สต็อกพร้อมส่ง(GOT7) พันธะปฏิพัทธ์ Jackjae Ft.Markbam Bnior (mpreg)

ตอนที่ 14 : Chapter 12 [120%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,342
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,207 ครั้ง
    7 ก.ย. 61




 

เจสซี่ ชเว




         เด็กหญิงวัยแปดขวบมองเด็กชายตัวเล็กที่ยืนก้มหน้าอยู่หน้าห้องเรียน คุณครูให้นักเรียนทุกคนในห้องเงียบแล้วบอกให้เด็กใหม่แนะนำตัว

            “สะ..สวัสดี เราชื่อการันต์ เรียกบัวก็ได้”

            ทั้งห้องเงียบรอฟังต่อแต่เด็กชายตัวเล็กผิวสีน้ำผึ้งก็ยังก้มหน้างุดไม่เอ่ยอะไรต่อ คุณครูจึงกระแอมแล้วเอ่ย

            “เพื่อนเพิ่งย้ายมาจากประเทศไทยจ้ะ ครูอยากให้ทุกคนสนิทกับเพื่อนไว้นะ มีอะไรก็คอยช่วยเหลือเพื่อนด้วย อ่า การันต์ไปนั่งกับแจยองนะ ชเว แจยองยืนให้เพื่อนเห็นหน่อยค่ะ”

            เจสซี่ซึ่งนั่งเท้าคางมองเพื่อนใหม่ที่ย้ายมากลางเทอมลุกขึ้นยืนอย่างอ้อยอิ่ง

มิน่าล่ะข้างๆ เธอถึงมีโต๊ะเรียนใหม่มาวาง มีคนมาใหม่นี่เอง

            ทุกสายตามองตามทุกย่างก้าวของเด็กใหม่ แต่เดินๆ มาอยู่ดีๆ ร่างเล็กก็ล้มคะมำหน้าคว่ำจนทั้งห้องเงียบกริบก่อนจะมีเสียงหัวเราะคิกคักขบขันดังขึ้น

            บัวเม้มปากแน่น น้ำตาคลอ ก่อนจะหันไปมองทางซ้ายมือ เด็กหญิงคนหนึ่งหน้าตาน่ารักปรายตามองเขาแล้วยิ้ม บัวมองไปเบื้องล่าง เธอหดเท้ากลับเข้าไปตามเดิม

            เธอยื่นเท้าออกมาให้เขาสะดุด

            แต่การกระทำของเธอนั้นคุณครูดันไม่เห็น แต่คนที่เห็นคือคู่ปรับของเซอา

            “ตายแล้ว การันต์เป็นอะไรไหมคะ เจ็บตรงไหนไหมลูก” คุณครูรีบเข้ามาดูเด็กน้อย ย่อกายลงนั่งประคองเขา

            “ไม่เป็นไรครับ” บัวหันมายิ้มเจื่อนให้คุณครู

            เจสซี่มุ่นคิ้ว ก่อนจะตบมือทั้งสองลงบนโต๊ะดังปังแล้วก้าวออกมา เดินตรงไปหาเด็กใหม่

“ลุกสิ ไม่กลัวเครื่องแบบเปื้อนเหรอ”

เจสซี่ยื่นมือให้จับ บัวเงยหน้าขึ้นมองเธอแล้วจับมือเธอดึงเป็นหลักลุก

เจสซี่จ้องใบหน้าด้านข้างของเซอาที่ทำไม่รู้ไม่ชี้แวบหนึ่งแล้วลากเพื่อนใหม่ไปนั่งที่ คุณครูถอนหายใจแล้วลุกขึ้น เดินกลับไปหน้าห้อง

“เรียกเราเจสซี่ก็ได้นะ” แจยองแนะนำตัวกับเพื่อนใหม่เมื่อนั่งลงแล้ว บัวเปิดกระเป๋าเพื่อหยิบสมุดและดินสอออกมาวาง

“จ้ะ”

เจสซี่เท้าคางมองคนที่ตอบรับเสียงเบาด้วยท่าทางดูขลาดกลัวไปซะทุกอย่างแล้วก็สงสัย ทำไมไม่ยิ้มบ้างเลย หน้าเธอก็ไม่มอง

แต่ช่างเหอะ อยู่ๆ ไปเดี๋ยวก็ชินมั้ง เพิ่งย้ายโรงเรียนคงทำตัวไม่ถูก

 

 

 

“เจสซี่ไปนั่งตรงโน้นกัน”

“เอาสิ” เด็กหญิงแสนสวยพยักหน้ารับคำชวนของนายอนเพื่อนสนิท เธอรับถาดอาหารกลางวันจากแม่ครัวแล้วเดินไปพร้อมนายอนที่ยืนรอ แต่เดินไปได้แค่ไม่กี่ก้าวก็ได้ยินเสียงโครมจากด้านหลัง เธอหันไปมองก่อนจะพบเซอาเจ้าเก่ายืนทิ้งสะโพกก้มมองถาดอาหารที่ตกพื้น

มันไม่ใช่อาหารของเธอแน่ ก็เซอายังถือถาดอาหารกลางวันอยู่เลย ของที่ตกคือของเด็กใหม่ที่ยืนจ้องถาดอาหารอยู่ตรงหน้าเซอา หน้าเสียเหมือนจะร้องไห้

“แย่จัง โทษทีนะไม่ทันมอง รีบเก็บแล้วรีบไปต่อแถวใหม่เสียสิ”

“แต่..แต่เธอชนเรา”

บัวนั่งลงหยิบถาดอาหารท่ามกลางสายตาของนักเรียนหลายคน ขยับถอยไม่ให้เกะกะแถวที่รอรับอาหารกลางวัน

“อุบัติเหตุต่างหาก ฉันแค่หมุนตัวไปชน ทำไมนายไม่จับถาดให้มันดีๆ ล่ะ”

เจสซี่ยื่นถาดอาหารของตนให้นายอนถือ นายอนร้องอ๊ะ จะห้ามก็ไม่ได้เพราะต้องประคองสองถาดไม่ให้หล่น รีบเดินไปหาโต๊ะนั่งเพื่อวางของจึงไม่ได้เดินตามเจสซี่ไป

ส่วนเจสซี่ก็รีบเดินตรงไปยังเซอาแล้วคว้าถาดอาหารของเธอมาถือไว้ เซอารีบยื้อ

“จะทำอะไรของเธอเจสซี่!

“เธอผิดที่ไม่ระวังจนทำถาดของบัวตก เธอก็ควรเอาของเธอให้เขาไปแล้วไปต่อแถวใหม่เอง”

เจสซี่ทนดูไม่ได้ แม่เคยสอนเธอเสมอว่าเห็นคนเดือดร้อนต้องช่วย อาแบมแบมก็สอนว่าการแกล้งคนอื่นมันไม่ดี ห้ามทำ แต่ถ้ามีใครมาทำอะไรเรา เราก็ต้องสู้ ไม่งั้นเขาจะแกล้งเราต่อไปเรื่อยๆ เพราะเห็นเรายอม

“แต่บัวก็เป็นคนผิดที่ไม่ถือให้ดี เกี่ยวอะไรกันกับที่ฉันต้องยกข้าวให้บัวด้วย”

เซอาถลึงตาใส่เจสซี่ ไม่ยอม เจสซี่ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะจับถาดพลิกกลับเข้าหาตัวของเซอาจนอาหารกลางวันราดรดใส่เครื่องแบบนักเรียนไปครึ่งตัว นมกล่องตกพื้น

“โอ๊ะโทษที มันเป็นอุบัติเหตุ เธอผิดเองนะที่ไม่ถือให้ดีๆ น่ะ”

“อะเจสซี่!!” เซอากรีดร้องออกมาแล้วร้องไห้โฮที่เนื้อตัวเปื้อนอาหารกลางวันไปหมด

“มีอะไรกันเด็กๆ!

คุณครูประจำชั้นรีบวิ่งมายังที่เกิดเหตุเมื่อมีเด็กในห้องไปตาม เจสซี่ดีดตัวถอยห่างจากเซอาแล้วเงยหน้ามองครู

“หนู..หนูทำอาหารกลางวันของเพื่อนหกค่ะ หนูขอโทษค่ะ”

เจสซี่ถือคติบอกก่อนได้เปรียบ เซอาทิ้งถาดอาหาร ผลักเจสซี่จนกระเด็น

“เธอแกล้งฉันเจสซี่!

“ใครแกล้งเธอ ฉันก็ขอโทษแล้วนี่” เจสซี่ก้าวถอยหลังเมื่อเซอายังเดินเข้าหา

“เธอตั้งใจชัดๆ”

“ฉันเปล่านะ”

“พอได้แล้วค่ะ ไม่เอาไม่ทะเลาะกันนะคะ เดี๋ยวครูเอาอาหารให้ใหม่นะเซอา การันต์”

คุณครูมองถาดอาหารที่อยู่บนพื้นสองถาดแล้วก็เข้าใจ รีบแทรกตัวเข้ามากันเซอาเอาไว้ไม่ให้ทำร้ายร่างกายเพื่อนได้อีก

“เซอาขา เดี๋ยวครูพาไปล้างตัวนะ ไปเอาชุดพละที่ล็อกเกอร์แล้วตามครูไปที่ห้องน้ำครูนะคะ”

“ฮึก..เจสซี่แกล้งหนู!” เซอายังงอแงขัดใจ

“เพื่อนบอกว่าไม่ตั้งใจนะคะ ไม่เอาไม่ร้องค่ะ เจสซี่ขอโทษเพื่อนก่อนเร็ว”

“หนูขอโทษเซอาก็ได้ค่ะ แต่เซอาต้องขอโทษการันต์ด้วยที่ทำถาดเขาตกเหมือนกัน” เจสซี่ไม่ยอมขอโทษฝ่ายเดียวในเมื่อเซอาก็เริ่มก่อน

“เซอาขอโทษการันต์ก่อนเร็ว เจสซี่จะได้ขอโทษหนูแล้วเราจะได้ไปเปลี่ยนชุดกัน เป็นเพื่อนร่วมห้องกันเราไม่ควรทะเลาะกันนะ”

คุณครูพยายามแก้ไขสถานการณ์อย่างเร่งด่วน โรงอาหารคนเยอะมาก ชั้นประถมพักเที่ยงพร้อมกันเลย

เธอก็รู้นะว่าเด็กสองคนนี้ทะเลาะกันบ่อยๆ แต่คราวนี้ร้ายแรงกว่าทุกครั้งเลย ต้องเรียกผู้ปกครองไหมเนี่ย

“ฮึก หนูไม่ผิด หนูไม่ขอโทษใครทั้งนั้น หนูจะฟ้องคุณพ่อให้มาจัดการ หนูจะไปเปลี่ยนชุด ไม่กินข้าวแล้ว!

เซอาร้องไห้แล้วจับมือครูไว้แน่น ครูยิ้มเจื่อน จับจูงเซอาไปห้องน้ำ ในใจกังวลไม่น้อย ก็คุณพ่อของเซอาเป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงมากเลยนี่นา จะเป็นเรื่องใหญ่หรือเปล่า

เจสซี่กอดอก มองตามเซอาไปแล้วหัวเราะหึอย่างสะใจ ไม่กลัวคำขู่ของเซอาสักนิด

บัวที่ยืนมองอยู่นานเดินเข้ามาใกล้เจสซี่

“ขอบใจนะ”

“ไม่เป็นไร นายก็รีบเอาถาดนี่ไปเก็บแล้วไปเอาข้าวใหม่ได้แล้ว ฉันหิวข้าว จะรออยู่ตรงนี้แหละ”

เจสซี่ได้แต่ถอนหายใจ โบกมือไล่เพื่อนใหม่ บัวยิ้มให้แล้วรีบเอาถาดเปล่าไปเก็บ เจสซี่ชะงักกับรอยยิ้มนั้น ถึงกับหันไปมองตามหลังเลยทีเดียว

น่ารักอ่ะ

 

 

 

เจสซี่ไม่ได้ชวนเพื่อนใหม่มาโรงอาหารด้วยก็เพราะคิดว่าเขาเป็นเด็กผู้ชาย คงเข้ากับเด็กผู้ชายคนอื่นได้และมากินข้าวด้วยกัน แต่เธอคิดผิด บัวบอกว่าเดินมาโรงอาหารคนเดียว..

เจสซี่และนายอนได้ต้อนรับเพื่อนใหม่เข้ากลุ่ม จะทิ้งก็ทิ้งไม่ลง เจสซี่เคยแต่ถูกคนอื่นดูแล แต่มาเจอบัวเข้าไป สัญชาตญาณการเอาใจใส่ต่อสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ก็ถูกปลุกขึ้นมาทันที เธอแพ้ของจิ๋วๆ น่ารักๆ และเพื่อนใหม่ก็น่ารักมากเวลายิ้ม แถมตัวกะจิดริดนิดเดียว ตัวเล็กกว่าเธออีก

“บัวไม่กินผักเหรอ”

นายอนที่กินข้าวหมดแล้วและกำลังเจาะกล่องนมเอ่ยถาม มองบัวค่อยๆ เขี่ยบล็อกโคลี่ไว้ข้างๆ บัวเป็นคนกินช้ามากเลย ละเลียดกิน เธอกินหมดแล้วเขาเพิ่งกินข้าวได้ครึ่งเดียว

“บัวไม่ชอบน่ะ มันขม”

“เลือกกินไม่ดีนะ แม่เราสอนว่าต้องกินให้หมดเพื่อสำนึกบุญคุณอาหารทุกอย่างที่ทำมาให้เรากิน”

เจสซี่จำคำแม่ได้ เธอเคยไม่กินผัก แม่ก็เคยยอมตามใจ แต่แม่งดขนมหวานเธอนานมากจนต้องยอมทนกินเพื่อให้ได้กินขนม พอฝืนกินไปเรื่อยๆ ก็ชินไปเอง ตอนนี้กินผักได้ทุกอย่างเลย

“แต่ว่ามันไม่อร่อย” บัวทำปากยื่น หน้างอ เจสซี่เอื้อมมือดีดแก้มกลมอย่างหมั่นเขี้ยวจนบัวร้องอ๊ะ

“นายผอมมากนะ กินเยอะๆ จะได้โตเร็วๆ ไม่ดีเหรอ”

นายอนช่วยพูดอีกแรง เธอก็กินผักเองได้ เอาข้าวเอาเนื้อปิดไว้ไม่ให้มองเห็นแล้วเอาเข้าปาก เคี้ยวๆ กลืนไปก็ได้แล้ว

“มันขม”

“ไม่ขมหรอก ลองเอามันไว้ใต้ข้าวสิ แล้วคิดซะว่ามันไม่มี”

นายอนเอื้อมมือมาคว้าช้อนจากมือบัวไป ตักข้าวโปะลงบนผักเป็นคำเล็กแล้วยื่นช้อนคืน บัวทำใจ ลังเลเล็กน้อยก่อนจะตักเข้าปาก

สีหน้าบิดเบ้ของบัวทำให้เจสซี่หลุดขำ

“เดี๋ยวก็ชิน กินไปเถอะ กินเสร็จไปหาขนมกินกัน”

“พี่ไม้ไม่มาเหรอ” นายอนที่กำลังลุ้นกับการพยายามกินผักของบัวเอ่ยขึ้น

“เดี๋ยวก็มา” เจสซี่มองนาฬิกาข้อมือสีแดงลายการ์ตูน ดูเข็มนาฬิกาแล้วเอ่ยออกมา

ใกล้จะได้เวลาหมดพักเที่ยงเด็กประถมแล้ว พอออดดังเมื่อไหร่ก็ได้เวลาพักของมัธยม และเด็กประถมก็ต้องออกจากโรงอาหารไปเล่นที่อื่น ให้พี่โตกว่ามาใช้โรงอาหารต่อ และพี่ไม้จะตรงมาหาเธอก่อนแล้วค่อยไปกินข้าว เป็นอย่างนี้ทุกวัน

“พี่ไม้คือใครเหรอ” บัวถามเสียงเบา เจสซี่ที่นั่งตรงข้ามเขาร้องห๊ะ

“พูดอะไรไม่ได้ยินเลย พูดดังๆ สิบัว”

“บัวบอกว่าพี่ไม้คือใคร” นายอนที่นั่งข้างบัวเป็นล่ามให้อีกที เจสซี่คิ้วขมวด

“อย่าพูดแทน บัวต้องกล้าคุยมากกว่านี้นะ ถ้ากับเราสองคนยังกลัวจะไปสู้เซอาได้ไง”

“เจสซี่ก็สู้แทนสิ” นายอนสวนกลับทันที เจสซี่ถลึงตาใส่

“เดี๋ยวเถอะยัยนี่”

บัวหัวเราะขำทั้งสองที่หยอกล้อเล่นกัน เสียงหัวเราะและใบหน้าสดใสทำให้นายอนและเจสซี่ยิ้มตาม

เสียงออดหมดพักเที่ยงดังขึ้นหลังจากบัวกินข้าวเสร็จไม่ถึงสองนาที เด็กทั้งสามยังนั่งที่เดิม เพิ่มเติมคือเจสซี่แชทหาพี่ชายว่านั่งตรงไหนของโรงอาหาร ซึ่งเธอก็มีโต๊ะประจำอยู่สองสามจุด เลยต้องบอกพี่ทุกวันว่านั่งที่เดิมหรือเปล่า

นั่งรอได้ไม่นานเจสซี่ก็รู้สึกถึงแรงกอดจากด้านหลังพร้อมกับสายตาก็เห็นถุงขนมยื่นมาตรงหน้า

“ไงคะน้องเจสซี่ วันนี้ก็น่ารักน้า”

ควานลินเด็กหนุ่มตัวโตทักทายน้องสาวเพื่อน นั่งลงข้างนายอน เพื่อนๆ ของไม้คนอื่นต่างก็วางข้าวของจองที่ พวกเขาก็มักใช้โต๊ะต่อจากพวกเจสซี่นี่แหละ

โต๊ะประจำของกลุ่มเจสซี่ก็คือโต๊ะประจำของพวกพี่ชายด้วย

“หวัดดีค่ะพี่ควานลิน วันนี้ก็หล่อเหมือนเดิมนะคะ”

“ปลื้ม น้ำตาจะไหล”

เจสซี่หัวเราะก่อนจะเงยหน้ามองพี่ชายที่เงียบไป เธอมองตามสายตาเขาไปก็พบว่าพี่ไม้มองเพื่อนใหม่ของเธออยู่

บัวนั่งนิ่งอย่างกลัวๆ เมื่อจู่ๆ ก็มีพี่โตกว่ามาที่โต๊ะตั้งหลายคน

“นี่ใครเอ่ย ไม่เคยเห็นหน้าเลย” ชานก้มมองบัวแล้วส่งยิ้มให้ บัวก้มหน้างุด นายอนยิ้มให้บรรดาพี่ชายทั้งหลาย

“ชื่อบัวค่ะ เป็นคนไทย เพิ่งย้ายมาเรียนห้องหนูวันนี้”

“หรือคะ น่ารักจังเลยลูก”

เพื่อนของไม้ดูจะชอบใจกับน้องน้อยคนใหม่ ส่งยิ้มให้และพากันทักทายแต่บัวไม่ตอบใครเลยสักคน กำชายเสื้อนายอนแน่น พี่ๆ เลยมองหน้ากัน

หรือน้องเขากลัวอ่ะ ฮือ พวกพี่ออกจะหล่อ

ไม้เดินอ้อมน้องสาว ก้าวขาข้ามม้านั่งแล้วนั่งลง มองจ้องเด็กน้อยก่อนจะยิ้มออกมา

แก้มตุ่ยปากตุ่ย น่ารักน่าหยิก อย่างกับตุ๊กตาแน่ะ ขนตาก็งอนเชียว

“หวัดดี พี่ชื่อไม้นะครับ เป็นพี่ชายของเจสซี่ พี่ไม่รู้ว่าเจสซี่มีเพื่อนใหม่แล้วเลยไม่ได้ซื้อขนมมาเผื่อ แต่พรุ่งนี้พี่จะซื้อมาเผื่อเราด้วยนะ พรุ่งนี้ก็จะมานั่งกินข้าวกับเจสซี่ใช่ไหม”

“ไม่เป็นไรครับ” บัวเงยหน้ามามองคนที่พูดด้วยแป๊บหนึ่งแล้วก็ก้มหน้างุดต่อ แต่แค่นั้นก็เพียงพอให้ไม้ได้เห็นดวงตากลมโตแล้ว

“น้องบัวพูดว่าอะไรนะ” ไม้เอียงคอมองเด็กน้อย ไม่ได้ยิน ใครจะได้ยินก็เล่นงึมงำในคออย่างนั้น

“บัวบอกว่าไม่เป็นไรค่ะ” นายอนทำหน้าที่ล่ามอีกครั้ง เจสซี่ถอนหายใจ

“เป็นคนไม่ค่อยพูดค่ะ เมื่อเช้าก็พูดกับหนูแทบนับคำได้ มาวันแรกก็โดนแกล้งแล้ว หนูเลยให้เข้ากลุ่มด้วย หนูไปก่อนนะ เดี๋ยวครูมาเห็นจะโดนดุ”

เจสซี่คว้าถุงขนมของพี่มาถือพร้อมถาดอาหาร ลาพี่ๆ ทุกคนแล้วพยักหน้าให้นายอนลุก นายอนถือถาดอาหารมือหนึ่ง อีกมือก็จับมือบัวไว้

พอเด็กทั้งสามลุกไปไม้ก็มองตาม

“เอ้าๆ มองตามจนคอจะเคล็ดแล้วพ่อมึง”

ควานลินทักแล้วลุกไปหาข้าวกิน ไม้หันกลับมาสนใจเพื่อนๆ แล้วลุกตาม

 

 

 

 

 

แม้คุณครูจะขอร้องแล้วแต่เซอาก็ไม่ยินยอม ดังนั้นก่อนหมดเวลาพักเที่ยงห้องพักครูก็ต้องต้อนรับผู้ปกครองของเซอาที่มาเอาเรื่อง

“ใครแกล้งลูกฉันคะ ไปตามมาเดี๋ยวนี้ ฉันอยากเห็นหน้านัก กล้าดียังไงมาแกล้งเซอาของฉัน”

“เอ่อ คุณแม่ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ”

แม้คุณครูเชิญคุณแม่มาคุยในห้องรับรองแต่เสียงก็คงดังออกไปด้านนอกเมื่อเธอเอาแต่แผดเสียงใส่

“ไม่เย็นแล้วค่ะ คุณรู้ไหมว่าสามีดิฉันจะมาเองแล้ว เขาโกรธมาก แต่ติดธุระสำคัญมากจึงมาไม่ได้”

“ค่ะ” คุณครูได้แต่ก้มหน้ารับ ถอนหายใจ ก่อนจะขอตัวแจ้งผู้ปกครองอีกฝ่ายมาก่อนจะไปตามตัวเด็ก

ขืนตามเจสซี่มาก่อนอาจจะถูกผู้ใหญ่ที่เอาแต่รักหลงลูกและกำลังโกรธสาดอารมณ์ร้ายๆ ใส่ก็ได้ เธอต้องปกป้องเด็กในความดูแล แม้จะปกป้องเซอาจากการตามใจของผู้ปกครองไม่ได้ก็ตาม

 

 

 

 

 

หลังได้รับสายจากคุณครูประจำชั้นของเจสซี่ ยองแจก็ต้องรีบลางานแล้วไปหาลูกที่โรงเรียน ไม่ได้บอกอะไรกับเพื่อนร่วมงานมากนักนอกจากต้องไปหาลูกสาวที่โรงเรียนเพราะเกิดเรื่องขึ้น

ขณะที่กำลังรีบร้อนไปยังลานจอดรถ ยองแจก็โทรศัพท์หามาร์ค

“สวัสดีครับ พี่ว่างคุยไหม”

<พี่ก็ว่างทั้งวัน มีอะไรจ๊ะ>

“เจสซี่ทำร้ายเพื่อนที่โรงเรียน ตอนนี้ยองแจยังไม่รู้เรื่องว่าเป็นยังไงกันแน่ กำลังจะไปที่โรงเรียนครับ”

<หืม?! ยัยหนูเนี่ยนะทำร้ายเพื่อน บ้าน่า!>

ปลายสายตกใจมาก ยองแจเองก็ตกใจมากเหมือนกัน ร่างบางกดรีโมตเปิดประตูรถ กระชากประตูเปิดออกอย่างรีบเร่ง

“ผมก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันเลยจะรีบไปนี่ล่ะครับ แม่อีกฝ่ายไปถึงแล้วด้วย ไม่รู้เรื่องจะร้ายแรงแค่ไหน ไม่รู้จะต้องพาเจสซี่กลับบ้านเลยหรือเปล่า ได้เรื่องยังไงเดี๋ยวผมจะบอกอีกที ถ้าไม่มีอะไรผมก็คงให้เจสซี่เรียนต่อแล้วกลับมาทำงาน พี่ก็ไปรับแกตามปกติ แต่ถ้าไม่เป็นอย่างนั้นผมก็คงพาลูกกลับเลย”

<โอเค มีอะไรก็โทรมานะ>

“ครับพี่”

ยองแจวางสายแล้วสตาร์ทรถ ถอยรถออกจากที่จอด

ในใจคนเป็นแม่อดห่วงและกังวลไม่ได้ แม้เจสซี่จะซนเป็นลิงเพราะโตมากับผู้ชายล้วนก็เถอะ แต่เขาก็พยายามสอนให้ลูกเป็นเด็กเรียบร้อยให้มากที่สุดแล้วนะ และเจสซี่เองไม่เคยมีท่าทีว่าจะก้าวร้าวเกเรเลยด้วย ทำไมจู่ๆ วันดีคืนดีกลับมีเรื่องทำร้ายเพื่อนได้เล่า เขาเลี้ยงเจสซี่พลาดไปตรงไหนหรือไง

จะรู้ได้ก็คงต้องไปถามจากปากเจสซี่ก่อนเท่านั้น

 

 

 

 

 

โชคดีนักที่มาร์คไม่ได้อยู่ที่ร้านตอนยองแจโทรมา เขาอาสามาซื้อข้าวกลางวันให้แบมแบมและคนอื่นๆ ที่ร้านเพราะเห็นว่ากำลังยุ่งๆ กัน

ถ้าแบมแบมรู้ต้องตามยองแจไปที่โรงเรียนแน่ ยิ่งแรงอยู่ไม่ว่าเจสซี่จะผิดจะถูกต้องเกิดการปะทะจนโรงเรียนแตกแน่

มาร์คมองโทรศัพท์ในมือ ลังเลอยู่ครู่ก่อนจะโทรหาน้อง

 

 

 

 

 

“ต้องรออีกนานไหมคะเนี่ย ฉันต้องรีบไปธุระนะคะ เรียกเด็กนั่นมาสักที”

สาวสวยในชุดเดรสสีดำนั่งกอดอกไขว่ห้างบนโซฟา ข้างกายเธอคือลูกสาวที่นั่งเล่นมือถือฆ่าเวลา

“คุณแม่ของน้องแจยองกำลังมาค่ะ รออีกสักครู่นะคะ ที่ทำงานคุณแม่ค่อนข้างไกลจากโรงเรียน”

“ไม่จำเป็นต้องรอแม่เด็กนั่นเลยนี่คะ”

“ไม่ได้หรอกค่ะ ต้องให้ผู้ปกครองอีกฝ่ายมาด้วย”

ถ้าคุณชเวไม่มา คุณคิมก็ถล่มน้องเจสซี่ยับเลยน่ะสิคะ

“เรื่องมาก จะมาแก้ต่างแก้ตัวแทนลูกหรือเปล่าก็ไม่รู้ เลี้ยงลูกยังไงให้เป็นอันธพาล อยากจะเห็นหน้าเหมือนกัน”

คุณคิมเอ่ยยังไม่ทันจะจบ คุณครูก็ได้รับสายเรียกเข้า คุณครูโล่งอกที่เห็นเป็นชื่อของคุณแม่น้องแจยอง

“ค่ะคุณแม่”

<ผมมาถึงแล้วครับ อยู่ลานจอดรถ กำลังไป ห้องไหนนะครับ>

“ห้องรับรองติดกับห้องพักครูเลยค่ะคุณแม่”

<โอเคครับ>

คุณครูเงยหน้ามาก็เจอสายตาของสองแม่ลูกคิม เธอยิ้มให้ทั้งคู่

“มาแล้วค่ะ ขอไปตามแจยองก่อนนะคะ”

“สักทีเถอะค่ะ”

 

 

 

 

ยองแจนั่งฟังเรื่องราวจากคุณครูที่ฟังจากทั้งสองฝั่งอีกที

ร่างบางกอดอก ถอนหายใจ ทำความเข้าใจกับเรื่องทั้งหมดเงียบๆ สายตามองทั้งลูกสาวและเพื่อนร่วมชั้น

แม้เซอาจะชอบล้อเจสซี่เรื่องไม่มีพ่อ แต่เจสซี่ไม่เคยลงมือทำร้ายเพื่อน พอๆ กับที่เซอาก็ไม่เคยหยุดใช้วาจาว่าร้ายลูกเขา

แต่ยองแจจะไม่เอาเรื่องนั้นกับเรื่องนี้มาเกี่ยวข้องกัน เพราะคราวนี้แจยองทำผิด แม้ไม่ได้ลงมือตบตีแต่การทำอย่างนั้นท่ามกลางคนมากมายในโรงอาหารก็ทำให้เซอาได้รับความอับอาย

บางทีความอับอายก็สร้างบาดแผลให้ได้มากกว่าความเจ็บ แจยองเองก็ได้รับบาดแผลทางใจจากเซอามาหลายครั้ง

“ว่าไง ฟังแล้วรู้หรือยังว่าลูกคุณผิด ให้แจยองขอโทษเซอาซะแล้วฉันจะไม่เอาเรื่อง”

หญิงสาวเอ่ยขึ้นเมื่อยองแจเงียบนานจนหงุดหงิด ยองแจถอนหายใจหนักอีกครา ก่อนจะหันไปหาลูกสาว

“แม่ขอถามหน่อย หนูกล้ายืนยันกับแม่ไหมครับว่าเห็นเซอาทำถาดอาหารของบัวตกพื้น”

“เอ่อ..” แจยองอ้ำอึ้ง เสเบือนหลบสายตาของแม่ แค่นั้นยองแจก็ได้คำตอบแล้ว

แจยองไม่ได้เห็นกับตา

“หนูไม่เห็นใช่ไหม ตอบแม่มาตามตรง”

ยองแจไม่ได้ดุ แต่น้ำเสียงเรียบนิ่งของเขาก็ทำให้ลูกสาวต้องกลับมามองหน้า ก่อนจะหลุบสายตามองพื้น ยอมรับตามตรง

“ไม่เห็นค่ะ”

“ไม่เห็นแล้วทำไมถึงทึกทักว่าเขาแกล้งบัว”

“ก็เมื่อเช้าเซอายื่นขามาขัดให้บัวล้ม เรื่องนั้นหนูเห็นกับตา คนอย่างเซอาน่ะหรือคะจะไม่แกล้งบัวอีกถ้ามีโอกาส ถ้ามันเป็นอุบัติเหตุก็บังเอิญเกินไป”

“นี่! พูดให้ดีๆ นะ คนอย่างเซอาทำไม!

คุณคิมตวาดเสียงดังจนทุกคนสะดุ้ง ไม่เว้นแม้แต่ลูกตัวเอง ยองแจหันไปปรามเธอด้วยสายตาดุจนหญิงสาวชะงัก

เธอเสียงแข็งใส่ยองแจแก้เก้อ

“คุณมองฉันแบบนั้นทำไม จะหาเรื่องกันหรือคะ”

“ลูกผม ผมจัดการได้ครับ กรุณาอย่าเพิ่งยื่นมือเข้ามายุ่งตอนผมกำลังซัก และถ้าคุณฟังมาตลอดจะเห็นได้ว่าผมยังไม่ได้เข้าข้างลูกอย่างเต็มตัวโดยไม่สอบถามให้แน่ใจเหมือนที่คุณทำ”

“นี่คุณ!

ยองแจมองนิ่งด้วยสายตาเหมือนจะถามว่าจะเอาไง คุณแม่เซอาเลยต้องเงียบ กอดอก ท่าทางกระฟัดกระเฟียด

ไม่แปลกใจเลยว่าเซอาได้ใครมา

ยองแจส่ายศีรษะน้อยๆ อย่างระอาก่อนจะหันมาเอ่ยกับลูกสาวต่อ

“ไม่เห็น นั่นแปลว่าเซอาอาจจะทำจริงหรือเป็นอุบัติเหตุก็ได้ ก่อนจะรู้ความจริงหนูไม่ควรไปตัดสินว่าเซอาทำผิดไปแล้ว เพราะถ้าคราวนี้เซอาไม่ได้แกล้ง หนูจะกลายเป็นคนไม่ดีที่ทำร้ายเพื่อน หรือถ้าแกล้งจริง หนูก็ไม่มีสิทธิ์ไปทำอะไรเขา ถ้าอยากช่วยเพื่อน หนูช่วยเพื่อนเก็บของแล้วพาเขามาจากตรงนั้นซะก็จบ”

“แต่ถ้าไม่ทำอะไรบ้าง ถ้าเซอาทำจริงเซอาไม่ยิ่งได้ใจแกล้งบัวอีกเรื่อยๆ เหรอคะ แม่บอกให้หนูช่วยคนที่กำลังลำบากหนูก็ช่วยแล้วนี่”

“การช่วยคนมีหลายวิธี ไม่จำเป็นต้องเอาคืนด้วยวิธีการเดียวกันก็ได้ เซอาทำถาดอาหารบัวตก หนูเลยทำของเซอาตกบ้าง อย่างนี้หนูจะต่างกับเซอาตรงไหน หนูก็กำลังแกล้งเซอาเหมือนกัน บัวอาย เซอาก็อาย และหนูทำมากกว่าเซอาเสียอีกตรงที่ทำชุดเซอาเปื้อนด้วย”

….

เจสซี่จำนนต่อคำพูดของแม่ ยองแจลุกจากเก้าอี้ไปหยุดยืนตรงหน้าลูกแล้วย่อกายนั่งลง จับมือเธอทั้งสองข้างไว้

“แม่ดีใจที่หนูอยากจะช่วยใครสักคน หนูทำถูกแล้วที่คิดแบบนั้น และแม่ก็ดีใจที่หนูกล้าที่จะปกป้องคนอื่น แต่การที่หนูทำให้เซอาอับอายต่อหน้าคนมากมายแม่ไม่เห็นด้วย แม่รู้ว่าหนูไม่พอใจแต่แม่ไม่ชอบวิธีนั้น และแม่ไม่ชอบที่มีคนอื่นมาว่าลูกแม่ด้วย เจสซี่เข้าใจแม่ใช่ไหมคะ”

น้ำเสียงที่อ่อนโยนของแม่ทำให้เจสซี่ถอนใจ พยักหน้า

“เข้าใจค่ะ หนูขอโทษ”

“ไม่ต้องขอโทษแม่ ขอโทษเซอา”

“แต่แม่บอกเองนี่คะว่าเซอาอาจจะทำหรือไม่ทำก็ได้ ถ้าเซอาทำจริงทำไมหนูต้องขอโทษ”

“เรื่องปัดถาดตกไม่นับก็ได้ แต่เรื่องทำชุดเปื้อนหนูจงใจหรือเปล่า”

“แม่ถามหนูอยู่นะลูก” ยองแจบีบมือลูกเบาๆ มองตา เจสซี่กัดริมฝีปากเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า

“ทำชุดเพื่อนเปื้อน หนูผิดไหม”

“ผิดค่ะ”

“ขอโทษในเรื่องนี้ได้ไหม”

“ได้ค่ะ”

เจสซี่ยอมรับในความผิดของตัวเองอย่างง่ายดาย เธอหันไปหาเซอาก่อนจะเอ่ยขอโทษ

ยองแจค่อยยิ้มออกเมื่อลูกสาวเข้าใจอะไรง่าย เขาปล่อยมือลูกแล้วหันไปทางเซอา

“เซอาครับ อาขอถามอะไรหน่อยได้ไหม”

เซอาสะดุ้งเมื่อจู่ๆ แม่ของเจสซี่ก็หันมาหาเธอ เธอเงยหน้ามองแม่ทันที ผู้เป็นแม่หันไปมองยองแจ

“คุณจะถามอะไรเซอา”

“ผมแค่อยากคุยกับเซอาไม่กี่คำเท่านั้นครับ เซอาเดินมาหาอาหน่อยได้ไหม”

ยองแจยิ้มให้เด็กน้อย เซอาลังเล ที่ไหล่เล็กมีมือแม่บีบหนักไม่ให้ไป

ยองแจเลื่อนสายตาไปที่บ่าเด็กน้อยแล้วตัดสินใจลุกเดินไปหาเอง คุณคิมเอามือกันเซอาทันที

“จะทำอะไร”

“ผมไม่โง่พอทำอะไรไม่ดีในที่ที่มีคุณครูประจำชั้นอยู่ด้วยหรอกครับ”

ยองแจตอบโดยไม่มองหน้าคนเป็นแม่แต่ทรุดกายลงตรงหน้าเซอาให้ระดับสายตาพอดีกัน

“เซอาครับ”

“คะ?”

“มองตาอาหน่อย”

เซอางุนงง แต่ก็มองสบตาคู่สวยของแม่เจสซี่ ยองแจยิ้มให้เธอสบายใจคลายกังวล

“อาขอถามหนูอีกครั้ง หนูยืนยันใช่ไหมคะว่าไม่ได้แกล้งบัวที่โรงอาหาร”

สิ้นคำถาม เซอาที่มองตายองแจก็หลบสายตาวูบ ก่อนจะเอ่ย

“ไม่ได้แกล้งค่ะ”

น้ำเสียงตอนตอบไม่หนักแน่นมั่นใจเหมือนตอนฟ้องแม่ กิริยาท่าทางของเซอาตกอยู่ในสายตาของทุกคน

ความจริงเป็นยังไง..เซอาเพิ่งบอกให้ทุกคนได้รู้แล้ว

“อย่างนั้นหรือคะ อาถามแค่นี้ล่ะค่ะ”

ยองแจลุกขึ้นยืน มองเซอา อดสงสารเด็กคนนี้ไม่ได้

ตอนยังเด็กยังมีปัญหาทางพฤติกรรมขนาดนี้ รวมกับการสปอยล์ของพ่อแม่ด้วยแล้วไม่อยากคิดถึงตอนโตเลย คุณคิมกำลังทำร้ายลูกตัวเองทางอ้อมอย่างช้าๆ กว่าจะรู้ตัวว่าปลูกฝังอะไรผิดๆ ให้ลูกก็อาจจะสายไป

“คุณต้องการอะไรอีกไหมครับ ค่าซักรีดชุด..

ยองแจไม่ทันจะได้พูดจบคุณคิมก็มองเขาเขม็ง

“ไม่ต้องค่ะ ไอ้ชุดที่เปื้อนนั่นฉันจะเอาไปทิ้งแล้วซื้อใหม่ให้เซอา”

รวยจัง เครื่องแบบนักเรียนไม่ใช่ถูก ใช้ทิ้งใช้ขว้าง

คุณคิมฝากเซอาไว้กับคุณครู ลาครูแล้วก็เดินออกจากห้องเลย

แจ็คสันที่ยืนอยู่ด้านนอกคอยฟังเหตุการณ์แทบจะถอยหลบคุณแม่คู่กรณีแทบไม่ทัน เดินปึงปังออกมาเลย

เขาตามมาที่โรงเรียนทันทีที่เฮียโทรหา เรียกว่าตามมาติดๆ แค่ยองแจเข้ามาในห้องเขาก็มาถึงโรงเรียนแล้ว

“แม่กลับไปทำงานแล้วนะ เดี๋ยวตอนเย็นลุงมาร์คจะมารับเหมือนเดิม”

ยองแจบอกลูกสาว เจสซี่พยักหน้า ยกมือโบกบ๊ายบาย ยองแจก้มตัวลงหอมแก้มลูกสาวเบาๆ แล้วลูบผมสวยสองสามทีก่อนจะเดินออกจากห้อง

เซอามองภาพที่ยองแจหอมแก้มเจสซี่แล้วหน้านิ่ว กอดอก ไม่สบอารมณ์

ยองแจเดินออกจากห้องรับรองแล้วต้องสะดุ้งเมื่อเจอใครคนหนึ่งมายืนอยู่ข้างประตู ตกใจหมด!

ยองแจเห็นแจ็คสันแต่ไม่ทักทายสักคำ คงเป็นพี่มาร์คสินะที่โทรบอก จะโทรทำไม

ร่างบางก้าวยาวๆ ราวกับจะหลีกหนีไปให้พ้น แจ็คสันจะเดินตามไปอยู่แล้วแต่คนในห้องก็เดินออกมาอีก

“อุ้ย” คุณครูตกใจ เจสซี่และเซอาเลยพลอยสะดุ้งไปด้วย

เจสซี่เห็นว่าเป็นคนที่หายหน้าไปนานก็ก้าวถอยหลังแล้วเดินหนีทันที

แจ็คสันเห็นอย่างนั้นก็ชะงัก เกิดลังเลที่จะตามไป แต่ขาดันก้าวไปตามที่สมองสั่ง เดินไปดักหน้าลูกสาวไว้

“ถอยค่ะหนูจะกลับห้อง”เจสซี่เงยหน้ามองอย่างไม่พอใจ

ป๊าเป็นห่วงก็เลยมาแจ็คสันทำเป็นเมินเหมือนไม่เห็นสายตานั้น

“ขอบคุณค่ะแต่ไม่เป็นไร”

เย็นชาเกินไปแล้ว..

แต่แจ็คสันก็ไม่คิดหลบไปไหนแม้ลูกจะไม่สนใจเขาก็ตาม

            “ตอนเย็นขอป๊ามารับได้ไหม”

“ไม่รบกวนค่ะ ลุงมาร์คมารับแล้ว”

“ขอป๊ามาเถอะนะ ป๊าว่างแล้วค่ะ”

“เพิ่งว่างหรือคะ กว่าจะว่างนี่นานจังเลยค่ะ”

เจสซี่เริ่มโมโห จู่ๆ ความน้อยใจก็เอ่อขึ้นมาท่วมอก อยากจะตรงเข้าไปผลักเขาให้ถอยไปห่างๆ แต่ถ้าแม่รู้เธอก็ต้องโดนดุอีก

“ผมขอคุยกับลูกตามลำพังสักครู่ได้ไหมครับ”

แจ็คสันหันไปถามครู หญิงสาวจะปฏิเสธแต่ยังช้ากว่าเจสซี่

“ไม่ค่ะ ใกล้จะได้เวลาเรียนแล้ว”

“ป๊าอยากมาแต่หนูบอกเองไม่ให้ป๊ามา”

ความผิดเธอเหรอ?!

“แล้วคุณจะมาตอนนี้ทำไมล่ะคะ คุณบอกเองว่าจะมาหาบ่อยๆ แต่คุณก็ไม่มา ถึงมาตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์หรอก หนูรอคุณนานมากจนโอกาสของคุณมันหมดแล้วค่ะ”

….

แจ็คสันนิ่งไป ในอกวูบโหวง สะอึกกับถ้อยคำลูก ไม่แค่คำพูดจากใจนั่นแต่รวมนัยน์ตาที่ปรากฎความรู้สึกอยู่ชัดเจน

เสียใจ

เจสซี่เสียใจ...ลูกรอเขาจริงๆ น่ะเหรอ

“ป๊าคิดว่าหนูเกลียดป๊า”

“หนูไม่ได้เกลียดแต่หนูโกรธคุณ”

“เจสซี่”สีหน้าคนเป็นพ่อแช่มชื่นขึ้น แต่พอลูกเอ่ยประโยคต่อมาความดีใจนั้นก็หายไป

“และคุณเองที่ทำให้หนูกำลังจะเกลียด”

ป๊าขอโทษ”

“ครั้งก่อนคุณก็ขอโทษ ครั้งนี้คุณก็ขอโทษ ครั้งหน้าก็ยังจะขอโทษอีกใช่ไหมคะ”

“เจสซี่ไม่ใช่” แจ็คสันเองก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง มันเป็นเพราะเขาไม่กล้าเองส่วนหนึ่ง และเพราะความกดดันของคนรอบตัวอีกส่วนหนึ่ง

เขาอยากได้ตัวเจสซี่ แต่อีกใจก็ไม่อยาก เขาต้องการเจสซี่มาเพื่อผลประโยชน์ก็จริง แต่บางครั้งเมื่อรู้สึกถึงความเป็นพ่อ ผลประโยชน์เหล่านั้นมันก็มีน้ำหนักน้อยกว่าความรู้สึกของเจสซี่

ถ้าเจสซี่ถูกเลี้ยงดูโดยปู่และย่า ความสุขของเจสซี่จะถูกช่วงชิงหายไปเกือบครึ่ง เจสซี่จะได้ทุกอย่างที่ต้องการเหมือนที่เขาเคยได้รับ แต่เจสซี่ก็ต้องแลกสิ่งเหล่านั้นกับการเป็นตุ๊กตาที่ถูกเชิดเล่นไปตามใจเหมือนที่เขาเป็นเช่นกัน ให้หันซ้ายก็ต้องซ้าย ให้หันขวาก็ต้องขวา

นั่นเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เขาลังเลที่จะเข้าหาลูก กลัวว่าสักวันตัวเองจะรักเจสซี่แล้วยกเจสซี่ให้พ่อแม่เพื่อแลกกับผลประโยชน์ไม่ได้

และเมื่อถึงเวลานั้น ต่อให้ไม่อยากยกให้ แต่ถ้าเจสซี่มาอยู่กับเขา สักวันพ่อแม่ก็ต้องหาทางเอาเจสซี่ไป

ถ้าเขาบอกเหตุผลเหล่านี้ไปเจสซี่จะเข้าใจเหรอ ไม่มีทาง

เจสซี่เบี่ยงหลบ เดินผ่านร่างสูงไป คุณครูที่ยืนรอก็พยักหน้าให้เซอาเดินตามเธอกลับห้องเรียน

แจ็คสันค่อยๆ หันกลับไปมองตามทางเดินที่ลูกเดินไป

ไม่ใช่ว่าเขาคิดได้ปุบปับหรอก ไม่ได้เป็นคนดีขนาดนั้น แต่พอถูกพ่อกดดันเรื่องเจสซี่หนักๆ เข้าเขาก็เครียด เลยฉุกคิดได้ว่าเขาอาจจะเป็นเหมือนพ่อก็ได้ ถ้าเจสซี่ต้องเจอทั้งปู่ ย่า และพ่อที่เห็นแต่ประโยชน์ของตัวเองก็คงน่าสงสาร

 

 

80%

 

 

เด็กน้อยในชุดนักเรียนชั้นเกรด 1 สองคนกระโดดลงจากรถหรูแล้ววิ่งแข่งกันเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ ผู้เป็นแม่ก้าวตามลงมา ปล่อยให้คนขับรถปิดประตูเอารถไปเก็บ

“คุณย่าขา! คิดถึงจังเลยค่า”

เด็กหญิงตัวน้อยที่เห็นเค้าความสวยแต่เล็กแต่เด็กวิ่งเข้าไปหาคุณย่าที่นั่งเล่นบนโซฟา เสียงหวานใสดังก่อนตัวจะไปถึงเสียอีก

คุณนายอิมยิ้มกว้างตั้งแต่ได้ยินเสียงตึงตังของหลานแล้ว อ้าแขนรอสวมกอด

“ผมก็คิดทึ้งคิดถึงคุณย่ามากเลยฮะ”

เด็กชายที่นับวันยิ่งเหมือนพ่อไม่ยอมแพ้ พาตัวเองไปสวมกอดย่าเหมือนกัน

“เด็กๆ อย่าโถมใส่คุณย่าแรงนะ คุณย่าเพิ่งหายดีนะครับ” จินยองที่เดินตามเข้ามาปรามลูกๆ หลังจากทักทายแม่สามีแล้ว

“ไม่เป็นไรหรอกน่า แม่หายดีแล้ว คิดถึงเจ้าแมวน้อยทั้งสองตัวนี่มากเลย ไม่ได้เจอกันตั้งหลายวันแน่ะ”

คุณนายก้มลงหอมแก้มหลานแฝดไปคนละฟอดอย่างคิดถึงจนแฝดแก้มบุ๋ม

จินยองได้แต่ถอนหายใจเบาๆ กับย่าหลานที่รักกันเสียเหลือเกิน ทั้งอาทิตย์นี้แฝดไม่ได้เจอคุณย่าเลยเพราะคุณแม่ไม่สบายต้องนอนโรงพยาบาล ตอนไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลก็ไม่ยอมให้หลานเข้าใกล้กลัวหลานติดไข้

“คุณพ่อยังไม่กลับอีกเหรอครับ”

“ยังจ้ะ วันนี้จะไปสังสรรค์กับเพื่อนด้วยเดี๋ยวก็คงรีบกลับมาแต่งตัว”

จินยองยิ้มรับ อดคิดไม่ได้ว่าบางทีคุณพ่ออาจยกเลิกงานสังสรรค์ก็ได้ คุณปู่แฝดหลงแฝดมากเลย

“เดี๋ยวย่าให้คนเอาขนมมาให้นะลูก หิวกันแย่แล้วสิ แม่หาอะไรให้กินก่อนมานี่หรือยัง”

ยูจินลูบผมหลานสาวคนสวย ก่อนจะหัวเราะเบาๆ เมื่อหลานชายอยากได้ความเอ็นดูบ้าง มาซุกใหญ่

“ผมจะไปดูในครัวหน่อยนะครับคุณแม่”

“ไปเถอะ นี่ตาแจบอมจะมากินข้าวกับแม่ไหม”

“บอกว่าจะมานะครับ  อีกเดี๋ยวก็คงมาแล้วล่ะ”

จินยองปล่อยลูกไว้กับคุณย่าแล้วลุกไปดูในครัว ไปหาขนมให้ลูกๆ กินด้วย

 

 

 

มื้อค่ำที่มีเจ้าแฝดร่วมโต๊ะครึกครื้นเสมอ จัสมินและจัสตินสรรหาเรื่องมาคุยแข่งกันให้คุณปู่คุณย่าฟัง เสียงใสๆ เจื้อยแจ้วในความรู้สึกคนแก่นั้นมันไม่น่ารำคาญหรือน่าเบื่อเลยสักนิด คุณอิมและภรรยาฟังได้ทั้งวัน

ยิ่งโตฝาแฝดยิ่งเป็นที่รักของปู่กับย่า และรักมากจนแทบจะยกสมบัติให้มากกว่าหลานคนอื่นแล้ว ด้วยความที่เป็นลูกของลูกชายคนโปรดแล้วยังเป็นหลานที่รอมานานเป็นสิบปี อีกทั้งหลานคนอื่นๆ ก็โตเกินวัยที่จะออดอ้อนแล้วด้วย

แต่จินยองน่ะเป็นห่วงอนาคตลูกแฝดมาก เขาไม่อยากให้จัสมินและจัสตินเติบโตโดยโดนพ่อแม่แจบอมสปอยล์จนเสียคน  ทุกวันนี้ก็โดนญาติพี่น้องบางส่วนหมั่นไส้จะแย่ ส่วนมากเขาก็เอ็นดูกันแหละ แต่ตามประสาตระกูลใหญ่คนเยอะ มันก็ต้องมีคนไม่พอใจที่แฝดเป็นที่รักอยู่บ้าง

เวลารวมญาติกันที จินยองก็โดนเหน็บบ่อยๆ ว่าอยากมีลูกนักหนาแต่ไม่มีปัญญาเลี้ยงเองหรือจ้างพี่เลี้ยงหรือไง ถึงได้มาฝากคุณแม่คุณพ่อเลี้ยงให้ เลี้ยงกันมาตั้งแต่เกิดจนทั้งรักและผูกพัน

            จินยองล่ะอยากจะบอกเหลือเกินว่าเขาน่ะหรือไม่คิดจ้างพี่เลี้ยง แต่คุณแม่ไม่ยอมเลย ท่านอยากเลี้ยงของท่านเอง แฝดเลยติดคนที่บ้านนี้มากกว่าพ่อแม่อีก

            “จัสมิน จัสติน แม่บอกกี่ทีแล้วว่าตอนกินให้ตั้งใจกินดีๆ อย่าเอาแต่เล่นกัน”

จินยองปรามลูกทั้งสองที่มัวแต่เล่น กว่าจะเอาข้าวเข้าปากได้แต่ละคำ คำหนึ่งหลายนาทีเหลือเกิน

“ดุอีกแล้ว จินยองนี่ชอบดุลูกจังเลย” คุณยูจินบ่น ให้ท้ายฝาแฝด

จินยองทำท่าจะเถียงแต่สามีที่นั่งทานข้าวอยู่ข้างกันจับไหล่เขาไว้ให้ใจเย็น จินยองหันมามองสามี ถามด้วยสายตาว่าเขาต้องยอมอีกแล้วเหรอ

แม้ยูจินจะทำดีกับจินยองแล้ว เอ็นดูเขามากขึ้นตั้งแต่มีเจ้าแฝด แต่เขากับแม่สามีก็ยังทะเลาะกันอยู่บ่อยๆ กับเรื่องของฝาแฝดนี่แหละ จะว่าเราดีกันแล้วก็ไม่ใช่ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก

 “จัสมิน จัสติน”

“คะ?”

“ครับ?”

สองพี่น้องหันมามองพ่อพร้อมกัน แจบอมยิ้มให้ทั้งสองแล้วถาม

“ตอนนี้เป็นเวลาอะไรครับ”

“มื้อค่ำค่ะ”

“ใช่แล้วฮะ”

“ใช่ มื้อค่ำ เป็นเวลากิน แล้วเราสองคนทำอะไร”

“ก็กินนี่ฮะพ่อ”

“หนูก็กินข้าวนะคะ”

“ถ้าเราเล่นตอนกินด้วย เราจะแบ่งเวลากินกับเวลาเล่นไว้ทำไมครับ”

แจบอมรู้ว่าถ้าให้จินยองจัดการ แฝดพร้อมจะนั่งนิ่งเรียบร้อยกินแต่โดยดีในทันที แต่แม่ก็จะขัดเคืองอยู่บ้าง ถ้าเขาจัดการเองแม่ก็ไม่อะไรนักหรอก

“ก็..” จัสมินเริ่มรู้ตัวก่อน เลิกเล่นแล้วนั่งให้เรียบร้อยขึ้น

“ขอโทษค่ะ”

จัสมินเริ่มกินอย่างจริงจังแล้ว จัสตินเลยกินตามบ้าง ก็ไม่มีคนเล่นด้วย

จินยองอดถอนหายใจไม่ได้ จัสตินน่ะอาการหนักกว่าพี่สาวอีก แม้คุณปู่คุณย่าจะตามใจเท่าๆ กัน แต่มันก็มีบางครั้งที่ท่านจะเอนเอียงไปทางหลานชายมากกว่า

เห็นทีเขาต้องบอกแจบอมแล้วว่าควรรับลูกมาเลี้ยงเอง สลับจากที่เคยให้มาอยู่บ้านใหญ่ห้าวัน อยู่กับพ่อแม่สองวัน เป็นอยู่บ้านพ่อแม่ห้าวันแล้วมาบ้านใหญ่แค่เสาร์อาทิตย์พอ

ถ้าไม่แยกกันแต่เนิ่นๆ โตไปจะดัดนิสัยยากนะ

 

 

 

 

 

“อะไร! แม่ก็หายดีแล้วนี่ ทำไมไม่ให้แฝดอยู่กับแม่ตั้งแต่วันนี้เลยล่ะ”

ยูจินไม่ยอมเมื่อหลังทานมื้อเย็นเสร็จแล้วลูกชายจะพาหลานกลับบ้าน

สองพี่น้องไม่สนใจว่าผู้ใหญ่จะคุยอะไรกัน เล่นในบ้านของเล่นที่คุณปู่จัดไว้ให้มุมหนึ่งของห้องนั่งเล่น

ไม่แค่ในห้องนั่งเล่น ทุกจุดของบ้านก็มีของเล่นของทั้งสองเต็มไปหมด

“ไม่ได้หรอกครับ รอแม่พักฟื้นอีกสักสองสามวันค่อยพามาดีกว่า แม่เอาแฝดไม่อยู่หรอก ซนอย่างกับลิง”

“แม่ดูได้ คนรับใช้ก็ออกจะเต็มบ้าน”

“คุณแม่ควรทำใจให้ชินดีกว่านะครับ”

จินยองที่ฟังมานานเริ่มทนไม่ไหวขอออกความเห็น แจบอมหันมามองภรรยาทันที ยูจินมองลูกสะใภ้เขม็ง

“พูดอะไรน่ะจินยอง”

กระทั่งคุณจองอูที่เงียบฟังมาตลอดก็ยังสงสัย

จินยองมองสามีเล็กน้อยแล้วก็ตัดสินใจเอ่ยต่อ ไม่รอปรึกษาแล้ว

“ผมคิดว่าคุณแม่น่าจะเริ่มทำใจให้ชินที่ต้องห่างจัสมินกับจัสตินได้แล้วล่ะครับ”

“ทำไม”

ยูจินคิ้วขมวด จินยองถอนหายใจ รวบรวมความกล้าเอ่ยออกมา ถึงเวลาแล้วจริงๆ

“ก็..ต่อจากนี้ ผมกับแจบอมจะดูแลแฝดกันเองห้าวันแล้วจะพาลูกมาอยู่นี่แค่เสาร์อาทิตย์ครับ”

“ไม่ได้นะ!

ยูจินกรีดร้องขึ้นมาทันที คุณจองอูเองก็ตกใจที่ลูกสะใภ้ตัดสินใจอย่างนี้ ส่วนแจบอมหลับตาลง ถอนหายใจ เตรียมทำใจกับการปะทะคารมของทั้งคู่ต่อจากนี้

เรื่องนี้จินยองก็เกริ่นๆ กับเขาอยู่บ้าง แต่ยังไม่เห็นมาคุยด้วยอย่างจริงจังก็นึกว่าจะรอเวลาก่อน

จู่ๆ ก็โพล่งออกมานะแม่นะ

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะครับ ในเมื่อแฝดเป็นลูกผม ผมให้แกสองคนมาอยู่บ้านนี้ตั้งห้าวันมาตั้งหลายปีมันก็นานพอแล้วนะครับ ผมอยากเลี้ยงลูกให้เต็มที่เองบ้าง”

เป็นความเจ็บช้ำใจอย่างหนึ่งของคนเป็นแม่เหมือนกันเมื่อได้เลี้ยงแฝดเต็มเวลาแค่หกเดือนแรก จากนั้นก็มีแต่คนมาวุ่นวาย แจบอมคอยปลอบใจว่าเรางานยุ่ง เราเลี้ยงไม่สะดวก แต่ใจจินยองเองรู้ดีว่าเราทำได้ ที่ต้องยอมก็เพราะแม่อยากได้แฝดไปเลี้ยงเอง

“มาพูดอะไรเอาตอนนี้น่ะจินยอง ที่ผ่านมาก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร ทำไมต้องมาเปลี่ยนเวลาเอาตอนนี้ล่ะ”

จองอูจับแขนภรรยาไว้ไม่ให้ผุดลุกขึ้นไปฟาดฟันกับสะใภ้ บีบแขนเธอเบาๆ ให้ใจเย็น เขาก็ไม่อยากให้หรอกนะ แต่ถ้าจะเปลี่ยนเวลาเลี้ยงก็อยากฟังเหตุผลมากกว่านี้หน่อย

“คุณพ่อน่าจะสังเกตได้เหมือนกันนะครับว่าแฝดเอาแต่ใจมาก ทำอะไรตามใจตัวเอง..

“เธอจะหาว่าแม่เลี้ยงแฝดไม่ดีงั้นเหรอ”

ยูจินเอ่ยแทรกขัดจินยอง จินยองข่มกลั้นอาการอยากจะกลอกตาเอาไว้

“แม่เลี้ยงดีครับ แต่ดีมากเกินไป คุณแม่ไม่ให้แฝดลำบากเลย ไม่เคยขัดใจ แฝดนิสัยไม่ดีหลายอย่างมากแต่คุณแม่ก็ทำเป็นมองข้ามและเห็นว่าน่ารัก ตอนนี้ก็น่ารักหรอกครับ แต่โตกว่านี้มันจะไม่น่ารักแล้ว จะเปลี่ยนก็ต้องเริ่มเปลี่ยนตั้งแต่ตอนยังสอนกันรู้ความ”

“แล้วไอ้นิสัยไม่ดีน่ะไม่ดียังไง หลานฉันออกจะเป็นเด็กดี”

ยูจินกอดอก มองจ้องสะใภ้ จินยองนั่งไขว่ห้าง พิงหลังกับโซฟา มองสบตาเธอไม่หนีเหมือนกัน

“แฝดแกล้งเพื่อนที่โรงเรียนบ่อยมาก”

“มันปกติของเด็กวัยนี้ เด็กมันก็แกล้งเพื่อนกันทุกคนนั่นแหละ”

“แฝดเริ่มไม่มีสัมมาคารวะทั้งที่ผมพร่ำสอนไปต่างๆ นานา ผมได้ยินกับหูว่าบางทีแกก็จิกเรียกคนรับใช้ด้วยถ้อยคำไม่ดี ทำผิดก็น้อยครั้งที่จะเอ่ยขอโทษเอง บางทีไม่สั่งก็ไม่ขอโทษ มีคนทำอะไรให้ก็ไม่ขอบคุณ”

“ก็ไม่เห็นแปลกนี่”

“แปลกสิครับ ผมสอนแต่เขาไม่จำและไม่ทำตาม เขาไม่จำคำสอนของแม่อย่างผมแล้ว นี่ล่ะที่แปลก ผมควรจะเอาแฝดไปอบรมให้ทำตัวดีขึ้นมากกว่านี้”

“มันก็ต้องมีหลงลืมกันบ้างสิ ก็พวกแกยังเด็กนี่”

“แฝดฟุ่มเฟือยมาก ของเล่นมีมากขึ้นทุกวัน ไม่แค่ของเล่น อะไรที่อยากได้ก็ต้องได้ รออะไรไม่ได้เลยสักอย่าง อยากได้เดี๋ยวนั้นก็ต้องเดี๋ยวนั้น”

“ก็เรารวย จะต้องไปหวงทำไม เด็กๆ จะอยากได้อะไรเยอะแยะ อย่างมากก็ของเล่นกับของกิน”

จินยองกอดอก เม้มปากแน่น ความไม่พอใจเพิ่มพูนมากขึ้นทุกที ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีเขากับแม่สามีก็ไม่เคยคุยกันดีๆ ได้นานเลยจริงๆ!

เขาล่ะสงสัยนักว่าทำไมผัวตัวเองมันโตมาเป็นคนดีได้

แจบอมโอบไหล่ภรรยา ลูบไปมาเบาๆ ให้เขาใจเย็นๆ

“เธอคิดว่าฉันเลี้ยงหลานไม่ดี จะเอาไปเลี้ยงเองเต็มเวลาน่ะ จะเลี้ยงได้หรือไง ทำงานกลางคืนแล้วใครจะอยู่ดูแลหลานฉัน”

“ที่ผ่านมาผมกับแจบอมก็ดูแลได้นะครับ เราทำงานตอนกลางคืนก็จริงแต่มันก็ไม่จำเป็นต้องเข้าร้านทุกวัน เราสลับกันไปก็ได้ ต้องมีใครสักคนอยู่กับลูกอยู่แล้วครับ”

“ถ้าไม่มองในเรื่องว่าใครเลี้ยงเป็นยังไง การที่จัสมินและจัสตินได้อยู่กับพ่อแม่มากกว่าปู่ย่ามันน่าจะดีนะ เวลาที่ลูกๆ จะอยู่กับพ่อแม่ มากสุดมันก็มีแค่ยี่สิบปี พอโตจนดูแลตัวเองได้ก็ไม่อยากอยู่กับพ่อแม่แล้ว”

จองอูช่วยพูดแต่ยูจินก็อ้าปากจะเถียง จองอูส่งสายตาปรามให้เธอหยุด

“ลองให้แฝดเลือกไหมล่ะว่าอยากอยู่กับพ่อแม่ห้าวันหรือสองวัน”

เมื่อจองอูเสนอทางเลือก ยูจินก็เหยียดยิ้มทันที

“ก็ดีสิคะ ยังไงหลานต้องเลือกเรามากกว่าอยู่แล้ว”

จินยองคิ้วขมวด เงยหน้ามองสามีที่ยืนอยู่ใกล้ๆ แจบอมได้แต่ปลอบใจว่าลองดูก่อน

“แจบอมไปเรียกแฝดมาสิ มาคุยกันให้รู้เรื่อง”

“ครับ” แจบอมผละจากภรรยาไปตามลูกชายหญิงมา

จินยองไม่ชอบใจเลยที่แม่สามีดูมั่นใจนักว่าหลานจะเลือกเหมือนเดิม แต่เอาเข้าจริง แฝดก็ไม่ได้เลือกหรอกที่จะได้อยู่บ้านไหนกี่วัน ย่าเลือกเองหมด

มีหลายครั้งที่จินยองอดเปรียบเทียบการเลี้ยงดูลูกของบ้านตนและบ้านน้องๆ ไม่ได้ ขนาดไม้และเจสซี่ในช่วงอายุเดียวกันนั้นโตมาแบบเด็กขาดพ่อยังเป็นเด็กดีได้เลย ทำไมลูกแฝดของเขาที่มีพ่อแม่พร้อมหน้ามีปู่ย่าตายายรายล้อมถึงโตมาไม่ต่างจากปิศาจน้อย

เขาเคยปรึกษายองแจและแบมแบมเหมือนกัน ทั้งคู่ก็บอกว่าปัญหาคงอยู่ที่บ้านใหญ่ แม้จินยองและแจบอมจะสอนสั่งสักแค่ไหน แต่เวลาที่ได้อยู่กับพ่อแม่มีน้อยนิดเดียว กลับมาหาปู่ย่าก็ลืมแล้ว และช่วงเวลาห้าวัน มันมากพอจะสอนอีกอย่างและล้างคำสอนของแม่ได้อยู่หรอก

จัสตินและจัสมินมาหาพ่อแม่ก็เหมือนมาค้างคืนนอกสถานที่เท่านั้นแหละ บ้านที่แท้จริงคือบ้านใหญ่ต่างหาก

เมื่อเข้ามาในห้องนั่งเล่น แฝดก็วิ่งไปหาปู่ย่าทันที ไม่มาหาแม่เลย เห็นแล้วจินยองก็อดน้อยใจไม่ได้

แม่คลอดหนูมานะ เห็นย่าสำคัญกว่าตลอด

“คุณปู่เรียกเรามาทำไมฮะ เรากำลังเล่นกันสนุกเลย” จัสตินถามคุณปู่ คิ้วสวยย่นน้อยๆ ดูก็รู้ว่าขัดใจที่ถูกขัดจังหวะสนุก

“ปู่มีเรื่องอยากคุยด้วย ขอถามแป๊บเดียวเดี๋ยวก็ได้กลับไปเล่นต่อแล้ว” จองอูลูบผมหลานชายด้วยความเอ็นดู อีกแขนก็โอบยัยปิศาจน้อยแสนสวยไว้

“อะไรเหรอฮะ”

“แม่เขาเสนอกับปู่ว่าจะเปลี่ยนวันดูแลเราสองคน จากที่ไปอยู่บ้านแม่แค่สองวันก็เปลี่ยนเป็นห้าวัน แล้วเสาร์อาทิตย์ก็มาอยู่กับปู่และย่า”

สองแฝดมองหน้ากันทันที ยูจินเห็นหลานดูตกใจก็รีบเอ่ยทันที

“อยู่แบบเดิมก็ดีแล้วลูก ไปอยู่กับแม่ไม่สบายเหมือนอยู่กับย่าหรอก แม่น่ะชอบใช้ให้ทำนู่นทำนี่ตลอด ดุหนูมากกว่าตามใจอีกนะ”

“คุณแม่” จินยองขัดแม่สามี แต่ยูจินไม่สนใจเขาสักนิด เพราะเธอต้องเกลี้ยกล่อมแฝดให้ได้

“แม่ดุก็จริง แต่แม่ดุเพราะแม่รักนะลูก ถ้าแฝดไปอยู่กับพ่อและแม่นะ ตอนเช้าเราจะไปส่งลูกที่โรงเรียนเอง ตอนเย็นก็จะไปรับเองด้วย แล้วพ่อจะมีเวลาเล่นกับหนูสองคนมากขึ้นด้วยนะ”

แจบอมหลอกล่อลูกจนยูจินหันมาจ้องอย่างไม่พอใจ แฝดเริ่มคิดหนัก ก่อนจัสตินจะหันไปหาจินยอง

“แม่จะทำขนมให้เรากินด้วยไหมฮะ ทำเยอะๆ เลย”

จินยองยิ้มออกมาเมื่อสถานการณ์เอนเอียงมาทางตนและสามี

“แน่นอนสิครับ แม่ทำให้หนูได้ทุกอย่างเลย เยอะแค่ไหนก็ได้”

จินยองยืนยันกับลูกอย่างหนักแน่น เด็กหนอเด็ก อย่าว่าแต่ทำขนมเลยลูก ไม่ว่าอะไรแม่ก็ทำให้หนูได้ทั้งนั้น

“ย่าก็มีเชฟทำให้กินได้เหมือนกันนะลูก อร่อยกว่าของแม่อีก”

“แต่ว่า..” จัสมินลังเล มองหน้าน้องชายอีกที จัสตินเลยถามอีก

“เราเอาของเล่นไปด้วยได้ไหมฮะ”

“ได้สิ เอาไปเยอะๆ ได้เลย อะไรที่มันใหญ่ไปก็เอาไว้ที่นี่เดี๋ยวไว้พ่อพามาเล่นวันหยุด”

แจบอมรีบรับคำลูกชายเพราะเขาเองก็อยากให้ลูกไปอยู่ด้วยใจจะขาด

“บ้านพ่อเรามีแต่แม่บ้านไปกลับ จะสะดวกสบายเท่าที่นี่ได้ยังไงล่ะ จัสมิน จัสติน อยู่ที่นี่กับย่าดีกว่านะลูกนะ คนรับใช้ออกเต็มบ้าน หนูไม่ต้องทำอะไรเลยนะ อยากจะเล่นตอนไหนก็ได้ อยากทำอะไรก็ทำได้ตามใจเลยนะคะ”

ยูจินยังรั้งหลานไว้อย่างสุดความสามารถ จัสตินฟังแล้วก็ไขว้เขว จับมือจัสมินที่นั่งพับเพียบอยู่ข้างขาคุณปู่

“เอาไงดีพี่ อยู่นี่ก็ดีนะ”

“แต่..แต่พี่อยากไปอยู่กับพ่อกับแม่นะ”

จัสมินตอบเสียงเบาไม่มองหน้าใคร กลัวคุณย่าดุเหมือนกันที่อยากไปอยู่บ้านนู้นนานกว่าบ้านนี้

ในเมื่อเสียงแตกออกเป็นสองเสียงและกลัวเสียหลานไปทั้งสอง ยูจินก็เสนอทางเลือกอีกทาง

“งั้นให้แฝดแยกกันอยู่ไหม ให้จัสตินอยู่กับแม่จันทร์ถึงศุกร์ พอเสาร์อาทิตย์ก็ให้จัสมินมาเปลี่ยน”

พ่อแม่แฝดถึงกับอุทานออกมาพร้อมกันเมื่อคุณยูจินคิดจะแยกลูกเขาออกจากกัน

“ไม่ดีมั้งคุณ” จองอูไม่ค่อยเห็นด้วยนะ เขาพี่น้องกัน ให้อยู่ด้วยกันก็ดีแล้ว

แต่ยูจินไม่สนใจคำปรามสามี ยังค้าน

“ไม่ดียังไงคะ โตไปแกก็ต้องห่างกันอยู่ดี ใกล้กันไปตลอดไม่ได้หรอกค่ะ ยังไงเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายก็มีไลฟ์สไตล์ต่างกัน โตไปก็ต้องมีสังคมมีกลุ่มที่แยกกัน”

จินยองฟังแล้วก็อึดอัดใจ มองลูกที่จับมือกันแน่นทั้งยังทำหน้าจะร้องไห้แล้วก็นึกสงสารลูก เขาดึงแขนเสื้อสามีให้ขยับเข้ามาใกล้แล้วเอ่ยพอให้ได้ยินกันสองคน

“ฉันไม่อยากให้ลูกแยกกันอยู่นะ”

“แล้วคุณจะเอายังไง แม่คงไม่ยอม” แจบอมนั่งลงบนที่วางแขนโซฟาตัวที่จินยองนั่ง ก้มลงไปหา

“อยู่แบบเดิมดีไหม”

“คุณโอเคแน่เหรอ”

“ไม่โอเคแล้วทำไงได้ล่ะ”

จินยองรู้ว่าฝาแฝดน่ะมีความผูกพันกันมากกว่าพี่น้องทั่วไปอยู่แล้ว และลูกเขาก็ไม่เคยอยู่แยกจากกันเลยนะ ถ้าต้องอยู่ห่างแฝดตัวเองเขาว่าจัสตินและจัสมินไม่น่าจะทนได้

“ไม่เอาอ่ะ! ไม่เอา”

จัสตินโผกอดจัสมินไว้แน่น ปฏิเสธออกมาเสียงดัง ทุกคนหันไปมองแกเป็นตาเดียว

“ไม่เอาอะไรลูก”

จองอูก้มลงถามหลานชาย จัสตินที่นั่งลงคุกเข่ากอดจัสมินไว้เงยหน้ามองปู่

“ผมจะอยู่กับพี่ฮะ”

“แต่พี่เขาจะไปอยู่กับพ่อแม่นะ เราอยากอยู่ที่นี่ไม่ใช่เหรอ อยู่กับย่าและปู่ไง ไม่ต้องกลัวเหงาหรอกเดี๋ยวย่าหาเพื่อนมาเล่นด้วย”

ยูจินกล่อมหลานแต่จัสตินส่ายหน้ารัวแล้วกอดจัสมินแน่นขึ้นอีก

“พี่อยู่นี่ก็ได้..” จัสมินเกยคางกับไหล่เล็กๆ ของคนที่กอดแล้วเอ่ยอู้อี้อึดอัด จัสตินกอดแน่นเกินไปแล้ว

แม้เธออยากไปอยู่กับพ่อแม่ แต่ถ้าจัสตินไม่อยากไป เธอยอมอยู่นี่ก็ได้

“ไม่ๆ จัสมินอยากไปไหนเค้าจะไปด้วย ไปอยู่กับพ่อแม่ก็ได้ จัสตินจะไป ไปด้วย”

อ่า..จินยองไม่ควรน้อยใจว่าแฝดรักย่ามากกว่าแม่แล้วล่ะ ตอนนี้ทุกคนควรน้อยใจว่าจัสตินรักจัสมินมากกว่าใคร หรือควรจะดีใจดีนะ

“โอเคๆ ปล่อยที หายใจไม่ออกแล้ว”

“งื้อ”

จัสตินเบะปากจะร้อง แม้จะผละจากกอดแต่ยังไม่ปล่อยมือจัสมิน ขยับมากอดแขนเธอไว้

“เฮ้อ..เลือกได้แล้วนะ เดี๋ยวปู่ให้พี่ๆ เขาขึ้นไปเก็บเสื้อผ้าและของใช้ให้”

จองอูใจหายเหมือนกันที่จะได้เจอหลานแค่อาทิตย์ละสองวัน ตลอดเวลาทั้งอาทิตย์นับจากนี้มันต้องเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานและทรมานมากแน่ๆ

“ถ้าไปอยู่นานๆ แล้วไม่ชอบ อยากย้ายกลับมาก็ได้นะลูก โทรมาบอกได้ตลอดเวลาเลยเดี๋ยวย่าไปรับ”

ยูจินแพ้แล้วแต่ยังไม่ยอมรับ จะร้องไห้ ต้องทนคิดถึงหลานอีกหลายวันเลยกว่าจะได้เจอกัน

ตอนนี้ไม่ว่ายูจินจะพูดอะไรจินยองไม่สนใจแล้ว เขากำลังดีใจที่จะได้อยู่กับลูกนานๆ ให้สมใจสักที

“เราไปเลือกของกันดีไหมว่าจะเอาอะไรไปบ้านนู้นบ้าง”

จองอูลุกขึ้น เอ่ยกับหลาน จากนั้นก็ตะโกนเรียกหาคนรับใช้ สองแฝดเข้ามาจับมือคุณปู่คนละข้าง พากันออกจากห้องนั่งเล่นไป

ยูจินมองตามหลานแล้วก็ถอนหายใจ ก่อนจะหันขวับมาหาลูกชาย

“นี่แจบอม!

“ครับ?” คนถูกเรียกขานรับแม่อย่างงงๆ จู่ๆ ก็เสียงดังน้อ

“แกทำหลานให้แม่อีกสักคนสิ ขาดแฝดไปแม่ทำใจไม่ได้”

ฟังคำแม่แล้วแจบอมก็อ่อนใจ

“คุณแม่..มันง่ายขนาดนั้นที่ไหนล่ะครับ กว่าจะมีแฝดได้เสียน้ำตามาตั้งเท่าไร เหนื่อยจะตาย”

“ทำเด็กหลอดแก้วก็ได้”

“มันเจ็บนะครับคุณแม่”  คนเคยทำทักท้วง

จินยองยังไม่เคยลืมช่วงเวลาที่ต้องจิ้มเข็มยาฉีดเข้าท้องตัวเองเป็นอาทิตย์นะ ของแบบนี้คุณยูจินคิดว่าทำง่ายเหรอ

“ตอนทำจะเจ็บอะไรนักหนายะ มันไม่มีอะไรเจ็บไปกว่าปวดท้องคลอดหรอกย่ะ”

ยูจินเหน็บสะใภ้อย่างหมั่นไส้ ท้องยากท้องเย็นนัก แม้ท้องเดียวได้แฝดเลยแต่ท้องต่อๆ มาก็ไม่มีทีท่าจะมีเพิ่มสักนิดเดียว

จินยองอ้าปากค้าง พูดไม่ออกเมื่อจู่ๆ ก็โดนวีนอีกแล้ว

เอ๊า! คุณแม่ก็พูดได้สิ คุณแม่ไม่เคยทำเด็กหลอดแก้วนี่!

มีแฝดให้แล้วจะอะไรกับเขานักหนา หน้าที่สะใภ้เขาก็ทำครบถ้วนแล้วนี่

“คุณแม่จะอยากมีหลานเพิ่มไปทำไมครับ แค่สองหน่อนั่นก็พอแล้ว” แจบอมอ่อนใจ

เลิกสักทีเถอะครับไอ้ความกดดันประหลาดๆ เนี่ย แม่อยากมีหลานเขาก็มีให้แล้วไง ไม่ใช่แค่คนเดียวด้วย

“ก็แม่เหงานี่”

“ลองชวนคุณพ่อไปเที่ยวต่างประเทศดูไหมครับ ไปเที่ยวรอบโลกสักรอบสองรอบ เดี๋ยวผมจัดการให้ ช่วงนี้ต้องห่างหลานคุณแม่อาจจะทำใจยาก ไปเที่ยวซะแล้วถือว่าพักจากการที่เหนื่อยเลี้ยงแฝดมาหลายปีไปในตัวด้วย ส่วนงานคุณพ่อเดี๋ยวผมทำแทนให้”

“แล้วร้านแกล่ะ”

สิ่งที่ลูกชายเสนอก็น่าสนใจ การหนีความจริงที่เจ็บปวดไปไกลๆ สักพักก็อาจจะดีก็ได้

“ร้านมันงานกลางคืนนี่นา ไม่เป็นไรหรอกครับผมจัดการได้ ตกลงไปเที่ยวนะครับ คุณพ่อเองก็ไม่ได้พักผ่อนมานานมากแล้วด้วย คุณแม่ไปเป็นเพื่อน คอยดูแลคุณพ่อ ไปเที่ยวกันสองคนแล้วหาซื้อของฝากน่าสนใจของแต่ละประเทศมาให้หลานๆ ก็น่าสนุกดีนะครับ”

แจบอมเห็นแม่สนใจก็โน้มน้าวเพิ่ม ช่วงนี้แฝดต้องปรับพฤติกรรมจะได้ไม่ต้องงอแงหาย่า ย่าเองก็จะได้ไม่ไปวอแวหลานให้จินยองลำบากใจด้วย

กว่าแม่จะกลับจากเที่ยวแฝดก็คงทำตัวน่ารักขึ้นเยอะแล้ว

ยูจินนิ่งคิดอยู่ครู่ก็พยักหน้า

“ไปก็ได้” อยู่เกาหลีไปแต่ไม่ได้กอดหลานทุกวันเธอคงนอนไม่หลับหรอก ไปหาอะไรทำน่าจะดี

“โอเคครับ เดี๋ยวผมจัดการเรื่องการเดินทางกับเรื่องที่พักให้ คุณแม่ไปแพลนเองนะครับว่าอยากไปไหนบ้าง”

“อือ แม่ไปช่วยหลานเก็บของก่อนแล้วกัน”

ยูจินลุกออกจากห้องนั่งเล่นไป พอเธอพ้นไปปุ๊บจินยองก็แสดงอาการดีใจออกมาได้สักที

“คิดได้ยังไงเนี่ยคุณ ฉันรักคุณจังเลย!” จินยองหอมแก้มสามีซ้ายขวาแล้วกอดเขาแน่นด้วยความดีใจ

นอกจากจะได้เอาแฝดไปอยู่ด้วยแล้วยังได้ห่างจากแม่สามีตั้งนานแน่ะ!

“ถ้าจะแยกก็ต้องแบบนี้แหละที่รัก ให้ไกลกันมากเท่าไรยิ่งดี”

แจบอมหัวเราะน้อยๆ กอดภรรยาไว้หลวมๆ

“แต่ถ้าทำงานแทนคุณพ่อด้วยจะมีเวลาให้แฝดมากกว่าเดิมไหมนะ อุตส่าห์รับปากลูกแล้ว”

แจบอมกังวลเรื่องนี้เหมือนกัน

“คุณทำได้ เดี๋ยวฉันช่วยด้วย ช่วงแรกอาจจะเหนื่อยหน่อยแต่ผ่านไปสักพักมันก็เข้าที่เข้าทางเองนั่นล่ะ”

จินยองเตรียมใจไว้แล้วว่าช่วงแรกแฝดน่าจะปรับตัวยาก ติดย่าขนาดหนัก คงได้ร้องไห้งอแงกันบ้างล่ะนะ แต่เขาจะใช้ความเป็นแม่เข้าสู้ ลูกต้องหันมาติดเขาบ้างแหละ

“นั่นสิ”

แค่มีจินยองบอกว่าจะช่วย แจบอมก็รู้สึกว่าเขาทำได้ทุกอย่างแล้ว

 

 

 

 

เจสซี่โบกมือลานายอนเพื่อนสนิทที่แม่มารอรับแล้ว เห็นแล้วก็อยากให้แม่มารับบ้างแต่เข้าใจว่าแม่ไม่ว่าง บอกไปก็มีแต่ทำให้แม่หนักใจเปล่าๆ

ขณะที่ตั้งใจจะเดินไปหาพี่ที่สนามฟุตบอล เจสซี่ก็เห็นคนที่ออกจากห้องมาก่อนเดินไปนั่งหน้าอาคารเรียน เจสซี่เปลี่ยนใจแวะไปถามไถ่เพื่อนใหม่สักหน่อย

“บัวกลับไง พ่อแม่มารับหรือกลับรถโรงเรียน”

การันต์ที่ก้มหน้ามองพื้นเงยหน้ามองคนถาม เจสซี่ยืนกอดอกอยู่เบื้องหน้า

“เรา..เรากลับเอง แต่ยังไม่อยากกลับน่ะ”

“ทำไมกลับเอง บ้านอยู่แถวนี้เหรอ อยู่ใกล้โรงเรียนหรือไง”

“ก็..อื้อ” พอบัวฝืนยิ้มให้เจสซี่ก็มองเขานิ่ง

“บ้านอยู่ตรงไหนเหรอ แถวนี้เรารู้จักดี พี่ไม้ชอบพาไปหาอะไรกินก่อนกลับบ้าน”

….” บัวหลบสายตา ก้มหน้าลง เจสซี่เดินเข้ามาใกล้ นั่งยองแล้วยื่นหน้าไปมองจนบัวผงะ

“ว่าไง”

“เอ่อมันอยู่ถัดจากนี่ไปสามบล็อก”

“ก็ไกลอยู่นะนั่น”

เจสซี่หน้านิ่วแต่บัวกลับยิ้มให้

“เดินแป๊บเดียวก็ถึง”

“ทำไมไม่มีใครมารับ”

“ไม่มีใครว่างหรอก”

เจสซี่เข้าใจ บ้านเธอก็งานยุ่งทุกคน

“ถ้าไม่อยากกลับตอนนี้ไปดูพี่ไม้เตะบอลไหม เราต้องไปหาพี่ที่สนาม”

“ได้เหรอ” บัวถามอย่างไม่แน่ใจ เขาก็ไม่อยากนั่งอยู่คนเดียวเท่าไร

“ได้สิ แค่ทำใจไว้หน่อยก็พอว่าต้องหนวกหู มีสาวๆ ไปเชียร์พี่เยอะ เพราะพี่น่ะหล่อ แล้วเพื่อนๆ ก็หล่อกันหมด”

เจสซี่ยักไหล่ ทำท่าอ่อนใจจนบัวอมยิ้ม

“โอเค”

“งั้นไป” แจยองลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือให้เพื่อนจับ การันต์ลังเลก่อนจะยื่นมือไปจับมือเธอไว้

 

 

 

 

เจสซี่ก้าวขึ้นไปบนอัฒจรรย์ข้างสนามฟุตบอล ขึ้นไปอยู่สูงๆ หน่อยเพราะสาวๆ ยืนกรี๊ดข้างสนาม หนวกหู

เจสซี่ล้วงหมวกสแนปแบคในกระเป๋านักเรียนออกมาใส่ก่อนจะหันไปบอกบัวที่ตามมานั่งข้างๆ

“เมื่อเช้าพี่บอกจะเล่นบอลตอนเย็นเราเลยเอาหมวกติดมาเผื่อโดนแดด มันร้อนน่ะ”

บัวแค่พยักหน้าเข้าใจ วางกระเป๋าที่สะพายมาลงข้างตัว เจสซี่วางกระเป๋าลงบนขั้นอัฒจรรย์ชั้นล่างที่เท้าเหยียบอยู่  วางกระเป๋าระหว่างขาทั้งสองแล้วก้มตัวค้นหาขนม

แม้จะกินขนมกันสามคนเมื่อตอนเที่ยง แต่บัวเป็นคนกินน้อย (หรือจะเกรงใจเลยไม่กล้ากินก็ไม่รู้) ขนมเลยยังเหลือ เพราะปกติเธอก็กินสองคนกับนายอนไม่หมด นึกว่าจะมีเพื่อนช่วยกินเพิ่มแต่บัวก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย

มิน่าถึงตัวเล็ก

เจสซี่นั่งดูการแข่งขันไปก็กินไป ยื่นถุงขนมไปให้บัวด้วย พอบัวหยิบเธอก็หยิบกินต่อ สลับไปแบบนี้จนขนมหมด

การแข่งใช้เวลานานกว่าที่คิด พี่ไม้ก็บอกลุงมาร์คไว้แล้วด้วยว่าเล่นบอลเสร็จเมื่อไหร่ถึงจะโทรหา ตอนนี้เจสซี่ก็เลยว่าง ว่างจนหาวเลย ถึงเกมในสนามจะน่าตื่นเต้นแต่เจสซี่ไม่สนใจ

เจสซี่ปิดปากหาวแล้วชูแขนเหยียดสุดบิดขี้เกียจ หันไปมองบัวก็พบว่าอีกฝ่ายหยิบการบ้านมาทำ เขาขยับตัวออกไปห่างเธอ ยกขาขึ้นมานั่งขัดสมาธิบนที่นั่ง หันหน้ามาทางเธอ วางสมุดบนอัฒจรรย์แล้วก้มลงเขียนการบ้าน

ขยันอ่ะ

“รู้เรื่องเหรอ” เจสซี่นั่งขัดสมาธิบ้าง  หันตัวไปหาบัว คนที่ก้มเขียนการบ้านพยักหน้า

“ย้ายมาแค่วันแรกก็ตามทันแล้วอ่อ”

“ก่อนมาโรงเรียนเราอ่านหนังสือเรียนมาหมดแล้ว”

….” จริงดิ ต้องขยันแค่ไหนอ่ะ หรือบัวจะเป็นคนเรียนเก่ง ตำแหน่งท็อปสามจะสั่นคลอนป้ะเนี่ย

“เจสซี่ไม่ทำเหรอ”

“การบ้านก็ต้องทำที่บ้านสิ”

“อ้างอ่ะ” บัวหัวเราะเบาๆ เจสซี่ยันมือกับพื้นอัฒจรรย์ มองบัวเขียน

“ใครสอนหนังสือก่อนมาเรียนล่ะ”

ก็คนที่บ้าน”

บัวตอบช้าจนเจสซี่นึกว่าจะไม่ตอบแล้วนะ เจสซี่หยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดเพลงฟัง

“นี่บัวขอเบอร์หน่อย”

เจสซี่ไม่ได้เล่นSNS ก็จริง แต่เธอก็ต้องโทรหาคนนู้นคนนี้ และได้รับอนุญาตจากแม่ให้โทรหาเพื่อนได้ด้วย เล่นเกมก็ได้นะ แต่เฉพาะเกมที่แม่เห็นว่าสมควรเล่นได้และต้องให้แม่โหลดให้ ห้ามโหลดอะไรเอง ถ้าแม่รู้แม่จะตี ยูทูปก็เล่นได้ เอาไว้เปิดดูการ์ตูนหรือฟังเพลงเท่านั้น และแม่จะเช็คด้วยว่าดูอะไรไปบ้าง มีคลิปอะไรที่ไม่สมควรเล็ดลอดหรือเปล่า

แม่บอกว่าแม่จะให้เจสซี่รู้จักโลกและรู้จักเรื่องราวต่างๆ มากกว่านี้ถ้าเจสซี่โตมากกว่านี้หน่อย ตอนนี้เด็กอยู่ก็ขอให้อยู่ในสายตาแม่ไปก่อน

“เรา..ไม่มีมือถือ”

บัวยืดตัวนั่งตรงคลายความเมื่อยและพักมือ เจสซี่ทำหน้าเหมือนได้ยินบัวบอกว่าเมื่อคืนเอเลี่ยนบุกบ้าน

“ไม่มีจริงเหรอ?”

“อื้อ” บัวพยักหน้าน้อยๆ ท่าทางไม่ยินดียินร้ายกับการไม่มีโทรศัพท์

“เวลาจะโทรหาคนที่บ้านทำไง ต้องกลับเองไม่ใช่เหรอ” ตอนนี้เจสซี่งงมากจริงๆ ใครๆ เขาก็มีมือถือนะบัวไม่มีได้ไง

“ต้องโทรหาใคร เรากลับเองอยู่แล้ว”

ทำไมคำตอบวนมางี้ล่ะ ยิ่งคุยด้วยเจสซี่ยิ่งไม่เข้าใจเพื่อนใหม่

แม้ยิ้มสวยมากแต่ก็ไม่ค่อยยิ้ม พูดก็ไม่ค่อยพูด แล้วยังกลับบ้านเองอีก น่าเป็นห่วงขนาดนี้พ่อแม่ของบัวไม่ห่วงเหรอ เธอนะแค่จะไปเล่นที่สวนของคอนโดยังต้องพกมือถือ จะไปไหนทีไม่ว่าระยะทางใกล้แค่ไหนก็ต้องบอกคนในบ้านไว้ ถ้าไปไหนไม่บอกจะโดนตี ไม่ใช่แค่แม่ตีนะ อาแบมก็ตีด้วย เห็นอาแบมใจดีไม่เข้มงวดกับเจสซี่แต่เวลาอาตีเธอ อาแบมตีเจ็บกว่าแม่อีก แล้วแม่ก็ไม่ดุอาแบมแต่มาดุเจสซี่ต่อ

“ถ้าเราอยากคุยกับบัวตอนอยู่บ้านจะทำไงอ่ะ”

“เอาไว้คุยที่โรงเรียนไง เด็กน่ะไม่จำเป็นต้องมีมือถือหรอก ไม่มีประโยชน์สักหน่อย”

เจสซี่ไม่อยากเชื่อเลย โทรศัพท์มือถือเนี่ยนะไม่มีประโยชน์

            เด็กหญิงยังไม่ทันจะตอบโต้กลับก็รู้สึกว่ามีเงาใหญ่บังแสง  หันไปเงยมองก็เจอพี่ชายที่โชกเหงื่อยืนมองอยู่

            ขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย

            “มองอีก ขอน้ำหน่อย” พี่ชายดีดหน้าผากเธอแล้วยื่นมือมาข้างหน้า เจสซี่ก้มหยิบกระติกน้ำพกพาในกระเป๋ายื่นให้

“ถ้าน้ำหนูหมดจะทำยังไง สาวๆ เอามาให้เยอะแยะก็รับไว้สักขวดสิคะ”

“ไม่เอาอ่ะ ถ้ารับจากใครคนนึง อีกหลายๆ คนก็เสียใจแย่”

“ฮอตมากเนอะ” เจสซี่หมั่นไส้ ไม้หัวเราะแล้วขยี้ผมดำขลับแรงๆ อย่างหมั่นเขี้ยว

“กลับเลยไหมคะจะได้โทรหาพ่อ” ไม้ดื่มน้ำเสร็จก็เอ่ยถาม ยื่นกระติกน้ำคืนน้อง มองนาฬิกาข้อมือ

“กลับเลยค่ะ แต่พี่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนไหม” นั่งรถโดนแอร์ก็เหม็นเหงื่อน่ะสิ

“โอเค เดี๋ยวมา”

ไม้มองเด็กอีกคนที่ตั้งใจทำการบ้านแวบหนึ่ง ยื่นมือไปลูบผมเบาๆ หนึ่งทีแล้วหันหลังกลับวิ่งลงจากอัฒจรรย์ไป

บัวหันมองคนที่วิ่งแป๊บเดียวก็ลงไปข้างสนามแล้ว อึ้งนิดๆ ที่โดนลูบหัว

ไม่มีใครลูบหัวเขามานานแล้วนะ..

“พี่เจสซี่ใจดีจังเลยนะ” พูดกับเจสซี่เพราะมากเลยด้วย

“อื้อ พี่ไม้ใจดีมาก ตามใจเราทุกอย่างเลย” เจสซี่อวดอย่างภูมิใจ บัวยิ้มน้อยๆ

“น่าอิจฉาจัง”

“บัวมีพี่น้องไหม”

“อื้ม”

“ผู้หญิงหรือผู้ชาย”

“ทั้งสองเลย”

“ดีนะ ไม่เหงาดี เรามีแค่พี่ไม้คนเดียวเอง”

“มีพี่คนเดียวดีกว่านะ”

“ทำไมล่ะ”

บัวแค่ยิ้มให้เจสซี่ ไม่ได้บอกอะไร ก้มลงทำการบ้านต่อ

แม้จะงงหน่อยแต่เจสซี่ก็ไม่ได้ถามต่อ

กับเธอยังถามคำตอบคำ จากนี้เดาได้เลยว่าบัวต้องไม่มีเพื่อนคนอื่นนอกจากเธอและนายอนแน่

 

TBC.

**

มันก็จะยาวๆ หน่อย แถมพี่ไม้น้องบัวให้อีกนิดค่ะ

บอกสิว่านี่ฟิคแจ็คแจ คู่หลักแทบไม่มีบทเลย

ดังนั้น ต่อจากตอนหน้าไปจะไม่มีคู่อื่นเยอะๆ แบบนี้อีกแล้วนะคะ

คู่หลักเราไม่คืบหน้าเลย เกรงใจคนรอคู่หลัก

เรื่องของพี่ไม้กับน้องบัวจะหยุดแค่นี้นะ เอาไว้ไปทำในภาคแยกต่อค่ะ

(หรือใครอยากจะให้แทรกรุ่นเล็กก็บอกได้ ตามใจคนอ่าน แต่ได้นิดๆ หน่อยๆ)

เปลี่ยนเพื่อนพี่ไม้จากแดเนียลเป็นควานลิน

แต่งเองก็ลืมเองว่าแดเนียลเป็นเพื่อนแม่แบมตอนทำโฮสต์ค่ะ





**

พาร์ทหลังบ้านพี่บีนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.207K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,297 ความคิดเห็น

  1. #3194 Markmark_tuan1a (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 15:44
    อิเด็กเซๆนั่นน่าโดนตบด้วยถาดขี้แกล้งนัก
    #3,194
    0
  2. #3155 bangtanna (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 23:43
    อ่านเรื่องนี้ คือคู่หลักเหมือนตัวประกอบเลย ขัดใจวุ้ย
    #3,155
    0
  3. #3154 bangtanna (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 23:35
    อ่านแล้วลำไยยองแจจังวะ แลเป็นคนดีเกิ้นนนน
    #3,154
    0
  4. #3050 yahye (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 14:49
    ไม่ชอบแม่แจบอมเลยอ่ะคนอะไรก็ไม่รู้ชอบเจ้ากี้เจ้าการเห็นแก่ตัว
    สงสารจินยองอ่าาาาา
    #3,050
    0
  5. #2869 N_udaen_G (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 08:14
    น้องบัวลูกกกกกกกก แบบหนูดูปล่อยวางจังเลยค่ะ ส่วนครอบครัวพี่บีนี่แบบบ แฝดต้องเป็นเด็กดีนะคะ
    #2,869
    0
  6. #2785 My love markbam (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 09:29
    พี่ไม้น้องบัว ยังไงๆ
    #2,785
    0
  7. #2616 gene_pa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:37
    ชิปไม้บัวละนะ บัวมีปมเรื่องครอบครัวแน่ๆ
    #2,616
    0
  8. #2575 LOOK_WALAK (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 11:37
    น้องบัวนี่ลูกใคร? ลูกแจบอมซ่อนไว้หรอ
    #2,575
    0
  9. #2568 Friendship_Lee (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 23:37
    พี่ไม้จะจีบเพื่อนเจสซี่เหรอ พ่อคนฮอต
    #2,568
    0
  10. #2433 0813539498 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 02:39
    ไม้ : มาร์ค
    การันต์ บัว : กันต์ แบม
    #ไม้บัว มันต้องมา
    #2,433
    0
  11. #2432 secret_freshmart (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 20:16
    เรือไม้บัวต้องมาแล้ว55555 ถ้าไม้อิมเมจมาร์ค บัวก็อิมเมจแบมละ ชิปๆๆๆๆ5555
    #2,432
    0
  12. #2428 yuggi07 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 17:05
    เจสซี่แซ่บเหมือนแบมอ่ะชอบ
    #2,428
    0
  13. #2427 Parantarira (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 16:49

    ลำไยแม่พี่แจบอมสุด อ่านแล้วอึดอัดแทนจินยองอะ ถ้าเป็นเราต้องมีแม่ผัวแบบนี้เราจะพาลูกหนีข้ามจังหวัดไปเลย

    #2,427
    0
  14. #2422 Pearlypim (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 05:48
    แม่พี่แจบอมคือสปอยล์หลานสุดจนเสียนิสัยเลย รอคู่หลักเช่นกันค่าาาา
    #2,422
    0
  15. #2366 Cr.J (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 19:03
    น้องบัวลูกกกกกกกกกกก
    #2,366
    0
  16. #2364 Love (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 01:08

    อ่านพาร์ทบ้านบีละปวดหัวกะแม่ผัวเลย อึดอัดเหมือนไมเกรนจะขึ้น ส่วนบัวลูก มากอดๆ น้า แง้ สงสารน้อง

    #2,364
    0
  17. #2362 Seefahhh (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 04:24
    บ้านแจบอมนี่คือสปอยล์หลานเกินเบอร์มากๆ ไม่อปลกใจที่จินยองจะไม่โอเค ดีมากๆที่ยัยหลานแฝดของเราเลือกกับไปอยู่กับพ่อแม่ เป็นเด็กดีขึ้นนะลูก
    แงงงรออ่านเรื่องแยกคู่พี่ไม้กับน้องบัวนะคะ แต่ก็อยากให้มีแทรกๆมานิดหน่อยๆเหมือนกันค่ะ > <
    #2,362
    0
  18. #2358 sareenaa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 11:59
    ที่บ้านยัวต้องมีปัญหาอะไรแน่ๆอ่ะ
    #2,358
    0
  19. #2357 Nuthathai Por (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 22:44

    บัวเหมือนเด็กเก็บตัวเลย ดูกลัวไปหมด

    #2,357
    0
  20. #2356 ออมม่า (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 19:20

    ต้องขอโทษ คู่หลักด้วยที่สนุกไปกับคู่อื่นตามไรท์

    #2,356
    0
  21. #2355 Hydrangea♡ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 01:04
    รออ่านพี่ไม้กับน้องบัว จะแยกหรือแทรกๆมาก็ได้คะชอบบบบ
    #2,355
    0
  22. #2354 bamby-miew (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 23:56

    คิดถึงเรื่องนี้มากอ่ะ
    #2,354
    0
  23. #2353 peach_candy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 21:27
    แหม่ๆๆๆๆๆๆ พี่ไม้ ทำมาลูบหัวน้องบัว แต่แฝดถ้าอยู่กับย่านานๆท่าจะเสียคน เป็นคนที่โคตรเอาแต่ใจ ต้องการจะเอาชนะตลอด ชอบกดดันเรื่องไม่เป็นเรื่อง
    #2,353
    0
  24. #2350 tonchaaui (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 22:09
    แจ็คสงสารลูก ดีค่ะต่อไปก็จะเริ่มขัดใจพ่อแม่เพราะนึกถึงลูกไม่อยากให้เหมือนตัวเองพอรักลูกก็อยากกรักแม่ของลูกด้วยทีนี้ก็ตามจีบเมียตัวเอง ปล.มีรุ่นเล็กผสมมาบ้างก็สนุกดีค่ะ ขอบคุณค่ะ
    #2,350
    0
  25. #2349 nuiisnui (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 18:24
    อยากอ่านรุ่นเล็ก เขียน​ต่อเลยค่ะ
    #2,349
    0