ปิดรีปริ้นท์(GOT7) Snow Drop Markbam,Bnior,Jackjae

ตอนที่ 26 : SS2 Chapter 21 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,926
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 215 ครั้ง
    1 เม.ย. 61






 

            ครอบครัวต้วนมองกลุ่มจินยองขนของเข้าไปไว้ในรถบ้าน จินยองตัดสินใจออกเดินทางต่อไปกับน้องที่เหลือหลังการเสียชีวิตของชยอนูผ่านไปได้สามวัน

            แม้คุณหมอผู้สนิทกับจินยองที่สุดก็ไม่อาจห้ามหรือเปลี่ยนใจอีกฝ่ายได้ อย่างไรก็ต้องเคารพการตัดสินใจของเขา

            แบมแบมยื่นวิทยุสื่อสารหนึ่งเครื่องให้จินยองแล้วจับมืออีกฝ่ายแน่น

“สัญญานะว่าจะวิทยุติดต่อกันทุกสองวัน”

“ฉันไม่เอาหรอก เก็บไว้เถอะ มันไม่จำเป็น เราคงไม่ได้เจอกันอีก” จินยองปฏิเสธแม้เสียดายที่จะต้องเสียเพื่อนที่ดีอย่างแบมแบมไป

แต่ชีวิตมันมีทางอีกหลายทาง พวกเขาไม่เหมาะกับการอยู่ร่วมกับคนเหล่านี้

แบมแบมสะเทือนใจ บีบมือจินยองแน่นยิ่งขึ้นกว่าเดิม

“ฉันอยากให้คุณเอาไป อยากให้รับปากว่าคุณจะไม่หายไปไหน ไม่ว่าจะเกิดอะไรกับทางคุณบ้างฉันขอให้ติดต่อมานะ”

คำขอของแบมแบมเริ่มทำให้จินยองใจอ่อน

“ถ้าเผื่อกลุ่มแกจำเป็นต้องใช้ล่ะ มีแค่สองอันไม่ใช่เหรอ”

“ไม่เป็นไร เราตกลงกันแล้วว่าจะให้คุณหนึ่งเครื่อง เราจะไม่แยกกลุ่มกันจนต้องใช้มัน”

ที่ว่าตกลงคือมาร์คไปคุยกับไรอันว่าให้ยกวิทยุสื่อสารให้กลุ่มจินยองไปเครื่องหนึ่ง เพราะตอนไปได้มาจากสถานีตำรวจเราไปกันสามคน ซึ่งแจบอมนั้นยกให้ไรอันและมาร์คตกลงกันเอง และไรอันก็ตัดสินใจที่จะให้ไป

“ฉันจะเอามันติดตัวไปด้วย” จินยองเก็บวิทยุใส่กระเป๋าแล้วกอดแบมแบม หมอเองก็กอดตอบแน่นเช่นกัน

“รักษาตัวด้วย พอเรื่องจบเราจะได้เจอกันอีก”

“แกเองก็ต้องรอดไปให้ได้เหมือนกัน ดูแลตัวเองกับลูกผัวให้ดีๆ”

“อืม”

แบมแบมผละจากจินยองแล้วกอดเยริน วี กับฮันบินด้วยพร้อมบอกให้ดูแลตัวเองเช่นกัน

“ไปเถอะ ถ้าค่ำแล้วจะเดินทางลำบาก”

แบมแบมบอกให้พวกจินยองขึ้นรถ จินยองพยักหน้าแล้วหันไปเปิดประตูรถบ้าน ขึ้นไปนั่งตำแหน่งคนขับ เยรินขึ้นไปนั่งคู่ วีและฮันบินก็ก้าวขึ้นรถไปเช่นกัน

ร่างบางกอดอกมองส่งจนรถคันใหญ่ลับตา ก่อนจะหันหลังกลับเข้าอาคารที่พัก เดินผ่านทุกคนไปโดยไม่พูดอะไร

 

 

 

 

 

            “ชางอุคพี่มีเรื่องจะคุยด้วย ซองจินด้วยนะ”

            หลังจากเพื่อนจากไป แบมแบมทำใจแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็เริ่มทำในสิ่งที่ตัวเองน่าจะทำได้อีกครั้ง

            ชางอุคที่นั่งกอดเข่ามองไปนอกหน้าต่างหันมามองแบมแบม แม้สงสัยแต่ยังลุกขึ้นตามสั่งโดยไม่ถามอะไร ส่วนคนเจ็บที่นอนบนโซฟาโดยมีแม่ของเขานั่งอยู่ใกล้ๆ ก็ลุกขึ้นนั่งเช่นกัน ฮยอนจินดูห่วงลูกชายมาก ทำท่าจะเข้าช่วยพยุงเขาให้ลุกแต่ซองจินปฏิเสธ

            “แกจะคุยอะไรกับหลาน คุยที่นี่ไม่ได้เหรอ หลานเจ็บแขนแกก็รู้”

            ฮยอนจินเอ่ยกับแบมแบม หลังจากแบมแบมช่วยซองจินไว้น้ำเสียงที่เธอใช้กับแบมแบมก็ดีขึ้นมาก ไม่เสียดสีหรือจิกกัดอีก

            “ผมอยากคุยเงียบๆ น่ะครับ” แบมหยิบสมุดและปากกาจากในกระเป๋าและเดินนำทั้งสองออกจากห้อง

            แม้จะแบ่งห้องเพื่ออาศัยนอน แต่เวลากลางวันที่แสนน่าเบื่อทุกคนก็ไปห้องนั้นห้องนี้เพื่อคุยกันบ้าง

            แบมแบมเดินนำทั้งสองไปยังดาดฟ้า สายลมข้างบนยังทำให้สดชื่นอยู่ ไม่เหมือนตอนอยู่ข้างล่าง ลมพัดทีก็ได้กลิ่นเหม็นสาบสางของศพ

            แบมแบมทรุดลงนั่งกับพื้น ทำให้ทั้งสองต้องนั่งลงตามไปด้วย

            “พี่เรียกเรามาทำไม” ชางอุคมองแบมแบมกางสมุดแล้วเปิดไปยังหน้าที่ยังว่างเปล่า

            “พี่อยากรู้เรื่องจองกุก”

            แบมแบมเงยหน้ามองทั้งสอง ชางอุคยังคงปกติแต่ซองจินหน้าเปลี่ยนสีเป็นซีดเผือด อาสะใภ้เห็นดังนั้นก็เอื้อมมือไปจับมือเขา บีบเบาๆ

            “อาไม่ได้เรียกมาต่อว่าหรือรื้อฟื้นเรื่องเจ็บปวด มันผ่านไปแล้ว มันผิดพลาดกันได้ อาแค่อยากถามเราที่เห็นตอนจองกุกกลายร่างใกล้และชัดเจนที่สุดว่าเขามีลักษณะอย่างไรบ้าง”

            พออาสะใภ้พูดเช่นนั้นซองจินก็พยักหน้าช้าๆ

            “ไม่ต้องรีบ ค่อยๆ นึก อาอยากได้รายละเอียดมากที่สุด”

            “ครับ”

            “ชางอุคเป็นคนขอให้ช่วยจองกุกไว้สินะ”

            พอคุยกับหลานชายเสร็จแบมมแบมก็หันมาหาชางอุค ร่างสูงพยักหน้า

            “ตอนเดินทาง มาร์คบอกว่านายรั้งท้ายและอยู่ใกล้จองกุกที่สุด”

            “ครับพี่”

            “ช่วยบอกรูปพรรณสัณฐานและลักษณะท่าทางของเขาตอนยังไม่กลายร่างให้พี่รู้หน่อย”

            “อ่า..เขาน่าจะรุ่นเดียวกับยูคยอมนะครับ คงเรียนมอปลายอยู่ สูงประมาณ178-179 ผมไม่แน่ใจเป็นเด็กรูปร่างดี ไม่อ้วนและไม่ผอมจนเกินไป เขาดูสุภาพมากด้วย อยากช่วยกลุ่ม กระตือรือร้น คงเพราะไม่อยากให้พี่มาร์คไล่ออกไป  เขาเหมือนเด็กปกติทุกอย่าง ปกติมากๆ จนไม่มีใครรู้เลยว่าเขาโดนกัดมาและได้รับเชื้อ”

            “ประมาณอายุให้พี่หน่อย ต่ำกว่า 17 ไหม” แบมแบมถามพลางจดข้อมูลของจองกุกลงสมุด

            “ไม่ครับ น่าจะราวๆ นั้น 17หรือ18

            “เขามีลักษณะเด่นอะไรอีกหรือเปล่า”

            “เด็กผู้ชายวัยนี้ก็เหมือนๆ กันไปหมด ผมไม่รู้หรอก และไม่ได้สังเกตเขามากนักครับ เพราะต้องระวังภัยให้กลุ่ม”

            ชางอุคนิ่งคิดแล้วส่ายหน้า

            “หมอนั่นหล่อมาก แต่คงไม่เกี่ยว” ซองจินเสริมขึ้นมา ทำให้แบมแบมหัวเราะเบาๆ

พอแบมแบมหัวเราะ ชางอุคและซองจินจึงผ่อนคลายลง ทั้งสองยังมีเรื่องของชยอนูติดค้างในใจ และรู้แก่ใจดีว่าแบมแบมสนิทกับชยอนูมากด้วย ทำให้ตั้งแต่เกิดเรื่องน่าเศร้า ทั้งซองจินและชางอุคจึงไม่เคยคุยเรื่องนี้กับแบมแบมเลย

“แสดงว่าก่อนกลายร่าง จองกุกไม่มีอาการป่วยให้เห็นเลยเหรอ เขาอยู่ร่วมกลุ่มกับเรานานเท่าไรกว่าจะกลายร่าง”

ซองจินและชางอุคมองหน้ากันก่อนทั้งคู่จะหันมามองแบมแบมแล้วส่ายหน้า

“อย่างที่อาชางอุคบอกครับ หมอนั่นปกติทุกอย่าง ไม่มีอาการป่วยอะไรเลย ไอสักแอะยังไม่มี แต่จู่ๆ ก็ล้มตึงไปเลย คิดว่าเป็นลมแดด”

            “ใช่ และจองกุกอยู่กับเราทั้งวันเลยครับ ไปถึงห้างเราก็เจอเขาแล้วและมีเขาเดินทางมาด้วยตลอด มากลายร่างเอาตอนเย็นแล้ว พี่คิดดูแล้วกันว่ากี่ชั่วโมง นี่ยังไม่รวมที่เราไม่รู้อีกว่าเขาติดเชื้อและหลบซ่อนในห้างมานานกี่ชั่วโมงก่อนเราจะไปเจอ อ้อ! ตอนเจอกันเขาบอกว่าหลบที่ห้างหลายวันแล้ว และเจอคนแปลกหน้าก่อนเราไปเมื่อสามสี่วันก่อนหน้านั้น เพราะงั้นแล้วเขาน่าจะอยู่ที่นั่นเกินสี่วันโดยไม่รู้ว่าเขาโดนกัดวันไหนกันแน่ แต่ที่แน่ๆ ไม่ได้โดนก่อนหน้าเราไปไม่นาน เพราะไม่มีเลือดสดไหลจากบาดแผลออกมาให้เราเห็น เสื้อผ้าเขาเปื้อนบ้างแต่ปกติ”

            “เขาอาจจะล้างแผลแล้วเปลี่ยนเสื้อก็ได้ ในห้างร้านเสื้อผ้าเยอะแยะ” ซองจินค้าน ชางอุคส่ายหน้าไม่เห็นด้วย

            “ถ้าเขาไม่ได้ทำแผลแค่ล้างน้ำเฉยๆ มันไม่ทำให้เลือดหยุดไหลได้ง่ายๆ หรอก และแผลที่ไหล่ก็ทำแผลเองได้ยากด้วย ตอนพลิกศพเขาหารอยกัด อาไม่เห็นร่องรอยว่ามีการทำแผลเลยนะ”

            “แปลว่าเขาอยู่ได้นานมากเลยน่ะสิ” แบมแบมขบคิดประเด็นการกลายร่างใหม่

จากการคุยกับคนในกลุ่มที่เคยผ่านเหตุการณ์เห็นคนใกล้ตัวกลายร่างต่อหน้าต่อตา หรือมีคนใกล้ตัวติดเชื้อและประมาณระยะเวลาในการกลายร่าง คำตอบที่ได้จากยองแจ ยูคยอม แจบอม และคุณพ่อโทมัส การกลายร่างเฉลี่ยอยู่ที่ไม่เกิน 8 ชั่วโมง

            ซึ่งเคสเหล่านั้นคือผู้ใหญ่ทั้งหมด เว้นลูกวัยสองขวบของแจบอมที่เจ้าตัวเขาก็ไม่รู้ว่าติดเชื้อเมื่อไร ตอนไหน ใช้เวลากี่ชั่วโมง เดาว่าอาจติดไปพร้อมภรรยา แบมแบมจึงเว้นเคสของเด็กเล็กเอาไว้ก่อน

            จากคำบอกเล่าและการคาดเดาของชางอุค จองกุกอาจจะอยู่ได้นานกว่า 8 ชั่วโมง

            คำถามคือทำไม เพราะอะไร ร่างกายจองกุกมีอะไรแตกต่างไปจากคนอื่นงั้นหรือ?

            หรือเพราะเขายังไม่เป็นผู้ใหญ่เลยอยู่ได้นานกว่าผู้ใหญ่ที่ติดเชื้อ ถ้าเป็นกรณีนี้ล่ะ?

            อยากลองผ่าร่างเด็กคนนั้นดูจัง ต้องได้อะไรคืบหน้าบ้างสักอย่างแน่

            แบมแบมระงับความอยากที่จะทดลองเอาไว้แล้วหันไปหาหลานชายที่นั่งมองตนอยู่แล้ว

            “ตอนจองกุกกลายร่างเป็นไงบ้าง”

            “เขาช่วยสู้กับพวกกัดเลยไม่รู้ว่าเลือดที่เปื้อนตัวเขามาจากตอนกระอักเลือดหรือเลือดพวกกัด แต่ถ้าให้คิดดีๆ เลือดบนตัวหมอนั่นก็มีเลือดแต่เลือดคาวๆ ของผี หรือจะแอบเช็ดปากตอนกระอักเลือดโดยไม่ให้พวกเรารู้ก็เป็นไปได้เหมือนกันครับ หมอนั่นเดินรั้งท้ายอยู่แล้ว ตอนที่ล้มไปก็นอนนิ่ง ตอนนั้นผมคิดว่าแค่หลับ แต่พอมาคิดใหม่ตอนนี้ จองกุกน่าจะนิ่งไปเพราะเขาตายไปแล้วจริงๆ ตายโดยที่ผมที่นั่งตรงนั้นไม่รู้ตัว พอเอะใจเขาก็ลุกขึ้นมานั่งและตาขุ่นแล้ว นั่นล่ะผมถึงแน่ใจว่าเขากลายร่างแม้จะไม่รู้ว่ากลายร่างได้ยังไงก็เหอะ”

            “มีแต่เรื่องน่าสงสัยเต็มไปหมดเลย”

            แบมแบมจดเสร็จ วางปากกาแล้วกุมขมับ ท่าทางเครียดจริง

            ชางอุคและซองจินก็นั่งเงียบไม่รบกวน รอให้แบมแบมถามในสิ่งที่อยากรู้ออกมาอีก

            ร่างบางถอนหายใจ เงยหน้าขึ้นแล้วเสยผม ยิ้มให้ทั้งสอง

            “ขอบใจมากนะทั้งสองคน ได้ข้อมูลเยอะเลย เรากลับห้องกันเถอะ”

 

 

 

 

 

            “คิดอะไรอยู่..คุณควรหลับได้แล้ว”

            มาร์คที่นอนตะแคงเข้าหาภรรยาเอ่ยทั้งที่ไม่ลืมตาขึ้นมอง เขาได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเด็กๆ ที่เข้านิทราไปแล้ว เหลือเพียงแบมแบมที่ยังนอนพลิกตัวไปมา

            “โทษที ฉันทำคุณตื่นเหรอ” แบมแบมเอียงหน้ามองสามีที่ยังคงนอนหลับตาแต่วงแขนโอบพาดเอวตน

            “หลับเถอะน่า”

“ที่รักฉันคิดว่าคนแต่ละช่วงวัยมีระยะเวลาในการแสดงออกว่าติดเชื้อที่แตกต่างกัน และถ้ายังปล่อยให้แพร่เชื้อไปอย่างนี้โดยที่ทำอะไรไม่ได้ สักวันผู้ติดเชื้ออาจกลายพันธุ์หรือมีวิวัฒนาการ ซึ่งมันคงแย่กว่าตอนนี้หลายเท่า” แบมแบมขยับตัวนอนตะแคงหันไปหาสามี

“เอาไว้คุยพรุ่งนี้เถอะที่รัก คุณจะคิดเรื่องโรคนรกนั่นตลอดเวลาไม่ได้นะ สุขภาพจิตแย่หมด”

มาร์คพลิกตัวนอนหงายเหมือนไม่อยากรับฟังเรื่องพวกนี้แล้ว แค่ทุกวันนี้เขาก็ข่มตาหลับได้ยากเต็มทีเพราะความกังวล

แบมแบมยันตัวขึ้นเล็กน้อย วางมือบนอกกว้าง ก้มมองสามี

“ไหนๆ ก็ตื่นแล้วลืมตามาคุยกับฉันหน่อยสิ..นะ”

มาร์คลืมตาขึ้นมองจึงเห็นใบหน้าหวานอยู่ตรงหน้า ระอาในความกระตือรือร้นของแบมแบมที่ไม่ว่าเมื่อไรก็ไม่เคยลดลง ขนาดโลกวอดวายแบบนี้ยังคิดนู่นนี่ไม่หยุด

ร่างสูงโน้มคอภรรยามาจูบเบาๆ

“ราตรีสวัสดิ์”

แบมแบมถอนหายใจเฮือก รู้สึกหงุดหงิดที่มาร์คไม่สนใจเขาและเอาแต่นอน    

“ฉันอยากได้ศพของจองกุก”

คำขอเอาแต่ใจที่แสนแปลกประหลาดของภรรยาทำให้มาร์คลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง

“คุณบ้าไปแล้วหรือไง!

“ชู่ว! เดี๋ยวลูกตื่น” มือเรียวปิดปากสามีที่เผลอขึ้นเสียงดัง มองไปบนเตียงที่มีสองดวงใจของตนนอนอยู่

“อยากได้ศพเด็กนั่นไปทำไม มันทำให้กลุ่มเพื่อนคุณไปจากที่นี่ไม่ใช่หรือไง”

มาร์คหลีกเลี่ยงคำว่าชยอนูตายเพื่อถนอมน้ำใจแบมแบม เพราะรู้ว่าแบมแบมคงเศร้าใจไม่น้อย แบมแบมผูกพันกับคนกลุ่มนั้น

“ฉันได้ข้อมูลจองกุกจากชางอุคและซองจิน เขาจะเป็นตัวอย่างใหม่ที่คลายข้อสงสัยของฉันได้ นี่มันสำคัญนะมาร์ค ฉันอยากผ่าร่างเขา!

แบมแบมกระซิบอย่างตื่นเต้น หักห้ามใจไม่ได้

มาร์คไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไรกับความต้องการของภรรยา แบมแบมพูดเหมือนตอนขอของแบรนด์เนมรุ่นที่มีจำกัดจากเขาในตอนที่โลกยังปกติ

“คุณจะอยากผ่าเขาไปทำไม”

“เพราะเขาเป็นวัยรุ่น”

“วัยรุ่นแล้วยังไง?” มาร์คทำหน้าสงสัยจนแบมแบมต้องดึงให้เขาลุกขึ้นนั่ง ก่อนตนจะรีบลุกไปหยิบสมุดในกระเป๋ามา

ร่างบางนั่งคุกเข่าตรงหน้าสามี พลิกเปิดหน้าที่อยากให้เขาอ่านให้ดู

“อ่านให้ฟังหน่อย” มาร์คไม่เข้าใจว่าหมอทุกคนต้องลายมือยึกยืออ่านยากเหรอ  นี่แบมแบมคงรีบจดน่าดู ใครจะไปอ่านออก

แบมแบมอธิบายให้มาร์คฟังจนจบแล้วมองมาร์คเหมือนจะถามว่าเข้าใจไหม

“คุณ..อยากผ่าศพจองกุกเพื่อยืนยันข้อสงสัยและเผื่อได้อะไรใหม่ๆ สำหรับรักษาโรคนี้..ถูกไหม”

มาร์คพยายามทำความเข้าใจ

            “ถูก! คุณเก่งจัง ถ้าเข้าใจแล้วก็พาฉันไปหน่อยได้ไหม”

            มาร์คตบหน้าผากตัวเอง เครียดขึ้นมาเลย

            “นะที่รัก พาไปหน่อย” แบมแบมวางมือบนตักมาร์ค ร้องขอ มาร์คถอนหายใจ พยายามไม่มองตาภรรยาแม้จะโดนจับหน้าไว้ให้มองหน้ากันก็เถอะ

            “มันยากนะ ระหว่างทางไปตึกนั่นมีพวกผีเต็มไปหมด”

            “แต่คุณและคนอื่นๆ จัดการไปเยอะแล้วนี่ คราวนี้เราไปคนน้อยๆ แล้วหลบหลีกเอาได้ไหม”

            แบมแบมไม่ใช่ไม่เคยกำจัดพวกกัด เขาว่าเขาก็เก่งระดับหนึ่งนะ

            “คุณไปหาศพเขาได้แล้วคุณจะตรวจยังไง แล็บไหน”

            “รอเดี๋ยวนะ”

            แบมแบมลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็กลับมาพร้อมแผนที่ในมือ ซึ่งมาร์คคิดว่าไอรีนคงสงสัยน่าดูว่าพี่สะใภ้ไปเอาแผนที่ตอนกลางดึกทำไม

            “คุณลากเส้นทางที่คุณไปจนถึงตึกที่มีจองกุกให้หน่อย”

            “ใครจะจำได้หมด วิ่งหนีพวกกัดกันตับแทบแตก”

.           แบมแบมหัวเราะกับคำเปรียบเปรยของมาร์ค แต่ยังยื่นปากกาให้อยู่ดี

            “มองไม่ค่อยเห็น” ชางอุคทำให้ที่นี่ใช้ไฟสำรองได้ แต่มาร์คไม่อยากเปิดไฟกลัวรบกวนการนอนของลูก

            “ออกไปข้างนอกกัน” แบมแบมคลานไปหยิบไฟฉายในกระเป๋าของสามีแล้วเปิดก่อนจะพยักหน้าให้เขาลุก มาร์คถือแผนที่และปากกาตามไป

            สองสามีภรรยานั่งพิงกำแพงตรงทางเดิน มาร์ควางแผนที่กับพื้น แบมแบมคอยฉายไฟส่องให้สามี

            “ไกลอยู่นะ แต่ตรงนี้มีโรงพยาบาลเขต เราน่าจะไปใช้แล็บที่นั่นได้”

.           แบมแบมชี้ไปยังจุดที่ไม่ไกลจากตึกที่มาร์คขีดวงกลมไว้ แต่ถ้าเดินทางจริงคงลำบากไม่น้อย

            “โรงพยาบาลคงมีผีเต็มไปหมด”

            “อาจไม่ใช่อย่างที่คิดก็ได้ ฉันคิดว่าทุกโรงพยาบาลน่าจะโดนพวกทหารกวาดล้างผู้ติดเชื้อนะ และถ้ามันเป็นโรงพยาบาลร้างจะดีกับพวกเราด้วย”

            “ยังไง”

            “สถานการณ์อย่างนี้เราอยู่กับที่ไม่ได้หรอกมาร์ค คนที่เดินทางจะมีโอกาสรอดมากกว่า และเดิมทีเราตั้งใจไปศูนย์ควบคุมโรคอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ เราไปจากที่นี่กันได้แล้วล่ะ”

            แบมแบมคิดว่าไหนๆ จะไปแล้ว ไปทุกคนเลยน่าจะดีกว่า

            “คุณโน้มน้าวผมเพื่อจะไปหาจองกุกให้ได้เลยใช่ไหม”

            “ไม่มีใครเข้าใจฉันเท่าคุณแล้วล่ะ และฉันคิดว่าคุณเองก็กำลังคิดอยากจะไปจากที่นี่เหมือนกัน ตึกนี้ไม่ใช่สถานที่ที่ปลอดภัยและดีพอสำหรับลูกๆ”

            ถึงมีเรื่องทะเลาะกันบ้าง แต่อยู่กันมาตั้ง 15 ปี ความเป็นสามีภรรยาก็ทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายคิดยังไง

            “โอเค ครั้งนี้คุณชนะ พรุ่งนี้เราสองคนจะต้องคุยกับทุกคนด้วยกัน ทั้งความต้องการของคุณและการย้ายที่พักด้วย ครั้งก่อนที่ไปเรามีเยรินและชยอนู แต่ตอนนี้เราไม่มีเพื่อนคุณช่วยแล้ว”

            “ถึงไม่มีจินยองแต่ฉันมีคุณนี่นา ฉันเคยบอกแล้วนี่ว่าคุณปกป้องพวกเราได้ ฉันเชื่อแบบนั้น และเราทุกคนจะช่วยกัน”

            แบมแบมไม่ได้เอ่ยเพื่อเอาใจแต่เขาเอ่ยเพราะเชื่อมั่นในตัวสามีจากใจจริง

            ถึงมาร์คจะมีนิสัยเสียบางอย่าง แต่เขาเป็นคนพึ่งพาได้และเป็นสามีที่น่าภาคภูมิใจ

            “เพราะอย่างนี้ไงผมถึงรักคุณน่ะ”

            เวลาเกิดเรื่องอะไรไม่ดีกับครอบครัวของเรา แบมแบมไม่เคยทำให้มาร์ครู้สึกสักครั้งว่าแบมแบมไม่สามารถพึ่งพาเขาได้ แบมแบมวางใจและไว้ใจเขา ถึงแบมแบมจะมีนิสัยที่ไม่น่ารักอยู่บ้างแต่แบมแบมก็เป็นภรรยาที่เขารักมากจริงๆ

            “เราไปหาห้องว่างสักห้องดีกว่า ผมอยากกอดคุณ”

            มาร์คโอบเอวภรรยาไว้ บอกความต้องการตามตรงจนแบมแบมต้องตีบ่ากว้าง

            “คุณนี่ ยังจะคิดเรื่องแบบนี้อีก”

            “ทีในไร่คุณยังเริ่มก่อนได้เลย” มาร์คเถียงรั้งภรรยาเข้ามาจนแนบชิด ใบหน้าห่างกันเพียงลมหายใจกั้น

            “นั่นฉันให้กำลังใจคุณต่างหาก”

            “ตอนนี้ผมก็ต้องการกำลังใจนะ”

            “จากครั้งก่อนฉันยังกังวลอยู่เลยนะ”

            “เรื่อง?”

            “ถ้าท้องตอนนี้แล้วเกิดอีกหลายเดือนข้างหน้าเรื่องบ้าๆ นี่ยังไม่จบ ฉันผ่าคลอดตัวเองไม่ได้หรอกนะ”

            “ไม่เป็นไรหรอกน่า” ร่างสูงจูบที่ปากอิ่มเบาๆ ผละออก ก่อนจะเริ่มสัมผัสที่ริมฝีปากอิ่มอีกครั้ง ตามด้วยเรียวฟันแข็งแรงและปลายลิ้นที่อ่อนนุ่ม เรียวลิ้นของเขาครอบครองและดูดดันเรียวปากนิ่มอย่างเชี่ยวชาญ การเคลื่อนไหวแผ่วเบานั้นกระตุ้นปลุกเร้าร่างบางโดยไม่รู้ตัว

            ความร้อนผ่าวบนริมฝีปากจางหายไปอีกครั้งก่อนจะกลายจูบที่เร่าร้อนรุนแรงจนแบมแบมหวั่นไหว

            “ไม่..” เสียงหวานสั่นเครือ รู้สึกหลอมละลายไปกับสัมผัสของสามี แม้เห็นสายตาร้อนแรงของสามีแต่แบมแบมจำเป็นต้องปฏิเสธ

            “คุณนี่ใจแข็งจริงๆ” นิ้วเรียวลูบไล้ริมฝีปากอิ่มแผ่วเบา รู้สึกได้ถึงความปรารถนาในตัวเขาจากแบมแบม

            แบมแบมคงไม่รู้ตัวว่าทำสีหน้าแบบไหนและจ้องมองเขาอย่างไร

ภรรยาของเขากำลังทำให้เขาไม่สามารถต้านทานการยั่วยวนแบบนี้ได้

“ทำไมถึงปฏิเสธทั้งที่คุณโหยหาและตอบสนองผมขนาดนี้”

“ถ้าท้องต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่”

“ผมทำหมันแล้ว”

“เอ๊ะ? เมื่อไหร่”    แบมแบมกระพริบตาถี่ๆ ดึงสติ งุนงงงสัยว่าทำไมตัวเขาไม่รู้

“บอกเหตุผลไปคุณจะโกรธไหม” ลมหายใจอุ่นร้อนรดอยู่แนบหูทำให้คุณหมอสั่นสะท้าน

มาร์คนี่ขี้โกงจริง รู้ว่าใบหูเขาไวต่อสัมผัสก็ชอบทำแบบนี้เรื่อย

“จะโกรธเพราะคุณพยายามเล้าโลมฉันนี่ล่ะที่รัก” เสียงหวานเข้มขึ้น มาร์คหัวเราะเบาๆ หอมแก้มนิ่มหนึ่งฟอดก่อนถึงจะเอ่ยออกมาได้            

“ผมทำตอนที่เราทะเลาะกันแล้วผมไปมีคนอื่นไงล่ะ ขอโทษที่ไม่ได้บอก ตอนนั้นเราคุยกันน้อยมาก”

….

“ผมรู้ว่าป้องกันดีแค่ไหนก็มีโอกาสพลาดได้แม้เปอร์เซ็นต์ต่ำแค่ไหนก็เถอะ ต่อให้ตอนนั้นผมเสียใจหรือน้อยใจคุณแค่ไหนแต่ผมรักคุณและอยากมีลูกกับคุณคนเดียว ผมมีแค่อเล็กซิสและออสตินก็พอ พวกเขาเป็นทุกอย่างของผมแล้ว ผมไม่ต้องการเพิ่มหรอก”

            มาร์คมีเมียเป็นหมอนะ แบมแบมออกจะฉลาด เขาไม่อยากให้เรื่องผิดพลาดเกิดขึ้นแล้วทำให้แบมแบมเสียใจว่าไม่น่าหลงผิดมาแต่งงานกับผู้ชายโง่ๆ

            เขานอกใจแบมแบม จนถึงตอนนี้ยังรู้สึกผิดมาก ต่อให้แบมแบมไร้อารมณ์แค่ไหนข้างในลึกๆ ต้องผิดหวังและเสียใจกับการกระทำของสามีตัวเองบ้าง           

            แบมแบมฟังแล้วดีใจมาก แม้ในส่วนลึกของใจยังรู้สึกแย่กับเรื่องที่มาร์คไปมีคนอื่น แต่มันเป็นความผิดเขาด้วย เรื่องที่ผ่านไปแล้วไม่จำเป็นต้องคิดมันหรอก

            “ขอบคุณดีใจจังที่คุณคิดแบบนี้”

            “ผมทำดีใช่ไหมล่ะ”

            “อืม ทำดีมากเลย”

“งั้นขอรางวัลหน่อย”  มาร์คถือโอกาสอ้อนขอ

“ถ้าปลอดภัยแล้วก็โอเค”

ใครจะไม่ใจอ่อนกับสามีตัวเองได้บ้างล่ะ..

 

 

 

 

 

“จะเดินทางกันต่อจริงๆ เหรอ ซองจินยังเจ็บอยู่เลย และฉันก็กลัวด้วย” ฮยอนจินเอ่ยออกมาคนแรกหลังฟังสิ่งที่มาร์คและแบมแบมเสนอมาแล้ว

เพิ่งผ่านเหตุการณ์ที่มีคนในกลุ่มตายไปเธอยังใจไม่ดีอยู่เลย แม้ไม่อยากนับรวมแต่กลุ่มของจินยองก็อยู่ด้วยกันมาพักใหญ่

“ผมไม่เป็นไรหรอกแม่ ผมเดินทางได้ แค่เจ็บแขนเองนะ” ซองจินยิ้มให้มารดาสบายใจแต่ฮยอนจินยังกังวลใจอยู่

“ฉันเห็นด้วยว่าเราไม่ควรอยู่ที่ไหนนานๆ แต่โรงพยาบาลร้างมันจะปลอดภัยจริงหรือคะ” ไอรีนไม่ค่อยแน่ใจจุดหมายปลายทาง แต่อยากไปจากที่นี่

“มีแต่ต้องลองไปดูล่ะครับ ถ้าไม่ปลอดภัยให้อยู่ได้เราก็แค่หาสถานที่ใหม่”

ยองแจยังมองในแง่ดี แต่แจ็คสันกลับถอนหายใจเฮือกจนยองแจหันมองหน้า

“มีอะไรก็พูดออกมาสิ”

“เปล่า แค่คิดว่าดีแล้วที่นายมองโลกในแง่ดีน่ะนะ”

“เราควรโหวตว่าจะไปหรือไม่ไป และถ้าไปจะออกเดินทางเมื่อไรนะครับ”

แจบอมว่าใช้ระบบนี้ดีกว่า ถกกันทั้งวันยังไงก็ไม่จบ

“หนูโหวตว่าไป” อเล็กซิสยกมือคนแรก เห็นด้วยกับการโหวต ทำให้ยูคยอมที่นั่งข้างๆ ยกมือตาม ออสตินเห็นพี่อีกสองคนยกก็ยกตาม

ทุกคนค่อยๆ ทยอยยกมือและบอกว่าจะไป จนเหลือเพียงฮยอนจินที่ยืนยันว่าไม่อยากไปแต่แพ้คะแนนขาดลอย

“เราจะเดินทางกันวันไหน” ไรอันถามน้องชาย มาร์คที่ปรึกษากับภรรยามาดีแล้วก็ตอบได้ทันที

“หลังกินข้าวเช้าเราจะไปกันเลย”

หลายคนอุทานอย่างตกใจเพราะไวจนตั้งตัวไม่ทัน

“ผมว่าไม่เป็นไรหรอก เราแค่เดินทางไปตามเส้นทางเดิมเท่านั้นเองนี่ครับ เรารู้อยู่แล้วว่าตรงไหนคือจุดเสี่ยงบ้าง เราสามารถหลบเลี่ยงการปะทะได้”

ชางอุคบอกให้คนที่ไม่ได้ไปด้วยคราวก่อนสบายใจขึ้น แต่ไม่ได้บอกเพิ่มว่าแม้เส้นทางเดิมยังไงมันก็อันตรายอยู่ดี

“จริงเหรอ” ฮยอนจินไม่ได้ถามชางอุคแต่หันไปถามลูกชาย และเขาพยักหน้ารับ

“ถ้าอย่างนั้นฉันจะไปเก็บของก่อน เรื่องอาหารคนอื่นทำแล้วกัน” ฮยอนจินลุกขึ้นจากพื้นแล้วออกจากห้องมาร์คกลับไปห้องตัวเอง

“ครั้งนี้แม่ยอมรับง่ายจังเลยนะคะ” ดาฮยอนแปลกใจกับความเปลี่ยนไปของแม่

“ดีแล้วนี่ลูก” ไรอันว่าฮยอนจินเป็นแบบนี้ก็ดี ทุกคนจะได้เหนื่อยใจน้อยลงและจะได้ไม่มีคนว่าร้ายเธออีก

“ผมจะทำอาหารให้เองครับ” ยูคยอมอาสาในฐานะอายุน้อยที่สุด ทุกคนจึงปล่อยเป็นหน้าที่เขาและไปเก็บของเตรียมตัวเดินทาง

“แม่ครับ ผมไปเล่นไล่จับกับยองจีที่ดาดฟ้านะ” ออสตินขอแม่ก่อน แบมแบมมองหน้าลูกชายแล้วมองหาเด็กหญิงตัวน้อย ยองจีถือตุ๊กตาไม้เดินมาหาคุณหมอ ขอด้วยสายตาเป็นประกาย

“ไปได้จ้ะ แต่ห้ามลงไปเล่นข้างล่างเด็ดขาด แม่ให้แค่ดาดฟ้านะ”

“เดี๋ยวผมไปดูแลให้เอง” แจบอมอาสา จะปล่อยเด็กๆ ไปเล่นสองคนเขาก็ไม่วางใจ

“ขอบคุณครับ”

พอแบมแบมอนุญาตแจบอมจึงจับมือเด็กทั้งสองพาออกจากห้องไป แบมแบมมองตามยองจีแล้วเพิ่งนึกบางอย่างที่ลืมไปได้

ยองจีใส่เสื้อของอเล็กซิสที่ยาวพอจนใช้เป็นเดรสได้สลับกับเสื้อผ้าตัวเองที่มีเพียงสองชุดเท่านั้น

“ถ้าเราเจอร้านเสื้อผ้าเด็กควรหาเสื้อผ้าให้ยองจีบ้างนะ” แบมแบมเปรยกับสามีที่นั่งเก็บของอยู่ใกล้ๆ

“ได้สิ”

 

 

50%




 

 

ตรงบริเวณลานด้านหลังของโฮสเทลร้าง เด็กหนุ่มสามคนนั่งอยู่ใกล้รั้วหนามที่สร้างขึ้นมาป้องกันพวกกัด

“กูอยากออกจากกลุ่มนี้” เด็กหนุ่มร่างสูงเปรยกับเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างกัน สายตาคมกริบมองไปยังกลุ่มคนรอดชีวิตที่พวกเขาได้ร่วมเดินทางหลังแยกกับเมียนายพล

กลุ่มผู้รอดชีวิตที่มีแต่เหล่าชายฉกรรจ์อายุมากกว่าพวกเขานั้นท่าทางน่ากลัว ทั้งกลุ่มมีแปดคนแต่มีผู้หญิงแค่คนเดียว และเธอก็ไม่ใช่ผู้หญิงสายหวาน น่ากลัวพอกัน

เซฮุนและเพื่อนโชคร้ายที่หนีพวกกัดอยู่ดีๆ ก็จับพลัดจับผลูได้ร่วมกลุ่มกับกลุ่มนี้ เพราะจื่อวีที่เอาแต่ร้องกรี๊ดเรียกพวกกัดมารุมจนเกือบตายกันหมดแต่ได้คนกลุ่มนี้ช่วยเอาไว้

ไม่ใช่ว่าพวกมันมีน้ำจิตน้ำใจอะไรหรอกที่ช่วย พวกนี้ช่วยเพราะความสวยของจื่อวีล้วนๆ เด็กสาวหน้าตาสวยมากที่ยังรอดชีวิตก็คือแรร์ไอเท็มดีๆ นี่เอง

“แล้วเราจะแยกไปยังไง พวกนั้นไม่ยอมปล่อยให้จื่อวีคลาดสายตาเลย” จีมิน หัวหน้าห้อง 2/A เอ่ยตอบเซฮุนเสียงเบาเพราะเจ็บแผลที่ปาก เขาดูวิตกกังวลตลอดเวลา

จีมิน เซฮุน และเตนล์ได้มีดป้องกันตัวจากหัวหน้ากลุ่มนี้คนละเล่ม แต่เซฮุนปฏิเสธที่จะรับมันเพราะติดไม้เบสบอลคู่ใจ ส่วนเพื่อนสาวหนึ่งเดียวอย่างจื่อวีกลับไม่ได้อะไรไว้ป้องกันตัวเลย เพราะมีชายหนุ่มอีกเจ็ดคนคอยปกป้องเธออยู่แล้ว

“เอามีดไปกรีดหน้ายัยนั่นซะดีไหม จะได้ไม่มีใครคอยคุม”

เซฮุนจริงจังกับความคิดนี้ คนพวกนั้นดูถูกว่าพวกเขายังเด็กเลยไม่ต้องทำหรือพูดจาอะไรเกรงใจกันเลยสักนิด ถือว่าตัวเองมีอาวุธและคนมากกว่าเลยข่มเหงกันตามอำเภอใจ

เซฮุนไม่อยากอยู่ร่วมกับคนที่ตัวเองเกลียดเข้าไส้ด้วย

“จะบ้าเหรอ คิดอะไรช่วยกลั่นกรองหน่อย” เตนล์เอ่ยเสียงเบา เซฮุนหันมาตบหัวเตนล์จนจีมินที่นั่งห่างออกมายังได้ยินเสียงเนื้อกระทบกัน

“เจ็บนะ!

“มึงพูดไม่เข้าหูกู!

“จีมินยังไม่เห็นโดนอะไรเลย” เตนล์เสียงขุ่น ไม่พอใจ จีมินอึกอักที่โดนดึงไปร่วมกับเรื่องไร้สาระ

“มันไม่ได้พูดจาขัดหูกูนี่ จะไปตบมันทำไม”

เตนล์มองค้อน ไม่พอใจ แต่ก็ไม่อยากใส่ใจ ตอนนี้ที่น่าห่วงคือจื่อวีที่นั่งอยู่กับสาวผมแดงต่างหาก

“พวกแกทำอะไรกันเสียงดังน่ารำคาญ ออกไปหาเสบียงมาเพิ่มซิ”

ชายร่างสูงใหญ่หนวดเฟิ้มคนหนึ่งเดินอาดมาทางกลุ่มสามหนุ่ม จีมินมองเขาอย่างหวาดๆ ดันแว่นกับสันจมูกโด่ง ลุกลี้ลุกลน เตนล์ถอนหายใจเมินไปทางอื่น แต่เซฮุนมองชายที่มายืนตรงหน้าเขม็ง

“หามาทีไรพวกกูแทบไม่ได้แดกอะไร ทำไมต้องเสี่ยงตายไปหาอะไรมาให้พวกมึงแดกอีก”

“ปากดีอีกแล้วนะมึง” ร่างสูงตบหน้าเซฮุนอย่างแรงจนหน้าหัน เด็กหนุ่มนัยน์ตาวาววับ ความอดทนที่พยายามทำสิ้นสุดลง

ความจริงมันสิ้นสุดตั้งแต่จื่อวีโดนทำร้ายแล้ว..แต่พวกมันเอาจื่อวีไป จะฆ่าเมื่อไรก็ขึ้นอยู่กับพวกมัน เขาสามคนจึงต้องพยายามอดทนให้มากที่สุด

แต่วันนี้เซฮุนจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว

“มือตีนกูก็ดีพอกัน กูไม่ได้กลัวมึงเหมือนคนอื่น อย่ามาอวดเบ่งใส่กูไอ้สัส”

“ไอ้เด็กเหี้ยนี่!

ชายร่างใหญ่ควักปืนที่เหน็บเอวออกมาทันที ยังไม่ทันเล็งตรงมาที่เซฮุน เด็กหนุ่มที่ไม่เคยปล่อยไม้เบสบอลอะลูมิเนียมห่างมือก็ยกไม้ฟาดไปที่แขนชายตรงหน้าจนปืนตก เขาลุกพรวดหวดไม้ไปอีกทีที่หน้าจนอีกฝ่ายเซผงะ อาศัยความปราดเปรียวหยิบปืนขึ้นมาขึ้นไกแล้วเล็งยิงไปที่หัวใจของอีกฝ่ายอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด

ชายหนุ่มนอนหงายบนพื้นสิ้นใจโดยไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ เสียงปืนทำให้ทุกคนตกใจ

เซฮุนเพิ่งเคยยิงคนตายครั้งแรกแต่มือไม่สั่นเลยสักนิดทั้งที่ในอกกำลังเต้นรัวเร็วอย่างบ้าระห่ำ เขากล้ำกลืนอาการมวนท้องอยากอาเจียนเอาไว้แล้วเล็งปืนไปที่สาวผมแดงอีกนัด ด้วยระยะที่ไกลเกินไปทำให้พลาดจากศีรษะไปโดนไหล่ แต่ก็ทำให้หญิงสาวผละล้มห่างจากจื่อวีได้ จื่อวีตัวแข็งทื่อ ขยับไม่ได้ด้วยความตกใจ

“จื่อวีเอาปืนจากอีนั่นมา นั่งบื้อทำซากอะไรอีโง่!

เซฮุนตวาดเสียงดังจนจื่อวีมือไม้สั่น รีบควานหาปืนในตัวหญิงสาวที่บาดเจ็บ แต่สาวผมแดงตั้งหลักได้ถีบจื่อวีกระเด็นออกมา จื่อวีก็ไม่ยอมแพ้ ขึ้นคร่อมร่างบอบบางแล้วใช้มือกดที่แผลจนหญิงสาวร้องโหยหวนด้วยความเจ็บ เปิดโอกาสให้จื่อวีหยืบปืนออกมาได้

แกร๊ก

เสียงขึ้นนกพร้อมปลายปากกระบอกที่จ่อหลังศีรษะทำให้จื่อวีนั่งนิ่งไม่กล้าขยับ อีกหกคนในกลุ่มตั้งหลักได้แล้วหลังหายตกใจ ปืนอีกสองกระบอกเล็งมาทางเซฮุน อีกสามคนต่างหยิบอาวุธคู่กายออกมาเตรียมพร้อมเข้ามาทำร้ายเซฮุน

“ไม่อยากให้อีนี่สมองกระจายมึงก็วางปืนลงซะไอ้เด็กนรก”

ชายหัวหน้ากลุ่มรูปร่างสูงโปร่งเอ่ยกับเซฮุนเสียงเย็น แทนที่จะกลัวเซฮุนกับยกยิ้มมุมปาก

“มึงคิดว่าในโลกเหี้ยๆ นี่กูจะคิดว่าชีวิตอีนั่นสำคัญกว่าชีวิตตัวเองเหรอ กูจะไม่ยอมทนลำบากเพราะมันอีก ต่อให้สละมันไปเพื่อกูจะออกไปจากกลุ่มมึงได้กูก็ทำ”

ไม่ทันสิ้นสุดคำพูดเซฮุนก็ยิงไปที่หัวหน้ากลุ่มอีกนัดโดยไม่กลัวว่ามือมันจะลั่นกระสุนใส่จื่อวีแม้แต่น้อย และกระสุนก็ลั่นตามร่างกายที่กระตุกจริงๆ แต่เคราะห์ดีที่จื่อวีก้มลงไปกดตัวสาวผมแดงที่ใช้จังหวะที่เธอคลายมือจากแผลตบหน้าเด็กสาวพอดี

เมื่อหัวหน้ากลุ่มล้มลงเพราะถูกยิงที่ท้อง อีกสองคนที่ครอบครองปืนก็ยิงมาที่เด็กหนุ่มทั้งสามคนทันที เซฮุนถีบจีมินที่อยู่ตรงวิถีกระสุนออกไป เขาทิ้งตัวล้มลงใช้หัวหน้าห้องเป็นเบาะแล้วยิงอีกสองคนอย่างรวดเร็ว คนหนึ่งเข้าที่ขาซ้ายจนทรุดลงไป อีกคนโดนเข้าที่อกด้านขวา

ความเร็วของเซฮุนทำให้คนที่ไม่ได้ครองปืนเริ่มผวา ไม่กล้าวิ่งเข้าใส่เด็กหนุ่ม

“ไอ้เตนล์มึงไปดึงจื่อวีมา!

เซฮุนสั่งเพื่อนขณะลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคงอีกครั้ง สายตาไม่ละไปจากชายห้าคนตรงหน้า สายตาแข็งกร้าวน่ากลัวเกินอายุทำให้อีกฝ่ายไม่กล้าผลีผลามลงมือทำอะไร

หมาจนตรอก เมื่อคิดสู้ มันก็จะสู้จนตัวตาย

เซฮุนให้ความรู้สึกแบบนั้น ทำให้เหล่าคนแก่กว่ารู้สึกว่ามันไม่มีอะไรจะเสีย ตายเป็นตาย กูตายมึงก็ตาย

เตนล์รีบวิ่งไปหาจื่อวี ชายหัวหน้ากลุ่มเล็งปืนมาสกัดเตนล์ เด็กหนุ่มล้มตัวลงแล้วกลิ้งหนีไปกับพื้น หลบเอาตัวรอดก่อน จื่อวีต่อยหน้าหญิงสาวที่ตนคร่อมอยู่หลายทีจนหญิงสาวมึนแล้วหยิบปืนมาถือไว้ กำแน่นทั้งที่ยิงไม่เป็น รวบรวมแรงกระแทกชายที่ล้มมาซบเธอให้ออกไปห่างๆ แล้วลุกขึ้นวิ่งมาหาเตนล์แทน

“เอาปืนมาให้กูจื่อวี”

เซฮุนที่เหลือบปรายหางตาเห็นว่าจื่อวีเอาตัวรอดมาได้ก็ร้องบอก แต่ยังระวังท่าทีของชายห้าคนตรงหน้า

จื่อวีรีบเดินมาหาเซฮุนอย่างระแวง มองกลุ่มชายตรงหน้าไปด้วยก้าวเดินไปด้วย

“เอ้า” จื่อวียัดปืนใส่มือซ้ายของเซฮุนแล้วหลบไปอยู่ข้างหลัง

แม้เซฮุนจะพูดจาใจร้ายใส่เธอ ให้คนพวกนั้นฆ่าเธอ แต่เธอไม่เก็บมาใส่ใจเพราะรู้ว่าเพื่อนร่วมห้องไม่ใช่คนเลวขนาดนั้น

เขาแค่ทำเป็นไม่กลัวที่จะเสียใครไป หากเซฮุนมีท่าทีห่วงใยใครอีกเหมือนก่อนหน้านี้ คนนั้นจะซวยเพราะอาจถูกเอามาเป็นเครื่องต่อรอง และโอกาสดีๆ ที่ไม่คาดคิดซึ่งช่วงชิงมาได้จะหายวับไปอย่างน่าเสียดาย

เมื่อในมือเด็กหนุ่มมีปืนสองกระบอก คนโตกว่าก็ไม่ไว้วางใจอีกต่อไปว่าเซฮุนจะนึกมือลั่นใส่ใครอีก

ชายร่างหนาใส่เสื้อคลุมสีเข้มยิงมาที่เซฮุนซึ่งไม่คิดหลบ มั่นใจว่าโดนหน้าเต็มๆ และต้องตายแน่ แต่เซฮุนเอียงหน้าหลบเล็กน้อยก็ได้เพียงแค่แผลถากที่แก้มขาวเรียกเลือดสีเข้มได้ทันที และความเจ็บก็ทำให้เซฮุนยิงออกไปเช่นกันแต่เป้าหมายของเซฮุนก็หลบกระสุนได้โดยมีแผลถากที่ไหล่

“เราควรมาเจรจากันก่อนจะมีคนตายไปมากกว่านี้”

เซฮุนเอ่ยขึ้นเสียงเข้ม หนักแน่น พลางปลดเซฟตี้ของปืนอีกกระบอกอย่างใจเย็น ท่าทางไม่เกรงกลัวของเขาทำให้พวกผู้ใหญ่เริ่มกลืนน้ำลายหนืดฝืดคอ ประหลาดใจ

ทำไมมันกลายเป็นแบบนี้ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังยอมพวกเขาอยู่

ใครเห็นรูปลักษณ์ดึงดูดสายตาของเด็กหนุ่มก็คงไม่มีใครคิดว่ามันจะโหดขนาดนี้ ปรามาสไปว่ามันก็แค่นักเลงอันธพาลประจำโรงเรียนทั่วๆ ไป

“มึงฆ่าเพื่อนกูไปคนนึงแล้วยังยิงไปอีกสี่ มึงคิดว่าพวกกูอยากเจรจาหรือไง!

ชายที่ถือมีดสั้นไว้กัดฟันกรอดอย่างโกรธจัด เซฮุนแค่นหัวเราะหึแล้วถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ท่าทางกวนประสาทแสนจะอวดดีของเขาทำให้พวกผู้ใหญ่ยิ่งโมโห

“ทีเพื่อนมึงข่มขืนเพื่อนกู กระทืบเพื่อนกูแก้เบื่อ กูยังอยากเจรจาด้วยเลย”

สิ่งที่เซฮุนเอ่ยขึ้นมาทำให้เพื่อนอีกสามคนชะงัก โดนเฉพาะหญิงสาวหนึ่งเดียวที่กัดริมฝีปากและกำมือแน่น

จีมินคลานไปหาจื่อวี จับบ่าเธอ เด็กสาวฝืนยิ้มแล้วส่ายหน้าเชิงบอกจีมินว่าไม่เป็นไร

ในโลกบัดซบแบบนี้ แค่มีชีวิตรอดอยู่ได้ก็ดีแล้ว แม้จะเจอเรื่องโหดร้ายบ้างเธอจะลืมมันไปซะ..จะลืมให้หมด

“ยิงกับกระทืบมันไม่เหมือนกัน! มึงทำเกินไป มึงมันฆาตกร!” ชายที่พกมีดตวาดใส่เซฮุนอย่างเกรี้ยวกราด

“จะยิงหรือกระทืบมันก็เจ็บเหมือนกัน! เพื่อนมึงทำร้ายเพื่อนกูมันก็อาชญากรเหมือนกัน ว่ากูเป็นฆาตกรเพื่อนมึงไม่ใช่เลยมั้ง เอาปืนจ่อพวกกูพร้อมยิง ถ้ากูไม่ยิงมันได้ก่อนพวกกูก็ตายน่ะสิ ไอ้โง่”

เซฮุนที่ก้มหน้าเล็กน้อยดูปืนเหลือบสายตาขึ้นมองคนที่ด่าตน สายตาฉายแววโกรธไม่แพ้กัน

เขาเองก็ต้องเอาตัวรอด ต้องรอดทั้งตัวเองและเพื่อน ขนาดโลกเพิ่งเปลี่ยนได้ไม่นานคนยังเสื่อมทรามได้ขนาดนี้เลย ในโลกใบนี้ต่อให้ไม่อยากฆ่าใครสักวันก็ต้องได้ฆ่า สังคมไร้กฎหมาย ทุกพื้นที่มีแต่อันตราย คนโลกสวยมันอยู่ได้ไม่นานหรอก..

ถ้าเป็นโลกตอนปกติเซฮุนก็ไม่เคยคิดแม้แต่เศษเสี้ยวที่จะคร่าชีวิตใคร

ปัง!

เซฮุนโยนความคิดจะเจรจาทิ้งไปเมื่อคนที่โดนยิงขารอจังหวะยกปืนขึ้นเล็งมาทางเขา  แต่เซฮุนไวกว่ากระสุนเข้าที่คออีกฝ่ายเต็มๆ

คนโดนยิงคอล้มหงายดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวด ยกมือกุมคอตัวเอง กล่องเสียงถูกทำลาย เลือดทะลักจากบาดแผลและปาก ส่งเสียงได้เพียงอึกอักทรมาน

เซฮุนไม่รอให้อีกคนที่ครองปืนยิงได้ก็ยิงซ้ำจนคนที่โดนยิงอกด้านขวาก่อนหน้านี้สิ้นใจไป เด็กหนุ่มยิงหัวหน้ากลุ่มที่โดนยิงท้องตายไปอีกคนด้วย ทั้งหมดเกิดขึ้นเร็วมากจนทุกคนได้แต่ยืนอึ้ง

“ไอ้จีมินไปเอาปืนจากไอ้หัวหน้ามาให้กู”

เมื่อคนที่ครอบครองปืนตายหมดยกเว้นสาวผมแดง เซฮุนก็ค่อยวางใจ

“พวกมึงสามคนทิ้งอาวุธแล้วไปรวมกับอีผู้หญิงนั่น อย่าคิดตุกติกไม่งั้นกูยิงไส้แตกตายตามเพื่อนมึงไปแน่”

ทั้งสามที่ยังไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรลังเล จนเซฮุนหงุดหงิด

“ชักช้าทำเหี้ยอะไร กูบอกให้วางอาวุธแล้วไปรวมกับเพื่อนมึง!

แม้ไม่อยากทำตามก็ต้องทำ เพราะเซฮุนตอนนี้น่ากลัวจริงๆ

“มึงเป็นใครกันแน่ ทำไมยิงปืนแม่นนัก”

ชายร่างผอมที่อายุมากสุดในกลุ่มค่อยๆ วางอาวุธลงบนพื้น ยกมือสองข้างขึ้นแล้วเอ่ยถาม

“พ่อกูเป็นมือปืนรับจ้างให้หน่วยพิเศษ กูก็เลยได้วิชามาบ้าง”

“หน่วยพิเศษ!

“มือปืน..

เมื่อรู้สาเหตุความเก่งของเด็กหนุ่ม ทุกคนเลยเงียบไป

เพื่อนทั้งสามมองหน้ากันหลังจากสิ่งที่เซฮุนพูด ก็จะงงๆ หน่อย

เซฮุนนั่งลงขัดสมาธิกับพื้น

“จีมิน มึงเอาเสบียงทั้งหมดใส่รถ ไม่ว่าจะอาวุธหรืออาหารเอาไปให้หมด ทิ้งของไว้ให้ไอ้พวกนี้พอกินแค่มื้อเดียวก็พอ”

“มึงจะเอาไปหมดไม่ได้นะ!

สาวผมแดงตะโกนขึ้นอย่างเดือดดาล เซฮุนมองตาขวาง

“กูว่าได้ก็ต้องได้! มึงอยากมีชีวิตรอดไปหาทางรักษาหรือจะตายไปเลยตรงนี้ห๊ะ!

เด็กหนุ่มตวาดใส่ด้วยอารมณ์ไม่แพ้กัน และความน่ากลัวของเขาก็ชนะด้วย

“เงียบน่า” ชายร่างผอมปรามสาวผมแดงแล้วถอดเสื้อคลุมมาพันแขนให้หญิงสาวเพื่อห้ามเลือด

“ขอปืนให้เราสักกระบอกสองกระบอกสิ แกเอาทั้งอาวุธ อาหารและรถเราไป เราไม่เหลืออะไรแล้ว อย่างน้อยก็ขออาวุธไว้ป้องกันตัวบ้าง”

ชายร่างหนาเอ่ยขอร้อง เซฮุนมองเขานิ่ง

“ทำไมกูต้องให้”

แค่กระบอกเดียวก็ได้ มีปืนกระบอกเดียวกูไม่กล้าแว้งกัดมึงหรอก จะยอมให้มึงไปโดยดี”

“มึงไม่อยู่ในสถานะที่จะต่อรองกับกูได้” เซฮุนตอบอย่างไม่ใส่ใจอะไร

เตนล์ลุกไปช่วยจีมิน ส่วนจื่อวีเดินไปหยิบปืนจากชายที่โดนยิงคอและชายที่โดนยิงอกขวามายื่นให้เซฮุน

“อ่าวอีนี่ จะส่งมาไม่ใส่เซฟตี้ก่อนล่ะ เกิดโป้งป้างขึ้นมากูก็ตายน่ะสิ”

“ขนาดกูโดนปืนจ่อหัวยังรอดมาได้เลย ถ้าแค่นี้มึงตายก็ช่างหัวมึง”

“อีเหี้ย”

“ไอ้สารเลว”

ด่ามาด่ากลับ อยู่กับเพื่อนผู้ชายมาสักพัก จื่อวีเริ่มซึมซับความกระด้างมามากขึ้นทุกวัน

“เซฮุน! เสร็จแล้ว”

จีมินตะโกนมาบอก เซฮุนอยากรีบเดินทางก็ตะโกนรับว่าเออ

ยิงปืนไปตั้งเยอะ เดี๋ยวอีกสักพักพวกกัดที่อยู่แถวนี้คงมาถึงนี่

“ใครเก็บกุญแจรถไว้ ส่งมาให้กู”

เซฮุนเหน็บปืนสองกระบอกไว้ข้างเอว ลุกขึ้นยืนพร้อมปืนที่ถือไว้พร้อมยิงตลอดเวลา

การเรียกร้องของเซฮุนทำให้ชายที่สวมเสื้อคลุมสีเข้มอยากเจรจาแลกของ

“มึงต้องส่งปืนมาให้กูก่อนแล้วกูจะให้กุญแจรถ”

“ไม่ให้ก็เรื่องของมึง แต่มึงเลือกเอาว่าจะให้กูยิงมึงสี่คนจนตายแล้วค้นตัวหากุญแจเอาเอง กับยอมส่งมาดีๆ แลกกับปืนกระบอกนึงและกระสุนอีกกล่อง นี่ถือว่ากูใจดีแล้วนะที่แถมกระสุนให้ด้วย เออ กูไม่ให้เลือกละ เปลืองกระสุนแค่สี่นัดกับทั้งกล่อง กูเลือกสี่นัดดีกว่า”

เซฮุนพูดเองเออเองแล้วเล็งปืนไปทางคนต่อรองทันที เขาสะดุ้งเฮือกรีบล้วงกุญแจจากกระเป๋าเสื้อ จะปามาให้ แต่เซฮุนกลับตวาดขึ้นก่อน

“โยนมากับพื้นเบาๆ ต่ำๆ ถ้าโดนหน้ากูมึงตาย”

คนที่ถูกเดาทางออกเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันกับความฉลาดของเด็ก จำต้องโยนสไลด์มากับพื้น แต่เพราะโยนเบากุญแจเลยมาได้ครึ่งทาง จื่อวีรู้งานรีบวิ่งไปหยิบกุญแจรถมากำไว้

“จื่อ มึงไปสตาร์ทเครื่องรอ บอกเตนล์ให้มันหาปืนไม่มีกระสุนกระบอกนึงและกระสุนอีกกล่องเตรียมไว้ เดี๋ยวกูจะตามไป”

พอได้ยินคำสั่งจื่อวีก็ลังเล

“จะให้กระสุนมันทั้งกล่องจริงๆ เหรอ น่าเสียดายออก”

“เตรียมไว้เหอะ”

“ก็ได้” แม้จื่อวีไม่ค่อยพอใจ แต่การทำตามที่เซฮุนบอกคงดีที่สุด

เซฮุนรอจนได้ยินเสียงรถดังขึ้นก็ค่อยๆ เดินถอยหลังไปทางรถโดยที่ไม่ลดปืนและละสายตาจากผู้ใหญ่ทั้งสี่คน

รถกะบะสี่ประตูเตรียมพร้อมออกเดินทาง เพื่อนทั้งสามนั่งด้านหน้ากันหมด เตนล์ที่นั่งเบาะหลังเปิดประตูรถยื่นของที่เซฮุนสั่งไว้ให้ เซฮุนรับของมาแล้วแต่ไม่ทำตามที่บอกกับคนพวกนั้นไว้ เขารีบขึ้นรถ

เซฮุนไม่ทันจะปิดประตูสนิทจื่อวีก็ขับรถออกไปทันที ได้ยินเสียงสบถด่าอย่างโกรธจัดของคนที่ถูกทิ้งแว่วๆ

 

 

 

 

 

เมื่อออกมาได้สักพัก ทั้งรถที่เงียบมาตลอดก็มีเสียงเซฮุนดังขึ้น

“พวกมึงมีอะไรจะถามก็พูด! ห่า มองกันอยู่นั่น”

“พ่อแกเป็นมือปืนรับจ้างเหรอวะ ไม่ใช่นักกีฬายิงปืนทีมชาติเรอะ” เตนล์ที่นั่งข้างกันเอ่ยถามอย่างสงสัย จีมินและจื่อวีก็รอฟังคำตอบเหมือนกัน

“เออ นักกีฬา กูแค่โกหกไอ้พวกนั้นให้ดูน่ากลัวเฉยๆ”

“เราไม่เคยได้ยินเลยว่าเซฮุนเคยฝึกซ้อมยิงปืน ข่าวของพ่อเซฮุนก็ไม่เคยมีบอกว่าลูกชายคุณโอจะมีฝีมือยิงปืนเหมือนพ่อ วันๆ มีแต่หาเรื่องต่อยตีกับโรงเรียนอื่น โดดเรียนไปจีบสาว ไม่ก็..

“เงียบไปไอ้แว่น กูไม่ซ้อมก็ยิงได้ กูมีพรสวรรค์ พ่อเคยจะลากตัวกูไปเก็บตัวซ้อมเหมือนกันเพราะเคยเห็นกูยิงเล่นๆ แล้วน่าจะไปได้ แต่กูหนีเอง กูขี้เกียจ มีปัญหาอะไรมะ?”

เซฮุนมองดุด้วยสายตาว่า มึงไม่จบก็ต่อยกันได้ จีมินที่เอี้ยวตัวมาคุยด้วยเลยขยับไปนั่งดีๆ แล้วมองไปทางถนนแทน

“ขนาดไม่ซ้อมยังเก่งมากเลยอ่ะ ไม่น่าเชื่อว่าน้ำหน้าอย่างนี้จะเก่ง”

จื่อวีประหลาดใจมากนะ เซฮุนฟังแล้วหมั่นไส้กับคำเหน็บ ถีบเบาะเด็กสาวแรงๆ จนจื่อวีสะดุ้ง

“ไอ้บ้า! เดี๋ยวฉันตกใจรถเสียหลักไปทำไง”

“เรื่องของมึง กูนั่งข้างหลังกูปลอดภัย”

จื่อวีมองไอ้คนหยาบคายกอดอกเต๊ะท่าผ่านกระจกส่องหลังอย่างหมั่นไส้ อดด่าไม่ได้

“ไอ้เวรนี่”

“ถ้าจื่อวีเป็นอะไรเราก็เป็นด้วยน่ะสิ” จีมินเอ่ยเบาๆ เซฮุนเอื้อมมือไปตบหัวของหัวหน้าห้องทีหนึ่งจนอีกฝ่ายร้องโอ๊ย

“กูจะนอนละ”

“เดี๋ยวสิ เราจะไปไหนกันต่อยังไม่ได้เลือกเลย”

เตนล์แย้งเมื่อเซฮุนจะหนีนอน

“พวกมึงมีกันตั้งสามหัวก็เลือกเอาสิ จะไปไหนก็เรื่องของพวกมึง กูก็ไปด้วยอยู่แล้ว”

เซฮุนเอ่ยแล้วหลับตาทันที ขยับตัวหาท่าสบาย บอกเป็นภาษากายเชิงว่ากูไม่ยุ่งและอย่ามายุ่งกับกู

เตนล์มองเซฮุนแล้วถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ค้นหาแผนที่กระดาษจากช่องเก็บของหลังเบาะ

“ให้มันนอนไปเถอะ มันอุตส่าห์ปกป้องพวกเรา”

จื่อวีเอ่ยเสียงเบาไม่ให้กวนคนนอน

“เป็นคนที่น่ารักและน่าชังได้ในคนเดียวกัน บ้าจริงๆ” จีมินถอนหายใจ แต่ความชังก็ไม่ได้เกิดขึ้นในใจอย่างปากพูด

ในโลกที่เสื่อมสลาย การมีเซฮุนอยู่ในกลุ่มด้วย เราสามคนก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าโคตรอุ่นใจ

“อือ มันก็เป็นคนดีแหละ เดี๋ยวต้องให้เซฮุนสอนพวกเรายิงปืนด้วย จะได้ช่วยมันได้บ้าง..อยากจะไปไหนกัน ถ้าติดต่อยูคยอมได้ฉันอยากไปหาเขาจัง”

เตนล์ขยับตัวมาข้างหน้า แทรกอยู่ระหว่างเบาะคนขับและข้างคนขับ ในมือก็ถือแผนที่ที่หาเจอ กางมันออกให้จีมินและจื่อวีดู แต่จื่อวีแค่เหลือบตามองแวบหนึ่งแล้วจ้องถนนต่อ

“ลองไปหาเขาที่บ้านไหมล่ะ” จีมินลองเสนอ แต่จื่อวีก็ค้านทันที

“บ้านยูมันอยู่ใจกลางเมืองเลยไม่ใช่เหรอ ต้องฝ่าพวกผีอีกกี่โขยง เราควรออกนอกเมืองได้แล้ว”

ตอนอยู่กับคุณจียง พวกเธอก็พยายามกลับบ้าน พวกผีเยอะมาก เดินทางโคตรลำบาก

ทุกคนอยากกลับบ้านไปดูให้แน่ใจว่าพ่อแม่พี่น้องเป็นไงบ้าง แล้วแต่ละคนก็ได้เจอแต่ข่าวร้าย

ครอบครัวเตนล์ฆ่าตัวตายยกบ้าน  ทิ้งเตนล์ไว้คนเดียว

ครอบครัวจีมินที่เหลือเพียงพี่ชายก็อพยพหนีตามคำสั่งรัฐและบอกให้ตามไป แต่พอไปค่ายก็เจอว่าค่ายล่มแล้ว จนป่านนี้ยังไม่รู้ว่าพี่จีมินไปอยู่ไหน จะอยู่หรือตายก็ไม่รู้

ครอบครัวเซฮุนกลายเป็นพวกกัดกันหมด เซฮุนอาละวาดไปวันนึงเต็มๆ

ส่วนครอบครัวจื่อวีอยู่ต่างประเทศ และเป็นประเทศที่มีโรคระบาดเหมือนกัน ติดต่อไม่ได้ ไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร

“ฉัน..อยากไปดูที่บ้านยูคยอมนะจื่อวี” เตนล์เอ่ยเสียงอ่อนอ้อนวอน

“แกนี่บ้าจริงๆ หาเรื่องตาย”

“ถ้ายูคยอมยังมีชีวิตอยู่และอยู่คนเดียวล่ะ”

“ป่านนี้แล้วยังอยู่บ้านก็เวอร์ไป”

“พ่อแม่ของยูคยอมเป็นคนสำคัญ อาจได้ขึ้นเรือไปแล้ว คงอยู่อย่างปลอดภัยกว่าพวกเรา” จีมินที่เงียบฟังมาครู่เอ่ยแทรกทั้งสอง

“ถ้าไม่เป็นแบบนั้นล่ะ” เตนล์แย้ง จื่อวีทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอไม่พอใจ

“ตกลงจะไปให้ได้เลยใช่ไหม”

“อือ”

….” จื่อวีนิ่งเงียบ ครุ่นคิด เตนล์ก็รอว่าเธอจะว่าไง จีมินเลยเอ่ยเสริม

“ไหนๆ เราก็ไม่มีจุดมุ่งหมาย ไปบ้านยูคยอมก่อนก็ได้นะ”

“ตอนนี้ฉันจะหาที่พักก่อน นี่มันก็เย็นมากแล้ว รอถามเซฮุนอีกเสียงแล้วกัน”

เมื่อจื่อวีว่าอย่างนั้น จีมินและเตนล์ก็ตกลง

 

**

ยกตอนไปโรงบาลไว้ตอนหน้า คือยาวมาก ต้องตัดค่ะ

กลุ่มนี้จะเดินทางไปเจอกลุ่มไหนนะ

ทุกกลุ่มมันต้องมีสักคนค่ะที่แข็งแกร่ง และไม่มีใครเจอแต่คนดีๆ ไปได้ตลอดหรอกนะ..


**

เริ่มSS2 แบบเบาๆ

เราเดินทางอีกแล้วจ้า ไปโรงพยาบาลกัน

แต่แน่ใจหรือว่าเส้นทางเดิมจะปลอดภัย

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 215 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,523 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:35
    อยากไปให้ถึงศูนย์ทางใต้เร็วๆ แล้วสิ! อยากรู้เรื่องเชื้อนี่
    #2,466
    0
  2. #2337 Chiracc (@Chiracc) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 19:19
    จะมีกี่ซีซั่นเนี่ยยยย ลุ้นกันทุกตอนน
    #2,337
    0
  3. #2310 จ้าวแมวน้อย (@K715207) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 03:52
    ฮือออ น้องจื่อออ สงสารน้องงง มบนี่เขาก้หวานไม่แคร์โลกเลยนะ แต่โกรธพี่มาร์คอ่ะ ถึงจะอดีตแต่ก้นอกใจนะ หึยยๆๆๆ
    #2,310
    0
  4. #2276 jjphile (@110720) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 18:15
    จินยอง... ต้องกลับมาเจอแบมแบมให้ได้นะ
    #2,276
    0
  5. #2203 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 21:28
    ล้องห้ายยยยยย ทำไมทุกอย่างถึงเลวร้ายอย่างนี้
    #2,203
    0
  6. #2178 Benzz Zaza Chokrom (@kanon-596) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 14:41

    คนที่อยากให้ตายก็ไม่ตาย

    ฮืออออออ ไรท์ใจร้ายย ชยอนูขหนู. จินยองแยกเดินทางก็ดี ไม่ต้องอยู่กับคนสาลเลวอย่างซองจิน
    #2,178
    0
  7. #2150 SUGARBOYXX♡ (@amimikuma) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:24
    เเงงง เสียใจจินยองเเยกออกไปเเล้ว;-;
    #2,150
    0
  8. #1971 FrontHyuk (@chocolatepie) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 00:05
    สะเทือนใจไปหมด จินยองก็แยกพวกไปแล้ว แต่เซฮุนเริ่มเห็นบทบาท เฮ้ออออ โชคชะตามันจะไปในทางไหนนะ แต่เอาเถอะ ถึงจะเศร้าก็ยังมีฉากหวานๆ ของมาร์คแบม ให้พอกระชุ่มกระชวยหัวใจหน่อยล่ะวะ เฮ้อออออออ
    #1,971
    0
  9. #1964 De-nee (@De-nee) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 16:50
    ขำจื่อวีส่งปืนให้เซฮุน5555555
    #1,964
    0
  10. #1939 chonry99 (@vvtoei) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 00:01
    จังหวะจื่อวีส่งปืนให้เซฮุน โคตรซิทคอม 55555 ขำลั่นอะ
    #1,939
    0
  11. #1933 Markbam2MB (@Markbamx2MB) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 12:00
    รอนะคะ ไม่มาอัพเลยอ่าาาา คิดถึงแล้วว
    #1,933
    0
  12. #1931 tunty0505 (@tunty0505) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 00:25
    คงไม่ได้ไปเจอกลุ่มไอคนนั้นใช่ไหม ชื่ออะไรนะ ลืม นานเกิน แงงงงงง
    #1,931
    0
  13. #1914 ittimon19 (@ittimon19) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 00:48
    ลุ้นกันต่อไป...แบมต้องหาทางแก้ให้ได้นะ สู้ๆ
    #1,914
    0
  14. #1908 kor_kod1 (@kor_kod1) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 19:17
    มาต่อเร็วๆน้าาา ติดมากกก
    #1,908
    0
  15. #1907 jidapalovegot7 (@jidapalovegot7) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 00:03
    ต่อนะคะ
    #1,907
    0
  16. #1906 MNBQ (@ploylailta) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 18:17
    ไม่ใช่ว่าเชื้อไวรัสนี้มีอยู่ในตัวทุกคน มันจะเริ่มทำร้ายเซลล์ส่วนต่างๆในร่างกายจนหมดไปก็ขึ้นอยู่กับร่างกายแต่ละคน พอเซลล์ในร่างกายตายไปคนเราก็ตายกลายเป็นไวรัสที่กินร่างกายคนและสั่งควบคุมสมองที่ยังไม่ตาย...


    บร้ะ!! คงไม่ใช่
    #1,906
    0
  17. #1903 dadarewicth (@inuyanan) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 09:50
    เด็กๆจะเจอกลุ่มใครเนี่ย โอ้ยยย ลุ้นสุด ฮือออออออ
    #1,903
    0
  18. #1902 Smilexoxo (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 03:35
    ในที่สุดด ฮื่อคิดถึงมากเลยค่ะ อ่านหนังสือหลายรอบมาก5555

    เนี่ยกังวนมาก ทำไมเตนล์ดื้อ;-; เนี่ยแล้วจะไปเจอใครเครียดเลย

    แล้วฝั่งต้วนนี่ก็น่ากลัวว่าจะต้องมีคนเสียอีก;-; คนน้อยลงจริงแต่แบบ

    คนไม่เก่งก็เยอะอยู่ไง แล้วจินยอฃจะเป็นยังไง;-; เครียดไปหมด

    ไหนจะพวกทหารที่ตามหาแบมอยู่ เอาจริงๆถ้าเจอตัวนี่ยากเลย

    ที่ยากเพราะคิดว่าเขาไม่น่าจะช่วยทุกคนในกลุ่มน่าจะแค่บางคน

    แล้วก็กลุ่มของคนที่ชอบแบมอีก โอยเยอะแยะ เครียดมาก

    เดาทางไม่ถูกเลย;-;
    #1,902
    0
  19. #1901 yadara (@yadara) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 17:28
    ชอบเซฮุนมีความเก่ง เฉลียวฉลาดเหมาะกับสถานการณ์นี้มากๆ
    ยูคยอมคงดีใจถ้ารู้ว่ายังมีเพื่อนเหลือรอดอยู่
    ตอนหน้าเตรียมใจลุ้นการเดินทางไปร.พ แงงงงงงงงงงงง
    ปล.ขอเดาว่าเด็กๆน่าจะเจอกับกลุ่มจินยอง
    #1,901
    0
  20. #1899 Panisara Thantalechol (@phen-19842) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 03:59
    ลุ้นวนไปค่า
    #1,899
    0
  21. #1898 Bubii09 (@nepall44) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 01:48
    ฮื่อๆๆๆ ดีใจที่เพื่อนๆของน้องยังอยู่ ยูคจะได้เจอเพิ่อนๆตอนไหนไม่รู้ แต่น้องจะไม่เหงาแล้วใช่มั้ย อย่างน้อยก้ยังเหลือคนรู้จัก
    #1,898
    0
  22. #1897 pped (เป็ด) (@wkumsomjit) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 20:32
    ขอให้พี่เตนล์กับคยอมเจอกัน // เราปักธงเรือนี้
    #1,897
    0
  23. #1896 pped (เป็ด) (@wkumsomjit) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 20:28
    ยังไม่ได้เริ่มอ่านแต่เห็นพี่เตรล์แวบ ยูคเตนล์ใช่มั้น ฮื่อออออ
    #1,896
    0
  24. #1895 Quiet Sun (@misstomtam) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 20:19
    เซฮุนโคตรเท่ห์ ถ้าซ้อมคงหัวแตกหมดอะ วันแทปๆ 5555 มีความคิดว่ากลุ่มนี้อาจจะเจอกลุ่มนยอง?
    #1,895
    0
  25. #1894 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 13:49
    โอ้ย กลุ่มเด็กใหม่ดีต่อใจเหลือเกินค่ะ ฮือ~~
    #1,894
    0