เปิดรีปริ้นท์(GOT7) มายาเกี้ยวรัก Markbam,khunyug,jackjae,bnior

ตอนที่ 8 : Chapter 7 : ปิดบัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,689
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 351 ครั้ง
    28 เม.ย. 59

            

            *ใครยังไม่ได้อ่านครึ่งหลังของตอนที่แล้วกลับไปอ่านกันด้วยนะคะ ตอนที่เล็กอัพ 50% หลังเป็นช่วงเว็บปรับปรุงระบบ อัพนิยายแล้วไม่อัพเดทและไม่แจ้งเตือนนักอ่านค่ะ ใครอ่านครบแล้วก็อ่านตอนนี้เลย

 

           

 

            การมาบ้านท่านครั้งที่สองนั้นแบมแบมรู้สึกตึงเครียดกว่าครั้งก่อนหลายเท่า อาจเพราะคำพูดของเพื่อนสนิทที่ทำให้แบมแบมอดคิดมากไม่ได้ คิดตามแล้วต้องยอมรับว่ามันจริงอย่างที่เพื่อนพูดทุกอย่าง

            เขามองโลกในแง่ดีเกินไปหรือเปล่านะ ความเชื่อใจที่มีต่อท่านนั้นมาจากไหนมากมายทั้งที่เขาและท่านเพิ่งรู้จักกัน ตัวตนของท่านเป็นยังไงเขายังไม่รู้เลย เอาแต่คิดเองว่าท่านเป็นอย่างที่เขาอยากเชื่อ

            เชื่อว่าท่านเป็นคนดี..

            คงเพราะมิสเตอร์คือคนที่เขาเคยชื่นชม เขาเลยหาเหตุผลมาหักล้างว่าท่านอาจไม่ใช่อย่างที่เคยได้ยินมา ปักใจเอนไปทางนั้นเสียก่อนแล้ว และมันคือความคิดที่โง่เพราะมันทำให้เขาเหมือนเปิดตาข้างเดียว

            ร่างบางเผลอถอนหายใจ แม้มีมาร์คอยู่ด้วยก็ยังเหม่อได้จนคนที่เดินตามมายิ้มขำ

            “เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

            มือที่วางบนบ่าทำให้แบมแบมสะดุ้งเล็กน้อย ร่างบางหันมองคนที่มายืนด้านหลังเขาเมื่อไรไม่รู้ เขาคงเหม่อเกินไป

            “เปล่าครับ”

“ผมเห็นคุณกังวลใจมาตั้งแต่ออกจากบ้านแล้วนะครับ”

มาร์คเดินไปนั่งที่โซฟาภายในห้องนั่งเล่น เปิดทีวีดูพลางปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวในสองเม็ด เสื้อตัวนอกพาดไว้กับพนักโซฟา แบมแบมกะพริบตา ได้สติ

“คุยเรื่องเครียดกับจีมินมานิดหน่อยน่ะครับ หน้าผมแสดงออกขนาดนั้นเลยเหรอครับ”

แบมแบมยืนนิ่งข้างกระเป๋าเดินทางใบเล็กของตัวเอง มาร์คหันมอง

“ใช่ครับ คุณเป็นคนที่แสดงความรู้สึกผ่านสีหน้าได้ชัดเจนมาก ไม่รู้ตัวหรอกเหรอ?”

            มาร์คเห็นอีกฝ่ายนิ่งไปจึงเริ่มสงสัย

            “มีอะไรก็พูดกับผมได้นะครับ”

“เปล่าครับ” ลูกแกะยังคงเป็นลูกแกะ โกหกทำไมในเมื่อเขาดูออกว่าโกหก

“คุณเอากระเป๋าไปเก็บที่ห้องก่อนเถอะครับ ห้องผมนะ”

“เอ่อ..

“ครับ?”

“ห้องนอนห้องอื่นที่นี่มีตู้เสื้อผ้าไหมครับ”

“มีสิครับ คุณเอาเสื้อผ้าไปเก็บในห้องแต่งตัวของผมนะครับ ที่อยู่ในห้องนอน อาบน้ำก็ใช้ห้องผมนั่นล่ะ”

“แต่ว่าที่นี่มีห้องน้ำตั้งหลายห้อง ผมใช้ห้องอื่นดีกว่าครับ” บ้านนี้ไม่ได้มีห้องท่านห้องเดียวเสียหน่อย

“ตามใจคุณ” มาร์คไม่มีปัญหา กันต์พิมุกต์คงเกรงใจ

“ถ้าอย่างนั้นผมเอาของไปเก็บก่อนนะครับ”

แบมแบมบอกแล้วลากกระเป๋าสีฟ้าไปทางบันไดเพื่อขึ้นชั้นสอง เขาเอาเสื้อผ้ามาพอใส่ทั้งเจ็ดวันเลย ทั้งชุดทำงานและชุดนอน มีชุดลำลองด้วยเพราะต้องอยู่กับท่านไปจนถึงวันอาทิตย์

“เดี๋ยวครับ”

“ครับ?” แบมแบมหยุดเดิน มองด้านหลังของโซฟาที่ตนเองเพิ่งจะเดินอ้อมมา

“เสื้อผ้าที่ใส่แล้วใส่ไว้ในตะกร้าในห้องน้ำนะครับ ผมมีแม่บ้านมาจัดการให้”

“เอ่อ..ผมว่า..

“ตามนั้นนะครับ”

“ครับ..” แบมแบมถอนหายใจ ยังไงก็ต้องทำตามนั้นล่ะมาอยู่บ้านเขานี่

 

 

 

 

คฤหาสน์หลังงามบนเนื้อที่กว้างขวางของมหาเศรษฐีชาวฮ่องกงโดดเด่นกว่าคฤหาสน์หลังอื่นๆ ในย่านคนรวยที่มีแต่ชาวจีนเจ้าถิ่นอาศัย  แสงสว่างจากโคมไฟกลมตามแนวกำแพงรั้วสูงสว่างไปตลอดความยาวของสนามหญ้า

หญิงสาวในชุดนอนผ้าไหมแพรสีแดงเข้มและสวมเสื้อคลุมสีเดียวกันดูหรูหรากำลังนั่งไขว่ห้างในท่วงท่าที่สบายอยู่ภายในห้องนั่งเล่น ขาเรียวนวลพ้นรอยแหวกของเสื้อคลุม เธอให้ความสนใจกับจอทีวีที่กำลังฉายรายการวาไรตี้โชว์แสนน่าเบื่อ ดูฆ่าเวลาไปเท่านั้น

“ได้เรื่องอะไรไหม” เธอถามขึ้นเมื่อคนสนิทเดินมาหยุดข้างโซฟา ชายหนุ่มค้อมหัวนิดๆ

“ได้ครับ ข่าวที่ว่าคุณมาร์คมีคนรักแล้วเป็นความจริงครับ”

สาวสวยมีท่าทางตื่นตัวขึ้นมาทันที ชายหนุ่มเอ่ยต่ออย่างรู้งาน

“ผู้ชายคนนั้นชื่อกันต์พิมุกต์ ภูวกุล เป็นคนไทย นักศึกษาชั้นปีสุดท้ายคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมวิทยาการคอมพิวเตอร์ครับ หัวกะทิของคณะ ว่าที่บัณฑิตเกียรตินิยม กำลังฝึกงานที่บริษัทของคุณมาร์คครับ ประวัติดีมาก ไม่เคยมีเรื่องอะไร”

“ครอบครัวล่ะ ลูกหลานไฮโซที่ไหนหรือเปล่า?”

“ที่บ้านทำไร่สตรอเบอร์รี่ครับ มีพี่ชายหนึ่งคนและน้องสาวบุญธรรมหนึ่งคน พ่อเสียชีวิตไปแล้ว แต่ประวัติของแม่ที่ชื่ออังศนาน่าสนใจเหมือนกันครับ”

ชายหนุ่มยื่นข้อมูลให้เจ้านายดู หญิงสาวแปลกใจ หลังอ่านจบเธอลดมือลง ครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

“คนธรรมดามากๆ ไม่น่าเชื่อว่ามาร์คจะสนใจคนแบบนี้ได้ นี่เจ้าสัวกับมาร์ครู้หรือเปล่าเรื่องครอบครัวของผู้ชายคนนี้”

“น่าจะทราบแล้วครับ”

“ฉันอยากไปเกาหลีจัง” เธอเปรยออกมา

“ไปหาคุณมาร์คหรือครับ”

“ใช่ ฉันคิดถึงเขา อยากเจอมาก” หญิงสาววางกระดาษข้อมูลบนตัก เงยหน้ามองร่างสูง ชายหนุ่มลำบากใจ

“แต่ว่า..ไปกะทันหันแล้วนาย..

ชายหนุ่มไม่กล้าพูดต่อ เจ้านายอีกคนที่เทิดทูนเป็นนายเหนือหัวน่ะหวงเธอมาก ทั้งรักและหลง ไม่ว่าใครก็ห้ามขัดใจเธอ ถ้าจงรักภักดีต่อนายก็ต้องเคารพเธอด้วย

ถ้านายรู้ว่าเธอไปเกาหลีเพราะมาร์คต้วน นายต้องอาละวาดแน่

            “ไบรอัน..ช่วยฉันหน่อยเถอะเก็บเป็นความลับที ฉันจะไปเพราะเรื่องงานเขาไม่สงสัยหรอก ถ้ามีโอกาสก็อยากจะไปทีบีสักครั้งเท่านั้น ไม่ได้เจอกันก็ไม่เป็นไรหรอก”

“คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะครับ ผมเกรงว่าถ้าคุณไปจะเกิดเรื่องใหญ่ทั้งกับตัวคุณเองและเขา พวกคุณไม่ควรเจอกันอีก”

ไบรอันปฏิเสธ แค่ต้องหาข้อมูลของกันต์พิมุกต์เขาก็กลัวนายจะจับได้แทบแย่

“แต่ว่า..” เธอจะค้านแต่คนสนิทแทรกขัด

“ถ้าคุณรักคุณมาร์คต้องทำเหมือนเขาและคุณไม่รู้จักกัน อย่าพยายามเลยครับ คุณควรยอมรับกับการตัดสินใจของตัวเอง เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้ว”

อย่าพยายามทำให้เรื่องยุ่งยากกว่านี้เลย..เพราะคุณเป็นคนทิ้งเขาเอง

ไบรอันอยากจะพูดประโยคนี้ด้วยแต่ต้องเก็บเอาไว้ ไม่อย่างนั้นผู้หญิงตรงหน้าต้องร้องไห้ออกมาแน่ และถ้านายรู้ว่าเธอร้องไห้เขาคงโดนนายโกรธ ดีไม่ดีถึงขั้นโดนลงโทษ

“นายออกไปเถอะ เขากลับมาหรือยัง?” เธอถอนหายใจ ตัดใจก็ได้

“ยังครับ อ่านเสร็จแล้วทิ้งด้วยนะครับ” ชายหนุ่มเตือนด้วยความหวังดี เขามองนายที่พยักหน้าเข้าใจแล้วขอตัวออกจากห้องไป

มือเรียวขยำกระดาษในมือแน่น แค่คิดถึงก็ทรมานใจ เธอเห็นแก่ตัวแต่เธอมีความจำเป็น ความผิดที่เธอทิ้งเขามามันจะไม่สามารถลบล้างหรือแก้ไขได้เลยเหรอ

เธออยากจะขอโอกาสอีกครั้ง อยากเจอกันสักครั้งหนึ่ง..

 

 

 

 

“ท่านไม่ไปอาบน้ำเหรอครับ” แบมแบมอาบน้ำเสร็จแล้วเลยลงมาชั้นล่าง ยังเห็นเจ้านายนั่งอยู่ที่เดิมจึงถามออกไป

“ท่านครับ..” แบมแบมเรียกซ้ำเมื่ออีกฝ่ายไม่ตอบ ทีวีที่เปิดทิ้งไว้ฉายรายการข่าวเกี่ยวกับการลงทุนและเศรษฐกิจ

แบมแบมอดคิดไม่ได้ว่าชีวิตของมิสเตอร์นี่มีอะไรที่สร้างสรรค์จรรโลงใจบ้างหรือเปล่านอกจากเรื่องเครียดๆ เกี่ยวกับงาน

ร่างบางหยิบรีโมทคอนโทรลบนโต๊ะเพื่อย้ายช่อง จึงเห็นว่าท่านนั่งพิงพนักโซฟาบุหนังหลับตาอยู่ ไม่แน่ใจว่าหลับจริงหรือแค่พักสายตาเท่านั้น แบมแบมเปิดหาช่องที่พอดูได้ เจอรายการเพลงสากลก็หยุด

“ท่านครับ ไปอาบน้ำเถอะ” แบมแบมยืนเว้นระยะเอื้อมมือจิ้มไหล่กว้างเบาๆ

“หลับแล้วเหรอ” แบมแบมแปลกใจ ไหนว่าหลับยากไงล่ะ หรือว่าทำงานหนักจนเหนื่อย ไม่น่าใช่นะ

มือนิ่มวางลงบนบ่าแข็งแรงออกแรงเขย่าให้ตื่น  แบมแบมสะดุ้งเมื่อจู่ๆ ท่านก็ลืมตาขึ้นมอง

“ครับ?” ตกใจหมดเลย..

“ขอกอดหน่อย” แขนยาวอ้าออกพร้อมคำขอ

ขอตรงๆ อย่างนี้เลยเหรอ..

แบมแบมชั่งใจว่าจะยอมดีไหม แต่แค่กอดไม่น่าจะเป็นไรมั้ง

“แค่กอดใช่ไหมครับ” มาร์คพยักหน้า แบมแบมจึงยอมให้กอดโดยดี

มาร์คดึงร่างบางลงนั่งตักแล้วสวมกอดเอาไว้ ซบหน้ากับไหล่ กลิ่นหอมจากครีมอาบน้ำบนตัวแกะทำให้รู้สึกสบายใจมาก

เขาชอบความรู้สึกนี้จนอยากจะหยุดเวลาไว้ตรงนี้นานๆ

แบมแบมงุนงง ไม่รู้ว่าท่านจะมาไม้ไหน แต่ใกล้กันขนาดนี้แบมแบมกลับไม่รู้สึกไม่ดีอะไรเพราะท่านแค่กอดธรรมดา

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ตอนที่ทานข้าวกับเจ้าสัวท่านยังปกติอยู่เลย มากอดกันแบบนี้ไม่ใช่มีเรื่องอะไรหรอกนะ หรือท่านแค่ลวนลามเขาตามปกติอย่างทุกที?

“แค่อยากกอดคุณ” มาร์คไม่อยากทำอะไรแล้ว แค่นั่งกอดกันต์พิมุกต์เฉยๆ ทั้งคืนเขาก็คิดว่าตัวเองทำได้นะ

แบมแบมเกยคางกับบ่ากว้าง นั่งนิ่งให้ท่านกอดจนพอใจ มาอารมณ์ไหนไม่รู้แต่ตามใจหน่อยก็ได้

“ท่านไม่เมื่อยเหรอครับ” แบมแบมถามออกมาเมื่อมองนาฬิกาแขวนบนผนังมันบอกให้รู้ว่าเวลาผ่านไปห้านาทีแล้ว

ห้านาทีเต็มที่เขาและท่านไม่ได้พูดอะไรกัน ไม่ขยับเปลี่ยนท่านั่งด้วย เขาเกรงใจ ตัวไม่ใช่เบาเหมือนนุ่นนะ

“ตัวคุณอุ่นดี” เห็นผมเป็นฮีตเตอร์ส่วนตัวหรือไง..

“ไปอาบน้ำเถอะครับจะได้เข้านอน” แบมแบมตีแขนมาร์คเบาๆ

“ไม่มีอะไรจะเล่าให้ผมฟังเหรอครับ” มาร์คเปลี่ยนเรื่อง ยอมผ่อนอ้อมแขนให้แบมแบมได้ขยับมองหน้ากันได้บ้างแต่ยังวางแขนกับเอวบางไว้หลวมๆ

“หมายถึงเรื่องอะไรล่ะครับ”

“เรื่องคุณจีมิน” แบมแบมไม่คิดว่าท่านจะสนใจเรื่องนี้อยู่นึกว่าลืมไปแล้ว

“อ่อ..จีมินให้ไปช่วยย้ายบ้านตอนสิ้นเดือนนี้น่ะครับ ยัยนั่นเสียดายเงินไม่อยากจ้างบริษัทขนย้าย”

“ผมจะให้คนไปช่วยย้ายให้” ความช่วยเหลือที่ไม่ได้ขอทำให้แบมแบมอ่อนใจ ท่านใจดีกับเพื่อนเขาเสมอเลยนะ อะไรก็อยากช่วยไปหมด

“ไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยวจีมินสงสัยเอานะว่าท่านช่วยเธอทำไม” ท่านนี่ชอบทำให้มีพิรุธจัง

“บอกว่าผมทำเพราะอยากให้คุณชอบผมไม่ได้เหรอครับ ทำเพื่อคุณจีมินก็เหมือนทำเพื่อคุณด้วย”

เหตุผลก็พอไปได้ล่ะนะ

“ยัยนั่นคงได้อาละวาดผมแน่ ไม่เป็นไรหรอกครับผมสองคนจัดการกันเองได้”

แบมแบมเกรงใจไม่อยากให้ท่านยุ่งยาก ท่านคงจ้างบริษัทขนย้ายให้นั่นล่ะ แค่ท่านให้จีมินเข้าไปอยู่คอนโดเหมือนได้อยู่ฟรีเขาก็ซาบซึ้งมากแล้ว

“ตามใจคุณ แต่เรื่องแค่นี้คงทำให้คุณเครียดไม่ได้หรอกใช่ไหม?”

“จะรู้ให้ได้เลยใช่ไหมครับ” ท่านนี่ตื๊อไม่เลิกเลยนะ

“ผมสนใจทุกเรื่องของคุณ”

“มัน..ไม่มีอะไรหรอกครับ” แบมแบมอายเกินกว่าจะเล่าได้ จีมินพูดตรงเสียขนาดนั้นตอนเขาฟังเขายังทำตัวไม่ถูกเลย จะให้เล่าให้ท่านฟังเขาคงมองหน้าท่านไม่ได้แน่ ต้องอยู่กันอีกหลายวันเลยนะ

อ่า..พอคิดขึ้นมาก็เริ่มจะนึกอายอีกแล้วนะ ไม่น่าคิดถึงเรื่องนั้นเลยให้ตายสิ

“เป็นเรื่องที่ผมไม่ควรรู้เหรอครับ?” มือสวยจับหน้าหวานให้เงยหน้าขึ้นเมื่อแกะก้มหน้าแล้วถอนหายใจเหมือนมีเรื่องหนักอกหนักใจมาก  

“ประมาณนั้นครับ” แบมแบมไม่ได้มองหน้าท่าน ขยับจะลุกแต่มาร์คไม่ให้ไป

“จะรีบไปไหนล่ะครับ นั่งด้วยกันก่อนสิ”

“แต่ว่า..

“ถ้าอย่างนั้นแลกกัน คุณเล่าให้ผมฟังแล้วผมจะปล่อย คุณไม่สบายใจอยู่จะให้ผมปล่อยไปได้ยังไงกัน ถ้าเล่าอาจจะสบายใจขึ้นนะ”

แบมแบมมองรอยยิ้มของท่านแล้วรู้สึกแปลกๆ ในใจ ท่านห่วงเขาเหรอ?

“ว่าไงครับ”

รอยยิ้มของท่านดูใจดีจนอยากเล่านะ แต่มือที่ลูบหลังอยู่ช่วยหยุดสักหน่อยก็ดีนะครับ

“จีมินเป็นห่วงน่ะครับที่ผมต้องมาอยู่กับท่านตั้งหนึ่งอาทิตย์”

แบมแบมพูดพลางจับแขนท่านให้หยุดลูบ มาร์คอมยิ้มกับท่าทางหวงตัวของแกะ

“เป็นห่วงเหรอครับ ทำไมล่ะ?”

“จีมินกลัวว่าท่านจะผิดสัญญาล่วงเกินผมน่ะครับ” พอแบมแบมพูดอย่างนี้มาร์คก็ทำหน้าเข้าใจทันที

“ผมไม่ผิดสัญญาหรอกครับ คำพูดผมเชื่อถือได้นะ มองตาผมสิจริงใจจะตาย”

ได้ยินคำยืนยันอย่างนี้แบมแบมก็โล่งใจ ยิ้มขำกับคำพูดล้อเล่นนั้น ให้สบตาจริงเขาคงทำอะไรไม่ถูกหรอก

“คุณคงไม่คิดมากตามเพื่อนไปด้วยหรอกนะครับ พฤติกรรมผมมันทำให้เชื่อใจยากไปสักหน่อยแต่กับคุณผมไม่ผิดคำพูดหรอก สบายใจได้”

“ขอบคุณครับ” แบมแบมได้ยินอย่างนี้ก็ดีใจ

“มีแค่นี้เหรอ คุณหายไปเก็บของตั้งนานนะ”

“มีอีกครับ แต่มันค่อนข้างจะ..ส่วนตัว” แบมแบมยิ้มเจื่อน เรื่องนั้นอย่าพูดเลยจะดีกว่า เรื่องท้องอะไรนั่น อย่างไรซะกว่าเขาจะได้เครียดว่าจะท้องหรือไม่ท้องคงอีกนาน

หวังว่ามันจะนานเท่าที่จะนานได้..เขารู้ว่าทุกคนเป็นห่วง ทั้งจีมินและพี่คุณ เขาก็ห่วงตัวเองเหมือนกัน

มาร์คไม่พูดแต่ใช้สายตาจ้องหน้าหวานจนแบมแบมรู้สึกกดดันและอึดอัด

ถูกท่านจ้องน่ะเป็นความรู้สึกที่แบมแบมไม่ค่อยอยากเจอสักเท่าไรนัก สายตาท่านน่ากลัวน้อยเสียเมื่อไร แบมแบมดันอกกว้างบอกให้ท่านปล่อย แต่ต้องรีบดึงมือกลับเมื่อปลายนิ้วโดนผิวขาวจัดของท่าน

เสื้อน่ะใส่ปิดๆ หน่อยไม่ได้หรือไงเล่า

มาร์คอมยิ้มกับท่าทางตื่นๆ ของลูกแกะขนฟูที่ไม่เคยชินสักที จะจับโดนอะไรเขาก็ชอบทำท่าทางตกใจตลอดเลย เห็นอย่างนี้แล้วอยากจับฟัดให้จมเขี้ยว

ผิวเนียนนี่น่าฝากรอยไว้ดูเล่นสักสองสามรอยนะ แต่ขืนทำจริงลูกแกะได้ร้องไห้แน่เลย..

“ไม่เป็นไรครับไม่ถามก็ได้ เดือนหน้าผมต้องไปต่างประเทศหลายวันเลย”

“ครับ” ในใจลูกแกะลิงโลดด้วยความดีใจเมื่อรู้ว่าท่านจะไม่อยู่ แต่ท่านบอกเขาทำไม?

“อยากไปด้วยไหมครับ”

“ครับ?” แบมแบมประหลาดใจที่ท่านจะพาเขาไปด้วย เพื่ออะไรกัน?

“ผมต้องไปอเมริกาน่ะ มีงานต้องไปทำ”

แบมแบมสนใจทันทีที่รู้ว่าท่านจะไปไหน แต่พอนึกได้ว่าไม่ควรก็เก็บอาการอยากไปไว้

“ไปไหมครับ ไม่ต้องกลัวหรอกนะคุณยองแจก็ไปด้วย”

มาร์คอยากพากันต์พิมุกต์ไปด้วยกัน คนอย่างกันต์พิมุกต์จะเปรียบเป็นอะไรดี พาวเวอร์แบงก์? กันต์พิมุกต์เป็นที่ชาร์ตพลังงานได้ดีทีเดียว กอดแล้วสบายใจขึ้นทันทีเลยนะ เขาชอบเด็กคนนี้มาก อยากเก็บไว้ใกล้ตัวตลอดเวลาเลย

“ไม่ดีกว่าครับ ผมหยุดงานไม่ได้นะ”

“น่าเสียดายจัง คุณไม่ชอบไปต่างประเทศเหรอครับ”

ถ้าเป็นคนอื่นคงตกปากรับคำทันทีแล้วนะ ลูกแกะนี่ไม่เหมือนใครจริงๆ

“ท่านกำลังเก็บข้อมูลผมอีกแล้วสินะครับ” แบมแบมรู้ทันหรอกน่า ท่านน่ะชอบถามนั่นนี่เขาตลอด อยากรู้ว่าเขาชอบหรือไม่ชอบอะไรบ้างล่ะมั้ง

“ผมชอบคนฉลาดแบบคุณจังเลย” มาร์คยิ้มกว้าง แบมแบมอยากจะค้อนให้

ไม่ต้องยิ้มก็ได้ครับ น่าเบื่อจริง เบื่อตัวเองนี่ล่ะ ท่านทำให้เขาเผลอตัวมองท่านบ่อยๆ จนได้ทั้งที่ไม่สนิทใจจะมอง มันทั้งเขินและประหม่าเลยนะ

“ไม่ต้องชมหรอกครับ ไม่มีผลกับผมหรอกนะ”

“แต่คุณท่าทางสนใจนี่นา”

“ผมเคยสอบทุนได้แต่ไม่ได้ไปน่ะครับ มันเลยเป็นเรื่องที่ติดอยู่ในใจ”

“ทำไมไม่ไปล่ะครับ”

“ปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายน่ะสิครับ ตอนนั้นผมไม่อยากรบกวนแม่เลยบอกแม่ว่าไม่ได้ทุน”

ครอบครัวแบมแบมแม้ไม่ขัดสนแต่ค่าใช้จ่ายภายในบ้านก็สูง รายได้กับรายจ่ายไม่ค่อยหนีห่างกันมาก ทุนที่ได้มันเป็นโอกาสดีมากแต่แบมแบมสละสิทธิ์โดยไม่เสียดายเลย เขาเลือกความเป็นอยู่ของทางบ้านมากกว่าความอยากของตัวเอง ถ้าแม่รู้ว่าเขาได้ไปแต่มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง เขาเชื่อว่าแม่ต้องคะยั้นคะยอให้ไปทันที เขาไม่อยากทำให้แม่ไม่สบายใจถ้ารู้ว่าเขาสละสิทธิ์ บอกว่าไม่ติดเสียเลยยังดีกว่า แต่พี่ชายน่ะไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะพลาดทุน พี่มั่นใจมากว่าต้องได้ พอพี่รู้ความจริงพี่ก็เข้าใจเหตุผลของเขาจึงไม่ได้ปากโป้งไปฟ้องแม่

“น่าเสียดายนะครับ” มาร์คเสียดายแทนจริงๆ

ทำไมต้องเป็นอย่างนี้เสมอเลย คนเก่งต้องไม่มีความพร้อมที่จะคว้าโอกาสให้ชีวิตตัวเอง หรือฟ้าไม่อยากให้คนเราสมบูรณ์แบบมากเกินไปเลยให้สิ่งดีๆ เพียงบางอย่าง และอีกหลายอย่างต้องไปขวนขวายหาเอาเอง

“ไม่หรอกครับ ผมสละสิทธิ์เขาก็เรียกรายชื่อสำรองไปแทนอยู่ดี แค่รู้ว่าตัวเองสอบติดผมก็ดีใจแล้ว”

ครั้งหนึ่งแบมแบมก็เคยได้สัมผัสความภูมิใจนั้น และยินดีที่คนอื่นได้ใช้โอกาสนั้นแทนตน

“ตอนนี้ไม่นึกอยากไปอีกเหรอครับ”

“เคยคิดนะครับ แต่รอทำงานเก็บเงินก่อนค่อยไปก็ได้”

แบมแบมตั้งเป้าหมายว่าอยากจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศสักครั้ง พาแม่ไปเที่ยว ให้ท่านได้พักผ่อนเปิดหูเปิดตาบ้าง แต่จะทำได้เมื่อไรก็ไม่รู้ ถ้าไปคนเดียวบางทีอาจไม่ได้ไปเลยก็ได้ เขารู้ว่าตัวเองเป็นคนขี้งกมาก ยิ่งเรื่องเงินด้วยแล้วเขาชอบคิดไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนก่อนจะทำอะไร

ถ้าเก็บเงินได้มากขนาดพอเป็นตั๋วเครื่องบินและค่าใช้จ่ายในต่างแดนเขาคงไม่เอามันไปใช้เที่ยวหรอก เก็บเงินไว้ทำอย่างอื่นมีประโยชน์กว่าเยอะ รอจนรวยมีเหลือใช้เมื่อไรค่อยไป หรือทั้งชีวิตนี้จะไม่ได้ออกจากเกาหลีใต้ไปไหนเลยก็ไม่เป็นไรหรอก

“ไปกับผมก็ได้นี่ นอกจากอเมริกาไปที่อื่นด้วยก็ได้”

แบมแบมอมยิ้ม ท่านพยายามเอาใจเขาเหรอ เขารู้ว่าคนอย่างท่านพาเขาไปไหนก็ได้ มันเป็นเรื่องง่ายมากเพราะท่านมีพร้อมทุกอย่าง แต่เขาไม่ไปด้วยหรอก

“ไม่เอาหรอกครับเลิกคุยเรื่องของผมเถอะ ผมว่าท่านไปอาบน้ำก่อนดีกว่า”

“อาบให้หน่อย” แบมแบมชะงัก คนออกคำสั่งยังยิ้ม

“คุณว่างนี่ครับ”

“ว่างแต่ไม่ทำครับ” แบมแบมปฏิเสธ ถึงท่านจะบอกว่าไม่ทำอะไรแต่เขาก็อยากระวังไว้ก่อน

“ใจร้ายจังเลยนะครับ”

“โตแล้วก็อาบเองสิครับ”

“เย็นชาจังเลย อะไรก็ไม่ได้ ถ้าเป็นคนอื่นถึงผมไม่ขอเขาก็เต็มใจทำให้แล้ว..

คำว่าคนอื่นทำให้แบมแบมหงุดหงิดในใจโดยไม่ทราบสาเหตุ ดันเผลอคิดตามไปด้วยนี่สิ

คนอื่นอาบให้ไม่น่าจะแค่อาบน้ำล่ะมั้ง

“ถ้าอย่างนั้นท่านก็ตามคนอื่นมาอาบให้สิครับ”

“คุณระวังตัวกับผมมากขึ้นนะ เพราะคุณจีมินแน่ๆ เลย”

“ไม่เกี่ยวกับเธอสักหน่อยครับ”

“เสียงเปลี่ยนไปเชียว กำลังไม่พอใจอะไรผมอยู่หรือเปล่าครับ” มาร์คเป็นคนช่างสังเกตนะ

แบมแบมเกลียดรอยยิ้มมุมปากของท่านมากเลยมันดูเจ้าเล่ห์มาก สายตาแพรวพราวนี่อีก น่าจิ้มตาจริงๆ เลย ฉลาดนักก็น่าจะเข้าใจสิ

“เปล่านี่ครับ”

“วันนี้คุณปฏิเสธผมกี่รอบแล้วนะ มีอะไรก็พูดออกมาตรงๆ สิผมไม่ชอบเดาใจใครนะครับ”

แบมแบมดึงมือที่ท่านคลึงเล่นกลับมากุมไว้ นั่งเงียบ ไม่สบตาท่านด้วย

แกะนี่เข้าใจยากจริงๆ..

มาร์คถอนหายใจ ยอมปล่อยแบมแบมให้ลงจากตัก หยิบรีโมทมาเปลี่ยนช่องพอไม่เจออะไรน่าสนใจก็ปิดทีวี ทำให้ทั้งห้องอยู่ในความเงียบ

“คุณปิดกั้นผมมากเกินไป เราลองปรับกันดูไหมครับ คุยกันแบบไม่ต้องคิดว่าระหว่างเรามีสัญญา”

มาร์คลองเจรจาอีกครั้ง อยู่ใกล้กันขนาดนี้กันต์พิมุกต์ยังไม่หวั่นไหวกับเขาเลย เขาเริ่มไม่มั่นใจในเสน่ห์ของตัวเองแล้วนะ 

“จะพยายามครับ” แบมแบมเปิดทีวีอีกครั้งเพื่อให้มีเสียงคลอทำลายความเงียบ นั่งคุยกันอย่างเดียวมันน่าอึดอัด

แบมแบมและมาร์คนั่งดูทีวีกันเงียบๆ ไปสักพัก มาร์คก็หยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าเสื้อ

“ว่าไงตัวแสบ”

แบมแบมหันมองท่านที่มีสายเข้ามา ท่านกำลังคุยกับใคร เด็กที่ไหนน่ะ?

<คิดถึงคุณน้าจังเลย หม่าม๊าบอกว่าคุณน้าไปกินข้าวกับคุณปู่ไม่ชวนจินฮวานง่ะ>

แบมแบมร้องอ๋อ เด็กน้อยน่ารักคนนี้เองชื่อจินฮวาน น่าเอ็นดูอย่างนี้คงเป็นขวัญใจคนทั้งบ้านแน่ๆ

“ขอโทษนะครับ ครั้งหน้าน้าจะพาจินฮวานไปเที่ยวเป็นการไถ่โทษแล้วกันนะ ตกลงไหม”

 <สัญญา ลูกผู้ชายไม่ผิดคำพูดนะ!> เจ้าตัวเล็กทำท่าจริงจังจนน้าและคนที่นั่งอยู่ใกล้ๆ อดยิ้มไม่ได้ เสียงหัวเราะของแบมแบมไม่พ้นหูเจ้าตัวเล็ก

<ใครอ่ะ! คุณน้าอยู่กับใคร> เด็กน้อยสงสัยใคร่รู้

แบมแบมรีบเบี่ยงตัวหนีให้พ้นหน้าจอโทรศัพท์ของท่านแต่ท่านกลับดึงแขนเขาไปใกล้ๆ โอบไหล่ไว้

<โอ๊ะ! คุณพี่สาวนี่ หม่าม๊าสอนว่าถ้าเห็นพี่สาวห้ามคุย จินฮวานไม่คุยและ>

คุณหนูน้อยบ้านต้วนตกใจเมื่อเห็นคนหน้าหวานอีกคนอยู่กับคุณน้า มาร์คหัวเราะ

“ไม่เป็นไรหรอกนี่เพื่อนของน้าเอง ไม่ใช่คุณพี่สาวนะ”

<งื้อ คุณน้าโกหกเป็นเด็กไม่ดี หม่าม๊า! มาดูอะไรนี่>

จินฮวานตะโกนเสียงดังจนคุณน้าสุดหล่อขำ

“แกเป็นเด็กร่าเริงดีนะครับ หลานท่านเหรอ” แบมแบมเห็นหน้าแล้วอยากจะเอามือทะลุจอไปดึงแก้มจริงๆ เด็กอะไรทำไมน่ารักน่าชังขนาดนี้

“ครับ หลานชายคนเดียวกำลังซนเลย ลูกของจินยองไงครับ แกฉลาดมากช่างพูดที่สุด”

เวลาที่ท่านเอ่ยถึงหลานนั้นท่านยิ้มอย่างมีความสุขมากจนแบมแบมเผลอมองรอยยิ้มที่ต่างออกไปจากทุกที ท่านคงรักหลานมากแน่ๆ

เอ๊ะ ถ้านี่เป็นลูกคุณจินยองก็เท่ากับว่าเป็นลูกพี่แจบอมน่ะสิ

น่ารักอย่างนี้เองพ่อแม่ถึงได้แย่งกันเลี้ยงนัก ถ้าเขาเป็นพี่แจบอมแล้วมีลูกน่ารักอย่างนี้เขาก็อยากได้สิทธิ์เลี้ยงดูเหมือนกัน

<มีอะไรที่รัก หม่าม๊ากำลังจะอาบน้ำนะ ให้ดูอะไร>

<คุณพี่สาวอ่ะหม่าม๊า!> จินฮวานฟ้องแม่แล้วหน้าของหม่าม๊าก็โผล่เข้ามาในจอด้วย

<อ่าว แบมแบมนี่นา>

<หม่าม๊ารู้จักพี่สาวหรอฮะ คุณน้าบอกว่าเพื่อนอ่ะ>

<ใช่จ้ะ นี่ไม่ใช่เพื่อนนะเป็นแฟนคุณน้าชื่อแบมแบม ไม่สวัสดีคุณน้าแบมแบมหน่อยเหรอ>

แบมแบมอ้าปากค้างเมื่อจินยองบอกลูกอย่างนั้น

อ้าว! ท่านบอกคนที่บ้านแล้วไม่ใช่เหรอว่าเขากับท่านไม่ใช่คนรักกันน่ะ

<ว้าววว คุณน้าแบมแบมสวยเนอะหม่าม๊า สวัสดีฮะคุณน้า>

เจ้าเด็กรู้มาก หม่าม๊าสอนปุ๊บก็จำทันทีเลย

มาร์คยื่นมือถือมาตรงหน้าแบมแบม ร่างบางงงว่าท่านจะให้ทำอะไร

“หลานชมน่ะ พูดอะไรหน่อยสิ”

“เอ่อ..สวัสดีครับจินฮวาน” แบมแบมยกมือโบกไปมานิดๆ ยิ้มให้

<งื้อออ เสียงหวานเหมือนคุณครูเลย!>

“ขอบใจจ้ะ..” หนูชมจนพี่คิดว่าตัวเองไม่ใช่ผู้ชายแล้วนะลูก

<คุยกับน้าเขาไปก่อนนะ หม่าม๊าไปอาบน้ำก่อน>

<ฮะ!>

แบมแบมตัดสินใจลุกหนีดีกว่า ขืนอยู่ต่อได้โดนเจ้าหนูจินฮวานชวนคุยอะไรแปลกๆ แน่เลย

“จะไปไหนเหรอครับ” มาร์คจับแขนแบมแบมเอาไว้

“ห้องครัวครับ จะไปหาน้ำดื่มสักหน่อย”

แบมแบมบ๊ายบายจินฮวานแล้วรีบเดินไปเลย ขวัญใจของบ้านต้วนโวยวายยกใหญ่ว่าคุณน้าแบมแบมหนีตนไปแล้ว

แบมแบมรินน้ำผลไม้ให้ตัวเองหนึ่งแก้วแล้วนั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ที่โต๊ะรับประทานอาหาร ท่านคุยโทรศัพท์เสร็จก็คงมาตามเอง

ร่างบางส่งข้อความหาพี่ชายที่โทรมาหลายสาย บอกให้รู้ว่ามาค้างบ้านท่าน พี่ชายโวยวายไม่ต่างจากจีมินเลย สองคนนี้นี่น่าไปอยู่ด้วยกันจริงๆ

ไม่เชื่อใจกันบ้างหรือไงว่าเขาเอาตัวรอดได้น่ะ เขาก็เป็นผู้ชายนะ

“จินฮวานบอกว่าอยากมาหาคุณ” แบมแบมสะดุ้งเมื่อท่านโผล่มาเงียบๆ

ท่านยืนอยู่หลังเก้าอี้แบมแบม ยันมือกับขอบโต๊ะอาหารทำให้กักแบมแบมไว้ได้ทั้งตัว

“มาหาที่นี่น่ะเหรอครับ?”

“ใช่ครับ แกอยากกินขนมฝีมือคุณ”

“น้องจินฮวานรู้ได้ยังไงครับว่าผมทำขนมเป็น” แบมแบมเอียงหน้าหลบเมื่อถูกหอมแก้ม ท่านนี่หยุดลวนลามเขาได้แค่ครึ่งชั่วโมงสินะ

“ผมบอกเองล่ะครับ แกชอบคุณมากนะ ชมคุณไม่ขาดปาก”

“คุณจินยองไม่น่าพูดกับลูกแบบนั้น โกหกแกว่าผมเป็นแฟนท่านทำไม” แบมแบมไม่สบายใจเลย

“ตัดปัญหาด้วยการบอกแบบนั้นน่ะดีแล้วครับ เดี๋ยวจินฮวานก็สงสัยอีก แกชอบถามไม่หยุด อีกอย่างแกยังไม่เชื่อเลยว่าคุณไม่ใช่คุณพี่สาว”

“คุณพี่สาวนี่คือใครหรือครับ?” แบมแบมสงสัยมากเลย เขาหน้าเหมือนใครหรือไงกัน

“คุณพี่สาวคือคำที่จินฮวานใช้แทนตัวผู้หญิงของผมน่ะครับ”

“น้องจินฮวานคงเคยเจอคุณพี่สาวคนอื่นบ่อยๆ สินะครับ”

สาบานได้ว่าแบมแบมไม่ได้จะพูดเหน็บอะไรหรอก..จริงๆ

“เวลาเจอกันนอกบ้านแกมักเจอผมอยู่กับพี่สาวสวยๆ เสมอเลยน่ะครับ จินยองเลยสอนลูกว่าอย่าคุยตอนนั้น ไม่ให้คุยกับพี่สาวด้วย เขากลัวคู่ควงพวกนั้นเข้าทางจินฮวาน ใครๆ ก็รู้ว่าผมรักจินฮวานมาก”

มาร์คไม่ได้แก้ตัวหรอกนะแค่เล่าให้ฟัง แกะของเขามีท่าทางมึนตึงขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุอีกแล้ว

ต้องเอาหัวใจแกะใส่ขวดแก้วไว้ศึกษาเลยไหม เขาจะได้เข้าใจแกะมากขึ้นสักที

“มีคนคิดจะหลอกใช้เด็กด้วยเหรอครับ” แบมแบมตกใจนะกับความคิดแบบนั้น จินฮวานน่ารักมากยังมีคนคิดจะใช้ประโยชน์จากหลานเพื่อเข้าหาน้าอีกเหรอ แย่มากเลย

“มีสิครับ พวกพี่เลี้ยงหรือไม่ก็คุณครูของจินฮวาน จินยองเปลี่ยนครูให้ลูกจนจินฮวานเบื่อแล้ว ผมว่าจินยองคิดมากเกินไป เขาทำเหมือนไม่เชื่อใจผมเลยว่าผมไม่คว้าคนใกล้ตัวแบบนั้นมาเป็นตัวจริงหรอก”

“คุณจินยองคงเป็นห่วงน่ะครับ” แบมแบมเข้าใจคุณจินยองนะ คนแบบท่านใครๆ ก็อยากจะ จับทั้งนั้น ถึงไม่ได้หัวใจ ได้แค่ตัวก็มีชีวิตไม่ต่างจากเจ้าหญิงแล้ว ท่านร่ำรวยมหาศาลขนาดนี้

“ผมเข้าใจเขานะแต่เขาหวาดระแวงเกินไป ถ้าเอาความกระตือรือร้นนั้นไปใช้กับชีวิตตัวเอง ให้ความสนใจสามีตัวเองเหมือนสนใจผมบ้างคงดีกว่านี้ พี่เขยผมเขาน่าสงสารนะ”

ท่านหอมแก้มนุ่มอีกฟอดแล้วนั่งลงบนโต๊ะ แบมแบมเงยหน้ามองคนที่นั่งสูงกว่า

“ทำไมเหรอครับ”

“อยากรู้ต้องรอเป็นคนในครอบครัวก่อนนะครับ”

“ผมคงไม่ได้รู้ไปตลอดชีวิตแน่ๆ ครับ” แบมแบมเสียดายที่ท่านไม่ยอมเล่า เขาอยากรู้เรื่องของพี่แจบอมให้มากกว่านี้ แต่พี่แจบอมนี่แต่งเข้าหรือคุณจินยองแต่งออกกันแน่นะ

ชีวิตพี่แจบอมคงลำบากนะ เป็นหลานเขยมหาเศรษฐีน่ะ ไม่อย่างนั้นท่านคงไม่เอ่ยปากว่าสงสาร ต้องโทรไปถามทุกข์สุขบ้างแล้วสิ 

มาร์คหัวเราะ แกะเริ่มไม่ค่อยกลัวเขาแล้วแต่แสดงท่าทางแบบอื่นแทน เรื่องคำพูดก็เปลี่ยนไปนิดหน่อยด้วย แกะของเขาคงเป็นคนกล้าๆ กวนๆ อยู่เหมือนกัน

“ไม่อยากเป็นคนในครอบครัวผมบ้างหรือครับ”

“ไม่ดีกว่าครับ”คำพูดท่านนี่แปลกขึ้นทุกวัน

“ปฏิเสธทันทีเชียว คนอื่นอยากฟังคำนี้มากแค่ไหนไม่รู้หรือครับ”

“ไปถามคนที่เขาอยากฟังสิครับ”

“จะให้ถามใครล่ะครับ ตอนนี้ผมมีคุณคนเดียว”

“ถ้าถามผม ผมไม่อยากครับ” แบมแบมลุกเอาแก้วไปล้าง หันมาอีกทีท่านยังนั่งมองตนอยู่ที่เดิม

“ผมจะไปนอนแล้วนะครับ”

“ครับ เดี๋ยวผมตามไป หนังสือทุกเล่มในบ้านผมคุณหยิบไปอ่านได้เลยนะถ้าคุณสนใจ”

“จริงเหรอครับ! ขอบคุณนะครับ”

มาร์คอมยิ้มเมื่อตาแกะเป็นประกายเชียว ทำไมน่ารักขนาดนี้ครับ

ให้คอนโดก็ไม่เอา รถก็ไม่อยากได้ แต่พอเป็นหนังสือนี่ท่าทางเปลี่ยนไปทันที ช่างเป็นคนที่แปลกจริงๆ สงสัยต้องสร้างห้องสมุดส่วนตัวให้แกะสักห้อง แกะคงดีใจมากแน่

เขาอยากเห็นรอยยิ้มดีใจบนหน้าหวานๆ ของกันต์พิมุกต์..อยู่ดีๆ ก็รู้สึกแบบนี้ขึ้นมา

“ขอบคุณด้วยคำพูดอย่างเดียวมันไม่น้อยไปเหรอครับกันต์”

“แล้วผมต้องทำยังไงล่ะครับ” มาร์คไม่ตอบแต่เอียงแก้มให้ แบมแบมผงะ

“ไม่เห็นต้องหอมเลย”

“นิดเดียวเองนะครับ”

“ไม่ล่ะครับ” มันน่าอายจะตาย จะให้เขาหอมท่านก่อนน่ะเหรอ ไม่มีทางหรอก

แบมแบมหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะรีบเดินออกจากครัวหนีกันดื้อๆ มาร์คมองตามคนที่ทำให้เขารู้สึกแปลกในใจอีกแล้ว

กันต์พิมุกต์นี่รับมือยากจริงๆ ไม่ว่าเขาจะพูดหรือทำอะไรก็ไม่หวั่นไหวเลย แต่ท่าทางของกันต์ยังไม่น่าแปลกเท่าตัวเขาเอง

เขากลายเป็นคนช่างตื๊อไปตั้งแต่เมื่อไร เพิ่งมีกันต์นี่ล่ะที่เขาพูดจาให้ชวนคิดไกลหรือไม่ก็แสดงออกทางการกระทำแล้วอีกฝ่ายไม่ตกหลุมพราง

ใจแข็งจังเลยนะครับกันต์ หวังว่าผ่านอาทิตย์นี้ไปแล้วคุณจะรู้สึกอะไรกับผมบ้างนะ

มาร์คถอนหายใจ เดินไปหยิบน้ำมาดื่มบ้าง

“ว่าไงจินยอง” มาร์คหนีบโทรศัพท์มือถือไว้ระหว่างไหล่และหูขณะเปิดกล่องน้ำแครอท

<เพิ่งนึกได้ว่ามีเรื่องอยากถามน่ะ>

“อะไรเหรอ หรือว่าจะคุยเรื่องมื้อเย็น เรื่องนั้นไปถามจากคุณปู่ก็ได้มั้งครับ”

<เรื่องนั้นน่ะถามเรียบร้อยแล้วล่ะ โอ๊ยคุณปู่นี่ชมแบมแบมไม่หยุดเลย ท่าทางท่านจะเอ็นดูแบมแบมมาก ไม่ค่อยเห็นท่านเป็นแบบนี้บ่อยนักหรอก แต่เรื่องที่จะถามเนี่ยมันค่อนข้างส่วนตัวนะ>

“ผมกับพี่ไม่เคยมีเรื่องปิดบังกันอยู่แล้ว มีอะไรอยากรู้ก็ถามมาสิครับ”

<ฉันรักแกก็ตรงนี้แหละมาร์ค แกยังไม่เคยนอนกับเขาใช่ไหม?>

“ยัง” เออนะ ส่วนตัวจริงๆ ด้วย

<อ่า..ฉันมีเรื่องสงสัยนิดเดียวเท่านั้นแหละ คือ..เขาท้องได้รึเปล่า?>

มาร์คสำลักน้ำแครอทเลยทีเดียว

<เป็นอะไรมาไอกลบเกลื่อน>

“บ้าจริงๆ สำลักน้ำน่ะสิ พี่จะถามเพื่ออะไรเนี่ย!” คนเป็นน้องวางแก้วไว้บนเคาน์เตอร์แล้วเดินไปหยิบกระดาษเช็ดปากมาซับปาก ปลายสายหัวเราะ

<แหมแค่อยากรู้นิดเดียวเอง ตกลงว่าไงล่ะ?>

“ผมจะไปรู้เขาเหรอ? คงไม่ใช่หรอกมั้ง”

<ตายจริงทำไมแกแปลกไปน่ะ! ปกติจะนอนกะใครแกคัดแล้วคัดอีก ไม่กลัวแล้วเหรอ?>

“จะกลัวอะไร ผมว่าเขายังเวอร์จิ้นอยู่เลยมั้ง” ถึงสมัยนี้จะเป็นไปได้ยาก แต่มาร์คว่ากันต์พิมุกต์เป็นคนส่วนน้อยน่ะ

<แกกลัวตัวเองมากกว่าล่ะสิ>

“ผมไม่ได้มั่วขนาดนั้นสักหน่อย ผมดูแลตัวเองดีหรอกน่า”

<เออ ไม่กลัวโรคก็กลัวท้องบ้างสิ>

“เขาเป็นผู้ชาย” มาร์คอ่อนใจกับพี่ชายจริงๆ เลย จะสงสัยอะไรในตัวกันต์ขนาดนั้น

<นี่แกคิดจะแหกกฎกับเขาอย่างนั้นสิ? โอ้ น่าประหลาดใจจังเลย จะไม่ระวังป้องกันอะไรหน่อยเหรอ?>

“พี่โทรมาเพราะเป็นห่วงเขาหรือผมกันแน่น่ะ?”

<เอาตามตรงไหม ฉันห่วงเขาน่ะ มองหน้าแล้วรู้สึกเซ้นส์แรงตงิดๆ แกลองถามเขาสิว่าเขาท้องได้รึเปล่า>

“ไม่หรอกมั้ง ในประวัติไม่เห็นมีเลย”

<แกยังไม่แน่ใจเลยมาร์ค รู้ไว้หน่อยก็ดีนะเกิดพลาดไปจะลำบาก เขานะลำบากไม่ใช่แก สงสารเด็กมันน่ะ ถ้าแกเห็นว่าเขาเป็นแค่คู่นอนก็ควรทำกับเขาอย่างที่ทำกับคนอื่นนะ อย่าคิดถึงแต่ความต้องการของตัวเองอย่างเดียว อะไรที่ช่วยเขาได้ก็ช่วยเขาบ้าง เขาไม่ได้เต็มใจเป็นคนของแกเหมือนคนอื่นสักหน่อยนะ ถ้าแกประมาทเลินเล่อไม่รู้จักป้องกันเพราะคิดว่าเขาเป็นผู้ชายธรรมดาล่ะก็แย่แน่ ถ้าเขาเป็นเหมือนฉันขึ้นมาใครกันจะเดือดร้อน เขาคนเดียวเต็มๆ ไม่ใช่แก ถ้าไม่คิดจะจริงจังกับเขาก็อย่าไปสร้างปัญหาให้เขาเพิ่ม>

“พี่พูดซะผมรู้สึกผิดเลย”

<แค่เตือนด้วยความปรารถนาดี ถ้าเขาท้องไม่ได้ก็ค่อยยังชั่วไม่ใช่รึไง แต่ถ้าท้องได้จะได้ไม่พลาดไงล่ะ ฉันชอบเด็กคนนั้นนะมาร์ค>

“อืม..

<คุณปู่ก็ชอบแบมแบม>

“เรื่องนั้นผมรู้”

<ถ้าเขาเป็นได้แค่คู่นอนก็อย่าไปทำร้ายจิตใจเขามาก อย่างน้อยตอนเลิกสัญญากันก็อาจจะเป็นเพื่อนกันได้ จะทำอะไรเห็นแก่คุณปู่บ้าง>

“พรุ่งนี้ผมจะให้คุณยองแจพากันต์ไปโรงพยาบาลแล้วกัน”

<ดี ผลว่าไงโทรมาบอกด้วยล่ะ ไปอ่านนิทานให้จินฮวานฟังแล้วนะ ราตรีสวัสดิ์>

“ครับ ราตรีสวัสดิ์”

พี่จินยองทิ้งเรื่องหนักใจไว้ให้เขาแล้วสิ..

 

 

 

“น้องแบมแบมวันนี้ก็มาพร้อมท่านอีกแล้วนะ นี่ย้ายไปอยู่บ้านท่านแล้วเหรอ หรือว่าท่านไปรับที่บ้านแล้วมาทำงานด้วยกัน”

แบมแบมสะดุ้งเมื่อพี่เลี้ยงสาวปรี่เข้ามาชวนคุย ท่าทางอยากรู้มากจนเขาตกใจนิดหน่อย

“เอ่อ..

“คำถามชวนลำบากใจนั่นมันอะไรกันวะ” แบมแบมมองพี่ฮันบินที่วันนี้มาทำงานแต่เช้า

“ฉันแค่อยากรู้”

“อยากรู้เฉยๆ หรือรู้เพื่อเอาไปเม้าท์กันแน่ จะได้เอาไปอวดว่าตนเองเป็นคนวงในสนิทกับคนรักท่านประธานล่ะสิ”

“ไอ้..” มินพูดไม่ออกเพราะฮันบินพูดแทงใจดำอย่างจัง ฮันบินยิ้มให้แบมแบม

“ไม่อยากเล่าอะไรก็ไม่ต้องหรอกนะ เอาที่แบมแบมสบายใจดีกว่า อย่าไปเกรงใจมินมันมากเลย ตอนนี้มันควรเกรงใจแบมมากกว่า บอกเลยสิว่าถ้ายังเซ้าซี้กวนใจแบมอีกแบมจะให้ท่านประธานไล่ออก”

“อ่าวไอ้ฮันบิน ทำไมพูดจาสุนัขแบบนี้ล่ะวะ!” มินหันไปมองจิกเพื่อนร่วมงานตาขวาง

“กลัวเหมือนกันล่ะสิ อ้ะขนม พี่ยังซื้อมาให้เหมือนเดิมนะ” ฮันบินยื่นถุงขนมให้ แบมแบมรับมาพลางเอ่ยขอบคุณ

“แกก็ทำดีหวังผลเหมือนกันนั่นล่ะ” มินเบ้ปาก ฮันบินทำท่าล้อเลียน

“ฉันซื้อให้น้องตั้งแต่ก่อนความลับแตกแล้วนะ เขาเรียกจริงใจโว้ย”

“อย่าเถียงกันเลยครับ นี่พี่เซฮุนไปไหนเหรอครับ” ร่างบางหันหาพี่ชายอีกคน

“ลากลับต่างจังหวัดไปเยี่ยมพ่อเพื่อนที่ไม่สบาย เพื่อนมันอยู่ต่างประเทศ เขาเลยวานให้มันไปดูอาการพ่อแทนหน่อยน่ะ” ฮันบินรู้ดีเพราะเซฮุนฝากทำเรื่องลากิจ

แบมแบมนั่งทำงานกับพี่ฮันบินไปจนถึงเวลาพักเที่ยง ทั้งแผนกได้ฮือฮากันอีกเมื่อคุณเลขานุการคนสวยของท่านประธานลงมาหาแบมแบมถึงที่

 “อ่าวพี่ยองแจ มาหาผมมีอะไรเหรอครับ” แบมแบมแปลกใจที่วันนี้พี่ยองแจมาหาเขาด้วยตนเองแทนที่จะโทรเรียกเขาไปหา

“ไม่มีอะไรจ้ะ พี่จะมาชวนไปกินข้าวด้วยกันน่ะ”

“อ่อ ได้ครับ เดี๋ยวผมขอเก็บของแปบนึง”

ยองแจพยักหน้า ยืนรอแบมแบม ส่งยิ้มให้คนที่มองตนอยู่ หลายคนยิ้มตอบแล้วหันหนีไปทำธุระของตัวเอง ไม่กล้ามองนาน

“เสร็จแล้วครับ” แบมแบมรีบเก็บรีบลุกเพราะไม่อยากให้ยองแจรอนาน คุณเลขาฉวยข้อมือเล็กพาเดินออกไปท่ามกลางสายตาทุกคน

“คุณเลขาชเวมองใกล้ๆ นี่โคตรขาวเนอะ น่ารักจังเลย อิจฉาท่านประธานจังที่มีคนหน้าตาดีแบบนี้อยู่ใกล้ๆ ตลอดเวลา” ฮันบินมองตามจนทั้งคู่พ้นสายตาแล้วหันมาคุยกับเจีย หญิงสาวพยักหน้ารับ

“ทั้งสวยทั้งเก่ง แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมยังโสดเนอะ”

“โอ๊ย ดอกฟ้าขนาดนี้ใครจะกล้าโน้มกิ่งลงมา ให้ฉันจีบฉันยังไม่เอาเลยกลัวหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ” ฮันบินเท้าคาง ถอนหายใจในโชคชะตาต่ำต้อยของตนเอง

“ถ้าไม่กล้าจีบคุณเลขาหันมาจีบฉันแทนก็ได้นะ กลัวขึ้นคานว่ะ” เจียเอ่ยทีเล่นทีจริง ฮันบินขำ

“ให้เอาแกน่ะเหรอ ฉันใช้บริการน้องนางทั้งห้าต่อไปดีกว่า”

“อี๊! ไอ้ทะลึ่ง! พูดกับแกนี่อารมณ์เสียจริงๆ มินไปกินข้าวกัน” เจียฟาดเพื่อนแรงๆ แล้วหันไปชวนอีกคนที่นั่งดูละครย้อนหลังในคอมพิวเตอร์

“ไม่อ่ะตอนนี้ไดเอทอยู่ อาทิตย์นี้มีนัดบอด”

“ฉันเห็นแกไปทีไรก็ไม่เคยได้ติดมือกลับมาเลยสักคน”

“ฮันบินแกเอาไอ้เจียไปไกลๆ เท้าฉันที” มินพูดพลางเอาแอปเปิ้ลเขียวหนึ่งลูกที่ใส่ในถุงพลาสติกออกมากิน ฮันบินส่ายหน้า

“สภาพไดเอทแกนี่อนาถาจริงๆ หากล่องใส่มากินให้เป็นเรื่องเป็นราวไปสิ”

“พูดมากน่า!

 

 

 

ยองแจพาแบมแบมมาทานข้าวร้านที่ตั้งอยู่ไกลจากบริษัทมากจนแบมแบมแปลกใจ หลายครั้งที่ไปทานด้วยกันพี่มักพาไปร้านประจำแถวบริษัทเท่านั้น

            “ทำไมเรามาทานกันไกลขนาดนี้ล่ะครับพี่ยองแจ อยากเปลี่ยนบรรยากาศหรือครับ หรือว่าเบื่ออาหารร้านเดิม” แบมแบมลองเดาใจยองแจ

“ขอโทษนะที่ไม่ได้บอกก่อน ท่านวานให้พี่พาแบมมาทำธุระน่ะจ้ะ แต่เรากินข้าวกันก่อนค่อยไป”

“ธุระที่ว่านั่นคืออะไรเหรอครับ? ท่านไม่เห็นบอกผมเลย” ถึงเขาจะเข้านอนเร็วแต่เมื่อคืนก่อนจะนอนเขากับท่านก็นั่งคุยกันตั้งนาน มีอะไรน่าจะบอกกันก่อนสิ

“วันนี้เราต้องมาทำธุระกันสองอย่างน่ะ เรื่องแรกต้องไปตัดชุดใหม่สำหรับไปงานต่างๆ กับท่านก่อน เพราะช่วงนี้ท่านต้องไปงานเลี้ยงถี่ อยู่กับท่านต้องทำใจหน่อยนะ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของท่านน่ะเป็นของสั่งตัดเพื่อท่านโดยเฉพาะนั่นล่ะจ้ะ ท่านเลยอยากให้แบมใส่แบบนั้นด้วย”

“เอ๋? พี่ล่ะครับ ไม่ต้องออกงานกับท่านแล้วเหรอ” แค่งานเลี้ยงท่านรัฐมนตรีเขาก็เกร็งจะแย่ ต้องไปอีกหลายงานเลยเหรอ?

“ไปสิ ถ้าเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพี่จะไปเอง ไม่ต้องห่วงนะ แต่ถ้าเป็นงานที่เป็นส่วนตัวแบมก็ไปเป็นเพื่อนท่านหน่อยแล้วกันพี่จะได้มีเวลาว่างมากขึ้นด้วย ทำงานในบริษัทแล้วต้องออกงานเป็นคู่ควงจำเป็นด้วย พี่ก็แอบเหนื่อยนิดนึงน่ะ ท่านมีเรื่องให้ทำตลอดเวลาเลย”

ยองแจเล่ายิ้มๆ เดินนำแบมแบมเข้าไปร้านอาหาร บอกพนักงานต้อนรับว่าขอที่นั่งสำหรับสองที่ด้านใน

“เรื่องที่สองล่ะครับ พี่พาแบมมาทำอะไร” แบมแบมถามเมื่อนั่งลงแล้ว ยองแจพลิกเปิดเมนูดูอาหารที่อยากทาน

“เรื่องสำคัญมากเลย ท่านบอกว่าเพิ่งนึกออกก็เลยใช้พี่ทันที กลัวจะลืมอีกล่ะมั้ง แบมอยากกินอะไรสั่งได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจ พี่เลี้ยงเอง”

ยองแจยื่นเมนูให้แบมแบมแล้วหันไปสั่งอาหารสำหรับตนเอง แบมแบมกวาดสายตาอ่านผ่านๆ พอเห็นราคาแล้วแทบไม่กล้าสั่งเลย

“เอาเหมือนพี่แล้วกันครับ..ว่าแต่มันเรื่องอะไรล่ะครับ” แบมแบมคืนเมนูให้พนักงาน พอคนรับออเดอร์เดินไปแล้วเขาก็ถามทันที

“เรื่องตรวจสุขภาพน่ะ ข้อมูลของแบมที่พี่หาให้ท่านยังไม่มีข้อมูลในส่วนนี้ด้วย ไม่ใช่ว่าท่านกลัวแบมจะป่วยเป็นอะไรหรอกนะ ไม่ใช่เรื่องแบบนั้น แต่เป็นเรื่องท้องได้หรือเปล่าน่ะ

“อะไรนะครับ!

“ท่านบอกว่าเมื่อคืนคุยกับคุณจินยองแล้วคุณจินยองทักมา คือว่า..จะพูดยังไงดี ตอนท่านพูดออกมาพี่ก็เขินนะ”

ยองแจท่าทางจะอายจริงๆ แบมแบมพอเข้าใจ เดาได้เลยว่าพี่ยองแจยังเวอร์จิ้นอยู่แน่

คนสวยอย่างนี้ไม่มีใครหมายปองเอาไปทำแฟนบ้างหรือไง

“มีแค่เราไม่ต้องกังวลหรอกครับ พูดมาเถอะ ให้แบมช็อกไปซะทีเดียวเลยจะได้จบ”

ยองแจเห็นใจอีกฝ่ายไม่น้อย ดูสีหน้าก็รู้ว่าแบมแบมกังวลกว่าเขาเสียอีก

“ถึงท่านจะเป็นคนที่ระวังตัวเองดีก็เถอะ แต่ก่อนจะมีความสัมพันธ์กับใครท่านก็ต้องแน่ใจก่อนว่าจะไม่มีเรื่องเหนือความคาดหมายตามมา เพราะที่ผ่านๆ มาก็เป็นคู่นอนที่ไม่จริงจัง ท่านไม่อยากพลาดน่ะ คุณสมบัติต่างๆ ที่ท่านมีน่ะ ปฏิเสธไม่ได้หรอกใช่ไหมล่ะว่าต้องมีใครคิดจะปล่อยให้ตัวเองท้องเพื่อจับท่าน”

แบมแบมคิ้วขมวด เขาเองก็จัดอยู่ในพวกคู่นอนที่ไม่จริงจังเหมือนกัน..

“แสดงว่าท่านกลัวว่าผมจะ..” ไม่รู้ทำไม แต่แบมแบมพูดไม่ออกเลย...

“ไม่ใช่! ท่านไม่ได้คิดแบบนั้นหรอกนะ แบมเป็นผู้ชายท่านไม่กังวลเรื่องนั้นมากเท่าผู้หญิงที่เคยผ่านมาหรอก แต่คุณจินยองเองก็มีคุณจินฮวานได้ไง ท่านเอนไปทางไม่เชื่อว่าแบมจะเป็นเหมือนกัน แต่ถ้าไปตรวจไว้ให้แน่ใจมันก็ดีกว่านะ” ยองแจรีบแก้ไม่ให้แบมแบมคิดมาก

“สรุปคือไม่อยากให้แบมท้องสินะครับ” แม้ยองแจจะพยายามอธิบายให้ดูดีอย่างไร แต่แบมแบมก็สรุปออกมาได้แค่นี้

เขาเกือบลืมไปว่าจุดประสงค์ของท่านน่ะต้องการแค่ตัวเขา ไม่ใช่อยากได้ของแถมอะไรด้วย

อย่างที่จีมินว่าจริงๆ เขาไม่ต่างจากคนอื่นหรอก ถึงท่านจะยอมทำตามที่เขาขอหลายอย่างแต่อย่างไรซะสิ่งที่ท่านต้องการจากเขาก็มีแค่อย่างเดียวเท่านั้นเหมือนคนอื่นๆ ไม่ได้แตกต่างกันเลย

“ก็..” ยองแจพยายามคิดหาคำที่ไม่ทำร้ายจิตใจคนฟังแต่แบมแบมเอ่ยขึ้นมาก่อน

“แบมเข้าใจครับ เรื่องระหว่างผมกับท่านมันเป็นแค่เรื่องของผลประโยชน์ ท่านเองก็ต้องป้องกันปัญหาที่อาจจะตามมาเป็นธรรมดา แต่ท่านไม่เคยพลาดเลยจริงๆ เหรอครับ”

“เคยมีคนมาหลอกเหมือนกันนะว่าท้องกับท่าน ก็ต้องหาทางพิสูจน์กัน สุดท้ายก็ไม่ใช่ลูกท่านจริงๆ น่ะ ท่านคงไม่อยากเสียเวลายุ่งยากอย่างนั้นอีก”

เสียเวลายุ่งยากอย่างนั้นเหรอ..

“ท่านไม่ยอมรับง่ายๆ สินะครับ”

“เพราะท่านรู้ต่างหากว่าคนนั้นเป็นยังไง ใครๆ ก็หวังอยากจะสบายทางลัดกันทั้งนั้น พี่ไม่ได้จะว่าใครนะแบม แต่บางคนเขาไม่พอใจแค่ค่าตอบแทนที่ได้เพียงชั่วคราว อยากได้ตลอดไป ตอนแรกก็มาแนวไม่คาดหวังอะไร ท่านให้อะไรก็เอา แต่สุดท้ายก็แสดงออกมาทีหลังว่าต้องการอะไรกันแน่”

“ครับ คนอย่างท่านใครๆ ก็อยากครอบครองกันทั้งนั้น แต่พี่ก็รู้ว่าแบมไม่ใช่คนอย่างนั้น ที่จริงไม่ต้องตรวจท่านก็ไม่ต้องกังวลหรอกครับ ถึงแบมท้องได้แบมก็จะดูแลตัวเองอยู่แล้ว”

“ถ้าพลาดล่ะแบม เกิดไม่แน่ใจแล้วพลาดพลั้งขึ้นมาจะเป็นเรื่องใหญ่นะ แบมจะทำยังไง แบมต้องคิดในมุมที่แย่ที่สุดเอาไว้ด้วยนะ”

ยองแจเป็นห่วง เขาถูกชะตากับเด็กคนนี้ไม่อยากให้เสียใจภายหลัง

“ถ้าพลาดเหรอครับ” แบมแบมคิดสภาพตัวเองตอนนั้นไม่ออกเลย แต่ถ้าให้จินตนาการสิ่งที่เขาจะทำก็คงเป็น..

“พลาดแล้วก็ต้องทำใจครับ ผมจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องพิสูจน์อะไรนั่นแน่ๆ”

“หมายความว่ายังไง”

“ถ้ามีขึ้นมาจริง สมมติว่าพลาดไปแล้วแบมคงไม่บอกใคร”

“หา?! ทำไมแบมคิดแบบนั้นล่ะ ไม่ได้นะ!” แบมแบมฝืนยิ้มเมื่อเห็นว่าพี่ยองแจตกใจมาก

“พี่เพิ่งบอกแบมเองไม่ใช่เหรอครับว่าท่านไม่ได้อยากมีลูกกับคู่นอนชั่วคราว ถ้าต้องมาลำบากพิสูจน์ความจริงกันแบมไม่เอาด้วยหรอก แบมคงทนรับความรู้สึกแบบนั้นไม่ได้แน่ๆ เรานอนกับเขา แต่เขาไม่มั่นใจว่าลูกเราเป็นลูกเขาหรือเปล่า..แค่จินตนาการมันก็รู้สึกแย่มากแล้วนะครับ”

“แบมแบม..

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับ แบมแค่พูดให้พี่ฟังเท่านั้นมันไม่มีทางเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นหรอก พอไปตรวจแล้วผลอาจจะออกมาว่าท้องไม่ได้ก็ได้นะ” แบมแบมฝืนยิ้ม

“อืม..คิดได้อย่างนี้ก็สบายใจดีจ้ะ” ยองแจยังตกใจอยู่เลย

เขากลัวใจเด็กคนนี้จังเลย แบมแบมต่างจากทุกคนอย่างที่ท่านบอก แตกต่างมากจนไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนคิดแบบนี้อยู่ เขาเคยชินกับการตามจัดการพวกน่ารำคาญที่ชอบตามตื๊อท่าน หรือไม่ก็มาแบบร้ายลึกเพื่อผลประโยชน์ คนเรียบร้อยเจียมตัวไม่ค่อยมีเท่าไรหรอก

เมื่ออาหารจานแรกมาเสิร์ฟทั้งคู่ก็หยุดคุยเรื่องนี้กันไว้ก่อน ยองแจลอบสังเกตเป็นระยะ แต่แบมแบมนั่งทานอาหารของตนไปตามปกติ

ภายนอกนั้นปกติแต่ในใจแบมแบมกำลังรู้สึกแย่มาก..เขากำลังคิดมากแค่ไหนพี่ยองแจไม่รู้หรอก

 

 

 

แบมแบมถอนหายใจ ยืนมองผลตรวจในมืออยู่เป็นนาทีก่อนจะขยำกระดาษแล้วเดินไปทิ้งถังขยะ ยองแจกอดอก ยืนมองการกระทำของแบมแบมอยู่ไม่ไกล

“แบมแบมโอเคนะ”

“ครับ” แบมแบมตอบรับทั้งที่ยังมองกระดาษที่ตัวเองเพิ่งทิ้งลงถังขยะไป

“ต่อจากนี้จะทำยังไง” ยองแจเดินคู่ไปกับแบมแบมที่มีท่าทางสงบนิ่ง แบมแบมไม่ตกใจเลยหรือไงที่ผลออกมาอย่างนี้

“คงกินยาป้องกันไว้มั้งครับ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นของท่านวันไหน กินยาไปเรื่อยๆ พอถึงวันนั้นก็คงไม่เป็นไร”

คุณหมอให้คำแนะนำมาแล้วว่าควรดูแลตัวเองยังไงบ้างแต่แบมแบมก็ยังช็อกอยู่ ไม่คิดว่าเรื่องที่กลัวจะเป็นจริงขึ้นมา ทั้งที่หวังไว้มากว่าเขาคงไม่โชคร้ายขนาดนั้น ทั้งที่มั่นใจว่าเขาไม่แตกต่างจากคนอื่น

แต่มันก็เป็นไปแล้ว..

เขาควรจะบอกพี่ชายดีไหม ถ้าจีมินรู้มันจะว่ายังไงบ้างก็ไม่รู้ แต่ถ้าเพื่อนเขารู้คงเป็นห่วงมากแน่ๆ เขาไม่อยากให้จีมินคิดมากตามไปด้วย

“แบมควรบอกท่าน กินยาไปมันก็ช่วยไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์”

“ครับ แบมจะบอกท่านเรื่องที่ต้องป้องกันเพราะแบมก็กลัวเหมือนกัน แต่แบมจะไม่บอกว่าแบมท้องได้”

“อ่าว! ทำไมล่ะแบม”

“บอกไปมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกครับ เพราะถ้าท้องท่านก็ไม่สนใจอยู่ดีไม่ใช่เหรอ แบมรู้ตัวแล้วแบมจะดูแลตัวเองให้ดีเอง พี่ไม่ต้องห่วงนะครับ”

“เรื่องนี้พี่ไม่เห็นด้วย ถ้าลำบากใจพี่บอกให้เอาไหม?”

แบมแบมหยุดเดิน มองหน้ายองแจด้วยสีหน้าจริงจัง

“อย่าบอกนะครับแบมขอร้อง แบมไม่อยากให้ท่านรู้เรื่องนี้ เวลาเรื่องของแบมกับท่านจบมันจะได้จบจริงๆ โดยที่ท่านไม่ต้องติดใจหรือสงสัยอะไรในตัวแบม”

“เอาจริงเหรอแบม..

“มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกครับพี่ยองแจ ใครๆ เขาก็ท้องกันได้ มาตรวจก็ดีแบมจะได้รู้ตัว จบสัญญากับท่านเมื่อไรแบมจะได้วางแผนการใช้ชีวิตตัวเองให้มันดีกว่านี้”

“แต่ว่า..” แบมแบมจับมือคนที่จะค้านเขาเอาไว้

“นะครับ ให้ท่านคิดว่าแบมเป็นผู้ชายปกติทั่วไปน่ะดีแล้ว”

“ถ้าเป็นเรื่องที่ใครๆ เขาก็เป็นกันก็น่าจะบอกได้”

“ถ้าต้องบอกเดี๋ยวแบมบอกเองครับ”

“ตามใจ เปลี่ยนใจเร็วๆ ละกันนะ” ยองแจบีบมือนิ่ม แบมแบมยิ้มให้อีกฝ่ายคลายกังวล

ยองแจสงสารอีกฝ่ายจริงๆ เลย อดคิดไม่ได้ว่าถ้าแบมแบมได้เป็นตัวจริงก็คงจะดีนะ..แบมแบมเป็นคนน่ารัก น่าจะอยู่กับท่านได้ดีที่สุด

แบมแบมดีกว่าคนคนนั้นของท่านเสียอีก..

 

 

 

            แบมแบมอยู่บ้านท่านได้สามวันแล้วทุกอย่างก็ปกติดี ไม่ต่างไปจากที่แบมแบมอาศัยอยู่กับพี่คุณเท่าไรนัก แค่คิดซะว่าค้างบ้านเพื่อนมันก็ทำให้แบมแบมรู้สึกดีขึ้นมาก

            แม้จะเจอเรื่องน่าช็อกแต่แบมแบมพยายามทำใจรับสภาพนั้นอยู่

            ท่านถามนะเรื่องผลตรวจ แต่เขาโกหกท่านไป

            ท่านน่ะโล่งใจเชียวล่ะที่รู้ว่าเขาท้องไม่ได้ ทำให้เขาดีใจที่โกหกไปอย่างนั้น

            เราจะได้อยู่กันอย่างสบายใจ..เขาแค่คิดไปเองว่าน่าจะสบายใจ

            ท้องได้แล้วยังไงล่ะ แค่ทำให้ท้องไม่ได้อย่างที่ปากพูดก็พอแล้วไม่ใช่หรือไง

“คุณเหม่ออีกแล้วนะครับกันต์ คุณเป็นอะไร จิตใจไม่ค่อยอยู่กับตัวเลยนะ”

แบมแบมสะดุ้ง เงยหน้ามองคนที่เปิดประตูรถรอเขา เอ่ยขอโทษแล้วรีบก้าวลงจากรถ มาร์คปล่อยเรื่องรถให้คนขับรถจัดการแล้วจับมือแบมแบมเดินเข้าฮอลใหญ่ที่มีคนมาร่วมงานค่อนข้างหนาตา

วันนี้แบมแบมตามท่านมางานแสดงศิลปะของศิลปินชื่อดังที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อไม่นานมานี้ เป็นศิลปินที่ไปสร้างชื่อต่างประเทศ งานของเขาโด่งดังและได้รับการยกย่องในแถบยุโรป

เรื่องงานศิลปะแบมแบมไม่ถนัดเลย แต่ให้ดูเพื่อความสวยงามนั้นพอไหว เรื่องความหมายของภาพแบมแบมก็ดูไม่รู้หรอก อย่าได้ถามลองภูมิกันเชียว

แบมแบมไม่ค่อยเชื่อว่าคนเราจะยอมเสียเงินจำนวนมากเพื่อเสพศิลปะได้จริงๆ น่าจะซื้อไปประดับบ้านให้ดูสวยเท่านั้นเองหรือเปล่า อย่างบ้านท่านไงเขาเห็นมีรูปแพงๆ ติดผนังตั้งหลายรูปแต่ไม่เห็นท่านไปยืนมองเลย

และยิ่งแปลกใจว่าศิลปินน่ะอยู่ได้ด้วยการขายผลงาน กว่าจะวาดออกมาได้แต่ละภาพน่าจะใช้เวลานานไม่น้อย เรื่องนี้สงสัยมากจริงๆ นะ

“ท่านชอบงานศิลป์ด้วยเหรอครับ”

แบมแบมชวนคุยพลางมองไปรอบๆ สถานที่จัดงาน รู้จักกับท่านนี่ก็เปิดโลกดีเหมือนกัน คราวก่อนได้ไปงานวันเกิดคนใหญ่คนโต คราวนี้ได้มางานแสดงศิลปะที่ชีวิตนี้เขาไม่เคยคิดจะมาเลย

ผู้คนที่ชอบงานศิลปะมีเยอะเหมือนกันนะ แต่คนก็มีไม่มากขนาดเดินเบียดกัน เดินชมภาพได้สบายๆ จะหยุดดูนานแค่ไหนก็ได้ด้วย

“ครับ คุณไม่คิดว่าสวยหรอกเหรอ?” มาร์คมองภาพวาดสีน้ำมันหญิงสาวชาวเกาหลีสวมชุดฮันบกที่แสดงถึงความอ่อนโยนและสุขุมนุ่มนวลแบบสมัยโบราณ

“สวยดีครับ” แบมแบมคิดว่านางแบบในภาพต้องสวยมากแน่นอน เธองดงามอย่างกับนางเอกในวรรณกรรม

“ผลงานของพัคจางมิน ได้รับการยกย่องจากฝั่งตะวันตกในฐานะผู้ที่ใช้ทักษะวาดภาพแบบตะวันตกผสมผสานกับวัฒนธรรมตะวันออกได้อย่างลงตัวมากที่สุดคนหนึ่งเลยนะครับ”

แบมแบมไม่แปลกใจว่าท่านรู้ได้ยังไง ท่านคงชอบงานของศิลปินคนนี้มาก ท่านบอกเขาว่าลูกสาวของศิลปินท่านนี้ส่งบัตรเชิญมาให้ ย้ำนักหนาว่าต้องมาให้ได้

ท่านคงรู้จักกับศิลปินพัคในระดับหนึ่งล่ะนะ ท่านนี่เป็นคนกว้างขวางดีจัง

“ตอนมีชีวิตอยู่ส่วนใหญ่คุณจางมินจะพักอยู่ที่นิวยอร์กครับ อาศัยที่นั่นเกือบยี่สิบปีได้แล้วล่ะ เวลาผมไปทำธุระที่อเมริกามักจะแวะไปคุยด้วยบ่อยๆ แต่เขางานยุ่งมาก เขาเป็นสุดยอดศิลปินภาพเขียนสีน้ำมันของวัฒนธรรมเกาหลีใต้ร่วมสมัยเลยนะ งานของเขาเป็นที่ชื่นชอบในหมู่นักสะสมทั้งชาวแคนาดา ญี่ปุ่น เม็กซิโก อเมริกา และชาวยุโรป แต่ไม่เป็นที่รู้จักในเกาหลีใต้เท่าไรครับ น่าเสียดายมากเลยว่าไหม?”

“ผมเพิ่งเคยได้ยินชื่อเขาก็ตอนที่ท่านบอกนี่ล่ะครับ” จะหาว่าแบมแบมไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยก็ได้  เขาไม่ใช่คนละเมียดละไมมีอารมณ์สุนทรีชื่นชมศิลปะยามว่าง

“งานของคุณจางมินมีความวิจิตรบรรจงและงดงามมากครับ ต้องชมการประชาสัมพันธ์ของลูกสาวเขานะครับที่ทำให้มีคนสนใจมาชมนิทรรศการมากขนาดนี้ งานชั้นเลิศแบบนี้ถึงคนที่ไม่ชอบศิลปะมาชมก็คงต้องบอกว่างานของเขาสวยมาก เพราะแต่ละภาพดูออกไม่ยาก มีภาพที่เข้าใจง่าย ภาพทั่วไปแต่เทคนิคและทักษะการวาดทำให้ภาพไม่ธรรมดา”

“ภาพที่ติดอยู่ที่บ้านท่านก็เป็นฝีมือของคุณจางมินด้วยหรือเปล่าครับ ภาพสีน้ำนั่น”

“ใช่ครับ ผมขอให้คุณจางมินวาดรูปดอกไม้ให้ งานยุ่งเขาก็ยังหาเวลาวาดให้ เขาใจดีมาก”

“พอจัดแสดงเสร็จแล้วภาพทั้งหมดนี้จะถูกเอาไปไว้ที่ไหนเหรอครับ”

“บางส่วนลูกสาวจะเอาไปเก็บไว้ที่บ้านในนิวยอร์กครับ ที่เหลือจะถูกนำเข้าประมูลในบริษัทจัดการประมูลชั้นนำของโลกอย่างซัทเทบีส์ของอังกฤษ กับ คริสตีส์ที่สาขาเกาหลีใต้และสาขานิวยอร์ก”

ประมูลเหรอ เคยได้ยินบ่อยๆ ในหนัง สุดยอดไปเลยนะ

“ท่านคิดจะประมูลเก็บไว้บ้างไหมครับ” คนรวยเขาน่าจะชอบเรื่องแบบนี้กันนะ

“มีภาพหนึ่งที่ผมอยากได้ครับแต่คุณจางมินเขาไม่ขาย เคยติดต่อขอซื้อหลายครั้งแล้ว ถ้าเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ของที่บ้านผมจะตามไปดู”

“เป็นรูปแบบไหนเหรอครับ?” แบมแบมสนใจอยากจะเห็นสักครั้ง มาร์คจับมือแบมแบมพาเดินไปห้องจัดแสดงผลงานห้องถัดไป เขาอ่านสูจิบัตรมาแล้วว่าห้องไหนแสดงผลงานอะไรบ้าง

“นี่ไงครับ” มาร์คชี้ให้แบมแบมดูภาพวาดสีน้ำที่เป็นรูปเด็กชายตัวน้อยเปลือยเท้าย่ำอยู่บนหญ้าสีทองในยามพลบค่ำ บรรยากาศฉากหลังเหมือนชนบทในอเมริกา

แบมแบมดูแล้วก็แค่รูปเด็กผู้ชายธรรมดาที่กำลังยิ้มแย้มเท่านั้นเอง

“เด็กคนนี้ร่าเริงดีนะครับ เล่นอยู่คนเดียวก็ยังยิ้มได้”

“คุณมองเห็นว่าเขายิ้มเหรอครับ?” มาร์คแปลกใจ แบมแบมพยักหน้า

“ไม่ใช่เหรอครับหรือว่าผมมองผิด เขากำลังยิ้มนะ” แบมแบมชี้ให้ดูว่าเด็กในภาพยิ้มจริงๆ มาร์คพิจารณาอีกครั้ง

“ผมดูภาพนี้มาหลายครั้งแล้ว เห็นชัดเลยนะว่าเขากำลังเศร้า”

“ไม่จริงน่า ผมมองเห็นรอยยิ้มจริงๆ นะครับ” แบมแบมเริ่มไม่มั่นใจในสายตาตน คงตีความผิดไปแน่ๆ เลยนะ ทำไงล่ะทีนี้ขายหน้าจัง

“โอะ..มีคนมองเห็นเหมือนฉันอยู่ด้วยเหรอคะเนี่ย ดีใจจัง ไปพูดกับใครเขาก็เห็นเป็นเด็กร้องไห้กันทั้งนั้น คงเพราะแววตาเศร้าๆ ของเด็กคนนี้ล่ะมั้ง คุณพัคเก่งมากเลยนะคะที่วาดภาพให้คนตีความได้หลายแบบอย่างนี้ได้”

แบมแบมแปลกใจที่มีสาวสวยคนหนึ่งเดินมาหาระหว่างที่เขากับท่านกำลังเถียงกัน แถมยังพูดเหมือนต้องการจะชวนคุย เขาไม่รู้จักเธอสักหน่อย

“ถ้าภาพเจ๋งๆ แบบนี้ถูกนำไปประมูล ราคาคงสูงทะลุเพดานแน่เลยค่ะ” หญิงสาวหน้าตาดี ขายาวหุ่นสูงเพรียวกอดอกมองภาพที่มาร์คชอบ จากนั้นยิ้มให้แบมแบม

“ทำไมเหรอครับ” แบมแบมสงสัยกับคำพูดของคนแปลกหน้า เป็นคนแปลกหน้าที่สวยมากจนอดชื่นชมไม่ได้

 “การทำงานที่ดีที่สุดของศิลปินก็คือตายค่ะ ตอนมีชีวิตน่ะขายงานได้ไม่เท่าไรหรอก แต่พอตายปุ๊บ งานทั้งหมดที่เคยวาดจะกลายเป็นของหายากทันที ไม่ได้จะเสียดสีหรือไม่เคารพคนตายหรอกนะ แต่มันคือความเป็นจริงของวงการนี้ค่ะ พนันได้เลยค่ะว่างานเก่าแก่ภาพแรกๆ ที่คุณพัควาดต้องมีราคาสูงขึ้นอีกหลายสิบเท่า คุณชอบภาพไหนต้องรีบจองนะคะ อ้อนคุณต้วนซื้อไว้สักภาพสองภาพ เก็บไว้สักปีสองปีเอาไปขายต่อได้กำไรอีกเยอะเลย”

หญิงสาวยิ้มกว้าง ขยิบตาให้แบมแบม ร่างบางยืนทำหน้างงจนเธอหัวเราะ หันไปทักทายหนุ่มหล่อที่มองเธออยู่เช่นกัน

            “สวัสดีค่ะคุณต้วน ไม่เจอกันเสียนาน สบายดีนะคะ”

            “สบายดีครับ คุณล่ะ ไม่ได้พบกันเลย หลายเดือนได้มั้งครับ”

“สบายดีค่ะเพิ่งหนีไปพักผ่อนที่อียิปต์มา จะไม่แนะนำให้รู้จักหน่อยหรือคะ” หญิงสาวพยักหน้าไปทางแบมแบม

“นี่กันต์พิมุกต์คนรักผมครับ กันต์นี่คุณคลาร่านางแบบคนโปรดของคุณพัคครับ”

“บอกว่าคนโปรดแบบนี้นางแบบคนอื่นของเขาก็น้อยใจแย่สิคะ ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ ฉันแค่ถูกเรียกใช้บ่อยกว่าคนอื่นนิดหน่อยเท่านั้นเอง ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณ..อ่าเรียกยากจัง”

คลาร่าต่อว่ามาร์คอย่างไม่จริงจังนักแล้วหันมาสนใจแบมแบมอีกครั้ง

“สวัสดีครับยินดีที่ได้รู้จัก เรียกว่าแบมแบมก็ได้ครับ” แบมแบมยื่นมือไปสัมผัสมือเรียวที่ยื่นมารอ เกือบจะโค้งให้เพราะเห็นว่าท่าทางจะแก่กว่าเขาแล้วเชียว

“ฝากตัวด้วยนะคะคุณแบมแบม  อิจฉาคุณจังค่ะที่ได้หนุ่มในฝันของสาวๆ ค่อนเอเชียไปครองแบบนี้ ไม่ทราบว่าคุณจะว่างหรือเปล่า แต่ถ้าว่างขอเชิญไปงานโซลแฟชั่นวีคเดือนหน้าได้ไหมคะ ฉันเดินชุดสุดท้ายของคุณเจมิลาด้วยนะ”   

“เอ่อ..” แบมแบมอึกอักเมื่อเจอนางแบบชวนไปงานแฟชั่นโชว์ ปีที่แล้วยัยหมูมินมันไปเล่นเกมกับทางแบรนด์หนึ่งได้เลยได้เข้าไปดู เอามาเล่าให้ฟังซะละเอียด งานแฟชั่นโชว์มันฟรีแต่เป็นฮอลปิด ต้องได้บัตรเชิญจากแบรนด์ที่ร่วมงานเท่านั้นถึงจะไปได้ เขาจะมีปัญญาหาบัตรจากเซเลบริตี้ที่ไหนไปได้ล่ะ

คลาร่าเห็นท่าทางลำบากใจของแบมแบมแล้วก็เอ่ยเสริม

“คุณต้วนได้รับเชิญอยู่แล้วล่ะค่ะ ลูกค้าคนสำคัญของคุณเจมิลานี่นา และคุณต้วนคงพาคุณไปด้วยแน่นอน แต่ฉันอยากเชิญคุณเป็นการส่วนตัวไม่เกี่ยวกับคุณต้วนน่ะค่ะ”

แบมแบมไม่รู้ว่าทำไมสาวสวยอย่างคลาร่าถึงสนใจเขา แต่เขาว่าคุณคลาร่านี่หน้าตาคุ้นๆ นะ

“ได้ใช่ไหมคะคุณต้วน?” คลาร่าหันไปขอมาร์ค ชายหนุ่มพยักหน้า

“ได้ครับ ผมจะพากันต์ไปแน่นอน จะพาไปหาหลังเวทีด้วยแล้วกันนะครับ”

“ดีจัง ขอบคุณค่ะ ว่าแต่คุณยองแจไม่มาสินะคะ หรือว่าเดินไปดูภาพวาดทางอื่น”

“ไม่มาครับ เขาไม่ค่อยอยากไปไหนกับผมอยู่แล้ว พอมีกันต์เขาเลยปล่อยให้ผมมากับกันต์แทน”

“เสียดายจังเลยค่ะ ถ้ามาว่าจะชวนคุณยองแจไปหาอะไรดื่มกันสักหน่อย ไม่รบกวนเวลาเดทแล้วค่ะ ขอตัวไปทักทายเพื่อนก่อนนะคะ แล้วเจอกันใหม่ค่ะคุณแบมแบม คุณต้วน”

คลาร่ายิ้มสดใสบอกลาทั้งคู่แล้วเดินจากไป ไวจนแบมแบมยังไม่ทันหายงงเลย

“อ๊ะ!” แบมแบมดีดนิ้วนึกออกแล้วว่าคุ้นหน้าคลาร่าที่ไหน เธอเคยไปโผล่ในไอจีของพี่ยองแจนั่นเอง ถ่ายรูปด้วยกันด้วยนะ มีคุณยูคยอมเจ้านายพี่คุณอีกคน

พี่ยองแจนี่เหมือนคนในครอบครัวท่านเลยนะ ได้ใกล้ชิดกับเซเลบด้วย

“คลาร่าบอกว่านี่คือเดทล่ะ”

“เอ๋?” แบมแบมได้ยินคำว่าเดทก็ตกใจ เมื่อครู่ไม่ทันฟังกำลังคิดอะไรเพลินๆ เลย

“คุณว่ายังไงครับ นี่นับหรือเปล่า?” มาร์คอมยิ้ม แบมแบมอึกอัก

“เอ่อ..” ถ้าบอกว่าไม่นับจะเป็นอะไรหรือเปล่านะ

“ไม่นับได้ไหมครับ”

“ไม่ได้ครับ”

“อ่าว” แล้วท่านจะถามทำไมกันล่ะครับ

“คุณถามว่าได้ไหม ผมก็บอกว่าไม่ได้ไงครับ แค่เดทเองผมยังไม่ได้ทำอะไรคุณเร็วๆ นี้สักหน่อย”

“แต่เราตกลงกันว่าถ้าผมค้างด้วยจะไม่มีการเดทไงครับ” แบมแบมทวงสัญญา

“ไม่นับก็ได้ครับ” แบมแบมโล่งอกเมื่อท่านไม่ตื๊อต่อ แค่มาเดินดูภาพวาดก็นับว่าเดทแล้วหรือไง

แบมแบมเดินดูภาพกับท่านไปเรื่อยๆ จนไปสะดุดที่ภาพหนึ่งเข้า

ภาพเด็กทารกในครรภ์มารดาที่ถูกวาดด้วยสีน้ำมัน มันไม่ได้น่ากลัวแต่เป็นภาพที่สวยงามและให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก

“คุณมาร์คอยู่ที่นี่เอง! ตามหาคุณแทบแย่ มีคนไปบอกฉันว่าคุณมาแล้ว ขอบคุณแทนคุณพ่อด้วยนะคะ ดีใจจังที่คุณมา”

แบมแบมหันไปมองด้านหลัง ท่านกำลังยืนดูภาพอีกฝั่งของห้อง หญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกับท่านก้าวเท้าเร็วๆ ไปหา

ผู้หญิงคนนี้ดูดีมาก เธอสวมชุดกระโปรงพอดีตัวยาวคลุมเข่าสีขาว รอยยิ้มของเธอหวานมากเลย

ท่านนี่รู้จักแต่คนสวยๆ แฮะ

“สวัสดีครับคุณนายอน”

“โชคดีที่คุณไม่กลับไปเสียก่อน ฉันมีเรื่องจะคุยด้วยค่ะ”

“เรื่องอะไรเหรอครับ” นายอนชูซองจดหมายสีขาวที่ถือติดมือมาให้มาร์คดู

“คุณพ่อสั่งไว้ก่อนจะเสียน่ะค่ะ ลองอ่านดูสิคะ”

มาร์ครับซองมาเปิดดู พออ่านจบก็เงยหน้ามองนายอนทันที

“จริงหรือครับ?”

“ค่ะ คุณพ่อยกภาพให้คุณค่ะ ท่านรู้ว่าคุณชอบมาก คุณจะได้ไม่ต้องไปแย่งประมูลกับใคร ท่านยกให้ฟรีค่ะ”

“ผมรับไว้ไม่ได้หรอกครับ ภาพมันเป็นกรรมสิทธิ์ของคุณ”

“ฉันต้องทำตามคำสั่งเสียของท่านค่ะ อีกอย่างเงินจากการขายภาพที่เหลือมันก็เยอะมาก ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะคุณพ่อคงอยากให้คุณจริงๆ ท่านบอกไว้ว่าศิลปินและงานศิลป์ของเขาจะไร้ค่าถ้าไร้ซึ่งผู้ซาบซึ้งศิลปะที่ดี ฉันไม่ทราบหรอกนะคะว่าคุณมาร์คมีความเป็นศิลปินแค่ไหน แต่คุณเป็นคนชอบศิลปะจริงๆ ข้อนี้ฉันเห็นด้วยกับคุณพ่อ เพื่อนอายุน้อยของคุณพ่อที่คบหากันได้นานก็เห็นมีคุณคนเดียว หลังจากงานจบฉันจะให้คนเอารูปไปส่งให้ที่บ้านนะคะ”

“ขอบคุณมากนะครับ คุณจางมินใจดีกับผมมากเลย”

“นี่มาคนเดียวหรือคะ?”

“เปล่าครับ มากับคนรักของผมน่ะครับ”

“ตายจริง?! คุณมีคนรักแล้วหรือคะเนี่ย ไม่บอกกันบ้างเลย อยู่ไหนคะ” นายอนตื่นเต้น หันมองซ้ายขวา มาร์คชี้ไปที่แบมแบมที่ยืนอยู่เงียบๆ

“ถ้าคุณพ่อทราบคงดีใจนะคะ คุณพ่อเป็นห่วงคุณเหมือนกันที่ไม่มีแฟนสักที คบกันนานหรือยังคะ”

นายอนคุยกับมาร์คพลางเดินไปหาแบมแบม ร่างบางมองหน้าเจ้านาย

“สักพักแล้วครับ กันต์ครับนี่คุณนายอน ลูกสาวคุณจางมิน คุณนายอนนี่กันต์พิมุกต์ครับ คุณเรียกเขาว่าแบมแบมก็ได้”

“สวัสดีค่ะคุณแบมแบม ยินดีที่ได้รู้จัก”

“เช่นกันครับ” แบมแบมโค้งให้เธอตามมารยาท นายอนมองหน้าหวานสลับกับรูปวาดสีน้ำมันบนกำแพง

“ชอบภาพนี้เหรอคะ?”

“เอ่อ..ครับ มันดูอบอุ่นดี มองนานๆ แล้วรู้สึกถึงความเป็นแม่ดีน่ะครับ”

“ภาพนี้เป็นอีกภาพที่คุณพ่อชอบมากเลยค่ะ คุณพ่อวาดให้ฉันตอนที่ฉันท้องลูกคนแรกน่ะ”

นายอนเล่าความเป็นมาให้แบมแบมฟังด้วยรอยยิ้ม ยังรู้สึกขอบคุณบิดาจากใจที่ท่านทุ่มเทวาดให้

“คุณจางมินคงรักคุณมากเลยนะครับ” แบมแบมคิดว่ามันต้องเป็นความรู้สึกที่วิเศษมากแน่ๆ พ่อวาดรูปให้ลูกสาว คุณตาวาดรูปให้หลาน รวมคนที่รักทั้งสองคนอยู่ในภาพเดียวกัน  

“ค่ะ แต่เอ..คงไม่ใช่แค่คบแต่แต่งงานกันแล้วหรือเปล่าคะ แต่ถ้าแต่งแล้วฉันน่าจะรู้ข่าวนะ คุณแบมแบมถึงรู้สึกชอบภาพนี้เป็นพิเศษ”

แบมแบมไม่รู้จะพูดยังไงเลย เขาพอเดาออกนะว่าสิ่งที่คุณนายอนเอ่ยหมายความว่ายังไง

“เราสองคนไม่คิดเรื่องแต่งงานกันหรอกครับ”

“คุณมาร์คออกตัวว่าไม่คิดแต่งแบบนี้คุณแบมแบมก็เสียใจแย่สิคะ ..ฉันยกภาพนี้ให้เอาไหมคะ ไม่ต้องจ่ายสักวอน”

นายอนตีแขนร่างสูงเบาๆ กระเซ้าเขา ตอนท้ายหันไปเอ่ยกับแบมแบม

“ไม่ดีหรอกครับ ผมแค่เห็นมันสวยดีก็เลยเดินมาดู” แบมแบมรีบปฏิเสธ ภาพนี้ถ้าขายคงได้เงินจำนวนมาก จะรับมาฟรีๆ ได้ยังไง

            “นี่พูดจริงๆ นะคะที่ว่าจะให้ ถึงอยู่กับฉันบ้านก็ไม่มีที่จะเก็บแล้วค่ะ ฉันชื่นชมมันพอแล้ว คุณพ่อคงดีใจถ้าภาพตกไปอยู่กับคนที่ชอบมันเหมือนกัน ถือว่าเป็นของขวัญวันแต่งงานล่วงหน้าก็ได้ค่ะ เพราะเสร็จงานคุณพ่อครั้งนี้แล้วฉันคงไม่มาเกาหลีอีกนาน ธุรกิจที่นิวยอร์กก็ยุ่งมาก เผื่อไม่ได้มางานแต่งพวกคุณ”

            “คือเราไม่คิดจะแต่งกันจริงๆ นะครับ อาจจะเลิกกันเร็วๆ นี้ก็ได้ คุณนายอนไม่ต้องใส่ใจหรอกครับ ผมรับภาพนี้ไว้ไม่ได้จริงๆ”

แบมแบมแก้ต่างให้ตัวเอง เกรงใจมาก แต่นายอนกับมุ่นคิ้ว มองมาร์คเขม็ง

“เห็นไหมคะว่าคุณมาร์คพูดจาไม่ดีออกมาแล้ว คุณแบมแบมไม่ต้องสนใจหรอกค่ะ ฉันก็รู้จักคุณมาร์คมานาน ถึงขั้นคบหาเป็นคนรักอย่างนี้แสดงว่าต้องจริงจังอยู่บ้างและจะไม่คิดเรื่องนั้นเลยฉันไม่เชื่อเขาหรอกค่ะ คุณแบมแบมอย่าไปถือสาเขาเลย”

นายอนจับมือนิ่มไว้ เอ่ยปลอบใจ แต่แบมแบมกำลังรู้สึกอึดอัด

“แต่ว่า..

“ถ้าให้รับภาพที่มีแต่ความทรงจำแบบนี้มาเปล่าๆ กันต์เขาคงไม่สบายใจน่ะครับ” มาร์คเข้าใจคนขี้เกรงใจ

“อย่าคิดมากเลยค่ะ เรื่องเงินน่ะไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับฉันเลย คุณมาร์คเป็นเพื่อนที่ดีของคุณพ่อค่ะ ในเมื่อคุณแบมแบมเป็นคนที่คุณมาร์ครัก ฉันยินดีมอบให้คุณจริงๆ นี่จากใจเลยค่ะ เรื่องอนาคตหรือเรื่องที่จะให้เพราะโอกาสอะไรน่ะลืมไปก็ได้”

            คุณนายอนใจดีอย่างนี้แบมแบมยิ่งรู้สึกว่าตนเองไม่ควรรับภาพนี้มาเลย

            เธอกำลังเข้าใจผิด เขาไม่ได้รักกับท่านและเราไม่ได้จะแต่งงานกันด้วย คุณนายอนไม่ได้อยู่เกาหลีอยู่แล้ว แค่ท่านบอกว่าเขาเป็นเพื่อนก็น่าจะพอแล้ว ไม่น่าพูดให้เธอเข้าใจผิดแบบนี้เลย ไม่รู้สึกผิดบ้างหรือไง เธอเป็นลูกสาวของเพื่อนท่านนะ

            “ถ้าอย่างนั้นเพื่อความสบายใจทั้งสองฝ่าย ผมจะจ่ายค่าภาพครึ่งหนึ่งแล้วกันครับ”

“โธ่ อย่างนี้ก็แย่น่ะสิคะ ทำลายน้ำใจกันแบบนี้ได้ยังไง”

นายอนถอนหายใจ เปรยออกมาหน้าเศร้า แบมแบมมองหน้าเจ้านายว่าเขาควรจะทำยังไงดี

“คุณนายอนชอบทานชีสเค้กนี่”

“ค่ะ จะพาไปเลี้ยงเหรอคะแต่ต้องรอค่ำๆ ก่อนนะ ตอนนี้คนยังเข้ามาชมงานกันเยอะอยู่เลยค่ะ ฉันต้องอยู่ดูแล”

“ไม่ใช่หรอกครับ กันต์เขาทำขนมอร่อยมากให้เขาทำขนมมาให้คุณทานพรุ่งนี้ดีไหมครับ..คุณว่ายังไงกันต์ เท่านี้ก็ไม่ใช่การรับภาพมาฟรีๆ แล้วนะ”

มาร์คหาทางออกให้ทั้งสองคนพอใจ นายอนยิ้มกว้าง แต่แบมแบมไม่เห็นด้วย

“มันไม่น้อยเกินไปหรือครับ” แบมแบมยังคิดว่าเป็นการแลกเปลี่ยนที่ไม่สมน้ำสมเนื้อเลย

“ดีแล้วค่ะไม่น้อยไปหรอก ตกลงนะคะ ภาพของคุณฉันจะส่งไปพร้อมภาพของคุณมาร์คเลยนะ”

“ขอบคุณครับ”

ในเมื่อเธอทำขนาดนี้แบมแบมก็จำต้องรับเอาไว้ แต่ภาพสวยๆ อย่างนี้เอาไปประดับบ้านเช่าของเขามันไม่เหมาะเลย ได้ภาพมาเมื่อไรคงต้องให้พี่วอนพิลมาขนไปไว้ที่บ้านไร่ 

“คุณนายอนครับ!” ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเร็วๆ มาทางนายอน หญิงหันไปมอง ยิ้มให้

“มีอะไรคะ”

“มีคนอยากพบครับ เขาจะคุยเรื่องภาพสุดท้ายที่ยังวาดไม่เสร็จของคุณจางมิน”

“อ่อ ค่ะ..ขอตัวก่อนนะคะ” นายอนลามาร์คและแบมแบม รีบเดินตามคนสนิทของคุณพ่อไปจัดการธุระ

แบมแบมกอดอก มองหน้าเจ้านายนิ่ง

“มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“อยากจะพูดนะครับแต่ไม่ดีกว่า” แบมแบมเดินหนีไปดูภาพอื่น มาร์คเดินตาม

“เรื่องที่คุยกับคุณนายอนน่ะเหรอครับ”

“ท่านตอบเลี่ยงได้นะครับ ไม่ใช่บอกเธออย่างนั้น เธอยังไม่รู้เรื่องระหว่างเราด้วย ท่านแนะนำว่าผมเป็นเพื่อนก็น่าจะพอแล้ว”

“นั่นสิครับ ผมลืมคิดไปเลย”

“ลืม?!” แบมแบมพูดไม่ออกเลย ลืมเนี่ยนะ? หรือว่าท่านคิดเขาเป็นคนรักท่านอยู่ตลอดเวลาถึงใช้คำว่าลืมเนี่ย กลัวจะไปลืมโกหกใครเขาเข้าหรือไง

“คุณนายอนเข้าใจไปแบบนั้นแล้วก็ปล่อยไปเถอะครับ หรือคุณอยากจะตามไปอธิบายให้เธอเข้าใจความจริง แต่ทำอย่างนั้นเธอคงผิดหวังมาก จะทำร้ายจิตใจเธอได้ลงคอจริงๆ เหรอครับ?”

“มันก็..” แบมแบมลังเล แม้รู้สึกผิดแต่เขาไม่อยากให้เธอรู้สึกแย่หรอกนะ

“อย่าคิดมากเลยครับ” มาร์คตบบ่าบางเบาๆ แล้วเดินไปดูภาพทางอื่น

แบมแบมไม่เข้าใจท่านเลยจริงๆ นะ ถ้าเป็นที่บริษัทน่ะไม่เป็นไรหรอก แต่หลอกคนรู้จักแบบนี้มันไม่ดีเลย

จะมีข่าวคบหรือเลิกกับใครท่านไม่สนใจอะไรเลยใช่ไหม มันไม่ใช่เรื่องที่มาจากความรู้สึกจริงๆ อยู่แล้ว จะทำหรือพูดยังไงก็ได้อย่างนั้นเหรอ

 

TBC.

            **

            พัคจางมินไม่มีตัวตน  

            ตอนนี้เป็นสต็อกตอนสุดท้ายที่มี ลงยาวทีเดียวทั้งตอนเพราะเล็กจะหยุดอัพแล้ว

            ขอหยุดอัพสักสามเดือน แต่ถ้าไม่ได้มาช่วงนั้นก็หลังปีใหม่ไปแล้วนะคะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 351 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,151 ความคิดเห็น

  1. #6094 MayKamon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:20

    พี่มาร์คคะ น้องแบมท้องได้ค่ะ

    #6,094
    0
  2. #6056 My love markbam (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 17:25
    ทำไมไม่ขัดเจนละมาร์ค
    #6,056
    0
  3. #6033 R_Jummar (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 18:50
    สงสารน้องเน๊าะ อึดอัดน่าดู มองทางไหน ก็ตีกรอบให้หมด
    #6,033
    0
  4. #5993 MarkP_endear. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 15:10
    แบมน่าจะบอกไปอ่ะ อย่างน้อยๆก็กันไว้ก่อน
    #5,993
    0
  5. #5976 tTtT (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 23:37

    น้องคงอึดอัดน่าดูเลยค่ะ

    #5,976
    0
  6. #5925 wtSunDra (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 20:17
    ทุกอย่างดูมีปมให้ชวนคิดอยู่ตลอดเลยค่า ฮือออออ แต่ชอบที่แบมเป็นคนขี้เกรงใจ แต่ถ้าดีมากไปหนูจะไม่ทันคนนะคะ
    #5,925
    0
  7. #5780 ChayapornSs (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 14:34
    หน่วงงงงง
    #5,780
    0
  8. #5703 Justdream93_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 07:44
    ตอนนี้ชอบฉากที่ไรท์บรรยายเกี่ยวกับภาพวาดค่ะ ชอบมาก บรรยายให้เข้าถึงดีมาก ความหมายดีจริงๆค่ะ
    #5,703
    0
  9. #5637 ntn.9846 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 11:58
    แบมแบม สู้ๆ
    #5,637
    0
  10. #5573 atita22049 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 15:32
    ความรู้สึกบอกว่ามันหน่วงขึ้นมานิดๆแล้ว
    #5,573
    0
  11. #4727 ans (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 17:11
    คนนั้นเป็นใครน่ะ? สงสารแบมแบมจัง คงอึดอัดน่าดู อ่านไปน้ำตาซึมไป

    #4,727
    0
  12. #4593 NewLoly PanTanyakit (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 17:34
    แบมเริ่มหวั่นไหวแล้วแน่เลย มาร์คก็ด้วยใช่มั้ย?
    #4,593
    0
  13. #4577 BB1a_38 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 00:16
    เห้อออออออ ลุ้นมากกกกกลุ้นทุกอย่างลุ้นความรู้สึก ลุ้นความรู้สึกยัยน้อง ที่ดูแอบน้อยใจเล็กๆน้อยๆ
    #4,577
    0
  14. #4438 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 20:56
    ไปโกหกท่านแบบนั้นได้ไงแบมแบม ถ้าพลาดขึ้นมาจริงๆหละจะทำยังไง

    รู้หรือป่าวว่าเราจะต้องเจออะไรบ้างเนี่ย ท่านยิ่งพูดแบบนั้นด้วย ไม่ต้องคิดเลย ฮอลลลล
    #4,438
    0
  15. #4027 MBisme (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 15:00
    พี่มาร์คเปิดตัวแบมมากมาย ไม่อยากนึกเลยวันที่ได้แบมแล้ว ทุกอย่างถ้าออกมาจากปากมาร์คว่าจบนี้เจ็บมากแน่ๆ  หน่วงมากอะ
    #4,027
    0
  16. #3638 Nalin Tip (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 11:20
    มันพีคมาก แต่แบบในมุมของแบมเป็นเราก็ไม่เอาอ่ะ ฉันสตรองพอจ้ะ 5555
    #3,638
    0
  17. #3181 ` PuGun. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 20:02
    อย่าให้มีม่าเลยนะ ถ้ามีแค่เบาเบา งืออ 55555555555555
    #3,181
    0
  18. #2986 KarisKissTao (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 16:41
    พูดกันโหดจัง จริงๆแล้วมัคอาจะไม่ได้ลืมแต่อยากพูดแบบนั้นจริงๆก้ได้ใช่ม้าาาา
    #2,986
    0
  19. #2925 mellow_aa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 21:00
    รู้สึกได้กลิ่นมาม่าคละคลุ้งมาเลย ถ้าแบมท้องจิงๆนี่ต้องเป็นอย่างที่คิดไว้แน่ๆ โอ้ย ทำไมแบมต้องดีขนาดนี้ล่ะลูก โอ้ยยยย
    มาร์คก็เหมือนจะชอบแบมแต่ไม่รู้ตัวเองปะ?
    #2,925
    0
  20. #2765 Midori Mori (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 14:00
    อ่านไปสงสารไป แบมหนอแบม คนดีซะเหลือเกินนนน
    #2,765
    0
  21. #2764 @fujinoii (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 13:45
    ความรู้สึกมันแปลกๆยังไม่รู้ บอกไม่ถูกจะรักกันก็เหมือนจะรักจะไม่รักก็เหมือนไม่รัก งงๆอ่ะ
    #2,764
    0
  22. #2699 PeePeeRed (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 เมษายน 2559 / 01:06
    กลัวใจมาร์ค สงสารแบม
    #2,699
    0
  23. #2688 Castella_ombra (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 มีนาคม 2559 / 23:17
    สงสารแบมอ่าาาา
    #2,688
    0
  24. #1954 M.m1nt (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มีนาคม 2559 / 00:30
    กลัวแบมท้องจุงงงง
    #1,954
    0
  25. #1890 คุณป้า (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:33
    เพิ่งสังเกตเห็นว่าท่านเรียกแกะว่า "แบมแบม" ตอนจะลงรถมาดูงานศิลปะ ปรกติท่าจะเรียก "กันต์" ไม่ใช่เหรอ เอ..หรือว่าเราจะมึนเองเลยไม่เข้าใจนัยยะ 😧
    #1,890
    1
    • #1890-1 mbth96 (จากตอนที่ 8)
      20 กุมภาพันธ์ 2559 / 01:14
      ไม่มีนัยยะหรอกค่ะ เล็กพิมพ์ผิด>.<
      #1890-1