สต็อกพร้อมส่ง(GOT7) พันธะปฏิพัทธ์ Jackjae Ft.Markbam Bnior (mpreg)

ตอนที่ 16 : Chapter 13 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,550
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,155 ครั้ง
    25 ต.ค. 61



“ครูยองแจครับ ไปทานกลางวันด้วยกันไหม”

            ยองแจที่กำลังประสานมือชูแขนสุดไปด้านหน้าเพื่อคลายเมื่อยหันไปมองหน้าคนชวน ร่างสูงยันมือกับโต๊ะ ยิ้มให้

“ไป..” ยองแจตอบค้างไว้เมื่อโทรศัพท์มือถือมีสายเข้า ร่างบางคว้ามาดูชื่อคนโทร ก่อนคิ้วจะขมวดมุ่นน้อยๆ กับเบอร์ที่ไม่คุ้น แต่ถึงอย่างนั้นก็กดรับสายไป

“สักครู่นะครับ” ยองแจบอกเพื่อนร่วมงาน เขาก็พยักหน้ารับ

“สวัสดีครับ ชเวยองแจพูดครับ”

<ยองแจ นี่ฉันเอง>

เพียงได้ยินเสียงที่คุ้นหูคิ้วที่ขมวดก็กดลึกกว่าเก่า ตั้งใจจะวางสายไม่คุยต่อแต่เหมือนปลายสายจะรู้ว่าไม่ควรชักช้ารีบเอ่ย

<มีเรื่องสำคัญอยากคุยด้วย ไปกินข้าวกันหน่อยได้ไหม ขอร้อง>

ยองแจสงสัยหนักขึ้นอีกเมื่อได้ยินถ้อยคำที่เปล่งด้วยน้ำเสียงขอร้องจริงจัง ไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจากแจ็คสันได้เลยนะ ครั้งก่อนไม่เห็นจะมีท่าทีสำนึกผิดชอบชั่วดีอะไร

“เรื่องอะไร” เสียงหวานเอ่ยห้วน

<เรื่องลูก>

“มีอะไรกับเจสซี่”

<ต้องคุยแบบเห็นหน้านะ>

“เรื่องมากก็ไม่ต้องคุย ฉันต้องไปกินข้าวกับเพื่อน” ยองแจเหลือบมองเพื่อนร่วมงานที่ยืนรออย่างเกรงใจ

<ขอไปด้วยได้ไหม ขอคุยหลังกินข้าวเสร็จก็ได้> ยองแจอารมณ์ไม่ดีเมื่อแจ็คสันตื๊อ

“ไม่ได้”

<ขอร้องล่ะนะ นายคงไม่อยากให้ฉันโทรย้ำๆ เป็นร้อยสายใช่ไหม ถึงปิดเครื่องหนี พอเปิดเครื่องมาก็จะเจอแจ้งเตือนว่ามีมิสคอลเป็นร้อย เอาอย่างนั้นไหมล่ะ>

“นี่!” พอขอร้องไม่ได้ก็ข่มขู่เหรอ นึกแล้วเชียว นึกแล้ว! คนอย่างแจ็คสันหรือจะทำตัวดีได้เกินห้านาที

<ได้โปรด>

ไอ้น้ำเสียงออดอ้อนแบบนี้ถ้าเป็นเขาเมื่อก่อนคงจะอ่อนระทวยใจอ่อน แต่ตอนนี้ชเวยองแจเปลี่ยนไปแล้ว น้ำเสียงแบบนี้ไม่แค่ทำให้รู้สึกอะไรไม่ได้ยังทำให้ขยะแขยงด้วย!

“ตอนนี้อยู่ไหน” ยองแจจะยอมไปเจอสักครั้งตัดปัญหาให้จบๆ ไป

<เยส! ขอบใจนะ!>

“บอกมาว่าอยู่ไหน!” ยองแจขึ้นเสียงใส่ปลายสาย ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ามีคนรอ เขาลดมือถือลงแล้วเอ่ยกับเพื่อนร่วมงานด้วยเสียงที่อ่อนลงเป็นปกติ

“ขอโทษนะครับครูนิชคุณ พอดีว่ามีธุระต้องไปทำ..

“อ้อ ไม่เป็นไรครับ ไว้พรุ่งนี้ก็ได้”

“โอเคครับ” ยองแจล่ะเกรงใจชะมัดเลย 

ครูนิชคุณบอกให้ครูยองแจไม่ต้องคิดมากก่อนจะขอตัวไปทานข้าวเที่ยง ยองแจมองเพื่อนร่วมงานที่ทยอยออกจากห้องพักครูไปแล้วก็กลับมาสนใจโทรศัพท์ในมือ

“ตกลงคุณอยู่ไหนเนี่ย”

<ใครเหรอเสียงผู้ชายนั่น>

“ใช่เรื่องที่ต้องรู้เหรอ มันเรื่องส่วนตัว”

<อยู่หน้าโรงเรียนแล้ว มันเป็นที่ห้ามจอดด้วย อยู่นานไม่ได้รีบออกมานะ หรือจะให้เข้าไปรับถึงห้องเลยดี>

“อย่าเยอะ” ยองแจด่าไปอีกคำก่อนจะเก็บของ สะพายกระเป๋าแล้วลุกขึ้น ใจไม่อยากไปเลยสักนิด น่าเบื่อ วุ่นวายไม่เลิกรา

 

 

 

 

“เฮอะ” ยองแจทำสีหน้าหมั่นไส้สุดใจที่เห็นคนรักเก่ายืนพิงรถรออยู่ รถหรูเหมือนเดิม ที่เปลี่ยนคือราคาที่แพงมากขึ้น

เงินเหลือกินเหลือใช้จริงนะ ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงชีวิตดีนักทั้งที่ไม่ใช่คนดีแท้ๆ

ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด ยองแจเดินหน้าตึงไปหาแจ็คสันที่กอดอกมองตนอยู่แล้ว

“มีอะไร”

“ขึ้นรถก่อนสิ”

“ก็ถอยไปสิ ยืนเกะกะขวางทางจะเปิดประตูรถยังไง”

ยองแจไม่มีรอยยิ้มติดหน้าสักนิด  ไม่อยากจะมองหน้าแจ็คสันด้วยซ้ำ

แจ็คสันขยับออกมาแล้วเปิดประตูรถให้เหมือนที่เคยทำ ยองแจไม่ได้อินหรือซาบซึ้งใจอะไร แจ็คสันก็ทำแบบนี้มาตลอดตั้งแต่คบกันสมัยก่อน กระทั่งช่วงก่อนจะเลิกกันก็ยังทำ

“มีอะไรจะพูดก็พูดมาสิ” แจ็คสันยังไม่ทันจะปิดประตูรถยองแจก็เอ่ยขึ้นมาแล้ว

“ใจร้อนจัง รอไปคุยที่ร้านอาหารไม่ได้หรือไง” แจ็คสันถอนหายใจ คาดเซฟตี้เบลท์

“ที่ฉันมาก็เพราะคุณบอกว่าจะคุยเรื่องเจสซี่ ไม่อย่างนั้นฉันไม่มาหายใจร่วมกับคุณในรถแคบๆ นี่หรอก”

“พูดจาห่างเหินมากเลยนะ”

“ไม่ได้อยากสนิท”

“อยากกินอะไร”

“ไม่กิน”

“ไหนๆ ออกมาแล้วก็กินอะไรหน่อยเถอะ ฉันเลี้ยง”

“ไม่อยากมีบุญคุณ ไม่ต้องมาเลี้ยง”

“แสดงว่าจะจ่ายเอง”

“ใช่”

“แสดงว่ายอมไปกินข้าวด้วยกันแล้วสินะ”

“ชะ..เอ๊ะ! อย่ามามัดมือชกกันแบบนี้นะ” ยองแจหันไปตวาดใส่เมื่อเกือบหลงกล แต่แจ็คสันกลับหัวเราะหึ

“นึกว่าจะคล้อยตามอีกรอบซะอีก”

“อย่ามากวนประสาทได้ไหม จะพูดอะไรก็พูดมา”

“ถ้าไม่เลือกฉันเลือกเองนะ เอ..ไม่ได้กลับมาตั้งนาน ร้านข้างหลังมหาลัยยังขายอยู่ไหม”

ยองแจหน้านิ่ว มองคนที่กำลังขับรถเขม็ง แจ็คสันหันมองแวบหนึ่งแล้วมองทางต่อ

“นายชอบกินร้านนั้นนี่”

“ฉันไม่อยากไปร้านนั้น”

ไม่ต้องมาสู่รู้ทำเป็นจำได้หรอกว่าเขาชอบหรือไม่ชอบกินอะไร หรือความจริงก็จำไม่ได้แจ็คสันแค่พูดไปส่งๆ..ก็อาจเป็นไปได้

“ร้านนั้นก็ได้” ยองแจชี้ไปยังร้านข้างทางข้างหน้า แจ็คสันเขม่นมอง

“ร้านเล็กๆ แบบนั้นน่ะนะ”

“รสชาติมันก็กินได้แหละน่า อย่ามาเรื่องมากได้ไหม หรือคุณชายหวังกินของแบบนี้ไม่ได้”

“โห ก็แค่ถามไหมล่ะ”

“ฉันไม่อยากไปไกลๆ รีบกินรีบคุย ฉันต้องกลับไปทำงาน”

“ก็ได้”

แจ็คสันไม่อยากกินร้านนี้แต่ก็ต้องตามใจยองแจ ในเมื่อเขามีเรื่องที่ต้องขอให้ยองแจช่วยก็ต้องยอมไปก่อน

“มันจะมีที่จอดรถเหรอ ไปอีกนิดไหมล่ะ ไม่ไกลนักหรอก” ก่อนจะจอดแจ็คสันยังคงค้าน

“เรื่องเยอะ”

“น่า เปลี่ยนเถอะ จะเอาร้านที่นายจ่ายได้ละกัน” แจ็คสันไม่รอคำตอบขับต่อไป ไม่ยอมตามใจยองแจละ เปลี่ยนใจ

ยองแจมองออกไปนอกรถ อารมณ์ไม่ดี

“ถ้าเป็นผู้หญิงจะคิดว่าประจำเดือนมาละนะ เกรี้ยวกราดเชียววันนี้”

“ปากหมา อยากตายเหรอหวังแจ็คสัน”

ยองแจเงื้อมือจะฟาดแล้วแต่ยั้งใจได้ ไม่อยากเอามือไปแปดเปื้อน

“ตีหนึ่งครั้งจูบหนึ่งที”

“อย่ามาทะลึ่งกับฉันนะ”

“อย่าทำเป็นหน้าบางไปเลยน่า เราได้กันมากี่รอบละ”

“จอดรถเดี๋ยวนี้ ฉันจะนั่งรถกลับเอง!

หนอย! ปากดีนัก ไม่คุยด้วยแล้ว

“ขอโทษๆ ตรงนี้จอดไม่ได้หรอกนะ นั่นไง ร้านข้างหน้านั่น ถึงพอดี อย่าเพิ่งกลับเลย”

ขอโทษทั้งที่กลั้วหัวเราะไปด้วยแบบนี้น่าเชื่อถือตาย!

“คุณพูดหาเรื่องฉันหลายรอบแล้วจะให้กินข้าวด้วยอีกเนี่ยนะ”

“อาหารมันไม่ผิดอะไร ฉันผิดเอง แยกแยะหน่อยน่า เป็นถึงครูบาอาจารย์ก็หัดใจกว้างบ้าง”

“พูดมาได้ ฉันใจกว้างมากพอแล้ว เป็นคนอื่นเขาไม่มาด้วยแบบนี้หรอก”

“ครับๆ ขอบคุณที่มาครับ”

“ไม่รู้สึกก็ไม่ต้องพูด”

“เนี่ย ใครกันแน่หาเรื่อง”

แจ็คสันจอดรถแล้วเปิดประตูลงไปก่อน ยองแจรีบเปิดประตูลงไปเองก่อนแจ็คสันจะมาเปิดให้

“รีบเหรอ”

“ใช่” ยองแจตอบแล้วเดินเข้าไปในร้านก่อนเลย ไม่รอแจ็คสันสักนิด

ร้านอาหารร้านนี้บรรยากาศก็สวยน่านั่งดี คนก็เยอะด้วย คงจะอร่อยแหละ อารมณ์ขุ่นมัวในใจยองแจค่อยลดลงนิดหน่อย

“จะมีที่นั่งไหมเนี่ย”

“น่าจะเหลืออยู่บ้างนะ” แจ็คสันเดินตามยองแจเข้ามาในร้าน หยุดยืนซ้อนหลังคนที่ยืนกวาดสายตาหาที่นั่ง ยองแจรู้สึกว่าแผ่นหลังโดนกับร่างกายคนที่เดินตามมาก็สะดุ้งแล้วถอยออกมาห่างๆ

“ไม่ต้องรังเกียจกันขนาดนั้นก็ได้”

“แล้วจะมายืนใกล้ๆ ทำไมล่ะ”

“เอ้า! ก็ไม่เดินไปสักทีนี่”

ยองแจหันมามองค้อนก่อนจะเดินตามพนักงานไปที่โต๊ะ แจ็คสันอดพึมพำกับตัวเองไม่ได้

“งอนเก่ง” เมื่อก่อนไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย โตมาแล้วโคตรเกี้ยวกราด

“พูดว่าอะไรนะ” ยองแจหูดีได้ยินแว่วๆ แต่ได้ยินไม่ถนัดเลยหันมาถาม แจ็คสันรีบยิ้มแล้วโกหก

“เปล่านี่ บอกว่าว่าหิวแล้ว”

ยองแจคิ้วขมวด ไม่เชื่อนักแต่ขี้เกียจจะถาม รำคาญ

“เอาอันนี้ครับ”

เมื่อมานั่งที่โต๊ะแล้วพนักงานก็เอาเมนูอาหารมาให้ ยองแจก็เลยจิ้มเลือกไปส่งๆ ไม่มีอารมณ์มาดูหรอกว่าอยากจะกินอะไร

ต่อให้อร่อยแค่ไหนแต่มานั่งกินกับแจ็คสันมันก็คงฝืดคอไม่อร่อยหรอก

“เอาเหมือนกันครับ” แจ็คสันก็ไม่ได้สนใจกินนักหรอก

พอพนักงานไปแล้วยองแจก็เข้าเรื่อง

“ว่าไง เข้ามาในร้านแล้วจะเปิดปากพูดได้หรือยัง”

“ได้แล้วน่า ใจเย็นๆ สิ ฉันอยากให้นายช่วยพูดกับเจสซี่ให้หน่อย”

“เรื่อง?”

“ก็..เจสซี่โกรธฉันมาก วันที่มีเรื่องกับเพื่อนที่โรงเรียนก็เย็นชาใส่ด้วย ไม่อยากเจอฉันอีก แต่ฉันอยากเจอลูก ช่วยหน่อยได้ไหม”

“อยากเจอไปทำไม” ยองแจกอดอก พิงพนักเก้าอี้ ท่าทางไม่ยี่หระอะไรกับความต้องการของแจ็คสัน

“พ่ออยากเจอลูกนี่แปลกเหรอ”

“กับคนอื่นคงไม่ แต่กับคุณนี่โคตรแปลก ต่อมรับรู้ความเป็นพ่อเพิ่งแตกหรือไง”

“ครั้งที่แล้วก็บอกแล้วนี่”

“บอกมาตรงๆ เถอะว่าต้องการเจสซี่เพราะอะไร” เรื่องนี้นี่ยองแจคาใจมาสักพักละ

“จะถามกี่ครั้งฉันก็บอกได้เหมือนเดิม จะเล่นถามซ้ำวนลูปไปทั้งวันเหรอ ก็ได้นะ ว่าง” แจ็คสันยักไหล่

ยองแจต้องพยายามใจเย็นอย่างที่สุด เย็นเท่าที่ทำได้ จะใส่อารมณ์ท่ามกลางที่สาธารณะก็ไม่ควร

“ฉันยังไม่เห็นความจำเป็นอะไรที่คุณต้องเข้ามาในชีวิตเจสซี่เลย”

ยองแจจะพยายามไม่รื้อฟื้นว่าแจ็คสันพ่นอะไรออกมาบ้างเมื่อหลายปีก่อน คิดแล้วของขึ้น แจ็คสันไม่อยากจะจำทำเป็นลืมล่ะสิ

“ยังไงพ่อก็จำเป็นกับลูกนะ”

“เช่น? เราอยู่กันมาได้ตั้งนานไม่เห็นเป็นอะไร เจสซี่ก็โตมาเป็นเด็กดี”

“แน่ใจเหรอว่าเจสซี่ไม่เป็นไร เคยถามลูกบ้างไหมว่าอยากมีฉันอยู่ในชีวิตเขาหรือเปล่า ตั้งแต่ฉันโผล่หน้ามาให้ลูกเห็น ลูกยังเป็นเจสซี่คนเดิมของนายอยู่ไหม ถ้าเขามีอะไรแปลกไปแสดงว่าฉันก็สำคัญกับเจสซี่เหมือนกัน”

ก็ไม่เห็นแปลกอะไร” ยองแจนิ่งไปนิดก่อนตอบ และมันก็ไม่รอดพ้นสายตาของแจ็คสันด้วย

“ไม่แปลกแล้วชะงักทำไม”

ยองแจเกลียดแจ็คสัน รู้ทันไปหมด!

“ยัยหนูจะเป็นยังไงก็ไม่เกี่ยวกับคุณ”

“ปากนายตะโกนด่าฉันปาวๆ ว่าเลวอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ที่จริงนายก็ไม่ได้รักลูกมากเท่าที่ปากนายบอกนะ”

ใบหน้าหวานหน้านิ่วคิ้วขมวดในขณะที่แจ็คสันดูจะพอใจที่จี้ใจดำยองแจได้ ก็หวังว่าจะจี้ได้ล่ะ

“หมายความว่าไง”

“ถ้านายรักลูกจริง นายไม่เอาอคติและทิฐิของตัวเองมาตัดสินใจแทนลูกหรอก นายต้องคิดถึงจิตใจของเจสซี่มากกว่าตัวเองสิ”

” มันก็จริงอย่างที่แจ็คสันว่ามา แต่ยองแจไม่อยากให้แจ็คสันเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเจสซี่นี่นา

เมื่อเห็นว่ายองแจเงียบไป น่าจะลังเลชั่งใจแจ็คสันก็รีบเอ่ยต่อทันที

“สัญญาว่าจะไม่แย่งเจสซี่ไปจากอ้อมอกนายแน่ ขอแค่ให้เจสซี่ยอมรับฉัน ยอมให้ไปหาหรือพาไปเที่ยวบ้างเท่านั้น นะยองแจนะ”

“สัญญาลมปากจากคนอย่างคุณจะเชื่อได้สักเสี้ยวไหมล่ะ”

“ได้สิ ยังไงลูกก็เป็นสิทธิของแม่ แล้วนายคิดว่าฉันจะทำอะไรได้มากกว่านี้ ฉันมีสิทธิอะไรในตัวเจสซี่บ้าง ต่อให้มีเงินก็ใช่ว่าจะแย่งเจสซี่มาจากนายได้ง่ายๆ ถ้าต้องเสี่ยงทำแบบนั้น สู้ไม่เรียกร้องแต่ขอในสิ่งที่เป็นไปได้ไม่ดีกว่าหรือไง ฉันก็ขอแค่นี้แหละยองแจ ขอได้ใช้เวลากับลูกบ้าง”

แจ็คสันเอ่ยอย่างจริงใจและจริงจังที่สุดแล้ว ไม่มีเศษเสี้ยวของความหลอกลวงเสแสร้งสักนิด

ยองแจได้แต่ถอนหายใจ เขาไม่ไว้ใจเลย แต่ที่แจ็คสันพูดมามันก็

“ยังไงฉันก็ยังไม่เชื่อว่าคุณบริสุทธิ์ใจ”

 “ยองแจ..

ยองแจหันหน้าหนี ถอนหายใจ ครุ่นคิดหนักอยู่ครู่

“เอาเถอะ ฉันไปพูดกับเจสซี่ให้ก็ได้”

“จริงเหรอ! ขอบใจน..

“เดี๋ยว!” ก่อนที่แจ็คสันจะพูดจบยองแจก็เอ่ยขัด ชี้หน้า แจ็คสันปิดปากเงียบทันที

ร่างบางมองใบหน้าหล่อเหลาของคนที่นั่งตรงข้ามเขม็ง

“ที่ฉันยอมไม่ใช่ว่าฉันให้อภัยคุณหรือลืมเรื่องที่ผ่านมา แต่ฉันยอมเพราะเจสซี่ และที่สำคัญฉันแค่จะไปคุยให้เท่านั้น ไม่ได้จะทำให้เจสซี่ยอมมาพบคุณ เพราะคุณก็บอกเองให้ฉันคิดถึงจิตใจลูกมากกว่าตัวเอง ดังนั้นฉันไม่คิดจะโน้มน้าวใจให้ลูกอยากพบคุณทั้งที่แกไม่ต้องการ ยกเว้นแต่แกจะอยากเจอเอง เข้าใจตรงกันนะ”

ความดีใจของแจ็คสันแฟ่บลงราวกับลูกโป่งถูกเจาะ แต่..มันก็ได้แค่นี้แหละ ค่อยเป็นค่อยไปก็ได้ แค่ยองแจรับปากก็ถือว่าดีแล้ว

“เข้าใจ ขอบคุณมากนะที่จะช่วยพูดให้ งั้นขอเบอร์ไว้หน่อยได้ไหม”

“จะเอาไปทำไม”

“ก็เอาไว้ติดต่อไง ฉันจะรู้ได้ยังไงถ้าลูกยอมเจอฉันแล้ว”

“ฝันเฟื่อง บางทีลูกอาจไม่อยากเจอก็ได้” ถ้าทำได้ยองแจเบะปากใส่แล้ว

“ถึงไม่อยากเจอก็อยากรู้ จะได้ทำใจคอยดูอยู่ห่างๆ”

ตอแหลชะมัด ทำมาเป็นเศร้า

“ไม่ต้องโทรมา ฉันจะโทรไปบอกเอง ไม่ว่าจะได้ผลยังไงโทรบอกแล้วฉันจะบล็อกคุณ”

ยองแจเปิดกระเป๋าแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือมายื่นส่งให้ ทำให้มันจบๆ ไปซะแจ็คสันจะได้เลิกมายุ่งวุ่นวายกับเขาสักที

“ได้ยังไงล่ะ ถ้าเจสซี่ยอม ฉันก็ต้องขอให้นายช่วยต่ออีกสักพักนะ”

“ไม่ใช่ธุระ อย่ามาเรียกร้อง คุณบอกตัวเองว่าเป็นพ่อนี่ หาทางทำให้ลูกอยากเจอคุณอีกให้ได้สิ”

ยองแจไม่อยากจะแทนสรรพนามนี้กับแจ็คสันเลยจริงๆ

“แต่ลูกอยู่กับนายมาตลอด ไม่ว่านายจะพูดจะบอกอะไรเขาก็ต้องเชื่อ”

“เจสซี่เป็นเด็กที่มีความคิดเป็นของตัวเอง ต่อให้เป็นแม่ก็ใช่ว่าจะช่วยได้มากนัก”

ยองแจแบ่งรับแบ่งสู้ แต่เอนเอียงไปทางไม่อยากช่วย ไม่อยากข้องเกี่ยว

“นายเหมือนไม่อยากช่วย”

“ก็ไม่อยากไง”แต่ไม่ว่ายังไงก็คงต้องเห็นแก่เจสซี่บ้าง เขาไม่อยากเห็นเจสซี่ร้องไห้เพราะผู้ชายคนนี้อีกนี่ สงสารลูก แกร้องไห้ทีเหมือนใจแม่จะขาดไปด้วย

แจ็คสันถอนหายใจกับคำสวนกลับแทบจะทันทีของยองแจ ไม่เว้นวรรคหยุดคิดสักหน่อยเหรอ

“เอาเถอะ ยังไงก็ได้ ตามใจนาย แล้วแต่นายจะสงสารแล้วกัน”

ฉันไม่มีวันสงสารคนอย่างคุณได้หรอกหวังแจ็คสัน เฮอะ!

 

 

 

 

 

“แม่! แม่มาได้ไงคะ ไม่สอนพิเศษเหรอ”

เจสซี่สะพายกระเป๋านักเรียนลงมาจากอาคารเรียนพร้อมเพื่อนทั้งสอง นัยน์ตากลมเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าแม่มารอรับแทนที่จะเป็นพี่ชายหรือลุงมาร์ค วิ่งเข้ามากอดเอวแม่ด้วยความดีใจ

“งดสอนวันนึงจ้ะ อยากมารับหนู เดี๋ยวโทรหาพี่ไม้แล้วเรากลับกัน อ้อ แต่ก่อนกลับบ้านแม่จะพาหนูไปทานไอศกรีมก่อน ไปไหมคะ”

ยองแจกอดลูกสาวแล้วลูบผมสวยเบามือ  เจสซี่เงยหน้ามองแม่ทั้งที่ยังไม่ผละออก พยักหน้ารับรัวๆ

“ไปค่ะ ไปๆ”

“ได้เลย วันนี้พี่ไม้ซ้อมบอลหรือบาสไหม ต้องรออีกสินะ”

“แม่ลองโทรหาสิคะ ถ้าพี่ไม่ซ้อมเราจะได้ไปกันเลยค่ะ  โทรเลยนะ โทรเลยๆ”

“จ้าๆ ใจร้อนจัง” ยองแจหัวเราะน้อยๆ มองใบหน้ายิ้มแป้นแล้นของลูกสาวอย่างเอ็นดู  แต่พอเงยหน้าขึ้นก็เจอเด็กหญิงชายหน้าตาน่าเอ็นดูอีกสองคน

“อ่าวน้องนายอน”

 “สวัสดีค่ะคุณน้ายองแจ” นายอนโค้งทักทายน่ารักน่าเอ็นดู

“สวัสดีค่ะ ไม่เจอตั้งนาน โตขึ้นนะเนี่ย แล้ว..นี่หนูชื่ออะไรเอ่ย” ยองแจหันไปมองเด็กชายตัวเล็กที่ยืนมองเขาอยู่นาน ไม่คุ้นหน้าเลย

“นี่บัวเพื่อนใหม่ที่หนูเคยเล่าให้แม่ฟังไงคะ”  เจสซี่หันไปมองเพื่อนทั้งที่ยังกอดแม่แล้วเอ่ยบอก

“อ้อ นี่เองน้องบัว น่ารักจังเลยลูก”

รอยยิ้มอารีย์อ่อนโยนของคุณแม่เจสซี่ทำให้การันต์กล้าจะคุยด้วย

“สวัสดีครับ”

“สวัสดีจ้ะ”

“แม่คะ แม่ยังไม่ได้โทรหาพี่ไม้” เจสซี่กระตุกแขนเสื้อของแม่

“อะ อ้าว ขอโทษน้า แล้วทำไมเจสซี่ไม่โทรก่อนล่ะคะ”

“ก็แม่บอกว่าจะโทรนี่คะ” แม่บอกจะโทรแล้วเจสซี่จะโทรก่อนแม่ได้ยังไงล่า

“โอเคๆ เดี๋ยวแม่โทรให้ค่ะ”

นายอนเดินแยกไปรอแม่มารับแล้วแต่การันต์ยังยืนมองสองแม่ลูกอยู่

“ไม้ อยู่ไหนจ๊ะ วันนี้พี่มารับเจสซี่นะ”

<อ่าว พี่ยองแจมาเองเหรอ ไม่สอนหรือครับ>

“วันนี้ไม่จ้ะ ว่าจะพาเจสซี่ไปกินไอติมสักหน่อย อยู่ไหน จะให้พี่เดินไปหาหรือหนูจะมาหา”

<ผมขอกลับเองได้ไหมครับ ตอนแรกเพื่อนชวนไปคาราโอเกะแต่ผมปฏิเสธไปอ่า นึกว่าพ่อมารับเหมือนเดิม แต่ถ้าพี่มารับ ผมขอไปนะ>

“อ้าว ไม่ลองขอพ่อล่ะ เขาไม่ว่าหรอก”

<ถ้าแม่รู้ แม่ก็จะว่าทั้งผมทั้งพ่อน่ะสิ แต่ถ้าผมขอพี่ยองแจ แม่ไม่กล้าด่าพี่ยองแจหรอก แม่รักพี่จะตายไป ผมจะไปคาราโอเกะแล้วแวะไปเล่นเกมด้วย อาจจะกลับค่ำๆ พี่บอกแม่ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ>

ว่าแล้วก็วางสายไปเลย ยองแจได้แต่มองมือถืองงๆ

แบมแบมจะด่ามันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าไม้ขออนุญาตใคร แต่อยู่ที่ว่าขอไปไหนนะลูกนะ แต่เอาเถอะ ไม้ก็โตแล้ว ไว้ค่อยไปบอกไปเตือนที่บ้าน

“พี่ไม้ว่าไงบ้างคะแม่”

“พี่จะไปเที่ยวกับเพื่อนค่ะ เราไปกันสองคนเนอะ”

“ค่ะ ไปกันสองคนก็ได้”

“ได้ค่ะ นี่น้องบัวกลับยังไงครับ” ยองแจรับคำลูกสาวแล้วหันไปถามเด็กน้อยอีกหนึ่งคนที่ยังไม่ไปไหน

“กลับเองครับ”

“รถโรงเรียนเหรอครับ”

“เอ่อ เปล่าครับ เดินกลับ”

“เดินกลับ? บ้านอยู่ใกล้ๆ เหรอลูก”

“ครับ”

“ไกลค่ะแม่ เดินไปตั้งนานแน่ะ” เจสซี่รีบแทรกขึ้น บัวส่ายหน้าไม่ให้พูดแต่เจสซี่พูดไปแล้ว ได้แต่ปิดปาก ก่อนจะยิ้มแหย

“ให้น้าไปส่งไหมครับ”

“ไม่เป็นไรครับ ผมกลับเองได้”

“แม่ขา”

“ขาลูก” ยองแจละความสนใจจากน้องบัวมาหาเจสซี่

“แม่พาบัวไปทานไอศกรีมกับเราด้วยสิคะ”

“เราไม่ไปหรอกเจสซี่” บัวสะดุ้ง รีบปฎิเสธ

“ไปแป๊บเดียวไม่เห็นเป็นไรเลย แม่คะบัวอ่ะกลับบ้านช้าทุกวันเลยค่ะ”

“ถึงจะกลับดึกแต่ถ้าจะพาบัวไปไหน เราควรต้องบอกผู้ปกครองของบัวก่อนค่ะ”

“แล้วจะบอกยังไงล่ะคะ บัวไม่มีโทรศัพท์”

“ไม่มีโทรศัพท์?” ยองแจประหลาดใจมากเลยอ่ะ

“ค่ะแม่ บัวบอกว่าไม่จำเป็น”

“งั้นแม่โทรให้ก็ได้ น้องบัวจำเบอร์คุณพ่อหรือคุณแม่ได้ไหมคะ” ยองแจก้มลงถามเพื่อนลูกสาว

“จำได้ครับ แต่โทรเบอร์พี่ชายดีกว่าครับ”

“จ้ะ อ้ะนี่” ยองแจยื่นมือถือให้เพื่อนลูกสาว บัวขอบคุณแล้วรับไป คุยไม่กี่คำก็ส่งคืนมาให้

“ว่าไงจ๊ะ”

“ไม่อนุญาตครับ” เด็กน้อยไม่แสดงท่าทีหรืออารมณ์อะไรเลย ผิดปกติเด็กจนคุณครูแปลกใจ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรนอกจากยิ้มให้

“งั้นเดี๋ยวน้าไปส่งนะ”

“เอ่อ..

“ไม่ต้องเกรงใจหรอกจ้ะ แป๊บเดียวเอง”

การันต์หันไปมองหน้าเจสซี่ เธอพยักหน้าให้ไปด้วยกันเขาเลยหันมาหายองแจอีกครั้ง

“ขอบคุณครับ”

 

 

 

 

ยองแจมาส่งเพื่อนลูกสาวตามทางที่เขาบอก เด็กชายขอบคุณยองแจก่อนจะเปิดประตูลงจากรถไป

ยองแจมองตามเด็กน้อยเปิดประตูเข้าบ้านไปแล้วนั่นล่ะถึงขับรถออกมา

บ้านน้องบัวก็อยู่ในย่านคนมีเงินนี่นา แต่ทำไมผู้ปกครองไม่ซื้อโทรศัพท์มือถือให้ลูกติดตัวไว้สักเครื่อง เวลาไปไหนมาไหนไม่ห่วงบ้างหรือไง

“ทำไมวันนี้ดูอารมณ์ดีจังคะ” ยองแจถามลูกสาวที่นั่งฮัมเพลงตลอดทาง

“ก็หนูมีความสุขนี่คะ”

“หนูมีความสุขเรื่องอะไรล่ะคะ วันนี้ที่โรงเรียนมีอะไรดีๆ เหรอ เล่าให้แม่ฟังหน่อยสิ”

“เปล่าค่ะ ที่โรงเรียนก็เหมือนเดิม แต่หนูมีความสุขที่แม่มารับนี่คะ แล้วยังจะพาไปกินไอติมอีก”

“แม่ก็พาไปออกบ่อยนี่คะ ถึงแม่ไม่ว่างอาแบมกับลุงมาร์คก็พาไป”

“แต่หนูอยากไปกับแม่นี่คะ แล้วแม่ก็ไม่ว่างมารับหนูนานแล้วด้วย”

“ได้ไปเที่ยวกับแม่นี่ดีใจขนาดนี้เลยเหรอ”

“ค่ะ! ดีใจมากๆ เลย”

ยองแจเห็นลูกมีความสุขก็พลอยสุขไปด้วย แต่อีกใจลึกๆ ก็รู้สึกผิดที่เขาแทบไม่มีเวลาให้เจสซี่เลย กระทั่งเรื่องเล็กๆ แบบนี้ก็ทำให้แกดีใจได้ขนาดนี้แล้ว

   “แม่ขอโทษนะคะที่ไม่ว่างเลย ต่อไปจะพยายามให้เวลาหนูให้มากขึ้นนะคะ ว่าแต่ถ้าแม่ไม่ว่างอย่างนี้ หนูอยากมีคนพาไปเที่ยวแทนแม่ไหมคะ”

ยองแจได้โอกาสเข้าเรื่องก็ลองดูเลย วันนี้ที่เขามารับยัยหนูก็เพราะอยากคุยเรื่องของแจ็คสันกับลูกนี่ล่ะ

“ใครคะแม่  ลุงมาร์คกับอาแบมก็พาหนูไปเที่ยวตลอดนี่”

“ไม่ใช่ลุงมาร์คกับอาแบมแบมค่ะ”

“พี่ไม้เหรอ”

“ไม่ใช่ค่ะ ป๊าน่ะ”

ยัยหนูนิ่งไปทันทีที่ได้ยินแม่เอ่ยคำว่าป๊า ยองแจหันมองลูกสาวแวบหนึ่ง รอยยิ้มบนหน้าแกหายไปเลย..

“แม่พูดอะไรคะ”

“พูดเรื่องจริงค่ะ”

“หนูไม่ไปเที่ยวก็ได้ถ้าไม่มีใครพาไป”

อ่าลูกสาวแม่ ใจแข็งมากเลยลูก

“เจสซี่คะ แม่อยากจะคุยกับหนูเรื่องป๊า หนูคุยกับแม่หน่อยได้ไหมคะ”  ยองแจใช้เสียงอ่อนเข้าสู้ แต่ยัยหนูกลับเอ่ยเสียงแข็งกระด้าง

“ถ้าแม่อยากคุยหนูจะคุยด้วยก็ได้ค่ะ” เจสซี่ไม่ได้อยากเสียมารยาทกับแม่แต่แค่คิดถึงคนคนนั้นเธอก็อารมณ์ไม่ดีแล้วอ่ะ

“ขอบคุณนะคะ วันนี้แม่ไปกินข้าวกับป๊ามา ป๊าพูดถึงหนูด้วย บอกว่าหนูเย็นชากับเขา ไม่สนใจเขา”

“หนูไม่ชอบทำไมหนูต้องสนใจด้วยล่ะคะ”

ถ้าแจ็คสันมาได้ยินจะรู้สึกแย่แค่ไหนนะ..

“แต่เขาเป็นพ่อหนูนะคะ”

“เป็นพ่อแล้วยังไงล่ะคะ อาแบมแบมบอกว่าเขารักหนูน้อยกว่างานอีก”เนี่ย พูดแล้วจะร้องไห้ เชอะ

“อาแบมแบมก็พูดไปอย่างนั้นเองเพราะอาแบมแบมโกรธแทนเราแม่ลูก ไม่อยากให้ป๊าทำให้เราเสียใจอีกก็เลยบอกแบบนั้น”

“ยังไงคะ หนูไม่เข้าใจ”

“ก็อาแบมแบมตั้งใจให้หนูโกรธป๊า พอหนูโกรธป๊าหนูจะได้ไม่สนใจเขาใช่ไหมล่ะ พอไม่สนใจ ป๊าก็จะมาทำให้หนูเสียใจไม่ได้อีก”

“อ๋อ”

“แต่ที่จริงป๊าเขาก็รักหนูนะ”

ยองแจกระดากปากจริงๆ ที่ต้องเอ่ยถึงแจ็คสันในแง่ดี ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าไม่ใช่

“ถ้ารักแล้วเขาหายไปทำไมคะ ทำไมทิ้งเรา ทำไมต้องไปทำงานไกลๆ แล้วทำไมไม่รักษาสัญญาที่ให้กับหนูไว้ หนูทำแบบที่อาแบมแบมบอกดีกว่า”

ยัยหนูหน้าบึ้ง กอดอก ยองแจหนักใจกับคำถามลูก คิดไว้แล้วเชียวว่าไม่ง่าย ยัยหนูยิ่งฉลาดๆ อยู่

“ไม่เอาสิคะเจสซี่ ป๊าก็มีเหตุผลของป๊านะลูก”

“เหตุผลอะไรคะ”

“เรื่องนั้นแม่ก็ไม่รู้ค่ะลูก แต่แม่ว่ามันคงสำคัญ”

“สำคัญกว่าเราเหรอคะ”

“เจสซี่ขา แม่ขอถามหน่อยนะ ชีวิตเราทุกคนมีหลายเรื่องที่ต้องทำ และเมื่อมีเรื่องที่ต้องทำมากกว่าหนึ่งเรื่องพร้อมกัน เราจะทำอะไรก่อนหรือหลังดีล่ะ หรือจะทำยังไงดี เจสซี่คิดว่าไงคะ”

“ถ้าต้องทำพร้อมกันเหรอคะ แต่เราทำได้ทีละอย่างนี่ การทำหลายอย่างพร้อมกันถ้าเราไม่เก่งมันจะทำออกมาไม่ดีสักอย่าง แต่ถ้าอยากทำคู่กันก็ต้องพยายามให้มากๆ ลุงมาร์คเคยบอกไว้”

“แล้วถ้าเราพยายามพร้อมกันไม่ได้ล่ะคะ ถ้าต้องเลือกล่ะ”

“เราต้องเลือกที่จำเป็นต้องทำก่อน ที่สำคัญกว่า” แจยองนิ่งไปเมื่อเอ่ยมาถึงตรงนี้ หันมองแม่

“แม่คิดว่าป๊าไม่ใช่คนเก่งอะไร แต่เขากลับมีเรื่องต้องรับผิดชอบมากมาย ทำให้ป๊าทำได้ทีละเรื่อง และบางครั้งต่อให้ฝืนใจ ต่อให้ไม่อยากทำ เขาก็คงต้องเลือกอย่างอื่นมากกว่าครอบครัว แม่เองก็ไม่รู้ว่าทำไมผ่านมาตั้งหลายปีแล้วป๊าถึงเพิ่งมาเห็นความสำคัญของเรา แม่ตอบแทนป๊าไม่ได้ ถ้าหนูอยากรู้ หนูก็คงต้องไปถามป๊าเอง เมื่อก่อนเหตุผลเหล่านั้นมันอาจสำคัญกว่าหนู แต่ตอนนี้มันไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าเจสซี่แล้วนะคะ”

“แม่คิดอย่างนั้นจริงเหรอคะ” แม่ก็ไม่คิดอย่างนั้นหรอกจ้ะ

“ค่ะ แม่คิดแบบนั้น” แต่สิ่งที่คิดกับสิ่งที่ต้องพูดมันไปด้วยกันไม่ได้นี่นะ

“แต่เขาสัญญาว่าจะมาแล้วก็หายไปอีก ตอนนี้ก็หายไปอีกแล้วนะคะ”

“ที่เขาหายไปเพราะเขาไม่กล้ามาสู้หน้าหนูต่างหาก”

“แปลว่าอะไรคะ”

“แปลว่าเขาคิดว่าหนูไม่พอใจก็เลยไม่กล้ามา กลัวทำให้หนูไม่พอใจมากกว่าเดิม”

“ไม่มีความกล้าเอาซะเลยนะคะ” แจยองเยาะหยัน  ยองแจถึงกับหลุดขำ

“นั่นสินะคะ ไม่กล้าไปเจอหนูแต่กล้ามาเจอแม่ซะงั้นอ่ะ แต่ป๊าอยากพาหนูไปเที่ยว อยากมาหาหนู อยากทำดีแก้ตัว หนูไม่คิดจะลองให้โอกาสเขาดูหน่อยเหรอคะ”

“หนูควรให้โอกาสเขาเหรอคะ”

“เรื่องแบบนี้หนูต้องตัดสินใจเองค่ะ แต่ถ้าถามแม่ ยังไงเขาก็พ่อหนู ถึงจะทำผิดไปบ้างหนูก็ควรให้อภัยเขานะ”

“ให้ไปไหนมาไหนด้วย รับของเขามาแบบไม่ต้องเกรงใจน่ะเหรอ”

“หืม? อย่าบอกว่าหนูยังจำคำสอนของอาแบมแบมอยู่นะ” ยองแจว่ามันแปลกๆ แล้วลูกสาว ที่แม่บอกไม่ได้หมายความถึงแบบนั้น

“ก็อาแบมแบมบอกมานี่คะ ไม่ชอบก็ไม่เป็นไร เขาจะให้อะไรก็รับ มันเป็นสิทธิ์ของหนูที่ควรได้”

“ทำแบบนั้นมันไม่น่ารักเลยค่ะ ห้ามทำ แม่ไม่เห็นด้วย ถ้าจะรับของที่ป๊าให้นั่นตอนเป็นตอนที่หนูอยากให้โอกาสเขา พร้อมให้อภัยเขา ไม่ใช่ยังโกรธเขาอยู่แต่ก็รับของเขามา มันสิทธิ์ของหนูก็จริงแต่แบบนั้นมันเห็นแก่ตัว อาน่ะบอกแบบนั้นเพราะจะแกล้งป๊า อยากให้ป๊าเสียใจเหมือนที่หนูเคยเสียใจ แต่นั่นคือสิ่งไม่ดี”

“อาแบมสอนในสิ่งที่ไม่ดีเหรอคะ”

“ใช่ค่ะ เรื่องแบบนั้นไม่ควรทำจ้ะ  แต่เรื่องอื่นนอกจากเรื่องนี้ เรื่องดีๆ เรื่องอื่นที่อาสอนก็ควรจำไว้นะคะ ทำตามได้ แต่อาไม่ใช่คนไม่ดีนะลูก อาเขาแค่ อ่า จะเรียกว่าอะไรดีนะ ไม่ยอมให้ใครมาทำเราฝ่ายเดียว บางทีก็มีมุมเอาแต่ใจแบบนี้เหมือนเซอาเพื่อนหนูไง แต่แท้จริงแล้วไม่ว่าจะเซอาหรืออาแบมแบมก็ไม่ใช่คนไม่ดี หนูเข้าใจไหม”

“อ๋อ เข้าใจแล้วค่ะ เหมือนที่หนูเอาคืนเซอาด้วย แต่นั่นก็เป็นสิ่งไม่ดี”

“นั่นล่ะค่ะ เก่งมาก เหมือนที่แม่เคยสอนหนูไง คนอื่นทำไม่ดีกับหนู หนูเสียใจ ก็ไม่ต่างกับที่หนูทำไม่ดีกับคนอื่น คนอื่นก็เสียใจ เอาคืนกันไปมาไม่มีใครมีความสุขหรอกค่ะ ดังนั้นถ้าเราอภัยได้เราก็ควรอภัยค่ะ แม้ป๊าเคยทำให้หนูเสียใจ แต่ตอนนี้ป๊าสำนึกผิดแล้ว แทนที่หนูจะเอาคืนหนูควรยกโทษให้ ถ้าทำแบบนี้ ไม่แค่ป๊าจะดีใจ หนูเองก็จะได้ไม่มาเสียใจทีหลังด้วย”

ยองแจก็สอนลูกได้หรอกนะ แต่ในใจเขายังอภัยให้แจ็คสันไม่ได้เลย แต่การที่เขาช่วยให้ยัยหนูอภัยให้ผู้ชายคนนั้นได้ มันก็น่าจะพอแล้วมั้ง

“เสียใจทีหลัง..

“ที่หนูมาร้องไห้กับแม่ไง ที่ป๊าไม่มาหา  ถ้าหนูไม่ยอมให้ป๊ามาแล้วต้องมาร้องไห้ทีหลังอีก ชอบแบบนั้นเหรอ”

“ก็ไม่ค่ะ มันเหนื่อย”

“เนอะ ร้องไห้เหนื่อยจะตาย”

“หนูต้องยอมเจอเขาเหรอ”

“ฝึกเรียกป๊าไว้ไม่ดีกว่าเหรอคะ”

“ไม่เอาอ่ะค่ะ ไม่ชิน มันเขิน” เจสซี่กอดอก มองไปนอกรถ

ยองแจอมยิ้มน้อยๆ กับท่าทางน่ารักน่าเอ็นดู โธ่ ท่าเยอะ ฟอร์มจัด ได้ใครมาเนี่ย

“ฝึกไว้สิคะ พูดกับแม่ก่อน ตอนเจอหน้าป๊าจะได้ไม่เขิน”

“หนูเรียกคุณเหมือนเดิมไม่ได้เหรอ” เจสซี่หันกลับมาถามแม่

“ถ้าหนูอยากเรียกแบบนั้นก็ตามใจ”

“ค่ะ หนูจะเรียกแบบนั้น”

“แล้วแต่หนูละกันค่ะ”

หลังคุยกันเรื่องแจ็คสันเคลียร์แล้วก็คุยเรื่องสัพเพเหระต่อไปอีกนิดหน่อย  ยองแจก็พาลูกสาวมาถึงห้างสรรพสินค้าพอดี

“แม่ขอโทรหาป๊าแป๊บนึงนะคะ” ยองแจหยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรหาแจ็คสัน ก่อนจะช่วยลูกสาวปลดเซฟตี้เบลท์

“ลงไปแล้วรอแม่ก่อนนะ อย่าเพิ่งเดินไปไหน” ยองแจสั่งก่อนเจสซี่จะเปิดประตูรถลงไป เจสซี่รับคำ

“รับเร็วเชียวนะ” ยองแจกรอกเสียงลงไปขณะปิดประตูรถแล้วกดล็อครีโมท สะพายกระเป๋าแล้วเดินอ้อมไปหาลูกสาว

<ก็รออยู่ตลอด ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้>

“ไปรับเจสซี่มา เลยคุยให้ เพิ่งเสร็จเมื่อกี้ แกท่าทางโอเค อยากจะทำอะไรก็ทำ”

<ขอบคุณนะ! น่ารักที่สุด น่ารักมากๆ>

“แค่นี้นะ” ยองแจตัดสายด้วยความรำคาญ แตะมือกับแผ่นหลังลูกสาวเบาๆ ให้แกออกเดิน

“โอ้โห ที่นี่ใหญ่จัง ทำไมแม่ไม่เคยพาเจสซี่มาที่นี่เลยล่ะคะ”

เจสซี่จับมือแม่ เงยหน้าคุยด้วยเมื่อเข้ามาในห้างแล้ว

“หนูเคยมาแล้วค่ะ หลายปีแล้ว ตอนนั้นยังเด็กมากคงจำไม่ได้”

“แล้วทำไมเราไม่มาตั้งหลายปีล่ะคะ”

“ที่นี่มันไกลจากบ้านเรานี่นา”

“หนูว่าใกล้กว่าห้างที่ไปประจำอีก”

“หนูจำเส้นทางผิดแล้ว ไกลกว่าค่ะ จะทานไอศกรีมก่อนหรือจะไปเล่นของเล่นก่อนดี” ยองแจโกหก ที่นี่ใกล้กว่าห้างที่ไปประจำมากเลย

“ของเล่น?! ที่ไหนคะ ของเล่นอะไร” ตายัยหนูเป็นประกายวาวเชียว

“สนามเด็กเล่นในห้างไง มีของเล่นเยอะแยะเลย”

“ไปเล่นก่อนได้ไหมคะ” เจสซี่ตื่นเต้น ลืมรสชาติแสนอร่อยของไอศกรีมไปเสียสนิท

“เดี๋ยวก็หิวหรอก ไปหาอะไรทานรองท้องก่อนดีกว่าค่ะแล้วค่อยมาเล่น เดี๋ยวแม่ซื้อบัตรให้เข้าเล่นหนึ่งชั่วโมงเต็มไปเลย โอเคไหมคะ”

เพราะเจสซี่ดีใจมากที่เขาไปรับหรอกนะ ยองแจเลยอยากตามใจลูกสาวบ้าง จึงพาลูกสาวมาเล่นของเล่นที่ห้างนี้ เพราะสถานที่มันใหญ่และของเล่นก็มีให้เลือกเล่นสารพัด เจสซี่จะได้เล่นให้จุใจไปเลย

แต่ผ่านมาหลายปีขนาดนี้แล้วเจสซี่คงไม่ได้เล่นฟรีแล้วล่ะ

“โอเคค่ะ เรารีบไปหาอะไรทานกันเถอะ แม่จะทานอะไรคะ”

เจสซี่แกว่งมือแม่ไปมา ท่าทางร่าเริงเสียจนแม่ยิ้มกว้าง

“เอาที่เจสซี่อยากทานก็ได้ค่ะ เดี๋ยวขอแม่รับสายแป๊บนึงนะ”

 ยองแจปล่อยมือลูกสาวชั่วคราวเพื่อหยิบมือถือมาดู ถึงกับถอนหายใจออกมาเลยทีเดียวเมื่อเห็นว่าเป็นชื่อแจ็คสัน

<ยองแจรับลูกไปหรือยัง ฉันโทรหาเฮียจะไปรับเจสซี่แทน แต่เฮียบอกว่าวันนี้นายจะไปรับเอง>

“รับมาแล้ว มีอะไร”

<โธ่ เสียดายอ่ะ อยากเจอเจสซี่ ขอไปหาที่บ้านได้ไหม กลับบ้านกันหรือยัง แล้วล่ามโซ่พี่สะใภ้ฉันไว้ให้ด้วยอย่าให้ออกมาไล่กัดชาวบ้านเขานะ>

“ปากเสีย! คุณว่าใครเป็นหมา ตบปากตัวเองเดี๋ยวนี้”

เจสซี่มองแม่อย่างตกใจเมื่อจู่ๆ แม่ก็ด่าใครไม่รู้ทางโทรศัพท์ ใครอ่ะ นิสัยไม่ดี ว่าใครเป็นหมา

<แบมแบมปากร้ายจะตาย ยังจำที่โดนด่าได้ขึ้นใจอยู่เลย งั้นอย่าเพิ่งบอกว่าฉันจะไปบ้านนะ เดี๋ยวผู้ชายคนนั้นไม่ให้เข้า>

“เขาอยู่ร้าน”

<ลัคกี้!>

“แต่ตอนนี้เจสซี่ไม่อยู่บ้าน”  เจสซี่ฟังแล้วชี้หน้าตัวเองอย่างงงๆ ยองแจยิ้มให้ลูกสาว

<อ้าว! แล้วไปไหนกัน ตอนนี้ลูกอยู่ไหน>

“อยู่กับฉันไง"

<รู้ครับว่าอยู่กับนาย แต่นายกับลูกอยู่ส่วนไหนของเมือง>

“ห้างของบ้านคุณ แค่นี้นะ ฉันจะพาลูกไปกินข้าว”

ยองแจตัดสายอย่างรำคาญ แต่พอคิดไปคิดมาก็ปิดเครื่องไปเลยดีกว่า ขี้เกียจคุย

“ไปกันเถอะค่ะ เดี๋ยวเดินดูก่อนเนอะว่ามีร้านอะไรบ้าง ทานเสร็จเราค่อยไปเล่นกัน” ยองแจจับมือเจสซี่ไว้

“ค่ะ!” เจสซี่พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ตอนนี้แม่จะพาไปไหนก็ได้ทั้งนั้น

 

85%

 

 

            หลังจากวางสายจากยองแจแล้วแจ็คสันก็รีบขับรถมาที่ห้างของบ้านทันที ไม่ได้บอกยองแจด้วยว่าจะตามมา เดี๋ยวยัยหนูรู้แล้วไม่ยอมให้เจอ

            เพราะร้านอาหารมีเยอะมาก ต้องเดินหาอยู่หลายนาทีกว่าแจ็คสันจะเจอยองแจและลูก แต่พอเจอแล้วขายาวกลับก้าวชะงัก คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว

            ยูคยอม?

            ทำไมเพื่อนเขาถึงมานั่งกินข้าวกับสองแม่ลูกได้ล่ะ

            ไม่รอให้สงสัยมากกว่านี้ แจ็คสันรีบเดินเข้าไปในร้านอาหารทันที ไม่สนใจตอบพนักงานเรื่องโต๊ะด้วยซ้ำ เขาเดินดุ่มไปที่โต๊ะของยองแจ

            การปรากฏตัวของเขาทำให้คนในโต๊ะตกใจ ยูคยอมออกไปทางประหลาดใจแต่ยองแจหงุดหงิด

            “เจสซี่” แจ็คสันยังไม่ทักใครทั้งนั้นนอกจากลูกสาว เจสซี่มองแจ็คสันเขม็ง แจ็คสันยิ้มให้เธอ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ฝืนอะไรเพราะดีใจจริงๆ ที่เห็นหน้าลูก แม้จะหงุดหงิดกับความสัมพันธ์ของยองแจและเพื่อนที่เขายังไม่รู้ก็ตาม

            “สวัสดีค่ะ” เจสซี่ทักทายแจ็คสันเล็กน้อยแล้วก้มหน้าก้มตากินอาหารจานอร่อยตรงหน้าต่อ

            “บังเอิญจัง ทานด้วยกันไหม” ยูคยอมยิ้มให้ เอ่ยชวนตามมารยาท แจ็คสันยังคงยิ้มอยู่แต่ตาไม่ยิ้มไปด้วย

            “เอาสิ หิวพอดี”

“เกรงว่าจะไม่สะดวก” แต่ยองแจไม่ยอมให้นั่ง เจสซี่เงยหน้าหันมองแม่ แม่จึงยิ้มให้เธอ แม้ลูกไม่ถามก็เข้าใจในสิ่งที่เธอสงสัย

“เราทานกันสักพักแล้วค่ะ ต้องรีบทานรีบไปเล่นของเล่นอีก ป๊าทานตอนนี้จะอิ่มทีหลังเราแล้วต้องนั่งคนเดียวนะ”

             “อ๋อ”

“ถ้าอย่างนั้นป๊ายังไม่ทานหรอกค่ะ ยังไม่หิวเท่าไร แต่ขอป๊านั่งด้วยนะ เวลาหนูไปเล่นของเล่นป๊าจะได้ไปด้วย”

ปากเอ่ยขอแต่นั่งลงก่อนจะมีใครขออนุญาตเสียอีก แจ็คสันนั่งลงข้างเพื่อนเพราะยองแจนั่งข้างยัยหนูไปแล้ว

แจ็คสันอยากถามเพื่อนใจจะขาดว่ามากับยองแจได้ยังไง แต่จะถามต่อหน้ายัยหนูก็ไม่ได้

รอยยิ้มบนใบหน้ายูคยอมเลือนหายไปแล้ว ไม่คิดว่าแจ็คสันจะมาอยู่ตรงนี้ได้ นานๆ ทีคุณยองแจจะว่างตอนเย็น คิดว่าจะได้อยู่กับคุณยองแจและหนูเจสซี่อย่างมีความสุขเสียหน่อยดันมีมารผจญเสียได้

“หนูไม่อยากให้คุณไปเล่นด้วย” เจสซี่มองหน้าแจ็คสัน คนเป็นพ่อชะงัก รอยยิ้มเลือนลงแต่ไม่จางหาย

“แต่ลุงยูคยอมยังไปได้เลยนี่นา” แจ็คสันตีขลุมถามดักไปอย่างนั้น อยากรู้ว่ายูคยอมจะไปด้วยไหม

“คุณครูไม่ไปค่ะ แค่แวะมาทานข้าวด้วย”

เจสซี่ปฏิเสธยูคยอมเช่นกันจนยองแจและคุณครูผอ.มองหน้ากันโดยอัตโนมัติ

“อ่าว จะไปกับแม่แค่สองคนเองเหรอคะ เสียดายจังเลย” สีหน้าจืดเจื่อนค่อยระรื่นขึ้น แจ็คสันรู้สึกดีขึ้นที่เขาไม่ได้ไป เพื่อนก็ต้องไม่ได้

“แม่ไม่ค่อยว่าง หนูอยากเล่นกับแม่” เจสซี่หวงแม่ออกนอกหน้า เธอไม่อยากให้แม่สนใจใครนอกจากเธอ

            ยองแจมองหน้ายูคยอมเป็นเชิงขอโทษ ร่างสูงเองก็ส่ายหน้าและยิ้มให้ ไม่ได้ถือสาอะไร

            “ป๊าสั่งข้าวมากินดีกว่า ลุงยูคยอมไม่ได้ไปด้วยก็ให้เขากินเป็นเพื่อนลุง”

            แจ็คสันหันมามองจ้องเพื่อนเขม็ง ยูคยอมเพียงยักไหล่น้อยๆ

            “ว่าแต่เจสซี่ชอบกินกุ้งเหรอคะ” แจ็คสันชวนคุย มองลูกสาวที่กำลังพยายามดึงเนื้อที่ซ่อนอยู่ตรงส่วนหางกุ้งออกมา

            “ค่ะ ชอบกินกุ้ง” เจสซี่จดจ่ออยู่กับการแกะกุ้งเลยตอบไปโดยไม่คิดอะไร

            “ป๊าช่วยแกะไหม”

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูทำได้”

            เจสซี่ทำได้นะ เพราะชอบกินแม่ก็เลยสอนให้แกะกุ้ง ทั้งแบบที่ยังมีหัวมีเปลือกเต็มตัวและแบบตัวเปลือยๆ เหลือแต่หางด้วย

            “ระวังกระเด็นนะคะ” ยองแจเอ่ยขึ้นแล้วมองลุ้นเอาใจช่วย เจสซี่ขานรับเบาๆ ว่าค่ะ

            บรรยากาศในโต๊ะประดักประเดิดกระอักระอ่วนชอบกล ต่างคนต่างทำอะไรไม่ถูก ถ้าไม่มีเจสซี่ร่วมโต๊ะคงแย่กว่านี้

แจ็คชวนลูกคุยมากกว่าจะชวนยองแจ ยองแจก็สนทนากับยูคยอมบ้างลูกบ้าง และรีบทานอาหารให้หมด จะได้รีบออกจากร้านไปไวๆ

ผ่านไปอีกพักใหญ่สองแม่ลูกก็อิ่ม เตรียมตัวไปเล่นเครื่องเล่นที่ชั้นห้า เมื่อยองแจจะหยิบกระเป๋าเงินออกมาแจ็คสันก็รีบเอ่ย

“ไม่ต้องหรอกเดี๋ยวจ่ายให้ นี่ก็ยังกินไม่อิ่มเหมือนกัน”

ยองแจลังเลแต่ก็ยอมเก็บกระเป๋าแล้วหันไปเอ่ยกับยัยหนู

“เจสซี่ขอบคุณป๊าก่อนค่ะ”

“ขอบคุณที่เลี้ยงค่ะ”เจสซี่หันมาขอบคุณอย่างว่าง่าย

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” แจ็คสันอยากดึงยัยหนูมากอดจังเลย น่ารักมากๆ เลยลูก

ยองแจลาผอ.โรงเรียนลูก เจสซี่ลาทั้งพ่อและครูก่อนจะจับมือแม่เร่งให้เดินเร็วๆ จะได้ไปเล่นเร็วๆ

“นายคงมีเรื่องอยากถามฉัน” ยูคยอมเอ่ยบ้างหลังสองแม่ลูกออกจากร้านไปแล้ว

แจ็คสันวางช้อนลงทันทีเมื่อเพื่อนเข้าประเด็นก่อน ไม่สนใจอาหารอีก ไม่ได้อยากกินมาแต่แรก ไม่มีอารมณ์กิน

“ทำไมมาทานข้าวกับยองแจและเจสซี่ได้”

“เรื่องส่วนตัวต้องบอกด้วยเหรอ”

ยูคยอมยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม ท่าทางไม่ทุกข์ร้อน

เขาชวนคุณยองแจทานข้าวด้วยกันมานานแล้วแต่คุณยองแจยุ่งมาก ไม่ว่างไปด้วยกันสักที วันนี้ก่อนเลิกเรียนจู่ๆ คุณยองแจก็โทรมาหาบอกว่าไม่มีสอน ทานข้าวด้วยกันได้ เขาดีใจมากเลยนะ แต่เพราะต้องเคลียร์งานที่โรงเรียนนิดหน่อยเลยออกจากโรงเรียนมาพร้อมเจสซี่และคุณยองแจไม่ได้

แจ็คสันมองจ้องเพื่อนอยู่ครู่ก่อนถามตามตรง

“เป็นอะไรกับยองแจ”

“ถามอย่างนี้แสดงว่านายคงเลิกรากับคุณยองแจแบบเด็ดขาดจนไม่รู้เรื่องอะไรของเขาแล้วสินะ”

ยูคยอมตอบไม่ตรงคำถาม ดูอารมณ์ดีกับสิ่งที่คาดเดา แจ็คสันไม่ชอบใจท่าทางนั้นเลย

“จีบอยู่เหรอ ตอนฉันปรึกษาเรื่องลูกไม่เห็นนายบอก”

            “ฉันเองก็ตกใจเหมือนกันตอนรู้ว่าเจสซี่คือลูกนาย”

            “ชอบยองแจเหรอ”

            “ใช่ เรียกว่าตกหลุมรักเลยจะดีกว่า นายคงไม่ว่าอะไรนะถ้าฉันจะจีบคุณยองแจ ในเมื่อนายก็เลิกกันมาหลายปีแล้ว”

            ยูคยอมลองพูดหยั่งเชิงดู แจ็คสันแค่นยิ้ม

            “ฉันจะว่าอะไรได้ เรื่องแบบนี้ขึ้นอยู่กับยองแจ” ยิ่งคุยยิ่งอึดอัด ทำไมมันน่าหงุดหงิดแบบนี้นะ

            “พูดจริงนะ! ฉันจีบมาสักพักแล้วแต่เขาไม่ใจอ่อนสักที ฉันก็คิดว่าเขาคงลืมรักเก่าไม่ได้ แต่เมื่อกี้ที่ดูท่าทีเขาก็เฉยๆ กับนายมาก แสดงว่าที่ฉันเคยกังวลไว้คงไม่ใช่”

ยูคยอมมีท่าทีดีใจมากจริงๆ และท่าทางนั้นก็ขวางหูขวางตาแจ็คสันมากด้วย..

“คงงั้น” แจ็คสันอารมณ์ไม่ดีมากขึ้นไปอีก

ยองแจจะหาพ่อใหม่ให้เจสซี่สินะ ทีเขาล่ะขับไล่ไสส่งแต่กับผู้ชายอื่นยอมมากินข้าวด้วย หรือถือตัวว่าโสดเลยจะไปไหนมาไหนกับใครก็ได้

“ขอบใจ ที่ผ่านมาฉันก็เกรงใจนายและไม่สบายใจเหมือนกัน นายกลับมาแล้วก็กลัวคุณยองแจจะหันไปหานาย แต่ถ้าทั้งนายและคุณยองแจไม่มีอะไรต่อกันแล้วฉันจะได้รุกหนักสักที”

แจ็คสันไม่สบอารมณ์กับรอยยิ้มกว้างของเพื่อนเลย แปลกคนนะหมอนี่ ทำไมต้องโล่งใจขนาดนั้น

“คนโสดตัวเปล่าเล่าเปลือยไม่ยักชอบ มาชอบแม่เลี้ยงเดี่ยวแบบยองแจเนี่ยนะ”

“แล้วไง คุณยองแจออกจะสวยน่ารักแล้วยังนิสัยดีมากด้วย หนูเจสซี่ก็เป็นเด็กดี ถ้าฉันทำให้คุณยองแจชอบได้ เจสซี่คงยอมรับฉันได้ไม่ยาก”

ยูคยอมมั่นใจในตัวเองมากทีเดียว

“มาพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าพ่อเจสซี่เลยนี่นะ?”

“ทำไมล่ะ ฉันไม่ได้จะแย่งสิทธิความเป็นพ่อสักหน่อย แค่จะช่วยนายดูแลเจสซี่อีกแรง  ฉันไม่เป็นพ่อเลี้ยงใจร้ายหรอกนายสบายใจได้ ฉันรักและเอ็นดูเจสซี่จากใจจริง”

ยูคยอมยืนยันหนักแน่นหวังให้แจ็คสันสบายใจ แต่แจ็คสันไม่อยากรู้เลย ฟังแล้วระคายหู

“ลูกฉันฉันดูแลได้” เสียงกระด้างขึ้นจนคนฟังยังรู้สึกได้เลย

“ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว  ก็นายเป็นพ่อแท้ๆ นี่ ถ้านายไม่อยากให้ฉันวุ่นวายเรื่องเจสซี่มากไปนายบอกฉันได้นะ ฉันจะไม่ล้ำเส้น ส่วนเรื่องคุณยองแจไม่ต้องเป็นห่วง ฉันจริงจัง จะดูแลให้ดีเอง”

คุณผู้อำนวยการจริงจังมากทีเดียว

ไม่ว่าใครก็สัมผัสได้แต่ความจริงใจในสิ่งที่ยูคยอมพูดออกมาแต่ยกเว้นคนตรงหน้าเขาอยู่หนึ่งคน แจ็คสันฟังแล้วแทบอยากจะล้มโต๊ะ ในใจร้อนรนแปลกๆ

เขากลัวจะโดนแย่งไปเหรอ คงกลัวโดนยูคยอมแย่งลูกไปถึงได้ไม่สบายใจอยู่แบบนี้ ไม่เกี่ยวอะไรกับยองแจหรอก

“ขอบใจ” แจ็คสันข่มอารมณ์ทั้งมวลแล้วตอบไปเพียงเท่านี้ บังคับตัวเองให้ใจเย็น

มันอะไรกันวะ เขาคงหลงลืมไป ตัวเองโสดมาตลอดก็เลยลืมไปว่ายองแจเองก็ถึงวัยที่พร้อมจะมีครอบครัวได้แล้ว และตอนนี้ก็เป็นวัยที่เหมาะสมมากด้วย..

ยองแจกับยูคยอมงั้นเหรอกับผู้ชายคนอื่น

เขาลืมนึกเรื่องนี้ไปเลย แม้จะมีเจสซี่แล้วแต่ยองแจก็คงยังน่าสนใจสำหรับผู้ชายหลายๆ คน

ที่เขาไม่พอใจและไม่ชอบใจอยู่ตอนนี้คงเป็นความอิจฉามั้ง ต้องใช่แน่นอน อิจฉาที่ยองแจจะได้เริ่มต้นใหม่กับใครสักคนที่เป็นคนดีและสร้างครอบครัวใหม่ด้วยกัน

 

 

 

 

ยองแจยืนเหม่อครุ่นคิดหลายเรื่อง แต่เมื่อลูกสาวที่กำลังเล่นเครื่องเล่นอย่างสนุกสนานร้องเรียกและส่งยิ้มโบกมือทักทาย เขาก็ปั้นสีหน้าให้ดีและโบกมือตอบ ส่งยิ้มกลับไป

ยองแจตามดูแลลูกสาวที่เล่นของเล่นไปกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว เวลาช่างผ่านไปเร็ว แป๊บๆ ก็จะหมดเวลาที่เขาซื้อบัตรไว้แล้ว

“ผู้ใหญ่ก็เข้าได้นะ”

ยองแจสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงคุ้นหูจากด้านหลัง ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าใคร

“ทำไมมาอยู่นี่” ยองแจขยับหลบมาห่างๆ แล้วคุยด้วยทั้งที่สายตาจับจ้องอยู่ที่เจสซี่ที่กำลังเล่นกับเด็กคนอื่นอย่างสนุกสนาน

“กว่าจะแยกตัวจากยูคยอมมาได้นานจะตาย ต้องออกไปแล้วย้อนกลับมาอีกที”

“มาทำไม”

“มาหาเจสซี่กับนายไง”

“ไม่จำเป็น”

“นั่นสิ ฉันมันคงไม่จำเป็นในเมื่อนายจะหาพ่อใหม่ให้เจสซี่เมื่อไรก็ได้”

“พูดบ้าอะไรของคุณ” ยองแจหันขวับมามองหน้า แจ็คสันกอดอก

“ยูคยอมไง โลกกลมมากรู้ไหม หมอนั่นเป็นเพื่อนฉันเอง มันเป็นคนดีนะ” แจ็คสันบรรยายสรรพคุณเพื่อนแบบไม่มีอารมณ์ร่วมสักนิด

ยองแจฟังแล้วนึกเคืองขึ้นมา

 “ไม่ต้องมาเชียร์ ฉันไม่ได้อยากจะคบเขา”

“ไม่ชอบเขาเหรอ น่าจะไปออกเดตกับเขาหน่อย”

“มันธุระกงการอะไรของคุณถึงยื่นมือเข้ามายุ่งกระทั่งเรื่องส่วนตัวของฉัน”

“แค่ไม่อยากให้นายซี้ซั้วเลือกผู้ชายไม่ดีมาเป็นพ่อเลี้ยงเจสซี่ ฉันเป็นห่วงลูก”

“ไม่ต้องห่วงหรอกเรื่องนั้น คงไม่มีพ่อเลี้ยงคนไหนจะแย่ได้เท่าพ่อแท้ๆ แล้วล่ะ และฉันก็ไม่คิดจะมีใครตอนนี้ด้วย ฉันจะอยู่กับลูกเท่านั้น”  ยองแจสวนกลับอย่างหงุดหงิด

แจ็คสันพูดเหมือนเขาไม่มีตามองผู้ชาย ไม่รู้จักเลือก แค่ความผิดพลาดครั้งเดียวตอนเลือกแจ็คสันก็ใช่ว่าเขาจะซวยเลือกคนประเภทเดียวกันมาได้อีกนะ

“ฉันกำลังปรับตัวให้โอกาสกันหน่อยสิ” แจ็คสันไม่ใส่ใจคำเหน็บแนม ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าคิ้วที่ขมวดมุ่นคลายลงเมื่อไร

“ก็อยากรู้เหมือนกันว่าคุณจะฝืนตัวเองไปได้สักกี่น้ำ” ยองแจขอดูถูกไว้ตรงนี้เลยก็แล้วกัน!

“ฉันไม่ได้ฝืนตัวเอง”

“จะคอยดู”

ยองแจหยุดคุยกับแจ็คสันไว้แค่นั้นเมื่อลูกสาววิ่งมาหา แก้มแดงปลั่งเพราะออกกำลังกายเล่นอะไรผาดโผนมา

“แม่ขา ไปเล่นโซนนั้นกันนะ”

“ดะ..

“แม่เขาเหนื่อยค่ะ ไปเล่นกับป๊าแทนได้ไหม”

ยองแจยังไม่ทันอ้าปากตอบแจ็คสันก็สวนทับ เจสซี่เงยหน้ามองทั้งสอง

“จริงเหรอคะ แม่เหนื่อยเหรอ”

ยองแจอยากปฏิเสธ แต่รู้ว่าถ้าเขาไม่ให้โอกาสก็ยากที่เจสซี่จะยอมเปิดใจให้แจ็คสัน

“ค่ะ เหนื่อยนิดหน่อย ไปกับป๊าก็แล้วกัน”

“ถ้าแม่เหนื่อยเรากลับกันเลยก็ได้นะคะ” เจสซี่เป็นห่วง ยองแจยิ้มออกมาแล้วลูบศีรษะแกแผ่วเบาด้วยความรักและเอ็นดู

ยัยหนูของแม่น่ารักเสมอเลยลูก แค่หนูเป็นห่วงแม่แม่ก็มีความสุขที่สุดในโลกแล้ว

“ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวแม่นั่งรอ แค่เห็นเจสซี่เล่นอย่างมีความสุขแม่ก็หายเหนื่อยแล้วค่ะ”

“จริงเหรอคะ”

“จริงสิ แม่ชอบมองเจสซี่เล่นนะคะ เพลินดี”

“งั้น..หนูเล่นต่อนะ”

“ค่ะ หนูอยากเล่นอะไรก็ตามใจหนูเลย ยังเหลือเวลาอีกตั้งเยอะนะคะ”

เจสซี่ยอมเล่นต่อเมื่อแม่ยืนยันจะไม่กลับ เธอหันไปมองแจ็คสัน อยากขอให้ไปเล่นด้วยแต่ทิฐิสูงจนไม่เอ่ยปาก เดินกลับไปเล่นต่อลำพัง

“ยืนบื้อทำไม ตามไปสิ”

ยองแจหันมาบอกคนที่ยืนนิ่ง แจ็คสันหันมามองหน้าอย่างงงๆ

“แต่ท่าทางยัยหนูไม่อยากให้ไป”

“ไม่เข้าใจจิตใจผู้หญิงเลยเหรอ เมื่อก่อนเห็นคบไปทั่ว ภรรยาก็เคยมีแล้ว” ยองแจดุจนแจ็คสันหน้านิ่วคิ้วขมวด

“นั่นมันโตแล้ว เจสซี่ยังเด็กอยู่นะ จะหวังให้ฉันเข้าใจอะไรเล่า”

“ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ยังไงก็ผู้หญิง  เจสซี่แค่ถือตัวฟอร์มเยอะ ต่อให้ลูกจะด่าหรือไล่คุณก็ต้องหน้าด้านหน้าทนคอยขอโอกาส แต่ไม่ต้องวอแวจนน่ารำคาญ นี่อยากเข้าหาลูกจริงไหมเนี่ย”

ต้องให้คอยบอกคอยสอนตลอดเลยหรือไง ยองแจเหนื่อย!

“เข้าใจยากจริง”

“ไม่ยากหรอกถ้าลองทำความเข้าใจ” ยองแจแนะนำให้เต็มที่แล้ว แจ็คสันเลิกโง่สักทีเถอะ

“ฉันควรตามลูกไปใช่ไหม”

“เออ!

“โอเค” แจ็คสันรีบวิ่งไปหายัยหนู ยองแจได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย

แจ็คสันยังไงก็ยังคงเป็นแจ็คสันอยู่วันยังค่ำ

 

TBC.


**

ป๊าโง่จังค่ะ #เจสซี่ไม่ได้กล่าวเล็กกล่าวเอง 5555

เอาเท้อออ จะครอบครัวสุขสันต์ไวไปก็ใช่ที่ มีอุปสรรคมาทดสอบป๊าซะบ้าง

ได้มายากๆ ป๊าจะได้เห็นคุณค่าของครอบครัวสักที

 

**

มันไม่ดราม่าก็เพราะว่านายเอกเรื่องนี้เป็นคนดี แงงง

เป็นคุณครูแถมเป็นคุณแม่ ก็เกรี้ยวกราดได้แค่กับป๊าคนเดียวอ่ะเนอะ

แต่ป๊าจะนิสัยเปลี่ยนไหมก็ไม่ทราบได้ อิ้_อิ้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.155K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,297 ความคิดเห็น

  1. #3197 Markmark_tuan1a (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 16:16
    ยองแจเป็นคนดีดี๊ดี ดีจนเรารู้สึกว่าตัวเองเลวทากๆไปเลย ความเห็นสวนทางกันตลอด เป็นเราจะทำใจอยู่ร่วมโลกยังไงยังไม่รู้เลย แหะๆ
    #3,197
    0
  2. #2871 N_udaen_G (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 08:35
    แจ็คสันนนนนนน แบบต้องให้บอกตลอดเลยหรอคะ? แงงงงงงง
    #2,871
    0
  3. #2786 My love markbam (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 10:14
    ป๊าโคตรโง่เลย 555555 แจสอนลูกได้ดีมากๆๆๆ
    #2,786
    0
  4. #2635 Arsnxxk (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 17:12
    แจ็คสันนี่โง่มาตั้งแต่ต้นเรื่องจนจะจบแล้วอ่ะ
    #2,635
    0
  5. #2617 gene_pa (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:04
    ทำไมเหนื่อยกันแจ็คสันจัง
    #2,617
    0
  6. #2576 LOOK_WALAK (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 12:15
    ตอนแจ็คสันไปคุยกับยองแจตอนแรกคำพูดนี่น่ารักมากอ่ะ อารมณ์กวนๆเหมือนเพื่อนรักที่รู้ใจกันดี ชอบบบบบ
    #2,576
    0
  7. #2569 Friendship_Lee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 00:18
    เหมือนยองแจมีลูกชายเพิ่มอีกคน เหนื่อยแทน
    #2,569
    0
  8. #2554 Reeya.P (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 22:29
    ป๊านี่ไม่ไหวเลยน้า ต้องให้คุณม๊าสอนทุกอย่างเลย 5555555
    #2,554
    0
  9. #2552 BG3031 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 03:07
    ป๊า ซื่อบื้ออะ 55555
    #2,552
    0
  10. #2542 mooping11 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 19:51
    คนมันไม่เคยง้อใครอ่าเนาะ สงสาร5555
    #2,542
    0
  11. #2540 PaulaPum (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 08:11
    เรื่องแบบนี้ล่ะซื่อบื้อจริงๆ ง้อยาวๆไปเลย คนแบบนี้โกรธนานๆไปเลยลูก
    #2,540
    0
  12. #2492 0806_k (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 20:38
    น่อววว เจสซี่น่ารักกกกก

    ป๊าก็ซื่อบื้อ ชอบที่ยองแจด่าว่าไม่เข้าใจผู้หญิงหรือไง 555 นอกจากไม่เข้าใจผู้หญิงแล้วยังไม่เข้าใจตัวเองอีกอย่างนะคุณแจ็ค โมโหหึงเขาขนาดนั้น เฮ้ออออ
    #2,492
    0
  13. #2487 ออมม่า (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 06:58

    คนเราบางที่ก้อ ฉลาดในเรื่องโง่ ๆ

    #2,487
    0
  14. #2486 Poca_brown (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 05:55
    นี่เชียร์ผู้ชายทุกคนที่จีบแจ ยกเว้นแจ็ค
    #2,486
    0
  15. #2483 Y_TwwT_Y (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 09:40

    คุณป๊าซื่อบื้ออ่ะ555555

    #2,483
    0
  16. #2482 mymindmiew (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 21:52
    เจสซีน่ารักเสมอเลยลูกกก ป๊านี่ซื่อบื้อจริงๆเลยค่ะ เหนื่อยใจเลย
    #2,482
    0
  17. #2481 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 21:32
    ดีนะเจสซี่ได้ความฉลาดจากแม่มา ไม่งั้นนะ 555
    #2,481
    0
  18. #2480 Pearlypim (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 21:13
    มีพ่อซื่อบื้อก็เหนื่อยหน่อยนะคะเจสซี่
    #2,480
    0
  19. #2479 waraporn777 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 15:54

    อัพเถอะขอร้อง😢😢
    #2,479
    0
  20. #2478 ppploycb (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 10:56
    เออโง่จริงๆด้วย5555555555555 นี่หึงไม่รู้ตัวหรือป่าวแจ็คสัน ทำเป็นเสนอเพื่อนตัวเองให้ยองแจ
    #2,478
    0
  21. #2477 Ploy Snw (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 10:28
    บื้ออะไรขนาดนี้แจ็คสานนนนน 555555
    #2,477
    0
  22. #2476 Pitta-Blue (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 07:53
    ขอให้ดีจริงๆนะแจ็ค
    #2,476
    0
  23. #2475 nuying88 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 07:00
    โอ้ยยยย คุณเอ้ย. หึงเค้าแบบไม่รู้ตัวไปอีก
    #2,475
    0
  24. #2474 PiiProud (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 03:16
    ของอย่างนี้ต้องดูกันยาวๆ ว่านางกลับตัวจริงป่าว
    #2,474
    0
  25. #2472 N-CH (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 00:56
    เเจ็คสันกับยองแจคุยกันบ่อยๆน้าาา ทะเลาะยังไงก็ฟินมากกเลย
    #2,472
    0