ปิดรีปริ้นท์(GOT7) Snow Drop Markbam,Bnior,Jackjae

ตอนที่ 23 : Chapter 18

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,826
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 128 ครั้ง
    9 ม.ค. 61

 





หญิงสาวนั่งขัดสมาธิบนหลังคารถยนต์คันหนึ่ง บริเวณรอบๆ รถคันนั้นเกลื่อนไปด้วยพวกกัดที่นอนตายรอบสอง

เธอดื่มน้ำอัดลมกระป๋อง ผมยาวพลิ้วระใบหน้าสวยยามลมพัด แม้มันจะหอบเอากลิ่นเหม็นเน่าของซากศพมาด้วยแต่เธอก็ชาชินแล้ว

“คนอื่นไปไหนล่ะลิซ่า”

เสียงชายหนุ่มคนหนึ่งทำให้เธอวางกระป๋องน้ำอัดลมลง มืออีกข้างที่กำมีดแน่นก็คลายลง เธอไม่ได้หันไปมองแต่รอให้เขาเดินมาหยุดหน้ารถที่เธอนั่งอยู่

“ตายกันหมดแล้ว”

“เดินทางต่อกันเถอะ”

ซึงจุนไม่สนใจว่าคนที่ติดตามลิซ่าจะตายเพราะอะไร แค่คนรอดชีวิตไปหาใหม่เอาข้างหน้า ถ้ามีคนรอดก็ต้องมีคนต้องการกลุ่มอยู่ และเขาก็มีทุกอย่างพร้อมให้คนอยากเข้าร่วมด้วย

ลิซ่าขยับตัวแล้วไถลลงมาหยุดตรงกระโปรงหน้ารถ ร่างสูงจับตัวเธอไว้ก่อนจะหล่นลงไปที่พื้น

ซึงจุนรู้ว่าลิซ่าคือสาวแกร่ง ไม่อย่างนั้นคงไม่รอดมาคอยที่จุดนัดพบทั้งที่เหลือตัวคนเดียวได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องคอยดูแลเธอหน่อย

ซึงจุนรู้จักวิธีที่จะใช้คน เขารู้ว่าเธอชอบเขา และเขาเองก็ต้องการกำลังของเธอ ลิซ่าเป็นคนเก่ง กล้าได้กล้าเสีย จะช่วยคุมคนที่เข้ามาในกลุ่มเพิ่มได้อย่างดี

“พี่แน่ใจแล้วใช่ไหมว่าจะไปสนามบิน”

“แน่นอน”

ซึงจุนต้องการไปทางอากาศเพื่อให้ไปถึงสถานที่ที่เขาเตรียมไว้ ถ้าเขาไหวตัวทันกว่านี้คงไม่ต้องติดค้างอยู่ในเมืองหลวง

เขาต้องไปที่หมายด้วยตัวเองเพราะเขาไม่ไว้ใจใคร และไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าเขายังไม่ตายด้วย

ไปถึงที่แบบไม่ให้ใครทันตั้งตัวมันสนุกกว่าเยอะ

“พี่เจอหมอต้วนไหม”

“ไม่เจอ และผมก็หวังว่าเขาจะยังไม่ตาย”

“ฉันก็คิดว่าเขายังไม่ตาย”

“เธอรู้ข่าวเขาเหรอ” รอยยิ้มของลิซ่าทำให้ซึงจุนไม่แน่ใจนักว่าเธอคิดอะไรอยู่

“ถ้ารู้ฉันก็ต้องบอกพี่ตั้งแต่เจอหน้ากันแล้ว จะรีรอเวลาเพื่ออะไร” ลิซ่าลงจากรถไปยืนกับพื้นอย่างมั่นคงแล้วแบมือไปตรงหน้าซึงจุน

“ฉันหิว ขอของกินหน่อย”

“คิดอยู่แล้วว่าเธอต้องหิว” ซึงจุนยื่นเป้ใบเล็กที่สะพายไหล่มาให้ลิซ่า

หญิงสาวเปิดกระเป๋าออกดูก็พบน้ำเปล่าและขนมปัง มีทูน่ากระป๋องด้วย

“เยี่ยมเลย!” ลิซ่ายิ้มกว้างอย่างยินดี หยิบของในกระเป๋าออกมา มันเป็นของใหม่ที่ยังไม่หมดอายุด้วย

เสบียงดีๆ แบบนี้พี่ซึงจุนยกให้เธอด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้แต่เธอก็ไม่เกรงใจล่ะ

“ไปเถอะ” ซึงจุนแตะหลังบางเบาๆ ให้เธอออกเดินไปที่รถของเขา       

 

                       

 

 

 

            “อาหารเริ่มเหลือน้อยลงแล้วนะพี่ จะหาแถวๆ นี้ไปก่อนหรือว่าไปหาเอาจากข้างหน้า”

            ชยอนูเอ่ยกับลูกพี่ของตนหลังจากกินมื้อเช้ากันเสร็จแล้ว

            “จะหาแถวนี้แล้วจะมีเหลือเหรอ คนที่เดินทางออกนอกเมืองมาก่อนเราคงกวาดไปหมดแล้ว”

            จินยองนั่งกอดเข่า มองน้องๆ ที่ดูเบื่อหน่ายกับการต้องอยู่เฉยๆ ในห้อง

            เรามาอยู่อพาร์ทเม้นต์กันได้สามวันแล้ว จะไปต่อก็ไปไม่ได้ เพราะบ้านของผัวหมอแบ่งฝ่าย อีกกลุ่มจะไปต่อเร็วๆ อีกกลุ่มไม่อยากไป

            จะอยู่ไปทำไมวะอพาร์ทเม้นต์เก่าๆ โทรมๆ ไปหาที่อื่นตั้งรกรากจริงจังไปเลยดีกว่ามั้ง

            “น่าจะไปลองดูนะพี่” วีเห็นว่าสมควรไปนะ อยู่เฉยๆ มันเซ็ง ผลาญของกินไปเปล่าๆ

            “เราลองไปถามพวกพี่หมอดูด้วยไหม เผื่อเขาอยากจะไปด้วย” ฮันบินที่นอนกลิ้งลุกขึ้นมานั่งแล้วออกความเห็นบ้าง

            “เราไปห้องไอ้หมอกัน วีแกไปตามเยรินที่รถด้วย”

            “โห ให้วิ่งลงไปตั้งหกชั้นเนี่ยนะ ทำไมพี่ไม่ใช้ไอ้ฮันบินล่ะ”

            “ไม่เอาหรอก พี่จินยองใช้มึงนะไม่ใช่กู” ฮันบินขี้เกียจนะ อยากยืดเส้นยืดสายแต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ไม่พร้อม

            “เถียงกันไร้สาระแบบนี้มึงก็ลงไปพร้อมกันนั่นแหละ”

            จินยองตัดรำคาญ ลุกขึ้นแล้วตบไหล่ชยอนูให้ตามไปที่ห้องแบมแบม

 

 

 

 

 

            ดาดฟ้าของอพาร์ทเม้นต์กลายเป็นสถานที่พูดคุยของทุกคน เนื่องจากกว้างขวางพอที่ทุกคนจะนั่งกันได้อย่างไม่อึดอัด

            “จะไปด้วยกันไหม” จินยองถามทิ้งท้ายหลังจากบอกเล่าความจำเป็นที่เขาและน้องๆ จะไปหาของกินเพิ่ม

            “เราจะหาของเพิ่มเหรอ ของที่เอามาจากบ้านไร่ก็เยอะพอแล้วนะ” ชางอุคเห็นว่ามันยังไม่จำเป็น

            “ควรหาเพิ่มสิ ของเยอะก็จริงแต่แบ่งกันสามกลุ่มนะ” ฮยอนจินถือคติทุกอย่างต้องเท่าเทียม

            “ถึงอย่างนั้น มันก็เยอะพอให้เราอยู่กันได้เป็นเดือนนะพี่ฮยอนจิน”

            “แกมีคนแค่สามคนแกก็พอน่ะสิ ทางฉันมีมากกว่าแกตั้งเท่านึงแต่ได้ของเท่าแกนะ”

            “เอ่อ..ผมแยกไปก็ได้นะครับแม่” ยองแจเกรงใจเมื่อได้ยินฮยอนจินเอ่ยเช่นนั้น

            “เปล่านะ แม่ไม่ได้หมายความว่าเราเป็นภาระนะลูก ยองแจมีสิทธิเพราะยองแจก็อยู่กับปู่เขาก่อนตาย”

            “ถ้าอย่างนั้น ถ้าแม่อยากไปหาของเพิ่มกับกลุ่มคุณจินยอง ยองแจจะไปให้เองครับ” ยองแจอาสาอย่างเต็มใจ แม้ไม่เข้าใจว่าจะไปทำไมเพราะที่มีอยู่ก็เพียงพอสำหรับทุกคน

            “จะดีเหรอจ๊ะ”

            “ครับ ยองแจอยากช่วย ยองแจดูแลตัวเองได้” ยองแจมั่นใจว่าเอาตัวรอดได้นะ อาวุธเขาใช้ซ้ำได้แล้วยังโจมตีระยะไกลสบาย

            “งั้นพี่ไปด้วย”

            พอซองจินอาสามาเช่นนั้น ทุกสายตาก็จับจ้องไปที่เขา โดยเฉพาะฮยอนจินที่มีปฏิกิริยามากกว่าใคร

            “แกจะไปทำไมห๊ะซองจิน”

            “ผมก็จะตามไปดูแลแฟนสิแม่”

            “ดีจังนะ คราวก่อนปล่อยพ่อตัวเองไปลำบาก คราวนี้อยากโชว์เท่เลยจะไปกับแฟน คงไม่ไปเป็นตัวถ่วงของทุกคนหรอกนะ”

            อเล็กซิสอดจิกคู่กัดไม่ได้ ซึ่งการเอาเรื่องเก่ามาพูดเหมือนเธอฉีกหน้าซองจินทีเดียว

            “นี่แก!

            “อย่ามาทะเลาะกันน่า อเล็กซ์ก็อย่าไปพูดจาค่อนแคะพี่เขาสิ เราจะเริ่มก่อนทำไม”

            มาร์คปรามลูกสาวเสียงดุ ไม่อยากให้มีปัญหาภายในครอบครัวอีก อเล็กซิสยักไหล่ ยอมสงบปากสงบคำโดยไม่ขอโทษ

            “ยังนิ่งอีก ขอโทษเขาด้วย ไม่ว่าเขาจะเป็นยังไงไม่ต้องวิจารณ์ดีที่สุด”

            “พ่ออ่ะ!

            “อเล็กซิส” มาร์คเน้นเสียงหนัก แม่ลูกสาวจอมดื้อเลยยอมเอ่ยปาก

            “ฉันขอโทษ”

            มาร์คมองหน้าสวยที่ตึงเรียบไม่พอใจอย่างอ่อนใจนัก ลูกสาวเขามันพวกปากไว ก่อนที่จะให้คนอื่นมาด่าเขาชิงดุลูกเองซะก่อนดีกว่า

            “ไหนๆ ยองแจกับซองจินก็จะไปแล้ว กลุ่มเราไปด้วยดีไหม”

            มาร์คปรึกษาภรรยา จะปล่อยซองจินไปกับกลุ่มจินยองตามลำพังก็กลัวจะเกิดเรื่องราวอะไรกันอีก

            “แล้วกลุ่มเราใครจะไปล่ะคุณ อย่าบอกนะว่าคุณจะไปเองอีกน่ะ”

            “ใช่”

            “ฉันจะไปกับคุณด้วย”

            “ไม่ได้นะคะ อย่าไปพร้อมกันทั้งคู่สิ ให้หนูเป็นห่วงแค่ทีละคนเถอะ” อเล็กซิสถึงกับขอร้องกันเลยทีเดียว

            “พี่อยู่นี่ดีกว่าครับ ผมไปกับพี่มาร์คเอง” ยูคยอมอาสาเอง

            “ไม่ได้ค่ะ แขนพี่เพิ่งจะดีขึ้นเอง หนูไปเองดีกว่า”

            “ถ้าหนูจะไปให้พ่อไปคนเดียวดีกว่านะ จะให้พ่อห่วงหน้าพะวงหลังทำไม”

            “แต่ครั้งก่อนพ่อก็ไปแล้วนี่ ครั้งนี้ให้หนูไปกับพี่ยูคเถอะ”

            “จะบ้าเหรอ!” มาร์คตะคอกเสียงดังจนทุกคนสะดุ้ง

            “คิดหรือว่าพ่อจะยอมปล่อยลูกสองคนไปกันเองโดยพ่อจะอดทนนั่งรอที่นี่ได้น่ะ”

            “พี่ว่าเธออยู่กับแม่และน้องน่ะดีแล้ว แขนพี่ดีขึ้นมากแล้วล่ะ พี่ไปเอง ไม่ต้องค้านแล้วนะเสียเวลา”

            อเล็กซิสเม้มปากแน่น ไม่พอใจ แต่ก็ไม่กล้าท้วงอีก

            “ถ้าไม่อยากเหนื่อยมากและเปลืองกระสุนก็ควรไปกันหลายคน ไปกันเยอะหน่อยเผื่อไปเจอเรื่องไม่คาดคิดจะได้ช่วยกันได้ด้วย แล้วแกจะให้ใครไป”

            ไรอันแนะนำอย่างผู้มีประสบการณ์แล้วถามน้องสาว

            นอกจากตัวเธอและสามี แจ็คสันและแจบอมก็ถือว่าอยู่กลุ่มนี้

            “คราวก่อนพี่แจบอมไปแล้ว ครั้งนี้ผมไปเอง” ชางอุคเสนอตัวเอง ส่ายหน้าไม่ให้แจบอมค้าน

            “เราควรสลับกันไปครับ ไม่ต้องเกรงใจ คราวหน้าพี่ค่อยไป”

            “ก็ได้” เมื่อชางอุคยืนยันหนักแน่นแจบอมก็ต้องยอม

            “ผมจะไปกับชางอุคเอง”

            “ดีจัง ขอบคุณค่ะ” ไอรีนค่อยยิ้มออกหลังแจ็คสันจะไปด้วย

            เขาเป็นทหารอย่างน้อยก็คงช่วยดูแลสามีเธอและทุกคนได้

            “แล้วเราล่ะพี่ ใครจะไปบ้าง คงไม่ต้องไปกันทุกคนแล้วมั้ง”

            ฮันบินถามลูกพี่ น้องๆ ที่เหลือต่างพากันมองจินยอง

            “ฉันเอง อยากยืดเส้นยืดสาย” เยรินยกมือขอไป

            “ผมจะไปกับเยรินเอง”

            “ตามนั้น” มีชยอนูไปด้วยจินยองก็เบาใจ    

 

 

 

 

 

            กว่าจะออกหาเสบียงเพิ่มก็อีกสองวันให้หลังจากที่ปรึกษากัน เพื่อเตรียมตัวกันให้พร้อมก่อน

            ทุกคนไปด้วยรถกะบะสี่ประตูของไรอัน ที่นั่งด้านหน้ามีซองจินเป็นคนขับ ยองแจนั่งข้างๆ แม้มีที่ว่างอีกแต่คนที่เหลือสมัครใจนั่งท้ายกะบะมากกว่า

            มาร์คและลูกชายคนใหม่นั่งพิงหลังหันหน้าไปทางท้ายรถ น้องของจินยองนั่งรวมกันติดท้ายกะบะ ชางอุคและแจ็คสันนั่งอยู่ตรงกลาง

            “ไหนว่าลงใต้แล้วจะดีขึ้น สภาพแถวนี้ไม่เห็นต่างจากเมืองหลวงสักนิด”

            เยรินบ่นพลางเท้าแขนกับขอบกะบะมองข้างทาง

            “มันระบาดไปทั่วแล้วนี่ แล้วแถวนี้ก็ใกล้เมืองหลวงมากด้วย ไม่แปลกที่สภาพจะไม่ต่างกัน”

            ชางอุคตอบเสียงเบา พูดแล้วก็ไม่สบายใจ

            “นี่ ผมมีเรื่องอยากถามคุณหน่อยแจ็คสัน”

            “ครับ?” แจ็คสันสงสัยว่ามาร์คจะถามอะไร เดินทางมาด้วยกันหลายวันเรายังแทบไม่ได้คุยกันเลย เขาจะคุยกับลูกและภรรยาของมาร์คมากกว่า

            “คุณยศอะไร”

            “พันตรี”

            ยูคยอมและชางอุคหันมองแจ็คสันเป็นตาเดียว แปลกใจด้วยยังไม่รู้ แต่ชยอนูและเยรินรู้จากวีแล้ว

            “คนคงรู้อะไรดีๆ เยอะล่ะสิ” มาร์คมองแจ็คสันนิ่งๆ

            “คุณอยากรู้อะไรล่ะครับ ถ้าตอบได้จะตอบ” แจ็คสันแบ่งรับแบ่งสู้

            มาร์คหรี่ตามองนายทหารยศสูงเบื้องหน้าก่อนจะเอ่ยคำถามที่ทุกคนอยากรู้

            “ทำไมทหารตั้งค่ายไวนัก เกิดเรื่องระบาดไปทั่วเมืองไม่กี่ชั่วโมงก็สั่งอพยพแล้ว”

            “ผมคิดว่าเกี่ยวกับหน่วยพิเศษอย่างที่เคยบอกไป ทำไมตั้งค่ายไวผมก็ไม่รู้ นายสั่งมาพวกผมก็แค่ทำตาม”

            “คนระดับผู้พันยังทำตามคำสั่งแบบไม่รู้เรื่องเบื้องลึกอีกเหรอ จะให้ผมเชื่อหรือไง”

            “ในประเทศนี้มีผู้พันเป็นร้อยๆ คนนะคุณ”

            “สาบานมาสิว่าไม่รู้อะไรเลย”

            “ผมรู้บ้าง แต่ไม่ทั้งหมด”

            “ไหนตอนแรกว่าไม่รู้”

            “ผมรู้แค่ว่ามีบางคนมีส่วนเกี่ยวข้องแต่ผมไม่รู้ว่าเรื่องอะไรกันแน่ นายสั่งอะไรมาผมก็แค่ทำตาม”

            “แล้วทำไมคุณถึงมาอยู่กับยองแจได้ คุณเป็นถึงพันตรีไม่มีงานสำคัญทำหรือไง”

            “ผมถูกใส่ร้ายเลยต้องหนี และตอนนั้นก็เกิดเรื่องกับยองแจและยองจีพอดี ยองจีมีกรุ๊ปเลือดพิเศษที่เหมือนกับลูกสาวนายพลซึ่งติดเชื้อ เธอจึงจะถูกพาไปทดลองยา เราก็เลยหนีออกจากค่ายมาด้วยกัน”

            คำว่าทดลองยาของแจ็คสันทำให้มาร์คสนใจมาก

            “งั้นเหรอ แล้วคุณรู้เรื่องในค่ายมากน้อยแค่ไหน คนจำนวนมากในค่ายไปไหน แค่ถ่ายเทคนออกไปหรือเอาไปทำอะไร ทุกคนเป็นเหมือนกันหรือเปล่าที่ทหารจะพาคนขึ้นรถออกไปทีละมากๆ”

            คนฟังมีสีหน้าเครียดขรึมขึ้นทันที และไม่รอดสายตามาร์คไปได้

            “ว่าไงครับ”

            “คุณรู้อะไรมาบ้าง อยากรู้อะไรถามมาตรงๆ เลยดีกว่าครับ”

            “ผมอยากรู้ว่าทหารพาคนไปทดลองเกี่ยวกับโรคเดทลิซีใช่หรือเปล่า”

            มาร์คถามพลางมองหน้าแจ็คสันเขม็ง คุณทหารนิ่งไปอึดใจก่อนจะพยักหน้า

          “ใช่..

          ทั้งรถเงียบกริบ มาร์ครอให้แจ็คสันพูดต่อ ทหารหนุ่มก้มหน้าก่อนเอ่ยออกมาช้าๆ

            “เพราะรู้แต่ทำอะไรไม่ได้ผมถึงไม่กลับไปที่ค่ายอีก ถึงผมไม่เห็นด้วยแต่ลำพังผมคนเดียวก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ พวกคุณโชคดีแล้วล่ะครับที่ออกมาจากค่ายน่ะ”

            “ขอบคุณที่บอกตรงๆ ถ้าคุณไม่รู้จะไปไหนก็เดินทางไปกับเรานี่ล่ะครับ คุณเป็นทหารคงมีความสามารถเอาตัวรอดได้ดีกว่าประชาชนทั่วไปอย่างเราๆ ผมหวังพึ่งพาความสามารถของคุณ”

            “ขอบคุณ”

            ชางอุคได้ยินพี่ชายภรรยาเอ่ยอย่างนั้นก็ไม่ขัด มีทหารอยู่ด้วยก็คงมีประโยชน์

            การเดินทางไปห้างสรรพสินค้าที่ระยะทางไม่ไกลนักใช้เวลาไปร่วมสองชั่วโมงเลยทีเดียว เพราะรถไม่สามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างราบรื่น เนื่องจากมีฝูงผีดิบที่ขวางทางทำให้คนในรถต้องลงไปช่วยกันจัดการ

            อีกเพียง 500 เมตรก็จะถึงที่หมายที่เห็นอยู่ไกลๆ แต่ก็ไม่สามารถไปได้ เพราะบนถนนและหน้าทางเข้าห้างมีผู้ติดเชื้อราวสามสิบคนเลยทีเดียว

            มาร์คสุดจะทนเมื่อเห็นหลานชายนั่งรออยู่ในรถอีกแล้ว

            ไม่เคยลงมาช่วยกันเลย!

            ปัง!

            คนในรถสะดุ้งเฮือกเมื่ออาทุบกระจกฝั่งคนขับอย่างแรงด้วยใบหน้าถมึงทึง มาร์คกระชากประตูรถเปิดออก

            “ลงมาเดี๋ยวนี้ต้วนซองจิน! แกมาเพื่ออะไรกันแน่ไอ้คนไร้ประโยชน์”

            “อาไม่มีสิทธิมาด่าผมแบบนี้นะ” ซองจินแผดเสียงใส่อาด้วยความไม่พอใจ

            “ลงมาช่วยกันเดี๋ยวนี้ ถ้าแกจะกินแรงปล่อยให้คนอื่นไปเสี่ยงตายแกจะมาทำไม นี่เหรอที่บอกว่าจะมาดูแลแฟน ถ้าแกไม่ลงมาอย่าหาว่าอาใจร้ายนะ!” มาร์คเอาจริง

            พอเห็นท่าทางน่ากลัวของอาซองจินก็ยอมลงจากรถ แต่ดูเหมือนไม่ทันใจ มาร์คกระชากแขนหลานให้ลงจากรถแล้วปิดประตูรถเสียงดัง

            “นี่คือชีวิตจริงแล้ว ใช้สิ่งที่ชยอนูสอนเอาตัวรอดซะ อยากกลับไปหาพ่อแม่แกก็ต้องรอดไปให้ได้”

            มาร์คเอ่ยเร็วๆ แล้วรีบไปช่วยยูคยอมที่รับมือพวกกัดพร้อมกันถึงสองคน

            ซองจินกัดริมฝีปากแน่น ข่มความโมโหแล้วหยิบมีดเดินเข้าหาพวกกัดอย่างกล้าๆ กลัวๆ

            ด้วยความที่ไม่เคยเผชิญหน้ากับพวกกัดตรงๆ มาก่อน ทำให้ซองจินหวาดกลัวจนต้องร้องโวยวายออกมาเป็นระยะ และทำให้คนอื่นที่อยู่ใกล้ๆ เสียสมาธิ

            จะว่าสู้ก็ไม่ได้ เพราะซองจินถอยหนีพวกกัดและร้องโวยจนพวกกัดส่วนมากหันมาสนใจและดาหน้าเข้าหาเขาคนเดียว

            “มันอะไรกันวะ!ขายาวถีบพวกกัดออกไปห่างๆ แล้วหลับหูหลับตาแทงสวนไปมั่วๆ ลืมหมดสิ้นในสิ่งที่ชยอนูสอนมา

            “พี่ไปช่วยมันหน่อยไป ลูกศิษย์พี่นี่”

            เยรินรำคาญตะโกนบอกชยอนูขณะถีบผู้ติดเชื้อคนหนึ่งออกไปไกลๆ แล้วฟันเอวของผีดิบอีกคน

            ทุกคนวุ่นอยู่กับการเอาตัวรอด ไม่สามารถผละไปช่วยซองจินได้

            ชยอนูปักหัวผีดิบตัวหนึ่งอย่างแม่นยำแล้วใช้จังหวะเพียงน้อยนิดมองหาซองจิน

            ร่างสูงที่คุ้นตาถอยหนีพวกกัดที่ตรงเข้ามาหาแต่ยังไม่หยุดแหกปากร้องโวยจึงเรียกผีดิบไปรุมสนใจอยู่นั่นเอง เป็นการช่วยคนอื่นไปได้มากเลยนะ เพราะกลายเป็นตัวล่อซากมนุษย์ให้คนอื่นจัดการได้ง่ายขึ้นเสียอย่างนั้น

            “ถอยไป!

            ซองจินก้าวถอยหลังจนเสียหลักเหยียบอะไรสักอย่างที่ขวางแล้วล้มลงไปหงายท้องกับพื้น แต่สัญชาติญาณก็ทำให้ทั้งถีบทั้งดันผีดิบที่จะโถมเข้าหาออกไป

            “นายหยุดโวยสักที ยิ่งส่งเสียงพวกกัดยิ่งสนใจนะโว้ย”

            ชยอนูวิ่งไปหาซองจิน ช่วยจัดการผีดิบให้ เขาแทงที่หัวผีดิบแล้วกระชากซากศพเหวี่ยงออกไปห่างๆ

            ซองจินกลัวจนสั่นไปหมด ค่อยโล่งอกหายใจสะดวกเมื่อชยอนูมาช่วยทันพอดี             

            “รีบลุกเร็ว!” ชยอนูจับมือซองจินแล้วดึงให้อีกฝ่ายลุกขึ้น

            พอซองจินลุกยืนยังไม่ทันจะทรงตัวได้มั่นคง ผีดิบก็โผนเข้าหาอีก ชยอนูดันซองจินออกแล้วแทงที่คอผีดิบตรงนั้นและแทงซ้ำที่หัวอีกรอบ

            “ยิ่งกลัวจะยิ่งทำให้นายคิดอะไรไม่ออก”

            “จะให้ทำไงล่ะก็คนมันกลัวนี่”

            “ก็ทำใจให้ชินสิ”

            “แล้วมันทำยังไงเล่า” ซองจินหงุดหงิดไปหมดทุกอย่างและหงุดหงิดตัวเองที่สุด

            พอสถานการณ์รอบตัวสงบลงเขาก็มองหาคนรักเป็นสิ่งแรก

            ยองแจกำลังเดินไปเก็บลูกธนูที่ยิงออกไปช่วยสกัดผีดิบที่จะทำร้ายเยริน

            ซองจินเห็นแฟนแล้วก็วิ่งไปหาทันที

 

 

 

 

 

            “เหนื่อยชะมัด จะคุ้มหรือเปลาก็ไม่รู้ แค่ห้างเล็กๆ แบบนี้คงโดนกวาดของไปหมดแล้วมั้ง”

            มาร์คเท้าเอวมองห้างที่เล็กกว่าห้างในเมืองที่ไปคราวก่อน

            “ก็ลองเข้าไปดูก่อนเถอะพี่ ไม่งั้นก็ไปที่ตลาดแถวๆ นี้” ชางอุคใช้แขนเสื้อเช็ดหน้า

            เสื้อผ้าสะอาดๆ ของแต่ละคนเปรอะเปื้อนไปหมดแล้ว

            “ลองไปตลาดเลยไหม”

            ความทรงจำจากการทัวร์ห้างสรรพสินค้าครั้งก่อนทำให้มาร์คไม่อยากเข้าไปข้างในเท่าไร ไม่รู้ว่าข้างในมีคนรอดหรือคนตายจำนวนมากน้อยแค่ไหน

            “ไหนๆ ก็มาแล้วเราลองเข้าไปดูก่อนดีกว่านะ”

            มาร์คหันมองแจ็คสันแล้วไล่มองทุกคน ไม่มีใครอยากไปกับเขาเลย

            “เข้าก็เข้า”

 

 

 

 

 

 

            ทั้งแปดคนเข้าไปในห้างอย่างระมัดระวัง น่าแปลกที่ชั้นล่างเข้ามายังไม่เจอผีดิบที่เดินได้เลยสักตัว ผีดิบที่ไร้ชีวิตก็นอนตายอยู่แล้วเรียบร้อย

            “มันอะไรกันเนี่ย” มาร์คพึมพำเบาๆ แปลกใจแต่ยังไม่คลายความหวาดระแวง

            “มันเกิดอะไรขึ้น หรือว่าจะมีคนเข้ามาที่นี่ก่อนแล้ว เวลามันก็นานจะเป็นเดือนแล้วนี่นะ” แจ็คสันแยกไปอีกทางเพื่อสำรวจ

            เมื่อไม่มีสัญญาณของสิ่งมีชีวิตอื่นนอกจากพวกเขาแปดคน ต่างคนต่างจึงแยกย้ายกันไปดูรอบๆ

            ยูคยอมก้าวยาวๆ ไปยังป้ายแนะนำร้านค้า เขาไล่สายตาอ่านดูว่าชั้นไหนมีอะไรขายบ้าง

            “พี่มาร์ค ชั้นนี้ไล่ไปจนถึงชั้นสองและชั้นสามข้างบนจะมีร้านอาหารธรรมดา แต่ชั้นใต้ดินมีซูเปอร์มาร์เก็ตล่ะ”

            ยูคยอมวิ่งไปหามาร์คแล้วเอ่ยสิ่งที่อ่านมาเมื่อกี้ให้เขารู้ แม้จะเป็นห้างเล็กแต่ที่นี่ก็มีถึงสามชั้น 

            “งั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นเราลงไปที่ชั้นใต้ดินเลยแล้วกันเฮ้! ทุกคนมารวมกันตรงนี้หน่อย”

            มาร์คร้องเรียกทุกคน คนที่อยู่ใกล้ได้ยินก็วิ่งไปตามคนอื่นๆ ให้มารวมกันตรงจุดที่มาร์คยืนอยู่

            “มีอะไรเหรอ” ชยอนูที่ไปสำรวจไกลออกมารีบวิ่งมาเพราะนึกว่ามีผู้ติดเชื้อเสียอีก

            “ยองแจบอกว่าซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่ชั้นล่าง เราลงไปข้างล่างกันเลยไหม”

            “อืม ก็ได้ จะได้ไม่เสียเวลา”

 

 

 

 

 

 

 

            “อื้อหือ”

            ยังเดินลงไปไม่ถึงชั้นใต้ดิน แต่ครึ่งทางของบันไดเลื่อน กลิ่นเหม็นคาวก็ตีเข้ามาในจมูกของทุกคน           “มันอะไรกันขนาดนี้น่ะ คงไม่มีศพตายเกลื่อนหรือตัวแดกคนเต็มไปหมดหรอกใช่ไหม” เยรินถอยร่นจากแนวหน้าไปอยู่ด้านหลังทันที กลิ่นชวนคลื่นเหียนอาเจียนมาก

             แจ็คสันเป็นหน่วยกล้าเสี่ยงวิ่งไปชะโงกดูเป็นคนแรก

            “ไม่มีผีดิบ มีแต่ศพ”

            คำบอกเล่าทำให้ทุกคนโล่งใจ วิ่งตามแจ็คสันไปดูที่ชั้นใต้ดิน

            สภาพเละเทะกระจัดกระจายนั้นทำให้ใจเสียกันเลย

            “ไม่น่ามีของเหลือแล้วนะ” ซองจินมองไปทางไหนของโซนของกิน บนชั้นวางของก็เกลี้ยงสะอาด โซนของใช้ยังพอเห็นว่ามีของเหลือบ้าง

            “ลองหาดูให้ทั่วๆ ก่อนเถอะครับ อาจจะมีของมีประโยชน์เหลือก็ได้”    ยองแจคิดว่าแม้อาหารกระป๋องไม่เหลือแล้ว แต่วัตถุดิบที่ใช้ทำของกินได้ก็น่าจะเหลือนี่

            พอยองแจเดินไปหาของ ซองจินก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วเดินตามยองแจไป

            “อะไรน่ะ!

            เยรินหันขวับเมื่อได้ยินเสียงกุกกักจากหลังกะบะ ซึ่งก่อนหน้านี้มันคงเคยใส่น้ำแข็งและของสดๆ ไว้ให้คนเลือกซื้อ

            “ออกมานะโว้ย!

            หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวของกลุ่มถีบกะบะแล้วตะโกนออกมา เสียงของเธอที่ดังก้องซูปเปอร์มาร์เก็ตที่เงียบสงัดทำให้เหล่าชายหนุ่มต่างวิ่งมาดูเหตุการณ์

            “มีอะไรเยริน” ชยอนูวิ่งมาหาน้องสาวคนสนิทด้วยความเป็นห่วง เห็นเยรินถือปืนง้างไปเล็งไปทางความว่างเปล่าตรงหน้า

            เขาคิดว่าหากมีอะไรโผล่มาตรงหน้าคงได้กินลูกกระสุนของเยรินเป็นแน่

            “ฉันได้ยินเสียงจากหลังกะบะนั่น” เยรินตอบโดยไม่หันมามองคนถาม

            “แกหูฝาดหรือเปล่า”

            “จะบ้าเหรอพี่ ฉันไม่ได้หลอนขนาดนั้นนะ”

            ร่างบางหันมาแหวใส่พี่ชาย ชยอนูส่ายหน้าน้อยๆ กระชับมีดในมือแล้วเดินไปชะโงกมองข้ามกะบะ

            “โอ๊ะโอเจออะไรเข้าแล้วสิ”

            “ผีดิบใช่ไหม?”

            “ถ้าผีดิบก็ต้องครางแล้วสิ แต่มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งคู้ตัวหลบพวกเราอยู่”

            “เด็กหนุ่ม?”

            เยรินวิ่งไปเกาะกะบะแล้วปีนขึ้นไป ชะโงกมอง การกระทำที่กะทันหันของเธอทำให้คนที่หลบอยู่สะดุ้งเฮือก ถอยกรูดออกมาให้พ้นขอบกะบะ

            “ไฟก็ไม่มียังอยู่มืดๆ อีก ออกมาซิ นายโดนกัดหรือเปล่า” เยรินชี้ปืนไปทางชายคนนั้น

            เด็กหนุ่มสวมเสื้อยืดและกางเกงยีนแต่สวมเสื้อนอกโรงเรียนทับนั้นค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ชูสองมือระดับศีรษะ

            “อย่ายิงนะ ผมไม่ได้โดนกัด” เด็กหนุ่มเสียงสั่น เยรินลงจากกะบะ ส่งสายตาให้อีกฝ่ายข้ามมานี่

            “มาแอบตรงนี้ทำไม”

            “ผมไม่รู้จะไปไหน”

            “มาอยู่นี่นานหรือยัง ทำไมที่นี่ของเกลี้ยงขนาดนี้ อย่าบอกนะว่านายฆ่าผีดิบหมดนี่ คงไม่ใช่มั้ง”

            ถ้าซากที่ตายเกลื่อนคือฝีมือเด็กนี่จริงก็ยากจะเชื่อนะ ถ้าทำได้ขนาดนี้จะกลัวและแอบพวกเธอทำไม

            “นาย..เด็กที่เจอในห้างM ใช่ไหม”

            มาร์คเอ่ยขึ้นหลังพิจารณาเด็กหนุ่มอยู่ครู่ คนที่ยังยกมือคิดไม่สู้หันมองคนที่ทักตน พอเห็นว่าเป็นมาร์คตาก็เบิกกว้าง ความยินดีแสดงออกทางสีหน้า

            “ลุงโหดนี่!

             “ลุง?”

            “เอ่อ พี่ครับพี่ บังเอิญจังเลย”

            “ไม่ได้ไปศูนย์อพยพเหรอ”

            “ไปมาแล้วครับ แต่อยู่ๆ ไปคนเริ่มประท้วงที่อาหารไม่พอ และทหารก็เลือกช่วยเป็นคนๆ ไปด้วย ไม่รู้ว่าทำไม เขาจะให้อาหารและน้ำกับคนที่จะย้ายไปที่อื่นน่ะครับ เห็นพาคนออกจากค่ายไปทุกวันเลย ผมไม่อยากไปแย่งอาหารฟรีกับเด็กและคนแก่ในค่ายก็เลยออกมาหากินเองดีกว่า”

            จองกุกดีใจที่เจอคนคุ้นเคย รีบปีนข้ามออกมาหามาร์ค

            คนอื่นๆ มองทั้งสองอย่างงุนงง

            “พี่เคยเจอเขาด้วยเหรอครับ” ยูคยอมมองคนที่น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกัน

            “อือ ตอนไปห้างครั้งก่อนน่ะ เจอเขาอยู่กับกลุ่มคนรอดชีวิต”

            “ผมชื่อจองกุกครับ” จองกุกแนะนำตัวสั้นๆ กับทุกคน

            “นายยังไม่ตอบเลยว่าทำไมที่นี่เป็นแบบนี้” เยรินตะคอกใส่ จองกุกสะดุ้งเฮือก

            “ตอนแรกมันก็พอจะมีของเหลือบ้างแหละครับ ผมแอบเข้ามาที่นี่จากทางประตูด้านหลัง แอบๆ ผีดิบเอาเพราะแค่ไม่ส่งเสียงมันก็ไม่ขย้ำผมแล้ว เลยพออยู่ได้ไม่ลำบาก แต่เมื่อสามสี่วันก่อนมีคนมาที่นี่ครับ เป็นกลุ่มรอดชีวิตกลุ่มใหญ่ เขาฆ่าหมดเลย ผมต้องไปแอบในห้องน้ำถึงรอดมาได้”

            “งั้นทำไมนายยังอยู่ที่นี่อีก”

            “ก็ผมไม่มีที่ไปนี่นา ก็เปลี่ยนที่นอนไปเรื่อยๆ ในห้างนี่แหละครับ”

            “คงไม่มีอะไรเหลือแล้วจริงๆ งั้นเราก็ไปจากที่นี่กันเถอะ” มาร์คบอกทุกคนแล้วเดินหันหลังกลับไปคนแรก

            “เอ่อพี่ครับ! รอก่อน”

            จองกุกรีบวิ่งมาฉุดแขนมาร์คไว้ มาร์คมองมือเด็กหนุ่มนิ่งจนเขาต้องรีบปล่อยมือ

            “ขอโทษครับ คือ..ผมขอตามพี่ไปด้วยคนได้ไหมครับ”

            “ไม่ได้” มาร์คปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยโดยไม่หยุดคิดสักนิด

            จองกุกหน้าเสีย แต่กระนั้นก็ยังอ้อนวอน

            “ผมจะทำตัวให้มีประโยชน์นะพี่ ขอผมตามไปด้วยคนเถอะนะ นะครับ”

            “กลุ่มฉันมีคนเยอะแล้ว ไม่ต้องการคนเพิ่ม”

            มาร์คเดินขึ้นบันไดเลื่อนที่ไม่ทำงานต่อไป ไม่สนใจจองกุก เด็กหนุ่มคอตก ผิดหวัง

            “เราจะไปที่ตลาดใกล้ๆ นี่ต่อ จะตามไปก็ได้นะ ถ้าพี่เห็นว่านายช่วยกลุ่มด้วยการกำจัดผีดิบได้เขาอาจจะยอมให้อยู่ด้วย”

            ชางอุคแนะนำอย่างสงสาร จองกุกเงยหน้ามองเขาทันที

            “จริงเหรอครับ ขอบ..

            “เฮ้อาจะใจดีรับใครเข้ากลุ่มซี้ซั้วไม่ได้นะ” ซองจินขัดขึ้น ไม่ชอบใจความใจดีของอาเขย

            “ถ้าเขาได้เข้ากลุ่มอาจะแบ่งของส่วนของอาให้แล้วกัน ถ้าได้อยู่ด้วยกันแล้วเขาทำตัวไม่ดีเราก็แค่ไล่เขาออกไป”

            “พ่อพระเหลือเกินนะครับ” ซองจินกอดอก ส่ายหน้าระอาแล้วขึ้นบันไดตามอามาร์คไปอีกคน

           

 

 

 TBC.

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 128 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,523 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:42
    จองกุกกกก~~ กำลังคิดถึงพอดีเลย! ว่าแต่.... ฝีเท้าหนูต้องเบาแค่ไหนถึงเดินหลบๆ พวกกัดได้ดีขนาดนี้ ถึงหนูสู้ไม่เก่งแต่ก็คงสติดีมากๆ ล่ะนะ
    #2,462
    0
  2. #2334 Chiracc (@Chiracc) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 16:41
    กลุ่มที่มาก่อนนี่กลึ่มพวกซึงจุนหรือเปล่านะ
    #2,334
    0
  3. #2273 jjphile (@110720) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 17:38
    อ่า... ซองจิน
    #2,273
    0
  4. #2234 GOT-MarkBam (@Angle-2358) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 12:27
    ขยะกลุ่มจริงๆซองจิน
    #2,234
    0
  5. #2200 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 20:50
    เ-้ยมากไม่ไหวเเล้ว
    #2,200
    0
  6. #2045 opoceleste (@opoceleste) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 01:06

    ริ่มรำคาญซองจินแหละ ไม่ช่วยแล้วยังจะ...เห้อ

    #2,045
    0
  7. #1966 FrontHyuk (@chocolatepie) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 20:23
    ซองจินนี่ นอกจากไร้ประโยชน์ เห็นแก่ตัว ก็ไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง เฮ้อออ
    #1,966
    0
  8. #1962 De-nee (@De-nee) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 15:14
    ซองจินไม่มีประโยชน์อะไรกับกลุ่มเลย โคตรตัวภาระของกลุ่มรำ!!
    #1,962
    0
  9. #1929 Nolaf (@Nolaf) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 21:05
    หยั่มมาว่าจกุ๊กกรัต่ายน้อยของเลานะหึ้ยย//ตบปากแตก
    #1,929
    0
  10. #1788 อ่ะโลฮ่า (@pathanan12345678) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 20:41
    ซองจิงโว้ยยยย ทำตัวให้มีประโยชน์กว่าจองกุกสิ ปากนี่น้า ฮึ่ยยยย
    #1,788
    0
  11. #1783 Only We Know Untill (@369963nq) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 06:30
    ใกล้จุดจบของเรื่องแล้วสินะ TT
    #1,783
    0
  12. #1779 FoRFamE_FE (@punyapornfame) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 23:48
    ชอบเรื่องนี้มากกก
    #1,779
    1
  13. #1724 oni (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 23:01
    ได้สมาชิกใหม่อีกคน เบื่อซองจินแต่ยังดีกว่าซึงจุน คนห็นแก่ตัวที่ร้ายกาจ
    #1,724
    0
  14. #1723 b-bing fodo (@ghjnyjkj) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 22:43
    จองกุกน่าสงสาร น้องคงไม่มีที่ไปละอะ
    #1,723
    0
  15. #1722 #PED(เป็ด) (@wkumsomjit) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 21:23
    แงๆๆๆ คิดถึงมากๆค่ะ สู้ๆนะคะ
    #1,722
    0
  16. #1721 Sz_Blue0113 (@Sz_Blue0113) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 21:18
    คิดถึงเรื่องนี้มากกกกกกกกกกกกก // นี่กรอกตามองบนให้ฮยอนจินจนปวดตา นางเยอะขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ ลูกนางก็ด้วย
    #1,721
    0
  17. #1720 mew_wwp (@mew_wwp) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 21:02
    มาร์คไม่ใจร้ายกับจองกุกน้าา สงสารน้อง
    #1,720
    0
  18. #1719 Aungaingss (@Aungaingss) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 20:35
    ได้อ่านเดือนละตอน ก็ยังดี ขอเรื่องอื่นด้วยนะคะ ติดทุกเรื่อง รอทุกเรื่องเลยยยย
    #1,719
    0
  19. #1718 shierichi (@shierichi) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 19:20
    ซองจินกับฮยอนจินนี่คนไร้ประโยชน์ที่แท้ทรู...... พี่มาร์คพาน้องจองกุกไปด้วยน้าาาาาาา พาน้องเราไปด้วยยนย
    #1,718
    0
  20. #1717 peachbam1a (@peachbam1a) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 19:17
    ซองจินกับแม่นี่ภาระที่แท้มากๆ ไปตายให้ผีกินไป๊
    #1,717
    0
  21. #1716 Cake__Cake (@Cake__Cake) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 18:50
    จู้ๆน๊า
    #1,716
    0
  22. #1715 Dreammtbk (@Dreammtbk) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 18:36
    ตอนไหนซองจินกับแม่จะถูกกัด ไม่มีประโยชน์อะไรเลย รอวันที่ยองแจกับแจ็คสันรักกัน
    #1,715
    0
  23. #1714 praw_markbam (@0884247182) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 18:20
    เมื่อไหร่ซอกจินจะโดนกัดตายกับแม่ของนางโคตรรำคาญเลย
    #1,714
    0
  24. #1713 Anongnat Meengoen (@mimmomoney) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 18:15
    ซองจิน-*-
    #1,713
    0
  25. #1712 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 17:49
    เอ๊ะ... ซองจินนี่ยังไง ใจแคบใจดำแถมป๊อดอีก ถ้าเราเป็นพี่มาร์คคงได้ต่อยเข้าสักหมัดสองหมัด
    #1,712
    1