะชอบมันมากนะ ดูดีใจกว่าตอนได้ของเล่นชิ้นที่ผ่านๆ มา

พอมานึกดู นี่เป็นของขวัญชิ้นแรกจากพ่อนี่นะ เจสซี่จะดีใจมากกว่าปกติก็ไม่แปลก

แจ็คสันบันดาลทุกสิ่งทุกอย่างให้ลูกได้ ต่อไปคงไม่มีแค่ตุ๊กตาถูกๆ แบบนี้ เขาคงสรรหาอะไรมากมายมาซื้อใจลูก เจสซี่จะหวั่นไหวไปกับผู้ชายคนนั้นไหมนะ จะเห็นพ่อดีกว่าแม่ไหม..

ความกลัวที่พุ่งขึ้นมามากจนทนไม่ไหว ยองแจถอนหายใจ กดข่มความคิดฟุ้งซ่าน พยายามสลัดความคิดในแง่ร้ายออกไปจากหัว

“แม่คะ..หนูมีเรื่องจะสารภา

เจสซี่กอดตุ๊กตาแนบอกแล้วหันมองแม่ ยองแจจอดรถติดสัญญาณไฟจราจร หันมามองลูก

“เรื่องอะไรคะ”

“หนูเป็นเด็กไม่ดีค่ะ”

“ยังไงคะ” ยองแจแปลกใจว่าแกไปทำอะไรไว้ ร้ายแรงขนาดต้องใช้คำว่าสารภาพเลยเหรอ

“หนูเห็นแก่ตัวค่ะ” เจสซี่อ้ำอึ้งแล้วหลุดออกมา

“เรื่องอะไรคะ” 

เจสซี่มองหน้าแม่แล้วหลุบตามองตุ๊กตา เล่าเรื่องที่เธอลากคุณเขาออกจากหน้าตู้คีบตุ๊กตา ไม่ให้เขาช่วยพี่สาวคนหนึ่ง

เมื่อฟังแล้วในความคิดของยองแจมันเป็นเรื่องเล็กน้อย เขาเข้าใจว่าเจสซี่ก็คงหวงพ่อตามประสาเด็ก แล้วไม่ใช่เด็กธรรมดา เด็กที่ขาดพ่อมาแต่เกิดด้วย แต่ในความคิดเจสซี่แกคงรู้สึกผิดมาก

ยองแจดีใจที่เจสซี่ไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้ แค่หน้าเหมือนพ่อก็พอ อย่านิสัยเหมือนเขาไปด้วยน่ะดีแล้ว

“เจสซี่ขา ฟังแม่นะ” ยองแจคิดใคร่ครวญว่าควรจะสอนลูกยังไงดี เจสซี่เงยหน้ามองแม่

“แม่เข้าใจหนูนะ หนูไม่ได้เห็นแก่ตัวหรอกค่ะ สิ่งที่หนูทำมันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้”

“ยังไงคะ”

“หนูไม่มีน้ำใจแค่ครั้งเดียว หนูพลาดไปที่เอาความรู้สึกมาตัดสินก่อนความถูกต้อง แต่เราแก้ตัวใหม่ครั้งหน้าได้นี่คะ หนูคงไม่ได้ไปเที่ยวกับป๊าแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวหรอก หนูไม่ได้อยู่กับป๊ามานานมาก นานตั้งแต่เกิด ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะได้ทำร่วมกับป๊าเป็นเรื่องใหม่สำหรับหนู หนูต้องการมันมากๆ และคิดว่าเป็นสิทธิ์ของลูกสาวที่ควรได้ และควรได้มากกว่านี้ อะไรที่ป๊าทำให้ ควรทำให้หนูคนเดียวเท่านั้น ป๊าเป็นของหนู ไม่ใช่ของเด็กคนอื่น คิดแบบนี้ใช่ไหมล่ะ”   

ยองแจยิ้มให้ลูกสาว ไม่มีท่าทีตำหนิหรือต่อว่า เจสซี่นิ่งไปเมื่อแม่ล่วงรู้ทุกสิ่งที่เธอคิด มองแม่ด้วยสายตาชื่นชม

“ถูกต้องเลยค่ะแม่”

“หนูแค่หวงป๊า ไม่ใช่เรื่องผิดใหญ่โตอะไร แต่ครั้งหน้าถ้ามีคนมาขอความช่วยเหลือจากป๊าบ้างหนูก็อนุญาตไปเถอะนะคะ บางทีคุณพ่อของเด็กคนอื่นอาจไม่เก่งเท่าป๊าก็ได้ อย่างคุณพ่อของพี่สาวคนนั้นคงคีบตุ๊กตาให้ไม่ได้สักที เธอเลยเลิกหวังจากพ่อตัวเองมาหาป๊าเรา อะไรที่ป๊าทำได้และทำสำเร็จจนมีคนมาขอให้ช่วยเนี่ย แม่ว่าหนูควรภูมิใจนะคะ”

“เข้าใจแล้วค่ะแม่ แย่จังเลยนะคะ ถ้าหนูไม่หวงคุณเขาี่สาวคนนั้นก็คงได้ตุ๊กตาน่ารักๆ ไปเล่นแล้ว”

เจสซี่ยิ้มออกแต่เป็นรอยยิ้มบนสีหน้าที่ไม่สู้ดี ยองแจละมือข้างหนึ่งมาลูบผมลูกเบามือปลอบใจ

“อย่าคิดมากเลยค่ะ อะไรที่ผ่านไปแล้วมันกลับไปแก้ไขไม่ได้นี่นา”

ใช่ อะไรที่ผ่านไปแล้วมันแก้ไม่ได้ อะไรที่ลืมได้ก็ควรลืม แจ็คสันจะเข้ามาในชีวิตเราสองแม่ลูกได้แค่สถานะพ่อของลูกเท่านั้น และนั่นคงเป็นสิ่งที่เขาและอีกฝ่ายต้องการตรงกัน

 

 

 

 

 

ยองแจนั่งทำงานแม้เวลาจะล่วงไปเที่ยงคืนแล้วก็ตาม เสียงข้อความจากมือถือทำให้ปรายสายตาไปมอง

แจ็คสันส่งอะไรมา ดึกดื่นป่านนี้แล้วนี่นะ

ร่างบางถอนหายใจ ไม่ได้เปิดดู นั่งทำงานต่อไปอีกสักักก็มีสายเข้า เห็นชื่อคนโทรยองแจก็ได้แต่กลอกตา วางมือจากงานมารับสาย

<ทำไมไม่อ่านแชท

ยองแจไม่ทันได้อ้าปากถามอีกฝายก็สวนมาก่อนเลย ไร้มารยาท

“ฉันเคลียร์งานอยู่ ไม่ว่าง แค่นี้นะ”

<เดี๋ยว! เป็นครูจะมีงานอะไรเยอะแยะ>

ยองแจทำปากมุบมิบด่าแจ็คสันอย่างดุเดือด ครูน่ะยุ่งจะตาย

“โทรมาทำไม”

<พรุ่งนี้เย็นไปกินข้าวกัน รับลูกเสร็จไปเจอกันที่ร้าน ฉันจองร้านไว้ละ>

ได้ยินอย่างนั้นยองแจยิ่งไม่พอใจ แค่โทรมากวนตอนกลางคืนนี่ก็แย่แล้วนะ ยังมาพูดจาเอาแต่ใจอีก ถ้าเขาหลับไปแล้วมิต้องตื่นมารับสายเหรอ ไม่มีความเกรงใจกันซะบ้างเลย

“นี่คุณ เผื่อว่าจะลืม เราเป็นแค่พ่อและแม่ของเจสซี่ ไม่จำเป็นต้องไปกินข้าวด้วยกัน และคุณไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจทำอะไรลงไปก่อนจะบอกฉันด้วย”

<ลูกคงอยากมีช่วงเวลาอบอุ่นกินข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตา>

ทุเรศที่สุด เอาเรื่องแบบนี้มาอ้าง!

<อย่าเงียบสิ ฉันจองอาหารจีนไว้ นายชอบนี่>

“อย่ามาสู่รู้” ยองแจคิดว่าขอบตาที่เริ่มร้อนผะผ่าวนี่ต้องเป็นเพราะโมโหแน่ๆ

<น่านะ ไปเถอะ>

น้ำเสียงออดอ้อนนั้นทำให้ยองแจสุดจะทน ความรู้สึกที่อัดอั้นมาหลายวันปะทุ

พอสักที! คุณจะเอาอะไรจากฉันนักหนาแจ็คสัน คุณหายไปจากชีวิตฉันตั้งเจ็ดปีแล้วก็ช่วยหายไปอีกไม่ได้เลยรึไง! คุณจะกลับมาเพราะลูกฉันไม่ว่า ฉันพยายามทำใจแล้วว่ายังไงเจสซี่ก็เป็นสายเลือดคุณ แต่คุณอย่าดึงฉันเข้าไปเกี่ยวด้วยได้ไหม เลิกวุ่นวายกับฉันสักที ลูกมีมือถือ ฉันจะส่งเบอร์ให้ แล้วจากนี้ไม่ต้องติดต่อฉันมาอีกเข้าใจไหม!!

ยองแจปิดเครื่องแล้วกำโทรศัพท์ไว้แน่น พยายามข่มอารมณ์ พยายามไม่เอาใจไปรู้สึกอะไร

ยองแจรักแจ็คสันพอๆ กับที่เกลียดเขา

เขาว่ารักแรกลืมยากท่าจะจริง

และถ้ารักแรกกับคนแรกเป็นคนเดียวกันยิ่งังพินาศเข้าไปใหญ่

“พอสักทีเหอะ..

ร่างบางทรุดลงนั่งบนเก้าอี้ ฟุบหน้ากับแขนบนโต๊ะทำงาน เขาเจ็บเพราะแจ็คสันมามากพอแล้ว ยิ่งได้เจอหน้าก็ยิ่งทรมาน

ทำไมแจ็คสันถึงกลับมาสนใจเจสซี่ ทำไมเพิ่งมาเห็นความสำคัญ

และคนที่สำคัญก็มีแค่เจสซี่ไม่รวมเขา

เขาหวังอะไร ทำไมย้อนแย้งในใจขนาดนี้ หวังให้แจ็คสันยังมองเห็น แต่ก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกันอีกแล้ว

บางทีเขาอาจจะหวังอยู่ หวังว่าแจ็คสันจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ หวังว่าแจ็คสันจะเป็นคนดีอย่างตอนที่เริ่มคบกัน แต่ในความหวังนั้นมันก็มีเสียงค้านว่าถ้าถลำลึกลงไปในโคลนตมเดิม คราวนี้คงยากที่จะหาทางขึ้นมาได้

“ฉันเกลียดคุณจริงๆ”

อย่ามาจำเรื่องของชเวยองแจได้อีกเลย ไม่จำเป็น ไม่ต้องจำได้สักเรื่องยิ่งดี

 

 

 

 

ยองแจเดินออกมาที่ครัว ชงโกโก้ร้อนดื่มให้ตาสว่างและสมองปลอดโปร่งมากขึ้น

เขาเดินไปนั่งที่โซฟาตรงระเบียงให้สายลมยามค่ำคืนช่วยให้ใจสงบลงบ้าง

“ยังไม่นอนอีกเหรอยองแจ”

ร่างบางหันมองร่างสูงที่เดินมาทัก ในมืออีกฝ่ายคือแก้วกาแฟที่ส่งกลิ่นหอมควันลอยกรุ่น

“อยู่เคลียร์งานน่ะครับ”

“เหมือนกันเลย” มาร์คนั่งลงตรงข้าม วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ ยองแจไม่ถามว่างานอะไร ี่มาร์คไม่ได้มีงานแค่ในบริษัทคุณลูคัส

                “สีหน้าไม่ค่อยดีนะ เหนื่อยมากเกินไปหรือเปล่า พี่ว่าเลิกสอนพิเศษก็ดีนะ จะได้มีเวลาพัก เจสซี่ก็จะได้มีเวลาอยู่กับแม่มากขึ้นด้วย เด็กน่ะโตไวนะ แป๊บๆ ก็ไม่ต้องการเราแล้ว

                มาร์คสังเกตเห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าบนใบหน้าหวาน ยองแจหลุบตามองแก้วโกโก้ในมือ ที่มาร์คว่ามาก็จริง

            “แต่ถ้าเป็นตอนนี้เจสซี่คงไม่ร้องหาแม่แล้วมั้งครับ พ่อเขากลับมาแล้วนี่”

“พ่อกับแม่แทนกันได้ที่ไหน”

“ใช่ครับ แทนกันไม่ได้ ต่อให้พยายามเป็นทั้งพ่อและแม่แค่ไหนเจสซี่ก็โหยหาพ่ออยู่ดี”

“แล้วเราล่ะโหยหาเขาบ้างไหม ตั้งแต่เขากลับมาเรารู้สึกยังไง”

ยองแจนิ่งไปก่อนจะเงยหน้ามองมาร์ค เห็นเขามองตรงมา

“ไม่หรอกครับ ผมกับเขาจบกันไปนานแล้ว”

“ยังรักมันอยู่ไหม ไอ้สารเลวคนนั้น”

” ยองแจตอบไม่ได้ แม้แจ็คสันไม่ได้อยู่ใกล้ๆ แต่หัวใจก็ยังนึกถึง สมองก็ยังจดจำ ไม่ว่าจะเรื่องดีหรือเลว

“เกลียดเขาไหม” มาร์คเปลี่ยนคำถามเมื่อยองแจไม่ตอบคำถามเมื่อกี้ แต่เขาก็พอคาดเดาได้

“เกลียดสิครับ” ยองแจเกลียดอีกฝ่ายที่ยังมีตัวตนวนเวียนอยู่ในความทรงจำมาตลอด จนกระทั่งตัวจริงกลับมา

“แจ็คสันมันโง่นะที่ทิ้งยองแจไปตอนนั้น ไม่มีใครรักและดูแลมันได้ดีเท่ายองแจอีกแล้ว”

จะมีคนบนโลกนี้สักกี่คนที่ทนแจ็คสันได้ แล้วยังรักแจ็คสันได้จากใจจริงไม่ใช่หวังเียงทรัพย์สมบัติ

“ผมก็ไม่ได้ดีขนาดนั้นหรอกครับ” ความดีมันช่วยอะไรได้ ความรักมันเปลี่ยนอะไรได้บ้างล่ะ ไม่ได้สักอย่าง

“ถ้าแจ็คสันมาขอคืนดีจะว่าไง”

คำถามของมาร์คทำให้ยองแจแค่นยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่หม่นหมองเหลือเกิน

“จะขอไปทำไมล่ะครับ”

“มันอาจจะรักยองแจโดยที่มันไม่รู้ตัวก็ได้ พี่เคยรู้จากอาลอรี่ว่าถ้าหมอนั่นไม่ต้องแต่งงานกับโมนิก มันก็คงไม่เลิกกับยองแจ

ยองแจไม่อยากคิดว่าข้อมูลนั่นจะเอามาคาดหวังอะไรได้

 “ถ้ามาขอตอนนี้คงเพราะจะได้เจสซี่ไปเลี้ยงโดยชอบธรรม ไม่ต้องมาเสียเวลาขึ้นโรงขึ้นศาลมั้งครับ”

มาร์คมองน้องสะใภ้แล้วถอนหายใจ ยกกาแฟขึ้นจิบ

“แบมห่วงเรามากนะ แต่ไม่กล้ามาคุยด้วย เขาอารมณ์ร้อน กลัวจะปากไม่ดีพูดอะไรแทงใจยองแจ

“ผมรู้ครับว่าทุกคนห่วงผมกับลูกมากตั้งแต่เขากลับมา”

“แจ็คสันโทรหาพี่ว่าขอรับส่งลูกเอง บางทีก็ต้องเข้ามาในบ้าน นายทนไหวไหม”

มาร์คเป็นห่วงสภาพจิตใจยองแจมากเลย ตอนที่โดนทิ้งไปยองแจคงเจ็บมากนะ เพราะตอนนั้นยองแจยังรักแจ็คสันมาก ไม่รู้ตอนนี้หมดรักไปหรือยัง มันก็มีนี่นาคนที่ทั้งรักทั้งแค้น ยังรักอยู่แต่ไปด้วยกันไม่ได้ก็น่าสงสารยองแจ

แจ็คสันนะแจ็คสัน ทำอะไรไม่คิดถึงอนาคตเลย ถึงต้องมาลำบากประดักประเดิดกันอยู่แบบนี้

“ไหวสิครับ แล้วผมก็ไม่มีสิทธิ์ห้ามเขาเข้าบ้านด้วยถ้าแบมไม่ห้าม นี่บ้านแบมไม่ใช่บ้านผม”

“น้อยไปสิ แบมแบมไม่อยากให้มาเหยียบที่นี่หรอก แต่เกรงใจยองแจ”

ยองแจหลุดยิ้มออกมาเบาบาง แต่แค่นั้นมาร์คก็สบายใจแล้ว

“คนเป็นพ่อน่ะ ต่อให้ห่างกันมานานแค่ไหนก็เถอะ ถ้าได้อยู่ใกล้ๆ ลูกแล้วมันไม่พอใจกับแค่รับส่งไปโรงเรียนหรอกนะ คงมีอะไรตามมาอีกมาก”

“ผมก็ไม่คิดว่าเขาจะพอใจกับเรื่องแค่นี้หรอกครับ”

“แล้วเตรียมรับมือยังไง”

“คงต้องดูไปตามสถานการณ์ครับ กังวลล่วงหน้าไปก็เครียด แค่นี้ก็เครียดจะตายแล้ว”

“เลิกสอนพิเศษเถอะเชื่อพี่ ขืนปล่อยให้แจ็คสันมาอยู่กับลูกตอนมันว่างมากๆ เข้าเจสซี่เปลี่ยนใจไปหามันพี่ไม่รู้ด้วยนะ”

มาร์คเอ่ยอย่างจริงจัง ยองแจหน้าเสีย

พี่ครับ อย่าพูดแบบนี้สิ”

“ก็มันจริงนี่ ทุกวันนี้เรามีเวลาให้เจสซี่น้อยมากๆ เลยนะ เงินมันไม่สำคัญหรอก เราไม่ได้ลำบากอะไรสักหน่อย”

“แต่ถ้าไม่มีเงินเก็บ..” ยองแจกังวลกับอนาคต มาร์คยกยิ้ม

“เรียกค่าเลี้ยงดูย้อนหลังจากแจ็คสันซะเลยสิ เดือนละเท่าไรดี แล้วคูณเจ็ดปีเข้าไป ยองแจไม่ต้องสอนพิเศษให้ลำบากไปนานเลยนะ

“ผมไม่ได้อยากได้เงินเขานี่ ผมเลี้ยงเจสซี่ได้” ยองแจคิ้วขมวด มาร์คเอื้อมมือมาจิ้มหน้าผาก

“มันเป็นสิ่งที่แจ็คสันควรทำ พ่อแม่เลิกกัน ลูกอยู่ในความดูแลของใครอีกฝ่ายก็ต้องส่งเสียค่าเลี้ยงดูสิ”

“แล้วแบมแบมเอาจากพี่ไหม” ยองแจชักสนใจ คล้อยตาม

ถ้าเขามีเงินสำหรับลูกแล้ว เขาก็จะไม่ต้องทำงานนอกเวลาเพื่อหาเงินเก็บไว้ให้ลูก จะได้มีเวลามาคอยกันท่าแจ็คสัน ถ้าให้แจ็คสันอยู่กับลูกตามลำพังบ่อยๆ เจสซี่จะเสียเด็กเอาได้

“จะเหลือเรอะ” มาร์คยิ้มเจื่อน ยองแจหลุดขำ

“เท่าไรครับ”

“นับจากไหน”

“นับจากตอนที่พี่เพิ่งกลับมาใหม่ๆ สิครับ ย้อนหลังไปจนไม้เกิด ตอนพี่มาเจอเราพี่ก็ส่งเสียมาทุกเดือนตลอด”

“เดือนละสี่ล้านวอน ปีนึงมี 12 เดือน หายไปแปดปี คิดสิว่าเท่าไร”

384 ล้านวอน” คุณครูคำนวณอย่างรวดเร็วแล้วตกใจเลย

“อือฮึ” มาร์คอมยิ้มขณะที่คุณครูคนสวยอึ้งค้าง

“จ่ายรวดเดียวเลยเหรอครับ”

“แน่นอนสิ”

“คิดถูกจัง อย่างแบมแบมไม่น่าคิดแค่เดือนละสี่ล้าน นึกว่าจะคิดเดือนละสี่สิบล้าน”

ยองแจประหลาดใจจริงจังจนมาร์คขำ

“ฮะฮะฮะ อย่าพูดให้แบมแบมได้ยินเชียว ยองแจเองก็เลิกคิดมากได้แล้วนะ เอาเวลาไปคิดว่าจะเรียกค่าเลี้ยงดูหมอนั่นเดือนละกี่วอนดีกว่า พี่ไปทำงานต่อก่อนนะ”

“ยังจะทำต่ออีกเหรอครับ”

“อื้อ แป๊บเดียว เดี๋ยวก็นอนแล้วล่ะ ตื่นสายก็ไม่เป็นไรนี่ พี่ไม่ต้องตื่นเช้าไปส่งหลานสาวแล้วนี่นา”

มาร์คหยิบแก้วกาแฟแล้วลุกขึ้น ก่อนไปก็ลูบผมสวยอีกคนไปสองสามทีแล้วเดินจากไป 

 

 

 

 

โต๊ะอาหารบ้านแบมแบมในตอนเช้าวุ่นวายเหมือนเดิม แบมแบมทำอาหารเช้าแทนมาร์คที่ตื่นสาย ด้วยความไม่ทำมานานเลยเละนิดหน่อยแต่ก็รอดอยู่ ไม้มานั่งลงที่เก้าอี้โต๊ะอาหารทั้งที่ยังไม่ติดกระดุมเสื้อนักเรียนให้เรียบร้อย ผมยุ่งๆ สีแดงไม่เป็นทรง เจสซี่ตัวน้อยในชุดนักเรียนเรียบร้อยนั่งนิ่งให้แม่ถักผมเปียให้

“มาไวจัง” มาร์ตินที่รู้เรื่องตั้งแต่เมื่อวานว่าวันนี้จะได้ไปรถใครพึมพำขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงจากวีดิโอดอร์ ร่างสูงคว้าไทด์ติดมือไปเปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือน

แบมแบมมองหน้ายองแจ ทั้งสองต่างไม่พูดอะไร ทำหน้าที่ของตนไป แต่เจสซี่ตื่นเต้นมากเลยที่วันนี้พ่อจะไปส่ง แต่ตื่นเต้นด้วยการนั่งนิ่งเงียบเหมือนไม่รู้สึกอะไร

ไม้เดินผูกไทด์ให้เข้าที่นำหน้าป๊าของเจสซี่มาที่โต๊ะอาหาร

“กำลังจะทานมื้อเช้ากันเหรอ ทานด้วยคนสิ” แจ็คสันยิ้มรื่นเหมือนตัวเองเป็นสมาชิกอีกคนของบ้าน แบมแบมวางกระทะที่ทอดไข่ใส่อ่างล้างจาน

“ไข่หมด” เสียงหวานเอ่ยห้วน ทุกสายตามองไปทางเขา แต่แบมแบมหาได้สนใจ ปลดผ้ากันเปื้อนออกจากเอว

“เราไม่รู้ว่าคุณจะมาไวเลยไม่ได้เตรียมเผื่อ ไส้กรอกกับเบคอนยังเหลือมั้ง ไม้ไปทำหน่อยสิลูก”

ยองแจไม่อยากมีเรื่องต่อหน้าเจสซี่ ไม้ร้องห๊ะ ตั้งท่าจะค้านแต่พอมองสบตากลมของน้องสาวก็ได้แต่หุบปากแล้วลุกไปทำให้

“ไม่ต้องลำบากหรอกไม้ ขอแค่กาแฟก็พอ”

แจ็คสันพยายามไม่สร้างปัญหา เห็นว่าแบมแบมเอากระทะลงอ่างไปแล้วก็ไม่อยากลำบากหลาน ไม้เห็นแก่ความไม่เรื่องมากของเขาเลยมีแก่ใจปิ้งขนมปังให้ด้วยสองแผ่น

“แล้วเฮียล่ะ” แจ็คสันถามหาี่ชาย ยองแจผูกริบบิ้นให้ลูกสาวก็เป็นอันเสร็จการทำผม

“ลุงมาร์คหลับค่ะ ทำงานดึก”

เจสซี่ตอบแทนเมื่อแม่และอาไม่มีใครตอบคุณเขา

“กลางคืนใครเขาทำงานกัน”

“แล้วเขาทำอะไรกันล่ะคะ”

“นอนหลับพักผ่อนน่ะสิคะ”

คำตอบของแจ็คสันทำเอาคนฟังที่คิดมากถอนหายใจไปตามๆ กัน ก็นึกว่าแจ็คสันจะเย้าแหย่กวนประสาทแบมแบมน่ะสิ

“แม่ก็ทำงานดึกค่ะ แต่ต้องสอนหนังสือเลยต้องตื่นเช้า” เจสซี่เล่าให้เขาฟัง

“เจสซี่น่าจะบอกแม่บ้างนะคะว่าทำงานหนักมากไปจะไม่สบายเอาได้ เดี๋ยวคนรอบข้างเป็นห่วง”

“อุ๊ก..จะอ้วก” แบมแบมที่กำลังกินวางช้อนแล้วยกมือทาบอก ไม้และยองแจมองตากันก่อนถอนหายใจ

แม่ไม้กับพ่อเจสซี่นี่ท่าทางจะเข้ากันไม่ได้ไปอีกนาน

“เป็นอะไรล่ะแบมแบม ท้องรึไง จู่ๆ ก็คลื่นไส้ขึ้นมาเชียว” แจ็คสันกัดฟันเอ่ย ทำเป็นยิ้มแต่นัยน์ตาไม่ยิ้มไปด้วย

แบมแบมจับส้อมแน่น ถลึงตาใส่คนที่พูดไม่เข้าหู

“รีบกินเถอะครับ จะได้รีบไปโรงเรียน เออแม่ ตอนเย็นไม้กลับค่ำหน่อยนะ”

ไม้ลงมือกินอาหารเช้าหลังจากเอากาแฟและขนมปังมาให้แจ็คสันแล้ว

“ไปไหนอีกล่ะ เที่ยวกับเพื่อนเหรอ เงินอาทิตย์นี้ไม่น่าจะเหลือแล้วนี่”

แบมแบมหันมาสนใจลูกชาย ไม้ส่ายหน้า

“เปล่าครับ ไม้ว่าจะไปหางานพิเศษทำน่ะ”

 “ทำไปทำไม จะซื้ออะไรเหรอ ขอพ่อสิ” แบมแบมมองหน้าลูก ไม้ก้มหน้าก้มตากิน

“อื้อ มีของที่อยากได้ แต่ไม้อยากเก็บตังซื้อของไม้เอง”

“ใครจะรับ เรายังเด็กอยู่เลย” แบมแบมคิดว่าลูกชายตนไม่น่าจะมีใครกล้ารับทำงานหรอก

“ก็พอมีครับ ญาติเพื่อนผมเขาเปิดคาเฟ่ เขาไม่เกี่ยงว่าจะอายุเท่าไร แค่หน้าตาพอใช้ได้และขยันก็พอ แล้วผมก็สูงด้วย ไม่น่ามีปัญหาหรอก”

“คิดจะทำนานไหม เดี๋ยวก็ใกล้สอบแล้วนะ”

“ทำแค่พอได้เงินซื้อของก็เลิกน่ะแม่”

“ถ้าไม่ได้งานนั้นก็อย่าไปหางานอะไรเสี่ยงๆ ทำละกัน” แบมแบมอนุญาตเพราะคิดว่าไม้โตพอ แล้วการที่ลูกคิดจะหาเงินเองก็เป็นเรื่องที่ดี

“ครับ”

แจ็คสันฟังแบมแบมกับหลานตนคุยกันแล้วแปลกใจ ไม้เป็นเด็กดีแฮะ ดีมากด้วย ดีติดมาร์คแหง เฮอะ!

พี่ไม้ทำงานตอนไหนคะ ต้องเรียนหนังสือด้วยนี่ เป็นเด็กไม่ต้องทำงานไม่ใช่เหรอ”

เจสซี่มองพี่ชายและแม่  ยองแจอมยิ้ม

“เด็กก็ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยได้จ้ะ แต่ต้องเป็นเด็กที่โตแบบี่ไม้นะ เราจะทำงานได้หลังจากเลิกเรียนไงคะ”

“งั้นก็ไม่ได้ไปเล่นกับเพื่อนแล้วสิคะ ไม่ได้เล่นกับเจสซี่ด้วย”

แม่หนูคิ้วขมวด ไม่ชอบใจที่พี่ชายจะไปทำงาน ทำงานตอนเย็นเหมือนแม่อีกแล้ว ไม่มีใครอยู่กับเจสซี่เลย

เห็นใบหน้าหวานเริ่มงอง้ำยองแจก็ลูบหลังลูบไหล่ลูกเบาๆ

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิลูก พี่ไม้ลำบากใจนะ พี่เขาโตแล้ว สิ่งที่อยากได้ก็เยอะตามไปด้วย จะขอเงินลุงกับอามากๆ ก็ไม่ได้ เด็กต้องไม่ใช้เงินซื้อของฟุ่มเฟือย จำได้ไหม”

“จำได้ค่ะ” เจสซี่พยักหน้าทั้งที่ยังหน้าบึ้ง ยองแจยิ้มน้อยๆ ค่อยๆ อธิบาย

“นั่นล่ะค่ะ แต่ถ้าเด็กคนไหนอยากได้ของฟุ่มเฟือยจริงๆ เราก็ต้องหาเงินเอง จะได้รู้จักคุณค่าของเงินไง อย่างถ้าเจสซี่โตแล้วอยากได้ชุดสวยๆ มาขอเงินแม่  แต่แม่เพิ่งซื้อรองเท้าให้ แม่จะไม่ซื้อชุดที่เป็นของฟุ่มเฟือยให้หนูอีก แต่หนูอยากได้มาก อยากได้จริงๆ ก็ต้องออกไปทำงานพิเศษที่เขาให้เด็กทำได้ แล้วก็เอาเงินนั่นแหละมาซื้อชุดสวยๆ เงินนั้นหนูใช้ได้ตามใจชอบเพราะหามาได้เอง เข้าใจไหมคะ”

แจ็คสันได้อยู่ร่วมเหตุการณ์การสอนลูกของยองแจต่อหน้าต่อตาแล้วอดทึ่งไม่ได้

ยองแจเลี้ยงเจสซี่ดีมากจริงๆ นะ

ยัยหนูฟังแม่แล้วพยักหน้าหงึกหงัก

“อ๋อ แบบนี้เอง เข้าใจแล้วค่ะ แต่ถ้าี่ไม้ทำงานแล้วเจสซี่จะเล่นกับใครอ่ะ”

“แม่ไง”

“แม่สอนพิเศษนะคะ”กว่าจะกลับก็มืดค่ำ

เจสซี่หน้าบูดกว่าเดิมเมื่อคิดถึงเรื่องนี้

“แม่จะเลิกสอนพิเศษแล้วค่ะ จังหวะเหมาะเลย พี่ไม้หางานทำพอดี คราวนี้ถึงพี่ไม้ไม่ว่างหนูก็เล่นกับแม่แทนไง ดีไหมคะ”

“อ๊าย! จริงเหรอคะ แม่จะเลิกสอนจริงๆ เหรอ เย้!!!

เจสซี่ตาโต ดีใจมากจนไม่สนใจอาหารเช้าโผเข้ากอดแม่ที่นั่งข้างๆ ยองแจหัวเราะ กอดลูกสาวไว้ มองไม้กับแบมแบมแล้วขยับปากว่า เดี๋ยวเล่าให้ฟัง

 ท่าทางของลูกสาวทำให้แจ็คสันรู้ว่าแกรักแม่มากจริงๆ นะ แค่รู้ว่าแม่จะว่างอยู่ด้วยกันก็ดีใจซะขนาดนี้

เขาจะแทรกเข้าไปยังไงดี ต้องทำยังไงลูกถึงจะยอมรับเขาแบบนี้บ้าง

 

TBC.

ทอล์คค่ะ

เล็กได้ปกพันธะปฏิพัทธ์แบบใหม่แล้วนะคะ เพิ่งได้วันนี้ สวยมากกก เชิญชมได้ที่ตอนเปิดพรีเลยค่ะ ยังไม่ได้ส่งโรงพิมพ์นะคะ ปกเพิ่งได้และตอนแถมก็เหลืออีก 3 บทด้วย (กราบขออภัยทุกคน)

และสำคัญมากๆ ไม่มีสต็อกด้วยค่ะ;-;

ใครต้องการหนังสือแจ้งโอนเล็กภายในวีคหน้านะคะ

เปิดรับอีกแค่วีคเดียวโค้งสุดท้าย เล่มแถม3ตอนถ้าจบก่อนหมดวีคก็คือไม่รับเล่มละเน้อ

ไม่มีซื้อทีหลังน้า เล็กจะพิมพ์เท่าที่มีคนสั่งมาค่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.245K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,297 ความคิดเห็น

  1. #3199 Markmark_tuan1a (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 16:52
    รู้สึกตงิดๆตั้งแต่ตอนที่แล้วจนถึงตอนนี้ที่ยองแจอธิบายเรื่องแจ็คสันให้น้องเจสฟังแล้วก็ที่แจ็คสันอธิบายเรื่องตัวเองที่ถามคนอื่นแล้วตอบไม่เหมือนกัน คือบับก็เอ็งชั่วจริงๆอ่ะผิดตรงไหน? คือเราสงสารแบมบอกไม่ถูกคงเพราะเคยอยู่ในสถานการณ์เดียวกันล่ะมั้งรักเพื่อนเจ็บแค้นแทนเพื่อนแต่ลืมไปว่ายังไงตัวเองก็เป็นคนนอกเขาดีกันเราแม่งโครตหมา กลายเป็นยุยงเป่าหูไปอีกทั้งที่แค่พูดความจริงและหวังดีแต่ก็นั่นแหละอ่านไปฉันยิ่งรู้สึกเหมือนโดนมีดแทงฉึกๆๆ ฮืออเจ่บบบ
    #3,199
    0
  2. #2872 N_udaen_G (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 10:51
    ตอนนี้อยู่ที่เจสซี่แล้วนะลูกกกก น่ารักมากๆ เลยนะคะ
    #2,872
    0
  3. #2787 My love markbam (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 11:48

    ยองแจ สอนลูกดีตลอดเลยยยยยย

    #2,787
    0
  4. #2708 Look_So (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 18:54
    เออ คือติดอันนึง แจ็คสันโทรหายองแจแต่แรกแล้ว แล้วทำไมมาขอเบอร์ยองแจอีก อันนี้งง ทำไมทำเหมือนไม่มึเบอร์ทั้งที่เพิ่งโทรไป
    #2,708
    1
    • #2708-1 Petchka(จากตอนที่ 18)
      25 พฤษภาคม 2562 / 12:44
      ที่อ่านมายองแจน่าจะเอาเบอร์ลูกสาวให้แจ็คสันติดต่อเองไม่ต้องผ่านยองแจนะคะ ถ้าตอนที่อ่านนี้นะคะ
      #2708-1
  5. #2702 kuchaporn (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 16:33
    ทำไมรู้สึกว่าแบมเป็นตัวร้ายขัดขวางความสัมพันธ์ของแจ็คแจ
    #2,702
    0
  6. #2637 K.Jutamas (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 12:16
    รออ่านนะคะ ชอบมากเลย
    #2,637
    0
  7. #2629 aruxfics (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:51
    งื้อออออ ยองแจสอนลูกดีจริงๆ แอบเชียร์ป๊านะ ถ้าสำนึกได้จริงก็สู้ๆนะ
    #2,629
    0
  8. #2626 mymindmiew (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:07
    ชอบการสอนลูกของยองแจจริงๆค่ะ น้องมีเหตุผลและใจเย็นมากเลย ฮือ น่ารัก เจ้าเจสซี่ก็น่ารักค่ะน้องไม่ดื้อเลย ฮือ ดีจังๆๆ
    #2,626
    0
  9. #2625 Nuthathai Por (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:54

    ยองแจนี่ใจเย็นและมีเหตุผลในการสอนลูกมากจริงๆ

    #2,625
    0
  10. #2622 Pearlypim (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:01
    ไรต์ค่ะ ตอบกลับเมลPearlypim@gmail.comหน่อยค่าาา อยากได้นิยาย
    #2,622
    0
  11. #2621 priew_inlove (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:27
    เป็นการสอนที่ดีมากก
    #2,621
    0
  12. #2620 Peperme (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:27

    สู้ๆนะไรท์น้าาา
    #2,620
    0
  13. #2618 gene_pa (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:14
    ชอบตรงแม่บอกให้ไปขอพ่อนี่ล่ะ
    #2,618
    0
  14. #2611 ppploycb (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:42
    อยากรู้ด้วยว่าตอนนี้แจ็คสันต้องการแค่ลูก หรือต้องการทั้งแม่ทั้งลูก
    #2,611
    0
  15. #2610 ppploycb (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:41
    พี่มาร์คไม่ได้อยากให้ยองแจเลิกสอนเพราะจะได้มีเวลาอยู่กับลูกแล้วกลัวลูกอยู่แจ็คสันมากกว่าหรอก แต่แค่อยากให้ครอบครัวนี้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันมากกว่า ยังไงเราก็เชื่อว่าอีกไม่นานยัยหนูต้องใจอ่อนให้ป๊าแน่นอน
    #2,610
    0
  16. #2609 sareenaa (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:59
    โห นี่เพิ่งแค่เริ่มต้นเองแจ็คสันนนนนนน
    #2,609
    0
  17. #2608 tonchaaui (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:36
    ที่มาร์คบอกให้ยองแจเลิกสอนพิเศษเราคิดว่ามาร์คอยากให้ยองแจกับแจ็คสันอยู่ด้วยกันบ่อยๆเจอกันบ่อยๆแจ็คสันไม่มีใครยองแจไม่มีใครพอเจอกันบ่อยเข้าแถมมีลูกด้วยมีโอกาสคืนดีกันแน่ๆ
    #2,608
    0
  18. #2606 nuying88 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 04:53
    สู้ตาอไปนะทุกคน
    #2,606
    0
  19. #2605 oni (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:46

    แจ็ค แจ และเจสซี่คงต้องเจออะไรอีกเยอะแน่ๆกว่าจะสมหวังและแจใจอ่อนเนอะ คิดถึงครอบครัวแบมจังค่ะ พี่ไม่ของเราน่ารักมีเสน่ห์มากขึ้นทุกวัน ไหนจะเป็นเด็กดีอีก

    #2,605
    0
  20. #2604 DajingMTBB (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:20
    เธอต้องเจ็บกว่านี้แจ็คสัน ยองแจสู้ๆ
    #2,604
    0
  21. #2599 realploy96 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:13
    อย่าไปยอมง่ายๆค่ะ ส่วนตัวติดว่านี่แค่บทเรียนเริ่มต้นเท่านั้นนน
    #2,599
    0
  22. #2598 LFRANCE (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:47
    แจ็คสันชวนปวดหัวจริงๆ
    #2,598
    0
  23. #2597 ycisyc33 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:47
    ไม่อยากให้คืนดีกันง่ายๆเลย อยากให้แจ็คสันเจ็บมากๆที่เค้าทำไว้มันเกินจะรับไหวจิงๆเอาให้เข็ดเลยนะยองแจ!!
    #2,597
    0
  24. #2595 น.ส.แม่มด ใจดี (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:32
    เย้ๆๆมาแล้วว
    #2,595
    0
  25. #2594 PiiProud (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:26
    เดาเรื่องต่อไม่ได้เลย
    #2,594
    0