ปิดรีปริ้นท์(GOT7) Snow Drop Markbam,Bnior,Jackjae

ตอนที่ 18 : Chapter 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,695
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 141 ครั้ง
    9 ก.ย. 60

 



            ชายหนุ่มสองคนช่วยกันขุดหลุมให้กว้างพอจะนำร่างสองร่างมาไว้ด้วยกันอย่างตั้งอกตั้งใจที่สุด เพราะมันเป็นสิ่งสุดท้ายที่ยองแจและแจ็คสันจะทำให้โทมัสได้

            หลังผ่านไปหลายชั่วโมงจนเข้าสู่ช่วงสายของวันใหม่ หลุมฝังศพก็เสร็จสิ้น

            แจ็คสันและยองแจช่วยกันพาร่างไร้วิญญาณของโทมัสมานอนในหลุม ยองแจทำความสะอาดร่างกายและเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ให้จนเรียบร้อย

            นักศึกษาหนุ่มถอนหายใจขณะมองร่างที่ยังสมบูรณ์ของคุณปู่และร่างที่ดำไหม้ของคุณย่า

            คุณย่าอลิสเป็นคนที่สวยมากเลยนะถ้าได้ฝังท่านในร่างที่ยังสวยงามอยู่ก็คงจะดี

            “นายไปพักเถอะ เดี๋ยวฉันกลบดินเอง”

            แจ็คสันบอกคนที่ยืนนิ่งมองร่างในหลุม ยองแจค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองแจ็คสันก่อนจะพยักหน้าอย่างเงียบงันแล้วเดินไปนั่งไม่ไกลนัก

            “พี่คะ เราเอาดอกไม้พวกนี้วางให้คุณปู่กับคุณย่าได้ไหม”

            ยองจีที่เงียบหายไปพักใหญ่ระหว่างยองแจขุดหลุมฝังศพวิ่งกลับมาหาพี่ชายด้วยท่าทางกระตือรือร้น มือน้อยทั้งสองจับชายเสื้อที่ทำเป็นที่รองดอกไม้ไว้ ดอกไม้มากมายอยู่เบียดกันอยู่ในเสื้อ

            “ได้สิจ๊ะ คุณปู่กับคุณย่าต้องชอบมันมากแน่ๆ ขอบใจนะ”

            ยองแจลูบผมน้องสาวอย่างเอ็นดูเมื่อเธอย่อกายนั่งตรงหน้าเขา ความใจดีของแกทำให้ยองแจยิ้มได้ในสภาวะโศกเศร้า

            ถ้าเขามีโอกาสได้ฝังศพพ่อแม่บ้างก็คงดีนะ

            “เรามาทำป้ายหลุมศพให้พวกท่านกันไหม”

            “เอาสิคะ หนูอยากทำ ให้หนูช่วยนะ”

            “ได้เลยจ้ะ”

            แจ็คสันมองสองพี่น้องชเวคุยกันแล้วยิ้มออกมาน้อยๆ

 

 

 

 

 

            “เสร็จแล้ว” แม่หนูยองจีวางช่อดอกไม้บนเนินดินที่นูนเล็กน้อยแล้วถอยออกมายืนใกล้ๆ พี่ชาย เพื่อไว้อาลัย

            ยองแจช่วยน้องร้อยดอกไม้หลากสีสันเป็นช่อ และเขียนชื่อบนแผ่นไม้ทำเป็นป้ายหลุมศพให้โทมัสและอลิส

            “เราทำสิ่งที่ควรทำเสร็จแล้ว ควรเดินทางต่อได้แล้วล่ะ”

            แจ็คสันเอ่ยขึ้นขณะเดินเคียงไปกับยองแจ นักศึกษาหนุ่มพยักหน้าเห็นด้วยแต่ไม่ได้เอ่ยอะไร

            ทั้งสองชะงักเมื่อได้ยินเสียงรถยนต์หลายคันแล่นเข้ามาในบ้านไร่ ยองแจมองหน้าแจ็คสันทันที สีหน้าบ่งชัดว่ากลัว

            คงไม่ใช่คนกลุ่มเดิมหรอกนะ!

            ไม่มีทั้งบ้านและโรงรถให้หลบอีกต่อไป ตอนนี้คงทำได้แค่เผชิญหน้ากับผู้มาใหม่เท่านั้น

            คุณทหารถือปืนเตรียมพร้อม ยองแจเกาะแขนแจ็คสันแน่น เขาเก็บธนูไว้ในห้องใต้ดิน จะวิ่งไปเอาตอนนี้ก็คงไม่ทัน

            “ยองจี วิ่งไปหลบที่ห้องใต้ดินเดี๋ยวนี้ ไปเร็ว!

            ยองแจดันหลังน้องให้รีบหลบไป ยองจีส่ายหน้าไม่อยากไป

            “อย่าดื้อนะ ไปก่อนเดี๋ยวพี่ตามไป”

            ยองแจดุที่น้องไม่ยอมหนีไป ยองจีเบะปากจะร้องไห้

            “ทำไมพี่ไม่ไปด้วยกันล่ะคะ”

            “ไปหลบทั้งคู่นั่นล่ะ”

            “ไม่ ฉันอยากอยู่ที่นี่ ให้ยองจีไปหลบคนเดียวก็พอ”

            ยองแจไม่ทิ้งแจ็คสันไปแน่ แม้ไม่มีอาวุธก็อยากอยู่ช่วยเขาด้วย

            นายพันหนุ่มถอนหายใจ ระอาในความดื้อดึงของเด็กชเวคนพี่

            “ยองจีจะไปหลบในห้องใต้ดินเองได้ยังไง นายรีบพาน้องไปหลบซะแล้วเอาธนูมาด้วย ถ้าอยากช่วยก็ต้องมีอาวุธบ้าง คงไม่อยากเป็นตัวถ่วงหรอกใช่ไหม กระสุนฉันมีจำกัดนะ”

            ยองแจหน้าบึ้ง ไม่เห็นต้องพูดจารุนแรงขนาดนี้เลยนี่!

 

 

 

 

            “ทำไมบ้านเป็นแบบนั้นล่ะ!

            ไม่เพียงมาร์คที่ตกใจ ทุกคนก็ตื่นตระหนกไม่แพ้กัน มาร์ครีบจอดรถแล้วก้าวลงไปแต่ก็ยังช้ากว่าไอรีนที่วิ่งไปถึงซากของบ้านแล้ว

            “พ่อคะ! แม่คะ!

            “ไอรีนระวัง” ไรอันรีบวิ่งตามน้องไปแล้วฉุดแขนเธอไว้ก่อนเธอจะเข้าไปในซากปรักหักพัง

            หญิงสาวเซตามแรงดึงของพี่ชาย เธอหันมามองหน้าเขาพร้อมสะบัดแขนออกจากมือใหญ่อย่างแรงเพื่อให้ตัวเองเป็นอิสระ

            “ปล่อยฉันนะ ฉันจะไปหาพ่อกับแม่”

          “ตั้งสติหน่อย! บ้านอยู่ในสภาพนี้แกคิดเหรอว่าพ่อแม่จะยังรอดอยู่น่ะ!

            ไรอันจับไหล่ทั้งสองของไอรีนเขย่าเธอแรงๆ เพื่อเรียกสติ ไอรีนอึ้งไปก่อนน้ำตาจะไหลหยดผ่านแก้มขาว

            คำพูดของพี่ชายคนโตเหมือนมีดกรีดทิ่มแทงใจ เธอปล่อยโฮต่อหน้าเขา

            “ฮึก..” ไอรีนซุกหน้ากับอกกว้างสะอื้นไห้

            ไรอันเม้มริมฝีปากแน่น ตบหลังเธอเบาๆ เป็นการปลอบโยน มองไปยังน้องชายอีกคนที่เดินมายืนมองบ้านเช่นกัน

            มาร์คก็อึ้งจนพูดไม่ออก เขาหันมามองหน้าพี่ชายที่ทำเพียงส่ายหน้าอับจนถ้อยคำไม่ต่างกัน

            “มันเกิดขึ้นได้ยังไง”

            มาร์คพึมพำออกมา พยายามควบคุมสติทั้งที่แทบจะบ้าอยู่แล้ว

            บ้านยังอยู่ในสภาพนี้แล้วพ่อจะเป็นยังไงบ้าง

          “ทุกคน..

            สามพี่น้องบ้านต้วนและทุกคนที่ต่างทยอยลงจากรถมองไปทางคนที่เดินมาเงียบๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

            “ยองแจ

            ซองจินแทบไม่อยากเชื่อสายตาเมื่อเจอคนรักโดยไม่คาดคิด ขายาวจากที่ก้าวอย่างช้าๆ ก็เปลี่ยนเป็นวิ่งไปกอดเต็มรักจนยองแจเซถอยหลังไปเล็กน้อย ยกแขนขึ้นกอดตอบ

            “มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงน่ะยองแจ”

            “ฉันมาตามหาพี่น่ะสิ”

            ยองแจซบหน้ากับไหล่กว้าง รู้สึกได้ถึงแรงกอดจากอ้อมแขนแกร่งที่แน่นขึ้น

            ซองจินกอดยองแจให้แน่นให้สมกับที่คิดถึงมาตลอด

            “มานานหรือยัง แล้วรู้ไหมว่าบ้านพี่เกิดอะไรขึ้น” ซองจินดันร่างแฟนออกเล็กน้อย ยองแจชะงักไปกับคำถามของเขา

            ร่างสูงพินิจมองใบหน้า เสื้อผ้า และเนื้อตัวที่เปรอะเปื้อนดินของคนรัก ตาแดงแหมือนคนอดนอน พอสังเกตให้ดีก็เห็นคราบดำๆ ด้วย คงเป็นเขม่าจากควันไฟแน่

            “เป็นอะไร ไปทำอะไรมาน่ะยองแจ”

            ยองแจมองหน้าคนรักแล้วมองไปทางคนอื่นที่กำลังมองมาที่ตนเช่นกัน เพิ่งสังเกตว่ามีคนอื่นนอกเหนือจากคนในครอบครัวด้วย

            “ตามมานี่สิครับ”

            ยองแจบอกทุกคนแล้วจับมือซองจินให้เดินตามไปทางสวนดอกไม้ที่ห่างจากจุดบริเวณตัวบ้านไปไกลพอควร

            คุณปู่คุณย่าปลูกไม้ดอกและไม้ผลไว้เยอะทีเดียว มีผักสวนครัวด้วย ยองแจเลยเลือกสวนดอกไม้เป็นที่พักชั่วนิรันดร์ของท่านทั้งสอง

            สามพี่น้องช็อคยิ่งกว่าใคร..

            เพียงแค่ทุกคนเห็นเนินดินใหม่ๆ และป้ายไม้ที่เขียนชื่อโทมัสและอลิส ไม่ต้องให้ยองแจบอกว่าคืออะไรไอรีนก็ปล่อยโฮอีกครั้งแล้วเข่าอ่อนทรุดทันที ดีที่พี่ชายประคองไว้ทัน

            ไรอันย่อกายลงนั่ง โอบกอดน้องสาวคนเล็กที่หน้าซีดเผือดคล้ายจะเป็นลมไว้ในอ้อมแขน มาร์คยืนนิ่งอยู่ครู่ เหมือนถูกทุบจนสมองมึนงง เบลอไปหมด

            แม้ใจร่ำร้องบอกว่าไม่จริงแต่ภาพตรงหน้าก็ไม่จางหายไป

            มาร์คเดินไปยืนหน้าป้ายหลุมศพ ยื่นมือไปแตะมันเพียงเบาๆ ก่อนจะทรุดลงนั่งคุกเข่ากับพื้นอย่างคนไร้ซึ่งเรี่ยวแรง

            แม้จะพยายามทำใจเรื่องของแม่แล้ว แต่มาร์คไม่คิดว่าจะเสียพ่อไปในเวลาไล่เลี่ยกันอย่างนี้

            ไม่ได้ร่ำลากันเลยสักนิด

            สรรพเสียงรอบข้างมันเงียบไปหมด มาร์คไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย น้ำตาไม่ไหลออกมาสักหยดแต่ความจริงเบื้องหน้ามันกระแทกความรู้สึกจนแทบรับไม่ได้..

            ความรู้สึกที่อึดอัดมันแน่นอยู่ในอกจนหายใจแทบไม่ออก

            “ทำไม..มันเกิดอะไรขึ้น”

            “พ่อคะ..” อเล็กซิสกัดริมฝีปากกลั้นเสียงสะอื้น เข้ามานั่งประคองพ่อที่นั่งกับพื้นอย่างคนไร้วิญญาณ

            “ตั้งแต่เมื่อไรยองแจ”

            ฮยอนจินถามคนที่เธอหมายมั่นอยากจะได้มาเป็นสะใภ้

            ยองแจก้มหน้านิ่ง ก่อนจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ทุกคนรับฟัง

            คนฟังหน้าเปลี่ยนสีทันที ความโหดร้ายจากปากยองแจทำให้ทุกคนเงียบกันไปหมด

            ไรอันลุกขึ้นยืนแล้วก้าวตรงมาหาแบมแบม จับแขนเรียวแน่นจนน้องสะใภ้ร้องออกมาด้วยความเจ็บ

            “มันถึงเวลาแล้วนะที่แกต้องบอกว่าไอ้สารเลวนั่นมันเป็นอะไรกับแก! ทำไมมันถึงต้องตามหาแกจนถึงกับทำร้ายกันรุนแรงอย่างนี้!

            ไอรีนที่นั่งก้มหน้าร้องไห้ก็ยังเงยหน้ามามองทางแบมแบม สายตาที่เจ็บช้ำทำให้แบมแบมเจ็บปวดใจ

            เขาเองก็เสียใจมากที่สูญเสียพ่อสามีไปเพราะตนเป็นต้นเหตุเขาเองก็เสียใจที่กลับมาไม่ทัน

            แบมแบมหลบเลี่ยงสายตาจากไอรีนมามองหน้าไรอัน

            ตั้งแต่แต่งงานกับมาร์ค แบมแบมไม่เคยได้รับสายตาโกรธเกรี้ยวจากไรอันเลยสักครั้ง ไอ้เรื่องจะทำให้เจ็บตัวอย่างที่ทำตอนนี้ยิ่งไม่เคยมี

            “ผมเคยทำงานให้เขาครับ” แบมแบมบอกเพียงเท่านั้นแล้วเงียบไปไม่พูดต่อ ไรอันเพิ่มแรงบีบที่มือ คาดคั้นต่อ

            “แค่นั้นเหรอ?”

            “ครับ”

            “แกทำงานอะไรให้มัน แค่ทำงานด้วยกันมันต้องอยากได้ตัวแกขนาดต้องตามหาให้เจออย่างนี้ด้วยเหรอ?!

            “

            “ว่าไงล่ะเงียบทำไม แกตอบมาสิ ตอบมา!

            “ผม..ผมบอกไม่ได้” แบมแบมเงยหน้ามองร่างสูง พยายามสะบัดแขนออกจากมือไรอัน แต่แทนที่จะถูกปล่อยไรอันกลับจับต้นแขนทั้งสองของแบมแบมแล้วเขย่าอย่างแรงเพราะความโมโห

            “ทำไมถึงบอกไม่ได้! พ่อต้องมาตายเพราะฝีมือไอ้เลวนั่นแกยังจะปิดบังอะไรอยู่อีก”

            แบมแบมสะดุ้งเฮือกเมื่อไรอันตะโกนเสียงดังขึ้นอีก

            “มันนานมาแล้วนะครับ ผมเลิกทำงานให้เขามานานแล้ว”

            “ถ้าอย่างนั้นมันมีเหตุผลอะไรถึงตามหาแก หรือมันเป็นผัวแกอีกคน?”

            “พี่ไรอัน” แบมแบมไม่คิดว่าพี่สามีจะพูดจาโหดร้ายต่อกันอย่างนี้

            “ว่าไงล่ะ! ฉันแทงใจดำแกใช่ไหม”

            แทงใจดำบ้าบออะไร ไรอันอคติและใส่ร้ายเขาทั้งนั้น!

            “ผมไม่ได้เป็นอะไรกับเขา ไม่เคยเป็น ไม่เคยมีอะไรกันสักนิดเดียว ซึงจุนเขาบ้ากว่าที่เราจะคาดคิด ซึงจุนทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่เขาต้องการ พี่คิดหรือว่าผมอยากเป็นหนึ่งในสิ่งที่เขาต้องการน่ะ! เขาพยายามติดต่อให้ผมกลับไปทำงานให้ทั้งที่ผมถอนตัวมานานแล้ว ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตอนนี้เขาถึงต้องการตัวผม”

            แบมแบมลองสะบัดตัวออกจากไรอันอีกครั้งแต่ก็ล้มเหลว

            “พอได้แล้วไรอัน! แกจะบีบให้แบมแบมตายคามือเลยหรือไง”

            มาร์คลุกมาขวางระหว่างภรรยาและพี่ชาย เขาปัดมือพี่ออกจากตัวภรรยาแล้วผลักให้ไรอันถอยห่างไป ดันแบมแบมไว้ด้านหลังตน

            “แกยังเข้าข้างมันได้อยู่เหรอ เมียแกมันเป็นสาเหตุทำให้พ่อเราตายนะมาร์ค!

            ไรอันตวาดใส่ทั้งน้องชายและน้องสะใภ้ แบมแบมน้ำตาร่วง

            คำกล่าวหาในความสัมพันธ์ระหว่างแบมแบมและซึงจุนจากปากไรอันยังไม่เจ็บเท่าคำปรักปรำที่ทำให้พ่อต้องตาย

            “พี่คิดว่าแบมแบมอยากให้เรื่องมันออกมาแบบนี้หรือไงเล่า! เขาตั้งใจทำให้พ่อเราตายเหรอ มันก็ไม่ใช่ไงไรอัน เขาไม่คิดหรอกว่าเรื่องจะออกมาแบบนี้ เราทุกคนก็ไม่เคยคิด พี่เคยคิดบ้างไหมล่ะว่าพ่อจะตายจากเราไปอีกคน เราก็พยายามกลับมาให้เร็วที่สุดแล้วไงไรอัน แต่มันไม่ทันพี่จะให้ทำยังไง”

            “แต่เพราะซึงจุนเผาบ้านทำให้พ่อต้องตาย ซึงจุนมาที่นี่ก็เพราะมัน!”  ไรอันชี้หน้าแบมแบมข้ามไหล่มาร์ค มาร์คปัดมือพี่ชายทิ้งอย่างแรง

            “พ่อไม่ได้ตายเพราะไฟไหม้สักหน่อย! ยองแจก็บอกอยู่ว่าพ่อโดนแม่กัดและกลายร่าง”

            “ยองแจก็บอกเหมือนกันว่าพ่อโดนแม่กัดตอนจะช่วยแม่ออกมาจากกองไฟ”

            “ต่อให้ไม่มีไฟไหม้สักวันพ่อก็อาจจะพลาดโดนแม่ทำร้าย พี่อย่าลืมว่าแม่ตายแล้ว! แม่กลายเป็นผู้ติดเชื้อและแม่สามารถทำได้ทุกอย่าง ทำในสิ่งที่ปกติแม่ไม่มีวันทำ แม่ทำร้ายพ่อได้ตลอดเวลาไรอัน พ่ออยู่กับแม่สองคน อะไรก็เกิดขึ้นได้”

            มาร์คตะโกนความจริงที่หลีกหนีมาตลอดใส่หน้าพี่ชายทั้งที่ในใจเจ็บปวดเหลือเกิน ไรอันชะงัก น้ำตาคลอด้วยความโกรธ

            “แต่มันก็อาจจะเป็นเรื่องที่อีกนานกว่าจะเกิดหรือไม่ก็ไม่เกิดขึ้นเลย ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วกว่าเดิมเพราะเมียแก!

            “พอสักที! ฉันรู้ว่าพี่เสียใจที่พ่อตายฉันเองก็เสียใจ!!  มาร์คตบลงที่อกตนเองแล้วเอ่ยต่อก่อนพี่ชายจะทันแย้งอะไร  “เราทุกคนเสียใจนะไรอันแต่พี่ไม่ควรเอาความเสียใจมาลงที่แบมแบม อย่าเอาความผิดทั้งหมดมาโยนใส่แบมแบม เขาห้ามได้เหรอว่าไม่ให้ซึงจุนมา ซึงจุนจะทำอะไรบ้างเขารู้ล่วงหน้าไหม? เขาไม่รู้! พี่ไม่ต้องมารู้จักเมียฉันมากกว่าตัวฉันหรอก แบมแบมรักพ่อกับแม่มาก เขาไม่มีวันอยากให้พ่อต้องมาตายแบบนี้แน่”

            “นั่นสินะ ไม่ว่ายังไงแกก็จะปกป้องเมียแกใช่ไหม”

            “ใช่ ดีแค่ไหนแล้วที่เราย้อนกลับมา ถ้าลองได้ออกเดินทางต่อโดยไม่สนใจพ่ออย่างที่เมียพี่ต้องการดูสิ ชาตินี้เมื่อไรจะได้รู้ว่าพ่อจากเราไปแล้ว”

            “ไอ้มาร์ค! แกอย่ามาว่ากระทบฮยอนจินนะ ตอนนี้เรากำลังพูดถึงสิ่งที่เมียแกมันทำไว้ต่างหาก”

            ไรอันตรงเข้ามากระชากคอเสื้อมาร์คอย่างแรง มาร์คเองก็ไม่ยอมผลักไรอันออกจนอีกฝ่ายเซไปเช่นกัน

            “แล้วแบมแบมทำอะไรหนักหนาล่ะ พี่เลิกโยนความผิดให้แบมแบมสักทีสิ! แบมแบมรู้ตัวว่าทำให้ทุกคนเดือดร้อนและก็อยากกลับมาดูความปลอดภัยของพ่อ แต่เมียพี่น่ะไม่คิดเหมือนเมียฉันเลยนะ และอย่าอ้างว่าต้นเหตุมาจากแบมแบมเขาเลยต้องรับผิดชอบ ถ้าเขาไม่ห่วง เขาไม่รัก เขาไม่อยากกลับบ้านหรอก”

            สองพี่น้องจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร

            ทุกคนต่างตกอยู่ในความเงียบ ไม่มีใครกล้าแทรกแซงเหตุการณ์ร้อนระอุดุเดือดระหว่างมาร์คและไรอัน

            “พอเถอะฉันขอร้องอย่ามาทะเลาะกันต่อหน้าพ่อแม่ได้ไหม”

            ไอรีนเดินเข้ามาห้ามทั้งน้ำตา พี่ชายทั้งสองหันไปมองเธอ

            น้องคนสุดท้องจับมือพี่ชายไว้คนละข้าง พยายามกล้ำกลืนน้ำตาแล้วเอ่ยต่อ

            “ฉันเข้าใจว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดพี่แบมแบม  มันเป็นความผิดของผู้ชายคนนั้น เรื่องมันเกิดขึ้นแล้วเราแก้ไขอะไรไม่ได้หรอก ต่อให้พี่ต่อยตีกันพ่อก็ไม่ฟื้นขึ้นมา อาจดีแล้วก็ได้ที่พ่อจากไปเร็ว ท่านจะได้ไปอยู่กับแม่ ไปคอยดูแลกัน..

            ฮึกก่อนออกจากบ้านพ่อกับแม่เคยบอกเราไว้ว่ายังไง พ่อแม่รักเราทำไมเราถึงมาทะเลาะกันหน้าหลุมศพท่านล่ะ เป็นพี่น้องกันต้องเอาชนะคะคานกันจนฆ่ากันตายไปข้างหนึ่งเลยเหรอแค่นี้เรายังเสียใจกันไม่พออีกหรือไง พี่ยังจะเอาความโกรธมาทำให้เราอยู่กันอย่างทรมานมากกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ใช่ไหม พี่สองคนอาจจะอยู่ร่วมกันแบบเกลียดกันได้แต่ฉันอยู่แบบนั้นไม่ได้..ฮึกฉันอยู่ไม่ได้!

            ไอรีนกรีดร้องแล้วร้องไห้เหมือนจะขาดใจ  ความโศกเศร้าและความเจ็บปวดของเธอทำให้พี่ชายทั้งสองได้สติ

            มาร์ครวบตัวเธอมากอดแล้วลูบผมปลอบโยน กระซิบข้างหูเธอ

            “พี่ขอโทษ”

            “งั้นก็พอได้แล้ว ถ้าพี่โกรธกันฉันจะอยู่ยังไง ฉันเลือกใครไม่ได้เข้าใจไหม อย่าบังคับฉันแบบนั้นฉันรับไม่ได้!

            ไอรีนซบหน้ากับอกมาร์ค ไม่ได้ยกแขนกอดตอบเขาแต่อย่างใด

            ไอรีนอยากให้พี่ชายเข้าใจความรู้สึกของเธอบ้าง เธอเป็นคนกลางที่อยู่ระหว่างพี่ทั้งสอง จะเลือกใคร อีกคนก็คงโกรธและเสียใจ หรือถึงไม่เลือกใครเลยเธอก็ไม่มีวันอยู่ท่ามกลางความรู้สึกอึมครึมขุ่นข้องได้

            มาร์คมองไปที่พี่ชายคนโต  ไรอันนิ่งไปครู่ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ไอรีน วางมือบนศีรษะของเธอ    

            “พี่เข้าใจแล้ว..พี่ขอโทษ”

            อย่าว่าแต่คนในครอบครัวโล่งอกที่สถานการณ์คลี่คลาย กลุ่มจินยองก็พลอยโล่งใจไปด้วย

            “ให้ตายเถอะ ฉันคิดว่าเขาจะฆ่ากันตายแล้ว”

            เยรินเล่นใหญ่ยกมือทาบอก จินยองเตะขาเธอเบาๆ หญิงสาวยิ้มเจื่อน

           

 

 

 

 

            ทุกคนช่วยกันเก็บกวาดพื้นที่ที่ถูกเผาจนล่วงเข้าไปเย็นค่ำ ต่างเหน็ดเหนื่อยกันไปหมด

            รถยนต์ทุกคันถูกจอดเรียงหันหน้าออกไปทางออกของไร่ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินอะไรจะได้ออกไปจากไร่ได้โดยสะดวก เว้นแต่รถบ้านของจินยองที่จอดอยู่ในบริเวณลานกว้างที่ทุกคนตกลงจะใช้ประโยชน์กัน ทั้งเป็นที่นอนและก่อกองไฟ

            “ข้าวเย็นเสร็จแล้วค่ะ”

            ดาฮยอนยกของกินที่เพิ่งทำเสร็จก้าวลงมาจากรถบ้านพลางร้องบอกทุกคนที่นั่งพักเหนื่อยล้อมกันเป็นวงกลมอยู่ก่อนแล้ว

            อาหารสำหรับคนสิบเก้าคนดาฮยอนยกทั้วหมดไม่ไหว แต่เธอมีอเล็กซิส เยริน และยูคยอมคอยช่วยเป็นลูกมืออีกแรง

            หลังจากแจกจ่ายอาหารให้ครบแล้ว ทุกคนก็เริ่มกินมื้อเย็นกันอย่างเงียบๆ มีพูดคุยกันบ้างเล็กน้อยแต่ก็เหนื่อยเกินกว่าจะพูดคุยได้อย่างสนุกสนาน อีกทั้งบรรยากาศหม่นเศร้าก็ทำให้ไม่มีใครมีกะจิตกะใจจะพูดคุยกันสักเท่าไร

            “นี่แบมแบม ตกลงแกจะไม่บอกจริงเหรอว่าแกทำงานอะไรให้คนชื่อซึงจุน”

            เมื่อกินอิ่มก็ไม่มีอะไรจะทำ จินยองสะกิดขาเพื่อนที่นั่งข้างๆ

            แม้เอ่ยถามเสียงเบาแต่เพราะทั้งวงเงียบกริบ ทุกคนจึงได้ยินกันหมด

            “นั่นสิ มันไม่ใช่แค่นักธุรกิจธรรมดาหรือไง” ฮยอนจินได้ทีสบโอกาสก็รีบถามต่อ เธออยากรู้มากแต่ที่เงียบไว้เพราะสามีห้าม

            เท่าที่นักวิเคราะห์การเงินอย่างฮยอนจินรู้ ซึงจุนเป็นที่รู้จักในแวดวงธุรกิจอยู่นะ ธุรกิจบริษัทยาของเขาทำรายได้มหาศาล 

            แบมแบมเม้มปากแน่น เขาเผลอบีบมือตนจนเจ็บ ไม่มองสบตาทุกคน

            “ไม่ว่าคุณจะทำอะไรผมก็อยู่ข้างคุณ” มาร์คเอื้อมมือมาจับมือภรรยาไว้ ให้กำลังใจ

            แบมแบมมองหน้าสามี น้ำตาเอ่อคลอ

            “คุณจำได้ไหมว่าตอนที่ออสตินห้าขวบ ฉันรับงานพิเศษในวันหยุด บางครั้งก็ไม่ได้กลับบ้านด้วย”

            “ผมจำได้” มาร์คนิ่งคิดถึงอดีตก่อนพยักหน้ารับช้าๆ

            เมื่อแบมแบมเอ่ยปากเริ่มเล่า ทุกคนก็เงียบรอฟังอย่างตั้งใจ แบมแบมทำใจกล้าไล่มองหน้าทุกคน ก่อนก้มหน้ามองพื้นอีกครั้ง

            “ช่วงนั้นผมกับมาร์คทะเลาะกันหนัก ถึงขั้นจะแยกทางกัน ผมต้องการเงินที่จะดูแลลูก เงินจำนวนมากขึ้นกว่าที่ผมได้รับจากโรงพยาบาล เพราะอย่างนั้นผมเลยรับงานพิเศษจากเพื่อนรุ่นพี่ที่รู้จักกัน เขาบอกว่ามีบริษัทยาแห่งหนึ่งต้องการนักวิจัยที่มีความสามารถเข้าร่วมโปรเจคลับถ้าตกลงทางบริษัทจะจ่ายให้ก่อนครึ่งหนึ่ง

            แบมแบมถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อ

            “ห้าพันล้านวอน”

            “ห้าพันล้าน? แค่วิจัยโครงการก็ได้เป็นหมื่นล้านแล้วเหรอ”

            ทุกคนแปลกใจกับเงินจำนวนมาก แบมแบมพยักหน้าเป็นเชิงยืนยัน

            “ไม่ใช่ทุกคนที่สมัครแล้วได้ทำ ในโปรเจคมีคนผ่านการทดสอบเข้ามาทำเพียง 5 คน และการทดสอบเข้าร่วมโปรเจคก็ยากมากด้วย โปรเจคนี้ใช้เวลาในการทดสอบความสามารถของผู้สมัครนานกว่าหนึ่งเดือน และมีคนจากหลายประเทศสมัครเข้ามา ผมเป็น 1 ใน 5 ที่ถูกเลือก”

            “แล้ว..โปรเจคลับนั่นคืออะไรเหรอคะแม่”  อเล็กซิสเห็นหน้าเผือดสีของแม่แล้วใจไม่ดี ลางสังหรณ์มันบอกเธอว่าต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน

          “เขา..ต้องการทดลองการเป็นอมตะน่ะจ้ะ”

            “อะไรนะ?!

 

 

 

 

 

            ร่างสูงก้าวอย่างมั่นคงไปตามทางเดินภายในเรือสีขาวขนาดใหญ่ที่มีคนพลุกพล่านทั้งพลเรือนและเจ้าหน้าที่

            ชานซองเดินผ่านโซนที่ผู้คนอาศัยไปยังโซนที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เขาทักทายทหารยศต่ำกว่าสองนายที่ยืนอยู่หน้าประตูทางเข้า จากนั้นสแกนลายนิ้วมือและกดรหัสรักษาความปลอดภัยที่มีแต่เจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับอนุญาตเท่านั้นถึงจะรู้

            เมื่อประตูเลื่อนเปิดออกชานซองก็ก้าวเข้าไปในโซน ที่หมายคือห้องทำงานห้องด้านในสุด ระหว่างทางมีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และทหารเดินสวนไปมา บ้างสนทนากัน บ้างทำงาน

            “ท่านตามผมมามีอะไรหรือครับ ถ้าเรื่องความคืบหน้าในการหาตัวหมอต้วน ตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้าอะไรเลยครับ”

            ชานซองทำความเคารพท่านนายพลแล้วก็เอ่ยออกมาเป็นชุดจนซึงฮยอนต้องยกมือห้าม

            “ใจเย็น ผมไม่ได้เรียกคุณมาเพราะเรื่องนั้น แต่ผมมีข่าวใหม่จะบอกคุณ”

            “ข่าวดีหรือข่าวร้ายครับ”

            ชานซองทำหน้าแหยงจนซึงฮยอนหัวเราะน้อยๆ

            “ข่าวดีสิ ดีมากเชียวล่ะ เผื่อฟังแล้วคุณจะอยากเร่งมือค้นหาเขาให้เร็วขึ้นหน่อย”

            นายพลลุกจากเก้าอี้ทำงานเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดเบื้องหน้าชานซอง นั่งลงที่โต๊ะ กอดอก 

            “ผมได้ข่าวสำคัญที่สุดจากข้อมูลลับที่แฮกเกอร์ A ของเราได้มาระยะหนึ่งแล้ว เมื่อห้าปีก่อนหมอต้วนได้กลับมาทำงานวิจัยอีกครั้งในรอบสิบปี โดยการวิจัยนั้นเป็นโปรเจคลับที่ให้นักวิจัยทดลองเชื้อไวรัสตัวหนึ่งขึ้นมาเพื่อนำมาทำการทดสอบกับผู้เข้าร่วมการทดลอง และผู้เข้าร่วมการทดลองนั้นคือมนุษย์”

            “เอามนุษย์มาทดลอง..เขาคงไม่ได้ยื่นเรื่องขอทดลองทางวิทยาศาสตร์ภายใต้การควบคุมดูแลของกระทรวงใช่ไหมครับ”

            ชานซองหน้านิ่ว

            ในปัจจุบันการทดลองด้วยมนุษย์นั้นสามารถทำได้ แต่มีกฎเกณฑ์และเงื่อนไขมากมายจนไม่มีใครอยากยื่นเรื่อง หากเป็นการวิจัยที่อันตรายต่อชีวิต ส่วนมากคนที่จะเอามาทดลองได้คือนักโทษประหาร ซึ่งหากนักโทษเหล่านั้นยินยอมทางครอบครัวจะได้ผลตอบแทนจำนวนมาก

            “ใช่ มันเป็นการทดลองลับที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของรัฐบาลอย่างเป็นทางการ แต่อยู่ภายใต้การควบคุมของทางหน่วยพิเศษของทหารแน่นอน”

            “อะ..อะไรนะครับ” ชานซองตกตะลึงกับข่าวใหม่เพิ่มเติม

            ซึงฮยอนถอนหายใจ สีหน้าเคร่งเครียด

            “หน่วยพิเศษไม่ได้ขึ้นตรงต่อผมคุณเองก็รู้ดี มันขึ้นตรงต่อผู้ใหญ่ ผลลัพธ์ที่จะได้จากการทดลองที่อันตรายของบริษัท PPI คงซื้อหน่วยพิเศษนั้นได้ไม่ยากทีเดียว เพราะวัตถุประสงค์ของการทดลองนี้คือ การเพิ่มศักยภาพทางร่างกายของมนุษย์ให้เกินขีดจำกัดสูงสุด โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ความเป็นอมตะ”

            “บ้ากันไปใหญ่แล้ว!” ชานซองอุทานอย่างตกใจ อ้าปากค้าง

            “ใช่ มันเป็นเรื่องที่บ้ามาก แต่คุณลองคิดดูสิว่า สำหรับหน่วยพิเศษแล้ว ถ้าได้บุคลากรที่ไม่มีวันเจ็บไม่มีวันตาย แถมยังพัฒนาศักยภาพได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด พวกเขาจะช่วย PPI ไหม”

            ชานซองพยักหน้าทันที เป็นเขาก็คงช่วย เพราะหากผลการทดลองสำเร็จ ผลตอบแทนที่ได้นั้นโคตรคุ้มค่า

            การทหารของเราจะแข็งแกร่งจนใครก็ไม่อาจสู้ได้

            ซึงฮยอนไม่แปลกใจในปฏิกิริยาของชานซองหรอก เขาเข้าใจดีทีเดียว

            สร้างมนุษย์ผู้สมบูรณ์แบบ มันช่างเป็นโครงการที่ยอดเยี่ยมแต่อันตรายนั้นเกินจะคาดเดา

            “เชื้อที่ใช้ทดลองมันเป็นเชื้อร้ายแรงมากด้วย แต่สุดท้ายการทดลองนั้นล้มเหลว อีกทั้งยังไม่มีทางพัฒนาเพื่อให้มันเอาใช้ประโยชน์ต่อวงการแพทย์ได้ หมอต้วนจึงเก็บเชื้อนั้นไว้ในห้องเก็บเชื้ออันตรายของสถาบันไบโอเทค โดยบอกทุกคนว่านั่นเป็นเชื้อดื้อยาตัวใหม่ที่เขาวิจัยอยู่

            และเมื่อสองปีก่อนสถาบันวิจัยก็เกิดเพลิงไหม้โดยไม่ทราบสาเหตุ เป็นข่าวใหญ่ดังครึกโครมเพราะต้องสูญเสียบุคลากรที่สำคัญไปหลายคนในกองเพลิง ข้อมูลเชื้อต่างๆ รวมไปถึงข้อมูลยารักษามากมายเสียหายและสูญไปกับไฟในครั้งนั้น แต่ห้องเก็บเชื้ออันตรายไม่เสียหายเท่าไรและมีเชื้อต่างๆ เหลืออยู่ให้นักวิจัยได้ศึกษาต่อไป แต่มันมีเชื้ออยู่ตัวหนึ่งหายไปจากห้องเก็บเชื้อ”

            “อย่าบอกนะครับว่า” ชานซองพอเดาได้ว่าเชื้อที่หายไปนั้นเป็นเชื้ออะไร

            ท่านนายพลพยักหน้าช้าๆ

            “อืม เชื้อที่ใช้ทดลองโปรเจคลับนั้นหายไป ทิ้งปริศนาให้คนในสถาบันข้องใจว่าหายไปได้ยังไง มีหลายคนบอกว่าอาจมีคนจงใจวางเพลิงเพื่อขโมยมันไป แต่มันเป็นเชื้อที่อันตรายและไม่มีประโยชน์คนจึงลืมไปในเวลาไม่นาน เอกสารงานวิจัยครั้งนั้นของหมอต้วนก็หายไปจากคลังเก็บข้อมูลของสถาบันเหมือนกัน ทุกอย่างเลยมาถึงทางตัน

            และเมื่อมันเอาไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ โทษร้ายแรงของมันก็ถูกนักระบาดวิทยาและนักภูมิคุ้มกันวิทยาหยิบมาพูดถึงบ่อยๆ ว่างานอันตรายของหมอต้วนชิ้นนี้อาจจะถูกผู้ก่อการร้ายขโมยไป ทางการทหารของเราก็เฝ้าระวังอย่างลับๆ และหน่วยข่าวกรองก็พยายามหาข่าวมาตลอดว่ามีที่ไหนในโลกนี้ผลิตอาวุธชีวภาพขึ้นมาหรือเปล่า แต่ก็ไม่มีที่ไหนผลิตอาวุธชีวภาพขึ้นมาเลย”

            “แต่ว่า..การที่โรคระบาดครั้งนี้มันเริ่มขึ้นเพราะนักวิจัยของบริษัท PPI ติดเชื้อจากการทดลองแล้วจากนั้นมันก็

            ชานซองนิ่งคิดไปถึงข้อมูลที่รู้มา

            มีผู้ป่วยติดเชื้อไข้หวัดจากเชื้อไวรัสไม่ทราบสายพันธุ์ ตอนแรกทางการก็ให้ความสนใจเฝ้าระวังดีหรอก แต่ผ่านไปสักพักก็เงียบหายและบอกประชาชนว่าจัดการควบคุมได้แล้ว..

            แต่เห็นได้ชัดว่ามันควบคุมไม่ได้

            “ผมคิดว่าเรื่องที่ไบโอเทคไฟไหม้ในครั้งนั้นคือฝีมือของ PPI

            “ท่านคิดว่าใช่จริงๆ หรือครับ”

            “อืม ตามรายงานที่ได้มา ข้อมูลของเชื้อที่ทดลองในโปรเจคนั้นหมอต้วนเก็บเป็นความลับ ไม่เคยมีใครได้รู้นอกจากคนในทีม แต่คนในทีมก็ไม่ได้รู้ทั้งหมด เพราะหมอต้วนเป็นหัวหน้าทีมในการวิจัย ทุกอย่างเขาจัดการทั้งหมด พอหมอต้วนถอนตัวและเก็บเชื้อไว้ไม่ส่งมอบให้PPI เอาไปทำอะไรต่อ พวกนั้นก็ต้องหาทางมาเอามันไปทำต่อเองจนได้นั่นล่ะ และไม่รู้ว่าทำต่อยังไงถึงทำให้เชื้อกลายพันธุ์จนยากจะควบคุมได้ และที่สำคัญคือ เพราะมันมีหน่วยพิเศษหนุนอยู่ พอเกิดการระบาดขึ้นมาค่ายอพยพถึงได้ก่อตั้งขึ้นได้เร็วนักไงล่ะ”

            “อย่างนี้นี่เอง” ชานซองพยักหน้า เข้าใจเพราะตามทันแล้ว

            “เพราะหมอต้วนสร้างเชื้อนั่นขึ้นมาสินะครับ ท่านจึงคิดว่าเขาน่าจะจัดการมันได้”

            “ผมหวังว่าจะเป็นเช่นนั้น”

            “หวังว่า?” ชานซองงุนงง

            มันไม่ใช่แค่หวังว่าแต่น่าจะเป็นทำได้แน่นอนสิ ก็หมอต้วนเป็นหัวหน้าทีมในโปรเจคลับนั้นนี่

            “ผมบอกไปแล้วไงว่ามีคนขโมยมันมาพัฒนาต่อ และพัฒนาจนเปลี่ยนไปจากเดิม แม้เชื้อดั้งเดิมหมอต้วนจะเป็นคนสร้าง แต่ไอ้เชื้อที่ระบาดอยู่ตอนนี้มาจากบริษัทเฮงซวยนั่น ถ้าเราได้ตัวหมอต้วนมาก็คงต้องภาวนาให้เขาสามารถหาคำตอบได้ว่าควรจะสู้กับมันยังไง”

            “ยังไงผมก็คิดว่าเป็นความผิดของหมอต้วนส่วนหนึ่ง ทำไมสร้างเชื้ออันตรายแบบนั้นขึ้นมาได้”

            ชานซองอดตำหนิคนที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้ไม่ได้ ถ้าเขาฉลาดได้สักครึ่งของหมอเขาไม่มีทางสร้างเชื้อนรกนี่ขึ้นมาหรอก

            “เขาสร้างแล้วก็ไม่ได้เอามันไปใช้งานในทางที่ผิดนี่ คนที่ผิดคือคนที่เอาไปใช้ต่อต่างหาก”

            ซึงฮยอนถอนหายใจอีกครา หันไปหยิบกระดาษปึกหนึ่งยื่นให้ชานซอง

            “นี่เป็นข้อมูลทั้งหมดของโปรเจคลับเท่าที่คนของเราหามาได้ คุณลองเอาไปอ่านดูแต่อย่าเผยแพร่เด็ดขาด กว่าจะรวบรวมจากหน่วยพิเศษมาได้น่ะยากมากทีเดียว”

            “รับทราบครับ” ชานซองรับของมาด้วยความรู้สึกหนักใจ

            ถึงมีข้อมูลให้อ่านเพิ่มแต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ตามหาหมอต้วนเจอง่ายขึ้นเสียเมื่อไหร่เล่า

 

TBC.


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 141 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,523 ความคิดเห็น

  1. #2481 mew_wwp (@mew_wwp) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 21:19
    ทับใจความเก่งกาจของแม่มากกก
    #2,481
    0
  2. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:27
    ความหวังจะไปอยู่ที่ขุ่นแม่หรอ..... //ตบผาก//
    อะไรๆ ก็แม่ตลอดสิ.... เหน่ยแทนแม่
    #2,457
    0
  3. #2330 Chiracc (@Chiracc) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 19:19
    โอ้โหหหหหห เรื่องมันเป็นแบบนี้นี่เอง
    #2,330
    0
  4. #2196 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 20:03
    เเบมเเบมไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ สงสารเเบมหว่ะ - ไรอันกับฮยอนจินเมื่อไหร่จะตาย
    #2,196
    0
  5. #2175 Benzz Zaza Chokrom (@kanon-596) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 14:16
    เบื่อไรอันกับเมียมัน เบื่ออออ ไม่ชอบมากกก
    #2,175
    0
  6. #2042 opoceleste (@opoceleste) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 00:44

    เอ้า กรมม

    #2,042
    0
  7. #1959 FrontHyuk (@chocolatepie) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 00:47
    อ้าวววว ซวยไปอีกแบมแบม เฮ้อออออ
    #1,959
    0
  8. #1928 Nolaf (@Nolaf) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 09:35
    อ่าวๆ เชื้อนี่มาจากที่แบมวิจัยส้ะงั้น เหิ้มมมมมม
    #1,928
    0
  9. #1870 ((((d^dek^d)))) (@smart_girl) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 20:51
    เรื่องลึกลับซับซ้อนมากกกก ฮืออออ
    #1,870
    0
  10. #1786 อ่ะโลฮ่า (@pathanan12345678) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 21:05
    น้อยใจไรอันอ่ะ มาว่าแบมTTก้ไม่ได้อยากให้เกิดป้ะว้าา ไม่ใช่เพราะแบมซะหน่อย ทีเมี ยตัวเองล่ะ ฮึ่ยยยย
    #1,786
    1
  11. #1650 Fbbjbjs (@Fbbjbjs) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 18:26
    ชอบมากกกกกกกกก
    #1,650
    0
  12. #1573 Only We Know Untill (@369963nq) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 20:46
    แบมแบมอ่า เก่งอะไรขนาดนี้ ไม่รู้ทำไมแต่เซ้นส์เราบอกว่าอูยองคือไอบ้าที่ทำให้เชื้อกลายพันธุ์ อ่านเอกสารที่ไม่มีในฐานข้อมูล หืมมม
    ปวดใจแทนแบมแบมที่โดนว่าเรื่องการตายของปู่ โดนคาดคั้นเรื่องซึงจุนอีก แบมต้องแกร่งขนาดไหนกัน #ทีมหมอแบม
    #1,573
    0
  13. #1532 PaulaPum (@yukiko12) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 23:12
    อยากอ่านต่อแล้วค่ะ ฮื่ออ
    #1,532
    0
  14. #1520 Bubii09 (@nepall44) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 14:25
    โอ้วววววว สาเหตุเริ่มเผยออกมาเรื่อยๆแล้ว สู้ๆนะแบม
    #1,520
    0
  15. #1517 EUNHWA_OK (@EUNHWA_OK) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 22:29
    โอ้ยยยยยย ปวดหัวเข้าไปอีก ไม่รู้ว่าแบมจะหยุดเชื้อนี้ได้ไหม
    #1,517
    0
  16. #1516 Kmn81 (@0824-0824) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 21:26
    ผู้กุมความลับ หมอต้วนเรานี้เอง 555
    #1,516
    0
  17. #1515 Cake__Cake (@Cake__Cake) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 10:00
    อื้อหือ  หมอต้วน เก่งฝุดๆ
    #1,515
    0
  18. #1513 ลูกกุญแจ' # (@luvnoritz68) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 23:02
    ไรท์พอจะมีหนังสือหลุดจองบ้างมั้ยคะ อยากได้มากๆ เลยค่ะฮือออออออ
    #1,513
    0
  19. #1512 ลูกกุญแจ' # (@luvnoritz68) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 23:02
    ไรท์พอจะมีหนังสือหลุดจองบ้างมั้ยคะ อยากได้มากๆ เลยค่ะฮือออออออ
    #1,512
    0
  20. #1511 Anongnat Meengoen (@mimmomoney) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 17:13
    สนุกมากเลยค่ะะ เพิ่งมาเจอเรื่องนี้ แงงงงง จองไม่ทันน
    #1,511
    0
  21. #1510 yadara (@yadara) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 15:44
    อย่างที่ซึงฮนอนพูดแบมแบมคิดค้นมากฌจริงแต่คนเอาไปต่อยอดนี่แล้วงี้แบมแบมจะช่วยได้ไหมนะTT อยากให้แบมแบมเจอกับทีมนี้ถ้าเจออีกทีมตายแน่ๆๆ
    #1,510
    0
  22. #1508 คุณป้า (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 22:41
    ถามได้ไหมคะว่าเรื่องดำเนินมากี่เปอร์เซ็นแล้ว อ่านไปเสียวไปกลัวเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น
    #1,508
    1
    • #1508-1 NaMe Just Kidding (@littleturtle23) (จากตอนที่ 18)
      2 กันยายน 2560 / 09:35
      +1 เลยค่ะ นี่ก็หลอนๆเหมือนกัน กลัวใจไรท์จริงๆที่ก่อนหน้านี้มีเกริ่นว่าจะมีการสูญเสียตัวหลัก หวังว่าจะเป็นคุณปู่โทมัสคนเดียว เพราะถึงอยากให้ยัยสะใภ้คนโตและลูกชายไปแต่คิดว่าคงขาดสีสัน หนูขอโทษนะคะปู่ ^^"
      #1508-1
  23. #1506 ออมม่า (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 17:49
    เหมือนจะเห็นความหวังในการรักษาเชื้อโรค
    #1,506
    0
  24. #1504 Just852 (@beliebers-kaw) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 09:17
    ดีใจที่เค้าเจอกัน แล้วอยากรู้ความจำเป็นของหมอแบมมากๆ มันต้องมีอะไรมากกว่านี้สิ สงสารทุกคนเลย เหมือนมันมีควากดดดันจากรอบๆข้าง ทำให้ทุกคนแสดงออกมาแบบนี้ เอาใจช่วนนะคะ รอๆค่ะไรท์
    #1,504
    0
  25. #1503 mai_maylody (@pannidana) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 08:57
    หูยยยย ขนลุกเลยค่ะ พีคคคคค หวังว่าแบมจะคิดค้นยารักษาได้นะคะ ขอแค่อย่ามีพวกไม่ดีมาเอาตัวแบมไปก่อนจะถึงเวลานั้นก็พอ ฮือออออ
    #1,503
    0