เปิดรีปริ้นท์(GOT7) มายาเกี้ยวรัก Markbam,khunyug,jackjae,bnior

ตอนที่ 9 : Chapter 8 : ฝันร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,081
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 366 ครั้ง
    13 พ.ย. 58

นิชคุณวางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะทำงาน เขาลังเลที่จะเดินกลับออกไปทันที เห็นเจ้านายทำตัวแปลกไปมาหลายวันแล้วรู้สึกไม่ค่อยสบายใจยังไงไม่รู้

“คุณเล็ก..คุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

“เปล่าหรอก” ยูคยอมปฏิเสธโดยไม่หันมามองหน้านิชคุณเลย ร่างสูงหนักใจเมื่อเจ้านายที่เคยพูดมากกลายเป็นคนเก็บถ้อยประหยัดคำ

“คุณมีเรื่องอะไรก็เล่าได้นะครับ เกี่ยวกับคุณพ่อของคุณหรือเปล่า”

นิชคุณคาดเดาเพราะเจ้านายทำตัวเงียบๆ มาตั้งแต่วันที่เขาเอาขนมมาให้

“ไม่มีอะไรหรอก คุณไปทำงานเถอะ”

ยูคยอมเงยหน้ามาส่งยิ้มแบบฝืนๆ ให้เลขานุการแล้วก้มหน้าทำงานของตนต่อไป นิชคุณคิ้วขมวด

ต้องมีอะไรแน่ๆ เลย

แล้วเขาจะสนใจอะไรนักหนานะ เด็กคนนี้ไม่ตื๊ออะไรเขาแล้วมันก็ดีแล้วนี่นา แต่มันก็อดแปลกใจไม่ได้อยู่ดี ไม่ได้เป็นห่วงอะไรหรอกนะ

“วันที่พ่อคุณมาเจอเราทะเลาะกัน ท่านได้พูดอะไรกับคุณบ้างหรือเปล่า”

วันนั้นคุณหนูนี่แค่บอกปัดกับพ่อไปว่าไม่มีอะไรแล้วก็ลากพ่อเข้าไปคุยในห้องทำงาน และจากวันนั้นจนวันนี้เจ้านายเขาก็เปลี่ยนไป

“คุย..” ยูคยอมถอนหายใจตั้งอกตั้งใจทำงานมากกว่าปกติจนนิชคุณทนไม่ไหวต้องจับมือขาวไว้ให้หยุดพลิกกระดาษตรวจเอกสารงานสำคัญ

“เป็นแบบนี้ไม่สมกับเป็นคุณเลย”

“คุณจะให้ฉันทำตัวร้ายๆ ตลอดเวลาหรือไงฉันก็เหนื่อยนะ คุณรำคาญฉันมากไม่ใช่เหรอ ฉันก็ให้คุณทำแต่งานอย่างเดียวแล้วไง คุณก็อยู่ของคุณไปสิ สนใจแต่เรื่องของคุณเถอะ”

“คุณจะให้ผมเลิกแกล้งเป็นแฟนคุณแล้วหรือไง?”

ยูคยอมเม้มปากแน่นหลังจากนิชคุณถามออกมา ท่าทางที่เหมือนครุ่นคิดและสะกดกลั้นอารมณ์ของเจ้านายทำให้นิชคุณยิ่งอยากรู้ว่าตกลงเจ้านายเป็นอะไรกันแน่

“ถ้าคุณอยากเลิก..ก็เลิกได้นะ ฉันก็คบใครได้ไม่นานก็เลิกมาหลายคนจนพ่อแม่ชินแล้วล่ะ จะเพิ่มคุณอีกสักคนก็ไม่เป็นอะไรหรอก”

“ห๊ะ?” นิชคุณประหลาดใจ เจ้านายบอกให้เขาเลิกแกล้งเป็นแฟนเหรอ?

“ทำไมล่ะ ตอนที่คุณอยากจะใช้งานผมก็หาทางสารพัดให้ผมตกลงรับปากคุณ จู่ๆ มาเลิกง่ายๆ แบบนี้ต้องมีอะไรแน่”

“จะมีอะไรได้ยังไง คุณอย่ามาพูดเหมือนรู้จักฉันดีนักเลย ฉันก็เป็นคนแบบนี้แหละ เบื่อก็เลิก จบไหม”

ยูคยอมไม่ได้โวยวาย ไม่ได้ตะคอกเอาแต่ใจ แต่พูดเหมือนคนที่เหนื่อยและเบื่อหน่ายไปทุกสิ่งในโลกนี้

“คุณน่าจะดีใจนะจะได้ไม่ต้องฝืนใจทำอะไรที่ไม่อยากทำ อ้อ..คุณอยากย้ายไปทำงานที่เก่าไหม ตำแหน่งเดิม ฉันเห็นแล้วนะว่าผลงานคุณก็ดีจะให้ทางพี่ชายช่วยปรับเงินเดือนให้ก็ได้ คุณต้องการใช้เงินนี่นา ตกลงตามนี้นะ สักอาทิตย์หน้าก็แล้วกันช่วงนี้พี่ชายยุ่งๆ ยังไม่อยากรบกวน..

“คิมยูคยอม”

ยูคยอมชะงัก หยุดพูดเมื่อโดนเรียกเสียงดัง

“อะไร”

“ผมขอรู้เหตุผลได้ไหมว่าอะไรทำให้คุณแปลกไปแบบนี้”

นิชคุณยืนค้ำ จ้องเจ้านายเขม็ง

“คุณเข้ามาอยู่ในชีวิตผมแล้ว เราได้รู้จักกันแล้วนะ มีอะไรคุณก็บอกผมได้ คิดว่าผมเป็นพี่คุณก็ได้”

“ถ้ารู้แล้วคุณจะเลิกเซ้าซี้กวนใจฉันใช่ไหม”

“ใช่”

“คุณพ่อน่ะพอเห็นเราทะเลาะกันวันนั้น ท่านก็ยกเรื่องสถานะที่ต่างกันของเรามาพูด ท่านไม่แค่ดูถูกคุณหรอก แต่ท่านดูถูกฉันด้วยว่าคนอย่างฉันจะรักอะไรคนอย่างคุณได้จริงจัง คบกันได้ไม่นานก็เลิก ท่านดีใจที่เราทะเลาะกัน คุณพ่อคุณแม่ของฉันท่านมีมาตรฐานสูงมาก ต่อให้คุณหลอกท่านต่อไปเรื่อยๆ ฉันก็หนีไม่พ้นเรื่องดูตัวอยู่ดีเพราะโปรไฟล์คุณมันดีไม่พอไง ต้องระดับพี่ชานซองหรือพี่มาร์คถึงจะดี ฉันหลอกคุณให้ตกลงช่วยเหลือ เห็นคุณเป็นตัวตลกที่จะกลั่นแกล้งยังไงก็ได้ แต่พอคุณมาโดนคุณพ่อดูถูกฉันก็รู้สึกไม่ดี ฉันรู้สึกว่าท่านก็ยังไม่ได้รู้จักคุณดีพอและคุณไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อยทำไมคุณต้องโดนว่าขนาดนั้นด้วย”

นิชคุณอึ้ง ไม่คิดว่าคนอย่างยูคยอมจะเห็นอกเห็นใจเขา

“คุณอยู่ที่นี่มีแต่โดนเพ่งเล็งเพราะคุณอยู่ใกล้ฉัน คุณพ่อก็ต้องให้คนจับตาดูคุณอยู่แล้ว กลับไปทำงานที่เก่าคงดีกว่า”

ยูคยอมถอนหายใจแล้วหันกลับไปสนใจงานต่อไป นิชคุณเดินออกจากห้องทำงานโดยไม่พูดอะไร

 

 

นิชคุณปิดประตูห้องทำงานลง มองประตูห้องเจ้านายนิ่ง

หรืออาจจะเป็นอย่างที่แบมแบมเคยบอกไว้ คิมยูคยอมก็คงไม่ใช่คนไม่ดีอะไรหรอก

ในเมื่อคุณหนูนั่นยอมให้เขาเลิกหลอกใครต่อใครว่าเป็นคนรักได้แล้ว ตอนนี้อยู่ที่เขาแล้วสินะว่าจะเอายังไง

จะกลับไปอยู่ที่เก่าดีตรงที่มีแต่คนสนิทเพราะอยู่กันมานานหลายปี แต่มาอยู่ที่นี่ได้สักพักเขาก็เริ่มชินและปรับตัวได้แล้วนะ

อยู่ที่นั่นหนทางก้าวหน้ามันก็น้อย เขาพลาดการเลื่อนตำแหน่งมาหลายครั้งแล้ว อยู่ที่นี่อาจจะดีกว่า เงินก็เยอะว่าด้วย

ที่ไม่ย้ายเพราะเห็นแก่เงินเดือนหรอกนะ ไม่ได้อยากอยู่ช่วยใครทั้งนั้น

 

 

 

 

“แบมแบมกลับไวจังจะรีบไปไหนเหรอ พี่เห็นดูนาฬิกาตลอดเลย” เซฮุนถามรุ่นน้องที่กำลังเร่งมือเก็บของ

“กลับบ้านครับ ไปแล้วนะครับ” แบมแบมตอบพร้อมสะพายเป้บนไหล่ โค้งลาพี่ๆ แล้ววิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

“เอ..ต้องรีบขนาดนี้เลยเหรอ มีอะไรหรือเปล่านะ” ฮันบินเปรยอย่างเป็นห่วง

“หรือจะมีธุระต้องไปทำกับท่านประธาน” เจียออกความเห็นบ้าง

“จะทำอะไรก็เรื่องของเขาเถอะน่า พวกแกนี่สอดรู้สอดเห็น”

มินเอ่ยดุแล้วรีบทำงานต่อให้เสร็จเพื่อจะได้ทันไปต่อแถวซื้อเค้กเจ้าอร่อย เพื่อนๆ ทั้งสามหันมองเธอด้วยความตกใจ

มินเนี่ยนะบอกไม่ให้พวกเขาสอดรู้สอดเห็น?  What the…

 

 

 

 

อิสระ!

แบมแบมเดินไปตามทางเท้าด้วยความรู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจมากๆ เลยที่ได้กลับบ้านเอง เขาอยากใช้เวลาหลังเลิกงานคนเดียวเหมือนเมื่อก่อน กลับบ้านพร้อมท่านน่ะอึดอัดจะตาย

“อ๊ะ..” ร่างบางเร่งฝีเท้าไปหาหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่ไม่ไกล เธออยู่รวมกับคนที่กำลังเดินข้ามถนน แต่ทุกคนที่ยืนรอข้ามต่างทยอยเดินไปกันหมด เธอรั้งรออยู่บนบาทวิถีและดูลังเลอะไรบางอย่าง

“ขอโทษนะครับ มีอะไรให้ผมช่วยไหม” แบมแบมเดินไปยืนข้างเธอ มองหน้าใสที่มีแว่นตาสีชาปิดบังใบหน้าไปส่วนหนึ่ง

“คะ..เอ่อ ฉันเพิ่งย้ายมาแถวนี้ยังจำเส้นทางอะไรไม่ค่อยได้น่ะค่ะ เลยไม่แน่ใจว่าจะข้ามถนนได้หรือยัง” หญิงสาวที่พิการทางสายตาหันหน้ามาตามเสียงของแบมแบม ร่างบางฉวยมือเธอไปจับ

“เดี๋ยวผมพาข้ามนะครับ”

“ค่ะ”

แบมแบมช่วยถือของให้เธอและจับมือพาข้ามถนนไปอีกฝั่ง

“ตรงที่คุณยืนรอเราต้องคอยดูรถที่จะข้ามเอง วันหลังถ้าคุณจะกลับบ้านเดินไปอีกประมาณร้อยเมตรจะมีทางม้าลาย ตรงนั้นคนเยอะคุณจะถามทางได้ ตรงนี้อันตรายนะครับ”

“ขอบคุณค่ะที่พามาส่ง ฉันคงจำผิดคิดว่าใช่ทางที่ข้ามได้แล้ว ได้ยินคนบอกว่าตรงนี้ข้ามได้น่ะค่ะ”

แบมแบมแอบต่อว่าเจ้าของเสียงนั้นในใจ เธอมองไม่เห็นนะ แนะนำอะไรที่มีประโยชน์และอันตรายน้อยกว่านี้หน่อยสิ

“ไม่เป็นไรครับ”

แบมแบมและเธอคุยกันอีกนิดหน่อยก็แยกย้าย ร่างบางเดินเล่นต่อไปเรื่อยๆ เจออะไรน่ากินก็แวะซื้อกินรองท้องเพราะเขายังไม่อยากกลับไปบ้านท่านตอนนี้หรอก

 

 

 

“ปิดเครื่องอย่างนั้นเหรอ?” มาร์คยืนรอแบมแบมอยู่ที่รถ รอเกือบห้านาทียังไม่เห็นอีกฝ่ายลงมาก็โทรหา แต่แบมแบมปิดโทรศัพท์

มาร์คขี้เกียจรอจึงกลับเข้าไปในบริษัทอีกครั้งเพื่อไปตามแบมแบม เผื่อแบมแบมจะทำงานอยู่และลืมเปิดเครื่อง

“คุณกันต์พิมุกต์ไปไหนครับ”

มาร์คมองไปทั่วแผนกที่แบมแบมฝึกงานแล้วเอ่ยออกมาให้ใครก็ได้สักคนตอบ พนักงานทุกคนต่างหันมามองแล้วเกิดอาการอึ้งไปชั่วขณะ ไม่คิดว่าท่านประธานจะมา

“สวัสดีค่ะท่านประธาน”

เจียรีบลุกขึ้นทำความเคารพเจ้านายหลังจากได้สติคนแรก เธอยังอ้อยอิ่งไม่เลิกงานเพราะขี้เกียจออกไปฝ่าการจราจรที่คับคั่งบนท้องถนน

“ครับ กันต์พิมุกต์ล่ะครับ” มาร์คพยักหน้า มองพนักงานทุกคนที่โค้งให้ แต่เขาไม่ได้สนใจเรื่องนั้น ในห้องนี้ไม่มีกันต์พิมุกต์อยู่

“น้องกลับไปแล้วค่ะเห็นว่ารีบกลับบ้าน เลิกงานปุ๊บก็ไปเลยเพิ่งออกไปได้สักสิบห้านาทีเองค่ะ”

สาวเจ้าคนเดิมตอบคำถามเจ้านาย มาร์คฟังแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อยไม่เข้าใจว่าแกะรีบกลับบ้านทำไม หรือจะไปบ้านตัวเอง

“อย่างนั้นเหรอครับ ขอบคุณมาก” มาร์คพยักหน้าแล้วกลับออกไป

ทันทีที่แน่ใจว่าเจ้านายพ้นไปจากบริเวณที่จะได้ยินแล้วมินรีบสไลด์เก้าอี้ไปหาเพื่อน

“โคตรหล่อเลย!

“แกนี่นะคิดแต่เรื่องแบบนี้ ฉันว่ามีปัญหากันชัวร์ แบมแบมรีบกลับบ้านทั้งที่ท่านคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแบมแบมกลับไปแล้วถึงได้มาตามถึงนี่” เซฮุนเท้าคางมองหน้าเพื่อน  

“ฉันว่าไม่ใช่หรอก ไม่งั้นท่านจะมาตามหาทำไม คิดแล้วอิจฉานะ ซินเดอเรลล่าชัดๆ มีคนระดับท่านมารักมาชอบเนี่ย”

มินกุมมือเข้าหากัน วาสนาคนเรานี่มันไม่เท่ากันจริงๆ สิน่า

“บางทีซินเดอเรลล่าอาจจะไม่ตั้งใจทำรองเท้าแก้วหลุดก็ได้ แต่เจ้าชายวางกับดักหาทางให้ซินเดอเรลล่ามาเป็นของตัวเองแทน ใครจะไปรู้”

“แกพูดเหมือนจะบอกว่าน้องไม่อยากเป็นแฟนท่านอย่างนั้นแหละฮันบิน คนอย่างท่านใครปล่อยหลุดมือก็โง่เหอะ นางซินอาจจะแกล้งทำรองเท้าหลุดอ่อยเจ้าชายก็ได้”

มินตบโต๊ะไม่เห็นด้วย ฮันบินแค่นยิ้ม

“ไม่ว่าใครจะเริ่มก่อนผลลัพธ์ก็ออกมาแบบนี้แล้ว”

“เรื่องคนอื่นน่ะพูดน้อยๆ หน่อยก็ได้พวกแก นี่มีใครจะไปกินเนื้อย่างกับฉันก่อนกลับบ้านไหม อยากกินว่ะ” เจียเอ่ยแล้วหันกลับไปสนใจจอสมาร์ทโฟนต่อ ประเด็นรักๆ ใคร่ๆ มันเอามาคุยกันได้ตลอดแหละ แต่มากไปก็ไม่ดีหรอก

“ไปๆ ไปด้วย อยากกินเหมือนกัน”  ฮันบินยกมือ เซฮุนยกด้วย

“อ้วนอ่ะแก ย่อยยาก” มินคิ้วขมวด

“ไม่ไป?”

“ไปสิ!” เจียส่ายหน้า อมยิ้มน้อยๆ กับคนท่ามาก

 

 

 

 

แบมแบมแวะซื้ออาหารเจ้าอร่อยระหว่างทางไปสถานที่แห่งหนึ่ง เขาเดินไปอย่างไม่รีบร้อนเพราะไม่ได้รีบไปไหนอยู่แล้ว

“อ่าวหนูแบม! หายไปหลายวันเลยนะ”

ร่างบางยิ้มกว้างเมื่อเพื่อนที่คุยกันถูกคอโบกมือทักทาย

 “คุณเจ! สบายดีไหมครับ”  

คุณเจที่แบมแบมเรียก คือ ชายวัยห้าสิบที่ใส่เสื้อผ้าเก่าปอนนั่งอยู่ภายในเพิงกระดาษที่ใช้เป็นบ้าน ใกล้กันมีรถเข็นที่มีแต่ของอะไรก็ไม่รู้ใส่ไว้มากมายและใช้ผืนผ้าใบโฆษณาปิดคลุมไว้ลวกๆ

“สบายดี หนูล่ะสบายดีไหม” ชายคนนั้นยิ้มกว้างเช่นกัน ดีใจเมื่อได้พบกับเด็กหนุ่มน้ำใจงามอีก

“เรื่อยๆ ครับ ซื้อมาฝากครับ อ้อ มีขนมด้วย แบมทำมาให้”

แบมแบมยื่นของกินที่ซื้อมาส่งให้คนที่ตนเรียกว่าคุณเจ ก่อนจะนั่งลงกับพื้นข้างกายอีกฝ่าย ไม่กลัวกางเกงยีนจะเปื้อนหรือรังเกียจว่าพื้นมันจะสกปรก เขาปลดเป้ที่สะพายเอาไว้มาวางบนตักแล้วทยอยหยิบของส่งให้คุณเจหลายอย่าง

“โอ้ ทำไมมันมากมายแบบนี้ล่ะหนูแบม”

คุณเจรับกล่องขนมและโหลแก้วจากแบมแบมหลายชิ้นไปวางในกล่องกระดาษใบใหญ่ที่เป็นกล่องเก็บอาหาร

“แม่ส่งสตรอเบอร์รี่ที่ไร่มาให้เยอะน่ะครับ แบมเลยทำขนมมาฝากคุณเจ”

แบมแบมทำพายกรอบ แยม และคุกกี้มาให้หลายกล่อง คุณเจจะได้เก็บไว้ทานได้หลายๆ วัน และยังมีสตรอเบอร์รี่สดด้วย

 “ขอบคุณมากนะ ใจดีจัง ไม่ได้มาคุยกันซะนานเลยยุ่งเหรอ คราวก่อนบอกว่าจะไปฝึกงานใช่ไหม  เป็นไงบ้างเริ่มฝึกงานหรือยัง”

แม้ไม่ได้เจอกันหลายอาทิตย์แต่คุณเจยังจำสิ่งที่เคยคุยกับแบมแบมครั้งล่าสุดได้แม่นยำ คนจรจัดอย่างเขามีแต่คนรังเกียจและไม่ไว้ใจ มีเพียงเด็กคนนี้นี่ล่ะที่เข้ามาคุยกับเขาอย่างเป็นมิตรไม่ถือตัว แถมยังใจดีซื้อของกินมาฝากบ่อยๆ

“เริ่มทำงานได้สักพักแล้วล่ะครับ” แบมแบมชันขากอดเข่า สูดลมหายใจเพื่อผ่อนคลายความเครียด

ถึงใครจะบอกแบมแบมว่าแถวนี้น่ากลัวหรืออันตรายแต่เขาไม่กลัวหรอก คนจรจัดก็คนนะ คนธรรมดาทั่วไปที่มีชีวิตอีกแบบต่างจากเราเท่านั้น พวกเขายังมีชีวิตที่สบายใจกว่าเราเสียอีก คิดแต่เรื่องปากท้องวันต่อวัน สนใจแค่ตัวเองไม่ต้องสนใจคนอื่น ไม่ต้องแข่งขันกับใครเพื่อให้ตัวเองอยู่รอดบนโลกนี้

“เป็นไง ชีวิตการทำงานไม่ง่ายเลยใช่ไหม”

คุณเจถามพลางเปิดกล่องสตรอเบอร์รี่สดหยิบลูกสตรอเบอร์รี่กิน ความหวานอมเปรี้ยวที่นานแล้วไม่ได้สัมผัสทำให้มีความสุขสุดๆ ไปเลย

“ครับไม่ง่ายเลย โลกของผู้ใหญ่มันซับซ้อนกว่าที่แบมเคยคิดไว้ มันหนักและเหนื่อยกว่าเรียนหนังสือมาก แบมไม่เข้าใจเลยว่าพี่กับแม่ผ่านไปได้ยังไง”

“โลกนี้ไม่มีอะไรง่ายหรอกหนูแบม ต่อให้สิ่งที่เราคิดว่าทำได้ดีมันก็ไม่ง่าย”

“นั่นสิครับ” แบมแบมถอนหายใจแล้วเงียบไป มองไปยังกำแพงเก่าคร่ำคร่าตรงข้ามที่มีสีสเปรย์ฉีดพ่นเป็นตัวหนังสือภาษาอังกฤษถ้อยคำหยาบคาย

คุณเจสังเกตเห็นความผิดปกติ เพราะทุกครั้งที่มาแบมแบมร่าเริงกว่านี้ ถึงตอนเรียนจะมีปัญหาบ้างแต่เขาไม่เคยเงียบแบบนี้นะ แบมแบมเป็นคนคุยเก่งและยิ้มเก่ง

“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าหนูแบม เล่าให้คุณเจฟังได้นะ”

แบมแบมก้มหน้าลง ความห่วงใยของเพื่อนต่างวัยทำให้น้ำตารื้น

“ความจริง..แบมก็มีเรื่องหนักใจอยู่ครับแต่บอกใครไม่ได้เลย”

บอกไม่ได้สักคนแม้แต่แม่หรือพี่ชาย..ถ้าอยากให้ทุกคนมีความสุขก็ควรจะลืมมันไป แต่เขาก็ทนเก็บไว้คนเดียวไม่ไหว อยู่กับท่านนานวันยิ่งกดดัน

“คุยกับคุณเจไหม คุณเจไม่รู้จักใครความลับไม่รั่วไหลหรอก” คุณเจเป็นห่วง อยากช่วยจากใจจริง

แบมแบมอมยิ้ม รู้ว่าคุณเจเป็นเพื่อนที่ดี คอยรับฟังสิ่งที่แบมแบมอยากระบายแต่หาใครรับฟังไม่ได้มาตลอด และเขาก็ได้มุมมองอะไรใหม่ๆ จากการคุยกับคุณเจเสมอ

คุณเจไม่ใช่คนไม่มีความรู้หรอกนะ คุณเจเคยเป็นทหาร แต่มีปัญหาภายในอะไรบางอย่างจนต้องลาออก คุณเจเคยมีครอบครัว คนเหล่านั้นก็ไม่ได้ดูแลคุณเจเพราะคุณเจไม่ร่ำรวย มีผลงานจากการรับราชการแต่ไม่ได้รับรางวัลหรือสิ่งดีๆ ตอบแทน ทุกคนแยกย้ายกันไปมีชีวิตใหม่ของตน คุณเจเลยอยู่คนเดียว จากนั้นก็ทิ้งทุกอย่างแล้วใช้ชีวิตเร่ร่อนไปเรื่อย

“แบมน่ะ..ตัดสินใจอะไรบางอย่างผิดพลาดไปซะแล้วล่ะคุณเจ”

“อย่างนั้นเหรอ แก้ไขไม่ได้หรือไง คนเก่งอย่างหนูแบมก็แก้ไม่ได้เหรอ”

“มันไม่เกี่ยวกับเก่งหรือไม่หรอกครับ” แบมแบมเปลี่ยนท่านั่งเป็นขัดสมาธิ มองหน้าคุณเจ ชายสูงวัยเห็นร่องรอยความเศร้าในดวงตากลมที่นึกชมเสมอว่าสวยอย่างชัดเจน

“มันเรื่องอะไรล่ะ”

“มันยาวมากเลยนะ คุณเจจะฟังไหวเหรอ”

“คุณเจมีเวลาว่างมาก ถ้าหนูแบมต้องการคุณเจฟังได้ทั้งวันแหละ” คุณเจยืนยันว่าอยากจะฟัง แบมแบมเลยตัดสินใจเล่า

“แบมตัดสินใจผิดตั้งแต่เลือกที่ฝึกงานแล้วล่ะคุณเจ แบมฝันอยากจะทำงานที่นั่นมาตลอดตั้งแต่แบมเริ่มเรียนเลยนะ แต่ทุกอย่างที่แบมหวังไว้มันพังทลายไปหมด มันรู้สึกแย่มากเลย คุณเจเข้าใจใช่ไหม”

“อืม เข้าใจ เวลาอะไรที่หวังเป็นไปไม่ได้อย่างที่ต้องการมันก็รู้สึกอย่างนี้กันทั้งนั้น เพื่อนร่วมงานไม่ดีหรืองานหนักหรือไง” คุณเจลองเดา แบมแบมส่ายหน้า

“ไม่ใช่หรอกครับ ปัญหาของแบมน่ะอยู่ที่เจ้าของบริษัทต่างหาก”

“หือ? ไปมีเรื่องอะไรกัน หนูเป็นเด็กฝึกงานไปเจอกับเจ้าของบริษัทได้ไง”

“อื้อ..บังเอิญเจอกันครับ เขาสนใจในตัวแบมซึ่งเพราะอะไรแบมก็ไม่รู้เหมือนกัน”

“สนใจ? อย่าบอกนะว่า..”  คุณเจตกใจ เขาอายุจนป่านนี้แล้วจะเดาไม่ได้ได้ยังไงว่าแบมแบมหมายถึงอะไร

“เขาอยากได้ตัวแบม ยื่นข้อเสนอที่ดีมากมาให้ พูดง่ายๆ ก็อยากจะซื้อนั่นแหละคุณเจ”

“ว่าไงนะ!” คุณเจไม่พอใจทันทีที่ได้ยินว่าซื้อ แบมแบมพยายามกลั้นน้ำตา คิดแล้วจุกในอกพาลจะร้องไห้

“เขาเป็นคนรวยน่ะคุณเจ คงคิดว่าแค่แลกเปลี่ยนด้วยผลประโยชน์มันก็คือเรื่องที่ถูกต้อง แบมปฏิเสธแล้วแต่ไม่ได้ผล แบมเลยทำข้อตกลงกับเขา ขอให้เขาทำให้แบมชอบเขาก่อนแล้วแบมจะยอม แบมไม่ต้องการอะไรจากเขาเลยสักอย่างนอกจากเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเงินทองหรือของมีค่าอะไร มันโง่มากใช่ไหมคุณเจ เพื่อนแบมก็ด่าเหมือนกันนะ แบมเคยคิดอยากจะหนีหน้าเขาไปไกลๆ แต่ทำได้แค่คิดเท่านั้นเอง แบมต้องฝึกงาน ต้องเรียนให้จบ มันใกล้จะสำเร็จแล้วนะคุณเจ อีกแค่นิดเดียว”

“แบมแบม..

“มันมีเรื่องน่าช็อกกว่านั้นอีกนะคุณเจ..

“อะไรเหรอ”

“แบมท้องได้นะ”

“จริงเหรอ..อย่างนี้ยิ่งต้องระวังเลยนะ” คุณเจเป็นห่วงมากกว่าเดิมอีก

“แบมรู้ครับว่าต้องระวัง เวลาอยู่กับเขาแบมอึดอัดมากเลยนะ คุณเจว่ามีทางบ้างไหมที่เขาจะคิดกับแบมอย่างอื่นบ้างนอกจากเรื่องเซ็กส์อย่างเดียว”

แบมแบมยังอยากจะถามคุณเจทั้งที่ตัวเองก็ตอบคำถามนี้ได้ว่ามันไม่มีทาง

“มันคงยากนะ..คนรวยน่ะอยากได้อะไรก็ต้องได้ คนธรรมดาอย่างเราๆ จะทำอะไรได้มากกว่านี้”

คุณเจยังถนอมน้ำใจคนฟังด้วยการไม่บอกไปว่าเป็นไปไม่ได้ อีกฝ่ายแสดงเจตนามาขนาดนั้น

“แบมก็คิดเหมือนคุณเจ ถ้าแบมกับเขารู้จักกันด้วยเหตุผลอื่นมันคงดีกว่านี้ แบมมีค่ากับเขาแค่นั้น และมันทำให้แบมรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าเลย” มือเรียวยกขึ้นเช็ดน้ำตาบนแก้ม

“ไม่จริงหรอกนะ! คนเรามันก็มีคุณค่าในตัวเองทั้งนั้นรวมถึงหนูแบมด้วย ในเมื่อเขาต้องทำให้หนูชอบเขาถึงจะได้ตัวหนู ทำไมหนูไม่ทำแบบเดียวกันบ้างล่ะ ทำให้เขาชอบหนูเหมือนกันไง”

แบมแบมฝืนยิ้ม เขารู้ว่าคุณเจแค่อยากปลอบใจเขาบ้างเท่านั้นเอง

“ไม่มีทางเป็นไปได้หรอกครับ แบมไม่มีอะไรจะทำให้เขาชอบได้หรอกนะ”

“คิดอะไรแบบนั้น หนูแบมเป็นคนดี ดีที่สุดคนหนึ่งเท่าที่คุณเจเคยรู้จักมา”

“หนูต้องตัดสินใจให้เด็ดขาดนะ ในเมื่อไม่มีทางถอยเพราะหนูแบมต้องฝึกงานให้จบและหนูก็เกลียดความรู้สึกที่ถูกตีราคาเป็นแค่ที่สนองความต้องการของเขา..หนูต้องทำอะไรสักอย่าง คุณเจรู้ว่าหนูแบมยื่นข้อตกลงนั้นเพราะหนูแบมไม่ใช่คนที่จะยอมมอบร่างกายให้ใครได้ง่ายๆ ใช่ไหมล่ะ ถ้าไม่ใช่คนที่หนูรักหนูคงทำมันไม่ได้ นั่นเพราะหนูคิดว่าตัวหนูมันเป็นสิ่งสำคัญ อย่างน้อยก็อยากจะรู้สึกดีๆ กับเรื่องนี้บ้างแม้มันจะเจ็บปวด..แต่คุณเจอยากจะเสนอให้อีกสักทางนะ ถ้าหนูแบมจะไม่โกรธ”

คุณเจสงสารและเห็นใจมาก เขาเอ็นดูแบมแบมเหมือนลูกหลานคนหนึ่ง

“อะไรเหรอครับ”

“ตัดใจยอมไปเถอะ..อย่าเอาหัวใจและความรู้สึกของตัวเองมาล้อเล่นกับเรื่องพรรค์นี้ มันไม่คุ้มกัน ในเมื่อไม่ว่าช้าหรือเร็วก็ต้องเสีย คุณเจว่าเสียแค่อย่างเดียวยังไม่น่าเจ็บปวดเท่าเสียมันทั้งสามอย่าง ถ้ารอให้หนูชอบเขา นอกจากจะเสียตัว ยังต้องเสียใจและเสียความรู้สึกด้วย หนูแบมยังเด็ก คุณเจคิดว่าถ้าถึงวันนั้นหนูอาจจะรับไม่ไหว ไปตกลงกับเขาใหม่แล้วทำให้เรื่องนี้มันจบลงเร็วที่สุดเถอะ ถ้าเขาซื้อหนูได้ เขาก็ซื้อคนอื่นได้ เมื่อเขาได้สิ่งที่ต้องการแล้วเขาจะได้ไปหาคนใหม่ หนูจะได้เป็นอิสระไง ยื้อเวลาไปทำไมในเมื่อผลมันก็ลงเอยเหมือนกัน คิดซะว่ายิ่งจบเร็วจะได้เอาเวลาไปตั้งใจทำงานแล้วเรียนให้จบเพื่อจะได้ดูแลแม่ ไม่ต้องมานั่งเครียดแบบนี้”

คุณเจอยากให้แบมแบมพ้นเรื่องทุกข์ใจนี้ไปได้เร็วๆ แบมแบมเป็นคนที่มีต้นทุนในชีวิตดีในระดับหนึ่งเลยนะ มีรูปร่างหน้าตาดี การศึกษาสูง เรื่องอุปนิสัยใจคอไม่ต้องพูดถึงเลย ดีกว่าใครมากมายที่เขาเคยรู้จัก แบมแบมเป็นคนที่มีอนาคตที่ดีรออยู่ ทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วยล่ะ เขาไม่ควรเสียเวลาเป็นของเล่นคนรวยนะ

“แต่ว่าแบม..แบมทำใจไม่ได้นี่ครับ” แบมแบมไม่โกรธคุณเจหรอกที่แนะนำอย่างนี้ เขาเข้าใจ แต่แค่ตกใจบ้างเท่านั้น   

“หนูจะชอบเขาเมื่อไร ก่อนฝึกงานจบหรือเปล่า”

“แบมไม่รู้..

“ในเมื่อเขาไม่จริงจังเราก็ไม่ต้องยึดติดหรอกนะ อาจจะฟังดูโหดร้ายที่คุณเจบอกให้หนูยอมเป็นของเขาให้เรื่องมันจบๆ ไป แต่ร่างกายเรามันก็ไม่ใช่ของเรามาตั้งแต่แรก มันเป็นของพ่อแม่ ท่านก็ต้องการแค่ให้เราดูแลมันดีๆ เพื่อจะได้อยู่ไปนานๆ แค่ไม่ทำให้เลือดตกหรือบาดเจ็บอะไรก็น่าจะพอ อย่าไปคิดมากเลย คุณเจไม่ได้จะสอนให้ปล่อยเนื้อปล่อยตัวกับใครก็ได้หรอกนะ แต่นี่คือความจำเป็น ไม่ต้องคิดว่าตัวเองไร้ค่าเพราะเราไม่ได้แลกเปลี่ยนกับของมีค่าอะไร ไม่ได้ขายร่างกาย คิดซะว่าหนูเป็นแฟนเขาแต่เราหมดรักกันแล้ว ทำไปให้จบก่อนจากโดยไม่ต้องรู้สึกอะไรต่อกันก็ได้”

ร่างสูงปล่อยให้แบมแบมได้คิด แต่เขาอยากให้แบมแบมเลือกทางที่เขาแนะนำ ยิ่งจบเร็วเท่าไรยิ่งดี เขาไม่อยากให้คนดีๆ อย่างแบมแบมเสียใจ

แบมแบมรู้ว่าที่คุณเจพูดมามันมีเหตุผล และการจะทำตามก็สมเหตุสมผล แต่เขาก็ยังกลัวและไม่พร้อมอยู่ดี

ร่างบางหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดเครื่อง เห็นสายที่ไม่ได้รับหลายสาย พอเช็กก็เห็นว่าเป็นเบอร์ท่านล้วนๆ เลย แล้วยังข้อความแชทอีก

“เสียงข้อความรัวเลยนะ”

“นี่ไงครับคนที่ว่า” แบมแบมยื่นโทรศัพท์ให้คุณเจดูรูปโปรไฟล์ท่านในแชทชัดๆ

“ว้าว..” คุณเจร้องได้แค่นี้เพราะพูดไม่ออกเลย

“หน้าตาไม่น่าเป็นคนแบบนี้เลยเนอะ” แบมแบมบ่น คุณเจหัวเราะ

“หล่อมากเลยนี่ หลับหูหลับตาทำไปคุณเจว่าไม่น่ายากนะ..

“คุณเจอ่ะ! เพราะแบบนี้แหละถึงไม่กล้า แบมก็อายเป็นนะ” แค่มองหน้าท่านแบมแบมยังไม่ค่อยกล้ามองเลย

“หืม? มีอะไรน่าอาย เรื่องธรรมชาติน่า  หนูแบมออกจะน่ารัก คุณเจว่าดูสมกันดีนะเสียดายที่ไม่ใช่แฟนกันจริงๆ ลูกออกมาคงน่ารัก”

ถึงคุณเจจะบอกว่าไม่มีอะไรน่าอาย แต่แก้มใสก็ขึ้นริ้วแดงอยู่ดี คุณเจหัวเราะชอบใจ

“ก่อนหน้าที่จะฝึกงานแบมไม่เคยคิดเลยด้วยซ้ำว่าจะได้รู้จักเขา แม้แต่จะเห็นหน้ายังไม่รู้เลยว่าจะมีโอกาสไหม”

“แต่ตอนนี้ยิ่งกว่าเห็นหน้าอีกนะ”

“แบมควรตอบเขาว่าไงดี” แบมแบมมองแชทแล้วลังเล

“บอกไปสิว่าอยู่กับเพื่อน เขาจะได้ไม่ห่วง”

“ตามรัวๆ แบบนี้ไม่ใช่ห่วงหรอกครับ คงแค่ขัดใจอยากรู้ว่าแบมไปไหน แบมต้องกลับบ้านกับเขาทุกวันแต่แบมไม่ชอบ วันนี้เลยหนีเขากลับก่อน มาคุยกับคุณเจให้หายเครียด”

นั่งคุยกับคุณเจยังมีความสุขกว่านั่งคุยกับท่านอีก

“ไปรู้ใจเขาได้ยังไง ทำไมต้องกลับบ้านด้วยกันด้วยล่ะ”

“เรามีข้อตกลงกันครับ หนึ่งเดทต่อเซ็กส์หนึ่งครั้ง เรายังไม่เดทกันเลยสักครั้งน่ะแบมขอเปลี่ยนจากเดทไปนอนบ้านเขาแทน”

“อยู่บ้านเขาอันตรายกว่าอีก” คุณเจถอนหายใจแล้วหยิบขนมกิน

เด็กคนนี้ฉลาดเป็นบางเรื่องหรือไงนะ เรียนเก่งแต่เรื่องใช้ชีวิตไม่ค่อยเก่งเท่าไร จะทันอีกคนเขาไหม

“ไม่หรอกครับ เขาไม่ใช้กำลังขืนใจใครหรอกน่า” แบมแบมเท้าคาง มองโทรศัพท์บนตัก คุณเจมองโทรศัพท์แล้วเลื่อนไปมองหน้าหวาน

“ผู้ชายเชื่อไม่ได้ หนูน่าจะรู้ดีที่สุด”

“คุณเจพูดเหมือนเพื่อนแบมเลย”

“บางทีก็ควรเชื่อเพื่อน แต่นอนค้างบ้านเขาก็ดีนะได้โอกาสแล้วนี่ ทำตามที่คุณเจแนะนำเลยสิ”

“คุณเจก็ยุแบมให้เป็นของเขาอยู่นั่น” ร่างบางปากยื่น งอนที่คุณเจผลักไสให้ไปเป็นของท่าน

เพื่อนสองคนแนะนำไม่เหมือนกันเลย คนหนึ่งให้ยื้อเวลา อีกคนให้จบเร็วๆ

“ไม่ดีเหรอ จะได้หมดเรื่องจุกจิกกวนใจจนต้องมานั่งร้องไห้”

“แบมขอคิดก่อนละกันครับ”

“ไม่กลับบ้านเหรอ”

“ยังครับ แบมส่งข้อความไปบอกแล้ว ไม่เป็นไรหรอก”

“อยากเห็นตัวจริงเขาจังเลย โทรให้เขามารับที่นี่สิ”

“เขาไม่มาหรอกครับ” ท่านน่ะเหรอจะกล้ามาย่านที่มีแต่คนฐานะยากจนอาศัยอยู่ คนจรจัดเร่ร่อนก็เยอะแยะ ย่านนี้น่ะแหล่งเสื่อมโทรมของเมืองเลยนะ

แบมแบมน่ะรู้จักคุณเจที่อื่น และพอสนิทกันก็ตามมารู้จักบ้านคุณเจ ไม่มีคนไม่ดีกล้าทำอะไรเขาหรอกเพราะทุกคนในละแวกนี้ต่างก็รู้จักคุณเจและค่อนข้างเกรงใจคุณเจอยู่มาก

“ไม่ลองจะรู้ได้ไง คุณเจจะช่วยดูให้ก็ได้ว่าเขาเป็นคนยังไงกันแน่ คุณเจดูคนเก่งนะ”

คุณเจโน้มน้าวจนแบมแบมลังเล

“น่าสนุกดีไม่ใช่เหรอ หนูทำตามที่เขาต้องการได้อย่างเดียวหรือไง เขาต้องทำตามที่หนูแบมต้องการได้บ้างสิ”

“ก็ได้ครับ ลองดู” ในที่สุดแบมแบมก็ตัดสินใจโทรหาท่านให้มารับถึงบ้านคุณเจเลย

อยากจะรู้เหมือนกันว่าท่านจะมาไหม และถ้าท่านรังเกียจเพื่อนคนสำคัญของเขาอย่างคุณเจ เขาจะได้เลิกชื่นชมท่านได้อย่างเด็ดขาดซะที

 

 

 

 

มาร์คมองสนามกีฬาที่มีประตูฟุตบอลเก่าขึ้นสนิมตั้งอยู่ริมสนาม เด็กๆ หลากหลายวัยที่ดูยังไงก็เป็นเด็กจากครอบครัวฐานะยากจนวิ่งเล่นกันเต็มไปหมด ดูแล้วไม่น่าใช่สนามฟุตบอลอย่างเดียว แต่น่าจะเป็นสนามเด็กเล่นของเด็กทั้งชุมชน

ร่างสูงรู้สึกถึงสายตาที่จับจ้องมายังรถยนต์คันหรูของเขาและตัวเขาเอง

“คุณมาร์คจะให้ผมไปด้วยไหมครับ”

คนขับรถเป็นห่วงถ้าเจ้านายจะไปหาคุณแบมแบมคนเดียวในสถานที่ที่เขามองยังไงก็ไม่น่าจะมีความปลอดภัยอะไรนัก เขาไม่ได้จะว่าคนที่นี่เป็นคนไม่ดีเพราะตัดสินใจจากสถานะทางสังคมหรอกนะ แต่เขาห่วงเพราะเห็นวัยรุ่นท่าทางร้ายๆ อยู่กลุ่มหนึ่งมองมาที่เจ้านายด้วย

“ไม่เป็นไรครับผมไปได้ คุณรออยู่ที่นี่น่ะดีแล้ว” มาร์คตบบ่าร่างสูง ขอบคุณที่เขาเป็นห่วงตน  

 

 

 

บ้านเรือนย่านนี้มีตรอกซอกซอยเล็กๆ เยอะแยะไปหมด การวางผังเมืองค่อนข้างมั่วเพราะสร้างติดและแออัดกันไปหมด ต่างจากย่านอื่นๆ ในเมืองที่มีการวางผังเมืองที่ค่อนข้างเป็นระเบียบ

“อยู่ไหนนะ”

มาร์คหยุดอยู่กลางตรอกหนึ่งซึ่งมีทางแยกออกไปสามทาง เขาดูข้อความที่แบมแบมส่งมาให้ในโทรศัพท์อีกครั้งแต่ไม่อยากเดาเอาเองว่าแบมแบมอยู่ตรงไหน เกิดหลงทางจะเสียเวลาและตอนนี้เขาก็เริ่มร้อนแล้วด้วย

 

 

“นานแล้วนะเนี่ย เขาจะมาจริงๆ หรือเปล่า”  คุณเจพูดพลางทิ้งไพ่หนึ่งใบลงบนลังกระดาษ แบมแบมนั่งตรงข้าม ดูไพ่ในมือ

“ไม่รู้สิครับไม่มาก็ช่างเขาเถอะ แบมว่าผมคุณเจยาวแล้วนะ ไปตัดผมกันไหม?”

“ไม่เอาล่ะ ขี้เกียจ” คุณเจปฏิเสธทันที แบมแบมถอนหายใจ

“แบมพาไปเอง คุณเจน่ะออกจะหล่อ น่าจะดูแลตัวเองดีๆ หน่อยนะ”

“ฮะฮะ จะดูแลตัวเองไปทำไมล่ะไม่จำเป็นสักหน่อย รีบๆ ทิ้งไพ่ได้แล้วน่า กลัวจะแพ้คุณเจเหรอ”

คุณเจเร่ง แบมแบมยู่ปากก่อนจะทิ้งไพ่ที่เลือกลงบนถัง

“บู่ว เปล่าสักหน่อย ยังไงแบมก็ต้องชนะอยู่แล้วล่ะน่า”

 

 

 

“เดี๋ยวครับ ผมมีเรื่องอยากจะรบกวนถามสักครู่” มาร์คยกแขนกันหญิงกลางคนคนหนึ่งที่เดินผ่านมาเอาไว้เพื่อขอความช่วยเหลือ 

เธอมองมาร์คตั้งแต่หัวจดเท้าด้วยความแปลกใจเหมือนเห็นสัตว์ประหลาด เพราะชายหนุ่มรูปงามท่าทางสมาร์ทช่างไม่เหมาะที่จะมายืนอยู่กลางชุมชนแออัดเลย

“มีอะไรล่ะ”

“คุณรู้จักคุณเจไหมครับ” หญิงกลางคนร้องอ๋อออกมาทันที มาร์คดีใจที่เลือกถามถูกคน

“ที่เป็นคนจรจัดน่ะเหรอ?”

“ใช่ครับ”

“มันอยู่แถวร้านขายของร้างน่ะ เดินไปซอยนี้ทะลุไปถึงทางออกก็เลี้ยวขวา เดินไปอีกนิดก็จะเจอ ข้างร้านจะมีซอยเล็กๆ คนจรจัดแถวนี้ก็ไปอยู่ตรงนั้นกันแหละ”

“ขอบคุณครับ” มาร์คได้รับความช่วยเหลือแล้วจะผละไป แต่เธอยังคงสนใจเขาอยู่

“นี่ คุณก็ท่าทางจะรวยมากๆ เลยนี่จะตามหามันไปทำไมล่ะ รู้จักมันเหรอ? หรือว่ามันไปสร้างความเดือดร้อนอะไรให้คุณ มันเป็นคนดีนะ อาจจะบ้าบอไปหน่อยแต่ไม่มีอะไรหรอกคุณก็อย่าไปถือสามันล่ะ”

“ครับผมจะจำไว้ ขอบคุณอีกครั้งนะครับ” มาร์คยิ้มให้แล้วเดินจากไป เธอเหลียวมองเขาจนลับสายตา รู้สึกประทับใจรอยยิ้มหล่อๆ

“รวยแล้วยังสุภาพด้วยเนอะ หนึ่งในร้อยล่ะมั้งเนี่ย”

 

 

 

มาร์คถอดสูทมาพาดไหล่แล้วรูดเนคไทสีเข้มลง ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวในสีขาวออกสองเม็ดเพื่อคลายร้อน เร่งฝีเท้าไปตามทางที่ค่อนข้างสกปรก

กันต์พิมุกต์มาทำอะไรแถวนี้คนเดียวนะ อันตรายแล้วยังสกปรกด้วย ไม่กลัวบ้างหรือไง

“อ๊ะ! คุณเจชนะอีกแล้ว ไม่คิดจะออมมือให้แบมบ้างหรือไง” มาร์คชะงักขณะได้ยินเสียงหวานๆ ของแกะโวยวายดังมาจากซอยที่หญิงกลางคนบอกมา

“จุ๊ๆ คิดจะเอาชนะคุณเจยังเร็วไปสิบปีนะหนูแบม อย่าลืมรางวัลของคุณเจล่ะ”

“ไม่อยากซื้อให้เลย แบมบอกหลายครั้งแล้วนะว่าเลิกดื่มได้แล้ว มันไม่ดีต่อสุขภาพ”

“แค่นิดหน่อยน่า นานๆ ที ขี้บ่นจังเลย”

มาร์คเดินไปชะโงกมองภายในซอย ในทางเดินแคบๆ นั้นมีแต่ของระเกะระกะเต็มไปหมด แต่ก็มองออกว่าของที่เหมือนสร้างอย่างลวกๆ เพื่อกันแดดกันลมนั้นมีไว้สำหรับอยู่อาศัย

แผ่นหลังบางที่ปรากฏในสายตามาร์คเห็นแวบแรกก็จำได้ กันต์พิมุกต์นั่งหันหลังมาทางนี้ คนที่นั่งอยู่กับกันต์พิมุกต์คือชายรูปร่างสูงใหญ่สวมเนื้อกันหนาวปอนๆ และหมวกไหมพรมเก่าทับผมยาวประบ่ารุงรัง หนวดเคราสีเข้มเต็มคางและเหนือริมฝีปาก

เมื่อมาร์คเดินเข้าไปคุณเจก็เงยหน้าขึ้นมาพอดี ชายหนุ่มแปลกหน้าแต่งตัวดีคุณเจเดาได้ไม่ยากเลยว่าใคร

เพื่อนต่างวัยของแกะอดนึกชื่นชมไม่ได้เมื่อตัวจริงของเจ้านายแบมแบมดูดีกว่าที่เขาคิดไว้เยอะมากๆ

ชายหนุ่มที่ดูเซ็กซี่ได้แค่พาดสูทกับเชิ้ตขาวเนี่ย มันมีได้ไม่กี่คนหรอกนะ..

“เจ้านายของหนูแบมเหรอ?” พอคุณเจทัก แบมแบมก็หันหลังกลับมามองทันที

“ครับ คุณคงเป็นคุณเจ”

“ใช่ ยินดีที่ได้รู้จักนะ” คุณเจยิ้มให้มาร์คแต่สายตาคมดุกวาดมองสำรวจมาร์คตั้งแต่ปลายรองเท้าจดเส้นผม เนี้ยบไปทั้งตัวเลย

“แรงดึงดูดทางเพศสูงมาก ไม่น่าเชื่อว่าหนูแบมจะไม่หลงเสน่ห์เขานะ”

คุณเจรั้งแบมแบมให้เอียงหูมาใกล้ๆ แล้วป้องปากกระซิบพอได้ยินกันสองคน แบมแบมวางไพ่ทั้งหมดในมือลงแล้วฟาดต้นแขนคุณเจอย่างแรงจนเพื่อนสูงวัยกว่าสะดุ้ง

“คุณเจอย่าแซวนะ!

“โอ๊ย แค่พูดความจริงเนอะ”

“ไม่ซื้อให้แล้วนะ” แบมแบมชี้หน้า คุณเจยกสองมือขึ้นยอมแพ้

“โอ๊ะอย่าเปลี่ยนใจกันกะทันหันแบบนี้สิ คุณเจขอโทษนะ”

มาร์คมองคนจรจัดและแกะที่ท่าทางจะสนิทสนมกันมากแล้วคิ้วขมวด

“มานั่งด้วยกันสิครับคุณมาร์ค เรียกอย่างนี้ได้หรือเปล่า” คุณเจหันมาคุยกับมาร์คแทนเพื่อจะได้ไม่พูดอะไรขัดหูเพื่อนจนชวดของรางวัล

“ได้ครับ” เมื่อได้รับเชิญก็ต้องนั่งนะ มาร์คนั่งลงข้างแบมแบมแล้วพับเสื้อนอกวางบนตัก ร่างบางขยับถอยแทบไม่ทัน

แบมแบมถลึงตาดุคุณเจที่ยิ้มล้อเลียนตน รู้หรอกน่าว่าคิดอะไรอยู่

“หนูแบมเล่าให้ฟังว่าคุณเป็นใคร ไม่นึกเลยว่าจะมีโอกาสได้คุยกับคนรวยอย่างคุณด้วยนะ”

มาร์คก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้มีวันที่มานั่งในตรอกมืดๆ แล้วคุยกับคนจรจัดน่ะ

“แต่ผมยังไม่รู้จักคุณเลย”

“ผมเป็นเพื่อนแบมแบมน่ะเรารู้จักกันมานานแล้วล่ะ คุณเรียกผมว่าคุณเจอย่างที่เด็กคนนี้เรียกก็ได้นะ ถ้าคุณไม่ถือที่ต้องเรียกคนจรจัดอย่างผมแบบสุภาพน่ะ”

“เพื่อนเหรอครับ?” มาร์คมองหน้าแบมแบม แกะกับคุณเจอายุห่างกันมากเลยนะ

“ใช่ครับ ผมเป็นเพื่อนกับคุณเจเหมือนท่านที่เป็นเพื่อนคุณจางมินไง คุณเจเป็นคนน่ารักมากเลยล่ะ ผมเจอคุณเจครั้งแรกที่ม้านั่งในสวนสาธารณะใกล้มหาลัยน่ะครับเลยได้คุยกัน”

แบมแบมเล่าความเป็นมาในการพบกันให้มาร์คฟัง

“หนูแบมเป็นเด็กที่ใจกล้ามากเลยล่ะ ผมนอนอยู่บนม้านั่งเขาก็เดินเข้ามาหาแล้วยื่นกาแฟกระป๋องให้ทั้งที่น้ำตาอาบน้ำ เพื่อตอบแทนกาแฟกระป๋องนั้นผมเลยต้องนั่งฟังเขาบ่นเรื่องที่ได้เกรดซีเพราะเพื่อนไม่ช่วยพรีเซนต์งาน เขาน่ะอยากจะกวาดเอให้เรียบ”

“มันเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องนะงานกลุ่มก็ต้องทำด้วยกันสิ กินแรงคนอื่นน่ะเห็นแก่ตัวนะครับ” แบมแบมแก้ตัว เขาไม่ได้หวังแต่เกรดสูงอย่างเดียวสักหน่อย

“เห็นไหมล่ะว่าเขาจริงจังขนาดไหน”

“แบมว่าเลิกคุยเรื่องอดีตเถอะน่าคุณเจ”

“ก็ได้ๆ” คุณเจยอมหยุด แต่แอบสังเกตสีหน้าของมาร์คว่าเขาไม่พอใจบ้างหรือเปล่าที่ต้องมานั่งในที่สกปรกแถมอยู่กับคนจรจัดแปลกหน้า

“คุณเล่นไพ่เป็นหรือเปล่า เล่นกันสักเกมสิ..เรามาเพิ่มของรางวัลกันดีไหม”

คุณเจเอ่ยชวนมาร์คแล้วหันไปปรึกษาแบมแบม

“ถ้าคุณเจแพ้คุณเจจะให้อะไรท่านล่ะ” แบมแบมล่ะสงสัยนัก กับเขาคุณเจยังไม่มีอะไรจะให้เลย

“นั่นสิ ไม่มีอะไรจะให้ซะด้วย และคนรวยๆ อย่างคุณมาร์คคงไม่มีอะไรที่อยากได้จากคนแปลกหน้าข้างถนนหรอกเนอะ”

“ก่อนหน้านี้พนันอะไรกันไว้ล่ะครับ” มาร์คมองคุณเจที่รวบรวมไพ่ไปสับใหม่

“ถ้าหนูแบมชนะจะขอให้คุณเจทำอะไรให้ก็ได้ไงล่ะ แต่ถ้าคุณเจชนะหนูแบมต้องซื้อเหล้าให้คุณเจขวดนึง”

“เฮ้อ ของไม่มีประโยชน์เลย ไม่ดีต่อสุขภาพด้วยนะครับ” แบมแบมบ่นอุบ เรื่องเงินน่ะไม่เสียดายหรอก

“ขวดเดียวเองเหรอครับ?”

“ขวดเดียวก็พอแล้วครับท่าน อย่าเพิ่มรางวัลนะ” แบมแบมบอกเจ้านายไว้ก่อนเลย สีหน้าท่าทางก็จริงจังด้วย มาร์คอมยิ้ม

“หนูแบมนี่นะ อย่ามาขัดคอกันแบบนี้สิ!” คุณเจอยากงอนจังเลย รู้ว่าเป็นห่วงแต่มาทำแบบนี้คุณเจเสียใจนะ

“ถ้าผมแพ้ ผมจะเลี้ยงคุณเจมากกว่าที่กันต์ให้แล้วกันนะครับ แต่ถ้าผมชนะ คุณเจก็เล่าอดีตของคุณให้ฟังหน่อยแล้วกัน”

มาร์คเสนอข้อแลกเปลี่ยน คุณเจยิ้มกว้าง

“ให้มากขนาดนี้เพราะคุณรวยหรือมั่นใจว่าจะชนะผมได้แน่ๆ”

“ทั้งสองอย่างมั้งครับ” คุณเจตบเข่าฉาดแล้วหัวเราะชอบใจ

 

“ฮะฮะฮะ ดี! มันต้องอย่างนี้สิ เรามาเริ่มเกมใหม่กันเลย”

 

 

 

 

“ทำไมไม่มาสักทีน้า”

คนขับรถที่ดำรงตำแหน่งหลายหน้าที่นั่งในรถรอเจ้านาย เล่นเกมในแม็กบุ๊ครอไปหลายเกมเจ้านายก็ไม่มาสักที เริ่มเป็นห่วงแล้วนะ แค่ไปตามคุณแบมแบมไม่น่าจะนานขนาดนี้เลย

ปึง!

แทคยอนสะดุ้งโหยงเมื่อกระจกด้านตนถูกทุบอย่างแรงจากด้านนอก มองคนที่ยืนอยู่นอกรถ มากันหลายคนยืนล้อมทั้งซ้ายและขวา เขาเก็บของวางบนเบาะข้างคนขับ

“มีอะไรน้อง” แทคยอนลดกระจกลงเล็กน้อยเพื่อให้พูดคุยกันได้

“ขอเงินใช้บ้างสิพี่ ท่าทางจะรวยนะ” ไอ้เด็กพวกนี้ ยังไม่บรรลุนิติภาวะเลย แบกไม้แบกท่อเหล็กมาเตรียมปล้นจี้กันแล้วเรอะ

“ไม่มี”

“อย่าลีลาน่า”

“อยากไปคุยกับตำรวจหรือไงไอ้หนู”

“แกเรียกใครไอ้หนูวะ หรือจะให้ทุบกระจกรถห๊ะลุง!

“แกนี่!” แทคยอนของขึ้นเมื่อโดนเด็กเรียกว่าลุง เปิดประตูออกไปอย่างแรงจนปะทะกับร่างสูงโปร่ง เด็กคนนั้นเซไปเลย

ไม่ต้องถึงปืนหรอกแค่มือเปล่าก็น่าจะพอ พ่อจะอัดให้เข็ดเลย!

 

 

 

 

“มีเรื่องอะไรกันล่ะนั่น” คุณเจป้องมือเหนือตา เพ่งมองไปทางรถหรูที่จอดอยู่ไม่ไกลขณะเดินตามมาร์คและแบมแบม

“เอ๋? มีเรื่องกันเหรอครับนั่น” แบมแบมรีบวิ่งไปในที่เกิดเหตุทันที มาร์คจะร้องห้ามก็ไม่ทันแล้ว

“คุณแทคยอนมีเรื่องอะไรกันครับ” แบมแบมวิ่งไปจับแขนข้างที่ยกไปแตะเอวด้านหลังเอาไว้ กลัวคุณแทคยอนผลีผลามจะทำอะไรร้ายแรงลงไป

เขาเห็นด้ามปืนอยู่แวบๆ นะ!

“ก็เด็กพวกนี้น่ะสิครับมาหาเรื่องขู่จะเอาเงินก็เลยซัดซะหมอบ แต่ยังปากดีไม่เลิก”

แทคยอนมองหน้าโฉดๆ ของหัวหน้าแก๊ง เห็นหน้าใสๆ นึกว่ายังเด็กที่แท้ก็โตแล้ว รุ่นคุณแบมแบมเลยด้วย

“พวกแกริจะเป็นโจรหรือไง!” คุณเจตวาดใส่เด็กพวกนั้น พอเห็นว่าใครมาหนุ่มๆ ทั้งหลายก็ชี้หน้าแทคยอนฝากไว้ก่อนแล้วพากันหนีไป

“พวกเขาท่าทางจะกลัวคุณเจมากเลยนะครับ แต่อย่างจะนี้จะเป็นอะไรไหมครับ เขาจะกลับมาทำร้ายคุณหรือเปล่า?”

มาร์คเป็นห่วง คุณเจโบกมือไปมา

“โอ๊ยไม่เป็นไรหรอกคุณ มันไม่กล้าทำอะไรผมหรอก”

“ดีครับ” มาร์คพูดกับคุณเจแต่ตามองไปยังมือนิ่มที่จับแขนคนสนิทเขาไม่ปล่อยเลย

“เอ่อ..แล้วคุณคือ?” แทคยอนปลดมือแบมแบมออกอย่างนุ่มนวลแล้วถามคุณเจ

คุณเจอมยิ้มและคิดว่าเขากับคุณคนนี้น่าจะคิดตรงกัน มาร์คไม่ชอบให้แบมแบมอยู่ใกล้ผู้ชายคนอื่น และเรื่องแตะตัวคงยิ่งไม่ควรทำเลย

แต่เหมือนแบมแบมก็ยังไม่รู้ตัวหรอกนะ ความรู้สึกช้าจริงๆ เลย

“ผมเป็นเพื่อนแบมแบมครับ เรียกคุณเจก็ได้”

“ผมแทคยอนครับ”

“ทักทายกันเสร็จแล้วก็ไปเถอะครับ นี่เย็นมากแล้วเดี๋ยวร้านที่เราจะไปคนจะเยอะ”

มาร์คดันหลังบางให้เดินไปขึ้นรถ คุณเจเดินอ้อมไปนั่งหน้ากับแทคยอน

 

 

 

 

“เชิญครับทะ..” พนักงานต้อนรับหนุ่มชะงักคำพูดเมื่อเหลือบตาไปเห็นคุณเจที่เดินตามมาร์ค แบมแบม และแทคยอนจะเข้าไปภายในโรงแรม

“คุณมีอะไรหรือครับ” มาร์คมองหน้าพนักงานต้อนรับนิ่ง 

“เอ่อ..ไม่ทราบว่าคุณคนนี้มากับท่านหรือเปล่าครับ”

“ใช่ครับ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า”

“คือว่า..” ชายหนุ่มลังเลที่จะพูด ดูยังไงคนคนนี้ก็เป็นคนจรจัด แล้วทำไมถึง...

คุณเจพอจะเข้าใจว่าทำไมพนักงานต้อนรับถึงทำสีหน้าแบบนั้น

“เราไปที่อื่นก็ได้นะคุณมาร์ค หรือถ้าไม่มีร้านไหนให้ผมเข้าคุณก็แค่เลี้ยงเบียร์ผมสักกระป๋องก็พอน่า”

คุณเจเอ่ยกับมาร์คเพราะเข้าใจว่าสภาพเขามันไม่เหมาะสมกับโรงแรมหรูระดับหลายดาวแบบนี้หรอก

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ไปที่อื่นก็คงเจอปัญหาแบบเดียวกันนี้ผมถึงพาคุณมาที่โรงแรมของคุณปู่ผม  แต่ถ้าพนักงานที่รับเงินเดือนของคุณปู่มีปัญหากับแขกของผม ผมคงจะต้องให้เขาไปเข้ารับการอบรมการต้อนรับลูกค้าซะใหม่ หรือบางทีอาจจะให้เขาไปหางานทำที่อื่น..

มาร์คพูดกับคุณเจแต่มองพนักงานหนุ่ม เขาเงยหน้ามองมาร์คด้วยความตกใจกับคำขู่ ก่อนจะรีบก้มหน้าลง

“คุณมาร์ค..อย่าพูดอย่างนั้นสิครับ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ขนาดนั้นหรอก ใช่ไหมครับคุณเจ”

แบมแบมจับแขนท่านไว้ ขอคำสนับสนุนของคุณเจ

“ใช่ ผมไม่คิดมากหรอกน่า คนอย่างผมมันก็ไม่น่าเข้าโรงแรมหรูๆ อยู่แล้ว เขาไม่อยากให้เข้าก็เป็นเรื่องธรรมดา อย่าทำเรื่องไม่เป็นเรื่องให้มันเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาเลย เดี๋ยวจะพาลกินข้าวไม่อร่อยซะเปล่าๆ นะ”

คุณเจตกใจที่ได้รู้ว่าโรงแรมแห่งนี้เป็นของคุณปู่ของมาร์ค ไม่นึกว่าชายหนุ่มคนนี้จะร่ำรวยกว่าที่เขาคิดไว้มากเลย

มาร์คหยุดต่อว่าพนักงานหนุ่มแล้วเดินเข้าโรงแรมไป แบมแบมขยับปากพูดกับพนักงานแบบไม่มีเสียงว่า อย่าคิดมากนะ พนักงานหนุ่มยิ้มเจื่อน

“กันต์ทำอะไร” มาร์คหันมาดึงแขนแบมแบมให้เดินตามเขาไปที่ห้องอาหาร  

คุณเจเอียงคอมองท่าทางที่ทั้งสองมีต่อกัน ก่อนจะอมยิ้มนิดๆ

 

 

               

 

                “ไม่คิดว่าคุณจะเลี้ยงอาหารดีๆ หรูๆ แบบนี้เลยนะเนี่ย ผมคิดว่าร้านอาหารธรรมดามันก็มากไปแล้ว แค่เล่นไพ่สนุกๆ คุณไม่อายเหรอที่พาผมเข้ามากินอาหารที่นี่ มีแต่คนมองอย่างรังเกียจผมทั้งนั้น ลูกค้าคุณมีแต่พวกไฮโซ ทำแบบนี้เดี๋ยวลูกค้าก็หายหรอก”

            คุณเจถามเจ้ามือที่นั่งตรงข้าม วนแก้วไวน์เบาๆ แล้วยกขึ้นจิบ ละเมียดรสชาติที่ห่างหายไปนานหลายปี เขาเองก็เคยดื่มไวน์แต่แค่ไวน์ราคาถูกๆ ไม่ใช่ของดีของนอกราคาน่าขนลุกพวกนี้

            “ไม่หรอกครับ เพื่อนกันต์ก็เหมือนเพื่อนผม ไม่มีเรื่องอะไรน่าอายสักหน่อย ผมไม่สนสายตาคนหรือคำนินทาหรอกนะครับ ผมพอใจจะทำอะไรผมก็แค่ทำ”

            มาร์คอมยิ้ม ดูแวบเดียวก็รู้ว่าคุณเจเพื่อนของกันต์พิมุกต์น่ะรู้มารยาทบนโต๊ะอาหาร และน่าจะเคยร่วมงานสังสรรค์หรือเข้าสังคมมาไม่น้อย ทั้งท่านั่ง การดื่ม การทาน เหมือนคนที่คุ้นชินกับสิ่งพวกนี้ และการกระทำของคุณเจก็ค่อนข้างขัดกับภาพลักษณ์ ถ้าคุณเจเปลี่ยนไปใส่สูทผูกเนคไทก็ดูไม่ต่างจากนักธุรกิจ

            “คุณคงไม่ได้พูดเพื่อเอาใจผมหรือทำให้หนูแบมประทับใจหรอกใช่ไหม”

คุณเจพูดตรงซะจนแทคยอนที่นั่งข้างกันหันขวับมามองหน้า มาร์คหัวเราะน้อยๆ

“ผมเป็นพวกทำอะไรแล้วหวังผลก็จริงแต่ผมก็มีความจริงใจนะครับ ผมคบคนได้ทุกระดับไม่เคยแบ่งแยกนะ”

            คุณเจหัวเราะ เขาดูออกว่ามาร์คไม่ได้รังเกียจตนหรอก เป็นพวกยังไงก็ได้เหมือนที่เจ้าตัวว่า คงไม่ได้แสร้งทำ เพราะถ้าแสร้งทำว่ารับเขาได้มาร์คก็คงเป็นคนที่เก็บความรู้สึกเก่งมากเพราะไม่แสดงออกทางแววตาเลย 

            “คุณเลี้ยงอาหารดีๆ ผมแบบนี้ ถึงคุณจะแพ้แต่ผมเล่าอดีตให้ฟังก็ได้นะ ยังอยากรู้อยู่หรือเปล่า”

“ถ้าคุณอยากเล่านะครับ”

คุณเจยิ้ม เล่าเรื่องราวของตนตามที่เคยเล่าให้แบมแบมฟัง แทคยอนและมาร์คต่างแปลกใจกับอาชีพเก่าของอีกฝ่าย

“คุณเจไม่เสียดายชีวิตเมื่อก่อนเลยเหรอครับ คุณทิ้งทุกอย่างได้ยังไง” แทคยอนนึกความรู้สึกของคนที่ตัดใจทิ้งทุกอย่างในชีวิตไม่ออกหรอก

“เพราะความรู้สึกมันพังทลายมั้งครับ ผมเป็นคนที่คาดหวังไว้สูงว่าทุกอย่างในชีวิตต้องสมบูรณ์แบบ แต่พอผลออกมามันแย่เลยเขวไปเลย ผมสิ้นศรัทธากับคำว่าครอบครัวและชีวิตคู่ การอยู่คนเดียวโดยไม่ต้องเหนื่อยทำงานหนักเพื่อใครอีกเป็นชีวิตที่ผมต้องการ อย่างน้อยเมื่อก่อนก็คิดแบบนี้นะ แต่พอได้มารู้จักแบมแบมผมก็เริ่มคิดถึงคำว่าครอบครัวอีกครั้ง แต่มันสายเกินไป ผมและพวกเขาต่างทิ้งกันและกันนานเกินไปจนกลับมารวมกันไม่ได้อีก อยู่แบบนี้มันก็อิสระดี”

“แบมก็เคยบอกแล้วว่าคุณเจควรจะกลับบ้านแล้วทำตัวใหม่ซะที อยู่คนเดียวแบบปกติเหมือนเดิมมันก็ไม่ได้แย่หรอก”

แบมแบมอยากให้คุณเจเลิกเร่ร่อน เขาเป็นห่วงคุณเจ อยู่ข้างนอกมันมีแต่อันตราย ถึงจะไม่มีใครอยากยุ่งกับคนจรจัดแต่ก็ไว้ใจอะไรไม่ได้นักหรอก

            “คุณเจลืมวิธีทำงานไปแล้วน่ะสิหนูแบม คุณเจไม่มีจุดมุ่งหมายในชีวิตเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว”

“ไม่หรอกครับ คุณเจอยากมีความสุขและอิสระไปเรื่อยๆ มันก็นับเป็นจุดมุ่งหมายเหมือนกัน คนที่มีชีวิตอยู่ทุกคนมีจุดหมายที่อยากทำ คนที่ไม่มีคือคนที่ตายไปแล้ว”

แบมแบมเชื่อว่าทุกคนต้องมีสักสิ่งที่อยากทำให้ได้ก่อนตาย อย่างเขาก็อยากเรียนจบมีงานทำเพื่อช่วยพี่ดูแลแม่และโซมี

“ทุกคนมีจุดมุ่งหมายอย่างนั้นเหรอ..แทคยอน คุณอยากทำอะไรมากที่สุด” คุณเจหันไปถามร่างสูงข้างๆ แทคยอนคิดนิดหน่อย

“แต่งงานมั้งครับ แต่ยังหาเจ้าสาวไม่เจอเลย กว่าจะได้แต่งคงแก่มากแล้วแน่ๆ”

“ฮะฮะ หล่อๆ แบบคุณต้องหาได้อยู่แล้วล่ะ ของแบมแบมนี่เคยบอกคุณเจแล้ว คุณล่ะมาร์ค คุณมีจุดมุ่งหมายอะไรในชีวิตบ้าง”

“ผมเหรอครับ..ก็คงทำงานไปเรื่อยๆ แล้วทำให้ทีบีไปได้ไกลกว่านี้มั้งครับ”

“จิ๊ ไม่เอาความฝันน่าเบื่อแบบนั้นซี ไม่คิดอยากแต่งงานมีครอบครัวเหมือนแทคยอนบ้างเหรอ? ครอบครัวที่มีความสุขน่ะ”

มาร์คนิ่งไปนิด ก่อนจะยิ้มออกมาแล้วส่ายหน้า

“ผมไม่เชื่อคำว่าครอบครัวแสนสุขหรอกครับ ความสุขของผม ผมจะไม่เอาไปผูกติดกับใครก็ไม่รู้แล้วเราก็อุปโลกน์ขึ้นมาว่าเป็นคนที่รัก เป็นครอบครัวของเรา”

แม้จะเพียงแค่แวบเดียวแต่คุณแจก็เห็นความเศร้าในแววตาของมาร์ค..ทำให้รู้สึกแปลกใจ

“คุณรู้ตัวไหมว่าคุณพูดเหมือนที่ผมเคยพูดตอนเสียครอบครัวไปใหม่ๆ เลย”

“จริงเหรอครับ”

“คุณเคยผิดหวังกับคนใกล้ตัวมาก่อนเหรอ”

“ครับ..ผิดหวังซ้ำซาก ครั้งแล้วครั้งเล่า มันเหนื่อยและก็น่าเบื่อ ไม่สนใจจะมีแต่แรกก็สบายดีครับ”

คุณเจหนักใจขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าแบมแบมจะรับรู้ได้เหมือนกันหรือเปล่า แต่มาร์คมีอะไรซุกซ่อนอยู่ในใจแน่ๆ เลย เขามั่นใจเลยล่ะ

มาร์คขบเม้มริมฝีปากเล็กน้อยเมื่อเผลอคิดไปถึงอดีตที่เลือนรางในความทรงจำ สิ่งที่อยากจะลืมแต่ลืมไม่ได้สักที..

แบมแบมมองท่านที่เงียบไปแล้วเกิดไม่สบายใจขึ้นมา ท่านดูแปลกไปนิดหน่อยนะ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมรู้สึกแบบนี้

“ท่านครับ..” แบมแบมแตะแขนท่าน เรียกเบาๆ ด้วยความเป็นห่วง

“ครับ?”

“เป็นอะไรหรือเปล่า”

“เปล่านี่ครับ ไม่เป็นไร” มาร์คสะดุดใจกับรอยยิ้มโล่งอกของร่างบาง เบือนสายตาจากใบหน้าหวานกลับมาที่จานอาหารตรงหน้า

แม้ท่านจะบอกแบมแบมว่าไม่เป็นไร แต่ระหว่างมื้ออาหารก็มีเพียงคุณเจ แทคยอน และแบมแบมที่คุยกัน ท่านทานเงียบๆ โดยไม่พูดอะไรอีกเลย

 

 

“หนูแบม..

คุณเจรั้งแขนเรียวเอาไว้ให้เดินห่างจากมาร์คมาจนคิดว่ามาร์คจะไม่ได้ยินสิ่งที่จะพูด

“ครับคุณเจ”

“คุณมาร์คแปลกไปหนูรู้สึกได้ใช่ไหม?”

“ครับ” แบมแบมพยักหน้า

“เจ้านายของหนูน่ะคงมีปมใหญ่ฝังลึกอยู่ในใจแน่ๆ”

“ในเมื่อมีโอกาสรู้จักกันแล้ว ถ้ามีโอกาสช่วยได้ก็ช่วยเถอะ คนอื่นจะมองเขายังไงไม่รู้นะ แต่สำหรับคุณเจเขาเป็นคนน่าสงสาร คุณเจเข้าใจเขานะ แต่คิดว่าเขาคงเจออะไรมาหนักกว่าคุณเจแน่ๆ”

“จริงหรือครับ”แบมแบมตกใจ เพราะสิ่งที่คุณเจเจอแบมแบมว่ามันก็หนักพอสมควรเลย

“คุณเจคิดว่านะ น่าจะใช่ ลางสังหรณ์น่ะ”

“ครับ แต่แบมคิดว่าแบมคงช่วยไม่ได้เพราะแบมไม่มีความสามารถมากพอจะช่วยคนอย่างท่านได้หรอกครับ ต่อให้มีเรื่องอะไรในใจท่านก็คงไม่บอกแบมหรอก อย่าลืมสิครับว่าแบมอยู่ในฐานะอะไร แบมไม่สำคัญพอจะรู้เรื่องส่วนตัวท่านขนาดนั้น”

“หนูแบมน่ะพูดอย่างนี้อีกแล้ว” คุณเจดุ ทำไมเด็กคนนี้ชอบดูถูกตัวเองนักนะ

“คุณเจ! กันต์! คุยอะไรกันอยู่ครับ ขึ้นรถเถอะนี่ก็ค่ำมากแล้วนะ”

มาร์คร้องเรียกทั้งสองที่ยังคุยกันอยู่หน้าโรงแรม ไม่ยอมมาขึ้นรถสักที

แบมแบมจับมือคุณเจแล้วรีบเดินไปขึ้นรถ คุณเจแอบอมยิ้มเมื่อเจอสายตานิ่งๆ ของคุณมาร์คมองมาที่มือตนกับแบมแบม

กลับมาเป็นปกติแล้วนี่ หรือเขาจะห่วงพ่อหนุ่มหน้าหล่อนี่มากเกินไป?

 

 

 

 

คุณมาอีกแล้ว คุณเป็นใครฮะ

เด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบเกาะประตูรั้วบ้านที่ทำจากวัสดุชั้นดีลวดลายสวยงามเอาไว้ มองหน้าสวยหวานของหญิงสาวที่มักจะมาหาเขาเสมอตอนคุณปู่ไม่อยู่บ้าน

โตขึ้นอีกนิดแล้วสินะมาร์ค รับนี่ไปสิจ๊ะ

หญิงสาวรวบกระโปรงสีชมพูย่อกายลงนั่งให้ระดับสายตาเท่ากัน ยิ้มหวานให้เขาก่อนจะรีบหยิบของกล่องยาวแบนห่อกระดาษสีสวยออกจากกระเป๋ายื่นให้ เด็กน้อยเอียงคอมอง อยากได้ แต่คุณปู่สอนว่าไม่ให้รับของจากคนแปลกหน้า

ไม่เอาหรอกฮะ คุณเป็นใคร ชื่ออะไร

น้าน้าบอกหนูไม่ได้หรอกแต่ช่วยรับของไปทีนะ น้า..น้าซื้อให้ลูกแต่เขาไม่อยู่แล้ว น้าเลยเอามาให้มาร์ค ช่วยใช้แทนเขาหน่อยนะจ๊ะ

ต้องถามคุณปู่ก่อน คุณปู่ไม่อยู่บ้าน

หญิงสาวยิ้มเศร้า ก่อนจะวางกล่องของขวัญไว้บนพื้นหน้าประตู

ให้คนรับใช้มาเอาเข้าไปนะจ๊ะ พอคุณปู่มาก็บอกคุณปู่นะว่ามีของขวัญ ถ้าคุณปู่อนุญาตก็เอาไว้ใช้นะ

อื้ม คุณชื่ออะไรเหรอ

ไปแล้วนะจ๊ะหญิงสาวเอื้อมมือจะไปจับนิ้วน้อยๆ ที่กำเหล็กดัดประตูไว้ แต่ต้องเก็บมือคืนมา เธอไม่กล้าแตะต้องตัวเขา..เธอ..ละอายใจ

หญิงสาวเดินหันหลังจากเด็กน้อยมาพร้อมน้ำตาที่อาบแก้มนวล

 

 

 

เจ้าสัวคะ กรุณา..บอกเขาว่าฉันตายไปแล้วได้ไหมคะ

ทำไมล่ะ

ฉัน..อยากให้ตัวเองตัดใจเลิกมาหาเขาสักที..และ..’

อะไรล่ะ เธออยากจะพูดอะไรกันแน่ ถ้าเธอพร้อมแล้วก็ควรจะบอกมาร์ค

ไม่..ไม่ได้ค่ะ ฉันกำลังจะแต่งงานใหม่ และ..เขาคงไม่พอใจที่ได้รู้ว่าฉันมีลูกมาก่อน

‘….เธอทอดทิ้งเขามาแล้วครั้งนึงนะ มันยังไม่พออีกเหรอ’

ฮึก..มันสายเกินไปที่จะบอกแล้วค่ะ ที่ผ่านมาการได้เห็นหน้าและได้พูดคุยกับเขา มันทำให้ฉันมีความสุขมากแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าฉันเป็นแม่ก็ตาม ฉันขอโทษค่ะที่ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ ฝากบอกเขาทีฮึก

อยากบอกอะไรก็บอกต่อหน้าผมสิ

หญิงสาวและเจ้าสัวหันมองที่ประตูห้องนั่งเล่นพร้อมกันด้วยความตกใจ

มาร์ค..คือแม่..’ หญิงสาวลุกขึ้นจากโซฟา พยายามจะอธิบาย

แม่? คุณพูดอะไรน่ะ

เด็กชายวัยสิบสามมองหน้าหวานด้วยน้ำตากลบตาแต่สีหน้ายังเรียบเฉยจนคนมองทั้งสองใจไม่ดี

มาร์ค..’

ไปอยู่ไหนมา

แม่…’ หญิงสาวเงียบงันไม่สามารถบอกลูกชายได้จริงๆ

มาร์คมองเธอเขม็ง แม้จะพยายามทำเหมือนไม่เป็นไรแต่หัวใจของเขากำลังเจ็บปวด..

เด็กชายกำลังพยายามไม่ร้องไห้ออกมา สมควรแล้วเหรอที่จะเสียน้ำตาเพราะผู้หญิงใจร้ายคนนี้

เขาเป็นหลานของเจ้าสัวต้วน ไม่ว่าจะเจออะไรก็ต้องเข้มแข็งและเผชิญหน้ากับมันให้ได้

ถ้ามาเพื่อจะบอกว่าตัวเองตาย..ทำไมไม่หายไปเฉยๆ เลยล่ะ

‘…’

ที่ผ่านมาสิ่งที่คุณทำก็ไม่ต่างอะไรกับตายจากไปแล้วจริงๆ หรอก อย่าแทนตัวเองว่าแม่ ผมไม่เคยมีแม่ และผมก็ไม่คิดว่าคุณเป็นแม่ด้วย

ฮึกมาร์ค แม่ขอโทษ

เก็บน้ำตาไว้ใช้กับสามีคุณเถอะ คำขอโทษก็ทิ้งไว้ตรงนั้นผมไม่อยากได้ ผมอยู่มาได้โดยไม่มีคุณ  จากนี้ผมก็จะมีความสุขต่อไปได้โดยไม่มีคุณอยู่ในความทรงจำเหมือนกัน

          มาร์คเจ็บปวดแต่ยังพูดจาร้ายกาจเพื่อให้เธอได้เจ็บเหมือนกัน เขาเคยต้องการเธอ แต่จากนี้จะไม่มีความรู้สึกนั้นอีกแล้ว

 

นั่นเป็นครั้งแรกที่มาร์คได้เห็นคุณน้าแปลกหน้าคุยกับคุณปู่ และเป็นวันที่เขาได้รู้เสียทีว่าเธอเป็นใคร..

 

 

 

มาร์ค..’ เด็กชายที่โตกว่าน้องนิดหน่อยมองน้องชายที่ยืนมองข้าวของมากมายทั้งน้ำตา

เด็กชายกัดฟันกำมือแน่น มองของขวัญจากหญิงสาวนิรนามที่เพิ่งรู้ว่าเป็นแม่เด้วยน้ำตากลบตา ก่อนจะจุดไม้ขีดก้านหนึ่งแล้วโยนมันใส่ข้าวของที่กองพะเนินสูง โดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย

มาร์ค! นั่นของที่มะ..’

หยุดนะจินยอง! ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่แม่ฉัน! ฉันไม่เคยมีแม่ ฉันเกลียดผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงใจร้ายแบบนั้นเป็นแม่ใครไม่ได้หรอก!!’

มาร์คหันไปตะโกนใส่พี่ชาย จินยองสะดุ้ง

จำหน้าผู้หญิงคนนี้เอาไว้ อย่าให้มาอยู่หน้าบ้านอีก เจอที่ไหนก็อย่าให้เข้าใกล้ฉัน!’

มาร์คโยนรูปของหญิงสาวที่แอบมาหาเขาตลอดหลายปีบนพื้น สั่งคนรับใช้และลูกน้องของคุณปู่ที่ต้องดูแลเขาและจินยองตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

เด็กชายวิ่งขึ้นไปที่ห้องนอนของตน ฉีกกระชากรูปวาดคุณน้าแสนสวยลงจากผนังจนหมด กวาดข้าวของภายในห้องกระจัดกระจายแล้วทรุดลงนั่งกับพื้น ร้องไห้โฮด้วยความเจ็บปวดกับความจริงที่เพิ่งได้รับรู้

คุณกลับมาทำไม! ผมเกลียดคุณ เกลียด! เกลียดที่สุดในโลกเลย!!’

เด็กชายทุบพื้นห้องแรงๆ ระบายความทรมานที่เหมือนจะขาดใจ แม้จะโดนเศษกระเบื้องจากตุ๊กตาที่ตกแตกก็ไม่สน ความเจ็บปวดที่มือไม่เท่าความเจ็บปวดในใจ

ไม่ว่าจะมีเหตุผลเป็นร้อยพัน ต่อให้ต้องตายก็ไม่ควรทิ้งลูกสิ

คนที่ทอดทิ้งลูกตัวเองได้..ไม่สมควรได้รับคำว่าแม่จากใครหรอก

 

 

 

มาร์ค..เราเลิกกันเถอะ

ว่าไงนะ

ร่างบอบบางที่เพิ่งเอ่ยคำลาเม้มปากแน่น เบนสายตาไปทางอื่น ไม่กล้าสบตาคม

ฉันบอกว่า..เลิกกันเถอะ จบเรื่องของเราไว้เท่านี้

เพราอะไร

เพราะคุณมันโง่ไง คุณมีทุกอย่างอยู่แล้วคุณจะเริ่มใหม่ทำไม ฉันรอคุณประสบความสำเร็จด้วยตัวเองไม่ไหวหรอก คุณคิดว่าบริษัทของคุณมันจะไปได้ดีจริงๆ เหรอ ทรัพย์สินของเจ้าสัวต่อให้คุณแบ่งกับพี่ชายคนละครึ่ง คุณก็ใช้ชีวิตสุขสบายไปได้ทั้งชาติ อย่างนี้แล้วคุณยังจะดิ้นรนให้ตัวเองลำบากไปทำไม

ผมทำเพื่อคุณนะ..’

คุณทำเพื่อฉันจริงๆ เหรอมาร์ค คุณทำเพื่อตัวเองมากกว่า คุณกระหายความสำเร็จและอยากจะพิสูจน์ตัวเองบ้าบออะไรก็ไม่รู้เพื่อถมช่องว่างในใจของคุณเอง คุณถามฉันสักคำหรือยังว่าฉันอยากให้คุณทำเรื่องพวกนั้นหรือเปล่า คุณอย่าเอาฉันไปแทนที่แม่..แทนที่ใครได้ไหม คุณอยากจะมีครอบครัวเล็กๆ แสนอบอุ่นก็ไปหาคนอื่นเถอะ คนเข้าหาคุณก็เพราะคุณเป็นหลานเจ้าสัว..ฉันก็ด้วย ฉันมีตัวเลือกอีกเยอะและพวกเขาพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อฉัน ทุกอย่างที่ฉันต้องการไม่ใช่ทุกอย่างที่พวกเขาต้องการ..เหมือนที่คุณทำ

‘….’

ฉันขอโทษ..คุณเข้าใจฉันนะ ร่างบางเอื้อมมือจับมือมาร์ค กลั้นน้ำตา

มาร์คนิ่งงันไปหลายนาที ไม่คิดว่าคนที่รักจะทำกับเขาอย่างนี้ คนที่เขาคิดว่าเข้าใจเขาที่สุด คนที่เขาคิดว่าเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปได้..

ที่ผ่านมา..คุณรักที่ตัวผมบ้างไหม

‘…’

‘…หรือคุณรักที่เงินผมอย่างเดียว

รักสิแต่แค่ความรักมันไม่พอหรอก คุณต้องเข้าใจความเป็นจริงของโลกด้วยนะมาร์ค ฉันไม่ต้องการเป็นกำลังใจให้คุณในวันที่คุณล้มเหลวกับสิ่งที่คุณจะทำ ฉันต้องการสิ่งที่คุณเป็นอยู่ตอนนี้เท่านั้น ต่อจากนี้คุณอยากจะทำอะไรก็ทำเถอะ ขอให้คุณเจอคนที่ดีก็แล้วกัน ลาก่อน

ร่างบางอวยพรคนรักเป็นครั้งสุดท้ายแล้วลุกจากโต๊ะกาแฟเดินจากไป

ชายหนุ่มนั่งนิ่งที่เดิมแม้คนรักจะเดินจากไปนานแล้ว สิ่งที่ทำให้คนอื่นรู้ว่าเขายังมีความรู้สึกคือหยดน้ำตา..

 

 

 

ว่างแล้วเหรอมาร์ค

ผมขอโทษนะ แต่จากนี้จะมีเวลาว่างมากขึ้นแล้วล่ะ

คุณคิดจะขอฉันแต่งงานไหม

คิดสิ คิดอยู่ตลอดเลยนะ

แล้วเมื่อไรเหรอ

อ่า..ผมคงต้องขอเวลาหน่อยนะ

ฉันรู้ว่าคุณรักทีบีมาก..และตอนนี้มันก็ไปได้ดีอย่างที่คุณหวังแล้ว คุณประสบความสำเร็จแล้วนี่ คุณจะแบ่งเวลางานให้ฉันบ้างไม่ได้เหรอ

ได้สิ ผมก็มีเวลาให้คุณเสมอนะมาร์คยิ้มให้คนรักที่ยังไร้รอยยิ้ม เขาตั้งใจว่ากลับจากอเมริกาคราวนี้จะขอแต่งงานสักที

คุณรักฉันหรือเปล่า

ถามอะไรอย่างนั้น ผมต้องรักคุณอยู่แล้วสิ

ขอโทษนะมาร์ค

หืม? มีอะไรล่ะ คุณจะขอโทษผมเรื่องอะไรเหรอ?

ฉันไม่รอคุณแล้วล่ะร่างบางชูมือขวาที่มีแหวนวงสวยประดับอยู่ให้มาร์คดู

มีคนขอหมั้นฉันแล้ว และฉันก็ตอบตกลงที่จะแต่งงานกับเขาแล้วด้วย

มาร์ครู้สึกเหมือนถูกทุบหัวจนมึนงงไปหมด มองหน้าหวานและแหวนวงนั้นสลับกัน มาร์คไม่สังเกตเลยเพราะคนรักกุมมือไว้ตลอด

หมายความว่า..’

ฉันรู้ว่าคุณทุ่มเทให้ทีบีเพราะคนรักเก่าของคุณ คุณต้องการทำให้ทุกคนเห็นว่าทีบีเติบโตได้มากแค่ไหน วันนี้คุณทำสำเร็จแต่คุณคงลืมไปใช่ไหมว่าคุณเคยพูดอะไรกับฉันไว้..’

‘…’

ไม่เป็นไรคุณจะลืมก็ได้เพราะยังไงฉันก็เลือกคนอื่นแล้ว ขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ ที่เลือกเขาเพราะฉันรู้ว่าคุณรักฉันมากแค่ไหน แต่วันนี้ฉันรักเขามากกว่าคุณแล้ว

นานหรือยัง..เรื่องคุณกับเขาน่ะ..นานหรือยัง

ตั้งแต่คุณไปต่างประเทศเมื่อปีที่แล้ว คนเรามีสิทธิ์เลือกนะมาร์ค ฉันรู้ว่าคุณเจ็บปวดแต่เดี๋ยวคุณก็ทำใจได้

คุณคิดว่ามันทำได้ง่ายๆ อย่างนั้นเลยหรือไง!’

ฉันรักเขา คุณปล่อยฉันไปเถอะ

‘…เห็นแก่ตัว คุณทำอย่างนี้กับผมได้ยังไง

คุณจะด่าฉันยังไงก็ได้มาร์ค เพราะวันนี้ฉันไม่ต้องการคุณแล้ว

ช่างเย็นชาและเลือดเย็นจนมาร์คไม่อยากจะเชื่อว่าเขาหลงรักคนคนนี้มาเป็นปีๆ

ความรู้สึกของเขา..หัวใจของเขา..มันไม่มีความหมายอะไรกับใครเลยใช่ไหม

 

 

 

 

มาร์คสะดุ้งตื่นกลางดึก ความรู้สึกอึดอัดที่หายใจไม่ออกหายไปแล้ว เหลือเพียงความรู้สึกเศร้าที่ยังหลงเหลือเจือจางอยู่ในหัวใจตอนนี้

ดวงตาสวยที่ลืมมองเพดานห้องนอนหลับลงอีกครั้ง สองมือยกขึ้นปิดหน้า ไม่ว่าจะพยายามนึกเรื่องมีความสุขเรื่องไหนในชีวิตก็ไม่อาจลบล้างฝันร้ายเมื่อครู่ได้เลยสักนิด

เมื่อสงบใจไม่ได้ร่างสูงก็ลุกขึ้นจากเตียง ออกจากห้องแล้วลงไปชั้นล่าง 

มาร์คเดินไปหยิบยาที่ไม่ได้กินมานานแล้วไปนั่งที่โซฟา กดโทรศัพท์หาหมอประจำตัวแม้จะรู้ว่าตอนนี้มันดึกมากแล้ว

<ครับ..>

“แจ็คสัน..ฉันฝันร้าย”

<หืม?..อ่าว..นั่นมาร์คเหรอ ว่าไงนะ..> ปลายสายที่งัวเงียเหมือนจะรู้แล้วว่าใครโทรไปหา

“ฉันฝันร้าย..อีกแล้ว”

<เรื่องเดิมน่ะเหรอ?>

“ใช่”

<ทรมานมากใช่ไหม>

“อืม”

<ใจเย็นๆ นะ นายกินยาหรือเปล่า>

“ยัง..ยังไม่ได้กิน” ร่างสูงกำยาในมือเอาไว้แน่น

ฉันเกลียดความรู้สึกนี้แจ็คสัน ฉันเกลียดตัวเองที่ยังจมอยู่แบบนี้ทั้งที่ก็รู้ว่าทรมาน..

<ระบายออกมาเถอะมาร์ค ในเมื่อนายยังไม่พร้อมจะเผชิญหน้าก็ต้องยอมรับความจริงเรื่องที่นายยังต้องนึกถึงเรื่องเดิมๆ อยู่>

“ฉันไม่รู้ว่าถ้าได้เจอกันอีกครั้งมันจะเป็นยังไง”

<ในเมื่อประตูบานเก่ามันปิดตายไปแล้ว นายต้องเดินไปหาประตูบานใหม่ได้แล้วนะ เพราะเรื่องเก่าๆ มันทำให้นายมันปิดกั้นคนอื่นไปด้วย นายต้องช่วยเหลือตัวเอง ดิ้นรนออกมาให้ได้สิมาร์ค มันไม่น่ากลัวหรอกนะ>

“ฉันทำไม่ได้..

<ได้สิสักวันมันต้องได้ พรุ่งนี้มาหาฉันไหม คุยกันหน่อยก็ดีนะมาร์คเราไม่ได้คุยกันมานานแล้ว>

“แม้แต่นายก็ช่วยทำให้ความเจ็บปวดในใจฉันหายไปไม่ได้หรอก”

<นายมันเก่งสารพัดนะมาร์คยกเว้นเรื่องพวกนี้> คุณหมอเหนื่อยที่คนไข้ไม่ให้ความร่วมมือเลย แต่คนไข้คนนี้ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่เขาอยากช่วยมากที่สุด

“ฉันควรจะทำยังไงดี” คำพูดนั้นไม่ใช่แค่ถามความเห็นแต่คือคำขอร้องที่อยากให้คุณหมอช่วย

<สิ่งที่ทำได้นายก็ไม่กล้าทำนะ อยากให้ไปหาตอนนี้ไหมล่ะ>

“ไม่ต้องหรอก..ฉันอยู่ได้”

<กินยาเถอะ กินยาแล้วไปนอนนะพรุ่งนี้นายจะดีขึ้น>

มาร์คตอบรับคำของหมอแล้ววางสาย มองมือที่กำยาไว้ ลังเลที่จะกินหลังจากไม่ได้กินมาสักพักแล้ว

เขาต้องพึ่งยาไปตลอดชีวิตเหรอมันช่างน่าสมเพชจริงๆ

 

 

 

แบมแบมพลิกตัวได้สบายขึ้นเมื่อไม่ถูกแขนแข็งแรงพาดทับไว้แล้ว

“หืม..” แบมแบมงัวเงียพยายามลืมตาขึ้นมองในความมืด เขาไม่ได้ถูกกอด และท่านก็ไม่ได้นอนอยู่ตรงนี้ด้วย

ไปไหนของเขานะ

ร่างบางยันกายลุกขึ้นนั่ง ความเป็นห่วงเอาชนะความง่วง เพราะจำได้ว่าท่านเงียบๆ ไปตั้งแต่ทานมื้อเย็น พอกลับมาถึงบ้านเราก็แทบไม่ได้คุยอะไรกัน

แบมแบมหยิกแก้มตัวเองให้หายง่วงแล้วออกไปตามหาท่าน

ในเมื่ออยู่ด้วยกันแล้ว ถึงจะแค่ชั่วคราวก็ควรจะใส่ใจกันสักหน่อย

 

 

“อยู่นั่นเอง” แบมแบมโล่งอกเมื่อไม่ต้องเดินหาไกล ท่านนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นนี่เอง

แบมแบมเดินไปหาท่าน ตั้งใจจะถามว่าทำไมถึงลงมานั่งคนเดียวแต่คำพูดกลับกลืนหายไปในลำคอ มองคนที่นั่งก้มหน้าท่าทางเหมือนกำลังเครียดมาก..

“ท่านครับ..” แบมแบมมองมือซ้ายของท่านที่กำอะไรบางอย่างไว้ มาร์คเงยหน้าที่ซบกับฝ่ามือขวาขึ้นมองคนเรียก

แบมแบมจับมือซ้ายของมาร์ค แกะมือให้เขาเผยสิ่งที่กำไว้ ร่างบางมองเม็ดยาในมือสลับกับหน้าเจ้านาย

ทั้งคู่สบตากันในความเงียบงันอยู่ครู่ใหญ่กว่ามาร์คจะเอ่ยออกมา

“ผมฝันร้าย”

น้ำเสียงของท่านไม่หลงเหลืออำนาจหรือความน่าเกรงขามเอาไว้อีกแล้ว สิ่งที่สารภาพและน้ำเสียงที่เจ็บปวดลบภาพมิสเตอร์ต้วนออกไปเหลือเพียงชายหนุ่มธรรมดาคนหนึ่ง

แบมแบมเพิ่งนึกได้ว่าแท้จริงแล้วท่านก็มีบางอย่างในใจอย่างที่คุณเจบอกจริงๆ เพราะท่านยังต้องกินยาและหาจิตแพทย์

ไม่รู้ว่าทำไม..แต่แบมแบมรู้สึกอยากร้องไห้เหลือเกิน ความรู้สึกที่อยากจะนอนก็นอนไม่ได้ หลับตาลงทีไรก็เจอแต่ภาพฝันร้าย..มันน่าสงสารไม่ใช่เหรอ

“ในเมื่อมีโอกาสรู้จักกันแล้ว ถ้ามีโอกาสช่วยได้ก็ช่วยเถอะ คนอื่นจะมองเขายังไงไม่รู้นะ แต่สำหรับคุณเจเขาเป็นคนน่าสงสาร คุณเจเข้าใจเขานะ แต่คิดว่าเขาคงเจออะไรมาหนักกว่าคุณเจแน่ๆ”

สิ่งที่คนอย่างเขาสามารถทำเพื่อท่านได้ตามที่คุณเจบอก..มันมีไม่กี่อย่างหรอก

คนเราน่ะ..เวลาไม่สบายใจ สิ่งที่ทำให้รู้สึกดีขึ้นได้ก็คือครอบครัว แต่ตรงนี้ไม่มีใครอยู่กับท่านเลยนอกจากเขา

แบมแบมกอดท่านเอาไว้ มือหนึ่งวางลงบนแผ่นหลังกว้าง อีกมือวางลงบนผมนุ่ม

“ไม่เป็นไรหรอกครับมันก็แค่ฝันเท่านั้นเอง ไม่เป็นไรนะ”

คำปลอบประโลมที่อ่อนโยนและสัมผัสที่อบอุ่นทำให้คนถูกกอดทิ้งยาในมือลงกับพื้น มาร์คกอดเอวบางไว้ ซบหน้ากับตัวแบมแบมเพื่อห้ามน้ำตา

พอได้กอดใครสักคน จิตใจที่ว้าวุ่นสับสนก็สงบลงได้จริงๆ

“คุณรู้ความลับของผมแล้ว”

“ครับ?” แบมแบมแปลกใจเมื่อคนที่เงียบอยู่นานเอ่ยขึ้น

“ผมมันอ่อนแอ”

แบมแบมถอนหายใจ ยิ้มน้อยๆ กับสิ่งที่เจ้านายพูด ตอนนี้ท่านน่ารักนะ..เหมือนเด็กเลย

“ไม่หรอกครับ คนเรามันก็มีด้านอ่อนแอกันทั้งนั้น”

“อยู่กับผมนะ”

“ตอนนี้เหรอครับ”

” นั่นสิ..เขาต้องการให้กันต์พิมุกต์อยู่กับเขาไปนานแค่ไหนนะ..

แค่ในเวลานี้หรือนานกว่านี้

“ถ้านานกว่านี้ล่ะ..ได้ไหม”

“ครับ จนกว่าท่านจะไม่ต้องการ”

ถ้าสิ่งเล็กๆ น้อยๆ นี้ทำให้ท่านสบายใจขึ้นได้แบมแบมก็เต็มใจทำ  

แบมแบมไม่รู้หรอกว่าอ้อมกอดและคำปลอบโยนของตนนั้นมันมีค่ากับมาร์คเพียงใด

 

TBC.

**

ปมเริ่มเฉลย

เปลี่ยนเพลงหน้าฟิคเพื่อให้เข้ากับพระเอก-นายเอกที่กำลังจะเปิดใจให้กัน

คิดถึง มาอัพก่อนเวลานะ



B E R L I N ❀
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 366 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,151 ความคิดเห็น

  1. #6095 MayKamon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:01

    ก่อนที่น้องแบมจะรักพี่มาร์ค นูน่าว่าพี่มาร์คจะรักน้องแบมก่อนแล้วล่ะค่ะ

    #6,095
    0
  2. #6080 LOOK_WALAK (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:19
    สงสารมาร์คเด้อ ทีแรกคิดว่ามีเรื่องผู้หญิงชุดแดงคนเดียว นี่ขนาดนางยังไม่มายังเศร้าขนาด แบมแบมเชื่อใจพี่เขานะลูก
    #6,080
    0
  3. #6057 My love markbam (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 20:03
    พี่มาร์คเจอหลายเรื่องมากกกกกกก
    #6,057
    0
  4. #6044 Only We Know Untill (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 17:48
    มาร์คน่าสงสารมาก อดีตเค้าส่งผลต่อจิตใจเค้ามากๆเลย สงสาร TT
    #6,044
    0
  5. #6039 Go6355Go (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 05:38
    ตอนนี้ดูอบอุ่นจังเลยค่ะไรท์
    #6,039
    0
  6. #6034 R_Jummar (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 19:37
    สงสารมาร์ค แต่ก็แอบสงสารแบม
    #6,034
    0
  7. #6015 opoceleste (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 03:50

    สงสารพี่มาร์ค

    #6,015
    0
  8. #5994 MarkP_endear. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 15:45
    สงสารพี่มาร์ค มีอดีตที่เจ็บปวดสินะ
    มาเดวน้องกอดปลอบ //ผิด
    #5,994
    0
  9. #5977 tTtT (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 00:24

    น้องน่ารักมากเลย เป็นคนดีมากจริงๆ

    #5,977
    0
  10. #5968 TATAR20505 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 10:33
    น้ำตาไหลเลย สงสารมาร์คค
    #5,968
    0
  11. #5942 ✖ bAzzA✖ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 12:23
    มาร์คก็เปิดใจเถอะ โอยคิดถึงวันที่แบมจะเจ็บแล้วเจ็บปวด​
    #5,942
    0
  12. #5926 wtSunDra (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 23:31
    ตอนนี้เป็นฟิลอบอุ่นๆ ฮืออออ มาร์คมีอดีตที่ไม่น่าจดจำใช่มั้ย งั้นให้แบมช่วยให้ดีขึ้นนะ
    #5,926
    0
  13. #5893 Harukim (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 23:58
    ต้องเจ็บมากแค่ไหนนะมาร์ค คงเข็ดกับผู้หญิงไปอีกนาน
    #5,893
    0
  14. #5850 p-my (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:30
    เห็นพี่มาร์คด้านนี้แล้วน้องจะร้องงงTT
    #5,850
    0
  15. #5781 ChayapornSs (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 17:14
    คุณเจเป็นคนดีมากคนหนึ่งเลยนะ น่ารักด้วย
    แบมช่วยมาร์คที~ ส่วนมาร์คก็เปิดใจได้แล้วน้า
    #5,781
    0
  16. #5709 markbammuay (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 20:14
    คุณเจนี่ผ่านโลกมาเยอะจริงๆนะไม่น่าแบมถึงมาหาบ่อย มองมาร์คแป๊บเดียวยังสังเกตเห็นหลายๆอย่างเลย ถ้ามาร์คยังยึดติดก็คงจะเสียคนที่รักไปเรื่อยๆแหละ
    #5,709
    0
  17. #5638 ntn.9846 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 12:24
    เศร้าจัง
    #5,638
    0
  18. #5595 sbphatsachol (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 15:34
    จะยังไงล่ะ เลารู้สึกว่าแบบเข้าใจแฟนเก่ามาร์คน่ะ ถ้าเป็นชีวิตจริงมันก็ไม่มีใครรอได้ขนาดนั้นหรอก ทุกคนก็เห็นแก่ตัวกันทั้งนั้นแหละ อีนังคนแรกนิ่ไม่ได้เข้าข้างน่ะ แต่เข้าข้างคนที่2มากกว่า เหมือนมาร์คจะยังไม่ได้ลืมคนแรก แล้วเอาคนที่2มาเป็นตัวแทนอ่ะ ทั้งทุ่มเทให้บริษัท จนผู้หญิงถามว่าว่างแล้วหรอ นี่มันไม่ธรรมดาแล้วอะ คงจะเคยให้สัญญาว่าถ้าสร้างตัวได้ด้วยตัวเอง ก็จะอยู่ด้วยกันงี้ป้ะ แต่พอตั้งตัวได้ก็ยืดเวลาส้ะงั้น แล้วผู้หญิงจะไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่ามาร์คจะดูแลให้สุขสบายได้จริงๆ ถึงจะรวยก็เถอะ แต่ถ้าทำแต่งานไม่มีเวลา เป็นใครก็ไม่ทน
    #5,595
    0
  19. #5576 PaulaPum (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 23:21
    อีนังชะนีไม่มีตา อหหห กล้าทิ้งท่านได้ยังไงปากบอกรักแต่ก็เห็นแก่เงินอยู่ดี
    #5,576
    0
  20. #5557 hept (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 00:27
    พี่มาร์คน่าสงสารมากเลย ฮือออ มาให้บ่าวกอดดีไหม
    #5,557
    0
  21. #5547 multuan98a (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 03:09
    ง้ออออไหง๋ความหลังท่านถึงดูหน่วงๆแปลกๆชอบกลกอดใว้อย่าเพิ่งปล่อยน่ะแบม
    #5,547
    0
  22. #5546 multuan98a (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 03:08
    เศร้าๆหน่วงๆแปลกๆนะท่านมาม่ะมาซบไหร่เค้าาา งื้ออออ
    #5,546
    0
  23. #5021 blyy2 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 กันยายน 2559 / 17:04
    "จนกว่าท่านจะไม่ต้องการ" มันจี๊ดดดดด เศร้า
    #5,021
    0
  24. #4828 PiArAummy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 16:22
    ความหลังมาร์คน่าสงสารมาก ทำไมฮืออออ แบมแบมอยู่กับมาร์คนะ
    #4,828
    0
  25. #4728 ans (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 18:15
    ถ้าทั้งสองคนเปิดใจแล้วลดกำแพงลงคนละครึ่งทางมันน่าจะดีกว่านี้นะ ฮึ่ย สงสารทั้งสองคนเลย
    #4,728
    0