สต็อกพร้อมส่ง(GOT7) พันธะปฏิพัทธ์ Jackjae Ft.Markbam Bnior (mpreg)

ตอนที่ 13 : Chapter 11 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,608
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,431 ครั้ง
    26 ก.ค. 61



 

 

            “กลับมากันแล้ว ได้ตุ๊กตาใหม่อีกแล้วเหรอลูก ไปอ้อนอะไรลุงกับอาอีกคะ”

            ยองแจเดินออกจากครัวมารับทั้งสามคนที่กลับมาบ้านก่อนมื้อเย็น ทักลูกสาวที่กอดตุ๊กตาตัวใหญ่มาด้วย

            “เจสซี่ไม่ได้อ้อนหรอกยองแจ พี่อยากซื้อให้หลานเอง”

            คุณลุงที่อุ้มหลานสาวมาไม่ยอมวางเอ่ยแก้ความเข้าใจผิดแล้วพาเจสซี่ไปที่ห้องนั่งเล่น ยองแจถอนหายใจ ระอาในความตามใจของพี่มาร์ค

            ทั้งอาแบม พี่ไม้และลุงมาร์ค ตามใจยัยหนูจนเคยตัวแล้ว

“เป็นอะไรไปแบม” ยองแจถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นแบมแบมมองตามมาร์คและลูกของตนไป แบมแบมยักไหล่

“เปล่า ทำอะไรกิน ทำเสร็จยังเดี๋ยวฉันช่วย”

“ยังไม่เสร็จเลย มาช่วยก็ได้จะได้เสร็จเร็วๆ ไม้โทรบอกไหมว่าจะกลับมากินข้าวเย็นหรือเปล่า”

“ยังเลย” แบมแบมเดินตามยองแจเข้าไปในห้องครัวพลางหยิบมือถือในกระเป๋าหลังกางเกงมาโทรหาลูก คุยไม่นานก็วางสาย

“ไม้จะกินข้าวกับเพื่อนน่ะ ไม่ต้องทำเผื่อหรอก”

“โอเค”

 

 

 

 

 

แบมแบมเดินออกจากห้องน้ำพร้อมสวมชุดนอนเรียบร้อย เจ้าของห้องที่ไปส่งลูกเข้านอนก็เดินเข้ามาพอดี

ยองแจเดินไปนั่งที่เตียงขณะที่แบมแบมเดินไปนั่งที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง หยิบโลชั่นสำหรับทาก่อนนอนมาทา เขานิ่งคิดอะไรอยู่ครู่ก็ตัดสินใจหันไปทางเตียง

“ยองแจ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย”

“อะไรเหรอ”

ยองแจตอบรับขณะเอาหมอนรองหลังพิงกับหัวเตียง จะอ่านอีบุ๊คในโทรศัพท์สักหน่อย แต่เมื่อเพื่อนจะคุยด้วยเขาก็วางมือถือไว้บนตักก่อน

แบมแบมมองหน้ายองแจแล้วเล่าเรื่องที่เขาคุยกับเจสซี่วันนี้ให้คนเป็นแม่ฟัง  ตลอดเวลาที่ฟังยองแจก็รับฟังอย่างสงบ ไม่ได้เอ่ยแทรกหรือแสดงอารมณ์ใดๆ ขัดจังหวะ

เมื่อแบมแบมเล่าจบ ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ

“แกโกรธฉันไหมที่ฉันสอนเจสซี่ให้เกลียดแจ็คสัน”

แบมแบมทนความเงียบไม่ไหวเอ่ยขึ้นมาก่อน ยองแจมองสบตากลม

เขาอยู่กับแบมแบมมานานพอที่จะรู้ว่าแบมแบมเป็นคนยังไง แต่บางครั้งก็ยังไม่เข้าใจการกระทำบางอย่างอยู่ดี

เขาเข้าใจว่าแบมแบมหวังดี มีเจตนาดี แต่การกระทำอาจจะไม่ดีตามความตั้งใจ

“ฉันไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่แบมทำหรอกนะ แต่ฉันก็เข้าใจว่าทำไมแบมถึงทำแบบนั้น”

แบมแบมใช้ชีวิตอยู่ในโลกกลางคืนมาสิบกว่าปี ทุกสิ่งทุกอย่างทั้งผู้คนและสภาพแวดล้อมบ่มเพาะหล่อหลอมให้แบมแบมกลายเป็นคนที่มองโลกในแง่ร้ายและทำสิ่งที่ตนเองคิดว่าถูกแม้มันจะไม่ใช่การกระทำที่ถูกต้องนัก

เรามีมุมมองและการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน การจะว่าแบมแบมว่าไม่ควรทำอะไรหรือควรทำอะไรมันก็บอกไม่ได้ เขาแค่มองจากในมุมที่คนส่วนหนึ่งมอง แต่บางส่วนก็คงมีคนที่มีความคิดแบบแบมแบม

“แกเข้าใจจริงๆ ใช่ไหม”

“เข้าใจสิ ไม่ต้องคิดมากหรอก สิ่งที่แจ็คสันทำก็แย่มาก ไม่แปลกที่แบมจะเกลียดเขาและอยากให้เจสซี่เกลียดเขาไปด้วย แบมก็แค่อยากปกป้องหลานใช่ไหมล่ะ ไม่ได้มีความคิดจะปลูกฝังความเกลียดชังในใจหลาน แต่ว่า..เราก็ไม่อยากให้เจสซี่เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นหรอกนะ ไม่อยากให้เจสซี่โตมาเป็นคนแบบนั้น อะไรปล่อยวางได้ก็ปล่อยไปเถอะนะแบม”

ยองแจเอ่ยเสียงอ่อนเพื่อหวังบรรเทาอารมณ์คุกรุ่นของเพื่อน ดูสีหน้าแบมแบมก็รู้แล้ว

“ฉันทำแบบนั้นไม่ได้หรอก ฉันไม่ใช่แก และถึงมันไม่ใช่ผัวฉัน ฉันก็รับไม่ได้ในสิ่งที่มันเคยทำกับแกและเจสซี่ ฉันไม่มีวันยกโทษให้มัน และฉันไม่ยอมให้แกกับเจสซี่กลับไปเจอวังวนเดิมๆ นั่นอีก แกไม่เกลียดมันบ้างหรือไง ทำไมไม่เห็นด้วยที่จะให้เจสซี่หนีห่างหมอนั่น”

แบมแบมไม่เข้าใจเลยว่ายองแจคิดอะไรอยู่ ตั้งแต่แจ็คสันกลับมาเขายังไม่เคยเปิดอกคุยกับยองแจเรื่องนี้อย่างจริงจังเลย ก็กลัวไปกระทบใจเพื่อนเหมือนกัน แต่ตอนนี้ได้โอกาสก็ขอถามสักหน่อย

ยองแจถอนหายใจ มองตักตนเอง ครุ่นคิดอยู่ครู่ก่อนตอบ

“ฉันก็อยากทำแบบนั้น สิ่งที่แจ็คสันทำฉันก็รับไม่ได้ แต่ยังไงเขาก็เป็นพ่อเจสซี่ ยังไงเจสซี่ก็มีสิทธิ์ตัดสินใจด้วยตนเองว่าจะรักหรือเกลียดเขาโดยไม่ต้องมีใครชี้นำ ฉันสอนให้ลูกเกลียดแจ็คสันไม่ได้หรอกในเมื่อฉันเองก็ไม่ได้ดีไปกว่าเขาสักเท่าไร”

“แกน่ะเหรอไม่ดี แกอุ้มท้องยัยหนูมา เลี้ยงมาจนโตป่านนี้ แกรักและทุ่มแทให้ลูกมาก ต่างกับหมอนั่นเป็นร้อยเท่าพันเท่า”

ยองแจยิ้มเศร้ากับคำทักท้วงของเพื่อน

“อะไรคือสิ่งที่ทำให้แบมคิดว่าแจ็คสันเป็นคนเลวล่ะ”

“จะไม่เลวได้ไง หมอนั่นทิ้งแกกับลูกไปนะ แล้วยังเสนอให้แกไปทำแท้งอีก จะพาไปเองด้วยซ้ำแกก็เคยบอกฉันเอง”

ยองแจบีบมือเบาๆ เงยหน้ามองหน้าเพื่อน

“เขาไม่รักฉัน ไม่ผิดที่เขาจะทิ้งฉันไป เขาไม่ได้ต้องการลูก ก็เป็นเรื่องปกติที่เขาจะไม่อยากเอาไว้ ฉันเองก็เคยคิดจะทำแท้ง แม้จะแค่แวบเดียวฉันก็เคยคิดจะทำ ฉันเสิร์ชหาข้อมูลทำแท้งแม้จะแค่แป๊บเดียวแต่ฉันก็ทำ แล้วฉันต่างกับแจ็คสันตรงไหนล่ะแบม”

“นั่นเพราะแกสับสนและกดดัน แต่สุดท้ายแกก็ไม่ได้ทำ! แกจะจัดตัวเองอยู่ระดับเดียวกับหมอนั่นไม่ได้ ผู้ชายคนนั้นไม่เคยไยดีแกสองคนแม่ลูกมาเกือบสิบปี กลับมาครั้งนี้ฉันก็มั่นใจว่ามันไม่บริสุทธิ์ใจ”

“เรื่องพวกนี้เถียงกันไปก็ไม่มีวันจบหรอก ฉันเข้าใจที่แบมโกรธ และฉันก็มีเหตุผลที่จะวางเฉย เราคิดคนละอย่างอย่ามาเถียงกันเลย”

ยองแจมองเพื่อนที่กอดอกเบือนหน้าไปนอกหน้าต่างก็ถอนหายใจอีกครา

“ยังไงก็ตาม ฉันอยากขอร้องแบมไม่ให้แบมเป่าหูยัยหนูอีก”

“แต่ว่า!..

แบมแบมเงียบเสียงเมื่อยองแจส่ายหน้าน้อยๆ ว่าอย่าเพิ่งแทรก

“ถ้าแจ็คสันคิดจะกลับมาทำร้ายลูก ฉันไม่มีวันยอมหรอกแบม และเขาจะได้รับผลตอบแทนอย่างสาสมแน่ คนคิดชั่วทำชั่วไม่มีทางได้รับแต่สิ่งดีๆ ได้ตลอดไปหรอกนะ”

“เออ! แม่พระเหลือเกินนะ ต้องให้เจสซี่เสียใจก่อนสินะแกถึงจะยอมไล่มันไปไกลๆ”

“แค่ที่แบมบอกหลานว่าพ่อสนใจงานมากกว่าหลานก็ทำให้หลานเสียใจแล้ว”

แบมแบมอยากจะเถียงแต่ก็ทำได้แค่กัดริมฝีปากยั้งใจไว้

เราปล่อยให้เจสซี่จัดการเองดีกว่านะ แม้แกจะเด็กแต่หัวใจแกยังบริสุทธิ์อยู่ ให้ความรู้สึกแกช่วยตัดสินใจเรื่องแจ็คสันแล้วกัน แม้แกอายุน้อยเราก็ต้องเคารพการตัดสินใจของเจสซี่"

แม้เขาเกลียดแสนเกลียดแจ็คสัน ไม่อยากให้ลูกไปยุ่งเกี่ยวกับคนพรรค์นั้น แต่ยองแจก็เป็นแค่แม่ เขาให้ชีวิตก็จริงแต่คงบงการลูกทุกอย่างกระทั่งบงการจิตใจไม่ได้ ยิ่งฝืนให้แกเมยเฉยต่อแจ็คสันเหมือนแม่แกจะยิ่งเจ็บปวด ทำตามทั้งที่เจ็บปวด อะไรที่ทำให้ลููกสาวไม่เสียน้ำตาได้ยองแจยอมทั้งนั้น แม้จะเป็นการให้อภัยพ่ออย่างแจ็คสันก็ตาม

แม้ปากเจสซี่บอกไม่ยกโทษให้ แต่แกจะทำตามนั้นได้อีกนานหรือ ถ้าแจ็คสันกลับมาหาอีกแกก็คงใจอ่อนอีก

ถ้าเจสซี่อยากเจอพ่อ ยองแจจะให้เจอ มันเป็นสิทธิ์ของเจสซี่ แต่ถ้าแจ็คสันอยากได้ลูกไปยองแจไม่มีวันยอมยกให้เด็ดขาด

"...."

"ว่าแต่แบมเถอะ ฉันก็มีเรื่องอยากคุยกับแบมเหมือนกัน”

ยองแจประสานมือไว้ที่หน้าท้อง มองแบมแบม ท่าทางจริงจัง แบมแบมชักผวา

“อะไร”

“เรื่องพี่มาร์คน่ะ ฉันสงสารพี่เขา แบมช่วยทำดีกับพี่เขามากกว่านี้ไม่ได้เหรอ อย่าเสียงแข็งหรือตวาดใส่เขานักเลย เขาดีมากนะ จะหาใครดีขนาดนี้ได้จากที่ไหนอีก ถ้าแจ็คสันดีได้สักเศษเสี้ยวของพี่เขาฉันคงดีใจมาก”

” แบมแบมนิ่งใส่ไม่ยอมตอบ ยองแจระอากับท่าทางดื้อรั้นของเพื่อน

“แบม..อย่าทำแบบนี้เลย สงสารเขาหน่อยเถอะ เขาทิ้งครอบครัวและทุกอย่างที่อเมริกามาเพื่อแบมกับลูกเลยนะ แบมไม่รักเขาหรือไงถึงทำอะไรไม่รักษาน้ำใจเขาเลย เขารักแบมมากขนาดไหนแบมก็รู้”

ยองแจเองก็ไม่อยากจะก้าวก่ายเรื่องของเพื่อนหรอก เรื่องของครอบครัว ก็อยู่ที่การตัดสินใจของใครของมัน แต่เมื่อแบมแบมห่วงใยเขาและลูก ทำหลายอย่างเพื่อเราสองแม่ลูกได้ เขาก็ขอยุ่งเรื่องของแบมแบมบ้างแล้วกัน ถือว่าช่วยเตือนกัน เขาไม่อยากให้แบมแบมเสียพี่มาร์คไป

“ฉันก็ยังรักเขาอยู่”

“แล้วทำไมทำตัวไม่น่ารักกับเขาเลย ทำเหมือนแบมไม่รักเขาแล้ว”

“นั่นล่ะคือสิ่งที่ฉันต้องการ”

“ยังไง ฉันไม่เข้าใจ” ยองแจงงจริงๆ แบมแบมฝืนยิ้มให้ยองแจ

“ฉันอยากให้เขาคิดว่าฉันไม่รักเขาแล้ว เขาจะได้ตัดใจ แค่เขาทำเพื่อลูกก็พอ ไม่ต้องมารักฉันหรอก และไม่ควรมาทำให้ฉันรักไปมากกว่านี้ด้วย”

“เพราะอะไร”

รอยยิ้มที่ฝืดฝืนของแบมแบมยิ่งดูเศร้าราวกับจะร้องไห้

“เพราะเขาไม่เหมาะที่จะอยู่ที่นี่ ครอบครัวสุขสันต์พร้อมหน้าแบบทุกวันนี้มันอยู่ไม่นานหรอกยองแจ อีกไม่นานเขาก็ต้องกลับไป คุณลูอิสไม่มีทางยอมให้พี่มาร์คอยู่กับฉัน คุณลูอิสอาจจะยอมรับไม้ได้เพราะอย่างน้อยก็มีสายเลือดของเขาแต่ไม่มีทางยอมรับฉันได้หรอก ฉันไม่อยากรักมาร์คมากจนเกินไป ถ้าคุณลูอิสพรากเขาไปจากฉันอีกเป็นครั้งที่สอง..ฉันคงทนไม่ได้อีกแล้ว”

“แบม..” แบมแบมนี่โง่จริงๆ สร้างกำแพงเพราะความกลัวเหรอ แล้วทุกวันนี้มีความสุขหรือไง

“แต่สิ่งที่แบมคิดมันอาจไม่เกิดขึ้นก็ได้ พี่มาร์คเขาต้องแก้ปัญหาได้ เขาไม่ใช่เด็กอายุสิบห้าที่ไม่สามารถจัดการชีวิตตัวเองได้อีกแล้วนะ แบมควรเชื่อใจและเชื่อมั่นในตัวคนที่รักให้มากกว่านี้”

“แต่มันก็อาจจะเกิดขึ้นได้นี่ ต่อให้เชื่อในตัวเขาแค่ไหน ถ้าต้องเลือกระหว่างพ่อและฉันมันเลือกยาก และฉันจะช่วยทำให้เขาเลือกง่ายขึ้น”

“แบมดูถูกหัวใจพี่มาร์คมากเกินไปนะ”

“ไม่หรอก ไม่เกินไปเลยสักนิด พอโตขึ้นฉันก็เข้าใจว่าทำไมเมื่อก่อนคุณลูอิสถึงทำแบบนั้น ถ้าเป็นฉันก็คงทำเหมือนกัน มาร์คดีเกินไปสำหรับฉัน”

“แต่แบมเองก็ดีนะ ทำไมว่าตัวเองแบบนั้น”

“แกเป็นเพื่อนฉันก็ต้องมองว่าฉันดีอยู่แล้วล่ะ แกเองก็น่าจะเข้าใจว่าบางครั้งมีแค่ความรักมันไม่พอหรอก มันมีอีกหลายปัจจัย ไม่อย่างนั้นทั้งแกและฉันคงเป็นที่ยอมรับของคนตระกูลนั้นไปตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนแล้ว”

แบมแบมหันกลับไปทาครีม จบการสนทนาแค่นั้น ยองแจเองก็ไม่รู้จะพูดยังไงในเมื่อเจ้าตัวเขายืนยันว่าจะไม่เปิดใจไปมากกว่านี้

“แต่การทำเพื่อตัวเองมันไม่จำเป็นต้องทำร้ายใครนะ”

ยองแจเอ่ยเบาๆ แต่ให้เพื่อนได้ยินแล้วล้มตัวลงนอน ไม่มีสมาธิจะอ่านอะไรแล้ว นอนเลยดีกว่า

แบมแบมมองเพื่อนผ่านกระจก

เขาก็ไม่อยากทำร้ายมาร์คหรอก แต่เขามันโง่ก็คิดได้แค่วิธีนี้แหละ แม้ทำแล้วมันจะทำให้เขาเองเจ็บปวดไม่แพ้มาร์คเลยก็ตาม

 

 

 

 

 

“เป็นอะไรทำไมขอบตาดำทั้งคู่เลย”

มาร์คที่สวมผ้ากันเปื้อนทักยองแจและแบมแบมขณะวางจานอาหารเช้าบนโต๊ะ

ตั้งแต่มาร์คมาอยู่ด้วยเขาก็อาสาทำมื้อเช้าแบ่งเบาภาระยองแจ จะให้อยู่เฉยๆ ก็เกรงใจ

แบมแบมมองหน้ามาร์คแวบหนึ่งแล้วนั่งลงประจำที่ตน หลับตา วางศอกกับโต๊ะ มือกุมขมับ ขณะที่ยองแจแค่ยิ้มทักทายยามเช้าให้มาร์คแล้วนั่งลง

“น่ากินจังเลยค่ะลุงมาร์ค” ยัยหนูในเครื่องแบบนักเรียนมองอาหารเช้าแล้วตาวาว ไม้สะลึมสะลือนั่งลงข้างๆ

“ขอบใจจ้ะ น่ากินก็กินเยอะๆ นะ”

“ค่า”

มาร์คลูบผมหลานสาวอย่างเอ็นดูก่อนจะนั่งลงบ้าง

ระหว่างมื้อเช้า ทุกคนก็คุยกันพลางทานกันพลาง เมื่อทุกคนทานเสร็จก็ได้เวลาแยกย้าย แบมแบมออกไปก่อนคนแรก ตามด้วยยองแจ ส่วนมาร์คนั้นก็พาหลานและลูกไปส่งที่โรงเรียน หน้าที่นี้เขาอาสาเองอีกนั่นแหละ ก็คนมันว่าง

 

 

 

 

 

“ตั้งใจเรียนกันนะเด็กๆ”

“ครับ/ค่ะ”

เจสซี่ให้ลุงหอมแก้มหนึ่งฟอดก่อนจะเดินไปจับมือพี่ชาย ไม้โบกมือลาเล็กน้อยแล้วก็พาน้องเข้าโรงเรียน

มาร์คยกมือโบกลาให้ทั้งสอง ยิ้มอย่างมีความสุข

เขาชอบช่วงเวลานี้มาก ชอบบรรยากาศแบบนี้ การได้มาส่งลูกที่โรงเรียนเนี่ย มันเป็นหน้าที่ที่ให้ความรู้สึกว่าเป็นพ่อดีน่ะ ชอบ

มาร์คหยิบโทรศัพท์ที่มีสายเรียกเข้าขึ้นมาดู แปลกใจว่าใครโทรมาหาแต่เช้า แต่พอเห็นว่าเป็นน้องชายตัวดี รอยยิ้มก็เลือนลง

โทรมาทำไม ทำลายบรรยากาศแต่เช้าเลย

แม้ไม่อยากรับก็ต้องรับ มาร์คอยากรู้ว่าแจ็คสันจะคุยอะไร

“ว่าไง”

<อยากเจอ ว่างไหม>

“ว่าง ที่ไหน”

<มาที่บริษัทได้ไหม พ่อแม่ก็อยากคุยกับเฮีย>

“งั้นไม่ไปแล้ว แค่นี้นะ”

มาร์ควางสายทันที ปิดเครื่องเลยด้วยจะได้ไม่ต้องทนรำคาญเสียงเรียกเข้า

เขาไม่อยากคุยกับอาทั้งสองนัก ท่านคงไม่ได้เรียกไปเจอเพราะคิดถึงเขาหรอก คงมีเรื่องอื่นที่สำคัญ

ภาวนาอย่าให้แจ็คสันบอกเรื่องเจสซี่กับอาร็อบและอาลอรี่เลย

 

 

 

 

 

แจ็คสันวางโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะทำงาน แล้วยักไหล่

“เฮียวางสายหนี โทรซ้ำก็ปิดเครื่องหนีไปแล้วครับ”

โรเบิร์ตที่นั่งบนโซฟารับรองถอนหายใจ หงุดหงิดที่มาร์คหนี

“ไหวตัวเก่งจริงๆ คงนกรู้ว่าจะคุยเรื่องยองแจและเจสซี่”

“อาจไม่ใช่ก็ได้ครับ เฮียคงเกลียดขี้หน้าผมแล้วหลังจากทะเลาะกันครั้งก่อนเลยไม่คุยด้วย

“แกไปทะเลาะกับมาร์คเมื่อไร”

ไม่นานนี้เองครับก็เรื่องยองแจและลูกนี่แหละครับ เขาออกโรงปกป้องสุดตัว”

“แต่ยังไงเราก็ต้องให้มาร์คยอมช่วยให้ได้ มาร์คดูแลยองแจและเจสซี่แทนเรามาตั้งแต่หลานเกิด ยองแจต้องเกรงใจเขา และเจสซี่ก็ต้องรักเขามาก ถ้าให้มาร์คมาเป็นพวกเราได้ อะไรๆ ก็คงง่ายขึ้น”

โรเบิร์ตอยากให้มาร์คช่วยจริงๆ แต่เจ้าตัวดันไม่คุยด้วย

“เฮียคงจะยอมช่วยหรอกครับ เขาออกจะเป็นคนดี” แจ็คสันเอ่ยเหน็บคนที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้ เฮียเล่นบทเป็นผู้ชายแสนดีอยู่ จะยอมมาช่วยได้ไง

“มันต้องมีทางสิ เรื่องนี้ไม่มีเขาเราคงเริ่มลำบาก ยองแจก็ตั้งท่ารังเกียจแกเต็มที่ ลูกก็ไม่เอาแก”

โรเบิร์ตปวดหัวก็เพราะทางมันตันมากถ้าจะให้ยองแจและเจสซี่ยอมรับแจ็คสันได้

“ความผิดผมเหรอ ผมก็ทำตามที่พ่อบอกนะครับ”

“แต่แกก็แอบส่งเสียหรือรับผิดชอบได้นี่ แกเป็นคนที่ทำตัวอยู่ในกรอบคำสั่งของฉันทุกอย่างตั้งแต่เมื่อไร”

“เราอย่ามาโทษกันเองเลยครับ ให้ผมแต่งงานใหม่ก็หมดเรื่อง จะเอาหลานกี่คนก็บอก จะทำให้”

“ไม่ต้องมาประชด! ฉันอยากได้เจสซี่ แค่เจสซี่เท่านั้น”

“ทำไมล่ะครับ อยากได้หลานสำเร็จรูปที่โตทันใช้และไม่ต้องอบรมเลี้ยงดูเองหรือไง ผมคงเลี้ยงให้ไม่ได้หรอกนะ”

“ฉันชอบเด็กคนนั้น แกมีหน้าที่ทำให้ยองแจและเจสซี่ยอมรับในตัวแกให้ได้ก็เท่านั้น”

แจ็คสันอยากจะเบ้ปาก แต่ก็ทำได้แค่เก็บซ่อนความไม่พอใจไว้ในใจ

พ่อแม่อยากให้เขาทำอะไรก็บังคับกันตลอด เขาไม่น่าสะเพร่าปล่อยรูปเจสซี่ไว้ไม่เป็นที่เป็นทางเลย มีเรื่องจนได้

“จะพยายามแล้วกันครับ”

“ดี ทำให้ได้ด้วยล่ะ”

โรเบิร์ตกำชับอีกครั้งก่อนจะลุกออกจากห้องไป

“ครับ”

พ่อไม่มีกำหนดเวลาตายตัวเขาก็รับปากไปอย่างนั้นล่ะ ประวิงเวลาไปเรื่อยๆ ในเมื่อพ่อแม่อยากได้เจสซี่ก็หมายความว่าเขาไม่ต้องแต่งงาน ก็จะมีเวลาคิดหาแผนถ่วงเวลาไปยาวๆ เท่าที่พอใจ

 

 

40%

 

 

แจ็คสันมองสนามเด็กเล่นของโรงเรียนจากหน้าต่างห้องผู้อำนวยการซึ่งเคยเป็นเพื่อนเก่ากันตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย

ร่างสูงเจ้าของห้องมองคนที่ยืนอยู่ริมหน้าต่างอย่างเงียบงันสักพักก็ตัดสินใจถาม

“นายยังไม่ได้บอกเลยนะว่ามาทำไม มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า”

“เปล่า”

คนฟังก็ได้แต่งง บอกตามตรงว่ายังแปลกใจที่แจ็คสันหวังมาหา สมัยเรียนเคยอยู่ชมรมเดียวกันก็จริงแต่เรียนคนละห้อง จะว่าสนิทสนมก็ไม่ใช่ จะห่างเหินไปเสียเลยก็ไม่เชิง มันเป็นความก้ำกึ่ง รู้จักกันแบบอธิบายความสนิทไม่ได้

“จะพาใครมาฝากเรียนกลางเทอมเหรอ ช่วยจัดการให้ได้ ไม่ต้องเกรงใจนะ”

อย่างไรก็เพื่อนร่วมรุ่น ยูคยอมยินดีช่วย แม้เราจะไม่เจอกันมาเป็นสิบปีแล้วก็เถอะ

ร่างสูงเดินมามองออกไปนอกหน้าต่างบ้าง ตอนนี้พักเที่ยง เริ่มมีเด็กๆ มาเล่นของเล่นกันแล้ว

“ลูกสาวฉันเรียนที่นี่”

“หืม? จริงน่ะ? เรียนอยู่ชั้นไหน ตอนสมัครไม่ได้พามาเองเหรอ ไม่เห็นรู้เรื่องเลย หรือเข้าเรียนตอนคุณแม่ฉันยังเป็นผอ.อยู่”

ยูคยอมก็พอได้ยินข่าวคราวว่าแจ็คสันแต่งงานมาบ้าง ตอนงานแต่งก็ได้รับเชิญ แต่ติดธุระสำคัญมากเลยไม่ได้ไป แล้วก็ไม่ยินข่าวคราวของแจ็คสันอีกเลย แว่วๆ ว่าไปทำงานต่างประเทศแต่ไม่ได้รู้ลึกอะไรว่าไปที่ไหน อะไรยังไง

“เปล่า แม่เขาพามา”

” ท่าทางที่ไม่ปกติของเพื่อนเก่าทำให้ยูคยอมลำบากใจจะถามต่อ ดูเครียดๆ ชอบกล

“ฉันทะเลาะกับแม่ของลูก ลูกสาวเลยพาลไม่ชอบหน้า จะไปเจอตรงๆ ก็กลัวลูกจะหนี”

“อ่า..อย่างนั้นเองเหรอ” ยูคยอมเห็นใจมาก

“นายคอยดูอยู่ห่างๆ ก็ได้นี่”

“กลัวแกจะรู้ตัว”

“เจอหน้าไม่ได้เลยเหรอ”

“ก็..ประมาณนั้น”

เจสซี่บอกเองว่าไม่อยากให้เขาไปหา เขาเองก็ไม่อยากวุ่นวายกับเจสซี่สักเท่าไร แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าลึกๆ เขาก็อยากเห็นหน้าเจสซี่อีก

แก..น่ารักดี

เรื่องครอบครัว ยูคยอมเองก็ไม่รู้จะแนะนำยังไง

“จะไปดูลูกหน่อยไหมล่ะ จะไปเป็นเป็นเพื่อน”

จะให้ผู้ปกครองของเด็กคนใดคนหนึ่งเดินไปทั่วโรงเรียนก็ไม่ใช่เรื่องเหมาะสมแม้จะเป็นเพื่อนก็ตาม กฎของโรงเรียนก็มีอยู่ และการรักษาความปลอดภัยให้นักเรียนก็ต้องมาที่หนึ่ง

“ยังดีกว่า แต่ครั้งหน้าอาจจะต้องขอรบกวนนายบ้าง”

แจ็คสันหันมายิ้มให้เพื่อนเก่าที่ต่อจากนี้คงได้เจอกันบ่อยขึ้น ยูคยอมพยักหน้า

“ได้สิ”

 

 

 

 

 

หลังเลิกเรียน มาร์คพาหลานสาวและลูกชายไปซื้อของเข้าบ้านที่ซูเปอร์มาเก็ต หลังจากซื้อของเสร็จก็พาเจสซี่ไปเล่นที่สวนสาธารณะ

ตอนแรกเจสซี่ก็เล่นกับพี่มาร์ตินแหละแต่พอเจอเพื่อนรุ่นเดียวกันก็ไปเล่นกับเขาเฉย พี่ชายเลยต้องไปนั่งกับพ่อดูแกเล่นแทน

“พ่อดูชิลมากนะ”

“หือ?” มาร์คหันมามองลูกงงๆ ที่เอ่ยกับเขาหลังจากเงียบไปสักพักเพราะเล่นเกมในมือถือกับเพื่อน ไอ้เกมที่เล่นแล้วหัวร้อนบ่อยๆ นั่นล่ะ

“ปัญหาพ่อมีเยอะมากนะ แต่ทำไมพ่อดูไม่ทุกข์ร้อนเลย”

แม้จะเล่นเกมไปด้วยไม้ก็คุยได้ หาได้เสียสมาธิไม่ ก็เก่งไง

มาร์คยิ้มน้อยๆ ขณะถอนหายใจ

“ไม่อยากเครียดแล้วน่ะ ชีวิตพ่อที่ผ่านมามันมีความสุขน้อยเกินไป ต่อจากนี้พ่ออยากใช้ชีวิตตามใจตัวเอง การไม่เก็บปัญหามาใส่ใจตลอดเวลาทำให้เวลาที่จะมีความสุขของพ่อมันมีเยอะขึ้น”

“พ่อท้อบ้างไหมครับ”

“เรื่อง?”

“ทุกเรื่อง”

“ระบุสิ เอามาก่อนสักเรื่องจะได้ตอบถูก บางเรื่องมันทุกข์ต่างระดับกันนะ”

เมื่อพ่อพูดอย่างนั้นมาร์ตินก็เลิกเล่นเกมเก็บสมาร์ทโฟนใส่กระเป๋า หันไปมองหน้าพ่อ

“เรื่องแม่”

“ทำไม” มาร์คถามทั้งที่ใบหน้าหล่อเหลายังระบายยิ้มน้อยๆ

“พ่อท้อหรือเสียใจไหมที่แม่ไม่เหมือนเดิม”

แม้ไม้จะโตแล้ว เข้าใจว่าความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่บางทีก็เข้าใจยาก แต่ยังไงเขาก็เป็นลูก มันอึดอัดนะเวลาเห็นพ่อทำดีกับแม่แล้วแม่ไม่เห็นค่าน่ะ

“อืม มีบ้าง พ่อเสียใจที่แม่เราใจแข็งอยู่ แต่พ่อเข้าใจเขาเสมอแหละ และจะไม่ท้อด้วยที่จะรอให้แม่เป็นเหมือนเดิม พ่อไม่เคยท้อเลยที่ต้องตามหาเขาหลายปี เมื่อเจอแล้วเรื่องแค่นี้ไม่ทำให้ท้อหรอก กับคนที่รักไม่มีคำว่ารอไม่ไหวหรอกนะไม้ ต่อให้แม่ปั้นปึ่งใส่พ่อไปตลอดชีวิต ตราบใดที่ยังได้อยู่กับแม่ของไม้ พ่ออยู่ได้”

“พ่อรักแม่มากเลยนะ”

“ก็รักเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะรักใครได้สักคน”

ไม้ได้ฟังถึงกับทอดถอนใจ ถ้าเขาเป็นแม่นี่คงละลายตายไปแล้ว คุณกันต์พิมุกต์ควรเลิกเล่นตัวได้แล้วล่ะ

“พ่อแบบ..โคตรหล่อเลย”

“ก็พอรู้ตัว”

เมื่อเห็นลูกเบ้ปากมาร์คก็หัวเราะ กอดคอไม้

“ถ้าปู่มาตามกลับบ้านพ่อจะกลับไหม”

“กลับสิ”

“อ่าว”

“พ่อเป็นลูกชายคนเดียว ถ้าปู่ไม่สบายก็ต้องกลับไปหาสิ”

“ไม่เอาสิ ตอนปู่สบายดีแบบตอนนี้ ถ้าปู่มาตามพ่อจะกลับไปไหม”

“ถ้าปู่สบายดีไม่มีความจำเป็นต้องกลับ ถ้าไปเยี่ยมเป็นครั้งคราวน่ะไปได้ มันเป็นสิ่งที่ลูกทุกคนต้องทำอยู่แล้ว แต่ถ้ากลับไปอยู่ถาวรและมาหาไม้กับแม่แค่ครั้งคราวพ่อไม่ทำ พ่อเลือกแล้วที่จะอยู่กับไม้และแม่พ่อก็จะทำตามความต้องการของพ่อ ถามทำไม กลัวพ่อทิ้งไม้ไปอีกเหรอ”

“ก็..อืม ปู่ดูน่ากลัวมากนี่นา รวยมากไม่ใช่เหรอ ถ้าอยากพาตัวพ่อกลับไปทำไมจะทำไม่ได้”

การได้อยู่กันสามคนพร้อมหน้าเป็นสิ่งที่ไม้ปรารถนามาตลอด และไม่อยากได้รับเพียงระยะเวลาสั้นๆ เขากลัวจะไม่ได้อยู่กับพ่ออีก

มาร์คอมยิ้ม ขยี้ผมนุ่มของลูกอย่างหมั่นเขี้ยว

เจ้าไม้มันก็น่ารักนะเนี่ย กลัวจะเสียพ่อไปเหมือนกันเหรอเจ้าเด็กน้อย

“พ่อก็รู้ว่าปู่ทำได้ ถ้าพ่อเป็นปู่ พ่ออาจจะคิดทำกับไม้อย่างที่ปู่ทำกับพ่อก็ได้ แต่ให้ทำพ่อก็คงไม่ทำ การปล่อยลูกไปมีชีวิตเป็นของตัวเองน่ะดีที่สุด ยิ่งรั้งยิ่งอยากจะหนี และอาจจะเสียลูกไปตลอดเลยก็ได้..พ่ออยากให้ปู่คิดแบบนี้บ้างล่ะนะ”

“ขอให้ปู่คิดได้แล้วกันนะครับ”

“หวังอย่างนั้นเหมือนกัน ไปตามน้องได้แล้วไป เย็นมากแล้วต้องแวะไปหาแม่ก่อนเข้าบ้านอีก”

“ครับ”

 

 

 

 

 

 

“ขอกอดหน่อยลูก” คุณครูคนสวยที่เพิ่งกลับบ้านเอาตอนสองทุ่มกอดลูกสาวที่นั่งดูทีวีอยู่ เจสซี่ก็กอดตอบแม่

คืนวันศุกร์เจสซี่ดูทีวีดึกได้ ได้เลื่อนเวลาเข้านอนไปเป็นตอนสามทุ่ม

“เหนื่อยไหมคะ”

“นิดหน่อยจ้ะ แม่ไปอาบน้ำก่อนนะเดี๋ยวลงมาหา”

            ยองแจหอมแก้มลูกสาวอีกฟอดแล้วผละออกมา เจสซี่เหลียวมองตามแม่จนแม่ขึ้นไปชั้นบน

            “มีอะไรคะเจสซี่”

            ไม้ที่นั่งขัดสมาธิดูทีวีเป็นเพื่อนถามน้องน้อย เจสซี่หันมามองหน้าพี่

            “หนูไม่อยากให้แม่กลับบ้านช้าเลยค่ะ”

“ทำไมล่ะ แม่เจสซี่ต้องสอนพิเศษนะ”

“บ้านเราไม่ได้จนสักหน่อย ทำไมแม่ต้องสอนพิเศษด้วย”

เจสซี่หน้ามุ่ย อยากอยู่กับแม่เยอะๆ แม่ก็กลับค่ำ เสาอาทิตย์ก็ไม่ค่อยว่าง

เรื่องนี้ไม้ก็ตอบน้องไม่ได้เหมือนกัน ไม่รู้จะตอบยังไง

“แม่พี่ก็กลับบ้านค่ำเหมือนกันนะ”

แม่ปิดร้านดึกเป็นปกติ นี่พ่อก็ตามไปดูร้านด้วย ไม้เลยต้องอยู่บ้านกับเจสซี่ลำพัง ยัยตัวเล็กไม่อยากอยู่ที่ร้านเสื้อ คนเยอะ

เจสซี่ยักไหล่แล้วเท้าคางดูทีวีต่อ ไม้บอกให้น้องนั่งดูทีวีไปก่อนส่วนเขาจะไปอุ่นอาหารเย็นให้พี่ยองแจ

ไม้ติดเรียกพี่ยองแจมาตั้งแต่เด็ก แม้จะเป็นเพื่อนแม่และสมควรเรียกให้ดีกว่านี้ก็เถอะ คนมันเคยปากไปแล้ว และพี่ยองแจก็ไม่ได้ว่าอะไรชินแล้วด้วย ส่วนเจสซี่เรียกแม่เขาว่าอาก็เพราะพี่ยองแจสอนให้เรียกให้ถูกต้อง

เมื่อยองแจลงมาชั้นล่างอาหารที่ไม้เตรียมให้ก็เรียบร้อยพอดี

“ขอบใจนะไม้ แล้วไม้กับเจสซี่กินหรือยัง”

“เรียบร้อยแล้วครับ” ไม้ตอบพี่ยองแจที่นั่งลงทานข้าวเย็น ขณะที่ตนก็เอาข้าวโพดคั่วสำเร็จรูปเวฟจะได้เอาไปกินกับน้อง

“เออพี่ครับ”

“จ๊ะ?”

“เจสซี่ไม่ค่อยชอบที่พี่กลับค่ำนะ”

“เหรอ”

“เงินเดือนพี่ก็พอใช้นี่ครับ และค่าใช้จ่ายของเจสซี่ส่วนหนึ่งพ่อก็จ่ายให้ พี่ไม่ต้องทำงานหนักก็ได้นะ”

ยองแจถอนหายใจกับจานข้าว มองเด็กหนุ่มที่เอาชามข้าวโพดออกจากเตาอบ

“พี่รู้แต่พี่เกรงใจ เจสซี่เป็นลูกพี่นะ พี่แค่อยากหาเงินไว้เผื่ออนาคตของเจสซี่”

“ผมรู้ว่าพี่เกรงใจพ่อ แต่พ่อก็ดูแลเจสซี่มานาน พี่เองก็รับความช่วยเหลือจากพ่อมานานแล้ว ทำไมเพิ่งมาเริ่มสอนพิเศษเอาตอนนี้ล่ะครับ เจสซี่อยากใช้เวลาอยู่กับพี่นะ”

พี่ยองแจเริ่มรับงานสอนพิเศษตอนเจสซี่เข้าประถมนี่เอง

“ไม่ใช่เพราะเรื่องศักดิ์ศรีอะไรหรอกนะ ที่รับเงินจากพ่อไม้แค่เพราะมันเป็นสิทธิ์ของเจสซี่ แต่พี่ก็อยากหาเองด้วย ยิ่งพ่อเจสซี่กลับมาแบบนี้พี่ยิ่งอยากพึ่งพาตัวเองให้ได้มากที่สุด”

“เกี่ยวอะไรกับเขา”

ไม้เท้ามือกับโต๊ะรับประทานอาหาร มองใบหน้าหวานเขม็ง ยองแจเบือนหลบสายตาของเด็กหนุ่มมองจานข้าว

ยองแจแค่อยากเก็บเงินให้มากๆ ไปเรื่อยๆ ก่อนจะตัดสินใจ เขากลัวแจ็คสันจะมาวุ่นวาย ถ้าแค่มาเจอลูกชั่วครั้งชั่วคราวยังพอรับได้ แต่ถ้าแจ็คสันอยากได้ลูกไปเลี้ยง ซึ่งก็มีความเป็นไปได้อยู่บ้าง จะได้มีเงินพาเจสซี่ไปอยู่ที่อื่น

ซึ่งเรื่องย้ายออกจากบ้านนี้ ยองแจคิดไว้เป็นทางเลือกสุดท้าย แต่ยังอยู่ในแผนอยู่ดี เขาเองก็ผูกพันธ์กับทุกคน  ยิ่งเจสซี่ด้วยแล้วการไปจากที่นี่คงเป็นเรื่องยาก ถ้าทำได้เขาไม่อยากไป

ขอแค่แจ็คสันอย่ามาทำให้ยองแจต้องเลือกทางนั้นก็พอ

“ไม่มีอะไร”

“ถ้ามีอะไรพี่บอกผมได้นะครับ” มาร์ตินเป็นห่วงจากใจ ยองแจก็รับรู้ความห่วงใยนั้น

“ขอบใจจ้ะ”

เมื่อยองแจยิ้มให้เป็นการตัดบท แม้ไม้ไม่เชื่อก็ต้องผละไปหายัยหนูแทนที่จะอยู่เซ้าซี้ต่อ

 

 

 

 

 

ร่างสูงนอนคว่ำบนเตียงอ่านการ์ตูน เขาลุกขึ้นนั่งแล้วคลานลงจากเตียงไปเปิดประตูเมื่อได้ยินเสียงเคาะ

“เรียกแม่มามีอะไร”

แบมแบมในชุดนอนยืนกอดอกอยู่หน้าห้องลูกชาย ไม้ดึงแม่เข้ามาแล้วปิดประตู แบมแบมเดินไปเก็บซากซองขนมทิ้งถังขยะมุมห้อง

“แม่ไม่ต้องเก็บหรอกเดี๋ยวผมเก็บเอง”

ไม้ละยอมกับความแม่จริงๆ ห้องเขาเขาเก็บเองได้น่า

“ต้องรอให้มดขึ้นเตียงก่อนหรือไงถึงจะจัดการ”

แบมแบมบ่นไปตามประสา มองไปทางไหนก็เห็นแต่เรื่องที่ต้องดูแลแต่ไม้ไม่ชอบให้ยุ่งกับของในห้องนี่สิ

ไม้เดินไปหยิบสมาร์ทโฟนบนโต๊ะมาเสียบหูฟังแล้วเดินมาหาแม่ จะใส่หูฟังให้แต่แม่เอียงหน้าหนี

“อะไร จะแกล้งอะไรแม่ป้ะเนี่ย”

“ไม่หรอกน่า” ไม้ใส่หูฟังให้แม่แล้วเปิดเสียงที่อัดไว้ ยัดมือถือใส่มือแม่แล้วขึ้นไปนอนอ่านการ์ตูนบนเตียงต่อ

แบมแบมไม่สงสัยนาน เพียงได้ยินเสียงที่อัดไว้ก็ตั้งใจฟัง

“เรื่องแม่”

“ทำไม”

แบมแบมหันไปมองลูกเมื่อได้ยินเสียงเจ้าตัวกับพ่อ

ร่างบางฟังการสนทนานั้นจนจบ เมื่อจบแล้วก็ยังอึ้งอยู่ ค่อยๆ ดึงหูฟังออก เดินไปนั่งบนเตียงของไม้แล้ววางโทรศัพท์มือถือลงบนที่นอน ไม้ละจากการ์ตูนมามองมือถือและมือเรียว

ก่อนความเงียบจะปกคลุมจนอึดอัดไม้ก็ขยับตัวลุกขึ้นนั่งมองหน้าแม่ แบมแบมก็เพียงสบตาไม้ ไม่เอ่ยอะไร

“แม่..ไม้เชื่อใจพ่อนะ แม่เชื่อพ่อบ้างไหม”

“ไม้ไม่รู้ว่าแม่คิดอะไรอยู่ แต่ไม้อยากมีครอบครัวแบบนี้ มีแม่ ไม้ และก็พ่อ แม่ทำให้พ่ออยู่กับไม้ตลอดไปได้ไหมครับ”

“แม่..” แบมแบมพูดไม่ออกเมื่อมองหน้าไม้ เด็กหนุ่มเอื้อมมือมาจับมือเรียวที่หยาบกร้าน มือที่เลี้ยงไม้มา

“ไม้รู้ว่าแม่รักพ่ออยู่ แค่ไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ไม่บอกพ่อ ไม่ทำให้พ่อเห็น ไม่พยายามที่จะรั้งพ่อไว้กับเราทั้งที่พ่อพยายามมาหาเราสองคน”

คำถามของลูกสะเทือนใจแบมแบมไม่น้อย ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่น ดึงไม้มากอด ไม้โอบกอดเอวแม่ พิงซบไหล่บาง

“ตอนนี้แม่ไม่รู้แล้วว่าต้องทำยังไงดี”

“แม่รู้แต่ไม่ทำหรือเปล่าครับ”

ไม้เงยหน้ามองแม่ แบมแบมถอนหายใจ ตีหน้าผากคนที่ชอบพูดกระแทกใจแม่เบาๆ

“อะไรเล่า แทนที่จะตอบกลับมาตี”

“หมั่นไส้ ตีไม้เหมือนได้ตีพ่อด้วย”

“แม่ไม่รักพ่อเหรอ”

“ก็รัก”

“แล้วจะทำให้เรื่องมันยากไปทำไมอ่ะ แค่ปัญหาเรื่องพ่อเจสซี่ก็แย่พอแล้ว บ้านเรายังต้องการปัญหาเพิ่มอีกเหรอ”

“พ่อจ้างมาเท่าไรให้พูดแบบนี้”

“ไม้แค่พูดในฐานะลูกแค่นั้นแหละ”

“แม่ไม่รู้จะทำตัวยังไง แม่ทำตัวไม่ดีกับเขานี่นา จู่ๆ จะให้เปลี่ยนไปมันอายนะ”

“จะอายอะไรเล่า ผัวเมียกันเปล่า”

ไม้เบ้ปาก หมั่นไส้ เลยโดนแม่ดึงปากเสียเลย

“ปากดี!

“ก็ดีตามหน้าตาอ่ะ”

“แหม” แบมแบมหมั่นไส้นัก หมั่นเขี้ยวด้วย

“แม่เคยทำตัวยังไงกับพ่อตอนเป็นแฟนกันก็ลองทำดูสิ”

“ไม่เอาอ่ะ ตอนนั้นโคตรปัญญาอ่อน อายุปูนนี้แล้ว”

“ปูนนี้ของแม่ถ้าเป็นคนทั่วไปบางคนยังหาสามีไม่ได้เลยนะ”

แบมแบมอดหลุดขำไม่ได้ ไม้นี่ก็นะ

“ลองจีบกันใหม่สิ”

“มันเลยช่วงเวลานั้นมาแล้วนะ”

“งั้นไม่ต้องจีบ มีน้องให้ไม้เลยก็ได้”

“ไอ้พี่ไม้! เดี๋ยวเถอะ”

ไม้ไม่แคล้วโดนแม่ฟาดเข้าเต็มไหล่ แต่เจ้าตัวกลับหัวเราะร่วน

“แม่อ่า ทำเพื่อไม้ไม่ได้อ่อ”

“ไม่ได้!

“ใจร้าย ไม้อยากมีพ่อแม่ครบเหมือนคนอื่นเขานะ ไม่อยากให้ปู่มาแย่งพ่อไปด้วย”

ไม้ทำหน้าเศร้าเข้าดราม่า แบมแบมอ่อนอกอ่อนใจกับความเล่นใหญ่ของไม้นัก

“แม่จะพยายาม”

“ไม่พยายาม ต้องทำ นี่มีลูกชายคนเดียวนะ ทำไมไม่ทำเพื่อลูกบ้าง”

“อย่ามากดดันแม่น่า ก็บอกแล้วไงว่าจะพยายาม”

นี่มันลูกหรือพ่อกันแน่ แบมแบมปวดหัว

“เอาเถอะ อย่าพยายามแค่คำพูดแล้วกัน ไปๆ กลับห้อง”

ไม้ลงจากเตียงแล้วฉุดมือแม่ให้ลุกขึ้น ลากแม่ออกจากห้อง

“พรุ่งนี้ให้แม่มาเก็บห้องให้ไหม”

“เอาเวลาไปพักผ่อนเถอะพ่อคุณ”

ไม้ลากแม่ไปหยุดยืนหน้าห้องแม่ แบมแบมขืนตัว

“อะไร แม่นอนห้องพี่ยองแจ”

“อ่าวหรอ ลืมเลยนะเนี่ย”

ไม้หันมายิ้มเจ้าเล่ห์ใส่แม่ แบมแบมรู้ตัวแล้วแต่ไหวตัวไม่ทัน!

“ไอ้พี่ไม้ ปล่อยแม่นะ ไม่งั้นค่าขนมแกไม่เหลือแน่!

แบมแบมโดนลูกล็อคแขนไม่ยอมปล่อย ไม้รั้งตัวแม่ไว้แล้วร้องเรียกให้คนในห้องเปิดประตู

มาร์คเดินมาเปิดประตูห้องอย่างงงๆ ใบหน้าหล่อเหลามีแว่นสายตาสวมอยู่ ใส่ชุดนอนเตรียมนอนเรียบร้อย

“มีอะไรกันน่ะ”

มาร์คมองแบมแบมที่พยายามแกะมือลูกแต่ไม้ออกแรงจับไว้

เล่นอะไรกัน

“เอาแม่มาส่ง ช่วยได้แค่นี้นะครับ” ไม้เอ่ยพลางดันแม่เข้าห้องตัวเอง แบมแบมโวยวายขืนตัวไม่ยอมเข้า

“ทำเป็นสาวน้อยแรกแย้มไปได้นะ”

ไม้บ่นแต่แบมแบมยกขาจะถีบลูกแล้ว

“ไอ้พี่ไม้! แม่ไม่อยากนอนห้องนี้”

“โวยไปเดี๋ยวเจสซี่ตื่นหรอก เข้าไปได้แล้ว!

ไม้ออกแรงดันแม่ให้เข้าห้อง แบมแบมก็พยายามหาจังหวะหนี แต่ไม้ยืนขวาง

พ่อแม่ก็ไม่ได้ตัวโต แกจะมาโตเกินหน้าไม่ได้นะไม้!

มาร์คที่ยืนอึนพอจะเข้าใจแล้วว่าอะไรเป็นอะไรเลยช่วยไม้ดึงแบมแบมเข้าห้อง แบมแบมเลยหันไปตบตีกับพี่มาร์คแทน

“ไม้! ไอ้ลูกบ้า แกนี่มันลูกพ่อจริงๆ นะ! โว้ย!

ไม้หน้าแหยกับเสียงแหวหวีดลั่นของแม่ พอพ่อพาแม่เข้าห้องไปได้แล้วเขาก็รีบปิดประตูแล้วล็อกห้องให้เรียบร้อย

แม้จะเสี่ยงตกนรกเพราะโดนแม่ด่า แต่ไม้ก็ยังคิดว่าตัวเองทำถูกแล้ว เขาไม่ได้ทำอะไรเกินไปสักหน่อย แค่นอนห้องเดียวกันอ่ะ ขอให้เคลียร์ใจกันได้สักทีแล้วกันนะ เบื่อจะลุ้นละ

 

 

 

 

มาร์คปล่อยเอวแบมแบมให้เป็นอิสระ ยืนขวางอยู่หน้าประตู มองหน้าแบมแบมนิ่ง

“ทำไมไม้เอาแบมมาไว้ที่นี่ล่ะ”

“ถอยไปเลยจะกลับห้อง”

แบมแบมหน้าบึ้ง ถลามาหาจะผลักออกไปให้พ้นทางแต่มาร์คก็ยืนนิ่งพิงประตู จับมือแบมแบมไว้แน่น

“ปล่อย”

“ทำไมลูกทำแบบนี้ มีอะไรหรือเปล่า”

“ก็แค่อยากให้..

แบมแบมลังเลในใจว่าจะเอายังไงดี ถ้าจะทำตัวตามที่ลูกมันขอร้องก็ต้องเริ่มเปลี่ยนตั้งแต่การใช้คำพูดกับอีกฝ่ายเลยอ่ะ

แต่จู่ๆ จะเรียกแทนตัวว่าแบมมันจะประหลาดไปไหม จวนเจียนจะสามสิบแล้วนะ ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว

“อยากให้อะไร”

“ให้เราคืนดีกันไง”

“เราก็ดีกันอยู่แล้วนี่”

มาร์คงุนงง ไม่ได้ทะเลาะอะไรกันด้วยนะ

แบมแบมกัดริมฝีปาก ชั่งใจว่าจะเอายังไงดี

“แบม..

“แบม?” มาร์คตาโต แบมแบมมองค้อนที่อีกฝ่ายทำหน้าตกใจซะเวอร์

“ลูกอยากให้แบมทำดีกับพี่บ้าง”

“ทำดี? ก็ดีอยู่แล้วนี่”

“อย่าทำเป็นไม่รู้ได้ไหม พี่คิดว่าแบมยังรักพี่อยู่ป้ะล่ะ”

“เอ่อ..ไม่แน่ใจ รักมั้ง สักเศษเสี้ยวนึงก็น่าจะยังพอมี”

มาร์คก็ไม่รู้ใจแบมแบมหรอกว่าทุกวันนี้แบมแบมคิดยังไงกับตน แค่ไม่ไล่กลับอเมริกาก็ดีนักหนาแล้ว

“ที่คิดแบบนั้นเพราะการกระทำของแบมใช่ไหม”

แบมแบมถอนหายใจ ไหนๆ ก็พูดแล้ว เอาตรงๆ แล้วกัน

“อื้ม” มาร์คพยักหน้าแต่โดยดี

“แบมยังรักพี่อยู่ รักมากด้วย ไม่รู้ว่าแบมจะรักพี่มากเท่าที่พี่รักแบมไหมแต่ก็รักน่ะ ไม่อยากเสียพี่ไป ไม่อยากให้พ่อพี่มายุ่งกับเรา แบมกลัวไปล่วงหน้าเพราะไม่รู้ว่าถ้าถึงวันที่พ่อพี่มาเอาพี่ไปแบมจะรั้งพี่ไว้ได้ไหม แบมคงทำใจไม่ได้ถ้าต้องเสียพี่ไปอีก”

….

แบมแบมดึงมือคืนจากการเกาะกุม กอดอก เสมองไปทางอื่น

จะเอายังไงก็พูดมา มาทำนิ่งแบบนี้มันก็อายนะโว้ย

ร่างบางเหลือบมองหน้าคนตรงหน้า ก่อนจะเห็นรอยยิ้มที่ค่อยๆ ประดับบนใบหน้าเขา มาร์คตรงเข้ามากอดแบมแบมไว้แน่น

“ไม่ว่าใครก็พาพี่ไปจากแบมและไม้ไม่ได้หรอกนะ ไม่ต้องกลัว ไม่ว่าพี่ต้องไปไหนพี่จะเอาแบมกับไม้ไปด้วย”

“จริงเหรอ”

“จริง”

“แม้แต่พ่อพี่ใช่ไหม”

“ใช่”

พอได้คำยืนยันจากมาร์คแล้วแบมแบมก็ยกแขนโอบรอบเอวสอบ พิงซบเขาไว้ เริ่มสบายใจขึ้น

เอ๊ะ

“พี่มาร์ค!” แบมแบมดันอีกฝ่ายออกแล้วก้าวถอยหนี

เมื่อกี้ล้วงมือเข้ามาในเสื้อเขาด้วย!

“หือ อะไรเหรอ?” แบมแบมทุบคนที่มาทำตาใสใส่เหมือนตัวเองไม่ได้ทำอะไร ขัดใจนัก

“อะไรล่ะ มาตีพี่ทำไม” มาร์คก็ปัดป้องพอเป็นพิธี

“จะทำอะไร”

“พี่อยากมีลูกสาวอีกคนนี่นา ฮือออ คิดถึง ขอกอดหน่อย”

มาร์คจะโผมาหาแต่แบมแบมยันไว้

“แล้วจะรู้ได้ไงว่าจะมีลูกสาวน่ะ”

“ลูกชายอีกคนก็โอเคนะ”

แหม ทำหน้าตาสดชื่นเหมือนปลาได้น้ำเชียว

แบมแบมดันหน้ามาร์คออกไปห่างๆ แล้วดุอย่างที่พยายามจะจริงจังแล้ว

“ไม่เอา ไม่พร้อม ไม่ต้องมาเนียนเลยนะครับ”

“ใจร้าย”

แม้จะทำหน้าตาน่าสงสารก็ไม่ช่วยอะไรหรอกนะมาร์คต้วน

“ไม่ใจอ่อนหรอกนะ” แบมแบมเบี่ยงกายหนีเดินไปหน้าประตู

“ไม่นอนนี่เหรอ”

“ไว้พรุ่งนี้แล้วกัน ขอทำใจก่อน”

แบมแบมหันมาตอบก่อนจะเปิดประตูออกไป เมื่อประตูปิดลงแล้วคนที่ทำหน้าสลดให้ดูเว้าวอนก็แปรเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างด้วยความดีใจ

ไม่รู้ล่ะว่าไม้ไปทำยังไงให้แบมแบมยอมคุยกับเขาตรงๆ แต่คงต้องตบรางวัลให้เจ้าลูกชายซะหน่อยแล้ว

 

 

 

“เถียงอะไรกับไม้ เสียงดังเชียว”

ยองแจถามเพื่อนเมื่อแบมแบมเข้ามาในห้องแล้ว

“ก็ไม้น่ะสิเจ้ากี้เจ้าการ”

“หือ?”

“ลากฉันไปคุยกับพี่มาร์คน่ะสิ ไม้น่ะพูดคล้ายแกเลย อยากให้ฉันทำดีกับพ่อเขา”

“แล้วผลเป็นไง แบมใจอ่อนแล้วเหรอ” ยองแจแอบลุ้นเหมือนกันนะ

“อือ ก็ตั้งใจว่าจะทำเพื่อไม้น่ะ”

แบมแบมเองก็เพิ่งรู้ตัวว่าการที่เขาพยายามผลักไสพี่มาร์คมันคือการทำให้ตัวเองล้วนๆ โดยไม่ใส่ใจไม้เลยว่าไม้จะคิดยังไง

การคุยกับยองแจและไม้ไม่ได้ให้ผลต่างกันมากนัก แต่เขายอมลดความคิดบ้าบอของตัวเองลงก็เพราะไม้ น้อยครั้งที่ไม้จะขออะไรเขาสักอย่าง

“ดีแล้วล่ะ ไม้น่าสงสารนะ ได้เห็นพ่อแม่รักกันดีแกคงดีใจ”

“ขอบใจแกด้วยเหมือนกันที่เตือนสติฉัน”

“ไม่เป็นไร แค่แบมแบมเก็บไปคิดบ้างฉันก็ดีใจแล้วล่ะ มานอนเถอะ ดึกแล้ว”

แบมแบมมองเพื่อนที่ซุกตัวใต้ผ้าห่มแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ

เขาเองก็อยากให้ยองแจมีความสุขกับชีวิตครอบครัวบ้างเหมือนกัน ถ้ายองแจเปิดใจให้ใครสักคนได้บ้างคงดีกว่านี้

การที่ยองแจไม่ยอมรับรักจากใครคงเพราะเจสซี่และไอ้หมอนั่น

ยองแจคงยังลืมหวังแจ็คสันไม่ได้ และไม่รู้ด้วยว่าอีกนานแค่ไหนถึงจะลืมได้

 

 

 

 

 

แจ็คสันทำตัวเป็นสตอล์กเกอร์ตามลูกสาวตัวเองวันแรก

ก็เขาอยากเห็นเด็กคนนั้นเลยตามมาดูที่โรงเรียน ไม่ได้มาเพราะใครสั่งทั้งนั้น

ลูกสาวเขาช่างน่ารักจริงๆ

แจ็คสันแอบมองเจสซี่อยู่ไกลๆ ขณะที่ยูคยอมเดินเข้าไปหาเจสซี่เพื่อเอาขนมร้านดังแสนอร่อยไปให้

ซื้อขนมมาฝากแต่เอาไปให้ด้วยตัวเองไม่ได้หรอก ถ้าเอาให้เองเจสซี่ไม่ยอมรับแน่ๆ

“เจสซี่คะ มีคนฝากครูให้เอาขนมมาให้ค่ะ ลองทานดูไหม”

ยูคยอมไม่อยากให้เด็กๆ คนอื่นเข้าใจผิดว่าครูให้ขนมเพื่อนคนเดียวเลยตัดสินใจบอกความจริงแทนที่จะบอกอย่างที่เพื่อนบอกมาว่าขนมนี่เป็นของเขา

เจสซี่มองหน้าร่างสูงที่ย่อกายลงนั่งเพื่อเธอจะได้ไม่เงยหน้ามอง

“ใครเหรอคะ”

“เพื่อนคุณแม่หนูค่ะ ไปทานที่ม้านั่งกับครูนะ”

“ค่ะ”

เจสซี่จับมือครูเดินตามเขาไปที่โต๊ะหินอ่อนข้างสนามเด็กเล่น ยูคยอมนั่งลงข้างเด็กน้อยแล้วเปิดกล่องเบเกอรี่ออก ส่งส้อมพลาสติกให้เจสซี่

“ว้าว น่าทานจังเลยค่ะคุณครู”

เด็กหญิงตัวน้อยมองคัพเค้กหลายชิ้นที่ตกแต่งแตกต่างกันด้วยดวงตาเป็นประกาย

“น่าทานก็ทานได้เต็มที่เลยนะ”

“ค่ะ” เจสซี่ยิ้มให้ยูคยอมแล้วเลือกคัพเค้กที่มีสตรอเบอร์รี่ลูกโตวางบนครีมสีขาวออกมากินก่อน

ขนมหวานรสชาติดีสร้างรอยยิ้มให้เด็กน้อยได้ไม่ยาก ยูคยอมมองเธอกินแล้วยิ้มอย่างเอ็นดู ลูบผมสวยเบามือ เงยหน้ามองไปยังทิศทางที่เพื่อนซ่อนตัวอยู่

สงสารแจ็คสันเหมือนกันนะ ทั้งที่ลูกอยู่ใกล้แค่นี้ก็ให้ลูกเจอหน้าไม่ได้

เจสซี่กินหมดไปชิ้นหนึ่งก็อิ่ม

“หนูเอาไปแบ่งเพื่อนได้ไหมคะ”

“ได้สิคะ มันเค้กของหนูนี่นา”

“อยากรู้จังเลยค่ะว่าเพื่อนแม่ชื่ออะไร หนูอยากขอบคุณเขา เค้กอร่อยมากเลยค่ะ”

“เดี๋ยวครูไปบอกเขาให้ค่ะ เขาไม่ได้พบคุณแม่นานแล้ว หนูไปถามคุณแม่คงจำไม่ได้”

“อ่อ ค่ะ” เจสซี่พยักหน้าเข้าใจ ไม่เซ้าซี้ถามอีก ขออนุญาตครูลุกไปเรียกเพื่อนสนิทมากินเค้กด้วยกัน

แจ็คสันมองตามร่างเล็กไป ดูท่าทางยัยหนูจะชอบนะ แต่กินชิ้นเดียวเอง

 

 

 

 

 

แจ็คสันออกจากบริษัทก่อนเวลาเพื่อมารอเจสซี่ รอได้ไม่นานก็เลิกเรียน และมาร์คเป็นคนมารับเจสซี่กับไม้อย่างที่เขาได้รับรู้จากการให้คนมาสืบก่อนหน้านี้

ชายหนุ่มขับรถตามรถมาร์คไปห่างๆ รู้สึกคิดถูกที่ตามมาร์คแทนที่จะไปร้านเสื้อของแบมแบมเลย เพราะมาร์คพาเจสซี่และไม้มาห้างสรรพสินค้า

แจ็คสันยังคงคอยตามทั้งสามอยู่ห่างๆ ได้เห็นลูกสาวดีใจที่ได้ของเล่นใหม่ ชุดใหม่ และได้ทานไอศกรีมของโปรด

แม่ง..น่าอิจฉาเฮียว่ะ เขาก็อยากซื้ออะไรให้เจสซี่เหมือนกัน อยากเห็นสีหน้าดีใจใกล้ๆ

 

 

“ทั้งสองคนกินไอติมไปก่อนนะ พ่อไปเข้าห้องน้ำแป๊บเดี๋ยวมา”

มาร์คบอกเด็กทั้งสอง เจสซี่ที่กำลังกินแค่พยักหน้า ส่วนไม้ที่สนใจกับการตอบคอมเม้นท์ในไอจีเพราะลงสตอรี่อวดรองเท้าใหม่ก็ขานรับเบาๆ

พ่อใจดีซื้อรองเท้ากีฬาให้ใหม่ เป็นแบรนด์ที่อยากได้มานานด้วย โคตรแพง

“เจสซี่ ยิ้มหน่อย”

เบื่อกับสตอรี่รองเท้าแล้วไม้ก็หันมาบันทึกวิดีโอน้องสาวแทน น้องสาวเขาฮอตมาก น้องไม่มีโซเชียลอะไรเพราะพี่ยองแจไม่อยากให้เล่น เขาเลยลงรูปลงวิดีโอของน้องในโซเชียลมีเดียของตัวเองแทน

 

แจ็คสันมองลูกสาวอยู่เพลินๆ ก็ต้องสะดุ้งเมื่อมีคนมาแตะบ่า จะหันไปด่าแล้วเชียวถ้าไม่เห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

“แกตามฉันกับเด็กๆ มาทำไม”

มาร์ครู้ตัวตั้งแต่ลานจอดรถแล้ว แต่ก็ไม่ได้บอกเจสซี่กับไม้ว่ามีคนตาม

“บังเอิญมาเจอเฉยๆ” เป็นการแก้ตัวที่โง่มาก มาร์คถอนหายใจ

“ตอแหล”

“ก็แค่ตามมาดูลูกเท่านั้น ไม่มีอะไรสักหน่อย” แจ็คสันหน้าตึงเมื่อโดนด่า

“แล้วทำไมไม่ตามมาดีๆ จะมาหาลูกก็มาสิ”

“ขืนโผล่หน้าให้เห็นเจสซี่ได้เกลียดกว่าเดิม”

“แต่การที่แกตามติดเป็นสตอล์กเกอร์แบบนี้มันแย่กว่าเยอะนะ”

แจ็คสันทำหน้าปุเลี่ยนเมื่อโดนกล่าวหา

“เฮียก็ว่าเกินไป”

“ไม่เกินไปหรอก ใครเห็นก็เข้าใจแบบนั้นทั้งนั้น ไปในร้านด้วยกันสิ”

มาร์คสงสารเลยจะชวนให้เข้าไปนั่งด้วยกัน แจ็คสันละสายตาจากหน้าเฮียมองไปทางลูกสาว

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวจะกลับแล้ว”

“เจสซี่คงอยากเจอ”

“ไม่หรอก ตอนเจอกันครั้งแรกลูกไล่ฉันนะมาร์ค”

มาร์คไม่แน่ใจว่าแจ็คสันสลดเพราะเจ็บปวดจริงไหม แต่สีหน้าของอีกฝ่ายทำให้มาร์คเริ่มเห็นใจ

“แกเลยถอดใจแล้วมาทำตัวแบบนี้แทนเหรอ”

“ลูกคงไม่พร้อม”

“ลูกหรือแกที่ไม่พร้อม”

….

แจ็คสันนิ่งไป ยังตอบไม่ได้ มาร์คถอนหายใจอีกครา

“ไปเถอะ”

“ไม่ล่ะ คราวหน้าแล้วกัน”

แจ็คสันยิ้มให้พี่ชายแล้วรีบเดินจากมาเลย  มาร์คได้แต่มองตามแจ็คสันไปโดยไม่รั้งอีก

 

 

TBC.

**

คุณแจ็คสันเขาจะเอายังไงกันแน่นะ

มาร์คแบมคืนดีไวเพราะเราไม่เน้นดราม่าคู่นี้ค่ะ 55

ใครอยากเจอแฝดบ้านพี่จินยองรอตอนหน้าน้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.431K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,297 ความคิดเห็น

  1. #3193 Markmark_tuan1a (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 15:06
    ครอบครัวแจ็คน่ารังเกียจทั้งครอบครัวเลยแฮะ ผมนี่ยิ้มอ่อน
    #3,193
    0
  2. #2868 N_udaen_G (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 07:50
    แจ็คคคคคคคค ตามลูกต่อไปเลยค่ะ งงในงง แต่พี่มาร์คกับแบมควรมีน้องให้พี่ไม้ได้แล้วนะ~
    #2,868
    0
  3. #2784 My love markbam (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 23:07
    ยังไงแจ็คยังไง
    #2,784
    0
  4. #2615 gene_pa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:49
    เริ่มหลงลูกแช้วล่ะแจ็คสัน ยัยหนูน่ารักขนาดนี้
    #2,615
    0
  5. #2567 Friendship_Lee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 22:39
    หวังว่าจะเริ่มคิดได้บ้างนะ
    #2,567
    0
  6. #2545 MB_MarkBam9397 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 07:22
    ยองแจเป็นทั้งคนดีและคนโง่ในตัวเอง
    #2,545
    0
  7. #2429 yuggi07 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 17:07
    ครอบครัวม้าคแบมแซ่บทั้งบ้านจริงๆ55555 แจ็คแบบอห. คิดดีไม่ได้เลยรึไงสมอง
    #2,429
    0
  8. #2317 PrincessDark (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 13:47
    แจ็ครู้ตัวสักทีเซ่!! แบมกะพี่มาร์คดีกันแล้วเราดีใจ พี่ไม้ทำดีมากค่า
    #2,317
    0
  9. #2245 Berrybluemint (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 18:04
    ไม่มีความรู้สึกว่าแจ็คจะคิดได้เลยอะ ตั้งแต่ตอนแรก็ไม่คิดว่าแจ็คจะักยองแจจ
    #2,245
    0
  10. #2137 Lhiew (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 22:12

    สนุกมากๆคะ มาต่อนะคะ สู้ๆนะคะ

    #2,137
    0
  11. #2135 BABYQueenB (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 03:25
    รู้ตัวซักทีเภอะแจ็ค สงสารทั้งสองคนเลย แงงง
    #2,135
    0
  12. #2129 earn3276 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 23:42
    งื้อให้เเจ็คกับเจสดีกันเถอะเเงสงสารเเจ็คจะเเย่
    #2,129
    0
  13. #2120 SSMMTBB (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 00:20
    แจ็คเป็นคนที่ไม่ฟังอะไรเลยอะในสมองเขาคิดถึงคนอื่นนอกจากตัวเองมั้ยอะ เฮ้อแจ็คสันต้องรู้ได้แล้วว่าสิ่งสำคัญคืออะไร (เมนพี่ไม้ได้มั้ย55555)
    #2,120
    0
  14. #2111 Shompoo_AA (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 18:18
    อ่าวววนั่นนนนน ติดลูกกกกก
    #2,111
    0
  15. #2110 MBsofly (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 03:12
    เอาจริงนะคือเเจ็คสันต้องรู้ใจตัวเองก่อนคือเข้าใจว่าเริ่มดีละล่ะ แต่นึกย้องไปถึงจิตใจยองเเจตอนนั้นดิ่ โคตรน่าสงสารอ่ะ เราคิดว่ามันจะเร็วไปถ้าให้อภัยอ่ะนะ อยากให้ยองเเจไร้ความรู้สึกกับเเจ็คสันไปก่อน ( ทำเค้าเจ็บหนักเลยนะ ) หนูเจสก็เเข็งๆไปก่อนลูก รอให้เเจ็คสันรู้สึกรักลูกเมียขึ้นมาจริงๆ ค่อยว่ากันใหม่
    ปล.เรื่องพ่อมาร์คขอให้ลงเอยด้วยดีนะคะ พลีสสสส
    #2,110
    0
  16. #2109 toeyting (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 23:01
    แอบสงสารแจ็คสันนิดนึงนะ แต่พอนึกตอนที่ทำกับยองแจแล้ว. อยากจะบอกแจกับเจสซี่ว่า... อย่าเพิ่งให้อภัยม้านนนนนน!!!! ถ้ากลับมาแล้วเลวเหมือนเดิม! ก็ไปแต่งงานใหม่เลยไปปปปป๊!!
    #อินเกิน55 #มาต่อบ่อยๆน้า
    #2,109
    0
  17. #2108 เดือนน้อย (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 16:06

    ได้อ่านเรื่องสิเหน่หาแสนกลเรื่องแรก แล้วติดใจมากและก็รออัพเพิ่มอยู่ ระหว่างรอก็เลยมาดูเรื่องอื่นๆของไรท์ ลองอ่านเรื่องนี้ โคตรสนุก ชอบมากๆอีกแล้ว ไรท์เก่งมากค่ะ แต่งต่อไปนะ สร้างผลงานดีๆให้คนชอบที่ชอบอ่านนิยายอย่างเราแต่แต่งเองไม่เป็นได้อ่านต่อไปเรื่อยๆนะคะ ชอบมากค่ะ

    #2,108
    0
  18. #2104 yadara (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 16:28

    เรายังไม่อยากให้ยองแจกะแจสซี่ให้อภัยแจ็คสันเลยอ่ะ แต่ดูทรงแล้ว2แม่ลูกนี้ใจดีน่าจะโอนเอนไปทางแจ็คสันนะเราว่า... ถ้า..นะถ้าแจ็คสันเข้ามาหาด้วยใจจริงๆ


    เราความตรงไปตรงมาของพี่ไม้กับแบมแบม ดีค่ะ5555 ดีกันจริงๆ?แล้วเนอะครอบครัวนี้

    #2,104
    2
  19. #2103 KHMBJJ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 18:18
    แจ็คสันนี่เริ่มคิดได้จริงๆยัง? ไม่ค่อยไว้ใจเลยยย 555555 แต่ลึกๆนี่ว่าเฮียก็รักลูกนะ แต่ยังไม่ยอมรับความจริงมากกว่าา เพราะทำเรื่องไว้เยอะะะะะะะ และจริงๆก็อาจจะรักยองแจอยู่บ้างแต่หลอกตัวเองเพราะยังไงก็รักตัวเองที่สุดดด หึๆ


    แต่ขอหวีดคู่มาร์คแบมม คือน่ารักมากกกกกก ไม้เป็นเด็กดีมากลูกกก ทั้งหล่อทั้งฉลาดดดด ขอจีบได้มั้ยยย #ผิดดด 555555 แต่ก็แอบกลัวดราม่าลูกใหญ่ของพ่อมาร์คจิงๆๆ คุณปู่จะทำไรคะะ เผลอๆเจอไม้เข้าไปอาจจะหลงเลยก็ได้นะ อิอิ


    แอบกลัวใจยองแจจะพาลูกหนีจังงงง ;___; ยิ่งถ้าปู่กะย่าเริ่มเข้ามาแสดงออกว่าอยากได้หลาน ยองแจต้องกลัวแน่ๆ โอ๊ยยยย เครียดดดดด แต่ที่สุดคือเจสซี่น่ารักจังลูกกกก ไม่แปลกใจที่เฮียจะแอบตามลูกแล้วอิจฉามาร์ค แต่ก็ช่วยไม่ได้นะ ทำตัวเองงง แอบสะใจนิดๆ 555555555
    #2,103
    0
  20. #2101 Chocomy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 21:07
    สรุปคือยังไงวะรักเจสซี่แต่ยองแจไม่รักงี้หรอ สงสารยองแจกรี๊ดดดดดด ไม่ต้องไปรักมันนะน้อง
    #2,101
    0
  21. #2100 bamby-miew (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 20:59
    รอค่าา พี่เเจ็คเริ่มหลงลูกเเล้วบะซิก็เเกน่ารักขนาดนี่ ขอน้องให้พี่ไม้555
    #2,100
    0
  22. #2099 De-nee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 20:07
    ฮื่อออออไม้หล่อมากเลยค่ะหลานป้าาาาานุ้งแบมมมมมไม่สนใจจะมีน้องให้หลานไม้ของพี่หน่อยหรอลูก555555
    #2,099
    0
  23. #2098 Tam egbs (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 16:55
    ถ้าไม้มีน้องคงจะดี อิอิ
    #2,098
    0
  24. #2097 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 11:06
    เฮียแกหลงลูกสะแล้วอ่ะ สู้ๆนะทั้งมาร์ค ทั้งแจ็ค มีอีกสักคนนะแบม ลูกชายที่น่ารักเหมือนแม่แบม เหมือนพี่เจส
    #2,097
    0
  25. #2096 Tal_Pawonrat (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 23:35
    คือแบบแจ็คสันแกจะดีก็ดีสิ มาแบบดีๆอ่ะ คุยดีๆอ่ะเป็นมะ แหกกฎขัดใจพ่อแม่บ้างก็ได้มั้ง ไม่อึดอัดบ้างหรอ นี้อ่านแล้วอึดอัดแทน เริ่มหลงรักลูกแล้วละสิรักลูกแล้วอย่าลืมรักแม่ของลูกด้วยละ //คิดถึง2แฝดแล้วววว งืออออ อยากเจอแล้วๆ
    #2,096
    0