สต็อกพร้อมส่ง(GOT7) พันธะปฏิพัทธ์ Jackjae Ft.Markbam Bnior (mpreg)

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27,863
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 715 ครั้ง
    22 พ.ค. 60

          




            “แจ็คสัน ฉันมีเรื่องจะคุยกับแกหน่อย”

            โรเบิร์ต หวังเอ่ยกับลูกชายหลังมื้ออาหารเช้า แจ็คสันที่กำลังจะลุกจากเก้าอี้ทางซ้ายมือของพ่อต้องนั่งลงตามเดิม

            “คุณพ่อมีเรื่องอะไรจะคุยกับผมหรือครับ”

            แจ็คสันมองไปทางมารดา เหมือนจะถามว่าแม่รู้หรือเปล่าแต่มาดามหวังก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

            “คนของฉันบอกว่าแกยังติดต่อคบหากับชเวยองแจอยู่..ยังไม่เบื่ออีกหรือไง แกคงไม่คิดจะคว้าเด็กคนนั้นมาเป็นสะใภ้ของฉันหรอกนะ”

            น้ำเสียงและสีหน้าของโรเบิร์ตนั้นบอกให้ลูกชายรู้ว่าเขาไม่ยินดีที่จะรับคนที่พูดถึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตระกูล

            ถึงโรเบิร์ตจะทำตัวมีระยะห่างกับลูกชาย แต่ทุกคนที่เข้ามาในชีวิตแจ็คสันเป็นระยะเวลาหนึ่งนั้นจะต้องถูกตรวจสอบประวัติคร่าวๆ ไว้ก่อน

            เมื่อพ่อพูดจบแจ็คสันก็หัวเราะออกมาทันที ก่อนจะขอโทษที่เสียมารยาท

“โธ่คุณพ่อ ผู้ชายคนนั้นผมก็แค่เล่นๆ”

“แต่แกเก็บผู้ชายคนนั้นไว้นานกว่าคนอื่น คนขี้เบื่ออย่างแกเปลี่ยนคู่ขาเป็นว่าเล่น จะให้ฉันสบายใจได้ยังไง”

ถึงโรเบิร์ตจะให้ลูกชายใช้ชีวิตได้อิสระตามใจแต่ก็ยังรู้ความเป็นไปในชีวิต ช่วงวัยเรียนของแจ็คสันตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้เขาให้สิทธิลูกชายเต็มที่ แต่พอหลังเรียนจบแจ็คสันต้องมีความรับผิดชอบต่อธุรกิจของตระกูล และมันก็เหลือเวลาอิสระอีกไม่กี่เดือนแล้วด้วย

“คุณพ่อสบายใจได้เลยครับว่าสะใภ้ของคุณพ่อจะไม่ใช่ยองแจแน่นอน ที่ผมเก็บเขาไว้นานกว่าคนอื่นก็เพราะเอาไว้เล่นแก้เบื่อเท่านั้นล่ะครับ”

แจ็คสันยืนยันให้พ่อสบายใจ แต่โรเบิร์ตยังกังวล

“เมื่อไรจะเบื่อ”

“จนกว่าจะเรียนจบมั้งครับ”

คุณหวังไม่ชอบใจกับคำตอบของลูกชายเลย

“นานไป ระวังของตายจะทำให้แกไปไหนไม่รอด อย่ามัวเสียดายรีบๆ เลิกไปซะ แล้วฉันจะหาคนที่เหมาะสมคู่ควรกับแกมาให้เอง”

            “ครับ ตามนั้น ถ้าคุณพ่อไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวนะครับ นัดเพื่อนไว้”

            แจ็คสันไม่ได้มีท่าทีไม่พอใจที่พ่อจะบงการชีวิตกระทั่งเรื่องคู่ครอง เขาเชื่อมั่นว่าอย่างไรซะพ่อก็ต้องหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเขา

            แจ็คสันเองก็เชื่ออย่างที่พ่อเชื่อ..ชเวยองแจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด ไม่คู่ควร

            “คุณคอยดูไว้บ้างนะลอเรน”

            เมื่อลูกชายเพียงคนเดียวออกไปพ้นห้องอาหารแล้วคุณหวังก็หันมาพูดกับคู่ชีวิต

            “ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะร็อบ แจ็คสันไม่เคยทำให้เราผิดหวังไม่ใช่เหรอคะ”

            มาดามหวังไม่ได้ระแวงอะไรเลยสักนิด เพราะเธอเชื่อใจว่าแจ็คสันต้องไม่เลือกคนที่พ่อแม่ไม่ชอบมาเป็นภรรยาแน่นอน

            เธอเข้าใจว่าตามประสาผู้ชายก็ต้องมีเรื่องแบบนี้บ้างเป็นธรรมดา แจ็คสันแยกแยะได้ว่าอะไรที่เหมาะสม

 

 

 

 

            ภายในห้องนั่งเล่นของคอนโดหรู คนสองคนนั่งตรงข้ามกันท่ามกลางความเงียบงันมานานนับนาที

            ตั้งแต่ยองแจบอกข่าวดีออกไปด้วยความยินดีเต็มหัวใจและหวังว่าอีกฝ่ายจะดีใจไปกับตนด้วย ทว่าชายตรงหน้ากับอึ้งและเงียบไปจนตอนนี้

            ทุกวินาทีที่ผ่านไปหัวใจยองแจกำลังบีบรัดอย่างช้าๆ ต่อให้โง่งมแค่ไหนก็ต้องรู้สึกถึงความผิดปกติได้

            แจ็คสันไม่ยินดีที่เรากำลังจะมีลูกด้วยกัน

            คนรอคอยนั้นทรมานกว่ามากนัก ยองแจรอให้คนรักพูดอะไรออกมาสักคำ แค่คำเดียวเท่านั้นว่าจะรับผิดชอบ แต่มันยังไม่หลุดออกมาจากปากของแจ็คสันเลย

            “ยองแจ..” คนที่มองที่ตรวจครรภ์บนโต๊ะมานานเอ่ยขึ้น

            ร่างบางที่กำลังกังวลมีสีหน้าดีขึ้นเมื่ออีกคนเริ่มเปิดปากพูด

            “เราจะไปบอกพ่อแม่แจ็คสันเมื่อไรกันดี ยองแจว่าจะดรอปเรียนไปก่อน จบช้าไปเทอมนึงคงไม่เป็นไร”

            ตาคมมองนิ่งตรงมาจนยองแจต้องหยุดพูด นับว่าแจ็คสันเก็บอารมณ์ได้ดีทีเดียวเพื่อไม่ให้สบถหยาบคายออกมา

            วันนี้เขาตั้งใจเรียกยองแจมาหาเพราะจะบอกเลิกแต่กลับเจอเรื่องที่ทำให้ประหลาดใจแทน

            ท้องอย่างนั้นเหรอ จะบ้าหรือไง!

            “ทำไมทำอะไรไม่คิดเลย” น้ำเสียงนั้นไม่เจือความยินดีเลยแม้แต่นิดเดียว แค่ห้ามตัวเองไม่ให้เข้าไปเขย่าตัวยองแจได้แจ็คสันก็นับถือตัวเองแล้ว

            ยองแจกำลังจะทำชีวิตเขาพัง!

“อะไรนะ?” ยองแจชะงัก มันไม่เหมือนที่ยองแจคิดเลย

“ฉันเคยบอกให้นายกินยาคุมไว้แล้วไม่ใช่เหรอ? นายเคยคิดจะจำใส่สมองบ้างหรือเปล่า”

แค่กินยาคุมมันจะยากอะไรนักหนา ยองแจต้องโง่งมงี่เง่าขนาดไหนถึงปล่อยให้ตัวเองท้องขึ้นมาได้

หัวใจคนฟังเริ่มรู้สึกได้ถึงลางร้าย นี่ไม่ใช่ประโยคที่ยองแจคิดว่าตัวเองควรได้ยินจากคนรักเลย

“นี่แจ็คสันโทษเราเหรอ วันที่แจ็คสันไปปาร์ตี้กลับมาเราก็บอกแล้วว่าไม่ได้แต่แจ็คสันไม่เชื่อนี่!

ยองแจเริ่มมีอารมณ์เมื่อถูกหาว่าผิดฝ่ายเดียว

มาหาว่าเขาไม่กินยาเหรอ เขากินตามปกติ และมีแค่ช่วงสองเดือนก่อนที่เขาไม่ได้กินเพราะ..แจ็คสันนอกใจ แจ็คสันไปสนใจรุ่นน้องดาวมหาวิทยาลัย ใครจะคิดว่าแจ็คสันจะกลับมา ยองแจคิดว่าเราต้องเลิกกันด้วยซ้ำเพราะยองแจไม่อยากทนคบกับคนไม่มีใจต่อ

เขาน่าเบื่อ เขาไม่น่ารักเหมือนก่อน แจ็คสันพูดให้ได้ยินประจำ

ยองแจเองก็พอจะรู้ตัวว่าตนคงไม่เหมาะสมคู่ควรได้อยู่ข้างกายแจ็คสันตลอดไป แม้จะเผื่อใจไว้สำหรับความผิดหวังแต่ยองแจก็ยังมีหวังอยู่ลึกๆ ว่าเราจะคบกันได้นานกว่านี้

            แจ็คสันปรายตามองด้วยความไม่พอใจแต่ไม่สาดคำพูดร้ายๆ ออกมาเพราะรู้ตัวเองว่าถ้าได้เริ่มคงหยุดยาก ตอนนี้ต้องมีสติเพื่อกล่อมยองแจเสียก่อน

            แจ็คสันลุกมานั่งกับยองแจที่โซฟาตัวเดียวกัน จับมือนิ่มไว้

            “ฟังนะยองแจ..เรื่องลูกน่ะ ฉันไม่คิดจะบอกพ่อแม่หรอกนะ”

            “หมายความว่ายังไง” ยองแจเริ่มกลัวมากขึ้นเรื่อยๆ กับสิ่งที่คนรักเอ่ยออกมา

            จะไม่รับผิดชอบอย่างนั้นเหรอ..

            สัมผัสแผ่วเบาอ่อนโยนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นหยาบกระด้าง ยองแจร้องออกมาด้วยความเจ็บเมื่อถูกบีบข้อมืออย่างแรง ปลายคางถูกจับให้หันมามองหน้าหล่อเหลานั่น

            “นายไม่ใช่คนโง่นะยองแจ ฉันจะไม่พูดซ้ำ ฉันไม่รับลูกในท้องนาย อีกแค่เทอมเดียวจะเรียนจบแล้วทำไมฉันต้องทิ้งอนาคตตัวเองเพราะเด็กที่ไม่ได้ตั้งใจทำให้เกิดด้วย ถึงวันนั้นฉันจะไม่ได้ป้องกันแต่นายก็ต้องกินยาคุมฉุกเฉินสิ เป็นความผิดของนายที่ดันท้องขึ้นมา! เพราะฉะนั้นฉันมีสองทางเลือกให้นาย หนึ่ง เราเลิกกัน ฉันจะให้เงินนายก้อนนึงไว้สำหรับค่าทำคลอดไอ้เด็กนั่น นับจากวันนี้เราไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีก ไม่ต้องใส่ชื่อฉันเป็นพ่อมัน และสอง เราเลิกกัน ฉันจะให้เงินนายไปทำแท้ง อ่า..ไม่สิ จะพาไปเองก็ได้จะได้ไม่ต้องนั่งรถไปเองให้ลำบาก ถือซะว่าดูแลครั้งสุดท้ายก่อนจากก็แล้วกันนะ”

            ยองแจมองคนที่พูดเหมือนไม่รู้สึกรู้สากับการกระทำของตัวเองด้วยความเจ็บปวดใจ ตกตะลึงด้วยไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่คบกันมานานปีจะอำมหิตหยาบช้าได้ขนาดนี้

            เรื่องใช้เงินฟาดหัวให้ออกไปจากชีวิตยังไม่ทรมานเหมือนกรีดหัวใจเท่ากับคำว่าทำแท้งเลย

            แจ็คสันยังมีความเป็นคนอยู่หรือเปล่า นี่ไม่ใช่ชีวิตของมดแมลงที่ไหนนะ มันคือลูกของเราไม่ใช่หรือ!

            “ฉันรู้นะว่าระยะหลังมานี้ความสัมพันธ์ของเรามันแย่มาก..ฉันรู้ว่าเราควรจบกันได้แล้ว ฉันก็คิดจะไปจากชีวิตนาย แต่..

            ยองแจพูดต่อไม่ได้เพราะก้อนสะอื้นที่จุกคอ มือกดลงบนอกทั้งที่รู้ว่ามันไม่ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเลยสักนิด

            ความเจ็บปวดในตอนนี้มันไม่สามารถดีขึ้นได้หรอก..ไม่เลย

            “นายช่วยพูดอะไรที่แสดงความเป็นมนุษย์ออกมาหน่อยได้ไหม! จิตใจนายทำด้วยอะไรถึงสั่งให้ฉันฆ่าลูกตัวเอง ฉันน่ะนะ..คนอย่างฉันน่ะต่อให้ต้องตายก็จะไม่มีวันทำร้ายเด็กคนนี้!

            ยองแจปัดมือแจ็คสันออกอย่างแรงแล้วลุกขึ้นถอยหนีไปห่างๆ เหมือนรังเกียจ แจ็คสันขบกรามแน่นด้วยความไม่พอใจ

             ยองแจไม่เคยทำกิริยาแบบนี้ใส่เขาและเขาก็เพิ่งได้รู้ว่าเขาไม่ชอบมาก เพราะเด็กที่ไม่อยากให้เกิดมาสินะที่ทำให้คนที่ยอมเชื่อฟังทุกอย่างกลับกลายเป็นคนพูดยากขึ้นมากะทันหัน

            แต่เขาจะไม่ยอมให้ยองแจใช้ลูกมาผูกมัดหรอก!

            “อย่าโง่ไปหน่อยเลยยองแจ! นายคิดหรือว่าฉันจริงจังกับนาย คนอย่างนายมีอะไรดีพอให้ฉันทิ้งทุกอย่างเพื่อรับผิดชอบลูกในท้องนายกับตัวนาย นายมันก็ไม่ต่างจากคนอื่นหรอกอย่าสำคัญตัวผิดไปนักเลย นายไม่มีค่าพอที่ฉันจะบอกใครๆ ว่าเป็นแฟนด้วยซ้ำ แล้วมีเหตุผลอะไรที่ทำให้ฉันต้องรับว่าเด็กในท้องของคู่นอนอย่างนายเป็นลูกด้วย!

            แจ็คสันพูดด้วยอารมณ์โดยไม่คิดถึงความรู้สึกของคนฟังเลยสักนิดเดียว

            ยองแจเป็นแค่เด็กทุนจนๆ ที่ดันหน้าตาดีถูกใจเขาก็เท่านั้น สำหรับยองแจเขาจะเป็นอะไรนั้นเขาไม่รู้ แต่สำหรับเขายองแจเป็นได้เพียงคู่นอนเท่านั้น!

            คนอย่างยองแจน่าจะเจียมตัวไว้บ้างว่าที่เขาเอามาไว้ข้างตัวก็ดีแค่ไหนแล้ว

            ถ้อยคำไร้หัวใจของอีกฝ่ายทำให้ยองแจกำหมัดแน่น

นี่เขาหลงรักคนพรรค์นี้มาได้อย่างไรตั้งนาน น่าสมเพชจริงๆ!

ร่างบางสั่นเทิ้ม หายใจเข้าลึกด้วยพยายามควบคุมอารมณ์โกรธ จ้องมองแจ็คสันด้วยความรู้สึกแย่ที่ไม่อาจอธิบายได้โดยพยายามกลั้นน้ำตาไว้ด้วย

“ขอบใจที่ทำให้ฉันได้รู้ว่าคนเรามันสามารถเลวได้มากขนาดไหน ไม่ต้องกลัวหรอกนะว่าฉันจะรั้งนายไว้ ไม่มีนายฉันกับลูกก็อยู่ต่อไปได้ ขาดกันก็ดีเพราะฉันไม่มีทางอ้อนวอนขอให้นายรับผิดชอบหรอก!

            ได้รู้เช่นเห็นชาติกันอย่างนี้อย่าหวังเลยว่ายองแจจะขอร้องไม่ให้แจ็คสันทิ้งตัวเองกับลูกไป ในเมื่อตัดกันอย่างไร้เยื่อใยได้ขนาดนี้ต่อให้ขอร้องก็คงน่าสมเพชเกินไป ยองแจโง่เอง ยองแจจะไม่ทำตัวไร้ศักดิ์ศรีมากไปกว่านี้

            เขามันโง่..โง่ที่คิดว่าแจ็คสันจะรักเขาบ้าง..แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าแม้แต่เศษเสี้ยวของหัวใจก็ไม่เคยมีความรักเจือปนอยู่เลย

            มีแต่เขาที่รู้สึกไปคนเดียว มีแต่เขาที่ดีใจเมื่อแจ็คสันมองเห็นเขาแทนที่จะมองข้ามไปเหมือนใครหลายๆ คน..แต่สุดท้าย..มันก็ลงเอยแบบนี้อยู่ดี

ยองแจน่าจะรู้ว่าถ้าตนไม่มีสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการแจ็คสันคงไม่แม้แต่จะชายตาแล

            อะไรกันนะที่มันบังตาบังใจให้ยองแจหลงคิดไปว่าแจ็คสันดีและรักตน..

            แจ็คสันมองคนที่มีแววตาโกรธเกรี้ยวชิงชังตนก็ยกยิ้มมุมปาก

            “ดี! จะได้ไม่ต้องพูดอะไรมาก ถ้าจะโทษก็โทษตัวนายเองเถอะ นายมันง่ายเกินไป ชีวิตฉันต้องได้เจอคนที่เหมาะสมคู่ควรมากกว่านี้ อย่าโกรธกันเลยนะยองแจ ยังไงก็เถอะ ถึงนายจะน่าเบื่อไปหน่อยแต่นายก็เป็นของเล่นที่เยี่ยมมาก..

            แจ็คสันเดินไปหยิบของในห้องนอนไม่นานก็กลับมาแล้วยื่นมันมาตรงหน้าคนที่หัวใจแหลกสลายเพราะถ้อยคำใจร้ายของตน

            ยองแจมองหน้าคนที่ตนรักและมันกำลังจะเป็นอดีตแล้วมองของในมือที่ยื่นมา นั่นยิ่งทำให้ยองแจรู้สึกเหมือนถูกตบจนชาไปหมด

ง่าย..ของเล่นแจ็คสันไม่รู้สึกอะไรเลยจริงๆ..ความสัมพันธ์ที่ผ่านมามันไม่มีความหมายกับแจ็คสันเลย ที่ผ่านมาคงมีแค่เขาที่คิดไปเองฝ่ายเดียวว่าเราคบกัน

และคงมีเพียงเขาที่รัก..

            “เอาไปเถอะอย่าหยิ่งนักเลย จะเอาไปทำอะไรก็เรื่องของนาย”

            แจ็คสันจับมือนิ่มขึ้นมาแล้วบังคับให้รับเช็กเงินสดเอาไว้

            แจ็คสันรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามนั้นมีสถานภาพแตกต่างกับตนมากเพียงใด เงินห้าสิบล้านวอนคงช่วยเปลี่ยนชีวิตให้ยองแจได้มากทีเดียว

            ร่างบางปิดเปลือกตาลง น้ำตาที่พยายามกลั้นพรั่งพรูด้วยความเจ็บช้ำ

“หวังว่าเราจะไม่เจอกันอีกนะชเวยองแจ”

 

 

 

 

ยองแจเดินไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมายตั้งแต่ออกมาจากคอนโดของแจ็คสัน

เขา..ควรจะเก็บเด็กคนนี้เอาไว้จริงๆ น่ะหรือ

เขา..ควรจะทำเหมือนที่แจ็คสันทำไหม

ยองแจรู้สึกมืดแปดด้านไปหมด เขาฝันที่จะมีอนาคตที่ดี เมื่อเรียนจบก็จะสามารถหางานทำดีๆ เพื่อเลี้ยงดูน้าได้ แต่ถ้าเขาเก็บเด็กไว้อาจต้องพักการเรียน ซึ่งอาจจะนานกว่าหนึ่งเทอม หรือบางทีอาจจะต้องใช้เวลานานกว่าหนึ่งปีกว่าจะกลับมาเรียนได้

แต่ถ้าเลือกอนาคตที่สดใสไม่สนใจในชีวิตเด็กคนนี้เหมือนที่แจ็คสันทำ..เขาก็จะต้องรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตที่ทำร้ายชีวิตคนคนหนึ่ง..และเขาก็จะเลวไม่ต่างจากแจ็คสัน

เด็กคนนี้ก็เป็นคนเหมือนกัน แค่โชคร้ายมาเกิดในท้องเขา มันสมควรหรือที่เขาจะมีสิทธิ์ฆ่า..ถ้าคนเราเลือกเกิดได้เด็กคนนี้ก็คงไม่อยากมาเกิดเป็นลูกเขาเหมือนกัน

จะทำยังไงดี

ยองแจเดินลงจากบาทวิถีโดยไม่รู้ตัวทั้งที่สัญญาณไฟยังไม่เปลี่ยนเป็นรูปคนข้าม แต่ก่อนจะก้าวลงไปบนถนนก็มีแรงมือมาฉุดเอาไว้เสียก่อน

“คุณครับ มันยังข้ามไม่ได้นะ!

ยองแจสะดุ้งราวกับตื่นจากภวังค์ มองรถบนท้องถนนแล้วหันมองคนที่ช่วยชีวิตไว้ ซึ่งเป็นผู้ชายที่มีใบหน้าหวานมากแต่ดูไม่เหมือนคนเกาหลีสักเท่าไร

 ยองแจมองชายคนนั้นแล้วร้องไห้โฮออกมาด้วยความกดดันทั้งหมดทั้งมวลที่อยู่ในใจและความตกใจที่เพิ่งเฉียดตาย ชายหนุ่มที่ช่วยรีบค้นหาผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าให้ยองแจเพื่อซับน้ำตา

“เป็นอะไรไปครับ ท่าทางไม่สบายใจเลย ไปนั่งพักก่อนไหม ไปนะ”

เขาช่างมีน้ำใจ ขณะที่คนอื่นยืนมองยองแจด้วยความสงสัยชายคนนั้นกลับแตะแขนยองแจเบาๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

ยองแจไม่ได้ตอบอะไรไปแต่ชายคนนั้นก็โอบไหล่พาไปที่คาเฟ่น่ารักที่อยู่ไม่ไกล

ชายหนุ่มแปลกหน้าเท้าแขนทั้งสองกับโต๊ะ สั่งเครื่องดื่มให้ตัวเองและยองแจ มองยองแจร้องไห้สะอึกสะอื้นโดยไม่พูดอะไร

ผ่านไปราวยี่สิบนาทีแห่งความเงียบ เสียงร้องไห้ก็หยุดลงเพราะคนท้องร้องไห้จนเหนื่อย คนตรงหน้ายองแจดูโล่งใจ

“ขอโทษนะครับ..และขอบคุณมากที่ช่วยผมไว้” ยองแจเอ่ยเสียงเครือ ทั้งอายและขอบคุณจริงๆ

“ไม่เป็นไรครับ” คนที่นั่งตรงข้ามส่ายหน้าไม่ถือสา

คนคนนี้ไปเจอเรื่องอะไรมานะ คงแย่น่าดู

“ผม..” ยองแจอยากจะระบายให้ใครสักคนรับฟังถึงเรื่องทุกข์ใจแต่ก็เกรงใจเหลือเกินเพราะเราเพิ่งเจอกัน

“มีอะไรก็เล่าได้นะ ผมไม่เอาไปบอกใครหรอก” ชายตรงหน้ายิ้มหวาน ยองแจรู้สึกถึงความอบอุ่นและวางใจที่จะเล่า

“ผมท้องได้สองเดือนแล้ว” ยองแจบีบมือที่วางบนตักแน่น ก้มหน้าแล้วเอ่ยออกมาเสียงแผ่วเบา

“อ่า..ดูเหมือนเป็นเรื่องน่ายินดีนะ..” คนหน้าหวานดูอึ้งไป ไม่รู้จะพูดยังไงเพราะดูจากท่าทางอีกฝ่ายคงไม่ค่อยยินดีกับเรื่องนี้

ยองแจเห็นแต่ยองแจไม่ว่าหรอกใครๆ ก็คงอึ้งเหมือนกัน

“สำหรับผมตอนแรก..ฮึก..มันก็น่ายินดีหรอกครับ แต่ตอนนี้ไม่แล้ว” ยองแจพยายามที่จะกลั้นน้ำตาแต่ทำไม่ได้จริงๆ มันเจ็บจนกลั้นน้ำตาไม่ได้เลย

“ทำไมล่ะครับ การมีอีกหนึ่งชีวิตเกิดขึ้นมาเป็นเรื่องที่น่ายินดีนะ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่แต่ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี ถ้าเกิดมาตอนที่เราคิดว่ายังหลงเหลือความรักในตัวของใครคนนั้นอยู่บ้าง ก็ควรถือว่าลูกเกิดมาเพราะความรัก”                      

ยองแจที่ก้มหน้าร้องไห้เงยหน้ามองชายแปลกหน้าที่ปลอบเหมือนพอจะเดาเรื่องราวได้

“ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณเจอเรื่องอะไรมา แต่มันคงเป็นเรื่องที่หนักหนาที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต ซึ่งบางครั้ง ณ เวลานี้เราอาจจะคิดว่ามันหนักที่สุดจนไปต่อไม่ไหว แต่ถ้าคุณลองพยายามหาทางออกให้เจอ ในอนาคตเมื่อมองกลับมามันอาจจะกลายเป็นปัญหาธรรมดาๆ ปัญหาหนึ่งก็ได้ เพราะชีวิตเรามันยังอีกยาวไกล อาจต้องเจอเรื่องที่หนักกว่าวันนี้นะครับ”

ยองแจใจเย็นลงเมื่อได้รับคำแนะนำแต่ในอีกส่วนลึกของใจก็ยังต่อต้านเพราะคิดว่าชายคนนี้ไม่เคยเจอเรื่องอย่างเขาจะไปเข้าใจอะไร

ความทุกข์และความเสียใจของเขาในตอนนี้จะมีใครเข้าใจ ไม่มีหรอก..ไม่มี

ชายแปลกหน้าของยองแจหยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋ากางเกงยีน ปลดล็อกหน้าจอแล้วเปิดรูปภาพ เลื่อนหาภาพที่ต้องการแล้วยื่นโทรศัพท์ส่งให้ยองแจ

ยองแจรับมาดูทั้งที่ไม่เข้าใจ ในหน้าจอคือรูปของคนตรงหน้าเขาและเด็กชายวัยประถมหน้าตาหล่อเหลา

“นั่นลูกชายผม”

ยองแจตกใจจนลืมเศร้าไปชั่วขณะ มองรูปในมือกับใบหน้าของอีกฝ่าย ดูยังไงก็น่าจะอายุน้อยกว่าเขาหรือไม่ก็รุ่นเดียวกัน แต่ทำไม..มีลูกโตขนาดนี้

“ผมเป็นซิงเกิลมัม ก็..มีเรื่องราวอะไรหลายๆ อย่าง ลำบากมากกว่าจะเลี้ยงเด็กคนนี้จนโตได้ หน้าเขาเหมือนพ่อนะ ทั้งตา จมูก ปาก เหมือนกันไปหมด มองทีไรก็.. แต่ผมไม่เคยคิดเสียใจนะที่เก็บเขาไว้ ตอนนี้ลูกเป็นทุกอย่างในชีวิตผมเลย”

คำพูดของอีกฝ่ายทำให้ยองแจเจ็บเหมือนมีมีดมาแทงเข้ากลางใจ..เพราะเขาเคยคิดเหมือนกัน แค่ชั่ววูบที่ลังเลว่าจะไม่เก็บไว้

ยองแจสะดุ้งเมื่อโทรศัพท์ในมือสั่น หน้าจอปรากฎเป็นรูปเด็กชายสวมแว่นสายตาในชุดนักเรียนและขึ้นชื่อว่า son เขายื่นมือถือคืนเจ้าของ

“ว่าไงพี่ไม้..อ่าว แม่ลืม อ่าๆ เดี๋ยวแม่ไปรับ..บ่นอีกแล้ว นั่งรถกลับก็ได้ไหมล่ะจริงๆ เลย โอเค แม่จะรีบไป”

พอวางสายเขาคนนั้นก็ลุกขึ้นทันที แต่ยังเปิดกระเป๋าที่สะพายมาค้นหาอะไรบางอย่าง

“ผมต้องรีบไปแล้ว ลูกรอ อ่ะเอานามบัตรไป มีอะไรก็โทรปรึกษาได้นะครับ”

“ทำไมคุณใจดีจังเลยล่ะครับ เราไม่รู้จักกันสักหน่อย”

ยองแจไม่กล้ายื่นมือไปรับนามบัตรที่อีกฝ่ายยื่นมาให้ แค่ยอมนั่งฟังคนไม่รู้จักกันร้องไห้และยังช่วยเตือนสติก็ทำให้ยองแจรู้สึกซาบซึ้งมากแล้ว

“ตอนนี้ก็รู้จักแล้วไง รับไปสิ ผมรีบ”

ยองแจต้องยื่นมือไปรับนามบัตรมา ชายแปลกหน้าวางค่าเครื่องดื่มสำหรับสองคนลงบนโต๊ะ ยิ้มให้อีกครั้งแล้วรีบร้อนจากไป

ยองแจก้มมองชื่อบนนามบัตรของคนใจดีที่ช่วยเตือนสติเขาเอาไว้ วางมือลงบนท้องที่ยังแบนราบของตน

ในเมื่อผู้ชายคนเมื่อกี้ยังทำได้เขาเองก็น่าจะทำได้เหมือนกันนะ ต้องขอบคุณผู้ชายคนนั้นจริงๆ ที่เราได้เจอกันวันนี้

ต่อให้จากนี้จะยากลำบากสักแค่ไหนเขาก็จะเลี้ยงเด็กคนนี้ ถึงแจ็คสันจะไม่ต้องการ แต่เขาจะเลี้ยงลูกให้ดีที่สุดด้วยสองมือของเขาเอง

 

 

 

ยองแจเดินเข้าอพาร์ทเม้นต์เก่าในย่านชุมชน ห้องของอพาร์ทเม้นต์นั้นเป็นห้องเล็กอยู่ได้สองคนไม่อึดอัด

ในใจยองแจกำลังกลัวที่จะเผชิญหน้ากับน้าสาว

น้าเป็นน้องสาวเพียงคนเดียวของแม่ที่ช่วยรับเป็นผู้ปกครองให้ยองแจตอนพ่อแม่รถคว่ำเสียชีวิตไปเมื่อห้าปีก่อน น้าไม่ใช่คนใจดีอะไรนัก ทรัพย์สินเงินทองที่พ่อแม่ทิ้งไว้ก็ไม่มากมายอะไรแค่พอเป็นค่าใช้จ่ายจนเรียนจบมอปลาย เมื่อเข้ามหาวิทยาลัยน้าสาวต้องส่งเสียยองแจด้วยตัวเองเพราะต้องการให้ยองแจทำงานพิเศษให้น้อยที่สุด ยองแจจะได้มีเวลาอ่านหนังสือเพื่อรักษาเกรดรับทุนไว้

ถ้าบอกเรื่องที่ท้องออกไป..น้าจะว่ายังไงนะ น้าหวังในตัวเขาไว้มากเหลือเกิน

มือนิ่มที่บีบเข้าหากันสั่นด้วยความกลัว แต่เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นใดก็ต้องยอมรับความจริง ยองแจเช็ดน้ำตาแล้วเดินเข้าไปในห้อง

ไม่มีเสียงตอบรับ ไม่มีเสียงทักทาย แต่ยองแจได้ยินเสียงจากห้องนอนของน้า คงกำลังแต่งตัวเตรียมออกไปทำงาน น้าของยองแจทำงานกลางคืนอยู่ในผับ เป็นนักร้อง เล่นกีตาร์

“น้า..ผมมีเรื่องอยากคุยด้วย”

ใจหนึ่งยองแจก็ไม่อยากบอก ใจหนึ่งไม่บอกก็ไม่ได้ อีกหน่อยท้องโตกว่านี้น้าก็รู้อยู่ดี

ร่างเพรียวบางที่สะพายกีตาร์ออกจากห้องนอนมองหน้าหลานชายเพียงคนเดียวด้วยสายตาคำถาม มือเรียวที่เต็มไปด้วยรอยสักคีบบุหรี่ออกจากปาก

“มีอะไร” ควันร้ายเบาบางลอยล่องอยู่ในอากาศ ยองแจรีบยกมือปิดจมูก

เมื่อก่อนเขาก็พอจะดมได้หรอก แต่ตอนนี้..

“คือ..” ถึงจะเตรียมใจไว้แล้วแต่ยองแจก็กลัวอารมณ์ของน้าสาวเหลือเกิน คงไม่ใช่ปฏิกิริยาที่ดีนัก

“แกจะอ้ำอึ้งทำไม มีอะไรก็พูดมา มันค่ำแล้วฉันรีบ”

ซูจีเอ่ยด้วยความรำคาญ ยองแจก้าวถอยหลังห่างจากเธออีกหน่อยแล้วตัดสินใจบอกให้จบๆ ไป

“ผมท้อง”

ยองแจกลั้นใจเอ่ยออกมาแล้วคอยดูท่าทีของน้า

คิ้วสวยของคนฟังขมวดแน่น ปลดกระเป๋าใส่กีตาร์วางลง ดับบุหรี่แล้วปราดเข้ามาหายองแจ

“แกว่าไงนะ!

“โอ๊ย!” ยองแจถูกน้าดันจนติดผนังห้อง ไหล่ลาดถูกบีบอย่างแรงด้วยมือซูจี

“กับใคร!” อารมณ์ที่เกรี้ยวกราดของน้าทำให้ยองแจตัวสั่นด้วยความกลัว

“แจ็คสัน..

“งั้นมึงก็ไปบอกมันให้รับผิดชอบซะ!

“บอกแล้วแต่เขา..ฮึก..เขาให้ผม..

ยองแจพูดไม่ออกเมื่อความเสียใจขึ้นมาจุกอก น้ำตาที่เพิ่งเหือดหายไหลรินอีกครั้ง แต่น้ำตาของเขาไม่อาจทำให้น้าใจเย็นลงได้เลยสักนิด มันกลับยิ่งจุดไฟโทสะในใจน้าสาวให้โหมมากขึ้น

“มันให้มึงไปเอาเด็กออกใช่ไหม”

” ความเงียบจากหลานชายทำให้ซูจีรู้ได้ทันทีว่าเดาถูก เธอพยายามข่มกลั้นอารมณ์อย่างถึงที่สุด

“จะเอายังไง”

“ผม..

“กูไม่ช่วยมึงเลี้ยงแน่”

คำตอบของน้าทำให้ยองแจยิ่งสะอื้นหนัก ถ้าไม่อยากมีปัญหาก็ต้องเอาออก แต่ถ้าเก็บไว้ก็ต้องเลี้ยงคนเดียว

ยองแจก้มหน้า รู้ดีว่าเขากำลังสร้างปัญหาร้ายแรงให้น้าสาว แต่เขาไม่รบกวนหรอก ไม่อีกต่อไปแล้ว

“ผม..จะเก็บไว้ครับ”

ซูจีมองหน้าหวานนิ่งงันอยู่ครู่ น้ำตาแห่งความโกรธเอ่อล้นดวงตาสวย ก่อนมือจะฟาดลงบนแก้มเนียนเต็มแรงจนยองแจหน้าหัน

“กูผิดหวังในตัวมึงจริงๆ กูหาเลี้ยงมึงเหนื่อยสายตัวแทบขาดแต่มึงตอบแทนกูแบบนี้เหรอยองแจ..อีกแค่เทอมเดียวก็จะเรียนจบแล้วทำไมมึงถึงทำกับกูแบบนี้!

ซูจีโกรธ..โกรธมาก เธอรับปากพี่สาวก่อนสิ้นใจไว้ว่าจะดูแลยองแจอย่างดี ยอมอดทนเหน็ดเหนื่อยส่งหลานเรียนมหาวิทยาลัยเพื่อที่มันจะได้ไม่ต้องลำบากเหมือนเธอ

ที่เธอเจ็บไม่ใช่เพราะยองแจทำให้ความเหนื่อยยากของเธอสูญเปล่า แต่เจ็บที่มันทำลายอนาคตตัวเอง

ท้องไม่มีพ่อไม่พอยังต้องเลี้ยงดูอีกหนึ่งชีวิต มันไม่ใช่เรื่องที่จะผ่านไปได้ง่ายๆ เลยนะ!

“ผมขอโทษ ฮึกขอโทษจริงๆ ครับ” น้ำเสียงและแววตาที่แสดงถึงความผิดหวังในตัวยองแจทำให้ร่างบางปล่อยโฮออกมา

ยองแจพูดได้เพียงคำขอโทษ เพียงตบหน้ายังไม่สาสมกับที่ยองแจทำให้น้าเสียใจด้วยซ้ำ

ซูจีกำมือแน่นจนเล็บจิกเนื้อ อยากจะตบสั่งสอนอีกสักหลายทีแต่ก็รู้ว่าเปล่าประโยชน์

“แม่งเอ๊ย!” ซูจีต่อยกำแพงด้านหลังใกล้ใบหน้ายองแจอย่างแรง ยองแจสะดุ้งเฮือก

“มึงสร้างเองก็ต้องแก้เอง”

“ฮือ..ผมขอโทษ”

ยองแจพยายามจะเอื้อมมือคว้ามือที่แตกเป็นแผลของน้ามาดูอาการแต่ซูจีกลับถอยห่างไม่ยอมให้หลานแตะตัว ยองแจเจ็บปวดกับท่าทีห่างเหินนั้น

“ในเมื่อกูรักมึงแต่มึงไม่รักตัวเองก็ออกไปจากบ้านนี้ซะ”

ยองแจเงยหน้ามองน้าสาวด้วยความตกใจ ซูจีหันหลังให้ เดินหนีไปหยิบกีตาร์ ร่างบางรีบวิ่งเข้าไปกอดแขนเธอไว้

“ฮึก ได้โปรดเถอะครับอย่าไล่ยองแจไปเลย ไม่เอา..ฮือ”

ความผิดหวังและเสียใจนั้นมันกลบความรักและความเห็นใจไปจนหมด ซูจีไม่อยากรับฟังเสียงร้องไห้วอนขออย่างน่าเวทนาของหลานชายอีกแม้แต่คำเดียว

“ปล่อย”

“น้าซูจีผมขอโทษ ฮึก ขอโทษนะ อย่าไล่ยองแจเลยนะครับ อย่า..ฮึก ยองแจไม่เหลือใครแล้ว”

หญิงสาวเงยหน้าเพื่อขับไล่น้ำตา เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ไปซะ..ไปให้พ้นหน้ากู พอกลับมาแล้วกูต้องไม่เห็นมึงที่นี่อีก มึงกับลูกจะไปที่ไหนก็เรื่องของมึง เมื่อไม่รักดีก็อย่าอยู่ด้วยกันอีกเลย”

ซูจีแกะแขนหลานชายออกแล้วเดินออกจากห้องไปทันที ยองแจทรุดตัวลงนั่งกับพื้นแล้วร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ

มันเจ็บเสียยิ่งกว่าแจ็คสันบอกเลิกเสียอีก

ยองแจรู้ว่าน้าพูดจริง ตอนนี้เขาไม่เหลือใครอีกแล้ว ไม่มีอีกแล้ว

เขามันเลวเองที่ทำให้น้าผิดหวัง

“ผมขอโทษ”

ความเสียใจทำให้ยองแจลืมสิ้นที่จะรักษาเด็กคนนี้ไว้ หยิบโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงออกมาเสิร์ชหาข้อมูลการทำแท้ง

มือที่สั่นลังเลที่จะกดอ่านผลการค้นหาอันแรกแล้วเลื่อนไปกดดูรูปภาพด้วยความอยากรู้แทน

เพียงภาพแรกที่ปรากฏสู่สายตาเป็นภาพเบลอๆ ของเด็กตัวเล็กที่ชิ้นส่วนร่างกายหลุดขาดจากกันจากการทำแท้งก็ทำให้ยองแจเผลอปล่อยมือถือร่วงลงกับพื้น ยกสองมือขึ้นปิดปาก สายตายังจับจ้องอยู่ที่ภาพน่ากลัวนั่น

ไม่..ไม่หรอก..เขาทำแบบนี้ไม่ได้..ไม่ได้แน่ๆ

ร่างบางถดกายถอยห่างจากมือถือที่ตกอยู่ราวกับมันเป็นสิ่งที่น่าหวาดผวา สองมือกุมศีรษะ หลับตาแน่น ปากก็พร่ำพูดทั้งที่ยังร้องไห้สะอึกสะอื้น

“แม่..ฮึก..ขอโทษนะ..แม่ไม่น่าคิดแบบนั้นเลย..ฮือ..แกมันเลวยองแจ แกมันเลว”

 

 

 

 

ยองแจเก็บของใส่กระเป๋ารอเวลาที่ใกล้จะได้เวลาน้าสาวกลับบ้านเพื่อจะได้ออกจากบ้านก่อนน้ามาถึง

มือเรียวเช็ดน้ำตาหลังจากวางกุญแจสำรองลงบนโต๊ะเครื่องแป้งของน้าสาวพร้อมจดหมายที่เขียนทิ้งไว้ให้..หวังว่าน้าจะอ่านมันก่อนขยำทิ้งถังขยะ

เรื่องนี้มันก็ผิดกันทั้งคู่ ตอนนี้ยองแจโกรธและเกลียดแจ็คสันมากแต่ก็ยอมรับว่าเรื่องอย่างนี้มันเป็นความผิดตัวเองครึ่งหนึ่ง ยองแจไม่ดูแลตัวเอง ยองแจควรจะเชื่อที่น้าสอนให้มากกว่านี้ แต่ยองแจกลับไม่ทำ

และในเมื่อตัวเองก็ผิดการจะฆ่าเด็กที่ไร้ซึ่งความผิด..ยองแจก็ทำไม่ได้

 

 

ยองแจไม่เคยออกจากบ้านตอนตีสองมาก่อนเลย ไม่รู้จะไปไหนด้วย จะไปหาเพื่อนก็ไม่มีเพื่อนสนิทสักคน เพราะตลอดสี่ปีในมหาวิทยาลัยเขาเอาแต่เรียนและทำงานพิเศษ เวลาเพื่อนนัดรวมไปกินเหล้าก็ไม่ได้ไปเพราะมันตรงกับเวลาทำงานพอดี

ยองแจเริ่มมีเพื่อนก็ตอนที่แจ็คสันเข้ามาในชีวิตเมื่อปีก่อน ได้ทำอะไรที่ไม่เคยทำ ได้รู้จักผู้คนในสังคมที่ยองแจไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัส..แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ยองแจจะถอยห่างจากผู้ชายคนนั้นให้ไกลที่สุด จะไม่โง่หลงเชื่อคำพูดหลอกลวงนั่น

ยองแจผ่านจิมจิลบังก็อยากจะใช้เป็นที่พักชั่วคราวสักหน่อยแต่ก็เสียดายเงิน แม้ค่าบริการจะไม่แพงก็ตาม เขาเดินไปเรื่อยๆ เมื่อยตรงไหนก็พัก

ยองแจเครียดจนไม่รู้สึกง่วงเลยสักนิด เห็นป้อมตำรวจก็เดินไปหาที่นั่งแถวนั้น อย่างน้อยอยู่ใกล้ตำรวจก็อุ่นใจ ยองแจตั้งใจจะนั่งจนกว่าจะเช้าและไปธนาคาร

มือเรียวหยิบโทรศัพท์ออกมาลบเบอร์ของแจ็คสัน ลบแชทที่เคยคุยกัน ลบรูปที่เคยถ่ายคู่กันไปให้หมด แม้กระทั่งรูปของแจ็คสันที่เขาเคยแอบถ่ายไว้ตอนอีกคนเผลอก็ลบไปด้วย ไม่อยากหลงเหลือความทรงจำใดๆ ต่อกันไว้อีกแล้ว

เมื่อแจ็คสันตัดเขาออกจากชีวิตได้ ยองแจก็จะตัดแจ็คสันออกจากชีวิตเหมือนกัน

ยองแจอ่านอีบุ๊คเพื่อรอเวลาเช้า และคิดไปด้วยว่าต่อจากนี้จะทำอย่างไรกับชีวิตดี

ยองแจดูนาฬิกาข้อมือ พอเห็นว่าเป็นเวลาที่ธนาคารเปิดบริการแล้วก็นั่งรถไฟไปธนาคาร

เงินที่ได้มาจากแจ็คสันยองแจไม่ทิ้งให้เสียเปล่าหรอก ถึงเขาไม่อยากได้แต่เงินจำนวนนี้ก็จำเป็นกับลูก

ยองแจเอาเช็กของแจ็คสันไปขึ้นเงินแล้วโอนเงินยี่สิบห้าล้านวอนเข้าบัญชีให้น้าสาว แม้มันจะเป็นเงินเล็กน้อยที่เทียบไม่ได้กับความลำบากที่น้าเลี้ยงมาแต่ยองแจก็ตอบแทนได้เท่านี้

“จะไปไหนต่อดีนะ”

ยองแจยืนอยู่หน้าธนาคาร พึมพำกับตัวเอง ไม่รู้จะไปไหนดี พอต้องอยู่ด้วยตัวเองก็ไปไหนต่อไม่ถูกเลย

 

 

 

ยองแจวางกระเป๋าลงบนพื้นภายในห้องเช่าว่างโล่งไร้เครื่องเรือน ในราคาที่ถูกแสนถูกจะคาดหวังอะไรมากกว่านี้ กว่าจะได้งานพาร์ททามทำคงต้องอยู่ที่นี่ไปก่อนสักระยะเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายล่ะนะ

เมื่อยองแจตัดสินใจย้ายออกมาอยู่คนเดียว เขาย้ายมาไกลจากบ้านคนละเขตเลยทีเดียว คนอย่างยองแจก็หนีมาไกลสุดได้แค่นี้ เขาไม่รู้จักใครแล้ว จะไปขอพึ่งญาติฝั่งพ่อที่ต่างจังหวัดก็อายและไม่อยากให้น้าถูกต่อว่าว่าเลี้ยงหลานไม่ดีด้วย

ยองแจนั่งจัดของอยู่กับพื้น จัดไปก็ทอดถอนใจไป อดคิดถึงน้าไม่ได้ ที่นี่เล็กกว่าบ้านที่อยู่กับน้าเสียอีก ถึงเมื่อก่อนเขาจะชอบคิดบ่อยๆ ว่าน้าใจร้ายและเสียงดัง แต่พอเอาเข้าจริง เมื่อไม่มีเสียงของน้าสาวก็เหงาเหลือเกิน

เขาเคยคิดว่าเมื่อเรียนจบจะได้อยู่ดูแลน้าสาวตอบแทนที่น้าเคยดูแล หาบ้านใหม่ที่ดีกว่าอพาร์ทเม้นต์ให้น้าอยู่..แต่มันคงเป็นไปไม่ได้แล้วในเมื่อน้าไล่เขาออกจากชีวิตแล้ว

ถึงจะทำเป็นเก่งออกมาอยู่คนดียวและเก็บเด็กไว้ แต่ยองแจไม่มั่นใจเลยว่าตัวเองจะมีความสามารถมากพอที่จะเลี้ยงเด็กคนนี้เพียงลำพังได้

 

 

 

 

“แจ็คสัน แม่มีเรื่องจะคุยด้วย” หญิงกลางคนรูปร่างสะโอดสะองในชุดเดรสเข้ารูปเอ่ยกับลูกชายที่เพิ่งกลับมาจากมหาวิทยาลัย

“ครับ?”

“มานั่งนี่ซิ” มารดาตบลงบนที่ว่างข้างตัว แจ็คสันเดินไปนั่งตามสั่ง ถามแม่ด้วยสายตา

“แกเลิกกับไอ้เด็กทุนนั่นหรือยัง” ลอเรนรู้คำตอบจากคนของสามีแล้วแต่ยังอยากได้ยินคำยืนยันจากปากแจ็คสัน

“เมื่อวานก่อนครับ”

“ดี อีกสองเดือนแม่จะให้แกหมั้นกับลูกของเพื่อนแม่ พอเรียนจบค่อยแต่งงาน”

มาดามหวังเอ่ยด้วยท่าทางปกติเหมือนคุยว่าเย็นนี้จะกินอะไร แจ็คสันคิ้วขมวด

“นี่มันสมัยไหนแล้วครับ แต่งงานเนี่ยนะ เรียนจบก็จะให้แต่งเลยเหรอ ไม่เร็วไปหรือไง จะไม่ให้ผมช่วยทำงานทำการก่อนเหรอ”

“เรื่องนั้นยังไงคุณพ่อก็ต้องเอาตัวแกไปฝึกทำงานอยู่แล้ว แต่เพื่อธุรกิจแกต้องแต่ง  แกเข้าใจไหมคำว่าผลประโยชน์น่ะ”

“อย่าบอกนะว่ามันจะเหมือนในหนังในละครที่บ้านเราจะล้มละลายเลยต้องแต่งงานกู้ชื่อเสียงอะไรแบบนั้น”

แจ็คสันหน้านิ่ว เขาคงไม่ได้ผลาญเงินจนมากเกินไปหรอกนะ

ผู้เป็นแม่แทบตีปากลูกที่พูดจาอัปมงคล อย่างตระกูลหวังน่ะหรือจะล้มละลาย

“แกจะคิดมากเกินไปแล้ว แค่ดองกันเพื่อเงิน รวยต่อรวยไงไอ้ลูกชาย และลูกฝ่ายนั้นก็หน้าตาดีไม่น้อย ทั้งสวยทั้งเก่ง ว่าที่เกียรตินิยมเลยนะ”

มาดามดูจะปลื้มกับสะใภ้ที่เลือกเองมากทีเดียว

แม้แจ็คสันจะไม่ชอบที่โดนบังคับให้แต่งงานเร็ว แต่ถ้ามันทำให้ป๊าม๊าพอใจเขาก็ยินดี ไม่มีอะไรเสียหายนี่นา ถึงไม่ได้รักไม่ได้ชอบแต่อยู่ๆ ไปคงรักกันได้เองนั่นล่ะ

และการทำให้พ่อแม่พอใจนั่นย่อมหมายถึงว่าเขาจะได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาต้องการ แจ็คสันเห็นว่ามันมีแต่ได้กับได้นะ ได้เมียสวยที่เพียบพร้อมเหมาะสมอีกต่างหาก

“ถ้าสวยก็โอเค ถ้าคุณแม่เห็นว่าเหมาะสมก็ตามนั้นครับ”

แจ็คสันเป็นเด็กดีของพ่อแม่เสมอ ทั้งคุณหวังและมาดามถึงได้ปรนเปรอลูกชายทุกอย่างในสิ่งที่เขาต้องการ

“ดีมาก แกไม่เคยทำให้แม่ผิดหวังเลยจริงๆ แจ็คสัน” มาดามกอดลูกชายด้วยความรักและเอ็นดู ลูกชายไม่เคยทำให้เธอผิดหวังเลยสักครั้ง

“แต่ว่าทางนั้นเขายอมหรือครับ”

พอลูกชายถามเช่นนั้น มาดามก็มีท่าทีหนักใจมาก

“ทางพ่อแม่เขาคงมีวิธีจัดการ”

“ก็ดีครับ คุณแม่มีเรื่องพูดแค่นี้ใช่ไหม ผมขึ้นห้องก่อนนะ จะออกไปข้างนอกกับเพื่อนอีก”

“ไปเถอะไป”

แม่โบกมือไล่เมื่อคุยธุระเสร็จแล้ว แจ็คสันหอมแก้มแม่ครั้งหนึ่งเพื่อเอาใจแล้วกลับห้อง

เมื่อลูกชายพ้นจากห้องนั่งเล่นไปแล้ว มาดามหวังก็ติดต่อหาเพื่อนทันที

 

 

 

 

            ร่างบางเดินออกจากร้านอาหารพร้อมความผิดหวังเป็นร้านที่สามของวันแล้ว

            อาทิตย์นี้เขาตระเวณหางานพาร์ททามทำแต่ไม่มีที่ไหนรับเลย

            ยองแจเดินหาม้านั่งเพื่อพักเพราะเวียนหัว แดดแรงจนหน้ามืด เพลียไปหมด

โชคดีที่ยองแจไม่มีอาการแพ้เลยนอกจากอ่อนเพลียง่าย ซึ่งก็ดีแล้ว ลูกคงรู้ล่ะมั้งว่าแม่ลำบากเลยไม่อยากให้ลำบากมากกว่านี้

            เขายังไม่ได้พักการเรียน ตั้งใจจะเรียนทั้งที่ท้องอยู่ ทนอายเอาหน่อย อย่างน้อยก็ยังมีวุฒิปริญญาตรีไปสมัครงาน แต่อย่างไรเขาต้องหางานพาร์ททามทำอยู่ดีเพราะดันลาออกจากที่ทำงานเก่าไปเสียแล้วตอนย้ายที่อยู่

            ยองแจเปิดกระเป๋าเงินเพื่อดูว่าเหลือเงินเท่าไร เงินที่แจ็คสันให้มาเขายังไม่ได้ใช้ เขาลองเสิร์ชในเน็ตดู ค่าทำคลอดและค่าใช้จ่ายข้าวของเครื่องใช้เด็กอ่อนแพงมาก ต้องเก็บเงินที่ได้มาจากแจ็คสันนั้นไว้ให้ลูก ตอนนี้เลยต้องใช้เงินเท่าที่ตัวเองมีเหลือติดตัวและต้องรีบหางานใหม่ให้เร็วที่สุด

            “โอ๊ย..พอกินอีกแค่สองอาทิตย์เอง”

            ยองแจอยากจะร้องไห้เหลือเกิน ตอนนี้เขาจนกรอบ เงินแค่นี้จะพอซื้อของดีๆ ให้ลูกกินได้ยังไง

            ถ้ากลับไปบ้านน้าซูจีจะยอมยกโทษให้ไหมนะ

            ไม่สิ กลับไปไม่ได้แล้ว เขาควรจะยืนด้วยตัวเองและเลิกรบกวนน้าสักที น้าเหนื่อยกับเขามามากพอแล้ว รอให้ชีวิตดีขึ้นกว่านี้อีกหน่อยค่อยกลับไปขอโทษอีกทีก็ได้

            “เฮ้อ” ยองแจมองผู้คนที่เดินผ่านไปมา ท้อใจ

ก่อนจะไปหางานทำต่อควรไปหาอะไรกินก่อนล่ะนะ  เขาน่ะทนหิวได้แต่ตัวเล็กในท้องต้องการสารอาหาร

ยองแจเปิดกระเป๋าคำนวณเงินอีกครั้งว่ามื้อนี้จะใช้เท่าไรดี สายตาก็เหลือบไปเห็นนามบัตรสีขาวแปลกปลอมที่ลืมไปเลย

นามบัตรของน้องคนนั้นนี่นา

ยองแจหยิบออกมามองอย่างชั่งใจ

จะลองติดต่อไปดีไหมนะ บางทีน้องอาจให้ตามมารยาทเพราะสงสาร แต่ถ้าติดต่อไปจะรบกวนหรือเปล่า

น้องเขาแต่งตัวดี ท่าทางจะรู้จักคนเยอะ อาจจะรู้จักที่ทำงานพาร์ททามดีๆ ที่ไหนสักแห่ง ขอรบกวนแค่ครั้งเดียวเอง ฝ่ายนั้นก็เป็นซิงเกิลมัมน่าจะเข้าใจ แต่ถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือก็ไม่เป็นไรหรอก แค่ลองดู

เขาไม่มีเพื่อน ไม่มีใครที่พอจะขอความช่วยเหลือได้แล้วด้วย

“เพื่อลูกนะยองแจ กล้าๆ หน่อย โทรไปเลย”

ยองแจสูดลมหายใจเรียกความกล้า คิดแล้วยังรู้สึกอายอยู่เลยที่เมื่อเดือนก่อนไปร้องไห้ต่อหน้าคนแปลกหน้า

 

 

 

“แม่ ไม้ซื้อกล่องมาให้แล้วนะ แม่จะให้ไม้ไปเอาของข้างบนลงมาเลยไหม?”

            เด็กชายที่สูงกว่าเด็กวัยเดียวกันหอบเอามัดกล่องกระดาษที่ยังไม่ได้ประกอบเข้ามาเต็มสองแขนแล้วแล้ววางมันลงบนพื้นที่ยังพอจะเหลือที่ว่าง

            ร่างบางที่กำลังนั่งยองใช้ปากกาเมจิกเขียนข้างกล่องกระดาษว่าข้างในคืออะไรหันมองลูกชายก่อนจะพยักหน้าให้

“ขึ้นไปเอาลงมาเลย เก็บของในห้องตัวเองเสร็จหมดแล้วใช่ไหม”

“เสร็จแล้วครับ ตอนขึ้นไปเอากล่องไม้จะเช็กให้อีกที ของในห้องแม่เก็บหมดยัง”

เด็กชายก้าวยาวๆ มาหาหลังจากวางกล่องกระดาษที่เพิ่งไปซื้อมาเพิ่มลงบนพื้นบ้าน

“แม่ว่าแม่เก็บหมดละนะ งั้นพี่ไม้จัดการตรงนี้นะเดี๋ยวแม่ขึ้นไปดูข้างบนก่อน เราจะได้ขึ้นไปยกลงมาซะทีเดียว เหงื่อเต็มเลย”

แบมแบมยันมือกับเข่าลุกขึ้นยืน เอื้อมมือเช็ดไปตรงหน้าผากลูกแล้วเสยผมให้แรงๆ

“ช่างมันเหอะครับ เดี๋ยวไม้เคลียร์ข้างล่างรอ แม่เก็บเสร็จเมื่อไรก็ตะโกนเรียกนะเดี๋ยวไปช่วยยก อย่ายกลงมาเองคนเดียวล่ะ”

ไม้รีบดักคอก่อนแม่จะใช้แรงเกินกำลัง ของข้างบนมีแต่หนักๆ แม่ไม่สบายอยู่เกิดเจ็บหลังเพิ่มไปอีกอย่างคงแย่

“อื้อ” แบมแบมยิ้มให้ลูกชายเพียงคนเดียวแล้วเดินขึ้นไปชั้นบน

ไม้มองข้าวของมากมายเต็มห้อง เดินไปหยิบสมุดเล่มเล็กที่แม่เขียนไว้ว่าเก็บอะไรไปบ้างขึ้นมาดู จากนั้นเดินตรวจว่าขาดอะไรบ้าง

 

 

 

ร่างบางมองห้องนอนโล่งของตน พยายามนึกว่าลืมอะไรอีกไหม เท่าที่ดูก็เก็บหมดห้องแล้วนี่นา

“อ้ะ..จริงสิ” เสียงหวานพึมพำกับตัวเองก่อนจะเดินไปลากเก้าอี้ไปวางตรงตู้เสื้อผ้าแล้วก้าวขึ้นไปเหยียบเพื่อจะได้หาของบนหลังตู้ได้

“นั่นไงล่ะ เกือบไปแล้ว”

แบมแบมเอ็ดตัวเอง เอื้อมไปหยิบกล่องไม้ขนาดกะทัดรัดมาแล้วก้าวลงจากเก้าอี้ ทรุดลงนั่งคุกเข่ากับพื้น มือเรียวเปิดฝากล่องออกวางบนเก้าอี้ข้างตัว ไล้นิ้วบนปกไดอารี่ในกล่องด้วยความคิดถึง

แม้ใบหน้าจะปรากฎรอยยิ้มแห่งความคิดถึงแต่ดวงตากลับหม่นเศร้ายามคิดถึงอดีต

นัยน์ตาสวยมองภาพถ่ายใบเก่าที่ติดลงบนกระดาษไดอารี่..ภาพคู่ภาพสุดท้าย

“อ๊ะ..” แบมแบมรีบเช็ดหยดน้ำตาที่หยดเปื้อนรอยปากกาจนเป็นด่างดวง โล่งใจที่ไม่โดนรูปถ่าย

ตอนนี้นายจะเป็นยังไงบ้างนะมาร์ค..

8 ปีที่ไม่เคยได้ข่าวคราวแต่แบมแบมยังจำได้ไม่เคยลืมเลือน..

“แม่ครับ ไม้เช็กของข้างล่างครบแล้ว แม่มีอะไรให้ช่วยอีกไหม ไม้จะไปยกกล่องในห้องไม้แล้วนะ”

แบมแบมรีบปิดไดอารี่แล้วยกมือเช็ดน้ำตา ท่าทางรีบร้อนนั้นไม่พ้นสายตาของลูกชายไปได้ ไม้รีบเดินมาหา คุกเข่าลงข้างๆ แล้วจับไหล่บางไว้

“แม่ร้องไห้เหรอ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” มาร์ตินเอ่ยด้วยความเป็นห่วง แบมแบมส่ายหน้าแล้วยิ้มให้ลูก

“เปล่าครับแม่ไม่ได้เป็นอะไร แค่อ่านไดอารี่เก่าๆ แล้วนึกถึงเพื่อนสมัยเรียนน่ะ เราไม่ได้เจอกันนานมากแล้ว”

“คงเป็นเพื่อนที่แม่รักมากเลยสินะครับ” มาร์ตินโล่งใจที่แม่แค่คิดถึงเพื่อน นึกว่าจะเป็นอะไรซะอีก

“ครับลูก..รักมาก” รอยยิ้มบางแต้มบนริมฝีปากเมื่อคิดถึงคนในอดีตที่ไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกแล้ว

“ถ้าคิดถึงทำไมแม่ไม่ไปงานเลี้ยงรุ่นล่ะครับ เพื่อนๆ คงอยากเจอ”

“แม่ก็อยากไป แต่เราต้องเก็บของย้ายบ้านนี่นา”

“แม่ไม่เคยไปสักปีเลย ปีก่อนๆ ก็ไม่เห็นยุ่งอะไร” ลูกชายแย้ง แบมแบมค้อนที่เดี๋ยวนี้ไม้รู้จักต้อนแม่ซะแล้ว

“ช่างเรื่องของแม่เถอะน่า ไปๆ ไปเก็บของต่อได้แล้ว อีกไม่นานรถขนย้ายจะมาแล้วนะ”

แบมแบมดันให้ลูกชายลุกไปทำงาน ส่วนตนก็กอดกล่องไม้เดินตามออกไปด้วย

 

 

            “แม่ ไม้หิวแล้ว ไปกินข้าวกันเหอะ”

เด็กชายเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาที่ยังหุ้มพลาสติกแล้วเอนตัวซบตักแม่ที่นั่งพักเหนื่อย กว่าจะขนของเข้าบ้านใหม่เสร็จก็เย็นมากแล้ว

“วันนี้แม่ทำกับข้าวไม่ไหวแล้ว เราออกไปหาอะไรกินแถวนี้ดีกว่าเนอะจะได้ไปสำรวจที่ทางแถวนี้ด้วย อยากกินอะไรล่ะ”

มือเรียวลูบลงบนผมนุ่มสีดำสนิทที่ชื้นเหงื่อของลูกชายขี้อ้อน นอกจากจะหน้าตาคล้ายพ่อแล้วยังจะมีนิสัยหลายอย่างเหมือนพ่ออีก

“อยากกินเนื้อออ เนื้อเยอะๆ เลย แม่จะกินอะไรอ่ะครับ” มาร์ตินพลิกตัวนอนหงาย หยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงขาสั้นมาดูเวลาเพราะถอดนาฬิกาเก็บไปตอนยกของเข้าบ้าน นาฬิกามันไม่กันน้ำ

“เนื้อย่างก็ได้ ไปเถอะจะได้ไม่กลับค่ำ ต้องมาจัดของให้พออยู่ได้อีก”

 ของวางกองเต็มบ้าน แบมแบมคิดว่าจะค่อยๆ ทยอยจัดไปวันละนิดละหน่อย ถือโอกาสตกแต่งบ้านไปพร้อมกันซะเลยทีเดียว คืนนี้ก็เอาแค่เก็บกวาดห้องนอนแล้วก็ทำเตียงให้นอนได้ก็แล้วกัน โดยเฉพาะห้องของไม้ต้องรีบจัดก่อน

“เสียดายห้องเก่า” ไม้จ้องเพดาน คอนโดนี้แม่ซื้อเป็นบ้านหลังแรกของเราสองคนแม่ลูก

“ก็พี่ไม้บอกว่าไม่อยากอยู่ห้องแคบๆ แล้วไม่ใช่เหรอ”

เงินที่แบมแบมเก็บมาหลายปีมันเพียงพอสำหรับให้ไม้เรียนต่อไปจนจบมัธยมปลายได้แล้ว เขาถึงกล้าจะซื้อบ้าน และต่อไปมันก็จะเป็นสมบัติของไม้ด้วย

แบมแบมก็อยากจะให้อะไรลูกได้บ้าง ไม้ลำบากกับเขามาตั้งแต่แกจำความได้

“เสียงมือถือแม่นี่นา อยู่ไหนอ่ะ” ไม้เอ่ยขึ้นเมื่อได้ยินเสียงริงโทนที่ตนเป็นคนเปลี่ยนให้แม่เอง

“นั่นสิ วางไว้ไหนนะ พี่ไม้ลุกซิ ไปหามือถือให้แม่หน่อย”

ไม้ยอมลุกไปหามือถือให้ ไปเจอมันที่โต๊ะรับประทานอาหารในครัว เดินเอามาให้แล้วก็ล้มตัวนอนตักแม่เหมือนเดิม เล่นมือถือตัวเองไปเรื่อยเปื่อย

“เบอร์ใครเนี่ย” แบมแบมแปลกใจเมื่อเห็นเบอร์แปลกที่ไม่ขึ้นชื่อแต่ก็กดรับไปก่อน

“สวัสดีครับ”

<เอ่อคุณภูวกุลหรือเปล่าครับ> แบมแบมงงกับเสียงหวานที่ไม่คุ้นหู

“อ่า ใช่ครับ นั่นใครเหรอ” แบมแบมหยุดลูบผมลูกชาย ไม้มองหน้าแม่

<อ่า ไม่มีอะไรครับ>

“เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งวางนะ ไม่บอกนี่มันคาใจนะครับ บอกมาเถอะ ใครน่ะ”

<เราเคยเจอกันเดือนก่อน ที่คุณช่วยผมไว้ไม่ให้เดินลงถนนไปให้รถชนไงครับ>

“เอ..” แบมแบมพยายามนึก อีกฝ่ายเลยเอ่ยคีย์เวิร์ดอีกอย่างที่จะทำให้นึกออก

<ผู้ชายที่ท้องได้สองเดือนแล้วคุณก็นั่งฟังผมร้องไห้เกือบครึ่งชั่วโมงน่ะครับ>

“อ๋อ..จำได้แล้ว ว่าไงครับ หายไปเลยนะ เป็นไงบ้าง”

<ตอนนี้เอ่อ..> ฟังจากน้ำเสียงแล้วแบมแบมคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่โอเคแน่

“ตอนนี้อยู่ไหนล่ะ จะเจอกันหน่อยไหม”

แบมแบมรู้สึกเป็นห่วง อาจเพราะอีกฝ่ายนั้นดูเหมือนจะตกที่นั่งลำบากและตกอยู่ในฐานะเดียวกัน..ถ้าคาดไม่ผิดก็คงเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวนั่นล่ะ และการที่โทรมาหาเขาซึ่งจัดได้ว่าเป็นคนแปลกหน้าแสดงว่าฝ่ายนั้นคงไม่มีที่พึ่งที่ไหนอีกแล้ว คนเราเมื่อมีปัญหาก็ต้องหันหาครอบครัวหรือคนรู้จักก่อนใช่ไหมล่ะ

<ผมอยู่ที่..>

“อืม..ไกลเหมือนกันนะ เอาอย่างนี้ผมจะขับรถไปหาแล้วกัน”

<เอ๋?! ไม่ต้องหรอกครับ ผมแค่อยากโทรมาปรึกษาอะไรนิดหน่อย>

“ไม่เป็นไรๆ ผมกำลังจะพาลูกออกไปกินข้าวข้างนอกอยู่แล้ว แถวนั้นมีร้านเนื้อย่างอร่อยๆ อยู่ด้วย เจอกันที่ร้านแล้วกันนะ ผมจะออกไปตอนนี้เลย คุณก็ไปจองโต๊ะให้ก่อนแล้วกัน ผมไปกับลูกแค่สองคน”

<ครับ>

แบมแบมวางสายแล้วก้มมองลูกชายที่มองตนอยู่แล้ว

“ใครครับแม่”

“แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน”

“อ่าว” มาร์ตินแปลกใจ แบมแบมหัวเราะน้อยๆ บีบจมูกโด่งของลูกเบาๆ

“ยังไม่รู้จักชื่อกันเลย ไว้ไปเจอก็คงได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการสักที”

 

 

 

ยองแจลุกยืนขึ้นเมื่อเห็นว่าแบมแบมเดินเข้ามาในร้านกับเด็กผู้ชายคนหนึ่ง แบมแบมที่กำลังมองหายองแจอยู่พอดีจับมือลูกชายไปที่โต๊ะที่ยองแจนั่งอยู่

“สวัสดีครับ” ยองแจทักทายแบมแบม ขณะที่ไม้ก็โค้งให้คนแปลกหน้าด้วยเพราะอายุมากกว่า

ยองแจประหลาดใจทีเดียวที่ลูกชายของชายหน้าหวานนั้นดูดีกว่าที่เห็นในรูปเสียอีก อายุน้อยยังหล่อขนาดนี้โตไปจะหล่อขนาดไหนกัน

“ไม่เหมือนผมเลยใช่ไหมล่ะ คนนี้เขาเหมือนพ่อน่ะ” แบมแบมเอ่ยออกมาเมื่อยองแจดูอึ้งๆ ไปเมื่อมองหน้าลูกชายตน

“มาร์ติน ภูวกุลครับ” ไม้แนะนำตัวก่อนจะนั่งลงโดยมีแม่นั่งลงข้างๆ

“พี่ชเวยองแจจ้ะ” ยองแจแปลกใจกับชื่อและนามสกุลของเด็กชายตัวสูง ที่จริงก็แปลกใจตั้งแต่เห็นชื่อและนามสกุลบนนามบัตรของชายคนนี้แล้ว คงไม่ใช่คนเกาหลี

“คุณยองแจคงรู้จักชื่อผมแล้ว เรียกผมว่าแบมแบมก็ได้นะ นี่ไม้หรือจะเรียกมาร์ตินก็ตามสะดวก”

แบมแบมวางมือบนศีรษะลูก โยกไปมาเบาๆ ไม้ดึงมือแม่ออกแล้วบ่นอุบ

“แม่อ่ะ ผมยุ่งหมดแล้ว”

“แหม เห็นพี่เขาน่ารักหน่อยล่ะห่วงหล่อขึ้นมาเลยนะ”

“เปล่าสักหน่อย”

“เหรอ” แบมแบมหยิกแก้มลูกอย่างหมั่นไส้

ยองแจมองสองแม่ลูกคุยกันแล้วยิ้มออกมา เป็นยิ้มแรกตั้งแต่ออกจากบ้านมาเลยทีเดียว

“สั่งได้ตามสบายเลยนะ ผมเลี้ยงเอง” แบมแบมเอ่ยกับยองแจที่ดูเกรงใจเขา นั่งเกร็งเชียว ขณะที่ยองแจไม่ได้ดูเมนู ไม้ก็เปิดเมนูและสั่งอาหารกับพนักงานแล้ว

เมื่อยองแจไม่กล้าสั่ง แบมแบมเลยสั่งให้แทน พอพนักงานเดินไปแล้วแบมแบมก็เข้าเรื่องทันที

“คุณยองแจมีธุระอะไรจะคุยกับผมเหรอ อ่า พูดแบบนี้ดูห่างเหินเนอะ ผมอายุ 22 คุณล่ะ”

“เท่ากันครับ คือ..คุณไม่คิดถามเรื่องของผมก่อนหรือครับ”

“อืม..ก็อยากถามนะ แต่ถ้ายองแจไม่อยากเล่าฉันก็ไม่ซีเรียสหรอก”

แบมแบมเท้าแขนกับโต๊ะ มองหน้าหวาน พูดด้วยท่าทางสบายๆ เพื่อลดช่องว่างและความอึดอัด ส่วนไม้นั้นเข้าสู่โลกของเกมส์ในโทรศัพท์มือถือไปเรียบร้อยแล้ว

“ผมเรียนปีสี่ครับ อีกเทอมเดียวจะจบแล้ว”

“อ่อ ดีจังเลยนะ ฉันจบแค่มอต้นก็ออกจากโรงเรียนมาเลย”

ยองแจอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมอีกฝ่ายไม่เรียนต่อ แต่เหตุผลน่าจะมาจากคนที่นั่งข้างๆ นั่นล่ะนะ

ยองแจมองไปทางมาร์ตินเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าเด็กชายไม่ได้สนใจเรื่องของตนก็เล่าต่อ

“เมื่อเดือนก่อนตอนที่เจอคุณ..

“เรียกแบมแบมก็ได้” แบมแบมขัดขึ้นก่อนยองแจจะพูดจบ

“เอ่อ..นั่นล่ะครับ เมื่อเดือนก่อนตอนที่เจอแบมแบม ผมบอกผู้ชายที่คบอยู่ด้วยตอนนั้นว่าท้อง..แต่เขาบอกเลิกผมครับ เขาให้เงินมาก้อนนึงและบอกให้ผมใช้เป็นค่าทำคลอดในกรณีที่เก็บเด็กไว้..หรือไม่ก็ทำแท้ง..เพราะเขาจะไม่รับผิดชอบอะไรทั้งนั้นและจะไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกันอีกต่อไป”

ยองแจเล่าไปน้ำตาก็เอ่อขึ้นมาแต่พยายามบอกใจว่ามันผ่านไปแล้ว

“อ่า..เขามัน..” แบมแบมฟังแล้วโมโหแทน เรื่องแบบนี้ร่วมกันทำมันต้องร่วมกันรับผิดชอบไม่ใช่รึไง ทำไมผลักภาระมาที่ยองแจคนเดียว

“ผมไม่โทษเขาฝ่ายเดียวหรอกครับ ผมเองก็ผิดแต่..ผมเคยหวังว่าเราจะรักกันมากพอที่เขาจะยอมรับผิดชอบ..แต่เขาไม่ได้จริงจังกับผม ผมก็แค่คู่นอนของเขาเท่านั้นเอง”

“เขาไม่ได้รักพี่เหรอครับ ทำไมใจร้ายนัก”

คนที่แม่และยองแจคิดว่าไม่สนใจอะไรเงยหน้าขึ้นมาถาม น้ำเสียงไม่พอใจ ดูอินกับเรื่องราว ยองแจชะงักเมื่อถูกถามแทงใจ แบมแบมหันไปดุลูก

“พี่ไม้ ถามออกมาแบบนั้นไม่ดีเลยนะครับ”

“ก็แหม แฟนพี่เขานิสัยไม่ดีมากๆ เลยนี่นา”  ไม้อดเถียงไม่ได้

“แม่รู้ แต่เราไม่ควรไปวิจารณ์เขานะ ถึงเขาจะไม่ดีแต่ก็เป็นคนที่พี่ยองแจรัก และพี่ไม้พูดแบบนั้นพี่ยองแจเขาเสียใจไม่ใช่เหรอ”

“ก็ได้..ขอโทษครับพี่ยองแจ”  ไม้ขอโทษยองแจโดยแม่ไม่ต้องสั่ง ทำให้ยองแจรู้ได้เลยว่าแบมแบมอบรมลูกชายมาได้ดีทีเดียว

เขาจะสามารถเลี้ยงลูกได้ดีแบบแบมแบมไหมนะ

“ไม่เป็นไรจ้ะ..พี่ก็คิดเหมือนกันว่าเขาใจร้าย” ยองแจฝืนยิ้ม

“โตไปอย่าเป็นผู้ชายแบบนั้นล่ะ ถ้าไปทำใครท้องแล้วไม่ยอมรับนะแม่จะตัดแม่ตัดลูกเลยคอยดู”

บอกไม่ให้ลูกไปว่าเขาแต่แบมแบมก็แอบว่าไปแล้วนะ

“โห..ไม้ไม่ทำหรอกครับ ไม้จะดูแลแฟนให้ดีเหมือนดูแลแม่เลย แต่ดูแลแม่มากกว่านิดนึง”

ไม้กอดเอวบางหมับ ถูแก้มกับไหล่แม่ แบมแบมบีบแก้มนุ่มอย่างหมั่นไส้นัก

“ปากหวานแต่เด็ก ดูเอาเถอะ ตัวแค่นี้มีสาวมาชวนไปเล่นด้วยถึงบ้านแล้วนะยองแจ”

แบมแบมหันไปปรารภกับยองแจอย่างหนักใจ ร่างบางยิ้มน้อยๆ

“ไม่แปลกหรอกครับ ไม้หล่อมากเลยนี่นา”

พอถูกชมเจ้าตัวก็เขินหลบหลังแม่จนแม่หมั่นไส้หนักเข้าไปอีก

“น้อยๆ หน่อยลูกชาย พี่เขาชมเป็นมารยาท”

“โธ่..ขอไม้ฟินหน่อยก็ไม่ได้”

“เชอะ เออมัวแต่ไร้สาระ ยองแจเล่าค้างไว้นี่นะ เล่าต่อสิ”

แบมแบมว่าพลางคีบเนื้อที่พนักงานเอามาเสิร์ฟบนเตา โดยมีไม้คีบของชอบไปเบียดพื้นที่ของแม่ด้วย

“ก็..นั่นล่ะครับ พอเขาบอกอย่างนั้นผมก็ลังเลว่าจะเอ่อ..เก็บเด็กคนนี้เอาไว้ดีหรือเปล่า ผมเครียดมาก เบลอไปหมด จนกระทั่งมาเจอแบมแบม วันนั้นได้แบมเล่าเรื่องตัวเองเตือนสติผมก็เลยคิดได้และจะลองสู้ดู ผมเลยไปบอกเรื่องท้องกับน้า..น้าเป็นคนที่ดูแลผมมาแทนพ่อแม่ที่เสียไปเมื่อหลายปีก่อนน่ะครับ แล้วน้าก็เลยไล่ผมออกจากบ้าน ผมเลยออกมาอยู่คนเดียว”

ชีวิตแสนรันทดของยองแจทำให้สองแม่ลูกมองหน้ากัน

“น้าของยองแจอาจจะพูดไปตามอารมณ์ก็ได้ ลองโทรไปหาเขาดูหรือยัง  ออกมาแบบนี้เขาอาจกำลังเป็นห่วงอยู่นะ”

“ลองโทรไปแล้ว โทรไปทุกอาทิตย์เลยแต่น้าไม่ยอมรับสาย แต่ส่งข้อความมาบอกว่าโอนเงินคืนมาให้..ก่อนออกจากบ้านผมให้เงินน้าไว้น่ะครับ จนเมื่อวันก่อนโทรกลับไปเบอร์เดิมก็โทรไม่ติด น้าเปลี่ยนเบอร์ไปแล้วครับ ผมเลยคิดว่ารออีกสักพักจะไปหาที่บ้าน ไปขอโทษอีกสักครั้ง”

ยองแจเช็ดน้ำตาที่ไหลซึมทางหางตา พยายามฝืนยิ้ม

กระทั่งเงินน้าซูจีก็ยังไม่ยอมรับไว้เลย น้าคงเกลียดหลานคนนี้ไปแล้วจริงๆ

“แล้วตอนนี้ทำยังไงล่ะเรื่องค่าใช้จ่าย” แบมแบมถึงกับวางตะเกียบ ไม่สนใจเนื้อหมักน่าอร่อยแล้ว

“ผมพอมีเงินติดตัวอยู่บ้างแต่ก็เหลือใช้อีกไม่นานครับ เงินที่ผู้ชายคนนั้นให้มามีอยู่ก้อนนึง คิดว่าน่าจะพอเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับลูกในระหว่างท้องและหลังคลอดได้ แต่ก็อยากหางานพาร์ททามทำระหว่างเรียนด้วยน่ะครับ ให้พอเป็นค่าเช่าห้องกับค่าใช้จ่ายประจำวัน..เรื่องนี้ล่ะครับที่ผมอยากขอร้อง ผมรู้ว่าเราเพิ่งรู้จักกัน และถือว่าเป็นคนแปลกหน้าด้วยซ้ำ แต่ผมไม่มีเพื่อน ไม่มีญาติที่ไหนพอพึ่งพาได้แล้ว แบมแบมพอจะมีงานให้ผมทำบ้างไหมครับ งานอะไรก็ได้หรือพอจะรู้จักใครที่ต้องการพนักงานพาร์ททามบ้างหรือเปล่าครับ”

ยองแจพูดในสิ่งที่ตนเองตั้งใจจะพูดออกไปหมดแล้วก็ได้แต่รอว่าอีกฝ่ายจะว่าอย่างไรเท่านั้น

แบมแบมมองคนที่พูดแล้วก็ก้มหน้า ไหล่ตก ท่าทางน่าสงสารจับใจ น่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้ทำไมถึงได้มีผู้ชายใจร้ายทำให้เสียใจได้นะ

“คือ..มันก็มีงานที่เงินดีอยู่หรอกนะ แต่ไม่รู้ยองแจจะทำกับฉันได้ไหมนี่สิ” แบมแบมเกาแก้ม ยิ้มเจื่อน ท่าทางลำบากใจ

“มันเป็นงานแบบไหนเหรอ งานหนักแค่ไหนผมก็ทำได้นะ” ยองแจยินดี ไม่เกี่ยงงอน

“ฉันเป็นโฮสต์น่ะ ทำอยู่กับร้านพี่ที่รู้จักกัน แต่ผัว..เอ่อ สามีเขาก็ทำผับอีกที่อยู่เหมือนกัน ถ้ายองแจไม่สะดวกใจจะทำงานแบบเดียวกัน ยองแจเป็นเด็กเสิร์ฟได้ไหมล่ะ ถ้าได้จะพาไปฝาก แต่มันงานกลางคืน เรียนไปด้วยจะทำไหวหรือเปล่า”

“จริงเหรอครับ! ได้สิ งานกลางคืนก็ได้” ยองแจเงยหน้าขึ้นมองแบมแบมด้วยความดีใจ

“อือ  งั้นพอกินเสร็จจะพาไปหาพี่เขาก็แล้วกัน”

“แล้วแบมเอ่อ ทำงานแบบนั้นมานานแล้วเหรอ” ยองแจสงสัย มองไปทางเด็กชายข้างกายแบมแบม คนเป็นแม่มองตาม

ไม้โตพอจะรู้แล้วว่าทำไมแม่ถึงส่งเขาเข้านอนไม่ได้ และทำไมต้องอยู่บ้านคนเดียวตอนกลางคืน ไม้รู้ว่าแม่ต้องทำงาน แต่พอกลับจากทำงานแม่จะไปส่งไม้ที่โรงเรียนก่อนกลับบ้านมานอน ไม้ก็เลยไม่ได้น้อยใจอะไรนัก

“อื้อ ตอนท้องก็ทำงานจิปาถะ รับจ้างทั่วไป ตอนนั้นแค่ 14 จะไปสมัครที่ไหนก็ไม่มีใครเขารับ อายุยังน้อยอยู่ แต่ก็ไปเจอรุ่นพี่ที่เรียนโรงเรียนเดียวกันมาก่อนโดยบังเอิญ เขาสงสารเลยพาไปเป็นเด็กเสิร์ฟร้านแฟนเขา แต่เงินมันน้อย พอคลอดเลยมาทำงานที่ทำอยู่ปัจจุบันนี่ล่ะ ตอนเริ่มทำอายุแค่ 16 แต่โกงอายุเอาน่ะ”

แบมแบมเล่ายิ้มๆ ยองแจมองหน้าแบมแบมและไม้สลับกัน

“แล้วพ่อแม่ไม่ว่าเอาเหรอที่ เอ่อ..แบมแบมท้องตั้งแต่อยู่มอต้นแบบนั้น”

“โอ๊ย จะเหลือเหรอ แม่โกรธมากเลย พ่อฉันตายไปตั้งแต่ฉันเล็กๆ น่ะ แล้วแม่ก็มีสามีใหม่ มีลูกใหม่ พอฉันท้องแม่เลยให้เงินมาก้อนนึงแล้วให้ออกมาอยู่เอง เหมือนตัดขาดกลายๆ นั่นล่ะ เขากลัวสามีใหม่จะอับอายชาวบ้านไง สามีเขาเป็นข้าราชการมีหน้ามีตา ตอนนั้นโคตรลำบาก จนไม้คลอดฉันก็ฝากคุณยายข้างห้องเลี้ยงลูกให้ พอจะผ่านมาได้แบบทุลักทุเลแหละ”

ยองแจประทับใจในความสามารถของอีกฝ่ายมาก สู้ชีวิตดีจังเลย เก่งมากเลยนะ

“ผมคงทำแบบแบมแบมไม่ได้แน่ๆ”

“อย่าคิดว่าทำไม่ได้สิ คิดถึงลูกไว้ให้มากๆ แล้วตั้งเป้าหมายว่าจะทำทุกอย่างเพื่อให้เขาสุขสบายและเราก็จะทำได้เอง ยองแจยังมีต้นทุนดีกว่าฉันด้วยซ้ำ ยังได้เรียนหนังสือสูงๆ พอจบมหาลัยคงหางานดีๆ ทำได้”

ยองแจยิ้มน้อยๆ ก่อนจะพยักหน้า

“ผมจะพยายามครับ แล้วแบม..ไม่อยากเรียนต่อบ้างเหรอ”

“เรียนสิ พอไม้ขึ้นประถมฉันก็เรียนวิทยาลัยอาชีพ งานโฮสต์มันทำได้ไม่นานหรอก นี่ก็ทำมาหลายปีแล้ว อีกไม่กี่ปีก็คงจะไม่ไหวแล้วล่ะ ตอนนี้ที่ยังทำอยู่เพราะตั้งใจจะเก็บเงินเปิดร้านเสื้อหลังเรียนจบ ฉันเป็นพวกชอบแต่งตัวน่ะเลยเรียนแผนกออกแบบ นี่ยองแจเรียนคณะอะไรเหรอ”

“ครูครับ”

“ว้าว..เก่งจัง ครูน่ะถ้าสอนพิเศษนอกเวลาด้วยยิ่งเงินดีมากนะ เลี้ยงลูกได้สบายอยู่แล้วล่ะ”  แบมแบมชื่นชมและให้กำลังใจ ยองแจใจชื้น

“ครับ ผมก็หวังแบบนั้นเหมือนกัน”

“นี่..แม่กับพี่ยองแจไม่กินเหรอครับ”

มาร์ตินเอ่ยดึงความสนใจของทุกคน แบมแบมและยองแจมองจานของตนก็พบเนื้อย่างสุกอยู่เต็มจานแล้ว

“ย่างให้แม่ด้วยเหรอเนี่ย น่ารักจังลูกชาย”

“ไม้แค่กลัวมันไหม้ก็เลยคีบให้ จะได้ย่างชิ้นอื่นต่อ ที่บนเตามันไม่พอครับ”

“ไม่น่ารักเลย”

“งั้นไม้กินเอง” ไม้จะใช้ตะเกียบคีบเนื้อในจานแม่กลับคืนแต่แบมแบมไม่ยอม

“อะไรล่ะ ให้แล้วให้เลยสิ”

ยองแจมองสองแม่ลูกทะเลาะกันแล้วหลุดยิ้มออกมาอีกครั้ง ลูบเบาๆ ที่ท้องตน

พอหนูคลอดออกมาแล้วแม่คงไม่เหงาแล้วล่ะนะตัวเล็ก

ระหว่างมื้อเย็นนั้นแบมแบมและยองแจก็ได้พูดคุยเรื่องราวต่างๆ จนสนิทกันมากขึ้นในระดับหนึ่ง การได้คุยกับใครสักคนในช่วงเวลาที่ลำบากก็ทำให้ยองแจรู้สึกดีขึ้นมาก

 

 

 

แบมแบมอาสามาส่งยองแจที่บ้าน จอดรถหน้าอพาร์ทเม้นท์เล็กๆ แห่งหนึ่ง มีแค่สามชั้นแต่ในหนึ่งชั้นมีห้องตั้งสิบกว่าห้อง

“บ้านพี่ยองแจเล็กจัง เก่าด้วย จะมีผีอยู่ไหมครับ”

มาร์ตินปากไวทักขึ้นเมื่อเห็นสภาพที่อยู่ของพี่ยองแจ แค่มองจากภายนอกก็รู้ว่ามันเป็นเพียงห้องเช่าเล็กๆ ที่ไม่น่าอยู่เลย แบมแบมถอนหายใจ

“อย่าให้แม่ต้องหาผ้ามามัดปากนะพี่ไม้”

ไม้บุ้ยปากแล้วพิงหลังกับเบาะ เล่นโทรศัพท์มือถือแก้เซ็ง

“ขอบคุณที่มาส่งนะ” ยองแจจะเปิดประตูลงจากรถแต่แบมแบมคว้าแขนไว้ รั้งไม่ให้ลงไป

“ฉันว่ามันไม่ค่อยปลอดภัยเลยนะ หาที่อื่นอยู่ดีไหม”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมอยู่ได้”

แบมแบมชั่งใจอยู่ครู่แล้วร้องเรียกลูกชาย

“ไม้”

“ครับแม่”

“ลูกคิดว่ายังไงถ้าพี่ยองแจจะไปอยู่บ้านเรา”

“ไม่ดีหรอกครับ! แบมไม่ต้องช่วยผมมากขนาดนั้นหรอก” เป็นยองแจที่ปฏิเสธขึ้นมาก่อนเพราะความเกรงใจ

“ทำไมล่ะ”

“เราเพิ่งรู้จักกันเอง แบมไม่กลัวว่าผมจะเป็นคนไม่ดีไปขโมยอะไรในบ้านหรือไง”

ยองแจว่ามันแปลกนะ แปลกมาก แบมแบมคิดอะไรอยู่กันแน่ถึงพูดแบบนั้นออกมา

“ฉันก็ไม่ใช่คนไว้ใจใครง่ายๆ หรอก แค่รู้สึกถูกชะตา บ้านฉันมีกล้องวงจรปิดนะ และเงินก็ไม่ได้เก็บไว้ในบ้าน ไม่มีตู้เซฟ ไม่มีอะไรให้ขโมยหรอก”

“ทำไมแบมต้องช่วยผมขนาดนี้ล่ะครับ”

“เพราะฉันเคยผ่านช่วงเวลาแบบยองแจมาก่อนไง บ้านฉันมีห้องอีกตั้งสองห้อง ไม่อยากอยู่เฉยๆ จะช่วยทำงานบ้านก็ได้ วันนี้เพิ่งย้ายบ้านข้าวของยังไม่ได้จัดเลย บ้านก็รกมาก และยังไม่ได้ติดต่อบริษัทรับทำความสะอาดด้วย ฉันไม่ได้ให้ยองแจเป็นคนใช้นะ แค่ช่วยกันดูแลบ้าน รังเกียจงานบ้านหรือเปล่าล่ะ”

แบมแบมก็เป็นคนตรงๆ แบบนี้ล่ะ อยากได้อะไรก็บอกกันตามตรง

ยองแจไม่อยากเชื่อเลยว่าอีกฝ่ายจะช่วยตนมากขนาดนี้

“แบมไม่คิดระแวงบ้างหรือครับที่ให้คนแปลกหน้าไปอยู่ที่บ้าน แล้วยังมีลูกแบมอีก เราเพิ่งเคยเจอกันแค่สองครั้งเองนะ”

“ไม่รู้สิ ฉันจะลองเชื่อใจยองแจดู แม่บ้านที่จ้างก็คนแปลกหน้าเหมือนกันแค่มีบริษัทรับรอง มือถือฉันต่อกับกล้องวงจรปิดในบ้านนะ สามารถดูความเคลื่อนไหวในบ้านได้ตลอด และก็ติดต่อตำรวจได้ทันทีด้วย ไม้ว่าไง”

ตอนท้ายแบมแบมหันไปถามลูกที่นั่งเบาะหลัง ไม้ยักไหล่

“ยังไงก็ได้ครับ ไม้แล้วแต่แม่”

“แต่ว่า..

“พี่ยองแจมาอยู่ด้วยกันก็ได้ ถ้าลองแม่ได้พูดแบบนี้หมายความว่า ไม่ว่ายังไงแม่ก็คงจะให้พี่ไปอยู่ด้วยกันให้ได้นั่นแหละครับ”

ยองแจเอี้ยวตัวหันหน้าไปมองไม้

ทำไมถึงยินยอมไปกับแม่ล่ะ สองแม่ลูกนี่แปลกพอกันเลย..

“คนท้องน่ะอยู่คนเดียวลำบากนะ ไม่ว่ายองแจจะจินตนาการไว้แบบไหนแต่ฉันบอกไว้เลยว่าลำบากมากและอันตรายด้วย ไม่ใช่ทุกคนจะอุ้มท้องสบายๆ แล้วคลอดง่ายไม่เป็นไรนะ”

ยองแจฟังแล้วตื้นตันและซาบซึ้งใจมากเลย..เขาไม่คิดเลยว่าจะได้เจอคนดีแบบนี้

“ไม่รบกวนแน่นะครับ”

“ไม่หรอก อย่าคิดมาก”

“ขอบคุณมากนะครับ ขอบคุณ..ขอบคุณจริงๆ”

ยองแจกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ได้แต่ขอบคุณซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีคนยื่นมือเข้ามาช่วยเขาในเวลาทุกข์ยากอย่างนี้

ผู้ชายคนนั้นทำให้ยองแจคิดจะเลิกเชื่อใจคนอื่นแล้ว ขนาดคนที่นอนร่วมเตียงกันยังทำร้ายกันได้อย่างเจ็บปวดแสนสาหัส..ตอนนั้นยองแจก็ไม่คิดที่จะให้ใจใครอีกแล้ว

แต่คราวนี้ยองแจจะเชื่อใจแบมแบม จะยอมรับความหวังดีนี้ไว้

 

 

แบมแบมมองห้องโล่งๆ ที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากกระเป๋าใบใหญ่สองใบ

“อยู่ได้เหรอยองแจ ห้องไม่มีอะไรเลย”

“ผมตั้งใจจะไปซื้อของจำเป็นเย็นนี้น่ะครับ” ยองแจให้แบมแบมและไม้ตามมาดูห้องพัก คาดไว้แล้วว่าทั้งสองคนคงตกใจกับสภาพของมัน ห้องเก่ามากด้วยนี่นา

“เหรอ..” แบมแบมอดเวทนาไม่ได้ เห็นแล้วคิดถึงชีวิตตนสมัยก่อน เขาคงคิดถูกแล้วที่จะช่วยคนคนนี้

“ไปบอกคืนห้องเถอะ เขาจะคืนค่ามัดจำให้ไหม”

“คงไม่คืนน่ะครับ ผมเสียดายเงินที่จ่ายไปแล้วเลยจะอยู่ที่นี่สักเดือน”

“ยอมเสียค่ามัดจำไปเถอะ ไปคืนห้องซะฉันจะไปรอที่รถ ไปพี่ไม้”

แบมแบมจับมือลูกชายออกจากห้องเช่าของยองแจ แค่ยืนกลางห้องแล้วมองไปรอบๆ แค่รอบเดียวก็เห็นหมดทุกอย่างแล้ว

เมื่ออีกฝ่ายยอมช่วยขนาดนี้ ยองแจจึงต้องทำตามที่เขาบอก อย่างน้อยนั่นก็คือความปรารถนาดี

 

 

 

ยองแจก้าวลงจากรถยนต์กลางเก่ากลางใหม่ของแบมแบม เดินจากลานจอดรถตามสองแม่ลูกเข้าไปในอาคารสูง แบมแบมช่วยถือกระเป๋าให้ใบหนึ่งโดยที่ยองแจไม่ทันปฏิเสธ ไม้หิ้วของกินที่แม่แวะซื้อระหว่างทางตามแม่ไป

คอนโดที่นี่หรูมากเลยนะ แบมแบมคงรวยน่าดูเลย งานที่แบมแบมทำได้เงินเท่าไรกันแน่?

“บ้านรกหน่อยนะ ยังไม่ได้จัดของเลย เดินระวังล่ะเดี๋ยวล้ม” เจ้าของบ้านเอ่ยเตือน ยองแจพยักหน้ารับแล้วมองไปทั่วๆ

บ้านแบมแบมยังจัดของไม่เสร็จจริงๆ นั่นล่ะ เครื่องเรือนชิ้นใหญ่ถูกวางไว้ดีแล้วแต่กล่องใส่ของเกือบสิบกล่องทั้งเล็กใหญ่ยังวางเต็มพื้นห้องโถง

“ทุกห้องก็ตกแต่งเสร็จแล้วล่ะ แต่ไอ้ของที่เห็นนี่คือของใช้ที่เอามาจากบ้านเก่าทั้งนั้น ว่าจะค่อยๆ จัดไปน่ะ พี่ไม้จะจัดห้องเองหรือให้แม่ไปทำให้”

แบมแบมพูดกับยองแจตามด้วยมาร์ติน เดินนำยองแจเข้าไปในห้องนั่งเล่น เปิดโทรทัศน์จอใหญ่ติดผนัง เปิดเครื่องปรับอากาศ

“ไม้ปูที่นอนเองครับ ไว้ค่อยจัดของพรุ่งนี้” ลูกชายที่ถือกล่องขนมมาด้วยเอ่ยกับแม่ ยองแจยืนนิ่งไม่รู้จะทำอะไร

“โอเค พรุ่งนี้แม่จะช่วยจัดของก็แล้วกัน ยองแจนั่งก่อนสิ ไม่ต้องเกรงใจ”

แบมแบมรับขนมที่ลูกชายยื่นให้มากิน ไม้หยิบรีโมทมาย้ายช่องหาการ์ตูนดู

ยองแจมองสองแม่ลูกที่ทำตัวตามปกติเหมือนเขาเป็นคนรู้จักมานาน นั่นมันก็ทำให้เขาทำตัวไม่ถูกเหมือนกันนะ

“พอร้านเขาเอาเตียงยองแจมาส่งพี่ไม้ค่อยขึ้นไปจัดห้องนะ จะได้ช่วยพี่เขาด้วย”

“ครับ”

“ไม่ต้องหรอกครับ ผมทำได้” ยองแจรีบปฏิเสธ เกรงใจ ก่อนกลับบ้านแบมแบมก็แวะร้านขายเฟอร์นิเจอร์เพื่อซื้อเตียงให้ยองแจด้วย แค่นี้ยองแจก็เกรงใจจะแย่แล้ว

“อ่อ เอางั้นก็ได้ ไปเดินดูรอบๆ บ้านก็ได้นะ” แบมแบมอนุญาตเมื่อยองแจนั่งเกร็งอีกแล้ว

“เอ่อ ครับ” ยองแจรีบลุกไปสำรวจบ้านที่จะต้องอยู่ไปอีกนานจนกว่าเขาจะมีเงินมากพอออกไปหาที่อยู่เอง

เมื่อยองแจออกไปจากห้องนั่งเล่นแล้วไม้ก็หันมาถามแม่ทันที

“แม่ไม่กลัวพี่เขาเป็นสายโจรเหรอ ปล่อยให้สำรวจบ้านได้ไง”

“พี่ไม้ดูละครมากไปแล้ว พี่เขาน่าสงสารออก เขาก็ให้บัตรประจำตัวแม่มาแล้วด้วย บัตรนักศึกษาก็มี ใบตรวจการตั้งครรภ์แม่ดูแล้วก็เป็นของจริง หลักฐานยืนยันตัวตนมีพร้อมแบบนี้ถ้าพี่เขาเป็นคนไม่ดีเราก็ตามหาตัวเขาได้น่า และอย่าทำตัวหวาดระแวงพี่เขาเกินไปล่ะ พี่เขาท้องอยู่อย่าทำให้พี่เขาไม่สบายใจนะ”

แบมแบมเป็นคนรอบคอบอยู่แล้ว มาร์ตินพยักหน้า รับคำว่าเข้าใจแล้วครับ

 

 

 

“พี่แจบอมมีงานให้ทำไหม”

แบมแบมทรุดลงนั่งลงที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานเจ้าของร้านก่อนเวลาผับเปิด วางซองที่ใส่เอกสารจำเป็นสำหรับสมัครงานลงบนโต๊ะ เข้ามาโดยไม่เคาะประตูห้องด้วยซ้ำ

ตามปกติมาสมัครงานนี่ไม่ต้องมาติดต่อเจ้าของโดยตรงก็ได้ แต่แบมแบมเป็นกรณีพิเศษ เข้าออกร้านนี้ได้ตามสบายเพราะมีแบ็คดีเป็นเมียเจ้าของร้าน

“เมียฉันปลดแกออกจากร้านแล้วเหรอ” คนที่ถูกเรียกเงยหน้าจากบัญชีของในร้านมองแบมแบม

“ปากเสีย ลูกค้าแบมออกจะเยอะพี่จินยองไม่กล้าปลดออกหรอก ที่ถามคือจะหางานให้เพื่อนทำ นี่มองไม่เห็นเหรอ มีคนยืนหัวโด่อยู่อีกคนเนี่ย”

แบมแบมชี้ไปทางยองแจที่เดินตามเข้ามาแล้วยืนนิ่ง แจบอมหันไปมองตามมือแบมแบม

“เออว่ะ ลืมสังเกต”

“แก่แล้วก็เงี้ย เข้าใจ”

“มึงนี่กวนตีนกูตลอดเลยนะ ผัวพี่มึงนะเนี่ย”

“โอ๋ๆ ล้อเล่น” แบมแบมหัวเราะชอบใจเมื่อยั่วจนแจบอมอารมณ์ขึ้นได้

“ตอนนี้ขาดเด็กอยู่พอดี หน้าตาใช้ได้ หุ่นโอเค ลูกค้าคงชอบ สะดวกมาทำวันไหนล่ะ” แจบอมกวาดตามองยองแจแป๊บนึงแล้วก้มลงทำงานต่อ ปากก็พูดไปด้วย

“ไม่ใช่งานแบบนั้นสิ พี่จะให้คนท้องไปนั่งดื่มกับแขกหรือไง”

“ห๊ะ!” แจบอมเงยหน้ามองยองแจอีกที ร่างบางยิ้มเจื่อน ก้มหน้าก้มตา แจบอมถอนหายใจ

“แล้วจะให้มาทำอะไรล่ะวะ” แจบอมเบนสายตากลับมาหาแบมแบม

“เด็กเสิร์ฟไง พอไหวอยู่นะ”

“จะดีเหรอ งานเสิร์ฟมันหนักมากนะ ไม่ใช่เสิร์ฟไปเสิร์ฟมาแล้วแท้งนี่ฉันรับผิดชอบไม่ไหวนะโว้ย”

แจบอมโวยวายขึ้นมาทันใดจนยองแจหวั่นใจว่าจะไม่ได้งานทำ แบมแบมถอนใจ ตบโต๊ะทำงานแจบอม

“ตอนแบมท้องแบมยังมาทำกับพี่ได้เลย”

“มึงมันแกร่งแบบไม่ใช่คน อย่าเอาตัวเองเป็นบรรทัดฐาน”

“อ้าว ฉันไม่ใช่คนแล้วจะเป็นอะไรล่ะพี่ ตกลงรับๆ ไปเถอะน่า คนกำลังลำบาก นี่พอท้องปุ๊บผัวก็ทิ้งเลยนะ พี่ไม่สงสารเขาเหรอ ไม่เห็นแก่เด็กในท้องเลยหรือไง ถ้าพี่ไม่รับไว้เขาจะเอาอะไรกิน”

แบมแบมกระซิบกระซาบกับแจบอมด้วยท่าทางจริงจัง ยองแจที่ยืนฟังอดถอนหายใจไม่ได้

ถึงจะกระซิบยังไง แต่ห้องมันเงียบ ยังไงก็ได้ยินนะแบมแบม

แจบอมส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ มองยองแจและแบมแบมสลับกันไปมา ครุ่นคิด

“ถึงแรกๆ จะทำไหว แต่พอท้องโตใกล้คลอดจะทำยังไง”

“ทำบัญชีได้ป้ะ เขาเรียนปริญญาตรีนะ”

“มีคนทำแล้ว จบอะไรมาล่ะเรา” แจบอมหันไปซักไซ้ไล่เลียงคนท้อง

“เอ่อ ยังเรียนไม่จบครับ ตอนนี้เรียนปีสี่ อีกเทอมเดียวจะจบแล้วครับ”

“งั้นเหรอ อายุเท่าไอ้แบมสินะ” แจบอมหยิบซองใส่เอกสารที่แบมแบมวางมาเปิดดู

“เนี่ย ทำกับพี่ไม่กี่เดือนก็คลอด พอคลอดแล้วก็เรียนจบพอดี ไปหางานอื่นทำได้แล้วไง แต่ประเด็นมันคือตอนนี้พี่ เขาเดือดร้อน ต้องหาเงินเลี้ยงตัวเลี้ยงลูกไปจนกว่าจะเรียนจบก่อน”

แบมแบมช่วยกล่อมอีกนิด แจบอมคิดอีกครู่ก่อนจะพยักหน้า

“ก็ได้ เริ่มมาทำตั้งแต่พรุ่งนี้เลยแล้วกัน ต้องมาเตรียมของเตรียมอะไรที่ร้านก่อนประมาณสี่โมงเย็นนะ มาได้รึเปล่า”

“ได้ครับ! ขอบคุณมากนะครับคุณแจบอม” ยองแจยิ้มกว้าง รีบโค้งให้  ดีใจมากที่ได้งานทำแล้ว แจบอมพยักหน้าน้อยๆ

“เรียกพี่แจบอมเหมือนไอ้แบมก็ได้”

“ครับพี่แจบอม”

แจบอมรู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนี้จัง สงสาร ดูท่าจะซ้ำรอยกับไอ้แบม อีกไม่นานคงได้เห็นเด็กมาวิ่งเล่นหลังร้านอีกคนแน่ๆ

“ขอบคุณมากนะพี่ งั้นแบมกับยองแจกลับก่อนนะ หวัดดี” แบมแบมลุกขึ้นทันที แจบอมมองค้อน

“จะไปไหนก็ไปเลย รีบๆ ไปให้พ้นหน้ากูซะที”

“หึ เดี๋ยวจะบอกพี่จินยองว่าพี่แอบกิ๊กกับเด็กใหม่ที่เพิ่งรับมาเมื่อสามวันก่อน”

“ช่วงนี้มาร์ตินต้องการอะไรเป็นพิเศษไหม อ้ะพี่ให้ค่าขนมหลาน”

แจบอมหยิบสมุดเช็กในลิ้นชักโต๊ะทำงานออกมาทันที แบมแบมหมุนตัวกลับไป กอดอก

“ก็..นิดนึง”

“เอาไป” แจบอมเขียนตัวเลขและเซ็นชื่ออย่างรวดเร็วเสร็จก็ยื่นให้ แบมแบมยื่นมือไปรับ ก่อนแบมแบมจะได้เงินไปแจบอมที่ยังไม่ปล่อยเช็กก็กัดฟัน

“อย่าให้เรื่องนี้รู้ถึงหูจินยองนะมึง”

“เออ ฉันก็ขี้เกียจไปเยี่ยมพี่ที่โรงพยาบาลเหมือนกัน ขอบคุณนะ”

แบมแบมดึงเช็กที่เจ้าของไม่อยากจะปล่อยมือแล้วโบกมันไปมา หัวเราะน้อยๆ แล้วจับแขนยองแจให้ออกจากห้องทำงาน ยองแจรีบโค้งลาเจ้านายคนใหม่ จากนั้นก้าวตามแบมแบมออกมา

ยองแจเดินคู่มากับแบมแบมที่เก็บเช็กใส่กระเป๋าเงิน ท่าทางอารมณ์ดี

“แบมท่าทางสนิทกับพี่เขามากนะ”

“อื้อ ตั้งแต่ฉันท้องก็ได้พี่จินยองและพี่แจบอมนี่ล่ะช่วยไว้ เขาก็เอ็นดูฉันเหมือนน้องคนนึงนั่นล่ะ พี่แจบอมเป็นคนใจดี แม้จะปากร้ายไปหน่อย ขี้หลีไปนิดแต่รวมๆ แกก็เป็นคนดี แกกับเมียไม่มีลูกเลยรักมาร์ตินเป็นพิเศษ  แต่ถึงเจ้านายจะดีเพื่อนร่วมงานมันก็มีหลายประเภท ดูแลตัวเองหน่อยแล้วกัน มีอะไรก็ไปบอกพี่แจบอม พรุ่งนี้ตอนมาทำงานพี่แจบอมคงบอกเรื่องที่ยองแจท้องให้คนอื่นๆ รู้ด้วยนั่นล่ะ”

“ขอบใจมากนะแบมแบมที่ช่วยหางานให้”

ยองแจรับฟังสิ่งที่แบมแบมบอกไว้แล้วขอบใจ แบมแบมเสมองไปทางอื่น

“ช่างมันเถอะ เรื่องเล็กน้อย”

ยองแจอมยิ้ม ท่าทางเขาจะได้เพื่อนที่ดีมาคนหนึ่งนะ

ชีวิตคนเรามันก็ไม่ได้แย่ไปซะทุกอย่างล่ะนะ

 

TBC.

**

เป็นบทนำที่ยาวมาก

เรื่องนี้ดราม่านะคะ น้ำเน่ามากมาย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 715 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,297 ความคิดเห็น

  1. #2857 N_udaen_G (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 21:39
    แบมแบบลูกกกกก มองโลกในแง่ดีมากๆ อะ สู้ชีวิตมาก่อนก็ช่วยๆ กัน ส่วนผู้ชายนี่แบบ เฮ้อออออออ
    #2,857
    0
  2. #2772 My love markbam (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 23:32
    แจ็คโคตรแล้ว แบม แบบดีมากกกกก
    #2,772
    0
  3. #2769 Fern (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 10:45

    เราพึ่งเข้ามาอ่านเราชอบเนื้อเรื่องมากมันสอนหลายอย่างเลย

    ป.ล.บทนำยาวเหมือนให้ความรู้สึกว่าอ่านไป10ตอนเลย555

    #2,769
    0
  4. #2706 Thanakulchanasin (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 21:33
    รักแบม กะ พี่บอม มากกกกก T ^T ทำไมเฮียถึงทำอย่างนี้ ~
    #2,706
    0
  5. #2694 dow_nua (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 17:55
    แบมดีมากกก ชอบชอบชอบ
    #2,694
    0
  6. #2630 lovefic9397 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:44
    เจอเรื่องสนุกๆแล้ววว
    #2,630
    0
  7. #2571 ayumikimlee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 12:47
    ในความโชคร้ายยังมีเรื่องดีๆอยู่
    #2,571
    0
  8. #2557 Friendship_Lee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 23:27
    ปูเรื่องมาดีมาก อ่านแล้วรู้สึกอินจริงๆ สุ้ๆนะยองแจ
    #2,557
    0
  9. #2473 Memekarn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 02:29
    โมโหมือไม้สั่นอ่ะ คนเรามันเลวได้ถึงเบอร์ไหน
    #2,473
    0
  10. #2418 ppunch_K (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 16:37
    น้องชื่อไม้หรือไมค์คะ คือเราสับสนอ่อนๆ ถ้าเป็นไมค์มันอาจเข้ากับชื่อพ่อมากกว่าไม้ 😂😂😂
    #2,418
    0
  11. #2273 PrincessDark (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 04:03
    สงสารยองแจ เฮียเลวมากกกกก
    แต่ขำพี่แจบอมกับแบมอ่ะกัดกันดีจริงๆ 5555555
    มาร์ตินก็น่ารักกกกก
    #2,273
    0
  12. #2252 WangJimung (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 01:17

    ขอให้สุดท้ายแล้วพี่แจ็คเสียใจหนักๆไปเลย!!

    #2,252
    0
  13. #2197 dejawooo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 23:34
    เปิดมายาวมากจริงๆค่ะ554 แต่ดีมากเลยที่เป็นการเกริ่นชีวิตยองแจให้รู้และช่วงเวลาที่ยากลำบากกับการมีอีกชีวิตในท้องขึ้นมา สงสารมากๆ แจ็คสันก็เกินเบอร์ ไม่เห็นวี่แววว่าจะคืนดีกันได้เลยเพราะดูท่าพี่แกไม่รู้สำนึก เฮ้อ เลิกกันแหล่ะดีแล้ว ยองแจจะได้มาเริ่มต้นใหม่ ส่วนแบมน่ารักมากๆ คนดีจริงๆ น้องไม้ลูกด้วย อยากมีลูกแบบนี้55555เป็นกำลังใจให้ยองแจต่อไปน้า
    #2,197
    0
  14. #2130 Ladavanh (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 00:47

    เฮียเลวมากกกกกกก

    สงสารยองแจ

    บีแบมนี่คู่กัดในชีวิตจริงยันนิยายเลยนะ

    #2,130
    0
  15. #2078 PTK_KHM (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 22:42
    แกร่งแบบไม่ใช่คน คือนิยายดราม่าชะ นี่ก็อ่านสะฮา5555
    #2,078
    0
  16. #2077 Harukim (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 22:22
    นึกหน้ามาร์ตินออกเลยลูกครึ่งจ๋ามากแน่ๆ พี่แจบอมขี้หลีเหรอจะฟ้องจินยอง น้องยองแจสู้นะคะ ซิงเกิ้ลมัมไม่ได้แย่หรอก
    #2,077
    0
  17. #1997 SehunMark (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 22:55
    อยากรู้ปมแบมแบมมมมม
    #1,997
    0
  18. #1959 Ilo_harlveen (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 13:55
    สงสารยองแจ น้องมาร์ตินพี่จองตัวหนู
    #1,959
    0
  19. #1948 DeffyJB (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 23:06
    สรุปว่าพระเอกเรื่องนี้คือแบมแบมและน้องมาร์ตินนะคะ5555555555
    #1,948
    1
    • #1948-1 Jeerawan21092545(จากตอนที่ 1)
      6 พฤษภาคม 2561 / 17:38
      เราก็คิดว่างั้นแหละค่ะ
      #1948-1
  20. #1816 kyulkyung (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 19:49
    เป็นบทนำที่โคตรยาวแต่จุใจค่ะ
    #1,816
    0
  21. #1549 pj..mp (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 22:07
    OMG เฮ้ยแกคือบทนำจริงดิ ยาวจุใจมากกกก
    #1,549
    1
  22. #1487 ปากกาไร้ดาม (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 07:21
    เอ่อ..นี่บทนำหรอยาวจนเพลิน5555
    #1,487
    0
  23. #1367 Hello_JBid (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 04:04
    ห้ะ ตกใจ เนื้อหาตอนนี้ยาวมาก อ่านเพลินจนลืมว่าเป็นบทนำ มารู้ตัวตอนเห็นทอค เตรียมชิทชู่ซับน้ำตาแปป /ชอบความผัวเมียบีเนียร์ คิคิ
    #1,367
    0
  24. #1251 Nuthathai Por (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 09:32
    ในความโชคร้ายก็ยังมีโชคดีนะแจยังได้เจอคนที่ดี ๆ เข้ามาในชีวิตบ้างไม่ได้เลวร้ายไปซะทุกคนหรอกนะ
    #1,251
    0
  25. #1031 DajingMTBB (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 01:26
    สงสารอ่าฮือออ
    #1,031
    0