ปิดรีปริ้นท์(GOT7) Snow Drop Markbam,Bnior,Jackjae

ตอนที่ 40 : SS2 chapter 27 + ความคืบหน้าเรื่องหนังสือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,878
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 105 ครั้ง
    22 ม.ค. 63


 

 

       “ตกลงจะนอนที่นี่เหรอ”

            แจ็คสันมองบ้านหลังใหญ่ที่จินขับรถมาจอดหน้าบ้าน ดูก็รู้ว่าบ้านของเศรษฐี หรูหรามากขนาดนี้

            “ไม่เห็นเป็นไรเลย ป่านนี้เจ้าของบ้านไม่อยู่แล้ว” จินเดินไปลองเปิดประตูดูว่าเปิดได้ไหม ทั้งหมดทยอยลงจากรถ

            “ไม่อยู่ในที่นี้คืออพยพหรือกลายเป็นพวกผีครับ”

            “น้องนายนี่ปากดีจัง” โฮซอกถลึงตามองเจ้าเด็กน้อย ลูคัสยิ้มเจื่อน ขยับไปหลบหลังแบมแบม

“ก็ผมสงสัย”

“ไม่ต้องสงสัย ถ้าเจ้าของบ้านยังอยู่บ้านเราก็แค่จัดการ” โรเซ่ถอนหายใจ

“เราจะทำร้ายเขาเหรอ” แบมแบมไม่เห็นด้วย แค่มาอาศัยบ้านคนอื่นมีสิทธิ์อะไรทำร้ายเจ้าของบ้าน

“ถ้าเขาเป็นพวกกัดไปแล้วเราก็ฆ่าได้ ถ้าไม่ตายก็ขอเขาอาศัย แต่ดูท่าคงจะอพยพหนีไปมากกว่า ประตูบ้านเปิดได้”

ซอกจินเปิดประตูรั้วออกกว้าง ทุกคนเลยค่อยโล่งอก

“เข้าไปกันเถอะ จะได้พักผ่อนสักที”

ซอกจินว่าพลางขึ้นรถประจำตำแหน่งคนขับ ทุกคนเดินเข้าไปในบ้าน  หลีกทางรอให้ซอกจินขับรถเข้าไปจอดข้างใน

แจ็คสันรั้งรออยู่คนสุดท้ายเพื่อล็อกประตูรั้วแล้วตามไปสมทบกับทุกคน

 

 

 

“โรเซ่ ไหวไหม” จินหันมาถามน้องสาวที่เดินตามเข้ามาในตัวบ้านมาช้าๆ โรเซ่ถอนหายใจ สีหน้าไม่ค่อยดี เอามือกุมท้อง

“ไหวสิ แค่นี้เอง” โรเซ่ส่งยิ้มให้พี่ชายสบายใจ

“เดี๋ยวก็ได้นอนแล้ว ทนหน่อยนะ” ซอกจินเป็นห่วง

“อื้อ”

ซอกจินและโฮซอกช่วยกันสะพายกระเป๋า ซอกจินช่วยน้องหิ้วของ แบมแบม แจ็คสัน และลูคัสเดินตามทั้งสาม ทั้งหมดหยุดอยู่ตรงห้องโถง

“เราแยกกันไปสำรวจบ้านก่อนเถอะว่าห้องไหนปลอดภัยบ้าง”

แบมแบมเสนอความคิดเห็น ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย

ทั้งหมดให้โรเซ่ที่ปวดท้องและลูคัสไปรอรวมกันที่ห้องนั่งเล่นก่อนจะแยกย้ายกันไปสำรวจห้องอื่นๆ ที่จะใช้พักกัน

“พี่โอเคนะ” ลูคัสหย่อนกายลงบนโซฟาข้างๆ คนที่ทรุดลงไปนั่งแล้ว

“ก็โอเคแหละ” แต่ที่จริงไม่โอเคเลยล่ะ โรเซ่เกลียดตัวเองที่เป็นภาระเพราะความเป็นผู้หญิงที่เลือกไม่ได้ ยาแก้ปวดก็หายไปแล้ว

“พี่ไม่สบายตรงไหนเหรอ” ไม่มีอะไรทำลูคัสก็ชวนคุย

“ประจำเดือนมา” คำตอบเรียบๆ จากโรเซ่ทำให้ลูคัสเงียบไป

ไอ้เรื่องแบบนี้ก็ช่วยอะไรไม่ได้ซะด้วย

            ทั้งคู่ต่างคนต่างเงียบ ไม่รู้จะคุยอะไรกัน ลูคัสก็พอจะรู้ว่าผู้หญิงเวลามีประจำเดือนไม่ควรไปกวนใจเด็ดขาด

 

 

 

       แบมแบมเปิดประตูห้องห้องหนึ่งเข้าไปอย่างระมัดระวังก่อนจะเปิดประตูค้างไว้ ผงะเมื่อได้กลิ่นที่คุ้นเคย

            ทำไมมีแต่กลิ่นไม่มีเสียง

            แบมแบมชักดาบออกมาเตรียมพร้อม ก่อนจะผลักประตูเข้าไป รีบสอดส่ายสายตาหาต้นตอของกลิ่นสาบสางที่เหม็นแตะจมูก

            เขารู้แล้วว่าทำไมไม่มีเสียง

            พวกกัดตรงหน้าเขาถูกปิดปากไว้ แต่มือและเท้านั้นยังเป็นอิสระ ร่างที่ซีดเซียวมีบาดแผลใหญ่ที่ลำคอพุ่งเข้ามาหาแบมแบมทันที แบมแบมนั้นเผลอก้าวถอยหลังไปเล็กน้อย เบี่ยงหลบแล้วแทงไปที่ศีรษะของอีกฝ่าย

            แบมแบมชะงักไปเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายอยู่ในวัยเดียวกันกับลูกสาวก็เท่านั้น

            ร่างบางถอนหายใจ มองร่างในชุดลำลองที่เปรอะเลือดบนพื้นแล้วมองไปรอบห้องนอนห้องนี้

            “ห้องนี้เป็นไงบ้าง”

            โฮซอกเดินมาที่หน้าห้อง แบมแบมหันไปมองคนที่กำลังมองร่างบนพื้นแล้วเลยมามองที่ดาบของเขาซึ่งเปื้อนเลือด

            “มีคนเดียวเหรอ”

“อือ”

“ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย”

“ก็เขาโดนปิดปากอยู่”

“ไม่ใช่ หมายถึงเสียงของคุณ เผชิญหน้ากับพวกกัดตัวต่อตัวไม่ตกใจเลยเหรอ”

โฮซอกสงสัย ดูยังไงคนตรงหน้าก็ไม่ใช่คนประเภทบู๊ได้ ท่าทางสู้ไม่เป็น ที่เห็นถือดาบนึกว่าถือไว้เท่ๆ ขู่ผู้รอดชีวิตคนอื่นก็เท่านั้น

“ไม่หรอกครับ ชินแล้ว แล้วห้องอื่นๆ เป็นไงบ้าง” แบมแบมถามพลางเก็บดาบเข้าฝัก

“อ่อ เรียบร้อยแล้ว ไปเจอห้องนอนมาสองห้อง รวมห้องนี้ก็เป็นสาม แบ่งกันก็พอนอน”

“ครับ” แบมแบมก้มลงลากแขนผู้ติดเชื้อออกจากห้อง โฮซอกขยับหลบ

“ลงไปข้างล่างกัน ต้องไปสำรวจกันต่อ”

“ได้”

 

 

           

 

            ลูคัสและโรเซ่รออยู่สักพักคนทั้งสี่ที่แยกย้ายไปสำรวจบ้านก็กลับมาหา

            “บ้านปลอดภัย ของในบ้านยังพอมีอะไรให้กิน ห้องนอนก็มีตั้งสามห้อง เราตกลงกันแล้วว่าจะให้แกอยู่ห้องเล็กคนเดียวจะได้นอนสบายๆ พี่กับเจโฮปจะนอนด้วยกัน ส่วนสามคนนี้ก็อยู่อีกห้อง”

            ซอกจินบอกน้องและเหมือนบอกลูคัสไปกลายๆ ด้วย

            “อยากอาบน้ำจังเลย อาบได้ไหม” โรเซ่ถามพี่ชาย ซอกจินพยักหน้า

“อาบได้ มีน้ำสำรอง พี่ดูแล้วพออาบกันหมดนี่เลย”

“ดีจัง!” โรเซ่ยิ้มกว้าง ซอกจินขยี้ผมเธออย่างเอ็นดู

“แยกย้ายกันไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวจะได้มากินข้าวกัน”

จินบอกคนทั้งหมด โรเซ่ยกมือขออาบคนแรก

“แกไปใช้ห้องน้ำชั้นสองเลย ห้องแกไม่มีห้องน้ำในตัว”

“โอเค”

“ลูคัสไปอาบก่อนไป ห้องอยู่ชั้นสองทางขวามือ จะได้ลงมานอนพักสักหน่อย”

แบมแบมเป็นห่วง ลูคัสพยักหน้าแล้วลุกขึ้นตามโรเซ่ไป

แจ็คสันและแบมแบมนั่งลงบนโซฟา ซอกจินและโฮซอกมองแบมแบมอย่างเปิดเผยจนแบมแบมอึดอัด

“มีอะไรถามได้นะครับ”

“ถ้าอย่างนั้นขอถาม คุณเป็นนักวิจัยจริงๆ เหรอ”

จินเข้าเรื่องอย่างรวดเร็ว แบมแบมพยักหน้า

“คุณเป็นคนที่จะช่วยทุกคนได้จริงๆ น่ะนะ ไม่น่าเชื่อเลยอ่ะ”

โฮซอกสงสัยในตัวแบมแบมมาก คนคนนี้มีอะไรขัดแย้งในตัว น่าสงสัยไปหมด

“ผมคงดูไม่เหมือนคนฉลาด” แบมแบมอมยิ้ม

“ไม่หรอก คุณดูฉลาดมีความรู้ แต่แค่ไม่คิดว่าเราจะโชคดีได้ช่วยชีวิตคนที่มีความสำคัญขนาดนี้ได้  แล้วทำไมคุณมาเตร็ดเตร่ข้างนอกแบบนี้ ไม่ได้ขึ้นเรือไปเหรอ ผมได้ยินตอนอยู่ในค่ายว่าคนสำคัญๆ จะได้ขึ้นเรือไปทำงาน”

            แบมแบมมองซอกจินแล้วเอ่ยตอบ

“ผมมีเป้าหมายที่จะไปศูนย์วิจัยทางใต้ ไม่ได้จะขึ้นเรือ”

แบมแบมกลับมาเปลี่ยนความคิดแล้วว่าห้องแล็บของโรงพยาบาลน่าจะช่วยอะไรไม่ได้มาก เขาต้องการเครื่องมือและห้องปฏิบัติการที่พร้อมสำหรับการตรวจสอบเชื้อมากกว่าที่มีใช้ในโรงพยาบาลทั่วไป  อีกทั้งโรงพยาบาลก็น่าจะยังมีพวกกัดอยู่อีกมาก เพราะคนไข้และเจ้าหน้าที่ที่ติดเชื้อจะมีมากน้อยแค่ไหนไม่รู้ ทหารจะจัดการได้มากแค่ไหนก็ไม่รู้อีก ถ้าจะตรวจจองกุกให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีเลยกำลังคิดว่าจะปรึกษามาร์คว่าจะเดินทางไปศูนย์วิจัยแทนดีกว่า

แต่จะได้กลับกลุ่มตอนไหนนี่สิ ทุกคนคงกำลังเป็นห่วงมากแน่ๆ

“แล้วทำไมไม่มีคนช่วยพาคุณไป” โฮซอกว่ามันแปลกอ่ะ เป็นนักวิจัยที่เก่งแต่ไม่ได้รับการคุ้มครองเหรอ

“ตอนเกิดเรื่องที่เขาอพยพและให้เจ้าหน้าที่คนสำคัญรวมตัวกัน ผมไม่ได้ไป ผมเลือกที่จะกลับไปหาลูกแทน แต่ผมก็ไม่เสียใจหรอกที่จะเดินทางไปถึงจุดหมายช้า ขอแค่ได้อยู่กับครอบครัวอย่างปลอดภัยก็พอ ค่อยๆ เดินทางกันไปก็ได้”

“สามีคุณทำอะไรล่ะ” ซอกจินพยักเพยิดไปทางแจ็คสัน ร่างสูงหัวเราะ

“ผมเป็นเพื่อนครับ ไม่ใช่สามี ผมกับแบมแบมมาทำธุระเลยแยกออกจากกลุ่ม เจอคนตามแบบนี้นี่งานเข้าเลย เพราะแบบนี้เราถึงต้องรีบกลับกลุ่มกันแต่เช้าอย่างที่บอกพวกคุณไป เราจะค้างกับพวกคุณที่นี่แค่คืนเดียว”

            “อย่างนั้นเหรอ นึกว่าคุณไปทำอะไรไม่ดีจนมีคนไล่ล่าเสียอีก”

            คำพูดของโฮซอกทำให้แบมแบมหัวเราะน้อยๆ

            “คนที่ไล่ล่าเราต่างหากครับที่ไม่ดี”

            “คนพวกนั้นเป็นใครล่ะ” ซอกจินเอนหลังพิงโซฟา ยังระวังท่าทีของแบมแบมและแจ็คสัน

“เป็นลูกน้องของเจ้านายเก่าผมเอง เจ้านายเก่าให้คนตามหาผม”

“ตามทำไม”

“เจ้านายเก่าผมคือเจ้าของบริษัทPPI” แบมแบมเลี่ยงไม่อยากตอบอะไรมาก

PPI? ไอ้บริษัทยายักษ์ใหญ่นั่นอ่ะนะ ใช่ไหม” โฮซอกรู้จักนะ ใครบ้างไม่รู้จัก

“ใช่ ผมเคยทำงานเป็นนักวิจัยที่นั่น”

“ไปทำอะไรให้เขาล่ะเขาถึงตาม”

แบมแบมยังคงยิ้มขณะสบตาซอกจิน

“เรื่องนี้คงต้องขอไม่เล่านะครับ เราอยู่ด้วยกันแค่คืนเดียว ต้องขอบคุณอีกครั้งที่ช่วยเราไว้”

“ทำตัวมีลับลมคมใน” โฮซอกบ่น ซอกจินหันไปปราม

“เอาน่า ใครๆ ก็ต่างมีเรื่องส่วนตัว ขนาดเรายังไม่ได้เล่าเรื่องของเราให้พวกเขารู้สักคำ”

โฮซอกยอมเงียบแต่โดยดี และลูคัสก็ลงมาพอดี

“คุณไปอาบต่อเลย เดี๋ยวผมตามไป” แจ็คสันหันไปบอกแบมแบม ร่างบางจึงพยักหน้าแล้วลุกไป

“คุณมีอะไรมาบ้างอ่ะ” โฮซอกมองไปยังกระเป๋าที่แบมแบมสะพายมาและทิ้งไว้แถวโซฟา

“ไม่ใช่ของที่น่าดูหรอกครับ” ลูคัสสะบัดผมที่ยังเปียกของตัวเองเบาๆ  ไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันค่อยสดชื่นหน่อย ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ด้วย ลองค้นดูในตู้เสื้อผ้าของห้องที่จะนอนก็พบว่ามีเสื้อผ้าหลงเหลืออยู่เต็มตู้ เสื้อผ้าดีๆ ทั้งนั้น แล้วมันก็เป็นไซส์ที่ใส่ได้อย่างไม่อึดอัดซะด้วยสิ

เจ้าของบ้านก็ไม่อยู่แล้ว เสื้อผ้าจะหายไปสักชุดคงไม่เป็นไร

ซอกจินมองหน้าแจ็คสัน แจ็คสันถอนหายใจ

“ลูคัสไม่ได้จะกวนพวกคุณหรอก แต่ไม่น่าดูจริงๆ มันคือชิ้นส่วนพวกกัดรายหนึ่งน่ะ บอกไปแล้วนี่ว่าแบมแบมเป็นนักวิจัย และเขาก็สนใจร่างกายเด็กคนนี้มากเลยตัดชิ้นส่วนพกติดตัวไว้ตรวจด้วย”

โฮซอกที่นั่งใกล้กระเป๋าของแบมแบมที่สุดขยับห่างทันที

“ชิ้นส่วนเลยเหรอ” ซอกจินสนใจ

“ใช่ ก็พวกอวัยวะภายในกับหัว”

“หัว!” โฮซอกขนลุกขนพอง ซอกจินถอนหายใจกับเพื่อนขี้โวยวาย

“เชื่อแล้วล่ะว่าเป็นนักวิจัย”

“ไม่อยากดูสักหน่อยหรือครับ”

“ก็ดีนะ”

ซอกจินดูได้ แจ็คสันลุกไปนั่งลงข้างกระเป๋าแล้วเปิดกระเป๋าให้ดู

“อย่างนี้พวกคุณก็มีแค่ของพวกนี้ติดตัวมางั้นเหรอ” ซอกจินถามขณะที่แจ็คสันปิดกระเป๋าตามเดิม

“มีน้ำดื่มด้วย”

“แสดงว่าไม่มีอาหาร”

“ใช่ แต่พวกคุณไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นหรอก เราไม่คิดรบกวนพวกคุณหรอกนะ ในบ้านนี้ก็ยังพอมีอะไรให้กิน”

ในครัวกว้างๆ ของบ้านนี้ อาหารสดเน่าหมดแล้ว แต่ก็ยังเหลือข้าวโอ๊ตแบบซองและผลไม้แห้งอีกนิดหน่อยที่เจ้าของบ้านไม่ได้เอาไป ทำอะไรกินนิดหน่อยก็อิ่มแล้ว

“ก็ดี กินง่ายอยู่ง่ายดี” โฮซอกพอใจที่อีกฝ่ายมีความเกรงใจอยู่

“หิว..” โรเซ่ที่หายไปอาบน้ำมาซะนานเดินเข้ามาหาทุกคนในเสื้อผ้าตัวใหม่ ร้องบอกพี่ชาย ทุกคนหันไปมองเธอ

“เดี๋ยวพี่ทำอะไรให้กิน รอก่อนพี่ไปอาบน้ำแป๊บนึง” ซอกจินพยักหน้าให้น้องสาวมานั่งด้วยกันก่อน

“ค่ะ”

เมื่อทุกคนอาบน้ำกันเสร็จหมดแล้ว ก็ได้เวลาอาหาร ทุกคนร่วมโต๊ะกัน ทำอาหารมาแบ่งกัน กลุ่มของซอกจินก็ใช่ว่าจะใจร้ายแบ่งอาหารไม่ได้หรอก

“พรุ่งนี้พวกคุณจะออกเดินทางกี่โมง” ซอกจินถามแบมแบม

“คงเช้ามืดเลยครับ ไม่อยากรอเวลานาน ยิ่งนานเท่าไหร่คนทางนั้นคงยิ่งห่วง”

แบมแบมห่วงลูก อยากกลับเร็วๆ

“รถแถวนี้จะใช้การได้ไหมก็ไม่รู้” โรเซ่เอ่ยออกมา สร้างความหนักใจให้แบมแบมและแจ็คสันเหมือนกัน

“ผมกำลังคิดว่ากินข้าวเสร็จจะออกไปหาดู เพราะต้องรีบเดินทางแต่เช้า”

“กลางคืนมันอันตรายนะ” ซอกจินเตือนอย่างหวังดี

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมจะระวังตัว ผมเองก็กลัวตายเหมือนกันนะ”

แจ็คสันเอ่ยล้อเล่น ทำให้ทุกคนอ่อนอกอ่อนใจ แต่ไม่ค้านอะไร เพราะกลุ่มซอกจินเองก็เข้าไปยุ่งกับการตัดสินใจของกลุ่มอื่นไม่ได้อยู่แล้ว ก็แค่พบเพื่อจาก

 

 

 

 

 

            “จริงเหรอ! เจอแบมแบมแล้วจริงๆ เหรอ!

            ซึงจุนได้รับข่าวแบมแบมก็ดีใจ ดีใจมากด้วย

“จริงครับ” ชายหนุ่มที่ไปเจอแบมแบมบอกซึงจุนไปว่าเจอแบมแบมที่ไหน ยิ้มกว้างออกมาเมื่อเห็นว่าหัวหน้าดีใจมากขนาดไหนกับข่าวที่ตนได้มา

แลกกับการเจ็บตัวนิดหน่อยนับว่าคุ้มค่า ถึงจะไม่ได้พาตัวมาด้วยตัวเองก็เถอะ ตอนแรกนึกว่าจะโดนตำหนิหรือลงโทษอะไรซะแล้วที่ไม่สามารถพาหมอกลับมาด้วยได้

“พวกนายทำดีมาก ไปรักษาตัวกันก่อนไป ลิซ่าให้คนติดตามหาให้ทั่วบริเวณนั้น ไกลกว่านั้นก็ต้องไป”

ซึงจุนเอ่ยกับกลุ่มลูกน้องแล้วหันมามองลิซ่าที่ยืนกอดอกฟังข่าวอยู่ใกล้ๆ

“ตัวฉันต้องไปเองด้วยไหมอ่ะคะ” ลิซ่าชี้หน้าตัวเอง

“แล้วแต่เธอ ถ้าไม่อยากไปก็ตามใจ ตัดสินใจเอาเลย” ซึงจุนตามใจลิซ่า หญิงสาวถอนหายใจ

 หมอนั่นไปทำอีท่าไหนทะเล่อทะล่ามาเจอกับคนของพวกเราได้นะ ครั้งก่อนเธออุตส่าห์ปล่อยไปแล้วแท้ๆ

“อย่างนั้นฉันไปด้วยแล้วกันค่ะ”

“ดี ถ้าเธอไปผมก็วางใจ”

ซึงจุนยิ้มให้มือดีของตน ฝีมือการเอาตัวรอดและการค้นหาของลิซ่าไว้วางใจได้

“ค่ะ” ลิซ่าไม่ได้อยากไปเท่าไรหรอก แต่ก็คงต้องไป เธอยังอยากให้ซึงจุนเอ็นดูเธออยู่ เลยต้องกระตือรือร้นทำงานหน่อย

ลิซ่าแยกตัวออกมาเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมเดินทางและเตรียมคนที่จะไปด้วยกัน คงต้องเอาคนมีฝีมือไปหน่อย หมอเองก็ใช่ว่าจะจับตัวได้ง่ายๆ จากคนที่ไปเจอบอกมา คนที่อยู่กับหมอก็เก่งใช่เล่น

ครั้งนี้คงปล่อยหมอไปไม่ได้แล้วล่ะนะ

“ลิซ่า”

“หือ” ลิซ่าหันไปมองคนที่ร้องเรียกตน จึงเห็นหญิงสาวคนหนึ่งกับชายร่างสูงอีกคนหนึ่งเดินตรงมาหาเธอ  เป็นคนสองคนที่เธอแทบไม่ได้คุยด้วย

“อยากไปด้วย ขอไปด้วยสิ” คนที่เอ่ยออกมาไม่ใช่หญิงสาวแต่เป็นชายหนุ่ม ลิซ่ามองทั้งสองแล้วหัวเราะ

“จะบ้าเหรอ ฉันไปตามหาคนนะไม่ได้ไปเที่ยว”

“รู้หรอกน่า แค่อยากไปด้วย”

“จะไปทำไม”

“ก็อยากเห็นหน้าหมอคนนั้นบ้าง”

“ไม่ได้หรอก ฉันให้คุณสองคนไปไม่ได้ คุณสองคนเป็นนักวิจัยนี่นา ถ้าเป็นอะไรไประหว่างทางไม่ได้กลับมาฉันก็แย่น่ะสิ เอาไว้ตอนหมอมาที่นี่ก็เจอกันเอง”

ที่ลิซ่าพูดมาก็ถูก

“แต่ถ้าเธอพาตัวเขามาไม่ได้ล่ะ”

“ต้องได้สิ” อย่ามาปรามาสกันนะยะ

“ถ้าได้เจอก็อยากจะคุยด้วยเยอะๆ เหมือนกัน”

แดเนียลกับจีซูรู้แล้วว่าหมอต้วนสำคัญแค่ไหน หัวหน้าทีมวิจัยโปรเจคลับเชียวนะ

“ต้องได้คุยแน่ ฉันจะพาตัวเขากลับมาให้ได้”

“อืม แล้วเธอจะไปเมื่อไหร่”

            “พรุ่งนี้เช้า”

            “ระวังตัวให้มากๆ นะ” จีซูเป็นกังวล ลิซ่ายิ้มพลางตบบ่าเธอ

“ขอบใจ ระวังตัวแน่ ฉันจะเป็นคนพาหมอกลับมาให้ได้ ฉันรอดหมอก็รอด ถ้าฉันไม่รอดใครจะพาหมอกลับมาหาพี่ซึงจุนได้ล่ะ”

“อื้อ ดีแล้วล่ะ”

            “งั้นฉันขอตัวนะ”

ลิซ่าผละจากทั้งสองคนไป จีซูมองตามลิซ่าไม่ละสายตาจนคนข้างๆ ที่กำลังกอดอกใช้ศอกดันแขนเธอเบาๆ

“ถ้าเป็นห่วงมากนักก็บอกไปตามตรงสิว่าอยากไปด้วยเพราะห่วง ไม่ใช่ใช้เหตุผลโง่ๆ ว่าอยากเจอหน้าหมอ พลอยลำบากผมให้ต้องอ้างเหตุผลบ้าๆ นี่ไปด้วย”

“อะไร เปล่า ไม่ได้ห่วง อยากไปด้วยเฉยๆ”

หญิงสาวแก้ตัว แดเนียลหัวเราะหึ

“คุณชอบเธอ ผมรู้”

            “ฉันก็ขอบคุณที่คุณไม่ได้บอกใคร”

            “ลิซ่าท่าทางจะชอบคุณซึงจุน”

“ก็ไม่เห็นเป็นไร”

แดเนียลมองหน้าจีซูพลางถอนหายใจ

“ไหนๆ โลกก็เปลี่ยนไปแล้ว ไม่รู้จะตายวันตายพรุ่ง อยากทำอะไรก็ลองทำเลยดีไหม ชอบก็บอกไปว่าชอบ”

“ชอบอยู่เงียบๆ ก็ดีแล้ว ไปทำงานกันเถอะ งานยังไม่คืบหน้าเลย”

“คิดแล้วก็ท้อ ไม่เห็นมีอะไรคืบหน้า” แดเนียลถอนหายใจอีกเฮือก

“เอาน่า ทำให้ดีที่สุดก็พอ”

“ผมว่าเราอาจคิดผิดที่มาทำงานให้คุณซึงจุนต่อ เราควรจะไปช่วยทางการทำยาต้านไหม ไม่ใช่มาเพาะเชื้ออยู่ที่นี่”

“ชวู่ อย่าพูดให้ใครได้ยินเชียว” จีซูยกนิ้วแตะริมฝีปาก มองซ้ายขวาอย่างระแวง แดเนียลยักไหล่

“โลกกลายเป็นแบบนี้ไปแล้วจะทำการวิจัยไปอีกทำไม ไม่เข้าใจ”

“โครงการมันดีจะตาย จะทิ้งก็น่าเสียดาย อีกสักพักคุณซึงจุนก็ตั้งหลักได้ เดี๋ยวทุกอย่างก็กลับเป็นเหมือนเดิม”

“คิดว่าเขาจะสร้างอาณาจักรของตัวเองขึ้นมาใหม่รึไง ท่ามกลางโลกที่มีแต่พวกกัดแบบนี้ ถ้ายับยั้งการกระจายเชื้อไม่ได้ก็ยากที่จะใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้ เพราะฉะนั้นโปรเจคนี้ควรยุบไปได้แล้ว”

            “คนอย่างคุณซึงจุนทำได้แน่ ฉันเชื่อแบบนั้น อย่าทำเหมือนกับว่าคุณไม่รู้จักเขา”

            “เฮอะ” แดเนียลแค่นหัวเราะแล้วเดินนำไปทางที่ทำงานของตนและจีซู หญิงสาวมองตามแผ่นหลังกว้าง ถอนหายใจ ก่อนจะก้าวตามไป

            เธอกับแดเนียลแม้ทำงานที่ PPI แต่ก็ไม่ใช่บุคลากรชั้นยอดแนวหน้าของบริษัท ที่ตอนนี้คุณซึงจุนยังเห็นความสามารถและให้โอกาสทำงานก็ดีแล้ว เธอก็ไม่รู้ว่าตัดสินใจถูกไหมที่ยังอยู่กับซึงจุน แต่เมื่อเลือกแล้วก็ต้องทำงานต่อไป ข้อเสนอของคุณซึงจุนน่าพอใจและดึงดูดเธอกับแดเนียลให้ทำงานด้วยกันต่อ

            คุณซึงจุนยอมรับครอบครัวของเธอและแดเนียลไว้ในความดูแล ให้พวกเขามีชีวิตที่ดีกว่าลูกน้องหลายคนซะอีก ต่างกับคนของทางการที่ได้ยินมาว่าเรือของทางการนั้น ครอบครัวของคนที่ทำประโยชน์ได้จะได้ขึ้นเรือและรับการดูแลด้วยก็จริง แต่ถ้าวันไหนที่ทำประโยชน์ไม่ได้ก็ต้องถูกทอดทิ้งลงจากเรือทั้งครอบครัว จนถึงตอนนั้นก็อยู่ยากแล้ว จะอยู่ยังไงกันได้ถ้าไม่รวมกับกลุ่มไหนสักกลุ่ม ซึ่งคุณซึงจุนไม่ใช่แบบนั้น เขาบอกว่าจะไม่ทอดทิ้งเธอและแดเนียลแม้ความคืบหน้าของงานจะเป็นไปได้ช้ามากก็ตาม และไม่ทอดทิ้งครอบครัวของพวกเธอด้วย

 

 

 

 

 

มาร์ครู้อยู่แก่ใจว่าอยู่ที่ไหนนานๆ ไม่ดี แต่ต้องอยู่เพื่อรอแบมแบม ทุกคนต่างลงความเห็นว่าตามหาคนมันยาก รอให้อีกฝ่ายกลับมาหาจะดีกว่า จะได้ไม่คลาดกัน

“เลิกเดินไปเดินมาซะทีอเล็กซิส เวียนหัว”

ฮยอนจินปรามหลานสาว อเล็กซิสหันมองหน้าป้า ไม่อยากมีเรื่องเลยยอมนั่งลงบนมอเตอร์ไซค์ของตน

ตอนนี้ทุกคนลงมาจากที่พักมารอที่ถนนตามเดิม เพื่อให้แบมแบมยังรู้ว่ายังอยู่รอ แม้จะไม่แน่ใจว่าเมื่อคืนแบมแบมมาแล้วไม่เจอพวกเขาหรือเปล่าก็เถอะ ไม่ได้ให้ใครลงมาเฝ้าดูซะด้วย

มาร์คเองก็อยากลงมารอภรรยาแต่โดนทุกคนรั้งไว้ว่ากลางคืนมันอันตราย ค่อยลงมาตอนเช้าจะดีกว่า และพอฟ้ายังไม่ทันสางมาร์คก็มารอแบมแบมแล้ว

“ต่อไปเมียแกไปไหนแกต้องตามไปด้วยทุกที่เลยนะมาร์ค จะได้ปรามกันได้”

อยู่ท่ามกลางที่โล่งแจ้งแบบนี้แม้จะมีคนเยอะแต่ฮยอนจินก็ยังรู้สึกไม่ปลอดภัย

            “มาร์คคงจะทิ้งลูกได้หรอก” ไรอันเอ่ยขึ้นมาบ้าง ถ้าแบมแบมไปมาร์คก็ต้องไม่ไป ถ้ามาร์คไปแบมแบมก็ต้องอยู่

            “รอกันไปกันมาแบบนี้เสียเวลาเดินทางเหมือนกันนะ” ฮยอนจินถอนหายใจ แทนที่เราจะได้ออกเดินทางต่อเร็วๆ ต้องมารอคนนั้นคนนี้

“ผมเข้าใจ แต่ยังไงก็ต้องรอ” มาร์คเข้าใจพี่สะใภ้ เธอก็เป็นของเธออย่างนี้ และความต้องการของเธอก็ดีต่อกลุ่ม เราควรเคลื่อนย้ายตัวเองได้แล้ว

“รู้แล้วว่าต้องรอ จะทำอะไรได้มากกว่านี้ล่ะ อันตรายแค่ไหนก็ต้องรอ”

            ครั้งนี้ทุกคนไม่มีใครว่าอะไรฮยอนจิน แม้ห่วงอีกสองคนที่ยังไม่มา แต่การที่พวกเขากลับมาช้าก็สร้างความลำบากให้กลุ่มจริงๆ

            “แม่จะกลับมาแน่ๆ ใช่ไหมครับ” ออสตินกอดเอวพ่อ เงยหน้ามอง มาร์คก้มลงมองลูกชาย ลูบหัวเขาไปมา

“กลับสิ แค่ช้าไปหน่อยเท่านั้น รออีกแป๊บเดียวแม่ก็มาแล้วครับ”

มาร์คก็ภาวนาให้แบมแบมกลับมาเร็วๆ เหมือนกัน ไม่อยากรอนานกว่านี้ เขากลัวว่าจะเกิดอันตรายอะไรกับแบมแบม กลัวจะไม่ได้เจอกันอีก กลัวว่าจะไม่ได้รับโชคดีเหมือนครั้งที่แล้ว

ใจคนรอทันทรมานจริงๆ นะ ยิ่งต้องรอคอยแบบทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากรอยิ่งทรมาน

“ลุงแจ็คสันด้วยใช่ไหมคะ” ยองจีเป็นห่วงคุณลุงใจดี ถามมาร์คขึ้นมาบ้าง

คุณลุงหายไปพร้อมคุณอาเลย พี่ยองแจบอกว่าทั้งสองไปทำธุระ แค่ยังกลับมาไม่ได้ แต่มันนานมากแล้วนะ ไม่กลับกันมาสักที

“ใช่ครับ ทั้งสองคนเลย” มาร์คยิ้มให้ยองจี ยืนยันให้สบายใจ

“ดีจังเลยค่ะ” ยองจีเริ่มยิ้มออกเมื่อพ่อของออสตินยืนยันแบบนั้น ยองแจถอนหายใจพลางมองน้องสาว

ยองจีนี่ชอบคุณทหารมากจริงๆ เลยนะ

“พี่เองก็เป็นห่วงลุงแจ็คสันใช่ไหมล่ะ” ยองจีหันมาเอ่ยกับพี่ชาย ยองแจถึงกับสะดุ้งในใจ เหลือบมองแฟนหนุ่ม

พี่ซองจินมองมาพอดีเลย

“ก็ต้องห่วงตามประสาคนรู้จักกันสิจ๊ะ”

“เนาะ”

ยองแจยิ้มให้ยองจี ยองจีหันไปชวนออสตินไปเล่นกัน

“อย่าไปไหนไกลนะ อันตราย” มาร์คบอกเด็กๆ ทั้งสอง

“เดี๋ยวผมไปดูให้ครับ” ยูคยอมอาสา มาร์คพยักหน้า

            “ฝากน้องด้วยนะ เราเองก็ระวังด้วย”

       ”ครับ”

 

 

 

 

 

แบมแบมกับแจ็คสันหารถกลับกลุ่มได้แล้ว  แต่ไม่ได้บอกพวกซอกจินว่ากลุ่มตนมีคนเยอะแค่ไหน ไม่ได้เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องของพวกตนให้คนแปลกหน้ารู้

“ขอบคุณที่ช่วยนะครับแต่คงต้องลากันแค่นี้” แบมแบมขอบคุณอีกครั้ง การที่พวกซอกจินช่วยเขาไว้จากคนของซึงจุน จะให้ขอบคุณสักกี่ครั้งก็ได้

“คุณหาทางรักษาโรคนี้ได้จริงๆ นะ”

ซอกจินยังมีหวัง แม้จะไม่รู้ว่าหวังกับคนตรงหน้าได้มากเท่าไหร่ และหวังทั้งที่ไม่รู้ว่าตนจะมีชีวิตรอดจนเห็นความหวังนั้นก่อตัวเป็นรูปร่างสร้างประเทศให้กลับมาเหมือนเดิมได้หรือเปล่า

“คิดว่าน่าจะได้ครับ ต้องลองดู”

“รักษาให้ได้นะครับ”

“ครับ จะพยายาม แล้วพวกคุณจะไปไหนต่อ”

“ยังไม่รู้เลย แต่คงต้องพักที่นี่ไปก่อน รอโรเซ่พร้อมออกเดินทางค่อยไป”

“พวกเราก็อยากหาที่ปักหลักเหมือนกัน ไม่อยากไปไหนอีกแล้ว เดินทางแบบไม่มีจุดหมายก็เหนื่อย”

โฮซอกเห็นด้วยที่จะอยู่บ้านเศรษฐีนี่ต่อไปอีกสักหน่อย แต่ก็อยากย้ายไปที่อื่นด้วยถ้าพร้อมแล้ว

“น่าจะมีกลุ่มคนที่รวมกันเยอะๆ เหมือนค่ายทหารอยู่นะครับ”

แจ็คสันคิดว่าผู้คนน่าจะเริ่มรวมตัวกันเพื่อเอาตัวรอดกันบ้างแล้วมั้ง  มันคงดีกว่าเอาตัวรอดกันเองไปวันๆ เพราะสถานการณ์จะดีขึ้นเมื่อไรก็ไม่รู้

“อยากเจอแบบนั้นเหมือนกันค่ะ และไม่เอาแบบเอารัดเอาเปรียบเกินไป”

โรเซ่ยังอยากมองโลกในแง่ดี ทุกคนไม่มีใครค้านเธอ ปล่อยให้เธอคาดหวังต่อไป

            “ยังไงก็ขอให้โชคดี ไม่เจอใครตามอีกนะ” ซอกจินอวยพรก่อนแจ็คสัน แบมแบม และลูคัสจะขึ้นรถ

“ขอบคุณมากครับ หวังว่าพวกคุณจะอยู่อย่างปลอดภัยเช่นกัน”

แบมแบมอวยพรกลับ ขึ้นนั่งประจำที่นั่งข้างคนขับ แจ็คสันก้มหัวให้กลุ่มซอกจินเล็กน้อยแล้วประจำที่คนขับเช่นกัน ลูคัสโค้งให้ทุกคนแล้วขึ้นไปนั่งที่เบาะหลัง 

            เมื่อรถเก๋งของพวกแบมแบมแล่นออกไป โฮซอกก็หันมาพูดกับซอกจินและโรเซ่

            “ถ้าเขาเป็นนักวิจัยจริงๆ เราจะคาดหวังในตัวเขาได้ไหมนะ”

“ไม่รู้สิ แต่ลางสังหรณ์ของฉันบอกว่าได้” ซอกจินไม่รู้ว่าทำไมตนถึงเชื่อ แต่มองตาแบมแบมแล้วเขาคิดว่าเขาเห็นความมุ่งมั่นนะ อาจจะทำได้จริงอย่างปากว่าก็ได้ ใครจะไปรู้

“ตอนนี้ก็อยู่ที่เราแล้วสินะคะที่ต้องเอาตัวรอดไปให้ได้จนกว่าจะมียาต้านโรคดีซี”

“อื้ม” ซอกจินลูบผมน้องสาวแล้วพากันเข้าบ้าน

ในตอนนี้เมื่อเห็นความหวังก็มีแต่ต้องอยู่ด้วยความหวังต่อไป ดีกว่าจมอยู่กับความสิ้นหวังจนหมดพลังใจที่จะเอาชีวิตรอด

       การได้เจอคนแปลกหน้าครั้งนี้ก็ไม่แย่อย่างที่กลัว

 

 

 

 

 

จินยองนั่งอยู่ที่ระเบียงที่เดิม มองวิทยุสื่อสารในมือมาครู่ใหญ่แล้ว

“พี่ไม่กินข้าวเหรอ มากินข้าวก่อนดิ คิดอะไรอยู่”

ฮันบินเดินออกมาตามเฮีย จินยองหันไปมอง นิ้วคีบบุหรี่ออกจากปากแล้วพ่นควันสีเทาออกมา

“เออ จะไปเดี๋ยวนี้แหละ”

“มองวิทยุอีกแล้ว อยากติดต่อไปก็ติดต่อเถอะ อย่าท่าเยอะเลย” ฮันบินมองเฮียอย่างอ่อนใจ จินยองมองดุ

“ปากดี”

จินยองขยี้บุหรี่ทิ้งแล้วเดินเข้าไปในห้องเพื่อกินมื้อเช้า

มื้อเช้าวันนี้ทุกคนไม่ได้คุยอะไรกันนัก ต่างก็รอว่าเฮียจะเอายังไงต่อไป จะเดินทางต่อหรือจะอาศัยที่นี่ก่อน

“ฉันตัดสินใจได้แล้วนะ”

จู่ๆ จินยองก็เอ่ยขึ้นกลางวงข้าว น้องอีกสามคนเงยหน้ามองเขา

“ตัดสินใจอะไรอ่ะ” เยรินถามแทนทุกคน

“ฉันจะติดต่อหมอว่ามันอยู่ไหน”

“แสดงว่าพี่จะไปหาพี่หมอเหรอ” วีสงสัย จินยองส่ายหน้า

“แค่ถามไถ่ทุกข์สุขว่ามันเป็นไงบ้าง”

“อ่อ ก็ดีนะ ยังไงก็คนเคยรู้จักกัน พี่หมอเขาก็ดี” วีไม่ชอบซองจินและแม่หมอนั่น แต่ไม่ได้ไม่ชอบทุกคนในกลุ่มนั้น

“กินข้าวเสร็จฉันจะติดต่อไป”

จินยองตัดสินใจแบบนั้นทุกคนเลยไม่มีใครคัดค้าน

 

 

 

“มาร์คเหรอ อยากคุยกับหมอ ขอคุยด้วยหน่อย”

จินยองนั่งที่ระเบียงตามเดิม เพิ่มเติมคือมีน้องอีกสามคนนั่งมองหน้าสลอน

<จินยองเหรอ>

“เออ ก็ให้วิทยุใครมาล่ะวะ” จินยองหงุดหงิดเล็กๆ กับคำถามที่ไม่น่าถาม

<’โทษที ตอนนี้แบมแบมคุยอะไรด้วยไม่ได้หรอก แบมแบมหายตัวไป>

อีกฝั่งนั้นน้ำเสียงไม่ดีเลย จินยองตกใจ เป็นห่วง

“ทำไมหายไปได้ล่ะ ที่กลุ่มเกิดอะไรขึ้น”

น้องๆ ได้ยินก็พลอยตกใจไปด้วย

<จำจองกุกได้ไหมที่เป็นสาเหตุให้ซองจินสติแตก>

“จำได้สิ”

ใครจะไปลืมลงว่าเพราะซองจินกลัวศพไอ้เด็กนั่นมากจนทำให้ชยอนูจากไป

<แบมแบมอยากได้ศพหมอนั่นไปตรวจ เลยออกเดินทางไปกับ…>

มาร์คเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างให้จินยองฟัง จินยองอึ้งไปเล็กน้อย ยิ่งเป็นห่วงหมอมากขึ้น

“สถานที่ที่หมออยู่ก่อนหายไปอยู่ตรงไหน จะย้อนกลับไปช่วยหา”

<ตอนนี้คุณอยู่ตรงไหนของเมืองล่ะ>

“บอกที่ตั้งของอู่กับที่อยู่ของนายมาก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจะบอกเองว่าอยู่ใกล้ไกลกันแค่ไหน”

<โอเค>

มาร์คบอกสถานที่ที่ตนอยู่กับจินยองไป จินยองคำนวณระยะทาง

“ฉันไปได้ จะย้อนไปที่อู่ก่อนแล้วจะไปหาที่ถนนแล้วกัน”

<ใช้เวลานานไหม>

“ถ้าไม่เจอพวกกัดเยอะๆ ก็น่าจะไม่เกินสองวัน จะพยายามไปให้เร็วกว่านั้น”

จินยองประมาณไว้คร่าวๆ ในเมืองที่เต็มไปด้วยพวกกัด การเดินทางก็แสนจะลำบาก เผื่อเวลาไว้หน่อยก็ดี

<อืม จะรอแล้วกัน ยังไงก็รอแบมแบมอยู่แล้ว>

“ถ้าแบมแบมกลับไปแล้วก็วิทยุมาบอกด้วย”

<ได้ ขอบคุณมากนะที่จะช่วย>

“หมอมันก็เพื่อนฉัน แค่นี้ไม่เท่าไหร่หรอก ฉันเองก็ห่วงมันด้วย”

เมื่อคุยเสร็จจินยองก็ลดวิทยุในมือลง ปิดวิทยุ มองหน้าน้องๆ

“เราคงต้องออกเดินทางกันจริงๆ แล้วว่ะ ไปเตรียมตัว”

“อื้อ แต่เราต้องบอกไอ้เด็กข้างล่างไหมว่าเราจะไปไหน”

วีถามเฮีย เฮียเลยหยุดคิดไปนิด

“บอกก็ได้ ไปตามพวกมันมา”

“โอเค” เยรินอาสาลงไปตามให้

 

 

 

 

            “พวกฉันจะไปตามหาหมอ ที่มันเป็นแม่บุญธรรมของยูคยอม หมอหายไปจากกลุ่ม”

            จินยองมองเด็กๆ ที่นั่งบ้างยืนบ้างอยู่ในห้องของตน บอกกล่าวถึงเป้าหมาย

“ขอไปด้วยสิครับ” เซฮุนบอกความต้องการทันที

“ฉันไม่ได้ไปหายูคยอม แต่ไปตามหาหมอ”

จินยองก็แค่บอกว่าหมอหายไป ไม่ได้บอกว่าหายไปกับใครบ้าง

“พี่ติดต่อสามีพี่หมอได้นี่ ยูคยอมไม่ได้อยู่กับหมอก็ต้องอยู่กับสามีพี่เขา”

“ตอนนี้เขากำลังซีเรียสกันอยู่  ให้รู้จักกาลเทศะบ้าง” จินยองมองดุ เซฮุนรู้สึกกลัวกับสายตาคนแก่กว่าเหมือนกัน แต่ก็ยังทำใจดีสู้เสือ

“นอกจากพี่รู้ว่าพี่หมอหายไป พี่รู้ไหมว่ายูคยอมอยู่กับพี่หมอหรืออยู่กับสามีพี่เขา”

“อยู่กับผัวมัน”

“งั้นพี่ต้องให้เราไปด้วย ถ้าพี่เจอพี่หมอ พี่หมอก็กลับกลุ่ม เราก็ได้เจอยูคยอม”

“ทำไมต้องเอาพวกแกพ่วงไปเกะกะด้วย” วีกอดอก เอ่ยถาม เซฮุนหันไปมอง

“พวกเราเอาตัวรอดได้ไม่เกะกะหรอก”

“จริงครับ เซฮุนยิงปืนเก่งมากเลยนะ” จีมินรีบนำเสนอเพื่อน

“จริงเหรอ” เยรินไม่ค่อยเชื่อน้ำหน้า

“ครับ พ่อเขาเป็นนักกีฬายิงปืนทีมชาติ เขาเลยได้วิชามาบ้าง คุณโอ เซคยองไง”

เตนล์ยืนยันอีกเสียง

“ใช่ค่ะพี่ มันปกป้องพวกเรามาตลอดเลยหลังจากหนีออกมาจากโรงเรียน มันเก่งจริงๆ นะ”

จื่อวีก็อยากเดินทางต่อเหมือนกัน เดินทางอย่างมีจุดมุ่งหมายก็ดีนะ และคนพวกนี้แม้ดูน่ากลัวแต่ให้ความรู้สึกว่าน่ากลัวคนละแบบกับกลุ่มก่อนหน้านี้ที่พวกเธอเจอ คนพวกนี้ไม่น่าใช่คนเลวอะไรมากมายนักหรอก

จินยองมองเซฮุนอย่างสนใจมากขึ้น

ท่าทางเหมือนนักเลงแต่คอยปกป้องเพื่อนมาเสมอเหรอ ก็ไม่เลว

“มีประโยชน์เหมือนกันนี่” ฮันบินประหลาดใจกับประวัติของอีกฝ่าย

“ผมไม่ได้จะสร้างประโยชน์ให้พวกพี่ ก็แค่ตามไปด้วย ยังไงเราก็อาตัวรอดกันเองได้อยู่ดี ไม่รบกวนให้ใครมาช่วยปกป้องหรอก”

เซฮุนมองหน้าจินยองอย่างดื้อรั้นว่าจะไปด้วย จินยองมองหน้าอีกฝ่ายอยู่ครู่ก่อนจะพยักหน้า

“ก็ขอให้เก่งเหมือนที่แกพูดแล้วกัน”

“แสดงว่าเราไปด้วยได้แล้วใช่ไหมครับ” เตนล์ถามอย่างตื่นเต้น

“ไม่ให้ไปมั้ง พูดขนาดนี้แล้ว” วีเอ่ยอย่างติดรำคาญ เตนล์ยิ้มเจื่อน แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ แค่อีกฝ่ายยอมให้ไปด้วยก็ดีแล้ว

 

 

 

 

 

“เราควรไปทางไหนต่อเนี่ย”

แจ็คสันมองป้ายข้างทางเพื่อนึกว่าจะกลับไปหากลุ่มได้อย่างไร ตอนที่หนีก็ไม่ได้สนใจ มัวแต่จัดการกับคนที่ไล่ล่า และซอกจินก็พามาไกลซะด้วย

“ลองไปตามทางนี้เรื่อยๆ ก่อนแล้วกันครับ”

แบมแบมมองออกไปนอกรถ ตอนนี้มองไปทางไหนก็อย่างกับเมืองร้าง คนที่เดินเตร็ดเตร่ข้างนอกมีแต่พวกกัดซะส่วนใหญ่ ตั้งแต่ออกเดินทางมาตั้งแต่เช้า เห็นมนุษย์แค่ไม่กี่คนเอง

คงหนีไปอยู่ในค่ายหรือไม่ก็รวมกลุ่มหลบซ่อนตัว หรือไม่ก็คงกำลังเดินทางออกนอกเมืองกันไปแล้ว

“ลองเลี้ยวไปซ้ายดูไหมครับ ข้างหน้านู่นอ่ะ ตอนมาผมเห็นคุณซอกจินเลี้ยวมาทางนี้อ่ะ”

            คนที่ไม่ได้ช่วยอะไรตอนหนีมาตอนนี้เหมือนจะจำเส้นทางได้เลือนราง แจ็คสันมองลูคัสผ่านกระจกมองหลัง

“แน่ใจ”

“ก็ไม่ค่อยแน่ใจครับ” ลูคัสยิ้มเจื่อน

“ไหนบอกเห็นเขาเลี้ยวมาทางนี้”

“ก็คิดว่านะ ดีกว่าเสียเวลาตัดสินใจนี่นาว่าจะซ้ายหรือขวา หรือตรงไปเรื่อยๆ”

“คงต้องเป็นอย่างนั้น ถ้าเลือกผิดค่อยว่ากันใหม่” แบมแบมเห็นด้วย

“เราไม่มีเวลามาเสียให้กับการขับวนหรอกนะ”

“แต่ตรงไปเรื่อยๆ ก็ไม่รู้จะถูกไหมนี่นา ลูคัสคงจำได้บ้างนิดหน่อย ใช่ไหม” แบมแบมเอี้ยวตัวมามองลูคัส เด็กหนุ่มพยักหน้า

“ถ้าไม่ใช่นายโดนตีแน่”

“อย่าทำผมเลย ผมแค่อยากช่วย” ลูคัสรีบอ้อนวอนก่อนจะโดนตีจริงๆ คุณพี่ทหารท่าทางมือหนักไม่น้อยเลยนะ

แจ็คสันถอนหายใจก่อนจะขับตรงไปจนถึงทางเลี้ยวแล้วเลี้ยวซ้าย เมื่อขับตรงไปเรื่อยๆ ก็ต้องเลี้ยวซ้ายอีกครั้ง เป็นถนนที่ไม่กว้างมาก เหมือนเป็นทางบังคับผ่านเพราะเลี้ยวขวาไม่ได้ ถนนทางขวาถูกปิดไปด้วยรถที่จอดนิ่งขวางทาง แล้วตอนนั้นเองที่แจ็คสันเหยียบเบรกอย่างแรงจนอีกสองคนแทบหัวทิ่ม

แจ็คสันขนลุกไปทั้งตัวเมื่อเห็นจำนวนพวกกัดฝูงใหญ่ เยอะจนทำเขาผวาได้เลย มีเต็มถนนเลยนะ!

“แกไอ้ลูคัส”

“ผมไม่รู้ว่า..ว่ามันจะเป็นอย่างนี้” ลูคัสมองไปข้างหน้าแล้วจะร้องไห้ ทั้งกลัวพี่แจ็คสันและกลัวทั้งฝูงผี

แค่มองขนอ่อนที่คอก็ลุกชัน มือสั่นไปหมด เขาไม่เคยต้องเผชิญหน้ากับฝูงผีมากขนาดนี้มาก่อนเลย

แบมแบมมองไปเบื้องหน้าแล้วเม้มปากแน่น พยายามสงบจิตสงบใจเอาไว้ก่อน

“เราค่อยๆ ถอยรถกลับไปได้ไหม”

“แล้วจะกลับรถยังไง” ถนนไม่ได้กว้างเลยนะ

            “แล้วจะทำยังไง”

“ลงจากรถแล้ววิ่งหนีไหม ทางรอดน่าจะมีมากกว่า”

“คงต้องเป็นอย่างนั้นแล้ว แต่ทำไมมีพวกกัดเยอะแยะขนาดนี้กัน”

“มองไปไกลๆ นั่นสิ มันเป็นโรงงาน แถวนี้มันเป็นชุมชนแออัดนะ”

แบมแบมมองตามมือแจ็คสันที่ชี้ให้ดู เริ่มจะพอเข้าใจ ต่อให้โดนกัดหรือไม่สบายก็คงไม่อยากจะไปหาหมอกัน มันเสียเวลาทำงาน

“ทำไงดี เราจะรอดใช่ไหมครับ”

ลูคัสกลัว จับเบาะที่แบมแบมนั่งไว้แน่น แบมแบมถอนหายใจ เอื้อมมือจับมือลูคัสไว้

“ตั้งสติ เราต้องผ่านไปได้แน่ พี่ไม่ยอมตายก่อนได้เจอลูกหรอก”

ความตั้งใจเดิมเมื่อครั้งตามหาลูกครั้งแรกย้อนกลับมาอีกครั้ง แบมแบมไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองเป็นอะไรไปหรอก เขาต้องกลับไปหาอเล็กซิสและออสติน

“แต่เราจะหนียังไง”

“แค่ย้อนกลับไปทางเดิมก็คงจะไม่เป็นไร”

“ตอนนี้ประมาทอะไรไม่ได้แล้วนะแบมแบม ดูอย่างตอนนี้สิ ไม่คาดคิดว่าจะเจอพวกกัดก็เจอ แล้วเจอฝูงใหญ่ด้วย”

“จะทำอะไรก็ทำเถอะครับ พวกมันเดินมาทางนี้นะ ไม่ได้ยืนนิ่งๆ”

ลูคัสเร่งให้พวกผู้ใหญ่รีบตัดสินใจเร็วๆ แจ็คสันเอื้อมมือมาตบหัวจนลูคัสร้องโอดโอย

“ถ้ากลัวนักก็เงียบๆ ไป หาทางช่วยไม่ได้ก็อย่าทำลายสมาธิ”

“ขอโทษครับ”

“เอาน่า อย่าไปดุเลย ผมว่าเรารีบลงจากรถกันก่อนเถอะ”

แบมแบมเองก็ระแวงเหมือนกันว่าพวกกัดจะวิ่งมาหากันทั้งฝูงนั่น แค่เสียงรถก็ทำให้พวกนั้นกำลังสนใจได้บ้างแล้ว และมีบางคนกำลังเดินมาทางนี้ด้วย

ถ้าลงจากรถแล้วรู้ว่ามีเนื้อสดสามก้อนบนถนน คงได้แห่กันมา

 

 

 

 

“ในที่สุดทางรอดของเราก็มา!” ชายคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่บนดาดฟ้ากำลังใช้กล้องส่องทางไกลมองลงไปข้างล่าง

วันนี้เขาเป็นเวรตรวจตราดูความเป็นไปรอบๆ ตึกเลยได้เห็นรถคันหนึ่งแล่นมาในถนนเบื้องล่าง

กำลังเบื่อๆ เซ็งๆ อยู่พอดี นี่เป็นข่าวดีชะมัด!

“รีบไปบอกคนข้างล่างดีกว่า”

ชายคนนั้นลดกล้องส่องทางไกลลงแล้วเปิดประตูวิ่งลงจากดาดฟ้าไป

“มีคนมาว่ะ ขับรถมา ไม่รู้มากันกี่คน”

ชายหนุ่มผลักประตูเปิดออกอย่างแรง บอกเพื่อนในห้องที่กำลังนั่งพักผ่อนกันอยู่ ทุกคนดูตื่นตัวทันทีที่ได้ยิน หันมามองเขาเป็นตาเดียว

“ตรงไหน”

“ตรงถนนข้างล่างเลย ห่างจากพวกกัดไปนิดเดียว”

“อย่างนั้นก็ดีเลยสิ เราจะได้มีทางหนีสักที” หญิงสาวคนหนึ่งร้องออกมาอย่างดีใจ

“ใช่ ฉันอยากออกจากตึกนี่จะแย่อยู่แล้ว” ชายอีกคนเอ่ยขึ้นมาบ้าง

“งั้นก็ต้องรีบใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ อย่ามัวมานั่งดีใจ เดี๋ยวพวกนั้นได้หนีไปก่อนกันพอดี รีบเก็บของไว้ด้วย เร็วๆ เลย”

หญิงสาวอีกคนรีบลุกไปที่มุมห้อง เปิดกระเป๋าหยิบของบางอย่างออกมา แล้วเดินไปหาชายที่เพิ่งลงมาจากดาดฟ้า

“ไปกันเถอะ”

“เออ”

หญิงสาวรีบวิ่งออกไปจากห้อง ชายคนนั้นรีบวิ่งตามไป

“เราต้องตามออกไปดูไหม” หญิงสาวที่อยู่ในห้องหันมองหน้าเพื่อน

“ไปทำไม อยู่เก็บของสิวะ”

 

 

 

หญิงสาวที่หยิบของมาจากกระเป๋าเดินไปตามดาดฟ้าเพื่อไปยืนอยู่ตรงจุดที่ใกล้เคียงกับคนข้างล่างให้มากที่สุด

คนพวกนั้นลงจากรถแล้ว มีกันสามคน

หญิงสาวก้มมองประทัดในมือ

จำใจต้องทำจริงๆ พวกเธอติดอยู่ที่ตึกนี้มานานแล้ว และอาหารกับน้ำก็ใกล้จะหมดเต็มที พวกกัดออกันอยู่หน้าทางเข้าทางออกจนไปไหนไม่ได้

หญิงสาวรับไฟแช็คจากเพื่อนมาจุดประทัดแล้วรีบโยนลงไปข้างล่าง เกาะแผงกั้นรอดูผล

 

 

 

เสียงประทัดที่ดังอยู่ใกล้ๆ ทำให้พวกแบมแบมตกใจ หันหาต้นเสียง โดยเฉพาะลูคัสที่กลัวมากเป็นทุนเดิมรีบเกาะแขนแบมแบมทันที

“ใครยิงใส่เราอ่ะพี่!

“นี่ไม่ใช่เสียงปืน แม่งใครโยนอะไรมาวะ”

แจ็คสันสบถออกมาอย่างหัวเสีย พวกเขาอุตส่าห์ลงจากรถให้เงียบกริบแล้วแท้ๆ แต่เสียงนี่มันจะเรียกให้พวกกัดตรงมาหาพวกเขา ทั้งหมดเลยด้วย!

แบมแบมเซเมื่อโดนลูคัสดึงแขนให้รีบหนี ไม่รู้อะไรดลใจให้มองขึ้นไปด้านบน จึงเห็นว่าบนดาดฟ้ามีคนยืนอยู่

ร่างบางขบกรามแน่น นึกโกรธขึ้นมา

“เลว!” แบมแบมนึกอยากจะยิงคนพวกนั้นแต่เสียดายกระสุน เขาละสายตาจากคนทั้งสองนั่นแล้วรีบวิ่งหนีไปตามแรงดึงของลูคัส

“มีคนแกล้งเรา!

“เดี๋ยวค่อยว่ากัน ตอนนี้หนีก่อน!

 “เราจะรอดใช่ไหมพี่!” ลูคัสตะโกนถามพลางวิ่งหนีไปด้วย แจ็คสันอยากจะหันมาตบหัวสักทีติดที่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่สมควร

“เงียบบ้างจะตายไหม”

“ผมขอโทษ”

“อย่าให้รู้ว่าเป็นใคร พ่อยิงทิ้งจริงๆ ด้วย”

แบมแบมเอ่ยลอดไรฟันออกมาด้วยความแค้นใจ พวกลอบกัดนี่เกลียดนัก

เขาจำรูปร่างทั้งสองคนนั้นได้ จำหน้าผู้หญิงคนนั้นได้ด้วย!

แจ็คสันหันมองแบมแบมแล้วขนลุกแทนคนคนนั้นจริงๆ ตอนแบมแบมโกรธน่ากลัวเหมือนกันนะ


TBC.

**

เรื่องหนังสือสโนวดรอปนั้น ตอนนี้เล็กยังไม่ได้ดำเนินการอะไรนะคะ  

เนื่องจากวางแพลนว่าจะทำหนังสือตามลำดับ ตอนนี้เล็กกำลังดำเนินการเรื่องวุ่นนักอยู่ค่ะ

ตั้งใจจะทำเรื่องสโนวดรอปต่อจากเรื่องวุ่นนักค่ะ ส่วนความคืบหน้าของวุ่นนักนั้น

ตอนนี้เรื่องวุ่นนักเริ่มคุยกับทางโรงพิมพ์และได้รับเล่มตัวอย่างมาแล้ว

 แต่ติดอยู่ที่เรื่องการเงินซึ่งกำลังรอเงินพร้อมอยู่ค่ะ เพราะทำไฟแนนซ์บ้านไม่ผ่าน การขายบ้านก็กำลังเร่งจัดการ 

จนตอนนี้ก็ไม่ได้หวังว่าจะพี่งการขายบ้านอย่างเดียว กำลังหาทางหาเงินทางอื่นอยู่ค่ะ

ทำให้ยังไม่สามารถประมาณได้ว่าจะเริ่มตีพิมพ์วุ่นนักเมื่อไร

เมื่อเป็นเช่นนี้การเริ่มดำเนินการเรื่องจัดพิมพ์สโนวดรอปเลยต้องรออีกระยะค่ะ

แต่ไม่นานแน่นอน เล็กจะเร่งทำเรื่องวุ่นนักให้เร็วที่สุดค่ะ เพื่อจะได้ทำเรื่องสโนวดรอปให้เร็วที่สุดด้วย

ต่อจากนี้เล็กจะมาอัพเนื้อหาเท่านั้นนะคะ จะอัพเดทความคืบหน้าหนังสือเมื่อเริ่มคุยกับทางโรงพิมพ์แล้ว

หรือจะอัพเดทเมื่อมีความคืบหน้าอะไรที่ควรต้องแจ้งให้คนอ่านทราบค่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 105 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,523 ความคิดเห็น

  1. #2516 Jaruwan59372 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 / 11:34

    แม่โกรธแล้วนะ แงงงมาอัพต่ออีกนะคะรอๆ รอวนไปไรท์คะกลับมาต่อเร็วๆนะคะ
    #2,516
    0
  2. #2502 chocolatepie (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 22:40
    โอ้ยยยย อุปสรรคเยอะแยะไปหมด จะได้กลับไปเจอครอบครัวไหมเนี่ย จินยองด้วยจะกลับมาช่วยทันไหม จะได้รวมกลุ่มอีกครั้งหรือป่าว โอ้ยยยยย เป็นเครียดโน๊ะ แต่เครียดมากกว่า คือไรท์อัพเรื่องนี้ยากมาก 555+ สู้ๆนะคะ ยังไงก็จะรออ่าน รออ่านมา 2 ปีละ ก็จะรออ่านต่อไปจนกว่าจะจบนั่นแหละนะ 555+
    #2,502
    0
  3. #2485 Silipha (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 21:02
    แม่โกรธแล้วนะ
    #2,485
    0
  4. #2484 Silipha (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 21:02
    รอตอนต่อไปจ้าาา
    #2,484
    0
  5. #2479 p-cho (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:01
    อยากให้ทำเป็นอีบุ๊คจังเลยค่ะ
    #2,479
    0
  6. #2475 kanyaratthongdee (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:00
    รออยู่นะ
    #2,475
    0
  7. #2472 nayuwo1423- (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:24
    ทำแม่โกรธ!!! ไม่ตายดีแน่!
    #2,472
    0
  8. #2439 min_micky (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 31 มกราคม 2563 / 02:33
    ไรท์ทำเป็น e-book ดีกว่ามั้ยคะ เราอยากได้ e-book

    จะช่วยซื้อค่ะ มันอ่านสะดวกดี
    #2,439
    0
  9. #2436 littleturtle23 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 14:48
    ก็ยังอยากแนะนำว่าให้ทำ e-book นะคะคุณเล็ก ถึงจะได้น้อยกว่าเพราะราคาต่ำกว่าเล่มนิดนึงแหละ แต่ยังไงก็มีคนซื้อ เราสั่งรูปเล่มไปด้วยแต่ก็จะช่วยซื้อนะถ้าทำจริงๆ

    ว่าแต่แก๊งประทัดนี่ใคร!? มันน่า....... -*-
    #2,436
    0
  10. #2435 atina-na (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 02:51
    อยากให้ทำเรื่องนี้ก่อนจังเลยค่ะ ลัดคิววุ่นนักได้ไหม หรืออย่างน้อย แวะมาอัพตอนใหม่บ่อยๆหน่อยก็ดีนะคะ นานมากเลยกว่าจะมาอัพ จนจะลืมเนื้อเรื่องไปหมดแล้วค่ะ
    #2,435
    0
  11. #2434 KGXUS8683 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 22 มกราคม 2563 / 23:28
    สู้ๆนะคะไรท์ 😊♥️✌⭐️
    #2,434
    0
  12. #2433 phattharapy (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 22 มกราคม 2563 / 18:54
    ทำ e-book ดีมั้ยคะ ได้เงินนะคะ ไม่ต้องใช้ทุนเยอะขนาดทำเล่ม รายได้จากการขายเค้าก็หัก % เอา แบบนี้จะดีกว่ามั้ย
    #2,433
    0
  13. #2432 435987 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 22 มกราคม 2563 / 12:59
    จะมี e-book มั้ยคะ
    #2,432
    0
  14. #2431 yanfan20 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 22 มกราคม 2563 / 11:44
    อยากให้ไรท์มาต่อให้จบนะคะเราเป็นคนนึงที่ชอบฟิคของไรท์มากเลยชอบแนวเรื่องมากเป็นกำลังใจให้อัพต่อไปนะคะ
    #2,431
    0
  15. #2430 peachbam1a (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 22 มกราคม 2563 / 11:19
    จะหมดวงการเคป้อปแล้ว เริ่มงงแล้วว่าใครอยุ่กลุ่มไหนบ้าง 555
    #2,430
    0
  16. #2429 234567324 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 22 มกราคม 2563 / 10:45
    ฟิคเรื่องนี้ดองเป็นปีมากกกก ไรท์ยังมีอัพต่อไหมคะ? หรือ หมดไฟในการแต่งแล้ว นี่เนื้อเรื่องดึงกันนานมากก น้องจะได้กลุ่มตัวเองไหมม แงงง แอบผิดหวัง เคยคิดจะซื้อฟิคเรื่องนี้ เห็นพรีตั้งแต่ปีที่แล้ว จนตอนนี้.....
    #2,429
    0