เปิดรีปริ้นท์(GOT7) มายาเกี้ยวรัก Markbam,khunyug,jackjae,bnior

ตอนที่ 2 : Chapter 1 : ข้อแลกเปลี่ยนที่ไม่เท่าเทียม 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39,680
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 451 ครั้ง
    29 เม.ย. 58

 



 

            “แบม..แบมแบม..ไอ้แบม!

            ร่างบางสะดุ้งเฮือก เงยหน้ามองพี่ชายที่จ้องมองเขาด้วยแววตาสงสัย

            “อะ..อะไร พี่เรียกแบมทำไมเหรอ?”

            หนุ่มหล่อหน้าใสที่ดูอ่อนวัยกว่าอายุจริงยกมือเท้าคาง หรี่ตามองหน้าตาตื่นๆ ของน้อง

“เป็นอะไร ตั้งแต่กลับมาถึงบ้านแกดูลอยๆ แปลกๆ นะ”

คนที่มีเรื่องราวต้องเก็บงำเป็นความลับสะดุ้งเล็กน้อย ก้มหน้าลง สูดลมหายใจลึก ตั้งสติแล้วกลับมาเป็นคนเดิม

“เปล่านี่..แบมก็ปกติดี”

“ที่ฝึกงานมีปัญหาหรือไง”

พอได้ยินเรื่องที่ฝึกงาน แบมแบมก็เผลอกัดริมฝีปากช้ำๆ ของตนโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะหน้าเหยเกเมื่อกัดโดนบริเวณที่แตกพอดี

ตอนที่กลับมาถึงบ้านพี่ชายก็ถามว่าเป็นอะไร แบมแบมตกใจแทบแย่ ต้องโกหกไปว่าล้ม โดนเยาะมาอีกว่าซุ่มซ่าม โชคดีที่พี่ไม่ได้ถามอะไรต่อ เพราะพี่รู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นคนซุ่มซ่ามแค่ไหน สะดุดล้มให้ตัวเองเจ็บตัวบ่อยๆ

“เปล่า ไม่มีนี่ ที่นั่นมีแต่คนใจดี” แบมแบมไม่ได้บอกทั้งหมด มันก็มีการกลั่นแกล้งเด็กใหม่บ้างตามประสา ที่ TB เด็กฝึกงานเป็นบุคลากรขั้นต่ำสุด ขนาดพนักงานชั่วคราวยังมีอำนาจเหนือกว่าเลย

แต่เขาก็ไม่รู้ว่าทำไมมีคนปกป้องนะ อย่างพี่ฮันบินและพี่เซฮุนนั่นก็คอยช่วยเขาเวลาโดนพี่ๆ คนอื่นใช้ และคอยสอนงานที่มันเป็นประโยชน์ให้บ่อยๆ อย่างไม่หวงวิชาด้วย ใจดีมาก

“ถ้าอย่างนั้นทำไมแกทำท่าทางแปลกๆ นึกว่าที่บริษัทนั้นมันมีอะไรซะอีก”

แบมแบมใจหายเมื่อพี่พูดซะเขากลัวเลย แต่ก็ยังยิ้มแย้ม

สัญญาบ้าๆ นั่น ถ้าขืนบอกพี่คุณไปคงได้เกิดเรื่องใหญ่ เขาคิดจะปฏิเสธอยู่แล้วด้วย คงไม่มีอะไร

“ตกลงนายจะไม่ทำตามที่แม่สั่งสินะแบมแบม”

ชายหนุ่มเจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นจากชามจาจังมยอนของตนมองพี่ชายแวบหนึ่งก่อนจะก้มลงกินต่อ

            “ไม่ล่ะ พอเรียนจบแบมจะทำงานที่นี่ต่อเลย”

            เมื่อสามวันก่อนแม่เพิ่งโทรมาหา บอกว่าเรียนจบเมื่อไรก็ให้กลับบ้านที่ต่างจังหวัด แต่ที่บ้านก็ไม่มีงานดีๆ อะไรให้ทำสักเท่าไร เขาอยากทำงานที่นี่มากกว่า

“เรามาอยู่ที่นี่กันหมดทั้งสองคนอย่างนี้ แม่คงได้ขึ้นมาตามถึงบ้านแน่”

พี่ชายแบมแบมก็มาทำงานอยู่ในเมืองหลวงหลายปีแล้ว

“ไม่หรอก พี่ก็เวอร์” แบมแบมส่ายหัวไปมา อมยิ้มน้อยๆ กับท่าทางเข็ดขยาดของพี่ เขารู้ว่าพี่กลัวเสียงบ่นของแม่มากแค่ไหน คราวที่แล้วที่แม่มาเยี่ยม นิชคุณขนหัวลุกไปหลายวัน

“เออ มีอะไรก็บอกแล้วกัน ฉันเห็นแกเงียบๆ ก็นึกว่าจะเป็นอะไร” นิชคุณเป็นห่วงน้อง ถึงเขาทำงานหนัก เขาก็สนใจชีวิตน้องเหมือนกันนั่นล่ะ

“คิก..ขอบคุณน้า”

แบมแบมมีอะไรก็จะเล่าให้พี่ชายฟังเสมอ แต่ช่วงนี้พี่ทำโอทีกลับบ้านซะดึกก็เลยไม่ค่อยได้คุยกัน มันก็ดีนะ เพราะเรื่องที่เขาเจอก็เอามาเล่าไม่ได้อยู่แล้ว

“แล้วไอ้บริษัท TB อะไรนั่นมันดีอย่างที่แกหวังไว้หรือเปล่าล่ะ แกไม่ได้เล่ามาหลายวันแล้วนะ”

“ก็ดีนะพี่” แบมแบมนึกถึงสิ่งที่เจอแล้วก็ตอบเท่าที่จำเป็น

นิชคุณแปลกใจที่น้องไม่ช่างเล่าเหมือนเคย เวลาอยู่กับเขาสองคน แบมแบมจะเป็นเด็กพูดเก่งนี่นา แม้เวลาอยู่ในที่สาธารณะจะเป็นเด็กขี้อายก็เถอะ

“จริงเหรอ ไม่มีอะไรสนุกๆ มาเล่าจริงเหรอวันนี้”

“มันก็ทั่วๆ ไปน่ะพี่ ไม่มีอะไรหรอก ก็เหมือนบริษัททั่วๆ ไป แค่พี่ๆ ที่ทำงานใจดีแบมว่ามันก็โอเคที่สุดแล้วนะ” ร่างเล็กยิ้มกว้างอย่างมีความสุขเมื่อคิดถึงพี่ๆ ในแผนก ทำเป็นลืมท่านประธานไปซะ เพราะถ้าตัดเรื่องมิสเตอร์ต้วนออกไป การได้ฝึกงานที่ TB Enterprises ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก  

พี่ชายฟังแล้วยังไม่อยากจะเชื่อ

น้องชายเขาคาดหวังว่าจะได้ฝึกงานที่ TB Enterprises มาตลอด มั่นใจในเกรดที่แสนภาคภูมิใจ ตอนที่น้องมาบอกว่าได้ไปฝึกงานที่บริษัทที่มีชื่อเสียงและใหญ่โตขนาดนั้น เขายังแปลกใจเลยว่าทำไมที่นั่นถึงรับน้องเขาเข้าฝึกงานง่ายๆ ไม่โดนเด็กเส้นเบียดกระเด็นเสียด้วย

“ไม่น่าเชื่อเลยแฮะ”

“อะไรกันล่ะ น้องมีความสุขดีพี่ไม่ดีใจกับน้องหน่อยหรือไง” แบมแบมเท้าเอว อมลมจนแก้มใสที่กลมอยู่แล้วพองขึ้นอีก พี่ชายหัวเราะขำ

“พองลมเหมือนอึ่งอ่างเลยว่ะ”

“ไอ้พี่คุณ! แบมไม่ได้น่าเกลียดขนาดนั้นสักหน่อยนะ!         

แบมแบมคว้าเบาะรองนั่งปาใส่พี่ชาย ช่วงเวลามื้อเย็นแสนเรียบง่ายกลายเป็นสงครามย่อมๆ เมื่อนิชคุณไม่ยอมโดนฟาดฝ่ายเดียว

ในบ้านหลังเล็กนั้นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะที่หลายๆ คนอิจฉา

ไม่ต้องมีมากมายอะไร แค่มีกันก็พอ

 

 

 

 

Hi Bro!

ร่างสูงที่ไขว่ห้างบนโซฟาหนานุ่มยิ้มน้อยๆ เมื่อชายคนหนึ่งส่งเสียงร้องทักก่อนจะก้าวถึงตัวเขาเสียอีก นัยน์ตาคมจ้องไปยังร่างที่สะกดทุกสายตาในร้านได้ไม่ยาก

น้องชายที่รักไม่รู้หรือว่าหวงน่ะ

“บอกว่าจะมาตั้งแต่สามทุ่ม นี่ห้าทุ่มแล้วที่รัก พี่เสียเวลานะ” คนที่รออยู่พูดพลางดึงข้อมือคนที่ยืนตรงหน้าให้นั่งลงข้างกัน

“อื้อออ” รวดเร็วไม่ทันให้ตั้งตัว ถูกฉุดลงนั่ง ดันร่างติดพนัก แล้วก็ จูบทักทายตามประสาพี่น้อง

ช่างร้อนแรงเหมือนเคยไม่มีเปลี่ยนเลยนะพี่ชาย

“ถ้าพี่ไม่หยุดตอนนี้ ฉันจะไม่มาหาอีกแล้วนะ” เอ็ดเสียงกระเส่าทีเดียวล่ะ ไม่ใช่อยากจะยั่ว แต่หายใจไม่ทัน

พอได้ยินถ้อยคำขู่ฟ่อเหมือนแมว ร่างสูงก็ยอมหยุด หัวเราะเบาๆ คนถูกทักทายหมั่นไส้นัก ฟาดมือเข้าที่ต้นแขน

เสียงแหบทุ้มแสนเซ็กซี่ที่ลอยอิ่งข้างหูพาให้ขนลุก ไม่แปลกใจว่าทำไมมีแต่คนพร้อมตกเป็นทาสเขา

แค่เสียงก็จะละลายแล้ว ไม่ปลอดภัยต่อหัวใจจริงๆ

“ไม่คิดจะเปลี่ยนใจบ้างเหรอ?”

“ไม่ล่ะฉันไม่ใช่พวกนิยมความรุนแรง ชอบแบบละเมียดละไมมากกว่า” คนน้องหนีไปนั่งที่โซฟาอีกตัว ขืนอยู่ใกล้มาร์คต้วนอีกแค่ไม่กี่วินาที มีสิทธิ์ใจอ่อนเสียตัวให้ง่ายๆ

 “มาช้า”

“เครื่องแลนดิ้งดีเลย์นี่นา ทำไงได้ บอกว่าจะไปรับไม่เห็นไปเลย ร้านนี้สวยดีนะ” คุณหนูคิมมองไปรอบคลับหรู เพราะดูดีแบบนี้สินะถึงซื้อต่อมา

“ซื้อไว้ให้”

พี่พูดด้วยท่าทางสบายๆ เหมือนคลับนี้ราคาแค่ 1,000 วอน เท่าที่เขารู้ ร้านนี้ดังมากและทำกำไรให้เจ้าของเก่าได้เดือนนึงไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ เพื่อนเขาชอบมาเที่ยวกันจะตาย  

“จริง!?”

“จริง”

“ขอบคุณนะครับ ซื้อให้ทำไมล่ะ? นี่! อย่าบอกว่าอยากได้อะไรแลกเปลี่ยนนะ ไม่ยอมจริงๆ ด้วย”

คนที่เพิ่งได้ของขวัญต้อนรับกลับเกาหลีใต้ยกแขนกอดอก ดีใจแต่ยังสงสัย

มาร์คต้วนคือผู้ชายที่รักและปรารถนาดีต่อเขาอย่างจริงใจมากที่สุดคนหนึ่ง ผิดวิสัยของมาร์คที่ไม่เคยเปิดใจให้ใครขนาดนี้ แต่เขาก็ไม่ค่อยดีใจกับความรู้สึกนั้นสักเท่าไร เพราะถ้าเผลอไผลไปกับเสน่ห์นั้นอาจได้เปลี่ยนสถานะจากน้องชายกลายเป็นคู่นอนได้โดยไม่รู้ตัว

“ให้ฟรีๆ จะได้ไม่ต้องไปเที่ยวไหนไง”

“เป็นการลงทุนที่อาจเสี่ยงต่อการขาดทุนนะ เอ้อ! ฉันเห็นแล้วนะข่าวน่ะ ยินดีด้วยนะครับที่ติดอันดับของฟอร์บส์ด้วย”

“ขอบใจ”

แหม ทำเหมือนมันเป็นเรื่องธรรมดาเลยนะครับ

“เย็นชาจริงๆ น้องกลับมาทั้งทีก็น่าจะขยันตอบมากกว่านี้หน่อยซี่”

“นายก็ยอมเป็นของพี่ก่อนสิ” คนพี่เอ่ยทีเล่นทีจริง คนน้องจะว่าเจื่อนก็ใช่จะว่าซีดก็น่าจะใช่อีก

“พี่เปลี่ยนรสนิยมก่อนสิ เผื่อฉันจะยอมเข้าสักวัน กรงทองฝังเพชรของมาร์คต้วนก็น่าสนใจดี แต่ฉันชอบอิสระมากกว่า พี่ก็รู้”

โธ่เอ๊ย เห็นกันมานาน คนอย่างมาร์คเหมาะกับการเป็นพี่ชาย แต่ไม่เหมาะกับการเป็นสามี

“กลับมาทำงานด้วยกันไหม”

“พ่ออยากให้ไปฝึกงานที่บริษัท แต่ฉันว่าจะขอพ่อหยุดเที่ยวก่อนสักสองสามเดือน เพิ่งจะเรียนจบฉันก็เบื่อนะ”

“ได้ยินคุณลุงบอกว่าจะให้นายดูตัว”

พอได้ยินคำว่าดูตัว คุณหนูคนสวยก็กลอกตาไปมาทันที

“โอยถ้าต้องแต่งกับคนที่พ่อเลือก ฉันจ้างใครสักคนเป็นสามีจอมปลอมดีกว่า ซื้อความสบายใจ”

“คิดตื้นๆ”

“พี่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้ให้ฉันไหมล่ะ นี่กะว่าถ้าโดนบังคับจะแกล้งให้งานล่มซะเลย สะใจดี”

คนที่ถูกตามใจจนเคยตัวย่นจมูกเล็กน้อย เบ้ปาก ท่าทางขัดอกขัดใจ

น่ารัก น่าเอ็นดู

“พูดถึงเรื่องดูตัว แม่ฉันเลิกเสนอสาวๆ ให้พี่หรือยัง”

“ยังเลย”

“เบื่อไหม เมื่อไรจะมีคนที่ชอบเป็นตัวเป็นตนสักที”

“น่ารำคาญ ชั่วครั้งชั่วคราวก็พอไหว แต่ถ้าเป็นนาย พี่อาจจะยอมแต่งงานก็ได้”

 “เฮ้อ..ปากหวานแบบนี้บ่อยๆ ฉันคงหลงกลเข้าสักวัน”

คนน้องส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนเปลี่ยนเรื่องเป็นถามไถ่ความเป็นอยู่ของคนพี่ว่าสุขสบายดีไหม

ที่จริงเรื่องนี้ก็ไม่น่าถามนะ เพราะคนอย่างอี้เอินต้วนน่ะหรือจะไม่สุขสบาย

 

 

 

 

 

แบมแบมยกขาสองข้างขึ้นบนเก้าอี้ มือซ้ายดึงชายกางเกงผ้าขายาวสีเทาปิดคลุมเท้าเย็นๆ มือขวาจับเม้าส์ลากไปคลิกบราวเซอร์ใหม่

เขาต้องส่งเมลหาท่าน

อ่า..บ้าจริง ให้ตายเถอะ กดดันชะมัดเลย

“กล้าๆ หน่อยสิวะไอ้แบม” ร่างบางซบหน้ากับเข่า ดิ้นไปมาเล็กน้อยบนเก้าอี้ คิดไม่ตก

ใจเขาอยากปฏิเสธมาก อยากทำใจจะขาดแต่ก็นึกถึงอนาคตด้วย

ถ้าเขียนไปดีๆ บอกเหตุผลที่เขาลำบากใจ ท่านน่าจะรับฟังบ้างนะ ท่านน่าจะเป็นคนมีเหตุผลสิ ท่านคงไม่ฝืนใจใครหรอกใช่ไหม

ผู้ชายระดับท่าน ไม่ต้องทำอะไรก็มีคนต้องการเข้าหาอยู่แล้ว

“กล้าไว้สิแบม แค่ส่งไปไม่ยากสักหน่อย”

Subject : ปฏิเสธข้อเสนอ

ผมคิดดีแล้วครับ ผมทำไม่ได้จริงๆ ขอโทษนะครับ

แบมแบมร่างเหตุผลมากมายในการปฏิเสธเอาไว้ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจพิมพ์ไปตามตรงแค่สั้นๆ

ข้อความเพียงแค่ประโยคเดียว แต่กันต์พิมุกต์ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงในการทำใจก่อนกดส่งไปหาท่านประธาน

 

 

 

ร่างสูงยกแขนขึ้นเล็กน้อย มองเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาเรือนสวยบนข้อมือ พอเห็นว่าได้เวลาที่ตกลงไว้กับเด็กฝึกงานคนนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าเสื้อเพื่อเช็กเมล

มาร์คประหลาดใจกับคำตอบที่อีกฝ่ายส่งมา แต่ยังมีท่าทางปกติ รอยยิ้มมุมปากคือสิ่งที่แสดงว่าเขาค่อนข้างพอใจกับข้อความที่ได้รับมา

ยิ่งยากสิ ยิ่งดี

“พี่มาร์คอมยิ้มอะไรน่ะ สาวที่ไหนส่งข้อความมาหรือไง” ยูคยอมตาไวนะ อย่าคิดว่าไม่เห็น

พี่ไม่ใช่คนยิ้มยาก เขาเป็นคนยิ้มง่ายและสุภาพในสายตาคนทั่วไป แต่ยิ้มจากใจไม่ค่อยเห็นนอกจากคนสนิท

“เปล่า”

“ถ้าอย่างนั้นอ่านอะไรอยู่ ท่าทางอารมณ์ดีเชียว” เห็นมาร์คอารมณ์ดี ยูคยอมก็อารมณ์ดีตามไปด้วย

มาร์คไม่ตอบในทันที เขาเก็บโทรศัพท์มือถือไว้ในกระเป๋าเสื้อตามเดิม ประสานมือทั้งสองวางบนตักที่ไขว่ห้าง มองน้องชาย

“ถ้านายไม่ใช่น้องพี่ นายจะปฏิเสธคนอย่างพี่ไหมยูคยอม”

“หาอย่าบอกนะว่า!” ยูคยอมตาโต อ้าปากค้าง รีบลุกไปนั่งข้างมาร์คทันที มือสวยเขย่าแขนอีกฝ่ายแรงๆ

“มีคนปฏิเสธมาร์คต้วนด้วยเหรอ?! Oh God! ไม่น่าเชื่อเลย ใครน่ะใคร เล่าหน่อยสิครับ”

มาร์คมองท่าทางกระตือรือร้นของยูคยอมแล้วหัวเราะเบาๆ

“ลูกแกะ”

“แกะ? หา?” ยิ่งฟังยูคยอมยิ่งงุนงง

“พี่อยากได้”

“อ่า..” ยูคยอมปล่อยมือจากแขนของมาร์ค เห็นแววตาจริงจังของพี่แล้วขนลุกแทนคนคนนั้นที่กล้าปฏิเสธมิสเตอร์อี้เอิน

ช่างกล้า บ้า และน่าสงสารจริงๆ

 

 

 

 

“เห็นนิตยสารที่ลงบทสัมภาษณ์ของท่านหรือยัง!

หญิงสาวในชุดทำงานกระโปรงสั้นเผยขาสวยไถลเก้าอี้ทำงานมีล้อไปยังโต๊ะทำงานของเพื่อนที่นั่งใกล้กัน

“เห็นแล้วจ้ะ หล่อมาก” เธอคนนั้นลากหางเสียงยาว เคาะนิ้วลงบนโต๊ะทำงานเบาๆ เพื่อไม่ให้เล็บสวยๆ ที่เพิ่งไปทำมาหักเสียก่อน

“บุคคลทรงอิทธิพลที่สุดแห่งปี” เจียเริ่ม

“ในโลกธุรกิจของประเทศเรา” มินต่อ

“คราวก่อนก็Seoul’s Best Man

“เฮ้อ..” สองสาวถอนหายใจออกมา พร่ำเพ้อถึงท่านประธานกันอยู่สองคน เด็กฝึกงานที่มาแต่เช้าก็ทำงานตามที่พี่สาวหนึ่งในสองคนนี้เพิ่งมอบหมายให้อยู่ไม่ไกล ได้ยินเรื่องท่านทั้งที่ไม่อยากได้ยินเลย

มีเด็กฝึกงานก็เหมือนมีเบ๊ เขาจะต้องทำงานเหมือนพนักงานคนหนึ่ง แต่แบมแบมรู้สึกว่าตนเองเหนื่อยเป็นสองเท่าของพี่ๆ เลย   

“อ้ะแบมแบม นายยังไม่ค่อยรู้จักเจ้านายของพวกเราใช่ไหม เอาไปอ่านสิ เล่มนี้ลงละเอียดดีนะ อัพเดทด้วยล่ะ ลงเรื่องที่ท่านเป็นมหาเศรษฐีหน้าใหม่ที่เพิ่งติดอันดับมหาเศรษฐีประจำปีนี้ของนิตยสารในอเมริกาด้วย

พี่มินส่งนิตยสารธุรกิจให้แบมแบม ร่างบางหน้าเจื่อน จำใจต้องยื่นมือไปรับมา ก่อนจะวางเอาไว้บนโต๊ะใกล้ตัวแถวๆ นั้น

“นี่!

เด็กฝึกงานสะดุ้งเฮือกเมื่อพี่มินสาวสวยเสียงดังใส่

“เปิดดูเลยสิ จะเอาไปแช่ทิ้งไว้ทำไมตรงนั้นจ๊ะ เดี๋ยวพี่ต้องเอาไปเม้าท์อีกหลายโต๊ะ”

“ครับ” แบมแบมถอนหายใจ หยิบมาเปิดดูอย่างไม่มีทางเลือก

มือเรียวรีบพลิกเปิดเนื้อหาด้านใน เพราะไม่อยากเห็นภาพบนปกนานนัก

มันเป็นภาพของท่านนี่นา..

‘Yi En Tuan คือชายหนุ่มวัย 27 ปี เจ้าของบริษัท  TB Enterprises บริษัทผลิตและพัตนาซอฟแวร์เกมส์และเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ มหาเศรษฐีอายุน้อยที่มีทรัพย์สินถึง 3.5 พันล้านเหรียญ

หล่อ รวย และมีเสน่ห์ ในด้านอาชีพเขาประสบความสำเร็จด้วยตนเองตั้งแต่อายุยังน้อย และยังเคยถูกรับเลือกให้เป็น สุภาพบุรุษที่ดีที่สุดในโซล” Seoul’s Best Man อีกด้วย..’

ร่างบางอ่านแล้วรู้สึกทึ่งเหมือนกันที่ท่านของพี่ๆ สมบูรณ์แบบขนาดนี้

ไม่มีเรื่องส่วนตัวลงบ้างเหรอ?

แบมแบมอ่านข้ามๆ ไปบ้างในเรื่องที่เขียนถึงธุรกิจ

มีเรื่องส่วนตัวลงน้อยมาก แต่ก็พอมี

เอ๊ะ?...เรื่องนี้มัน

ท่านไม่ได้มีแค่ชื่อเสียงในเรื่องงาน แต่ยังมีชื่อเสียงในเรื่องรักด้วยสินะ รสนิยมน่าตกใจจริงๆ

แบมแบมปิดนิตยสารแล้วยื่นคืนให้พี่มิน เธอลุกจากเก้าอี้ ยันมือกับโต๊ะทำงาน ชะโงกหน้ามาใกล้ใบหน้าหวานของชายหนุ่ม ยิ้มกรุ้มกริ่ม

“นี่..เม้าท์ให้ฟังหน่อยสิ เรื่องเมื่อวานน่ะ”

“อ่า..เรื่องเมื่อวาน?” แบมแบมแสร้งทำไม่เข้าใจ แต่ภายในใจนั้นตื่นกลัว..กลัวว่าใครจะรู้เรื่องเมื่อวานในห้องทำงานของท่าน

“ใช่! อย่ามาทำเป็นหวงไปหน่อยเลยน่าที่รัก เล่าหน่อยน้า ท่านเรียกขึ้นไปหาไม่ใช่เหรอ?”

“นั่นสิ! แค่เดินสวนท่านแค่ครั้งเดียวท่านก็เรียกหา อย่างนี้ไม่ธรรมดาเลยนะ”

พี่เจียลุกตามเพื่อนมายืนกดดันเขาด้วย แบมแบมยิ้มจืด ส่ายหน้าเล็กน้อย

 “ไม่มีอะไรนี่ครับ..

“โกหก!” คนที่มีเรื่องปิดบังสะดุ้งเฮือกเมื่อพี่เจียตบโต๊ะปัง มองเขาด้วยสายตาคาดคั้น

“อย่าคิดว่าพี่เดาไม่ได้น่า ไม่ใช่นายคนแรกหรอกนะ”

“หลายคนแล้ว แต่ก็รู้กันแค่ในทีบีนะ” พี่มินเอ่ยเสริมเพื่อน

“แล้วไม่มีเรื่องที่ว่าคนในบริษัทจะมองท่านเปลี่ยนไปเหรอครับ เรื่องมีความสัมพันธ์กับพนักงาน..

“ไม่ได้มีเยอะหรอก ไม่กี่คน หายาก”

 “ใช่ ส่วนมากคนของท่านจะเป็นคนข้างนอกโน่น สวยๆ ทั้งนั้น” พี่เจียพยักหน้าสนับสนุนเพื่อน

“คือผม..

“นี่คนที่ได้ขึ้นเตียงกับท่านประธานน่ะ ไม่ว่าอยากได้อะไรก็ได้ทุกอย่าง ลองสักครั้งสิกันต์พิมุกต์ เด็กฝึกงานอย่างนายจะได้มีงานทำทันทีที่เรียนจบเลยไงล่ะ”

แบมแบมคิ้วขมวด คำแนะนำเชิงล้อเล่นของพี่เจียนั้นขัดหูเหลือเกิน ถ้าไม่ติดว่าอายุมากกว่าเขาจะต่อว่าเธอแล้วนะ

ร่างบางยิ้มทั้งที่ในใจไม่พอใจ ก่อนจะส่ายหน้า

“ไม่ดีกว่าครับ ท่านก็แค่เรียกผมไปคุย ไม่ได้มีเรื่องอะไรอย่างนั้นสักหน่อย ผมเป็นผู้ชายนะ”

“ฮะฮะ เด็กน้อย ได้อ่านหนังสือละเอียดหรือเปล่าจ๊ะ” มินจิ้มลงบนนิตยสารตรงหน้าแบมแบม

“ท่านได้หมดนั่นล่ะ”

แบมแบมรู้สึกไม่ดีเลยที่พี่ๆ มาพูดเรื่องนี้กับเขา เขายิ่งกลัวอยู่ ตั้งแต่ส่งเมลไปหาเมื่อคืน ท่านก็ไม่ยอมตอบกลับมาเลย ไม่รู้ว่าได้อ่านหรือยัง เขาน่ะกังวลทั้งคืนจนหลับไม่สนิทเลยด้วย

“เฮ้! สาวๆ คุยอะไรกันเอ่ย”

“โอย..ไอ้ตัวป่วนโอเซมาแล้ว”

“อีกห้านาทีไอ้บีไอจะมาสินะ ฉันกลับโต๊ะดีกว่า” เจียโบกมือไปมา ล่าถอยไปนั่งที่เพื่อเริ่มทำงาน

“แบมแบม พี่ซื้อมาฝาก” ชายหนุ่มร่างสูงผิวขาวใสยื่นถุงอาหารเช้าจากมินิมาร์ทให้ร่างบาง คนเด็กกว่าค้อมศีรษะเล็กน้อย ขอบคุณ

“พี่ไม่ต้องซื้อมาให้แบมทุกวันก็ได้นะครับ” แบมแบมเกรงใจมากที่ต้องลำบากพี่เซฮุนซื้ออาหารเช้ามาให้ตลอด เขาเคยปฏิเสธแต่พี่เขาก็ไม่ยอม เคยขอจ่ายค่าของกินพวกนี้ แต่พี่เขาไม่ยอมรับ

เขาก็อยากจะกินมื้อเช้ามาหรอกนะ แต่เขาเป็นพวกตื่นสายแล้วบ้านก็ยังไกลจากที่นี่มาก รถก็ไม่มีขับต้องใช้บริการรถไฟฟ้า เขาก็เลยต้องอดข้าวเช้า

พอพี่เซฮุนรู้เรื่องนี้เข้า วันต่อมาเขาก็ได้มื้อเช้าเป็นของฝาก และมันก็เป็นอย่างนี้ทุกวัน

“บอกแล้วอย่าเกรงใจ เดี๋ยวตีเลย ขอเป็นยิ้มหวานๆ แทนสีหน้าเกรงใจได้ไหมล่ะครับ”

แบมแบมอมยิ้มกับคำพูดล้อเล่นของพี่เซฮุน แต่แค่นี้ชายหนุ่มรูปหล่อก็พอใจแล้ว

 “เอ้า! จะจีบก็รีบจีบเข้าไวๆ นะจ๊ะเซฮุน”

“ทำไมไอ้เจีย”

“หึเปล๊า” เซฮุนมองเจียเขม็ง ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเธอหมายถึงเรื่องอะไร

ข่าวลือในบริษัทมันไปไวพอๆ กับความเร็วของอินเทอร์เน็ตนั่นล่ะ

“รีบกินสิแบมแบม” เซฮุนเร่งเพื่อให้อีกฝ่ายกินอาหารเช้าจากเขามากกว่าไอ้คนที่จะมาถึงบริษัทช้ากว่าเขา

 

 

 

“แบมแบม” ร่างบางที่กำลังถ่ายงานด่วนของพี่เจียอยู่ที่เครื่องถ่ายเอกสารหันไปมองคนเรียก

“ครับ? พี่เจียให้มาเร่งงานเหรอครับ รอก่อนนะ เมื่อกี้มีพี่เขามาขอใช้เครื่อง ผมเห็นเขารีบกว่าเลยให้เขาใช้ก่อน”

“เปล่าจ้ะ งานนี่เดี๋ยวพี่ทำต่อเอง แบมรีบไปเถอะ” มินยื้องานจากมือแบมแบมไปถือไว้ ร่างบางไม่เข้าใจ

“พี่จะให้ผมไปไหนเหรอครับ?”

“ท่านประธานเรียกพบน่ะ”

 

 

 

 

 

เด็กฝึกงานทำเป็นไม่สนใจสายตาของพี่ๆ หลายคนที่มองตามเขามา เขารู้ว่าทันทีที่ก้าวพ้นบริเวณนี้ไป พี่มินและพี่เจียคงกระจายเรื่องนี้จนรู้กันทั้งแผนก

พี่มินเป็นพี่เลี้ยงของเขานี่นา

แบมแบมอยากให้ทางเดินยาวออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเหลือเกิน เขาไม่อยากเดินไปถึงห้องทำงานของท่านเลย

“น้อง จะเข้าไหมครับ” แบมแบมสะดุ้ง มองพี่พนักงานคนหนึ่งที่กดลิฟต์ค้างรอเขา เพิ่งรู้สึกตัวว่าตัวเองยืนอยู่หน้าลิฟต์นานแล้ว

“ขอโทษครับ” แบมแบมก้มหัวขอโทษแล้วก้าวเข้าไปในลิฟต์ ขยับไปยืนด้านในสุดของกล่องโดยสาร พี่ชายคนนั้นถามว่าไปชั้นไหน แบมแบมตอบชั้นบนสุดไป

ชายคนนั้นหันมามองหน้าแบมแบมทันที สงสัยว่าเขามีธุระอะไรถึงต้องขึ้นไปชั้นสำหรับผู้บริหาร

แบมแบมฝืนยิ้มให้อีกฝ่ายทั้งที่สีหน้าไม่สู้ดี ชายหนุ่มที่แขวนบัตรประจำตัวสำหรับพนักงานประจำจึงถอนหายใจ ไม่เอ่ยถามอะไรในธุระส่วนตัวของคนอื่น

 

 

 

 

ถึงพยายามเดินให้ช้ามากแค่ไหนแต่ที่สุดแบมแบมก็เดินมาถึงหน้าห้องทำงานของท่านประธาน

“เข้าไปเลยครับ ท่านรออยู่แล้ว”

สมกับเป็นเลขานุการของท่าน แม้กันต์พิมุกต์จะเป็นเพียงเด็กฝึกงาน แต่ในเมื่อเป็นคนที่ท่านต้องการพบ เลขาฯก็ยังสุภาพด้วย

ร่างบางถอนหายใจ ฝืนยิ้มให้อีกฝ่าย ก้มหัวให้เล็กน้อยก่อนจะเปิดประตูห้องทำงานเข้าไป

ทันทีที่แบมแบมปิดประตูลง เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังตัดสินใจผิดที่มา

ท่านทำงานอยู่ แต่พอได้ยินเสียงเคาะประตูท่านก็เงยหน้ามองอยู่แล้ว แบมแบมจึงได้สบตากับท่านทันทีโดยไม่ตั้งใจ

ให้ตายสิ อึดอัดชะมัด

“นั่งสิ”

เมื่อท่านอนุญาตแล้วก็ไม่มีทางเลือกนอกจากเดินไปนั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของท่านเท่านั้น

ร่างบางกังวลจนเผลอบีบมือทั้งสองเข้าหากัน เดินไปนั่งลงอย่างหมิ่นเหม่ที่เก้าอี้ตัวนุ่ม วางสายตาที่งานตรงหน้าท่านมากกว่าใบหน้าหล่อเหลานั้น

มือเรียวเก็บงานที่กำลังทำค้างไว้ไปทางซ้ายมือ ทำให้แบมแบมต้องเลิกสนใจโต๊ะว่างเปล่ามองหน้าท่านโดยตรง

“ท่านเรียกผมมามีอะไรหรือครับ”

ทำลายความเงียบด้วยคำถาม ร่างสูงเอนพิงพนักเก้าอี้ทำงานด้วยท่าทางสบายๆ ผิดกับอีกฝ่ายที่นั่งเกร็งด้วยความเครียด

“ผมได้รับคำตอบของคุณเรียบร้อยแล้ว”

ได้รับแล้ว? ทำไมท่านไม่ตอบกลับมาล่ะ หรือว่าไม่พอใจเลยเรียกเขามาต่อว่า

“คุณไม่ได้ให้เหตุผลกับผมสักข้อว่าทำไมถึงปฏิเสธ”

อ่า..มาแล้วคำถามที่ชวนลำบากใจ

แบมแบมถอนหายใจอีกรอบ รู้ว่ามันก็น่าสงสัยล่ะนะ แต่ทำไมท่านต้องใส่ใจขนาดนั้นด้วย หรือว่าไม่เคยถูกใครปฏิเสธมาก่อน ถ้าท่านใจดีอย่างที่ใครๆ ว่าก็ควรจะปล่อยเขาไปแต่โดยดี

“คือก่อนจะบอกเหตุผลของผม ผมขออนุญาตถามท่านก่อนได้ไหมครับ”

มาร์คยิ้มน้อยๆ พลางพยักหน้าให้แบมแบมถามได้

ร่างบางค่อยโล่งใจที่อย่างน้อยท่านยังยิ้ม ดูไม่น่ากลัวเท่าไรมั้ง

“ทำไมท่านถึงสนใจในตัวผมครับ”

“ผมไม่เคยสนใจใครตั้งแต่แรกเห็นมานานมาก ไม่รู้สิ ผมว่าเราน่าจะเข้ากันได้”

เข้ากันได้? เห็นกันครั้งเดียวน่ะเหรอ?

แบมแบมอยากเข้าใจท่านมากขึ้น แต่ถามแล้วยิ่งไม่เข้าใจเลย

ท่านเอาอะไรมาตัดสินใจกันนะ

“เอาล่ะ ถ้าไม่สงสัยอะไรแล้ว ผมขอทวงคำตอบเมื่อครู่จากคุณ ตอบผมได้หรือยังครับ”

เรื่องแบบนี้ไม่ถามท่านก็น่าจะรู้คำตอบ เขาไม่ใช่คนที่จะยอมนอนกับคนแปลกหน้าได้โดยไม่รู้สึกอะไรนะ

“ผมไม่คิดจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคนที่ไม่ได้รักหรอกนะครับ”

ท่านดูแปลกใจกับคำตอบของเขามาก อยากจะพูดอะไรก็พูดออกมาสิครับ อย่าเอาแต่จ้องหน้ากันได้ไหม มันกดดันนะ

การต้องมาอยู่ต่อหน้าคนที่คิดจะนอนกับเรามันไม่ใช่เรื่องสนุกหรอก

“ความคิดคุณแปลกดีนะ สมัยนี้แล้ว”

ท่านสิครับแปลก ใครเขาก็คิดแบบนี้ไม่ใช่เหรอ?

แบมแบมชักไม่มั่นใจ เขาคิดแบบนี้มาตลอดเลยนะ หรือนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ไม่สามารถสานต่อความสัมพันธ์กับคนที่เข้ามาหาได้มากกว่าเพื่อนล่ะมั้ง

 “ไม่ว่ายังไงผมก็ขอปฏิเสธครับ”

แบมแบมต้องหนักแน่นเข้าไว้ เขาไม่หลงกลท่านเหมือนเมื่อวานแล้วแน่ๆ

มาร์คยิ้มกว้างขึ้นเมื่ออีกฝ่ายสบตาเขาทั้งที่กลัวเขามาก

“ถึงคุณไม่มีอะไรที่อยากได้และขอปฏิเสธ ผมก็ยังอยากได้คุณอยู่ดี”

ตรงเป็นบ้า

ร่างบางอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรออกมา แต่พูดไม่ออก ไม่นึกว่าท่านจะเอาแต่ใจขนาดนี้ ท่านถามเหตุผล เขาก็บอกไปแล้วนี่นา

“ไม่ว่าท่านจะเสนออะไรมาให้ผมก็ขอปฏิเสธ ผมไม่มีอะไรที่อยากได้ ชีวิตตอนนี้ก็มีความสุขดีครับ”

“คุณนี่ดื้อกว่าที่เห็นภายนอกสินะ”

“ไม่หรอกครับท่าน”

“มันก็แค่เซ็กส์”

“ท่านอาจจะมีเซ็กส์กับใครโดยไม่รักได้ แต่ผมทำอย่างนั้นไม่ได้”

ทำไมกันต์พิมุกต์ต้องมาคุยเรื่องนี้กับผู้ชายด้วยกันล่ะเนี่ย มันน่าอายจะตาย!

ให้ตายเถอะ! เขาอยากกลับออกไปจะแย่แล้ว รู้สึกไม่สบายใจเลยที่ต้องถูกท่านจ้องมองไม่วางตาแบบนี้

“คุณต้องการอะไร คุณถึงจะให้สิ่งที่ผมต้องการ ต้องมีสักอย่างสิ”

เด็กคนนี้จะรู้ตัวหรือเปล่าว่าเขาไม่เคยต้องเจรจาเรื่องแบบนี้กับใครนานขนาดนี้ บางครั้งเขาไม่เสนอก็มีแต่คนจะสนองให้ทั้งนั้น

แบมแบมหนักใจ

นี่เขาต้องคิดข้อแลกเปลี่ยนที่ยากๆ และคิดว่าท่านทำให้ไม่ได้ใช่ไหม ท่านถึงจะยอมแพ้แล้วปล่อยเขาออกไปสักที

ยิ่งอยู่ที่ห้องนี้นานเท่าไร คำนินทาที่เขาจะได้ยินเข้าหูยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น 

ในเมื่อท่านไม่ได้กำหนดเวลาหรือเร่งรัด แบมแบมก็ขอใช้ความคิดเงียบๆ ก่อน ถึงจะรู้สึกแปลกเวลาโดนท่านจ้องก็เถอะ

แบมแบมกอดอก เอนกายพิงพนักเก้าอี้ อึดอัดบ้างที่ต้องเป็นตุ๊กตาให้ท่านมอง แต่แค่มองไม่ได้เสียหายอะไร อยากจะมองก็มองไปเถอะ เขาต้องหาข้อแลกเปลี่ยนที่ดีที่สุดเพื่อจะได้ไม่ต้องเจอท่านอีก

ถ้าเขาฝึกงานเสร็จเมื่อไร บริษัทในเครือของ TB Enterprises จะไม่มีพนักงานที่ชื่อกันต์พิมุกต์ ภูวกุลแน่ๆ เขาจะหนีให้ไกลเชียว บริษัทที่มีผู้บริหารแบบนี้

ผ่านไปห้านาที แบมแบมก็ยังคิดไม่ออกว่าจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้อย่างไรดี ไม่ว่าจะคิดอะไรออกก็รู้ว่าท่านต้องหามาให้ได้แน่ๆ

คนอย่างอี้เอิน ต้วนคงไม่มีอะไรที่ไม่สามารถบันดาลให้ได้ดังใจหรอก

การตกอยู่ในความเงียบไม่ใช่เรื่องน่าอึดอัด คนอย่างมาร์คต้วนมีความอดทนเพียงพอ

เด็กฝึกงานกันต์พิมุกต์คนนี้ไม่ใช่คนสวยมากมายอะไร เขาเคยเจอคนสวยกว่านี้มามาก แต่ความรู้สึกตอนมองเด็กคนนี้ต่างจากทุกคน

แวบแรกที่เห็นทำให้เขานึกหวนไปถึงคนคนนั้น

เขาว่าเขามองคนไม่ผิด กันต์พิมุกต์ไม่ได้มารยาแสร้งปฏิเสธเพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่เด็กฝึกงานคนนี้กลัวเขาจริงๆ

ท่าทางปฏิเสธนั้นมันกระตุ้นสัญชาติญาณอยากเอาชนะของเขามากเชียวล่ะ

“ว่าอย่างไรครับ คิดออกหรือยัง ผมไม่ต้องการคำปฏิเสธอีกครั้งหรอกนะ”

มาร์คเอ่ยทำลายความเงียบ เขาอดทนได้ แต่เวลาของเขาแต่ละวินาทีมีค่าเสมอ เขาเป็นนักธุรกิจ และไม่อยากปล่อยให้เวลาอันมีค่าผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์

ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อท่านลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานแล้วเดินอ้อมโต๊ะมาหาช้าๆ

กันต์พิมุกต์ตัวแข็งเมื่อท่านมายืนซ้อนอยู่ด้านหลังเก้าอี้แล้ววางมือบนบ่าตน ความรู้สึกร้องบอกว่าเริ่มไม่ปลอดภัย

“ผมขอเวลาคิดอีกสักคืน”

ยื้อเวลาคงดีที่สุดในยามที่หัวสมองคิดอะไรไม่ออกเลย

เขาอยากให้ท่านกลับไปนั่งมองหน้าเขาเหมือนเมื่อครู่นี้มากกว่ามายืนกดดันกัน

“ผมไม่มีเวลามากขนาดนั้น คุณต้องเลือกตอนนี้ ถ้าไม่สามารถหาเหตุผลที่ดีมาอ้างได้ก็ยอมรับข้อเสนอแรกที่ผมให้คุณไปไม่ดีกว่าเหรอ”

มาร์ควางมือซ้ายบนที่วางแขนเก้าอี้ตัวที่แบมแบมนั่ง อีกมือยังวางบนไหล่บาง โน้มตัวลงไปหาเล็กน้อย

แบมแบมคิ้วขมวด

ข้อเสนอที่ว่าหนึ่งคืนแลกเปลี่ยนกับอะไรก็ได้น่ะเหรอ เขามีศักดิ์ศรีนะ

“ผมรู้ว่าคุณไม่พอใจที่ถูกกดดัน แต่ทำร้ายร่างกายตัวเองทำไม น่าเสียดายออก”

มือที่ลูบเบาๆ ที่ไหล่เลื่อนมาที่แก้มใสไล่ไปริมฝีปากอิ่มที่กัดเม้มเข้าหากัน นิ้วเรียวบังคับให้แบมแบมเลิกกัดปากตัวเองซะ

อ๊ะแย่แล้ว

แบมแบมหลับตาลง ด่าตัวเองในใจเมื่อเผลองับปลายนิ้วเรียวของเจ้านายไปแล้วล่ะสิ

มันเรียกว่างับได้ไหม แค่ริมฝีปากเผลอไปโดนนิดเดียวเองนะ ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ก็เขาตกใจนี่

“หึ..

ทำไมท่านต้องมาหัวเราะข้างหูเขาด้วย ไม่รู้หรือไงว่ามันทำให้เขาขนลุก

ท่านกำลังทำให้เขากังวลและประหม่าอีกแล้ว  อยู่ใกล้กันขนาดนี้เขาคิดอะไรไม่ออกหรอกนะ

ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมของท่านเต็มปอดเลยล่ะ อย่าทำให้เขาถึงกับต้องกลั้นหายใจได้ไหม

“ผม

“ว่ามาสิ”

“ผมมีเซ็กส์กับคนที่ไม่ได้ชอบไม่ได้หรอกครับ”

“คุณกำลังจะบอกอะไรผมหรือกันต์พิมุกต์”

คนอย่างท่านไม่น่าจะยอมเสียเวลาอันมีค่ากับเด็กฝึกงานอย่างเขามากนักหรอก แม้จะอยากได้แค่ไหนก็ตาม มีคนรอให้ท่านเลือกอีกเยอะ

“ท่านสามารถทำให้ผมยอมเป็นของท่านด้วยความเต็มใจได้ไหมล่ะครับ”

อ่าพูดออกไปแล้ว

แกกล้ามากจริงๆ ไอ้แบม! ไปพูดท้าท่านอย่างนั้นท่านจะโกรธเขาไหม

“นี่คุณกำลังท้าทายผมอยู่เหรอ?”

แบมแบมตกใจเมื่อถูกหมุนเก้าอี้ให้หันไปเผชิญหน้ากับท่านโดยไม่ทันตั้งตัว

“คือ..ท่านให้ผมเสนอไม่ใช่เหรอครับ ผมก็แค่บอกสิ่งที่ผมต้องการ”

แบมแบมเอนหนีจนหลังติดพนักเก้าอี้แล้วท่านยังโน้มเข้ามาหาจนใกล้

เขากลัวนะ

“ขยายความหน่อยได้ไหม ผมเข้าใจแต่ไม่แน่ใจ ไม่เคยมีใครพูดอย่างนี้กับผมมาก่อนสักคน”

มาร์คยันมือกับเก้าอี้ แบมแบมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังไร้ทางหนี ถูกกักตัวไว้ในอ้อมแขนท่านแบบนี้

สถานการณ์ตอนนี้ทำให้เขาเผลอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานเข้าจนได้ แย่แล้ว บ้าจริงๆ ทำไมต้องมานึกได้ตอนนี้ด้วยเล่า

แบมแบมหลุบตาลงต่ำไว้ที่หน้าอกกว้างของท่านเท่านั้น พูดไปแล้วก็นึกอายตัวเอง กล้าพูดออกไปได้ยังไงก็ไม่รู้ ท่านต้องอยากหัวเราะเยาะเขาแน่ๆ ที่กล้าไปท้าทายท่านเสียขนาดนั้น

“ผมอยากให้ท่านทำให้ผมรู้สึกชอบท่านก่อนผมไม่ชอบถูกบังคับ”

“แปลกนะ คนอื่นอยากได้เงิน รถ หรือไม่ก็สิ่งของอย่างอื่น ไม่เคยมีคนขอผมอย่างนี้”

นิ้วเรียวสวยนั้นค่อยๆ สอดผ่านเส้นผมนุ่มสีดำไปทางหลังใบหู ลงมาลูบไล้แก้มเนียนนุ่มนั้น ก่อนเชยคางขึ้นเพื่อให้อีกฝ่ายเงยหน้าสบตากัน

แม้จะเป็นการสัมผัสด้วยปลายนิ้วอย่างนุ่มนวลแต่ก็ทำให้เลือดในกายของคนถูกกระตุ้นร้อนวูบขึ้นมาได้

อันตรายจริงๆ

“คนอื่นที่ผ่านมาไม่ได้เรียกร้องความรู้สึกที่จับต้องไม่ได้พวกนี้ เมื่อผมเบื่อและเขาได้ประโยชน์ ทุกอย่างก็จบ แต่ถ้าคุณหลงรักผม นอกจากจะเสียตัวคุณยังต้องเสียใจด้วย เพราะผมไม่มีทางรักคุณ”

“เรื่องของหัวใจและความรู้สึก ถ้าผมพลาดไป มันเป็นเรื่องที่ผมจะรับผิดชอบเองครับ  มันคงเจ็บปวดน้อยกว่าการเป็นของคนแปลกหน้าที่ไม่ได้รู้สึกอะไรต่อกันเลย”

“ผมเตือนคุณแล้วนะกันต์พิมุกต์”

มันไม่ได้เสียเงิน แต่เสียเวลา แต่เขาก็ยินดีจะเล่นด้วยถ้าแกะตัวนี้ต้องการ 

อะไรที่ได้มายาก มันเร้าใจและน่าตื่นเต้นเสมอ

ความรักไม่ใช่เรื่องล้อเล่น แต่สักวันเด็กคนนี้จะรู้ว่าตนเองคิดผิด 

“ขอบคุณที่หวังดี ท่านไม่ต้องห่วงผมหรอกครับ ถ้าท่านทำได้ผมก็มีสัจจะพอ”

เมื่อทุกอย่างจบลง ไม่จำเป็นต้องคิดอะไร ทำใจให้ได้แล้วก็กลับเป็นอย่างเดิม

ชอบได้ก็เลิกชอบได้เช่นกัน 

แบมแบมเป็นคนมองโลกในแง่ดี ไม่เคยเจอความรักกับตัว จึงคิดว่าเป็นเรื่องง่ายๆ

ร่างบางทำไปตามสัญชาติญาณ เมื่อใบหน้าท่านเลื่อนเข้ามาใกล้กว่าเดิม เขาก็รีบยกมือขึ้นปิดปากท่านไว้ไม่ให้จูบเขาได้อีก

แค่ครั้งเดียวแบมแบมก็รู้แล้ว ไม่จำต้องย้ำความรู้สึกกันอีกรอบหรอก

แต่เมื่อแบมแบมทำสิ่งที่คนอื่นไม่เคยทำกับตนมาก่อน มาร์คก็เล่นด้วย

ร่างสูงจับมือนิ่มที่ปิดปากตนออก จูบลงที่กลางฝ่ามือแผ่วเบา สบตากลมที่เบิกกว้างขึ้นนิดๆ

ใบหน้าหวานร้อนผ่าวเป็นครั้งที่สองในเวลาไม่กี่นาที

เขาผิดเองที่สบตาท่านตรงๆ

แบมแบมดึงมือคืนมา กอบกุมมือที่ถูกจูบเอาไว้ สัมผัสอุ่นยังคงหลงเหลือให้ใจเต้นอยู่เลย

มาร์คหัวเราะน้อยๆ ตอนนี้ยังไม่มีคนที่ทำให้เขาสนใจได้เท่ากันต์พิมุกต์ เขากำลังรู้สึกเบื่ออยู่พอดี มีเรื่องสนุกๆ ให้ทำฆ่าเวลาก็ดีเหมือนกัน

“เราต้องทำสัญญากันหน่อยไหม?”

“แล้วแต่ท่านสิครับ ถึงไม่ทำผมก็ไม่มีทางหนีท่านไปไหนได้อยู่แล้ว”

“ผมไม่เคยเชื่อสัญญาที่พูดออกจากปากเพียงอย่างเดียว”

ถ้าแบมแบมไม่ได้ตาฝาด เขาเห็นแววตาของท่านเปลี่ยนไปเล็กน้อยจริงๆ

เหมือนเศร้า..แต่ก็แค่แวบเดียว เขาไม่กล้ามั่นใจอะไร คิดว่าตัวเองอาจคิดมากไปก็ได้

“ท่านร่างข้อตกลงระหว่างผมและท่านส่งมาให้ผมได้”

แบมแบมยังแยกตัวเองและเจ้านาย ไม่อยากใช้คำว่าระหว่างเรา

“คุณไม่เรื่องมากดีนะ”

แบมแบมไม่รู้จะตอบอย่างไร ท่านอาจจะแค่ชมเท่านั้น

“เมื่อเราได้ทุกอย่างตามต้องการ เรื่องของเราก็คือจบ”

“ครับ”

“แค่ผมทำให้คุณชอบผมได้ก็พอ ไม่ต้องการอะไรอีกแล้วใช่ไหม?”

“แน่นอนครับ ไม่ต้องเสนออะไรให้ผมหรอก ถ้าผมรับอย่างอื่นจากท่านมามันก็ไม่ต่างอะไรกับผมขายตัวเอง ผมอยากให้ ผมจะให้เอง”

“อย่านานนักนะ ผมไม่ใช่คนมีความอดทนมากมายอะไร”

“เรื่องระยะเวลามันขึ้นอยู่กับท่านครับ”

“คุณอาจจะแกล้งทำเป็นไม่ชอบผมเพื่อซื้อเวลาก็ได้”

“ท่านอาจจะเคยได้ยินมาเยอะแล้ว แต่ผมก็คงจะต้องเป็นอีกคนที่บอกท่านว่าการจะต้านทานเสน่ห์ท่านน่ะ ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ หรอกนะครับ”

สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดในตัวท่านคือรอยยิ้มและดวงตาคู่นี้มองทีไรมันทำให้ความคิดเขาหยุดชะงักได้ทุกที ไม่ดีต่อหัวใจมากๆ เลย

มาร์คค่อนข้างแปลกใจที่แบมแบมกล้าพูดกับเขาอย่างนี้

ตรงมาก แต่ซื่อดี

ร่างสูงก้มหน้าลงเล็กน้อย หัวเราะเบาๆ ออกมา ผละจากแบมแบมขึ้นยืดตัวเต็มความสูง ใช้หลังมือปิดปาก หันหลังให้แบมแบมแล้วหัวเราะออกมา

แบมแบมตาโต เหมือนได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์

ท่านหัวเราะขำเขาเหรอ? หัวเราะเสียงดังด้วย?

“คุณนี่แปลกจริงๆ”

ไม่มีใครกล้าชมเขาตรงๆ มาก่อนเลยนะ พูดด้วยหน้าตาใสซื่อเสียด้วย

“โดนคนว่าอยู่บ่อยๆ น่ะครับ” โดนว่ามาอย่างนี้แบมแบมก็เริ่มอายแล้วเหมือนกันนะ

“คุณมีข้อเสนออะไรอีกไหม อย่างไปเที่ยวกัน”

“เที่ยวกัน? เดทเหรอครับ?”

“ใช่ คุณจะเรียกอย่างนั้นก็ไม่ผิด มันเป็นการสร้างความสัมพันธ์ให้เราใกล้ชิดกันมากขึ้นไม่ใช่เหรอ”

“ท่านทำให้ได้ด้วยเหรอครับ” แบมแบมไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้จากปากท่านเลย

คนอย่างท่านมีเวลาไปเที่ยวกับเขาด้วยเหรอ?

“แน่นอน ผมทำได้ทุกอย่างเพื่อให้คุณชอบ อยากให้ทำอะไรล่ะบอกมาสิ”

มาร์คหันกลับมามองแบมแบม  แบมแบมกลับเข้าสู่ภาวะหนักใจอีกครั้ง

“ผมคิดไม่ออกหรอกครับ แต่เดทก็น่าสนใจดี ท่านเคยจีบใครมาก่อนไหมครับ?” แบมแบมทำใจกล้าชวนท่านคุย

ถ้าไม่กล้าพูด ตัวเขาเองจะเอาแต่เขินท่านจนคิดอะไรไม่ออก

“จีบ? ทำไมผมต้องทำเรื่องไร้สาระและเสียเวลาอย่างนั้นด้วย”

แบมแบมจะยิ้มก็ยิ้มไม่ออก ท่านคงไม่เคยต้องเสียเวลาเอาใจใคร มีแต่คนต้องการจะเอาใจท่านเสียเองมากกว่าสินะ

“ที่ผ่านมาท่านปฏิบัติกับคนอื่นๆ อย่างไรล่ะครับ”

“ทำอย่างที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำให้อีกฝ่ายพึงพอใจได้น่ะสิ”

“อ่า คำตอบไม่ชัดเจนเลย”

“ผมไม่เข้าใจความคิดของคุณ”

“ผมก็ไม่เข้าใจท่านเหมือนกัน ถ้าท่านอยากให้ผมชอบ แค่วางตำแหน่งประธานหรือสุภาพบุรุษในฝันที่ทำตามหน้าที่พวกนั้นออกไป ผมต้องการแค่ผู้ชายธรรมดาที่ทำให้ผมพร้อมจะเป็นของเขาได้”

 “คุณรู้ตัวไหมว่าคุณขอมากกว่าที่ทุกคนเคยขอมาเสียอีก”

“ผมไม่ต้องการอย่างอื่นนี่ครับ”

การที่นั่งอยู่ตรงนี้แล้วมีท่านยืนมอง ยิ่งทำให้แบมแบมรู้สึกเหมือนเขาตกอยู่ใต้อำนาจของท่าน แม้ว่าตอนนี้เขากำลังเจรจากับท่านโดยที่ถือความต้องการของเขามาก่อนก็เถอะ

“มันไม่ยุติธรรมสำหรับผมเท่าไร คุณจะชอบผมเมื่อไรไม่รู้ ผมต้องรออีกนาน ระหว่างรอคุณไม่มีอะไรให้ผมเลยเหรอ”

นั่นสิ คำขอนี้มันเป็นความเอาแต่ใจของเขาที่ซื้อเวลาออกไป ท่านต้องเสียเวลาทำตามที่เขาต้องการ มันก็คงน่าเบื่อไม่น้อยทีเดียวล่ะ

“ถ้าอย่างนั้นท่านอยากได้อะไรบ้างไหมล่ะครับ”

“ระหว่างการเดท ผมต้องแตะตัวคุณได้นะ”

“เอ๊ะ”

“เดทหนึ่งครั้ง เท่ากับว่าเมื่อข้อตกลงเสร็จสิ้น ผมจะได้กอดคุณหนึ่งครั้งหรือเปล่า?”

“เอ๋?”

“ว่าอย่างไรล่ะ จะได้เท่าเทียมกันไง”

“เอ่อ..

“คุณจะแกล้งทำเป็นชอบผมในเดทครั้งที่สองหรือสามก็ได้นะ แต่คุณไม่ได้ชอบผมจากใจจริงๆ คงทำไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องไปเดทกันหลายครั้งหน่อย”

ข้ออ้างที่แบมแบมคิดว่าดีกำลังย้อนมาเล่นงานเขาเข้าแล้วล่ะสิ

ไม่ว่ายังไงเขาก็ขาดทุนไม่ใช่เหรอ?

ท่านเจ้าเล่ห์ที่สุด!

“ผม

“ระหว่างเดท กอดหรือจูบไม่นับ จะนับเข้าเกณฑ์ข้อตกลงก็ต่อเมื่อคุณพร้อมจะนอนกับผมเท่านั้น”

“มันไม่มากเกินไปเหรอครับ”

“จะไม่มีอะไรให้ผมทำระหว่างรอคุณพร้อมเลยเหรอ?”

“ผม..เฮ้อก็ได้ครับ”

คนอย่างท่านประธานจะมีเวลาว่างมากมายสักเท่าไรกันเชียว ผู้บริหารระดับสูงอย่างนี้มีงานยุ่งทุกวันอยู่แล้ว

ท่านอาจจะว่างไปเดทกับเขาสักเดือนละครั้งก็ได้นะ!

หรือถ้าท่านเบื่อจะทำตามที่เขาขอ เจอคนอื่นที่ถูกใจกว่าท่านอาจจะลืมเขาไป

มันเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่ขาดทุน แต่เขาก็สามารถซื้อเวลาออกไปได้

พอปลอบใจตัวเองเสร็จแบมแบมก็กลับมามีกำลังใจและยิ้มออกมาได้อีกครั้ง

“ท่านเรียกผมว่าแบมแบมก็ได้นะครับ”

ชื่อจริงเขามันยาวและยากไป ถึงท่านจะเรียกได้ไม่เพี้ยนก็เถอะ แต่ให้เรียกแบมแบมน่าจะดีกว่า

“ทุกคนเรียกคุณอย่างนั้นเหรอ?”

“ใช่ครับ ผมจะได้รู้สึกสนิทกับท่านไง”

ถ้าหากคนอื่นมาได้ยิน แบมแบมคงโดนดุไปแล้วที่กล้าตีสนิทกับท่านอย่างนี้

ถ้าไม่นับยูคยอมและใครคนนั้น วันนี้มาร์คยิ้มให้แบมแบมได้มากกว่าที่เคยยิ้มให้ใคร

“ผมจะเรียกคุณว่ากันต์กันต์คำเดียว”

 

 

 

 

แบมแบมทำตัวตามปกติ ทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย แต่ไม่คิดว่าคนอื่นจะให้ความสนใจในตัวเขาจนเขาไม่มีสมาธิเลย

ถ้าจะแอบมองกันด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็นขนาดนี้ เดินเข้ามาถามเลยก็ได้

“แบม ออกไปกินข้าวกับพี่ไหมครับ”

ร่างบางเงยหน้ามองรุ่นพี่ฮันบินที่เดินมาหาเขาพร้อมรอยยิ้มหล่อๆ เหมือนเคย

“เอ่อ..

“คงไม่อยากนั่งกินในโรงอาหารของบริษัทหรอกใช่ไหม? ไปกินข้าวร้านใกล้ๆ บริษัทกันเถอะ”

“ขอบคุณครับ” พี่ฮันบินใจดีเสมอเลย

เขาเองก็ไม่อยากกินข้าวท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็น คงกลืนข้าวลงคอได้ไม่กี่คำ

“ไม่เป็นไร เลิกทำหน้านิ่วสักทีเถอะ ไม่เข้ากับแบมเลย”

ฮันบินจิ้มนิ้วชี้ตรงหว่างคิ้วร่างบางเบาๆ แบมแบมอมยิ้ม

“ดีมาก ยิ้มออกสักทีนะ”

“เฮ่ยเยอะไปละ” ฮันบินหันไปมองคนที่เดินมากระแทกไหล่เขา เซฮุนยืนพิงโต๊ะทำงานของแบมแบม ส่งยิ้มหวานๆ ให้น้องฝึกงานหนึ่งที

“ไปกินข้าวกับพี่ดีกว่า”

“ฉันมาชวนก่อน” ฮันบินกระแทกกลับ

“มาก่อนมาหลังไม่สำคัญ อยู่ที่น้องแบมจะไปกับใคร เนอะ”

“ทำไมเราไม่ไปกันสามคนเลยล่ะครับ เนอะ” แบมแบมยิ้มเจื่อน พี่ทั้งสองคนมองหน้ากันนิดหนึ่งแล้วหันไปคนละทาง

แบมแบมเดินอยู่ตรงกลาง พี่เซฮุนเดินอยู่ทางซ้าย พี่ฮันบินเดินอยู่ทางขวา ทั้งคู่คุยกันเหมือนทะเลาะ ส่วนเด็กฝึกงานพยายามทำตัวปกติ ไม่ได้ร่วมวงคุย แค่หัวเราะไปกับคำพูดตลกๆ ของพี่เซฮุนและพี่ฮันบินบ้าง แต่คนอื่นๆ รอบข้างก็มองมาที่เขาสามคนอย่างไม่เกรงใจ

แบมแบมเพิ่มระดับความน่าหมั่นไส้ให้ตัวเองได้สำเร็จแล้ว เย่

 

 

 

 

“คุณแม่! คุณเล็กเพิ่งจะได้นอนเองนะ ทำไมคุณแม่ทำกับคุณเล็กแบบนี้”

คนที่แทนตัวเองว่าคุณเล็กดิ้นไปมาบนเตียง โทรศัพท์มือถือสีเงินวางบนหู ดีดดิ้นจนผ้าปูที่นอนที่ยับยู่ยิ่งเละเทะเข้าไปใหญ่ ใบหน้าหล่อใสที่มองว่าน่ารักก็ได้ยับยิ่งกว่าผ้าปูที่นอนอีก

<คุณเล็กของแม่ อย่าดื้อนะคะ ไม่กลับบ้านมากี่วันแล้วได้นับหรือเปล่า สามวันแล้วนะ! คุณพ่อแทบจะส่งคนไปลากตัวหนูกลับบ้านแล้วนะคะ อย่าให้คุณพ่ออารมณ์ขึ้นจะดีกว่า>

“ทำไมคุณพ่อต้องให้คุณเล็กกลับบ้านด้วยล่ะครับ คุณเล็กไม่ว่างหรอก คุณเล็กขอพักก่อนไง แล้วค่อยไปทำงาน”

ตั้งแต่กลับมาจากต่างประเทศ ยูคยอมก็ย้ายมาอยู่คอนโดเพื่อจะได้ปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ได้สะดวก ออกไปเที่ยวยันเช้าก็ไม่ต้องกลัวโดนว่า

<ไม่ใช่เรื่องงานค่ะลูก>

“เรื่องอะไรครับ”

<เรื่องงานเลี้ยงเพื่อนคุณพ่อค่ะ คุณพ่ออยากควงลูกชายคนเล็กออกงานไงคะ>

“ไม่เอา คุณเล็กไม่ไป ให้พี่ไปละกันนะครับคุณแม่ นอนต่อละนะ บาย”

ยูคยอมเตรียมตัดสายโดยไม่รีรอ เพราะควงออกงานของคุณพ่อคือต้องไปใส่หน้ากากปั้นหน้ายิ้ม โดนลากไปแนะนำใครต่อใครเหมือนน้องพุดเดิ้ลของพี่ชายน่ะสิ ชิ!

ดูตัวแน่ๆ อ่ะ อย่าคิดว่าไม่รู้นะ

<ถ้าวางสายหนีคุณแม่ คอนโดและรถโดนยึดนะคะลูก>

“ล้อคุณเล็กเล่นใช่ม้า

<คุณแม่เอาที่คุณพ่อพูดมาบอกหนูอีกต่อค่ะที่รัก>

“ไม่น้า! อย่าทำแบบนี้กับคุณเล็กนะ”

<แล้วจะเอายังไงล่ะคะ>

“โอเคๆ คุณเล็กกลับบ้านก็ได้” ยูคยอมตอบไปปกติจากนั้นกรีดร้องไร้เสียงด้วยความขัดใจ

<ก่อนบ่ายนะคะลูก>

“สี่โมงเย็นนะครับ”

<ไม่ได้ค่ะ ต้องเตรียมตัวอีกเยอะ>

“คุณแม่อ่า”

<เอาเวลาอ้อนคุณแม่ไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วเข้าบ้านเถอะค่ะลูก เดี๋ยวคุณพ่อจะโทรมาเช็กว่าหนูกลับบ้านหรือยัง คุณแม่วางนะคะ ตื่นนะคะ ห้ามหนีนอนต่อ บาย>

“โอ๊ย!! ชีวิตทำไมวุ่นวายอย่างนี้นะ!

ยูคยอมดิ้นไปมาอีกสองรอบจนเกือบจะตกเตียงก็หยุด  พยายามพาร่างที่สารรูปดูไม่ได้ลงจากเตียงไปเข้าห้องน้ำ

โอย..ปวดหัวจะตายแล้ว

พิษของแอลกอฮอล์เมื่อคืนทำฤทธิ์ตั้งแต่ลืมตา ยูคยอมออกจากห้องน้ำก็ไปหาอะไรในตู้เย็นดื่มจะได้บรรเทาอาการแฮงค์ได้บ้าง

เออลืมไปว่าซื้อแต่เบียร์มาใส่ตู้ไว้

ยูคยอมปิดตู้เย็นเมื่อไม่มีแม้แต่น้ำแร่สักขวด

ในครัวก็ไม่มีอะไรให้ชงกินได้ด้วย เครื่องดื่มในห้องก็มีแต่ไวน์ไม่ก็แชมเปญ

เขาควรให้แม่บ้านซื้อของมาใส่บ้านไว้บ้างแล้วใช่ไหม?

 

 

 

 

ยูคยอมแวะเข้ามินิมาร์ทข้างทาง อย่างน้อยต้องหาซื้ออะไรดื่มก่อน จะได้รู้สึกดีขึ้นกว่านี้หน่อย

“อ่า..หมดเหรอเนี่ย”ยูคยอมหน้ามุ่ยเมื่อเครื่องดื่มที่ต้องการไม่มีอยู่ในตู้แล้ว พยายามกวาดสายตามองหาอย่างอื่นที่พอแทนกันได้ แต่ก็ไม่น่าซื้อกินสักยี่ห้อ

“เออ มีอะไรวะ นี่พวกมึงจะสั่งอะไรก็ช่วยสั่งกันมาทีเดียวได้ไหม โทรมาเพิ่มทุกสามนาทีนี่กูจะได้ออกจากร้านไหม? กูเองก็หิวข้าวนะเว้ย!

ยูคยอมใช้นิ้วเรียวเกี่ยวขาแว่นตาดำลงต่ำเล็กน้อยเพื่อมองคนพูด ตั้งใจจะตำหนิเพราะผู้ชายคนนั้นเสียงดังเกินไป นายคนนั้นมีตะกร้าของมินิมาร์ทคล้องไว้แขน ใช้ไหล่หนีบโทรศัพท์กับหู อีกมือกวาดของกินบนชั้นลงตะกร้า

อ๊ะ..นั่นมันเครื่องดื่มที่เขาอยากได้นี่ อย่าบอกว่าขวดสุดท้ายอยู่ที่หมอนั่น

ยูคยอมเปลี่ยนจากจะตำหนิเข้าไปคุยด้วยดีๆ

“นี่”

ร่างสูงที่เพิ่งยัดมือถือเข้ากระเป๋ากางเกงหันมองคนเรียก มองยูคยอมตั้งแต่หัวจรดเท้า

“มีอะไร?”

เสียงห้วนใส่คิมยูคยอมอย่างนั้นเหรอ ไร้มารยาทจริงๆ แต่เอาเหอะ ยูคยอมเป็นคนดี จะไม่ถือสา

ยูคยอมชี้ไปที่ตะกร้าของอีกฝ่าย

“ฉันอยากได้เครื่องดื่มขวดนั้น ขอซื้อต่อได้ไหม”

“ไม่!” พูดจบก็หันหลังให้ยูคยอม เดินไปทางเคาน์เตอร์อย่างรีบร้อนเพื่อจ่ายเงิน ยูคยอมอ้าปากเล็กน้อย ไม่คิดว่าอีกคนจะมีมารยาทในการเข้าสังคมต่ำขนาดนี้

ไม่เคยมีใครทำน้ำเสียงอวดดีแบบนั้นใส่ยูคยอมมาก่อนเลยนะ!

“นี่นาย! ฉันขอซื้อต่อดีๆ ทำไมต้องทำเสียงรำคาญใส่ฉันด้วย ขอโทษฉันมาเดี๋ยวนี้นะ!

ยูคยอมก้าวยาวๆ ไปขวางทางพนักงานออฟฟิศคนนั้น คนถูกขวางเท้าเอว พ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด

“นายน่ะท่าทางเด็กกว่าฉันตั้งหลายปี พูดจาอะไรให้มันรู้จักอาวุโสบ้างนะน้องหนู ถอยไป ฉันรีบ! คนยิ่งหิวๆ อยู่”

พนักงานหนุ่มดันยูคยอมออกไปให้พ้นทางจนยูคยอมที่ยังมึนๆ เซจะล้ม เขาวางตะกร้าลงบนเคาน์เตอร์เสร็จก็หยิบกระเป๋าเงินออกมารอจ่ายเงิน ใบหน้าหล่อเหลาบูดบึ้ง

ไม่น่าเสียพนันไอ้พวกบ้านั่นเลย เขาเลยต้องมาซื้อมื้อเที่ยงให้ไอ้เพื่อนพวกนั้น งานก็เร่งกันทั้งนั้นล่ะ เอามาเป็นข้ออ้างใช้คนอื่น

ครั้งหน้าเขาต้องชนะ คอยดู

“ทำไมต้องใช้กำลังกันด้วยล่ะ นิสัยแย่ที่สุด”

“จะแหกปากโวยวายอีกนานไหมครับน้อง ไม่ได้เจ็บอะไรนักหนาหรอกมั้ง มันหนวกหู เกรงใจคนในร้านบ้าง เขามองกันหมดแล้ว”

ช่วงเที่ยงร้านขายของจึงมีคนแน่นร้าน และหลายคนก็กำลังมองมาที่ยูคยอมจริงๆ

“ฮึ่ย!” ยูคยอมหยิบกระเป๋าเงินออกมา วางธนบัตรราคาหมื่นวอนลงบนเคาน์เตอร์ แล้วหยิบเครื่องดื่มขวดสุดท้ายของอีกฝ่ายที่พนักงานยิงบาร์โค้ดคิดราคาเรียบร้อยมาบิดเกลียวฝาขวดออก

“เงินทอนให้พี่คนนี้แล้วกัน”

พูดจบก็กระดกเครื่องดื่มจนหมดขวด  เอาขวดเปล่ายัดใส่มือของพี่ชายปากไม่ดี

ยูคยอมเดินออกจากร้าน  คนที่ถูกขโมยของไปดื่มต่อหน้าต่อตาหน้านิ่วคิ้วขมวด เขาฝากของที่ซื้อไว้กับพนักงานแล้ววิ่งตามยูคยอมออกมา

“เฮ้ยน้อง! ทำแบบนี้มันไม่มีมารยาทเลยนะ!

“อะไรอีกล่ะก็จ่ายเงินให้แล้วนี่ อย่าวุ่นวายได้ไหม ฉันเองก็รีบเหมือนกันนะ”

ยูคยอมหันไปมองหนุ่มพนักงานด้วยความหงุดหงิด

เขากำลังจะกลับบ้านสาย และถ้าสายก็ต้องโดนบ่นอีก

“ขอโทษมาซะเดี๋ยวนี้เลยนะ จู่ๆ มาหยิบของคนอื่นไปกินได้ยังไง”

คุณเล็กของตระกูลคิมมองคนที่เท้าเอวท่าทางขึงขัง ดุเขาเหมือนเขาเป็นน้องหรือญาติตัวเอง

โอ๊ย กลัวตายล่ะ! ถ้ารู้ว่าเขาเป็นใคร ผู้ชายคนนี้ไม่กล้าตวาดใส่เขาหรอก

“คุณก็ขอโทษฉันเรื่องที่ผลักฉันก่อนสิ แต่ช่างเถอะ ฉันไม่ถือสา หมื่นวอนไม่พอใช่ไหม? ในกระเป๋าฉันมีแค่นี้ จบๆ ไปละกัน”

งานถนัดของยูคยอมก็คือการเอาเงินฟาดหัวคนอื่นนี่ล่ะ เขาอยากได้อะไรเขาก็ต้องได้ แค่เครื่องดื่มขวดเดียวจะมีปัญหาอะไรนักหนา

พนักงานหนุ่มยิ่งไม่พอใจเมื่ออีกฝ่ายยื่นเงินมาให้ เขายัดเงินหมื่นวอนคืนยูคยอม บีบมือขาวแน่นจนยูคยอมต้องสะบัดออกด้วยความเจ็บ

“ดูจากการแต่งตัวและหน้าตาผิวพรรณก็รู้อยู่หรอกว่าเป็นคุณหนู แต่ไม่คิดว่าจะเกินเยียวยาขนาดนี้ ถ้าแค่คำขอโทษยังไม่มีให้ ฉันก็ไม่ถือสาเหมือนกัน อ้อ แล้วไม่ใช่ผลัก แค่ดัน แต่นายอ่อนแอเซเอง เข้าใจไว้ด้วยนะ”

พูดจบก็เดินเข้าไปในร้านอีกรอบ ยูคยอมอ้าปากค้างที่โดนด่าอีกครั้ง

“หนอยกล้ามาว่าฉันเหรอ เป็นแค่พนักงานระดับล่างแท้ๆ”

ยูคยอมไม่ชอบใครเขาจะจำไว้เพื่อเอาคืน และผู้ชายคนนั้นก็คล้องบัตรประจำตัวพนักงานไว้ซะหรา

นิชคุณ ภูวกุล

หึ! พนักงานในบริษัทของพี่ชายซะด้วย น่าไปยุให้พี่ไล่ออกจริงๆ !!

 

TBC.

****

ตอนนี้ท่านก็เบาๆ เดี๋ยวรอท่านว่างพาอีหนูไปเที่ยวก่อนเถอะ หึหึ

เอาคุณยูคมาเบรก เดี๋ยวคนอ่านจะคิดว่าเราไม่ใส *หันไปแปะมือกับยองแจที่รอบทออก*

พี่ชายที่คยอมกล่าวถึงในพาร์ทคุณยูคไม่ใช่มาร์คนะ  

กำลังคิดว่าจะเปลี่ยนชื่อเรื่องอ่ะ ชื่อใหม่ชื่ออะไรดีที่จำง่ายๆ ช่วยเราคิดหน่อยดิ

Shades เนี่ยลองค้นหาในหน้านิยายละซ้ำกับเรื่องอื่นตั้ง 20 กว่าเรื่องอ่ะ-___-

เราอ่านทุกเม้น เห็นนะว่าหลายคนไม่เชื่อในความสวยของคิมฐาของเรา! 5555

มาร์คยูคแล้วไง โดนพี่มาร์คผลักลงเตียงส่วนสูงก็ไม่ใช่ปัญหา คร่อมได้เหมือนกัน #อย่าแบนหนู

ตั้งแต่สามีเริ่มหวาน เราก็มองคยอมสูง 170 ล่ะอ่ะ โอย

คุณยูคอ่ะแก คุณยูค! ใครที่อ่านวุ่นนักฯมา น่าจะทำใจได้แล้วโนะ

แต่คนที่อ่านเรื่องนี้เรื่องแรก สารภาพเลย ไรท์ชอบคยอมเคะค่ะ (แปลกเนาะ เราเป็นคนแปลกๆ)

ใครไม่ชอบคยอมเคะอ่านข้ามได้นะตัวเธอ เรามิว่าอะไร อ่านคู่อื่นได้ มีอีกตั้งสามคู่เนอะ

กำลังเห่อ อัพเรื่องนี้บ่อยหน่อยอย่าด่ากันนะ




 

***

ครึ่งหลังบนโต๊ะทำงานเลยป้ะล่ะ โต๊ะท่านเก็บของเป็นระเบียบเรียบร้อยนะ ที่เยอะ อิอิ

กรี๊ดดดดดด หนูเป็น #กบฏ #hunbam อย่าตีหนู >3<

มีนิดหน่อยหนูก็จิ้นได้ เหมือนครั้ง #sungbam ณ วุ่นนักฯ 5555

โอยยย ตะหนูเป็นของทุกคนข่า โอเซฮุนก็หล่อดีนะ เอามาคานกับท่านละกัน มีบีไออีก

ท่านประธานแซ่บเท่าไร แฟนบอยแซ่บตามท่านติดๆ ค่ะ 4P แบมไหวไหมคะ? #แบมถีบรัวๆ

หนูไม่เล่นทวิตแต่หนูรู้ข่าวนะ ครบรอบ 15 เดือนกัซ นี่หนูเปิดฟิคใหม่ฉลองเลยนะ (ข้ออ้างละมึง)

นอกจากวันครบรอบหนูก็รู้ด้วยว่ามีคนเรียกคยอมหนูว่าคิมฐา ชึ!

อย่าเรียกแฟนเราว่าคิมฐา เรียกว่าองค์หญิงซะ นางมีมงกุฎนะ T_T

คุยเล่นได้ มั่นใจว่าคนอ่านวุ่นนักก็ตามมาเรื่องนี้หลายคน 555 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 451 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,151 ความคิดเห็น

  1. #6149 uromtbb (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 09:43
    แรงมากกก
    #6,149
    0
  2. #6118 Nnnnn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 02:42

    เคยอ่านวุ่นรักมาก่อนและเราได้กรีดร้องจากการที่ยูคเป็นเคะไปเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็คือเฉยๆออกจะชอบด้วยซ้ำ ยิ่งเป็นคู่เดิมยิ่งชอบ แต่เราไม่สามารถรับ ยูคมาร์คได้จริงๆ พี่มาร์คต้องเมะเท่านั้น55555

    #6,118
    0
  3. #6100 4ng00n_MB (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:46
    ขอเคลียร์ก่อน
    -ยูคเป็นผู้หญิงหรอ
    -เปิดมาจูบมาร์คเลยใช่มั้ย(เข้าใจแบบนี้)
    คือสงสัยมากเลยตอนนี้
    #6,100
    0
  4. #6091 Spices_smile (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:42
    อ่ยยยยยยย
    #6,091
    0
  5. #6084 MayKamon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:19

    พี่มาร์คฉลาดอ่ะ แบมแบมไม่ไหวแน่ลูกเอ้ย ต้องโทษความน่ารักของหนูแล้วละ

    #6,084
    0
  6. #6050 My love markbam (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 22:46
    ท่านประธานหื่นนะ ยูค หนูผิดนะลูก
    #6,050
    0
  7. #6046 bowylion (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 23:18
    อ่านแล้วลุ้นตลอดเลยค่ะ​ ชอบอ่ประธานหื่นดี
    #6,046
    0
  8. #6013 opoceleste (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 02:25

    อ่านแล้วใจเต้นตลอด ฮืออออ

    #6,013
    0
  9. #5986 MarkP_endear. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 15:39
    ฮื่อออ อ่านไปใจเต้นตึกตักแทนแบม -////-
    ข้อตกลงแบบนี้ยากนะ จะห้ามใจไหวหรอ
    ถ้าเกิดชอบจริงๆขึ้นมา..ไม่อยากจะคิดเล๊ยยย
    #5,986
    0
  10. #5973 tTtT (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 00:57

    ท่านประธานร้ายมากกกกก

    #5,973
    0
  11. #5958 นิรญา กลางเบิด (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 18:02
    ถ้าเกิดตัวเองชอบพี่แบมขึ้นมาแล้วพี่แบมหนีไปจะไม่สงสารสักนิดเลยคอยดูดูถูกศักดิ์ศรีคนอื่นเกินไป
    #5,958
    0
  12. #5917 wtSunDra (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 22:35
    แหนะ อะไรกานนน
    #5,917
    0
  13. #5833 ppploycb (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 11:49
    จีบไปจีบมาพี่มาร์คต้องหลงแบมแน่ๆ ยูคก็แสบไม่เบา
    #5,833
    1
  14. #5821 De_nee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 14:42
    กลับมาอ่านอีกครั้ง!ชองเรื่องนี้มากกกกกกกกกกกกกกกกกก ก.ไก่ล้านตัว!
    #5,821
    0
  15. #5774 ChayapornSs (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 16:47
    คุณยูคตายแล้วววว5555 ปกติเคยเห็นแต่ยูคคุณ><
    น่ารักกก
    #5,774
    0
  16. #5736 toto (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 20:43
    คู่ยูคก็น่ารักนะ แสบทั้งคู่
    #5,736
    0
  17. #5597 som-o-gaara (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 09:43
    แบมๆเพิ่มความน่าหมั้นไส่ให้ตัวเองได้แล้ว เย่ ควรดีใจไมค่ะตอบ!
    #5,597
    0
  18. #5581 nsjcbw. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 02:08
    ตกลงกันแบบนี้ก็เตรียมทิชชู่ไว้เลย อนาคตต้องหน่วงสุดแน่ๆ
    #5,581
    0
  19. #5540 multuan98a (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 00:21
    จะทำให้รักหรือไม่รักฉันคิดว่ายังไงๆยัยแบมก็ต้องเสียอยู่ดีดูความเจ้าเล่ห์ทั้งกอดหอมจูบได้ระหว่ารอให้รักแบบนี้ก็ได้อ๋อออออิอิ
    #5,540
    0
  20. #4628 wonnybum (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 00:07
    นี่มันข้อตกลงบ้าบออะไรกันเนี่ย!!!! ไม่ต่างอะไรกับให้ฟรีเลยนะน้องแบม ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องรับข้อเสนอเลยแค่ปฏิเสธไม่ต้องยุ่งด้วยก็พอแล้วนี่ หรือถ้าไม่รับก็ไม่ได้ฝึกงานที่นี่หรอ ฝึกที่อื่นก็ได้หนิไม่เราไม่ได้เดือดร้อนซักหน่อย มาร์คก็ร้ายมากใกล้ใครหน่อยไม่ได้สอยหมดโอ้โห ไม่เข้าใจว่าน้องแบมมีความจำเป็นอะไรที่ต้องตกลงเรื่องแบบนี้กับมาร์ค มีแต่เสียกับเสียสู้อยู่เฉยๆไม่ต้องฝึกงานเลยยังดีกว่า
    #4,628
    0
  21. #4431 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 10:34
     ถือว่าเป็นข้ออ้างได้ดีมากคะหนู สวยๆเริ่ดๆ
    #4,431
    0
  22. #4017 MBisme (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 10:12
    แบมท้างี้พี่มาร์คกำไรดิ  เออ แต่ไม่แน่นะ พี่มาร์คอาจตกหลุมรักแบมก็ได้ 5555จะรอ   เราชอบ คุณยูล   อ่าดีๆ
    #4,017
    0
  23. #3871 ayumikimlee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 10:36
    โดนท้าซะแล้ววว
    #3,871
    0
  24. #3605 Nalin Tip (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 09:16
    ไม่แน่ใจว่าอ่านไปแล้วได้เม้นท์มั้ย ห่างหายไปนาน เริ่มต้นเม้นท์ให้ใหม่ ^.^ ร้าก........5555 / รู้สึกหมั่นเขี้ยวคุณหนูยูคจัง จริงอย่างที่นิชคุณว่า เป็นเราก็คิดแบบนั้น ท่านประธานก็แสนร้าย ฉลาดเป็นกรด ดักได้ทุกทางเชียว 
    #3,605
    0
  25. #3201 MarKBmAG (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 22:27
    จ้าาแบบโอ้ยแซ่บลืมโลก5555ไม่ใช่ล่ะนุกมากก
    #3,201
    0