เปิดรีปริ้นท์(GOT7) มายาเกี้ยวรัก Markbam,khunyug,jackjae,bnior

ตอนที่ 20 : Chapter 18 : เปิดใจอีกสักครั้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,998
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 353 ครั้ง
    5 พ.ค. 59

 



 

          “สารภาพมานะว่าแบมท้องใช่ไหม

            “แม่..” ตากลมเบิกกว้าง ตกใจเมื่อแม่ถามตรงมาก

“ใช่ไหมแบมแบม” เสียงหวานเข้มขึ้นคาดคั้นลูกชาย อังศนาไม่ได้ดุลูกอย่างนี้มาตั้งแต่แบมแบมอายุสิบแปดตอนที่ปิดบังเรื่องทำงานพิเศษ

“คือว่า..” แบมแบมลังเลอ้ำอึ้งไม่กล้าสารภาพเพราะยังไม่รู้ว่าตอนนี้แม่รู้สึกยังไง

“มานี่เลย” อังศนาดึงมือลูกชายให้ไปคุยกันในห้องของแบมแบม คนเป็นแม่ดันลูกเข้าไปในห้องแล้วปิดประตู มองหน้าหวานเขม็ง

พออยู่ในสถานการณ์กดดันอย่างนี้แบมแบมรู้สึกเหมือนตัวเองกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งเลย

“ท้องหรือเปล่า” คนเป็นลูกกัดเม้มปากอิ่ม ชั่งใจว่าจะตอบหรือไม่ตอบ แต่ในเมื่อไม่มีทางหนีก็คงต้องพูดแล้ว

“ถ้าแบมบอกว่าท้องแม่จะว่ายังไงครับ”

คำถามนั้นเป็นคำตอบในตัวอยู่แล้ว อังศนาไม่ได้ตกใจมากเพราะเตรียมใจมาหลายวันกับอาการแปลกๆ ของลูกชาย และเธอเป็นแม่ย่อมรู้อยู่แล้วว่าแบมแบมก็สามารถเป็นแม่คนได้เหมือนกัน

อังศนาเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตรงโต๊ะเขียนหนังสือของลูก เธอเงียบจนลูกใจไม่ดี กลัวไปต่างๆ นานา

“แม่ผิดหวังหรือโกรธ..บ้างหรือเปล่าครับ” แบมแบมถามเสียงเบาเมื่อแม่หลับตาลงเหมือนพยายามสะกดกลั้นอารมณ์หรือทำใจอะไรสักอย่าง เดาใจแม่ไม่ออกเลย

“แบมอยากให้แม่ตอบว่าอะไรล่ะ” พอแม่ถามกลับแบมแบมก็เงียบ อังศนาถอนหายใจ

“เรามาพูดกันตรงๆ เถอะ ถึงแม่กับพ่อจะเลี้ยงลูกมาแบบให้อิสระอย่างเต็มที่ แต่แม่ก็ไม่คิดว่าแบมแบมจะท้องก่อนแต่งอย่างนี้ แม่ไม่ได้ผิดหวังหรือเสียใจแม่แค่ตกใจ แต่เรื่องว่าแม่จะรู้สึกยังไงนั้นมันไม่สำคัญ เรื่องที่ต้องคุยตอนนี้คือแบมท้องกี่เดือนแล้ว และแฟนเรารู้หรือยัง”

แบมแบมเดินไปนั่งที่ปลายเตียงหันหน้าไปหาแม่ เขาไม่กล้าสบตาแม่ขณะเอ่ย

“สองเดือนแล้วครับ..และแบมยังไม่ได้บอกคุณมาร์ค”

“ทำไมถึงยังไม่บอกมาร์ค มีเหตุผลอะไร”

เรื่องไม่บอกแม่ยังพอเข้าใจได้ว่าแบมแบมกลัวว่าเธอจะเสียใจ แต่เรื่องสำคัญอย่างนี้ไม่บอกแฟนได้ยังไง อีกฝ่ายก็ไม่ใช่เด็กวัยรุ่นที่ไม่สามารถรับผิดชอบชีวิตครอบครัวได้สักหน่อย

“แบมเลิกกับเขาแล้วครับ” แบมแบมตอบโดยมองไปทางอื่น อังศนาแปลกใจ

“เสาร์ที่แล้วที่มาบ้าน แม่พูดไปตั้งมากมายแบมไม่ได้เก็บไปคิดบ้างเลยเหรอ สุดท้ายก็เลิกกันจริงๆ น่ะหรือ ที่แม่ให้แบมไปถามเขาตรงๆ ว่ารู้สึกยังไงแบมไม่ได้ถามหรือลูก” อังศนาว่าเธอให้คำแนะนำลูกไปแล้วนะ หรือว่าลึกลงไปในความสัมพันธ์ของทั้งคู่มีเรื่องราวซ่อนอยู่อีกมากจนคุยกันไม่ได้

“ถามแล้วครับ”

“เขาว่าไง”

“เขา..” แบมแบมไม่รู้จะตอบยังไง แต่เขาไม่อยากโกหกแม่เลย

“เขาอะไรแบมแบม”

“เขาแค่ชอบแบมแต่ไม่ได้รักครับ”

“แล้วยังไงอีก”

“เขาบอกว่าจะรักแบมได้ซึ่งมันก็เป็นเรื่องในอนาคตไม่ใช่ตอนนี้”

“ถือว่าเขามีใจให้ไม่ใช่เหรอ แล้วเลิกกับเขาทำไม เลิกกันก่อนรู้ว่าท้องหรือเลิกเพราะรู้ว่าตัวเองท้อง”

“รู้ว่าท้องเลยเลิกครับ”

“ทำไม”

“เราจะอยู่กับคนที่เขาไม่รักเราทำไมล่ะครับ ยังไงเขาก็ไม่มีทางรักแบมอยู่แล้ว”

“ถามมาร์คสักคำหรือยัง เขาบอกว่าจะรักมันไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีทางรักเลย ถ้าชอบก็พัฒนาเป็นรักได้นะแบมแบม”

“แต่เรื่องของแบมกับเขามัน..” แบมแบมบอกไม่ได้ว่าเพราะสัญญามันทำให้เขาไม่มั่นใจในคำว่าชอบของท่าน อังศนามองหน้าหวานที่ดูกังวลและหม่นเศร้า ท่าทางอย่างนี้เดาได้ไม่ยากเลย

“ลูกรักเขาไม่ใช่เหรอแบม ทำไมไม่ลองรอดูล่ะ ไม่ลองเชื่อใจคนที่เรารักดูบ้างเหรอ เราเพิ่งจะคบกันได้เท่าไรเอง แบมด่วนตัดสินใจทิ้งเขามาแบบนี้ไม่ได้ ยิ่งท้องก็ยิ่งทิ้งมาไม่ได้ใหญ่เลย”

“แต่เขาไม่ได้ต้องการลูกนี่ครับ”

“ถามเขาแล้วหรือว่าคิดเอาเอง”

“แบม” แบมแบมอึกอัก อังศนาเลื่อนเก้าอี้มีล้อมาหาลูก มาอยู่ตรงหน้าเขา มือเรียวที่หยาบกร้านเพราะทำงานหนักจับมือนิ่มไว้

“แม่เลี้ยงของแม่มาทำไมแม่จะไม่รู้ว่าแบมเป็นคนยังไง แบมชอบเก็บเรื่องทุกอย่างมาคิดแล้วก็ไม่ยอมพูดออกมา ไม่ปรึกษาใคร แบมเชื่อมั่นในตัวเองและคิดว่าสิ่งที่คิดมันดีและถูกต้องเสมอ แต่มันใช้กับเรื่องความรักไม่ได้นะแบม แม่อยากให้แบมคิดถึงอีกคนให้เยอะๆ มีอะไรที่ยังไม่ได้บอกแม่ก็เล่ามา แม่จะได้ช่วยตัดสินใจว่าจะทำยังไง”

แบมแบมก้มมองมือที่จับมือตนไว้ ก่อนเลื่อนสายตามองหน้าสวยของผู้หญิงที่รักมากที่สุดในชีวิต

แบมแบมไม่กล้าเล่าเรื่องสัญญาให้แม่ฟัง แต่ยอมเล่าเรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับอาการของคุณมาร์คให้แม่รับรู้ รวมไปถึงพันธะอีกสองปมของท่านด้วย

เมื่อฟังจบอังศนาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่เลยทีเดียว นึกสงสารมาร์คจับใจ ไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มที่มีทุกอย่างเพียบพร้อมจนผู้ชายหลายคนต้องอิจฉาจะมีความลับแสนเศร้าซ่อนอยู่

ภายใต้ภาพลักษณ์สุภาพบุรุษที่แสนดูดีของนักธุรกิจซ่อนผู้ชายธรรมดาที่น่าสงสารขนาดนี้เอาไว้เชียวหรือ ไม่น่าเชื่อเลย

“เขาไม่สบายขนาดนั้นแบมยังทิ้งเขาไปอีกเหรอลูก ที่ตั้งใจจะพาลูกในท้องไปอยู่อังกฤษน่ะ แบมทำด้วยเหตุผลอะไรบอกแม่มาซิ”

“ตอนนี้คุณมาร์คหมดพันธะไปเรื่องหนึ่งแล้วนี่ครับ ไม่จำเป็นต้องมีแบมอยู่ด้วยแล้วก็ได้ ถึงไม่มีแบมเขาก็มีคุณคามิลอยู่เป็นเพื่อน”

“คามิลากับลูกแม่คือคนเดียวกันเหรอถึงแทนกันได้”

“แทนได้สิครับแม่..หลายคนก็บอกเองว่าคุณมาร์คไม่ได้รักใครง่ายๆ เขาจะรักแบมทั้งที่เราเพิ่งคบกันได้ไม่นานมันเป็นไปได้ยากมากนะ”

“เป็นไปได้ยากแต่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ไม่ใช่เหรอ แม่ถามย้ำกับแบมหลายครั้งแล้วนะว่าแบมเคยถามเขาหรือยัง ทำไมแบมฟังคนอื่นแต่ไม่ฟังเสียงของมาร์คบ้าง รู้ไหมว่าแบมทำอะไรลงไป สิ่งที่แบมทำน่ะมันร้ายแรงแค่ไหนรู้ตัวหรือเปล่า ลูกใจร้ายกับเขาไม่ต่างจากคามิลาหรือใครที่เคยทิ้งเขาไปเลยรู้ตัวไหม นอกจากใจร้ายกับมาร์คแล้วแบมยังใจร้ายกับตัวเองด้วย”

เมื่อถูกแม่ว่าใส่หน้าอย่างนี้แบมแบมก็อึ้งไป ระหว่างที่แบมแบมยังคิดว่าตัวเองใจร้ายยังไงอังศนาก็กล่าวต่อไป

“การที่เราจะทำอะไรโดยที่มีใครอีกคนรับผลจากการกระทำของเราไปด้วย เราไม่ควรมองแค่ฝั่งตัวเองนะแบม คามิลาทิ้งมาร์คไปเพราะเธอคิดว่าสิ่งที่ทำนั้นดีที่สุด เธอยอมสละตัวเองเพื่อให้มาร์คสร้างบริษัทแล้วมาร์คว่ายังไง แบมพูดเองไม่ใช่เหรอว่ามาร์คเสียใจและพร้อมที่จะเลือกคามิลาถ้าตอนนั้นเธอบอกเขาว่าเธอป่วย สิ่งที่เขาต้องการและสิ่งที่คามิลาทำมันคนละอย่างเลยเห็นไหม

ตัวแบมล่ะคิดแทนมาร์คทำไมว่าถ้าเดินออกมาพร้อมลูกในท้องโดยไม่บอกเขาว่ามีลูกแล้วมาร์คจะยินดีกับเรื่องนี้ คิดแทนเขาทำไมว่าถ้าคามิลากลับมาแล้วแบมจะสามารถเดินจากมาได้โดยที่เขาไม่รู้สึกอะไร เขาบอกสักคำหรือยังว่าจะอยู่กับแฟนเก่าแทนลูกของแม่ได้”

แบมแบมรู้สึกชายิ่งกว่าโดนแม่ตีเสียอีก ร่างบางนิ่งไปก่อนจะเอ่ยออกมาเบาๆ

“แต่เราต่างกันเกินไปนะครับแม่ แบมไม่คิดว่าแบมควรอยู่ในจุดที่แบมเพิ่งเดินออกมา..

“อย่าทิฐิ อย่าคิดว่าด้อยกว่าใคร คนเราไม่ได้อยู่กันไปตลอดชีวิตได้ด้วยความเหมาะสมอย่างเดียวหรอกนะ เราอยู่กันด้วยใจ แม่ไม่คิดว่ามาร์คจะเป็นคนที่เลือกรักใครเพราะเปลือกนอก ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ชอบลูกของแม่”

 “แม่จะให้แบมเชื่อหรือครับว่าคำว่าชอบของเขามาจากใจจริงมาจากความรู้สึกที่แท้จริงของเขา คุณมาร์คอาจแค่อยากรั้งแบมไว้เท่านั้น เขาอาจจะกำลังสับสน”

“แม่บอกไม่ได้หรอกว่าเขารู้สึกยังไง แต่แม่อยากจะถามแบมอีกเหมือนกันว่าถ้าการพูดออกมาตรงๆ ว่าชอบยังทำให้แบมเชื่อไม่ได้ มาร์คต้องทำขนาดไหนลูกแม่ถึงจะเชื่อว่าเขารู้สึกอะไรกับแบม”

คำถามของแม่ทำเอาสะอึก จุกจนพูดไม่ออกเลย

“แบมก็ไม่รู้เหมือนกันแบมแค่คิดว่าถ้าเราอยู่ใกล้กันเกินไปมันอาจทำให้ไม่รู้ความรู้สึกที่แท้จริง แต่ถ้าได้ลองห่างกันอาจจะทำให้บางอย่างชัดเจนขึ้นก็ได้”

แบมแบมบอกกับแม่ตามตรง อังศนาหนักใจเหลือเกิน

“เพราะอย่างนี้เหรอถึงอยากพาลูกหนีเขาไป เราเป็นแม่คนแล้วนะจะคิดอะไรด้านเดียวแล้วตัดสินใจโดยไม่คิดหน้าคิดหลังเหมือนตัวคนเดียวไม่ได้ ถ้าแบมต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเองแค่คนเดียวแบมจะทำตัวยังไงก็ได้ไม่มีใครว่า เคยเห็นแม่ว่าแบมเหรอที่แบมใช้ชีวิตได้ตามใจ ตอนนี้แบมมีลูกแล้วนะ ทุกการตัดสินใจถ้ามันเกี่ยวพันกับลูก แม่ขอให้แบมเลือกทางที่จะดีกับลูกให้มากที่สุดนะ

เรื่องไปอังกฤษทั้งที่ท้องอยู่แม่ไม่เห็นด้วย ที่แม่ให้ไปคราวนั้นเพราะแม่ไม่รู้ว่าแบมท้องแต่ตอนนี้แม่ไม่ให้ไปแล้ว คิดว่าง่ายนักเหรอที่จะเลี้ยงเด็กสักคนด้วยตัวคนเดียว ขนาดมีคนช่วยยังยากเลย แล้วแบมไปอยู่ไกลคนเดียวแบบนั้นใครจะดูแล แค่ตัวคนเดียวอยู่ต่างบ้านต่างเมืองยังลำบากเลยประสาอะไรกับมีตัวเล็กอยู่ในท้องล่ะ ได้เหนื่อยทวีคูณแน่ๆ แม่เป็นห่วงนะแบม จะทำอะไรก็ต้องเห็นแก่ลูกก่อน อย่าเห็นแก่ตัวเอง อย่าคิดถึงแต่ตัวเองมากนักนะ แม่อยากให้แบมคิดดีๆ”

คนเป็นแม่พูดเพื่อให้คนที่เพิ่งจะเป็นแม่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของอีกหนึ่งชีวิต หวังว่าแบมแบมจะเข้าใจบ้างสักนิดก็ยังดี

การที่ลูกหุนหันพลันแล่นทำอะไรไม่ไตร่ตรองและไม่คิดถึงตัวเล็กอังศนาพอเข้าใจ แบมแบมเป็นผู้ชายมาตลอด พอมีอีกคนอยู่ด้วยเลยอาจยังปรับตัวไม่ได้

“แม่จะให้แบมทำยังไงล่ะครับ แบมคิดไม่ออกแล้ว” แบมแบมรู้สึกผิดที่เขาคิดถึงแต่ตัวเองที่อยากจะหนีใครอีกคนไปให้ไกลโดยไม่คิดถึงลูกก่อน

“แบมมองในมุมตัวเองแล้วเคยคิดจะมองในมุมมาร์คบ้างไหมว่าเขาคิดอะไร แม่ไม่รู้จักมาร์คมากนักแม่บอกอะไรไม่ได้ แต่แบมอยู่ใกล้เขาตั้งหลายเดือนต้องรู้จักมาร์คดีในระดับหนึ่งเลยสิ ทำไมแบมไม่ลองแทนตัวเองเป็นมาร์คแล้วลองคิดดูล่ะว่ามาร์คจะคิดหรือรู้สึกยังไง  เปิดใจก่อนทุกอย่างมันจะสายไปนะ ถ้าลองคิดแล้วคิดไม่ออกก็ไปถามคนที่เขารู้จักมาร์คดีที่สุด ใครก็ได้ และลองฟังนะ ฟังแล้วคิดว่าที่ตัวเองจะพรากลูกพรากพ่อเขามันสมควรแล้วหรือ ทำถูกแล้วหรือเปล่าที่จะทำร้ายผู้ชายคนหนึ่งขนาดนั้น”

อังศนากุมมือทั้งสองของลูกไว้แล้วเอ่ยต่อ

“ตอนพ่อจากไปแบมรู้สึกยังไง พอไม่มีพ่อแบมรู้สึกแย่แค่ไหนจำความรู้สึกนั้นไม่ได้แล้วเหรอลูก แบมอยากให้หลานแม่รู้สึกอย่างนั้นบ้างใช่ไหม แต่แม่บอกเลยนะว่าลูกของแบมจะน่าสงสารกว่าแบมหลายเท่า  แบมยังเคยได้อยู่กับพ่อ ได้รับความรักและการดูแลเอาใจใส่จากพ่อ แต่ลูกของแบมจะไม่ได้รับความรู้สึกที่วิเศษแบบนั้นเลยถ้าแบมยังรั้นที่จะปิดเรื่องลูกไว้ อย่าคิดแทนว่าเขาไม่รักไม่ต้องการลูกเพราะเขายังไม่มีโอกาสได้รับรู้ ถ้าเขาได้รู้แบมจะรู้ได้เองว่าความรู้สึกของพ่อคนหนึ่งมันมีค่าไม่น้อยกว่าความรู้สึกของแม่ อย่าลืมว่าความลับไม่มีในโลก มาร์คยังมีชีวิตอยู่นะ ถ้าเขามารู้ความจริงทีหลังจะเจ็บปวดแค่ไหนเคยคิดถึงใจเขาบ้างไหม อย่าทำให้เขาตายทั้งเป็นเพราะการกระทำของแบม”

            คำพูดของแม่กระแทกใจแบมแบมจนพรุนไปหมดแล้ว ทุกถ้อยคำเหมือนมีดที่กรีดตากรีดใจให้มันเปิดออกเพื่อรับอย่างอื่นเข้าไปบ้างนอกจากอารมณ์และความรู้สึกของตัวแบมแบมเอง แบมแบมรักแม่และเชื่อฟังแม่มากอยู่แล้ว ไม่ว่าแม่จะพูดอะไรแบมแบมก็คล้อยตามได้ง่ายเสมอ

            อังศนาใช้มือเช็ดน้ำตาบนแก้มเนียนเบามือแล้วรั้งตัวลูกมากอด

“คิดให้ดีนะแบม แม่เชื่อว่าแบมจะคิดได้ว่าควรต้องทำยังไง”

“แบมไม่ควรไปอังกฤษใช่ไหมครับ”

“ถึงจะเสียดายแม่ก็ไม่อยากให้ไปนะ ลองคิดดูแล้วกันว่าจะเลือกทางไหน ไม่ต้องร้องนะขี้แยอย่างนี้หลานแม่ก็พลอยขี้แยไปด้วยน่ะสิ ไปหาหมอแล้วใช่ไหม เล่าให้แม่ฟังหน่อยซิ”

อังศนาลูบผมนุ่มไปมา ยังรู้สึกเหลือเชื่ออยู่เหมือนกันที่กำลังจะเป็นคุณยายแล้ว ในความรู้สึกของเธอแบมแบมยังเป็นเด็กน้อยของแม่อยู่เลย แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นแม่คนไปซะแล้วสิ

“ก็แข็งแรงดีครับ”

“ได้อัลตร้าซาวด์ไหม”

“อื้อ” แบมแบมเช็ดน้ำตากับเสื้อแม่ ก่อนจะผละออกแล้วลุกไปหยิบรูปหลานมาให้คุณยายยังสาวดู อังศนารับภาพใบเล็กมาดู ยิ้มหวานที่เหมือนลูกชายแต้มริมฝีปากทันที

“ตัวเล็กของยายจะออกมาน่ารักแค่ไหนนะ แม่อยากได้หลานสาว ถ้าเหมือนแบมคงสวยน่าดูเลยเนอะ” แค่มองภาพอัลตร้าซาวด์อังศนาก็จินตนาการถึงหลานตัวน้อยๆ น่ารักน่าฟัดแล้ว

“โธ่แม่ครับ แกเพิ่งจะสองเดือนเองอาจเป็นลูกชายที่หล่อเหมือนแบมก็ได้”

“แหม แม่ไม่อยากจะว่าหรอกนะ แต่แบมเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าตัวเองหล่อ”

“อ่าว ทำไมแม่พูดอย่างนี้ล่ะครับ” แบมแบมงอแง อังศนาอมยิ้ม กระเซ้าต่อให้ลูกหายเครียด

“ไปส่องกระจกสิจ๊ะ ลูกแม่ก็หล่ออยู่หรอกนะ บางทีก็หล่อมากบางทีก็น่ารักมาก แต่ไอ้หล่อมากนี่มานานๆ ที”

“โธ่ ไม่พูดเรื่องนี้ละแบมช้ำ แม่ครับถ้ามีคนรู้ว่าแบมท้องก่อนแต่งแม่จะอายไหม” แบมแบมยังกังวลว่าแม่จะขายหน้าชาวบ้านเขา เพิ่งเรียนจบไม่ทันไร ยังไม่ทันจะได้ทำงานก็ท้องซะแล้ว

“อายทำไม แม่ไม่สนหรอกว่าใครจะว่ายังไง คนจะเกิดจะตายมันห้ามได้หรือไง ดีเสียอีกที่แบมท้อง พอคลอดก็เอามาให้แม่เลี้ยงนะ แม่เลี้ยงเองจะได้ไม่เหงาด้วย”

แบมแบมค่อยยิ้มออกเมื่อแม่ดูรับเรื่องเด็กในท้องเขาได้มากกว่าคนเป็นแม่อย่างเขาเสียอีก

“ไม่ต้องจองหรอกครับ ยังไงแม่ก็ต้องได้เลี้ยงให้แบมอยู่แล้ว”

“ไม่ได้หรอกไม่จองก็โดนแย่งหลานไปเลี้ยงน่ะสิ ถ้าทางนั้นรู้ว่ามีเหลนมีหรือเจ้าสัวจะยอมให้เหลนมาอยู่บ้านไร่บ้านสวน แม่ว่านะลูกของแบมต้องถูกเลี้ยงเหมือนเจ้าชายหรือเจ้าหญิงในคฤหาสน์ต้วนนั่นแหละ หื้อ ไม่อยากให้ไปเลยนะ บ้าจริง”

อังศนาเริ่มเครียดจริงจังจนแบมแบมคิดว่ามันยังเร็วไปนะที่แม่จะกังวลเรื่องนี้

“คุณซังวูอาจไม่ยินดียินร้ายกับเหลนคนนี้ก็ได้นะครับ”

“คิดไปเองอีกแล้ว แม่ขอซื้อได้ไหมไอ้นิสัยแย่ๆ แบบนี้น่ะ! เลิกคิดมาก คิดไปเอง เลิกให้หมด!

“โอ๊ยแม่ แบมเจ็บ” ร่างบางสะดุ้งเมื่อโดนแม่ฟาดแขนอย่างแรง อังศนาตีเพราะหมั่นไส้ล้วนๆ

“น่าตีจริงๆ เลย อย่าคิดอะไรร้ายๆ ไปล่วงหน้ากับสิ่งที่มันยังไม่เกิดขึ้นสิ แม่เคยอยู่กับเจ้าสัวแม่รู้ว่าท่านเลี้ยงหลานมาแบบไหน ทั้งมาร์คและจินยองน่ะใครแตะต้องไม่ได้เลยนะ มีการ์ดมีเมดคอยตามดูแลตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยล่ะ” อังศนาพูดตามที่เคยเห็นมา เสริมอีกว่า

“คนแก่น่ะจะมีอะไรทำให้ชื่นใจไปมากกว่าเด็กตัวเล็กๆ”

“คุณจินยองก็มีเหลนให้คุณซังวูคนนึงแล้วนะครับ แกชื่อจินฮวานน่ารักมากเลย ลูกพี่แจบอมไง”

“แม่เห็นรูปที่แจบอมส่งมาแล้วล่ะ เด็กอะไรก็ไม่รู้น่ารักเหลือเกิน ถึงจินฮวานจะน่ารักแต่คุณซังวูก็ต้องเอ็นดูหลานแม่เหมือนกันนั่นล่ะ เหลนไม่ได้มีได้คนเดียวเสียเมื่อไร”

อังศนาติดต่อกับแจบอมตลอด และเด็กคนนั้นชอบส่งรูปลูกชายมายั่วคนแก่บ่อยๆ เห็นทีไรก็อยากกอดรัดฟัดให้แก้มช้ำ ติดที่แจบอมพาแกมาหาไม่ได้สักที

“แม่..” แบมแบมเดินมานั่งคุกเข่าข้างเก้าอี้แม่ เท้าแขนกับตัก หน้าตาดูกังวลอีกแล้ว

“อะไรล่ะพูดมาสิ” อังศนาวางมือบนบ่าลูก

“ทำไงดีแบมไม่กล้าบอกเรื่องลูกกับเขา ถ้าเขาไม่ต้องการลูกแบมต้องรับไม่ได้แน่เลย”

“โธ่เอ๊ย คนเรามันต้องกล้าๆ หน่อย ขอแค่บอกไปผลจะเป็นยังไงก็ค่อยว่ากัน ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลยนะ มาร์คจะยอมรับหรือเปล่าเราไม่รู้สักหน่อย มีแต่ต้องบอกไปก่อนเท่านั้น ตอนนี้บ้านเราไม่ได้ขัดสนขนาดจะเลี้ยงเด็กสักคนอย่างดีไม่ได้นะ แม่อยู่ทั้งคนจะกลัวอะไร ให้แม่ไปคุยด้วยไหมล่ะ”

“แม่จะไปโซลเหรอ”

“กลัวไม่ใช่เหรอเดี๋ยวไปเป็นเพื่อน คุยให้มันจบไป พรุ่งนี้ก็กลับโซลไปหามาร์คซะ ไม่ไปคุยก็ไม่รู้เรื่องสักที เลิกคิดเองเออเองได้แล้วนะแบม ลูกจะมองแต่ตัวเองไม่ได้หรอกเพราะมันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย ทุกอย่างก็จะย่ำอยู่กับที่แบบนี้ ถ้าเราไม่พูดใครจะรู้ว่าเรารู้สึกยังไง เราต้องการอะไรหรืออยากได้อะไรจากมาร์คก็ขอและถามไปเลยตรงๆ เขาจะให้ได้หรือเปล่ามันอีกเรื่อง เอาแต่ใจตัวเองบ้างก็ได้ ถ้าพูดความรู้สึกและบอกเรื่องลูกไปแล้วมาร์คปฏิเสธไม่เอาทั้งแบมและลูกก็กลับมาหาแม่ หลานคนเดียวแม่เลี้ยงได้ มาร์คเสียเปรียบนะตอนนี้ เขาพูดและทำทุกอย่างแล้วแต่เราสิไม่เคยบอกอะไรเขาเลย เรื่องลูกนี่ต้องบอกนะ ห้ามปิดบังเด็ดขาด ถ้าแม่โทรหามาร์คแล้วเขายังไม่รู้เรื่องแม่จะไปโซลบอกเขาด้วยตัวเองเลย”

อังศนาขู่ไว้ล่วงหน้าก่อนเลย แบมแบมหน้ามุ่ย

“รู้แล้วครับ แบมไปหาเขาก็ได้ จะไปคุยให้รู้เรื่องเลย แต่แบมขอเวลาทำใจก่อนได้ไหม อีกสักวันสองวันนะ” แบมแบมยังมีข้อต่อรอง

“จะยื้อเวลาทำไม เราทิ้งเขามาหลายวันแล้วนะ เฮ้อ! บอกไปใครจะเชื่อว่าลูกแม่กล้าบอกเลิกมหาเศรษฐีแถมหล่อระดับดาราได้ลงคอ สวยเลือกได้ชะมัด” อังศนาพยายามทำใจ ถึงพูดให้ตายยังไงใช่ว่าแบมแบมจะเปลี่ยนได้ปุบปับ แค่แบมแบมโยนทิฐิทิ้งแล้วกลับไปหามาร์คก็ถือว่าดีมากแล้ว

ขอให้มาร์ครั้งแบมแบมไว้ได้ก็แล้วกัน เธอไม่อยากให้หลานไปเกิดต่างประเทศหรอกนะ

“แม่อ่าพูดอย่างนี้อีกแล้ว บอกกี่ทีแล้วว่าแบมหล่อน่ะ!

“เหรอ หลักฐานฟ้องอยู่ก็ยังจะกล้าเชื่อแบบนั้นนะ” อังศนาลุกขึ้น ผลักหัวสวยเบาๆ แล้วเดินออกจากห้องไปบอกข่าวดีโซมีว่าบ้านเรากำลังจะมีสมาชิกใหม่ แบมแบมลูบหัวป้อย หน้ายู่ขัดใจ

 

 

 

 

            มาร์คนั่งพิงเก้าอี้เอนภายในห้องตรวจของคลินิกแจ็คสัน หมอหนุ่มมองคนที่นอนหลับตาแล้วเห็นใจมากจริงๆ  คนไข้ของเขากลับมาเหมือนเดิมอีกแล้ว หลังจากที่ไม่ต้องจ่ายยาให้มาร์คมาหลายเดือนเขาก็ต้องกลับมาเขียนใบสั่งยาอีกครั้ง ไม่อยากทำเลยให้ตายเถอะ

“นายเป็นหุ่นยนต์หรือไงมาร์ค เติมน้ำมันลงไปทีหัวใจก็เต้นที นายจะเอาความรู้สึกตัวเองไปผูกติดกับความรู้สึกคนอื่นไม่ได้หรอกนะ เลิกทำร้ายตัวเองแบบนี้สักทีเถอะ”

มาร์คยังคงไม่ตอบอะไรเหมือนเคย แจ็คสันหนักใจ

“ลองร้องไห้ดูไหม ร้องไห้ก็ไม่ได้แปลว่าอ่อนแอหรอก ลองร้องระบายออกมาทุกอย่างอาจจะดีขึ้น”

แจ็คสันสงสัยนักว่าหัวใจรุ่นน้องคนนี้ทำจากเหล็กกล้าหรือเปล่าถึงได้ทนเก็บความรู้สึกมากมายเอาไว้กับตัวได้โดยไม่มีน้ำตาสักหยด อย่างนี้น่ะน่าเป็นห่วงกว่าร้องไห้ฟูมฟายเสียอีก ถ้ามาร์คไม่เข้มแข็งกว่านี้ทุกอย่างมันจะพังทลายและมาร์คเองที่จะแย่กว่านี้

“พยายามแล้วนะหมอแต่ไม่ไหวจริงๆ” มาร์ครู้ว่าถ้าจะตัดใจต้องตัดให้ขาด แต่เขาอ่อนแอเกินกว่าจะสามารถจัดการกับความรู้สึกของตัวเองได้ เขาล้มเหลวอีกครั้ง..ทั้งที่ครั้งนี้เขาคิดว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้าย

            ทั้งหมอและคนไข้ตกอยู่ในความเงียบ แจ็คสันพูดมาตลอดหลายวันเพื่อจะกระตุ้นให้มาร์คเลิกคิดมาก ตอนนี้มาร์คคิดว่าตัวเองล้มเหลวในเรื่องความรักอย่างสมบูรณ์แบบ จะกู้ความรู้สึกต่างๆ ที่เสียไปกลับมาอาจต้องใช้เวลามากกว่าเดิม ต้องกลับไปเริ่มทุกอย่างใหม่อีก

            “หมอ..บอสเป็นไงบ้าง” เลขานุการคนสวยเปิดประตูเข้ามานิดหน่อยพอโผล่หน้ามาถามไถ่ได้

ยองแจไม่ได้มาพร้อมเจ้านายแต่อดเป็นห่วงไม่ได้ ขากลับจากซูเปอร์มาร์เก็ตเลยแวะมาสักหน่อยเพราะหมอแชทไปบอกว่าบอสมาที่คลินิก

            “แย่” คำเดียวสั้นๆ แทนได้ทุกอย่าง ยองแจยืนตรงประตูมองไปยังเจ้านายอย่างห่วงใย แจ็คสันปล่อยให้มาร์คนอนคิดอะไรตามลำพังแล้วลุกจากเก้าอี้ทำงานไปหาคนรัก ดึงมือไปคุยกันข้างนอก

            “จะทำยังไงดี สงสารบอสจังเลย” ยองแจสีหน้าไม่สู้ดี ห่วงเหลือเกิน หกวันแล้วที่แบมแบมย้ายออกจากบ้านบอสไป หกวันแล้วที่บอสไม่พูดกับใครเลยนอกจากหมอกับตอนประชุมที่บริษัท และหกวันแล้วที่บอสนอนหลับไม่ได้จนต้องพึ่งยา คุณจินยองบอกเขามาอย่างนั้นและฝากฝังให้ช่วยดูแลบอสหน่อย..

            “เรื่องคามิลากับซูจีไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย แก้ปมเชือกเส้นเก่าได้ก็โดนเชือกเส้นใหม่รัดแน่นกว่าเดิมอีก” แจ็คสันกังวลเช่นกัน มาร์คเลือกที่จะมาหาเขาทุกวันก่อนกลับบ้านแต่พูดกันไม่กี่คำเอง

            “หมอช่วยโทรไปหาแบมแบมหน่อยได้ไหม ผมโทรแล้วแบมแบมไม่ยอมรับสายเลย”

            “ผมจะลองโทรดู คุณเองก็อย่ากังวลมากนะ” คุณหมอห่วงเลขาของมาร์คเช่นกัน มาร์คมาอาการทรุดลงรวดเร็วอย่างนี้คนที่อยู่ข้างกายตลอดก็ต้องทำงานหนักขึ้น แม้แต่วันอาทิตย์อย่างนี้ก็ยังต้องทำงาน

            แจ็คสันยกมือวางบนแก้มใสแล้วเลื่อนไปลูบผมเบาๆ ความห่วงใยของแจ็คสันเป็นกำลังใจชั้นดีของยองแจเลยล่ะ

“อือ..จะพยายามนะ” ยองแจสวมกอดรอบเอวสอบ ซุกหน้ากับไหล่กว้าง แจ็คสันกอดตอบส่งผ่านความอบอุ่นห่วงใยไปกับอ้อมแขนแข็งแรง

ร่างสูงที่ทั้งสองคนคิดว่านอนพักอยู่ในห้องยืนมองหมอประจำตัวและเลขาคนเก่งโดยไม่พูดอะไร ภาพของคนทั้งคู่ที่เหมาะสมกันมากและรักกันดีทำให้คนมองอดเจ็บปวดไม่ได้

มาร์คกำลังอิจฉา..ทั้งที่รู้ว่าไม่ควรคิดแบบนี้กับคนสนิทเลย เขาควรยินดีที่ความสัมพันธ์ของยองแจและแจ็คสันกำลังไปด้วยดี

            “กลับแล้วนะ” มาร์คเอ่ยขึ้นเบาๆ ทำให้ทั้งสองผละจากกันแทบไม่ทัน มาร์คเดินผ่านคนทั้งคู่ไป

            “เดี๋ยวผมจะรีบกลับไปทำมื้อเย็นนะ ถ้าช้าก็รอหน่อยแล้วกัน” ยองแจพูดเร็วๆ กับคนรักแล้วรีบวิ่งตามเจ้านายไป แจ็คสันมองตามคนรักไปด้วยความเป็นห่วง ห่วงทั้งเจ้านายและลูกน้องนั่นล่ะ

           

 

 

 

“พี่มาร์คกลับเถอะนะ กลับไปนอนกันดีกว่า พรุ่งนี้ฉันมีประชุมนะ” ยูคยอมที่มานั่งดื่มเป็นเพื่อนมาร์คเขย่าแขนพี่ชายที่นับถือให้เขาเลิกเอาแอลกอฮอล์ฤทธิ์แรงเข้าคอเสียที  

พี่มาร์คไม่ได้เรียกเขาออกมาแต่เขาถูกคุณยองแจส่งต่อหน้าที่มาให้เพราะพี่เขาต้องกลับบ้านไปดูแลแฟน ซึ่งยูคยอมก็เข้าใจล่ะนะว่าระหว่างเจ้านายที่บอบช้ำเพราะเมียหนีจนไม่ยอมพูดจา กับ คนรักที่บ้าน เป็นใครก็ต้องเลือกอย่างหลัง ไม่ใช่ไม่ห่วงพี่มาร์คแต่พี่มาร์คเหมือนตัดขาดคนรอบตัวทิ้งอย่างนี้ใครจะทำอะไรได้ พูดด้วยก็เหมือนพูดคนเดียว

มาร์คไม่ได้พูดอะไรแค่วางแก้วลงบนโต๊ะแล้วเอนพิงโซฟา

“ยังไม่โอเคใช่ไหม มีอะไรก็บอกได้นะ” ยูคยอมเป็นห่วง มาร์คส่ายหน้าช้าๆ

“กลับบ้านนะตกลงไหม” ยูคยอมถามแล้วรอให้มาร์คตอบแต่เขาไม่ตกลงหรือปฏิเสธ

“กลับไปก็กินยาแล้วนอนหลับให้ได้นะ” ยูคยอมห่วงเหลือเกิน และคันปากอยากเล่าสิ่งที่รู้มาให้พี่ชายคนสนิทฟังด้วยแต่กลัวว่าถ้าพี่มาร์ครู้ว่าเมียท้องจะยิ่งช้ำในแทบกระอักกว่านี้

ตอนเขารู้ว่าแบมแบมท้องจากปากนิชคุณเขานี่ช็อคไปเลย โกรธแทนพี่มาร์คเลยล่ะ คิดไม่ออกเลยว่าถ้าพี่รู้ว่าแบมแบมไม่ได้ไปตัวคนเดียวจะอาการทรุดยิ่งกว่าตอนนี้อีกสักแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ คือมันต้องแย่มากเลย เรื่องความรักนี่น่าปวดหัวจริงๆ นะจะว่าก็ว่าเถอะ แบมแบมน่ะใจร้ายกว่าที่เขาคิดมาก เห็นหน้าสวยใสไม่คิดว่าจะทำร้ายจิตใจพี่ชายเขาได้ยับเยินขนาดนี้เลย เป็นความเก่งที่ใครก็เลียนแบบไม่ได้จริงๆ

ยูคยอมเลิกสนใจพี่ชายครู่หนึ่งเพื่อรับโทรศัพท์ เสียงเพลงในร้านดังกลบเสียงเรียกเข้าจนเพิ่งเห็นว่าไม่ได้รับตั้งหลายสาย ตายๆ นิชคุณได้ด่าเขาแน่

“ครับ”

<พาพี่กลับบ้านหรือยังคุณ>

“ยังเลยอ่ะคุณ มีอะไรหรือเปล่า”

<อย่ากลับดึกมากมันอันตราย ให้ออกไปรับไหม?>

“โอยไม่เป็นไรกลับได้ เดี๋ยวจะแวะไปส่งพี่มาร์คที่บ้านก่อนแล้วก็ดิ่งกลับบ้านเลย ไม่เถลไถลไปไหนหรอก แต่เอ๊ะคุณจะมารับเหรอ มีรถรึไง” ทุกวันนี้นิชคุณยังขึ้นรถไฟใต้ดินไปทำงานอยู่เลยนะ

<จะปั่นจักรยานไปหา>

“อี๊! พยายามมาก ปั่นจักรยานมากว่าจะถึงร้านก็เช้าพอดี” คุณเล็กอมยิ้ม ขำปลายสาย

<รีบกลับนะ พอถึงบ้านมาร์คก็โทรบอกด้วย ถึงบ้านคุณก็โทรอีกที>

“นี่ให้มันน้อยๆ หน่อยนะนิชคุณ ทำไมฉันต้องรายงานคุณถี่ขนาดนั้นคุณไม่ใช่พ่อฉันสักหน่อย”

<ไว้ใจไม่ได้หรอก เดี๋ยวนี้พวกโจรชอบของแปลก เห็นคุณขับรถคนเดียวแล้วเอารถปาดหน้าดักฉุดเข้าพงหญ้าข้างทางจะทำยังไง>

“หลอกด่าฉันอีกแล้วนะใครเป็นของแปลกห๊ะ! ความคิดและจิตคุณนี่หื่นกามมาก คิดได้ยังไงว่าฉันจะโดนดักฉุด ใครขับรถขวางทางก็ชนเสยไปเลยสิจะปล่อยให้ฉุดได้ไง ไร้สาระจริง อย่าคิดว่าคนอื่นเขาจะนิสัยเหมือนคุณได้ไหม”

<อะไรใครหื่น นี่ห่วงเหอะ>

“ขอบคุณที่ห่วง เอ้าพี่มาร์คจะไปไหนน่ะ! แค่นี้ก่อนนะนิชคุณ” ยูคยอมรีบตัดสายเลขาปากจัดเพื่อลุกตามพี่ชายที่จู่ๆ ก็ลุกไม่บอกกล่าว

“พี่มาร์คจะกลับแล้วเหรอ ฉันไปส่ง” ยูคยอมรีบยื้อแขนพี่ชายไว้ มาร์คมองหน้าน้องแล้วถอนหายใจ

พระเจ้าต้องการแกล้งเขาใช่ไหม ทุกคนรอบตัวดูมีความสุขแต่ทำไมเขาถึงไม่มีความสุขบ้างล่ะ

ถึงยูคยอมจะไม่รู้ว่าพี่ถอนหายใจใส่ทำไม แต่เขายังคิดในแง่ดีว่าดีแล้วที่พี่ชายแสดงอารมณ์ออกมาบ้าง นึกว่าจะไร้วิญญาณแล้วเสียอีก

 

 

 

 

            ร่างสูงหยุดเดิน มองภรรยาที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องของมาร์ค จินยองหันมาเห็นแจบอมเข้าก็หน้าบึ้งทันที ร่างบางจะเดินผ่านสามีไปแต่แจบอมขยับขวางเพื่อคุยด้วย

            “มาร์คเป็นไงบ้าง” แจบอมเป็นห่วงจริงๆ จินยองแค่นยิ้ม นัยน์ตาวาววับ เห็นหน้าแจบอมแล้วอดพาลใส่ไม่ได้

“จะให้เป็นยังไงล่ะ น้องคุณน่ะใจร้ายมากนะฉันไม่คิดเลยว่าตัวเองจะมองคนผิด มาทำให้มาร์ครักแล้วก็มาทิ้งเขาไปอย่างไม่ไยดีคุณคิดว่ามาร์คจะดีใจรื่นเริงเหรอ แท้จริงแล้วแบมแบมก็ซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ในหน้ากากอ่อนหวานนั่นใช่ไหมล่ะ!

“คุณไม่มีสิทธิ์มาว่าน้องผมนะ เรื่องแบบนี้มันบังคับใจกันไม่ได้คุณก็รู้ แบมแบมไม่รักมาร์คมันก็ไม่ใช่ความผิดของเขา แบมเองก็คงไม่ต้องการให้เรื่องมันเป็นแบบนี้เหมือนกัน เขาก็คงไม่อยากให้มาร์คกลับไปเป็นเหมือนเดิมหรอก”

“แต่ยังไงน้องคุณก็ทิ้งน้องฉันไป กว่ามาร์คจะดีขึ้นได้ขนาดนี้มันต้องใช้เวลาแค่ไหนคุณรู้ไหมล่ะ! คนอย่างคุณจะไปรู้อะไรล่ะแจบอม”

จินยองโกรธและโมโหไปหมดนั่นล่ะ เขาอยู่กับมาร์คมาตลอดย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าตอนนี้มาร์คแย่แค่ไหน ทุกอย่างมันดีขึ้นแล้วและแบมแบมก็ทำมันพัง เขารู้ว่าโทษแบมแบมทั้งหมดไม่ได้ แต่สาเหตุหลักมันก็มาจากแบมแบมไม่ใช่รึไง  

“มาร์คไปทำอะไรไว้หรือเปล่าถึงทำให้แบมทิ้งเขาไป เขาได้ทำให้แบมแบมรู้หรือยังว่าเขารักแบมแบม ไม่มีใครอยากจากคนที่รักเราไปหรอกนะ คุณน่าจะลองถามมาร์คดูก่อนจะโยนความผิดให้แบมแบมฝ่ายเดียวแบบนี้ ผมรู้จักแบมแบมดี แบมแบมไม่ใช่คนที่จะทำอะไรโดยไม่มีเหตุผลหรอก”

“จะทำอะไรล่ะมาร์คไม่ได้ทำอะไรไม่ดีสักอย่าง เขาดูแลและทุ่มเทให้น้องคุณอย่างดีขนาดไหนใครก็รู้ น้องคุณต่างหากที่อยากจะไป คุณไปถามน้องเองเถอะว่ามันเพราะอะไร ถ้ามาร์คไม่รักแบมแบมเขาจะเป็นแบบนี้ไหมล่ะ น้องคุณมัวแต่มองอะไรอยู่ถึงไม่รู้ว่าเขารักจนจะเป็นจะตายอย่างนี้ ถ้ามาร์คไม่รักแบมแบมเขาก็คงนอนเองได้และไม่ต้องพึ่งไอ้ยาเฮงซวยนี่หรอก!

จินยองปายาใส่อกแจบอม เกลียวฝาที่ปิดไม่สนิททำให้พอขวดหล่นลงพื้นเม็ดยาก็กระจายเกลื่อนพื้น แจบอมพยายามข่มใจไม่โต้เถียงด้วย เขาเข้าใจดีว่าจินยองกำลังหงุดหงิดเพราะห่วงมาร์ค อารมณ์เหวี่ยงเลยมากกว่าปกติ ถ้าเขาทนจินยองมาได้ตลอดเขาก็ต้องทนช่วงนี้ได้เหมือนกัน

          “เสียงดังอะไรกัน นี่มันดึกแล้วนะ”

          จินยองและแจบอมหันไปมองคุณปู่พร้อมกัน ชายชราในชุดนอนกางเกงขายาวสีเทาสวมทับด้วยเสื้อคลุมผ้าไหมสีดำเดินออกมาจากห้องนอน

            “ยาใคร ของมาร์คเหรอ ทำไมตกเกลื่อนแบบนั้นแล้วน้องจะเอาที่ไหนกิน” ซังวูสังเกตเห็นสิ่งที่ตกบนพื้นเมื่อเดินเข้ามาใกล้ทั้งคู่

            “ผมปาเองล่ะครับ พรุ่งนี้จะโทรไปขอจากหมอหวังให้มาร์คอีกขวด ราตรีสวัสดิ์นะครับคุณปู่”

จินยองไม่ปรายตามองสามีสักนิด เดินผ่านเขาไปยังห้องนอนตัวเอง แจบอมย่อกายลงนั่งเพื่อเก็บยาที่ตกพื้นใส่ขวด

“ทะเลาะกันเรื่องอะไรอีกเหรอแจบอม”

“มีแต่เขาล่ะครับที่ชวนทะเลาะ จินยองเขาหงุดหงิดเรื่องที่แบมแบมทิ้งมาร์คไป”

ซังวูมองหลานเขยที่ก้มหน้าก้มตากอบยาใส่ขวด อดเห็นใจไม่ได้ที่ต้องคอยรองรับอารมณ์จินยองตลอดเวลาไม่ว่าจะสาเหตุไหนก็ตาม แจบอมน่ะใจเย็นที่สุดแล้ว จะมีสามีคนไหนเหมือนแจบอมบ้าง

จินยองน่าจะถนอมน้ำใจแจบอมบ้างสักนิดนะ..

“ผมไปนอนก่อนนะครับ” แจบอมลาคุณปู่ ไม่ลืมเก็บยาไปทิ้งด้วย

ซังวูมองตามแผ่นหลังกว้าง สงสาร แจบอมน่ะรักจินยองมากนะไม่อย่างนั้นไม่ทนได้ขนาดนี้ ถ้าจินยองจะรักแจบอมให้ได้เท่าครึ่งหนึ่งที่แจบอมรักก็คงดี

 

 

 

 

มาร์คกลืนยาลงคอแล้วตามด้วยน้ำเปล่า วางแก้วลงบนโต๊ะแล้วเดินไปที่หน้ากระจก

แบมแบมไปแล้วมาร์คก็ยังใส่ของขวัญที่แบมแบมให้ตลอด หลอกตัวเองว่าแบมแบมยังอยู่กับตน

เมื่อไม่มีแบมแบมเขาก็ไม่คิดจะหาใครอีก กลับมากินยาเหมือนเดิมอย่างเดียว และที่มานอนคฤหาสน์ของปู่ก็เพราะทุกคนขอร้องไม่อยากให้เขาอยู่คนเดียวที่เพ้นท์เฮ้าส์ มาร์คยินยอมเพราะเขาก็ไม่เชื่อใจตนเองเหมือนกันว่าจะอยู่ตามลำพังได้

 

 

ซังวูเคาะประตูห้องหลานชายคนเล็กแล้วเปิดเข้ามา กวาดสายตามองหาเจ้าของห้อง

ร่างสูงนอนอยู่บนเตียงกว้างสีขาว มือกุมขมับ แม้จะนอนหลับตาแต่ยังไม่ได้เข้าสู่นิทรา ซังวูเดินมานั่งบนที่นอน มาร์คลืมตาขึ้นมองเมื่อรู้สึกถึงแรงยวบข้างตัว

“คุณปู่มีอะไรหรือครับ” แม้มาร์คจะไม่อยากพูดกับใครแต่ยกเว้นคุณปู่ไว้หนึ่งคน ซังวูลูบหัวมาร์คเหมือนที่เคยทำเมื่อครั้งอีกฝ่ายยังเยาว์วัยกว่านี้

“เป็นห่วงเลยมาดูสักหน่อย ยังทำใจไม่ได้ใช่ไหม” มาร์คพยักหน้ารับ 

“เป็นหนักขนาดนี้แน่ใจได้หรือยังว่ารู้สึกยังไงกับแบมแบม”

“ผมคงรักเขาเข้าแล้วมั้งครับ”

“ตอบให้มันหนักแน่นหน่อยสิ เราพลาดอะไรไปหรือเปล่า ได้รั้งเขาจนสุดความสามารถหรือยัง การที่ได้เจอซูจีและคามิลาได้ทำให้หลานหวั่นไหวอยากกลับไปหาพวกเธอไหม ลองคิดดูให้ดี”

มาร์คนิ่งคิดไปครู่ก่อนจะส่ายหน้า

“พูดมาสิว่าส่ายหน้าคืออะไร”

“ผมไม่ได้อยากกลับไปหาพวกเธอ แต่ถ้าความเป็นเพื่อนก็ยังให้ได้” ซังวูยิ้มพอใจเมื่อได้ฟังอย่างนั้น

            “มาร์คไม่เจ็บปวดแล้วใช่ไหมที่คิดถึงเธอสองคน”

            “ครับ”

“ยังจำตอนที่คบกับคามิลและซูจีได้ไหมว่ารู้สึกยังไง”

“จำได้ครับ”

“ความรู้สึกนั้นมันเคยเกิดขึ้นบ้างไหมตลอดเวลาที่แบมแบมอยู่กับเรา แม้มันจะผ่านมาแล้วหายไป แม้จะเกิดขึ้นไม่นานจนไม่ทันรู้สึกตัว แต่ถ้ามันคือความรู้สึกเดียวกันมันก็แปลว่ารักนะ”

“จริงด้วยนะครับ” มาร์คพยักหน้า เข้าใจ

“แล้วตกลงว่าเคยรู้สึกแบบนั้นกับแบมแบมบ้างไหม” มาร์คพยายามคิดทบทวนถึงเรื่องผ่านมาแล้วก่อนตอบรับอีกครั้ง

            “เคย..ครับ” แค่ได้คำยืนยันซังวูก็พอใจแล้ว

“ตอนนี้มาร์คคิดอะไรอยู่บอกปู่หน่อยได้ไหม?”

“ผมกำลังคิดว่าทำไมแบมแบมถึงทิ้งผมไป และเขารักหรือไม่รักผมกันแน่” มาร์คถอนหายใจ แค่คิดก็เจ็บแล้ว เหมือนจะหายใจไม่ออกเลย ความรู้สึกอึดอัดทรมานที่กดดันอยู่อย่างนี้มันแย่มาก

“มาร์คคิดว่าตัวเองรู้จักแบมแบมดีมากแค่ไหน”

“ไม่รู้สิครับ”

“ลองนึกดูหน่อยไหมล่ะว่าตลอดเวลาที่รู้จักกันมาแบมแบมเป็นคนยังไง ถ้านึกออกมาร์คอาจจะพอรู้สาเหตุที่เขาจากไปก็ได้”

            “จะรู้ได้จริงๆ เหรอครับ”

            “มาร์คคิดว่ารู้จักแฟนเก่าแต่คนละคนดีพอแล้วหรือยังล่ะ” มาร์คส่ายหน้าทันที ซังวูอมยิ้ม

“เรื่องคนเก่าไม่ต้องนึกถึง เอาคนที่เพิ่งจากไปดีกว่า แบมแบมเป็นคนยังไง นิสัยแบบไหนที่เด่นชัดที่สุด คิดออกแล้วลองเทียบกับอีกสองคนดู”

ซังวูมอบหมายการบ้านที่ต้องทำเดี๋ยวนี้ให้มาร์ค ร่างสูงยันกายขึ้นนั่ง ขยับตัวพิงหัวเตียง

“แบมแบม..เป็นคนจริงจังล่ะมั้งครับ แต่ก็ใจดี มีน้ำใจ ออกจะคิดมากไปสักหน่อยและค่อนข้างจะเจียมตัวไปสักนิด ใจแข็งมากด้วย อ้อ..ตอนเจอกันแรกๆ มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ไม่รู้ว่าตอนนี้หายไปหรือยัง แบมแบมค่อนข้างมองตัวเองติดลบ มักจะคิดว่าตัวเองไม่น่ารักทั้งที่ความจริงแล้วมันตรงข้าม เป็นเพราะพี่ชายแบมแบมฝังหัวน้องมาว่าแบมแบมไม่น่ารัก หลอกให้น้องคิดว่าน้องขี้เหร่นั่นแหละครับ จะว่าไปนิสัยของแบมแบมเหมือนคามิลกับซูจีอย่างละครึ่งเลยล่ะนะ”

ซังวูหัวเราะน้อยๆ คิดภาพตาม แบมแบมน่ะหรือขี้เหร่ไม่น่ารัก คนหลอกไม่เท่าไรแต่คนเชื่อนี่สิที่แปลก เวลาส่องกระจกแล้วยังมองว่าตัวเองไม่สวยน่ารักนี่ต้องถูกกรอกหูตั้งแต่จำความได้แน่ๆ พี่ชายแบมแบมนี่ร้ายมากนะ

“แล้วภายนอกล่ะ”

“ยังไงครับ”

“เรื่องรอบตัว ฐานะ การศึกษา หน้าตา”

“ถ้าในสายตาผมแบมแบมก็ไม่มีอะไรที่สู้คามิลกับซูจีไม่ได้นี่ครับ แต่สายตาคนนอกอาจจะเป็นเรื่องฐานะ”

“แบมแบมเคยเจอคามิลและซูจีไหม”

“เคยเจอทั้งสองคนครับ”

“มาร์คเคยทำอะไรให้เขามั่นใจหรือเปล่าว่ามาร์ครู้สึกดีกับแบมแบมจริงๆ”

“ผม..ไม่ค่อยชัดเจนหรอกครับ ผมบอกให้เขารอเพื่อที่จะแน่ใจว่ารู้สึกยังไง พอแน่ใจก็บอกเขาแต่มันหมดเวลาของเราแล้ว” มาร์คถอนหายใจ เสียดายที่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่าจนทำอะไรไม่ทันการ

“เริ่มเห็นอะไรบางอย่างหรือยังมาร์ค”

“อะไรหรือครับ?”

“สาเหตุที่แบมแบมไปจากมาร์คไง ปู่ไม่เชื่อว่าเขาจะไม่มีใจให้หลานปู่เลย ต่อให้ไม่รักก็ต้องชอบบ้าง และมาร์คก็เป็นคนดีคอยช่วยเหลือแบมแบมมาตลอด ไม่มีทางที่เขาจะไม่เผลอใจ”

“แล้วมันคืออะไรล่ะครับ คุณปู่บอกผมหน่อยได้ไหม” นัยน์ตาเศร้าของมาร์คมีประกายยินดีขึ้นมา คนเป็นปู่เห็นแล้วปลื้มใจเหลือเกิน

“คิดเปรียบเทียบไงล่ะ”

“อะไรนะครับ?”

“อย่าลืมว่าเรื่องของมาร์คและแบมแบมเริ่มมาจากสัญญา ข้อตกลงแค่ความสัมพันธ์ทางกาย สิ่งนี้ทำให้เรื่องมันยุ่งยากมากๆ แบมแบมจะยึดติดกับสัญญานี้ถ้าเขาเป็นคนจริงจังอย่างที่มาร์คว่า และถึงเขาจะมีใจให้มาร์คอย่างที่เขาเคยบอกว่าชอบก่อนจะตกเป็นของมาร์ค แต่เขาก็คงไม่บอกมาร์คหรอกเพราะเขาเจียมเนื้อเจียมตัวไงล่ะ มาร์คอย่าลืมนะว่าเราน่ะเป็นเจ้านาย เป็นผู้ชายที่ค่อนข้างมีพร้อมทุกอย่าง ถึงเขารักเขาจะกล้าคิดเกินเลยไหม ยิ่งเขาเป็นคนคิดมากเขายิ่งต้องคิดไตร่ตรองอยู่หลายรอบแล้วแน่ๆ กับเรื่องระหว่างมาร์คและเขา ถึงมาร์คจะพูดว่าชอบหรือรักเขาออกไปแบมแบมก็จะเชื่อมั่นเต็มหัวใจไม่ได้

ปู่ไม่รู้ว่าแบมแบมจะคิดยังไงนะ แต่เรื่องสัญญานั่นแหละสาเหตุหลัก เขาเป็นคนใจดีมีน้ำใจ นั่นทำให้เขายอมพบกับแฟนเก่าของมาร์คถึงขั้นยอมไปดูแลคามิลให้ถึงโรงพยาบาล และถ้าเขาถูกเลี้ยงมาให้เชื่อว่าตัวเองไม่น่ารัก เขาต้องคิดเปรียบเทียบคนเก่าของมาร์คกับตัวเองอยู่แล้วล่ะมั้ง พวกเธอสองคนน่ะปฏิเสธไม่ได้หรอกนะว่าสวยมากจริงๆ เอาแค่เราเถอะ ถ้าเราไปชอบใครแล้วเจอคนที่คู่ควรกับคนที่เราชอบ และเรารู้สึกว่าสู้ไม่ได้เราจะถอยหรือเดินหน้าต่อ”

“ถอยสิครับ”

“อือ คำตอบอยู่นี่ไง พอหลายอย่างมารวมกันเขาก็ต้องคิดว่ามาร์คไม่มีทางรักเขาได้แน่ๆ ถึงเขารักมาร์คเขาก็ต้องไป และปู่ไม่แปลกใจเลยถ้าเขาจะเลือกอย่างนั้น”

“อะไรกัน..แต่ผมบอกเขาแล้วนะครับว่าผมอยากอยู่กับเขา ไม่อยากให้เขาไป”

คำพูดของคุณปู่เหมือนเปิดโลกให้มาร์คเลย เขาไม่เคยคิดถึงความรู้สึกแบมแบมมาก่อน..คุณปู่นี่ยังมองคนขาดเสมอเลยนะ

“มาบอกเอาวันสุดท้ายเป็นปู่นะปู่ยังคิดเลยว่าแค่พูดออกมารั้งไว้เฉยๆ หรือเปล่า แบมแบมอาจจะคิดซับซ้อนกว่านั้นซึ่งเราไม่มีทางรู้หรอกว่าเขาคิดยังไง สิ่งที่ทำให้มาร์คยอมตัดใจปล่อยมือคืออะไร”

“เขาบอกว่าไม่รักผม อยากไปมีชีวิตของตัวเอง ผมเลยไม่อยากบังคับใจเขา”

“เขาโกหก”

“อะไรนะครับ? โกหก?”

“ถ้าความรู้สึกที่เขาบอกว่าชอบมาร์คเป็นเรื่องจริง สิ่งที่เขาพูดตอนขอเลิกก็คือเรื่องโกหก มาร์คควรจะพิสูจน์นะว่ามันจริงหรือไม่จริง”

มาร์คนิ่งไป ลองคิดทบทวนดูก็เห็นว่าน่าจะเป็นไปได้นะ นี่เขาถูกแบมแบมหลอกเหรอ?

“และถ้าเขารู้สึกอะไรกับมาร์ค ไม่แค่โกหกมาร์คหรอกนะ เขายังโกหกตัวเองด้วย คนเราจะหลอกตัวเองได้ตลอดเวลาไม่ได้หรอก อยากลองยื้อเขาไว้อีกสักครั้งไหม ลองถามเขาดูอีกทีสิ พยายามให้เขาเปิดปากพูดความจริงออกมาให้ได้ หลานปู่เป็นคนที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ ไม่ใช่เหรอ จะมายอมแพ้กับเรื่องแค่นี้ได้ยังไง อย่าเพิ่งถอดใจสิ ถ้ายื้อแล้วผลออกมาเหมือนเดิมค่อยว่ากันอีกที ถ้าเราจะร้ายเพื่อความรักตัวเองบ้างก็ไม่มีใครว่าหรอกนะมาร์ค เอานิสัยจินยองไปใช้บ้างก็ได้”

ซังวูเหน็บไปถึงหลานคนโตจนคนที่กำลังเครียดหลุดยิ้มที่แทบมองไม่เห็น

“ถ้าจินยองมาได้ยินคงน้อยใจ”

“รายนั้นก็ทะเลาะกับสามีอีกแล้ว” ซังวูหนักใจเหลือเกิน หลานคนโตก็ชอบข่มสามี หลานคนเล็กก็โดนแฟนทิ้ง ตอนพ่อของมาร์คและพ่อของจินยองหาเมียเข้าบ้านยังไม่เกิดเรื่องเกิดราวเท่านี้เลย

“เรื่องปกตินี่ครับ”

“เพราะเรื่องของเรานั่นล่ะ ถ้าอยากให้เขาลดเรื่องทะเลาะกันไปอีกหนึ่งเรื่องก็จัดการความรู้สึกตัวเองและจบเรื่องนี้ซะนะ นอกจากช่วยหัวใจตัวเองได้ยังช่วยครอบครัวพี่เขาไปได้อีกหน่อยหนึ่งด้วย”

“ผมจะพยายามครับ อ้อ ผมมีเรื่องอยากจะถามคุณปู่อีกสักเรื่อง” มาร์คบอกก่อนคุณปู่จะกลับห้อง ซังวูมองหน้าหลานชายเป็นเชิงถาม

“คุณปู่พอจะจำได้ไหมว่าเคยจ้างพยาบาลชื่ออังศนาหรือเปล่าครับ” ซังวูแสร้งนิ่งนึกไปครู่เพราะหลานชายท่าทางลุ้นน่าดู เขาจำได้ว่าอังศนาที่ว่าก็แม่ของแบมแบมนี่ล่ะ

“เคยสิ ชื่อแปลกแบบนี้ปู่จำแม่นนะ ทำไมเหรอ”

“จริงเหรอครับ จำได้ไหมครับว่าผ่านมากี่ปีแล้ว”มาร์คตื่นเต้นมากเลย ซังวูอมยิ้ม

“เมื่อสิบกว่าปีก่อนโน่น ช่วงที่มาร์คไม่สบายแรกๆ ไง ปู่อ่านประวัติแบมแบมก็สงสัยนะเพราะชื่อสกุลคุ้นๆ ตอนแรกก็ยังจำไม่ได้หรอกเพราะมันนานมากแล้ว จนได้กินขนมก็สงสัยอีก จำได้ไหมที่แบมแบมทำขนมให้มาร์ควันที่ปู่นัดให้มาร์คพาแบมแบมไปดินเนอร์ และแบมแบมก็บอกว่านั่นคือสูตรของแม่ ไม่รู้นึกยังไงปู่เลยให้คนไปสืบเพิ่ม เลยรู้ว่าอังศนาเคยเป็นพยาบาลให้ปู่อยู่ช่วงหนึ่ง ตอนนั้นเธอชอบทำขนมให้ปู่กิน มาร์คกับจินยองก็ได้กินนะแต่คงจำไม่ได้”

คุณแม่ของแบมแบมเคยเป็นพยาบาลให้คุณปู่ตอนเขาไม่สบาย..

มาร์คมือเย็นด้วยความตื่นเต้นเมื่อคิดว่าเด็กในความทรงจำอาจจะเป็นแบมแบมก็ได้!

“คุณอังศนาเคยพาลูกมาบ้านไหมครับ”

“เคยสิ พามาหลายครั้งนะ บางทีก็สองคน บางทีก็คนเดียว จินยองยังเคยเล่นกับลูกคนโตของอังศนาเลย แต่มาร์คไม่เคยเจอแบมแบมและนิชคุณหรอกนะเพราะเอาแต่เก็บตัวในห้อง จู่ๆ ถามทำไมน่ะเรา”

            มาร์คอึ้งไปกับความน่าเหลือเชื่อนี้ ชายหนุ่มเงียบไปจนปู่ต้องจับแขนแล้วถามว่าเป็นอะไร

            “แค่รู้ว่าอังศนาเคยเป็นพยาบาลให้ปู่นี่ช็อคขนาดนี้เลยเหรอมาร์ค”

            ทำไมคุณปู่ไม่บอกผมเลยล่ะครับว่าคุณแม่เคยทำงานให้คุณปู่มาร์คไม่คิดฝันมาก่อนว่าที่คุณแม่เคยบอกว่าทำงานให้คุณปู่คือการเป็นนางพยาบาลนี่เอง!

แกไม่ได้ถามนี่นั่นสินะ ไม่ใช่ความผิดของคุณปู่สักหน่อย

มาร์คก้าวลงจากเตียงอย่างรีบร้อนไปเปิดลิ้นชัก หยิบกล่องในความทรงจำของตัวเองออกมาเปิด เขานิ่งมองเปลือกอมยิ้มเก่าๆ แล้วค่อยนึกถึงหน้าของเด็กคนนั้นขึ้นมาได้

จะว่าไปแล้ว พอนึกออกก็เห็นเค้าคลับคล้ายคลับคลานะ โดยเฉพาะแก้มนิ่มๆ นั้นน่ะ

“มาร์ค! เป็นอะไรหรือเปล่า” ซังวูรีบลุกไปหาหลานเมื่อร่างสูงทรุดลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้น มาร์คกำของในมือแน่น เงยหน้ามาทางคุณปู่ สีหน้าที่ดูดีใจมากและรอยยิ้มกว้างของหลานทำให้ซังวูแปลกใจ

“ในที่สุด

“หืม?”

“ในที่สุดผมก็เจอเขาแล้วครับ..” มาร์คตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูกเลย ไม่น่าเชื่อเลยว่าเด็กคนนั้นจะเป็นแบมแบม ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าคนที่ให้อ้อมกอดอบอุ่นในวันนั้นจะเป็นคนเดียวกับที่ทำให้เขาหลับได้ ยิ่งกว่าโชคชะตานำพาซะอีก

มาร์คลุกขึ้นแล้วโผเข้ากอดคุณปู่ไว้แน่น ดีใจจนน้ำตาซึม ในที่สุดสิ่งที่ปรารถนามาหลายปีก็เป็นจริง แถมคนคนนั้นยังอยู่ไม่ไกลเขาเลย ต่อให้แบมแบมบอกว่าไม่ให้เขาตามไปอังกฤษเขาก็จะไป

แม้ซังวูจะไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ มาร์คก็ยิ้มได้ แต่แค่มาร์คพ้นจากความทุกข์ใจได้ซังวูก็ยินดียิ่งกว่าอะไรทั้งหมดแล้ว

 

 

 

 

“คุณจินยองคะตอนบ่ายเรามีนัดกับคุณจองนะคะ ส่วนตอนเย็นมีนัดดินเนอร์กับมิสเตอร์ลี”

หญิงสาวในชุดสูทกระโปรงเข้ารูปแบบสุภาพเดินเร็วตามเจ้านายคนสวยเพื่อแจ้งกำหนดการของวันนี้ ด้านหลังเธอมีชายหนุ่มผู้ติดตามจินยองอีกคน จินยองเอี้ยวไปมองเธอนิดหน่อยก่อนจะถาม

“เรื่องที่ให้ไปจัดการล่ะ”

“เรียบร้อยค่ะ แต่ไม่ได้ข้อมูลทั้งหมดหรอกนะคะเพราะว่าโครงการนี้คุณแจบอมดูแลอยู่” หญิงสาวยิ้มเจื่อนก่อนจะสะดุ้งเฮือกเมื่อถูกตวาด

“นี่เธอเกรงใจแจบอมมากกว่าฉันงั้นเหรอ!

“ขอโทษค่ะ” หญิงสาวหน้าเสียรีบโค้งขอโทษเจ้านาย

“เธอนี่มันไม่ได้เรื่องเลย!

“หม่าม้า” ก่อนที่จินยองจะดุเลขานุการคนใหม่มากกว่านี้ก็ได้ยินเสียงเล็กๆ ของลูกชาย ร่างบางแปลกใจที่เห็นจินฮวานวิ่งมาหา ด้านหลังเขามีพี่เลี้ยงเดินตามมาด้วย

“มาได้ไงน่ะลูก” คนเป็นแม่ย่อกายนั่งลงตรงหน้าเด็กน้อย จินฮวานอ้อนขอให้อุ้มหน่อย

“มากับพ่อฮะ หวัดดีพี่ซานะ พี่จุนโฮ โอ๊ะ! พี่ซานะจะร้องไห้หรอ ถูกหม่าม้าดุอีกแล้วล่ะซี่”

เจ้าเด็กรู้มากเห็นหน้าพี่ซานะก็ทักทันที เห็นแม่ดุคนนั้นคนนี้บ่อยจนซึมซับไปแล้วว่าถ้าใครอยู่ใกล้แม่ก็จะถูกดุ พ่อยังโดนเลย

ซานะยิ้มเจื่อนให้ลูกชายบอส จินฮวานมองหน้าแม่ที่มองเขาอยู่ก่อนแล้ว

“ทำไมมากับพ่อล่ะ”

“จินฮวานขอตามมาเอง จินฮวานเบื่อ” เจ้าตัวน้อยของหม่าม้าบุ้ยปาก เอาแต่ใจ

ตอนนี้จินฮวานปิดเทอมฤดูหนาว ทั้งบ้านไม่มีใครว่างเพราะต้องทำงานกันหมด จินฮวานอยู่บ้านกับพี่เลี้ยงก็เบื่อ จะเล่นกับการ์ดหรือเมดก็ไม่มีใครว่างอีก

“ไปนั่งเล่นที่ห้องทำงานหม่าม้าไหมครับ”

“ไม่เอาอ่ะ พ่อจะพาจินฮวานไปดูที่เขาสร้างตึกสูงๆ ด้วยแหละ” เจ้าตัวน้อยออกท่าทางประกอบ จินยองขมวดคิ้วฉับเมื่อได้ยินว่าแจบอมจะพาลูกออกไปไซต์งาน

“จินฮวานมาอยู่นี่เอง จะไปไหนก็บอกพ่อหน่อยสิพ่อหาไม่เจอนะ” แจบอมวิ่งมาทางจินยอง จินฮวานเห็นว่าพ่อมาก็ดิ้นจะลงไปยืนที่พื้นแต่หม่าม้าไม่ยอม

“คุณคิดอะไรอยู่ถึงจะพาลูกออกไปดูงานข้างนอก สถานที่ก่อสร้างมันอันตรายจะตาย”

พอแจบอมมายืนใกล้ให้ได้ระยะด่าจินยองก็เปิดฉากทันที

“ผมรู้หรอกน่าคุณ คิดว่าผมจะปล่อยจินฮวานวิ่งเล่นไปทั่วเหรอ ใครมันจะบ้าทำแบบนั้น”

“แล้วจะพาลูกไปทำไม”

“ผมต้องไปดูความคืบหน้างาน พาแกไปด้วยแปบเดียวก็กลับ และผมก็จะอุ้มลูกไว้ตลอดเวลาด้วย”

“แต่ฉันไม่ให้ไป”

“ผมจะพาไปมันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วย”

“อยากจะไปก็ไปคนเดียวสิ ฉันจะพาลูกไปห้องทำงาน” จินยองอุ้มลูกเดินหนี แจบอมเดินตามไปขวางไม่ให้ไป

“คุณจะมาหาเรื่องผมทำไมจินยอง”

“ฉันหาเรื่องอะไรก็แค่จะพาจินฮวานไปอยู่ด้วย”

“แต่ลูกอยากไปกับผมนะ”

“โอ๊ย! จินฮวานไม่ไปไหนแล้ว” จู่ๆ เด็กชายก็ตะโกนออกมาเมื่อทนฟังพ่อแม่เถียงกันไม่ไหวทำเอาจินยองและแจบอมตกใจ พากันเงียบเสียงลง ไม่เคยเห็นลูกชายเสียงดังใส่แบบนี้

“หม่าม้าปล่อยจินฮวาน!” จินยองยอมปล่อยลูกชายให้ยืนเอง พอพ้นอ้อมกอดแม่ได้เด็กน้อยวัยหกขวบก็วิ่งไปเกาะขาจุนฮเวผู้เป็นพี่เลี้ยงทันที ใบหน้าน่ารักงอง้ำแสดงอาการขัดใจ

“จินฮวานเบื่อแล้วนะ! ทำไมต้องแย่งจินฮวานด้วย ทะเลาะกันตลอดเลยจินฮวานเบื่อ!”เด็กน้อยกระทืบเท้าแรงๆ แล้วร้องกรี๊ดออกมาครั้งหนึ่งก่อนจะหันไปดึงเสื้อพี่เลี้ยงให้อุ้มตน ความรุนแรงที่ลูกแสดงออกมาทำให้ทั้งพ่อแม่ยืนตะลึง ไม่คาดคิดว่าจินฮวานจะแสดงออกมาต่อหน้าพวกเขาอย่างนี้

“พาจินฮวานไปหาคุณทวด!

เด็กน้อยบอกพี่เลี้ยงเสียงดัง พี่เลี้ยงหนุ่มพูดไม่ออก มองไปทางพ่อแม่ของเจ้านายน้อย พอเห็นจินยองทำหน้าจะร้องไห้และแจบอมที่นิ่งไปเหมือนช็อคก็ตัดสินใจพาคุณหนูน้อยออกไปจากตรงนี้ก่อน

“เดี๋ยวจุนฮเว” แจบอมยกมือกันไม่ให้ร่างสูงเดินผ่านไป ตาคมมองลูกชายตัวน้อยที่กอดคอซบบ่าจุนฮเวไม่มองหน้าพ่อเลย

“ครับคุณแจบอม”

“จินฮวานเคยแสดงอาการเหมือนเมื่อกี้มาก่อนไหม”

“มีบ้างครับ..แต่ไม่เคยร้องกรี๊ดออกมาอย่างเมื่อกี้”

“พาจินฮวานไปหาคุณทวดซี่!” จินฮวานทุบบ่ากว้างของคนที่อุ้มตนอยู่แรงๆ จุนฮเวเลยต้องรีบพาเดินแยกจากพ่อแม่ไปขึ้นรถ

“เป็นเพราะคุณจินฮวานถึงแสดงอาการก้าวร้าวแบบนั้น” จินยองหันมาโทษสามีทันที แจบอมพยายามข่มอารมณ์ไม่ให้ใช้เสียงดังตอบโต้และไม่พูดว่าจินยองเองนั่นแหละที่ผิดกว่า

“นี่มันไม่ใช่เวลามาโทษหรือเถียงกันนะ! ไม่เห็นเหรอว่าลูกเป็นอะไรแล้วก็ไม่รู้ เราควรจะเลิกทะเลาะกันแล้วช่วยกันคิดนะว่าทำไมจินฮวานถึงไม่เอาเราสองคนแล้วไปพึ่งพี่เลี้ยงอย่างนั้น เราเป็นพ่อแม่เขานะไม่ใช่จุนฮเว ถ้าคุณยังมีสำนึกของความเป็นแม่อยู่บ้างก็ช่วยเลิกหาเรื่องผมแล้วไปหาวิธีเลี้ยงลูกซะ ผมเลี้ยงเขาคนเดียวไม่ได้หรอกนะ”

“แจบอม!” แจบอมไม่สนใจว่าภรรยาจะรู้สึกหรือแสดงอาการยังไง เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาจุนฮเวเพื่อให้เขาคอยบอกเป็นระยะว่าจินฮวานเป็นยังไงบ้าง

“ผมว่าครั้งนี้คุณจินยองควรจะฟังคุณแจบอมบ้างนะครับ” จุนโฮขอเตือนนายสักครั้ง

จินยองกำมือแน่น มองตามสามีไปก่อนจะสะบัดหน้าแล้วก้าวยาวๆ ไปที่ลิฟต์เพื่อไปห้องทำงาน มือก็กดโทรศัพท์หาจุนฮเวไปด้วย

 

 

 

 

ร่างบางเดินเข้าไปในตึกของทีบีอย่างคุ้นเคย พนักงานหลายคนยังทักทายเขาตามปกติ ไม่มีใครรู้ว่าเขากับคุณมาร์คเลิกกันแล้ว

แบมแบมยืนทำใจอยู่หน้าลิฟต์นานพอดูก่อนจะกล้าก้าวเข้าไป เมื่อลิฟต์ไปถึงชั้นที่ต้องการร่างบางก็สูดลมหายใจเรียกสติและความกล้า ยังไงมาแล้วก็ต้องคุยกันให้รู้เรื่องล่ะนะ

“อ่า..ไม่อยู่หรอกเหรอ” ทั้งที่ทำใจมาแล้วแต่กลับมาแล้วไม่เจอใคร แบมแบมโล่งอกนิดหน่อย

เมื่อพี่ยองแจไม่ได้นั่งทำงานอยู่หน้าห้องเหมือนเคยแบมแบมก็เดาเอาว่าพี่ยองแจอาจจะไปห้องน้ำก็ได้ เขาเคาะประตูห้องทำงานของคุณมาร์คแต่ไม่มีเสียงตอบจึงลองเปิดประตูเข้าไปดู

ทั้งเจ้านายและลูกน้องพากันไม่อยู่แบบนี้คงมีประชุมล่ะสินะ

แบมแบมปลดสายกระเป๋าเป้ข้างหนึ่งเพื่อหยิบของข้างในออกมา ไหนๆ ก็มาแล้วควรจะทิ้งของที่ตั้งใจเอามาให้คุณมาร์คดูเอาไว้ ถ้าเขาได้เห็นและสนใจก็คงติดต่อมาเองนั่นล่ะ

ร่างบางเอาภาพใบเล็กใส่ไว้ในซองสีขาวที่ใส่ผลตรวจแล้วหยิบปากกาบนโต๊ะพี่ยองแจมาเขียนบนซองเอาไว้ว่าฝากให้คุณมาร์ค ใช้แฟ้มสีเทาทับอีกทีแต่ยังมองเห็นซองได้ง่ายๆ

ถึงจะเสียดายที่ไม่ได้บอกด้วยตัวเองก็เถอะ แต่ไม่เป็นไรหรอกมั้ง

 

 

 

            “นี่มันอะไรน่ะ” ยองแจแปลกใจเมื่อเห็นของแปลกปลอมบนโต๊ะทำงาน ก่อนเข้าห้องประชุมยังไม่มีเลยนี่นา ร่างบางหยิบมาซองมาดู พอเห็นลายมือที่เขียนบนซองว่าเป็นของบอสก็เดินเอาเข้าไปให้

“บอสครับ มีใครไม่รู้เอาซองนี่มาวางบนโต๊ะน่ะ เขียนถึงบอส” มาร์คเงยหน้าจากงานขึ้นมองเลขานุการ ยองแจสบายใจขึ้นนะที่เห็นวันนี้หน้าตาท่านสดใสขึ้นนิดหน่อย แค่นิดเดียวก็ถือว่าดีแล้ว

มาร์ครับของจากยองแจมาดู ยองแจขอตัวกลับออกไปทำงานต่อ

ยังไม่ทันที่มือเรียวจะเปิดซองออกดูโทรศัพท์ก็มีสายเข้าเสียก่อน มาร์ควางซองลงบนโต๊ะแล้วรับโทรศัพท์ก่อน

 

 

 

 

แบมแบมเดินออกมารอแท็กซี่หน้าบริษัทเพราะขี้เกียจเดินไปขึ้นรถไฟใต้ดิน ว่าที่คุณแม่กอดอกยืนคิดว่าจะเอายังไงกับชีวิตต่อไปดี

เขาก็อยากไปเรียนต่อนะ แต่จากที่คุยกับแม่แบมแบมก็เริ่มห่วงลูกขึ้นมาเหมือนกัน ถ้าจะเปลี่ยนไปเรียนตอนกันยายนอีกคงจะน่าเกลียดเกินไปเพราะเขาเปลี่ยนใจไปแล้วรอบหนึ่ง คงต้องไปปฏิเสธทุนแล้วล่ะ..ถึงน่าเสียดายก็ต้องเลือกนะ ดวงเขามันคงไม่ถูกกับของฟรีแน่ๆ ได้ทุนกี่รอบก็ไม่ได้ไปสักรอบ

ร่างบางดูนาฬิกาข้อมือว่ากี่โมงแล้ว จากนั้นส่งข้อความหาอาจารย์เพื่อขอนัดพบ  แม้อยากไปแค่ไหนก็ต้องตัดใจแล้ว ลาก่อนนะอังกฤษ

“เราไปเที่ยวที่มหาลัยของแม่กันดีกว่า ไปรอพบอาจารย์กัน”  แบมแบมพูดเบาๆ กับลูกเมื่ออาจารย์ตอบกลับมาว่าให้ไปหาที่คณะตอนเที่ยง ยังมีเวลาเหลืออีกเยอะไปนั่งเล่นที่คณะก่อนก็ได้ ขี้เกียจกลับบ้านแล้วย้อนไปมหาวิทยาลัยอีกที เพราะเขาไม่มีแรงไปมาได้หลายรอบขนาดนั้น

 

 

 

 

“บอสไปทานข้าวด้วยกันไหมครับ” ยองแจเข้ามาชวนตอนเวลาเที่ยงตรงพอดี

“คุณมีนัดกับหมอหรือเปล่าครับ”

“เปล่าครับ ไปกับบอสนี่ล่ะ ไปด้วยกันนะครับ” ยองแจไม่อยากให้เจ้านายอยู่คนเดียวแม้จะยอมพูดกับเขามาตั้งแต่เมื่อวานแล้วก็เถอะ ไม่รู้ว่ามีอะไรมากระตุ้นให้ยอมคุยแต่แค่นี้ยองแจก็ดีใจจะตายแล้ว

“ผมไม่อยากกิน”

“ไม่หิวก็ต้องกินครับ บอสกินอะไรไม่ค่อยได้มาเป็นอาทิตย์แล้วนะ ซูบไปมากเลยรู้หรือเปล่า ทุกคนเป็นห่วงบอสนะ”

เมื่อเลขาคะยั้นคะยอมาร์คก็ตัดสินใจวางมือจากงานเพื่อไปกินข้าวด้วย ยังไงก็ต้องถนอมน้ำใจคนใกล้ตัวหน่อยล่ะนะ ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นห่วงก็ไม่ควรทำตัวให้เขาห่วงมากขึ้น

“บอสดูหน้าตาสดใสขึ้นมาก มีอะไรหรือเปล่าครับ หรือว่าจะหายเศร้าแล้ว” ยองแจก็เดาไปอย่างนั้น แม้สีหน้าท่านจะดูดีขึ้นแต่มันไม่ได้ดีมากจนน่าหายห่วงอะไร แค่อาการดีขึ้นนิดหน่อย

“คุณจำที่ผมเล่าเกี่ยวกับเด็กอมยิ้มให้ฟังได้ไหมครับ”

“จำได้ครับ” ยองแจจำได้ดีเลย บอสเล่าให้ฟังว่ามันเป็นเรื่องดีเรื่องเดียวที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่บอสอ่อนแอที่สุด และนั่นทำให้ยองแจอยากเจอเด็กคนนั้นสักครั้ง

“เด็กคนนั้นและแบมแบมคือคนเดียวกันครับ”

“ห๊ะ! จริงหรือครับ ไม่น่าเชื่อเลย” ยองแจตกใจกับความกลมของโลกใบนี้มากเลย

“บอสรู้ได้ยังไงครับว่าเป็นคนเดียวกัน เล่าให้ฟังหน่อยสิ” ยองแจไม่ค่อยอยากรู้เรื่องของบอสหรอกนะ แต่ว่ารู้ไว้หน่อยก็ดีเนอะ

มาร์คเล่าให้ยองแจฟังขณะเดินเข้าไปในลิฟต์ พอเล่าจบคนฟังก็ร้องโอ้โหออกมาทันที

“พรหมลิขิตชัดๆ อย่าปล่อยไปเด็ดขาดเลยนะครับบอส”

“เสาร์นี้ผมจะไปหาเขาครับ” มาร์คบอกพร้อมรอยยิ้ม ตั้งใจจะไปคุยกับแบมแบม ยังไม่รู้ว่าแบมแบมมาโซลแล้วจึงตั้งใจจะไปหาที่ทัมยาง

มาร์คจะไปตั้งแต่เมื่อวานด้วยซ้ำแต่เขาไม่สามารถทิ้งงานไปได้ทั้งที่อยากไปหาใจจะขาด

มาร์คอยากไปเจอแบมแบม อยากไปคุยด้วย แม้จะโดนบอกว่าไม่รักอีกครั้งก็ยังอยากจะไป..

“ดีแล้วครับ สู้ๆ นะ” ยองแจเห็นเจ้านายยิ้มได้ก็ชื่นใจ เขาตกหลุมรักรอยยิ้มบอสได้เสมอเลยนะ เห็นเจ้านายมีความสุขขึ้นยองแจก็ดีใจไปด้วย

“อ้อบอสครับ” ยองแจเรียกบอสไว้ขณะกำลังจะขึ้นไปนั่งบนรถหรูของเจ้านาย มาร์คถามด้วยสายตาว่ามีอะไรก่อนจะเข้าไปในนั่งรถ

“บอสได้ดูหรือยังครับว่าซองที่ผมเอาไปให้มันคืออะไร” ยองแจสงสัย มาร์คตาโตนิดๆ ท่าทางเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ เลขาเห็นแล้วก็กลั้นยิ้มขำ

“ลืมหรือครับ” มาร์คพยักหน้าว่าลืมจริงๆ

“อย่าลืมดูอีกนะครับ เผื่อเป็นเรื่องสำคัญ” ยองแจย้ำเตือนอีกที มาร์ครับคำว่าจะรีบดูให้ว่าซองนั้นมันคืออะไร

 

 

 

 

ร่างบางนั่งเหม่ออยู่ที่โต๊ะประจำหลังคณะ รู้สึกใจหายนิดๆ ที่สละทุน แต่เขาก็พอจะทำใจได้ว่าคนเรามันไม่สามารถได้ทุกสิ่งที่ต้องการได้ เมื่อได้อย่างหนึ่งมาก็ต้องเสียอีกอย่างไป

เรื่องเรียนเอาไว้ก่อนก็ได้ ใช่ว่าจะหาทางไปอีกไม่ได้นี่นะ

แบมแบมหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงยีนออกมาดูว่าใครโทรมา พอเห็นว่าเป็นคุณเจย์ก็รีบรับสาย

“ครับคุณเจย์”

<หนูแบม คุณเจย์มีเรื่องอยากจะบอก เรื่องสำคัญมาก>

“มีอะไรหรือครับคุณเจย์ เสียงไม่ค่อยดีเลย” แบมแบมเป็นห่วง ปลายสายรีบปฏิเสธ

<เปล่า คุณเจย์ไม่เป็นไร แต่หนูน่ะสิเป็น>

“คุณเจย์หมายความว่ายังไงครับ”

<เนี่ยคุณเจย์เพิ่งแยกกับน้องสาว เขาเล่าให้ฟังเรื่องธุรกิจอะไรนี่ล่ะนะ แต่มันมีเรื่องน่าสนใจอยู่เรื่องหนึ่งคุณเจย์คิดว่าหนูยังไม่รู้ มันเกี่ยวกับซีเคที่หนูตกลงรับทุนนั่นแหละ>

“ทำไมครับ?”

<ก็คือว่า..>

“อ่าแป๊บนะคุณเจย์ มีสายซ้อน ขอแบมรับก่อนนะครับ”

<โอเค> แบมแบมสลับไปรับสายอีกสายที่โทรมา เป็นสายสำคัญเสียด้วยสิ

“สวัสดีครับคุณจีวอน”

<เลขาเพิ่งบอกผมว่าอาจารย์ของคุณติดต่อขอเวลานัดพบให้คุณมาพบผมเพราะคุณจะสละทุน  จริงหรือเปล่าครับ> ไม่รอให้เสียเวลาปลายสายเข้าเรื่องทันที น้ำเสียงจริงจังเสียจนแบมแบมอดกลัวไม่ได้

“ใช่ครับ”

<ทำไมคุณถึงเปลี่ยนใจครับ ว่างหรือเปล่ามาพบผมตอนนี้เลยได้ไหม>

“ตอนนี้เลยหรือครับ” มันเร็วจนแบมแบมตั้งตัวไม่ทัน เขาเพิ่งจะคุยกับอาจารย์ยังไม่ทันครบชั่วโมงเลยเรื่องก็ไปถึงท่านประธานแล้ว

<ใช่ครับมาเลยนะ> แบมแบมยังงุนงงอยู่อีกฝ่ายก็ตัดสายไปแล้ว แบมแบมกลับไปคุยกับคุณเจย์ต่อ เก็บความสงสัยในตัวคุณจีวอนเอาไว้ชั่วคราว

“คุณเจย์แบมคุยเสร็จแล้ว เมื่อกี้ว่าไงนะครับ มีเรื่องอะไรเกี่ยวกับซีเคที่แบมควรจะรู้เหรอ?”

<อื้อ สำคัญมากด้วย ซีเคที่ให้ทุนหนูแบมน่ะเป็นคู่แข่งสำคัญของต้วนเรียลเอสเตท นั่นหมายความว่าพอเราเรียนจบก็ต้องกลับมาทำงานกับศัตรูของเจ้าสัว หรือพูดอีกอย่างก็คือต้องอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับมาร์ค และในวงการอสังหาริมทรัพย์ไม่มีใครคับเคี่ยวกันดุเดือดเท่าซีเคและต้วนพร็อบเพอร์ตี้แล้วล่ะ!>

แบมแบมนิ่งอึ้งไปกับเรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อนเลย

“จะ..จริงเหรอครับคุณเจย์”

<แน่นอน เรื่องนี้ใครๆ ก็รู้กันทั้งนั้น แม้คนนอกจะไม่เห็นว่าทั้งสองเป็นปฏิปักษ์กันอย่างเปิดเผย แต่ในแวดวงธุรกิจก่อสร้างเขารู้กันดีทั้งนั้นว่าซีเคกรุ๊ปกับต้วนพร็อบเพอร์ตี้แข่งกันมานานแล้ว และนับวันมันยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ความสัมพันธ์ของทั้งสองบริษัทก็คือพยายามโค่นกันเอง คุณเจย์อยากให้หนูแบมสละทุนนะ อย่าไปรับข้อเสนอของซีเคเลย ที่เขาเสนอทุนให้ต้องมีแผนอะไรแน่ เพราะน้องสาวคุณเจย์บอกมาอีกว่าหนูน่ะเป็นที่รู้จักของคนอื่นๆ ที่ทำธุรกิจเกี่ยวพันกับตระกูลต้วนด้วยนะ แน่นอนว่าซีเคเองก็รู้เรื่องนี้ว่าหนูคือคนของมาร์คต้วน>

“คุณเจย์..” แบมแบมจะร้องไห้แล้วนะกับความจริงที่เพิ่งรู้ เขานี่โง่ซ้ำซ้อนมากเลย เกือบไปแล้ว..

<หนูแบมมีอะไร จะร้องไห้เหรอ ไม่ต้องกังวลนะ ไปพูดกับอาจารย์ให้ช่วยขอสละทุนสิ>

“แบมพูดกับอาจารย์แล้วครับว่าจะไม่ไปเรียนต่อ ให้อาจารย์ช่วยติดต่อทางซีเคด้วย และคุณจีวอนประธานซีเคก็เพิ่งโทรหาแบมว่าให้ไปพบ เขาอยากคุยเรื่องที่แบมขอคืนทุน สายที่แบมแบมขอคุณเจย์รับเมื่อกี้ไง”

<อะไรนะ?!>

“ถ้าเป็นอย่างที่คุณเจย์ว่าแบมควรจะไปคุยกับเขาให้รู้เรื่องว่าแบมไม่ต้องการทุนนี้แล้ว”

<เฮ้! หนูแบมไปไม่ได้นะ อย่าไปซีเคคนเดียวสิ!>

“คุณเจย์จะให้แบมไปกับใครล่ะครับ”

<ตอนนี้หนูอยู่ไหน เดี๋ยวคุณเจย์ไปเป็นเพื่อน> พอได้ยินคุณเจย์อาสาแบมแบมก็ดีใจ ค่อยโล่งอกที่ไม่ต้องไปพบคุณจีวอนคนเดียว

“แบมอยู่ที่มหาลัยครับ คุณเจย์ไปเจอแบมที่ซีเคเลยก็ได้”

<โอเค ไปถึงก็อย่าเพิ่งไปพบเขานะ รอคุณเจย์อยู่หน้าบริษัทแล้วเราเข้าไปพร้อมกัน>

“ได้ครับ”

 

 

 

 

ร่างสูงหยิบกระเป๋าเงิน โทรศัพท์ และกุญแจรถรีบเดินออกไปที่โรงจอดรถเพื่อไปหาแบมแบม ก่อนจะขึ้นรถก็นึกได้ว่าควรโทรหาใครบางคนก่อน

คุณเจย์สไลด์หน้าจอสมาร์ทโฟนเครื่องหรูที่ได้จากน้องสาว หาเบอร์โทรศัพท์ของมาร์คที่ได้มาจากแบมแบม

<สวัสดีครับ อี้เอินต้วนครับ>

“มาร์คนี่คุณเจย์นะ เพื่อนของแบมแบม”

<คุณเจย์..>

“ลุงจรจัดไง”

<อ๋อ ครับ มีธุระอะไรหรือครับแล้วคุณเจย์มีเบอร์ผมได้ยังไง>

“ได้มาจากแบมแบมน่ะ คุณยังไม่รู้ใช่ไหมว่าหนูแบมได้ทุนจากไหน” คุณเจย์พูดรัวด้วยความร้อนใจ กดรีโมทเปิดประตูรถก้าวขึ้นไปนั่งบนรถหรูที่เป็นของขวัญต้อนรับกลับบ้านของน้องสาว

<ยังไม่ทราบครับ แบมแบมไม่ได้บอกและผมก็ไม่ได้ให้คนไปสืบ ทุนนี่ทางคณะหาให้ไม่ใช่เหรอ>

“ซีเคเป็นคนเสนอทุนนี้ให้แบมแบม”

<อะไรนะครับ!>

“อย่างที่ได้ยิน ตอนนี้หนูแบมสละทุนกับอาจารย์ไปแล้วด้วยเหตุผลอะไรคุณเจย์ยังไม่รู้หรอก และดูเหมือนข่าวจะไปถึงซีเคแล้ว เพราะเมื่อกี้คุณเจย์โทรหาหนูแบมและเขาบอกว่าจีวอนประธานซีเคโทรให้เขาไปหาที่บริษัทเพื่อคุยเรื่องทุน ตอนนี้มาร์คอยู่ไหนไปซีเคด้วยกันได้ไหม คุณเจย์กำลังจะไปหาหนูแบม เรานัดกันไว้ที่หน้าบริษัทซีเค”

<ได้ครับ ผมอยู่ข้างนอกพอดียังไม่ได้เข้าบริษัท จะรีบตามไปครับ ขอบคุณที่โทรมาบอก>

“อื้อ รีบไปนะ”

 

 

 

 

แบมแบมยืนกอดอกรอคุณเจย์อยู่หน้าบริษัทซีเค คอยแต่มองนาฬิกาว่าคุณเจย์จะมาเมื่อไหร่

“คุณกันต์พิมุกต์ใช่ไหมครับ”

ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมีคนมายืนตรงหน้า แม้น้ำเสียงจะสุภาพแต่ท่าทางนิ่งเสียจนน่ากลัว

“ครับ?”

“ท่านประธานเชิญให้ไปพบครับ”

“เอ่อ..สักครู่ได้ไหมครับ ผมรอเพื่อนอยู่”

“รอไม่ได้ครับ ท่านมีธุระต้องทำอีกและท่านกำลังรอคุณอยู่” ชายในชุดสีดำผายมือเชิญ แบมแบมยังยืนนิ่งไม่กล้าตามไป เขาจะรอจนกว่าคุณเจย์มาแล้วค่อยเข้าไป

“อย่าให้ผมเสียมารยาทจนถึงขั้นใช้กำลังจะดีกว่านะครับ” ชายหนุ่มยิ้มกดดันแบมแบม คนตัวเล็กคิ้วขมวด ไม่พอใจกับคำขู่นั้น

“คุณไม่มีสิทธิ์มาขู่ผมแบบนี้นะ”

“ตามเข้าไปดีๆ สิครับ”

“ถ้าบังคับกันนักผมไม่พบแล้ว” แบมแบมตัดสินใจกลับก่อนดีกว่า ขืนอยู่ได้โดนข่มขู่มากกว่านี้แน่

“เอ๊ะ ถอยไปนะ” แบมแบมมองหน้าคมที่ไม่แสดงความรู้สึกของชายร่างสูงใหญ่ที่ขยับมาขวางทาง

“อย่าทำให้เสียเวลาไปมากกว่านี้เลยครับ” ชายหนุ่มจับแขนเรียวแล้วรั้งให้แบมแบมเดินตาม แรงที่มากกว่าทำให้แบมแบมขืนตัวไว้ไม่ได้

“ปล่อยนะ!

“แค่คุยธรรมดาไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกครับ” คนที่น่ากลัวน่ะเจ้านายคุณต่างหาก!

 

 

 

            แบมแบมเซถลาไปข้างหน้าเมื่อถูกผลักเข้ามาในห้องทำงานท่านประธานด้วยฝีมือของชายหนุ่มสูทสีดำที่ลงไปลากเขาจากหน้าบริษัท ชายหนุ่มหน้าหวานหันไปมองเขาด้วยสายตาไม่พอใจแต่คนทำกลับไม่สนใจ ปิดประตูแล้วถอยไปยืนเฝ้าป้องกันแบมแบมหนีออกจากห้อง

            “ขึ้นมาช้าจังเลยนะครับ” จีวอนเอนกายพิงพนักเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ วางศอกทั้งสองแขนลงบนโต๊ะทำงาน สองมือประสานกัน นัยน์ตาคมมองตรงมาที่แบมแบมและไร้รอยยิ้มเป็นมิตรอย่างเมื่อครั้งก่อน

            “คุณจีวอนให้คนไปพาตัวผมมาใช่ไหม ทำไมต้องบังคับกันด้วย”

“แล้วคุณรีรออะไรถึงไม่ขึ้นมาสักทีล่ะครับ”

“ผมแค่รอเพื่อน”

“เพื่อนคุณไม่ใช่คนได้รับทุนเสียหน่อย ดังนั้นผมไม่ขอพบใครนอกจากคุณเท่านั้น”

“คุณพูดขึ้นมาก่อนก็ดีครับ ผมมาเพื่อยืนยันกับคุณอีกครั้งว่าไม่ขอรับทุนแล้ว เชิญคุณเอาไปให้คนอื่นเถอะ”

“สายตา ท่าทาง รวมไปถึงน้ำเสียงของคุณแปลกไป มีใครพูดอะไรให้ฟังหรือไปรู้อะไรมาหรือเปล่าครับ และยังเรื่องไม่รับทุนนั่นอีก คุณคิดว่าค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการดำเนินการเรื่องทุนทั้งหมดมันน้อยมากหรือไง ผมลงทุนล่วงหน้าเพื่อคุณไปตั้งเท่าไร ผมหาที่เรียนที่ดีสุดและที่พักที่ยอดเยี่ยมเอาไว้ให้แล้วนะ”

แบมแบมสบสายตาน่าเกรงขามของอีกฝ่าย เผลอก้าวถอยหลังหนี

“ผมรู้แล้วว่าคุณเป็นใคร ขอโทษที่สละทุนครับ ค่าเสียหายเท่าไรผมจะคืนให้ทั้งหมด”

“ผมรู้ว่าคุณมีเงิน ถึงไม่ใช่เงินคุณจริงๆ คุณก็ไปขอจากมาร์คได้อยู่แล้ว แต่ผมไม่ได้ต้องการเงิน ถ้าคุณไม่ไปอังกฤษผมก็ไม่ว่าหรอก นั่นคือความต้องการของคุณ.."

แบมแบมค่อยยิ้มออกเมื่อจีวอนยอมให้สละทุนได้ แต่พอจีวอนพูดประโยคต่อมารอยยิ้มบนใบหน้าหวานก็ค่อยๆ เลือนหาย

“ถึงคุณไม่ไปคุณก็ต้องอยู่กับผมอยู่ดีครับ” ร่างสูงค่อยลุกขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหาแบมแบม ร่างบางหันหลังกลับจะเปิดประตูออกไปแต่ก็ติดชายที่ยืนเฝ้า

“ทำไมผมต้องอยู่กับคุณด้วย” เมื่อไม่มีทางออกแบมแบมก็หันกลับไปเผชิญหน้ากับจีวอนอีกครั้ง และต้องตกใจเมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามาเกือบถึงตัวแล้ว

“เพราะคุณเซ็นสัญญาว่าจะเป็นพนักงานของซีเคแล้วน่ะสิ”

“คุณจะบ้าเหรอ ผมแค่รับทุนนะครับ ยังไม่ได้ไปเรียนสักหน่อยจะเป็นพนักงานที่นี่ได้ยังไง และอีกอย่างเอกสารสัญญาของเรื่องทุนก็ไม่มีข้อไหนที่บอกว่าถ้าไม่ได้เรียนต้องทำงานที่นี่สักข้อ”

จีวอนอมยิ้มนิดๆ ก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะ หยิบแฟ้มมาแฟ้มหนึ่งแล้วโยนไปแทบเท้าแบมแบม ร่างบางมองหน้าจีวอนครู่หนึ่งก่อนจะก้มหยิบแฟ้มขึ้นมาดู

จีวอนโยนใบสมัครพร้อมเอกสารต่างๆ ให้แบมดู..ทุกอย่างเก็บอยู่ในแฟ้ม แบมแบมหยุดอยู่ที่ใบสมัครเข้าทำงานของซีเค ดึงมันออกมาอ่านให้ชัดๆ

“ผมไม่เคยกรอกใบสมัครสักหน่อย!

“ก็ไม่เคยน่ะสิครับแต่ยังไงคุณก็ต้องทำอยู่ดี”

“คุณปลอมลายเซ็นผมงั้นเหรอ?” แบมแบมขยำกระดาษเป็นก้อนแล้วปามันลงพื้น จีวอนแค่นยิ้ม ปราดเข้าประชิดตัวว่าที่คุณแม่ จับข้อมือทั้งสองข้างของแบมแบมแน่นจนเจ็บ

“ผมไม่ทำงานที่ซีเคหรอก! ปล่อยนะ!” แบมแบมพยายามสะบัดให้หลุดแต่อีกฝ่ายจับแน่นจนแบมแบมแน่ใจว่าผิวของเขามันต้องขึ้นรอยมือของจีวอนแน่

“คุณทำแผนผมพังหมด อุตส่าห์จะส่งคุณไปอยู่ไกลๆ คุณก็ยังมาเปลี่ยนใจซะได้ เป็นหมากที่ใช้ได้เลยนะ”

“คุณต้องการอะไรกันแน่คุณจีวอน”

“ก็ต้องการให้ทางนั้นเริ่มรู้สึกรู้สาอะไรบ้างน่ะสิ!

แววตาและท่าทางที่เปลี่ยนไปของจีวอนทำเอาแบมแบมใจสั่น ความสุภาพครั้งก่อนคือเรื่องหลอกลวงทั้งเพสินะ

แบมแบมพยายามดิ้นรนให้หลุดจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย แต่แค่พละกำลังก็ต่างกันแล้ว ต่อให้แบมแบมใช้สุดแรงก็ยากที่จะหนีออกไปได้

ทั้งคู่ยื้อยุดกันอยู่สักพักแบมแบมก็ถูกผลักจนกระเด็นล้มไปก้นกระแทกพื้นอย่างแรง คนเป็นแม่ใจหายวาบด้วยกลัวลูกจะกระทบกระเทือนหรือเป็นอันตราย

“คุณ..” ร่างบางตัวงอ มือหนึ่งยันพื้นห้องทำงานไว้ ด้วยความกลัวและกังวลแบมแบมรีบก้มลงดูก่อนว่าตัวเองมีเลือดออกหรือเปล่า แม้จะหน่วงที่ท้องนิดหน่อยแต่แบมแบมก็พยายามเกาะขอบโต๊ะทำงานของจีวอนเพื่อรั้งพยุงตัวลุกขึ้นอีกครั้ง

“เป็นอะไรไป อย่าบอกนะว่าเพราะแรงกระแทกเมื่อกี้มันส่งผลต่อลูกคุณได้  จะอ่อนแอขนาดนั้นเลยหรือไง แต่ถ้าเด็กเป็นอะไรไปตระกูลต้วนคงเหมือนตายทั้งเป็นกันทั้งบ้านเลยสินะ”

คำพูดแสนใจร้ายทำลายความรู้สึกคนเป็นแม่จนน้ำตาคลอด้วยความแค้นใจ แบมแบมโง่เองที่ไม่หาข้อมูลก่อนว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร เขาน่าจะรู้ว่าในวงการธุรกิจมันจะมีแต่มิตรไม่มีศัตรูได้ยังไงกัน

“ไม่ต้องมาแช่งลูกคนอื่นหรอก ผมไม่แท้งสมใจคุณง่ายๆ แน่”  แม้ยังไม่รู้ว่าลูกจะเป็นอะไรหรือเปล่าแต่แบมแบมก็พยายามไม่คิดในแง่ร้าย ยันตัวลุกขึ้นยืนจนสำเร็จ

ร่างสูงรั้งแขนเรียวไว้แล้วกระชากให้กลับมาหาก่อนแบมแบมจะเดินออกจากห้อง แบมแบมซวนเซจะล้มแต่ฝืนตัวเองให้หลุดจากอ้อมแขนจีวอน

“อย่ามาแตะตัวผมนะ!

“จะรีบไปไหนล่ะ เรายังคุยกันไม่จบเลย” จีวอนเหวี่ยงร่างบางไปบนโซฟารับรองโดยไม่เบาแรงสักนิดและไม่สนด้วยว่าแบมแบมจะเป็นยังไง

“อะ..” แบมแบมจุกนิดๆ มือหนึ่งจิกเบาะโซฟาไว้แน่น อีกมือกอดท้องตัวเองไว้ แรงกระแทกสองรอบทำเอาไม่มีแรงจะลุกขึ้นอีกครั้ง

ร่างบางซบหน้ากับโซฟา ในใจภาวนาให้คุณเจย์มาเร็วๆ หวังว่าถ้าคุณเจย์ไม่เห็นเขาข้างล่างแล้วจะนึกเอะใจว่าเขาอยู่ที่นี่..

 

TBC.

         

**

บัยส์ตัวเล็ก #โดนป้าน้ารุมตบ

ไม่รับฝากของมีคมไปทำร้ายคุณจีวอน หนูสู้เขาไม่ไหว


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 353 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,151 ความคิดเห็น

  1. #6124 Zai33333333 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 00:28
    ปู่มาร์คกับแม่แบมนิ สอนได้สุดยอดมากเลย ชอบๆๆๆ
    #6,124
    0
  2. #6119 N__Valentine_B (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 22:59
    ตอนนี้กับตอนที่แล้วร้องไห้หนักมาค่ะ เราเข้าใจพี่มาร์คที่เกี่ยวกับทางจิตแพทย์คือร้องหนักเลย55
    #6,119
    0
  3. #6102 4ng00n_MB (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 01:14
    โอ้ย หงุดหงิดโว้ยยย เป็นคนดีกันจริง
    ที่แน่ๆมาร์คกะแบมเหมือนกันตรงคิดเองเออเองนี้แหละ เรื่องนี้ละเก่งจริงๆ
    ถ้าเป็นแบบนี้ชาตินี้ก็คงไม่ได้รักกันหรอกจ๊ะ แม่คุณ
    #6,102
    0
  4. #6067 My love markbam (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 03:07
    พี่มาร์คมาเร็วๆ
    #6,067
    0
  5. #6022 opoceleste (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 06:21

    เลวมาก แม่งเอ๊ย

    #6,022
    0
  6. #6005 nattapongsa2516 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 22:50

    อีชั่ว ปล่อยลูกชั้นนะ

    #6,005
    0
  7. #6002 MarkP_endear. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 22:24
    อย่าทำแบมมมม พี่มาร์ครีบมาเร็วๆๆดิ
    #6,002
    0
  8. #5965 KesineeSarasarin (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 22:17
    แอบหงุดหงิดเวลามาร์คจะรู้ความจริงต้องมีอะไรมาขัดตลอด ฮึ้ยยย
    #5,965
    0
  9. #5951 Kwan_Z.E* (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 03:40
    อยากด่าแต่มันช่วยไม่ได้ ดูแลลูกได้ไม่ดีเลยแบม ตั้งแต่การตัดสินใจต่างๆฮอลลลลง
    #5,951
    0
  10. #5946 namwanpocky (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 22:25
    น้องไม่รู้ไงเออว่าซีเคคือบริษัทคู่แข่ง'แบมไม่รู้'
    #5,946
    0
  11. #5873 anusara_p (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 15:25
    โง่เองช่วยไม่ได้
    #5,873
    0
  12. #5859 SSMMTBB (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:18
    จีวอนอยากตายก่อนมีเมียมั้ยห๊ะ//ยัยหนูสู้เขาลูก
    #5,859
    0
  13. #5856 p-my (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:38
    วิ่งไปทุบจีวอนแปปค่ะ TT
    #5,856
    0
  14. #5816 นัทมิมิ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 13:38
    ประทับใจที่เขียนส่วนความคิดแม่แยม กับปู่มาร์คออกมาได้ดีขนาดนี้อะ คือรู้สึกมากทุกคำพูดเลย ดีมากๆ ไรท์ต้องเป็นคนยังไงนะถึงเขียนออกมาได้ดีแบบนี้ ขอบคุณนะคะ
    #5,816
    1
  15. #5792 ChayapornSs (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 18:11
    ไอจีวอน โอ๊ยแยากกระชากมาตบๆๆ เอาสมองอะไรคิด
    #5,792
    0
  16. #5791 ChayapornSs (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 18:10
    เฮ้ยมาร์คมาช่วยเมีย!!!!
    #5,791
    0
  17. #5646 ntn.9846 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 23:18
    ไม่นะ สายเลือดของต้วน ต้องเข้มแข็งสิ
    #5,646
    0
  18. #5585 nsjcbw. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 17:32
    ไอ่คุณจีวอนนี่ชั่วร้ายมาก ขอให้แบมปลอดภัย ไหนจะลูกในท้องอีก งือออ
    #5,585
    0
  19. #5025 LotusSi (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 23:13
    ไม่รู้ว่าไรท์จะมาต่อให้ไหม แต่เราก็เฝ้ารอเสมอ และหวังเป็นอย่างยิ่งมาไรท์จะหลับมา บอกตรงๆเลยว่างบไม่ถึงซื้อฟิคไรท์ไม่ไหวจริงๆ แต่ชอบนิยายของไรท์ทุกเรื่องเลย มันมีข้อคิดเสมอ และสอดแทรกความรู้ด้วย ชอบ
    #5,025
    0
  20. #4636 wonnybum (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 14:21
    ทำไมต้องหาเรื่องเข้าตัวเรื่อยเลยนะแบม มาร์คกับคุณเจมาไห้เร็วๆได้มั๊ยเป็นห่วงหลาน
    #4,636
    0
  21. #4635 wonnybum (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 12:30
    อื้อหืออออออออขอกราบเลยแม่อัง เจอคำสอนของแม่แล้วจุกเลยมีบางคำที่อ่านแล้วเหมือนได้สอนรีดด้วยอ่ะ ขอนับถือไรท์เลย ดีใจแทนแบมที่เกิดเป็นลูกแม่อัง
    #4,635
    0
  22. #4616 MMBB1 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 23:54
    ฮือๆๆ พี่ต้วนกับคุณเจย์รีบมาให้ไวเลยนะ!!! /ชอบตอนที่แบมกับแม่คุยกันมากเลย น้ำตาไหลเลย ฮืออ TTTTTTTT
    #4,616
    0
  23. #4600 BB1a_38 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 22:33
    ยัยตัวเล็กเอยยยยยยย น่าตีจริงๆเลย ทำไมยุรอคุย มาวางซองอะไรพี่มาร์คจะรู้ไหม น่าตี
    #4,600
    0
  24. #4587 nao. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 14:07
    ไม่อยากให้ไรท์พี่เล็กหายไปเลยจริงๆ เราชอบภาษา การอธิบายเรื่องของไรท์มากเลยอะ เข้าถึงอารมณ์ไปอีก >\\\<
    #4,587
    0
  25. #4451 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 18:20
    โอ๊ะ พี่มาร์คจะไปช่วยทันไหม ตัวเล็กต้องไม่เป็นอะไร
    #4,451
    0