ปิดรีปริ้นท์(GOT7) Snow Drop Markbam,Bnior,Jackjae

ตอนที่ 21 : Chapter 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,310
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 129 ครั้ง
    7 พ.ย. 60

 





            “ไอรีน มาอยู่นี่เอง พี่ก็ห่วงว่าเราหายไปไหน”

            มาร์คเดินตามหาน้องเมื่อตื่นเช้ามาแล้วไม่เจอเธอนอนอยู่ด้วยกัน ไอรีนนั่งกอดเข่าอยู่หน้าหลุมศพของพ่อแม่ น้ำตาไหลไร้เสียงสะอื้น

            “ฉันนอนไม่หลับเลย”

            “พี่เข้าใจ” มาร์คเดินมาทรุดลงนั่งขัดสมาธิกับน้องสาว

            สายตาไอรีนเหม่อมองเนินดินที่มีดอกไม้วางประดับ

            ทั้งสองพี่น้องนั่งกันเงียบๆ โดยไม่พูดอะไรกันอีก และจมอยู่ในห้วงความคิดของตนโดยไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินมาหยุดมองทั้งคู่

            ไรอันยืนมองน้องชายและน้องสาวอยู่ห่างๆ โดยไม่ส่งเสียงเรียก

            ผ่านไปสักพักไอรีนก็เอนตัวซบไหล่มาร์ค เธอร้องไห้จนเหนื่อยและหลับไปทั้งน้ำตา

            “มาอยู่ที่นี่กันเองหรือครับ พี่ฮยอนจินให้มาตามไปกินข้าว”

            มาร์คหันมองหาต้นเสียงของน้องเขย แต่สายตากลับได้เจอพี่ชายเข้าเสียก่อน มาร์คเบนสายตากลับมาแล้วเอ่ยกับน้องเขย

            “ไอรีนหลับไปแล้วล่ะ”

            ชางอุคถอนหายใจ มองภรรยาอย่างสงสารแล้วเดินมาย่อกายนั่งลงใกล้ๆ

            “เมื่อคืนก็นอนพลิกไปพลิกมา ร้องไห้ตลอดเลยครับ” ชางอุคประคองภรรยามาจากไหล่ของพี่ชายแล้วช้อนร่างเธอขึ้นอุ้ม

            “กลับไปหาทุกคนกันเถอะครับ”

 

 

 

 

 

            “แม่คะ พ่อออกไปเดินเล่นคนเดียวนานแล้ว หนูขอไปตามหน่อยนะ”

            อเล็กซิสเอ่ยขึ้นขณะช่วยแม่แยกเสื้อผ้าที่จะซักวันนี้ แบมแบมเงยหน้ามองดวงอาทิตย์ที่เกือบจะตรงศีรษะในไม่ช้า

            “ไม่ต้องหรอก แม่ไปตามเองดีกว่า”

            หลังจากมื้อเช้า มาร์คก็ขอตัวจากทุกคนเดินไปไหนก็ไม่รู้ แต่เพราะคิดว่ามาร์คคงไม่ออกไปนอกบริเวณไร่เลยไม่มีใครว่าอะไร

            นี่ก็เกือบสองชั่วโมงแล้วมาร์คยังไม่กลับมาเลย

            “ฉันล่ะเบื่อจริงๆ ถึงจะมีผีดิบแต่ถ้าน้ำไฟยังใช้ได้ก็คงดี”

            ฮยอนจินบ่นอย่างไม่สบอารมณ์นักเพราะต้องซักผ้าด้วยน้ำในบ่อที่อยู่ในไร่ ถ้าเป็นชีวิตปกติงานบ้านทุกอย่างของครอบครัวก็มีแม่บ้านจัดการให้หมด

            “ถ้าอยากมีน้ำไฟใช้ก็ไปยึดการไฟฟ้ากับการประปาจากพวกผีดิบซะสิป้า”

            ฮันบินกระโดดเหยียบเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยฟอง ฮยอนจินชี้หน้าด่า

            “เงียบไปเลย ฉันไม่ได้พูดกับแก”

            “ป้าไม่ยอมเอ่ยชื่อนี่ว่าพูดกับใคร ก็นึกว่าไม่เจาะจง”

            “ถึงไม่เจาะจงก็ไม่ได้หมายความถึงแกย่ะ”

            ฮันบินทำปากมุบมิบล้อเลียนฮยอนจินทำให้คนรอบข้างอดขำไม่ได้

            “ไอ้เด็กกวนประสาท!

            แบมแบมส่ายหน้าระอา ฝากให้อเล็กซิสจัดการงานต่อแล้วเดินไปตามหาสามีที่หายตัวไปพักใหญ่แล้ว

 

 

 

 

 

 

            แม้ไร่ของคุณพ่อจะกว้างขวางแต่แบมแบมก็พอรู้ว่าสามีน่าจะไปไหน มันเป็นที่นั่งเล่นประจำของสามีมาตั้งแต่เด็ก มาร์คเคยบอกแบมแบมไว้อย่างนั้น

            เป็นอย่างที่แบมแบมคิด มาร์คนั่งอยู่ริมธารน้ำเล็กๆ ที่มีต้นไม้สูงใหญ่เต็มไปหมด มันดูร่มรื่นแต่ก็เดินยากไม่น้อย

            “คุณไม่คิดว่าจะมีพวกกัดเดินมาแถวนี้บ้างเหรอ”

            แบมแบมเดินไปหยุดอยู่ข้างๆ แล้วย่อกายลงนั่งยอง มองใบไม้สีน้ำตาลที่ลอยไปตามสายน้ำใส

            “คุณมาทำไม”

            “คุณหายมาสองชั่วโมงแล้วนะ ลูกเป็นห่วง” แบมแบมหยิบกิ่งไม้เล็กๆ มาเขี่ยพื้นเล่นแล้วก็โยนข้ามธารน้ำไป

            “เดี๋ยวผมก็กลับ คุณกลับไปก่อนเถอะ”

            “ฉันเพิ่งมาคุณก็จะไล่แล้วเหรอ”

            “ผมอยากอยู่ตามลำพัง”

            “ฉันจะอยู่เงียบๆ”

            มาร์คอ่อนใจในความดื้อของภรรยา หันมาสนใจแบมแบม

            “ไม่ต้องห่วงหรอก ผมโอเค”

            แม้มาร์คจะพูดเองแต่แบมแบมไม่เชื่อหรอก ใครจะไปโอเคได้ทั้งที่เสียพ่อแม่ไปไล่ๆ กันในเวลาไม่ถึงเดือน อีกทั้งยังไม่ได้สั่งลาพ่อ นั่นคงเป็นเรื่องที่ทำให้มาร์คเสียใจมาก

            สิ่งที่ทำให้แบมแบมห่วงสามีมากก็คือ มาร์คไม่ร้องไห้เลย ต่างจากพี่ชายและน้องสาวที่ยังได้ระบายความโศกเศร้าผ่านทางน้ำตา

            “ร้องไห้บ้างก็ได้นะ มันจะทำให้คุณดีขึ้น”

            แบมแบมรู้ว่าจากนี้มาร์คต้องเข้มแข็งเพื่อทุกคน แต่แค่วันนี้อ่อนแอบ้างก็ได้

            มาร์คถอนใจ หลับตาลง จี้เย็นๆ แตะโดนผิว..จี้แมลงปอ

            สร้อยเส้นนี้ที่แม่ให้เขาเพื่อเตือนว่าแม่อยู่กับเขาเสมอ และมันคือสิ่งที่พ่อเคยให้แม่มาก่อน

            แมลงปอคือ สัญลักษณ์ของความแข็งแกร่ง ความกล้าหาญ โชคดี และความรัก แม่เคยบอกไว้..

            แม่คงหวังว่าเขาจะเข้มแข็งและเผชิญหน้ากับทุกๆ อย่างได้ล่ะมั้ง

            ถ้าเป็นอย่างนั้นแม่คงคาดหวังในตัวเขามากเกินไป

            “พยายามแล้วแต่ทำไม่ได้เลย”

            “คุณจะเก็บทุกอย่างไว้ในใจไม่ได้หรอกนะ ตรงนี้มีแค่ฉันกับคุณ ถ้าจะระบายมันออกมาบ้างก็ไม่เห็นเป็นไรเลย”

            “มาร์ค” แบมแบมเรียกสามีเสียงเบา เหมือนไม่แน่ใจว่าเขาหลับหรือครุ่นคิดอะไรอยู่กันแน่ถึงไม่ตอบเขาเลย

            “อืม”

            แบมแบมถอนหายใจ น้ำเสียงมาร์คฟังดูเครียดๆ นะ

            “คุณคิดอะไรอยู่ ลองพูดมาสิ นอกจากเรื่องของพ่อแม่คุณคิดอะไรอยู่บ้าง”

            มาร์คนิ่งไปนิดก่อนจะลืมตาขึ้นแล้วเอ่ยเสียงเบา

            “ผมกังวลว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นยังไงน่ะ”

            แบมแบมนั่งเงียบอยู่ครู่หนึ่งแล้วยื่นมือแตะหลังกว้างเบาๆ อย่างอ่อนโยน

            “มันยังมาไม่ถึงสักหน่อยนี่”

            “จะไม่ให้ผมเครียดได้ยังไง ผมรับปากพ่อแม่ไว้แล้วว่าจะดูแลทุกคน ถ้าผมทำไม่ได้จะทำยังไง เราต้องเผชิญหน้ากับโรคเดทลิซีอีกนานแค่ไหนไม่รู้ ทุกคนจะทำยังไงต่อไป”

            มาร์คเสียพ่อแม่ไปเพราะโรคเดทลิซี ถ้าเขาต้องเสียใครในครอบครัวไปอีกเพราะสาเหตุนี้มาร์คไม่แน่ใจว่าเขาจะรับไหว

            “ตอนนี้คุณก็ทำได้ดีแล้วนี่นา”

            “ไม่หรอก..

            “คุณควรจะปล่อยวางบ้างนะ..”   แบมแบมลุกขึ้นยืน ก้าวมาหยุดตรงหน้าสามีแล้วย่อกายลงนั่งคุกเข่า

            “ตอนนี้ทุกคนยังปลอดภัยอยู่ไม่ใช่เหรอ”

            “ใช่ แต่ผมกลัวว่าจะปกป้องทุกคนให้ปลอดภัยไปตลอดไม่ได้”

            “คุณไม่จำเป็นต้องปกป้องทุกคนก็ได้ พวกเขาดูแลตัวเองได้เหมือนกัน”

            “ผมพยายามคิดแบบนั้นแต่ทำไม่ได้สักที” มาร์คโอบเอวแบมแบมไว้ ซบหน้ากับไหล่บาง ถอนหายใจอย่างอึดอัดกับความกังวลที่อัดแน่นในอก

            “อย่ามองโลกในแง่ร้ายขนาดนั้นเลย ยิ่งทุกอย่างเลวร้ายเราต้องยิ่งมองโลกในแง่ดีให้มากขึ้นนะ”

            แบมแบมผละออกมาเล็กน้อย สองมือประคองใบหน้าหล่อเหลาไว้ก่อนจูบที่ริมฝีปากสามีเบาๆ

            มาร์คมองรอยยิ้มของแบมแบมแล้วอดอ่อนใจอีกคราไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นมาร์คก็ขอบคุณพระเจ้าที่เขายังมีแบมแบมอยู่ด้วยกัน

            “คุณไม่จำเป็นต้องแบกทุกอย่างไว้คนเดียวนะ เราช่วยกันก็ได้ คุณยังมีฉันอยู่นี่”

            แบมแบมค่อยๆ ดันตัวสามีลงไปบนพื้น มาร์คแปลกใจในสิ่งที่ภรรยากำลังทำ

            “พื้นสกปรกนะ” มาร์คลองบอกดูเผื่อไม่ใช่อย่างที่คิด

            “ก็ไม่แย่เท่าไรหรอกน่า”

            อ่ามาร์คไม่ได้คิดไปเองสินะ นานแค่ไหนแล้วนะที่เราไม่ได้กอดกัน

            มาร์คดึงแบมแบมเข้ามาใกล้ๆ ร่างบางขยับมานั่งคร่อมมาร์ค วางมือลงบนอกกว้าง ก้มลงจูบสามีอีกครั้งก่อนจะกระซิบ

            “ฉันรู้ว่าตอนนี้คุณต้องการฉัน..ต้องการมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา”

            แบมแบมอยากจะให้กำลังใจมาร์คในแบบของตัวเอง

 

 

 

 

 

            “พ่อกับแม่หายไปไหนกันมาทั้งบ่ายคะ หนูเป็นห่วงนะ!” อเล็กซิสผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้พับตัวเล็ก ถลาเข้าไปหาแม่ทันทีที่แม่เดินเข้ามาในจุดที่ใช้รวมตัว

            “ขอโทษนะที่หายไปนานเลย” แบมแบมยิ้มเจื่อน หันมองหาตัวช่วยแต่สามีแค่อมยิ้มแล้วทำไม่รู้ไม่ชี้

            หนอย! ไม่ช่วยกันเลยนะมาร์ค

            “ตัวเองบอกว่าจะไปตามพ่อแท้ๆ แต่หายไปด้วยกันอย่างนี้ได้ยังไงกัน”

            อเล็กซิสกอดอก หน้าสวยบึ้งตึง แบมแบมจิ้มนิ้วตรงหว่างคิ้วยุ่งๆ ของลูกสาว

            “บ่นอยู่ได้ แม่ก็กลับมาแล้วไงคะ”

            “ทีหลังถ้าพ่อหรือแม่หายไปนะหนูจะไปตามเอง ไม่ปล่อยให้ไปตามกันเองแล้ว”

            “ขี้บ่นจริงๆ เลย” แบมแบมยืดแก้มลูกอย่างหมั่นเขี้ยว อเล็กซิสสะบัดหน้าหนี งอน แต่แม่กลับหัวเราะแล้วโอบไหล่ลูกสาวเดินไปนั่งด้วยกัน

            จินยองเข้าแทรกแซงแซวแบมแบมไม่ได้ก็ปราดไปหามาร์ค ยกแขนพาดไหล่ กอดคอเขาเหมือนสนิทสนมมานาน

            มาร์คเบี่ยงตัวออกมองหน้าเป็นเชิงถาม

            “หิวข้าวป้ะ”

            “ไม่นี่”

            “กินกันมาอิ่มแล้วสิ”

            มาร์คมองรอยยิ้มมีเลศนัยของจินยองแล้วรู้ทันความคิดของอีกฝ่าย

            “รู้ดี” มือสวยยันหน้าผากจินยองจนหน้าหงาย จินยองแกล้งเซถอย

            “ชัวร์เลย เล่าหน่อย” กลางวันแสกๆ ก็ยังทำกันได้นะ

            “จะบ้าเหรอ คุณว่างมากนักก็ไปนั่งสมาธิทำจิตใจให้สงบซะไป หรือก็ไปหาผัวใหม่จะได้มีอะไรทำให้ไม่ว่าง”

            มาร์คจิกกันจนเลือดซิบ แต่จินยองกลับขำ เกาะไหล่ทำตาหวานใส่

            “หาผัวใหม่จะไปหาที่ไหน สงเคราะห์ร่างกายนายหน่อยสิ ได้มะ”

            มาร์คกลอกตาอย่างเอือมระอา เดินไปหาที่นั่งสงบๆ แต่ยังมีจินยองเกาะตามติดไม่ห่างคอยกวนประสาท

 

 

 

 

            “ถอยไปนะเจ้าผีร้าย”

            “แฮ่”

            ตุ๊กตาไม้ที่แจบอมทำกลายเป็นของเล่นยามว่างแก้เหงาของออสตินและยองจีไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยความที่ยังเด็กทำให้ทั้งสองคนเข้ากันได้ดี คุยกันรู้เรื่อง

            ความน่ารักของพวกแกช่วยเยียวยาจิตใจของผู้ใหญ่ได้ดีทีเดียว

            พอเล่นเกี่ยวกับผีดิบไปสักพักก็เบื่อ ทั้งสองเอาตุ๊กตาไม้หลายตัวมาเรียงต่อกันเป็นโดมิโน

            “พี่ออสตินคะ”

            “อะไรเหรอครับ” ออสตินเอ็นดูยัยหนูยองจีมากทีเดียว จากที่เคยเป็นน้องเล็กของกลุ่มก็กลายเป็นพี่ออสตินไปแล้ว

            “พ่อแม่หนูกับพี่ยองวอนก็อยู่บนฟ้าล่ะ คุณปู่กับคุณย่าก็อยู่บนฟ้า พวกเขาจะได้เจอกันใช่ไหม”

            ออสตินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มให้ยองจี

            “นั่นสิ..อาจจะได้เจอกันก็ได้นะ”

            “ดีจัง ถ้าได้เจอกันก็คงไม่เหงาแล้วเนอะ”

            “อื้ม!” ออสตินเองก็เสียใจมากที่ปู่และย่าตายแล้ว แต่ยองจีก็เสียครอบครัวไปเหมือนกัน น้องยังยิ้มได้เลย เขาก็ต้องยิ้มได้เหมือนกัน

            “เอาไหม” ออสตินล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วยื่นช็อกโกแลตให้เธอ ยองจียิ้มกว้าง ดีใจที่ได้กินของหวาน

            “ขอบคุณค่ะพี่ออสติน” ยองจีแกะกระดาษห่อช็อกโกแลตอย่างระมัดระวัง พอกัดเข้าปากไปคำหนึ่งก็ยิ้มอย่างมีความสุขกับรสชาติแสนอร่อย

            “ไม่เป็นไร”

            การได้แบ่งปันแม้จะน้อยนิดแต่ก็ทำให้ออสตินมีความสุขมาก ถ้าเขามีขนมเยอะกว่านี้เขาจะยกให้เธอหมดเลย

 

 

 

 

 

            “เฮ้อ

            เสียงถอนหายใจรอบที่เท่าไรก็ไม่รู้ของแจ็คสันทำให้คนที่นั่งอยู่ข้างกันต้องมองอย่างตำหนิ

            “ผมรู้นะว่ามันน่าเบื่อ แต่คุณช่วยเบื่อแบบเงียบๆ ได้ไหม”

            แจ็คสันหันไปมองนักเขียนหนุ่มที่ในมือถือสมุดโน้ตเล่มเล็กและดินสออยู่

            “คุณนี่ดีนะ มีอะไรทำแก้เบื่อด้วย”

            “ถ้าสักวันโลกเรากลับเป็นปกติ ผมจะเขียนหนังสือเกี่ยวกับโรคระบาดขายให้เป็นหนังสือขายดีติดอันดับเลย”

            “มีความหวังเต็มเปี่ยมดีนะ” แจ็คสันพิงหลังกับต้นไม้ เหยียดขายาว กอดอก มองตรงไปยังคู่รักคู่หนึ่งที่นั่งฝั่งตรงข้ามในระดับสายตาพอดี

            “มีอะไรกับยองแจงั้นหรือ” แจบอมถามอย่างสนใจเมื่อแจ็คสันมองไปทางยองแจอยู่ตลอด

            “เปล่านี่”

            “แต่คุณมองเขาอยู่”

            “แค่คิดว่าเด็กอ้วนนี่เป็นคนยังไงกันแน่ พอตัวติดกับแฟนแล้วดูน่ารักกว่าตอนอยู่ด้วยกันตั้งเยอะ คุณรู้ไหมว่ายองแจน่ะแสบแค่ไหน”

            “จะไปรู้หรือ ผมไม่เคยอยู่กับเขาตามลำพังนี่”

            “คุณอยู่กับครอบครัวนี้มาสักระยะแล้วใช่ไหม”

            “อื้อ” แจบอมรับคำพลางก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรบางอย่างลงสมุดต่อ สมุดและดินสอนี่ได้มาจากตอนไปเอาเสบียงที่ห้าง

            “ซองจินเป็นคนยังไงเหรอ” แจ็คสันอยากรู้ข้อมูลว่าทำไมยองจีถึงไม่ชอบเขานัก

            “ผมเป็นคนนอกและไม่ค่อยได้คุยกับเขาด้วย ผมบอกไม่ได้หรอก”

            แจบอมไม่อยากตัดสินใครจากที่เห็นเพียงไม่นาน แจ็คสันไหวไหล่น้อยๆ ไม่บอกก็ไม่รู้ก็ได้

            “นี่ เล่าเรื่องของคุณให้ฟังหน่อยสิ” แจบอมเอาดินสอเหน็บเสียบไว้กับใบหู เอนหลังพิงต้นไม้เช่นกัน

            “ทำไมล่ะ”

            “ผมอยากรู้เรื่องของทหารหน่อย มีโอกาสไม่มากนักหรอกนะที่จะได้พูดคุยเชิงลึกกับทหารยศสูง”

            “แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าผมอยากจะบอกเรื่องสำคัญของคุณ”

            “คุณว่างอยู่ไม่ใช่เหรอ”

            “เล่าก็ได้”

            แจบอมงุนงงเล็กน้อย พูดเหมือนจะไม่ยอมนะ แต่สุดท้ายก็ยอมแฮะ

            “ผมเป็นพันตรี มีโอกาสสร้างผลงานใหญ่ๆ นายก็รัก เลยเลื่อนขั้นเร็ว แต่พอเกิดโรคระบาดผมทนระบบบางอย่างไม่ไหวเลยมาทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมหน่วยลาดตระเวน”

            “หน่วยลาดตระเวนในภาวะวิกฤติแบบนี้นี่ทำอะไรบ้างเหรอ”

            “แล้วแต่ภารกิจ”

            “ภารกิจของคุณคืออะไรล่ะ”

            “ตามหาผู้ถูกกัดที่ยังรอดชีวิต”

            “ห๊ะ?” แจบอมคิดว่าตนเองหูฝาดแต่แจ็คสันกลับหัวเราะหน้าเหวอๆ ของแจบอม

            “เราต้องการหาผู้ติดเชื้อที่ยังไม่กลายสภาพไปให้นักวิทย์ตรวจเลือดน่ะ เพราะยารักษามันไม่คืบหน้าเท่าไรนัก”

            “ถ้าอย่างนั้นที่ทหารตามหาตัวแบมแบมเพื่อให้เขาช่วยวิจัยยาก็จริงน่ะสิ”

            “อืม ถ้ารู้ว่าเขาเป็นคนสำคัญขนาดนั้นผมคงลักพาตัวเขาไปตั้งแต่ไปกวาดล้างที่โรงพยาบาล S แล้วล่ะ”

            แจ็คสันหัวเราะเบาๆ แจบอมสนใจในสิ่งที่เขาพูดออกมามาก

            “คุณเคยเจอแบมแบมมาก่อนเหรอ”

            “เคยสิ เขาเก่งอยู่นา เตะผมจุกได้ล่ะคิดดู”

            “จริงน่ะ?”

            แจบอมคิดว่าแบมแบมเก่งนะ แต่ไม่คิดว่าเขาจะเตะผู้ชายตัวใหญ่กว่าตนเองจนจุกได้ ดูจากรูปร่างยังไงแบมแบมก็ไม่น่าสู้แจ็คสันได้เลย

            “จริง ผมชอบเขาตั้งแต่แรกพบแน่ะ แต่เขาบอกว่ามีลูกและสามีแล้ว เอาเรื่องผมไปแต่งนิยายขายเป็นบทละครก็ได้นะ ยินดีให้ยืมอิมเมจเป็นพระเอก”

            “อะไรทำให้คุณมั่นใจได้ขนาดนี้นะ”

            แจบอมบ่นพึมแต่กลับทำให้แจ็คสันยิ่งหัวเราะเสียงดังขึ้นอีก

            “นี่ๆ พี่ชอบพี่หมอเหรอ” วีถามแจ็คสันอย่างสนใจ พอดีนั่งใกล้ๆ เลยได้ยินที่สองคนสนทนากันชัดเจน

            “อืม เขาสวยดี” แจ็คสันพยักหน้าตามตรง

            “ลองไปพูดให้พี่มาร์คได้ยินสิ พี่เขาอาจจะหายเศร้าแล้วอยากฆ่าคนแทนนะ”

            “ไอ้น้อง เรามีเรื่องบาดหมางกันมาก่อนเหรอถึงได้ไล่พี่ไปฆ่าตัวตายแบบนั้น”

            แจ็คสันแสร้งดุ วีหัวเราะลั่นทันทีเพราะอีกฝ่ายดันรับมุกซะด้วย

 

 

 

 

            “น่ารำคาญจริงๆ” ฮยอนจินบ่นอย่างไม่สบอารมณ์ มองไปทางกลุ่มที่พูดคุยหัวเราะกันไม่เกรงใจ

            น่าหงุดหงิดกันทั้งนั้น ทั้งกลุ่มเพื่อนของแบมแบม ทั้งตานักเขียนนั่น แล้วยังทหารที่ยองแจไปเก็บตกมาได้อีก

            มีแต่คนนอกที่ชวนให้อารมณ์เสีย

            “ก็มันว่าง ถ้าไม่ให้คุยกันจะให้ทำอะไรล่ะ”

            ไรอันกำลังอ่านหนังสือที่ไปได้มาจากห้องใต้ดินอยู่ใกล้ๆ ภรรยา เอ่ยขึ้นทั้งที่ไม่ละสายตาจากหน้ากระดาษ

            “คนเยอะขึ้นทุกวันอาหารก็น้อยลงทุกวันนะคะ”

            “เราก็แบ่งของเป็นสัดส่วนกันแล้วนี่”

            “ยังไงฉันก็รำคาญอยู่ดี”

            “คุณชอบแจบอมไม่ใช่เหรอ”

            “ใช่ แต่เขาอยู่กลุ่มของมาร์คไปแล้วฉันเลยเลิกชอบเขาแล้วน่ะสิ”

            “พาลจริง”

            “นี่คุณว่าฉันเหรอ!” ฮยอนจินหวีดขึ้นมาเสียงดังจนคนอื่นๆ ที่คุยกันพากันหันมองมาทางเธอ

            ไรอันถอนหายใจด้วยความเบื่อกับเสียงแหลมๆ ลุกขึ้นแล้วถือหนังสือติดมือไปอ่านไกลๆ

            ไปอยู่กับพ่อแม่ยังสบายใจกว่า

 

 

 

 

 

            ร่างสูงกอดอกยืนพิงต้นไม้มองเด็กสาวที่ใช้ดาบฟันดอกไม้ใบหญ้าไปเรื่อย

            “พี่ไม่ต้องมาคอยคุมฉันก็ได้ เสร็จแล้วฉันจะกลับไปเองแหละ”

            อเล็กซิสเอ่ยโดยไม่หันมามองยูคยอม เธอขอพ่อแม่มาเดินเล่นบ้าง หัดฟันต้นไม้ดอกไม้ไปเรื่อยเปื่อย

            “จะทิ้งเธอมาคนเดียวได้ยังไงล่ะ”

            “ห่วงฉันเหรอ”

            “อือ”

            อเล็กซิสยิ้มน้อยๆ หยุดมือแล้วหันมามองยูคยอม

            “ขอบใจ ฉันแค่เสียใจน่ะเลยหาอะไรทำระบายอารมณ์หน่อย จะร้องไห้ก็กลัวพ่อแม่เป็นห่วง”

            แม้ริมฝีปากอิ่มแต้มยิ้มแต่นัยน์ตาคมสวยกลับมีประกายโศกเศร้า  ยูคยอมเข้าใจความรู้สึกของเธอดี

            “สักวันความเจ็บจะหายไปแล้วเหลือแต่ความคิดถึงนะ”

            ยูคยอมทรุดลงนั่งกับพื้น พิงต้นไม้แล้วหดขายาวๆ เข้ามากอดเข่า อเล็กซิสปักปลายดาบกับพื้น มองสบตาคม

            “พี่ทำใจได้ยังไง”

            ทั้งคู่ตกอยู่ในความเงียบครู่หนึ่ง จากนั้นยูคยอมก็ส่ายหน้า

            “ยังทำใจไม่ได้หรอก” ยูคยอมรู้ว่าอเล็กซิสถามถึงความสูญเสียของเขา

            ทุกวันนี้เขายังคิดถึงพ่อแม่อยู่ทุกลมหายใจ แต่มันไม่เจ็บปวดแล้ว มีแต่ความโหยหาและคิดถึงคิดถึงมากเหลือเกิน

            อเล็กซิสเดินเข้ามาหายูคยอมแล้วทรุดลงนั่งขัดสมาธิต่อหน้าเขา

            “มีอะไรเหรอ”

            “พี่เข้มแข็งจังเลยนะ รู้ไหมว่าฉันกลัวมากเลย พอรู้ว่าปู่ตายแล้วฉันก็ยิ่งกลัว ฉันไม่อยากให้คนในบ้านตายไปอีกแล้ว”

            อเล็กซิสเก็บดาบไว้ในฝักแล้ววางข้างตัว ก้มหน้ามองพื้น

            “เปลี่ยนความกลัวเป็นความกล้าซะสิ กล้าปกป้องคนที่เรารัก พี่เคยกลัวและก็ขี้ขลาด กลัวตาย แต่วันนี้พี่พยายามเปลี่ยนอยู่”

            ยูคยอมใช้นิ้วเกี่ยวสายสร้อยให้จี้ที่หลบอยู่ในเสื้อออกมา

            “น่ารักไหม”

            อเล็กซิสเงยหน้าขึ้นมอง สายตาปะทะเข้ากับจี้โดมแก้วขนาดจิ๋ว

            “น่ารักจัง! อะไรน่ะ”

            “ของขวัญวันเกิดน่ะ พ่อแม่ให้พี่ไว้ มีรูปด้วยนะ”

            ยูคยอมปลดสร้อยออกจากคอแล้วหย่อนมันลงบนมือที่แบออกมารอรับ อเล็กซิสเพ่งมองจี้ใกล้ตา 

            “พี่หน้าตาดีได้พ่อแม่เลยนะเนี่ย”

            “ชมว่าหล่อตรงๆ เลยก็ได้นะ”

            “อย่าหลงตัวเองเหมือนออสตินอีกคนเลยน่า”

            อเล็กซิสส่งสร้อยคอคืนให้ยูคยอม เด็กหนุ่มรับมาสวมเหมือนเดิมแล้วลุกขึ้นยืน

            “กลับเถอะ ใกล้จะเย็นแล้วเดี๋ยวพ่อแม่ดุเอา”

            ยูคยอมส่งมือให้อเล็กซิสจับแล้วดึงตัวลุกขึ้น

            ทั้งสองเดินกลับไปด้วยกันพลางพูดคุยกันเบาๆ ช่องว่างหดสั้นลงอีกนิด

 

 

 

 

 

            “มันสองวันแล้วนะที่เราอยู่ที่นี่ จากนี้จะเอาไงต่อ”

            หลังมื้อเที่ยง ไรอันก็เปิดประเด็นขึ้นมาทำเอาทั้งวงเงียบกริบ ต่างมองหน้ากันไปมา

            “ตอนนี้บ้านก็ไหม้ไปหมดแล้ว จะนอนกลางดินที่นี่หรือไปนอนที่อื่น” ไรอันถามย้ำขึ้นอีก ทำให้ทุกคนต้องปรึกษากันว่าจะเอายังไงต่อดีในเมื่ออยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว

            “ฉันก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะไปไหน บอกตรงๆ ว่าฉันเหนื่อย” ไอรีนออกความเห็นเป็นคนแรก

            ไรอันมองไปที่จินยองทำเอาร่างบางหันซ้ายหันขวาก่อนชี้หน้าตัวเอง

            “จะถามฉันเหรอ?”

            “ใช่ คุณคิดยังไง”

            “ฉันก็ไม่รู้จะไปไหน..ฉันแล้วแต่ไอ้หมอ” จินยองโยนไปทางเพื่อน แบมแบมหน้าเหวอ

            “ทำไมมาลงที่ผมล่ะ”

            “ก็กลุ่มฉันแล้วแต่แกนี่ แกว่าไง อย่าบอกว่าแล้วแต่ผัวแกอีกนะ” จินยองดักคอทำให้แบมแบมชะงักไปนิด

            แบมแบมตัดสินใจไม่ได้เหมือนกันเลยคิดว่าจะถามมาร์คนี่ล่ะ มาร์คกลั้นขำเมื่อเห็นภรรยาไปต่อไม่ถูก

            “เรื่องนี้เราจะถามความเห็นคนแค่ไม่กี่คนไม่ได้ ทุกคนต้องช่วยกันออกความคิด เพราะเราต้องอยู่ร่วมกัน”

            มาร์คมองไปรอบๆ ก่อนที่แจบอมจะยกมือขึ้นเล็กน้อย

            “คุณมีข้อเสนออะไรล่ะแจบอม”

            “เราก็ไปตามความตั้งใจเดิมสิ ไปศูนย์ควบคุมโรคทางใต้ไง”

            แม้ไม่มีใครตอบรับแต่ความเงียบก็บอกได้ว่าทุกอย่างมันไม่มีทางเลือก ไม่มีใครเสนอที่อื่นขึ้นมาแย้งอีก

            “ไปที่นั่นก็ดีนะ เผื่ออาแบมแบมจะช่วยกอบกู้โลกได้ไง” ซองจินเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ ทุกคนเลยได้ยินทั่วกัน แบมแบมคิ้วขมวด

            “พูดแบบนั้นต้องการจะสื่ออะไรเหรอซองจิน”

            ชายหนุ่มแค่นยิ้ม มองหน้าอาสะใภ้เขม็ง

            “ผมคิดมาหลายวันแล้ว..ผมคิดว่านายเก่าของอามีส่วนร่วมกับการแพร่ระบาดเดทลิซี เขามีเงินทุนมหาศาลและมีคนมาร่วมทุนด้วยจากหลายประเทศ พวกคนที่อยากมีชีวิตยืนยาวเหมือนกันนั่นน่ะ”

            “ว่าไงนะ”

            “อาได้ยินแล้วนี่ ถึงอาจะถอนตัวออกมาแต่เขาคงมีหนทางอะไรสักทางในการเอาผลงานของอาไปให้คนอื่นทำต่อจนมันกลายเป็นแบบนี้!

            แบมแบมนิ่งไปเมื่อคนที่เฉยมาตลอดสองวันจู่ๆ ก็พูดเรื่องงานเก่าของเขาขึ้นมา ซองจินทำราวกับไม่ใส่ใจในสิ่งที่เขาเคยทำกับซึงจุน แต่เวลานี้เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่

            “อย่าหาว่าสอดเลยนะ” แจ็คสันแทรกขึ้นเบาๆ เรียกสายตาทุกคู่ไปหยุดที่เขา

            “ที่ซองจินพูดอาจจะเป็นไปได้ก็ได้นะ”

            “คุณหมายความว่ายังไง? อะไรทำให้คุณคิดแบบนั้น”

            แจ็คสันมองสบตาคุณหมอ

            “ผมเคยรู้อะไรมาบางอย่าง หน่วยพิเศษเคยติดต่อกับใครสักคนที่เสนอโปรเจคสำคัญให้กองกำลังที่กำลังอยู่ในภาวะสงคราม เป็นอาวุธชีวภาพที่สามารถทำลายล้างได้ประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้งยังมีทหารที่ไม่มีวันเจ็บไม่มีวันตาย ตอนแรกคิดว่าเรื่องนี้เป็นแค่เรื่องตลกหรือข่าวมั่ว เพราะทุกครั้งที่พยายามหาข่าวจากหน่วยพิเศษเรามักได้ข่าวลวงมากกว่าข่าวจริง แต่จากที่คุณเล่าเรื่องงานของคุณให้ฟังและที่ซองจินพูดเมื่อกี้ ผมว่าทุกเรื่องมันอาจเกี่ยวพันกัน”

            “ถ้าเรื่องที่คุณพูดมาคือเรื่องจริง โปรเจคที่อาแบมเคยร่วมนั่นลงทุนครั้งเดียวแต่ได้ผลประโยชน์และทำเงินได้อย่างมหาศาลเลยสินะ”

            ซองจินเอ่ยเสริม ยินดีที่ได้ข้อมูลใหม่มาเสริมและมีคนเห็นด้วยกับความคิดตน

            ทุกคนนิ่งอึ้งไป ตกตะลึงสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว

            “คุณเคยสังหรณ์ใจบ้างไหมว่าสิ่งที่คุณเคยทำมันมีส่วนกับโรคระบาดในตอนนี้น่ะแบมแบม”

            “ฉัน” แบมแบมมองสามีที่ถามเขาเสียงเบา คำถามของสามียิ่งทำให้แบมแบมกลัว

            แต่พอประมวลทุกอย่างเข้าด้วยกัน มันก็เป็นไปได้มากทีเดียว

            “แต่การทดลองของฉัน คนที่ทดลองแล้วประสบความสำเร็จ เมื่อตายไปแล้วก็ไม่ได้ลุกขึ้นมาไล่กัดใครเสียหน่อย ฉันเป็นคนรับรายงานเองกับมือนะมาร์ค”

            “คุณแน่ใจใช่ไหม ลองคิดใหม่ดีๆ ว่าหลังจากคุณถอนตัวออกมาจากโครงการของซึงจุนแล้วน่ะ มีเรื่องผิดปกติอะไรเกิดขึ้นบ้างไหม เรื่องที่เกี่ยวกับงานของคุณน่ะ”

            แบมแบมนิ่งคิดทบทวนเรื่องราวในอดีต ถ้าเป็นเรื่องที่เกิดหลังจากถอนตัวก็คงเป็น

            “เมื่อสองปีก่อน

            “สองปีก่อน?”

            แบมแบมลังเลที่จะเล่า มาร์คกุมมือภรรยาแล้วตบเบาๆ

            “ไม่เป็นไร คิดอะไรได้ก็พูดมาเถอะ”

            “เมื่อสองปีก่อนเคยมีข่าวสถาบันไบโอเทคเกิดไฟไหม้แล้วก็ระเบิด ทุกคนน่าจะยังจำกันได้”

            “จำได้ค่ะ แล้วไงต่อคะอา” ดาฮยอนรีบพยักหน้า อยากฟังต่อ

            “เชื้อที่อาทำขึ้นได้หายไปจากสถาบัน ตอนแรกอาก็ติดใจสงสัยอยู่ อาพยายามถามเพื่อนที่ทำงานอยู่ที่ PPI แต่ก็ไม่ได้เรื่องอะไร โปรเจคตลอดสองปีนี้ที่PPI ทำมีแต่ผลิตยา เลยคิดว่าเชื้อร้ายนั่นคงหายไปจากโลกนี้แล้ว..มันเหมือนว่าความลับของอาถูกปิดผนึกแล้วน่ะ อาไม่คิดว่าจะมีใครเอามันไปทำอะไรได้หรอก”

            “เชื้อแค่หายไปแต่ไม่ได้ถูกทำลายนี่ครับ ผมคิดว่านายซึงจุนนั่นอาจจะเอาไปนั่นแหละ แล้วก็เอาไปทำโครงการวิปริตนั่นต่อจนเกิดเรื่องขึ้น”

            ได้ยินคำบอกเล่าจากแบมแบม ซองจินยิ่งมั่นใจในทฤษฏีของตน

            “แต่..เชื้อที่ตรวจเจอจากร่างของไชแอนน์ไม่ใช่เชื้อตัวเดียวกับที่อาเคยพัฒนานะ”

            “อาแค่ไม่ยอมรับความจริงหรือเปล่าครับ ถ้ามีคนเอาไปทำต่อจนเกิดโรคระบาด เชื้อมันก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปบ้างล่ะมั้ง เรื่องนี้ผมก็ไม่รู้แต่อาน่าจะรู้ว่ามันเป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้”

            แบมแบมเริ่มกังวล บีบมือสามีแน่น

            “คุณก็ไม่แน่ใจใช่ไหมแบมแบม ถ้ามันเป็นไปไม่ได้คุณก็บอกมาเลย มันเป็นไปไม่ได้ใช่ไหมล่ะ”    

            มาร์คอยากให้แบมแบมยืนยันออกมาชัดเจน ทุกคนจะได้ไม่ต้องคลางแคลงใจสงสัยในตัวแบมแบม

            “ฉันฉันไม่แน่ใจมาร์ค..มันอาจจะเป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้คนอย่างซึงจุนคงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ กับแค่ทดลองได้แค่เจ็ดรุ่นหรอก”

            “คุณไม่แน่ใจก็แสดงว่าอาจจะไม่ใช่

            มาร์คอยากให้แบมแบมคิดไปในทางที่ดีก่อน แต่กลับโดนฮยอนจินตวาดแทรกขึ้นมา

            “อย่างนั้นก็หมายความว่า สิ่งที่แกทำมันสร้างความวิบัติฉิบหายที่เราเผชิญอยู่ตอนนี้สินะแกทำให้เราต้องลำบาก!

            ฮยอนจินปรี่เข้ามาทำร้ายแบมแบมด้วยความโมโห มาร์ครีบเอาตัวบังแบมแบมไว้ จับมือฮยอนจินไว้แน่น หญิงสาวพยายามสะบัดออกแต่สู้แรงมาร์คไม่ไหว

            “ปล่อยฉันนะไอ้มาร์ค!

            “ไม่ปล่อยหรอกถ้าพี่ไม่เลิกบ้า! มันอาจไม่ใช่ก็ได้ สิ่งที่ซองจินคิดก็แค่การคาดเดา เดทลิซีอาจจะเกิดจากสาเหตุอื่น แบมแค่เล่าเรื่องราวระหว่างเขาและซึงจุนเท่านั้นนะ ตอนนี้แทนที่จะมาจับผิดกันเราควรหาทางรอดจากผู้ติดเชื้อดีกว่า ไม่ว่าเดทลิซีจะเกิดจากอะไรมันก็เกิดขึ้นมาแล้ว สิ่งที่เราทำได้ตอนนี้คือดูแลกันและกันไม่ใช่มาทำร้ายกันเอง!

            มาร์คดันพี่สะใภ้ให้ออกไปห่างๆ ตนและภรรยา ฮยอนจินเซตามแรง มองจ้องมาร์คเขม็งอย่างไม่พอใจ

            ก่อนที่พี่สะใภ้จะผรุสวาทอะไรออกมาให้ระเคืองใจอีก มาร์คก็เอ่ยขึ้นด้วยเสียงอันดังเพื่อให้ได้ยินกันทุกคน

            “ผมขอร้องทุกคนเลยนะว่าอย่าพูดเรื่องนี้กันอีกถ้ายังอยากอยู่กันอย่างสงบ! อะไรที่ยังไม่มีหลักฐานหรือยังพิสูจน์ไม่ได้ก็ไม่ควรเอามาพูดเพื่อสร้างความแตกแยกในกลุ่ม อีกสองชั่วโมงเราจะเดินทางกันต่อ แยกย้ายไปเก็บของกันได้แล้ว”

            “…..

            “ไป!

            เมื่อมาร์คสั่งอีกคำ ทุกคนที่ยังไม่ขยับเขยื้อนก็เริ่มลุกไปเก็บของของใครของมัน

 

 

TBC.

**

ตอนนี้ไม่มีอะไรมาก พักหายใจหายคอลดความตึงเครียดกันค่ะ ข้างหน้ายังเจออีกเยอะ 55

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 129 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,523 ความคิดเห็น

  1. #2459 nayuwo1423- (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:07
    คือถ้าในตัวน้องไชแอนด์​มีเชื้อที่ขุ่นแม่ทดลอง มันก็พอตอบได้ไงว่างานที่ขุ่นแม่ทดลองมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่นี่ 'มันไม่มี'​ มันเป็นเชื้อตัวอื่น!!
    แล้วจะให้ขุ่นแม่ยอมรับได้ไง! ในเมื่อปจ.ที่แม่ทำมันสำเร็จไปแล้วในรุ่นทดลองที่ 7 = งานแม่จบ แต่มันดันมีคน 'ดื้อดึง'​ จะทำต่อ เอางานแม่ไปทำแล้วมันพลาด! เลยมา 'ผลักภาระ'​ ให้แม่รับผิดชอบงี้หรอออ!!!
    กล้าไปนะ!!
    #2,459
    0
  2. #2332 Chiracc (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 15:56
    เรื่องมาถึงนี่แล้ว แบมต้องช่วยกู้โลกแล้วล่ะนะ
    #2,332
    0
  3. #2198 igot7ibambam (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 20:37
    ฮยอนจินEาสสแสอยบิบ
    #2,198
    0
  4. #2043 opoceleste (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 00:54

    ชอบที่พี่มาร์คเป็นผู้นำกลุ่มมากเลย กลุ่มมันแบบเกาะกันจะไม่ไหวแล้ว

    #2,043
    0
  5. #1961 chocolatepie (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 08:34
    จะมี-ตอนไหม ที่ฮยอนจินและซองจินจะไม่ทำให้บรรยากาศมันแย่ลง บอกตรงๆ เบื่อนิสัย 2 แม่ลูกนี่จริงๆ
    #1,961
    0
  6. #1705 0962106015 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 21:54
    ฮยอนจินนี่ถ้ามีตังตนขึ้นมาจริงๆอยากรู้ว่าโตมาในครอบครัวแบบไหน ทำไมถึงเห็นแก่ตัวแล้วก็มองโลกในแง่ร้ายเหลือเกิน เข้าใจว่ารักตัวกลัวตาย ทุกคนก็เหมือนกันนั่นแหละเขายังไม่สติแตกกันเลย อยู่ด้วยแล้วเหนื่อยใจ
    #1,705
    1
    • #1705-1 taohun19901994(จากตอนที่ 21)
      7 มกราคม 2561 / 16:40
      อ่า ทุกกลุ่มก็ต้องมีคนที่ต่างเนอะ ในมุมของเขาก็ไม่ผิด ในมุมของคนอื่นก็ไม่ผิดค่ะ ก็ต้องรอดูว่าความสติแตกนั้นจะมีผลต่อกลุ่มไหม จะหายไปหรือสร้างหายนะกันแน่ค่ะ
      #1705-1
  7. #1658 kslayer (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 03:05
    คิดถึงมาก เรื่องนี้ ได้โปรดดด
    #1,658
    0
  8. #1656 myhoneynoople (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 22:13
    ไรท์กลับมาต่อเร็วๆนะ และก้ออยากรู้ว่ายังมีหนังสือเหลืออยู่บ้างมั้ยอ่ะ....เค้าอยากได้ เค้าเพิ่งมาเปิดเจอ
    #1,656
    0
  9. #1652 loveoly (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 02:07
    ทำไมรำคาญฮยอนจิน รู้สึกอยากให้นางเป็นผีดิบไปซะ แต่ก็นะ ถ้าเราอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น เราคงทิ้งนางไม่ได้ต่อให้รำคาญมากก็ตาม มันก็ไม่แปลกที่จะมีคนโทษแบม เป็นเราก็แอบเคืองในใจ แต่แบมไม่ได้ตั้งใจ แบมพยายามแก้ไขทุกอย่างแล้ว ก็ต้องโทษคนที่เอาไปทำต่อ เพราะถ้ายอมรับความล้มเหลวตั้งแต่แรก มันก็จะไม่เกิดขึ้น //ปล.ชอบหนูลิซ่า มาแจมบ่อยๆนะลูก
    #1,652
    0
  10. #1646 mew_wwp (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 14:39
    ไรท์คนดี คิดถึงจังเลยมาต่อได้แล้ววว เราคิดถึงง
    #1,646
    0
  11. #1645 yadara (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 15:23
    แบมแบมไม่ผิดนะ แต่คนที่ขโมยไปพัฒนาต่อนั่นสิ ฮยอนจินนี่ปาก..มากๆๆแต่คนแบบนี้อะมักจะไม่ตายในหนัง ถถถถถถ ไม่อยากให้ใครเป็นอะไรอีกแล้ว อยากให้แบมแบมไปช่วยเรื่องโรคนี้ด้วย บางทีแบมแบมอาจจะช่วยโลกไว้ได้ก็ได้นะ
    #1,645
    0
  12. #1641 nepall44 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 18:03
    รำคานฮยอนจินมาก ตั้งแต่ปรากฎตัวจนถึงตอนนี้ เพราะการอยู่ท่ามกลางเรื่องเลวร้ายจึงต้องการกำลังใจเสมอ คุณหมอก็อย่าลืมให้กำลังใจสามีอีกเรื่อยๆนะคะ เลารออยู่เสมอ คิคิ ขออย่าให้มีใครเป็นอะไรไปอีกเลย (ยกเว้นยัยป้าฮยอนจินปากมากนั่น)
    #1,641
    0
  13. #1637 nalinee2002 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 21:49
    ฮยอนจินเราเกลียดเธอ หวังว่าตอนจบมันจะไม่แบดนะ
    #1,637
    0
  14. #1636 K715207 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 02:31
    อืม เธอต้องตายแน่ๆเลยล่ะฮยอนจิน เรารู้สึกได้ เชิญเธอเห่าต่อไปและโดนแดกตายอย่างสงบนะ ปล.ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะะ ยังคงอยากได้หนังสือ เสียดายยย
    #1,636
    0
  15. #1635 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 / 23:20
    ดีใจที่ไรท์เตอร์กลับมา แต่ก็แอบเคลียดเพราะเดาไม่ได้เลยว่าตอนจบมันจะเป็นแบบไหน ของอย่าให้เศร้า อย่าศูนย์เสียเลย ฮอลลลลลง
    #1,635
    0
  16. #1634 mew_wwp (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 / 21:52
    แหมแหมแหมมมมม วิธีให้กำลังใจสามีของหนูนี่ทำพี่ฟินนส์ /ฮยอนจินควรโดนกัดได้แล้วค่ะไรท์ เรารำนางมาก นอกจากนางกับซองจินแล้วไม่ควรมีใครโดนกัดแล้วนะคะ เราค่อนข้างทำใจมั่ยดั้ยย TT รักทุกตัวละครเลย ทั้งลุ้นทั้งเครียดเหมือนอยู่ในเหตุการณ์เอง /ปอลอ. วอนไรท์ขอน้องแบมให้กลจ.สามีอีกเพราะเราฟินส์มากกก
    #1,634
    0
  17. #1632 Cake__Cake (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 / 05:25
    เขารู้ใจกันดีจังเลย

    มาร์คก็ดูแลแบมดี๊ดี  ส่วนแบมแบมพี่ชอบวิธีให้กำลังใจสามีของหนูนะคะ
    #1,632
    0
  18. #1628 ghjnyjkj (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 20:36
    ชอบมากๆๆๆ บอกเลย ขอบเรื่องนี้มากๆ ไรท์เขียนดี ข้อมูลแน่น แต่ปิดจองไปเลี้ยว
    #1,628
    0
  19. #1627 toki226 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 17:54
    ใดๆฉากมาร์คแบมคือฟินมาก มานิดเดียวคือเขินมาก งื้ออออ
    #1,627
    0
  20. #1626 19940412 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 10:27
    เหมือนกำลังไปอยู่ในแก้งที่กำลังหนีเชื้อตัวนี้อยู่เลยค่ะ เครียดมากเลย 55555 ดีใจที่มาร์คแบมเข้าใจกันและกันอ่ะ ต้องขอบคุณเหตุการณ์นี้ไหมที่ทำให้พวกเขากลับมาคุยกันเหมือนเดิม 555555 รอนะคะ สนุกมากกกก ลุ้นมากกกกก ชอบมากกกก
    #1,626
    0
  21. #1625 369963nq (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 06:51
    เรารู้สึกตอนนี้มันเครียดมากๆอยู่ดี สิ่งที่เรากลัวเกิดขึ้นแล้วอ่า แบมแบมไม่ผิด ไม่ๆๆๆ ทีมแบมแบมสุดใจ เป็นกำลังใจให้แบม ทนกับฮยอนจินไม่ไหวแล้วอ่ะ เห็นแก่ตัว แย่
    ไม่นึกเลยว่าแบมจะปลอบมาร์คแบบนั้น ฮือ เขิน
    //เราคิดถึงเรื่องนี้ทุกวันเลยยย ดีใจมากค่ะที่มาอัพ คิดถึงไรท์มากมาย
    #1,625
    0
  22. #1624 nabthong (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 02:25
    เหตุการณ์มันค่อนข้างซีเรียสนะแต่ทำไมชั้นเขินฉากแบมให้กำลังใจมาร์ค >< แทบดิ้น55555 คิดถึงไรท์มากค่ะ ขอบคุณนะคะที่มาอัพ^^
    #1,624
    0
  23. #1623 atina-na (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 01:38
    โหยยย คิดถึงมากๆเลยยย ดีใจมากกกๆตอนเห็นแจ้งเตือนว่าไรท์อัพตอนใหม่ TT____TT
    #1,623
    0
  24. #1622 kslayer (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 01:22
    ไรอันแต่งงานกะยัยฮยอนจินไปได้ไง สงสัยมาหลายตอนแล้ว ก็ไม่เห็นมีอะไรดีเด่นเลย ไม่เบื่อนางมั่งหรอ เอาแต่บ่น เห็นอแก่ตัวเนี่ย
    ปล.แอบมีสวีทมาร์คแบม เขินนนน มีมาบ่อยๆนะ 5555555
    #1,622
    0
  25. #1621 milk_su-99836448 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 23:34
    เอ่อ อยากจะถามว่าเมื่อไหร่ป้าฮยอนจินจะหายไปซะทีคะตัวถ่วงจริงๆเลย แอบฟินฉากแบมให้กำลังใจสามี ขอบคุณไรท์ที่เข้ามาต่อให้นะคะเข้ามาส่องทุกวันเลยค่ะจะรอนะคะ
    #1,621
    0