ปิดรีปริ้นท์(GOT7) Snow Drop Markbam,Bnior,Jackjae

ตอนที่ 16 : Chapter 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,159
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 122 ครั้ง
    20 ส.ค. 60

 




          “ออกไปเดี๋ยวนี้”

          “นายเป็นญาติของบ้านนี้เหรอ?”

          “ไม่ใช่”

          “ถ้าไม่ใช่คนในครอบครัวแล้วนายมีสิทธิอะไรมาไล่ฉัน หรือว่านายฆ่าคนในบ้านนี้ไปแล้วยึดบ้านเป็นของนายเอง?”

          น้ำเสียงยียวนของซึงจุนทำให้แจ็คสันนึกฉุน

          “คิดเองเออเองเก่งดีนี่” แจ็คสันก้าวลงบันไดอย่างช้าๆ โดยที่ยังไม่ลดปืนลง ซึงจุนยังคงยืนที่เดิมไม่มีท่าทีหวั่นเกรง

          “มีแค่สองคนยังคิดจะสู้อีกเหรอ”

          ซึงจุนมองร่างบางที่ยืนอยู่ด้านบน น้าวสายธนูเตรียมยิงลงมาเช่นกัน

          “ฉันไม่ใช่คนบ้านนี้แต่ก็มาถึงก่อน นายเองก็ไม่ใช่เจ้าของบ้าน และบ้านนี้ก็ไม่มีคนที่นายรู้จักแล้ว เพราะฉะนั้นแล้วนายก็ควรจะออกไปจากที่นี่ซะ”

          “นายแค่บอกว่าไม่ใช่คนของบ้านนี้แต่ไม่ได้บอกว่าไม่รู้จักกับคนที่นี่ แล้วฉันจะแน่ใจได้ยังไงว่านายไม่ได้พยายามปกปิดหรือซ่อนใครไว้ ฉันแค่มาตามหาคนไม่ได้มาหาเรื่อง ถ้านายรู้อะไรก็แค่บอกมาแล้วฉันจะไม่ทำอะไร และไม่เอาอะไรจากบ้านนี้ไปเลยแม้แต่อย่างเดียว”

          สิ่งที่ซึงจุนต้องการคือตัวแบมแบมเท่านั้น อย่างอื่นไม่เคยอยู่ในความสนใจ

          “ฉันไม่รู้จักใครที่นายรู้จักหรอก”

          “อาแบมแบมไม่ได้อยู่ที่นี่ เขามาที่นี่จริงแต่เขาก็ไปแล้ว”

          ซึงจุนกลับไปสนใจชายหนุ่มอีกคนที่พูดแทรกขึ้นมา

          “อา? นายคือหลานของเขาเหรอ”

          “ผมเป็นแฟนของหลานอาแบมแบม ผมมาที่นี่เพื่อตามหาแฟนเหมือนกันแต่แฟนผมออกเดินทางไปกับครอบครัวแล้ว”

          “ถ้าอย่างนั้นทำไมนายถึงยังอยู่ที่นี่ไม่รีบตามคนรักไปซะล่ะ”

          “ผมแค่แวะพักก็เท่านั้น เราหนีผีดิบมาหลายวัน คุณจะเชื่อหรือไม่ก็เรื่องของคุณ แต่ผมก็บอกสิ่งที่ผมรู้ไปหมดแล้ว ถ้าคุณอยากเจออาแบมแบม คุณควรจะรีบเดินทางต่อดีกว่า ผมเองก็หวังว่าครอบครัวของแฟนจะยังไม่ได้ออกนอกเมืองหลวงไป”

          ยองแจอธิบายให้ฟังทั้งที่ยังไม่ลดอาวุธในมือลง ซึงจุนเงียบไปครู่เหมือนคิดใคร่ครวญว่าจะเชื่อยองแจดีหรือไม่

          “นายล่ะจะออกเดินทางเมื่อไร”

          “พรุ่งนี้”

          ซึงจุนมองสบตายองแจ นักศึกษาหนุ่มก็ไม่หลบสายตาเช่นกัน ร่างสูงเงียบไปอีกอึดใจก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง

          “ไปได้แล้ว”

          ซึงจุนหันหลังกลับแล้วเดินนำลูกน้องหลายคนออกจากห้องโถงไป

          เหล่าชายหญิงที่ยังคงมองมาทางยองแจและแจ็คสันลดปืนลงแล้วตามซึงจุนออกไป

          “เฮ้อ..นึกว่าจะเกิดเรื่องซะแล้ว”

          พอผู้มาเยือนจากไปหมดแล้วพี่ชายของยองจีก็ทรุดลงนั่งกับขั้นบันได วางธนูบนตัก ท่าทางโล่งใจมากจริงๆ

          แจ็คสันเก็บปืนแล้วหันไปมองคนที่นั่งอยู่สูงกว่า

          “คิดว่าคนพวกนั้นจะยอมรามือแค่นี้เหรอ”

          “ไม่ยอมแล้วจะออกไปทำไม ไม่ยอมก็น่าจะใช้กำลังบังคับแล้วค้นบ้านแล้วสิ คุณอย่าคิดมากเลย ไปปิดบ้านแล้วขึ้นนอนกันเถอะ”

          ยองแจหลบแจ็คสันวิ่งลงบันไดเพื่อไปสำรวจประตูหน้าต่าง แจ็คสันส่ายหน้า ระอากับคนมองโลกในแง่ดี

          “พรุ่งนี้นายจะไปต่อจริงๆ เหรอ”

          คุณทหารเดินตามยองแจลงไปชั้นล่างเพื่อช่วยสำรวจความปลอดภัยของบ้าน

          “อืม”

          “ยองจีจะยอมเหรอ”

          “คุณช่วยหน่อยสิ”

          “จะลองดูก็แล้วกัน” แจ็คสันก็ไม่อยากการันตีผลนัก

          “ทั้งสองคนปลอดภัยดีนะ”

          แจ็คสันและยองแจหันไปมองด้านหลังพร้อมกัน โทมัสวิ่งลงบันไดมาหยุดยืนที่ขั้นแรก ยองแจส่งยิ้มให้คุณปู่สบายใจ

          “เรียบร้อยดีครับ คุณปู่ขึ้นไปพักผ่อนเถอะ ผมกับคุณแจ็คสันตรวจความเรียบร้อยข้างล่างเสร็จจะตามขึ้นไป”

          “อือ” โทมัสพยักหน้ารับ ยังคงห่วงแต่เมื่อยองแจบอกว่าไม่เป็นไรก็คงต้องเชื่อ

 

           

 

 

 

 

          “หยิบกระเป๋านั่นมาหน่อยซิดาฮยอน แกนี่มันชักช้าจริงๆ”

          ฮยอนจินโวยวายใส่ลูกสาวที่หยิบของให้ไม่ทันใจ ดาฮยอนหน้านิ่ว มองไปทางพี่ชายที่นอนคว่ำหายใจทิ้งอยู่บนโซฟา

          “แม่อยากได้ไวทำไมไม่ใช้พี่บ้างล่ะคะ”

          “อย่ามายอกย้อนฉันนะ หัดทำตัวมีประโยชน์บ้าง แกแค่ท้องนะไม่ได้ป่วย ขยับเขยื้อนร่างกายซะบ้างจะได้คลอดง่ายๆ”

          ฮยอนจินนั่งอยู่บนพื้นเก็บของใส่กระเป๋า ปากก็บ่นไปด้วย

          ดาฮยอนมองแม่อย่างน้อยใจ งอน เดินไปนั่งคุกเข่าข้างพ่อ ช่วยพ่อเก็บของดีกว่า

          ซองจินมองคนในครอบครัวที่เดินผ่านโซฟาตัวที่เขานอน ฟังเสียงถามหาข้าวของ เสียงพูดคุย

          เขาไม่อยากไป ไม่อยากเดินทาง แต่ยังไงก็แพ้เสียงส่วนใหญ่อยู่ดี

          “ลุกไปช่วยกันยกของสิซองจิน”

          ชางอุคเดินมาดึงแขนร่างสูงให้ลุกขึ้นนั่ง ซองจินลุกอย่างไม่เต็มใจนัก

          คอนโดอยู่ห่างจากรถที่จอดทิ้งไว้ตั้งเป็นกิโลเลยนี่นา ต้องเดินอีกแล้วสินะ

          ร่างสูงลุกขึ้นยืนแล้วมองไปรอบห้อง สัมภาระจำนวนมากถูกเก็บเรียบร้อยและแบ่งสัดส่วนเป็นสามกลุ่มอย่างชัดเจน

          ซองจินถอนหายใจ เดินไปหาแม่แล้วหยิบกระเป๋าเป้ใบใหญ่สะพายหลัง สะพายกระเป๋ากีฬาใบโตกับไหล่ซ้าย สองมือถือกระเป๋าขนาดย่อมอีกสองใบ

          ซองจินเดินออกจากห้องโดยมียูคยอมเปิดประตูให้โดยไม่พูดไม่จากับใคร

          ไรอันและฮยอนจินมองหน้ากันอย่างงุนงง

          สัมภาระใหญ่ๆ ซองจินขนทีเดียวสี่ใบเลยหรือ? อะไรเข้าสิงให้ซองจินขยันล่ะนั่น

          ทุกคนตรวจดูความเรียบร้อยอีกครั้งให้แน่ใจว่าไม่ลืมอะไรแล้วจึงช่วยกันขนของกระจายกันไปตามแต่ใครจะแบกไหว

          แต่คนที่ต่อสู้เก่งหน่อยก็จะแบกของน้อยหน่อย เพื่อระหว่างทางจะได้คอยปกป้องคนอื่นในกลุ่มได้สะดวก

          พอแบมแบมออกมาจากห้องก็เจอพวกจินยองยืนรออยู่หน้าห้องพักแล้ว

          “ชยอนูไปไหนล่ะ” หมอถามจินยองที่นั่งยองรอ  ร่างโปร่งยันมือกับหน้าขา ยันกายลุกขึ้นยืนพลางตอบคำถาม

          “ตามซองจินลงไปแล้ว”

          “หมอนั่นแบกของซะมากมายจนไม่มีมือว่าง พี่ชยอนูเป็นห่วงก็เลยตามไปด้วยน่ะ” เยรินเอ่ยเสริมเมื่อแบมแบมทำหน้างงว่าทำไมสองคนนั้นไปด้วยกัน

          จินยองเดินเคียงไปกับแบมแบม ไม่มองไปทางฮยอนจินสักนิด

          ตั้งแต่มีปากเสียงกันจินยองก็ทำเหมือนเธอไม่มีตัวตน ซึ่งฮยอนจินน่ะหรือจะใส่ใจ เธอยิ่งชอบเสียอีก

 

 

 

 

 

          เมื่อตกลงกันว่าจะเดินทางไปบ้านไร่ วีและฮันบินก็ออกมาหาน้ำมันเติมรถไว้เรียบร้อยก่อนล่วงหน้าแล้ว เพื่อที่เวลาออกเดินทางจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลารอกัน

          ดาฮยอนนั่งข้างพี่ชายซึ่งทำหน้าที่คนขับ ส่วนพ่อและแม่นั่งดูแลของด้านหลัง เธอไปอาศัยรถอามาร์คไม่ได้แล้ว เพราะตอนนี้มีอาแบมแบมและยูคยอมอยู่ด้วย 

          “พี่ดูเงียบๆ ไปนะ มีอะไรหรือเปล่า” เด็กสาวทนความอึดอัดไม่ไหวก็เอ่ยขึ้น ตั้งแต่เช้าพี่ชายดูเงียบไป มันผิดปกติ

          “อืม”

          เด็กสาวเลิกคิ้ว แปลกใจที่พี่ไม่ด่า นึกว่าจะโดนคำว่าอย่ายุ่งเรื่องของฉันกระแทกใส่หน้าเสียอีก

          “อยากเล่าไหม”

          ซองจินนิ่งไปนิดก่อนเอ่ย “ฉันแค่ไม่อยากกลับบ้านปู่”

          “ทำไมล่ะ”

          “ฉันไม่อยากเจอพวกกัด”

          “….”  ไม่ว่าจะไปบ้านปู่หรือออกเดินทางต่อ มันก็ต้องเจอพวกกัดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ

          “แกไม่รู้สึกกลัวบ้างเหรอดาฮยอน”

          “กลัวอะไร?”

          “กลัวตาย”

          ดาฮยอนมองหน้าด้านข้างของพี่ชาย ไม่แปลกใจในคำตอบนัก แต่จำเป็นต้องขบคิดจนไม่พูดไม่จากับใครด้วยหรือ

          “พี่ควรปลงได้แล้วนะ” เรื่องก็เกิดมาสักพักแล้วพี่ยังทำใจไม่ได้อยู่อีก

          “ไม่ได้หรอกว่ะ เรายังอายุน้อยกันอยู่เลยนะ”

          “แล้วยังไง พี่จะไปคิดกลัวล่วงหน้าทำไมล่ะ ใช้ชีวิตแค่วันนี้ก็พอ คิดเอาตัวรอดไปวันต่อวัน ถ้านานไปก็ชั่วโมงต่อชั่วโมง หรือไม่ก็นาทีต่อนาทีไปเลย เอาแค่ปัจจุบันก็พอแล้ว”

          ดาฮยอนก็แนะนำในสิ่งที่เธอทำแล้วได้ผล เธอยังหวาดกลัว แต่มันก็ต้องอยู่ความหวาดกลัวให้ได้นะ

          “นั่นสิ..” ซองจินถอนหายใจ

          ดาฮยอนไม่รู้จะชวนพี่ชายคุยเรื่องอะไรดีที่จะทำให้เขามีกำลังใจ

          ขนาดพ่อแม่รักเขามากกว่าเธอเขายังไม่พอใจอะไรอีก ทำไมไม่คิดหาวิธีปกป้องพ่อแม่จากพวกกัดล่ะ ไปคิดอะไรที่มีประโยชน์ดีกว่ามาจิตตกตั้งเยอะ

          “พี่อยากเจอพี่ยองแจไหม” ดาฮยอนลองพูดเรื่องแฟนดู เผื่อพี่จะหายวิตกกังวลไปสักชั่วอึดใจ

          “อยากเจอสิ” ซองจินตอบแทบไม่ต้องคิด

          “คิดอยากไปตามหาเขาไหมล่ะ”

          “เคย แต่ไม่รู้จะไปตามที่ไหน ไม่รู้ว่าเขาจะปลอดภัยหรือเปล่า แต่ถ้าปลอดภัยและยังมีชีวิตอยู่ก็คงดี”

          พอได้พูดถึงก็คิดถึงขึ้นมาแล้ว ทั้งที่ซองจินพยายามไม่คิดแท้ๆ

          “ถ้าอยากเจอพี่อาจได้เจอเขาในเร็วๆ นี้ก็ได้”

          “พูดอะไรของแก ในโลกแบบนี้มันจะเป็นไปได้ยังไง”   ซองจินหัวเราะกับคำพูดไร้สาระของน้อง ในตอนนี้จะไปบังเอิญเจอกันได้ง่ายๆ ได้ที่ไหนล่ะ

          “ไม่แน่หรอก อามาร์คยังได้เจออาแบมแบมเลย”  ดาฮยอนเห็นพี่ชายหัวเราะได้ก็ค่อยโล่งใจ แม้เธอจะถูกด่านิดด่าหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอก

          “นั่นน่ะโชคดีหนึ่งในร้อยเลยมั้ง”

          ซองจินส่ายหน้าน้อยๆ เขาไม่คิดหรอกว่าเขาจะได้เจอยองแจอีก แม้จะอยากเจอมากแค่ไหนก็ตาม

          “เราต้องมีความหวังสิ”

          “ยัยเด็กโง่ คิดอะไรเพ้อเจ้อจริง”

          ซองจินระอา แต่ดาฮยอนมันก็เป็นเด็กที่มองโลกในแง่ดีอยู่แล้วนี่นะ ถึงได้เซ่อซ่าไปโดนผู้ชายหลอกเข้าจนท้อง

          “ว่าแต่แกโอเคไหม”

          “เรื่อง?” ดาฮยอนงงที่จู่ๆ พี่ชายก็ถามแบบไม่มีที่มาที่ไป

          “เรื่องลูกแก”

          “ก็ไม่รู้สิ ตอนนี้เฉยๆ แล้ว เรามีชีวิตอยู่กันวันต่อวัน จะได้มีโอกาสคลอดเด็กคนนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้”

          ดาฮยอนวางมือลงบนท้อง ซองจินมองน้องสาวที่พูดด้วยท่าทางไม่สะทกสะท้านอะไร

          “แกไม่รักลูกแกแล้วเหรอ”

          “รักสิ ฉันกลัวความตายมากกว่าพี่เสียอีก ถ้าฉันตายลูกก็ตายไปด้วย”

          “แกดูเฉยๆ กับพวกผีดิบแล้ว”

          “ไม่หรอก ไม่เลยสักนิด”

          “แกคิดว่าฉันจะ..

          ซองจินเอ่ยแล้วเงียบไป ดาฮยอนมองอย่างสงสัย

          “จะอะไร”

          “ฉันจะเอาตัวรอดได้ใช่ไหม”

          “ลองสู้ดูเถอะ แล้วสัญชาตญาณจะบอกพี่เอง”

          ดาฮยอนให้กำลังใจ เธอรู้ว่าเขาก็ไม่ชอบที่โดนอเล็กซิสดูถูก เขาต้องค่อยๆ ละลายความขลาดออกไปให้ได้

          สักวันซองจินจะทำได้ และเธอภาวนาว่าเขาจะทำได้ก่อนเขาจะตายเสียก่อน

           

 

 

 

 

      “เป็นไงบ้างคุณ ยองจีว่าไงบ้าง”

      ยองแจรีบลุกจากเก้าอี้ไปหาคุณทหารที่เดินตรงมาหา แจ็คสันหันไปมองเด็กน้อยที่นั่งไกวชิงช้าเล่นอยู่ใต้ต้นไม้แล้วมองหน้าคนพี่ ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ

      “ไม่ยอมเหรอ” ยองแจถอนใจ ผิดหวัง

      “อือ” แจ็คสันจะบอกยองจีว่าจะพาไปหาพ่อแม่ก็ไม่ได้ ยองจีรู้แล้วนี่ว่าพ่อแม่และพี่ชายคนโตเสียชีวิตไปแล้ว

      “แย่จัง” ยองแจทรุดกายนั่งเก้าอี้ตามเดิม แจ็คสันนั่งลงข้างๆ

      “ก็คงต้องบอกว่าจะไม่พาไปเจอซองจินนั่นล่ะถึงจะยอมไป”

      “ถ้าหาพี่ซองจินเจอ ยองจีก็รู้สิว่าฉันโกหก แล้วยองจีก็จะโกรธฉันมาก”  ยองแจบ่นหงอยๆ ไม่อยากถูกน้องเกลียดหรอกนะ

      “ถึงตอนนั้นก็คงทำอะไรไม่ได้แล้ว ถ้าต้องอยู่ร่วมกันอย่างไรก็ต้องอยู่ บางทีอาจจะไม่ได้เจอกันในเร็ววันก็ได้นี่”

      แจ็คสันคิดว่าอนาคตไม่แน่นอน บางทีถึงตามหาครอบครัวต้วนเจอ ซองจินอาจไม่มีชีวิตอยู่แล้วก็ได้

      …ก็ทำได้แค่คิดแต่พูดออกไปไม่ได้ล่ะนะ ไม่อย่างนั้นยองแจได้ซึมเศร้าอีกแน่

       ยองแจถอนหายใจอีกครั้ง มองไปทางน้องสาวที่เงยหน้าส่งยิ้มให้คุณปู่ที่ช่วยไกวชิงช้าให้

      เห็นแกร่าเริงขึ้นบ้างแล้วยองแจก็ดีใจ

      “คงต้องทำอย่างที่คุณบอก..คุณปู่จะไปไหนครับ ให้ผมไปเป็นเพื่อนไหม!” ยองแจบอกคุณทหารแล้วตะโกนร้องเรียกโทมัสที่กำลังจะผละจากยองจีเดินไปทางสวน

      “ไม่เป็นไรหรอก ปู่ไปเองได้” โทมัสหยุดรอยองแจที่รีบวิ่งมาหาโทมัส

      “เผื่อเจอพวกกัดนะครับ ผมไปด้วยดีกว่า”

      ชายชราส่ายหน้าปฏิเสธแล้วเดินไปคนเดียว ยองแจมองตามด้วยความเป็นห่วง

      “นายลองตามไปห่างๆ เถอะ”

      แจ็คสันที่ค่อยๆ เดินตามมาบอกยองแจที่ดูลังเล ร่างบางพยักหน้า ฝากยองจีไว้กับแจ็คสัน

 

 

 

 

 

      “คุณปู่ออกมาล่าสัตว์ทำไมเหรอครับ”

      โทมัสชะงัก หันกลับมามองด้านหลัง ยองแจจับจ้องไปยังกระต่ายขนสีขาวที่นอนจมกองเลือดบนพื้น มีมีดปักอยู่กลางตัว

      “คุณปู่บอกว่ามีอาหารแห้งเก็บไว้มากไม่ใช่เหรอครับ ทำไมต้องมาล่าสัตว์อีกล่ะ หรือว่าคุณปู่อยากทานเนื้อ?”

      “ปู่..แค่คิดว่าน่าจะทำสเต๊กให้ยองจีกินหน่อยน่ะ”

      ยองแจยิ้มแหย ถ้ายองจีรู้ว่าต้องกินเนื้อเจ้ากระต่ายขนปุยแกจะไม่อยากกินน่ะซี

      ยองแจเดาว่าคุณปู่ไม่ได้ออกมาล่าสัตว์ไปทำอาหารหรอก ล่าไปให้คุณย่าต่างหาก

      เขาและคุณแจ็คสันใช่ว่าจะไม่ได้ยินเสียงครางอันเป็นเอกลักษณ์ของพวกกัดที่ดังแว่วมาจากห้องนอนใหญ่ อีกทั้งคุณปู่มักจะบอกทุกคนว่าอยากใช้เวลาอยู่ในห้องตามลำพัง แต่พอยองแจขึ้นไปตามที่ห้องนอนเล็กก็ไม่เจอ แต่แอบไปเจอที่ห้องนอนใหญ่ต่างหาก

      แม้รู้แต่ต้องทำเป็นไม่รู้ ในเมื่อคุณปู่ไม่ไว้ใจเราพอที่จะบอกความจริง ยองแจก็ไม่อยากซักถามให้ท่านลำบากใจ

      ยองแจเข้าใจความรู้สึกของคุณปู่นะ ก็คงเหมือนที่เขารู้สึกกับพี่ยองวอน

      ไม่มีใครทำใจได้หรอกที่ต้องสูญเสียคนที่รักไป..

      “คุณปู่ไม่น่าต้องลำบากมาเองเลยนะครับ บอกผมหรือคุณแจ็คสันก็ได้ กลับบ้านเถอะครับ”

      ยองแจไม่อยากทิ้งคุณปู่ไว้คนเดียว มันอันตราย

      เมื่อคืนก็เพิ่งจะมีคนบุกรุกเข้าบ้าน นั่นก็แสดงให้เห็นได้อย่างหนึ่งว่าบ้านนี้ใช่ว่าจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์

      มนุษย์ยังเข้าได้ซากศพก็คงเข้ามาได้เหมือนกัน

      โทมัสหิ้วซากกระต่ายเดินตามยองแจกลับไป  เจ้ากระต่ายตัวนี้เขาตั้งใจใช้มันเป็นอาหารของอลิส

 

 

 

 

     “เป็นไงบ้าง ไร่โน้นมีความเคลื่อนไหวไหม”

      ซึงจุนปีนนั่งร้านที่เอาไว้เฝ้าไร่ขึ้นมา ชายหนุ่มที่คอยสอดส่องความเป็นไปของไร่โทมัสลดกล้องส่องทางไกลลงแล้วหันมาตอบ

      “ยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรครับ ไม่มีใครเข้าออกไร่เลย”

      ซึงจุนหรี่ตามองตะวันที่ส่องตรงศีรษะ เที่ยงแล้วยังไม่ออกเดินทางก็แสดงว่าคงไม่ไปไหนแล้วล่ะ

      ไอ้เด็กนั่นมันก็แค่หลอกเขาเพื่อซื้อเวลา

 

 

 

 

      แจ็คสันเดินสำรวจรอบบ้านโดยมียองจีเดินตามเป็นลูกไก่ตามแม่ไก่ เขาเห็นเพียงรอยล้อรถหลายคันออกไปจากไร่

      หวังว่าคนกลุ่มเมื่อคืนจะจากไปแล้วไม่หวนกลับมาอีก

      “พี่แจ็คสันคะ” ยองจีร้องเรียกพลางกระตุกชายเสื้อแจ็คสัน

      “ว่าไงคะ”

      แจ็คสันหันไปเผชิญหน้ากับเด็กน้อยที่เอ่ยเรียก ยองจีเงยหน้ามองจ้องเขา

      “ว่าไงเอ่ย” แจ็คสันย่อกายลงนั่ง ถามด้วยรอยยิ้ม

      ยองจีม้วนปลายผมยาวของตน เหลือบตากลมที่มีแพขนตายาวมองหน้าหล่อนั่น

      “พี่แจ็คสันเป็นแฟนพี่แทนพี่ซองจินได้ไหมคะ”

      เด็กน้อยน่ารักเอ่ยถามเสียงเบา ถามแล้วมองซ้ายมองขวาราวกับกลัวว่าพี่ชายจะมาได้ยินเข้าแล้วเธอจะถูกดุ

      แจ็คสันอึ้ง ไม่คาดคิดว่ายองจีจะถามสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

      “พี่เป็นแฟนพี่ยองแจไม่ได้หรอกนะคะ”

      “ทำไมล่ะ พี่ใจดีออก หนูชอบพี่มากเลยนะคะ”

      ยองจีหน้ามุ่ยเมื่อถูกปฎิเสธ แจ็คสันจับมือน้อยๆ ไว้

      “เพราะพี่ยองแจกับพี่ไม่ได้รักกันไงคะ”

      “งั้นพี่แจ็คสันก็รักพี่สิ แล้วทำให้พี่รัก ไม่ได้เหรอคะ?”

      “มันไม่ง่ายเหมือนเกมหรือการ์ตูนนะคะ”

      “พี่น่ารักมากเลยนะ”

      “พี่รู้ค่ะ”

      “แล้วทำไมพี่แจ็คสันไม่ชอบพี่ล่ะ ต้องทำไงเดี๋ยวยองจีช่วย”

      “ถึงหนูจะช่วยก็ไม่ได้ค่ะ พี่ยองแจรักพี่ซองจิน ถ้าเขาไม่เลิกรักกัน ไม่เลิกเป็นแฟนกัน ต่อให้ยองจีบอกให้พี่กับพี่ยองแจคบกันก็เป็นไปไม่ได้นะคะ”

      “ต้องทำยังไงพี่ถึงจะเลิกกับพี่ซองจินคะ”

      แจ็คสันสะอึกแทนยองแจเลยทีเดียว

      คำถามของหนูโหดร้ายมากเลยลูก พี่ชายมาได้ยินเข้าต้องเสียใจแน่

      “พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน”

      “ถ้าไม่รักกันก็ไม่คบกันใช่ไหม”

      “ใช่แล้ว”

      “ถ้าพี่รักพี่แจ็คสันแทนพี่ซองจิน พี่กับพี่ซองจินจะเลิกกันเหรอ”

      “ค่ะ”

      “งั้นหนูจะให้พี่รักพี่แจ็คสันให้ได้เลย”

      “หนูจะทำยังไง”

      “ไม่รู้ค่ะ พี่แจ็คสันเคยมีแฟนไหม”

      “เคยค่ะ”

      “จีบแฟนด้วยรึเปล่าอ่ะ”

      “จีบสิคะ”

      “งั้นพี่แจ็คสันก็จีบพี่สิ” ยองจีตาวาว ยื่นหน้าไปใกล้แจ็คสัน

      “พี่ยองแจได้เอาธนูมายิงพี่น่ะสิ” แจ็คสันหัวเราะขำกับความคิดของหนูน้อย ยองจียู่ปากขัดใจ

      “ไม่หรอกน่า”

      “ทำไมหนูถึงอยากให้พี่เป็นแฟนกับพี่ชายล่ะ”

แจ็คสันไม่เข้าใจยองจีนัก รู้หรอกว่าเธอชอบเขามาก ยองแจกรอกหูอยู่บ่อยๆ แต่ไม่คิดว่าจะชอบมากขนาดให้มาแทนที่คนที่พี่ชายเธอรัก

      “ก็หนูไม่ชอบพี่ซองจินนี่นา”

      “ทำไมล่ะ”

      “ไม่รู้ ไม่ชอบก็คือไม่ชอบค่ะ”  ยองจีพองลมจนแก้มป่อง หน้าตาน่ารักยู่ยี่ แต่แจ็คสันกลับยิ้มอย่างเอ็นดู

      ผู้หญิงยังไงก็คือผู้หญิง ไม่ว่าจะอายุเท่าไรก็ตาม เธอทั้งน่ารักและเอาแต่ใจเสมอ

      “ถ้าพี่ยอมทำตามที่ยองจีต้องการยองจีจะให้อะไรพี่คะ”

      “ให้อะไรคืออะไรคะ”

      “พี่ไม่จีบให้ฟรีๆ นะคะ” แจ็คสันเย้าเธอ อยากรู้ว่าเธอจะเอาอะไรมาแลก

      “ต้องให้ด้วยเหรอ พี่แจ็คสันจีบพี่ได้ก็ได้พี่ไปไงคะ”  ยองจีงงว่าพี่แจ็คสันจะเอาอะไรอีกล่ะ

      ยัยเด็กฉลาด!  

      แจ็คสันฟังแล้วอดขำไม่ได้เลยแฮะ

      “ถึงพี่จีบพี่ชายหนู แต่เขาอาจไม่รักพี่นะ ถ้าเขาไม่เลิกกับแฟนแล้วมาหาพี่จะทำไงดีล่ะ”

      “พยายามจนกว่าเขาจะเลิกกันสิคะ”

      ร้ายกาจ

      “พี่จะพยายาม แต่หนูต้องทำตามที่พี่ขออย่างนึงนะ”

      “อะไรคะ พี่อยากได้อะไรเหรอ” ยองจีถามอย่างสนใจ กำลังดีใจมากที่แจ็คสันตกลงยอมทำตามที่เธอขอร้อง

      “เราต้องเดินทางต่อนะคะ ไปหาพี่ซองจิน”

      “ได้ค่ะ” ยองจีพยักหน้าตอบรับทันที

      “หืม? ทำไมยอมง่ายจัง” แจ็คสันงวยงง

      กล่อมมาแต่เช้ายังไงก็ไม่ยอมท่าเดียว จู่ๆ อยากยอมก็ยอมซะอย่างนั้น เออแปลกดี

      “พอเจอพี่ซองจิน พี่เขาจะได้รู้ไงว่าพี่มีแฟนใหม่แล้ว”

      ยองจียิ้มกว้าง นั่งยองท่าเดียวกับแจ็คสัน ยื่นนิ้วก้อยไปหา

      “อะไรคะ” แจ็คสันงุนงง

      “เกี่ยวก้อยสัญญาไงคะ”

      “อ่อ ค่ะๆ”

      แจ็คสันยื่นนิ้วก้อยมาเกี่ยวด้วย ในใจกำลังคิดหาทางว่าจะทำยังไงดี คงต้องไปปรึกษายองแจซะแล้วล่ะ แต่เด็กอ้วนคงไม่โวยวายหรอกนะ

      “นี่ยองจี”

      “คะ”

      “หนูไม่คิดว่าพี่ชายจะเสียใจที่ต้องเลิกกับแฟนเขาเหรอ ไม่มีใครอยากเสียคนที่รักไปหรอกนะ”

      ยองจีชะงัก ก้มหน้านิ่ง

      แจ็คสันคิดว่าเธอคงลืมคิดไป ก็เธอยังเด็กอยู่นี่นะ จะเข้าใจความรักแบบผู้ใหญ่ได้ยังไง

      “ถ้าอยู่กับคนดีก็จะมีความสุขไม่ใช่เหรอคะ”

      ยองจีกอดเข่า เงยหน้ามองพี่แจ็คสันเหมือนจะถามว่าสิ่งที่เธอคิดมันไม่ใช่เหรอ

      “พี่ซองจินไม่ดีตรงไหนคะ”

      แจ็คสันคิดว่าต่อให้คนชื่อซองจินจะมีข้อเสีย แต่เมื่อยองแจรักเขา ทุกอย่างมันก็ไม่สำคัญหรอก

      “เขาใจร้าย นิสัยไม่ดี ไม่น่ารักมากๆ เลยค่ะ” ยองจีบ่นไปก็หน้านิ่วคิ้วขมวดไป

      “แต่ยองจีคะ คนที่ดีกับคนที่รักน่ะไม่เหมือนกันนะ”

      ยองจีมองหน้าพี่แจ็คสันอย่างไม่เข้าใจ แจ็คสันลูบผมแกแผ่วเบา ชวนแกไปเล่น

      เธอไม่เข้าใจหรอกว่าในตอนนี้ การได้อยู่กับคนที่รักและยังมีคนรักรอดชีวิตอยู่ด้วยกันมันเป็นสิ่งที่มีค่ามากแค่ไหน

 

 

 

 

 

      “นายไม่ต้องอดนอนคอยดูแลบ้านหรอก ทั้งวันก็ไม่เห็นมีอะไร พวกนั้นคงไม่กลับมาอีกแล้ว”

      โทมัสเอ่ยกับแจ็คสันระหว่างทานมื้อเย็นด้วยกัน ยองแจพยักหน้าเห็นด้วยพลางช่วยตักอาหารให้น้องสาว

      “นั่นสิ คุณนอนพักผ่อนดีกว่านะ”

      “แต่..

      “ไม่มีอันตรายอะไรหรอก อย่าระแวงนักเลย”

      โทมัสก็รู้สึกขอบใจนะที่แจ็คสันห่วงใยทุกคนและจะเสียสละดูแลความปลอดภัยให้ แต่ไม่อยากให้เขาอดนอนอยู่ดี

      แจ็คสันพยักหน้ารับเพื่อให้ทุกคนสบายใจ แต่คิดว่าพอทุกคนเข้านอนแล้วเขาค่อยลุกมาเฝ้าระวังก็ได้

 

 

 

 

 

      ความตั้งใจของแจ็คสันไม่สำเร็จเมื่อเขาเผลอนอนหลับจนไม่ได้ลุกมาคอยระวังภัย

      ในขณะที่ทุกคนในบ้านอยู่ในห้วงนิทรา คนของซึงจุนก็เข้ามาในไร่กันอย่างเงียบเชียบพร้อมบางสิ่งบางอย่างในมือ

      “คุณจะทำจริงๆ หรือครับ” ชายกลางคนยังหันมาถามซึงจุนอีกครั้ง เขาไม่อยากทำตามที่อีกฝ่ายสั่งเท่าใดนัก

      “ใช่” ซึงจุนยืนยันเสียงเรียบ ไม่ยอมเปลี่ยนใจ

      ในเมื่อไม่ยอมออกมาเอง ซึงจุนก็จะบังคับให้คนในบ้านทุกคนออกมา

      ถ้ามีคนซ่อนตัวกันอยู่จริงก็จะคอยดูซิว่าจะยังอยู่ได้อีกไหม จะยอมออกมาหรือเปล่า

 

 

 

 

 

      “เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!?

      ยองแจรู้สึกตัวตื่นเมื่อหายใจไม่ออก พอพยายามลืมตาขึ้นมองจึงเห็นกลุ่มควัน หยีตามองม่านควันสีเทาคละคลุ้งเต็มห้อง

      เสียงไออย่างรุนแรงจากข้างกายทำให้ยองแจควานหาตัวน้องสาวมากอดไว้

      “พี่คะ..

      “อย่าเพิ่งพูดนะ!

      ยองรีบอุ้มน้องลงจากเตียง พยายามตั้งสติคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งไปเปิดประตูห้อง

      ร่างบางผงะถอยเข้ามาในห้องเมื่อเจอเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้อยู่ภายนอก

      ไฟไหม้งั้นเหรอ เป็นไปได้ยังไง?!

      “คุณแจ็คสัน! คุณอยู่ไหนน่ะ”

      ยองแจกดหน้าน้องกับบ่า ตะโกนเรียกแจ็คสันให้มาช่วยก่อนจะไอออกมาจนเจ็บหน้าอกไปหมด

      นักศึกษาหนุ่มย่อกายลงนั่ง กระซิบบอกน้องให้ก้มต่ำเพื่อหาอากาศบริสุทธิ์หายใจ

      “ยองแจ ยองจี!

      ยองแจหันมองร่างของคนที่เรียกหาเมื่อครู่

      “คุณยองจี” ยองแจที่เอาผ้าปิดหน้าให้น้องไว้ดันร่างน้อยไปหาแจ็คสันแล้วฟุบลงกับพื้นเพราะหายใจไม่ออก

      ร่างสูงอุ้มยองแจแล้วโอบเอวคนอายุน้อยกว่าให้ลุกขึ้น

      ถ้าไม่รีบออกไปจากที่นี่คงต้องตายอยู่ในกองเพลิงแน่ บ้านที่ทำจากไม้คือเชื้อเพลิงชั้นดีทีเดียว

      “ว้าย!

      ยองจีหวีดร้องด้วยความตกใจเมื่อเจอท่อนไม้ไฟลุกท่วมตกลงมาจากเหนือศีรษะ

      แจ็คสันชะงัก พาสองพี่น้องหลบกองไฟย่อมๆ ที่ลุกไหม้เครื่องเรือนในบ้านจนขวางทางเพื่อออกไปทางประตูด้านหลัง

 

 

 

 

      ยองแจสูดอากาศเข้าปอดหลังทิ้งร่างลงนั่งบนพื้นดินได้อย่างปลอดภัย ก่อนจะเบิกตากว้างอย่างตระหนกยามนึกอะไรขึ้นมาได้

      “คุณ! คุณปู่ล่ะ!

      แจ็คสันมัวแต่ตกใจเช่นกันจนลืมโทมัสไปสนิท

      “รออยู่ที่นี่ก่อนนะ ฉันจะเข้าไปช่วยคุณโทมัสเอง”

      “ระวังตัวด้วยนะคุณ”

      ยองแจตะโกนไล่หลังตามคนที่วิ่งเข้าไปในบ้านที่กำลังถูกเปลวเพลิงกลืนกินอย่างรวดเร็ว เสียงไฟแตกปะทุลั่นเปรี๊ยะในความรู้สึกของยองแจมันช่างน่าหวาดผวาเหลือเกิน

      ขอให้เขาได้เห็นคุณแจ็คสันและคุณปู่ออกมาจากบ้านอย่างปลอดภัยด้วยเถอะ อย่าให้มันคร่าชีวิตคนทั้งคู่ไปเลย

 

 

 

 

 

      “คุณโทมัส! คุณอยู่ไหนส่งเสียงให้ผมหน่อย!

      แจ็คสันใช้ผ้าที่เปียกน้ำปิดจมูก ตะโกนร้องเรียกเจ้าของบ้าน ไอความร้อนปกคลุมไปทั่วบ้านจนแทบจะแผดเผา

      ถ้าเขาออกไปช้าคงไม่ทันการแน่

      แจ็คสันวิ่งฝ่าความร้อนขึ้นไปที่ชั้นสองอีก พยายามเงี่ยหูฟังเสียงของโทมัสไปด้วย

      “แจ็ค

      เสียงเรียกชื่อแผ่วเบานั้นทำให้แจ็คสันพุ่งตรงไปยังห้องนอนใหญ่ทันที

      “คุณโทมัส!

      แจ็คสันเหลือบมองผู้ติดเชื้อที่นั่งบนเตียงแวบหนึ่ง พอเห็นโซ่ที่ข้อมือของเธอเขาก็เลิกสนใจแล้วพยายามมองหาโทมัส ควันเข้าตาจนแสบไปหมดแล้ว

      ชายสูงวัยนอนฟุบคว่ำหน้าอยู่บนพื้นข้างเตียง แจ็คสันรีบปราดเข้าทรุดลงนั่งประคอง พลิกร่างใหญ่ให้นอนหงายในอ้อมแขน

      “คุณโทมัส!”  แจ็คสันอังนิ้วที่ใต้จมูกเหนือริมฝีปาก ยังสัมผัสได้ถึงเส้นชีวิตที่แผ่วเบาของโทมัส

      แจ็คสันขยับเปลี่ยนท่านั่งแล้วแบกโทมัสไว้บนหลัง มองหาทางออกจากห้องนอนที่ควันไฟโขมงจนมองไม่เห็นสิ่งอื่นใดนอกจากแสงสีส้มแดง

      แจ็คสันรวบรวมกำลังที่ยังคงเหลือลุกขึ้นยืนโดยมีโทมัสขี่หลังอยู่ แขนทั้งสองของชายสูงวัยตกห้อย เขาหมดสติไปแล้ว และนั่นยิ่งทำให้แจ็คสันร้อนรน กลัวโทมัสเป็นอันตราย

      นายทหารสอดแขนกับข้อพับขาของโทมัสแล้วพาเขาออกจากห้องนอน พยายามฝ่ากองเพลิงออกไปให้เร็วที่สุดก่อนอากาศจะหมดและเขาจะหมดสติไปอีกคน

 

 

 

 

      “1..2..3..4…แค่นี้เองเหรอ”

      ซึงจุนมองเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่เขาเป็นคนสั่งการอย่างไม่รู้สึกยินดียินร้าย คิ้วเข้มขมวดมุ่น จ้องมองผู้รอดชีวิตจากกองไฟ

      คนที่ติดตามซึงจุนอยู่ในไร่ข้างๆ อดถอนใจไม่ได้

      ต้องเลือดเย็นขนาดไหนถึงย่างสดมนุษย์ด้วยกันเพียงเพราะให้ได้มาในสิ่งที่ตัวเองต้องการ

      ผู้ชายคนนี้จิตใจทำด้วยอะไร

      ซึงจุนนั้นน่ากลัวกว่าผู้ติดเชื้อเสียอีก..

 

 

 

 

      แจ็คสันนอนหงายราบไปกับพื้นดิน สายตามองบ้านไม้ขนาดใหญ่ที่พังทลายเพราะไฟ ขณะที่ยองแจนั่งคุกเข่าใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าให้โทมัสที่นอนเคียงยองจี

      ยองจีปลอดภัยดี แกมีสติสมบูรณ์ครบถ้วน ไม่บาดเจ็บ ยองแจก็เช่นกัน แต่แจ็คสันนั้นมีแผลโดนไฟลวกอยู่สองสามจุด ซึ่งยองแจกำลังคะยั้นคะยอให้อีกฝ่ายทำแผลอยู่

      “จู่ๆ ไฟก็ไหม้ ฉันว่าก่อนนอนฉันดับเทียนหมดแล้วนะ” เพราะต้องการประหยัดไฟ ยองแจเลยหาเทียนมาให้ความสว่างทดแทน

แจ็คสันหันหน้ามามองคนที่กำลังเช็ดตัวให้โทมัส

      “วางเพลิง มันไม่ได้ไหม้เอง”

      คำบอกเล่าของแจ็คสันทำให้ยองแจตื่นตระหนก

      “เอ๋! จริงเหรอ แล้วคุณรู้ได้ยังไง”

      “จริง มีคนราดน้ำมันแล้วจุดไฟเผาเรา ฉันได้กลิ่นน้ำมัน” แจ็คสันเอ่ยด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจัง

      “ใครล่ะ ใครที่เป็นคนทำแบบนี้..

      “ใครล่ะที่มาหาเราช่วงนี้”

      ทหารหนุ่มถามกลับให้ยองแจคิดเอาเอง

      ยองแจนิ่งอึ้งไป เพียงแค่คิดถึงความโหดเหี้ยมของชายที่มาตามหาอาแบมแบมเขาก็ตัวสั่น

      “เขาทำไปทำไม..ถ้าไม่เชื่อว่าเราไม่ได้ซ่อนอาไว้ เขาทำแบบนี้เท่ากับฆ่าอาทางอ้อมชัดๆ”

      “เดาไม่ถูกเหมือนกัน แต่โชคดีที่เรารอดกันมาได้”

      ยองแจและแจ็คสันสบตากัน ต่างพากันตกอยู่ในความเงียบงัน

 

 

 

 

 

      “โธ่เว้ย!

      ร่างสูงโปร่งพึมพำออกมาอย่างหงุดหงิด มือหนึ่งทุบโต๊ะ อีกมือกุมขมับ สีหน้าเคร่งเครียด

      แก้วมัคที่รองรับกาแฟดำควันกรุ่นถูกวางไว้ใกล้มือเขาโดยหญิงสาวอีกคน เธอทรุดกายนั่งลงเก้าอี้ตัวข้างๆ โดยไม่รอให้ชายหนุ่มเชื้อเชิญ

      “ล้มเหลวอีกแล้วเหรอ มั่นใจนักหนาไม่ใช่หรือคะว่าคุณจะพลิกประวัติศาสตร์ทำยาต้านดีซีได้”

อูยองตวัดสายตาแสดงความไม่พอใจไปให้ซินบี หมอสาวยกขาไขว่ห้าง

      “คุณมีอะไรเก็บซ่อนไว้เหรอ มีคนบอกว่าคุณใช้เวลาอยู่ในห้องทดลองแทบจะ24 ชั่วโมง ตอนไหนพักคุณจะอ่านรายงานอะไรสักอย่างอยู่ตลอด และไม่มีใครรู้ว่ามันคือรายงานอะไร ฉันเองก็พยายามดูจากในกล้องวงจรปิดนะว่าคุณอ่านอะไรอยู่ แต่พอซูมเอาไป ค้นหากลับไม่มีอยู่ในข้อมูลที่ค้นหาได้”

      อูยองคิ้วขมวด จ้องหญิงสาวเขม็ง

      “คุณว่าไงนะ คุณแอบดูสิ่งที่ผมอ่านเหรอ”

      “ใช่ ในนาทีนี้มีข้อมูลอะไรคืบหน้าก็ควรบอกกันไม่ใช่เหรอคะ” ซินบีไหวไหล่ ยอมรับตามตรง

      “มาบอกผมอย่างนี้ ไม่กลัวว่าผมจะกำจัดคุณทิ้งหรือไงที่เที่ยวมาสอดรู้สอดเห็นเรื่องของคนอื่น”

      สายตากราดเกรี้ยวของนักระบาดวิทยาหนุ่มทำเอาซินบีหนาวเยือก

      “คุณขู่ฉันเหรอ”

      “ผมคุมที่นี่อยู่”

      อูยองตบโต๊ะปัง ซินบีพยายามรักษากิริยาอาการให้นิ่งสงบเหมือนไม่กลัว

      “ฉันแค่อยากรู้ว่าคุณรู้อะไรบ้าง”

      “ทำไมผมต้องบอก?”

      “เกี่ยวกับหมอต้วนไหม คุณเคยทำงานกับเขานี่”

      “จะพูดถึงคนที่อาจตายไปแล้วทำไม”

      อูยองลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินจากไปทันที ซินบีมองตามชายหนุ่มที่เดินหนีไป

      “เกี่ยวด้วยชัวร์ๆ”

      เปิดเผยให้คนอื่นรู้หน่อยก็ไม่ได้ จะกลัวอะไรนักหนานะ

 

 

TBC.




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 122 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,523 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 03:27
    ดีนะที่รอดกันมาได้...
    #2,454
    0
  2. #2328 Chiracc (@Chiracc) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 16:43
    โอ้โหหหหหห คนเป็นนี่น่ากลัวที่สุดแล้ววววว อ่านเรื่องนี้แล้วเครียดจริงๆ
    #2,328
    0
  3. #2270 jjphile (@110720) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 19:43
    ความลับนั้นคืออะไรน้า
    #2,270
    0
  4. #2194 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 19:40
    ตายๆๆๆๆๆๆๆๆ ชั้นจะบ้าตายยยย
    #2,194
    0
  5. #2040 opoceleste (@opoceleste) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 00:36

    เลว เลวได้อีกจ้า

    #2,040
    0
  6. #1957 FrontHyuk (@chocolatepie) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 23:59
    โอ้โหหห เลวก็ฮยอนจินก็ซึงจุนเนี่ยแหละ
    #1,957
    0
  7. #1775 tongonea (@tongonea) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 16:26
    ซึงจุน!!!!!!
    #1,775
    0
  8. #1649 Fbbjbjs (@Fbbjbjs) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 16:59
    ซึงจุน!!! เลว!!!!!
    #1,649
    0
  9. #1571 Only We Know Untill (@369963nq) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 20:02
    เ-้ย ซึงจุนแม่ง...พี่จินยองที่เป็นมาเฟียยังให้ความรู้สึกว่าไม่เ-้ยขนาดนี้ ทำไมแบมแบมถึงรู้จักคนแบบนี้ได้กัน แล้วย่าอลิสล่ะ เราใจพังแล้ว
    #1,571
    0
  10. #1531 PaulaPum (@yukiko12) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 22:24
    ปัญหายังไม่มากพออีกหรอ..เฮ้อคนเรา
    #1,531
    0
  11. #1514 Cake__Cake (@Cake__Cake) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 08:50
    ซึงจุนใจร้ายจัง    แล้วงี้คุณปู่จะอยู่ยังไงอ่ะ  
    #1,514
    0
  12. #1488 oni (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 07:10
    เกลียดซึงจุนจัง แต่ก็เหมือนจะช่วยอลิสให้พ้นทุกข์นะ แต่ก็ใจร้ายเกินไปเห็นแก่ตัวเกิ้น

    เพื่อประโยชน์ของตัวเอง แบบนี้ทุกคนกลับมาก็ไม่เจอบ้านแล้วดิ โทมัสฟื้นขึ้นมา

    จะเสียใจแค่ไหนเมียที่ดูแลมาตั้งนานต้องมาโดนไฟคลอกแบบนี้
    #1,488
    0
  13. #1485 mai_maylody (@pannidana) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 18:23
    ซึงจุน เป็นบ้าหรอ นอกจากจะต้องสู้กับศพที่เดินได้แล้วยังต้องมาสู้กับคนที่น่ากลัวกว่าศพอีกเนี้ยนะ อูยองนี่เหมือนปิดปังอะไรไว้เลย
    #1,485
    0
  14. #1483 kkkasta (@Beerball) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 17:58
    ซึงจุนโคตรสารเลว ถึงได้แบมไปก็ได้แต่ตัว ไม่มีทางได้หัวใจหรอก
    #1,483
    0
  15. #1478 PeeradaToon (@PeeradaToon) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 14:53
    อยากจะไปโผล่ในเรื่อง แล้วฆ่าซึงจุนซ่ะ!!!
    #1,478
    0
  16. #1472 จ้าวแมวน้อย (@K715207) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 11:52
    ฮืออออ คุณย่าอลิสล่ะ คุณย่าก็โดนเผาทั้งที่ยังเป็นผีดิบสิ แล้วปู่โทมัสจะอยู่ไงล่ะ แงงงงงงง
    #1,472
    0
  17. #1465 .บาร์ค. (@BBMTT) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 08:55
    ซึงจุนนี้รักเเบมยังไงอะ น่ากลัวเกิน
    #1,465
    0
  18. #1464 snl_111allmain (@snl_111mainall) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 08:42
    อ่าว... บ้านไหม้หมดแม่ก็ถูกเผาปด้วยแล้ว แล้วพวกกลุ่มที่กำลังย้อนกลับมานี่จะเจอกันมั้ยล่ะเนี่ยละจะไปอยู่ไหนกันเสบียงอาหารสัมภาระก็คงถูกเผาไปหมดมั้ยล่ะ...
    #1,464
    0
  19. #1462 shierichi (@shierichi) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 08:14
    โอ้ย ซึงจุนเลือดเย็นมากกก มาเผาบ้านเขาอีก เป็นบ้าอ่อออ เฮ้อ เครียด แล้วนี่จะได้เจอกันมั้ยหนออ ลุ้นค่ะลุ้นร
    #1,462
    0