ปิดรีปริ้นท์(GOT7) Snow Drop Markbam,Bnior,Jackjae

ตอนที่ 22 : Chapter 17

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,382
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 143 ครั้ง
    12 ธ.ค. 60




            แม้รวมกลุ่มกันแต่ครอบครัวของไรอันยกเว้นดาฮยอนก็มีท่าทีเย็นชากับแบมแบมอย่างเห็นได้ชัด แบมแบมก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ทำใจ

            “ไม่เป็นไรหรอกค่ะแม่ เราไม่รู้อนาคตสักหน่อย การตัดสินใจ ณ เวลานั้นมันคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด หนูเชื่อในตัวแม่นะคะ”

            อเล็กซิสจับมือแม่ เอ่ยจากใจหวังให้แม่คลายกังวล แม่เงียบไปมากจนน่าเป็นห่วง เธอรู้ว่าแม่ก็คงคิดมากเพราะแม่ใส่ใจความรู้สึกทุกคนเสมอ

            แม่ทำเพื่อเธอและน้อง ถ้าโรคระบาดนี้มันมีส่วนเกี่ยวข้องกับแม่จริง เธอจะโกรธแม่ได้ยังไง เธอไม่รู้สึกติดลบกับแม่หรอก

            “ขอบใจมากนะลูก แต่แม่กลัวว่าออสตินจะ..

            แบมแบมไม่กล้าพูดต่อ มองไปทางลูกชายคนเล็กที่เดินจับมืออยู่กับยูคยอมอยู่ข้างหน้า อเล็กซิสมองตาม หัวเราะน้อยๆ

            “แม่พูดเหมือนไม่รู้นิสัยออสติน เด็กนั่นต้องเข้าใจแม่แน่นอน มันรักแม่จะตายค่ะ”

            แบมแบมตื้นตันใจ แค่ลูกเข้าใจแบมแบมก็ไม่ต้องการอะไรแล้วล่ะ

           

 

 

 

 

            เพราะคนเยอะ และพวกกัดก็เยอะ การเดินทางจึงล่าช้ามาก เดินทางต่อได้ไม่กี่กิโลเมตรก็พลบค่ำ

            แม้ระหว่างทางจะแยกรถใครรถมัน แต่พอกลางคืน กลุ่มของจินยองก็สละที่นอนในรถบ้านให้เด็กๆ เหมือนเดิม

            ทั้ง 19 คนใช้สนามเด็กเล่นรกร้างเป็นที่ค้างแรมคืนนี้

            แบมแบมยื่นกาแฟกระป๋องให้แจ็คสันและแจบอมที่อาสาอยู่เวรกะแรกให้

            การอยู่เวรเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เพราะสถานที่นอนในคืนนี้อยู่กลางชุมชน แม้รอบด้านดูเงียบสงัดจนวังเวงแต่ก็ประมาทไม่ได้เลย ต้องระวังทั้งคนเป็นและคนตาย

             “ขอบคุณ” แจบอมรับกาแฟกระป๋องจากแบมแบมวางข้างตัว ส่วนแจ็คสันนั้นจับกระป๋องพร้อมมือนิ่มไปด้วย

            แบมแบมใช้มืออีกข้างตีบ่ากว้างแรงๆ ให้ปล่อยมือ แจ็คสันอมยิ้ม

            “คุณเคยบอกว่าอยากจะชวนผมไปดื่มกาแฟ ถือว่าผมเลี้ยงนะ”

            จากที่แค่อมยิ้มแจ็คสันก็หัวเราะออกมาทันที

            “ยังจำได้อีกเหรอครับ”

            “จำได้สิครับ”

            “คุณผิดสัญญาที่ให้ไว้นะ” พอแจ็คสันพูดเช่นนั้น แบมแบมก็เลิกคิ้ว สีหน้าสงสัยมีเครื่องหมายคำถามแปะ แจ็คสันจึงเฉลย

            “คุณบอกว่าเจอครอบครัวแล้วจะตามผมไปที่ค่ายไงล่ะ”

            แบมแบมยิ้มน้อยๆ ร้องอ๋อลากเสียงยาว

            “ถึงผมตามไปก็ไม่ได้เจอคุณอยู่ดี คุณอยู่กับยองแจนี่นา”

            “นั่นสินะ”

            “แล้วไปไงมาไงถึงได้เจอยองแจเข้าล่ะครับ” เห็นหน้ากันมาหลายวันเพิ่งจะมีโอกาสได้พูดจาปราศัยกันจริงจังนี่เอง

            “นั่งก่อนสิ เดี๋ยวผมเล่าให้ฟัง”

            แจ็คสันขยับให้แบมแบมนั่งบนม้านั่งทาสีสันสดใสด้วยกัน แบมแบมรับคำเชิญอยู่สนทนาด้วย

           

 

 

            “ขึ้นมาทำอะไรบนนี้”  จินยองไต่บันไดข้างตัวรถขึ้นมามองคนที่นอนบนหลังคารถบ้าน

            มาร์คที่นอนไขว่ห้าง หนุนแขนแทนหมอนมองฟ้าไร้ดาวเอ่ยขึ้นโดยไม่มองมาทางจินยอง

            “แค่อยากขึ้นมานอนบนนี้ก็เท่านั้น”

            “ขึ้นไปด้วยได้ไหม”

            “ได้สิ นี่มันรถคุณนี่”

            จินยองหัวเราะเบาๆ แล้วปีนขึ้นไปนั่งด้วย

            “ทำไมไม่ชวนแบมแบมมาดูดาวด้วยซะล่ะ โรแมนติกดีนะ”

            “ก็กะว่าจะชวนแบมแบมขึ้นมานอนบนนี้ด้วยเหมือนกัน”

            “นอนอย่างเดียวอย่าทำอะไรล่ะ เดี๋ยวเด็กๆ ในรถจะตื่นเอา”

            “คุณนี่นะ” มาร์คหน่ายใจขณะที่คนแซวหัวเราะชอบใจ

            “นายเชื่อมั่นในตัวเมียมากเลยนะ น่าดีใจแทนแบมแบม”

            “ผมก็แค่อยากอยู่ข้างแบมแบม ต่อให้เรื่องที่ผ่านมาจะเป็นยังไงมันไม่สำคัญหรอก เรากลับไปแก้ไขไม่ได้แล้วนี่”

            “แสดงว่านายก็เอนไปทางว่าเดทลิซี

            “ผมเคยขอร้องทุกคนแล้วว่าอย่าคุยเรื่องนี้ และแน่นอนว่าคุณก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นนะ ผมไม่อยากให้แบมแบมไม่สบายใจถ้าได้ยินคนในกลุ่มคุยเรื่องนี้เข้า”

            มาร์คตัดบทก่อนจินยองจะพูดจบ

            “อืม โทษที” จินยองเข้าใจ ล้มตัวนอนด้วยคนแต่เว้นระยะห่างที่สมควรเอาไว้

           

 

 

 

 

            ยองแจนั่งคุยอยู่กับซองจินและดาฮยอน เห็นน้องเดินผ่านก็รีบเรียกไว้

            “ยองจีมานี่มา”

            เด็กน้อยมองหน้าพี่ชายไล่ไปยังซองจิน เธอแสดงท่าทีลังเล ก่อนจะส่ายหน้าและวิ่งไปหาแจ็คสัน

            ซองจินมองท่าทางของเด็กน้อยแล้วขมวดคิ้วไม่พอใจ แต่พอยองแจหันมามองเขาก็ปรับสีหน้าเป็นนิ่งเฉย

            “ปล่อยแกไปเถอะ”

            ยองแจลังเลที่จะถามสิ่งที่ค้างคาใจว่าทำไมยองจีไม่ชอบพี่ซองจิน แต่ก็ไม่กล้าถาม

            ร่างบางมองหาน้องจนเจอแกนั่งคุยเล่นอยู่กับอาแบมแบม คุณแจบอม และคุณทหาร เห็นแกมีความสุขดียองแจก็เบาใจ

            ซองจินจับแขนยองแจให้หันมาสนใจเขาบ้าง

            “ถุงนอนจ้ะเด็กๆ” ฮยอนจินถือถุงนอนมาให้ยองแจและซองจิน ไม่มีของลูกสาวเพราะเธอได้นอนในรถบ้านอยู่แล้ว

            หญิงสาวนั่งลงร่วมวงสนทนาด้วยอีกคน

            “ยองแจจ๊ะ”

            “ครับแม่”

            “ต่อจากนี้แม่จะดูแลยองแจกับน้องเอง แต่ไม่รวมผู้ชายคนนั้นที่มากับยองแจนะ” ฮยอนจินรักยองแจเหมือนลูก เธอยินดีช่วยเหลือเขาและรับเขาเข้ามาในครอบครัว

            และแน่นอนว่าเธอยินดีช่วยเฉพาะคนที่เธอยอมรับเท่านั้น

            “เอ่อขอบคุณนะครับ ยองแจดูแลน้องได้ครับแม่” ยองแจกล่าวปฏิเสธอย่างเกรงใจ เขาจะทิ้งคุณแจ็คสันได้ยังไง คุณแจ็คสันช่วยชีวิตยองจีไว้นะ

            “ไม่ต้องเกรงใจหรอกจ้ะ ยองแจและยองจีก็เหมือนลูกแม่”

            ฮยอนจินยิ้มอย่างเอ็นดู ยองแจเก็บซ่อนความลำบากใจ จำใจรับคำแม่ของแฟนหนุ่ม

 

 

 

 

 

            การเดินทางและการหาจุดพักสำหรับกลุ่มใหญ่จำนวน 19 คนนั้น ไม่ว่าอย่างไหนก็ยากไม่แพ้กัน แม้ทั้งหมดจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ก็ตาม

            แจ็คสันและยองแจนั้นแม้ไม่ได้แยกกันก็เหมือนแยกเพราะซองจินตัวติดแฟนหนุ่มตลอดเวลา แจ็คสันจึงมาอยู่กับแบมแบม เนื่องจากเขาสนิทกับแบมแบมและแจบอมได้อย่างรวดเร็ว ส่วนยองจีนั้นก็อยู่กับพี่แจ็คสันตลอดเช่นกัน เธอก็อยากอยู่กับพี่ชาย แต่พี่ชายนั้นอยู่กับแฟน เธอเลยเลือกพี่แจ็คสันดีกว่า

            ทุกคนใช้เวลาเดินทางกว่า 3 วันถึงออกจากเขตพื้นที่สีแดงอย่างเมืองหลวงได้ แต่สภาพแต่ละคนก็แทบดูไม่ได้เลยเพราะต่อสู้กับผู้ติดเชื้อมาอย่างหนักตลอดระยะเวลาหลายวัน

            ที่พักที่ทุกคนในกลุ่มตกลงกันว่าจะใช้เป็นที่อาศัยชั่วคราวคือ อพาร์ทเม้นต์เก่าโทรมแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ตลาดย่านชุมชนและห้างสรรพสินค้าเล็กๆ

            มันไม่ค่อยน่าอยู่ และมาร์คก็หวังว่าจะไม่มีผู้รอดชีวิตคนอื่นอาศัยอยู่แล้วเช่นกัน

            แจ็คสันถือปืนมือหนึ่ง อีกมือลากท่อเหล็กระพื้นจนเกิดเสียงเข้าไปในชั้นล่างของอพาร์ทเม้นต์

            เขายืนอยู่ตรงกลางที่ว่าง เงี่ยหูฟังเสียงพวกกัด รอคอยว่าจะมีผีตัวไหนได้ยินเสียงและมาหาเขาไหม

            กึง!

            ชั้นแรกไม่มีอะไร เขาจึงตีท่อเหล็กกับราวบันไดอย่างแรง เสียงดังก้องราวกับจะดังขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุด

            รอไม่นานก็ได้ยินเสียงคำรามต่ำที่คุ้นชินจากด้านบน แจ็คสันก้าวถอยหลังแล้วบอกทุกคนที่เดินตามเข้ามา

            “ตึกนี้มีเจ้าของหลายตัวซะด้วย”

            ระหว่างการเดินทางทุกคนต้องช่วยกันเพราะจำนวนพวกกัดนั้นมีมาก แต่ที่นี่ต้องการคนมีฝีมือแค่ไม่กี่คนช่วยกันเท่านั้น เพื่อความรวดเร็ว

            “อ๊ะ..” ยูคยอมจะช่วยด้วยอีกคนแต่ก็ต้องชะงัก ร้องออกมาด้วยความเจ็บร้าวอย่างรุนแรงที่หัวไหล่ ดาบที่ถืออยู่ร่วงจากมือ

            ขณะที่ยูคยอมชะงักไป ผู้ติดเชื้อวัยรุ่นคนหนึ่งก็ตรงเข้ามาหาเขา ร่างสูงยกขาถีบยันออกไปก่อน เยรินที่อยู่ใกล้ปามีดสั้นเข้าปักที่คอมัน ก่อนจะตามเข้าซ้ำที่หัวจนร่วงลงไป

            “เป็นอะไรของนายจู่ๆ ก็หยุด”

            “เจ็บไหล่..

            “ถอยไปไกลๆ ก่อนเลย”

            ยูคยอมหลบไม่ให้เกะกะขวางทางเธอ ถอยออกไปรอนอกอาคาร

            “เป็นอะไรไปยูคยอม สีหน้าไม่ดีเลย” แบมแบมเป็นห่วงคนที่กุมไหล่ตัวเองไว้ ยูคยอมฝืนยิ้ม ส่ายหน้าให้

            จะให้พี่แบมแบมมาห่วงอีกได้ยังไงกันเล่า ตอนนี้สถานการณ์ก็ไม่ปลอดภัยด้วย

            ผ่านไปสักพักผีดิบที่ยังหลงเหลืออยู่ในอพาร์ทเม้นต์ก็ถูกกำจัดจนหมดอย่างน้อยก็ในตอนนี้ที่คิดว่าน่าจะหมดแล้ว

            “เอ้า จะยืนตากแดดให้แห้งตายเป็นเพื่อนผีดิบหรือไง รีบเข้ามาเร็ว ขึ้นมาก็ระวังกันด้วย ข้างบนจะมีพวกผีห่านั่นอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้”

            จินยองเท้าเอว ตะโกนเรียกคนที่รออยู่ด้านนอกให้เข้ามาภายในอาคารเก่า

            “บอกคนอื่นให้ระวังแต่เสียงคุณนั่นแหละจะเรียกพวกนั้นมาหา เบาๆ หน่อยก็ได้”

            จินยองมองค้อนใส่แจบอมที่พูดแล้วก็เดินหนีขึ้นบันไดไปก่อน

            “เกะกะ” ฮยอนจินสะพายกระเป๋า เดินเบียดแบมแบมและลูกๆ เพื่อจะขึ้นไปชั้นบนก่อนด้วยไม่อยากอยู่รั้งท้าย

            แบมแบมและคนอื่นๆ ที่โดนเบียดน่ะไม่เป็นไรหรอก แต่ยูคยอมที่โดนชนจนเซไปปะทะผนังนั้นถึงกับทรุดเพราะไหล่ที่เจ็บกระแทกผนังปูนอย่างจัง

            “เป็นอะไรไปน่ะยูคยอม” แบมแบมก้าวบันไดลงไปสองขั้นเพื่อช่วยพยุงเด็กหนุ่มให้ลุกขึ้น หลายคนที่เดินขึ้นไปก่อนและเดินตามหลังหยุดมองด้วยความสงสัย

            “ทำไม ยูคยอมเป็นอะไรไป” ชางอุคถามไถ่อย่างเป็นห่วง ยูคยอมส่ายหน้า

            “ไม่เป็นไรครับ ผมโอเค”

            “แน่นะ”

            “ครับ”

            “ไม่เป็นไร ขึ้นไปก่อนเลยเดี๋ยวพี่ดูลูกเอง”

            แบมแบมให้คนอื่นๆ เดินขึ้นชั้นบนไปก่อน แล้วตรวจดูที่หัวไหล่ของยูคยอม

            “ไหล่หลุดนี่ ไปหลุดมาตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย” แค่แบมแบมจับเบาๆ ยูคยอมก็ร้องโอ๊ย

            “คงเป็นตอนสู้กับพวกกัดระหว่างทางมาที่นี่มั้งครับ ตอนนั้นมันวุ่นวาย ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็น” 

             “แข็งใจเดินขึ้นไปข้างบนก่อนแล้วกันเดี๋ยวพี่ดูให้อีกที”

           

 

 

 

                       

            ทั้งหมดขึ้นมาถึงชั้นบนสุดของอาคาร มีบางคนบ่นแล้วบ่นอีก เพราะอาคารนี้มี 6 ชั้น และลิฟต์ก็ใช้การไม่ได้แล้วด้วย

            ความเหนื่อยจากการสู้กับผีดิบและความหนักที่ต้องแบกสัมภาระทำเอาล้ากันไปหมด

            “ทำไมต้องขึ้นมาอยู่ซะบนสุดด้วยอ่ะ อยู่ล่างๆ ไม่ได้หรือไง”

            ฮันบินนอนแผ่หลาไปกับพื้นห้องเก่าๆ ที่ข้าวของกระจัดกระจาย

            “อยู่บ้างบนน่ะดีแล้ว จะบ่นอะไรนัก”

             จินยองเหยียบก้นคนที่นอนคว่ำแล้วบ่นให้รำคาญหูอย่างหงุดหงิดแล้วเดินไปนั่งที่โซฟา ฮันบินร้องโอ๊ย   

            “แล้วจะอยู่กันยังไงล่ะ ห้องก็เล็ก น้ำก็ไม่มีใช้ เศษเลือดเศษเนื้อเต็มตัวไปหมด” ไรอันกอดอกมองไปรอบห้องพัก

            ห้องนี้คือห้องที่สามทางซ้ายมือของชั้นหก ที่เลือกห้องนี้กันเพราะประตูมันถูกเปิดทิ้งไว้แล้ว

            “ลองขึ้นไปดูที่ดาดฟ้าไหมล่ะ เผื่อจะมีน้ำเหลือในแท้งค์น้ำให้ใช้นะ”

            ไอรีนเดินไปทรุดนั่งบนเก้าอี้ของชุดโต๊ะรับประทานอาหาร บนโต๊ะยังมีของว่างเกลื่อน เจ้าของเดิมคงอพยพกันออกไปอย่างเร่งรีบ

            “ฉันจะไปดูก่อนละกัน”

            “หนูขอไปด้วย หนูอยากไปสูดอากาศบริสุทธิ์”

            อเล็กซิสยกมือขอตามติดไปด้วยทันที กว่าจะขึ้นมาถึงชั้นหกได้ก็เจอร่องรอยเลือดเนื้อเป็นระยะอยู่ตามทาง เธอจะอ้วกอยู่แล้ว

            “แกนี่มันยุ่งจริงๆ”

            แม้ลุงจะบ่น แต่ร่างบางก็ไม่สนใจหรอก     

            “ออสตินไปเปล่า”

            “ขี้เกียจอ่ะ” เด็กชายเนื้อตัวมอมแมมงอแงไม่อยากไป อเล็กซิสก้าวไปฉวยข้อมือของน้องแล้วลากตามลุงไป

            “เราคงต้องแยกห้องกันอยู่เป็นกลุ่ม ไปตรวจดูความปลอดภัยของแต่ละห้องแล้วเลือกเอาแล้วกันว่าจะอยู่ห้องไหน แต่เวลากินข้าวหรือคุยกันก็มาห้องนี้”

            มาร์คที่เดินไปตรวจดูห้องนอนและห้องน้ำของห้องพักเพื่อสำรวจความปลอดภัยเดินกลับมารวมกับทุกคนแล้วเอ่ย

            “ฉันขออยู่ห้องถัดไป”

            ฮยอนจินจองก่อนแม้จะไม่เห็นสภาพห้อง มันคงไม่หนีกันเท่าไร เธอไม่อยากไปอยู่ห้องสุดท้าย

            “พี่ฮยอนจินอยู่ห้องห้านะ อยู่แค่บ้านพี่สี่คนใช่ไหม”

            “ยองแจกับยองจีด้วย”

            “ไม่ดีกว่าครับแม่ มันจะแออัดเกินไป ผมขออยู่ห้องถัดจากแม่ไปแล้วกันครับ” ยองแจไม่เห็นด้วยที่อยู่ห้องเดียวกันตั้งหกคน

            “ตามใจ” ฮยอนจินก็ไม่ว่าอะไร ยอมตามที่ยองแจสะดวก

            “เราเลือกห้องกันแล้วนี่ ไม่คิดบ้างเหรอว่าชั้นนี้อาจจะมีคนรอดชีวิตหลบซ่อนอยู่”

            แบมแบมพูดพลางเก็บของภายในห้องให้พอมีพื้นที่ใช้สอยบ้าง

            “งั้นฉันไปดูให้เอง ยังไงก็ต้องหาห้องเอาไว้นอนอยู่แล้วด้วย” จินยองอาสาไปจัดการให้

            “ขอบใจนะ”

            “แล้วผมจะไปนอนห้องไหนล่ะเนี่ย” แจบอมยืนเคว้ง มองทุกคนที่แออัดในห้อง

            “คุณก็ไปนอนห้องฉันไงคะ เรารวมกลุ่มกันอยู่แล้วนี่” ไอรีนชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

            “แล้วคุณล่ะนอนห้องไหน อย่าบอกนะว่าจะนอนห้องเดียวกับยองแจ”

            ซองจินมองหน้าแจ็คสันที่เขาถือว่าเป็นคนนอกและเป็นเศษเกิน         

            “ใช่น่ะสิ ตอนหนีมาด้วยกันฉันก็อยู่กับสองพี่น้องตลอด”

            “ที่ผ่านมาจะอยู่กันยังไงผมไม่รู้หรอก แต่ต่อจากนี้ผมว่าคงต้องมีการเปลี่ยนแปลงอะไรหน่อยอาไอรีนอยู่กับยองแจแทนได้ไหมครับ แล้วให้คุณคนนี้อยู่กับอาชางอุคและน้าแจบอม”

            ซองจินหันไปพูดกับอาสาวตรงๆ แต่น้ำเสียงเหมือนไม่เปิดโอกาสให้อาปฏิเสธเลย

            “อะไรกันล่ะ อาก็อยากอยู่กับสามีนะ”

            “งั้นหาอีกห้องแล้วคุณแจ็คสันกับน้าแจบอมก็ไปอยู่ด้วยกัน ผมว่าไม่น่าจะมีปัญหา ยังไงตอนนี้ตึกนี้ก็เป็นของพวกเราชั่วคราวแล้ว ชั้นนี้มีตั้งหลายห้อง ไม่เห็นจำเป็นต้องมานอนเบียดกันหรอกมั้งครับ”

            “ถ้าแยกแบบนั้น พี่ยองแจกับยองจีก็อยู่แค่สองคน หนูขอไปอยู่ด้วยนะคะ” ดาฮยอนได้ทีสบโอกาสก็เสนอตัวเองทันที ซองจินพยักหน้าอนุญาต

            มีดาฮยอนไปนอนด้วยก็ยังดีกว่ามีผู้ชายคนอื่นไปนอนด้วยล่ะนะ

            “ห้องเราก็น่าจะแออัดนะ มีตั้งห้าคน งั้นหนูเสียสละไปนอนห้องอื่นเอง”

            เยรินเดินไปกอดแขนดาฮยอนทันที บอกให้รู้ว่าห้องอื่นที่เธออยากไปนอนด้วยคือห้องใคร

            “หวังมากไป แกกับไอ้วีต้องไปนอนในรถบ้าน จะได้เฝ้ารถด้วย”

            “ก็ให้คนอื่นไปสิพี่” แม้เป็นคำสั่งของพี่จินยองแต่ครั้งนี้เยรินไม่อยากทำตามเลย

            “แกกับไอ้วีนั่นแหละต้องไป”

            “รถก็ไม่มีน้ำมันแล้วไม่เห็นต้องกังวลเลยอ่ะ” เยรินไม่อยากไปนี่

            “ถ้าคุณไม่ว่าอะไร ผมไปให้เอง” แจ็คสันอยากไปอยู่เงียบๆ คนเดียวมากกว่า

            “พี่อยากไปจริงเหรอ” วีไม่อยากลงไปนอนเตียงในรถบ้าน อยากนอนที่นอนหนาๆ นุ่มๆ มากกว่า ถึงจะเป็นที่นอนชาวบ้านเขาก็เถอะ

            “อื้อ เดี๋ยวไปเฝ้าให้ ไปอยู่ทุกคืนจนกว่าเราจะเดินทางกันต่อเลยก็ยังได้”

            “พี่แม่งเป็นเทวดามาโปรดมาเลยว่ะ” วีจับมือแจ็คสันเขย่าแรงๆ ทำท่าทางซาบซึ้งซะจนน่าหมั่นไส้

            “ไม่เป็นไร..คุณสนใจไปอยู่คุยเป็นเพื่อนกันไหมล่ะ” แจ็คสันหันไปถามแจบอมที่ตอนนี้สนิทกันดีแล้ว แจบอมก็พยักหน้าตกลง

            “ตกลงกันได้แล้วใช่ไหมฉันจะได้ไปพักสักที ง่วงนอนจะแย่”

            ฮยอนจินถือกระเป๋าเดินนำลูกชายออกไปห้องข้างๆ ก่อน ทุกคนเลยเริ่มแยกย้ายกันบ้าง

            พอทุกคนไปหาห้องอยู่ชั่วคราวกันแล้ว ภายในห้องแรกก็เหลือเพียงมาร์ค แบมแบม และยูคยอม

            “ยูคยอมมานั่งนี่” แบมแบมเรียกเด็กหนุ่มให้มานั่งที่เก้าอี้ตรงโต๊ะกินข้าว

            “จริงๆ ด้วย หัวกระดูกต้นแขนหลุดออกจากเบ้า”

            “โอ๊ย!” ใบหน้าหล่อเหลาเหยเกเมื่อแบมแบมจับที่ไหล่

            แบมแบมจับคลำหัวกระดูกต้นแขนที่หลุดออกจากเบ้าของกระดูกลำตัวที่ยึดมันไว้ตรงข้อไหล่

            “ปวดมากเลยใช่ไหม”

            “ครับ” ยูคยอมน้ำตาเอ่อ จะร้องไห้อยู่แล้ว

            “ไม่แปลกหรอก คนที่ไหล่หลุดจะเจ็บปวดรุนแรงมาก เพราะหัวกระดูกมันหลุดออกจากที่เลยทำให้เยื่อหุ้มข้อต่อถูกยืดและฉีกขาดน่ะ แล้วหัวกระดูกต้นแขนก็ไปกินพื้นที่ของเนื้อเยื่อต่างๆ ที่อยู่รอบให้ถูกถ่างยืดออกกว่าภาวะปกติ พวกเส้นเลือดและเส้นประสาท ที่อยู่บริเวณนั้นก็จะพลอยได้รับบาดเจ็บไปด้วย

            “แล้วไปเจ็บขนาดนั้นมาตั้งแต่เมื่อไร”

            มาร์คเดินมานั่งเก้าอี้อีกตัว เขาไม่สังเกตหรือยูคยอมอดทนไม่บอกก็ไม่รู้ เลยไม่รู้เลยว่ายูคยอมบาดเจ็บ

            “ตอนสู้กับพวกกัดหลังออกจากสนามเด็กเล่นน่ะครับ”

            “ทำไมเพิ่งมาบอกตอนนี้เนี่ย!

            ทั้งแบมแบมและยูคยอมสะดุ้งเมื่อมาร์คเสียงดังใส่ ยูคยอมหน้าเสีย

            “ขอโทษครับ

            “บาดเจ็บแล้วทำไมไม่รีบบอกให้ทุกคนรู้”

            เด็กหนุ่มหลบสายตาดุๆ ของมาร์คแล้วตอบเสียงเบา

            “ผม..ไม่อยากรบกวนทุกคนน่ะครับ”

            “เลยทนจนกว่าจะทนไม่ไหวใช่ไหม”

            “

            “พอแล้วน่าคุณ ไม่เห็นต้องดุกันเลย”

            “ไม่ได้หรอก จะเกรงใจอะไรก็ควรให้มันมีขอบเขตหน่อยสิ” ยิ่งโดนดุยูคยอมก็ยิ่งหน้าเจื่อน มาร์คถอนหายใจอย่างระอา

            แม้ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กัน เพราะเขาเข้าหายากกว่าแบมแบม แต่มาร์คก็คอยดูยูคยอมอยู่ตลอด ระหว่างการเดินทางยูคยอมช่วยกลุ่มได้มากทีเดียว

            “ถ้ายังมีความเกรงใจแสดงว่ายังรู้สึกไม่สนิทใจใช่ไหม”

            “ไม่ใช่นะครับ” ยูคยอมเงยหน้าขึ้นทันควันรีบตอบปฏิเสธ แล้วจึงพบสายตาดุที่จ้องมา

            “นี่ ถึงเราจะไม่ค่อยได้คุยกันแต่ฉันก็ยอมรับในตัวนาย การเกรงใจกันก็เป็นสิ่งดี แต่มันต้องคิดด้วยว่าเรื่องไหนควรบอกหรือไม่ควรบอก การเก็บเรื่องสำคัญไว้แบบนี้มันทำให้คนในครอบครัวเป็นห่วงไม่ใช่เหรอ ถ้าคิดถึงความรู้สึกกันจริงๆ มีอะไรเราก็ควรบอกกัน”

            “

            “เข้าใจไหม”

            “ครับ”

            “ดี..ผมไปดาดฟ้าก่อนนะ เดี๋ยวมา”

            มาร์คยกมือลูบหัวยูคยอมแล้วขยี้ผมไปสองสามทีก่อนจะออกจากห้องไป ทั้งแบมแบมและยูคยอมมองตาม

            “มาร์คอาจจะดูนิ่งจนดุแต่เขาห่วงคนในบ้านมากนะ ที่เขาดุก็แสดงว่าเขาห่วงมาก”

            แบมแบมเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้ม ยูคยอมก้มหน้านิ่ง พยักหน้าเงียบๆ

            “ไม่น่าทิ้งไว้นานขนาดนี้เลยนะ ไม้งั้นพี่คงจัดหัวกระดูกให้กลับคืนเข้าที่ได้เร็วกว่านี้”

            “ผมไม่รู้น่ะครับ กลัวว่ากระดูกอาจจะหักเลยไม่บอก เพราะถึงบอกก่อนหน้านี้พี่ก็คงจะรักษาให้ไม่สะดวก”

            อยู่บนท้องถนนกับพวกกัดจะไปรักษายังไงสะดวก และถ้าเป็นอะไรมากก็ยังรักษาในทันทีไม่ได้อยู่ดี

            “เป็นหมอหรือไงล่ะเรา ถ้าเจ็บก็ต้องบอก พี่จะดูเองว่ารักษาให้เลยได้หรือเปล่า”

            “โอ๊ย!” ยูคยอมร้องเสียงหลงเมื่อโดนพี่หมอจัดท่าและพลิกให้หัวกระดูกเข้าคืนที่ ไม่บอกให้ตั้งตัวก่อนเลย

            “เป็นไงดีขึ้นไหม”

            “ดีขึ้นมากเลยครับ” ยูคยอมแตะๆ ที่ไหล่ พอเข้าที่แล้ว ก็รู้สึกได้เลยว่าความปวดลดลงอย่างรวดเร็ว

            “ดีแล้วล่ะ แต่มันจะมีปัญหาของเนื้อเยื่อบาดเจ็บอยู่นะ ลองหมุนไหล่เบาๆ ซิ ไม่ต้องกลัวเจ็บ”

            ยูคยอมลังเลกับคำสั่งแต่ก็ยอมขยับไหล่ ยังมีอาการเจ็บอยู่แต่ไม่ทำคงไม่ได้

            “หลังดัดแล้วต้องเคลื่อนไหวข้อต่อเบาๆ ทันทีน่ะ ไม่ให้ข้อต่อยึดติดในท่าที่ใช้งานไม่ได้”

            “มันร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอครับ”

            “อื้อ หลังบาดเจ็บร่างกายมันจะเกิดกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ฉีกขาดหรือถูกยืด ทำให้อยู่ในภาวะเสียสภาพการทำงานที่ปกติไป ถ้าไม่มีการดำรงความสามารถในการเคลื่อนไหวเอาไว้ให้ยังคงเคลื่อนไหวไปมาได้สุดมุม ความสามารถในการอ้าแขน กางแขน และหมุนก็จะค่อยๆ หายไป หรือที่เราเรียกกันว่าข้อติดนั่นแหละ”

            แบมแบมเดินไปค้นกระเป๋าเครื่องมือแพทย์หายาทาคลายกล้ามเนื้อสูตรเย็น เดินกลับมาหายูคยอมพร้อมยาในมือ ดึงคอเสื้ออีกฝ่ายลงต่ำเพื่อจะทายาแต่ไม่ถนัดเลยจับแขนออกจากเสื้อแล้วทายาให้

            “ที่จริงมันต้องประคบเย็นเพราะจะช่วยเร่งการสมานตัวของเนื้อเยื่อและลดปวดได้ แต่เสียดายเราไม่มีน้ำแข็ง โชคดีที่เราได้พักกันแล้ว ก่อนจะออกเดินก็กายภาพไปเรื่อยๆ เบาๆ เราอยู่ที่นี่กันสองสามวัน อาการที่ไหล่ก็น่าจะดีขึ้นนิดหน่อยแล้ว”

            “ครับ”

 

 

 

 

 

            “ไม่ลงไปหรือไง”

            ไรอันที่ตรวจดูแท็งค์น้ำขนาดใหญ่เรียบร้อยแล้วร้องถามหลานทั้งสองที่นั่งเล่นกันอยู่ตรงขอบที่กั้นดาดฟ้า

            “ยังไม่ลงไปหรอกค่ะ ตรงนี้เย็นดี พวกหนูจะอยู่ตรงนี้กันอีกแป๊บนึง”

            “งั้นลุงไปก่อนนะ”

            “ครับ”

            ไรอันมองสองพี่น้องอีกครั้งก่อนจะเดินไปทางประตูดาดฟ้า แต่ไม่ทันเปิดก็มีคนจากอีกฝั่งเปิดประตูออกซะก่อน

            สองพี่น้องมองหน้ากันต่างชะงัก ก่อนมาร์คจะเอ่ยขึ้นก่อน

            “ในแท็งค์มีน้ำหรือเปล่า”

            “เหลือเยอะ คงอยู่ที่นี่ได้อีกหลายวัน”

            ไรอันเบี่ยงตัวหลบแล้วลงบันไดไป มาร์คหันไปมองพี่ชายเล็กน้อยแล้วเข้ามาในบริเวณดาดฟ้า

            “มาทำอะไรกันอยู่ตรงนี้ เดี๋ยวก็พลัดตกลงไปหรอก”

            “ไม่หรอกครับ พ่อดูตึกข้างๆ สิ ข้างล่างก็มีผีดิบเยอะเลย”

            ออสตินชี้ให้พ่อดูอาคารที่อยู่ไกลๆ ยังมีคนรอดชีวิตอยู่ ด้านล่างหลังอพาร์ทเม้นต์ก็มีพวกกัดอยู่จริงๆ

            “นั่งดีๆ” แม้นอกตัวอาคารจะมีพื้นปูนยื่นออกไปเผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดผัน แต่มันก็ไม่กว้างมาก  ถ้าเผลอตกลงไปยังไงก็เสี่ยงอยู่ดี

            “ตอนนี้พวกลูกสนิทกับพี่ยูคยอมหรือยัง”

            มาร์คนั่งลงกับพื้นพิงที่กั้นดาดฟ้า ออสตินก้มมองพ่อที่นั่งลงใกล้ๆ

            “สนิทแล้วครับ พี่ยูคใจดีมากเลย”

            “งั้นเหรอ แล้วอเล็กซิสล่ะ”

            “หนูก็คิดว่าพี่เขาโอเคนะคะ พ่อถามทำไมเหรอ”

            “เขาไหล่หลุดแต่ไม่ยอมบอกเราน่ะสิ”

            “เอ๊ะ เป็นมากไหมคะ” อเล็กซิสเป็นห่วง เธอไม่สังเกตเลยว่าเขาบาดเจ็บ

            “ไม่รู้สิ แม่คงจัดการได้ แต่พ่อกังวลว่าเขายังไม่สนิทใจที่จะอยู่ร่วมกับพวกเราหรือเปล่า”

            “เขาเป็นคนขี้เกรงใจนะคะ” อเล็กซิสที่ยืนดูวิวย่อตัวลงนั่งขัดสมาธิข้างพ่อ

            “นั่นสิ”

            “คงต้องให้เวลาเขาอีกสักหน่อยค่ะ เพิ่งเสียครอบครัวไปไม่ถึงเดือน จะยอมรับใครมาเป็นพ่อแม่พี่น้องใหม่ได้ก็คงต้องใช้เวลา”

            “ลูกก็คอยดูแลเขาหน่อยแล้วกัน วัยรุ่นเหมือนกันคงคุยกันเข้าใจ”

            “จะพยายามค่ะ แต่หนูว่าเขากับหนูสนิทกันในระดับนึงแล้วนะ”

            “ดีแล้วล่ะ”

            จะหาว่ามาร์คสงสารเวทนายูคยอมแบบมีเจตนาแอบแฝงก็ได้ ในโลกที่ชีวิตแต่ละวินาทีไม่แน่นอน หากเขาหรือแบมแบมพลาดท่าพวกกัดไป ยูคยอมคงจะช่วยดูแลและอยู่เป็นเพื่อนออสตินกับอเล็กซิสต่อไปได้ อีกฝ่ายก็ไม่เหลือใคร เด็กๆ คงไม่ทิ้งกันไปไหนล่ะนะ ดูแล้วยูคยอมก็เป็นเด็กดีมากทีเดียว


TBC.



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 143 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,523 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:23
    พ่อเขาห่วงมากเลยนะ.... คยอมมมนายเด็กดีและขี้เกรงใจมากเลยนะ ทำอย่างพ่อแม่ก็เป็นห่วงสิ
    #2,461
    0
  2. #2333 Chiracc (@Chiracc) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 16:16
    สู้กันต่อไปค่ะ
    #2,333
    0
  3. #2272 jjphile (@110720) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 17:28
    คยอมลูกกกก หายเจ็บไวๆ นะคับ
    #2,272
    0
  4. #2199 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 20:42
    เห้ออออออ
    #2,199
    0
  5. #2148 ptuan93 (@MyMarkkk) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:11
    ตอนเเรกคิดว่ายูคโดนกัดใจนี่ไปหมดเเล้ว;-;
    #2,148
    0
  6. #2044 opoceleste (@opoceleste) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 00:58

    ตกใจยูคไปหมดแล้วจ้า ดีนะแค่ไหล่หลุด

    #2,044
    0
  7. #1965 FrontHyuk (@chocolatepie) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 19:16
    ตกใจ นึกว่ายูคโดนกัด ดีนะ แค่หัวไหล่หลุด เฮ้ออออ
    #1,965
    0
  8. #1694 Ratta Mum (@rattamum) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 00:01
    เปิดจองพาร์ท 2 รึยังคะ อยากอ่านแล้วครัา
    #1,694
    1
  9. #1693 dadarewicth (@inuyanan) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 01:18
    นึกว่ายูคโดนกัด ฮือออออ ดีนะแค่ไหล่หลุด ขวัญเอ้ยขวัญมา
    #1,693
    0
  10. #1692 b-bing fodo (@ghjnyjkj) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 22:11
    ขอบคุณที่ไรท์กลับมา เราเสียดายเล่มมาก อยากได้ฝุดๆ ตอนนนั้นเก็บตังไม่ทันจริงๆเพราะเพิ่งมากอ่าน ฮือๆ อ่านแล้วชอบ ติดมาก
    #1,692
    1
  11. #1691 Sz_Blue0113 (@Sz_Blue0113) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 19:21
    เห็นอัพตั้งแต่เมื่อวานนี่กรีดร้องแบบดีใจมากกกกกก คิดถึงเรื่องนี้มากกกก นี่รีบเคลียร์งานแล้วมานั่งอ่านทันทีเลย // สองแม่ลูกฮยอนจิน ซองจิน นี่เป็นอะไรมากมั้ย เคยชอบใครเค้าบ้าง หึ่ยย นี่แสดงออกชัดมากว่าไม่ชอบแจ็คสัน ทั้งที่เค้าช่วยชีวิตยองจี ยองแจมานะ // นี่รอเมื่อไหร่ ปมนยอง จะมีฉากเลิฟๆ กันบ้าง จิกๆ กัดๆ กันแบบนี้ก็กร้าวใจดี แต่อยากอ่านฉากน่ารักๆ ของคู่นี้จัม // แจ็คสันนี่เนียนได้ก็เนียนนะ เนียนจับมือแบมซะงั้น เห็นสามีเค้ามั้ย ?? 555555555555
    #1,691
    1
  12. #1690 MoMoRin (@momorin-k) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 18:19
    โอ๊ยยยย ตกใจหมดเลย นึกว่ายูคถูกกัดซะแล้วววว
    #1,690
    0
  13. #1689 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 18:15
    ตกใจคิดว่ายูคโดนกัดค่ะ ฮือ ปลอดภัยก็ดีแล้วลูกกกกกก
    #1,689
    0
  14. #1688 Only We Know Untill (@369963nq) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 17:36
    คิดถึงเหลือเกินนน เรื่องนี้บีบใจเร้าอารมณ์ได้ทุกตอนจริงๆ ตกใจมากนึกว่ายูคโดนกัดซะอีก ยูคต้องสนิทใจกับพวกแบมแบมนะ จะได้อยู่ด้วยกันตลอด นี่เริ่มไม่ไหวกับฮยอนจิน ซองจินแล้ว ยองแจมองเห็นด้านแท้ๆของซองจินซักที ไปอยู่กับแจ็คซ้าาา ดีใจที่ทั้งมาร์คและแบมแบมเปิดใจไว้ใจกันเต็มที่อ่ะ รักเรื่องนี้มากกก
    #1,688
    0
  15. #1687 yadara (@yadara) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 12:08
    ตกใจมากนึกว่ายูคยอมโดนกัดด5555 ฮืออออ
    มาร์คคิดตอนสุดท้ายนี่ใจไม่ดีเลยอะ อย่ามีใครเป็นอะไรอีกเลย
    #1,687
    1
  16. #1686 mai_maylody (@pannidana) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 12:06
    ยูคยอมเลิกคิดมากกกน้า ยังไงครอบครัวแบมทุกคนก็รับยูคยอมเข้ามาเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วว
    #1,686
    0
  17. #1685 EUNHWA_OK (@EUNHWA_OK) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 09:57
    น้ำตาไหล ความทรมานยังไม่สิ้นสุด ครึ่งทางแล้วหรือยังนะ ใจบางมากช่วงนี้กลัวเรื่องร้ายๆ ตอนแรกคิดว่ายูคจะโดนกัดสะแล้ว ดีต่อใจที่ปลอดภัย ขอให้ 19 คนนี้รอดด้วยเถอะ
    #1,685
    1
  18. #1684 SnookOO27 (@SnookOO27) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 09:39
    คิดถึงไรท์มากก คิดถึงพวกกัด เอ้ยยย ครอบครัวมาร์คด้วยย งื้ออออ หนทางยังอีกยาวไกล ขอให้พวกเขาปลอดภัยย
    #1,684
    0
  19. #1683 Dao5949 (@Dao5949) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 09:10
    เย้ๆๆ ไรท์มาแล้วววว
    #1,683
    0
  20. #1682 mintmecha (@mintmecha) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 07:05
    ในที่สุดไรท์ก็มา อิ้อิ้
    #1,682
    0
  21. #1681 oni (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 06:59
    ดีจังที่ยูคแค่ไหล่หลุด ชอบครอบครัวมาร์คที่ยอมรับยูคเป็นสมาชิกในบ้านอีกคนได้

    แจ็คสู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆนายเป็นคนดียองจียังเลือกนาย อีกไม่นานยองแจก็จะเลือกที่จะอยู่เคียงข้างนายเช่นกัน
    #1,681
    0
  22. #1680 Charlottelowell (@Charlottelowell) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 05:54
    กราบไรท์งามๆ ในที่สุดดดด!!!
    #1,680
    0
  23. #1679 Nutcha Chiew (@lemonteasoda) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 02:05
    ตอนแรกใจบางเลย นึกว่ายูคโดนกัด แงงงง
    #1,679
    0
  24. #1678 atina-na (@atina-na) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 01:52
    คิดถึงเรื่องนี้มากกกกกกก อ่านหลายเรื่อง บางเรื่องไม่อัพ พอเวลาผ่านไปนานๆก็หลงลืม แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวเลยค่ะ ที่จำได้ตั้งแต่ต้น รอไรท์มาอัพตลอดด คิดถึงตลอดดดด
    #1,678
    0
  25. #1677 Cake__Cake (@Cake__Cake) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 01:13
    ยูคยอมมมมม
    #1,677
    0