ปิดรีปริ้นท์(GOT7) Snow Drop Markbam,Bnior,Jackjae

ตอนที่ 24 : Chapter 19

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,539
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 123 ครั้ง
    10 ม.ค. 61

 

      


              วิ่ง..วิ่งและก็วิ่ง

            คนทั้งเก้าวิ่งหนีผู้ติดเชื้อเกือบครึ่งร้อยหลังจากได้ของแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเผชิญหน้าตรงๆ แต่ผู้ติดเชื้อทั้งหมดแยกแยะไม่ได้ขนาดนั้น มันรู้แค่มีเนื้อสดเก้าก้อนน่าอร่อยอยู่ตรงหน้าเท่านั้น

            และเพราะมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากจึงไม่สามารถกลับไปเอารถได้ ไม่อย่างนั้นคงหนีได้ไวกว่านี้

            “ทำไมเราต้องมาทั้งที่ไม่จำเป็นด้วยเนี่ย!”    ซองจินยังอยากจะบ่นทั้งที่หอบจนหายใจแทบไม่ทันตามประสาคนไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย

            “อยากบ่นก็กลับไปบ่นแม่นายเถอะ!”  เยรินก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าซองจินจะตามมาทำไม ไม่ว่าตอนไหนก็บ่นมันน่ารำคาญ!

            “เราวิ่งหนีไปตลอดไม่ได้หรอก หมดแรงก่อน เราต้องหาที่หลบหรือทำอะไรสักอย่าง” มาร์คคิดว่าหนีต่อไปสุดท้ายก็หมดแรงแล้วอาจพลาดท่าพวกกัดได้

            แฮ่       

            คนที่วิ่งนำหน้าอย่างเยรินและยูคยอมถึงกับผงะเมื่อผีดิบสามตนพุ่งตัวพรวดพราดมาจากมุมอับอีกฝั่งหนึ่งของมุมตึก

            เป็นเยรินที่พุ่งตัวสวนไปก่อน เธอปักมีดยาวเข้าที่ขมับของผีดิบอย่างแม่นยำ ผีดิบก็คือผีดิบมันไม่รู้จักการหลบหลีกรู้จักแต่พุ่งเข้าหา ปากของมันอ้ากว้างตอนที่ศีรษะถูกแบะออกด้วยของมีคมจากน้ำมือเยริน

            ชิ้นส่วนจากกะโหลกกระเด็นโดนตัวหญิงสาว แต่เธอที่ชาชินกับภาพของอวัยวะมนุษย์มองมันเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

            ยูคยอมเอาดาบในมือฟาดขวางเข้าไปกลางลำตัวของผู้ติดเชื้อที่รุกล้ำเข้ามา มันตัวงอแล้วล้มกลิ้งไปตามแรงฟาด เด็กหนุ่มกระโจนตามไปแล้วปักดาบเข้ากลางหน้าผากที่ล้มลงไปนอน ผีดิบสิ้นฤทธิ์ไปอีกหนึ่งตัว เลือดข้นดำไหลเยิ้มออกมาจากบาดแผล กลิ่นเลือดผสมสมองเน่าๆ เหม็นจนแทบอาเจียน

            ผีดิบตัวที่สามถูกจัดการด้วยฝีมือยิงธนูของยองแจที่ยืนห่างออกไป

            “ไปเถอะ ไอ้ข้างหลังก็ตามมาอีกแล้ว”

            แจ็คสันเหลียวไปมองด้านหลัง ผู้ติดเชื้อจำนวนมากที่ตามมายังไม่ละความพยายามจากเหยื่อทั้งเก้า

            ไม่ทันที่คนทั้งหมดจะวิ่งต่อ เสียงคำรามก็ดังขึ้นมาจากข้างหน้า

            ยูคยอมหันหน้าไปมองทางทิศที่เพิ่งมีผีดิบมาให้ฟันไปสามตัว แต่ความคิดที่จะจัดการพวกมันอีกสักสองสามตัวเพื่อเปิดทางก็มีอันต้องล้มเลิกเมื่อฝั่งตรงข้ามของหัวมุมถนนไม่ได้มีผีดิบแค่ตัวสองตัวเหมือนเมื่อครู่ แต่มากันเป็นสิบตัว!

            แต่ละตัวอ้าปากกว้างส่งเสียงขู่คำรามชวนขนพองสยองเกล้า

            ข้างหน้าก็มี ข้างหลังก็มี และมีเยอะด้วย

            “ไปทางซ้ายมือเร็ว!

            มาร์คมองทางซ้ายขวาแล้วเลือกทางซ้ายมือที่เป็นโครงการหมู่บ้านหรู เขาออกวิ่งนำแล้วฉุดแขนยูคยอมให้วิ่งไปด้วย

            ทุกคนออกตัววิ่งตามไปทันทีโดยไม่เสียเวลาถามอะไรทั้งสิ้น วิ่งกันจนแทบจะกระโจนไป

            “เข้าไปในบ้าน! เข้าไปเลยๆ!

            มาร์คถีบผู้ติดเชื้อที่เดินไปเดินมาตรงทางเข้าหมู่บ้านแล้วฟันมันจนคอเกือบขาด จากนั้นก็ชี้มือไปทางบ้านหลังที่สามที่เห็นรั้วเปิดอ้าอยู่

            “มันล็อคนี่!” แจ็คสันมองแม่กุญแจที่ล็อคประตูบ้านอยู่ แต่รั้วเปิดต้อนรับแต่ประตูบ้านมันไม่ให้เข้าน่ะสิ  

            “ผมจัดการเอง!” ชยอนูให้ทุกคนถอยไปแล้วเล็งยิงที่แม่กุญแจ

            ปัง!

            เคร้ง!

            พริบตาเดียวประตูก็ไร้พันธนาการ ชยอนูรีบเปิดประตูเข้าไป ทุกคนรีบตามเข้าไปติดๆ

            เมื่อเข้ามาครบแล้ว มาร์คที่เข้ามาเป็นคนสุดท้ายก็ปิดประตูดังปังแล้วล็อคประตูทันที แต่ไม่กี่วินาทีต่อมาหลังล็อคประตู แรงกระแทกจากด้านนอกก็ทำให้ประตูสั่นสะเทือนไปทั้งบาน

            “พวกมันจะพังเข้ามาแล้ว!” ซองจินจ้องประตูอย่างกังวล      

            มาร์คผละจากประตูเดินหาทางออกอื่นๆ ในบ้านทันที บ้านหลังนี้เป็นบ้านสองชั้นบริเวณบ้านกว้างพอสมควร

            ขณะที่มาร์คกำลังหาทางออก คนอื่นๆ ก็เตรียมความพร้อมของอาวุธ คนที่จะใช้ปืนก็เร่งตรวจดูกระสุนแล้วเติมกระสุนใส่แม็กกาซีน ส่วนคนที่ไม่ใช้ปืนก็ช่วยกันหาอะไรมาขวางประตูไว้ก่อน ซื้อเวลาไว้อีกสักนิดก็ยังดี

            “มันจะเข้ามาแล้วโว้ยพี่มาร์ค! เราต้องไปแล้ว ไปเดี๋ยวนี้!

            เยรินตะโกนพลางก้าวถอยหลังลึกเข้าไปในบ้านเรื่อยๆ คนอื่นๆ ยังเพิ่งจะยกโต๊ะยกโซฟามาเพื่อจะกั้นประตูก็ต้องรีบวางมือทันที

            แจ็คสันและชยอนูยังใส่กระสุนเพิ่มได้ไม่เต็มแม็กก็ต้องถอดใจ ตัดใจเตรียมตัวหนีก่อน

            เสียงประตูไม้แตกหักแทงเข้ามาในโสตประสาทของทุกคน

            เปรี๊ยะ!

            เสียงไม้หักดังลั่น ประตูปริแตกเป็นแนวตั้งกลายเป็นช่องแคบๆ ให้ผู้ติดเชื้อด้านนอกพยายามแทรกกายเบียดเสียดกันเข้ามาอย่างลำบาก

            “มันจะเข้ามาแล้ว! ไปเร็ว! ไป ไปเดี๋ยวนี้!

            “เจอทางออกแล้ว ทุกคนมานี่!” เสียงของมาร์คดั่งเทวดามาโปรด ทุกคนรีบวิ่งไปตามเสียงของเขาทันที

            มาร์คยันประตูด้านหลังบ้านไปเต็มแรงแล้ววิ่งออกไปเคลียร์เส้นทางด้านนอก ทันทีที่พุ่งตัวออกจากบ้าน ผู้ติดเชื้อวัยรุ่นคนหนึ่งก็พุ่งมาจากมุมอับสายตาทางขวามือ มันพุ่งทะยานเข้ามาหามาร์คพร้อมอ้าปากที่ส่วนคางหายไป

            มาร์คหันขวับไปมองมันทันทีที่หูได้ยินเสียงคุ้นเคย เขาเหวี่ยงมีดยาวเกินหนึ่งฟุตในมือสวนไปทางทิศที่หางตาเขาจับสังเกตได้ แม้จะเป็นระยะประชิดแต่มาร์คก็ฟันได้อย่างแม่นยำทีเดียว คมมีดปะทะเข้ากลางหน้าผากของผู้ติดเชื้อ

            เสียงแตกหักของกะโหลกที่แสนคุ้นหูดังขึ้น ผู้ติดเชื้อผงะหงายล้มลงไปกระแทกพื้น นอนขวางทางออก

            ซองจินที่วิ่งออกมาพอดีกระโดดข้ามศพมันไป แต่คนต่อมาอย่างยองแจนี่สิกลับสะดุดมันเข้าเต็มเปาจนล้มลงไปทับศพ

            ยองแจเผลอร้องออกมาดังลั่น รีบยันตัวขึ้นแต่มือกับไปแปะโดนเลือดข้นคลั่กจนลื่นพรืดไปอีก ทำให้คนที่วิ่งตามมาพลอยหยุดชะงักไปด้วยเพราะยองแจและศพขวางทาง

            “ลุกสักทีสิยะ จะนอนให้ผีดิบมันมาลากเราไปกินกันหมดหรือไง!” เยรินเบรกสุดฝีเท้าอยู่หน้าประตูทำให้คนอื่นที่ตามมาต้องหยุดไปด้วย

            “ก็มันลื่นนี่” ยองแจหน้าเสียหันมามาเถียงว่ามันเป็นเหตุสุดวิสัย แล้วตะเกียกตะกายลุกขึ้น

            มาร์ครีบเข้ามาดึงมือแฟนหลานเผื่อเขาจะล้มลงไปอีกแล้วลากให้ออกวิ่งทันที แต่สายตาก็ไม่วายมองหายูคยอมและชางอุคไปด้วย พอเห็นว่าทั้งคู่ยืนรอจะออกมาจากบ้านด้วยก็เบาใจ

            พื้นที่หลังบ้านแต่ละหลังมีอีกนิดหน่อย วิ่งลัดหลังบ้านไปก็จะเป็นซอยเล็กๆ ซอยหนึ่งที่จะวิ่งทะลุออกไปทางถนนได้

            แต่เมื่อคนทั้งหมดพร้อมใจกันวิ่งไปจนจะพ้นซอยออกมาถึงถนน ภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้แทบจะช็อกค้าง

            ฝูงผีดิบหลายตัวยืนอยู่กระจัดกระจาย พอมันหลายตัวได้ยินเสียงหอบหายใจและเสียงฝีเท้าของมนุษย์ พวกมันก็คำรามดังลั่นเขย่าขวัญจนผีดิบทั้งหมดรู้แล้วว่ามีเนื้อสดอันโอชะยืนรออยู่

            ทุกคนหันหลังกลับกันทันทีโดยไม่ต้องให้มีใครบอก แต่เมื่อวิ่งหนีไปทางเดิมได้ครึ่งทาง ผู้ติดเชื้อที่เพิ่งพังบ้านได้ก็ตามพวกเขามาแล้วเช่นกัน

            “ตามมา!

            ด้วยสัญชาติญาณเอาตัวรอด แจ็คสันวิ่งนำคนทั้งหมดอีกครั้งไปยังทิศทางตรงกลางของเสียงผู้ติดเชื้อสองกลุ่มที่เขาได้ยินและจับทิศทางได้

            แต่ทว่าสวรรค์คงไม่เข้าข้างพวกเขาทั้งเก้า หรือไม่ก็ต้องมีดวงใครสักคนไม่ควรออกนอกบ้านวันนี้ ถึงได้เจอแต่เรื่องติดขัดไปหมด

            “บ้าไปแล้ว! แล้วเราจะทำยังไงกันดีล่ะครับ”

            จองกุกทำหน้าจะร้องไห้เหมือนเห็นทางตรงหน้า

            กำแพงสูงราวสองเมตรตั้งตระหง่านเป็นแนวยาวไปทั้งสองฝั่ง  ตลอดเส้นทางไม่มีสิ่งอะไรพอใช้ปีนได้ ไม่มีเลยสักอย่างกระทั่งถังขยะ!

            ด้วยความสูงขนาดนี้และไม่มีที่ให้ปีนป่าย ทุกคนไม่มีทางข้ามไปได้แน่

            “ทำไงดี เราต้องตายกันหมดแน่ๆ เลย” ซองจินกำปืนในมือแน่น ความกลัวจากฝูงผู้ติดเชื้อทำให้เขาเริ่มสติแตก

            “ถ้าหนีไม่ได้เราก็คงต้องสู้จนกว่าจะตายไปข้างหนึ่งแล้วล่ะ”

            ทุกคนนิ่งเงียบเมื่อชางอุคเอ่ยมาเช่นนั้น      

                       

 

 

 

 

            “เป็นอะไรไปจินยองทำไมขึ้นมาอยู่บนนี้คนเดียวล่ะ”

            แบมแบมเดินมายืนข้างคนที่เท้าแขนกับขอบระเบียงดาดฟ้า

            จินยองมองภาพของตึกสูงและหลังคาดบ้านเรือนในบริเวณใกล้เคียง

            “แกว่าเรื่องจะจบก่อนเราจะอดตายกันไหม”

            “ไม่รู้สิ เป็นไปได้ยากนะ” แบมแบมก็ไม่กล้ายืนยันลงไป

            จินยองก้มหน้าลง ถอนหายใจ

            “ฉันไม่อยากเจอสถานการณ์ที่เราต้องออกไปหาของเพิ่มทั้งที่ข้างนอกมันไม่ปลอดภัย”

            “เยรินกับชยอนูไม่เป็นไรหรอก พวกเขาเก่งกว่าทุกคน”           

            “แต่มันคงจะดีถ้าโลกจะกลับเป็นเหมือนเดิมได้”

            “คุณทำใจยอมรับและไม่สนใจเรื่องนี้มาสักพักแล้วไม่ใช่เหรอ”

            “ต่อให้เป็นฉัน ถ้าต้องรอให้คนที่ออกไปกลับมาอย่างปลอดภัยก็ต้องกังวลอยู่แล้ว”

            “นั่นสิ โทษที”

            “หมอ”

            “หืม? มีอะไรเหรอ”

            จินยองถอนใจ เอียงกายมาหาเพื่อนทั้งที่ยังเท้าแขนซ้ายไว้กับขอบปูน อีกมือเอื้อมมาจับมือของแบมแบม

            “ฉันคิดว่าแกจะทำมันได้”

            “อะไรเหรอ”

            “ยาต้านไง” จินยองมองมือที่จับกันไว้ ออกแรงบีบมือแบมแบมแน่นขึ้น

            “ไม่ใช่ว่าฉันคิดว่าแกมีส่วนกับโรคระบาดนรกนี่ ถึงเรื่องนี้ผลสุดท้ายแล้วจะไม่เกี่ยวกับแกเลยแต่ฉันก็คิดว่าแกจะทำยาต้านได้”

            “จินยอง..

            “ฉันแค่ไม่อยากเสียคนที่ฉันรักไปเพราะผีห่านั่นอีกแล้ว ฉันอยากกลับไปรู้สึกเหมือนเมื่อก่อน ความรู้สึกที่ไม่ต้องห่วงเวลาคนข้างตัวจะไปไหนมาไหน ตอนนี้ถ้ามีใครสักคนหายไปมันก็จะตามกันลำบากหรือกระทั่งตามหากันไม่เจอเลย”

            แบมแบมเม้มริมฝีปากแน่น ใช้มืออีกข้างกุมมือจินยองที่จับมือตนไว้

            “ถ้ามีโอกาสได้ทำ ฉันจะทำให้ได้นะ”

            “อือ” จินยองเงยหน้าขึ้นมองหน้าหวาน รอยยิ้มที่มักจะแฝงความยะโสอวดดีนั้นตอนนี้กลับเศร้าหม่น

            แบมแบมดึงจินยองเข้ามากอด ตบหลังเบาๆ

            “ฉันจะพยายาม”

            ถ้าเรื่องโรคระบาดมันเริ่มมาจากเขา แบมแบมจะต้องรับผิดชอบแน่นอน และถึงแม้ไม่ใช่เพราะเขา แบมแบมก็จะลองดู

           

 

 

 

 

            เสียงคำรามของพวกกัดจำนวนมากดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ชางอุคและอีกหลายคนเตรียมตัวสู้ตาย พยายามสูดลมหายใจลึกเพื่อสงบสติอารมณ์

            พวกเขาประมาทเกินไป ไม่ได้เอาอาวุธมากมาย ส่วนหนึ่งเพราะเสียดาย อีกส่วนเพราะถือว่ามีคนมาก อีกทั้งยังมีคนที่ชำนาญการต่อสู้อย่างแจ็คสัน ชยอนู และเยรินด้วย ทำให้ทุกคนหวังพึ่งทั้งสาม

            แต่สถานการณ์อย่างนี้ก็ไม่มีใครคาดคิดเหมือนกันว่าจะเกิดขึ้น สถานการณ์ที่ต้องหนีพวกกัดกันสุดชีวิตอย่างนี้

            แม้จะออกมานอกเขตเมืองหลวงแล้วแต่ผีดิบไม่ได้มีน้อยไปกว่ากันเลยสักนิด

            ยูคยอมเงยหน้ามองกำแพง เขาเป็นพวกไม่ชอบใช้กำลังนัก แต่เรื่องแผนนี่พอจะได้อยู่บ้าง

            เด็กหนุ่มถอนสายตากลับมามองทุกคนแล้วหยุดที่มาร์ค แต่เมื่อทุกคนยังไม่มีทางออก เขาจะช่วยคิดแล้วกัน

            ยูคยอมมองหน้าผู้ชายทั้งหมด คนที่น่าจะมีพละกำลังมากก็คงจะเป็น

            “พี่แจ็คสัน พี่ชยอนู มาช่วยกันหน่อยครับ!

            ไม่เพียงแค่คนถูกเรียก คนอื่นๆ ก็หันมามองเด็กหนุ่มเป็นตาเดียวกัน

            “พวกพี่ทำตามผมนะ” ยูคยอมวิ่งไปยืนชิดกำแพง ก่อนจะย่อกายลงคุกเข่าข้างหนึ่ง มือทั้งสองประสานกันหงายขึ้น

            “จะทำอะไรน่ะ” ซองจินสงสัยกับท่าทางของยูคยอม

            “ก็เหยียบมือผมไง ผมจะช่วยดันส่งตัวให้เกาะกำแพงขึ้นไปจะได้ข้ามไปกันได้ไง เรามีกันตั้งหลายคนคงไม่คิดจะให้ผมช่วยส่งข้ามไปหมดทุกคนหรอกนะ แขนหักพอดี”

            “ฉลาดแฮะเด็กนี่!” เยรินชมจากใจ ยูคยอมมองค้อน

            “งั้นพี่มาก่อนเลย เร็วๆ”

            “โอเค!

            เยรินรีบเหน็บมีดเก็บไว้ที่เอวแล้ววิ่งไปหายูคยอม แจ็คสันและชยอนูรีบไปนั่งท่าเดียวกับยูคยอม

            หญิงสาวหนึ่งเดียวในตอนนี้ยกเท้าวางไปบนมือเด็กหนุ่ม สองมือจับไหล่กว้างไว้ ทรงตัวหาจังหวะไม่กี่ครั้งยูคยอมก็ส่งตัวเธอขึ้นไปได้อย่างง่ายดาย

            “ฮึ้บ! ได้แล้วๆ!” เยรินจับขอบกำแพงไว้แล้วยกตัวขึ้นไปอย่างคล่องแคล่วคล่องตัว

            ขณะที่เยรินปีนขึ้นไปได้ แจ็คสันก็ช่วยส่งตัวเด็กหนุ่มที่เขาจำชื่อไม่ได้ขึ้นไป ส่วนชยอนูส่งยองแจขึ้นไปก่อน

            พอเยรินขึ้นไปได้ มาร์คก็ตามขึ้นไปเป็นคนต่อไป แจ็คสันส่งซองจินขึ้นไปเป็นคนที่สอง แล้วชยอนูก็ส่งชางอุคตามขึ้นไป

            เหลืออยู่สามคนสุดท้ายและฝูงผีดิบที่ใกล้เข้ามา

            “ยูคยอมขึ้นมาก่อนเร็ว!

            มาร์คที่ยังนั่งอยู่บนกำแพงร้องเรียกเด็กหนุ่มที่ยืนลังเลว่าสามคนที่เหลือข้างล่างใครจะขึ้นไปก่อน

            ชยอนูทรุดตัวลงอีกครั้ง พยักหน้าให้ยูคยอมตามทุกคนขึ้นไป

            “คุณด้วย” ชยอนูให้แจ็คสันเป็นคนต่อไป ส่วนตัวเองจะปีนขึ้นไปคนสุดท้าย

            “ช่วยกันดึงขึ้นพี่เขาขึ้นมาหน่อย” ยูคยอมคิดไว้แล้ว ตอนแรกที่เขาลังเลเพราะเขาคิดว่าตัวเองจะขึ้นเป็นคนสุดท้ายได้

            เมื่อมีคนขึ้นไปบนกำแพงได้ย่อมช่วยดึงคนข้างล่างขึ้นไปได้เช่นกัน

            ชยอนูกระโดดเอื้อมมือจับมือยูคยอมและมาร์คไว้ มาร์คใช้มืออีกข้างคว้าจับข้อมือชยอนูเพื่อกันมือลื่น

            ทั้งข้างบนและข้างล่างกะจังหวะเล็กน้อยแล้วออกแรงดึงชยอนูขึ้นมา อีกฝ่ายก็ใช้เท้ายันกำแพงช่วยส่งตัวเองไปด้วยเช่นกัน

            ทั้งสามหวังว่าจะดึงให้ชยอนูขึ้นมาได้ในรอบเดียว

            จังหวะที่ชยอนูตัวลอยขึ้นกลางอากาศและคว้าจับขอบกำแพงได้ รอบยิ้มของทุกคนก็หายไปเมื่อรู้สึกได้ถึงแรงกระตุกดึงจากข้างล่างพร้อมๆ กัน

            “ไม่นะ! อีกนิดเดียว!

            มาร์คออกแรงมากขึ้นแต่ผู้ติดเชื้อคนหนึ่งมันกระโจนมาคว้ารองเท้าผ้าใบของชยอนูได้ มืออีกข้างคว้าชายกางเกงยีน

            สองมือเน่าเฟะน่าสะอิดสะเอียดคว้าจับชยอนูไว้แน่นจนชายหนุ่มสะบัดขายังไงก็ไม่หลุด และไม่กล้าออกแรงเยอะเพราะกลัวคนข้างบนจะรับน้ำหนักไม่ไหวแล้วเขาจะร่วงลงไป

            ชยอนูพยายามเกร็งแขนไว้ไม่ยอมปล่อยมือจากมาร์คและยูคยอมที่ช่วยกันดึง ส่วนข้างล่างก็พยายามรั้งให้เขาตกลงไปด้วยความกระหายหมายจะลากเนื้อสดที่ห้อยต่องแต่งลงไปกินให้ได้

            “จะไม่ไหวแล้วคุณปล่อยผมเถอะ”

            ชยอนูไม่อยากให้มาร์คและยูคยอมตกลงมาพร้อมเขาด้วยตอนนี้กำลังแขนเขาเริ่มหมดแล้ว มันล้าและสั่นระริกด้วยไม่อาจดึงตัวขึ้นไปได้สักที

            “ไม่หรอก! ผมไม่ปล่อยเด็ดขาด!

            มาร์คเองก็ใกล้หมดแรงแขนแล้วเช่นกัน เขาเองก็เกร็งแรงจนกรามขึ้นเป็นสัน ที่ขมับเห็นเส้นเลือดปูดโปน

            “ปล่อยเดี๋ยวนี้! ไม่อย่างนั้นคุณกับยูคยอมจะตกลงมาด้วย!

            นอกจากผีดิบที่จับขาชยอนูไว้ ตัวอื่นๆ ก็มาออรออยู่ข้างล่างแล้ว

            การตกลงไปจากความสูงแค่สองเมตรไม่ทำให้เจ็บหนักจนตาย แต่ชยอนูจะตายเพราะโดนรุมทึ้งมากกว่า

            “บอกว่าไม่ก็ไม่สิ!

            อีกฝั่งของกำแพง คนที่อยู่ข้างล่างต่างร้อนใจโดยเฉพาะเยริน ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเธอก็คิดไม่ออกว่าจะช่วยพี่ชายคนสนิทยังไง

            “ใครก็ได้ช่วยส่งตัวผมขึ้นไปที” แจ็คสันคิดอะไรบางอย่างออก หันไปหาคนที่เหลือ

            ชางอุครีบวิ่งมาย่อเข่าลงแล้วประสานมือเตรียมส่งตัวแจ็คสันขึ้นไปบนกำแพง

            แจ็คสันจับขอบกำแพงได้ในครั้งเดียว เขาออกแรงดึงตัวเหวี่ยงกายขึ้นไปนั่งบนกำแพงแล้วหยิบปืนที่เหน็บเอวออกมาอย่างรวดเร็ว

            ด้วยความที่เขาจับปืนมาเป็นสิบปี ต่อให้ไม่ต้องเล็งเป้าหมายอย่างชัดเจนเขาก็ลั่นไกออกไปได้ในทันที

            แจ็คสันรัวกระสุนออกไปในคราวเดียวถึงหกนัดหมดแม็ก

            ลูกตะกั่วทั้งหกเจาะเข้าหัวของผู้ติดเชื้ออย่างแม่นยำถึงสี่ตัว อีกสองตัวโดนคอและโดนไหล่ แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ชยอนูหลุดจากพันธาการสยองที่รั้งขาเขาไว้ ด้วยผู้ติดเชื้อตัวที่จับชยอนูไว้ถูกคมกระสุนเจาะเข้ากะโหลกอย่างไม่ผิดตำแหน่งสักนิด

            มือของผีดิบที่จับชยอนูไว้ตกลงไปพร้อมร่างอันเน่าเละของมัน ตัวรอบๆ ข้างก็เสียบแทนที่ไม่ได้เพราะโดนกระสุนไปเช่นกัน ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่แจ็คสันตั้งใจไว้อยู่แล้ว

            ส่วนขาของชยอนูก็ปลอดภัยไม่โดนลูกหลง

            เมื่อไร้ตัวฉุดรั้ง มาร์คก็เกร็งแขนฝืนแรงเฮือกสุดท้ายดึงชยอนูขึ้นมาได้สำเร็จ

            “นึกว่าจะตายซะแล้ว” ชยอนูคว้าเกาะกำแพงไว้ได้ ตวัดขาขึ้นพาดขอบตะกายตัวขึ้นมาได้สำเร็จ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังๆ ด้วยความโล่งอก

            คนที่ช่วยดึงก็ลืมความเจ็บปวดที่แขนไปเช่นกัน ดีใจที่ชยอนูรอดตายมาได้

            “ขอบคุณนะครับ”  ชยอนูขอบคุณมาร์ค ยูคยอม และแจ็คสันที่ช่วยชีวิตเขาไว้

            ครั้งแรกเขารอดมาได้เพราะพี่หมอ ครั้งนี้ก็ยังรอดมาได้เพราะคนรอบตัวพี่หมออีก

            “ปลอดภัยก็ดีแล้วล่ะ” มาร์คจับแขนตัวเองบีบเบาๆ ล้ามากเลย

            พอทุกคนลงมายืนบนพื้นได้อย่างปลอดภัยก็ถึงเวลาต้องเดินทางต่อ

            “ขอผมใส่กระสุนก่อน” แจ็คสันขอเวลานอก ทุกคนเลยยืนรอ

            “ตอนนี้เหมือนเราจะออกนอกเส้นทางกลับอพาร์ทเม้นต์มาไกลแล้ว”  

            ชางอุคมองไปรอบกายจึงเห็นป้ายบอกทางที่แสดงให้เห็นว่าจุดที่พวกเขาอยู่มันอยู่คนละทางกับทางไปอพาร์ทเม้นต์เลยทีเดียว

            “ก็เราวิ่งหนีผู้ติดเชื้อจนออกนอกเส้นทางนี่ครับ”

            พูดแล้วยองแจก็เครียด ผู้ติดเชื้อเต็มเมือง จะไปไหนก็ไม่สะดวก และเหตุการณ์ที่เกือบจะทำให้เสียคนในกลุ่มไปก็ทำให้ยองแจใจคอไม่ดีเลย

            “ถ้ามีแผนที่ก็ดีน่ะสิ” ซองจินนั่งยอง ฟุบหน้ากับแขนที่วางบนเข่า

            แค่ในเมืองหลวงยังรู้เส้นทางไม่หมดเลย แต่นั่นก็พอจะคาดเดาไปมั่วๆ ได้ แต่อยู่เมืองอื่นอย่างนี้ใครจะไปเดาได้กันล่ะ

            “ต่อให้ไม่มีแผนที่ก็ต้องกลับไปให้ได้อยู่ดี อย่าเพิ่งท้อกันสิ ไปต่อเถอะ”

            มาร์คเห็นว่าแจ็คสันเตรียมปืนเสร็จแล้วก็บอกให้ทุกคนเดินทางต่อ

            “ทำไมฝั่งนี้ไม่มีผีดิบเลยนะ แปลกแฮะ”

            เยรินเอ่ยเสียงเบาแต่ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงัดก็ทำให้ทุกคนที่เดินรายล้อมได้ยิน

            ทั้งเก้าคนค่อยๆ เดินไปอย่างช้าๆ และระมัดระวัง เนื่องจากมันเงียบเกินไป เงียบจนน่าวิตก

            “มันอาจจะไปรวมกลุ่มกับไอ้พวกที่ตามเราจากอีกฝั่งกำแพงก็ได้นะ” ยูคยอมพยายามคิดในแง่ดีไว้ก่อน

            “ก็ขอให้เป็นอย่างนั้นแล้วกัน”

            พวกเขาทั้งเก้าเจอผู้ติดเชื้ออยู่บ้างประปราย แต่เจอทีละน้อยเลยไม่ยากที่จะจัดการ  บางครั้งผีดิบอยู่ไกลไปก็ไม่เป็นอันตราย ไม่ต้องเสียเวลาไปฆ่า

            เมื่อทางค่อนข้างสะดวกแบบนี้ ทุกคนเลยเริ่มจะสบายใจกันขึ้นมาได้บ้าง พวกเขาจะไปในทางเล็กๆ หรือตรอกซอย พอเห็นว่าทางที่จะไปทะลุไปถนนใหญ่ได้ก็เลี่ยงหนี ไม่อยากเจอผู้ติดเชื้อจำนวนมากอีก

            “ยูคยอมหิวหรือยัง” มาร์คหันมาถามคนที่เดินตามหลังมา ยูคยอมชะงักไปนิดหนึ่งก่อนจะส่ายหน้า

            “เราหาจุดแวะพักกันหน่อยไหม จะได้หยุดกินอะไรรองท้องกันหน่อย วิ่งกันมาเหนื่อยมากแล้ว”

            อยู่กันมาหลายวันมาร์คเริ่มจับทางยูคยอมถูก ยูคยอมเป็นเด็กขี้เกรงใจ ถ้าบอกว่าไม่หิวก็คือหิวแล้วนั่นแหละ

            “ผมอยากพัก” ซองจินชูมือขึ้นก่อนคนแรก ถ้าลูกใหม่อาไม่หิวก็ช่าง แต่เขาอยากพักแล้ว

            “พักกันก่อนก็ได้พี่” ชางอุคเห็นด้วย ผ่านนาทีเป็นนาทีตายกันมา ใจคงไม่อยู่กับเนื้อกับตัวกัน แล้วยังต้องมาเดินระวังภัยกันอีกก็ออกจะทรมานเกิน

             “แล้วเราจะไปพักที่ไหนดีล่ะ” เยรินเดินดูมาตลอดทางก็ไม่เห็นว่าจะมีที่ไหนพอจะพักได้สักชั่วโมง

            “หาบ้านสักหลังแล้วกัน”

            มาร์คพาทุกคนเดินต่อไปเรื่อยๆ อีกสักระยะก็เจอบ้านที่มีรั้วรอบขอบชิดดูมั่นคงแข็งแรงดี

            “หลังนั้นล่ะ” มาร์คชี้ให้ทุกคนดู การตัดสินใจของเขาไม่มีใครคัดค้าน

            “รอกันอยู่ตรงหน้าประตูก่อน นายไปกับฉัน” มาร์คบอกทุกคนแล้วพยักหน้าให้แจ็คสันตามตนเข้าไปในบ้าน

            แจ็คสันขึ้นไปสำรวจดูความเรียบร้อยข้างบนส่วนมาร์คดูที่ชั้นล่าง  พอสำรวจเสร็จมาร์คก็มารอที่บันได ไม่นานแจ็คสันก็วิ่งลงมา

            “เรียบร้อยดี”

            “เข้ามาเลย” พอแจ็คสันพอว่าข้างบนเรียบร้อยมาร์คก็ร้องบอกให้ทุกคนเข้ามาได้

            ยองแจปิดประตูล็อคอย่างแน่นหนาแล้วตามเข้าไปคนสุดท้าย

            “ข้างบนมีซากอยู่สองตัว จัดการไปแล้ว”

            “หลังบ้านมีตัวเดียว ตายแล้วเหมือนกัน”

            พอทั้งมาร์คและแจ็คสันบอกอย่างนั้น ทุกคนก็พยักหน้ารับรู้เงียบๆ

            ข้าวของในบ้านหลังนี้ยังพอมีให้ใช้ น้ำก็ยังมีเหลือสำรอง ทุกคนจึงได้ล้างหน้าล้างแขน ได้เช็ดตัวกันก่อนกินข้าว

            อาหารที่ได้มาจากตลาดนั้นมีจำนวนเยอะพอควร แต่มาร์คให้เอาออกมาแค่เล็กน้อย เป็นเนื้อกระป๋องแค่สองกระป๋องและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอีกหกซอง

            เยรินไปหาของในครัวก็เจอหม้อใบเล็ก ช้อน ถ้วยเล็กๆ และตะเกียบ

            หญิงสาวนั่งยองบีบซองบะหมี่แล้วเทมันลงหม้อจนหมดทั้งห้าซอง ใช้น้ำธรรมดาแค่ขวดเดียวเทตามลงไป ปิดฝาแล้วมองนาฬิกาเพื่อจับเวลา

            ระหว่างรอหญิงสาวก็แจกจ่ายอุปกรณ์การกินให้ทุกคน

            รอห้านาทีบะหมี่ก็พอจะอืดจนกินได้ เยรินเปิดเนื้อกระป๋องเทใส่ลงไปแล้วคนๆ ให้พอเข้ากัน จากนั้นแบ่งมันให้ทุกคนเท่าๆ กัน

            “ระหว่างที่หนีพวกผู้ติดเชื้อมีคนบาดเจ็บตรงไหนบ้างไหม”

            อาหารแค่นิดเดียวประกอบกับทุกคนหิว ไม่กี่นาทีอาหารมื้อเร่งด่วนก็จบลง มาร์คจึงเริ่มถามถึงความปลอดภัย มองหน้าเรียงคน แต่ทุกคนส่ายหน้าปฏิเสธ

            “ดีแล้ว ผมเองก็โอเคดี” มาร์คเองก็ไม่ได้บาดเจ็บตรงไหนเช่นกัน

            พักกันแค่ครึ่งชั่วโมงมาร์คก็ให้ทุกคนเตรียมเดินทางต่อ แม้จะล้ากันแล้วแต่ทุกคนก็ไม่อยากอ้อยอิ่งรอความตายอยู่ที่นี่ ไม่อยากเจอพวกกัด และไม่อยากให้คนที่รออยู่อพาร์ทเม้นต์เป็นห่วงกันด้วย

           

 

 

 

 

            ทั้งเก้าคนออกเดินทางต่อโดยเร่งเดินโดยไม่หยุดพักอีกแล้ว เพราะไม่อยากให้ค่ำเสียก่อน อย่างน้อยไปให้ใกล้อพาร์ทเม้นต์ที่สุดก่อนจะเย็นก็ยังดี

            “ทางนี้แหละผมจำได้ ผมว่าเดินอีกไม่ถึงชั่วโมงเราก็ถึงอพาร์ทเม้นต์กันแล้วล่ะ”

            ชางอุคร้องออกมาอย่างดีใจเมื่อจำเส้นทางที่คุ้นตาได้ คำบอกเล่าของเขาทำให้ทุกคนมีรอยยิ้มกันได้สักที เพราะกลัวว่าจะเดินไปผิดทางกันอีก

            ตุ้บ..

            เสียงหนักๆ ดังขึ้นจากด้านหลังสุด คนที่เดินรั้งท้ายอย่างจองกุกล้มลงนอนตะแคงกับพื้น

            “เฮ้! หยุดก่อน เด็กจองกุกเป็นลม” ชยอนูรีบเข้าไปประคองเด็กหนุ่มแล้วตะโกนบอกทุกคนที่เดินนำหน้าไปไกลแล้ว

            “ทำไมเป็นลมไปได้ล่ะครับ” ยองแจรีบวิ่งมาดูอีกคน ซองจินเท้าเอว มีสีหน้าเบื่อหน่าย ไม่พอใจที่ต้องกลับที่พักล่าช้าเพราะคนแปลกหน้า

            “ทำไงดี เขาอาจจะไม่สบายก็ได้” ชางอุคยืนมองอยู่ห่างๆ ไม่มุง เพื่อให้คนป่วยมีอากาศหายใจ

            “ลองพาเข้าไปในตึกนั้นก่อนดีไหมครับ” ยูคยอมชี้ไปยังตึกสามชั้นซึ่งอยู่ไม่ไกล เป็นสำนักงานอะไรสักอย่าง

            “คุณช่วยผมที” ชยอนูขอให้ชางอุคช่วยกันแบกเด็กหนุ่มไปในตึก เขาหิ้วส่วนบน ส่วนชางอุคช่วยยกขา

            ทั้งสองช่วยกันพาร่างไร้สติของจองกุกไปในตึก แต่เหมือนชั้นแรกจะไม่มีที่พอให้ปฐมพยาบาลคนป่วยได้สะดวกเพราะพื้นที่เละเทะแถมมีซากศพอยู่หลายศพทีเดียว ไม่รู้ว่าเพิ่งตายหรือเปล่า อาจจะฟื้นขึ้นมากลายร่างเอาตอนไหนก็ไม่รู้ ชางอุคและชยอนูจึงช่วยกันพาจองกุกขึ้นไปชั้นสองที่ยูคยอมขึ้นไปสำรวจให้แล้วว่าไม่มีอะไรผิดปกติ

            จองกุกถูกพามานอนเหยียดยาวที่ห้องประชุมห้องหนึ่ง

            “ถ้าจะรอให้เด็กนี่ฟื้นคงต้องอีกสักพัก ผมจะไปเดินดูรอบๆ แถวนี้ก่อนแล้วกัน” มาร์คยืนพิงกรอบประตูยืนมองคนที่ไม่ได้สติแล้วเอ่ยขึ้น

            “ไหนๆ ก็มาแล้ว ลองขึ้นชั้นบนด้วยไหม เผื่อจะมีอะไรใช้ได้” แจ็คสันไม่อยากรออยู่ในห้องนี้เฉยๆ เหมือนกัน

            “งั้นก็แยกย้ายกันไปสำรวจรอบๆ แล้วกัน ใครจะอยู่เฝ้าเด็กนี่ได้บ้างล่ะ”

            “ผมอยู่ดูเขาคนเดียวก็ได้นะ” ชยอนูนั้นอยู่ได้อยู่แล้วล่ะ

            “ผมจะอยู่เป็นเพื่อนพี่เขาแล้วกัน” ซองจินคิดสะระตะดีแล้วก็เสนอตัวอีกคน

            “ตามใจ เดี๋ยวมา”

            พอมาร์คเดินจากไป ทุกคนเลยตามออกไปด้วย แบ่งเป็นสองกลุ่ม คนที่จะไปดูชั้นบนคือเยริน แจ็คสัน และยูคยอม ส่วนข้างล่างคือมาร์ค ยองแจ และชางอุค

           

 

 TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 123 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,523 ความคิดเห็น

  1. #2463 nayuwo1423- (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:53
    จองกุก.... หนูแค่เป็นลมไปจริงๆ ใช่มั้ยลูกกกก
    #2,463
    0
  2. #2425 ออมม่า (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 20:10

    ลุ้นมากอะ

    #2,425
    0
  3. #2335 Chiracc (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 17:27
    ลุ้นเยี่ยวเหนียวแล้ววววว
    #2,335
    0
  4. #2274 110720 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 17:50
    ขอบคุณแจ็คสันที่ตัดสินใจยิงปืนฆ่าซอมบี้
    #2,274
    0
  5. #2201 igot7ibambam (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 20:54
    อุว๊ากกกกกกกกก
    #2,201
    0
  6. #1969 chocolatepie (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 22:54
    นึกว่าชยอนูจะตายซะแล้ว ฮืออออ
    #1,969
    0
  7. #1844 oni (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:58
    ลุ้นทาก ตื่นเต้นตลอดเวลา จองกุกโดนกัดรึ

    เป็นห่วงทุกคนจัง
    #1,844
    0
  8. #1789 pathanan12345678 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 20:50
    โหหหห ใจหายเลยอ่ะ คิดว่าชยอนูตายแน่ๆอ่ะ ขอบคุณแจ๊คสันเลยอ่ะTT ไม่คิดว่าจะรอดแล้วนะเนี่ย ฮรือออ
    #1,789
    0
  9. #1784 369963nq (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 06:46
    น้ำตาคลอเลยค่ะตอนที่พี่ชยอนูเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย รู้สึกผูกพันกับตัวละครในเรื่องนี้
    #1,784
    0
  10. #1749 shierichi (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 05:07
    พี่นูห้ามตายยยย แต่เหมือนเป็นลางอะไรสักอย่าง จองกุกก็เป็นลม เง้ออออ
    #1,749
    0
  11. #1737 Armyidin (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 19:26
    ใจหายมาก ฉากชยอนูปืนกำแพง ยัยกุกจะเป็นไรไหมน้อ เรือวีกุกจะมาไหมเนี่ย555
    #1,737
    1
    • #1737-1 taohun19901994(จากตอนที่ 24)
      13 มกราคม 2561 / 01:45
      เรือวีกุกนั้น...
      #1737-1
  12. #1736 yadara (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 12:11
    โอ๊ยยยยยยยยใจหายยยนึกว่าชยอนูจะตายซะแล้ว ฮืออออออออออออ อ่านฟิคเรื่องนี้แล้วใจบอบบางมากกก กลัวไปหมดอยากให้กลับไปรวมกลุ่มกันโดยปลอดภัย
    แต่นี่ทำไมดูไม่โอเค สถานที่ก็ดูแปลกๆแถมจองกุกยังมาเป็นลมอีก ขอให้ปลอดภัยนะทุกคนนนนน
    #1,736
    0
  13. #1735 peachbam1a (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 11:51
    โอยยยนึกว่าจะเสียชยอนูแล้ววววฮืออออ
    #1,735
    0
  14. #1733 inuyanan (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 10:16
    ดูเหมือนใกล้ที่จะต้องเสียใครสักคนในกลุ่มแล้วอ่ะ ตอนแรกนึกว่าพี่ชยอนู ฮือออออ ดีแล้วววว
    #1,733
    0
  15. #1732 Aungaingss (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 10:08
    เหมือนจะมีคนไม่ได้ไปต่อเลยอ่ะ รู้สึกกลัวยังไงไม่รู้ แง!!! ไม่นะๆ
    #1,732
    0
  16. #1731 wkumsomjit (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 08:20
    แง ไรท์ขา สนุกมาก แต่โมเมนต์แจ็คแจน้อยไปนิดง่า ตอนนี้ลุ้นมากๆอีกตอนนึงเลยค่ะ คยอมออกไปเสี่ยงอันตรายทีไร เหมือนจะตายลงตรงนั้น น้องยิ่งเป็นคนขีเกรงใจอีก ชะตาชีวิตของน้องเตนล์เพื่อน้องอีก สงสารทุกคนในเรื่องนี้เลย แบบจินนก็ต้องคอยกังวลอีกว่าลูกน้องตะกลับมามั้ย แบบก็ห่วงสามี ยองจีก็ห่วงยองแจ หดหู่เว่อร์
    #1,731
    1
    • #1731-1 taohun19901994(จากตอนที่ 24)
      13 มกราคม 2561 / 01:47
      เดี๋ยวซีซั่นสองจะเพิ่มโมเม้นท์หลายๆ คู่และเพิ่มบทยูคยอมด้วยค่ะ อยากให้เมนออกเยอะๆ เหมือนกัน 5555
      #1731-1
  17. #1730 Sz_Blue0113 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 07:15
    ไม่จองกุกก็ชยอนูที่โดนกัดแน่ๆ
    #1,730
    0
  18. #1729 phasi (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 06:00
    กลัวใจไรท์จังเลย แต่เราชอบ ลุ้นมากกกกก
    #1,729
    0
  19. #1728 Cake__Cake (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 03:12
    อ่านไปก็เครียดไป กลัวชยอนูจะไม่รอด

    9 คนนี้จะปลอดภัยดีใช่มั๊ยคะ  
    #1,728
    0
  20. #1727 namkhanghk (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 03:10
    คงไม่มีอะไรใช่มั้ย กลัวใจกับความราบรื่นนี้ แงงงง
    #1,727
    0
  21. #1726 namkhanghk (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 03:10
    คงไม่มีอะไรใช่มั้ย กลัวใจกับความราบรื่นนี้ แงงงง
    #1,726
    0
  22. #1725 mew_wwp (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 02:33
    เราเครียด พวกเขาจะกลับไปอย่างปลอดภัยทุกคนใช่ไหมคะ ไรท์คงไม่ใจร้ายให้ใครโดนกัดอีกหรอกเนอะ /ดีใจที่ไรท์มาอัพนะคะ เราติดตามผลงานของไรท์ตลอดเลย ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆแบบนี้ให้ได้อ่านนะคะ
    #1,725
    0