เปิดรีปริ้นท์(GOT7) มายาเกี้ยวรัก Markbam,khunyug,jackjae,bnior

ตอนที่ 27 : Chapter 21 : ทุกอย่าง(เหมือน)กำลังจะดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,708
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 320 ครั้ง
    13 พ.ย. 59

        

            ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงระเบียงห้องนอนยังสวมชุดนอน วันนี้หมอกลงจัดกว่าทุกวัน  อากาศเย็นจนต้องกระชับวงแขนเข้าหากัน ประคองถ้วยเครื่องดื่มขึ้นจิบเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย

            “ท่าทางมีความสุขเชียวนะ

            แบมแบมเอ่ยก่อนจะเดินมาหา รินกาแฟจากกาลงในถ้วยเซรามิกให้อีกคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่ริมระเบียงหน้าต่างซึ่งสามารถมองเห็นกลุ่มหมอกได้

            “อะไรของแก แซวแต่เช้านิชคุณเอ็ดน้องทั้งที่ยิ้มอยู่

            แบมแบมนั่งลงตรงข้าม มองพี่ชายที่สนใจแต่แชทหาใครอีกคนทั้งที่เพิ่งตื่นแท้ๆ กลายเป็นเด็กติดโทรศัพท์ไปแล้ว จะฟ้องแม่แน่

           “ไม่ชวนมาด้วยล่ะ

           แบมแบมตื่นก่อนมาร์คเพราะคลื่นไส้อาเจียน เป็นมาระยะหนึ่งแล้ว

           “เขาไปต่างประเทศกับที่บ้าน แพลนไว้แล้วเลยมาไม่ได้

           “ตกลงคบกันจริงแล้วเหรอ

           “อื้อ ส่งข้อความไปบอกว่ามาคบกันเถอะเขาก็ตอบมาว่าอืม

           แบมแบมอ้าปากค้าง

           “อะไรกัน ไม่โรแมนติกเอาซะเลย

           “จะให้ทำอะไรนักหนา ไม่ได้ขอแต่งงาน แล้วนี่ผัวแกยังไม่ตื่นเหรอ

           “ผัวเผออะไรพี่นี่หยาบคายแบมแบมมองค้อน นิชคุณหัวเราะ

           “จ้า ตั้งแต่เป็นสะใภ้ไฮโซนี่อะไรก็แสลงหูเนอะ

           “อยากโดนน้ำร้อนสาดแก้หนาวใช่ไหมนิชคุณ

           แบมแบมขู่ฟ่อ นิชคุณขำ ยกมือยอมแพ้

           “พี่คะ นี่ยังไม่แต่งตัวกันอีกเหรอ แม่ให้มาตามลงไปข้างล่าง

           เด็กสาวที่สวมเดรสไหมพรมแขนยาวสีชมพูเคาะประตูห้องแล้วเปิดเข้ามา พอเห็นพี่ชายยังนั่งคุยกันอยู่ทั้งชุดนอนก็ดุทันที

           “ขอเวลาแป๊บนะจ๊ะ คุณปู่กับทุกคนตื่นหรือยังแบมแบมตอบน้องพร้อมแจกรอยยิ้ม

           “คุณปู่เพิ่งตื่นค่ะนั่งคุยกับแม่อยู่ รอทานอาหารเช้ากัน ส่วนพี่แจบอมกับลูกเมียเขายังไม่ตื่น พี่มาร์คล่ะ

           โซมีเมียงมองในห้องเผื่อจะเจออีกหนึ่งหนุ่ม

           “อยู่ห้องข้างๆ จ้ะ ไม่รู้ตื่นหรือยังเดี๋ยวพี่ไปดูให้ เราลงไปก่อนเถอะ

           โซมีพยักหน้าแล้วออกจากห้องพร้อมปิดประตูให้ แบมแบมถือแก้วเครื่องดื่มจะกลับห้องตัวเอง

           “ไม่เอากาแฟไปฝากมาร์คเหรอนิชคุณพยักหน้าไปทางกาบรรจุกาแฟ น้องส่ายหน้า

           “พี่มาร์คไม่ดื่มกาแฟน่ะแบมแบมพูดจบก็ออกจากห้องพี่ชายไปห้องตัวเอง

 

 

 

 

 

           บ้านแบมแบมมาพักที่เดอะแกรนด์ริชสาขาคังนึงได้หนึ่งคืนแล้ว คุณปู่ให้แม่และโซมีนั่งเครื่องไปที่โซล ถึงเมื่อวาน จากนั้นก็เดินทางมาที่คังนึงกันเลย

           เด็กๆ ลงมาถึงห้องอาหารก็เจอซังวูและอังศนาคุยกันอย่างออกรส ท่าทางสนุกสนาน

           “คุยอะไรกันเหรอครับ น่าสนุกจัง

           จินยองทักทายคุณอังศนากับคุณปู่แล้วถามออกมา แจบอมอุ้มจินฮวานที่ยังง่วงงุนมานั่งข้างคุณปู่ที่อ้าแขนรอเหลน          

           โต๊ะอาหารสี่เหลี่ยมตัวยาวสำหรับสิบที่นั่งถูกจับจองเก้าอี้ตามอัธยาศัย อังศนานั่งกับเจ้าสัวทางขวามืออยู่ก่อน แจบอมจึงนั่งทางซ้ายมือปู่ ถัดจากอังศนาเป็นนิชคุณ แบมแบมและมาร์ค โซมีนั่งทางซ้ายถัดจากแจบอมไปอีกหนึ่งที่ เหลือที่ว่างระหว่างเธอกับแจบอม ส่วนจินฮวานนั่งตักคุณทวด

           จินยองลังเลก่อนเดินไปนั่งข้างโซมีที่ไม่ติดกับแจบอม ทำให้เหลือเก้าอี้ระหว่างโซมีกับแจบอมไว้ โซมีร้องอ้าวเบาๆ ที่ขยับมานั่งตรงนี้เพราะคิดว่าภรรยาพี่แจบอมจะนั่งข้างสามี

           “หลายเรื่องน่ะเล่าไม่ถูกหรอก ปู่เผาพวกเราด้วย

           คุณปู่หัวเราะ จินยองและมาร์คมองคุณปู่อย่างไม่ไว้ใจกับคำว่าเผาพวกเราด้วย

           “คงเล่าแต่เรื่องดีๆ สินะครับมาร์คกลัวคุณปู่รักหลานมากจนเล่าทุกวีรกรรมสมัยเด็ก

           “เรื่องไม่ดีก็เล่าซังวูเอ่ยหน้าตาเฉย คนบ้านภูวกุลหลุดขำ

           “คุณปู่น่ะ!จินยองบ่นเบาๆ หันไปสนใจบริกรหนุ่มสาวที่มาคอยดูแลเจ้าของโรงแรม

           “นอนหลับสบายไหมโซมี

           คุณปู่ถามไถ่เด็กสาวที่อายุน้อยที่สุดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน โซมีพยักหน้าพอนึกได้ว่าไม่สมควรก็ยิ้มกว้างแล้วตอบ

           “นอนสบายมากเลยค่ะคุณปู่ ที่นี่ซ้วยสวย ขอบคุณนะคะที่ชวนมา วันนี้เราจะไปเที่ยวไหนกันเหรอคะ

           โซมีตื่นเต้นที่จะได้ไปเที่ยว ทุกคนพากันยิ้ม เอ็นดู

           ซังวูไม่สงสัยแล้วว่าทำไมนิชคุณและแบมแบมถึงรักโซมี เพราะแกสดใสร่าเริงอย่างนี้เองถึงอยู่เป็นเพื่อนแม่ได้ จะได้ไม่เหงา

           “แล้วแต่เลยจ้ะ อยากไปไหนก็บอก ค่อยๆ เที่ยวไปไม่รีบร้อน อยู่กันถึงปีใหม่เลยก็ได้

           “คุณปู่ใจดีจังเลยค่ะโซมีปลื้มใจเหลือเกินที่คุณปู่ใจดีมากขนาดนี้

           เมื่อจินฮวานหายงัวเงียก็ร่าเริงทันทีเพราะเช้านี้มีคนร่วมโต๊ะมากขึ้น ทานไปพลางคุยกันไปพลางได้ไม่นานจินฮวานก็ย้ายที่ไปนั่งข้างพ่อเพื่อคุยกับพี่โซมี ได้เพื่อนเล่นใหม่แล้ว

 

 

 

 

 

             “คุณรู้ใช่ไหมครับว่าที่ผมให้คุณมาพักผ่อน นอกจากต้องการให้สองครอบครัวได้รู้จักและสนิทกันมากขึ้นผมมีเรื่องอีกเรื่องจะคุยด้วย

             เจ้าสัวเดินเคียงสาวสวย อังศนาสอดมือไว้ในกระเป๋าเดรสโค้ทสีน้ำตาลของตน ผมยาวสีดำขลับมัดรวบสูงปลิวน้อยๆ ตามแรงลมหนาวที่เริ่มพัดโชย

             “พอจะทราบค่ะ เรื่องของมาร์คและแบมแบมใช่ไหมคะ

             อังศนาหันมองเจ้าสัว ร่างสูงยิ้มกว้าง ซุกมือในกระเป๋าเสื้อโค้ทยาวตัวบางสีดำเช่นกัน เจ้าสัวสวมเพียงเสื้อไหมพรมและกางเกงยีนพอดีตัวไว้ข้างในแต่ยังดูเท่โกงอายุไปได้เป็นสิบปี

             “ใช่ ผมอยากจะขอหนูแบมแบมมาเป็นหลานสะใภ้ คุณตกลงไหมครับซังวูเกรงใจนะ ถ้าอังศนาไม่อนุญาตเรื่องคงยาก

             “ท่านคุยกับแกบ้างหรือยังคะ

             “แกให้ผมมาถามคุณ ดูยังไม่อยากแต่งเท่าไร แต่ผมอยากให้พวกเขาแต่งงานกันซะให้เรียบร้อย มันดีต่อทั้งสองคน

             “แบมแบมกลัวฉันจะอายน่ะค่ะ ถามอยู่หลายครั้งว่าฉันอายคนอื่นเขาไหมที่แกท้องก่อนแต่ง

             อังศนาเล่าพลางยิ้มเมื่อนึกถึงใบหน้าหม่นๆ ของลูก

             “คุณตอบแกไปว่ายังไงล่ะ

             “บอกว่าท้องแล้วแต่งน่ะไม่น่าอายหรอกแต่ท้องแล้วไม่แต่งสิคนจะมองลูกแม่ไม่ดี แกก็เข้าใจค่ะ เรื่องแต่งงานฉันไม่ขัดข้อง แค่มาร์ครับผิดชอบและใส่ใจดูแลแบมเป็นอย่างดีฉันก็ดีใจแล้ว

             “ขอบคุณมากนะอังศนา ผมคิดไว้แล้วนะว่าคุณคงไม่ปฏิเสธแต่แอบกลัวแทนหลานไม่ได้

             เจ้าสัวพูดพลางหัวเราะ โล่งใจมากทีเดียว อังศนาอมยิ้ม รู้สึกแปลกใจ

             “ทำไมล่ะคะท่าน

             “ผมคิดว่ามาร์คช่างโชคดีที่ได้เจอคนอย่างแบมแบม เหมือนเขาเป็นคนฉุดมาร์คขึ้นมามีชีวิตใหม่เลยนะครับ คุณคงรู้เรื่องสุขภาพของมาร์คจากแบมแบมบ้างแล้ว ถ้าเสียแบมแบมไปอีกคนมาร์คคงกลับมาเป็นคนเดิมได้ยาก ผมรู้สึกขอบคุณแบมแบมมากที่เขายอมกลับมาหามาร์ค

            “พวกเขาต่างดูแลกันค่ะ ตอนแรกฉันกังวลเหมือนกันว่ามาร์คจะจริงจังกับแบมแบมแค่ไหน ถึงเขาเป็นคนดีแต่ยังดูไม่ออกว่ารักแบมแบมมากหรือเปล่า มันเป็นความกังวลของแม่น่ะค่ะ

            “คุณเคยได้ยินไหมครับว่า ถ้าเราอยากรู้จักจิตใจของใครสักคน ให้ลองดูว่าคนคนนั้นกำลังมองอะไรอยู่ตอนที่เขามีรอยยิ้ม คุณลองมองมาร์คตอนนี้สิ

            เจ้าสัวชี้ไปทางกลุ่มคนที่เดินเล่นกันอยู่ข้างหน้า คู่ที่เดินรั้งอยู่หลังสุดคือมาร์คและแบมแบม

            ไม่รู้ว่าตอนนี้แบมแบมกำลังพูดอะไรอยู่ แต่มาร์คกำลังรับฟังและมองแบมแบมด้วยรอยยิ้ม..ยิ้มกว้างจนเห็นได้ชัดเลยว่ากำลังตั้งใจฟังและรู้สึกดีกับคนพูดมากแค่ไหน

            “แบมแบมเป็นรอยยิ้มของมาร์คนะครับ ผมรู้ดีว่าหลานผมไม่ใช่คนยิ้มยาก แต่ยิ้มจากใจน่ะยากมาก คนที่เขายินดีจะยิ้มให้มีแต่คนสนิทสองสามคนกับครอบครัวเท่านั้น

            “เป็นยิ้มที่สวยงามจังเลยนะคะ

            อังศนาอดยิ้มตามไม่ได้เมื่อคิดว่าต้นกำเนิดรอยยิ้มนั้นของมาร์คคือลูกชาย แบมแบมเป็นเด็กที่อยู่ใกล้ใครคนนั้นก็มีความสุขนะ

            “ผมคงต้องบอกคุณไว้ก่อนว่างานแต่งคงจะจัดใหญ่มากนะครับ เพราะแขกผมเยอะ ทั้งญาติและลูกค้า แล้วยังคนรู้จักในวงการอีก

            “เอ่อ..จริงเหรอคะ ความจริงฉันค่อนข้างเห็นต่างอังศนาตั้งตัวไม่ทันที่ท่านเปลี่ยนเรื่อง

            “ยังไงครับ

            “ฉันอยากให้เป็นงานเล็กๆ ที่ดูแลแขกได้ทั่วถึงมากกว่าน่ะค่ะ

            อังศนาคิดว่าจะเชิญคนแถวบ้านด้วยเพราะตั้งแต่เธอย้ายบ้านมาทำไร่ เพื่อนบ้านก็ช่วยเหลือจนสนิทสนมกันดี

            “เหรอครับ แต่ผมเริ่มบอกกล่าวญาติไปบ้างแล้วนะครับ เหลือแต่บอกวันแต่งว่าจะแต่งวันไหน นี่ผมว่าจะปรึกษาคุณเรื่องวันแต่งงานด้วย เพราะจะพึ่งว่าที่บ่าวสาวอย่างเดียวท่าจะไม่ไหว เรื่องที่จะให้พวกเขารับผิดชอบได้คงเป็นเรื่องของชำร่วย เค้ก กับชุดแต่งงานเท่านั้นเอง ส่วนเรื่องรูปแบบงาน ถ้ามาร์คกับแบมแบมตกลงกันได้เมื่อไรผมจะรับผิดชอบต่อเอง แค่ให้หลานแชร์ไอเดียมาก็พอ” 

             ซังวูเห็นว่ามาร์คงานยุ่ง แบมแบมก็ท้อง ให้รับผิดชอบในเรื่องสำคัญดีกว่า เรื่องอื่นอีกจิปาถะมันเครียด แบ่งให้คนอื่นทำให้ดีที่สุด

            อังศนาอึ้งไปนิด คือเจ้าสัวมีแพลนของตัวเองวางไว้แล้วหรือ?

            “อ่า..ถ้าทางท่านมีแขกเยอะก็ตามนั้นล่ะค่ะ ทางฉันไม่มีใครมาก มีแค่ครอบครัวเรากับเพื่อนแบมแบม เพื่อนสมัยเรียนที่สนิทกันของแบมมีเยอะมาก คงต้องบอกกล่าวให้ครบ

            “ถึงร้อยคนไหม?”

            “ไม่หรอกค่ะ ของท่านถึงเหรอคะอังศนาตกใจ ถ้าเกินร้อยคนคงดูแลกันได้ไม่ทั่วถึง

            “หลายร้อยอยู่นะครับ

            “เอ่อ ต้องเสียค่าจัดงานเท่าไรคะเนี่ย จัดพิธีแบบไหนอังศนาฟังแล้วอึ้ง

            “ผมว่าจะจัดแบบคริสต์แต่คุณจะเพิ่มพิธีไทยด้วยก็ได้นะแต่ผมไม่สันทัด เรื่องค่าจัดงานทั้งหมดผมจัดการเองครับ

            “อ่า..เกรงใจจังเลยค่ะ ให้ทางนี้ช่วยอะไรบ้างก็ได้นะคะอังศนาเกรงใจจริงๆ

            “ไม่เป็นไรเลยครับ คุณช่วยดูแลแบมแบมก็พอ ผมมีคนช่วยงานเยอะ เรียกหาใครก็ได้ ครอบครัวเราค่อนข้างเป็นที่รู้จัก มาร์คก็เช่นกัน งานแต่งมีนักข่าวด้วย อาจเป็นงานที่ไม่ถูกใจทางคุณนักแต่ถ้าแบมแบมอยากจัดงานเล็กๆ อีกผมก็ไม่ว่า แล้วแต่เขา ผมซัพพอร์ทให้อยู่แล้วครับ

            “ขอบคุณที่เมตตาแบมแบมนะคะ

            อังศนาไม่รู้จะพูดอะไรดี ช่างน่าตกใจอะไรอย่างนี้ มีนักข่าวด้วยนะ เธอก็ลืมไปว่าเจ้าสัวเป็นมหาเศรษฐีชื่อดัง มาร์คเองก็เป็นนักธุรกิจที่ใครต่างก็รู้จัก

            “แต่งหลานสะใภ้ทั้งที น้อยกว่านี้ไม่ได้หรอกครับ

            ซังวูยิ้มกว้าง ดูตื่นเต้นกับงานนี้ อังศนาเพียงแค่ยิ้มให้ อย่างนี้คงต้องแล้วแต่เจ้าสัว

            “ใบไม้ติดผมคุณซังวูหยุดเดิน หยิบใบไม้ติดอยู่บนเรือนผมสวยออกให้อังศนา

            “ขอบคุณค่ะอังศนาลองปัดๆ ตามเสื้อผ้าดูด้วย

            “หน้าหนาวนี่ไม่ดีเลย ผมไม่ชอบอากาศแห้งๆ เย็นๆ โดนลมทีรู้สึกเหมือนจะป่วย ชอบแดดอุ่นๆมากกว่าซังวูบ่นให้ฟัง อังศนาอมยิ้ม   

            “แต่ฉันชอบหน้าหนาวนะคะ ไม่รู้ทำไมเหมือนกันแต่ว่าชอบนะ

            “ดีจัง ขนาดอากาศแค่นี้ผมยังรู้สึกเย็นยะเยือกเลยนะครับ

            “อย่างนั้นเราไปหาคาเฟ่นั่งดีไหมคะจะได้หาอะไรอุ่นๆ ดื่ม ปล่อยให้เด็กๆ ไปเที่ยวกัน

            “คุณไม่อยากไปเหรอ แบมแบมบอกว่าคุณไม่เคยหยุดทำงานเลย พักผ่อนเที่ยวเล่นเถอะ ไม่ต้องเกรงใจคนแก่หรอกนะ” 

            ซังวูคิดว่าอังศนาคงเกรงใจไม่อยากทิ้งเขาไว้คนเดียว

            “ไม่ค่ะ ฉันขี้เกียจเดิน แค่มาต่างจังหวัด ได้เปลี่ยนบรรยากาศก็ถือว่าพักผ่อนแล้ว

            อังศนาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าสัวดีกว่า มีเพื่อนคุยดีกว่านั่งคนเดียว อีกอย่างมีเธอไปด้วย เด็กๆ คงเกรงใจ

            “อย่างนั้นก็ได้ครับ

 

 

            “คุณปู่กับคุณแม่แบมดูสนิทกันจัง

            จินยองจับมือลูกเดินเล่นหันไปมองปู่และอังศนาที่คุยกันท่าทางสนิทสนมมาก คำที่พึมพำกับตัวเองเบาๆ ทำให้นิชคุณและโซมีที่อยู่ใกล้หันไปมองตาม

            “คุณแม่คุณสวยมากเลยนะ เห็นแล้วนึกว่าอายุแค่ 30หรือ40”

            “ขอบคุณครับนิชคุณรับคำชม แม่กับเจ้าสัวสนิทกันคงเพราะเคยเป็นเจ้านายและลูกน้องกันมาก่อน

            จินยองหยิบโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋ากางเกงมารับสาย แปลกใจที่คุณปู่โทรมา

            “ครับคุณปู่

            <ปู่กับคุณอังจะไปหาอะไรดื่มกันที่คาเฟ่ พวกเราไปเที่ยวกันเลยนะ>

            “อ่อ ได้ครับ

            “คุณปู่ว่าไงครับแจบอมถามภรรยา ชวนคุยเพราะไม่อยากให้ระหว่างเราเงียบเกินไป

            “อ่อ คุณปู่กับคุณแม่จะไปหาอะไรดื่มกันที่คาเฟ่น่ะ ให้พวกเราไปเที่ยวกันเลย ลองถามมาร์คกับแบมแบมสิว่าจะไปไหนก่อน

           “พี่แจบอมคะโซมีกระตุกมือแจบอมให้เขาหันมาสนใจเธอ

           “ครับ

           “ทำไมเราต้องมีพี่ชายพวกนั้นเดินตามด้วยโซมีหมายถึงชายหนุ่มหลายคนที่ที่คอยเดินตามพวกเธอมาห่างๆ ตั้งแต่ออกจากเดอะแกรนด์ริช

           “บอดี้การ์ดของพี่เองจ้ะจินยองหันไปตอบโซมีแทนแจบอมที่ไม่รู้จะตอบน้องยังไง

           “ทำไมต้องมีบอดี้การ์ดด้วยล่ะคะ

           “เพราะว่าพี่มีศัตรูทางธุรกิจเยอะมากเลยน่ะสิครับ

           “โห น่ากลัวจังเลยค่ะโซมีตกใจ เหมือนในหนังเลย

           “ไม่ต้องกลัวนะ พวกเขาใจดีและคอยปกป้องเราจินยองยิ้มให้ อุ้มลูกเดินล่วงหน้าไป

           แจบอมมองไปทางผู้ติดตามที่คอยคุ้มครอง จินยองเพิ่มจำนวนคนมากขึ้นนะ แต่ก็ดีแล้ว

 

 

           “เหนื่อยหรือยัง กลับโรงแรมกันดีไหมครับมาร์คถามคนที่เที่ยวมาตั้งแต่เช้าจนบ่ายคล้อย แบมแบมพลังหมดแล้ว

           “อือเสียงหวานครางรับเบาๆ เอียงไปซบไหล่ มาร์คกอดคอคนที่ไม่เที่ยวต่อ

           “จินยองมาร์คตะโกนเรียกพี่ชายที่เดินหามุมถ่ายรูปกับลูกชายและโซมี ทุกคนหันมอง

           “แบมเหนื่อยน่ะ ผมพาแบมกลับโรงแรมก่อนนะ

           “เออ ไปสิไป เรียกการ์ดสิจะได้ไม่ต้องขับรถเอง

           “เป็นอะไรไปน่ะแบมนิชคุณเป็นห่วง รีบเดินมาหา ร่างบางส่ายหน้าบอกว่าไม่เป็นไร

           “แค่เพลียๆ น่ะ กลับไปนอนกลางวันสักงีบน่าจะดีขึ้น

           “นึกว่าเป็นอะไรนิชคุณค่อยโล่งอก ปล่อยให้มาร์คพาแบมแบมกลับไปพัก

           “คนท้องนี่เขาดูอ่อนแรงกันแบบนี้ทุกคนเลยเหรอ?” นิชคุณหันไปถามสามีภรรยาที่พยายามทำตัวเป็นครอบครัวสุขสันต์เพื่อจินฮวาน

           “แล้วแต่คนมั้ง จินยองไม่เห็นเป็นอะไรนะ ไม่แพ้ท้อง ทำตัวเหมือนคนไม่ท้อง

           แจบอมเล่าให้นิชคุณฟัง ยังจำได้ตอนรู้ว่าจินยองท้องเขาห่วงสารพัดแต่จินยองไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย ยังออกงานสังคม ไปปาร์ตี้ เดินทางทั่วโลกโดยที่พลังงานเหลือเฟือ

           “นินทาอะไรฉันอีกล่ะ

           จินยองตีแจบอมด้วยความหมั่นไส้ล้วนๆ แจบอมถอนหายใจ ก่อนจะมองปรามแล้วพยักหน้าไปทางลูกชายที่มองตาแป๋ว 

           จินยองรีบเปลี่ยนท่าทีเป็นลูบแขนแจบอม ยิ้มให้ลูกแล้วเบี่ยงเบนความสนใจด้วยการจะพาไปกินขนม

           “ดีกันแล้วเหรอนิชคุณถามแจบอมเมื่อจินยองเดินนำไปไกลจากรัศมีการได้ยิน เขารู้มาบ้างว่าแจบอมทะเลาะกับภรรยา แย่งลูกกันเลี้ยงแล้วยังย้ายเข้าย้ายออกบ้านภรรยาอยู่หลายครั้ง

           ภรรยารวยมากแถมเป็นคุณหนูเต็มขั้นของแจบอมทำให้นิชคุณอดนึกถึงแฟนเด็กหมาดๆ ไม่ได้ แต่ยูคยอมแตกต่างจากจินยองนิดหน่อยตรงที่ไม่ได้ร้ายเท่าจินยองล่ะมั้ง

           “เหมือนเดิม เราแค่ทำว่าดีกันต่อหน้าลูก มาร์คขอร้องให้ฉันกลับบ้านน่ะ ให้เห็นแก่ลูก ฉันถึงต้องตามมาเที่ยวด้วยไง

           ถ้าไม่เพราะมาร์คโทรมาคุยด้วยแจบอมคงไม่ตามมาคังนึง เขากับมาร์คไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไร ไอ้ครั้นจะไม่รับฟังมาร์คเลยก็ดูไร้เหตุผลเกินไป เขาเห็นใจคนกลางอย่างมาร์คและไม่อยากให้เรื่องเครียดตกไปถึงหูแบมแบม

           “การ์ดล้อมหน้าล้อมหลังขนาดนี้มันมีเหตุผลใช่ไหมแจบอม

           นิชคุณไม่คิดว่านักธุรกิจอย่างจินยองจะต้องการบอดี้การ์ดหลายคนอย่างนี้ แค่สองสามคนน่าจะเพียงพอแล้ว

           “ไม่มีอะไรหรอก จินยองก็ชอบทำอะไรโอเว่อร์อยู่แล้วล่ะ

           แจบอมตัดสินใจไม่เล่าว่าโดนข่มขู่ ไม่อยากให้น้องไม่สบายใจกัน เขาเครียดคนเดียวก็พอ

           นิชคุณไม่เชื่อนักแต่พยักหน้าว่าเข้าใจ พอรู้มาจากแบมแบมบ้างเรื่องที่ตระกูลต้วนมีศัตรู

 

 

 

 

 

            “พี่มาร์คไปเที่ยวกับทุกคนเถอะครับ แบมอยู่คนเดียวได้

            แบมแบมบอกพร้อมเดินไปทิ้งตัวนอนกับโซฟาเบดตัวนุ่มที่ห้องนั่งเล่นภายในห้องชุดขนาดใหญ่

            “พี่อยู่เป็นเพื่อนมาร์คทิ้งแบมแบมไว้ที่ห้องคนเดียวไม่ได้หรอก ห่วงแย่

            “เดี๋ยวแบมก็หลับแล้วพี่จะทำอะไรครับ

            แบมแบมไม่อยากให้มาร์คเหงาอยู่ในห้อง มาเที่ยวทั้งทีก็ต้องใช้เวลาหยุดให้คุ้มสิ พี่มาร์คทำงานหนักจะตาย

            “พี่หาอะไรทำได้เยอะแยะไม่ต้องห่วงพี่หรอกครับ เราน่ะนอนเถอะ นอนเยอะๆ

            มาร์ครับโค้ทที่อีกฝ่ายถอดมาถือไว้ ยืนมองแบมแบมขยับหาท่านอนที่สบายที่สุดแล้วคว้าหมอนใบเล็กมากอดก่อนจะหลับตาลง มาร์คมองแล้วอดยิ้มไม่ได้

            นอนง่ายดีจริง ไม่ได้ทำอะไรยังมีอาการอย่างนี้เลยแล้วยังจะขอไปทำงานอีก แกะนี่ดื้อ

            มาร์คเอาเสื้อตนและแบมแบมไปแขวน จากนั้นหยิบหนังสือไปนั่งอ่านที่โซฟาข้างแกะ

            มาร์คนั่งอ่านหนังสือไปพลางมองคนหลับไปพลาง มองแล้วให้ความรู้สึกเต็มตื้นในใจดี

            ในที่สุดเขาก็ได้หยุดอยู่กับใครสักคนสักที..มันเป็นความรู้สึกที่วิเศษมากเลยนะ

            นั่งอ่านไปได้แค่ชั่วโมงเดียวคนที่นอนกลางวันก็ตื่นแล้ว มาร์ควางมือบนศีรษะคนที่นอนอยู่ลูบเบาๆ แบมแบมขยี้ตาเงยหน้ามองมาร์ค ยังไม่ยอมลุก

            “ตื่นไวจังมือสวยเลื่อนจากผมนุ่มไปวางที่แก้มเนียน ไล้นิ้วบนผิวนุ่มไปมาเบาๆ ด้วยความเอ็นดูแบมแบมจับมือมาร์คไว้ หลับตาลง       

            “เบื่อไหมครับ

            “ไม่เบื่อหรอกครับมาร์คลุกไปนั่งด้วย แบมแบมขยับลุก

            “พี่ทำอะไรน่ะแบมแบมซุกหัวไถกับไหล่กว้างเบาๆ มาร์คกอดคอ รั้งตัวแบมแบมเข้ามาใกล้แล้วจูบที่ผมนิ่ม

            “อ่านหนังสือฆ่าเวลา ตื่นแล้วอยากจะทำอะไร ออกไปเที่ยวต่อไหมครับ

            “ไม่อยากเลย

            แบมแบมเอนกายทิ้งตัวลงบนตักมาร์คไปครึ่งตัวท่าทางเกียจคร้านเหมือนลูกแมวจนมาร์คอมยิ้ม กอดร่างนุ่มนิ่มไว้ ก้มลงหอมแก้มอย่างหมั่นเขี้ยว

            “แบม..พี่ขอถามอะไรหน่อยสิครับ

            “หือ อยากถามอะไรเหรอครับแบมแบมลุกขึ้นนั่ง มองหน้าหล่อเหลาที่ดูจริงจัง

            “แบมอยากแต่งงานกับพี่จริงๆ หรือเปล่า

            “ทำไมถามแบบนี้ล่ะครับแบมแบมแปลกใจ

            “พี่แค่อยากรู้

            “ยังไงเราก็ต้องแต่งงานกันอยู่แล้วนี่นา

            “แสดงว่าไม่อยาก?”

            “ถามแบบนี้นี่มีอะไรหรือเปล่าครับ

            “เปล่าหรอก พี่แค่อยากถามให้แน่ใจน่ะ

            “ไม่มั่นใจในตัวแบมหรือไงครับ กลัวแบมหนีไปอีกเหรอ?” คนถามอมยิ้ม เอ่ยติดตลกแต่มาร์คไม่ได้ตลกด้วยเลย

            “พี่คิดแบบนั้นจริงๆ เหรอแบมแบมเอะใจในท่าที  

            มาร์คไม่ตอบแต่ถอนหายใจทำแบมแบมอึ้งไปนิด ไม่คิดว่ามาร์คยังกังวลเรื่องนี้

            แบมแบมไม่โกรธที่พี่มาร์คจะไม่มั่นใจในเมื่อเขาเคยจะทำมาแล้วครั้งหนึ่ง และเข้าใจว่าพี่แค่กลัวว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย

            พี่คงอยากให้เขาอยู่ด้วยจริงๆ ถึงกังวลใจ แค่คิดอย่างนี้แบมแบมก็รู้สึกดีแล้ว

            “แบมอยากจะถามคำถามนั้นกับพี่เหมือนกันนะครับ

            “ทำไมล่ะ

            “ไม่แค่พี่ระแวงแบมหรอก แบมก็กลัวว่าพี่จะทิ้งแบมกับลูกเหมือนกัน

            เรื่องแต่งงานเป็นความคิดของคุณปู่ งานก็เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ แต่แบมแบมยังไม่ได้ยิน

            คำขอแต่งงานจากพี่มาร์คสักคำ พี่ไม่รู้หรอกว่าเขากังวลมากกว่าพี่แค่ไหน

            “เลิกคิดมากเรื่องนี้เถอะครับ ไปหาอะไรกินกันเถอะแบมหิวแล้วล่ะ

            แบมแบมพยายามไม่คิดมาก คิดไปก็เครียด และถ้าเครียดจะกระทบกับลูก เขาไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองกับพี่มาร์คจะอยู่กันไปได้นานแค่ไหน ความรู้สึกระหว่างเราจะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นหรือแย่ลง แต่ที่รู้ตอนนี้คือเราอยู่ด้วยกันแล้ว เรารู้สึกดีต่อกันและกำลังจะมีลูกด้วยกัน แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว     

             ร่างสูงรั้งคนที่จะลุกมานั่งตักแล้วกอดเอวบางไว้ ซบหน้ากับไหล่แบมแบม

             “มีอะไรก็พูดกับแบมได้นะ เรื่องงานแต่งน่ะอย่าไปคิดมากเลยครับ มันแค่สิ่งที่ทำให้คนอื่นรับรู้ว่าเราสองคนอยู่ด้วยกัน ยังไงเราก็อยู่ด้วยกันทุกวันอยู่แล้ว ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรอกนะ

             “พี่ยังไม่ได้ขอแบมแต่งงานเลยใช่ไหม

             “…” มือเล็กที่กำลังจะดึงแขนที่โอบกอดออกชะงัก เอี้ยวไปมองคนที่พึมพำอยู่ข้างหลัง

             “ไม่จำเป็นหรอกครับ มันไม่ได้สำคัญอะไรแบมแบมไม่ได้คาดหวังอยู่แล้ว เพราะจะขอหรือไม่ขอเราก็ต้องแต่งงานกันอยู่ดี

             “แบมเคยให้ของขวัญพี่มาแล้วแต่พี่ยังไม่ได้ให้อะไรแบมเลยนะ

             “พี่ให้มาตั้งเยอะแล้วนี่ครับ

             ถ้าที่ผ่านมาเรียกว่าเขาไม่เคยได้อะไรจากพี่มาร์คมันก็ไม่ใช่นะ เขารับมามากแล้วด้วยซ้ำ

             มาร์คเอื้อมมือไปปลดตะขอสร้อยที่ตนสวมไว้ตลอดเวลา รูดแหวนที่คล้องไว้ต่างจี้ห้อยออกมาแล้วบรรจงสวมมันไว้ที่นิ้วนางข้างซ้ายของแบมแบม

             “พี่คิดไว้เหมือนกันนะว่าจะเซอร์ไพรซ์ขอแต่งงานยังไงดี และจะให้แหวนแบบไหน แต่พี่ตัดสินใจไม่ได้สักที แบมไม่ชอบอะไรที่หรูหราเกินไปใช่ไหม แบมชอบอะไรพี่ยังไม่ค่อยรู้แม้จะคอยสังเกตแล้วก็เถอะ เพราะไม่ว่าจะให้อะไรแบมก็ปฏิเสธทุกที จะให้แหวนเพชรก็คงไม่ชอบใช่ไหมล่ะ

             “…” แบมแบมพยักหน้า มาร์คไล้มือนิ่มแผ่วเบา

             “ชีวิตพี่มีแค่คุณปู่ คุณพ่อ และคุณอาพ่อของจินยองเท่านั้น พี่เลยสนิทกับคุณพ่อมาก พี่รักท่านมากๆ นี่น่ะเป็นแหวนคุณพ่อพี่ เป็นของที่ให้ไว้ก่อนท่านเสีย พี่รักมากนะแต่พี่ให้แบม

             ร่างบางนิ่งอึ้ง ก้มมองมือตัวเองที่มีเครื่องประดับบนนิ้วเรียว

             “ของสำคัญแบบนี้แบมรับไว้ไม่ได้หรอกครับแบมแบมจะถอดคืนแต่มาร์คจับไว้ไม่ให้ทำ

             “ไม่เป็นไร คุณพ่อคงดีใจที่แหวนอยู่กับแบม

             “แต่ว่ามันเป็นของต่างหน้าคุณพ่อ พี่ให้แบมไว้จะดีเหรอครับ

             แบมแบมเกรงใจ แหวนวงนี้หลวมนิดหน่อยเพราะนิ้วเขาเล็กกว่านิ้วคุณพ่อ แต่มันก็สวยเหลือเกิน

             “ดีสิ..ไว้กลับโซลแล้วค่อยไปแก้ขนาดให้พอดี ใส่ไว้นะนี่น่ะแหวนแต่งงาน พี่ให้เลย

             “ขอบคุณนะครับ แบมกลัวทำหายจังเลย”

             ของมีค่าแบบนี้แบมกลัวใจตัวเองจัง แหวนวงนี้ประเมินค่าไม่ได้เลยนะ จะตีราคาเป็นเงินน่ะน่าจะได้มากอยู่ แต่คุณค่าทางใจมันตีออกมาไม่ได้เลย ต่อให้มีเงินมากแค่ไหนก็ซื้อไม่ได้อีกแล้ว

              การที่พี่มาร์คให้ของสำคัญแบบนี้มันทำให้แบมแบมประหลาดใจมากและดีใจมากด้วย

              “แบมจะแต่งงานกับพี่ไหม”  มาร์คถามแล้วลุ้น ถึงจะให้แหวนไปแล้วก็เถอะ

              แบมแบมนิ่งไปครู่หนึ่งจนคนรอใจเสีย ก่อนจะตอบรับ

              “ครับรอยยิ้มกว้างประดับบนใบหน้าหวาน เพิ่งจะคิดเรื่องนี้ไปเองนะ

              “เด็กคนนี้นี่แล้วจะนิ่งทำไมเล่ามาร์คเอ็ดไม่จริงจังนักขณะยิ้มออกมา แบมแบมหัวเราะ

              “อะไรเล่า แบมผิดเหรอ ก็ต้องเล่นตัวนิดหนึ่งสิครับ

              “ยังจะเล่นตัวอีก นี่มีอะไรก็ให้หมดแล้วนะมาร์คหอมแก้มนิ่ม หมั่นเขี้ยวนัก

              “ให้หมดแล้วจริงเหรอ

              “จะเอาอะไรอีกก็บอกมาสิครับ

              “พี่อย่าตามใจแบมมากนักได้ไหม แบมอยากได้อะไรจะขอเอง

              “แล้วเราเคยขออะไรพี่ไหม?”

              “อ่า..แบมแบมยิ้มเจื่อน มาร์คขยี้ผมนิ่มเบาๆ

              “มีอะไรที่อยากได้ไหมล่ะครับ

              “อืม..แบมแบมนิ่งคิดว่าจะขออะไรดี

              “อย่าบอกว่าไม่มีอะไรที่อยากได้นะ

              “ก็ไม่มีจริงๆ นี่ อ้อ แต่มีบางอย่างที่อยากถาม พี่มาร์คทำอาหารเป็นไหมครับ”   

              “พอได้นะครับ ไม่ค่อยได้ทำให้ใครกิน ทำไมเหรอ

              “แบมอยากกินฝีมือพี่บ้างน่ะ นี่นับเป็นของที่อยากได้หรือเปล่าครับ

              “อยากกินจริงเหรอ พี่ไม่ค่อยมั่นใจ

              มาร์คไม่คิดว่าแบมแบมจะขออะไรแบบนี้นะ แต่ก็ไม่เกินความคาดหมายนัก สมกับเป็นแกะของเขาเหลือเกิน

              “ทำไมล่ะครับ

              “พี่ทำไม่อร่อยเท่าแบมน่ะสิครับ

              แบมแบมทำอาหารให้มาร์คกินตลอดทั้งมื้อเช้าและมื้อเย็นเพราะเจ้าตัวบอกว่าว่างไม่รู้จะทำอะไร ทำมาตั้งแต่แรกแล้วแต่พอว่างเลยมีเวลาทำอาหารยากๆ ให้มาร์คทาน อย่างพวกอาหารไทยที่ไม่ค่อยได้กิน และมาร์คคิดว่าสูตรคุณแม่ที่ถ่ายทอดมาถึงแบมแบมนั้นอร่อยมากจนอยากยุให้ทำร้านอาหารเสียเลยแต่คิดแล้วไม่น่าใช่ความคิดที่ดี ถ้าแกะบ้าจี้เปิดจริงก็ไม่มีเวลาให้มาร์คน่ะสิ

              “ลงไปหาของอร่อยกินกันเถอะครับ แบมโทรหาพี่คุณก่อนว่าพวกเขาใกล้จะกลับมาหรือยัง ถ้ายังเราจะได้ตามไปสมทบ

              แบมแบมขยับตัวหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงเพื่อจะโทรหาพี่ชาย แต่ยังไม่ทันจะกดมาร์คก็คว้าไปเสียก่อน

              “ไม่ต้องหรอก เราไปกินกันสองคนดีกว่า

              “ทำไมล่ะครับ”   

              “พี่อยากใช้เวลาอยู่กับแบมไง เรามากันตั้งหลายวันเอาไว้ไปกินพร้อมกันมื้ออื่นก็ได้นี่นา เราได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันจนพอใจแน่

             “เดี๋ยวคนอื่นน้อยใจแย่หรอกครับ

             “ถ้าพี่จะบอกว่าพี่ไม่สนนี่แบมจะว่าพี่ไหมครับ?” มาร์คอมยิ้ม แบมแบมฟังแล้วอ่อนใจ

             เอาเถอะ อยากทำอะไรก็ทำ ตามใจพี่มาร์คก็แล้วกัน

 

 

 

 

 

 

             “คุณปู่ไม่ออกไปนั่งคุยกับทุกคนเหรอครับ เข้ามาคุยโทรศัพท์นานแล้วนะ

             มาร์คเอ่ยกับซังวู เดินมายืนข้างกัน ชายชราผินหน้าจากนอกหน้าต่างมาทางหลานชาย ซังวูระบายยิ้มน้อยๆ

             “ดูมีความสุขจังเลยนะครับ

             “มีความสุขสิ และมันทำให้ปู่นึกเสียดายแทนพ่อของมาร์คและจินมากเลยนะ

             ซังวูหันกลับไปมองยังกลุ่มคนหลายคนที่นั่งสนทนากันในสวน ทุกคนกำลังสนใจเด็กน้อยเพียงหนึ่งเดียวที่วิ่งไปหาคนนั้นคนนี้ที ท่าทางร่าเริง

             “ผมก็เสียดายครับถ้าเป็นไปได้มาร์คก็อยากให้พ่อยังอยู่ด้วยกัน จะได้เจอกันต์

             “ปู่อยากให้ความสุขนี้คงอยู่ตลอดไป..ปู่คุยกับแม่ของแบมแบมแล้วเรื่องของเราสองคน คุณอังเธอไม่ได้ว่าอะไร เมื่อเจอคนที่ใช่แล้วก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อรักษาเขาเอาไว้ให้ได้นะมาร์ค

             “ผมจะทำให้ได้ครับมาร์คดีใจที่คุณแม่เห็นด้วยกับเรื่องงานแต่งงาน

             “ปู่จะคอยดู แบมแบมเป็นคนที่หาได้ยาก คนที่เหมาะสมกว่าหลานมากกว่าคนนี้จะมีอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้ เขาเป็นคนดี ปู่ดีใจที่ได้หลานสะใภ้คนนี้นะ

             “ผมก็ดีใจที่ได้เจอเขาเหมือนกันครับ

             มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อมาก มาร์คน่ะขอบคุณตัวเองบ่อยๆ ที่เกิดไปต้องตาต้องใจกันต์พิมุกต์ในวันนั้นเข้า มันถึงเป็นจุดเริ่มความสัมพันธ์ของเรา

             “ปู่รู้ว่าเราจะสร้างครอบครัวที่มีความสุขของตัวเองได้ มาร์คกำลังจะแต่งงานปู่ก็โล่งไปเรื่องหนึ่ง แต่ปู่ยังกังวลเรื่องของแจบอมและจินยองอยู่มากนะ

            ซังวูปรับทุกข์กับหลานชาย ถอนใจ มาร์คมองไปยังพี่และพี่เขยที่นั่งห่างกันเป็นเมตร

            “กลัวเขาจะแยกทางกันจริงๆ หรือครับ

            “นั่นก็เรื่องหนึ่ง ปู่ไม่อยากให้จินมาคิดได้วันที่สายไป เราควรทำทุกอย่างให้คนที่เรารักและรักเรามีความสุข ถ้าพรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาในโลกที่ไม่มีแจบอมแล้วจินจะรู้สึกอะไรบ้างไหมนะหรือว่าจะเฉยชาต่อไป ต้องให้แจบอมเป็นอะไรก่อนใช่ไหมจินถึงจะเข้าใจว่าโลกนี้มีแต่ความไม่แน่นอน

            “พี่ไม่เฉยชากับพี่แจบอมหรอกนะครับ พี่อาจเครียดมากอยู่ได้ ถึงเขาไม่พูดออกมาผมคิดว่าจินยองก็คงอยากปกป้องพี่แจบอมทุกทางเท่าที่ทำได้

             ถ้าไม่ห่วงพี่จินยองคงไม่ให้มาร์คช่วยพูดกับพี่แจบอมให้กลับไปอยู่บ้านต้วนแทนคอนโด

             “หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นไปได้ตลอดนะ มาร์คมีเวลาก็คุยกับพี่เขาบ้างเถอะ จินยองโตแล้ว ควรจะคิดได้บ้าง แม้ไม่ทำเพื่อตัวเองก็ทำเพื่อลูก

             “ผมพูดทุกครั้งที่มีโอกาสนะครับแต่จินยองไม่ฟังผมเลย ผมเองก็จนใจ

             มาร์คไม่ใช่ไม่ช่วยพูด แต่พูดแล้วพี่ชายก็แค่รับฟังแล้วให้ผ่านไปไม่ได้แก้ไข

             “คอยดูแลแจบอมบ้างนะ จะหาคนที่เข้าใจและทนจินยองได้เท่าแจบอมน่ะไม่มีอีกแล้ว

             “การ์ดของผมคงไม่มีที่แทรกแล้วล่ะครับ จินยองสั่งเพิ่มการ์ดแล้วนี่นา ถึงเราป้องกันดีแค่ไหน ถ้าคนมันจะทำก็ต้องหาทางทำร้ายเราจนได้ครับ

             มาร์คก็คุยเรื่องนี้กับจินยองอยู่เหมือนกัน

             “ปู่ก็คิดแบบนั้น เรื่องแจบอมเราก็คงทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้ เออ เรื่องของแฟนเก่าเราน่ะไปถึงไหนแล้ว ปู่ก็ลืมถาม

             ซังวูเดินไปนั่งที่โซฟา มาร์คตามไปนั่งด้วย

             “สำหรับซูจีผมกำลังหาวันว่างนัดพบจะได้คุยกันสักที ปฏิเสธเธอหลายครั้งแล้ว ส่วนคามิลากลับไปอยู่บ้านแล้วครับแต่ผมก็หาคนไปคอยอยู่เป็นเพื่อนเธอ

             คามิลาไม่ชอบอยู่โรงพยาบาลมาร์คเลยตามใจ เธอไม่ยอมย้ายบ้านมาร์คเลยหาคนคอยดูแลตลอดเวลาแทน จะได้ไม่เหงา

             “จะว่าไปพวกเธอก็ไม่ได้ทำร้ายมาร์คมากอย่างที่มาร์คคิดหรอกนะ

             “ทำไมคุณปู่พูดแบบนั้นล่ะครับ

             “ถ้าพวกเธอไม่ทิ้งมาร์คไปมาร์คจะได้เจอแบมแบมเหรอ มันเป็นเรื่องของโชคชะตาและพรหมลิขิต หนึ่งคนจากไปเพื่อให้อีกคนมาแทนที่ คนที่ไม่ใช่คู่กันอย่างไรก็ต้องจากกัน ปู่ว่ามาร์คควรปล่อยทุกอย่างไปจากใจได้แล้ว อยู่ในปัจจุบันกับแบมแบมให้ดีที่สุด ถ้ามาร์ครับได้ว่าพวกเธอนำโชคดีมาให้ ซึ่งก็คือการมีคู่ครองที่ดี กำลังมีลูกและครอบครัวที่อบอุ่น มาร์คจะลบร่องรอยความเจ็บปวดที่อยู่ในใจมานานได้นะลูก 

             คุณปู่อยากให้หลานชายตัดขาดจากอดีตและเริ่มต้นใหม่ได้สักที ตอนนี้ทุกอย่างมันกำลังดีขึ้นแล้ว

             “เรื่องนั้นผมทราบครับ..ผมคิดว่าผมสามารถเผชิญหน้ากับคามิลาและซูจีได้แล้ว

             มาร์คทำใจได้แล้ว แต่ยังโทรหาแจ็คสันอยู่เรื่อยๆ

             “ปู่ดีใจนะที่ได้ยินอย่างนี้

             ซังวูยินดีจากใจจริง ไม่น่าเชื่อว่าปมในใจจะคลายออกเร็วอย่างนี้เลย ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับใจนะ

             “ผมก็ดีใจครับที่ผมสงบใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ มันเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลย

             ช่วงนี้มาร์คมีความสุขมาก..มากเสียจนมองเรื่องของคามิลาและซูจีอย่างวางเฉยได้เลยทีเดียว คงเพราะปมในใจที่เป็นช่องว่างถูกถมเติมจนเต็มด้วยเรื่องของแบมแบมแล้วล่ะนะ

             “คงเพราะมาร์คมีความสุขมากจนสามารถก้าวข้ามอดีตได้แล้ว

             “ผมยอมรับครับว่าเป็นอย่างนั้นมาร์คเอ่ยแล้วนิ่งไป

             ซังวูมองหลานอย่างสงสัยเมื่อรอยยิ้มเขาหม่นลง ก่อนนึกได้ว่าบาดแผลในใจมาร์คนั้นมีอีกหนึ่งบาดแผลที่ฝังลึกจนทำยังไงก็ไม่สามารถลบเลือน..

             “มาร์ค..

             “ครับ?”

             “เรื่องแม่..

             “ผมขอไปหาแบมแบมก่อนนะครับมาร์ครีบตัดบทก่อนคุณปู่จะเอ่ยจบ

             “ในเมื่อทำใจยอมรับเรื่องคามิลและซูจีได้ก็ควรทำใจยอมรับเรื่องของแม่ได้แล้วนะลูก เราจะแต่งงานข่าวก็ต้องลง ยังไงแม่เขาก็ต้องรู้

             ซังวูรีบเอ่ยเพื่อหยุดคนที่จะเดินหนี

             “เขาจะรู้หรือไม่รู้ไม่ใช่เรื่องที่ผมต้องใส่ใจนี่ครับ

             มาร์คเอ่ยเพียงเท่านั้นแล้วก้าวยาวๆ จากไป  ท่าทีของมาร์คที่เปลี่ยนอย่างฉับพลันทำให้ซังวูต้องยุติเรื่องนี้ลงชั่วคราว

             เรื่องที่มาร์คจะอภัยให้แม่ได้หรือไม่นั้น มันคือเรื่องของมาร์คที่ต้องตัดสินใจเอง..

 

 

 

 

 

             เสียงอาเจียนในตอนเช้าคือเสียงนาฬิกาปลุกแบบใหม่ของมาร์คไปเสียแล้ว ตั้งแต่แบมแบมกลับมาอยู่ด้วยกันหลายอาทิตย์มาร์คได้ยินทุกวัน แต่ไม่ได้รู้สึกรำคาญอะไร เขาสงสารแบมแบมเสียมากกว่าที่ต้องลำบากเพื่อลูกของเราสองคน

             “ไหวไหมแบมเป็นคำถามที่แบมแบมได้ยินทุกเช้า ร่างบางพยักหน้าแล้วล้มตัวนอนบนเตียงตามเดิมแล้วหลับไปอีกครั้ง

             มาร์คนั่งมองแม่แกะที่ดูอ่อนแรงเหลือเกินแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือมาโทรหาพี่ชาย ในเมื่อพี่เคยมีประสบการณ์การท้องมาก่อนก็น่าจะให้คำปรึกษาได้นะ

 

 

 

 

            แบมแบมตื่นขึ้นมาอีกครั้งหลังจากนอนไปได้ไม่นาน ลงมาที่ชั้นล่างก็เจอมาร์คกำลังนั่งพิมพ์บางอย่างอยู่ในแม็คบุ๊ค โทรทัศน์จอยักษ์เปิดรายการข่าวทิ้งไว้

            วันนี้เป็นวันหยุดปีใหม่วันสุดท้าย สองอาทิตย์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว แบมแบมยังอยากอยู่กับแม่แต่แม่ต้องกลับไปทำงาน ห่วงบ้านห่วงฟาร์ม มันเป็นความสุขของแม่แบมแบมเลยไม่ยื้อไว้

            พอได้ท้องเองแบมแบมเลยเริ่มเข้าใจความเป็นแม่และรู้สึกอยากจะขอโทษแม่จริงๆ ที่เคยดื้อนักหนา พอพูดให้แม่ฟังแม่กลับบอกว่านี่แค่เริ่มต้นยังต้องเจออีกหลายด่านทีเดียวกว่าจะคลอด แบมแบมที่ไม่เคยคิดถึงเรื่องคลอดมาก่อนเลยเริ่มกังวลและกลัวขึ้นมาบ้าง

            แบมแบมเดินไปนั่งกับมาร์ค นั่งเป็นเพื่อนเฉยๆ รออีกฝ่ายวางแผนงานโดยไม่ชวนคุย

            “ตื่นไวจัง ทำไมไม่นอนอีกหน่อยล่ะครับมาร์คทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน

            “เวียนหัวน่ะครับ แบมก็นอนได้ทั้งวันนั่นล่ะ

            “นี่หิวหรือยัง

            “นิดหน่อย เช้านี้จะกินอะไรดีล่ะแบมแบมถามเพื่อจะได้ไม่ต้องคิดเมนูเช้านี้

            “วันนี้แบมไม่ต้องทำหรอก พักเถอะ พี่จะไปทำอะไรให้กินเอง

            “พี่จะทำให้แบมกิน?” แบมแบมที่วางหมอนอิงเพื่อจะลุกนั้นชะงักไป มองหน้ามาร์ค

            “ใช่ครับ

            “พี่ทำอาหารเป็นด้วยเหรอครับ?”

            ถึงพี่มาร์คจะช่วยแบมแบมทำครัวอยู่หลายครั้งแต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่ลงมือทำเองอย่างจริงจัง แบมแบมจึงไม่รู้รสมือพี่มาร์คเลย

            “พอได้นิดหน่อยน่ะ

            “แบมทำทุกวันอยู่แล้ว พี่ไม่ต้องทำก็ได้นะ

            แค่ทำอาหารแบมแบมไม่คิดว่าลำบากอะไร อยู่ที่นี่แสนสบาย งานบ้านก็มีแม่บ้านช่วยจัดการทุกอย่าง แบมแบมแค่ทำอาหารให้พี่มาร์คอย่างเดียวเพราะพี่มาร์คไม่ทานฝีมือคนอื่นเลย

            “ไม่เป็นไร วันนี้พี่จะทำเอง

            มาร์คปิดแม็คบุ๊คแล้วหอมแก้มนิ่มให้ชื่นใจ แบมแบมแปลกใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ลุกตามมาร์คไปในครัว

            “พี่จะทำอะไรเหรอครับแบมแบมสงสัย เดินไปยืนมองมาร์คที่กำลังเตรียมของ

            “อาหารสำหรับคนแพ้ท้องไง เมื่อเช้าพี่โทรไปหาจินยองแต่ไม่ได้เรื่องอะไร สูตรนี่ได้มาจากพี่เขยล่ะ

            มาร์คแค่หวังว่าจินยองจะช่วยอะไรได้แต่สุดท้ายคนที่ช่วยได้เป็นพี่เขยอีกตามเคย

            “อ่อ..แบมแบมดีใจนะที่พี่มาร์คจะทำอะไรเพื่อตน แต่ไม่อยากให้ลำบากหรอกนะ

            “พี่เขยดูแลจินยองดีทุกอย่าง เรื่องอาหารการกินตอนจินยองท้องยังดูแลเองเลย พี่เลยว่าจะลองทำบ้างน่ะ

            แบมแบมอมยิ้ม เดินไปนั่งรอ อยากช่วยนะ แต่ท่าทางพี่มาร์คจะไม่อยากให้ช่วย

            “พี่มาร์คไม่สนิทกับพี่แจบอมเหรอครับแบมแบมชวนคุย

            “อืม..จะว่าไม่สนิทก็น่าจะได้มั้งครับ พี่เขยเขาเป็นคนนิ่งๆ นะ เราต่างคนต่างไม่ใช่คนช่างพูดทั้งคู่ และพี่ก็ย้ายออกมาอยู่คนเดียวนานแล้ว เลยทำให้ยิ่งห่างกันไปอีก

            มาร์คตอบพลางผสมหมูสับกับพริกไทยป่น และซีอิ๊วขาวเข้าด้วยกันแล้วนวด

            แบมแบมพยักหน้า ค้านในใจว่าพี่ก็เป็นคนนิ่งๆ พี่เขยน้องเมียนี่นิสัยเหมือนกันเลย

            “เหรอครับ พี่แจบอมบอกว่าแต่งงานกับพี่จินยองมานานแล้วแต่ยังไม่ค่อยรู้จักพี่เท่าไรเลย แบมเลยสงสัยว่าเป็นไปได้เหรอ เป็นคนในครอบครัวเดียวกันตั้งหลายปีแล้วนะ

            “เป็นไปได้สิ ถ้าเราไม่ได้อยู่ด้วยกันมันก็ยังเหมือนคนแปลกหน้านั่นล่ะ แต่ถึงไม่ค่อยได้คุยกันพี่ก็รู้นะว่าพี่เขยเป็นคนดีทีเดียว ดีมากซะจนพี่ห่วงว่าจินยองจะทิฐิจนเสียคนดีๆ อย่างพี่เขยไป จะหาคนแบบนี้จากที่ไหนได้อีก จินยองไม่น่าท้าให้หย่าเลย ดีที่พี่เขยไม่บ้าตามจินยองไปด้วย

            ร่างสูงตั้งน้ำซุปรอไว้ จากนั้นใส่ฟักทองผสมให้เข้ากับส่วนผสมเมื่อครู่แล้วปั้นเป็นก้อนเล็กๆ ขนาด 1 เซนติเมตร

            แบมแบมมองท่าทางทะมัดทะแมงของอีกฝ่ายแล้วคิดว่ามื้อนี้อาจอร่อยกว่าที่คิดก็ได้

            “พี่แจบอมกับพี่จินยองมีปัญหาอะไรกันเหรอครับ

            “หลายเรื่องน่ะแต่หลักๆ น่าจะมาจากเรื่องที่ว่า ก่อนทั้งคู่จะรู้จักกันพี่เขยเคยมีคนรักมาก่อนและตอนที่พลาดไปมีความสัมพันธ์กันจนเกิดจินฮวานนี่ พี่เขยยังไม่ได้เลิกกับแฟนเลย มันเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่น่ะ แบมนึกออกใช่ไหม

            “ครับแบมแบมพยักหน้า มาร์คจึงเล่าต่อไป

            “แต่ตอนนั้นจินยองไม่ได้โสดซะทีเดียว ก็คุยๆ กับคิมจีวอนอยู่ แต่ความสัมพันธ์ไม่ได้พัฒนาอะไรไปมากมาย จินยองแค่คบไว้เพื่อผลประโยชน์แต่ทางนั้นจริงจังถึงขั้นจะยอมจบเรื่องราวที่ทั้งสองตระกูลมีต่อกันมาเพื่อจะแต่งงานกับจินยองเลยนะครับ เพราะพี่เขยและจินยองต่างมีคนของตัวเองเรื่องมันเลยยุ่งยากไปหมด

            พี่เขยต้องบอกเลิกแฟนที่คบกันมานานจนวางแผนจะแต่งงาน ทางจินยองก็ต้องยุติเรื่องของตัวเองกับจีวอนแต่จีวอนไม่ยอม มันจึงเกิดเป็นเรื่องบาดหมางระหว่างพี่เขยกับจีวอนขึ้นมาอีกเรื่อง จินยองก็ถือว่าดีที่เก็บลูกไว้ พี่เขยก็ยินดีรับผิดชอบ จินยองไม่ได้รักชอบอะไรพี่เขยนักเลยตึงๆ ไปบ้าง ยอมรับพี่เขยนะครับเพราะเขารับผิดชอบ แต่แค่พ่อของลูก ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น

            แบมแบมคิ้วขมวดกับเรื่องที่ได้ฟัง มันยุ่งเหยิงไปหมดเลยจริงๆ ด้วย

            พอน้ำซุปพอเดือด มาร์คก็ใส่หมูที่เตรียมไว้ ใส่กุ้งลงไปด้วยแล้วปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว

            “ที่เห็นจินยองวีนเหวี่ยงความจริงจินยองไม่ใช่คนร้ายกาจอะไรนะ น่าสงสารด้วยซ้ำ จินยองเสียพ่อแม่ไปพร้อมกับพ่อของพี่จากอุบัติเหตุเครื่องบินตกน่ะครับ คุณปู่เลยตามใจสารพัดเพื่อจะชดเชยให้เราสองคน พี่เลยโตมาแบบนั้น พี่เขยก็รู้ล่ะว่าจินยองเป็นคนอย่างนี้ เขายอมรับได้ เคยบอกพี่อยู่เหมือนกันว่าเขาสงสารจินยอง จากสงสารมันเลยกลายเป็นรัก แต่พี่เขยเขาก็รักของเขาจริงๆ นะ ยอมทุกอย่าง ทนจินยองได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจินยองจะด่าว่าหรือทำร้ายแค่ไหน พี่เขยไม่เคยใช้กำลังกับจินยองเลยสักครั้งนะ บางทีพี่กับคุณปู่ยังเตือนจินยองเลยว่าต้องลดๆ ลงบ้างเรื่องเอาแต่ใจและใช้แต่อารมณ์ พี่เขยก็คนจะทนได้อีกนานแค่ไหนเราไม่รู้ ที่อยู่ทุกวันนี้เพราะรักจินฮวาน

             เมื่อเนื้อในหม้อสุกมาร์คก็ใส่บร็อกโคลี่ แครอท ต้นหอม ผักชีลงไป

             “แล้วเขาจะหย่ากันเพราะอะไรครับ

             “พี่แจบอมยังติดต่อกับแฟนเก่าอยู่น่ะ จินยองรู้เข้าเลยเป็นเรื่อง แต่พี่เขยบอกพี่กับคุณปู่หนักแน่นเลยนะว่าเป็นเพื่อน ทางนั้นเองเขาก็ไม่ใช่คนตัวเปล่าแล้ว ไม่ว่าพี่เขยจะทำตัวดีแค่ไหนจินยองก็ยังเหมือนเดิม หาเรื่องกันได้ตลอด พี่แค่ฟังจากคุณปู่ว่าแต่ละวันจินยองหาเรื่องอะไรพี่เขยบ้างพี่ยังเหนื่อยแทนเลย ถ้าพี่เจอแบบนั้นตลอดหลายปีพี่คงบ้าตายสักวัน

             เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยมาร์คก็ยกหม้อลง ตักใส่ถ้วยแล้วโรยพริกไทยป่น เสิร์ฟให้คนที่นั่งรอ

             “พี่จินยองมีอคติกับพี่แจบอมมาตลอดสินะครับแบมแบมถอนหายใจ เห็นใจพี่แจบอม

             “จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ

             แบมแบมมองอาหารสีสันสดใสชวนรับประทานแล้วลองตักชิม

             “เป็นไง ใช้ได้ไหมมาร์คเดินมายันมือกับโต๊ะรับประทานอาหาร ถามคนที่ชิมไปคำแรกแล้วนิ่งไป

             แบมแบมประหลาดใจมากทีเดียว เขาดูวิธีทำที่พี่มาร์คทำแล้วรู้นะว่ามันง่ายมาก เป็นซุปแบบง่ายๆ แต่มีความปราณีตซ่อนอยู่ไร้ซึ่งความประดิษฐ์ แถมท่าทางพี่มาร์คตอนทำยังนิ่งๆ ไม่อวดตัวว่าตัวเองทำอร่อยแต่พอคำแรกเข้าปากแบบ..โอ๊ย อร่อยมาก!

             เมื่อแบมแบมไม่พูดอะไรออกมามาร์คจึงยิ้มให้แล้วรอคำตอบ

             ตอนพี่คุณทำอะไรให้กินแบมแบมยังไม่รู้สึกว่าเท่แบบนี้เลยนะ แล้วยังจะมายิ้มให้อีก ตายกันพอดี..

             พอมานึกดูดีๆ แบมแบมเคยได้ยินคุณปู่บอกนี่นาว่าให้พี่จินยองและพี่มาร์คไปเรียนทำอาหารเหมือนกัน และเขาเคยได้ยินพี่แจบอมบอกว่าพี่จินยองไม่ค่อยทำอาหาร ทำไม่เป็น เลยไม่รู้จะเชื่อใครดี แต่เขาคิดว่าตอนนี้ควรเชื่อคุณปู่มากกว่าเพราะพี่มาร์คเป็นคำตอบได้แล้วว่าคุณปู่ส่งหลานไปเรียนให้มีฝีมือติดตัวไว้จริงๆ และพี่มาร์คคงเป็นศิษย์รักของครูแน่นอน

             “ไม่อร่อยเหรอ เงียบเชียวมาร์คใจเสียเหมือนกันนะที่แบมแบมกินไม่พูดไม่จา

             “อร่อยสิครับ อร่อยมากเลยล่ะ

             “งั้นเหรอ พี่จะทำให้ทานบ่อยๆ แล้วกันนะ

             “อื้อ

             มาร์คยกมือลูบหัวคนที่ยิ้มให้เขาทั้งที่เคี้ยวแก้มตุ่ย เห็นแบบนี้แล้วชื่นใจนะ รู้แล้วว่าตอนที่เขาบอกว่าอาหารที่แบมแบมทำอร่อย แบมแบมจะรู้สึกดีแค่ไหน

             “พี่มาร์คไม่กินเหรอครับ

             “ไม่ล่ะ พี่ทำให้แบมกิน

             “ไม่ชิมฝีมือตัวเองหน่อยเหรอ อ้ะคำนึงแบมแบมตักซุปยื่นช้อนจ่อที่ปากมาร์คจึงต้องกิน

             “อร่อยแฮะมาร์คประหลาดใจ ไม่ทำอาหารกินเองมานานมากเลย แบมแบมหัวเราะ

             “ทำไมทำหน้าประหลาดใจขนาดนั้นล่ะครับพี่มาร์ค

             “ไม่ได้กินฝีมือตัวเองมานานมากเลยน่ะสิ กินเยอะๆ นะ พี่ทำไว้ให้แบมเยอะเลย

             มาร์คขยี้ผมนุ่ม หัวเราะเมื่ออีกฝ่ายร้องอ้าว

             “นี่แบมเป็นหนูทดลองหรือครับเนี่ย

             “แต่ก็อร่อยไม่ใช่เหรอ

             แบมแบมถอนหายใจ ก้มหน้าก้มตากินต่อเพื่อจะได้ไม่มองรอยยิ้มของพี่มาร์คให้ใจเต้นแต่เช้า

             บ้าจริงเชียวไม่รู้จักชินสักทีสิน่า!

 

 

 

 

 

             เสื้อสูทสีเข้มถูกสวมทับลงบนเรือนร่างสูงสมส่วน ภาพที่สะท้อนในกระจกคือชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาและเรือนผมถูกจัดทรงให้ดูเนี้ยบต่างจากทุกครั้ง แจบอมเดินไปหยิบนาฬิกาเรือนโปรดมาสวมแม้มันจะไม่เข้ากับสูทเท่าไร เขาติดกระดุมข้อมือ สำรวจความเรียบร้อยของตนเล็กน้อยก่อนสวมรองเท้าหนังสีดำ

             “ว้าว พ่อหล่อมากเลยฮะ เท๊เท่!จินฮวานวิ่งไปหาพ่อที่แต่งตัวหล่อกว่าทุกวัน

             ร่างสูงเดินตามลูกชายเข้ามาในห้องนั่งเล่น

             “ชมแบบนี้พ่อก็เขินน่ะสิแจบอมลูบผมลูกชาย ดูท่าทางขัดเขินอย่างที่ปากบอก

             “แต่วันนี้แจบอมก็ดูดีจริงๆ นั่นล่ะนะ

             ซังวูชมอีกคน ไม่ค่อยเห็นหลานเขยแต่งตัวเต็มตั้งแต่หัวจดเท้าอย่างนี้เท่าไรนัก นานทีจะแต่งตัวหล่อสักทีเพราะไม่ค่อยได้ออกงาน

             “ธรรมดาออกนี่ครับ ไม่เห็นจะต่างจากเดิมตรงไหน

             จินยองเอ่ยค่อน ตัวเองก็แต่งตัวเตรียมพร้อมออกไปข้างนอกแล้วเหมือนกัน งานคราวนี้คุณปู่บังคับให้จินยองพาแจบอมไปด้วยกันทั้งที่จินยองไม่อยากพาไป

             “ที่พูดนั่นใจก็คิดแบบนั้นจริงๆ น่ะหรือ?” ซังวูเอ่ยยิ้มๆ จินยองกอดอก หันไปทางอื่น

             “รีบไปกันเถอะเดี๋ยวจะไม่ทันเวลานัด ไปสายมันไม่ดี

             แจบอมเอ่ยกับภรรยาที่ทำหน้านิ่ง อยากบอกใจจะขาดว่าถ้าจะทำหน้าแบบนี้ไม่ต้องลากเขาไปด้วยก็ได้แต่ไม่อยากทำให้จินฮวานและคุณปู่ไม่สบายใจ เพราะถ้าพูดจินยองคงด่าเขาอีก

             “ไปแล้วนะครับแจบอมลาคุณปู่แล้วรีบก้าวตามภรรยาที่เดินไปไม่รอเลย นึกจะลุกก็ลุก

 

 

 

             สองสามีภรรยามาถึงที่นัดหมายได้ทันเวลา คืนนี้เป็นการนัดหมายรับประทานอาหารค่ำระหว่างผู้นำรุ่นใหม่ของต้วนพร็อบเพอร์ตี้ และบริษัทร่วมทุนจากต่างประเทศเพื่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในย่านธุรกิจใหม่ สำหรับรองรับลูกค้าจากแถบตะวันออกกลางและยุโรปที่มีกำลังซื้อ จินยองและแจบอมทักทายกลุ่มบุคคลที่อยู่ภายในห้องวีไอพี 

            ร่างบางยื่นมือสัมผัสทักทายกับบุตรีซีอีโอคนปัจจุบันของบริษัทที่กำลังจะได้ร่วมทุนกัน

 

 

            “เป็นไปตามที่ลูกน้องผมบอกใช่ไหมล่ะครับคุณปู่

            จีวอนเดินเข้ามาในห้องทำงานของคุณปู่ ชายสูงวัยนั่งบนอาร์มแชร์สีแดงเลือด จิบบรั่นดีด้วยท่าทางนิ่งเฉยแต่ภายในใจร้อนรุ่ม

            “ไม่มีทางที่ซังวูจะได้ไปทุกอย่าง ถ้ามันได้เซ็นสัญญากับคาเรนจริงๆ มันก็ต้องแลกด้วยอะไรที่สมน้ำสมเนื้อกันยองชางเอ่ยกับหลานชายเสียงเข้ม

            “คุณปู่จะทำอะไรครับ

            “ทำให้ซังวูรู้สึกทรมานซะบ้างน่ะสิ แกให้คนไปจัดการจินยองและสามีมันด้วย

            “อะไรนะครับ! ไหนปู่บอกว่าจะจัดการแค่แจบอมไงล่ะ นี่ไม่ใช่สิ่งที่เราตกลงกันไว้นะจีวอนตกใจไม่คิดว่าปู่จะกำจัดจินยองไปด้วยอีกคน

            “ในเส้นทางธุรกิจเราจะใจอ่อนให้ใครไม่ได้เด็ดขาด จินยองไม่ได้รักแก เขาแค่หลอกใช้คนหน้าโง่อย่างแกแล้วก็ไปมีคนใหม่ เขาแต่งงานมีลูกไปแล้ว แกไม่แค้นใจ ไม่คิดอยากจะทำอะไรสักอย่างเลยหรือไง ถ้าเราไม่ได้..ใครก็ไม่ควรได้คนที่เราอยากได้ไปนะจีวอน

            “แต่ว่า..จีวอนก็แค้น อยากให้จินยองเสียใจที่ทิ้งเขาไปแต่ไม่ได้ต้องการทำร้ายจินยอง

            “อย่าใจอ่อนเด็ดขาดจีวอนยองชางคิ้วขมวดเมื่อท่าทีของหลานดูไม่โอนอ่อนตาม

            “แต่เราไม่จำเป็นต้องฆ่า..

            “แต่แกก็สนับสนุนที่จะให้แจบอมมันตายๆ ไปซะไม่ใช่เหรอ แต่ถึงแกค้านปู่ก็ไม่เห็นด้วยหรอกนะที่จะปล่อยจินยองไป เด็กนั่นมันร้ายกาจจะตายไป กำจัดมันไปซะทีเดียวพร้อมกันนี่ล่ะดีแล้ว!

            ยองชางคิดว่าตนคาดการณ์ไม่ผิด ซังวูกำลังดันหลานเขยขึ้นมามีตำแหน่งและบทบาทในต้วนพร็อบเพอร์ตี้ และการที่ซังวูสนับสนุนใครสักคนแค่เป็นหลานเขยไม่ได้ทำให้ซังวูสนับสนุนได้ แจบอมต้องมีดีอะไรสักอย่างและอาจเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของจีวอนต่อไปในอนาคต มีความเป็นไปได้สูงมากที่ต่อไปในภายหน้าต้วนเรียลเอสเตทแอนด์คอนสตรัคชั่นจะตกเป็นของแจบอม

            ยองชางแค่ต้องการจัดการเสี้ยนหนามให้จีวอน

            จีวอนไม่พูดอะไรรีบออกจากห้อง เขาเรียกหาลูกน้องเพื่อให้ติดต่อกับคนของคุณปู่

            “ติดต่อไปเดี๋ยวนี้ว่าห้ามทำอะไรต้วนจินยองเด็ดขาด แต่กับแจบอมอย่าให้พลาด

            ลูกน้องรีบติดต่อตามที่นายสั่ง ก่อนจะหันมารายงานเมื่อผ่านไปอึดใจ

           “ไม่ทันแล้วล่ะครับนายน้อย มันลงมือไปแล้ว

           “ว่าไงนะ!

 

 

 

 

 

            จินยองเดินเคียงไปกับคาเรนออกจากภัตตาคารหรูพร้อมคุยกันไปพลาง แจบอมเดินตามหลังภรรยาอยู่หนึ่งก้าวก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นพนักงานส่งเอกสารที่ขับรถมอเตอร์ไซค์มาทางนี้ แจบอมสะกิดใจเมื่อเห็นว่าชายชุดดำคนนั้นไม่ได้มาคนเดียวแต่มีคนซ้อนมาด้วย

            อีกฝ่ายไม่ได้ขับเลยไปแต่บิดคันเร่งขับพุ่งเข้ามา คนซ้อนล้วงมือเข้าไปในเสื้อคลุม ตาคมเบิกกว้างด้วยความตกใจ

            “คุณหนูระวัง!การ์ดของจินยองที่เพิ่งเห็นความผิดปกติร้องออกมา ขณะที่การ์ดของคาเรนกดเจ้านายลงหมอบต่ำ แจบอมเอาตัวเข้าบังคนที่ยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูกเป็นเวลาเดียวกับที่เสียงปืนดังขึ้นหลายนัด สองนัดมาจากชายชุดดำและนอกเหนือจากนั้นมาจากการ์ดของคาเรนและจินยองที่ชักปืนออกมาโต้ตอบอย่างรวดเร็ว

            ชายชุดดำขับรถหนีไปเมื่อได้ลั่นไกแล้ว กระสุนของเหล่าชายฉกรรจ์ยิงตามไล่หลัง จินยองไม่ได้ยินกระทั่งเสียงโหวกเหวกโวยวายของผู้ติดตามที่สั่งให้ตามล่าคนลงมือเพราะมีสิ่งที่สำคัญกว่าต้องสนใจ มือเรียวสั่นเล็กน้อยขณะแตะลงไปบนแผ่นหลังกว้างของคนที่ปกป้องตัวเองเอาไว้

            กระสุนสองนัดนั้น..โดนเป้าหมายตามที่ตั้งใจแม้จะโดนแค่คนเดียวก็ตาม

            “จะ..แจบอม

            จินยองทรุดลงนั่งกับพื้นเมื่อถูกน้ำหนักตัวของสามีทิ้งมาหา เลือดแดงฉานไหลจากบาดแผลซึมผ่านออกมาทางสูทราคาแพงจนเต็มมือจินยองไปหมด เมื่อเห็นเลือดและสมองรับรู้แล้วว่าแจบอมเป็นอะไรจินยองก็กอดอีกฝ่ายไว้แน่น แต่ความกลัวและตกใจทำให้จินยองไม่สามารถเอ่ยถ้อยคำอะไรออกมาได้ ยังอึ้งและชาไปหมดเหมือนหัวใจถูกเด็ดออกไปทั้งดวง..

            “รีบพาคุณแจบอมไปโรงพยาบาลเร็ว!

            การ์ดที่ยังอยู่กับเจ้านายช่วยประคองช่วยแจบอมที่หมดสติขึ้นพร้อมบอกเพื่อนที่วิ่งกลับมาหา

 

 

 

 

TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 320 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,151 ความคิดเห็น

  1. #6070 My love markbam (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 11:43
    จินยอง รู้ใจตัวเองสักที ก่อนที่จะสายเกินไป
    #6,070
    0
  2. #5953 Kwan_Z.E* (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 03:41
    อย่าให้ช้าไปมากกว่านี้เลยนะจินยอง
    #5,953
    0
  3. #5904 Harukim (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 14:15
    ต้องให้พี่แจบอมเป็นอะไรไปก่อนใช่มั้ยถึงจะรู้ว่ารักเขาหน่ะจินยอง
    #5,904
    0
  4. #5817 นัทมิมิ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 20:11
    ฮืออออ พี่แจบอมมม อย่าเป็นอะไรเลยนะ จินยองต้องเข้าใจหัวใจตัวเองบ้างแล้วนะ
    #5,817
    0
  5. #5795 ChayapornSs (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2560 / 19:47
    แจบอม ฮือออออออ
    #5,795
    0
  6. #5717 markbammuay (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 22:27
    แจบอมมมมมมมมมมงื่ออึ้งไปเลยฮะ
    #5,717
    0
  7. #5649 ntn.9846 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 11:08
    ชื่อตอนก็บอกอยู่แล้ว แต่ทำใจไม่ได้ ฮรือออ
    #5,649
    0
  8. #5588 nsjcbw. (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 21:59
    ฮืออพี่แจบอมม หวังว่าครั้งนี้จินยองจะปรับเปลี่ยนตัวเองมากขึ้นนะ
    #5,588
    0
  9. #5570 multuan98a (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 20:45
    นี่น่าจะเป็นบททดสอบให้จินยองรู้ตัวสักทีนะเฮ้ออออ
    #5,570
    0
  10. #5340 MPhadunglap02 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 21:25
    นายก็รักเขานะจินยอง แงงงงงงงงง ทำไมต้องทำเหมือนรำคาญเขาด้วยยย ฮวืออออออออ แจบอมอย่าเป็นไรน้าาาาาาา
    #5,340
    0
  11. #5336 LightRock (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 20:04
    ฮึก...พี่จบม ห้ามทิ้งน้องจินไปนะ
    พี่ต้องกลับมาปกป้องน้องจินนะ ฮือ...
    #5,336
    0
  12. #5330 xstcphpp (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 17:50
    ต้องเสียถึงจะรู้สึกอ่ะจริง
    #5,330
    0
  13. #5305 MBY_626 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 / 23:32
    ต้องเป็นอะไรก่อนถึงจะรู้สึกเนอะคนเรา แจบอกเขาก็ปกป้องดีเนอะเก่งกว่าการ์ดอีกนะนั้น
    #5,305
    0
  14. #5303 bb_binny (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 / 23:15
    สงสาร แจบอม คราวนี้จินยองคงรู้ใจตัวเองสักทีสินะ
    #5,303
    0
  15. #5300 MBKY; (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 / 22:57
    โธ่ พี่แจบอมมมมมมม แง้งงงง พระเอกมากกกก เท่มากกกก
    อือหือ พี่มาร์คตคค เพอร์เฟคจริง ๆ ทำอาหารก็อร่อย ~ ตอนขอแต่งงานกันก็น่ารัก ถึงแม้ทีแรกจะไม่เชื่อใจกันเพรากลัวกันหนีนิด ๆ 5555555
    #5,300
    0
  16. #5296 มิรา (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 / 10:48
    สงสารแจบอมอะ
    #5,296
    0
  17. #5295 Phasi (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 / 09:29
    จินยองรีบรู้ตัวนะ อย่าให้มันต้องสายไปมากกว่านี้เลย

    #5,295
    0
  18. #5294 Jongwan Ppmman (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 / 22:04
    แจบอมอย่าเป็นอะไรเลยน้าาาา กลับมาให้จินบองดูแลก่อนนนน
    #5,294
    0
  19. #5292 oni (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 11:48
    เกิดเหตุการณืแบบนี้จินยองคงจะยอมรับความจริงและลดทิฐิลงได้หมดเเน่

    พี่บีน่ารักจังทั้งที่รู้ว่าภรรยาแสดงออกมาว่าเกลียด แต่พี่บียังยอมเอาชีวิตเข้าแลก

    หวังว่าคนร้ายที่ลงมือจะจับคนบงการได้ในเร็ววันและพี่บีปลอดภัยนะคะ
    #5,292
    0
  20. #5291 Kangbeau kawaohh (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 / 03:01
    แจบอมมมมมมต้องรอออดดดด
    #5,291
    0
  21. #5290 Bammm1a (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 / 20:47
    แจบอมอ่า อย่าเป็นอะไรน๊าาา
    #5,290
    0
  22. #5289 sstak (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 / 19:50
    อ่า อย่าเปนไรนะแจบอม ขอให้จินยองยอมอ่อนลงได้แล้วนะะ
    #5,289
    0
  23. #5288 namfon-ufa (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 / 17:23
    แจบอมขะปลอดภัยใช่มั้ย??ฟสงสารจินยองอ่าาาา
    #5,288
    0
  24. #5287 yadara (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 / 13:44
    แจบอมโดนยิงอะ แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

    จินยองลดทิฐิลงบ้างเถอะถ้าแจบอมเป็นอะไรไปมากจะทำยังไง จะไม่ได้เจอเค้าอีกแล้วนะ ฮือออออออออออ
    #5,287
    0
  25. #5285 Nuthathai Por (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 22:04
    อย่าเป็นอะไรเลยนะแจบอม อย่างน้อยให้โอกาสคนที่ไม่เคยเห็นแจบอมอยู่ในสายตาได้รู้ใจตัวเอง ได้แก้ไขสิ่งที่ตัวเองทำพลาดมาตลอดก่อนนะ
    #5,285
    0