(GOT7) ภรรยาเช่า Jackjae Mpreg

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,740
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 88 ครั้ง
    4 ธ.ค. 59

 


 


            “ยองแจ! ยองแจโว้ย เกิดเรื่องใหญ่แล้ว ยองแจ!

            เด็กหนุ่มจอดจักรยานยนต์คันเก่าแล้ววิ่งมาเกาะประตูรั้ว กดออดซ้ำๆ พลางตะโกนเรียกเพื่อนตัวขาวที่มารับจ้างทำงานบ้านของบ้านนี้

            “โอ๊ย! จะเรียกทำไมเสียงดังนัก มาแล้วๆ” ร่างบางวิ่งออกมาจากในบ้านหน้าตาตื่น พอเห็นว่าเป็นเพื่อนร่วมชุมชนก็แปลกใจ

“มาถึงนี่มีอะไรเนี่ย”

“ยองแจ แกทำใจดีๆ นะ”

“อะไร? พูดเบาๆ หน่อยเดี๋ยวน้องตื่นคุณนายได้ด่าเปิง”

เด็กหนุ่มยกนิ้วแตะริมฝีปากสีพีชของตน หน้าหวานยู่ยี่เพราะไม่พอใจ

นอกจากจะรับจ้างทำงานบ้านแบบไปกลับ ยองแจต้องเลี้ยงลูกให้เจ้าของบ้านด้วย เหนื่อยสายตัวแทบขาด ยองแจไม่อยากโดนหักเงินหรอกนะ

            ร่างสูงมองหน้าหวานของเพื่อนด้วยความเห็นใจ ก่อนจะกลั้นใจเอ่ยออกมาแม้ทำได้ยากเหลือเกิน

          “ยายแกถูกรถชนอาการสาหัส ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล ฉันพยายามโทรหาแกตั้งนานแต่แกปิดเครื่องฉันเลยต้องรีบขี่รถมาตามเนี่ย”

            ข่าวร้ายที่โถมใส่โดนไม่ทันตั้งตัวทำให้ยองแจมึนงงเหมือนฝันไป ร่างบางนิ่งไปเหมือนจะช็อคจนเพื่อนต้องเขย่ารั้วเรียกสติ

            “ยองแจแกฟังฉันอยู่ไหม เราต้องรีบไปหายายแล้ว”

            “อะ..อะไรนะ..แก..แกพูดว่าไงนะ” เด็กหนุ่มเสียงสั่นเครือ ดวงหน้าหวานเผือดสี หูได้ยินทุกถ้อยคำแต่ใจยังไม่อาจรับได้ทัน

“ยายแกโดนรถชน ตอนนี้อยู่โรงบาล..

พอได้ยินว่ายายอยู่ไหนเด็กหนุ่มก็รีบเปิดประตูมือไม้สั่น เพราะความตกใจ ห่วง และกังวล ทำให้เปิดไม่ออกสักที

“บ้าเอ๊ย!” ยองแจสะอื้น กระชากประตูรั้วอย่างแรงด้วยความโมโห

“ยองแจใจเย็นๆ” จองกุกรีบเข้าไปช่วยเพื่อนที่เหมือนจะสติแตกไปแล้ว

“มีอะไรน่ะยองแจ ทำไมออกมานานจัง” หญิงสาวที่แต่งกายดีสมฐานะเดินออกมาดูเมื่อเด็กรับใช้ไม่เข้าไปในบ้านสักที

นั่นเด็กผู้ชายไม่ใช่เหรอ? เพื่อนหรือแฟนยองแจล่ะนั่น

“นายเป็นใครน่ะ”

ยังไม่ทันที่จองกุกจะตอบนายจ้างของยองแจ ร่างบางก็เปิดประตูได้พอดี เด็กหนุ่มรีบผลักประตูออกแล้ววิ่งออกจากบ้านไปทันที

“ยองแจ! นั่นเธอจะไปไหนน่ะ” หญิงสาวรีบเดินมาที่ประตูร้องเรียกเด็กหนุ่มแต่ยองแจวิ่งไปไกลแล้ว

       “ยายมันถูกรถชนอาการสาหัสน่ะคุณนาย”

            จองกุกตอบให้แทน รีบขึ้นคร่อมรถแล้วขับตามยองแจไป ไอ้เพื่อนตัวขาวของเขาคงตกใจมากจนลืมไปล่ะสิว่าเขาขับรถมา

“ตายจริง..หญิงสาวยกมือปิดปาก ตกใจ นึกห่วงสภาพจิตใจของลูกจ้างตัวน้อย

หวังว่ายายของยองแจจะไม่เป็นไรมากนะ..

 

 

 

 

 

“ยองแจกินอะไรหน่อยเถอะ แกไม่ได้กินอะไรมาสองวันแล้วนะ”

ยองแจนั่งนิ่งเหมือนไม่ได้ยินเสียงของเพื่อนรัก เด็กหนุ่มตัวเล็กนั่งลงข้างเพื่อน วางของกินที่ซื้อมาฝากยองแจไว้บนเก้าอี้อีกตัว

มือเล็กเอื้อมมือไปจับมือยองแจไว้ หวังว่าความห่วงใยจะส่งไปถึงคนที่มีแต่น้ำตาให้รู้ว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว

“อาการยายก็ยังทรงอยู่ไม่ใช่เหรอ คิดในแง่ดีสิว่ามันดีกว่าทรุด”

แบมแบมเอ่ยปลอบใจเพื่อน สายตาจับจ้องที่หน้าหวานของคนที่เอาแต่มองไปที่หน้าห้องไอซียู

ยองแจอยู่แต่ในโรงพยาบาลมาสองวันแล้ว พอได้เวลาเยี่ยมก็จะเข้าไปหายาย หมดเวลาเยี่ยมก็มานั่งตรงนี้ ยองแจอาการแย่จนแบมแบมห่วงเหลือเกินว่ามันจะล้มไปอีกคน

“แบม..” เสียงหวานของตุ๊กตาไร้ชีวิตดังขึ้นแผ่วเบา แต่เพราะทางเดินเงียบสงัดแบมแบมจึงได้ยินชัดเจน

“หืม? มีอะไรเหรอ” แบมแบมดีใจที่ในที่สุดเพื่อนก็เอ่ยปากพูดกับตนสักที ก่อนหน้านี้พยายามพูดด้วยยังไงยองแจก็เอาแต่เงียบจนแบมแบมคิดว่าเพื่อนช็อคจนพูดไม่ได้แล้ว

“ฉันกลัวยายตาย..ฮึก..ถ้าไม่มียายฉันจะอยู่ยังไง..ฉันจะอยู่ได้ยังไง..

ร่างบางเอ่ยสะอื้นแล้วปล่อยโฮ แบมแบมรั้งเพื่อนมากอดปลอบด้วยความเวทนา

“แกอย่าคิดอย่างนั้นสิวะ หมอเขาผ่าตัดให้แล้วยังไงยายก็ต้องดีขึ้น ไม่เอาอย่าร้อง”

ยองแจซบหน้ากับบ่าบาง มือเล็กจิกเสื้อเพื่อน กอดแน่นเหมือนต้องการหาที่พึ่งพิง แบมแบมลูบผมและหลังเขาไปมา ได้ยินเสียงพร่ำปลอบข้างหูแต่ในเวลานี้คำปลอบใจใดๆ ก็ไม่สามารถเยียวยาความทุกข์ใจของยองแจได้

“ฉันกลัวแบม..ฮือ..ฉันกลัวยายจะทิ้งฉันไป..ฮึก..ไม่มียายฉันจะอยู่กับใคร”

เสียวหวานขาดห้วงเพราะเครือสะอื้นทุกข์ใจ ระบายความในใจทั้งน้ำตา แบมแบมน้ำตาคลอ จะร้องไห้เป็นเพื่อนอยู่แล้วแต่ต้องกลั้นน้ำตาไว้ ถ้าเขาร้องอีกคนแล้วใครจะปลอบยองแจ

แบมแบมปล่อยให้เพื่อนร้องไห้กับไหล่ตนจนพอใจ เมื่อเวลาผ่านไปพักใหญ่กระทั่งเสียงร้องไห้เบาลงจนไม่มีแล้วแบมแบมจึงดันร่างบางออก เช็ดน้ำตาบนแก้มใสให้แล้วจับหน้าเพื่อนให้มองหน้าตน

“ยายจะต้องหายดียองแจ ยายรักแกมากนะ ยายไม่มีทางทิ้งแกไว้บนโลกนี้คนเดียวหรอก ข้างในนั้นยายกำลังพยายามต่อสู้เพื่อจะได้อยู่กับแกอยู่นะ ถ้ายายรู้ว่าแกเอาแต่ร้องไห้และไม่ดูแลตัวเองยายคงเสียใจ แกจะมามัวอ่อนแอแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย ฉันรู้ว่าแกห่วงยายแต่แกต้องห่วงตัวเองด้วย เชื่อมือหมอเถอะ อีกไม่นานยายก็จะออกจากห้องไอซียูมาคุยกับแกได้เหมือนเดิมแล้ว กินอะไรหน่อยนะ ฉันกลัวแกเป็นลมมากเลยว่ะ”

“ฮึก..ฉันกินไม่ลงหรอก” ยองแจสะอื้นแล้วส่ายหน้าปฏิเสธ เขารับรู้ความหวังดีของเพื่อนได้เสมอแต่เขาไม่มีกะจิตกะใจจะกินอะไรจริงๆ

“ฝืนสักคำก็ยังดี ข้าวที่ฉันซื้อมาฝากเป็นหมันมาหลายมื้อแล้วนะ ยังไงมื้อนี้ก็กินหน่อยเถอะ ยายกำลังทำในสิ่งที่ท่านทำได้อยู่ แกเองก็ต้องทำในสิ่งที่แกทำได้เหมือนกัน”

แบมแบมปลอบทั้งที่รู้แก่ใจว่ากว่ายายของยองแจจะอาการดีขึ้นจนได้ออกมาคงอีกหลายวันอาจเลยเป็นอาทิตย์หรือหลายอาทิตย์ หรืออาจจะเป็นเดือน เพราะสมองได้รับความกระทบกระเทือนจนถึงขั้นต้องผ่าตัดสมอง แล้วยังจะอาการบาดเจ็บหนักตามร่างกายอีก ยายอายุมากแล้วกว่าจะฟื้นตัวคงใช้เวลานานมาก

ถ้ายองแจจะรอคอยยายจนไม่กินข้าวกินปลาแบบนี้ แบมแบมเดาว่าพรุ่งนี้ร่างกายยองแจก็คงรับไม่ไหวแล้ว

“นะ กินอะไรหน่อย เดี๋ยวตามฉันกลับไปนอนที่บ้าน ถ้าไม่อยากกลับบ้านก็ไปนอนบ้านฉันก่อน”

“คืนนี้แกไม่ต้องทำงานเหรอ”

ยองแจดึงคอเสื้อยืดของตนเช็ดคราบน้ำตา พยายามทำใจให้ได้ตามที่เพื่อนบอก พอได้ร้องไห้ระบายกับใครสักคนก็รู้สึกดีขึ้น เขาเกรงใจที่แบมแบมต้องเสียเวลามาหาทั้งที่ตัวมันเองก็ยุ่งมาก

“ไปสิ แต่ไปช้าหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอก แกสำคัญกว่า”

“ขอบใจนะแบม”

ยองแจซึ้งใจจนน้ำตาเอ่อคลอจวนเจียนจะหยดอีกรอบ แบมแบมดีดหน้าผากเพื่อนแรงๆ ไปหนึ่งทีจนยองแจสะดุ้ง

“ฉันกับแกอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่จำความได้ละ จะมาซึ้งทำบ้าอะไร ขนลุก!

ยองแจหลุดยิ้มหม่นออกมาให้คนมองใจชื้นได้สักที

แบมแบมนั่งมองเพื่อนตักข้าวเข้าปาก ลุ้นให้มันกินได้แต่ละคำแล้วเหนื่อยแต่ก็ดีใจที่ยองแจยอมฟังตนบ้าง

นัยน์ตาคู่สวยมองเพื่อนด้วยความสงสาร เวลายองแจมีเรื่องทุกข์ใจเขาก็อยากจะช่วย เพื่อตอบแทนที่มันอยู่กับเขาเสมอแม้เขาจะทำตัวไม่ดีแค่ไหนก็ตาม

ยองแจเป็นคนเดียวที่ไม่เคยรังเกียจเขาเลยนะ

ไม่รู้ว่าทำไมคนดีๆ แบบมันถึงเจอแต่เรื่องร้ายตลอด หรือสวรรค์ตั้งใจจะทอดทิ้งยองแจแต่แรกอยู่แล้วกันแน่นะ..

 

 

 

 

ยองแจเดินตามเพื่อนสนิทมายังบ้านของแบมแบมที่ห่างจากบ้านตัวเองไม่เท่าไร บ้านเขาอยู่ท้ายซอยห่างไกลแต่บ้านแบมแบมอยู่ใกล้ปากทางเข้าติดตลาด แม้เขาจะบอกว่าอยู่คนเดียวได้แต่แบมแบมไม่ยอม บอกว่ากลัวเขาจะเครียดแล้วไม่ยอมนอน

ทำไมแบมแบมไม่เชื่อกันบ้างว่าเขาอยู่ไหว

“อ่าว ไงจ๊ะลูกรัก วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอ”

            เสียงของพ่อเลี้ยงเพื่อนรักทำให้ยองแจหยุดเดิน ขยับไปหลบด้านหลังเพื่อนทันที เขาไม่ค่อยถูกชะตากับพ่อเลี้ยงของเพื่อนสักเท่าไร ไม่ชอบสายตาที่โลมเลียเวลามองเขา

แบมแบมปรายตามองพ่อเลี้ยงที่นั่งดื่มเหล้ากับเพื่อนอยู่หน้าบ้าน ร้องเพลงกันเสียงดังไม่เกรงใจบ้านใกล้เรือนเคียงเลย

“เสียงดังขนาดนี้เดี๋ยวชาวบ้านชาวช่องก็ออกมาด่าอีกหรอก”

“แหม เป็นห่วงด้วยเหรอจ๊ะ”

“รำคาญ!

“ไงแบม เมื่อไหร่จะยอมใจอ่อนขายให้พี่บ้างล่ะวะ รอนานแล้วนะเนี่ย หรือชอบแต่ไอ้พวกเสี่ยแก่ๆ แบบนั้นถึงจะเร้าใจรึไง”

เพื่อนร่วมดื่มของพ่อเลี้ยงที่แสนจะน่ารำคาญเอ่ยขึ้นแล้วหันไปหัวเราะกับเพื่อนๆ รอบวง

แบมแบมชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวเข้าบ้าน หันมาเท้าเอวมองกราด ยองแจรีบดึงเสื้อไม่ให้เพื่อนไปต่อปากต่อคำกับอีกฝ่าย แต่แบมแบมสะบัดแขนหนีแล้วดันยองแจไปยืนหลบข้างหลัง

“ถ้าอยากกินเหล้าให้หมดขวดก็เงียบปากไป ปรามเพื่อนบ้างนะน้าซังยุน อย่าให้มาปากหมากวนใจฉันนัก”

ถ้าแค่คำพูดแบมแบมไม่โมโหหรอกเพราะได้ยินมาจนชินชา แต่ไอ้เสียงหัวเราะขบขันระคนเย้ยหยันแบบนี้เขาไม่ได้หูหนวกนะถึงจะทำเป็นไม่ได้ยินได้

“อ่าว! กูพูดด้วยดีๆ ต้องด่ากันเลยรึไง อีเด็กใจแตกขายตัวแล้วไม่ยอมรับความจริง กระแดะ!

คนเมาของขึ้น แบมแบมก้มลงหยิบรองเท้าตัวเองขึ้นมาข้างหนึ่งแล้วปาไปกลางวงจนทุกคนอึ้งด้วยความตกใจ เงียบปากกันทันใด

“นั่นมึงเรียกว่าพูดดีๆ เหรอ! เหล้าที่น้าซังยุนซื้อมาให้พวกมึงแดกก็เงินที่กูไปขายมานั่นแหละ และถ้าน้าปรามเพื่อนไม่ให้มาปากหมากับฉันไม่ได้ล่ะก็ฉันจะสั่งไม่ให้แม่ให้เงินน้าอีก อย่าลืมนะว่าเงินแม่มันก็คือเงินฉัน ฉันจะให้ใครหรือไม่ให้ใครก็ได้ นี่ไอ้เตนล์อยู่ไหม?”

แบมแบมชี้หน้าด่าอย่างไม่เกรงใจใครแล้วหันมากระแทกเสียงใส่ตัวต้นเหตุที่ชอบเรียกเพื่อนมาบ้าน ขยันสร้างเรื่องให้ตนรำคาญใจ

“อยู่ มีอะไรกับมันล่ะ” ซังยุนหันไปบอกให้บรรดาชายหนุ่มเลิกปากหมาแล้วหันกลับมาตอบแบมแบมเสียงอ่อน

ใครจะกล้าขัดใจลูกเลี้ยงคนสวยได้ เขาก็มองได้แค่อาหารตาแต่กินไม่ได้ เขาไม่โง่พอที่จะปล้ำแบมแบมให้มันเอาเขาเข้าคุกเข้าตะรางหรอก อยู่เฉยๆ กินเหล้าไปวันๆ สบายใจกว่า

“จะฝากยองแจให้นอนด้วย อ้อ และอย่าคิดจะลวนลามเพื่อนฉันหรือให้ใครหน้าไหนมายุ่งกับยองแจเด็ดขาด ถ้าใครแตะเพื่อนฉันแม้แต่ปลายเล็บฉันเอาตาย!

แบมแบมสำทับเสียงเข้มด้วยท่าทางจริงจังอีกครั้งแล้วดึงแขนคนที่ยืนเงียบให้เข้าบ้าน

“แบมแบมนี่น่ากลัวฉิบหาย ปากดีจริงๆ เสียดายความสวยว่ะ”

“พวกมึงก็อย่าแกว่งปากหาเรื่องนักเลย เห็นมันกลับมาตอนไหนก็เงียบๆ ไป ไม่ต้องไปพูดกับมัน เดี๋ยวกูนี่ล่ะจะซวย และอย่าไปยุ่งกับเพื่อนมันด้วยล่ะ”

ซังยุนมองตามลูกเลี้ยงไปก่อนจะรินเหล้าแก้วใหม่ให้ตัวเอง ถอนหายใจ ทั้งบ้านแบมแบมมันก็หาเงินได้มากกว่าคนอื่นอยู่คนเดียว ยังไงก็ต้องเกรงใจมันนั่นแหละ

 

 

 

“ทำไมแกไม่ย้ายไปอยู่ที่อื่นสักทีล่ะแบม แกก็พอจะมีเงินเก็บแล้วไม่ใช่เหรอ”

ยองแจเดินตามเพื่อนไปในครัวเล็กๆ หลังบ้าน เจ้าของบ้านเปิดตู้เย็นหลังเก่าเพื่อหาน้ำดื่ม มีแก่ใจหาให้เพื่อนอีกแก้ว

“มันยังไม่พอน่ะสิ ถ้าจะย้ายก็อยากซื้อบ้านดีๆ ไปเลย ย่านที่อยากอยู่ที่ดินก็โคตรแพง ฉันก็อยากพาแม่กับไอ้เตนล์ออกไปอยู่ที่อื่นจะแย่แล้วเนี่ย”

ยองแจรู้ดีว่าแบมแบมมันก็มีความฝันเดียวกันกับเขานี่ล่ะ เราสองคนฝันอยากมีบ้านของตัวเองสักหลังมานานแล้ว ฝันมาตั้งแต่เด็กๆ ไม่มีใครเกิดที่นี่แล้วอยากจะมีชีวิตที่ยากจนและลำบากไปตลอดชีวิตหรอก แต่ด้วยการที่ขาดโอกาสในหลายๆ อย่างส่วนมากก็ใช้ชีวิตแค่หาเช้ากินค่ำกันไปวันๆ ซึ่งเพื่อนของยองแจไม่ใช่แบบนั้น

แบมแบมอยากออกไปจากที่นี่จนยอมทำได้ทุกอย่าง..จะว่าแบมแบมก็ไม่ได้ เพราะมันคือทางเลือกของใครของมัน แบมแบมเคยบอกยองแจว่าไม่มีวิธีไหนจะหาเงินได้เยอะไปกว่าสิ่งที่แบมแบมทำอยู่ตอนนี้แล้ว

อย่าว่าแต่แบมแบมที่วาดฝันไว้เสียสวยหรู กระทั่งเขาเองก็ยังฝัน..แต่รู้ว่ามันเป็นฝันที่ไม่มีทางเป็นจริง เพราะหนทางหาเงินช่างน้อยนิด เงินที่ได้ก็แค่เศษเงินของนายจ้างที่พอใช้พอกินไปวันๆ ต่อให้อดเพื่อออมสะสมไปตลอดชีวิตก็ซื้อไม่ได้แม้แต่เสาบ้าน

แบมแบมยอมตกไปอยู่ในโคลนให้คนมองว่าสกปรก แต่อนาคตแบมแบมหวังไว้ว่าจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อื่นในที่ที่ไม่มีใครรู้จัก และแบมแบมยังเคยชวนยองแจกับยายไปอยู่ด้วยกันเลย

เพราะแบมแบมเป็นคนที่คิดถึงเขาก่อนเสมอ ยองแจเลยไม่เคยมองเพื่อนเปลี่ยนไป แม้คนในชุมชนจะหยามเหยียดแบมแบมแค่ไหนก็ตาม

“คืนนี้ก็นอนกับไอ้เตนล์ไปสักคืนนะ ทนเสียงดังหน่อยแล้วกันมันก็กินกันไม่ถึงเที่ยงคืนหรอกเดี๋ยวเมียใครสักคนข้างนอกนั่นก็มาตามกลับบ้านเองแหละ”

แบมแบมไม่อยากให้เพื่อนกลับไปนอนบ้านคนเดียว เผื่อมีใครย่องเข้าหาจะร้องไห้ใครช่วยได้ล่ะบ้านอยู่ตั้งท้ายซอย

ยองแจมันเป็นที่ต้องตาต้องใจของผู้ชายหนุ่มๆ ทั้งชุมชนเลยนะ แบมแบมถึงห่วงแสนห่วง

ยองแจยืนมองเพื่อนหยิบโทรศัพท์มือถือมาเช็กอะไรสักอย่าง แบมแบมทำงานหลายอย่างพอๆ กับเขานี่ล่ะ แต่แค่งานของเราสองคนไม่เหมือนกัน เขาทำงานกลางวันอย่างเดียวแต่แบมแบมทำทั้งกลางวันและกลางคืน

“พรุ่งนี้แกจะไปหายายแต่เช้าใช่ไหม”

“ไปสิ แต่คงไม่อยู่ทั้งวันแล้ว ต้องกลับไปทำงานสักที ไม่อยากลางานมากกว่านี้”

ถึงจะยังไม่หายเศร้าแต่ความเศร้าก็ไม่ทำให้อิ่มท้อง ยองแจจึงจะพยายามทำใจแล้วใช้ชีวิตต่อไป ยองแจต้องคิดหาทางหาเงินไปรักษายายอีก เงินเก็บในบัญชีก็มีไม่เยอะด้วย จะเบิกเงินล่วงหน้าจากนายจ้างก็คงได้ไม่พอ คงต้องไปหากู้ด้วยซ้ำไป คิดแล้วให้เครียดนัก

แบมแบมล้วงกระเป๋ากางเกงด้านหลังหยิบกระเป๋าเงินออกมา

“แกเอาติดไว้ใช้ก่อน”

“เฮ้ย! ไม่เอา”

ยองแจเกรงใจ ไม่อยากรับเงินเพื่อน แบมแบมยัดเงินใส่มือนิ่มแล้วบังคับให้เพื่อนกำไว้

“แกไม่ได้ไปทำงานมาสองวันแล้วนะจะเอาเงินที่ไหนกินข้าว อ้อ ถ้ามีใครข้างนอกนั่นมาวอแวก็ฟาดไปเลย หรือไม่ก็บอกว่าจะฟ้องฉัน ไม่มีใครกล้าทำอะไรแกแน่ ไปละ”

            แบมแบมไม่รอให้เพื่อนปฏิเสธ เขามองนาฬิกาข้อมือแล้วรีบออกจากบ้าน

ยองแจยืนนิ่ง มองตามเพื่อนไปด้วยสายตาขอบคุณ

           

 

 

 

 ร่างบางสะพายกระเป๋าเก่าๆ เดินเข้าโรงพยาบาล นอกจากมาดูอาการยายวันนี้ยองแจยังตั้งใจจะมาทำธุระสำคัญอีกเรื่องด้วย

ค่ารักษาของยายจะเท่าไรก็ไม่รู้ ไม่มีทั้งประกันสังคมและประกันสุขภาพด้วย ยังไงก็ต้องไปถามค่ารักษาก่อนจะได้รีบไปหาเงินมาจ่าย..แม้จะยังไม่รู้ว่าจะไปหามาจากที่ไหนก็เถอะ

เด็กหนุ่มถอนหายใจก่อนจะรวบรวมกำลังใจให้ตัวเองฮึดสู้ต่อไป จะแพงแค่ไหนก็ต้องหามาจ่ายอยู่ดีนั่นล่ะ เขาไม่ยอมให้ยายเป็นอะไรไปหรอก ขอแค่ยายหายดีได้ต่อให้ขายชีวิตยองแจก็ยอม

 

 

 

 

            แบมแบมเดินเข้ามาในบ้านเพื่อนสนิทที่ยังเห็นว่าเปิดไฟอยู่ มือก็หอบหิ้วของกินมาฝากเพื่อนด้วย เพราะรู้ว่ายองแจคงไม่ได้กินอะไรเท่าไรหรอก นอกจากจะห่วงยายจนไม่เจริญอาหารแล้ว แค่ค่าข้าวยองแจก็คงเสียดายเงินที่จะซื้อหามากินด้วย

“ยองแจ หลับเหรอวะ” แบมแบมวางของลงบนโต๊ะตัวเล็ก ยองแจนอนอยู่บนพื้น หนุนเบาะรองนั่งต่างหมอน ทีวีเครื่องเล็กเปิดทิ้งไว้

“แบม..” ยองแจแค่นอนหลับตาเฉยๆ ไม่ได้นอนหลับ พอได้ยินเสียงเพื่อนก็ลืมตามอง

“กินอะไรหรือยัง ลุกมากินข้าวกัน”

“ไม่เห็นต้องซื้อมาเลย เปลืองเงินเปล่าๆ”

“ฉันก็ซื้อมากินเองด้วยนั่นแหละ”

“ไม่ได้ไปทำงานรึไง”

“ไปมาแล้ว”

ยองแจหันมองนาฬิกาที่แขวนผนัง กลับมาค่อนคืนแบบนี้คงไปหาป๋ามา ไม่อย่างนั้นแบมแบมคงไม่ได้กลับบ้านเร็ว คืนไหนที่ต้องไปหาป๋า แบมแบมก็จะไม่ทำงานที่ผับ แรกๆ ยองแจก็แปลกใจนะว่ามีนายจ้างที่ไหนยอมให้ลูกน้องหยุดงานไม่เป็นเวลาแบบนี้ แต่แบมแบมบอกว่าป๋ามันค่อนข้างมีอิทธิพลพอตัว เจ้าของร้านก็เลยเกรงใจ

ยองแจลุกไปหาจานชามมาใส่ของกิน พอออกมาจากครัวก็เห็นเพื่อนนอนคว่ำหน้ากับพื้นฟุบนอนไปแล้ว

“แบมไม่กินเหรอ”

“ไม่อ่ะ เมื่อยตัวไปหมดขอนอนก่อนแล้วกัน เออ ว่าแต่แกทำไมนอนดึกล่ะ วันนี้ไปทำอะไรมาบ้างไหนเล่าซิ”

ยองแจมองเพื่อนที่นอนนิ่งแต่หันหน้ามาหา แบมแบมดูเหนื่อยๆ นะ

“จะไปไหนล่ะ ก็ไปทำงานกับไปหายายมาน่ะสิ..

ยองแจถอนหายใจอย่างลืมตัว หน้าหวานหม่นหมอง แบมแบมเอะใจกับท่าทางผิดปกตินั้น รีบลุกขึ้นนั่ง

“เป็นอะไร ทำไมทำหน้าแบบนั้น”

ร่างบางเม้มปากนิดๆ ชั่งใจว่าจะเล่าให้เพื่อนฟังดีหรือไม่ ถ้าเล่าแบมแบมก็คงเป็นห่วง แต่ถ้าไม่เล่าก็คงยิ่งห่วงและแบมแบมต้องหาทางคาดคั้นให้เขาเล่าออกมาอยู่ดี

“เรื่องค่ารักษายายน่ะสิ..

“แพงเหรอ”

“อื้ม..มันแพงจนฉันไม่รู้จะทำยังไงเลยแบม” ยองแจน้ำตาคลอ มือที่ถือกล่องใส่อาหารสั่นจนกล่องตกลงกับพื้น ยองแจก้มหน้าซบหน้ากับมือทั้งสอง

“เฮ้ยอย่าเพิ่งร้อง ค่ารักษามันเท่าไรล่ะ แกยืมฉันก่อนก็ได้” แบมแบมรีบคลานไปหาเพื่อน ลูบหลังลูบไหล่ปลอบใจ

ยองแจส่ายหน้าทั้งน้ำตาก่อนจะเล่าเรื่องกลุ้มใจของตนให้เพื่อนฟังต่อ

“มัน..ฮึก..มันแพงมากๆ เลย แค่..แค่ค่าผ่าตัดสมองกับที่นอนไอซียูมาเป็นเดือนก็เกือบสิบหกล้านแล้วว่ะแบม..หมะ..หมอ ฮึก หมอบอกว่า อาการของยายกว่าจะออกจากไอซียูได้ก็อาทิตย์หน้า และต้องอยู่โรงพยาบาลต่ออย่างต่ำก็สามเดือน ฮึก..ค่ารักษามันต้องไม่หยุดที่สิบหกล้านหรอกแบม ฉันจะทำยังไงดี ฮือ”

ยองแจร้องไห้โฮแล้วโผเข้ากอดเพื่อน แบมแบมอึ้งไปเหมือนกันที่ค่ารักษาแค่เดือนเดียวพุ่งไปสิบหกล้านวอนแล้ว

ถ้าต้องนอนอย่างต่ำสามเดือน..ค่ารักษาจะเท่าไหร่กัน ไม่ถึงห้าสิบล้านวอนเลยหรือไง

“ทำไมมันแพงนักล่ะ ไม่ใช่เอกชนสักหน่อย”

“ฉันก็ไม่รู้..ฉันเครียดจะตายอยู่แล้วแบม ฮึก ไม่ว่าจะนอนนานแค่ไหนถ้ายายหายดีได้ฉันก็ต้องหาเงินมารักษายายให้ได้ แต่ฉันไม่รู้จะไปหาจากไหนดี..ฉันไม่รู้”

แบมแบมตบหลังคนที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นเบาๆ เพื่อปลอบใจ

“เลิกร้องแล้วมาหาวิธีหาเงินดีกว่ายองแจ น้ำตาไม่ช่วยอะไรหรอกว่ะ”

ยิ่งลำบากยิ่งไม่มีเวลาอ่อนแอ แบมแบมเลิกร้องไห้มานานแล้วไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม แต่เขาก็เข้าใจยองแจล่ะนะ ยายคือทั้งหมดในชีวิตของเพื่อนคนนี้ การที่ยายมาเป็นแบบนี้ยองแจคงเหมือนขาดที่พึ่ง

“เงินเก็บฉันมีนิดเดียวเอง ไม่ถึงล้านวอนด้วยซ้ำ”

ยองแจผละจากเพื่อน พยายามเช็ดน้ำตาบนแก้ม แบมแบมถอนหายใจ มองเพื่อนอย่างเวทนา

“เอาของฉันไปก่อนก็ได้”

“ไม่ได้หรอก ถึงยืมเงินแกยังไงก็ต้องคืน ฉันอยากหาเงินเองมากกว่า”

“แกจะไปทำอะไร ไปกู้ที่ไหนได้ ยืมฉันไม่ต้องเสียดอกเบี้ยนะ”

ยองแจไม่รู้ว่าเพื่อนมีเงินเท่าไร คงมากกว่าค่ารักษายายถึงออกปากช่วยเหลือ แต่เขาเกรงใจ ยิ่งสนิทก็ยิ่งเกรงใจ เขารับรู้มาตลอดว่าแบมแบมต้องเจออะไรมาบ้างกว่าจะมีเงินเก็บ มันมาจากความลำบากของเพื่อนนะ

“ถ้าฉันไม่หาวิธีหาเงิน ต่อให้ยืมแกฉันก็ไม่มีปัญหาหาคืน เงินนั่นมันเงินซื้อบ้านแกนะแบม”

“บ้านมันเป็นความฝันของฉันก็จริง แต่มันก็ไม่ได้สำคัญไปมากกว่าเพื่อนแบบแกหรอก โรงบาลเขาเรียกเก็บค่ารักษายังไงล่ะ รอจนยายออกจากโรงบาลค่อยจ่ายครั้งเดียวแบบนี้หรือเปล่า ถ้าเป็นอย่างนั้นเราก็พอมีเวลาหาเงินเพิ่มกันได้บ้าง”

ยองแจซาบซึ้งใจจริงๆ ที่มีเพื่อนดีๆ อย่างนี้ ใครนะช่างว่าแบมแบมได้ลง คนพวกนั้นไม่เคยมาสนิทสนมกับแบมก็คิดแต่ว่าแบมแบมน่ะร้าย แต่ความจริงมันไม่ใช่เลย

“อือ รักษาเสร็จค่อยจ่ายน่ะ”

“ค่อยยังชั่ว แต่ดีแล้วล่ะที่เรารู้ก่อนว่ามันแพง จะได้เตรียมตัวทัน” 

แบมแบมพยายามพูดในแง่ดีให้คนที่มองโลกในแง่ดีใจชื้น ทั้งที่คิดหัวหมุนว่าจะช่วยยองแจยังไงดี

ถึงจะเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก เรียนก็เรียนมาด้วยกัน แต่แบมแบมก็รักและเอ็นดูยองแจมากกว่าเพื่อน รักเหมือนน้องอีกคนเลยด้วยซ้ำทั้งที่เราอายุเท่ากันนี่ล่ะ

“เข้มแข็งไว้นะยองแจ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด มีปัญหามันก็ต้องมีทางแก้ เข้าใจไหม”

“อื้อ เข้าใจแล้ว” ยองแจจะพยายามเข้มแข็งให้ได้สักครึ่งของเพื่อนแล้วกัน

 

 

 

 

เจ้าของเพ้นท์เฮ้าส์หรูต้องต้อนรับแขกกลางดึกโดยไม่ได้รู้ล่วงหน้ามาก่อน และเป็นแขกที่เขาไม่คิดว่าจะเจอด้วยนี่สิ

มาร์คยืนมองเพื่อนที่ยืนหน้าประตู มองเลยไปยังกระเป๋าเดินทางที่เพื่อนลากมาด้วย

“จะกลับจากอังกฤษไม่คิดจะบอกสักคำ จู่ๆ โทรมาบอกให้ฉันเปิดประตูรับตอนตีสองนี่มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ ไม่คิดว่าฉันจะหลับอยู่บ้างหรือไง”

ชายหนุ่มที่มาเยือนไม่ตอบคำถาม เพียงมองหน้าเพื่อนนิ่งๆ แล้วลากกระเป๋าเข้าบ้านเพื่อนโดยไม่ขออนุญาตสักคำ

“เฮ้แจ็คสัน แกมีอะไรทำไมมาป่านนี้ อธิบายสิวะ” มาร์คปิดประตูแล้วตะโกนถามคนที่เดินดุ่มๆ ไปห้องนั่งเล่น

“นายแม่เรียกกลับ”

“ไหนว่าให้ตายก็ไม่กลับมาแล้วไง”

“เอาเรื่องสุขภาพของพ่อมาอ้างจะให้ทนทำตัวเป็นลูกอกตัญญูก็ไม่ไหวไง”

“น่าจะรู้ว่าพ่อแกก็สบายดี”

“รู้ไง! รู้แต่ก็ต้องกลับ”

“แล้วทำไมไม่เข้าบ้าน”

“ไม่อยากเข้า มาเอาคีย์การ์ดเพ้นท์เฮ้าส์ที่ให้แกจัดการให้ด้วย ซื้อไว้ให้แล้วใช่ไหม”

หนุ่มหล่อผู้มาหาอย่างปุบปับเดินไปนั่งที่โซฟาตรงส่วนห้องรับแขก ถอดเสื้อโค้ทออกจากตัวพาดไว้กับโซฟา ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ยาวๆ จนมาร์คสงสัยว่ามันมีเรื่องอะไรให้หนักอกหนักใจนักหนา

“ซื้อไว้แล้ว แต่มันยังตกแต่งไม่เรียบร้อยนะ เฟอร์นิเจอร์ก็ยังไม่ได้เอาเข้าไป ถ้าจะเข้าไปตอนนี้แกก็ต้องนอนพื้นแล้วล่ะ”

แจ็คสันนานๆ จะบินกลับมาสักครั้ง เวลาอยากได้อะไรที่นี่มันก็ไหว้วานผ่านเขาให้ช่วยจัดการนี่ล่ะ เพื่อนกันก็ต้องช่วยๆ กันไป

“ทำไมยังไม่เสร็จวะ แล้วฉันจะไปอยู่ที่ไหน” แจ็คสันหันมาโวยเพื่อน ไม่สบอารมณ์อะไรมาร์คไม่รู้ล่ะ แต่มันไม่ควรมาโวยกับเพื่อนหรือเปล่าวะ?

“แกบอกจะมาเดือนหน้านี่หว่า บ้านก็มี กลับไปหานายแม่โน่นไป”

มาร์คชักหงุดหงิดเหมือนกัน กำลังง่วงและเหนื่อยมาก เสียพลังงานไปกับเด็กเยอะมากไง ตอนนี้ควรได้ฝังตัวนอนบนที่นอนนุ่มๆ นะ ไม่ใช่มารองรับอารมณ์เพื่อน

“เฮอะ! กลับได้กลับไปแล้ว ก่อนบินกลับจากอังกฤษนี่ทะเลาะกับนายแม่ไปชุดใหญ่ วันนี้ก็แอบบินมาเงียบๆ ไม่ให้นายแม่รู้ด้วย ถ้าบ้านยังไม่เสร็จฉันจะไปอาศัยโรงแรมชั่วคราวแต่ยังไงคืนนี้ก็ต้องค้างที่นี่ก่อนนั่นล่ะ แกไม่ได้เอาเด็กมานอนใช่ไหม ฉันรบกวนเวลาส่วนตัวของแกหรือเปล่า”

เจ้าของบ้านส่ายหน้าช้าๆ ใจเย็นลง ยังดีที่แจ็คสันมันยังคิดถึงใจเพื่อนบ้าง  

“แต่แกไม่ถามช้าไปเหรอ ไม่คิดว่าจะมาขัดจังหวะฉันทำกิจกรรมอะไรๆ บ้างรึไง”

แจ็คสันหลุดขำกับหน้าง่วงๆ ของเพื่อนแต่สายตานี่เชือดเฉือนเหลือเกิน

“ถ้าขัดก็โทษที ขอยืมห้องว่างสักห้องแล้วกัน มีอะไรไว้คุยกันพรุ่งนี้”

“อย่าบอกว่าจะนอน ไม่เจ็ทแลคเลยหรือไง”

“ฉันหนีเข้าห้องเพื่อให้แกไปนอนต่างหาก ฉันก็ยังมีความเกรงใจหลงเหลืออยู่เหมือนกันนะโว้ย”

แจ็คสันพูดแล้วก็ลุกขึ้น หยิบเสื้อโค้ทพร้อมลากกระเป๋าเดินขึ้นไปชั้นสอง บ้านเพื่อนก็เหมือนบ้านตัวนั่นแหละแม้ไม่ค่อยมาเยี่ยมแต่ก็จำได้อยู่หรอกว่าห้องนอนแขกอยู่ไหน

มาร์คนั่งงง มองตามเพื่อนจนมันหายขึ้นชั้นสองไป

“มาหาตอนตีสองนี่คือเกรงใจแล้วหรือวะ?”

 

 

 

 

“นี่มาร์ค ถ้านายแม่โทรหาแกอย่าบอกว่าฉันกลับเกาหลีแล้วนะ เข้าใจไหม”

แจ็คสันที่กำลังอ่านหนังสือพิมพ์พลางจิบกาแฟเอ่ยกับเพื่อนที่แต่งตัวพร้อมออกไปทำงานแล้ว

“เออ แต่มีเรื่องอะไรกับนายแม่วะ หรือหาเจ้าสาวให้อีกแล้ว”

“ก็คงงั้น มีคนกระซิบบอกมาว่าแบบนั้น นี่เลยว่าจะมาเคลียร์เรื่องที่แม่หลอกเรื่องพ่อด้วย มาเคลียร์เรื่องนี้ด้วย”

“แต่งๆ ไปก็จบแล้ว แม่คงอยากให้มารับช่วงต่อหรือเปล่า ท่านก็คงเหนื่อยแล้ว คงอยากจะพอแล้ว กลับบ้านมาทำงานที่นี่บ้างก็ดีนะ”

แจ็คสันฟังเพื่อนแล้วถอนหายใจ ฉุนกับคำพูดง่ายๆ เหมือนทุกอย่างเป็นเรื่องเล็กของมาร์ค

“แกก็พูดได้น่ะสิ เมียแกเข้าใจนี่หว่า”

จะว่าไปมาร์คมันก็โชคดีจริงๆ แต่งเมียที่แม่หามาให้ทั้งที่ไม่อยากแต่งแต่กลับไม่มีปัญหาเลยสักนิด เพราะทางเมียมันก็แต่งเพราะขัดผู้ใหญ่ไม่ได้เหมือนกัน มาร์คกับเมียเลยตกลงกันว่าจะอยู่กันแบบเพื่อน ไอ้เรื่องที่ว่าจะนอนร่วมเตียงกันไหมนี่เขาก็ไม่รู้ แต่มันบอกว่าไม่มีทางมีลูกด้วยกันแน่ๆ เพราะสาวเจ้าก็ไม่ยอมมีกับมันเหมือนกัน

แต่เจ็คสันเชื่อเหลือเกินว่าเคสเขากับเคสมาร์คต้องต่างกันมาก

“แกน่าจะหาคนใช้สักคน”

“หามาทำไม”

“ทำงานบ้าน ทำอาหาร”

“ไม่ล่ะ จ้างแบบไปกลับก็พอแล้ว ไม่อยากวุ่นวาย”

“แกจะไปทำงานเลยหรือไง ไม่กินข้าวเช้าหรือวะ”

แจ็คสันรั้งเพื่อนที่เดินมาคุยด้วยแล้วก็จะเดินออกไปจากห้องอาหาร มาร์คหันมาตอบพลางส่ายหน้า

“ไม่กินว่ะ ขี้เกียจ ถ้าจะออกไปตอนไหนก็โทรมาบอกด้วยแล้วกัน จะไปอยู่โรงแรมวันนี้เลยหรือเปล่า”

“อือ จะออกไปเลย”

มาร์คพยักหน้ารับรู้แล้วก็ออกไปทำงาน ทิ้งให้แจ็คสันนั่งอยู่คนเดียว

วันนี้คงต้องไปหาซื้อเตียงไปไว้ที่เพ้นท์เฮ้าส์ก่อนแล้วมั้ง เขาน่าจะให้ทางโครงการตกแต่งพร้อมเข้าอยู่ให้เลย จะอยากแต่งเองไปทำไมวะ สุดท้ายพออยากจะอยู่ตอนไหนก็ดันไม่ได้อยู่ดั่งใจซะอีก

 

 

 

 

หลายวันที่ผ่านมายองแจแทบไม่ได้พักผ่อน เขาเอาแต่โหมทำงาน แม้ค่าแรงได้เพียงน้อยนิดก็ยังทำแบบไม่รู้จักเหนื่อย ทำแบบลืมตาย

แบมแบมเองก็ยุ่งๆ เราไม่ได้เจอกันหลายวันแล้ว และเมื่อแบมแบมไม่มาหา ยองแจก็ละเลยในการดูแลตัวเอง ทั้งกินข้าวไม่ตรงเวลา บางวันไม่ได้กินเลย แล้วยังพักผ่อนน้อยอีกด้วย

ยองแจเดินโซเซมาที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งเมื่อเพื่อนนัดมาเจอเพราะมีเรื่องอยากคุยด้วย ยองแจไม่ได้อยากมา รอไว้ไปคุยที่บ้านก็ได้ แต่แบมแบมบอกว่ามาเป็นMC ของงานเปิดตัวสินค้าในห้างนี้พอดี เลยนัดให้มาเจอกันหลังงานเสร็จ เพราะคืนนี้แบมแบมก็ต้องไปทำงานของมันอีก คงไม่แวะไปหายองแจที่บ้านแล้ว

            “อ๊ะ..” เสียงหวานหลุดอุทานออกมาเบาๆ ก่อนจะเซล้มลงไปนั่งกับพื้นตรงทางเข้าห้างสรรพสินค้า คนที่ถูกชนน่ะสิที่ตกใจเพราะแรงปะทะไม่ได้มากมายจนทำให้ล้มได้แต่เด็กคนนี้ดันล้มก้นกระแทกพื้นซะจนคนหันมอง

“น้องเป็นอะไรมากไหม”

ยองแจที่นั่งก้มหน้าหลับตาแน่น หูได้ยินเสียงทักแต่ไม่ตอบออกไป รู้สึกว่าตัวเองหน้าวืดจนวูบไป ไม่ได้ล้มเพราะไปชนคนอื่นหรอก อาจเพราะน้ำตาลในเลือดน้อยหรือไม่ก็อดอาหาร

“ไม่เป็นไรครับ..” ยองแจตอบเสียงเบา เงยหน้ามองคนที่ก้มลงถาม เด็กหนุ่มไม่คิดว่าจะได้รับสายตาห่วงใยจากชายแปลกหน้าด้วยซ้ำ แต่ก็ได้รับมาโดยไม่คาดคิด

แจ็คสันยิ้มให้แล้วส่งมือเพื่อให้อีกฝ่ายจับเป็นหลักลุกขึ้น ยองแจลังเลแต่ก็รับความช่วยเหลือ

“ขอบคุณครับ” เสียงหวานไม่ต่างจากกระซิบ เมื่อพูดจบยองแจก็เดินแยกไปโดยมีสายตาคู่หนึ่งจับจ้อง

แจ็คสันก้มมองมือตนเอง สัมผัสจากเด็กคนนั้นยังหลงเหลือ หลังมือก็นิ่มผิวเนียนตามวัยนั่นล่ะ แต่ฝ่ามือหยาบกร้าน ทำงานหนักหรือไง เดินก็แทบจะไม่มีแรง พอมาชนคนแข็งแรงแบบเขาเลยล้มไปแบบนั้นสินะ

 

 

 

เมื่อได้ดื่มน้ำผลไม้ปั่นหวานๆ เย็นๆ ยองแจก็ค่อยรู้สึกดีขึ้น แบมแบมมองเพื่อนที่ซูบไป ไม่เจอกันกี่วันเอง ทำไมเหมือนยองแจผอมลงเลย

“พูดกันตรงๆ เลยนะยองแจ ตอนนี้ฉันมีเงินเก็บอยู่สามสิบล้านวอน มันน่าจะพอค่ารักษายาย แต่ถ้ามันเกินจากนั้นฉันจะไปเอาจากป๋ามาให้ก่อน แกว่าไงล่ะ”

“ไม่ต้องหรอก! แกไม่ต้องช่วยฉันขนาดนั้นก็ได้ ฉันจะมีปัญญาที่ไหนหามาคืนแกล่ะ” ยองแจหน้าเสีย รู้สึกไม่ดีที่ทำให้เพื่อนลำบาก

“อืม..ถ้าแกไม่มีทางหามาคืนจริงๆ ก็ช่างเถอะ ฉันคงต้องยอมเป็นเมียน้อยป๋าจริงๆ ก็คงได้บ้านสวยๆ สักหลังมั้ง และอาจแพงกว่าที่ฉันจะเอาเงินเก็บไปซื้อหลายเท่าด้วย”

แบมแบมพูดด้วยรอยยิ้มเหมือนว่าตนเองไม่ได้กำลังจะยกเงินทั้งหมดที่มีให้เพื่อนสนิท ยองแจน้ำตาร่วง เอื้อมมือไปจับมือแบมแบมไว้

ไม่เป็นไรหรอกแบมแบม แกไม่ต้องช่วยฉันขนาดนี้ก็ได้แกคิดถึงแม่กับน้องบ้างเถอะ แค่แกเป็นห่วงฉันกับยายแค่นี้ก็ดีมากแล้วขอบใจนะ

“อย่าดื้อเลยรับไปเถอะ ในอนาคตแกอาจจะรวยกับเขาขึ้นมาบ้างก็ได้นี่ แกบอกจะเก็บเงินเรียนต่อไม่ใช่เหรอ แกคงมีชีวิตที่ดีกว่าตอนนี้ ไว้มีเงินตอนนั้นแกก็ช่วยฉันบ้างแล้วกัน ฉันก็คงเป็นเมียน้อยป๋าไปไม่ได้ตลอดชีวิตหรอก”

ถึงแบมแบมจะพูดอย่างนั้น ยองแจก็ยังร้องไห้อยู่จนแบมแบมไม่รู้จะทำยังไง

“ถ้าเกรงใจนักลองหาเงินเองดูไหมล่ะ”

“อะ..อะไรเหรอ จะหายังไง” ยองแจเงยหน้าเปื้อนน้ำตามองเพื่อน แบมแบมลังเลใจที่จะพูด ถ้าพูดออกไปยองแจจะร้องไห้หนักกว่าเดิมไหมล่ะ

“ถ้าแกอยากช่วยยายมาทำงานกับฉันสักครั้งไหม”

 “งาน..อย่าบอกนะว่า”

ยองแจตกใจจนหยุดร้องไห้ แบมแบมคลึงขมับเบาๆ เริ่มเครียด ถึงจะเอ่ยปากออกไปแล้วก็ยังลำบากใจ

ยองแจเป็นเพื่อนที่เขาพยายามกันออกจากวงจรบ้าๆ นี่สุดชีวิตเลยนะ ยองแจเรียนเก่ง ยองแจอยากเรียนต่อมหาวิทยาลัย ยองแจควรจะมีอานาคตที่ดีโดยไม่มีเรื่องด่างพร้อยในชีวิต

แต่สุดท้ายเขาก็ปกป้องยองแจเอาไว้ไม่ได้อยู่ดี แล้วยังเป็นคนเอ่ยชวนให้มาลงเหวด้วยกันเสียอีก

“ลองไหมยองแจ แกจะทำเองหรือจะยืมฉัน” แต่ในเมื่อเสนอแล้วก็ต้องเลยตามเลย

ยองแจอึ้ง เงียบไปเหมือนคิดอะไรอยู่ แบมแบมนั่งรอฟังการตัดสินใจของเพื่อน

ยองแจไม่รู้ว่าควรจะทำหรือไม่ทำดี เงินของแบมแบมก็แลกมาด้วยแรงกายของแบมแบม เขาไม่ควรรับความช่วยเหลือเหมือนเอาเปรียบเพื่อนขนาดนั้น..

ยายของเขา..เขาก็ควรจะทำเองหรือเปล่านะ แต่ยายสอนเขาเสมอว่าต่อให้ลำบากยากแค้นจนหนทางขนาดไหนก็อย่าทำร้ายตัวเอง..เขาเข้าใจว่าทำร้ายตัวเองของยายคืออะไร

นี่คือความจำเป็น ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่ายายอีกแล้ว ต่อให้เป็นชีวิตเขาก็เถอะ ทำแล้วเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับที่สุดโดยไม่ให้ยายรู้

“ฉันไม่อยากขายตัว..” ยองแจลังเล

“ฉันเข้าใจแกนะ แต่ศักดิ์ศรีมันใช้จ่ายค่ารักษาที่รพ.ได้ไหมล่ะ แกเพิ่งจะจบมอหก จะหางานที่เงินดีๆ ที่ไหนได้ หรือแกจะไปกู้เสี่ย ไม่มีเงินจ่ายก็ต้องเอาตัวไปขัดดอกอยู่ดี”

เสี่ยที่แบมแบมว่าคือเจ้าพ่อเงินกู้แถวบ้านพวกตนนี่ล่ะ ขึ้นชื่อลือชานักเรื่องความหื่นกามเนี่ย

“แต่ว่า..

“อย่าไปยึดติดเลย ร่างกายแกหรือว่าชีวิตยายที่สำคัญกว่ากันก็คิดดู แค่ครั้งเดียวไม่เป็นไรหรอกยองแจ ให้ได้ค่ารักษายายแล้วแกก็เลิก”

แบมแบมช่วยคิดเมื่อเพื่อนคิดหนักและตัดสินใจไม่ได้สักที

ยองแจก้มหน้า บีบมือทั้งสองข้างเข้าหากันแน่น

“ตัวฉันจะมีราคาขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันเป็นเด็กผู้ชายแถมไม่ได้หน้าตาดีอะไรด้วย ต้องทำกี่ครั้งกว่าจะรักษายายได้ล่ะ คงไม่ได้หลายสิบล้านในครั้งเดียวหรอกมั้ง”

เมื่อเงียบไปเกือบห้านาทียองแจก็เอ่ยออกมาอย่างนี้ หน้าหวานเงยขึ้นมองหน้าเพื่อน สีหน้าไม่สู้ดี

แบมแบมรู้ว่าเพื่อนไม่อยากทำ ถ้ามีทางเลือกอื่นให้ตายอย่างไรยองแจก็ไม่ทำ แต่ตอนนี้มันไม่มีทางเลือกอะไรแล้วนี่นะ

แบมแบมเอามือรองใต้คาง มองเพื่อนเขม็งจนยองแจแปลกใจ

“มองทำไม”

“แกไม่รู้ตัวเหรอว่าแกน่ารักมากนะ”

“เอ๋?”

“จริงๆ แกดูจืดเพราะไม่ได้แต่งตัวไง ผิวแกดีอยู่แล้ว” มือเรียวยื่นมาเชยคางเพื่อน บังคับให้หันซ้ายขวา

“หน้าซื่อๆ อย่างนี้นี่แหละผู้ชายชอบ และแกก็ยังเด็กอยู่ด้วย”

“เอ่อ..” หน้าหวานซีดลงเรื่อยๆ ยิ่งฟังยิ่งใจไม่ดี

“แกไม่ต้องกลัวหรอก เจ๊ที่ฉันรู้จักอ่ะไม่ได้เป็นแม่เล้าทำซ่องเกรดต่ำเหมือนในละครนะเว้ย ลูกค้าเจ๊แกไฮโซทั้งนั้นแหละ เด็กในสังกัดเจ๊ก็สวยระดับนางแบบทั้งนั้น ไม่อย่างนั้นฉันจะมีโอกาสได้เจอป๋าหรือไง”

“โห..ถ้าอย่างนั้นเจ๊จะรับฉันเหรอ” ยองแจไม่มั่นใจเลยว่าจะทำงานเหมือนเพื่อนได้ เขามันขี้อาย แฟนก็ไม่เคยมี เรื่องอย่างนั้นนี่เลิกคิดไปเลย ไม่เคยรู้เลยสักนิดว่าเขาทำอะไรยังไงกัน

“เดี๋ยวช่วยไปพูดให้ แกมีดีอีกอย่างที่จะขายได้ราคาอยู่”

“อะไร..” ยองแจรู้สึกไม่ดีเลยที่เพื่อนพูดว่าขาย เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสินค้าทั้งที่ตกลงใจจะทำเองแท้ๆ

“แกยังไม่เคยไม่ใช่เหรอ”

” ยองแจก้มหน้างุด แบมแบมถอนหายใจ

“เอาเหอะ ยังไงสักวันมันก็ต้องเสียแหละ อย่าร้องไห้นะ”

“ไม่ได้เศร้าขนาดนั้นสักหน่อย..

ไม่ได้เศร้าแต่น้ำตาปรอยอีกแล้ว แล้วอย่างนี้จะรับงานไหวไหมนะ แบมแบมเป็นห่วงเพื่อนจริงๆ

“แป๊บนะ” แบมแบมส่งกระดาษซับหน้าให้เพื่อนเช็ดน้ำตาซะแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ามารับสาย

“ครับป๋า”

ยองแจเช็ดน้ำตาพลางมองเพื่อน แบมแบมเอนกายพิงพนักเก้าอี้

“อะไร อย่ามาใส่ร้าย แบมไม่ได้ไปรับงานที่ไหนสักหน่อยก็แค่เอ็มซีเหอะ” แบมแบมก้มมองเล็บ ท่าทางเบื่อหน่ายที่ต้องคุยกับปลายสาย ยองแจคิดว่าเพื่อนคงโดนดุอีกแล้ว

“ไม่ เดี๋ยวเมียป๋าก็มาฉีกอกแบมพอดี ไปอยู่กับเมียเหอะ นี่ไม่ได้ประชดนะ”

ยองแจว่าแบมแบมก็ไม่ได้ประชดจริงๆ นั่นแหละ แบมแบมบ่นอยู่บ่อยๆ ว่าไม่อยากเป็นเด็กของป๋าคนนี้แล้ว

“จะเอาไงล่ะ จะให้แบมไปหารึเปล่า ไปก็ได้นะ เงินหมดแล้วด้วย”

แบมแบมนิ่วหน้า ยกมือถือออกห่างจากหู ยองแจหน้าเจื่อนได้ยินเสียงป๋าของแบมแบมดังลอดออกมาเลย

“จะให้แบมขออะไรป๋าบ่อยๆ แบมก็เกรงใจนะ ถ้าป๋าไม่เรียกแบมก็ไม่ขอหรอก แบมทำงานแลกเงินนะไม่ใช่เมียน้อย ป๋าไม่นอนกับแบมป๋าก็ไม่ต้องมาเลี้ยงแบม ไม่เอาแล้วไม่คุยละป๋า คืนนี้จะให้ไปก็โทรมาอีกทีแล้วกันโอเคไหมครับ”

แบมแบมเท้าคางฟังปลายสายอย่างเซ็งๆ อือออรับคำอีกแป๊บก็วางสาย

“โดนดุอีกแล้วเหรอ” ยองแจสนิทกับแบมแบมจนรู้ทุกเรื่องของแบมแบมนั่นแหละ แบมแบมก็ไม่มีใครบ่นให้ฟังก็มาบ่นให้ยองแจฟัง

“อื้อ”

“ป๋าอาจจะชอบแกจริงๆ ก็ได้ ทำไมแบมไม่ลองเป็นเด็กป๋าจริงจังไปเลยจะได้ไม่ต้องรับงานนู้นงานนี้ให้เหนื่อย”

ยองแจรู้ว่าตั้งแต่ได้เจอป๋าคนนี้แบมแบมก็ไม่ได้ขายให้ใครอีก รับทำงานอิสระอื่นๆ แทน แล้วก็ทำงานในผับ แค่นั้นเอง

“ถ้าต้องเลี้ยงดูส่งเสียกันจริงจังก็เป็นเมียน้อยเต็มตัวเลยสิ แกรู้ไหมว่าถ้าลองได้เป็นคนของเขาแล้วจะถอนตัวออกมามันยากมากนะ เพื่อนฉันนี่หลายคนแล้ว ตกลงเป็นเด็กเสี่ย เสี่ยของมันให้ค่าเทอม ค่าช็อป ค่าอะไรอีกจิปาถะเดือนๆ หนึ่งใช้ชีวิตอย่างกับคุณหนู มีบ้านมีรถ กระเป๋าใบละเป็นล้านๆ เปลี่ยนแม่งเดือนละสองสามใบ แต่ไม่มีอิสระ มันอยู่กับเสี่ยได้คนเดียวเพราะเสี่ยมันบอกแต่แรกเลยว่าถ้ามีผู้ชายอื่นเขาเอาตายทั้งคู่ มันเคยลองของแล้วเสี่ยมันจับได้ ผู้ชายเกือบไม่รอด น่ากลัวจะตายชัก ไม่เอาด้วยคนหรอก ไอ้เรื่องแบบนี้อ่ะจะเปลี่ยนบรรยากาศกินนอกบ้านบ้างชั่วครั้งชั่วคราวก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเลี้ยงฉันแล้วเกิดเมียเขารู้ เมียเขาได้อกแตกตายกันพอดี และถ้าเมียรู้ ป๋ากับเมียก็ต้องทะเลาะกัน ดีไม่ดีหย่าร้างกันขึ้นมาอีก บาปกรรมตายเลย แค่นี้ก็ลำบากจะแย่แล้วจะสร้างเรื่องให้ชีวิตลำบากไปอีกทำไม”

แบมแบมถือคติไม่เป็นเมียเก็บใคร ไม่ผูกมัดหรือผูกพันกับใคร ที่เสนอยกเงินให้ยองแจไปหมดแล้วจะยอมเป็นเมียน้อยป๋านั่นน่ะ แบมแบมก็คิดมาหลายคืนเหมือนกัน

“ขายตัวแบบมีคุณธรรม”

“ถ้าไม่ใช่เพื่อนกันมาแต่เล็กแต่น้อยฉันจะต่อยปากแก”

“ไม่ได้จะดูถูกนะแค่ล้อเล่นเฉยๆ” ยองแจยิ้มเจื่อน แบมแบมถอนใจ ไม่ถือสา ยองแจมีอารมณ์ล้อเล่นได้ก็ดีแล้วล่ะ

“อือ เข้าใจ ถ้าแกจะดูถูกแกคงทำไปนานแล้วล่ะ แต่เรื่องของแกเนี่ย มาคิดดูดีๆ แล้วแกไม่ได้จะทำจริงจังอะไรแค่หาเงินไปรักษายาย แกทำเองโดยไม่ต้องไปพึ่งเจ๊ก็ได้นะ เกิดโดนเจ๊จับเข้าสังกัดไปจะยุ่ง พอได้เจอป๋าคนนี้กว่าฉันจะออกมาจากเจ๊ได้ก็นานอยู่”

“อ่าว..แล้วจะมีใครมาสนใจฉันเหรอ มันคงไม่ได้ทำง่ายๆ หรอกมั้งงานแบบนี้ ใช่ไหม?”

ยองแจท่องไว้ในใจตลอดว่าเพื่อยาย และยายจะไม่มีวันเสียใจเพราะเรื่องนี้แน่ๆ เขาจะให้มันเป็นความลับไปจนวันตายเลย

“เดี๋ยวไปถามป๋าให้ว่ามีเพื่อนกระเป๋าหนักต้องการเด็กไปเลี้ยงดูอีกสักคนบ้างหรือเปล่า ป๋าเขาเพื่อนเยอะ แกไม่ต้องห่วง จะขอให้ป๋าช่วยเลือกคนดีๆ ให้แล้วกัน”

“อือ ขอบใจแกมากนะ” ได้ยินเพื่อนรับปากแบบนี้ยองแจค่อยโล่งใจไปหน่อย แต่ความกังวลยังอัดแน่นจนล้นอก

“ระหว่างรอคำตอบจากฉันแกก็ไปทำใจซะนะ ทำใจให้ได้ไม่ต้องคิดมาก”

แบมแบมให้กำลังใจ รู้ว่าเรื่องแบบนี้มันทำใจยาก ขนาดเขาทำเพราะเงิน ไม่ได้มีความเป็นความตายของใครมาเกี่ยวข้องเขายังทำใจอยู่หลายวันเลยล่ะ

ชีวิตคนเรามันไม่เท่าเทียมกัน คนไม่มีก็คือไม่มีเลยจริงๆ นะ ต่อให้คนจะด่าจะว่าแต่คนพวกนั้นก็ไม่ได้ให้เงินเราใช้ มีแต่เราต้องดิ้นรนเอาเอง ทางเลือกในการหาเงินหลายล้านของเด็กอายุ18 ฐานะยากจนมันจะทำได้สักกี่อย่างกัน..

“จะพยายาม..” ยองแจถอนหายใจยาว หนักใจเหลือเกิน ยังไม่รู้เลยว่าตัดสินใจผิดหรือถูก

“ไปเดินเล่นกันไหม แก้เครียด” ไหนๆ ก็มาห้างแล้ว แบมแบมเลยจะพาเพื่อนเที่ยวสักหน่อย

“ไม่เอาหรอก เดินเฉยๆ ไม่ได้ซื้ออะไรมันเสียเวลา”

“แกนี่นะ จะทำชีวิตให้เครียดไปถึงไหน ฉันรู้ว่าแกไม่สบายใจเรื่องยาย แต่ตอนนี้แกทำอะไรไม่ได้แล้วนะเว้ยนอกจากรออ่ะ ไปร้านหนังสือก็ได้ ไปไหมล่ะ”

“อือ ก็ได้” ยองแจพยักหน้ารับว่าไป ร้านหนังสือถึงไม่ซื้อก็แอบอ่านฟรีได้นี่นา

 

 

 

 

ยองแจเดินไปซื้อไอศกรีมกินเพียงลำพังเพราะแบมแบมมีงาน แยกกันตั้งแต่ที่ร้านหนังสือแล้ว

ยองแจรอคิวหน้าร้าน เขาไม่ได้ซื้อของกินในห้างให้ตัวเองมานานแค่ไหนแล้วนะ จำไม่ได้แล้วสิ ตั้งแต่ขึ้นชั้นมอต้นยองแจก็ไม่เคยให้ยายพาไปเที่ยวที่ไหนอีกเลย ไม่อยากให้ยายเอาเงินที่หามาได้ลำบากเอามาให้หลานใช้เที่ยวเล่น

 คนที่กำลังอยู่ในภวังค์สะดุ้งเมื่อมีคนมาสะกิดไหล่ พอหันไปก็พบว่าเป็นพี่ชายที่เจอหน้าห้างนี่เอง

“ดีขึ้นหรือยัง”

ยองแจแปลกใจกับคำถามของคนแปลกหน้า และสีหน้าเขาคงแสดงชัดเจนเกินไปว่าสงสัยอีกฝ่ายจึงหัวเราะแล้วอธิบาย

“ตอนที่ชนกันผมเห็นคุณท่าทางไม่ค่อยดี หน้าซีดน่ะ”

“อ่อ..คงเพลียน่ะครับ ไม่เป็นไรแล้ว” ยองแจตอบพี่ชายคนนั้นแล้วหันไปสั่งไอศกรีมเพราะถึงคิวพอดี เมื่อจะจ่ายเงินก็มีมือใครบางคนยื่นเงินตัดหน้า

“ผมเลี้ยง”

“ทำไมครับ เราไม่รู้จักกันเสียหน่อย”

“ตอนนี้ก็รู้จักแล้วไง”

พูดจบก็เดินจากไปเลย ยองแจหันไปรับเงินทอนและไอศกรีมแป๊บเดียว พอจะหันมาเอาเงินคืนอีกฝ่ายก็เดินหายไปไหนแล้วไม่รู้

“ขอเก็บไว้เลยละกัน”

ยองแจพึมพำเบาๆ แล้วเก็บเงินจำนวนเล็กน้อยนั้นใส่กระเป๋ากางเกง เงินทุกวอนมีค่าสำหรับเขาหมดแหละ

แต่พี่คนนั้นนี่ช่างสังเกตจังนะ ชนกันแป๊บเดียวก็รู้แล้วว่าเขาไม่สบายน่ะ ท่าทางเขาคงแย่มากสินะ

นอกจากยายและแบมแบม นานแล้วนะที่ไม่มีใครสนใจเขาแบบนี้ แม้จะเป็นคนแปลกหน้าก็เถอะ

 

 

 

 

เมื่อดูหนังจบเรื่องแล้ว แบมแบมก็ละสายตาจากโฮมเธียร์เตอร์มาทางคนที่นั่งดูหนังด้วยกัน

“ป๋า”

“ว่าไงครับ”

ป๋าสุภาพกับแบมเสมอล่ะ แต่ถ้าจะคีพลุคนี้บนเตียงด้วยจะดีมาก

“หาเพื่อนรวยๆ สุภาพๆ ให้แบมสักคนสิ”

“จะหาไปทำอะไร แค่ป๋าคนเดียวไม่พอรึไง” จากเสียงนุ่มนวลกลายเป็นหยาบกระด้างขึ้นมาทันทีเชียว อารมณ์ป๋าเปลี่ยนไวมาก แบมแบมชินแล้วล่ะ

“คิดไปนู่นเลย แบมแบมไม่คิดรับงานเพิ่มหรอกนะ ตั้งแต่เจอป๋าก็มีป๋าคนเดียวเนี่ย ขายให้แต่ป๋านี่แหละ ถ้าจะหาคนเลี้ยงเพิ่มแบมไม่ขอให้ป๋าช่วยหรอก หาเองได้ เพื่อนแบมกำลังเดือดร้อนเรื่องเงินน่ะครับต้องการใช้เงินเยอะมาก มีใครอยากจะเลี้ยงเด็กอีกสักคนไหม”

“เดือดร้อนยังไงล่ะ” เมื่อได้คำอธิบายป๋าของแบมแบมก็กลับมาอารมณ์ดีอีกครั้ง

“ยายโดนรถชนอาการสาหัส ต้องนอนโรงพยาบาลหลายเดือนเลย อยู่ห้องไอซียูมาเดือนนึงนี่ค่ารักษาปาไปสิบหกล้านแล้วอ่ะป๋า”

“ถือว่าสูงอยู่นะ ไม่แน่ใจว่าจะมีใครช่วยได้ไหมนี่สิ เขาก็มีคนของเขากันอยู่แล้ว เพื่อนเรานี่อายุเท่าไรล่ะ น่ารักไหม”

มาร์คแบ่งรับแบ่งสู้ คิดไม่ออกว่าคนที่พอจะนิสัยใช้ได้และถนอมเด็กนี่มีใครเหลือบ้าง ถ้าลองแบมแบมมาเอ่ยปากเองแบบนี้น่าจะเป็นเพื่อนที่สนิทกันดี ถ้าหาได้ไม่ดีแบมแบมจะมาพาลกระทบเขาไหม

“น่ารักครับ น่ารักมาก อายุเท่าแบมเลยเราเป็นเพื่อนกันมานานแล้ว ถ้าไม่มีคนช่วยอย่างนั้นป๋าก็ช่วยหน่อยได้ไหมล่ะครับ”

“นี่ มายัดเยียดเพื่อนให้ป๋าแบบนี้ไม่คิดจะหวงป๋าหน่อยเหรอ”

“หวงทำไมครับ ป๋าไม่ใช่สมบัติของแบมสักหน่อย”

“แต่ป๋าอยากได้แบมมาเป็นสมบัติของป๋าคนเดียวนะ”

แบมแบมไม่ชอบคำพูดแบบนี้ของคุณมาร์คเลย ไม่ชอบสายตาที่แสดงความรู้สึกมากกว่าความเอ็นดูนี้ด้วย ไม่อยากได้อะไรที่จับต้องไม่ได้พวกนี้เพราะมันอันตราย ถึงมองไม่เห็นแต่มันรู้สึกได้ไงล่ะ..

“ไม่ว่าจะเป็นตัวป๋าเองหรือเพื่อนก็เถอะ ยังไงก็ช่วยหน่อยแล้วกันนะครับ มันจำเป็นจริงๆ ถ้าช่วยได้ก็โทรบอกแบมด้วย แบมกลับก่อนนะ”

ร่างบางจะลุกขึ้นจากโซฟาแต่มาร์คกลับรั้งแขนไว้ไม่ให้ไป

“ค้างที่นี่เถอะ”

“แบมไม่อยากค้าง” แบมแบมดึงมือออกจากมือป๋า หยิบกระเป๋าแล้วเดินออกมาเลย

ถ้าไม่นับคืนแรกที่ได้เจอป๋า ตั้งแต่นั้นมาไม่เคยมีคืนไหนสักคืนที่เราอยู่ด้วยกันจนเช้า

มันเป็นกฎบ้าบอของแบมแบมเอง ไม่อยากตื่นมาเจอหน้าป๋าตอนเช้าทั้งที่เราไม่ได้เป็นอะไรกัน มันรู้สึกเศร้านิดๆ น่ะ

มาร์คถอนหายใจ ไม่ชอบความรู้สึกค้างคาแบบนี้เลย แบมแบมระวังตัวและมีระยะห่างกับเขาเสมอ ไม่รู้สึกอะไรกับเขาบ้างเลยหรือไงนะ

เอาเถอะ อย่างน้อยตอนนี้ก็ช่วยแบมแบมให้ช่วยเพื่อนได้ก่อนแล้วกัน เพราะฟังแล้วเป็นเรื่องด่วนมากทีเดียว

มาร์คเลื่อนหาชื่อคนรู้จักแล้วสะดุดเข้ากับชื่อเพื่อนสนิท เอ..แจ็คสันจะอยากได้เด็กไว้เอ็นดูสักคนไหมนะ เมื่อกี้ก็ลืมถามแบมแบมว่ามีรูปเพื่อนให้ดูไหม

 

 

 

 

แจ็คสันสำลักอาหารเย็นแล้วไอจนแสบหน้าอกไปหมดเมื่อจู่ๆ เพื่อนก็มาพูดเรื่องน่าตกใจให้ฟัง

“อี๋..สกปรกว่ะ” มาร์ครับไม่ได้ หมดความอยากอาหารในทันใด แจ็คสันเช็ดปากและดื่มน้ำเสร็จก็ชี้หน้าด่าทันที

“แล้วแกมาพูดเรื่องบ้าอะไรให้ฉันฟังละวะ! ไอ้บ้านี่”

“สงสารเด็กมัน”

“แกก็รับไว้เองซะสิ รวยเหมือนกันไม่ใช่รึไง”

“ไม่เอา แค่คนเดียวก็พอแล้ว”

“งั้นก็ให้เงินแบมแบมเอาไปให้เพื่อนอย่างเดียว แกบริจาคเงินปีๆ หนึ่งตั้งมากมาย ครั้งนี้ก็ถือซะว่าช่วยเด็กตาดำๆ”

“โทรหาแบมแบมแล้วแต่แบมแบมบอกว่าเพื่อนไม่ยอมรับเงินฉันฟรีๆ เลยต้องมาหาแกนี่ไง”

มาร์คหลอกเพื่อนมากินข้าวร้านอร่อยในโรงแรมของเพื่อนอีกคนเพื่อการนี้โดยเฉพาะ

“มันยังไงวะประหลาดคน ให้เงินฟรีๆ ไม่เอาแต่จะ..เฮ้อ” แจ็คสันลำบากใจจะพูด ไอ้เขาก็ไม่มีปัญหากับคนที่ทำอาชีพนี้หรอกนะ แต่ไม่อยากสนับสนุน

“แกว่าไง สนใจไหมล่ะ”

“ฉันก็ไม่ขาดแคลนนะมาร์ค”

“ก็รู้ งั้นเอาแบบนี้ แกช่วยรับสมอ้างเป็นป๋าให้เพื่อนของแบมแบมหน่อยได้ไหมล่ะ เดี๋ยวเงินค่ารักษายายของเด็กคนนั้นฉันออกเอง แล้วแกก็เอาไปให้น้องเขาอีกทีไง ส่วนเรื่องนั้นนี่แกจะทำหรือไม่ก็อยู่ที่แกล้วนๆ แล้วล่ะ แต่ฉันก็ไม่ได้เสียเงินให้เด็กมันมานอนกับแกฟรีๆ โดยที่แกไม่ต้องเสียอะไรเลยหรอกนะ ถ้าไม่ช่วยก็ไม่มีสิทธิ์ไปทำอะไรเด็กมันล่ะนะ”

พูดมาขนาดนี้ถ้าฉันหน้ามืดตามัวจริงก็คงหื่นไม่ลงแล้วล่ะมาร์คต้วน

“ทำไมแกจะต้องมาทำอะไรยุ่งยากแบบนี้วะ แค่ไปติดต่อโรงพยาบาลขอรับเป็นเจ้าของไข้ก็จบ”

“ไปแอบทำแบบนั้นได้ก็ดีน่ะสิ น้องก็น่ารักดีนะ”

มาร์คยื่นโทรศัพท์ให้เพื่อนดูรูปที่แบมแบมส่งมาให้ในแชท

เพื่อนของแบมแบมน่ารักมาก น่ารักซะจนถ้าเขาไม่มีแบมแบมก่อนคงตกหลุมเด็กคนนี้ได้ไม่ยาก เด็กบ้าอะไรโคตรน่าฟัด

“แบมแบมบอกว่าน้องทำเพราะจำเป็น ก็ไม่เคยรับงานที่ไหนมาก่อน ว่าง่ายๆ ยังไม่เคยผ่านมือใครมานั่นแหละ”

แจ็คสันถอนหายใจ รับมาดูอย่างเสียไม่ได้ ก่อนตาคมจะเบิกกว้าง ยกมือถือมาชิดแทบติดหน้า

“อะไรของแก จ้องขนาดนั้นนี่สายตาสั้นเหรอ”

“เฮ้ย..” แจ็คสันไม่อยากเชื่อเลย ความบังเอิญของโลกใบนี้มีอยู่จริงๆ

“ถูกใจขนาดมองตาไม่กระพริบเลยหรือไง”

มาร์คเหน็บ แจ็คสันไม่ตอบแต่วางโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะ ท่าทางเหมือนอึ้งๆ ไปจนมาร์คแปลกใจกับพฤติกรรมเพื่อน

“ทำไมคิดนานจัง จะเอาไงก็ว่ามา แค่ยืมตัวไปให้เด็กมันดูเท่านั้นเอง ไม่ให้รู้ว่าเป็นฉันแอบช่วยน่ะ”

มาร์คเร่งเพื่อนเพราะอยากได้คำตอบ แบมแบมก็เร่งเขามาเหมือนกัน

“เออ”

“เออนี่คืออะไรล่ะวะ”

แจ็คสันนิ่งคิดอยู่ครู่ ท่าทางเหมือนกำลังตัดสินใจ มาร์คก็รออย่างใจเย็น

“ฉันช่วยเองก็ได้”

หลังจากคิดอยู่หลายนาทีสุดท้ายแจ็คสันก็ตัดสินใจได้

“ตกลงแล้วใช่ไหมจะได้โทรบอกแบมแบม” มาร์คถามย้ำอีกทีเพื่อความชัวร์ พอรู้ว่าแจ็คสันก็ไม่ใช่คนชอบเรื่องแบบนี้ ถึงอยากช่วยเด็กแต่ไม่อยากให้เพื่อนลำบากใจ

“อือ ตกลง โทรไปบอกเด็กแกได้เลย”

แจ็คสันถอนใจ เอนพิงพนักเก้าอี้ อดคิดไปถึงตอนที่เจอเด็กคนนั้นไม่ได้

เพราะเรื่องนี้หรือเปล่าเด็กคนนั้นถึงได้ทำงานจนไม่สบาย..

 

TBC.

**

เรื่องนี้ไม่ดราม่ามากนะคะ มีเล็กน้อยพอมีสีสัน โฮ 

พี่แจ็คไม่ร้ายนะคะ แต่คนที่ร้ายยังไม่มีบทออก

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 88 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

92 ความคิดเห็น

  1. #88 CYJ3 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 21:48
    โอ้โห โลกกลมพรหมลิขิตมาก วาง 20.- เลยป๋าแจ็คสันต้องทั้งเอ็นดู ทังหลงน้องยองแจมากๆ
    #88
    0
  2. #86 Chiracc (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 16:57
    จะมีพาร์ทป๋าแบมแบบเต็มๆมั้ยนะ //แต่คู่แจ็คแจนี่โลกกลมหรือะรมลิขิตนะ
    #86
    0
  3. #84 MilkbaBam (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 17:38
    แงงง น่าติดตามมากกก พี่แจ็คสันคือแสนดี อบอุ่นมากก แอบสงสารแบมกับมาร์คที่ต้องมาเว้นระยะห่างทั้งที่เริ่มรู้สึกชอบกันขึ้นมาแล้วอะ ฮื่อออ
    #84
    0
  4. #82 DajingMTBB (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 00:19

    ดีมากกกกกกก
    #82
    0
  5. #79 ppploycb (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 23:54
    กลับมาอ่านอีกที เพราะลืม;-; คือพี่มาร์คแต่งงานเพราะผู้ใหญ่ แยกกับภรรยาอยู่ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน แต่มีความรู้สึกดีๆให้แบม แต่แบมไม่หลวมตัวไปด้วย คงเพราะกลัวจะเกินเลย แบบพยายามขีดเส้นใต้เรื่องความรู้สึก พี่แจ็คสันคือเป็นคนดีแน่ๆ เจอน้องครั้งเดียวก็เป็นห่วง ทั้งๆที่ไม่รู้จักกันและเป็นคนแปลกหน้า ชอบมิตรภาพระหว่างแบมกับยองแจ ดีมากๆๆๆ ไม่ทิ้งเพื่อน ไม่รังเกียจเพื่อน
    #79
    0
  6. #69 ppploycb (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 11:28
    สงสารยองแจ;__; ป๋าต้องชอบแบมแน่ๆ ถ้าชอบน้องก็ไปหย่ากับเมียซะก่อนสิ น้องไม่ยอมเป็นเมียน้อยหรอกนะ พี่แจ็คสันดูเป็นคนดีอะ ตั้งแต่เจอที่ห้างแล้ว คนที่ร้ายนี่น่าจะเป็นแม่พี่แจ็คสัน
    #69
    0
  7. #68 Jekkju (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 23:11
    รอนะคะ อยากอ่านมากกกกกก
    #68
    0
  8. #66 Jekkju (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 09:16
    รออออออออ
    #66
    0
  9. วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 10:45
    ไรท์มาต่อโหน่ยย เค้ารออ่านอยู่น้าาา
    #65
    0
  10. #63 Chocomy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 13:56
    สนุกจ้าาาาา มาต่อนะ
    #63
    0
  11. #62 Haitest (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:37
    แงงงง อยากอ่านเรื่องนี้ต่อออ ไรต์มาต่อเถอะค่ะ พลีสสส
    #62
    0
  12. #61 ZZommm (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 18:11
    อยากอ่านเรื่องเน้!!!!!!
    #61
    1
  13. #60 Onjirakets (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 00:21
    ไรต์มาต่อเถอะ สนุกมากกก
    #60
    0
  14. #59 สมาพร นิกรสุข (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 12:03
    ลุ้นเรื่องป๋าของแบมตั้งนาน โล่งแล้วกรู
    #59
    0
  15. #58 mintpiyada2548 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 09:52
    สนุกมากกกกกกกกกกกกกกก
    #58
    0
  16. #57 realcoco333 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 09:59
    อ่านแล้วสนุกมากๆ ไรท์จะมาต่อมั้ยยคะ
    #57
    0
  17. #56 Kornkamol_23 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 21:48
    งื้อออออออสนุกอ่ะไรท์มาต่อน๊าาาาาาาา
    #56
    0
  18. #55 mymindmiew (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 / 14:58
    โอ๊ย สนุกอะค่ะ แงงงงงงงว ถ้าไรท์ว่างๆมาต่อบ้างนะคะทีละเล็กละน้อยก็ได้ค่ะ อิอิ รออ่านจ้าาาา
    #55
    0
  19. #54 AOMAM2907 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 21:35
    ไรท์คะ มาต่อได้เเล้วววววน้าาา รอเสมอออนะคะ
    #54
    0
  20. #53 ffah_ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 21:45
    นานเกินไปแล้วววว ฮื่ออ
    #53
    0
  21. #50 SasichJ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 02:18
    รอค่ะฮือออออออ
    #50
    0
  22. #47 Giftthoasang (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 07:24
    รออออออออออออออออออออออ
    #47
    0
  23. #45 ์Nanny-V (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:45
    ติดตามมม รอคร่าา
    #45
    0
  24. #43 masoo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 13:16
    โธ่ น้องแจนลูกแม่ ชีวิตรันทดแท้ มาค่ะป๋ามาร์คหาเสี่ยหวังมากอบกู่ชีวิตน้อยๆของหนูแล้ว ฮาาา ลุ้นค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ รอตอนต่อไปจ้า
    #43
    0
  25. #42 Gifttoasang (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 12:30
    รอไรท์มาอัพนะคะ
    #42
    0