สต็อกพร้อมส่ง(GOT7) พันธะปฏิพัทธ์ Jackjae Ft.Markbam Bnior (mpreg)

ตอนที่ 12 : Chapter 10 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,566
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,002 ครั้ง
    9 เม.ย. 61




 

            แจ็คสันเดินเข้ามาในร้านอาหารที่พี่ชายนัดให้มาเจอกัน ตั้งแต่กลับเกาหลีเขาก็เพิ่งได้เจอหน้ามาร์คนี่ล่ะ ได้แต่คุยกันทางโทรศัพท์

            “คนว่างงานนี่สบายจังนะ”

            แจ็คสันทักพี่ชายด้วยถ้อยคำที่ระคายหูแต่มาร์คกลับยิ้มน้อยๆ

            “ว่างสิดี จะได้มีเวลาพักใช้เงินบ้าง มีเวลาอยู่กับลูกเมียเต็มที่ จะกินอะไรก็สั่งสิ”

            “เอาเหมือนเฮียแล้วกัน”

            มาร์คเรียกหาบริกรให้มารับออเดอร์ เมื่อสั่งเสร็จ รอจนบริกรจากไปก็เอ่ยขึ้น

            “นายมีอะไรก็เปิดอกคุยกับเฮียได้ นายก็รู้ว่าเฮียต่างจากพ่อแม่นายนะ”

            “เฮียพูดเรื่องอะไรผมไม่เข้าใจ”

            “นายกลับมาไม่นานก็ป่วนชีวิตคนอื่นเลยน่ะสิ”

“มันเรื่องของผม”

“ก็แค่อยากรู้เหตุผล”

“ถ้าผมบอกไปเฮียจะไปบอกเฮียหรือเปล่า..อ้อ มีเรื่องอยากจะบอกสักหน่อย ผมไม่ถูกชะตากับแบมแบมมาก เมียเฮียโคตรร้าย ปากจัดมาก”

แจ็คสันกระแทกเสียงใส่อารมณ์ยามเอ่ยถึงแบมแบม มาร์คหลุดยิ้ม ก่อนจะเอ่ยถึงคนรักอย่างเอ็นดู

“ความเข้มแข็งบ่มเพาะให้เขาเป็นแบบนั้น ยองแจเองก็เหมือนกัน..

            มาร์คนั่งไขว่ห้าง เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ สังเกตท่าทางของน้อง เห็นว่าน้องตั้งใจฟังอยู่ก็เอ่ยต่อ

“ยองแจแกร่งขึ้นมากนะ เฮียคอยช่วยเขามาหลายปี เฮียรู้มาตลอด”

….

“และนายเองก็เป็นคนทำให้ยองแจเป็นคนแบบนั้น”

“เฮียตั้งใจจะพูดอะไรก็พูดมา” แจ็คสันไม่มองหน้าพี่ชาย เลือกที่จะมองออกไปนอกร้าน

มาร์คถอนหายใจก่อนจะตัดสินใจเอ่ยสิ่งที่คิด แต่ก็ยังแค่เกริ่นไม่เข้าเป้าตรงๆ

“ได้ยินจากอาลอเรนว่าจะให้แกแต่งงานรอบสองกับคนที่เลือกให้ และคราวนี้ท่าทางจะจริงจัง ไม่ยอมให้แกหย่าแน่”

            “ข่าวไวเสมอนะ”

            “ฉันได้ยินแบบนั้นเลยเกิดสงสัยขึ้นมาน่ะว่า..” แต่พอจะถาม มาร์คก็ลังเลใจ มันเป็นแค่ความสงสัยของเขา และเขาภาวนาให้ตนคิดผิด หวังว่าแจ็คสันจะไม่เป็นอย่างที่เขาคิด

มาร์คอยากให้แจ็คสันเปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว สักนิดก็ยังดี

“ตกลงเฮียสงสัยอะไร” แจ็คสันถามอย่างร้อนใจเมื่อมาร์คเว้นจังหวะไปนาน

อย่าบอกว่าเฮียรู้ทันเขานะ

สองพี่น้องสบตากัน ก่อนมาร์คจะเอ่ยออกมาช้าๆ

“นายกลับมาหายองแจและเจสซี่เพราะเรื่องนี้หรือเปล่า จังหวะมันพอดีกันเกินไป”

            “แล้วเฮียคิดว่าไงล่ะ ฉันกลับมาหาลูกเมียแล้วเกี่ยวกับเรื่องดูตัวของแม่ตรงไหน” แจ็คสันเอนหลังกับพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายๆ ไม่แยแสกับข้อสังเกตของพี่ชาย

            มาร์คที่พอเดาได้ก็มุ่นคิ้ว นึกไม่พอใจ

            “คนอย่างนายเป็นคนไม่ชอบถูกบังคับ แต่ก็ไม่ยอมเสียผลประโยชน์ที่อยากได้ ถ้านายขัดคุณอาเรื่องแต่งานไม่ได้ นายก็แค่หาสะใภ้ให้แม่ ฉันเดาถูกหรือเปล่า”

            “่อผมชมเฮียตลอดว่าเฮียฉลาด เพิ่งเข้าใจก็วันนี้

            มาร์คไม่พอใจกับคำชม แจ็คสันมันคิดบ้าอะไรอยู่!

            “ก่อนหน้านี้ฉันเคยคิดเข้าข้างแกว่าแกต้องการทำดีไถ่โทษกับลูกเมียจริงๆ”

“ฉันก็กลับมาทำดีไถ่โทษจริงๆ”

“แต่มันก็แฝงผลประโยชน์”

แจ็คสันไม่ตอบพี่ชายแต่ยกแก้วน้ำข้นดื่ม มาร์คไม่อยากเชื่อเลยว่าแจ็คสันจะไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสักนิด

ทำไมล่ะแจ็คสัน..

“ลางสังหรณ์ฉันไม่เคยผิดเลยเหรอเนี่ย”

            “เฮียมันเก่งอยู่แล้วนี่ จะแปลกใจอะไรกับแค่ตัวเองเดาถูก”

            แจ็คสันยิ้มน้อยๆ รับคำหน้าชื่นแต่มาร์คกลับมีสีหน้าไม่สู้ดี

“แกกำลังทำอะไรอยู่รู้ตัวไหมแจ็คสัน”

“ฉันรู้ดีถึงทำ”

“แกบอกจุดประสงค์ของแกให้เฮียรู้หน่อย จุดประสงค์ที่แท้จริงแบบไม่ปิดบังกัน”

“บอกไปเฮียก็ขัดขวางผมน่ะสิ”

“ถ้าแกจะกลับมาเพื่อทำร้ายพวกเขาฉันก็ไม่ยอมเหมือนกัน”

แจ็คสันนิ่งไปเมื่อเห็นท่าทางจริงจังของพี่ชาย

แค่ง้อเจสซี่และยองแจก็ยากจะตายแล้ว ยังต้องมาเจอเฮียขวางอีกหรือไง

เมียก็เมียเขา ลูกก็ลูกเขา เฮียจะมายุ่งทำไม!

“นี่เฮียตั้งตัวเป็นศัตรูกับผมเลยใช่ไหม เฮียควรจะส่งเสริมให้ผมทำสำเร็จสิ หลานรักของเฮียจะได้มีครอบครัวพร้อมหน้าไง

“ถ้าต้องมีแกในชีวิตสู้ไม่มีเสียดีกว่า ฉันและแบมแบมก็ดูแลสองแม่ลูกนั่นได้”

มาร์คคิดว่าตัวเองเก่งมากจริงๆ ที่ไม่ลุกไปกระชากคอเสื้อน้องมาต่อยให้หน้าแหก

ทำไมแจ็คสันถึงยังคิดไม่ได้ เวลาที่ผ่านไปหลายปีไม่มีผลช่วยเยียวยาให้แจ็คสันเป็นผู้เป็นคนบ้างเลยหรือ?!

“ผมว่าเรื่องนี้เฮียไม่ควรเข้ามายุ่ง”

“ฉันคงอยู่เฉยๆ ไม่ได้หรอก เจสซี่ก็หลานฉัน ฉันไม่ยอมให้โดน่อใจร้ายทำให้เสียใจอีกครั้งหรอกนะ”

“หึรักกันเหลือเกินนะ หรือว่าเฮียแอบคิดอะไรกับยองแจหรือเปล่า”

แจ็คสันเริ่มคิดแล้วนะว่ามาร์คมันจะออกโรงปกป้องยองแจและเจสซี่มากไปหรือเปล่า

“ไอ้แจ็คสัน! แกหยุดพูดจาหมาๆ เดี๋ยวนี้นะ ฉันรักยองแจแบบน้อง ฉันสงสารเขา เพราะเขาโชคร้ายมาเจอคนแบบแกไงล่ะ! ฉันอายที่มีน้องอย่างแกถึงพยายามดูแลเขาเพื่อไถ่บาปให้แกบ้าง แต่ดูเหมือนแกจะเกินเยียวยาแล้วจริงๆ นอกจากไม่สำนึกในสิ่งที่ฉันทำให้ยังกล้าคิดแบบนั้น แกควรจำใส่หัวไว้บ้างว่านอกจากคนเลวๆ แบบแกไม่ว่าใครก็ปล่อยทิ้งสองแม่ลูกนั่นไม่ได้หรอก

“แล้วเฮียลดตัวมาคุยกับคนเลวๆ แบบผมทำไม! ผมจะทำอะไรก็ปล่อยผมสิ”

“ฉันด่าแกขนาดนี้แกยังไม่พยายามจะคิดดีๆ ได้บ้างเลยเหรอ ฉันหมดคำจะพูดกับแกจริงๆ!

ทำไมคุยกับแจ็คสันถึงเหนื่อยใจได้มากมายขนาดนี้ ทำไมเป็นคนแบบนี้แจ็คสัน

“ฉันก็คิดได้แต่เรื่องเลวๆ นี่ล่ะ! ใครจะไปแสนดีแสนประเสริฐอย่างเฮียได้เล่า”

“ไอ้แจ็คสัน ตกลงแกจะไม่หยุดสิ่งที่แกคิดจะทำใช่ไหม”

มาร์คแน่ใจว่าแจ็คสันไม่คิดจะมาคืนดีกับยองแจและอยากดูแลลูกจริงๆ หรอก

แม่งโคตรเสียใจ..มาร์คเสียใจจริงๆ ที่ช่วยเตือนสติแจ็คสันไม่ได้เลย

แต่เขามันก็แค่พี่ชายจะดึงแจ็คสันขึ้นจากความชั่วได้ยังไง ในเมื่อพ่อแม่แจ็คสันยังสอนลูกให้ดีไม่ได้เลย เขาก็ไม่อยากลามปามหรอก แต่คุณอาทั้งสองตามใจแจ็คสันมากเกินไปจริงๆ ส่งเสริมกันแต่ในเรื่องไม่ดีทั้งนั้น จนอายุป่านนี้แล้วแจ็คสันคงหันหลังกลับไม่ได้แล้ว

“ฉันไม่หยุด”

แจ็คสันมองสบตาพี่ชายอย่างไม่เกรงกลัว เขาตัดสินใจไปแล้ว ไม่มีทางเปลี่ยนใจเพราะคำพูดไม่กี่คำของมาร์คหรอก

ความดื้อดึงของแจ็คสันทำให้มาร์คยอมแพ้..

เขาไม่ไหวจะช่วยดึงมันจริงๆ

“ฉันขอถามอะไรสักอย่างได้ไหม”

“อะไร ถ้าตอบได้จะตอบ”

“แกเคยรักยองแจบ้างหรือเปล่า ตั้งแต่รู้จักกันมาเคยมีใจให้เขาบ้างไหม”

มาร์คอยากรู้เหลือเกินว่าแจ็คสันคิดยังไงกับยองแจ เพราะไม่มีใจเลยใช่ไหมถึงได้กลับมาทำให้ชีวิตคนอื่นเขาเดือดร้อนอีกครั้ง ทั้งที่ยองแจใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมาหลายปี

แจ็คสันนิ่งไปกับคำถามของพี่ชาย

รักหรือ?

เขาเคยมีความรู้สึกแบบนั้นกับใครด้วยเหรอ?

“ฉันไม่เคยรักใครหรอก”

“ยองแจก็ด้วยเหรอ ตอนแกคบกับเขาแกไม่เคยมีใจให้เขาสักนิดเลยเหรอ สักเศษเสี้ยวก็ไม่เคยมีเลยหรือไง”

มาร์คไม่อยากเชื่อหรอกว่าเป็นไปได้ แจ็คสันคบกับยองแจเป็นปี ยองแจเป็นคนที่แจ็คสันคบได้นานที่สุดแล้ว

“ถ้าชอบ..ฉันก็ชอบเขามากที่สุด”

แจ็คสันก็ตอบมาร์คได้แค่นี้

“งั้นเหรอ..แค่เท่านั้นเองเหรอ”

“เฮียจะให้มีอะไรมากไปกว่านี้ ก็แค่คบเล่นๆ เบื่อก็ทิ้ง”

“แจ็คสัน..แกอาจเคยรักยองแจแต่แกแยกความรู้สึกนั้นไม่ออกหรือเปล่า เราะแกมันรักแต่ตัวเอง พอได้รักคนอื่นแกเลยไม่รู้ตัว

“ฉันก็ไม่ได้โง่ขนาดนั้น”

ไม่ว่ามาร์คจะพยายามพูดยังไง แจ็คสันก็เอาแต่ปฏิเสธยองแจตลอดจนมาร์คอดเสียใจแทนยองแจไม่ได้

“เข้าใจแล้ว แม้ไม่รักยองแจแต่แกควรรักลูกบ้างนะ หัวใจเด็กเปราะบางมากกว่าที่แกคิด ถ้าเขาเจ็บปวด เขาจะฝังใจได้นานไม่แพ้ผู้ใหญ่ ไม่ว่าแกจะมีจุดประสงค์อะไร แต่เฮียขอร้องได้ไหม ความรู้สึกและสิ่งที่ทำให้แจยองขอให้มันเป็นเรื่องจริง..ขอให้มันเป็นความจริงจากใจแก”

“อย่าเอาลูกเป็นเครื่องมือเพื่อหาผลประโยชน์ให้ตัวเอง สำนึกถึงความเป็นพ่อบ้างสักนิดเถอะ ถ้าแกทำไม่ได้ ถ้าแกได้เขามาด้วยความหลอกลวง จนถึงวันหนึ่งที่แกรักลูกจริงๆ และลูกรู้ความจริงทั้งที่ก็รักแกแล้วเหมือนกัน ไม่แค่แจยองหรอกนะที่เจ็บปวด แกเองจะทรมานเหมือนตายทั้งเป็นไม่ต่างกัน แล้ววันนั้นแกจะเสียแจยองไปแบบไม่มีทางได้กลับมาอีก”

“ฉันไม่ไม่ได้รักเด็กคนนั้น”

มาร์คมองน้องชายอย่างสมเพชและสงสารเหลือเกิน

“ต่อให้วันนี้แกยืนกรานว่าไม่รัก แต่สักวันแกจะรักถ้าได้ใกล้ชิดกับลูก ฉันเป็นพ่อเหมือนกัน ฉันรู้ดี ฉันถึงอยากเตือนแกก่อน ถึงฉันจะโกรธแกมากแต่ก็ยังหวังดีต่อแกนะ ช่วยเก็บไปคิดด้วยแล้วกัน”

“การแต่งงานใหม่มันง่ายกว่าการหาวิธีทำร้ายจิตใจคนดีๆ สองคน..คนที่เคยรักแกและคนที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของแกเอง ถ้าแกยังอยากทำในสิ่งที่แกคิดไว้ต่อไป ก็ขอให้เตรียมใจรับผลที่จะตามมาด้วยแล้วกัน”

“ฉันไม่ต้องเตรียมใจหรอก มันจะไม่มีวันนั้นแน่มาร์ค..ไม่มีวันที่ฉันจะเสียใจ”

“คิดได้สักทีเถอะ อย่าให้มันสายเกินไป”

“เฮียเอาเวลามาร่ำสอนฉันไปอยู่กับลูกเมียเถอะ”

มาร์อยากจะร้องไห้เหลือเกินเมื่อแจ็คสันไม่รับฟังอะไรเลย เขา..สงสารเจสซี่

“ลูกสาวนายน่ารักมาก แกบริสุทธิ์มากนะ อย่าทำให้แกต้องบเจอเรื่องเลวร้ายแต่เด็กเลย ไม่ว่าใครมีลูกอย่างเจสซี่ก็มีแต่จะรักและทะนุถนอมแกทั้งนั้น..

“ฉันกลับดีกว่า ฉันกินไม่ลงแล้ว”

มาร์คทิ้งการ์ดไว้ให้แม้รู้ว่าแจ็คสันก็จ่ายได้ แต่เขาก็อยากเลี้ยงข้าวน้องสักมื้อแม้ไม่ได้อยู่ทานด้วย

แม้มาร์คจะลุกไปนานแล้วแต่แจ็คสันก็ยังจ้องมองเก้าอี้ที่ว่างเปล่าอยู่อีกนาน

 

 

 

 

 

ตั้งแต่วันที่ได้คุยกับมาร์คจนถึงวันนี้ก็ผ่านมาสองอาทิตย์แล้ว แจ็คสันไปร้านแบมแบมแค่ครั้งเดียวเพื่อเอาการ์ดไปคืนพี่ชายโดยฝากไว้กับแบมแบมแม้แบมแบมจะไม่ยินดีที่จะเห็นหน้าเขาเท่าไร

แจ็คสันไม่ได้เอาไปคืนกับมาร์คเองเราะไม่อยากเจอหน้า กลัวจะโดนเทศนาอะไรอีก

แจ็คสันลากร่างที่เหนื่อยล้าเราะโหมงานกลับบ้านเสียมืดค่ำ แต่ทั้งบ้านก็ไม่มีใครอยู่ พ่อแม่ไปงานเลี้ยงของเพื่อน

แจ็คสันเอนกายนอนบนโซฟายาวในห้องนั่งเล่น ตั้งใจแค่พักสายตาสักครู่แล้วจะข้นห้องไปอาบน้ำ แต่ความเหนื่อยล้าสะสมทำให้เขาเผลอหลับไปทั้งชุดทำงานจนได้

 ความตั้งใจของแจ็คสันสั่นคลอนตั้งแต่วันที่เจอมาร์ค เขาเกิดความลังเลสับสนระหว่างเจอกับคนที่แม่หาไว้หรือทางที่เขาคิดไว้แต่แรก จนบัดนี้ก็ยังตัดสินใจไปต่อไม่ได้เลยไม่ไปเจอหน้าลูกอีก

ซึ่งเจสซี่ก็คงดีใจที่ไม่ต้องเจอหน้าเขาเหมือนกัน

“ดึกป่านนี้แจ็คสันยังอยู่ในห้องนั่งเล่นอยู่อีกเหรอ”

คุณโรเบิร์ตเห็นแสงไฟในห้องนั่งเล่นก็เดินไปดู จึงพบลูกชายนอนหลับที่โซฟา ลอเรนถอนหายใจ เดินไปหาลูกชาย

หมู่นี้แจ็คสันไม่ดูแลตัวเองเลย บังคับให้จัดการตัวเองดีๆ หน่อยเพื่อไปดูตัวก็ไม่ยอม ยื้อเวลาอยู่นั่น

“อะไรล่ะเนี่ย”

ลอเรนที่กำลังจะเก็บหนังสือบนโต๊ะไปไว้ให้เป็นที่เป็นทางหยิบรูปที่ตกจากหนังสือที่คาดว่าลูกชายอ่านค้างไว้ขึ้นมาดู เมื่อลิกมาดูด้านหน้าก็แปลกใจที่เห็นว่าเป็นรูปเด็กผู้หญิงหน้าตาสะสวยคนหนึ่ง

“แจ็คสันไปเอารูปลูกใครมาทำที่คั่นหนังสือล่ะเนี่ย น่ารักจังเลยค่ะคุณ คงเป็นลูกเพื่อนแก

ลอเรนยิ้มน้อยๆ อย่านึกเอ็นดูเด็กในรูปแล้วส่งให้สามีดูบ้าง วางหนังสือลงบนโต๊ะก่อนเขย่าตัวลูกปลุกให้ตื่น

โรเบิร์ตมองรูปในมือแล้วคุ้นตาเด็กคนนี้อย่างไรชอบกล

“มานอนอะไรตรงนี้แจ็คสัน ขึ้นไปนอนข้างบนไป”

ลอเรนฉุดร่างแกร่งให้ลุกนั่ง ลูกชายก็ตัวโตจนเธอฉุดไม่ค่อยจะขึ้นเพราะเอวบางร่างน้อยเกิน

“เด็กคนนี้ชื่ออะไรแจ็คสัน”

“เจสซี่ครับ..

คนที่กำลังงัวเงียพอโดนถามก็ตอบไปโดยอัตโนมัติ ก่อนจะรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป เขาหายง่วงเป็นปลิดทิ้งรีบลุกไปคว้ารูปไปจากมือพ่อ

“เจสซี่..” โรเบิร์ตนิ่วหน้า ยิ่งได้ยินชื่อยิ่งคุ้น มองรูปในมือลูกชายเขม็ง

“ผมขอตัวขึ้นไปบนห้องก่อนนะครับ”

แจ็คสันจะเดินหนีแต่โรเบิร์ตจับไหล่กว้างไว้ไม่ให้ไป

“เด็กในรูปคือใครเหรอ”

“ไม่รู้ครับ ผมเห็นน่ารักดีก็เลยซื้อมาคั่นหนังสือ คงเป็นคิดส์ไอดอลล่ะมั้งครับ”

“แกนี่นะจะซื้อรูปเด็กผู้หญิงมาทำที่คั่นหนังสือ แกเป็นพวกรักเด็กตั้งแต่เมื่อไรไม่เห็นเคยรู้

“คุณคะ! พูดอะไรแบบนั้น แม้แจ็คสันจะใช้ความโสดสิ้นเปลืองไปหน่อย ลูกก็คงไม่คิดทำอะไรที่มันเป็นอาชญากรรมแบบนั้นหรอกน่า

ลอเรนดุสามีที่กล่าวหาลูกชายสุดที่รักของตน

“มันไม่เหมือนรูปที่ใช้ซื้อขาย เหมือนรูปถ่ายธรรมดา และเป็นรูปแอบถ่ายด้วย แจ็คสันจะไปเอารูปแอบถ่ายเด็กผู้หญิงที่ไหนมาถ้ามันไม่ถ่ายเอง ถ้าซื้อ..รสนิยมมันก็ผิดปกติแล้ว แต่ไม่ว่าจะถ่ายเองหรือซื้อมันก็ไม่ใช่เรื่องดีหรอก!

“มันไม่มีเรื่องแบบนั้นหรอกครับ ผมยังชอบคนที่โตแล้วอยู่ และผมก็ไม่คิดบ้าๆ แบบนั้นกับเด็กคนนี้หรอก”

“เด็กคนนี้? รู้จักเธอเหรอ?” โรเบิร์ตหรี่ตามองลูกด้วยสายตาจับผิด

“ครับ รู้จัก” ถ้าไม่บอกว่ารู้จักพ่อคงยัดเยียดข้อกล่าวหาแปลกๆ ให้

“ใคร?”

“ลูก” จู่ๆ แจ็คสันก็เกิดความไม่แน่ใจว่าจะบอกพ่อแม่ดีหรือไม่ เขายังตัดสินใจเลือกไม่ได้ ไม่อยากดึงแจยองมาให้พ่อแม่รู้จักตอนนี้

ถ้าพ่อแม่ไม่ยอมรับ ไม่ชอบ ก็ดีไป แต่ถ้าชอบ อยากได้..มันจะเป็นเรื่อง

“ลูกใคร”

“ลูกคนรู้จักครับ”

“นึกว่าลูกแกไปไข่ทิ้งไว้ตั้งแต่ไปทำงานที่ไทย”

….

“แต่เด็กคนนี้ไม่เหมือนคนไทย ไม่ใช่ลูกของแจ็คสันหรอกค่ะ คงเป็นลูกคนรู้จักจริงๆ”

ลอเรนแย่งรูปจากมือลูกมาดูอีกครั้ง

ยิ่งดูยิ่งน่ารัก ตาซ้วยสวย เหมือนแจ็คสันลูกชายเธอเลย

ลอเรนชะงักกับความคิดของตน มองรูปสลับหน้าของลูกชาย ก่อนจะยื่นรูปไปข้างแก้มลูกชายเพื่อมองเปรียบเทียบ

โรเบิร์ตกำลังจะถามว่าภรรยาทำอะไรแต่ก็ชะงักไปเมื่อมองเทียบรูปกับหน้าแจ็คสัน

ชายหนุ่มก้าวถอยหลัง มองหน้า่อแม่ ไร้คำพูด ลอเรนเอะใจ

“นี่แจ็คสันคงไม่ใช่

“ลูกแกเหรอ?”

แจ็คสันลังเลว่าจะตอบไปตรงๆ ดีไหม แต่ถ้าพ่อแม่สงสัยกันอย่างนี้แม้เขาไม่บอกก็คงไปตามสืบเอง อะไรที่อยากรู้ท่านต้องได้รู้ นิสัยแบบนี้ไม่ต่างจากเขาหรอก ไม่สิ เขาได้จากวกท่านมาต่างหาก

“ลูกผมเองครับ”

“อะไรนะ?!” ลอเรนอุทานอย่างตกใจแต่โรเบิร์ตกลับนิ่งไป

“ลูกเราเหรอแจ็คสัน กับใคร? ใครเป็นแม่เด็ก ทำไมมีลูกโตขนาดนี้แล้วแม่ไม่เคยรู้เลย บอกทุกอย่างมาเดี๋ยวนี้นะ!

ลอเรนถามเป็นชุดอย่างใจร้อน แจ็คสันถอยไปนั่งที่โซฟาจนพ่อแม่ที่อยากรู้เรื่องต้องตามไปนั่งรอฟังด้วย

“ลูกผมกับยองแจครับ ชเวยองแจ”

“ชเวยองแจ..เด็กเรียนครูที่คบกับแกสมัยเรียนน่ะเหรอ” โรเบิร์ตซักไซ้ จำได้แม่น  ชื่อชเวยองแจที่เกี่ยวข้องกับลูกชายก็มีอยู่คนเดียว

“ใช่ครับ ตอนที่เลิกกันเขาก็ท้องแล้ว”

“แล้วทำไมถึงไม่เคยบอกแม่กับพ่อเลยล่ะแจ็คสัน ลูกทำอย่างนี้ได้ยังไง ลูกก็รู้ว่าแม่อยากมีหลาน

ลอเรนต่อว่าลูกชาย แจ็คสันหน้านิ่ว

“ก็พ่อกับแม่ไม่ใช่เหรอครับที่รังเกียจเขา ไม่อยากให้ผมคบกับขา เร่งให้เราเลิกกันไวๆ เพราะผมกับเขาไม่เหมาะสมกัน

“ก็..” ลอเรนก็เถียงไม่ออกเพราะมันคือเรื่องจริง

“แล้วแกรู้ตั้งแต่เมื่อไรว่ามีเด็กคนนี้ แล้วแน่ใจจริงๆ ใช่ไหมว่านี่ลูกแก” โรเบิร์ตถามอย่างจริงจัง

            “ตั้งแต่วันที่เลิกกัน เขาบอกผมว่าท้องแล้วผมก็บอกเลิกเขาแทนการรับผิดชอบ ผมให้เขาเอาเด็กออกแต่เขาเอาลูกไว้”

“ว่าไงนะแกให้เขาทำแท้งเหรอ?!” โรเบิร์ตกระชากเสียงอย่างไม่อใจ แจ็คสันคิ้วขมวดแน่นกดลึก

“ก็ผมไม่มีทางเลือก พ่อเองไม่ใช่เหรอครับที่บังคับให้ผมทำตามที่่อต้องการทุกอย่าง พ่อให้เลิกกับเขาผมก็เลิก ถ้าผมบอกว่าเขาท้องและผมต้องรับผิดชอบเขาแทนการแต่งกับโมนิก้าที่ครอบครัวเธอมีผลประโยชน์กับเรา ในตอนนั้นพ่อจะให้เขาเอาเด็กไว้หรือเอาเด็กออกลองนึกดูสิครับ

พอแจ็คสันย้อนกลับมาอย่างนี้โรเบิร์ตก็นิ่งไป

“เรื่องตอนนั้นก็ส่วนตอนนั้น ตอนนี้ก็ส่วนตอนนี้ ในเมื่อแกกลับไปติดต่อเขาอีกทำไมแกไม่บอกพ่อแม่

“จะบอกทำไมล่ะครับ ในเมื่อผมก็ต้องแต่งงานใหม่กับคนที่่อแม่เลือกให้อยู่แล้ว คนที่เหมาะสมอีกคนไงล่ะ”

แจ็คสันประชดอย่างหงุดหงิด พอตื่นมาก็เจอแต่คำถามสาดใส่

“แม่ชอบเด็กคนนี้เรื่องหมั้นหมายก็แค่คุยๆ ไม่ได้ตกลงกันจริงจัง ทางนั้นเองก็มีตัวเลือกให้ลูกเหมือนกัน แต่เขาสนใจลูกแม่มากที่สุดก็เท่านั้น”

ลอเรนบอกความต้องการออกมาอย่างไม่ขอความเห็นสามี

“แม่ชอบก็เอามาไม่ได้หรอกครับ ยองแจเกลียดผมจะตาย และลูกก็ไม่ชอบผมด้วย”

แจ็คสันคิดว่าคราวนี้แม่คงต้องเจอความผิดหวังบ้างแล้ว

“เกลียดได้ก็รักได้ แกไม่มีปัญญาทำให้เขารักแกหรือไง”

“ผมขี้เกียจแสร้งทำดีกับเขา ขี้เกียจทำให้เขารัก ผมแต่งงานใหม่มีลูกใหม่ก็จบ”

ในสมองแจ็คสันยังคงมีคำเตือนของมาร์คอยู่ การทำให้ยองแจเสียใจคงไม่เท่าไร แต่แจยองนี่สิ

เขาก็ไม่รู้สึกอะไรกับแจยองหรอก แค่สงสารเด็ก

“เด็กคนนี้ชื่ออะไร”

โรเบิร์ตถามต่อเหมือนไม่สนใจว่าลูกชายูดอะไร แจ็คสันตอบอย่างไม่เต็มใจนัก

“ชเวแจยอง หรือชเวเจสซี่ครับ แม่เขาตั้งชื่อเจสซี่ด้วย”

“ต๊าย! ชื่อคล้ายแจ็คสันเลย เด็กคนนั้นอาจไม่ได้เกลียดลูกมากล่ะมั้ง ไม่งั้นจะตั้งชื่อลูกว่าเจสซี่ทำไม”

“แม่ครับ” แจ็คสันปราม เหนื่อยกับการคิดเข้าข้างตัวเองของแม่

“ชเวเจสซี่..ชเวเจสซี่อ่า เด็กคนนั้นหรือเปล่า ใช่แน่ๆ”

โรเบิร์ตครุ่นคิดชื่อที่คุ้นหูแล้วมองรูปเด็กหญิงที่คุ้นตาอยู่นานก่อนจะนึกออกในที่สุด เขาเคยเจอเธอเมื่อนานมาแล้ว และตอนนั้นก็เด็กกว่านี้มาก

เขารอว่าเมื่อไรเด็กน้อยคนนั้นจะไปเล่นที่ห้างอีก ช่วงแรกเขาไปที่สนามเด็กเล่นทุกอาทิตย์เลย ไปอยู่เดือนกว่าแต่ก็ไม่เจอเด็กคนนั้นอีก ก็กลัวว่าจะคลาดกันเหมือนกันนั่นล่ะเพราะเขาก็ไม่ว่างไปบ่อย เลยให้คนที่สนามเด็กเล่นดูภาพวงจรปิดเพื่อจำเด็กคนนั้นไว้แล้วแจ้งเขาถ้าเธอมา แต่ก็ไม่มีการแจ้งมาเลย

ไม่คิดว่าจะโลกกลมแบบนี้ เด็กคนนั้นเป็นหลานเขาเอง

“ใช่อะไรคะร็อบ” ลอเรนสงสัยเมื่อสามีึมพำอยู่คนเดียว

“ผมเคยเจอเจสซี่”

“เอ๊ะ” ทั้งลูกและภรรยาแปลกใจ โรเบิร์ตเลยเล่าเรื่องเจสซี่ให้ฟัง

“แกเป็นเด็กดีจังเลยค่ะ” ลอเรนประทับใจ ยิ่งรู้อย่างนี้ยิ่งอยากได้แกมาเป็นหลาน

“ใช่ เป็นเด็กที่แปลก ยองแจเลี้ยงลูกมาดี”

“เรื่องเจสซี่เฮียมาร์คก็รู้นะครับ”

“หืม มาร์คน่ะเหรอ แล้วมาร์คเกี่ยวอะไรด้วย”

แจ็คสันเล่าเรื่องของมาร์คให้พ่อฟังบ้าง

“ตามาร์คนี่ก็จริงๆ เชียว แอบดูแลทั้งลูกตัวเองและหลานมาตั้งนานไม่เคยบอกใครเลย ปิดเรื่องเก่งชะมัด”

คุณอาของมาร์คอดบ่นหลานชายไม่ได้ ไม่คิดว่ามาร์คจะคอยช่วยดูแลลูกของน้องให้ด้วย

“จากนี้มาร์คจะอยู่อย่างสงบได้อีกนานสักเท่าไรเถอะ ถึงกลับย้ายหนีมาอยู่กับเมียแบบนี้ี่ลูอิสคงปล่อยไว้หรอก”

“เรื่องของมาร์คน่ะไม่เป็นไรหรอกค่ะ มาร์คจัดการได้แน่ ตอนนี้ฉันสนใจเรื่องเจสซี่มากกว่า”

“แม่จะไปสนใจเด็กนั่นทำไมล่ะครับ ผมไม่ได้ต้องการเด็กนั่นสักหน่อย!

“แกจะพูดแบบนี้ไม่ได้นะแจ็คสัน อย่างน้อยเจสซี่ก็มีสายเลือดหวังอยู่ครึ่งหนึ่ง

“แม่จะจัดการยังไงในเมื่อเจสซี่ไม่รักผม เขาไม่อยากอยู่กับผม”

“แกรู้ได้ยังไง เด็กไม่เคยมีพ่อ ต้องโหยหาพ่ออยู่แล้ว

“ยกเว้นเจสซี่ครับ ผมไม่รักแกและแกไม่รักผม เราต่างไม่เคยผูกพันกัน เอามาก็เท่านั้น เลิกคุยเรื่องนี้กันได้แล้ว

แจ็คสันคว้าหนังสือและรูปมาไว้กับตัวแล้วลุกออกจากห้องนั่งเล่นทันที แม้ลอเรนจะร้องเรียกยังไงแจ็คสันก็ไม่สนใจ

“อะไรกันน่ะลูกคนนี้!

“ชเวยองแจ..เด็กคนนั้นเหมาะจะเป็นสะใภ้เราหรือลอรี่”

โรเบิร์ตเอ่ยขึ้นหลังจากทั้งห้องนั่งเล่นถูกปกคลุมด้วยความเงียบครู่หนึ่ง

“เราอาจจะต้องทำใจถ้าอยากได้เจสซี่นะคะร็อบ เราปล่อยแกไปไม่ได้นะคะ แกน่ารักเหลือเกิน”

ลอเรนคิดว่าเธอคงจะรับยองแจเป็นสะใภ้ได้ไม่ยากหรอก แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ทางเราฝ่ายเดียว ทางนั้นเถอะจะว่ายังไง ก็อาจไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับทางนี้เหมือนกัน

ซึ่งเรื่องยองแจคงต้องให้แจ็คสันจัดการ

 

 

50%

 

 

ยองแจมองลูกสาวที่นั่งเหม่ออย่างปวดใจ ก่อนจะเดินไปนั่งขัดสมาธิอยู่ข้างแก ค่อยๆ วางมือลงบนแผ่นหลังเล็กบาง ลูบไปมาเบาๆ

“เป็นอะไรไปครับลูก หนูคิดอะไรอยู่เหรอ”

สัมผัสอบอุ่นจากมือแม่ทำให้เจสซี่หันมามองหน้าแม่ เธอยิ้มให้ยองแจก่อนส่ายหน้า

“เปล่าค่ะ หนูแค่ง่วงนอน”

เจสซี่โกหกแม่เพราะไม่อยากให้แม่เป็นห่วง เธอไม่อยากบอกแม่ว่าตอนนี้เธอรู้สึกอย่างไร

ยองแจจับปลายผมยาวที่ล้อมกรอบหน้าหวานของลูกไปรวมไว้ฝั่งขวา ลูบผมสวยเบามือแล้วไล้นิ้วที่แก้มเนียนของสุดดวงใจ

“หนูเหม่อแบบนี้มาหลายวันแล้วนะลูก เป็นอาทิตย์แล้วนะคะ แม่เป็นห่วงหนูมากนะ ทุกคนก็เป็นห่วงเหมือนกัน มีอะไรหนูบอกแม่ได้ไหมคะ แม่อยากรู้ว่าหนูมีเรื่องไม่สบายใจอะไร เห็นหนูเป็นแบบนี้แม่ใจไม่ดีเลยลูก”

ยองแจพยายามเก็บกลั้นน้ำตา เขาเป็นแม่จะไม่รู้ได้ยังไงว่าทำไมยัยหนูแปลกไป เห็นแกเหม่ออย่างนี้เขาก็สะเทือนใจ

ลูกแปลกไปตั้งแต่วันที่ผู้ชายคนนั้นกลับเข้ามา

แจ็คสันจะทำให้ยองแจเจ็บแค่ไหนก็ได้ แต่แจยองไม่ควรต้องมาเจ็บไปกับแม่ด้วย

“หนู..” เจสซี่จะบอกแต่ลังเล

เธอถูกทุกคนสั่งสอนมาตั้งแต่จำความได้ว่าพ่อมีเหตุผลที่ต้องไป เรื่องนั้นฟังมากๆ เข้าก็รับได้ แต่การที่บางครั้งเธอเห็นแม่ร้องไห้หลังจากเธอถามถึงพ่อ..ทำให้เจสซี่เรียนรู้ว่าเรื่องของพ่อคือเรื่องต้องห้าม ถ้าไม่อยากให้แม่เสียใจก็อย่าพูดเรื่องนี้

“ว่าไงลูก” ยองแจถามย้ำ แต่แทนที่เจสซี่จะตอบเธอกลับล้มตัวนอนหนุนตักแม่ สูดกลิ่นกายที่คุ้นเคยให้รู้สึกดี

ยองแจมองยัยหนูที่ดื้อแสนดื้ออย่างเป็นห่วง ยัยหนูไม่ยอมพูดเรื่องพ่ออีกเลยนับตั้งแต่วันที่แจ็คสันมา กระทั่งกับพี่ชายก็ไม่เอ่ยปาก

ยองแจลูบไหล่เล็ก ก้มมองเธอที่ยังคงลืมตาเหม่อมองไปเบื้องหน้า..

แจ็คสันทำอะไรกับลูกเขา ผู้ชายคนนั้นทำให้เจสซี่เป็นอย่างนี้ เขาอยากจะต่อยผู้ชายคนนั้นแรงๆ สักที ทำไมตอนเจอหน้ากันเขาถึงอดทนไว้ไม่ยอมทำนะ

แม้ไม่อยากเอ่ยถึงแจ็คสัน แต่ยองแจทนให้ลูกเป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้ ความสดใสร่าเริงของเธอคือพลังใจของเขา รอยยิ้มของลูกคือความสุขของเขา เห็นลูกไม่มีความสุขแบบนี้เขาทนไม่ได้

แม้แจยองจะเจ็บปวดบ้างแต่ยองแจก็ต้องถาม..ต้องกลั้นใจเอ่ยถึงผู้ชายสารเลวนั่นขึ้นมาก่อน

“หนูคิดถึงพ่อเหรอคะ”

แจยองยังนอนนิ่ง แต่ริมฝีปากได้รูปสีหวานที่ขบกันแน่นก็ทำให้แม่รู้ว่ายองแจเดาถูก

“หนูจะคิดถึงผู้ชายคนนั้นทำไมกันลูก ทำไมคะ” ยองแจไม่อยากให้ลูกคิดถึงเขาเลย

เขาทิ้งเราไปอีกแล้วใช่ไหมคะแม่”

ในที่สุดยัยหนูก็ยอมพูดออกมา ในอกแม่สั่นไหวเหมือนมีอะไรมากดทับ

ยัยหนูคิดถึงผู้ชายคนนั้นจริงๆ

ต่อให้ลูกบอกว่าไม่ต้องการเขาแต่ลึกๆ เจสซี่ก็ยังต้องการแจ็คสัน

“เจสซี่

“เขาบอกเองว่าจะมาหาหนูทุกวันจนกว่าหนูจะหายโกรธ..บอกว่าจะรับผิดชอบที่ทำให้หนูโดนล้อ..ฮึก..แต่เขาก็ไม่มา”

ความคาดหวังกับความเสียใจในน้ำเสียงและแสดงผ่านน้ำตาของแจยองทำให้ยองแจน้ำตาซึม ก้มลงโอบกอดเธอไว้

“อย่าเสียใจไปเลยนะลูก..ช่างเขาเถอะ ปล่อยเขาไปเถอะนะ..เราอยู่กันสองคนได้..ไม่มีเขาเราก็อยู่ได้”

คำพูดของแม่คือการตอบคำถาม แจยองร้องไห้โฮ ไหล่เล็กไหวสะท้านจนแม่เจ็บลึกในอก กดจมูกกับแก้มเธอพร้อมน้ำตาที่หยดโดนผิวเนื้ออ่อนบาง

ทำไมล่ะลูก..ทำไมหนูต้องไปคาดหวังอะไรในตัวผู้ชายคนนั้น

ทำไมล่ะลูก...ทำไมหนูถึงทำให้แม่เจ็บปวดขนาดนี้ด้วยการร้องไห้ให้ผู้ชายคนนั้น

เขาไม่มีค่าพอสำหรับน้ำตาและความเสียใจของหนูเลยสักนิด แม่ต่างหากที่เจ็บเพราะต้องเห็นน้ำตาของหนู

แม่ต่างหากที่ทำทุกอย่างเพื่อให้หนูยิ้ม..แต่ทำไมหนูร้องไห้ให้แม่เห็นเพราะเขา

“อย่าร้องเลยคนดีของแม่..ไม่ร้องนะลูกนะ” ยองแจโอบกอดลูกไว้แน่นๆ ให้เธอรู้ว่าเธอยังมีแม่อยู่เสมอ

พ่อไม่ต้องการหนูหรอกนะลูก..เขาไม่ต้องการหนูเลย..อย่าให้ความสำคัญกับเขามากกว่าตัวหนูเอง

อย่ายอมเจ็บเพราะเขาเหมือนที่แม่เคยเป็น..มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย เพราะเขาไม่มีทางเห็นค่าความรู้สึกของเรา

เขาไม่มีทางเห็นหรอก เพราะเขามันไร้หัวใจ..

“หนูเสียใจ..ฮึก”

แม่เองก็เสียใจ..

“หนูจะไม่ยกโทษให้เขาแล้ว..ฮึก..ไม่แล้วค่ะ หนูตั้งใจจะยกโทษให้ถ้าเขามา..ฮือ..แต่เขาไม่มาเอง”

“ถ้าหนูทำแบบนั้นแล้วหนูจะมีความสุขเหรอลูก”

ยองแจไม่ได้อยากให้แจยองให้อภัยแจ็คสัน แต่ยองแจก็ไม่สามารถบอกได้อีกเช่นกันว่าอย่าไปยกโทษให้เขาหรือควรยกโทษให้ ความเสียใจจะเป็นตัวบอกเองว่าแจยองควรทำยังไง

แจยองจะเรียนรู้ได้เองเหมือนที่แม่ก็เคยทำได้มาก่อน

“มีค่ะ หนูทำได้ หนูมีแม่ก็พอแล้ว” ยัยหนูยกมือป้ายน้ำตา ยองแจยิ้มทั้งน้ำตากับความเข้มแข็งของเธอ

ลูกสาวเขาถูกเลี้ยงมาโดยผู้ชายตั้งสี่คน และยังไม่นับรวมบ้านพี่แจบอมอีก เธอก็ต้องเข้มแข็งอยู่แล้ว

“ได้ระบายแล้วสบายใจขึ้นหรือยัง”

“ค่ะ”

“ต่อไปมีอะไรอย่าเก็บไว้ในใจอีกนะ แม่เป็นห่วงรู้ไหม”

ยองแจยืดตัวขึ้น ยัยหนูลุกขึ้นนั่งแล้วโผกอดแม่แน่น ซบหน้ากับบ่าแม่

“หนูขอโทษนะคะแม่”

“ไม่เป็นไรจ้ะ แม่รู้ว่าหนูไม่ได้ตั้งใจให้ทุกคนเป็นห่วง” ยองแจโอบกอดลูบไว้ ซบหน้ากับกลุ่มผมนิ่มแล้วจูบที่ขมับอย่างแสนรัก

ลูกของเขา ต่อให้ตายเขาก็ไม่ยอมให้แจ็คสันมาเอาไปเด็ดขาด

 

 

 

 

 

“วันๆ ไม่ทำงานทำการบ้างหรือไงี่มาร์ค” แบมแบมยืนเท้าเอวมองพ่อลูกที่นั่งเล่นเกมด้วยกันที่โซฟา

เหมือนกันอะไรได้ขนาดนี้ อย่างกับคัดลอกแล้ววาง

คนหนึ่งที่ผมสีน้ำตาลและอีกคนที่ผมสีแดงหันมามองแบมแบมร้อมกันแวบหนึ่งแล้วหันไปสนใจเกมต่อ แบมแบมเดินไปถอดปลั๊กทีวีให้มันจบๆ ไป

เป็นอย่างที่คิด มาร์คและมาร์ตินโวยออกมาพร้อมกัน

“แม่อ่ะ! มาปิดทำไม ผมกำลังจะชนะแล้วเชียว”

“นั่นสิ กำลังสนุกเลยนะแบม ไม่เล่นก็อย่ามายุ่งสิ!

“ออกไปเล่นข้างนอกกันบ้างไป๊! อย่าไร้สาระกันให้มากนัก”

“แล้วเล่นข้างนอกกับเล่นข้างในมันต่างกันยังไงล่ะแม่ ก็เล่นเหมือนกันอ่ะ” มาร์ตินเถียงอย่างจริงจังแต่มาร์คหลุดขำ ทำให้แบมแบมตาเขียว หันไปมอง

“ขำอะไร”

โทษทีๆ แต่ที่ลูกพูดพี่ไม่ได้คิดถึงเกมน่ะ

“อ่าว แล้วพ่อคิดถึงอะไรอ่ะ

“แกยังเด็ก ไม่ต้องรู้หรอก” มาร์คตอบปัด แต่มาร์ตินหรี่ตามอง จับผิด

“อะไรๆ ไม่น่าไว้ใจนะเนี่ย ผม 15 แล้วนะ โตแล้ว โตเท่าพ่อตอนมีผมด้วยซ้ำ

“อยากรู้จริงเหรอ”

“อื้อ”

“หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้ จะบอกอะไรลูกห๊ะจะบอกอะไร” แบมแบมที่เข้าใจความคิดไม่ดีของสามีรีบปรี่มาฟาดไหล่กว้างจนมาร์คสะดุ้ง มาร์ตินรีบถอยห่างกลัวโดนไปด้วยอีกคน

“ผมไม่รู้ก็ได้ ไม่ต้องตีผมนะ” ไม้ยกหมอนอิงมาเป็นโล่กำบังโง่ๆ ทั้งที่ถ้าแม่จะตีแค่หมอนก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี

“เออ ว่าง่ายซะบ้าง” แบมแบมพอใจที่ไม้ยังเกรงกลัว ตั้งแต่พ่อย้ายมาอยู่ด้วยนี่แบมแบมปวดหัวคูณสอง พี่มาร์คเข้าข้างไม้ตลอด

ชิ! แบมแบมมันหมาหัวเน่าที่ลูกไม่สนใจไยดีแล้ว อะไรๆ ก็พ่อ

“งั้นไม้ออกไปเล่นบาสกับพวกชานได้ไหมครับ

“จะไปก็ไป แต่อย่ากลับค่ำนักล่ะ ถ้าจะแวะคาราโอเกะหรือร้านเกมต้องโทรมาบอกก่อนเข้าใจไหม”

“โอเค”

ไม้ผุดลุกขึ้น หอมแก้มแม่อย่างเอาใจฟอดหนึ่ง เอาจอยเกมไปวางที่เดิมแล้วเดินกระโดดอย่างอารมณ์ดีไปชั้นบนเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า จะได้ออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน

มาร์คไม่ว่าอะไรหรอกที่แบมแบมเลี้ยงลูกแบบอิสระ มันก็ดี ไม่ตีกรอบมากไป ไม่ห่วงมากไป และไม้เองก็มีความคิดโตพอแยกแยะได้ว่าอะไรที่จะไม่ทำให้พ่อแม่เป็นห่วง

ไม้เคยกลับบ้านหลังสี่ทุ่มโดยไม่โทรบอกแม่ โดนแม่ตีพร้อมหักเงินเดือนไปสามเดือนมีพอแค่กินข้าวกินขนมแต่ละวัน โทรมาร้องห่มร้องไห้กับเขาบอกว่าแม่ใจร้าย แต่มาร์คก็เห็นว่าสมควรแล้ว ตามใจมากไปนิสัยเสียพอดี

อโดนมาตรการเด็ดขาดจากแม่ ไม้ก็เรียนรู้ว่าอย่าคิดทำตัวนอกเหนือคำสั่งแม่ ห้าม!

“โว้ย! อะไร” แบมแบมโวยใส่เมื่อมาร์คโดนรั้งให้นั่งตัก

ไม่ได้เหนียมอายอะไร แค่สะดุ้งนิดหน่อย

“ขอกอดหน่อย” เนี่ยมาร์คต้วนต้องน่าสงสารขนาดไหน กลับบ้านมาสองอาทิตย์แล้วเมียก็ไม่ยอมมานอนด้วย จะกอดจะหอมจับมือถือแขนก็ต้องขอ

“กอดได้แต่ห้ามเยอะไปกว่านี้ มีธุระต้องไปทำ”

“ทำอะไรล่ะ”

“ไปดูสีผ้า โรงงานโทรมาบอกแบมว่าสีที่ต้องการหมด เครียดเลยเนี่ย”

“ก็หาที่ใหม่สิ บริษัทอื่น มีสำรองไม่ใช่เหรอ”

“ก็มี แต่มันแพงอ่ะ” แบมแบมนั่งนิ่งให้มาร์คกอด หน้านิ่วคิ้วขมวดกับงานที่ต้องหยุดชะงักไปชั่วคราว

“ให้นักออกแบบคนอื่นในร้านออกไปดูไม่ได้เหรอ”

“ไม่ได้หรอก แบมต้องไปเอง อยากไปดูเองให้เห็นกับตา เลือกเองมันดีกว่าอยู่แล้ว”

“เดี๋ยวพี่ขับรถพาไป จะได้นั่งสบายๆ เอาไหม”

“ก็ดี”

แบมแบมเริ่มยิ้มออกแม้คิ้วยังขมวดมุ่นอยู่ พี่มาร์คก็น่ารักแบบนี้ตลอดแหละ

“เออ แบมว่าจะถามเรื่องพ่อพี่อ่ะ”

“ถามถึงเขาทำไม”

“ตั้งแต่พี่มาที่นี่ ทางนั้นเงียบมากแลยนะ พ่อพี่เขารักพี่จริงป้ะเนี่ย แบมกลัวมันจะแป็นความสงบก่อนคลื่นพายุจะมาเนี่ยสิ และพ่อพี่นี่ต้องระดับมรสุมลูกใหญ่เลยเหอะ

แบมแบมมองหน้าคนที่กอดเขาแน่น มาร์คถอนหายใจ

“ก็กังวลอยู่ แต่จะมาไม้ไหนก็มาเถอะ พี่ไม่กลัวหรอก

“ถ้าเขาจะทำอะไรก็ทำไปแต่อย่ามายุ่งกับไม้แล้วกัน ถึงเป็นพ่อพี่แบมก็ไม่เกรงใจหรอกนะถ้ามายุ่งกับลูกแบมน่ะ”

แบมแบมจริงจังมาก บอกไว้ก่อนเลย เขาเห็นพี่มาร์คเงียบก็ไม่ถาม จนผ่านมาสองอาทิตย์ก็อดถามไม่ไหว สถานการณ์มันปกติมากเกินไป มันราบรื่นจนน่าสงสัย

มาร์คหัวเราะกับความแม่ของแบมแบม

ี่รู้ พี่ก็ไม่ยอมให้พ่อทำอะไรไม้เหมือนกัน ไม้ก็ลูกพี่นะ แค่ลูกเมียพี่ปกป้องไม่ได้ก็แย่สิ

“ทำให้ได้จริงอย่างปากเถอะ”

แบมแบมตีอีกฝ่ายเบาๆ อย่างหมั่นไส้แล้วบอกให้มาร์คปล่อยตนเมื่อได้ยินเสียงยองแจและแจยอง อลุกจากตักมาร์คสองแม่ลูกก็เข้ามาพอดี

“ทำไมตาบวมแบบนั้นล่ะลูก เป็นอะไรไปไหนบอกลุงซิ”

มาร์คอ้าแขนรอให้หลานสาวมาหา แจยองที่ยังนอยด์ๆ น้อยใจก็เบะปากแล้วเดินมาหาคุณลุง ซบกอดอยู่กับอกกว้าง

มาร์คหอมแก้มหลานสาวแล้วอุ้มเธอนั่งตัก ถามไถ่เป็นห่วง แบมแบมมองแจยองแล้วเลยไปมองยองแจ สภาพแม่ลูกพอกันเลย ร้องไห้กันมาทั้งคู่

“เราคุยกันเรื่อง..แจ็คสันน่ะ”

“เหรอ”

แบมแบมไม่ถาม สะกดใจไว้ไม่ให้อารมณ์ลุ่งพล่านจนสบถด่าพ่อหลานต่อหน้าหลาน สงสัยยัยหนูจะเคลียร์ใจกับแม่เรียบร้อย

ใครๆ ก็เห็นอยู่เต็มตา รู้อยู่เต็มอกว่ายัยหนูคิดถึงไอ้หมอนั่น แต่จะไปคาดคั้นอะไรได้ในเมื่อหลานไม่เอ่ยออกมาเอง ขืนไปสะกิดอะไรซี้ซั้วแจยองก็เสียใจอีก

เขาก็ไม่โทษหลานหรอกที่ไปคิดถึงไอ้บ้านั่น ก็เด็กแปดขวบจะเอาอะไรมาก ตอนไม้ยังเด็กก็แบบนี้ ต่อให้ปากบอกไม่รักไม่คิดถึง ใจก็ต้องอยากเจอบ้าง เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ เจอพ่อมาพูดเจสซี่คะขา ป๊าอย่างนั้นอย่างนี้ ใครจะไม่อยากเจอบ้างเล่า

นึกแล้วก็อยากต่อยมันสักหมัดให้หายแค้นที่ทำให้หลานเขาจิตใจไม่อยู่กับตัวตั้งนาน

“ออกไปข้างนอกกับลุงไหมคะ ลุงจะพาอาแบมไปธุระ ระหว่างรออาทำงานลุงจะพาไปกินไอติม

มาร์คเป็นคนรักเด็ก ยิ่งเด็กผู้หญิงยิ่งรัก กับหลานสาวคนนี้ทั้งรักทั้งหลง ก็ตอนนี้เจ้าลูกชายมันโตเป็นหนุ่มแล้ว ไม่มีทางมาออดอ้อนฉอเลาะเหมือนเจสซี่นี่นา จะมีลูกสาวใหม่อีกสักคนเมียก็ไม่ยอมให้แตะตัวไปอีก

“หนูไปได้ไหมคะแม่”

เจสซี่อยากไป แต่ลุงกับอาไปธุระก็กลัวจะไปเกะกะ ถามแม่ก่อน แม่ให้ไปได้เธอก็ไป

“ไปกับแม่ก็ได้นะ ลุงกับอาไปธุระนะลูก”

“ไม่เป็นไร ไปดูผ้าที่โรงงานแป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับ”

ตอนนี้แบมแบมก็ทำงานหนัก แต่มันก็ดีกว่าแต่ก่อนมากแล้ว ตอนเริ่มต้นใหม่เสื้อบางแบบเย็บมือเองด้วยซ้ำ ทำเองหมดทุกอย่าง แต่ตอนนี้จ้างช่างและนักออกแบบมาช่วยเิ่ม ทำให้พอมีเวลาว่างเวลาหยุดงานอย่างคนอื่นๆ เขาได้บ้าง

ถ้าให้เลือกว่างานโฮสต์กับงานเสื้ออันไหนหนักกว่า แบมแบมบอกเลยว่างานนี้หนักกว่าแต่มันก็ดีกว่างานก่อนแหละ

“งั้นเจสซี่อย่าไปซนนะคะ แล้วอย่าเดินไปไหนไกล อยู่กับลุงมาร์คและอาแบมแบมไว้นะ” ยองแจไม่อยากขัดใจลูก เธอเพิ่งเสียใจมา แต่ให้ไปแล้วก็อดห่วงไม่ได้

“ได้ค่ะ หนูจะไม่ดื้อค่ะแม่”

“ดีมากจ้ะ เก็บท้องกลับมากินข้าวด้วยนะ อย่ากินแต่ไอติมจนอิ่มล่ะ แม่จะทำของโปรดไว้ให้”

“ค่ะแม่”

“งั้นเราไปกันเลยเถอะ” มาร์คลุกขึ้นยืน อุ้มยัยหนูไว้ในอ้อมแขน แบมแบมให้มาร์คาหลานไปที่ลานจอดรถก่อนเลย เขาจะวิ่งไปเอากระเป๋าก่อน

“ไปนะ จะฝากซื้ออะไรก็โทรไปแล้วกัน”

“จ้ะ”

ยองแจยิ้มให้แบมแบมที่รีบร้อนใส่รองเท้าแล้วตามี่มาร์คกับยัยหนูออกจากบ้านไป

 

 

 

 

ภายในรถยนต์ของแบมแบมที่มีมาร์คเป็นสารถีและมียัยหนูนั่งตักอาอยู่ข้างๆ แบมแบมเอื้อมมือไปเปิดเพลงคลอเบาๆ ไม่ให้รถเงียบเกินไป

เจสซี่เอนพิงหลังกับอกอาแบมแบม หันมองลุงมาร์ค

“ลุงคะ”

“ว่าไงคะ”

“ลุงเคยเจอเอ่อ..คุณคนนั้นบ่อยไหมคะ”

“คุณคนนั้น..พ่อหนูเหรอคะ

“ค่ะ”

มาร์คมองหน้าภรรยาแวบหนึ่งก่อนมองทาง แบมแบมก้มลงพูดกับหลาน

“ถามทำไมล่ะลูก”

“หนูอยากรู้เฉยๆ ค่ะ”

“เขาชื่อแจ็คสัน เรียกคุณแจ็คสันก็ได้นะถ้าหนูไม่อยากเรียกเขาว่าป๊าหรือ่อ” มาร์คเอ่ยกับหลาน ยัยหนูก้มหน้าก่อนมองออกไปนอกรถ

เมื่อเธอเงียบผู้ใหญ่อีกสองคนก็ไม่รู้จะพูดอะไร

“ลุงก็นานๆ จะได้เจอเขาสักครั้งเหมือนกัน”

เมื่อมาร์คเอ่ยถึงพ่ออีกครั้ง เจสซี่ก็หันมาสนใจลุงตามเดิม มาร์คมองแบมแบม ร่างบางเลยพยักหน้าให้เขาพูดต่อ

“ลุงกับเขาอยู่คนละประเทศ เราเลยไม่ได้เจอกันนัก จะเจอกันก็ตอนลุงมาหาเจสซี่และพี่ไม้ที่เกาหลี นั่นก็หลายปีแล้ว พอเขาไปอยู่ไทยลุงก็ไม่ได้เจอเขาอีก เพิ่งได้เจอกันอีกตอนเขากลับมาเมื่อสองอาทิตย์ก่อน”

“เหรอคะ ลุงยังมาหาเราได้ ทำไมคุณแจ็คสันมาไม่ได้ จากเกาหลีนี่..ไทยไกลกว่าอเมริกาเหรอคะลุงมาร์ค”

คำถามแต่ละคำถามของหลานช่างน่าอึดอัดเหลือเกิน มาร์คเลือกตอบอย่างระมัดระวังที่สุดไม่ให้กระทบกระเทือนจิตใจหลานรัก

“ก็..ไกลค่ะ ไกลพอๆ กัน แต่งานคุณแจ็คสันยุ่งกว่างานลุงเยอะมากๆ เลยนะ ลุงยังมาหาหนูได้แค่ปีละครั้งสองครั้งเอง ถ้าเขามาไม่ได้เลยก็ไม่แปลกนะคะ”

มาร์คไม่ได้อยากช่วยน้อง แต่เขาไม่อยากให้เจสซี่รู้สึกแย่ไปมากกว่านี้

“ทำงานต้องมีวันหยุดสิคะ แม่สอนหนังสือก็ยังได้หยุดเลย แม่สอนพิเศษด้วย อาแบมก็หยุดได้ ลุงมาร์คก็ยังมาได้เลย”

“งานแต่ละคนยุ่งไม่เท่ากันค่ะ งานของแจ็คสันเยอะมากๆ เขาต้องดูแลคนเป็นร้อย ต้องสร้างตึกสูงๆ มากมาย”

“ลุงก็มีลูกน้องเยอะมากๆ เลยนี่คะ ปีนึงมีตั้งหลายร้อยวัน ลุงก็ยังมาได้ ทำไมในหนึ่งปีขอแค่วันเดียวเขาก็มาหาหนูไม่ได้”

เจสซี่ทั้งเคืองทั้งเสียใจ พูดแล้วจะร้องไห้

“เพราะเขารักหลานอาน้อยกว่างานไงคะ” แบมแบมอดทนไม่ไหวเอ่ยออกมาในที่สุด

“แบมแบม!

เสียงของลุงทำให้เจสซี่ที่อึ้งกับคำพูดของอาสะดุ้งเฮือกตกใจ แบมแบมลูบไหล่หลานปลอบใจแต่ก็เอ่ยต่อ ไม่สนใจว่ามาร์คจะรู้สึกยังไง

“มันเรื่องจริงนี่พี่”

ดีแค่ไหนที่แบมแบมไม่ทำให้หลานเกลียดหมอนั่นด้วยการบอกว่ามันรักเจสซี่น้อยกว่าตัวมันเอง หรือไม่ก็รักแต่ตัวเองไม่รักเจสซี่เลยสักนิด แต่เขาไม่อยากให้หลานเขาเจ็บปวดทรมานกับความจริงที่โหดร้ายนั้นมากกว่านี้

แจ็คสันไม่ควรมีอิทธิพลเหนือชีวิตยองแจและแจยอง

“อาจะบอกอะไรให้นะเจสซี่”

“คะ?” แม่หนูที่หน้าเผือดสีไปกับสิ่งที่อาบอก เอี้ยวมามองหน้าอา แบมแบมจับให้หลานหันมาหาตน ติดขัดนิดหน่อยเพราะติดสายคาดนิรภัย

“ในเมื่อเขาให้ความสำคัญหนูน้อยกว่างาน ดังนั้นเป็นเรื่องธรรมดามากนะลูกที่หนูจะให้ความสำคัญเขาน้อยกว่าคนอื่นๆ ในชีวิตหนู”

“ความสำคัญเหรอคะ”

“เอาง่ายๆ เขาไม่สนใจที่จะหยุดงานมาหาหนูเลย ดังนั้นหนูอย่าไปสนใจเขาแม้ว่าเขาจะกลับมาอ้อนวอนขอร้องยังไงก็ตาม แม่ของหนู..แม่ยองแจก็เคยขอร้องเขาไม่ให้เขาไป แต่เขาก็ไปทำงานบ้าๆ นั่นไม่เคยกลับมา ตอนนี้เขากลับมาแล้ว แต่หนูต้องไม่ให้โอกาสเขา เพราะเขาใจร้ายกับหนูก่อน อย่ายกโทษให้เขานะ และอามีความลับจะบอกด้วย หนูอยากฟังไหม”

แบมแบมพูดด้วยท่าทางจริงจังจนยัยหนูเชื่อเขาหมดใจ พยักหน้า

“ค่ะ หนูอยากฟัง”

“ที่เขากลับมาเพราะเขาอยากได้หนูไปอยู่ด้วย และจะทิ้งให้แม่ยองแจอยู่คนเดียว”

“อะไรนะคะ!

ยัยหนูตกใจมากกับเรื่องที่ยิน มาร์คจะอ้าปากค้านแต่ก็เงียบไว้

แจ็คสันก็สมควรโดนซะบ้างเหมือนกัน

“เรื่องจริงค่ะ ลุงมาร์คได้ยินมาจากเขาเองเลย และมาบอกอาอีกที”

“หือ?” มาร์คตกใจที่โดนเมียดึงเข้าไปมีส่วนร่วม แต่แบมแบมไม่สนใจเสียงนกเสียงกานามว่ามาร์คที่ขัดจังหวะ เขาใช้ความรักแม่ของยัยหนูให้เป็นประโยชน์ต่อไป

“หนูรักแม่ไหมลูก”

“รักมากๆ ค่ะ”

“หนูอยากอยู่กับแม่หรือกับเขามากกว่ากันล่ะ”

“ก็ต้องแม่สิคะ หนูจะอยู่กับแม่ค่ะอา หนูไม่อยากไปไหน เขาจะพาหนูไปไหน หนูไม่ไปนะ”

ยัยหนูเริ่มเสียขวัญ แบมแบมรีบรั้งแกมากอดปลอบยิ้มสมใจ มาร์คที่หันมาเห็นพอดีถึงกับขนลุกเบาๆ

“เขาจะพาหนูไปไหนไม่ได้ค่ะถ้าหนูยืนยันที่จะอยู่กับแม่ เขาเป็นพ่อหนูได้ถ้าหนูยอม แต่เขาจะใช้สิทธิ์ความเป็นพ่อแย่งหนูไปจากแม่นะ”

“หนู..

“หนูคิดถึงเขาได้นะลูก มันไม่ผิด จะให้อภัยเขาก็ไม่ผิด เพราะเขาเป็นพ่อ แต่หนูก็มีสิทธิ์ที่จะไม่ยกโทษเหมือนกัน”

“หนูต้องทำยังไงเขาถึงไม่เอาหนูไป หนูจะอยู่กับแม่”

เจสซี่เริ่มงอแงเพราะกลัว ซุกกอดแบมแบมแน่น แบมแบมเกยคางกับศีรษะกลม อมยิ้มเมื่อกล่อมหลานได้

“ไม่ต้องทำอะไรค่ะ ถ้าเขาจะมาหาก็ให้เขามา ถ้าเขาพยายามซื้อใจหนูด้วยข้าวของ ถ้ามันแพงก็รับไว้ ไม่ต้องเกรงใจหรอก เขารวย เอามาบริจาคให้คนอื่นต่อได้ ทำเหมือนหนูให้ความหวังเขาว่าหนูยอมรับเขาเป็นพ่อแล้ว แต่ต้องไม่ยอมไปไหนกับเขาเด็ดขาด เพราะเขาจะหลอกพาหนูไปที่บ้านแล้วหนูจะไม่ได้กลับมาหาแม่อีกเลย”

“หนูไม่เจอเขาเลยไม่ได้เหรอคะ ไม่รับของจากเขาได้ไหม” เจสซี่เงยหน้าถามอา สีหน้าไม่ดี เธออยากเจอคุณคนนั้น แต่ถ้าเขาจะมาพาเธอไป เธอจะไม่เจอเขาอีก

แบมแบมหอมแก้มใสอย่างรักใคร่เอ็นดู

เขารักหลานคนนี้จริงๆ!

“ถ้าได้แบบนั้นก็ยิ่งดีเลย อาพูดเผื่อไว้ เผื่อเขามาหา หนูก็ทำตามที่อาบอก ทุกอย่างอยู่ที่หนูนะลูก หนูเลือกได้ว่าจะอยู่กับพ่อหรือแม่”

“หนูเลือกแม่ค่ะ” เจสซี่ตอบได้เลยแบบไม่ต้องเสียเวลาคิด

“ชื่นใจจังเลย แม่ยองแจได้ยินต้องดีใจมากเลยลูก”

แบมแบมหัวเราะเบาๆ อย่างโล่งอก ไม่ผิดหวังกับหลานสาวคนนี้จริงๆ

มาร์คอดถอนหายใจกับความเจ้าเล่ห์ของแบมแบมไม่ได้ เล่นดักทางไว้ล่วงหน้าแบบนี้แจ็คสันจะทำอะไรได้อีกถ้าเกิดมันยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจจะเอาลูกไปจริงๆ

ถ้าแบมแบมเป็นแบบนี้ตั้งแต่สิบห้าปีก่อน พนันได้เลยว่าพ่อเขาก็ต้องแพ้

ความเจ้าเล่ห์ซ่อนร้ายนี้จะส่งต่อไปถึงไม้ด้วยไหมล่ะนี่ ถ้าไม้ก็มีด้านนี้แฝงอยู่แล้วรวมทีมกับแม่ คุณปู่อาจจะทำอะไรเราไม่ได้ก็ได้นะ

 

 

TBC.

**

อาแบมแบมร้ายมากแต่ก็น่ารักมากเช่นกัน อิ้_อิ้



**

ความซวยลูกใหญ่มาหายองแจแล้ววว

อย่าเพิ่งนอนใจว่าพี่แจ็คจะบรรลุความเป็นคนดีได้ในเวลาสองอาทิตย์ค่ะ

ความร้ายฝังรากลึกผ่าน DNA ซะขนาดนี้แล้ว โฮะ โฮะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.002K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,297 ความคิดเห็น

  1. #3296 WangJimung (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 14:04
    มาอ่านรอบที่ร้อยได้แล้วมั้ง ก็ยังอยากตีอาแบมอยู่อะ ดูสอนหลานเข้า ถึงจะเป็นเรื่องจริงก็เหอะแต่แบบ อ๊อยยยยย
    #3,296
    0
  2. #3222 alaffy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 13:03
    เฮ้อออ
    #3,222
    0
  3. #3060 bombomkonsuey (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 00:38
    แบมสอนหลานได้ดีมาก แต่แอบสงสารเจสซี่ตอนถามเรื่องแจ็คสัน
    #3,060
    0
  4. #2867 N_udaen_G (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 07:30
    แบมแบบสอนหลานได้ดีมากอะ เจสซี่ต้องเชื่อคุณอาเขานะคะ
    #2,867
    0
  5. #2783 My love markbam (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 22:12
    แบมหนูร้ายมาก 555555
    #2,783
    0
  6. #2613 gene_pa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:23
    กลัวแบมแบมมาก
    #2,613
    0
  7. #2566 Friendship_Lee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 19:14
    ครอบครัวแจ็คสันน่ากลัวยองแจกับแจยองจะรับมือไหวไหม ดีนะยังมีแบมแบมอยู่ด้วย ยังพอเบาใจได้บ้าง
    #2,566
    0
  8. #2544 MB_MarkBam9397 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 07:10
    เจสซี่หัวอ่อนเกิ๊นนนนน
    #2,544
    0
  9. #2539 FERN36380 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 01:26
    ให้ยองแจตัดขาดจากครอบครัวนี้ได้มั้ย เกลียด!
    #2,539
    0
  10. #2368 tinsmith (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 15:47
    ชอบแบมเกรียจแจ๊คอ๊ะ
    #2,368
    0
  11. #2314 PrincessDark (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 13:07
    แบมร้ายอ่ะแต่ก็เข้าใจที่แบมสอนหลานแบบนี้นะ มาร์คโดยลากไปร่วมแผนแบบงง งง 5555
    แจ็คเหนื่อยแน่อ่ะงานนี้
    #2,314
    0
  12. #2257 WangJimung (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 19:19

    สงสารที่สุดคือสงสารเด็ก นึกภาพไม่ออกว่ายองแจจะกลับไปรักแจ็คสันได้อีกยังไง เป็นเราคงไม่มีวันกลับไปรู้สึกอะไรอีกแล้ว ต่อให้สำนึกจริงๆเราก็ไม่กลับไปแน่ๆ คุณจะทำหน้าที่พ่อก็ทำไป แต่หน้าที่ผัวคุณหมดสิทธิ์นั้นไปแล้ว

    #2,257
    0
  13. #2116 、yingdear 。 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 21:00
    คือโดยส่วนตัวคิดว่าไม่ควรสอนเด็กแบบนั้นนะ ถึงพ่อจะไม่ดีแต่ก็ไม่ควรสอนแบบนี้มันจะทำให้ลูกเกลีดพ่อ แน่นอนว่าไม่ดีแน่ คือถึงแจ็คสันจะเลวแต่ก็ยังดีกว่าหลายๆคน คือไม่ได้ทำร้ายร่างกายลูกหรืออะไรที่แย่ลงไปกว่านี้แบบไม่มีจิตสำนึกเลย นี่ลึกๆเค้าก็คงจะรักลูกอยู่บ้างแหละ แค่ไม่รู้ตัว ไม่ยอมรับ ซึนนั่นเอง
    #2,116
    1
    • #2116-1 WangJimung(จากตอนที่ 12)
      10 สิงหาคม 2561 / 20:57
      อันนี้เราแอบเห็นด้วยเลย
      #2116-1
  14. #2091 Harukim (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 01:43
    ไม่มีจิตใต้สำนึกอะไรเลยแบบเลวมากๆจริงๆอ้ะแจ๊คสัน หรือลึกๆแล้วก็รักลูกอยู่แต่ด้วยความเป็นแจ๊คสันไง หรือยังไงกันนะ
    #2,091
    0
  15. #1980 Ilo_harlveen (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 09:10
    ขนาดนี้นี่ไม่ใช่พระเอกแล้ว555
    #1,980
    0
  16. วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 17:19
    เเบมร้ายมากกกก ก×1,000ตัว
    #1,970
    0
  17. #1885 Jekkju (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 08:24
    รอนะคะ
    แจ็คสันไม่ใช่พระเอกใช่มั้ยคะ เลวได้ขนาดนี้ ฮืออออ โกรธๆๆๆ
    #1,885
    0
  18. #1883 phattharasudaMO (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 17:35
    สมน้ำน่าแจ็คสันเลยอะ ไรท์คะมาต่อนะ จะรอนะคะ
    #1,883
    0
  19. #1874 yokekikiei (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 16:19
    สนุกมากกค่ะไรต์!!! ❤❤
    #1,874
    0
  20. #1872 NING TOTT (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 10:32
    หืมมมมม ติดมากค่ะเรื่องนี้ รอๆกลับมาอัพไวๆนะคะ
    #1,872
    0
  21. #1870 AnnnaB95 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 22:16
    คิดถึงหนูเจสซี่จัง กลับมาต่อไวๆน้าาค้าาา ไรต์
    #1,870
    0
  22. #1868 akazegot7 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 23:20
    แจ็คทำไรแคร์ยองแจบ้างก็ดี รักเค้าแต่ไม่รู้ตัวใช่ไหม แล้วนายจะต้องเจ็บปวดที่สุดกับการกระทำของนาย สำนึกให้ได้แล้วค่อยเรียกตัวเองว่าพ่อนะ
    #1,868
    0
  23. #1867 Jamessowhat (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 13:07
    อีเเจ็คทำฉันขึ้นมากกก เดวปาทุเรียนใส่เลยนิ หยิ๊ จะมาเอาหลานฉันไม่ได้ ไม่ยอมม!!
    #1,867
    0
  24. #1866 Aya1111 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 22:12
    จะพิมพ์คำว่าเลวยังไงให้ได้ฟีลกว่านี้คะ คือเลวมาก เลวแบบโงหัวไม่ขึ้นแล้ว โกรธมาก โกรธไปพร้อมกับอาแบมแบมเลยจ้า ไปค่าาา ทีมผอ.ยูคยอม555555555555
    #1,866
    0
  25. #1865 Chiriri (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 13:20
    แจ็คเอ้ย รู้ตัวเร็วๆเถอะนะ
    #1,865
    0