ปิดรีปริ้นท์(GOT7) Snow Drop Markbam,Bnior,Jackjae

ตอนที่ 15 : Chapter 11 100% + ทอล์ค

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,759
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 111 ครั้ง
    30 ก.ค. 60

 


 

“ที่นี่ยังใช้ไฟได้อีกเหรอเนี่ย?”

เสียงผู้มาใหม่ทำให้หมอและสามีหันไปมอง จึงเห็นหญิงสาวร่างบางสวมเสื้อครอปสีดำและกางเกงยีนสีซีดเดินนำหน้าชายหนุ่มสองคนเข้ามา

แบมแบมลุกขึ้นยืน มาร์คเดินมายืนอยู่ข้างหน้าภรรยา มองผู้มาเยือนอย่างไม่เป็นมิตร

“คุณคือหมอต้วนใช่ไหม”

หญิงสาวมองข้ามไหล่มาร์คไปยังคนข้างหลังเขา แบมแบมเลิกคิ้ว สงสัยว่าทำไมอีกฝ่ายรู้จักตน เขาแน่ใจว่าไม่เคยรู้จักผู้หญิงหน้าตาแบบนี้นะ

“ไม่ใช่” คนที่ตอบคำถามคือมาร์ค ร่างบางมองหนุ่มหล่อแล้วยิ้มน้อยๆ

“ฉันแค่ถามเพื่อความมั่นใจเท่านั้น ฉันรู้จักภรรยาคุณ”

“คุณเป็นใคร”

ลิซ่าหัวเราะน้อยๆ ยามได้ยินเสียงเข้มห้วนของมาร์ค เธอเดินมานั่งที่เก้าอี้ ยกขาไขว่ห้าง

“คุณไม่รู้จักฉันหรอก แต่ฉันรู้จักพวกคุณ”

“อย่างนั้นก็แนะนำตัวสิ และบอกมาด้วยว่ารู้จักพวกเราได้ยังไง ทำไมต้องตามเรามา”

มาร์คกอดอก จ้องหญิงสาวเขม็ง แบมแบมมองทั้งคู่ไปมา

“นี่เธอตามเรามาเหรอ คุณรู้ได้ยังไง”

“มีแต่คุณที่ไม่รู้ ขนาดผมตามมาคุณยังไม่รู้สึกตัวเลย” มาร์คหันไปดุคนที่ความรู้สึกช้าและไม่รู้จักระวังตัวเสียบ้าง เปลี่ยนเขาเป็นคนอื่นแบมแบมคงแย่แน่

แบมแบมชูมือสองข้างเชิงยอมแพ้ ก่อนจะหันไปหาหญิงสาวแปลกหน้า

“คุณคือใครหรือครับ เราเคยรู้จักกันมาก่อนเหรอ ถ้าผมจำคุณไม่ได้ก็ขอโทษด้วยนะ”

ลิซ่าอมยิ้ม มองคุณหมอตั้งศีรษะจดเท้า

“คุณหมอดูไม่เปลี่ยนไปเลยนะคะ”

“คุณอย่ามาเล่นลิ้น มีอะไรก็พูดมา” มาร์คไม่ได้ใจเย็นอย่างแบมแบมหรอกนะ

“โอเค เข้าเรื่องเลยก็ได้ ทุกคนในกลุ่มของฉันเคยเห็นรูปคุณหมอค่ะ เราจึงรู้จักคุณแม้คุณไม่รู้จักเราก็ตาม แล้วรู้ไหมคะว่ามันเป็นเรื่องอันตรายแค่ไหน”

ลิซ่าเอ่ยแล้วเงียบไป สายตาจับจ้องที่หน้าหวานของหมอหนุ่ม

“อันตราย? คุณพูดอะไรผมไม่เข้าใจ ช่วยอธิบายเรื่องทั้งหมดหน่อยเถอะ”

แบมแบมงุนงงจริงๆ ทำไมเธอเคยเห็นรูปเขา เห็นมาจากไหน เธอพูดว่าทั้งกลุ่มแล้วกลุ่มของเธอจะทำอะไรเขาล่ะ เขาไม่ได้ทำอะไรเธอสักหน่อย

“พวกฉันตามหาหมอเหมือนที่พวกทหารตามหมอนั่นล่ะค่ะ”

คำพูดของลิซ่าไม่ทำให้สามีภรรยาต้วนเข้าใจกระจ่างได้เลย กลับงงกว่าเดิมเสียอีก

“พวกทหารตามใคร?”

“ตามหมอต้วนภรรยาของคุณไงล่ะ”

“ตามเพื่ออะไร คุณไปได้ข่าวจากไหนมา หรือรู้มาจากพวกทหาร ข่าววงในหรือไง ทหารมีจุดประสงค์อะไรถึงต้องตามหาแบมแบม”

คำถามมากมายจากสามีหมอทำให้เป็นฝ่ายลิซ่าบ้างที่ประหลาดใจและงุนงง

“อย่าบอกว่าพวกคุณไม่รู้เรื่องเลยน่ะ?”

“ก็แล้วมันเรื่องอะไรล่ะวะ!

เมื่อรู้ว่าภรรยาถูกตามตัวมาร์คก็อารมณ์เสียขึ้นมาได้ง่ายดาย ลิซ่ามุ่นคิ้วน้อยๆ ไม่ชอบใจเสียงดังของเขาเลย

“ใจเย็นน่ามาร์ค”

“พวกคุณคงไม่ได้ฟังประกาศจากทหารสินะ”

“ฟังสิ หรือพวกทหารมีประกาศมาใหม่”

“อ่าว ถ้าฟังแล้วทำไมพวกคุณไม่รู้ล่ะว่าหมอโดนล่าตัวอยู่”

ทั้งมาร์คและลิซ่าต่างก็มองหน้ากัน เหมือนมีเครื่องหมายคำถามแปะอยู่บนหน้าทั้งคู่

“ที่ว่าประกาศนั่นของวันไหนหรือครับ” แบมแบมคิดว่าตนไม่ได้พลาดอะไรไปเลยนะ

“ก็วันที่ทหารชิงน้ำไฟคืนจากพวกผีห่านั่นไม่ได้ไงล่ะหมอ หลังจากรายงานความล้มเหลวแล้วนายพลชเวประกาศตามหาหมอให้ไปหาทหาร เพราะเขาคิดว่าหมอจะช่วยคิดค้นยารักษาโรคนรกนี่ได้ ตอนแรกฉันก็ไม่เชื่อนักหรอก แต่เห็นหมอมาอยู่ในแล็บพังๆ แบบนี้หมอคงมีวิธีรักษาใช่ไหม”

ลิซ่าถามอย่างจริงจัง แบมแบมนิ่งคิดก่อนเงยหน้ามองสบตาสามี

“ต้องเป็นตอนที่พี่ฮยอนจินปิดวิทยุแน่เลย เราฟังกันไม่จบ”

“คงเป็นอย่างนั้นแน่ ผมชักไม่อยากจะทนฮยอนจินแล้วนะ สร้างแต่เรื่อง!

มาร์คนึกโกรธพี่สะใภ้ เพราะผู้หญิงคนนั้นทำให้ทุกคนไม่รู้ว่าแบมแบมกำลังตกเป็นที่ต้องการตัวของพวกทหารบ้านั่น

ถ้าแบมแบมเดินเข้าไปหาทหารเองอย่างที่บอกก่อนออกมาแล็บเขาต้องบ้าตายแน่

“เรื่องครอบครัวเอาไว้ก่อนดีไหม ตอนนี้คุณสองคนน่าจะฟังสิ่งที่ฉันต้องการพูดก่อนนะ”

“มีอะไรก็พูดมาสิ ตอนอยากฟังก็ทำเป็นไม่อยากพูด”

มาร์คหันไปเหวี่ยงใส่ลิซ่า ต่อให้เป็นผู้หญิงเขาก็ไม่แคร์ ชายหญิงเท่าเทียมกันมาหลายสิบปีแล้ว

“มาใส่อารมณ์กับคนที่จะช่วยคุณและเมียแบบนี้ได้ยังไงกัน” ลิซ่ากอดอก มองอย่างผู้เหนือกว่า

“คุณจะมาช่วยอะไรเรา”

“ช่วยให้คุณไม่ต้องรับศึกสองด้านไง ถ้าคุณมองว่าทหารไม่น่าไว้ใจเหมือนที่เราคิดล่ะก็นะ”

“ศึกอะไร”

“ทหารให้หมอเข้าไปหาถ้ายังมีชีวิตอยู่ หรือถ้าใครเคยรู้จักหมอและรู้ว่าหมอยังไม่ตายก็ให้แจ้งข่าวกับทหาร ไม่รู้หรอกนะว่าหมอจะไปทำตัวให้คนรู้จักมามากมายแค่ไหน ถ้าไม่อยากโดนล่าก็ต้องระวังตัวเอาไว้ให้ดี และที่ควรระวังที่สุดคือกลุ่มของฉัน เพราะหัวหน้ากลุ่มของเราเขาอยากได้ตัวหมอและอยากฆ่าคุณมากเลยทีเดียว”

“ฆ่ามาร์คงั้นเหรอ มันเรื่องอะไรกัน หัวหน้าคุณเป็นใคร” แบมแบมร้อนใจ แต่มาร์คสงสัยและวิตกกับอีกสิ่งที่หญิงแปลกหน้าย้ำมาหลายครั้งตั้งแต่เจอกัน

กลุ่มของเธอเหมือนจะมุ่งร้ายแบมแบม แล้วเพราะเหตุใดเธอถึงต้องพูดให้เป้าหมายรู้สึกตัวและหวาดระแวง

“หัวหน้าของเราเป็นคนที่หมอรู้จักดีเลยล่ะ เขาก็ต้องการตัวหมอเหมือนกัน แต่ดูเหมือนจะไม่ได้อยากได้เพื่อเอาไปส่งให้ทหาร แต่อยากได้ไว้เองมากกว่า ซึ่งการที่อยากได้คนมีสามีแล้วก็จำเป็นต้องกำจัดเสี้ยนหนามอย่างสามีเขาทิ้งไงล่ะ ทีนี้เข้าใจหรือยังว่าคุณสองคนมีความปลอดภัยในชีวิตน้อยกว่าชาวบ้านเขาอีกเท่าตัวเลยนะตอนนี้น่ะ”

“ใครกันที่อยากฆ่าฉันแล้วเอาเมียฉันไปน่ะ”

“ไม่รู้คุณจะรู้จักหรือเปล่านะ แต่พี่เขาบอกว่าหมอรู้จักเขาดีเลยแหละ”

“อย่ามาลีลา บอกสักทีว่าใคร!

“ซึงจุน ปาร์คซึงจุน”

ศัลยแพทย์หนุ่มเบิกตากว้างด้วยความตกใจหลังได้ยินชื่อของซึงจุน

“วะ..ว่าไงนะ”

“พี่ซึงจุนเขาอยากได้ตัวคุณ เขาให้เราทุกคนในกลุ่มดูรูปคุณไว้ เจอที่ไหนก็ให้บอกเขาก่อนบอกทหาร ใครขัดคำสั่งเขาจะยิงเราทิ้ง”

ลิซ่าหน้าเครียด เรื่องนี้เธอไม่ได้ล้อเล่น

ภายในแล็บเงียบงัน ก่อนนาทีต่อมาลิซ่าจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อถูกมาร์คจ่อปืนเล็งศีรษะในระยะที่เหนี่ยวไกไม่พลาดแน่นอน

“ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันต้องฆ่าเธอก่อนเธอจะไปบอกไอ้ซึงจุนมาฆ่าฉันใช่ไหม”

ลิซ่ายกมือเป็นสัญญาณให้ชายหนุ่มที่มาด้วยอย่าขยับ แม้ไม่หันมองก็รู้ว่าพวกเขาคงเล็งปืนไปที่หนุ่มหล่อตรงหน้าเธอเช่นกัน

“ถ้าฉันอยากตายหรืออยากจับเมียคุณฉันจะมาบอกข่าวนี้กับคุณทำไม การที่ฉันมาเจอหมอเพราะโชคล้วนๆ ฉันและสองคนนี้มาหาเสบียงแถวนี้แต่ดันโชคดีเจอหมอทั้งที่เราไม่คาดหวังด้วยซ้ำ”

“หมายความว่าคุณไม่ได้มีเจตนาจะทำตามคำสั่งซึงจุนเหรอ คุณกล้าหรือไง เขาต้องทำอย่างที่ขู่ไว้แน่”

แบมแบมเป็นห่วง ลิซ่าแค่นหัวเราะ

“กล้าหรือไม่กล้าฉันก็กำลังทำอยู่นี่ไง ตอนแรกกลุ่มเราจะออกนอกเมืองหลวงภายในสองวัน แต่พี่ซึงจุนต้องการแน่ใจว่าคุณรอดหรือตายจึงแบ่งคนในกลุ่มออกค้นหาที่บ้านคุณทั้งสามแห่ง รวมบ้านพ่อของผู้ชายคนนี้ด้วย โรงพยาบาลที่คุณทำงานพี่ซึงจุนก็ไปด้วยตัวเอง เขาออกเดินทางเมื่อเช้านี้ ใครตายระหว่างทางก็ตายไปแต่ถ้าใครรอดก็ไปที่จุดนัดพบนอกเมืองตามที่ตกลงกันไว้”

“เธอจะบอกว่าเธอบังเอิญเจอเราแต่จะปล่อยเราไปงั้นเหรอ แล้วเธอจะได้อะไร หรือจะยอมตายเพราะคนที่ไม่รู้จักกัน เธออาจจะปล่อยเราแต่อีกสองคนข้างหลังเธอคงไม่คิดเหมือนกัน”

มาร์คยังไม่คงลดปืนลง และเขายอมรับว่าผู้หญิงคนนี้ใจกล้าน่าดู ยังนิ่งสงบได้เหมือนไม่ได้ถูกปืนจ่อหัว

“ฉันไม่รู้ว่าหมอจะมีประโยชน์กับมนุษยชาติแค่ไหน แต่ฉันไม่คิดว่าเขามีประโยชน์กับเรา ฉันสังหรณ์ว่าทุกอย่างมันจะต้องวุ่นวาย และที่สำคัญ ฉันไม่ต้องการให้หมอมาแย่งความสำคัญในสายตาพี่ซึงจุนไป ดังนั้นฉันจึงจะตกลงกับคุณ เรามาแลกเปลี่ยนกัน ฉันจะไม่สู้ จะปล่อยคุณทั้งคู่ไป แต่คุณและครอบครัวต้องไปให้ไกล คุณทำได้ไหม”

“เธอชอบเขาเหรอ” มาร์คลองถามสิ่งที่สงสัย

“ไม่ใช่เรื่องของคุณ” ลิซ่าขึ้นเสียงใส่ มาร์ครู้ทันทีว่าเขาแทงใจดำเธอเข้าแล้ว

“ลิซ่า เธอจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ ถ้าเธอไม่อยากให้หมอไปอยู่กับเราเธอก็ควรแจ้งรัฐ เขาอาจจะช่วยเราทุกคนได้นะลิซ่า”

หนึ่งในสองชายหนุ่มที่มากับลิซ่าเอ่ยขัดเมื่อได้ยินข้อแลกเปลี่ยนของลิซ่ากับหมอ

“นายก็ได้ยินแล้วว่าเขาไม่รู้จักไวรัสของเดทลิซี” ลิซ่าหันไปพูดกับคนที่ค้านเธอ

“ถ้ามีเครื่องมือและคนช่วย เขาต้องทำได้แน่ ไม่อย่างนั้นนายพลจะหวังในตัวเขาได้ยังไง” ชายร่างสูงใหญ่อีกคนยังหาเหตุผลมาค้าน

“เรื่องจะไปหาทหารหรือเปล่าไม่ใช่เรื่องของพวกนาย ไม่ต้องยุ่ง” มาร์คเบนความสนใจไปที่ชายสองคนที่พูดจาขวางหู

“ทำไมคุณเห็นแก่ตัวแบบนี้ล่ะ หมอไปช่วยคนไม่ได้ไปตายสักหน่อย ถ้าเขาทำได้เราทุกคนก็จะปลอดภัยและพ้นจากเรื่องบ้าๆ นี่กันสักที”

“ใช่ ฉันเห็นแก่ตัว เห็นแก่ตัวเองและลูกของฉันไง ในสายตานายแบมแบมเป็นแค่ใครสักคนที่นายไม่รู้จักแต่มีประโยชน์ นายเลยอยากให้เขาเสียสละตัวเองโดยไม่สนใจด้วยซ้ำว่าต่อไปชะตากรรมของเขาจะเป็นยังไง แต่สำหรับฉันเขาคือภรรยา สำหรับลูกของเราเขาคือแม่ เป็นคนสำคัญของคนในกลุ่มฉัน ฉันไม่สนใจหรอกว่าใครจะเป็นจะตายยังไง แต่คนของฉันต้องรอดและต้องปลอดภัยเท่านั้น”

“ถ้าคุณอยากให้คนของคุณปลอดภัยก็มีแต่ต้องทำงานให้ทหารเท่านั้นนะ”

“ต่อให้ต้องทนอยู่กับซากศพเดินได้ไปตลอดฉันก็ไม่แคร์หรอก และมันเป็นสิทธิของฉันที่จะส่งเมียตัวเองให้ทหารหรือเปล่าด้วย”

“แต่..

“พอเถอะ มันเรื่องของเขาไม่ใช่เรื่องของเรา สักวันโรคบ้านี่คงรักษาได้เองนั่นแหละ” ลิซ่าปรามอีกครั้งไม่ให้คนของตนเอ่ยต่อ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล

“ไม่ใช่แค่เรื่องของเขานะ มันเกี่ยวพันกับชีวิตพวกเราทุกคนด้วย!

“ถ้าเปลี่ยนจากหมอเป็นเมียนาย นายจะอยากให้เขาไปไหม” ลิซ่าถามกลับเสียงเรียบ อีกฝ่ายอึกอัก

“คิดหนักใช่ไหม คิดได้แล้วก็อย่าพูดมาก ตอนนี้นายสองคนออกไปรอข้างนอกก่อน”

ลิซ่าลุกขึ้นยืนช้าๆ แล้วหันหลังให้มาร์ค ชายทั้งสองที่มาด้วยไม่ขยับเขยื้อน

“ไปสิ!

สองหนุ่มมองหน้ากันก่อนชายร่างใหญ่จะเอ่ยขึ้น

“เราจะบอกเรื่องนี้กับซึงจุน”

“ก็ลองบอกดูสิ”

ปัง!

ไม่ทันตั้งตัว คนที่คิดจะบอกเรื่องแบมแบมกับซึงจุนก็ถูกยิงเข้าตัดขั้วหัวใจ เขาล้มลงทั้งที่ตายังเบิกโพลง หญิงสาวชักปืนที่เอวออกมาอย่างรวดเร็วจนใครก็มองไม่ทัน มารู้ตัวกันก็ตอนมีคนสิ้นใจไปแล้ว..

“นายล่ะอยากจะเลือกข้อไหนระหว่างปิดปากเงียบหรือไปฟ้องพี่ซึงจุน”

ลิซ่าเบนปากกระบอกปืนไปทางชายร่างผอมสูง เขาที่มีเพียงมีดเป็นอาวุธยกมือขึ้น ส่ายหน้า ตัวสั่น

“ฉันจะไม่บอกเขา อย่าทำอะไรฉันนะ”

“ดี! ตอนนี้ก็ออกไปรอข้างนอกได้แล้ว เสียงปืนคงจะเรียกผีนรกมาแน่ ถ้าเห็นว่ามันมาก็เข้ามาบอกด้วย”

“ได้ๆ จะออกไปดูให้เดี๋ยวนี้แหละ” ชายหนุ่มที่รอดชีวิตลนลานวิ่งออกไปนอกแล็บด้วยกลัวว่าหญิงสาวจะฆ่าเขาอีกคน

เธอฆ่าคนได้ตาไม่กระพริบเลย

มาร์คและแบมแบมเองก็ตกใจและไม่คิดว่าเธอจะกล้าฆ่าคนโดยไม่ลังเลอย่างนี้ ผู้หญิงคนนี้น่ากลัวและเลือดเย็นจริงๆ

ลิซ่าหลับตา ถอนหายใจ ก่อนจะเก็บปืนแล้วหยิบมีดที่มีไว้ใช้ยามปกติออกมาจากซองข้างเอว ย่อกายนั่งลงข้างศพที่เพิ่งสังหาร พลิกตัวเขาแล้วแทงเข้าที่ท้ายทอยจนมิดด้าม

หญิงสาวยังคงนั่งอยู่ที่พื้น เช็ดเลือดที่เปื้อนมีดพลางเอ่ย

“หมอนั่นขี้ขลาดแต่มันก็อาจจะหลุดปากให้คนในกลุ่มได้รู้ว่าเจอหมอ ถ้าพวกคุณหลบซ่อนอยู่ละแวกนี้ก็รีบย้ายออกไปเถอะ กระสุนฉันมีค่าคงตามปิดปากทุกคนไม่ไหว”

ลิซ่าเอ่ยถึงชายที่วิ่งออกไปด้านนอก

“ขอบคุณ แต่เธอน่าจะตัดไฟแต่ต้นลมนะ เดินทางต่อกันสองคนแม้เธอจะเก่งแต่อาจสู้เขาไม่ได้ก็ได้ ถ้าระหว่างทางหมอนั่นกลัวจนขาดสติแล้วทำอะไรเธอเข้าจะลำบาก”

ลิซ่าแค่นยิ้ม หันมองมาร์ค

“จะเก็บไว้พิจารณา”

“ทำไมคุณถึงแทงที่หัวเขาอีกล่ะ ทั้งที่คุณฆ่าเขาตายไปแล้ว”

แบมแบมสงสัย จะว่าลิซ่ารู้ว่าต้องฆ่าที่หัวซ้ำสองถึงจะตายสนิทก็เป็นไปได้ แต่ชายคนนี้ไม่ได้ถูกกัดมาก่อนหรอกมั้ง ถึงตายด้วยสาเหตุอื่นก็ไม่น่าจะฟื้นมาเป็นผีดิบได้นี่

“หมอไม่รู้หรอกเหรอว่าต่อให้ตายด้วยสาเหตุอะไร แม้ไม่โดนกัดก็เป็นผีห่านั่นได้”

ลิซ่าต่างหากที่แปลกใจ

“เอ๊ะจริงเหรอ ผมนึกว่าจะต้องมีร่องรอยการได้รับเชื้อเข้าสู่บาดแผลซะก่อนเสียอีก”

“ไม่ใช่ ฉันก็เคยคิดแบบนั้นตอนเห็นเพื่อนที่ทำงานเป็น แต่น้องชายฉันที่ผูกคอตายโดยไม่ได้โดนกัดสักนิดก็กลายเป็นผีดิบได้ ฉันก็เลยรู้น่ะสิ ไม่ว่าจะตายยังไงไม่นานก็ต้องฟื้นมาเป็นซากเดินได้”

“แบบนั้นมันไม่สมเหตุสมผลเลยนะ ไม่ได้รับเชื้อแต่ตายแล้วกลายเป็นผีดิบได้ยังไง”

หมอหนุ่มยังไม่อยากเชื่อ หญิงสาวยักไหล่

“หมอคิดว่าโรคนี้มันมีเหตุผลอะไรด้วยเหรอ มันไม่น่าเป็นไปได้ตั้งแต่คนตายฟื้นคืนชีพแล้ว เชื้อมันอาจจะมีวิธีฝังตัวอยู่ในร่างกายเราได้โดยเราไม่รู้ตัวก็ได้ น้องชายฉันก็ตายไปแล้ว ฉันถามไม่ได้ซะด้วยว่ามันไปรับเชื้อนรกนั่นมาทั้งที่ไม่โดนกัดได้ไง ในความคิดฉันการโดนกัดคงเป็นแค่การเพิ่มเชื้อให้มากขึ้นและเร่งเวลาตายเพราะเสียเลือดหรือแผลติดเชื้อก็เท่านั้น ถ้าหมอจะเอาทฤษฎีนี้ไปใช้ร่วมกับที่หมอมีอยู่ฉันก็ไม่ว่านะ”

แบมแบมยังอึ้งและช็อกที่ได้รับรู้เรื่องราวน่ากลัวของเดทลิซีเพิ่มมากขึ้น จะจริงหรือเปล่าไม่รู้แต่คงเป็นไปได้ หญิงสาวคนนี้คงไม่เอาชีวิตคนในครอบครัวมาล้อเล่น

“คุณชื่ออะไร”

“ลิซ่า เรียกฉันแค่ลิซ่า”

“ผมแบมแบม นี่มาร์ค”

“ไม่ต้องแนะนำหรอก เราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว”

ลิซ่าไม่สนใจ เธอหันหลังเดินกลับออกไปทันทีที่เสร็จธุระแล้ว แต่ยังไม่ทันจะพ้นประตูทางเข้าแล็บชายหนุ่มที่ออกไปข้างนอกก็วิ่งกลับมาหน้าตาตื่น

“แย่แล้วลิซ่า พวกกัดตรงมาที่นี่เยอะเลย!

“แม่งเอ๊ย ว่าแล้วเชียว!

หญิงสาวรีบตามชายที่มาด้วยกันออกไปด้านนอก พอหันมองทางซ้ายมือเจอฝูงผีดิบกลุ่มใหญ่ก็ผงะ ถอยร่นเข้ามาในอาคารจนชนเข้ากับแบมแบมซึ่งเดินตามออกมา เธอหันมองทางขวามือก็เห็นศพเดินได้อีกกลุ่มเดินมาแต่ไกล แม้กะด้วยสายตาคร่าวๆ อย่างรวดเร็วจะมีจำนวนน้อยกว่าทางซ้ายมือ แต่จะทางไหนก็รับมือไม่ไหวทั้งนั้น

“เราจะทำยังไงกันดี!” แบมแบมเองก็เห็นอย่างที่ลิซ่าเห็น บีบไหล่หญิงสาวแน่น ลิซ่าคิ้วขมวดคิดหาทางออก

“ขึ้นไปข้างบนได้สำรวจอะไรบ้างไหม ออกไปนอกแล็บตอนนี้มีแต่ตายกับตาย”

“จะหนีไปตายชั้นสองหรือไง”

“ผัวหมอปากหมาจังเลยนะ”ลิซ่าอดจิกกัดมาร์คไม่ได้ ไม่ช่วยคิดยังจะปากดี

“ที่ผีดิบแห่กันมาเพราะเสียงปืนของใครล่ะ” มาร์คหงุดหงิดไม่ต่างจากลิซ่าหรอก

“พอเถอะทั้งสองคน เราต้องคิดหาทางรับมือผู้ติดเชื้อสองกลุ่มพร้อมกันเลยนะ ช่วยร่วมมือกันชั่วคราวได้ไหม”

แบมแบมล่ะเชื่อเลย สถานการณ์บีบเข้ามาขนาดนี้ยังจะมีอารมณ์มาเถียงกันอยู่อีก!

“หึ่ย” ลิซ่าย่นจมูก ต่อให้นานแค่ไหนก็ไม่เคยจะชินกับกลิ่นเหม็นเน่าสาบสางของซากศพได้เลยสิน่า จะอ้วก

“เราจะเอาไงดีลิซ่า” ชายหนุ่มร่างผอมหลบอยู่ข้างลิซ่าหันมาเขย่าแขนเธอ ลิซ่ามองเขาแวบหนึ่งแล้วกระชากแขนให้ตามออกไปนอกแล็บ

“เธอจะสู้หรือลิซ่า”

“เปล่า ฉันไม่ได้สู้ นายต่างหากล่ะ”  ลิซ่าตอบอย่างเย็นชา ผลักชายหนุ่มให้เดินไปข้างหน้า เขางุนงงสงสัย หันมามองหญิงสาว

“หมายความว่างะ” ยังไม่ทันจะพูดจบประโยค ลิซ่าก็ยกเท้าถีบร่างของเขาอย่างแรงจนคนที่ไม่ทันตั้งหลักกระเด็นล้มไปกับพื้น

“เธอทำอะไรน่ะลิซ่า!

“ช่วยถ่วงเวลาจนกว่าฉันจะรอดไปจากที่นี่เถอะนะ!

ชายหนุ่มเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อรู้แล้วว่าลิซ่าต้องการอะไร รีบยันตัวจะลุกขึ้นแต่กลับถูกกระชากจากมือเน่าเปื่อยด้านหลัง เมื่อเขาเสียหลักอีกครั้ง ร่างของเขาก็จมหายไปใต้กลุ่มของซากกินเนื้อที่รุมทึ้งอย่างตะกลุมตะกลาม เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดและทรมานปนมากับเสียงสาปแช่งลิซ่าแต่หญิงสาวหาได้สนใจ เธอกลับหลังหันจากมาตั้งแต่เขาโดนดึงไปกัดแล้ว

หญิงสาวฉวยจังหวะที่ได้มาน้อยนิดรีบวิ่งเข้ามาในแล็บแล้วขึ้นบันไดไปชั้นสอง แบมแบมรีบวิ่งตามเธอไป มาร์คแยกไปเก็บของใส่กระเป๋าด้วยจึงขึ้นไปคนสุดท้าย เขาหาตู้โต๊ะมาขวางทางขึ้นบันไดด้วย หากมีผู้ติดเชื้อตามเข้ามาก็พอจะซื้อเวลาได้อีกหน่อย

ลิซ่าวิ่งไปสุดทางเดินแล้วเปิดประตูที่มีป้ายเขียนติดไว้ว่าทางหนีไฟ เธอเกาะราวบันไดมองลงด้านล่างและมองซ้ายขวาไปทางอาคารใกล้กันที่มีช่องว่างระหว่างตึกห่างกันไม่ถึงเมตร ในตรอกด้านล่างนั้นมีผีดิบเดินอยู่เยอะทีเดียว คาดว่าจะถูกเสียงปืนดึงดูดเข้ามา

“คงต้องปีนไปตึกข้างๆ ไหวกันไหม” หญิงสาวหันมาถามสองผัวเมียที่ตามมาออนอกประตู มาร์คยืนพิงประตูทางหนีไฟที่ปิดไว้

“ไหว”

“ดี”

ลิซ่าจับราวบันไดแล้วยกขาข้าม ค่อยๆ เหยียบพื้นของตึกนี้ก่อน ราวบันไดหนีไฟของตึกข้างๆ อยู่ใกล้พอที่แขนและขาจะเอื้อมไปถึง

แค่อย่าหล่นลงไประหว่างช่วงตึกก็พอ นอกจากจะแข้งขาหักยังโดนแดกด้วย

แบมแบมรีบเดินมาจับมือลิซ่าไว้เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน หญิงสาวมองมือคุณหมอนิดหนึ่ง ก่อนจะกระชับมือที่จับราวตึกนี้ไว้มั่น ค่อยๆ ยื่นขาไปเหยียบที่ทางหนีไฟของอีกตึก

ลิซ่าข้ามไปจับราวของทางหนีไฟอีกตึกได้อย่างปลอดภัย เธอปีนข้ามไปแล้วยื่นมือให้แบมแบมตามมา

แบมแบมข้ามไปอีกตึกได้สำเร็จ เหลือแค่มาร์คคนเดียวแล้ว

มาร์คค่อยๆ ปีนข้ามราวออกมาอยู่ด้านนอกของทางหนีไฟอาคารแล็บ โดยมีผีดิบจำนวนหนึ่งออกันอยู่ด้านล่างชวนหวาดเสียว

การที่เนื้อสามก้อนทำเสียงดังอยู่เหนือหัวดึงความสนใจผู้ติดเชื้อได้ไม่น้อยเลย

มาร์คถอนหายใจ เหลือบมองด้านล่างนิดหน่อย จับราวให้มั่นแล้วหันไปหาเมียที่ยืนรออยู่ตรงทางหนีไฟอีกตึก

มันไม่ไกลแต่ให้ตายเถอะ การที่มีพวกผีดิบยื่นมือมาจะคว้ากันแล้วส่งเสียงครางนี่โคตรกดดันเลยจริงๆ

“ลีลา เดี๋ยวก็หล่นลงไปหรอก” ลิซ่ากอดอกมองสามีหมอที่ยังไม่ข้ามมาสักที มัวแต่มองข้างล่าง

มาร์คเหลือบตามองลิซ่าแล้วข้ามมาอีกตึกได้อย่างปลอดภัย

“เราจะข้ามมาตึกนี้ทำไม” มาร์คถามเมื่อมายืนข้างแบมแบมแล้ว

“ก็รอจังหวะดีๆ หนีออกไปจากที่นี่ไง รอในแล็บแล้วได้อะไรล่ะ พวกกัดไปออที่นั่นหมด มานี่เราคงแวบออกไปได้ง่ายขึ้น” ลิซ่าหันไปเปิดประตูทางหนีไฟ คิ้วสวยขมวดมุ่น

“ฉิบหาย มันล็อก” ลิซ่าเขย่าที่จับแล้วมองสามีภรรยาต้วน

“ทางหนีไฟมันไม่ควรล็อกไม่ใช่เหรอ” แบมแบมลองบ้าง เปิดไม่ได้เหมือนกัน

 “จะเอาไงก็เอา จู่ๆ พวกกัดก็ฉลาดขึ้นมาแล้ว” มาร์คดันเมียไปด้านหลังแล้วหยิบมีดที่พกมาถือไว้มั่น พวกกัดได้ยินเสียงลิซ่าเลยเดินมาทางบันไดแล้วน่ะสิ!

“จะเอาไงล่ะ จะเข้าไปในตึกหรือจะฝ่าลงไป” ลิซ่าหัวเสีย หนีมารนหาที่ตายแท้ๆ

“อยู่บนที่สูงยังไงก็ได้เปรียบ เธอลงไปสกัดพวกกัดไว้ก่อน ไปยืนรอที่บันไดแล้วจะทำยังไงให้พวกกัดปีนขึ้นมาไม่ได้ก็แล้วแต่เธอจะทำ”

“อ้าว! ไหงมาลงที่ฉันคนเดียวล่ะ โคตรแมนเลยเนอะ”

“ฉันกับแบมแบมเป็นผู้ชายนะ เราสองคนน่าจะกระแทกประตูให้เปิดได้ อย่าโง่สิ!

แบมแบมทั้งเครียดและเวียนหัวแล้วล่ะ ทำไมสองคนนี้ถึงได้ยังมีอารมณ์ต่อปากต่อคำอีกนะ

ลิซ่ามองค้อนมาร์คแล้ววิ่งลงบันไดไปที่ชั้นล่าง แต่ไม่ลงไปจนขั้นสุดท้าย เธอยืนเหนือกว่าผีดิบสามขั้น เป็นอย่างที่มาร์คบอก พวกกัดจะขึ้นบันไดมา เธอเลยแทงหัวและถีบพวกมันลงไป

มาร์คค้นตัวหาของที่จะเปิดประตูได้ หวังว่ามันคงไม่ได้ล็อกแม่กุญแจด้านใน จากตอนที่ชางอุคเปิดประตูเข้าคอนโดได้มาร์คก็สอบถามวิธีเปิดประตูจากน้องเขยเอาไว้แล้ว

“ไม่เปิดประตูแล้วรึไง” ลิซ่าถามขึ้นไปเมื่อไม่ได้ยินเสียงอะไรจากข้างบนเลย

“กำลังหาทางอยู่ จัดการงานของตัวเองไปเถอะ! คุณมีของแหลมๆ อย่างเข็มหรือกิ๊บติดตัวบ้างไหม”

มาร์คตอบลิซ่าแล้วหันมาถามแบมแบม คุณหมอส่ายหน้า

“ไม่ได้พกมาหรอก”

มาร์คผิดหวัง นี่เขาต้องกระแทกประตูจริงๆ เหรอเนี่ย แผลที่ถูกยิงยังไม่หายเลยนะ ไม่อยากเจ็บแขนพร้อมกันสองข้าง

“เร็วๆ หน่อยโว้ย!

ลิซ่าส่งเสียงขึ้นมาอีกครั้งทำให้มาร์คตัดสินใจว่าคงต้องกระแทกประตูแล้วล่ะ ไม่อย่างนั้นลิซ่าคงโดนกัดแน่

มาร์คนัดแนะจังหวะกับแบมแบมแล้วกระแทกประตูพร้อมกัน แรงปะทะทำแบมแบมเซไปชนราวบันไดทางหนีไฟเลยทีเดียว

ดูในหนังหรือละครมันดูทำง่ายนะ แต่จริงๆ แล้วโคตรยากเลย

“ระวังหน่อยเดี๋ยวก็ตกลงไปหรอก” มาร์คจับแขนแบมแบมไว้

“ถีบไหม”

“ถ้าพลาดแล้วขาพลิกคงเป็นเรื่องแน่” แบมแบมไม่เห็นด้วยนะ

“ถีบเลย!” ลิซ่าวิ่งขึ้นมาแล้วทะลุกลางปล้อง แทรกตัวระหว่างชายทั้งสองแล้วถีบประตู

“แล้วพวกกัดล่ะ” มาร์คชะเง้อไปมองด้านล่าง

“ซากมันกองอยู่ตรงขั้นสุดท้ายสูงท่วมหัวแล้ว”

ลิซ่าฆ่าพวกกัดเอามาเป็นปราการซากมนุษย์ชั้นดี กันตัวอื่นๆ ขึ้นบันไดได้ระยะหนึ่ง แต่คงกันได้ไม่นานนัก

ผ่านไปสักพักทั้งสามก็เปิดประตูทางหนีไฟเข้าไปจนได้ เมื่อเข้ามาในอาคารได้ลิซ่าถึงกับเซไปชนผนัง

“แม่งเอ๊ย เจ็บฉิบ” หญิงสาวกุมแขนตัวเอง ร้าวไปทั้งแขนเลย

“เราไปสำรวจดูก่อนเถอะว่าที่นี่โอเคไหม ประตูทางหนีไฟก็ล็อกไม่ได้แล้วด้วย ถ้าข้างในยังมีพวกกัดอีกจะยุ่งนะ”

แบมแบมก็เจ็บตัวเหมือนกัน มาร์คหันไปจัดการประตู พยายามจะทำให้มันไม่เปิดอ้าแต่ก็ไร้ผล

“ช่วยบอกผัวสมองน้อยของหมอทีว่าเลิกทำอะไรกับประตูได้แล้ว เสียงมันก้อง”

ลิซ่าเหน็บมาร์คทันทีที่มีโอกาส แบมแบมถอนหายใจอีกรอบ กางแขนออกยันทั้งสองไว้คนละมือไม่ให้กระโจนใส่กัน

“พอ เลิกทะเลาะกันสักที”

“ใครเริ่มล่ะ คุณดูสิ”

“ใครเริ่มล่ะ คุณดูสิ” ลิซ่าเก๊กเสียงล้อเลียนมาร์ค กัปตันหนุ่มเอื้อมมือจะกระชากแต่ลิซ่ารีบหลบ

“สามขวบกันหรือไง! ออสตินยังพูดรู้ฟังกว่าคุณสองคนอีก”

“ใครเหรอออสติน” ลิซ่าอยากรู้อยากเห็น

“ลูกชายผมน่ะ สิบขวบ”

ลิซ่าหน้าตึงทันทีที่ได้ยิน หมอเอาเธอไปเปรียบกับเด็กประถมหรือ?!

 

 

 

 

 

ร่างสูงมองไปทั่วห้องพักแพทย์ของแผนกศัลยกรรมซึ่งเละเทะแต่ไร้ซากศพที่เป็นของหมอต้วน

ซึงจุนหยิบวิทยุสื่อสารออกมาเปิดเครื่องแล้วติดต่อหาลูกน้องในกลุ่ม ขายาวก้าวไปยังโต๊ะทำงานของแบมแบม

“กลุ่มที่ไปบ้านไร่ถึงไหนแล้ว ฉันจะตามไปสมทบ”

เมื่อได้จุดนัดพบ ซึงจุนก็หันไปมองชายหญิงที่ติดตามเขามาหลายคน

“ไปหาของจำเป็นซะ จะยาหรือเครื่องมือก็เอาใส่กระเป๋าให้ได้มากที่สุดแต่เอาแค่พอแบกไหว ฉันให้เวลาสามสิบนาทีแล้วไปเจอกันที่ลานจอดรถ”

ซึงจุนหยิบรูปในกรอบเล็กที่วางบนโต๊ะทำงานขึ้นมาดู ภาพครอบครัวของแบมแบมที่ถ่ายกับลูกและสามี

เพล้ง!

คนที่อยู่ใกล้ชายหนุ่มสะดุ้งด้วยความตกใจเพราะซึงจุนปากรอบรูปลงพื้น

“ไม่แยกกันไปหาของหรือไง”

ซึงจุนเอ่ยเสียงเข้มแล้วก้าวยาวๆ ออกจากห้องพักแพทย์แผนกศัลยกรรม ทุกคนเลยทำได้แค่มองหน้ากันแล้วแยกย้ายไป

 

 

 

 

 

 

“อย่าเพิ่งไปกันเลยนะ อยู่ที่นี่อีกสักวันสองวันเถอะ” โทมัสเอ่ยกับยองแจโดยยังกอดยองจีที่นั่งตักไว้

ยองแจอ้ำอึ้ง มองแจ็คสัน ทหารหนุ่มส่ายหน้าเล็กน้อย

“ผมกลัวว่าจะตามพี่ซองจินไม่ทันน่ะครับคุณปู่”

พอยองแจเอ่ยถึงชื่อแฟนขึ้นมา ยองจีก็หน้ามุ่ย หันไปกอดโทมัส

“หนูอยากอยู่ที่นี่ต่อ”

“ไม่เอาน่ายองจี”

“หนูจะอยู่ที่นี่” ยองจีดื้อดึง ไม่ยอมไปจากบ้านไร่ ไม่อยากไปเจอซองจิน

“พวกซองจินอยู่ที่ค่ายทหาร ตามหาไม่ยากหรอก อยู่ต่ออีกหน่อยเถอะ” โทมัสยังอยากอยู่กับยองจี พอมีเด็กเล็กๆ อยู่ในบ้านแล้วมันไม่เหงาดี

“อยู่ต่อก็ได้นะยองแจ” แจ็คสันไม่อยากบังคับยองจีด้วย เขาจะค่อยๆ พูดกับยองจีทีหลังให้ออกเดินทาง แกน่าจะอ่อนลงกว่านี้

“งั้น..เราจะอยู่อีกสองวันครับ” ยองแจยอมให้ได้เท่านี้จริงๆ

ไม่ใช่ว่ายองแจอยากไปจากบ้านไร่ แต่เขาไม่อยากรบกวนคุณปู่มากไปกว่านี้ โรคระบาดจะสิ้นสุดเมื่อไรก็ไม่รู้ จะอยู่ผลาญอาหารคุณปู่ก็เกรงใจ อาหารที่ท่านมีสามารถทำให้ท่านอยู่ได้สบายๆ ได้หลายเดือนเลยทีเดียว ดังนั้นก็ควรถนอมอาหารพวกนี้ไว้ คุณปู่แก่แล้วถ้าอาหารหมดจะออกไปหาเองก็คงลำบาก

 เมื่อยองแจตัดสินใจอยู่ต่อ ยองจีและโทมัสก็ยิ้มออกมาพร้อมกัน

 

 

 

 

 

 

ลิซ่าค้นหาของกินในห้องครัว โดยมีมาร์คกอดอกพิงขอบประตูมองเธออยู่ แบมแบมฟุบหน้ากับท่อนแขนที่วางบนโต๊ะรับประทานอาหาร

“แย่ชะมัด” หญิงสาวพึมพำ หงุดหงิดเมื่อไม่เจอของกินเลยหลังจากแทบจะรื้อครัว

เธอเดินไปกระแทกกายนั่งบนเก้าอี้ แบมแบมเงยหน้ามองเธอที่ทำเสียงดัง

“เอ้า” มาร์คโยนธัญพืชแบบแท่งไปบนโต๊ะอันนึง ลิซ่ามองขนมแล้วเหลือบมองมาร์ค ก่อนจะหยิบธัญพืชมาแกะกิน

“มันหมดอายุแล้วนะ”

ลิซ่าชะงัก ปากยังกัดขนมอยู่เลย

“ช่างมันเถอะ” หญิงสาวกินต่อ ไม่สนใจคำเตือน มาร์คไหวไหล่น้อยๆ

กินง่ายอยู่ง่ายดี

“คุณรู้จักพวกเขามานานหรือยัง”

ลิซ่ามองหมอที่จู่ๆ ก็พูดกับเธอ หญิงสาวเลิกคิ้ว

“ใคร?”

“ผู้ชายสองคนที่มากับคุณ”

“อ๋อ” ลิซ่าลากเสียงยาว ยกขาขึ้นวางเท้ากับเก้าอี้อีกตัว

“เพิ่งมารู้จักตอนรวมกลุ่ม ก็ไม่ถึงสองอาทิตย์หรอก” เธอพูดด้วยท่าทางสบายๆ เหมือนไม่รู้สึกอะไรทั้งที่สองคนที่กำลังพูดถึงคือคนที่เธอฆ่าไป

“เพราะอย่างนี้คุณถึงไม่ลังเลที่จะฆ่าพวกเขาเพื่อเอาตัวรอดสินะ”

สีหน้าที่วางเฉยเปลี่ยนเป็นไม่พอใจ ลิซ่ามองหน้าแบมแบมเขม็ง

“ต้องการจะพูดอะไร อยากด่าฉันเหรอที่ฆ่าคน”

“คุณฆ่าคนอื่นเพื่อเอาตัวรอด แล้วไม่คิดบ้างเหรอว่าคนอื่นก็อยากมีชีวิตรอดเหมือนกัน”

ลิซ่ายกขาลงจากเก้าอี้ หมุนกายมานั่งมองหน้าแบมแบมตรงๆ

“ฉันไม่ใช่คนประเภทที่ยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อคนอื่น แต่ฉันจะสละชีวิตคนอื่นเพื่อตัวเอง”

แบมแบมได้ฟังแล้วก็ถอนหายใจ เบือนหน้าหนี แต่ลิซ่ายังคงจ้องเขาอยู่ไม่วางตา

“หมอคงเป็นคนยึดถือสิ่งดีๆ มองว่าทุกอย่างต้องอยู่บนความถูกต้องสินะ ถ้าพี่ซึงจุนชอบคนแบบนี้ฉันคงทำตัวให้เขาชอบไม่ได้”

แบมแบมหันกลับมามองลิซ่า

“เรารอดไปด้วยกันได้โดยไม่จำเป็นต้องสละชีวิตใคร”

“มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่ทุกคนจะรอดจากโรคระบาดได้โดยไม่เสียใครไป”

“แต่ถ้าจะเสียก็ควรเป็นเพราะโรคระบาดไม่ใช่คนด้วยกันเอง เราเป็นคนนะไม่ใช่สัตว์ เป็นคนปกติที่ไม่ติดเชื้อ ถ้าเราละทิ้งกฎเกณฑ์กับความดีแล้วจะผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ยังไง เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกนานแค่ไหนกว่าโรคระบาดจะสิ้นสุด เราจะอยู่ในสังคมที่เละเทะวุ่นวายได้ตลอดไปเหรอ”

แบมแบมไม่อยากจะคิดถึงความปลอดภัยในชีวิตคนรอบตัวลิซ่าเลย จะตายวันไหนก็ไม่รู้ แค่โรคระบาดก็น่ากลัวพอแล้ว ยังต้องมารับมือกับคนใจร้ายแบบลิซ่าอีกมันเกินไป

หญิงสาวฟังคำพูดของหมอแล้วหัวเราะออกมาเสียงดัง

แบมแบมคิ้วขมวด เขาไม่เห็นว่าจะน่าขำตรงไหน

“หมอนี่ตลกดีนะ” ลิซ่าชี้หน้าหมอแล้วหัวเราะคิกคักต่ออีกเล็กน้อย ก่อนเหยียดยิ้มมุมปาก วางศอกลงบนโต๊ะ เท้าคางกับหลังมือ

“ทุกวันนี้ศีลธรรมความดีมันไม่มีค่าแล้วหมอ เราผ่านพ้นยุคศิวิไลซ์มาสู่กลียุคแล้วนะคะ เราต้องปรับตัวนะหมอ ต้องใช้ชีวิตเยี่ยงสัตว์ให้ได้ ทุกวันนี้ฉันมีชีวิตอยู่ด้วยกฎง่ายๆ ข้อเดียวคือฆ่าให้รอด เพราะไม่รู้ว่าโรคระบาดจะสิ้นสุดเมื่อไรนี่ล่ะฉันถึงต้องทำยังไงก็ได้ให้รอดได้นานที่สุด ฉันไม่เสียเวลาเถียงกับหมอหรอก แต่ฉันอยากจะให้หมอเปลี่ยนความคิดหน่อยนะ ตอนนี้โลกเรามันมีแต่ความเห็นแก่ตัว และคนเห็นแก่ตัวอยู่รอด จำคำฉันไว้”

ลิซ่ากัดขนมอีกคำแล้วก็กลับไปนั่งเอนหลังกับพนัก ยกขาพาดเก้าอี้อีกครั้ง

“ฉันเห็นด้วยกับเธอนะ” มาร์คที่ฟังมาตลอดคิดว่าลิซ่ามีความคิดตรงกับเขาทีเดียว หญิงสาวหันมายิ้มให้อย่างไม่เสแสร้ง

“คุณก็เป็นคนฉลาดเหมือนกันนี่”

มาร์คส่ายหน้าน้อยๆ อย่างระอากับวาจาแดกดัน เขาเดินมานั่งคุยกับเธอ รู้สึกว่าน่าจะคุยกันรู้เรื่องถ้าตัดความกวนประสาทและปากเสียของลิซ่าออกไป

แบมแบมหยิบกระเป๋าที่สามีเอามาเปิดออกดู

สมุดที่จดผลแล็บของเขานี่ มาร์คเก็บมาให้ด้วยเหรอ?

แบมแบมหยิบสมุดมาเปิดอ่านฆ่าเวลา ไม่ร่วมวงสนทนาด้วย

 

 

 

 

 

“มันไม่ใช่ความผิดของฉันสักหน่อย”

ฮยอนจินเอ่ยเสียงแข็ง ไม่ยอมรับผิดเพราะเธอไม่คิดว่าสิ่งที่เธอทำมันผิดอะไร ก็แค่ปิดวิทยุ

พอมาร์คและแบมแบมกลับมาถึงคอนโด มาร์คก็เล่าเรื่องที่มีคนตามหาตัวแบมแบมให้ทุกคนฟัง

“พี่ช่วยยอมรับสิ่งที่ทำหน่อยไม่ได้เหรอ?” ถ้าไม่เกรงใจพี่ชายมาร์คจะว่าให้มากกว่านี้

“ฉันก็ยอมรับแล้วไง”

“ถ้าไม่บังเอิญเจอผู้หญิงคนนั้นผมก็คงไม่ได้รู้ว่าแบมแบมถูกล่าตัวอยู่”

“แบมแบมจะเป็นยังไงก็ไม่ใช่เรื่องของฉันนี่”

“แต่เราอยู่ร่วมกัน ถ้ามีใครเดือดร้อน คิดหรือว่าพี่จะไม่โดนพ่วงไปด้วย”

“แล้วคิดเหรอว่าฉันจะยอมเดือดร้อนไปกับพวกแกด้วย?”

ไม่เพียงแค่คู่สนทนาอย่างมาร์คอึ้ง แต่ฮยอนจินทำคนทั้งห้องอึ้งไปหมด

มาร์คพยายามข่มกลั้นอารมณ์โทสะแล้วลุกออกไปที่ระเบียง เสียงปิดประตูกระจกอย่างแรงทำให้หลายคนสะดุ้ง

“ไปหาพ่อหน่อยไป” แบมแบมก้มบอกลูกน้อยในอ้อมแขน ออสตินพยักหน้าแล้วลุกออกไปหาพ่อ

“เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป แต่ผมกับมาร์คคุยกันบ้างแล้วว่ามาร์คอยากจะกลับบ้าน เขาเป็นห่วงพ่อ เขากลัวว่าซึงจุนจะทำร้ายพ่อน่ะครับ”

แบมแบมไม่คิดมากหรอก พี่ฮยอนจินก็เป็นคนที่รักแต่ครอบครัวตัวเองมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว

“แกออกไปจากกลุ่มคนเดียวก็จบ ไปหาคนชื่อซึงจุนนั่น แล้วทำไมมันอยากได้ตัวแกล่ะ ทหารอยากได้แกน่ะฉันเข้าใจ แต่ซึงจุนอยากได้แกไปทำอะไร หรือมันเป็นชู้ของแก?”

ฮยอนจินอยากรู้จริงๆ แบมแบมถอนหายใจ

“ถ้าแม่ออกจากกลุ่มหนูก็ออกด้วย พอกลับไปหาปู่แล้วป้าอยากแยกไปไหนก็แยกไปเถอะ ไม่ได้อยากรั้งไว้สักนิด”

อเล็กซิสโมโห กล้าดียังไงมาหาว่าแม่เธอมีชู้น่ะห๊ะ!

“แกอยากจะกลับไปก็กลับ ฉันไม่ไปหรอก ทำไมต้องกลับไปเสี่ยงตายด้วย กว่าจะหนีมาถึงนี่ได้ลำบากจะตาย ใช่ไหมไรอัน คุณคงไม่กลับไปหาคุณพ่อหรอกใช่ไหม”

ฮยอนจินหันไปหาสามี กอดแขนเขาไว้ ไรอันส่ายหน้า

“ผมเป็นห่วงพ่อ”

“หมายความว่าคุณจะกลับบ้านเหรอ จะบ้าหรือไง เราควรจะอยู่ที่นี่หรือไม่ก็เดินทางต่อนะ”

“แต่พ่อผมอยู่ที่นั่นนะคุณ”

“คุณก็ให้น้องคุณกลับไปดูพ่อสิ แล้วให้เขาติดต่อมาก็ได้”

“จะติดต่อกันยังไงล่ะ มือถือก็ใช้ไม่ได้”

“วิทยุสื่อสารไง ตอนไปสถานีตำรวจได้มาตั้งสองอันไม่ใช่เหรอ” ฮยอนจินฉลาด แต่ความฉลาดของเธอทำให้ไอรีนได้แต่ส่ายหน้ากับสามี

“ผมทำให้ทุกคนเดือดร้อน ผมจะกลับไปเอง” แบมแบมรู้สึกผิดและเป็นห่วงพ่อ

“รู้ตัวก็ดีแล้ว” ฮยอนจินไม่อยากกลับไปเผชิญผีดิบในเมือง ก่อนจากบ้านไร่มาก็มีผู้ติดเชื้อเต็มบ้านไปหมด

ป่านนี้พ่ออาจจะตายตามแม่ไปแล้วก็ได้ กลับไปก็เจอแต่บ้านเปล่าๆ จะกลับไปเสี่ยงอดตายทำไมล่ะ ถ้าจะกลับบ้านไร่สู้กลับบ้านตัวเองไม่ดีกว่าเหรอ?

“ไปดูให้แน่ใจแล้วค่อยเดินทางต่อก็ได้นี่คะ” ไอรีนเองก็ห่วงพ่อเหมือนกัน

“พี่ก็อยากกลับ ในเมื่อไม่รู้จะไปไหนก็กลับไปตายที่บ้านเถอะ”

ไรอันเองก็เหนื่อยเต็มทน เหนื่อยกับการอยู่แบบไร้หลักแหล่ง เหนื่อยกับการเจอพวกกัด

“แล้วพวกเราจะเอาไงดี” วีถามจินยองที่นั่งขัดสมาธิอยู่ด้านหลังของพี่หมอ เกยคางกับไหล่พี่หมอด้วย

“ไม่มีบ้านให้กลับ” จินยองไม่อยากกลับบ้าน น้องๆ ได้แต่มองหน้ากัน

“ไปบ้านเราไหมครับ” ชางอุคชวนจากใจไม่ใช่ตามมารยาท จินยองถอนหายใจ

จะให้ตามไปได้ยังไง เขามีน้องอีกสี่คนนะ

แบมแบมก็อยากให้พวกจินยองไปด้วย แต่บ้านไร่มันไม่ใช่บ้านเขานี่สิ มาร์คจะให้ไปด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้

“ถ้าไม่มีที่ไปก็ไปด้วยกันสิ”

มาร์คเปิดประตูระเบียงเข้ามาได้ยินพอดี วางมือบนศีรษะลูกชายที่เดินเข้ามาด้วย

“แต่ฉันไม่ให้ไป” ฮยอนจินไม่ยินดีต้อนรับ เธอหงุดหงิดไม่อยากกลับบ้านไร่ แต่ท่าทางคงจะได้กลับไปอีกแน่ๆ

มีแต่คนอยากจะย้ายออกนอกเมือง แต่สามีเธอกลับอยากไปหาพ่อ!

“พี่ว่าไงไรอัน” มาร์คไม่สนใจพี่สะใภ้ หันไปขอคำตอบจากพี่ชาย ไรอันไม่พูดอะไรทำเพียงพยักหน้า

มาร์คแค่นยิ้ม มองหน้าฮยอนจินอย่างผู้ชนะ ฮยอนจินลุกจากโซฟา เดินเข้าห้องนอนไปเลย

 

 

 

 

 

ไม่ใช่เสียงของพวกกัดที่ทำให้แจ็คสันรู้สึกตัวแต่เป็นเสียงรถ

ชายหนุ่มดึงผ้าห่มออกจากตัว หย่อนขาลงข้างเตียง จรดฝีเท้าแผ่วเบาบนพื้นไม้เนื้อแข็ง ควานมือไปหาไฟฉายที่วางไว้ข้างโคมไฟ

ห้องนอนของบ้านหลังนี้ไม่มีธรณีประตู หลังจากเข้านอนก็ไม่มีใครใช้ไฟฟ้าสำรอง ดังนั้นสิ่งที่ลอดเข้ามาทางช่องว่างที่อยู่ใต้ประตูนั้นควรมืดสนิท แต่ตอนนี้มันไม่มืด

ทหารหนุ่มเอื้อมมือไปจับด้ามปืนที่เอว ย่องไปยืนข้างประตู

แจ็คสันไม่วางใจทุกอย่าง กระทั่งนอนก็ยังพกอาวุธติดตัว

เขาค่อยๆ เปิดประตูออกช้าๆ โผล่หน้าออกไปมองนอกห้อง ประตูห้องอื่นก็เปิดออกมาเหมือนกัน คุณโทมัสและยองแจคงได้ยินเช่นกันว่ามีคนบุกรุกเข้ามา

แจ็คสันส่งสัญญาณให้ทั้งสองหลบเข้าไปในห้องตามเดิม ซึ่งชายสูงวัยก็ขยับปากไม่มีเสียงให้แจ็คสันระวังตัวแล้วหลบเข้าไปในห้อง

โทมัสไม่คิดว่าเป็นลูกหลาน เพราะถ้าเป็นพวกเขาไม่จำเป็นต้องเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ถ้ากลับบ้านได้คงตะโกนเสียงดังลั่นบ้านไปแล้ว

ยองแจผลุบหายเข้าไปในห้องอีกครั้ง คราแรกแจ็คสันคิดว่ายองแจคงหลบเข้าไปซ่อน แต่นาทีต่อมา ยองแจก็ถือธนูออกมา สะพายซองใส่ลูกธนูเตรียมพร้อม แม้จะปราศจากเครื่องป้องกันแต่มีท่าทีพร้อมจะสู้กับผู้มาเยือนกลางดึก

แจ็คสันก้าวช้าๆ ไปยังบันได หยุดยืนที่ขั้นบนสุดแล้วเปิดไฟฉายสาดแสงส่องลงไปด้านล่าง เขาเห็นคนหลายคนเดินอยู่ด้านล่าง แต่แสงส่องกะทบไปที่ชายคนหนึ่งได้

“เข้ามาทำไม” แจ็คสันถามเสียงเข้ม ท่าทีไร้ซึ่งความเป็นมิตร คนที่แจ็คสันถามนั้นไม่ตอบ เขาถอยร่นไปด้านหลัง และมีชายคนหนึ่งเดินมายืนแทนที่

“ฉันมาหาแบมแบม”

แบมแบม?

“เขาอยู่ที่นี่ไหม”

“ไม่อยู่”

“ฉันจะไม่เชื่อจนกว่าจะได้ค้นบ้านหลังนี้ทุกซอกทุกมุม”

“ถ้าคิดว่าฉันจะให้ค้นก็ลองดูสิ”

แจ็คสันชักปืนตรงเอวออกมาเหนี่ยวไกเล็งไปยังคนที่ยืนในที่ต่ำทันที ร่างสูงเองก็เล็งปืนในมือไปที่แจ็คสันโดยไม่เกรงกลัวเช่นกัน


 

TBC.

 

**

เล็กปิดรับยอดจองหนังสือวันที่ 31/07นะคะ หากใครต้องการแต่โอนไม่ทันส่งเมลมาจองก่อนได้ค่ะ

เล็กจะได้นับจำนวนส่งให้ทางโรงพิมพ์ภายในวันที่ 31

คือส่งเมลมาจองเล่มก่อนให้ทันภายใน 31/07 ส่วนวันโอนเล็กยืดเวลาโอนให้ถึงวันที่ 07/08 นะคะ

ส่วนของแถมเล็กลดจำนวนเหลือ 20 ชิ้นนะคะ

ตอนแรกสั่งทำไป 50 ชิ้นแล้วยอดจองหนังสือไม่ถึง50 คนเลยลดของแถมเหลือ 20 ชิ้นค่ะ

คนที่จองหนังสือมาหลังอันดับที่ 20 แต่อยากได้สร้อย ส่งเมลมาบอกเล็กนะคะ จะได้สั่งทำเพิ่มให้

แต่เล็กขออนุญาตคิดราคาสร้อยครึ่งหนึ่งของราคาที่เล็กสั่งซื้อนะคะ

สร้อยแพงกว่ากล่อง box set อีกค่ะ T_T เดี๋ยวหนังสือSet 2 ทำBox set แจก 555


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 111 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,523 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 03:06
    ซึงจุน.... ชอบแม่จนคลั่งหรืออะไรกันแน่?
    #2,453
    0
  2. #2327 Chiracc (@Chiracc) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 16:26
    อิซึงจุนนางคือใคร ทำไมแบมแบมไปรู้จักกับคยนี้ได้นะ
    #2,327
    0
  3. #2193 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 19:24
    โว้ยยยยยย!!!!
    #2,193
    0
  4. #2174 Benzz Zaza Chokrom (@kanon-596) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 14:08
    รำคาณฮยอนจิน เก็บนางไว้มีแย่เสียกับเสีย เมื่อไหร่จะตายย รออยู่นะ ไร้ประโยชน์แล้วยังเลวเห็นแก่ตังอีก
    #2,174
    0
  5. #2120 vviiwwyy (@vviiwwyy) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 08:30
    เมื่อไรมันจะโดนกัด ลำไย
    #2,120
    0
  6. #2039 opoceleste (@opoceleste) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 00:31

    โอ้ย หงุดหงิด รับศึกหนักไปหมด ฮือ สงสาร

    #2,039
    0
  7. #1956 FrontHyuk (@chocolatepie) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 23:31
    โอยยยย รับศึกสองด้านจริง ศึกในบ้านอย่างฮยอนจินก็ทำให้ปวดหัว กวนใจจะตายอยู่แล้ว ยังต้องมีเรื่องที่บ้านปู่อีก โอยยยย ดีใจนะ ที่แจ็คแจ มาก่อนพอดี
    #1,956
    0
  8. #1954 De-nee (@De-nee) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 21:55
    เมื่อไหร่อีฮยอนจินจะตายสักทีว่ะ!เชี้ยเอ้ยขื้นว่ะ!!
    #1,954
    0
  9. #1782 อ่ะโลฮ่า (@pathanan12345678) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 05:02
    ล้ะมาหาที่แจ๊คสันเนี่ยนะะ ฮยอนจินนี่น่าจะตายยาก เล วๆนี่ตายยากสุด อยากให้โดนกัดสักที555555
    #1,782
    1
  10. #1653 AT_ATIMA (@AtimaSuksee) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 00:35
    เซต2จะมาเมื่อไหร่คะ อยากอ่านต่อแล้ว อยากได้box set ด้วย อิอิ
    #1,653
    0
  11. #1648 Fbbjbjs (@Fbbjbjs) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 16:36
    ซึงจุนควรโดนกัดตายไปซ่ะ
    #1,648
    0
  12. #1570 Only We Know Untill (@369963nq) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 19:31
    ซึงจุนคือใครกัน เราก็ชักจะสงสัย นี่ในใจลึกๆคิดว่าฮยอนจินควรโดนกัดไปซะ ลิซ่าก็เป็นแม่เสือสาวที่กร๊าวใจสุดๆ ชอบบบ //ตอนนี้สั้นกว่าปกติ แต่ยาวสำหรับฟิคอื่นๆ
    #1,570
    0
  13. #1460 จ้าวแมวน้อย (@K715207) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 01:48
    ฮือออ เสียดายอยากได้หนังสือ วอนไรท์ใจดีรีปริ้นอีกรอบจะเก็บตังให้ได้ค่ะจริงๆ555555555
    #1,460
    0
  14. #1459 mai_maylody (@pannidana) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 01:10
    พวกหมอแบมก็กำลังตะกลับบ้าน แล้วจะได้เจอกับพวกซึงจุนไหมเนี้ย อยากรู้ว่าทำไมซึงจุนถึงอยากเจอแบมนัก ดูอันตรายมากค่ะ หูยยย ลุ้น แจ็คกับยองแจต้องปลอดภัยนะ ดูแลคุณพ่อด้วยยย
    #1,459
    0
  15. #1458 นรินทร์ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 23:07
    โอ๊ยๆไม่อยากให้ดราม่าเลย สนุกมากคะ สู้ไนะะมาต่อนร้าาาา
    #1,458
    0
  16. #1457 MMjA* (@13042547) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 18:40
    ความคิดลิซก็ไม่ได้แย่นะ ดูเห็นแก่ตัวก็จริงแต่ความรู้สึกมันต่างจากความคิดฮยอนจินอ่ะ
    #1,457
    0
  17. #1456 oni (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 17:44
    ฮยอนจินนี่ต้องโดกัด เห็นแก่ตัวเกิ้นนนนนนนนนนน

    ส่วนซึงจุนนี่ก็เช่นกันเห็นแก่ตัว สมควรตายอย่างทรมาน

    แจ็คแจ สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ขอให้ทุกคนที่เรารักไม่เห็นแก่ตัวจงปลอดภัยกันทุกคน
    #1,456
    0
  18. #1454 mumumay (@mumumay) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 03:23
    ฮยอนจินนี่ตายไปเหอะ รำ
    #1,454
    0
  19. #1453 sKad (@saowapakk) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 01:19
    ซึงจุนนี่น่ากลัวแท้
    #1,453
    0
  20. #1452 dadarewicth (@inuyanan) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 22:57
    โอ้ยยยยย ไม่ทันแล้วแบมมม ซึงจุนมาแล้ววว รีบๆมานะ
    #1,452
    0
  21. #1451 yadara (@yadara) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 22:24
    เกลียดฮยอนจินมากๆๆๆๆ มากแบบมากๆๆ
    #1,451
    0
  22. #1450 EUNHWA_OK (@EUNHWA_OK) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 20:18
    กลับมาตั้งหลักตั้งฐานทับที่บ้านก็ดีนะ
    #1,450
    0
  23. #1449 jinnie.gung (@jinniegung) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 19:55
    เกลียดความเห็นแก่ตัวของนังฮยอนจิน 
    ทำไมไม่มีใครตอกกลับให้นางหน้าหงายสักที
    นางโครตเห็นแก่ตัวเลยนะ
    #1,449
    0
  24. #1446 LimoY (@LimoY) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 14:55
    มาเจอกันเหอะ แบมกับซึงจุนอ่ะ สู้ๆนะไรท์ ชอบมากๆ
    #1,446
    0
  25. #1442 kslayer (@kslayer) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 11:37
    ไม่ใช่มาป๊ะกับที่บ้านพ่อนะ แบมกะซึงจุน
    #1,442
    0