เปิดรีปริ้นท์(GOT7) มายาเกี้ยวรัก Markbam,khunyug,jackjae,bnior

ตอนที่ 19 : Chapter 17 : ฉีกสัญญา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,028
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 320 ครั้ง
    3 พ.ค. 59

 





 

                มาร์คกดล็อกรถอย่างรีบร้อนแล้วเร่งฝีเท้าก้าวยาวๆ เกือบเป็นวิ่งเข้าไปในร้านอาหารหรู ตาคู่สวยมองนาฬิกาข้อมือไปพลาง

          กันต์คงยังรอเขาอยู่ใช่ไหม ขอให้ยังรออยู่ทีเถอะ

            มาร์คสอบถามโต๊ะที่ตนจองไว้ บริกรพาไปยังโต๊ะของเขาแต่พอถึงโต๊ะกลับไม่มีใครนั่งอยู่เลย

“ยังไม่มีใครมาหรือว่ามาถึงแล้วแต่กลับไปแล้วครับ” มาร์คหันมาถามบริกรด้วยความร้อนใจ ชายหนุ่มส่ายหน้า กุมมือ ตอบด้วยท่าทางสุภาพ

“มีคนมาแล้วครับแต่หายไปไหนผมไม่ทราบ ต้องขอโทษด้วยครับ”

“ยังไม่ได้ออกไปจากร้านใช่ไหม”

“เรื่องนั้นไม่แน่ใจครับ อาจจะไปห้องน้ำก็ได้ ห้องน้ำอยู่ทางนั้นครับ” ชายหนุ่มผายมือไปทางซ้าย บอกสถานที่ว่าอยู่ตรงไหน มาร์คขอบคุณแล้วเดินไปหาที่ห้องน้ำก่อน

ถ้ากันต์ไปห้องน้ำก็ยังดีกว่ากลับบ้านไปแล้วล่ะนะ

 

 

 

ร่างบางล้างมือตรงอ่างล้างหน้าก่อนส่องกระจก ทั้งง่วงทั้งหิว คงได้เวลากลับแล้วล่ะ แต่ต้องส่งข้อความไปบอกคุณมาร์คเสียก่อนว่าเขาจะกลับแล้ว ถ้าเขาไม่รอต่อคุณมาร์คคงเข้าใจนั่นล่ะ

แบมแบมเป็นคนมีความอดทนนะ มั่นใจว่ามีสูงพอสมควรแต่การรอโดยไม่รู้ว่าต้องรอไปถึงเมื่อไรมันเป็นความรู้สึกที่แย่เหมือนกัน มันเสียเวลา

“วันนี้เราจะกินอะไรกันดี โทรให้ลุงคุณทำอะไรอร่อยๆ ให้กินดีไหมนะ”

แบมแบมรู้ว่าตอนนี้ตัวเองไม่ปกติทั้งอารมณ์และร่างกายนั่นล่ะ แค่นั่งรอคุณมาร์คเฉยๆ โดยไม่มีอะไรทำก็เริ่มหงุดหงิดแล้ว เขาควรจะไปหาพี่ชายให้รู้สึกสบายใจขึ้นหน่อยค่อยกลับบ้านคุณมาร์ค

แบมแบมเดินออกจากห้องน้ำพลางหยิบโทรศัพท์มือถือมากดส่งข้อความหาพี่ชาย ขอให้วันนี้พี่ชายว่างไม่ต้องไปไหนกับคุณยูคยอมเถอะ

“กันต์”

แบมแบมสะดุ้งเฮือก ตกใจกับเสียงดังที่เรียกโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว พอหันไปมองก็โดนใครคนหนึ่งรวบตัวไปกอด แบมแบมยืนนิ่ง ใบหน้าโดนบังคับให้ฝังลงกับไหล่กว้างจนได้กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคย

“พี่มาร์ค” นึกว่าจะไม่มาแล้วซะอีก..

“ดีจังที่ยังไม่กลับไป ขอโทษนะที่มาช้า” มาร์คยิ้มออกมา โล่งใจที่ยังมาทันเวลา

“ไม่เป็นไรครับ แบมกำลังจะกลับแล้ว”

“จะกลับแล้วเหรอ พี่ขอโทษนะ ระหว่างทางพี่เจอคนรู้จักไม่สบายน่ะเลยพาไปส่งโรงพยาบาล ไม่โกรธใช่ไหม”

มาร์คคลายอ้อมแขนออกแล้วเอ่ยถึงสาเหตุที่มาช้า คนฟังใจชื้นขึ้นที่เหตุผลนั้นก็สมควรให้มาช้า

แบมแบมคิดมากไปต่างๆ นานา ไม่เคยคิดถึงสาเหตุนี้มาก่อนเลย เขานี่คิดมากไปเองอีกแล้ว แย่จริงๆ เลย

“ไม่โกรธหรอกครับ”

“จริงนะ?” มาร์คไม่วางใจเลย เขามาช้าไปมากถ้าแกะจะโกรธก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ  แบมแบมส่ายหน้าก่อนยืนยันอีกครั้ง

“ไม่โกรธจริงๆ นะครับ แบมเป็นห่วงมากกว่า คิดว่าพี่จะเป็นอะไรหรือเปล่าถึงมาช้าหรือไม่ก็ติดธุระด่วนจนติดต่อมาไม่ได้ จะไปไหนก็บอกกันบ้างสิครับ แบมน่ะรอได้อยู่แล้วแค่รู้เหตุผลที่ต้องรอเท่านั้นเอง”

 คนตัวเล็กยิ้มให้มาร์คมั่นใจว่าไม่โกรธแต่รอยยิ้มของแบมแบมกลับทำให้มาร์ครู้สึกผิดในใจ

“พี่ขอโทษนะ” ทุกอย่างมันไม่เป็นไปตามที่มาร์คคิดไว้เลย แย่ที่สุด

“ไม่เป็นไรครับ ไปทานข้าวกันเถอะ”

“อือ..แต่เดี๋ยวก่อน” มาร์ครั้งแขนคนที่จะเดินกลับไปที่โต๊ะเอาไว้ แบมแบมมองด้วยสายตาคำถาม

“พี่มีเรื่องสำคัญจะบอก”

“ครับ?” แบมแบมรับคำด้วยท่าทางปกติแต่ในใจกำลังลุ้นว่าคุณมาร์คจะพูดเรื่องอะไร

มาร์คจับไหล่บางทั้งสองข้างไว้ แบมแบมชักจะตื่นเต้นตามแล้วนะทำไมต้องทำท่าทางจริงจังขนาดนั้นด้วย

“วันนี้พี่ตั้งใจจะคุยเรื่องของเราน่ะแต่ทุกอย่างมันผิดแผนไปหมด พี่กลัวว่าจะมีอะไรเข้ามาอีกเลยอยากจะรีบบอกกันต์ตอนนี้เลย”

“ได้ครับ บอกมาสิ” แบมแบมตั้งใจรอฟัง แต่คนพูดนี่สิกลับรู้สึกประหม่าจนพูดไม่ออก

“หลับตาได้ไหม มองหน้าพี่แบบนี้พี่พูดไม่ออกเลย..

แบมแบมยอมหลับตาให้ ถ้าเรื่องที่จะพูดไม่สำคัญจริงนะจะงอน

“แบมแบมพี่..

ก่อนมาร์คจะพูดออกมาจนจบเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะทำให้คนฟังลืมตามอง แบมแบมจึงได้เห็นสีหน้าไม่พอใจของอีกฝ่าย ท่าทางหัวเสียน่าดู

“ไม่รับก่อนเหรอครับ เดี๋ยวค่อยพูดก็ได้” แบมแบมยิ้มแหย เขาน่ะไม่เป็นไรหรอกถึงจะเสียดายนิดๆ ก็เถอะ วันนี้จะได้ฟังไหมนะว่าคุณมาร์คจะพูดอะไร

“พี่ขอรับโทรศัพท์ก่อนนะ” มาร์คถอนหายใจแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมารับสาย ท่าทางไม่ค่อยเต็มใจอยากจะรับนัก

“ว่าไงแทคยอน ถ้าคุณมีเรื่องไม่สำคัญล่ะก็คุณโดนดีแน่” เสียงนุ่มเข้มขึ้น ข่มขู่ปลายสาย

<แย่แล้วครับคุณมาร์ค คุณคามิลเธอตื่นแล้ว>

“แค่คามิลตื่นแล้วคุณจะโทรมาบอกผมทำไม ไร้สาระน่า!” แบมแบมสะดุ้งนิดๆ ที่คุณมาร์คเสียงดังใส่ปลายสาย ใครกันนะคุณคามิลนั่นน่ะ ท่าทางคุณมาร์คไม่ค่อยแคร์คนที่เอ่ยถึงเลยนะ  

<ถ้าเธอตื่นธรรมดาก็ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่ผมคลาดสายตาลงไปซื้อกาแฟแป๊บเดียว ขึ้นมาอีกทีเธอก็เกาะระเบียงจะฆ่าตัวตายแล้ว คุณมาร์ครีบมาเลยนะครับ!>

“อะ..อะไรนะ จะฆ่าตัวตาย!?

<ครับ> แทคยอนวางสายไปอย่างรีบร้อน ส่วนคนทางนี้ยังอึ้ง ไม่คิดว่าจะได้รับข่าวร้าย

“พี่มาร์คใครจะฆ่าตัวตายครับ” แบมแบมจับแขนมาร์คไว้ เอ่ยถามอย่างร้อนใจไปด้วย เรื่องนี้มันเรื่องใหญ่มากเลยนะ

“คนที่พี่พาไปโรงพยาบาลน่ะ” มาร์คตอบแล้วฉุดข้อมือเล็กให้ไปด้วยกัน แบมแบมต้องเร่งฝีเท้าเกือบจะเป็นวิ่งตามคุณมาร์คที่ท่าทางกระวนกระวายน่าดูเลย

ตกลงคนที่พูดถึงนั่นสำคัญหรือไม่สำคัญกันแน่นะ

 

 

 

 

ตลอดทางมาร์คไม่พูดอะไรเลย ได้แต่เหยียบคันเร่งจนแบมแบมต้องหาที่จับเพราะกลัวกับความเร็วของรถหรูที่แม้จะพุ่งทะยานไปเร็วสักแค่ไหน แบมแบมคิดว่าคงไปไม่เร็วเท่าใจคุณมาร์คหรอก

มีคนกำลังจะฆ่าตัวตาย ไม่ว่าใครก็ต้องรีบไปทั้งนั้น เรื่องนี้แบมแบมเข้าใจถึงจะกลัวความเร็วไปสักหน่อยก็เถอะ

เมื่อถึงลานจอดรถของโรงพยาบาล แบมแบมก็ไม่ได้ทำตัวเป็นภาระ เปิดประตูลงไปยืนรอคุณมาร์คที่เดินอ้อมมาหา

“คุณคามิลคือใครหรือครับ” แบมแบมสงสัย วิ่งตามคนที่จับมือเขาแน่น มือคุณมาร์คเย็นมากเลย

“พี่ก็ไม่รู้ว่าจะเรียกเธอว่าอะไรดี” มาร์คตอบด้วยน้ำเสียงกังวล ลิฟต์ช้ากว่าความรู้สึกของเขามาก

แบมแบมยิ่งสงสัยมากขึ้นอีก ใครกันที่คุณมาร์คจัดสถานะให้ไม่ได้แต่กลับรีบร้อนมาหาเธอด้วยความเป็นห่วงขนาดนี้

พอถึงห้องที่เป็นจุดหมายแบมแบมก็ได้ยินเสียงห้ามปรามของอีกหลายบุคคล

“คุณคามิลาครับ ออกมาจากตรงนั้นเถอะ คุณจะโดดลงไปมันก็ไม่ช่วยอะไรหรอกนะ” แทคยอนพยายามเอ่ยห้ามร่างบางที่ยืนอยู่ตรงระเบียง เธอเกาะราวแน่นพร้อมจะปีนถ้าได้ยินเสียงคนเข้ามาใกล้

“อย่ามายุ่งกับฉันเลยค่ะ ฉันก็แค่จะตายให้เร็วขึ้นเท่านั้นเอง พาฉันมาที่นี่ทำไม พามาโรงพยาบาลทำไมฉันไม่ต้องการ”

เสียงหวานสั่นเครือ น้ำตาไหลอาบแก้ม ผมยาวสีเข้มของเธอปรกหน้าปิดตาไปหมด ร่างกายที่สวมชุดกระโปรงของโรงพยาบาลสั่นเทา เธอดูอาการแย่มาก

แบมแบมยืนมองเหตุการณ์ด้วยความตกใจ ขณะที่มาร์คมองภาพตรงหน้าด้วยความเงียบงัน ก่อนจะค่อยๆ เดินเข้าไปหาหญิงสาว พยาบาลหลายคนที่มาช่วยกล่อมรอดูอยู่ห่างๆ

มาร์คกระซิบบางอย่างกับแทคยอน ก่อนจะรอจังหวะที่คามิลาหันหน้ามาทางนี้แล้วส่งสัญญาณให้แทคยอนวิ่งไปหาเธอจนเกิดเสียงดัง

หญิงสาวผวาตัวไปทางเสียงของแทคยอนพร้อมตะโกนไม่ให้เขาเข้ามาขณะที่มาร์คนั้นก็เดินเข้าไปหาเธออย่างเงียบที่สุดแล้วเข้าไปรวบตัวเธอรั้งให้ออกมาห่างจากราวระเบียง หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว

“ปล่อยนะอย่ามายุ่งกับฉัน” คามิลาโวยออกมา พยายามดิ้นรนให้หลุดจากวงแขนที่โอบรัดไว้แน่น

“คุณจะทำบ้าอะไรน่ะคามิล คุณจะทำร้ายตัวเองแบบนี้ไม่ได้นะ!” มาร์คตวาดเธอทั้งโมโหและเป็นห่วง ลากตัวเธอออกมาให้พ้นจากระเบียง พยาบาลสาวรีบเดินไปปิดประตูกระจก

หญิงสาวสะดุ้งเฮือกกับเสียงตวาดนั้น เธอเงียบลงทันทีด้วยความตกใจ หันไปทางเสียงนั้นทั้งที่ดวงตาสีน้ำตาลมีน้ำตามองไม่เห็นคนพูด

“คุณ..” แม้จะมองไม่เห็นแต่เสียงที่ได้ยินก็ทำให้เธอลืมว่าตัวเองกำลังทำอะไรไปชั่วขณะ นึกไปว่าเธอกำลังฝันอยู่หรือเปล่าถึงได้ยินเสียงนี้ เสียงที่ไม่ได้ยินมาหลายปีมาก

มือที่สั่นเล็กน้อยปัดป่ายไปทั่วก่อนจะเจอเข้ากับต้นแขนและไหล่กว้าง คามิลาหันไปหาร่างสูงทั้งตัว ก่อนใช้สองมือจับไล่ไปทั่วร่างกายช่วงบนของอีกฝ่ายเลื่อนไปจนเจอใบหน้า

“มาร์คเหรอ..มาร์คใช่ไหม ใช่หรือเปล่า” คามิลากระซิบเสียงเบา ยังไม่อยากเชื่อว่าคือมาร์ค  มือสวยทั้งสองสัมผัสเปลือกตา จมูกโด่ง และริมฝีปากสวยก่อนหยุดนิ่งที่แก้ม

“คุณใช่ไหมคะ..ใช่ไหม” คามิลาหยุดมือก่อนจะซบใบหน้างามเปื้อนน้ำตากับไหล่มาร์คสะอื้น

“ใช่ผมเอง”

“คุณมาได้ยังไง คุณอยู่ตรงนี้ได้ยังไง” คามิลาร้องไห้โฮ ดีใจที่มีโอกาสได้เจอกันอีกครั้ง มาร์คเพียงจับมือเธอไว้ ไม่ได้กอด สภาพน่าเวทนาของเธอทำให้เขานึกสงสาร

 “ผมต่างหากที่ต้องถามว่าทำไมคุณถึงคิดจะฆ่าตัวตาย”

“ฮึก..ฉัน..

            “ผมไม่ได้ต้องการช่วยคุณจากกลางถนนเพื่อให้คุณมาฆ่าตัวตายที่นี่นะคามิล”

            “อึก..ฉัน...ฉันบอกคุณไม่ได้หรอกค่ะ..หยะ..อย่าสนใจฉันเลย”

            มาร์คมองหน้าแทคยอน คนสนิทเหมือนจะรู้ว่าเจ้านายต้องการอะไร เขารีบออกจากห้องไปหาเรื่องราวชีวิตของคามิลาช่วงก่อนหน้านี้มาให้เจ้านาย

            แบมแบมยืนมองหญิงสาวที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นเพราะความทุกข์ใจด้วยความคุ้น นิ่งนึกอยู่พักใหญ่ถึงค่อยนึกออกว่าเขาเคยเจอเธอมาแล้วนี่!

            หญิงสาวตาบอดที่เจอกันโดยบังเอิญแถวบ้านคุณเจย์ เขาเคยช่วยพาเธอข้ามถนน ไม่คิดเลยว่าจะโลกกลมจนได้มาเจอกันที่นี่อีกครั้ง แล้วเธอยังเป็นคนรู้จักของคุณมาร์คอีกด้วย

            แบมแบมถอยไปนั่งรอที่โซฟา มองคุณมาร์คที่พยายามจะปลอบใจเธอไม่ให้คิดมาก ท่าทางของทั้งสองคนดูสนิทสนมกันมากกว่าจะเป็นคนรู้จักแค่ธรรมดา และคุณคามิลก็ท่าทางจะเชื่อฟังคุณมาร์คมากเลย

            มาร์คกล่อมจนคามิลายอมนอนได้ในที่สุด เขาฝากพยาบาลให้เข้ามาดูแลเธอบ่อยๆ ด้วยก่อนพยาบาลจะพากันออกไปให้คนไข้กับญาติอยู่ตามลำพัง

            ร่างสูงนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง ยกมือลูบหน้า ท่าทางเครียดไม่น้อย

            “เธอเป็นใครเหรอครับ”

            มาร์คลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงหวานเอ่ยถามพร้อมมือนิ่มที่วางบนบ่าเขาทั้งสองข้าง มาร์คจับมือแบมแบมไว้ สายตาทอดมองไปยังใบหน้าที่ยังหลงเหลือคราบน้ำตาของคามิลา

            “เหมือนซูจีน่ะ” คนถามนิ่งไปเมื่อได้รู้ว่าเธอเกี่ยวข้องยังไงกับคุณมาร์ค แฟนเก่าของท่านแต่ละคนที่น่าตกใจจริงๆ สวยระดับนางงามเลยนะ

            ทั้งคุณซูจีและคุณคามิลาดูสมกับคุณมาร์คดีนี่นา แบมแบมอยากรู้นักว่าพวกเธอมองข้ามคุณมาร์คไปได้ยังไง ทำไมถึงได้พากันทิ้งเขาไปหมด

            “เธอสวยจังเลยนะครับ” แบมแบมชมจากใจ มีใครบ้างที่มองคุณคามิลาแล้วบอกว่าเธอไม่สวย แม้ดูบอบบางและอ่อนแรงเพราะกำลังไม่สบายแต่เธอก็สวย

“อือ..สวยมาก แต่ก็ใจร้ายมากนะ” น้ำเสียงราบเรียบไม่แสดงอารมณ์ แบมแบมเลยไม่รู้ว่าคุณมาร์คกำลังรู้สึกอะไรอยู่

            “ทำไมเหรอครับ เพราะเธอทิ้งพี่ไปเหรอ”

“ใช่..ไม่คิดว่าจะได้มาเจอกันในสภาพนี้นะ เมื่อก่อนคามิลาเป็นคนที่..ใครๆ ก็ตกหลุมรัก”

“ชีวิตคนเราเอาแน่นอนได้เสียที่ไหนล่ะครับ แต่เธอน่าสงสารมากนะ ถึงขั้นคิดฆ่าตัวตายเธอคงมีเรื่องในใจเยอะมาก”

“อืม..เรากลับกันเถอะ กันต์ยังไม่ได้กินข้าวเลยนี่นา จะกลับไปร้านเดิมไหม” ถึงจะห่วงคามิลาแต่มาร์คก็ห่วงแบมแบมด้วยเช่นกัน

“ไม่ล่ะครับ ความจริงแบมบอกพี่ชายแล้วว่าจะไปกินข้าวเย็นด้วย ให้พี่คุณทำอาหารไว้ให้น่ะ”

“พี่ไปด้วยสิ..รู้สึกเหนื่อยจัง ขอกอดหน่อย” ปากบอกขอแต่มาร์คก็ไม่ได้รออีกคนอนุญาต กอดเอวบางซุกซบให้สบายใจ  แบมแบมตกใจนิดหน่อยว่าอีกคนจะรู้อะไรหรือเปล่าเลยยืนนิ่ง

พอรอให้คุณมาร์คพูดอะไรขึ้นมาแต่อีกฝ่ายเหมือนจะไม่รู้ไม่พูดเลยค่อยโล่งใจไปหน่อย

“อย่าคิดมากนะครับ” แบมแบมให้กำลังใจ มาร์คพยักหน้า กอดอีกครู่ก็ปล่อยแล้วลุกขึ้นยืน

มาร์คมองคามิลาครู่หนึ่งแล้วจับมือแบมแบมเดินออกจากห้องพักผู้ป่วย

“พรุ่งนี้พี่จะมาเยี่ยมเธอไหมครับ” แบมแบมมองคนที่เดินข้างกัน เขาดูสีหน้าคุณมาร์คไม่ออกเลย

“ไม่ล่ะ พี่มีประชุมแต่เช้า”

“ให้แบมมาดูแลให้ไหม ยังไงแบมก็ว่างอยู่แล้ว” แบมแบมอาสา ตอนนี้เขาว่างจริงๆ

“ไม่ต้องครับ ปล่อยให้พยาบาลดูแลก็พอเราไม่จำเป็นต้องมายุ่งกับเธอหรอก” มาร์คไม่อยากให้แบมแบมมา ทำไมต้องให้แกะของเขามารับใช้ดูแลคามิลด้วย แกะไม่ใช่พยาบาลสักหน่อย

“ไม่เชื่อแบมหรือไง แบมดูแลเธอได้นะ แม่แบมก็เคยเป็นพยาบาลมาก่อนแบมรู้ว่าจะดูแลคนป่วยยังไง คุณคามิลกำลังไม่สบายใจ ถ้าต้องอยู่เหงาๆ คนเดียวคงรู้สึกแย่ แบมจะมาคุยเป็นเพื่อนเธอให้เอง”

มาร์คชะงักไปเล็กน้อย มองหน้าแบมแบมที่ส่งยิ้มมาให้

คุณแม่เคยเป็นพยาบาลมาก่อนอย่างนั้นเหรอ..จะว่าไปคุณแม่เคยบอกว่าเคยทำงานกับคุณปู่ใช่ไหมนะ?

นายกำลังคิดบ้าอะไรกันมาร์ค นายจะเหมาเอาว่าใครที่มีแม่เป็นพยาบาลเป็นเด็กคนนั้นไม่ได้หรอก แต่ถ้าแกะเป็นเด็กคนนั้นก็ดีน่ะสิ มันเป็นไปไม่ได้สินะ..

มาร์ครู้สึกเสียดายมากเหลือเกินที่เผลอคิดเรื่องนี้  คิดไปทำไมในเมื่อเขาไม่มีโอกาสได้พบเด็กคนนั้นอีกแล้ว ถ้ากันต์เป็นเด็กคนนั้นมันไม่น่าเหลือเชื่อไปหน่อยเหรอ

“บอกนิชคุณหรือยังล่ะว่าพี่จะไปกินข้าวด้วย” มาร์คถามแบมแบม มองอีกฝ่ายเล่นมือถือ แบมแบมเงยหน้าจากจอเล็ก

“บอกแล้วครับ”

“บ่นหรือเปล่า”

“ไม่หรอกครับ”

“เขาคงผิดปกติอะไรสักอย่างแน่ๆ ถึงยอมให้พี่ไป”

“อย่าคิดแบบนั้นสิครับ พี่เขาเต็มใจ บอกว่าจะทำอาหารเพิ่มให้ด้วยนะ” แบมแบมไม่ได้โกหกนะ พี่คุณอยากให้ไปจริงๆ บอกว่ามีเรื่องอยากจะคุยกับคุณมาร์คด้วยล่ะ

“ฝนจะตกไหม”

“โธ่ เชื่อพี่เขาหน่อยเถอะครับ” แบมแบมหัวเราะกับคำล้อของคุณมาร์ค สองคนนี้นี่ยังไง

แบมแบมเปิดประตูรถแล้วแปลกใจนิดหน่อยที่บนเบาะนั่งมีดอกไม้ช่อใหญ่วางอยู่ แบมแบมหยิบมันขึ้นมาเพื่อจะเอาไปวางที่เบาะหลัง

“อ่าว จะเอาไปไหนน่ะครับ”

“ไม่เอาไปไว้ข้างหลังแล้วแบมจะนั่งได้ยังไงล่ะครับ” หรือจะให้ไปนั่งข้างหลังล่ะ ไม่ดีหรอกมั้ง

“ดอกไม้นั่นพี่ซื้อมาให้เรานั่นล่ะ”

“ครับ?” แบมแบมมองดอกไม้ในมือ มันสวยมากเลยนะ ซื้อให้เพราะอะไร?

“งงอะไรครับ ก็ของเราไง” มาร์คอมยิ้ม เข้าไปนั่งในรถ  

“เนื่องในโอกาสอะไรล่ะครับ ไม่ใช่วันเกิดสักหน่อย” ในเมื่อมันเป็นของตัวเองแล้วแบมแบมก็สามารถชื่นชมมันได้อย่างเต็มที่ เอาดอกไม้วางบนตัก

“จำเป็นต้องมีเหตุผลด้วยเหรอ?”

“ขอบคุณนะครับ” แบมแบมขอบคุณพลางหยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูปดอกไม้แสนสวยเอาไว้

“ชอบก็ดีแล้วล่ะ” แค่เห็นรอยยิ้มของแบมแบมแบบนี้มาร์คก็พอใจ คิดว่าจะไม่ได้ให้ซะแล้ว

มาร์คไม่นึกว่าแค่ดอกไม้จะทำให้แบมแบมดีใจได้ขนาดนี้เลยนะ ช่างเป็นแกะที่แปลกจริงๆ ดีใจกับของธรรมดาอย่างนี้

“เรื่องที่พี่อยากคุยกับแบมคือเรื่องอะไรเหรอครับ บอกแบมได้ไหม” แบมแบมกำลังอารมณ์ดีที่ได้ดอกลิลลี่ช่อสวย ไม่ว่าเรื่องที่จะได้รู้เป็นเรื่องร้ายหรือดีแบมแบมก็จะรับให้ได้

“เรามาคุยกันตรงๆ ได้ไหมกันต์ คุยกันด้วยเหตุผล อารมณ์ และความรู้สึกของเราในตอนนี้โดยไม่คิดถึงเรื่องสัญญาที่ผ่านมา”

แบมแบมมองคนที่กำลังขับรถ ในเมื่อท่านอยากจะคุยกันก็ได้ คุยก็คุย

“ได้ครับ”

“พี่ชอบกันต์ ชอบมากและคิดว่าสักวันน่าจะแน่ใจได้ว่ามันคือความรัก”

อ่า..แบมแบมตกใจมากเลยนะ นี่น่ะหรือเรื่องที่คุณมาร์คจะพูดด้วย

“ชอบแบม..เหรอครับ พี่ชอบแบมตรงไหน” เสียงหวานแผ่วเบา อึ้งและไม่อยากเชื่อหูตัวเอง

ถึงคุณมาร์คจะไม่ให้คิดถึงเรื่องสัญญา แต่มันก็มีความเหมาะสมอื่นๆ ที่แบมแบมต้องคิดถึงอยู่เหมือนกัน เราสองคนไม่แตกต่างกันไปหน่อยเหรอ?

คุณมาร์คชอบเขาอย่างนั้นเหรอ..มันเรื่องจริงหรือนี่แบมแบมไม่อยากจะเชื่อเลย แต่มันก็แค่คำว่าชอบนะ  ในที่สุดเขาก็ได้ยินความรู้สึกของคุณมาร์คสักที แต่ไม่รู้ว่าทำไมในใจถึงไม่สามารถยินดีได้อย่างเต็มที่เลย..

“บอกไม่ถูกหรอกครับ แค่เป็นกันต์พี่ก็ชอบหมดนั่นล่ะ”

“พี่บอกว่าชอบแบมเพราะส่วนหนึ่งก็อยากรั้งแบมไว้ด้วยหรือเปล่าครับ” แม้จะเป็นคำถามที่เจ็บปวดแต่แบมแบมยังอยากรู้ มาร์คนิ่งไปเล็กน้อยก่อนพยักหน้า คนที่มองอยู่ตลอดเผยยิ้มเศร้าโดยไม่รู้ตัว

“แน่นอน..พี่จะไม่โกหกหรอกนะว่าพี่อยากรั้งกันต์ไว้ แต่พี่รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ไม่ได้โกหก พี่สับสนมากเลยรู้ไหม ที่พี่กลับบ้านดึกช่วงหลังมานี้เพราะคิดไม่ตก พี่ขอคำปรึกษาคนอื่นไปทั่ว และพี่ก็ตัดสินใจที่จะพูดกับกันต์วันนี้ว่าพี่รู้สึกยังไงแต่มันดันเกิดเรื่องซะก่อน”

“กันต์ล่ะรู้สึกยังไง”

“แบม” ร่างบางนิ่งคิดว่ามันเป็นแบบนี้จะดีเหรอ คุณมาร์คคงกำลังสับสนเพราะเวลาของเราหมดลงแล้ว  คุณมาร์คอาจจะแค่เสียดายยานอนหลับอย่างเขาและอยากให้เขาอยู่ด้วยต่อไปเลยยอมทำทุกอย่างกระทั่งบอกว่าชอบเขาออกมา

แบมแบมได้เห็นอีกด้านของคุณมาร์คซึ่งเป็นเพียงผู้ชายธรรมดาที่มีเรื่องราวในใจแล้ว ไม่เชื่อว่าคนอย่างเขาจะสามารถช่วยอะไรคุณมาร์คให้ดีขึ้นได้ สักวันอาจจะมีคนที่ดีกว่าเขาและช่วยคุณมาร์คได้นะ

ถึงจะคุ้นชินกับคุณมาร์คที่ไม่ใช่นักธุรกิจ แต่อย่าลืมเด็ดขาดว่าคุณมาร์คก็คือมิสเตอร์อี้เอินต้วน นักธุรกิจที่ยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อสิ่งที่ต้องการ

“ว่าไงล่ะ กันต์คิดยังไง จะอยู่กับพี่ต่อหรือจะไป”  ความรู้สึกกลัวที่ไม่ได้เผชิญมานานมากเริ่มกลับมา มาร์คกลัวคำปฏิเสธของอีกฝ่ายเหลือเกิน

เด็กคนนี้เป็นคนที่มาร์คเดาใจไม่ออกเลย..ทุกคนต่างบอกว่าเขาเป็นคนเข้าถึงยากและมีกำแพงในใจสูงท่วมหัวจนน่ากลัว แต่สำหรับเขา คนที่เขากลัวคือผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างเขาตอนนี้

กันต์พิมุกต์เป็นคนเปิดเผยแต่ไม่สามารถเข้าใจได้ เหมือนกับมีกระจกมากั้น เขาสามารถมองเห็นอีกฝ่ายได้แต่พอจะเข้าไปใกล้กลับทำไม่ได้

“แบมจะอยู่กับพี่ต่อครับ” แบมแบมก้มมองดอกไม้ในอ้อมแขนตลอดเวลาที่เอ่ยจึงไม่สามารถมองเห็นรอยยิ้มและความดีใจบนใบหน้าของมาร์คได้เลย แบมแบมพลาดไปอย่างน่าเสียดาย

“ขอบคุณนะ”

“ครับ” แบมแบมไล้กลีบดอกไม้หนาแผ่วเบา มองนอกรถ ครุ่นคิดอะไรตามลำพัง

 

 

 

 

หลังมื้อเย็นที่เลยเวลาไปมาก แบมแบมขอไปนอนเล่นที่หน้าทีวี กินอิ่มก็อยากนอน นิชคุณและมาร์คออกไปคุยกันนอกบ้าน

“กันต์บอกว่าคุณมีเรื่องจะคุยกับผมหรือครับ” มาร์คเริ่มบทสนทนาก่อนเพราะเขาไม่ได้สนิทกับนิชคุณมากมายอะไร อยู่เงียบๆ มีแต่จะสร้างความอึดอัด

“อ้อ ใช่ ผมอยากจะขอบคุณเรื่องแม่และเรื่องบ้านผมน่ะ ผมรู้เรื่องจากทุกคนหมดแล้วว่าคุณช่วยอะไรพวกเราบ้าง” นิชคุณอยากพูดเรื่องนี้มานานแล้ว ใครทำอะไรให้เรา เราก็ควรต้องขอบคุณสิ

“ไม่เป็นไรครับ ผมเต็มใจ”

“สิ่งที่คุณทำน่ะทำเพื่อไอ้แบมใช่ไหม”

“ใช่ครับ ขอแค่กันต์สบายใจไม่ว่าอะไรผมก็ทำได้”

นิชคุณมองอีกฝ่ายนิ่งราวกับจะค้นเข้าไปในใจ แต่เขาทำได้แค่มองรอยยิ้มในดวงตาสวยนั่นเท่านั้น ตอนพูดถึงแบมแบมมาร์คดูมีความสุขดีนี่หว่า

รอยยิ้มบนริมฝีปากมันหลอกกันได้ขอแค่แสดงเก่ง แต่แววตามันหลอกกันไม่ได้หรอกนะ

“บอกตามตรงว่าผมไม่สบายใจที่ต้องรับเงินของคุณ ทั้งตอนรักษาแม่และตอนใช้หนี้ แต่ถึงจะเจ็บใจผมก็ไม่สามารถหาเงินจำนวนมากเท่านั้นมาคืนให้คุณได้อยู่ดี”

มาร์คเข้าใจว่าพี่ชายแบมแบมจะรู้สึกอย่างไร ในฐานะพี่ชายและลูกคนโต การที่เขายื่นมือมาช่วยนิชคุณก็ต้องลำบากใจอยู่แล้ว แต่เรื่องนี้ทำให้มาร์คยิ่งมองครอบครัวของแกะดีขึ้นไปอีก ช่างเป็นคนที่หายากกันทั้งบ้านเลยจริงๆ

“ผมเข้าใจครับ ผมถือว่าทำเพื่อกันต์ เรื่องชดใช้คืนไม่ต้องเลย ถ้าคุณไม่สบายใจผมขอแค่คุณช่วยดูแลยูคยอมให้ดีก็พอ คุณลุง..พ่อของยูคยอมน่ะครับ ท่านชอบคุณมากทีเดียว ไม่รู้ว่าคุณรู้หรือยังคุณลุงชมคุณให้ผมฟังบ่อยมาก ผมไม่เคยเห็นท่านชมใครอย่างคุณมาก่อน ถ้าคุณจริงจังกับยูคยอม เรื่องระหว่างคุณกับน้องผมก็ไม่มีปัญหาหรอกครับ”

ข้อแลกเปลี่ยนของมาร์คมันทำได้ไม่ยาก แต่นิชคุณไม่มั่นใจว่าจะทำได้อีกนานแค่ไหน คิดไม่ถึงเลยว่าคิมดัลกูจะชมเขาให้อี้เอินฟัง

“บางครั้งผมก็ไม่เข้าใจคนรวยอย่างพวกคุณเลยให้ตาย ผมไม่มีอะไรเหมาะสมกับน้องคุณสักอย่าง ผมไม่มีปัญญาเลี้ยงเขาหรอก พ่อของยูคยอมจะปลื้มผมแค่ไหนก็คงไม่อยากได้ลูกเขยยากจนหรอกมั้ง”

“อย่าคิดมากสิครับ เรื่องฐานะไม่ใช่ข้ออ้าง อยู่ที่คุณรู้สึกยังไงกับยูคยอมมากกว่า”

“เรื่องของผมกับยูคยอมอาจจะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนถึงวันที่มันสมควรพอ ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของอนาคตแล้วกัน คุณล่ะคิดจะจริงจังกับแบมแบมมันมากแค่ไหน คนอย่างคุณน่ะหาคนรักที่เหมาะสมกว่ามันได้ไม่ยากนะ” ด้วยความเป็นห่วงน้อง นิชคุณถือโอกาสถามมาร์คเรื่องนี้เสียเลย ถึงเราไม่ค่อยได้เจอกัน ห่างกันไปบ้างเพราะแบมแบมไปอยู่กับมาร์ค แต่เขาไม่ได้ปล่อยจนไม่ห่วงเลยหรอกนะ

“แบบไหนหรือครับที่คุณคิดว่าเหมาะสมกับผม” มาร์คยิ้มน้อยๆ นิชคุณถอนหายใจ

“แบบที่ตรงข้ามกับแบมแบมไง” นิชคุณเป็นห่วงน้อง ตระกูลคิมว่ารวยแล้วยังสู้ตระกูลต้วนไม่ได้เลยนะ

“แต่ตอนนี้ข้างตัวผมก็คือกันต์ไม่ใช่คนที่ตรงข้ามกับกันต์ไม่ใช่หรือครับ”

“คุณคิดจะจริงจังกับมันแค่ไหน คิดเผื่อไปถึงอนาคตบ้างหรือเปล่า”

“อนาคตที่ว่าเป็นแบบไหนล่ะครับ”

“แต่งงาน มีลูก อะไรทำนองนั้น”

“กันต์ท้องได้จริงๆ ใช่ไหมครับ?” มาร์ครู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้ยินพี่ชายของแบมแบมเอ่ยถึงเรื่องลูก

“คุณไม่รู้เหรอ?” นิชคุณแปลกใจกว่าที่มาร์คดูตื่นเต้น เป็นแฟนกันประสาอะไรเรื่องแค่นี้ก็ไม่รู้ ถึงขั้นไปนอนบ้านเดียวกันเขาไม่คิดว่าแบมแบมกับมาร์คจะนอนกันคนละห้องหรอกนะ และถ้านอนด้วยกันเรื่องสำคัญอย่างนี้ไม่บอกไม่ได้เลย พลาดท่าท้องก่อนแต่งขึ้นมาจะลำบาก

 “รู้สิครับ”

“เหรอ ก็ดี ยังไงแบมแบมมันก็เสียเปรียบคุณอยู่มากเหมือนกันนะ” ฝ่ายเรามันท้องได้ก็ต้องเสียเปรียบกว่าอยู่แล้วใช่ไหมล่ะ

“เรื่องลูก..ผมก็เคยคิดนะครับ แต่ว่า..” มาร์คไม่รู้ว่าควรบอกนิชคุณดีไหม เหตุผลที่เขาอยากมีลูกมันไม่ใช่เหตุผลสุดโรแมนติกที่พี่ชายคนไหนได้ฟังจะไม่หัวร้อนของขึ้น

“มีอะไรก็พูดมาเถอะ ผมอยากรู้เรื่องของน้องบ้าง อยากรู้เรื่องของมันจากความรู้สึกและความคิดของคุณ ผมยอมให้คุณเป็นแฟนมันแล้วก็ไม่ใช่จะไม่สนใจอะไรมันเลย”

 

 

แบมแบมลืมตาขึ้นเมื่อกำลังจะเคลิ้มหลับเพราะเสียงโทรศัพท์แต่เสียงนั้นไม่ใช่โทรศัพท์ตน

“มือถือพี่คุณอยู่ไหนเนี่ย” เพราะพี่ชายไม่เคยเปลี่ยนเสียงเรียกเข้ามาหลายปี แบมแบมฟังปุ๊บก็รู้ว่าเป็นของพี่ชาย

ร่างบางยันตัวลุกขึ้นนั่ง มองหาโทรศัพท์ของพี่จนไปเจอที่หน้าทีวี ลุกไปหยิบมาดูชื่อคนโทร

เด็กหมู แบมแบมหลุดยิ้มออกมาเมื่อเห็นชื่อที่เมมไว้

“อ่าว วางไปซะแล้ว” เขาควรจะเอาออกไปให้พี่ คนที่โทรมาอาจมีธุระสำคัญก็ได้นะ

 

 

“เรื่องอนาคตยังไม่ได้คิดไปถึงขั้นแต่งงานหรอกครับ”  แบมแบมชะงักเมื่อได้ยินท่านพูดเรื่องแต่งงาน เขารออยู่ยังไม่ออกไปขัดทั้งสองที่คุยกันอยู่

“อยากศึกษาดูใจกันก่อนว่างั้น”

“ประมาณนั้นครับ”

“พอเข้าใจ คุณกับแบมเพิ่งคบกันได้ไม่กี่เดือน อาจยังไม่พร้อมคิดเรื่องสำคัญอย่างนั้น แต่จะทำอะไรก็อย่าให้พลาดจนน้องผมเดือดร้อนแล้วกัน มีเรื่องที่ผมสงสัยอยู่อย่าง คุณกับแบมมีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า แม่โทรมาเล่าให้ฟังว่าแบมแบมอยากจะเลิกกับคุณ”

“เลิกกับผม..เมื่อไรครับ” มาร์คตกใจมากทีเดียว ไม่คิดว่ากันต์จะปรึกษาคุณแม่เรื่องของเราด้วย นิชคุณมองหน้าหล่อของแฟนน้อง ถอนหายใจ

“ตอนมันกลับบ้านเมื่อวันเสาร์ มีปัญหาอะไรกันก็น่าจะคุยกันบ้างนะ”

“ผมน่ะไม่มีอะไรหรอกครับ แต่กันต์ต่างหากที่อยากไปจากผมซะเหลือเกิน” มาร์คกอดอกพลางถอนหายใจบ้าง นิชคุณเลิกคิ้ว สงสัย

“คุณไปทำอะไรให้แบมแบมมันอยากไปจากคุณล่ะ แบมแบมน่ะมันไม่ค่อยมีปัญหากับใคร ถ้ายิ่งเป็นคนที่รักอะไรที่แบมมันยอมได้มันก็ยอมหมดนะคุณ”

“เพราะผมไม่ชัดเจนพอมั้งครับ”

“ยังไงล่ะ”

“เพราะผมไม่เคยบอกเขามั้งครับว่าผมอยากมีเขาอยู่ในชีวิตมากแค่ไหน ผมอยากรั้งเขาไว้จนเคยคิดอะไรบ้าๆ ด้วยนะ”

“หืม? คิดอะไรล่ะ”

“ผมคิดว่าถ้าเรามีลูก เขาจะยังอยากทิ้งผมไปหรือเปล่า”

“หมายความว่า..” นิชคุณไม่กล้าเดาเลยว่ามาร์คหมายถึงอะไร โอย ใจหล่นไปอยู่ปลายเท้า

“ผมอยากมีลูกเพื่อไม่ให้เขาทิ้งผมไป”

“อะ..อะไรนะ” ไม่เพียงแค่นิชคุณที่ตกใจ คนที่ยืนฟังอยู่ก็ตกใจเหมือนกัน..

“ฟังไม่ผิดหรอกครับ แต่ตอนนี้ผมเลิกคิดเรื่องลูกแล้วล่ะ” มาร์คยิ้มเจื่อนให้พี่ชายแบมแบมที่ยังคงอึ้งอยู่ นิชคุณเสียงเข้ม

“เพราะอะไร”

“เพราะกันต์เขาเปลี่ยนใจแล้วไงล่ะครับ”

“นี่คุณกะจะใช้ลูกเป็นตัวประกินสินะ แย่ว่ะ!” นิชคุณอารมณ์เสียขึ้นมาทันทีที่ได้รู้ว่ามาร์คคิดจะทำอะไรกับน้องตัวเอง ไอ้แบมไม่ใช่เครื่องผลิตลูกนะโว้ย!

“ขอโทษครับ คุณคงไม่พอใจสินะ ผมถึงบอกว่ามันเป็นความคิดบ้าๆ ไงล่ะครับ แต่ตอนนี้กันต์เขายอมอยู่กับผมแล้ว เรื่องลูกก็เป็นเรื่องในอนาคตไป”

“คุณรักน้องผมมากเลยเหรอถึงขนาดจะใช้วิธีแบบนั้นมายื้อกันเนี่ย”

นิชคุณล่ะยอมเลย น้องเขามันไปหว่านเสน่ห์ยังไงถึงทำให้มหาเศรษฐีอย่างนี้คิดอะไรไม่เข้าท่าเพื่อไม่ให้มันไปไหนน่ะ ถ้าไอ้แบมทิ้งก็ไปหาแฟนใหม่ก็ได้ไหมล่ะ มีพร้อมทั้งหน้าตาเงินทองขนาดนี้

“เรื่องนี้ผมไม่บอกคุณหรอก”

“ดีนะไอ้แบมไม่ท้องกับคุณน่ะ  ความคิดคุณนี่..เฮ้อ! ต่อให้ผมไม่อยากเลิกกับแฟนแค่ไหนก็ไม่มีทางปล่อยให้เขาท้องหรอก มีลูกไว้แต่เขาไม่มีใจมันจะมีค่าอะไร ยังไงก็ทนอยู่กันได้แค่ช่วงแรกๆ เท่านั้นล่ะ ต่อไปก็ต้องแยกทางกัน แล้วลูกก็จะมีปัญหาเพราะพ่อแม่ไปคนละทาง”

มาร์คพยักหน้าเห็นด้วยกับทุกคำของนิชคุณ

“มันก็จริงของคุณครับ ดีแล้วที่กันต์ยังไม่ท้อง” ถึงปากจะบอกว่าดีแล้วแต่ใจมาร์คยังเสียดาย ตั้งแต่แกะยอมตกเป็นของเขานี่ผ่านมากี่อาทิตย์แล้วนะ ถ้าท้องจะตรวจเจอหรือยัง ถ้าท้องจริงก็ดีนะ

แบมแบมเดินกลับเข้าไปในบ้านด้วยท่าทางเซื่องซึมอย่างที่ใครมาเห็นก็รู้เลยว่าผิดปกติ

ร่างบางวางโทรศัพท์พี่ชายไว้ที่เดิมแล้วเดินไปล้มตัวลงนอนบนโซฟาอีกรอบ หยิบหมอนอิงมากอดซ่อนหน้าไว้กับหมอน

 

 

 

 

“พี่ยังจำได้ไหมครับว่าคุณคามิลเธอชอบทานอะไร” แบมแบมถามขณะผูกเนคไทให้มาร์ค ร่างสูงมองคนตรงหน้าอย่างแปลกใจกับคำถามยามเช้า

“อยากรู้ไปทำไมครับ”

“แบมบอกแล้วไงว่าจะไปช่วยอยู่เป็นเพื่อนคุณคามิล เลยว่าจะทำของชอบไปให้เธอทานด้วยเผื่อเธอจะไม่ชอบอาหารของโรงพยาบาล การได้กินของที่ชอบก็ทำให้รู้สึกดีขึ้นได้นะ”

“ไม่จำเป็นต้องทำหรอกนะ จะเหนื่อยทำไปทำไม” มาร์คไม่เห็นด้วยเลย ยังไงค่ารักษาแสนแพงก็รวมบริการชั้นเลิศไปด้วยอยู่แล้ว เขาจ่ายเงินให้คนอื่นดูแลคามิลไปแล้วนะ

“ทำไมพูดแบบนี้ล่ะครับ แฟนเก่าเลิกกันไม่จำเป็นต้องเกลียดกันแค่เพราะกลับไปเป็นอย่างเดิมไม่ได้หรอกนะ”

“พูดเหมือนเคยมีแฟน” มาร์คไม่ได้จะดูถูกว่าแกะตัวนิ่มของตนหาแฟนไม่ได้หรอกนะ แต่มีพี่ชายขี้หวงอย่างนิชคุณน่ะแกะยังมีคนกล้ามาจีบอีกหรือ?

“ต้องเคยสิครับ” แบมแบมตบอกกว้างเบาๆ เพื่อบอกว่างานเสร็จแล้ว มาร์คจับมือนิ่มไว้

“ใคร” แหม่ ต้องถามกันเสียงเข้มด้วยเหรอ

“บอกไปพี่มาร์คก็ไม่รู้จักสักหน่อย”

“ใครล่ะ”

“โธ่ เลิกกันไปตั้งแต่เรียนมัธยมแล้วนะครับ”

“ยังติดต่อกันอยู่ไหม”

“มีบ้างนะตอนเลี้ยงรุ่น เลิกจู้จี้เรื่องไม่เป็นเรื่องเถอะน่า บอกว่ามีประชุมไม่ใช่เหรอ รีบไปทานมื้อเช้าได้แล้วครับเดี๋ยวสาย”

แบมแบมดันมาร์คให้ออกจากห้องแต่งตัวไปกินข้าวได้แล้ว มาร์ครู้สึกไม่สบอารมณ์แต่เช้าเลย

“พี่มาร์คทำหน้าแบบนั้นทำไม ข้าวเช้าฝีมือแบมไม่อร่อยแล้วรึไง” แบมแบมอดทักไม่ได้ เราต้องต้อนรับเช้าวันใหม่ด้วยความสดชื่นสิ มาทำหน้าตาบึ้งตึงทำไม

“คาใจนี่นา”

“มันเป็นอดีตไปแล้ว และก็แค่รักของเด็กแบมลืมไปหมดแล้วล่ะครับ” แบมแบมจิ้มไส้กรอกเข้าปาก เคี้ยวแก้มตุ่ย ท่าทางไม่ใส่ใจอะไรจริงๆ

คุณพ่อนี่ยังไงกันนะตัวเล็ก จะว่าหึงก็ไม่ใช่แต่เหมือนจัง คุณพ่อเขาไม่ได้รักแม่สักหน่อยจะมาหึงทำไม ใช่ไหม?

มื้อเช้าผ่านพ้นไปด้วยความเงียบที่น่าอึดอัด และแบมแบมเป็นฝ่ายทนไม่ไหวก่อน

“พี่มาร์คมีอะไรจะพูดก็พูดเถอะครับ นิ่งแบบนี้มันแปลกไม่ใช่เหรอ”

“พี่เปล่าสักหน่อย ไปทำงานแล้วนะ” มาร์คลุกจากเก้าอี้ หยิบสูทตัวนอกมาถือเดินมาหาแบมแบม

“อะไร..อื้อ”  ได้ไปหนึ่งจูบแล้วคุณพ่อก็ออกไปทำงาน แบมแบมเห็นนะว่ายิ้มแล้ว อะไรจะอารมณ์ดีไวขนาดนี้

“จริงๆ เลย” แบมแบมบ่นงึมงำกับตัวเองก่อนจะกินต่อ สรุปเรื่องคุณคามิลอะไรนี่ก็ไม่รู้เรื่อง เอาเรื่องแฟนเก่าเขามาบ่ายเบี่ยงไม่พูดเรื่องแฟนเก่าตัวเองหรือเปล่าก็ไม่รู้

ในเมื่อไม่รู้จะทำอะไรไปให้คนป่วยกิน แบมแบมก็ทำของที่คุณมาร์คชอบนี่ล่ะไปให้ เธอจะกินได้หรือไม่ได้ค่อยว่ากัน แล้วค่อยถามของที่เธอชอบกินอีกที

เมื่ออยู่คนเดียวแบมแบมก็คิดว่าวันนี้จะทำอะไรบ้าง ร่างบางมองแก้วและจานบนโต๊ะอาหาร อดคิดไม่ได้ว่าถ้าตนไม่อยู่แล้วคุณมาร์คจะได้กินข้าวเช้าไหม อย่างคุณมาร์คคงกลับไปกินขนมปังอีกแน่ๆ

มีหลายอย่างในบ้านนี้ที่เปลี่ยนไป แต่คุณมาร์คก็อยู่คนเดียวมาตลอดจนชินแล้ว ก่อนไม่มีเขาเข้ามาคุณมาร์คยังอยู่ได้ แค่เขาจากไปทำไมคุณมาร์คจะอยู่ไม่ได้

อย่าคิดว่าตัวเองมีความสำคัญกับคุณมาร์คขนาดนั้นเลยดีกว่า เรื่องที่น่าห่วงที่สุดก็คือคุณมาร์คอาจจะต้องกลับไปกินยาอีกครั้งนี่ล่ะ..

 

 

 

 

แบมแบมเดินเข้าห้องพักผู้ป่วยในเวลาที่อาหารของโรงพยาบาลเพิ่งมาถึงพอดี เขาเห็นคุณพยาบาลกำลังป้อนอาหารเช้าให้หญิงสาวแสนสวยคนนั้นแต่เธอกลับเบือนหน้าหนี คุณพยาบาลถอนหายใจ

“ทานสักนิดนะคะจะได้ทานยา เดี๋ยวต้องไปตรวจร่างกายอีกนะคะ”

“ฉันไม่หิวค่ะ”

“โธ่คุณคะ” พยาบาลสาวลำบากใจ ญาติคนไข้ระดับมหาเศรษฐีสั่งให้หาพยาบาลพิเศษคอยดูแลคนไข้อย่างดีตลอดเวลา แต่ถ้าคนไข้ไม่ร่วมมือด้วยมันจะดีเลิศได้ดั่งใจญาติไปได้ยังไง

แบมแบมมองเหตุการณ์ตรงหน้า ไม่อยากปักใจว่าคุณคามิลาเป็นคนเอาแต่ใจ เธออาจจะกำลังอารมณ์ไม่ค่อยดีหรือไม่หิวจริงๆ

“ผมจัดการเองครับคุณพยาบาล”

“อ่า ขอบคุณค่ะ นี่เป็นยาหลังอาหารนะคะ รบกวนให้คนไข้ทานด้วย” พยาบาลสาวยิ้มโล่งอกเมื่อมีผู้ชายหน้าตาน่ารักมารับหน้าที่ต่อ

“ได้ครับ” แบมแบมยิ้มให้พยาบาล เขาเอาอาหารของโรงพยาบาลไปเก็บเพื่อเอาอาหารทำเองมาวางบนที่ทานอาหารของโรงพยาบาลแทนที่

“สวัสดีครับคุณคามิลา”

“ค่ะ คุณเป็นใครคะ” คามิลาถามอย่างอยากรู้ แบมแบมอมยิ้ม

“เพื่อนคุณมาร์คครับชื่อแบมแบม ผมทำอาหารมาให้คุณด้วยแต่ผมไม่รู้ว่าคุณชอบอะไรเลยทำของที่คุณมาร์คชอบมาแทน คุณคงทานได้นะครับ”

“ขอบคุณค่ะ” คามิลายิ้มหวานให้คนมองชื่นใจว่าเธอไม่ได้ดูแลยาก แต่ภายในใจกำลังเกิดความสงสัย เมื่อคืนเธอได้ยินนะที่มาร์คและคนคนนี้คุยกัน เธอรู้ว่าเสียงนั้นกับเสียงนี้คือคนเดียวกัน คำพูดของทั้งสองคนนั้นสนิทสนม และเวลาที่มาร์คคุยด้วยก็มีความห่วงใยกับความรู้สึกบางอย่างที่เธอค่อนข้างแน่ใจว่าคืออะไร แต่มันไม่ใช่แค่เพื่อนแน่

“ถ้าอย่างนั้นทานเลยนะครับจะได้ทานยา”

“แต่ว่าฉันยังไม่หิว..

“ทานสักคำสองคำเถอะครับจะได้ทานยา นะครับ”

“ก็ได้ค่ะ แต่ฉันกินเองได้นะคะ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมป้อนนะ” คามิลาเกรงใจ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายอยากดูแลเลยยอม

แบมแบมป้อนอาหารให้คามิลาทีละคำโดยไม่ได้พูดอะไร ส่วนคามิลาก็ทานเงียบๆ ไปจนหมด เมื่อทานยาหลังอาหารแล้วคามิลาจึงชวนคุย

“คุณแบมแบมคะ”

“ครับ”

“คุณเป็นเพื่อนมาร์คมานานหรือยัง”

“สามสี่เดือนเองครับ”

“ทราบไหมคะว่าเขายังรักกับซูจีดีหรือเปล่า หรือเลิกกันไปแล้ว”

“เลิกกันไปแล้วครับ” แบมแบมเก็บของของตนที่เอามาเรียบร้อยแล้วเดินมานั่งคุยด้วย

“ตอนนี้เขามีแฟนใหม่หรือยังคะ”

“ยังครับ”

“คุณไม่ใช่แฟนเขาหรอกเหรอ” แบมแบมนิ่งไป ส่ายหน้า ก่อนจะนึกได้ว่าอีกฝ่ายมองไม่เห็น

“ไม่ใช่ครับ”

“หรือคะ ฉันคิดว่าคุณต้องน่ารักมากแน่ๆ ขนาดเสียงยังน่าฟังขนาดนี้ นึกว่าคุณจะเป็นแฟนใหม่มาร์คเสียอีกค่ะ”

“ไม่ใช่ครับ คุณมาร์คยังไม่มีใคร”

คามิลยิ้มน้อยๆ แต่ในใจไม่เชื่อเลย เมื่อคืนเรียกมาร์คว่าพี่ตอนนี้เรียกว่าคุณมาร์ค ต้องมีอะไรที่ไม่ได้บอกกันแน่ เธออยากมองเห็นจังว่าคุณแบมแบมหน้าตาเป็นยังไง

“คุณจะไปตรวจร่างกายตอนไหนครับ ผมจะไปเป็นเพื่อน”

“สักสามสี่โมงนี่ล่ะค่ะ พยาบาลบอกมาอย่างนั้น”

ด้วยไม่รู้จะคุยอะไรต่างคนจึงต่างเงียบ แบมแบมเปิดโทรทัศน์ภายในห้องเพื่อไล่ความเงียบชวนอึดอัดออกไป

 

 

 

“คุณยองแจ คุณมาร์คอยู่ในห้องไหมครับ” แทคยอนเดินอย่างรีบร้อนมาเกาะโต๊ะทำงานของเลขานุการคนสวย ยองแจสะดุ้งเล็กๆ

“อยู่ครับ” แทคยอนขอบคุณแล้วรีบไปเคาะประตูห้องก่อนเปิดเข้าไปด้านใน ท่าทางของเขาทำให้ยองแจอยากรู้ไปด้วยว่ามีเรื่องอะไรกัน

“ท่านครับ เรื่องของคุณคามิลาที่ให้ไปสืบได้เรื่องแล้วนะครับ” แทคยอนเดินไปหยุดหน้าโต๊ะทำงานของเจ้านายก่อนยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้ มาร์คเงยหน้าจากงานรับซองไป

“ขอบคุณครับ เร็วจัง”

“ข้อมูลหาไม่ยากเท่าไรแต่ค่อนข้างน่าตกใจเหมือนกันนะครับ”

“ครับ?”

“ลองอ่านดูเองเถอะครับ ผมขอตัวก่อน” แทคยอนไม่ยอมบอกว่าเรื่องของคามิลามีอะไรน่าตกใจ มาร์คเปิดซองหยิบรายงานด้านในมาอ่านอย่างสงสัย

แทคยอนหมุนกายเดินออกจากห้อง ก่อนจะพ้นประตูก็อดมองไปที่เจ้านายหนุ่มอีกครั้งไม่ได้

คุณมาร์คจะรับความจริงได้ไหมนะ

 

 

 

“คุณแบมแบมไม่มีอะไรอยากถามเกี่ยวกับฉันบ้างหรือคะ”

“ครับ? เอ่อ ไม่รู้สิครับ ไม่กล้าถาม” แบมแบมก็สงสัยหลายเรื่องแต่ไม่อยากถามอะไรออกไป เผื่อมีคำไหนสะกิดใจจนเธอเศร้าคิดฆ่าตัวตายอีกเขาคงรับผิดชอบไม่ไหวแน่

“ฉันเป็นแฟนเก่าของมาร์คค่ะ”

แบมแบมรู้อยู่แล้ว อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมชอบแนะนำตัวแบบนี้กันนะ

“คุณเป็นเพื่อนเขาคงรู้ใช่ไหมคะว่ามาร์คเป็นยังไงบ้าง ตอนนี้เขาสบายดีหรือเปล่า”

“ครับ เขาสบายดี”  

“ดีจังค่ะ ฉันไม่คิดเลยว่าจะได้พบเขาอีกครั้ง ไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะได้คุยกันอีก” คามิลก้มหน้าเช็ดน้ำตาที่เอ่อล้น ดูมีเรื่องราวในใจมากมายจนแบมแบมไม่กล้าถาม เขานั่งรอฟังเธอเล่าเงียบๆ

ฉันรู้ว่าตัวเองไม่ดีที่ทิ้งเขาไปในวันที่เขาต้องการฉันที่สุด..ฉันหวังว่าเขาจะเจอคนที่ดี คิดว่าเขาแต่งงานกับซูจีแล้วใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไปแล้วเสียอีก ฉันเดินจากเขาไปอย่างใจร้ายมาก ฉันตกใจมากเลยนะคะและดีใจมากเช่นกันที่ได้พบเขาอีก ฉันรู้สึกผิดมาตลอด..ไม่รู้จะชดเชยให้เขาได้ยังไง แต่เขาเสียอีกที่ยังช่วยฉันเสมอเหมือนเมื่อก่อนที่เรารู้จักกัน ทั้งที่เขาจะไม่ช่วยฉันก็ได้..แต่เขาก็เลือกที่จะช่วยฉัน”

น้ำใสเอ่อคลอในตาคู่สวย แบมแบมรู้ว่าเธอคงเจ็บปวดเช่นกัน

“ฉันแย่มากใช่ไหมคะ”

“ไม่หรอกครับ คุณเองก็คงมีเหตุผล” แบมแบมไม่รู้เรื่องราวของทั้งคู่ไม่สามารถวิจารณ์ได้หรอก

“เหตุผลของความเห็นแก่ตัวน่ะสิคะ ทั้งที่เขารักฉันมากขนาดนั้น..

คามิลาเอ่ยแล้วเงียบไป แบมแบมไม่รู้จะทำยังไงดีให้เธอรู้สึกดีขึ้น เขาเป็นที่ระบายให้เธอได้นะแต่ไม่รู้ว่าถ้าเขาพูดอะไรไปเธอจะรับฟังหรือเปล่า คนจะฆ่าตัวตายน่ะคงมีเรื่องในใจมากจนคำพูดปลอบใจของเขาก็คงเข้าไปเยียวยาได้ไม่ถึงใจของเธอ

“ผมเคยเจอคุณครั้งหนึ่งครับ”

“เมื่อไรเหรอคะ”

“หลายเดือนแล้วครับ ผมเคยช่วยพาคุณข้ามถนน ตอนนั้นคุณบอกว่าเพิ่งย้ายที่อยู่”

“จริงหรือคะ ไม่น่าเชื่อเลย ขอบคุณมากนะคะ โลกกลมจัง” หญิงสาวยิ้มให้ แม้เป็นรอยยิ้มที่หม่นเศร้าแต่แบมแบมก็ดีใจที่เห็นมัน

“ไม่เป็นไรครับ”

“ฉันเป็นครูสอนไวโอลินค่ะ”

“เก่งจัง เรื่องดนตรีนี่ผมไม่ถนัดเอาซะเลย” แบมแบมชมจากใจ ไม่รู้ทำไมถึงพาลคิดไปว่าที่ท่านเล่นดนตรีได้อาจมีส่วนมาจากเธอคนนี้..บางทีเธออาจจะเป็นคนสอนคุณมาร์คก็ได้นะ

“ลองเรียนดูไหมคะ ไม่ยากหรอกนะ มาร์คเองเมื่อก่อนก็เล่นไม่เป็น แต่เขาต้องเข้าคอร์สดนตรีบำบัดเลยทำให้ฉันกับเขาได้เจอกัน ฉันเป็นคนสอนเขาเล่นไวโอลินค่ะ เขาเป็นลูกศิษย์ที่สอนยากมากเลย ไม่ชอบซ้อม ต้องคอยบอกคอยเตือนกันตลอด”

แบมแบมมองใบหน้าสวยที่เริ่มมีรอยยิ้มและความสดใสขึ้น ดูเธอมีความสุขเมื่อได้พูดถึงเรื่องในความทรงจำ ช่วงเวลานั้นของเธอและท่านคงเป็นช่วงที่มีความสุขมากนะ สุขจนไม่อาจลืมได้

เธอได้รู้จักคุณมาร์คในแบบที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน..

“นึกภาพไม่ออกเลยครับ ตอนนี้คุณมาร์คยังเล่นไวโอลินอยู่แต่เล่นเก่งมาก ไพเราะมากเลยนะครับ”

“มาร์คเป็นลูกศิษย์ที่น่าตีแต่ก็น่าภูมิใจนะคะ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากฟังเขาเล่นอีกสักครั้ง”

            “ลองขอดูสิครับ”

“ไม่ได้หรอกค่ะ มาร์คคงเกลียดฉันมากแน่ ฉันไม่กล้าขออะไรจากเขาอีกต่อไปแล้ว เท่าที่ฉันได้มาจากเขาก็มากเกินพอแล้วล่ะ ฉันเอาความรู้สึกดีๆ มากมายของมาร์คมาเหยียบย่ำอย่างไร้ค่า..มาร์คคงไม่อภัยให้ฉันแล้ว”

“อย่าคิดแบบนั้นสิครับ ผมว่าคุณมาร์คคงไม่ได้เกลียดคุณหรอก ไม่อย่างนั้นเขาจะพาคุณมาส่งโรงพยาบาลทำไม แสร้งทำไม่รู้จักกันก็ได้นี่ครับ”

แบมแบมเชื่อว่าคุณมาร์คคงยังไม่ลืมคุณคามิลา ไม่อย่างนั้นคงไม่ไปหาเขาช้าขนาดนั้น

“ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่เลยค่ะ ไม่อยากรบกวนมาร์คเลย คุณแบมแบมช่วยพาฉันกลับบ้านได้ไหมคะ”

“ไม่ได้หรอกครับคุณคามิล ผมจะพาคุณกลับโดยไม่บอกคุณมาร์คได้ยังไง”

“ฉันไม่อยากให้มาร์คลำบากเพราะฉันอีก ฉันไม่อยากเป็นภาระของเขาค่ะ ฉันรู้ตัวดีว่าไม่ควรมาอยู่ตรงนี้ นะคะได้โปรดเถอะ”

คามิลายื่นมือหาตัวแบมแบมจนแบมแบมต้องจับมือเธอไว้

“ไม่ได้หรอกครับ อยู่รักษาตัวที่นี่ก่อนเถอะนะครับ” แบมแบมไม่อยากพาเธอกลับบ้าน เรื่องที่ต้องรอถามคุณมาร์คนั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่อีกเหตุผลคือเขาไม่กล้าพาเธอกลับทั้งที่เพิ่งจะคิดฆ่าตัวตายไป

ที่น่าสงสัยคือทำไมเขาไม่เห็นญาติของเธอมาหาเลยนะ หรือว่าเธออยู่คนเดียว ถ้าเป็นอย่างนั้นยิ่งไม่ควรให้เธอกลับบ้านเลยล่ะ

“คุณไม่เข้าใจ..” หน้าสวยบ่งบอกถึงความทุกข์ระทมและคนใจอ่อนอย่างแบมแบมอดสงสารไม่ได้

“ทำไมล่ะครับ คุณต่างหากที่ไม่เข้าใจ ถึงคุณมาร์คจะถูกคุณทิ้งแต่ผมเชื่อว่าเขาจะไม่ทอดทิ้งคุณแน่นอน คุณกำลังลำบากนะครับ ถ้าเขาไม่ช่วยผมจะช่วยพูดให้ก็ได้”

“แต่ฉันไม่อยากอยู่ค่ะ ฉันทำใจไม่ได้”

..คุณยังรักเขาอยู่เหรอครับ” ถึงแม้จะรู้ว่าไม่สมควรแต่แบมแบมอดถามไม่ได้ คามิลายิ้มเศร้า

“มาร์คเป็นคนดีค่ะ ในชีวิตฉันไม่มีใครดีเท่าเขาอีกแล้ว..ตลอดเวลาที่ผ่านมาหลายปีฉันไม่เคยลืมเขาเลยค่ะ น่าสมเพชมากเลยใช่ไหมคะ”  

“ไม่หรอกครับ”ถึงเธอจะพูดอ้อมมากแค่ไหนแบมแบมก็แปลได้อย่างเดียวว่าเธอยังมีความรู้สึกที่ดีให้คุณมาร์ค เขาไม่แปลกใจหรอก

“ฉันน่ะหลังได้รับอุบัติเหตุจนตามองไม่เห็นร่างกายก็อ่อนแอ ฉันคิดว่าไหนๆ ก็ไม่มีปัญญารักษาตายๆ ไปซะก็คงดี”

“ทำไมคิดกับตัวเองแบบนั้นครับ ยังไงคุณต้องหายดีแน่นอน ต้องมีทางรักษาสิ”

“อย่าปลอบใจฉันเลยค่ะ ฉันไม่อยากหวังอะไรอีกแล้ว..

“รออย่างมีความหวังในสิ่งที่เป็นไปได้ ยังดีกว่าการรออย่างมีความหวังในสิ่งที่เรารู้อยู่แล้วว่ามันเป็นไปไม่ได้นะครับ” แบมแบมไม่ได้ตั้งใจจะพูดไปถึงเรื่องของตัวเอง แต่ความเศร้าในน้ำเสียงก็ยังทำให้คนฟังอย่างคามิลารับรู้ความรู้สึกของแบมแบมอยู่ดี

“ฉันนี่แย่จริง เอาแต่พูดเรื่องตัวเองให้คุณฟัง..คุณมีอะไรก็บอกฉันได้นะคะ คุณเป็นเพื่อนของมาร์ค ฉันยินดีรับฟังให้”

“ไม่มีอะไรหรอกครับ” แบมแบมไม่กล้าเล่าหรอก ใครจะกล้าเล่าเรื่องเศร้าของตัวเองให้เธอฟัง แล้วอีกอย่างเรื่องของเขากับคุณมาร์คจะยิ่งทำให้คุณคามิลารู้สึกแย่เพราะเธอยังรู้สึกดีๆ ต่อคุณมาร์คอยู่

“คุณรักมาร์คไหมคะ” แบมแบมตกใจที่จู่ๆ คามิลาก็ถามคำถามที่เขาไม่คาดคิดมาก่อนออกมา ความเงียบงันที่ชวนอึดอัดทำให้คามิลาเริ่มแน่ใจในสิ่งที่สงสัย

“ถ้าไม่สะดวกจะตอบก็ไม่เป็นไรค่ะ ฉันแค่ลองถามดูเท่านั้น”

“ไม่ครับ ผมไม่ได้รักเขา”

โกหก..คามิลารู้โดยสัญชาตญาณว่าอีกฝ่ายโกหกเธออยู่ น้ำเสียงของผู้ชายคนนี้ตอนตอบไม่มีความมั่นใจเลย เขาลังเล

“มาร์คเป็นคนที่ไม่ยอมรักใครง่ายๆ หรอกนะคะ ถ้ารู้สึกอะไรก็บอกเขาไป”

แบมแบมแปลกใจจริงๆ ที่แฟนเก่าคุณมาร์คพูดตรงกันอย่างนี้ เท่ากับว่าเขาเองก็ไม่มีหวังด้วยใช่ไหม คุณมาร์คก็ไม่มีทางรักเขาได้ง่ายๆ เหมือนกัน

“คุณมาร์คไม่สามารถรักใครได้อีกหรอกครับเพราะเขายังมีคนอื่นอยู่ในใจเสมอมา และคงจะเป็นอย่างนั้นต่อไป” แบมแบมไม่ได้อยากพูดให้คามิลาดีใจ แต่เขาพูดตอกย้ำตัวเองให้เข้าใจสักที

นี่ไงล่ะไม่ว่าจะคุณซูจีหรือคุณคามิลา สองคนนี้คือคนที่คุณมาร์ครัก คือคนที่อยู่ในใจไม่เคยลืม ขนาดเลิกรากันไปแล้วก็ยังอยู่ในหัวใจจนเปิดรับใครไม่ได้อีก อาจจะดีก็ได้ที่เขาได้เจอเธอทั้งคู่ก่อน พวกเธอทำให้ได้รู้ว่าเขาไม่มีอะไรสู้เธอสองคนได้เลย  

“ซูจีหรือคะ”

“ไม่ทราบสิครับ อาจจะเป็นคุณคามิลด้วยก็ได้”

“โธ่ เรื่องของฉันมันกลายเป็นอดีตไปแล้วค่ะ” คามิลาถอนหายใจ ดูเศร้าซึม ท่าทางนั้นของเธอทำให้แบมแบมตัดสินใจบางอย่างได้แล้ว

มือเล็กยกขึ้นปิดปากเมื่อจู่ๆ ก็รู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมา ทำไมเพิ่งจะออกอาการล่ะ ทุกเช้าก็แค่เวียนหัวนิดหน่อยเท่านั้นเองนี่

แบมแบมพยายามจะทนแต่ที่สุดก็ทนไม่ไหว ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เสียงเก้าอี้และเสียงฝีเท้าที่ก้าวเร็วๆ ทำให้คามิลาแปลกใจ

“คุณแบมแบม..ไม่สบายหรือคะ” เสียงอาเจียนทำให้คามิลาเป็นห่วง เธอขยับก้าวลงจากเตียงอย่างระมัดระวัง พยายามเงี่ยหูฟังว่าเสียงของแบมแบมมาจากทางไหนเพื่อหาทางไปห้องน้ำ

“ไม่..อึก..ไม่เป็นไรครับ..” เสียงหวานตะโกนตอบมาแล้วคามิลาก็ได้ยินเสียงอาเจียนอีกรอบ หญิงสาวไม่วางใจเลยเพราะสิ่งที่ตอบกลับมากับสิ่งที่เธอได้ยินมันไม่สอดคล้องกันเลยนะ

 

 

 

มาร์คก้าวยาวๆ ไปตามทางเดินของโรงพยาบาลด้วยความรีบร้อน อยากคุยกับคามิลาให้รู้เรื่องจนต้องทิ้งงานที่บริษัทมาหาเลยทีเดียว

สิ่งที่แทคยอนหามาให้ทำให้มาร์คสองจิตสองใจที่จะเชื่อในสิ่งที่ได้อ่านจนต้องมาถามเอากับเจ้าตัวด้วยตนเองให้รู้ชัดว่าความจริงนั้น แท้จริงแล้วมันเป็นอย่างไรกันแน่

คามิลา คือ คนเห็นแก่ตัวที่หวังแต่เงินของเขาจริงหรือเปล่า

“คามิลาผมมีเรื่องต้องคุยกับคุณ”  ร่างสูงเอ่ยก่อนตัวจะเดินมาถึงเตียงคามิลาเสียอีก หญิงสาวหันหน้าไปตามทิศทางของเสียงมาร์ค เช่นดียวกับคนในห้องน้ำ

แบมแบมเพิ่งปิดก๊อกน้ำที่เปิดเพื่อล้างหน้าและบ้วนปากไปเมื่อกี้นี้เอง ร่างบางขยับไปทางประตูเพื่อฟังแต่ยังไม่ออกไป

“มาร์ค..มีอะไรหรือคะ” คามิลาคิ้วขมวด จับน้ำเสียงได้ว่ามาร์คกำลังสับสนมากทีเดียว  มาร์คเดินมาจับแขนเรียวของคนที่ยืนอยู่หน้าห้องน้ำไว้แน่นจนคามิลานิ่วหน้าเพราะเจ็บ

“มาร์ค มีอะไรก็พูดมาสิคะ”

“คุณบอกเลิกผมเพราะอะไรกันแน่คามิลา” น้ำเสียงราบเรียบที่พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ต่างๆ ของมาร์คทำให้คนฟังยืนนิ่ง คามิลาเงียบไปอึดใจก่อนจะเอ่ยเสียงเบา

“คุณต้องมาถามฉันอีกทำไม เราคุยกันชัดเจนไปตั้งแต่เมื่อตอนนั้นแล้วนี่คะ”

“โกหก!” ทั้งคนที่อยู่หน้าห้องน้ำและคนที่อยู่ในห้องน้ำสะดุ้งกับเสียงตวาด คามิลาหน้าเสีย

“จู่ๆ คุณเป็นอะไรไปน่ะ เรื่องของเรามันจบไปนานแล้วนี่”

 “ผมให้แทคยอนไปสืบมาว่าคุณเจอเรื่องราวอะไรมาถึงได้คิดฆ่าตัวตาย และสิ่งที่เขาหาเจอมันก็ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อนด้วย..บอกสาเหตุแท้จริงที่คุณทิ้งผมไปมาซะคามิลาว่ามันเป็นเพราะอะไร อย่าโกหกอีกผมขอร้อง” มาร์คไม่อยากเชื่อ..ไม่คิดว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้ด้วยซ้ำ มันเหมือนโลกของเขาพลิกไปอีกด้านเลยทีเดียวตอนรู้เรื่องที่เขาไม่คาดคิดมาก่อน

คามิลายังคงเงียบจนมาร์คต้องเขย่าไหล่

“ว่าไงล่ะคามิล! คุณไม่ได้บอกเลิกผมเพราะผมทิ้งต้วนพร็อพเพอร์ตี้มาทำทีบีหรอกใช่ไหม!!

“อย่ามากดดันฉันนะมาร์ค! เรื่องมันผ่านไปแล้วคุณจะอยากรู้ไปทำไม”

            “ผมอยากรู้ก็เพราะผมติดอยู่กับเรื่องนั้นจนสลัดมันทิ้งไปไม่ได้น่ะสิ!..คุณทำให้ผมแทบเป็นบ้าเพราะคุณทิ้งผมไป ผมผิดหวังในตัวคุณ โกรธคุณ เกลียดคุณ..ผมติดอยู่กับความรู้สึกพวกนั้นมาหลายปีก่อนจะรู้ว่ามันไม่ควรเป็นแบบนั้น..คุณจะให้ผมคิดยังไงคามิล”

            ถ้าคามิลามองเห็น..เธอคงจะร้องไห้กับดวงตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของอดีตคนรัก แม้เธอจะมองไม่เห็นแต่เธอก็สัมผัสกับความเจ็บปวดทรมานในน้ำเสียงของเขาได้..

“มาร์ค..

“ตอนนั้นคุณเป็นมะเร็ง..ทำไมคุณไม่บอกผมสักคำ”

ฉัน”

“ทำไมล่ะคามิล” มาร์คจ้องหน้าสวยที่ซีดเซียวทั้งน้ำตาที่ล้นเอ่อ คามิลาหมุนกายไปอีกทาง ยกมือกอดอกไว้หลวมๆ

“ฉันบอกไม่ได้..

“แค่บอกมาก็ได้ว่าทำไมคุณถึงเลือกที่จะทิ้งผมไปและไม่ยอมพูดเรื่องตัวเองให้ผมฟังสักคำ ทำไมล่ะคามิล”

คำวอนของมาร์คช่างกรีดใจคนฟังเสียเหลือเกิน หญิงสาวยกมือข้างหนึ่งทาบอก หลับตาลงกรีดน้ำตาให้ร่วงหล่น เธอพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นเครือ

“มันเห็นได้ชัดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอมาร์ค..ฉันไม่อยากเป็นตัวถ่วงของคุณไง ฉันไม่อยากให้อาการป่วยของตัวเองมาดึงรั้งไม่ให้คุณก่อตั้งทีบี”

คำสารภาพของส่วนหนึ่งที่ทำให้มาร์คตกอยู่ในฝันร้ายมาหลายปีทำให้คนที่เพิ่งรู้ความจริงแทบยืนไม่อยู่ คามิลาทำแบบนี้กับเขาได้ยังไง..

“คุณแสร้งทำตัวเป็นคนเลวเพื่อโกหกผมอย่างนั้นเหรอ? คุณคิดอะไรอยู่ถึงทำเรื่องโง่ๆ แบบนั้นน่ะห๊ะ!

..คุณไม่คิดบ้างหรือไงว่านั่นคือตัวตนที่แท้จริงของฉัน”

“คามิล..

“รู้แล้วมันจะได้อะไรขึ้นมาหรือคะมาร์ค”

“ได้โปรดเถอะ บอกเรื่องทุกอย่างให้ผมฟัง”

“นะคามิล” คามิลาก้มหน้า ก่อนจะเช็ดน้ำตาบนแก้ม พยายามที่จะไม่ร้องไห้แล้วเอ่ยออกมา..ความจริงที่มาร์คอยากฟัง

“ตอนนั้นฉันเป็นมะเร็ง แต่ฉันรู้มาตลอดว่าการสร้างทีบีก็เป็นความฝันของคุณไม่ต่างจากการมีครอบครัวที่อบอุ่น ฉันบอกคุณไม่ได้หรอกมาร์คว่าฉันป่วย ฉันไม่ต้องการให้คุณหยุดทุกอย่างเพื่อเอาเวลามาดูแลฉัน ฉันอยากให้คุณทำสิ่งที่คุณฝันไว้ ณ เวลานั้นมันคือโอกาสที่จะทำแล้ว” สำหรับคามิลา การได้เห็นมาร์คประสบความสำเร็จคือสิ่งที่เธอปรารถนา และไม่ได้ต้องการให้มาร์คมาคอยอยู่เคียงข้างเธอ

“ทำไมคุณไม่ถามผมสักคำล่ะว่าผมต้องการอะไรกันแน่ระหว่างทีบีหรือครอบครัว”

“คุณจะหาคนที่ดีและพร้อมจะอยู่เคียงข้างได้อีกค่ะ..

“แต่ตอนนั้นผมต้องการคุณ..ทีบีสร้างเมื่อไหร่ก็ได้” ทำไมคามิลาถึงได้ใจร้ายอย่างนี้..ทำไมเธอถึงยอมออกจากชีวิตเขาไปลำบากคนเดียวอย่างนั้น ถ้าเธอบอกเขาสักคำ..แค่สักคำ..

“ฉันเดินออกมาก็เพื่อคุณ ตอนนี้ทีบีกำลังไปได้สวยไม่ใช่เหรอคะ วันนั้นฉันตัดสินใจถูกแล้ว และฉันก็ไม่เคยเสียใจเลยที่ออกมา แต่ฉันก็รู้สึกผิดและเสียใจเหมือนกันที่ทิ้งคุณไว้”

“คุณต้องต่อสู้อยู่คนเดียว..คิดบ้างไหมว่าถ้าผมรู้จะรู้สึกยังไง ตอนนี้ผมรู้สึกยังไงคุณรู้หรือเปล่าคามิล! ที่ทีบีมีวันนี้ก็เพราะผมโกรธคุณจนอยากจะทำให้คุณได้เห็นไงล่ะว่าถึงไม่มีคุณผมก็สร้างมันขึ้นมาได้ ผมไม่ได้ล้มเหลวเหมือนที่คุณพูดไว้”

“เพราะฉันไม่บอกคุณมันถึงเป็นแรงผลักดันไงล่ะคะ”

“ตอนนั้นผมรักคุณมากนะคามิล..มาร์คอยากจะเขย่าคนตรงหน้าแรงๆ ให้เธอสำนึกเสียบ้างว่าทำอะไรลงไป

“ฉันก็รักคุณมากถึงได้ทำอย่างนั้นไงคะ ความรักของฉันแลกมากับความสำเร็จของคุณ..ฉันว่ามันคุ้มมากนะ”

หัวใจมาร์คเหมือนถูกบีบรัดด้วยมือที่มองไม่เห็น แม้ในวันนี้เขาจะสิ้นรักเธอไปแล้ว แต่สิ่งที่เธอทำเพื่อเขาในวันนั้นก็ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดเหลือเกิน

“ลำบากมากใช่ไหม”

..ก็ใช้ได้เลยล่ะ” คามิลายิ้มทั้งน้ำตา เธอไม่เคยเสียใจที่เดินจากมา การได้มองเห็นคนที่รักประสบความสำเร็จอยู่ไกลๆ ไม่ใช่เรื่องน่าเจ็บปวดอะไร ออกจะน่ายินดีด้วยซ้ำ

“ผมอ่านทุกอย่างที่เกี่ยวกับคุณหมดแล้ว โรคที่คุณเป็นมันหายและกลับมาอีก เพราะแบบนี้ใช่ไหมคุณถึงคิดจะตายน่ะคามิล”

“ใช่ ฉันคิดว่ามันหายแล้วแต่ก็กลับมาโผล่ที่อื่นอีก..ทั้งตาทั้งโรคร้าย ฉันไม่มีปัญญาจะรักษาหรอกมาร์ค อยู่ไปก็เหนื่อย ตอนมะเร็งรอบแรกหายไปฉันมีความสุขมาก พอเกิดอุบัติเหตุจนตาบอดฉันเลยยังสู้ไหว ฉันเคยคิดว่าจะเก็บเงินรักษาตาให้หาย ยังพอมีหวังจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ แต่พอมะเร็งมันกลับมาอีก เงินที่เก็บไว้ก็ถูกเอามารักษามะเร็ง ความหวังที่จะมองเห็นได้อีกมันก็เลยหมดไป..และมันก็หมดไปพร้อมๆ กับความหวังที่จะอยู่ต่อของฉันด้วย เมื่อวานที่ฉันหมดสติไปกลางถนน ฉันรู้ขีดจำกัดของตัวเองดีแต่ก็ยังเดินลงไป..หวังว่าจะโชคดีพอที่จะถูกรถชนอีกสักครั้ง..โดยที่ครั้งนี้ทุกอย่างมันจะจบลงแค่ตรงนั้น”

คามิลาถอนหายใจ ยิ้มเศร้า สิ่งที่ออกจากปากของคามิลาทำให้มาร์คสะเทือนใจ ไม่เพียงแค่มาร์คแต่รวมถึงอีกคนที่ยืนฟังอยู่ตลอดด้วย

“คุณเคยปลอบผมไม่ใช่เหรอว่าต่อให้เศร้าก็ต้องลุกขึ้นมาใหม่..คุณบอกเองนะ”

“ฉันไม่อยากจะสู้แล้วค่ะมาร์ค”

“มันต้องรักษาได้สิ ทั้งตาและมะเร็งนั่น ถ้าคุณไม่มีเงินผมจะจัดการให้เอง ช่วยมีชีวิตต่อไปได้ไหมคามิล..อยู่เพื่อให้ผมลบล้างความรู้สึกผิดที่เกลียดคุณมาหลายปีให้หมดไปสักที”

มาร์คดึงเธอเข้ามากอด คามิลาไม่ได้ยกมือกอดตอบ เพียงปล่อยให้น้ำตาไหลโดนบ่ากว้างเท่านั้น

“ขอบคุณค่ะ”

แบมแบมซบหน้ากับมือ ก่อนจะเช็ดน้ำตา เป็นอย่างนี้นี่เองอีกหนึ่งปมในใจคุณมาร์ค..ในที่สุดคุณมาร์คก็ได้เผชิญกับฝันร้ายนั้นและได้แก้ไขสักที ต่อจากนี้อาการคุณมาร์คคงดีขึ้นนะ

ถึงคุณคามิลจะป่วยแต่เธอก็คงจะช่วยอยู่เป็นเพื่อนคุณมาร์คได้

เขาควรจะฉีกสัญญาที่ผูกมัดเขาไว้กับท่านทิ้งไปซะที..

 

 

 

 

แบมแบมนั่งพิงพนักโซฟา หลับตาลง รู้สึกเพลียจนไม่อยากจะทำอะไร เครียดแล้วพาลให้อ่อนแอมากกว่าเดิมอีก แม้จะดึกแล้วแต่แบมแบมยังไม่ไปนอนเพราะรอจะคุยกับมาร์คถึงเรื่องสำคัญ

“อ่าวกันต์ ยังไม่ไปนอนอีกเหรอ” ร่างบางลืมตามองคนที่เพิ่งกลับมา มาร์คทำงานจนค่ำ ความบ้างานของเขาแบมแบมเริ่มชินแล้ว

“รอพี่นั่นล่ะครับ กินข้าวมาหรือยัง”

“กินกับคุณยองแจมาแล้วล่ะ มีเรื่องอะไรจะคุยเหรอ”

แบมแบมสังเกตสีหน้าของอีกคน แม้จะเหน็ดเหนื่อยแต่ยังดูอารมณ์ดี อาจเพราะผลพวงจากเรื่องของคุณคามิลา เห็นคุณมาร์คมีความสุขขึ้นแบมแบมก็ดีใจ

“มีเรื่องอะไรดีๆ เหรอครับ” แบมแบมถามกลับแทนที่จะเอ่ยธุระของตน

“อื้อ พี่รู้สึกดีน่ะ เหมือนปลดพันธะออกไปได้เรื่องหนึ่ง เรื่องของคามิลน่ะ”

“เรื่องของเธอก็เกี่ยวกับฝันร้ายของพี่หรือครับ”

“แจ็คสันบอกเรื่องอาการของพี่ให้กันต์รู้หมดแล้วสินะ” หมอจิตป่วงบอกมาร์คเหมือนกันว่าได้คุยกับแบมแบมอยู่เรื่อยๆ แบมแบมพยักหน้ารับว่าใช่

“มันเกี่ยวกับที่พี่ฝันร้ายจริงๆ วันนี้พี่สบายใจมากเลยล่ะ”

“ยินดีด้วยนะครับ จากนี้ไปพี่ก็นอนได้โดยไม่ต้องตื่นกลางดึกหรือใช้ตัวช่วยอีกแล้วสิ”

“อืม..พี่ก็ไม่รู้นะ ถึงจะผ่านไปได้เรื่องหนึ่ง แต่พี่ไม่คิดว่าพี่จะผ่านอีกเรื่องไปได้..” มาร์คพูดแล้วก็เงียบไป ภาพของหญิงสาวแสนสวยในชุดกระโปรงอ่อนหวานผุดพรายขึ้นมาในความทรงจำ

จู่ๆ มาร์คก็เงียบไป แบมแบมเอื้อมมือไปจับมือสวยไว้ บีบเบาๆ จนมาร์ครู้สึกตัวหลุดจากภวังค์

“ว่าเรื่องของกันต์มาสิครับ”

เรื่องของเราน่ะครับ  แบมมาคิดดูแล้วมันก็ดีนะครับที่ความรู้สึกของพี่หยุดอยู่ที่ความชอบ

แบมแบมเอ่ยออกมาช้าๆ รอยยิ้มที่แต้มบนดวงหน้าหวานนั้นไม่เหมือนเดิมจนมาร์คสังเกตได้

ทำไมเหรอครับ

พี่มาร์ค..แบมก็มีเรื่องอยากจะบอกพี่เหมือนกันครับร่างบางสูดลมหายใจเรียกความกล้า ท่าทางที่ดูกังวลของแบมแบมทำให้มาร์คเริ่มใจไม่ดี

ครับ?”

แบมแบมก้มมองมือที่กุมเข้าหากัน นิ่งไปครู่ก่อนจะลุกเดินไปที่ผนังกระจก มองออกไปด้านนอกยังทิวทัศน์ของตึกสูงที่เห็นมานาน

แบมจะไปเรียนที่อังกฤษหนึ่งปี

ว่าไงนะ?!มาร์คตกใจมากทีเดียวกับข่าวที่ไม่คาดฝัน แบมแบมเม้มปากเล็กน้อย ก่อนเอ่ยย้ำ

แบมต้องไปเรียนโทที่อังกฤษครับ เดินทางเดือนหน้า”

“แต่..กันต์จะไปได้ยังไง ไปเตรียมตัวตอนไหนน่ะ ไหนบอกว่าจะอยู่กับพี่ไง กันต์บอกว่าจะอยู่ต่อไม่ใช่เหรอ” มาร์คผุดลุกขึ้น รีบเดินไปหาแบมแบม ร่างบางกอดอก ก้มหน้า ท่าทางเครียดของอีกฝ่ายทำให้มาร์ครู้ว่าแบมแบมไม่ได้ล้อเล่น

“ถ้าพี่แค่ชอบแบมเราจะจากกันได้ง่ายกว่านะครับ  แรกๆ พี่อาจจะไม่ชินเพราะพี่เคยชินที่มีแบมอยู่ใกล้ และเพราะเราอยู่ด้วยกันตลอดพี่เลยคิดว่าพี่ชอบแบม หรือไม่ก็คุ้นเคยจนรับไม่ได้ถ้าแบมจะหายไปพี่เลยอยากรั้งแบมไว้ พี่แค่ไม่กล้าปล่อยแบมไป พี่ควรจะลองทำดูนะครับ

“ไม่นะ คิดดูใหม่ได้ไหม อย่าไปเลยนะ”

“แค่ปีเดียวเองนะครับ พอผ่านไปสักพักพี่ก็จะชินไปเอง และพอมีคนใหม่พี่ก็จะลืมแบม..

“ถึงจะปีเดียวพี่ก็ไม่ให้ไป!” มาร์คจับแขนเรียวไว้แน่น เขาไม่เข้าใจคนตรงหน้าเลยสักนิด ทั้งที่เมื่อวานเพิ่งบอกว่าจะอยู่แต่ทำไมวันนี้ถึงบอกว่าจะไป ทำไมต้องให้ความหวังเขาแล้วก็จะมาทิ้งกันไปอย่างนี้

เขาเคยคิดนะว่าคามิลาหรือซูจีใจร้ายแล้วดูท่ากันต์พิมุกต์จะใจร้ายกว่าสองคนนั้นเสียอีก

“อย่ารั้งแบมไว้เลยครับ..พี่อย่าเสียดายกับแค่เด็กฝึกงานอย่างแบมเลย”

“แต่พี่ไม่อยากให้ไป อย่าทำแบบนี้ได้ไหม พี่ชอบกันต์นะ พี่อยู่ไม่ได้หรอกถ้าไม่มีกันต์” สำหรับมาร์คการที่เอ่ยว่าชอบใครหลังจากมีบาดแผลมากมายมันก็เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุดแล้ว..

“แต่แบมไม่ได้รู้สึกอะไรกับพี่นะ! แบมขอร้อง ปล่อยแบมไปเถอะอย่ายื้อแบมไว้อีกเลย” แบมแบมสะบัดแขนออก ใช้เสียงดังข่มเพื่อไม่ให้อีกคนรู้ว่าตนโกหก มาร์คชะงักไป

“กันต์..

“แบมไม่อยากอยู่กับพี่แล้ว ไม่ว่าพี่จะพูดยังไงแบมก็จะไปอังกฤษ”

“คิดว่าแค่อังกฤษพี่ไปหาไม่ได้หรือไง!” มาร์คเริ่มมีอารมณ์เมื่ออีกฝ่ายคิดจะไปท่าเดียว แบมแบมนิ่งอึ้งเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเอาจริง

นั่นสิ คนอย่างมิสเตอร์ต้วนหรือจะตามเขาไปไม่ได้

“แบมบอกเพื่อไม่ให้พี่ตามหา แต่ถ้าพี่ไปหาแบม คราวหน้าแบมจะไปให้ไกลกว่านั้น ไปในที่ที่พี่จะหาไม่เจอ”

คำขู่ที่จริงจังของแบมแบมทำให้มาร์คชะงักไป เขารู้ว่าแบมแบมทำได้อย่างที่พูดแน่

“กันต์จะหนีพี่ไปทำไม โอเค..พี่ยอม กันต์จะจบเรื่องของเราก็ได้ เราจะเป็นแค่คนแปลกหน้ากันก็ได้ แต่อย่าไปไหนไกลได้ไหม อยู่ที่นี่ อยู่ในที่ที่พี่ยังสามารถมองเห็นได้ไหม พี่ขอร้อง”

มาร์คยังไม่พร้อมจะรับการสูญเสียอีกครั้ง ถ้าโชคชะตาทำให้เขาหลุดพ้นความทรมานจากคามิลาเพื่อแลกกับการต้องเสียกันต์พิมุกต์ไป เขายอมที่จะเจ็บปวดเพราะคามิลาต่อไปก็ได้

“..ไม่ได้หรอกครับ แบมมีชีวิตของแบม มีสิ่งที่อยากทำ แบมแค่จะไปต่อตามทางของแบม ถ้าเรายังอยู่ใกล้กันมันก็จะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ถ้าวันหน้าเรามีโอกาสได้บังเอิญเจอกัน..ก็ให้คิดว่าเป็นเรื่องของโชคชะตาแล้วกันนะครับ”

“เพราะเรื่องของเรามันเกิดมาจากสัญญาบ้าๆ นั่นใช่ไหมกันต์ถึงไม่ยอมเชื่อว่าพี่ชอบกันต์จริงๆ”

แบมแบมไม่เชื่อว่าความชอบของคุณมาร์คมีมากพอที่จะพัฒนาเป็นอย่างอื่นไปได้ พอเขาหายไปจากชีวิตนานเข้า ความชอบก็จะเลือนหายไปพอๆ กับตัวเขาในความทรงจำของคุณมาร์คนั่นล่ะ

จะทิ้งพี่เหรอ พี่ถูกทิ้งมามากพอแล้วนะ”

คำตัดพ้อพร้อมน้ำตาที่คลอในดวงตาสวยทำให้แบมแบมอยากจะละทิ้งทุกอย่างเพื่ออยู่เคียงข้างคนตรงหน้าเหมือนกัน แต่บางอย่างในใจก็ฉุดรั้งไว้ไม่ให้แบมแบมทำอย่างนั้น

แบมแบมเดินหนีแต่เพียงเดินได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกรวบกอดจากด้านหลัง ร่างบางยืนนิ่งปล่อยให้อีกฝ่ายกอด ใจไม่แข็งพอที่จะเดินออกจากอ้อมแขนนี้

“ถ้าพี่บอกว่ารักแบม..จะยังไปจากพี่อยู่อีกไหม” แบมแบมกัดริมฝีปากแน่นเมื่อถูกเรียกชื่อออกมา มันยิ่งทำให้ตัดใจยากขึ้นไปอีก

“อย่าพูดมันเพราะอยากรั้งแบมเลยครับ เราห่างกันสักพักดีกว่า อยู่ทางนี้พี่ก็ทบทวนความรู้สึกตัวเองอีกสักครั้ง  เรื่องของเรามันไม่ได้เริ่มจากความรัก การที่จะเชื่อได้ว่ามันกลายเป็นรักต้องใช้เวลานะ”

“ทำไมแบมถึงไม่ท้องนะ”

“พี่รู้นานแล้วหรือครับ” แบมแบมหันกลับไปมองหน้าอีกคน มาร์คพยักหน้าช้าๆ

“ใช่..พี่รู้นานแล้ว”

“ถ้าแบมท้องขึ้นมาล่ะครับ”

“ถ้าท้องแบมจะยังอยู่กับพี่และไม่ไปอังกฤษไหม..

คำพูดของคุณมาร์คทำให้แบมแบมคิดถึงคำของพี่ชาย คุณมาร์คอยากมีลูกกับเขาเพื่อที่จะเอาลูกเป็นสิ่งรั้งเขาไว้เท่านั้น แกจะเป็นที่รักหรือเปล่าก็ไม่รู้

“จะท้องหรือไม่ท้องแบมก็จะไปอยู่ดี ปล่อยแบมไปสักทีเถอะครับ”

“อยู่กับพี่มันทรมานขนาดนั้นเลยเหรอ” มาร์คยันมือไว้กับผนังกระจกกักร่างบางไว้ แบมแบมเบือนหน้าหนี

“นั่นสินะ..พี่เองที่บีบบังคับแบม ทำให้แบมต้องมาอยู่กับพี่ทั้งที่แบมไม่เต็มใจ..แบมไม่ได้อยากอยู่ตรงนี้มาแต่แรกแล้ว” ถึงพยายามยื้อแค่ไหนแบมแบมก็ไม่เปลี่ยนใจอยู่ดี ในเมื่ออยากไปนักเขาก็จะไม่รั้งแบมแบมไว้ให้ทุกข์ใจ

“พี่ขอโทษ..ไปเถอะ”

“..” แบมแบมหันกลับมามองหน้าอีกคนแต่มาร์คกลับซบหน้ากับไหล่ตนซ่อนใบหน้าไว้  

“อยากไปก็ไป..” น้ำเสียงเจ็บปวดชัดก้องในหูคนฟังทั้งที่มาร์คเพียงเอ่ยกระซิบแทบไม่ได้ยิน

แต่ถ้าแบมแบมจะเลิกคิดมากและเปิดใจอีกสักนิด คิดเข้าข้างตัวเองให้มากอีกสักหน่อย..แบมแบมจะคิดออกว่าถ้ามาร์คไม่มีใจ..ถ้ามาร์คไม่เผลอรักแบมแบมเข้าเสียแล้ว มาร์คคงไม่มีทางยอมปล่อยให้แบมแบมไปอย่างง่ายดายอย่างนี้

มีแต่คนที่รักเรามากเท่านั้นที่จะยอมปล่อยมือจากเราให้เราไปมีความสุขอย่างที่ต้องการ แม้เขาจะต้องเจ็บปวดอีกครั้งก็ตาม..

            “แบมจะอยู่กับพี่จนกว่าแบมจะเดินทาง”

“ไม่ต้อง..อย่าทำเหมือนสมเพชเวทนาพี่ขนาดนั้น เมื่อจะไปก็อย่ามาใจดีกับพี่อย่างนี้” มาร์คไม่เข้าใจ ในเมื่ออยากไปทำไมต้องอยู่ต่ออีก การต้องเจอกันในเวลาที่เหลืออีกไม่นานยิ่งทำให้เจ็บปวดนะ

            “แบมขอโทษ”

            “พี่เข้าใจแบม..พี่เข้าใจดีว่าแบมไม่ได้รู้สึกอะไรกับพี่ สิ่งที่แบมเคยพูดกับพี่ที่นิวยอร์กมันก็ไม่จริง..ไม่เป็นความจริงเลย” มาร์คอยากโกรธ อยากอาละวาด อยากตะโกน หรือทำอะไรก็ได้ที่จะช่วยบรรเทาความรู้สึกที่ต้องเผชิญกับความสูญเสียนี้อีกครั้ง แต่มาร์คก็ทำไม่ได้

เขาไม่น่าเชื่อคุณยองแจเลย ไม่น่าหลงเชื่อว่าแบมแบมชอบและรู้สึกดีๆ ต่อเขา

            “ขอโทษครับที่โกหก..” มีเพียงแบมแบมที่รู้ว่าตนเองโกหกเรื่องอะไร

            “พี่คิดว่าถ้าเรารู้สึกตรงกัน..พี่จะไม่เสียแบมไป”

            “สักวันพี่ต้องได้เจอคนที่รักพี่และเขาก็ดีกว่าแบมแน่นอน”

“แล้วพี่ดีไม่พอสำหรับแบมเหรอ”

“พี่ดีเกินไปเสียด้วยซ้ำครับ..ดีจนแบมแบมไม่คู่ควรที่จะได้ครอบครองผู้ชายคนนี้

            “ดีแต่แบมก็ไม่รู้สึกอะไรกับพี่เลย” มาร์คแค่นหัวเราะอย่างเจ็บปวด สมเพชตัวเอง

“ดีกับรักมันไม่เหมือนกันนี่ครับ” แบมแบมไม่สามารถหลบตาคู่สวยที่มองมาได้ทั้งที่อยากจะหลบมากแค่ไหนก็ตาม แม้จะปากเก่งว่าไม่รู้สึกอะไรแต่เขาก็แพ้สายตาของคุณมาร์คอยู่ดี

มือสวยวางลงบนแก้มใส เลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ดวงหน้าหวาน แบมแบมหลับตาลงเพื่อจะได้ไม่ต้องมองเห็นแววตาที่เก็บซ่อนความเสียใจของอีกฝ่ายเอาไว้ไม่ได้

“อย่าร้องสิ..” เสียงนุ่มที่ได้ยินมาตลอดหลายเดือนกระซิบปลอบพร้อมกับสัมผัสนุ่มเย็นที่แก้ม

แบมแบมเพิ่งรู้สึกตัวว่าตนเองกำลังร้องไห้ ตั้งแต่เมื่อไรกันเขาไม่รู้ตัวเลย

จูบซับน้ำตาที่แสนอ่อนหวานนุ่มนวลนั้นทำให้คนที่จะจากไปยิ่งรู้สึกผิด

“พี่ไม่โกรธแบมใช่ไหม”

“อยากให้พี่โกรธหรือเปล่าล่ะ” แบมแบมส่ายหน้า มาร์คยิ้มให้แบมแบมอย่างที่เคย..รอยยิ้มที่ไม่เคยทำให้แบมแบมละสายตาไปจากเขาได้เลยสักครั้ง

“แบมไม่ได้ทำอะไรผิด..พี่จะต้องโกรธแบมทำไม” ถ้าจะโกรธมาร์คอยากโกรธตัวเองเสียมากกว่าที่ไม่เคยรั้งใครให้อยู่กับตัวเองได้เลยสักคน

ริมฝีปากได้รูปจุมพิตที่หน้าผากจากนั้นเลื่อนมาที่จมูกโด่งและริมฝีปากอิ่มสวย กดจูบแผ่วเบาแล้วผละออก กระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม

“ไปนอนเถอะ..พี่ขออยู่คนเดียวสักพักแล้วจะตามไป”

มาร์คเดินไปทางสระว่ายน้ำโดยไม่หันกลับมามองแบมแบมอีกเลย แบมแบมมองตามแผ่นหลังกว้างไปด้วยความสับสนในใจ

 

 

 

 

            แบมแบมตื่นสายกว่าทุกวันแต่แปลกไปกว่าทุกวันเพราะเขาต้องลุกขึ้นมาด้วยอาการเวียนหัว หน้ามืด อาการคลื่นไส้ผะอืดผะอมตีขึ้นมาจนต้องพยายามสูดลมหายใจ แต่มันก็ไม่ช่วยให้ดีขึ้นจนในที่สุดก็ต้องเข้าห้องน้ำอยู่ดี

            “เริ่มแพ้แล้วจริงๆ สินะ” มือเล็กยันไว้กับขอบอ่างล้างหน้าหลังอาเจียนจนหมดไส้หมดพุง

            ถ้าแพ้ท้องแบบนี้แล้วจะทำยังไงดี จะเป็นอีกนานไหมนะ

แบมแบมค่อยๆ เดินออกมานั่งพักข้างนอก นั่งจนรู้สึกดีขึ้นแล้วกลับไปโทรศัพท์ที่ห้องนอนเพื่อโทรหาเพื่อนรักให้มาช่วยเก็บของกลับบ้าน

  

 

 

 

จีมินนั่งจ้องหน้าซีดเซียวของเพื่อนอยู่ในคาเฟแสนน่ารักแถวบ้านเพื่อน แบมแบมขอแรงจีมินให้ช่วยเก็บของมาไว้บ้านตัวเอง

“มีอะไรก็พูดมาเถอะจีมิน” แบมแบมไม่มีอารมณ์ชวนทะเลาะ เพราะเข้าเดือนที่สองแล้วหรือเปล่าไม่รู้ถึงได้เกิดอาการแพ้ท้องแบบนี้ เขารู้ตัวว่าท้องเร็วไปล่ะมั้ง

“แกจะไหวเหรอแบม เรียนโทที่อังกฤษมันเหนื่อยมากนะ มันไม่เหมือนที่อื่นที่เรียนสองปีหรือปีครึ่งและแกจะชิลยังไงก็ได้ แต่อังกฤษคอร์สเวิร์คคงจะเข้มมากเพราะมันต้องอัดให้จบในปีเดียว แบบนั้นแกจะไหวเหรอแล้วยังท้องอยู่ด้วย เดือนแรกจะอยู่ยังไงไหว ทั้งเจ็ทแล็คทั้งแพ้ท้อง” จีมินห่วงเพื่อนเหลือเกินให้ตายเถอะ  ห่วงจนไม่รู้จะทำยังไงแล้ว

“ไหวสิ ต้องไหว”

“อย่าทรมานตัวเองสิ ไปกันยาไหมตอนนั้นก็คลอดพอดี”

“ไม่เอาหรอก ฉันจะไปเลย”

“แกจะเอาหลานฉันไปทรมานทำไม ฉันไปบอกมิสเตอร์ให้เอาไหมว่าแกท้อง ถ้าเขาไม่เอาลูกแกฉันจะจัดการมิสเตอร์ให้แกเอง รอจนคลอดแล้วแกจะไปไหนก็เรื่องของแกเลย”

“บอกไปก็เท่านั้น เขาไม่อยากได้หรอกจีมิน”

“แกถามแล้วเหรอ”

“เขาพูดออกมาเอง”

“เขาว่าไง”

“เขาอยากมีลูกเพื่อเอาลูกมารั้งฉันไว้ พอฉันตกลงอยู่ต่อจะไม่มีลูกก็ไม่เป็นไรไง”

“เฮ้ย..”

“อย่าพูดเรื่องนี้อีกเลยเนอะ เครียด” แบมแบมยิ้มเซียว เกิดมาก็เพิ่งจะเคยท้อง แม้จะไม่ได้แพ้ท้องหนักอะไรแต่ก็ทำเอาคนเพิ่งเคยเป็นแม่ปรับตัวตามไม่ทันจนแย่ไปเหมือนกัน

“แกจะบอกเรื่องลูกกับที่บ้านไหม”

ไม่รู้สิ ยังลังเลอยู่ ฉันกลัวแม่จะผิดหวังในตัวฉันน่ะและถ้าบอกพี่คุณก็ไม่รู้ว่าพี่จะว่าหรือเปล่า อาจจะรับไม่ได้ก็ได้แบมแบมยกแก้วน้ำอุ่นขึ้นจิบ กังวลจริงๆ

          “แต่มิสเตอร์จะไม่รับผิดชอบไม่ได้”

          จะว่าเขาฝ่ายเดียวก็ไม่ได้หรอก ลูกไม่ได้เกิดจากเขาทำคนเดียวนี่”

          ยังไงแกก็ควรจะบอก ถึงเขาไม่เอาก็ให้เขาส่งเสียค่าเลี้ยงดูไง”

“ไม่ล่ะ ไม่จำเป็นหรอก”

“แบม แกจะไม่ทำอะไรเลยไม่ได้นะเว้ย”

“ทำได้สิ

“ยังไงล่ะวะ”

“เลี้ยงลูกคนเดียวไง”

“แกไม่จำเป็นต้องลำบากคนเดียวนะ พ่อของลูกแกออกจะรวยล้นฟ้าขนาดนั้น แค่ค่าเลี้ยงดูแกเรียกเดือนละสี่สิบห้าสิบล้านยังได้เลย”

“เรื่องนั้นฉันรู้ แต่ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะไม่บอก”

“น่าสงสารเขานะ”

“มีลูกก็ไม่รู้ เมียก็หนี มิสเตอร์ไม่ได้เลวร้ายอะไรออกจะดีด้วยซ้ำ ผู้หญิงค่อนเอเชียอยากได้เขาจนตัวสั่น ที่เขาอยากเอาลูกมารั้งแกเพราะอยากอยู่กับแก ถ้าเป็นอย่างนั้นก็เพราะเขารู้สึกอะไรกับแกแหงๆ”

“เวลาแค่สามสี่เดือนจะไปทำให้คนรักกันได้ยังไง ไม่สิ ไม่ถึงด้วยซ้ำ ฉันเพิ่งจะนอนกับเขาได้แค่สองเดือน..เวลาแค่นั้นมันไม่พอให้รักกันหรอก คนรอบตัวเขาก็บอกว่าคุณมาร์ครักคนยาก เวลาสองเดือนมันพอให้รักเหรอจีมิน อย่างมากก็แค่ชอบ แล้วแกคิดว่าเขาจะชอบฉันเพราะอะไร ฉันก็แค่คู่นอนเขา ฉันทำให้เขาหลับได้เขาจะไม่ชอบสิแปลก”

“อืม..เรื่องนี้มันก็พูดยาก แต่แกไม่คิดเหรอว่าแกอาจจะเป็นข้อยกเว้นไม่เหมือนคนอื่น เขาอาจจะรักแกได้เร็วกว่าคนอื่นก็ได้”

“ฉันดีกว่าคนอื่นตรงไหนเหรอ”

“แกคิดมากเกินไปหรือเปล่า แค่ชอบก็หมายความว่ามีใจแล้วนะ”

“แกคิดว่าเขาจะมีใจให้ยานอนหลับอย่างฉันได้จริงๆ เหรอ” จีมินนิ่งไป ทำไมแบมแบมชอบเปรียบตัวเองอย่างนี้นะ พูดเหมือนตัวเองเป็นเพียงสิ่งของ ฟังแล้วรู้สึกไม่ดีเลย

เขาไม่รักแกแต่แกรักเขาไปแล้วใช่ไหม” จีมินไม่อยากจะถามให้ตอกย้ำหรอก แค่มิสเตอร์คนเดียวก็แย่แล้วยังท้องลูกเขาอีก ความรู้สึกแบมจะเป็นไงบ้างก็ไม่รู้

“ฉัน

“แกคิดอะไรอยู่เหรอแบม แกคิดยังไงกับเขาบอกฉันหน่อยได้ไหม” จีมินเอื้อมมือไปจับมือเพื่อนไว้ แบมแบมก้มหน้าก่อนจะเอ่ยเสียงเบา

“ฉันรักเขา.. จีมินทั้งสงสารและเวทนาเพื่อนเลย เธอเคยเตือนแล้วแท้ๆ ว่านอกจากเสียตัวแบมแบมยังจะต้องเสียอย่างอื่นด้วย เหมือนที่เคยพูดไว้ไม่มีผิด

“รักเขาแต่ก็จะหนีเขาไป ฉันเคยเห็นแต่คนอยากอยู่ใกล้คนที่ตัวเองรักกันทั้งนั้น ยกเว้นแกเนี่ยที่คิดจะหนีเขาไปไกลคนละซีกโลก”

“ฉันไม่เหมาะที่จะอยู่ข้างเขาหรอกจีมิน เราแตกต่างกันมากนะ”

“เจียมตัวมันก็ดี แต่แกใช่ว่าจะไม่มีอะไรที่คู่ควรกับเขาเลย รูปร่างหน้าตาแกก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ออกจะสวยน่ารัก นิสัยก็ดี เรื่องการศึกษาก็ไม่ด้อยกว่าใคร แกควรจะรักตัวเองให้มากกว่านี้ไหม”

จีมินยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เพื่อนซับน้ำตาที่เอ่อคลอก่อนจะหยดลงมา ให้แบมแบมมาร้องไห้ต่อหน้าถึงเป็นเพื่อนจีมินก็ไม่อยากปลอบหรอกนะ เดี๋ยวร้องไห้ตาม

“คนเราก็อย่างนี้แหละ เป็นธรรมดาที่เราต้องเสียน้ำตาบ้างถ้าหากปล่อยให้ความผูกพันเกิดขึ้น

แกจะไม่ทิ้งฉันใช่ไหม

แล้วฉันเคยไปไหนไหมล่ะ ยังไงแกก็เลือกแล้ว ฉันจะไม่พูดอะไรมากกว่านี้ แต่แกอย่าลืมแล้วกันว่ามีฉันอยู่

“ขอบใจนะจีมิน”

จีมินเองก็ไม่รู้จะทำยังไง ต่อให้แบมแบมมันจะงี่เง่าแค่ไหนก็ยังเป็นเพื่อนที่เธอรักมากที่สุดในโลก เธอจะพยายามคิดละกันว่าที่แบมแบมคิดมาก คิดเล็กคิดน้อยมากกว่าปกติเพราะกำลังมีเด็กนอนตีพุงเล่นอยู่ในท้อง อารมณ์มันก็ต้องอ่อนไหวแปรปรวนมากกว่าเดิมอยู่แล้ว

สงสารก็แต่มิสเตอร์นั่นล่ะน้า ต่อให้มิสเตอร์ไม่รักไอ้แบมแต่ไอ้แบมหอบลูกในท้องหนีไปมันก็ไม่ยุติธรรมสำหรับผู้ชายคนนั้นสักเท่าไรนะ ลองเป็นเธอหน่อยไม่ได้ ไหนๆ ก็ท้องแล้วจะรักหรือไม่รักก็จะเป็นหลานสะใภ้เจ้าสัวไปเลย สบายไปยันชาติหน้า ทั้งพ่อของลูกและปู่ทวดของเหลนระดับมหาเศรษฐีขนาดนั้น

           

 

 

 

          มาร์คยืนอยู่กลางห้องโถงที่ไร้แสงไฟ บ้านที่เคยมีใครอีกคนอยู่ด้วยเงียบจนรู้สึกเหงา

            ไม่มีใครอีกคนนอนเล่นอยู่ที่โซฟาเพื่อดูการ์ตูนที่เขาดูไม่เข้าใจ ไม่มีใครอีกคนที่ชอบทำอาหารอยู่ในครัว ไม่มีใครอีกคนที่ส่งเสียงต้อนรับเขากลับบ้านเหมือนเคย..

ทั้งที่เตรียมใจไว้แล้วว่าพอกลับมาจะไม่เจอใครแต่ทำไมมันเหงาได้ขนาดนี้

            มาร์คออกจากบ้านไปอีกครั้งทั้งที่เพิ่งกลับมา ที่แรกที่เขาคิดได้ว่าควรจะกลับไปคือบ้าน..บ้านที่ไม่ได้มีเพียงเขาอยู่คนเดียวเหมือนที่นี่

           

 

            “จินยอง”

            ร่างบางที่ยืนกอดอกอยู่ริมสระว่ายน้ำหันไปมองด้านหลังเมื่อได้ยินเสียงของน้องชาย จินยองแปลกใจที่เห็นมาร์คกลับมาบ้านทั้งที่ไม่ใช่วันหยุด แต่เรื่องนั้นยังไม่น่าแปลกเท่าที่เขาเห็นดวงตาคู่สวยนั้นวาวไปด้วยน้ำใส..

            “มาร์ค..เป็นอะไรหรือเปล่า” พี่ชายคนสวยรีบเดินไปหาน้องพร้อมถ้อยคำห่วงใย

            “แบมแบม..

            “หืม?”

“เขาไปแล้ว..

“อะไรนะ เลิกกันแล้วเหรอ?”

            น้องชายที่สง่างามและเข้มแข็งในสายตาพี่ชายกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนอีกครั้ง..เป็นเหมือนช่วงที่ซูจีและคามิลาจากไป มาร์คที่อ่อนแอกำลังยืนอยู่ตรงหน้าจินยอง

            ไม่ต้องพูดอะไรให้มากความจินยองอ้าแขนออกเพื่อให้น้องชายเข้าสู่อ้อมกอด มาร์คเดินเข้าไปหาพี่ชายแล้วกอดไว้แน่น

            “ไม่เป็นไรนะ” จินยองลูบหลังกว้างไปมาเพื่อปลอบโยน แม้จะช็อคอยู่ไม่น้อยที่ความสัมพันธ์ของมาร์คและแบมแบมจบลงอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่จินยองก็ข่มความผิดหวังเอาไว้เพราะตอนนี้ความห่วงใยในสภาพจิตใจของมาร์คนั้นมีมากกว่า

            “ผมเจ็บปวดจังเลยจินยอง..” เสียงกระซิบแผ่วเบานั้นอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกมากมายเสียจนจินยองน้ำตาคลอด้วยความสงสารน้อง

            เวรกรรมอะไรของมาร์คนักนะที่ต้องเจอแต่เรื่องผิดหวังซ้ำซากอย่างนี้

            “ทำไมเหรอมาร์ค..มันเกิดอะไรขึ้นบอกพี่ได้ไหม”

            “เขาจะไปเรียนที่อังกฤษ คงไปเพราะอยากจะหนีผม..เขาไม่อยากอยู่กับผมน่ะจินยอง”

            “โธ่มาร์ค..” จินยองลูบผมนุ่ม ไม่รู้จะปลอบยังไง

            “ผมอยากร้องไห้แต่มันร้องไม่ออกเลย..มันเจ็บอยู่ข้างใน..เจ็บไปหมดแล้ว”

            มาร์คเล่าให้คนที่เปรียบเหมือนแม่คนที่สองฟัง ถึงพี่คนนี้จะอายุห่างกันไม่มากแต่จินยองก็คอยช่วยดูแลเขาทุกอย่างมาตั้งแต่เด็กเพราะคุณปู่งานยุ่ง ดังนั้นในเวลาที่ต้องการใครสักคนมาร์คจึงนึกถึงจินยองเป็นคนแรกเสมอ ในวันที่ไม่มีใครมาร์คก็เหลือเพียงคุณปู่และจินยองเท่านั้น

            “ที่มาร์คเคยบอกว่าชอบเขา..พี่ว่าไม่ใช่แล้วล่ะ รักเขาเข้าแล้วใช่ไหม..รักโดยไม่รู้ตัวสินะมาร์ค”

“จริงหรือครับ” มาร์ครับฟังพี่ชายทั้งที่ปวดหัวจนคิดอะไรไม่ออกแล้ว

มาร์คไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองไม่ได้ชอบแต่รักแบมแบมไปแล้ว เขากลัวความเจ็บปวดในอดีตมากเกินไปจนเลือกที่จะมองข้ามหัวใจและความรู้สึกของตัวเองอย่างนั้นเหรอ..ถึงมารู้ตอนนี้มันก็สายไปแล้ว

“อืม” โธ่เอ๊ย จินยองสงสารน้องเหลือเกิน อยากจะไปตะโกนใส่หน้าผู้ชายคนนั้นนักว่าทำไมใจร้ายแบบนี้

“ถึงผมจะรู้ตัวว่ารักเขามันก็ไม่มีความหมายแล้ว”

“ทำไมล่ะมาร์ค อาจจะยังทันนะ เขาจะไปเรียนเมื่อไร ลองไปบอกเขาอีกสักครั้งไหม ลองไปรั้งเขาไว้ พี่จะไปช่วยพูดให้เอง” จินยองดันอีกคนออก จับไหล่กว้างทั้งสองข้างไว้ มาร์คส่ายหน้า

“ผมจะไม่รั้งเขาไว้”

“เพราะอะไรล่ะ รักเขาก็ต้องรั้งเขาสิ อย่าให้เขาไป นะมาร์คลองไปหาเขาอีกครั้งเถอะ” จินยองดึงมือน้องให้เดินไปแต่อีกฝ่ายกลับไม่ขยับสักก้าว

“ผมทนเห็นเขาเป็นทุกข์เพราะติดอยู่กับผมไม่ได้หรอกครับ เขาไม่ได้รักผม เขาอยากไปจากผม พี่จะให้ผมยื้อเขาไว้ทำไม”

“นายอย่ามาทำตัวเป็นผู้ชายที่แสนดีหน่อยเลย อยากได้ก็ต้องทำให้ได้เขามาสิ ต่อให้ต้องขังเขาไว้ก็ต้องทำ!

“ผมไม่เป็นไร..ผมแค่ทนอยู่ที่บ้านคนเดียวไม่ได้เลยมาหาพี่..แค่ตอนนี้ก็พอ อยู่เป็นเพื่อนผมได้ไหม”

มาร์คขอร้องด้วยสีหน้าและท่าทางที่ย่ำแย่เหลือทน คนเป็นพี่มองแล้วใจจะขาดแทน

“เด็กโง่ ทำไมนายถึงเป็นคนแบบนี้นะมาร์ค” ในเมื่อมาร์คร้องไห้ไม่ได้จินยองก็จะร้องแทนแล้วกัน

ร่างบางดึงน้องไปนั่งที่เก้าอี้แล้วกอดเขาไว้ ให้อ้อมกอดแทนคำปลอบโยนนับร้อยนับพัน..

 

 

 

           

แบมแบมหยิบสมุดสเก็ตช์ที่คุณมาร์คเคยวาดรูปตัวเองใส่กระเป๋าไปด้วย นิชคุณเดินมายืนมองน้องเก็บของเพื่อเอาแต่เฉพาะของที่จำเป็นติดตัวไปอังกฤษ  

“แบมพี่มีเรื่องอยากคุยด้วย”

“อืม ว่ามาสิ”

“พี่ได้ยินแกอ้วกตอนเช้ามาสองสามวันแล้ว ไม่สบายหรือว่าท้อง” ตั้งแต่น้องกลับมาอยู่บ้าน นิชคุณก็สังเกตเห็นความผิดปกติของน้องหลายอย่าง แม้แบมแบมจะไม่พูดแต่พี่น้องกันทำไมจะไม่รู้

            แบมแบมชะงักมือที่กำลังหยิบของ ไม่คิดว่าพี่จะถามตรงขนาดนี้ แต่ถึงจะตกใจแบมแบมก็ไม่ได้หันไปมองพี่ชาย

            “อย่ามาเงียบนะแบมแบม” นิชคุณเดินมาจับแขนน้องไว้ให้หยุดทำงานชั่วคราว

            “ทำไมพี่ถึงคิดว่าฉันจะท้องล่ะ”

            “แค่เซ้นส์มันบอก แต่ไม่รู้หรอกนอกจากตัวแกเองว่าท้องหรือเปล่า”

            แบมแบมเงียบไปอึดใจ ต่อให้โกหกไปวันนี้อย่างไรวันหน้าพี่ก็ต้องรู้อยู่ดี เขาต้องพาลูกกลับเกาหลีด้วยอยู่แล้ว

            “อืม”

            “อืมคืออะไร”

          “ฉันท้อง ตอนนี้ก็จะเข้าสองเดือนแล้ว” แบมแบมเงยหน้ามองพี่ชายที่ยืนอึ้ง ตกใจกับข่าวที่ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าข่าวร้ายหรือข่าวดีกันแน่

          “แกไม่ได้อำฉันเล่นใช่ไหม” นานทีเดียวกว่านิชคุณจะหาเสียงของตัวเองเจอ

“ฉันจะอำพี่ทำไม” แบมแบมลุกขึ้นจากพื้น เดินไปเปิดลิ้นชักโต๊ะเขียนหนังสือเพื่อหยิบผลตรวจของหมอและภาพอัลตร้าซาวด์ของหนูน้อยมาให้พี่ชายดู

พอเห็นหลักฐานคาตานิชคุณก็พูดไม่ออก ชายหนุ่มรีบเดินไปนั่งที่เตียงน้องก่อนตัวเองจะเป็นลมล้มตึงลงไปเสียก่อน แบมแบมเห็นพี่ช็อคก็เป็นห่วง เดินไปนั่งข้างๆ แตะแขนพี่ชายเบามือ

“ไหวไหม รับได้หรือเปล่า”

“เรื่องนี้มาร์ครู้หรือยัง”

“ยังหรอก ฉันยังไม่ได้บอก”

“ทำไมล่ะ”

“ฉันคิดว่าจะไม่บอกเขาเลย เราเลิกกันแล้วน่ะพี่” แบมแบมปดพี่ชายอีกครั้งทั้งที่ไม่อยากทำเลย

            “ไม่ได้เด็ดขาด ถึงเลิกกันแล้วแกก็ต้องบอก แกมีพ่อของลูกนะแบม ไปบอกมันสิ บอกให้หมอนั่นรับรู้ว่ากำลังจะมีลูกกับแก!”

            เมื่อสติกลับมานิชคุณก็กลับมาเป็นคนเดิม แต่แบมแบมนั้นไม่กลัวพี่ชายอีกแล้ว

พี่ไม่เข้าใจหรอก แบมบอกเขาไม่ได้และไม่เคยคิดจะบอกมาแต่แรกแล้วด้วย เด็กคนนี้แบมแบมจะรับผิดชอบเองคนเดียว

ทำไมล่ะห๊ะ! แกมีเหตุผลอะไร แกจะท้องไม่มีพ่อไม่ได้นะแบม แกไม่คิดถึงแม่บ้างหรือไง

เมื่อพี่เอาแม่มาอ้างแบมแบมก็หน้าเจื่อน ร่างบางก้มหน้าก่อนเอ่ยออกมาเบาๆ

เขาไม่ได้รักฉัน

อะไรนะ..

ฉันรักเขาฝ่ายเดียว เขาไม่เคยคิดอะไรกับฉันเลยนอกจากพี่พูดถูกนะ พี่เคยเตือนฉันแล้วสำหรับเขาแล้วฉันน่าสนใจเพราะมีสิ่งที่เขาต้องการ แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันจบแล้วล่ะ ความสัมพันธ์ของคุณมาร์คกับฉันจบลงแล้วพี่อย่าบังคับให้ฉันไปหาเขาเพื่อบอกเรื่องลูกเลย ฉันจะไม่ทำให้พี่ แม่ และโซมีลำบาก ฉันจะเลี้ยงลูกของฉันเอง

“แกคิดอะไรอยู่ ต่อให้หมอนั่นไม่รักแกมันก็ต้องรักลูกบ้างล่ะน่า!”

“พี่แน่ใจเหรอ”

“แบมแบม..” นิชคุณสับสน แววตาของน้องเหมือนว่ามันรู้อะไรบางอย่าง ทำไมถึงถามอย่างนั้น

“แต่แกจะทำอย่างนี้ไม่ได้ หมอนั่นก็ดูรักแกดีนี่ แกคิดไปเองแน่ๆ ว่าแกรักเขาฝ่ายเดียว”

“ถ้าฉันเล่าความจริงเรื่องของฉันกับเขาให้พี่ฟัง..พี่ต้องสัญญานะว่าจะไม่โวยวายหรืออาละวาด”

“อะไรของแกแบมแบม แกมีเรื่องอะไรปิดพี่อีกเหรอ”

“อยากฟังไหมล่ะ” แบมแบมทำใจแล้ว เขาคิดมาหลายคืนว่าอยากจะบอกพี่เหมือนกันเรื่องความสัมพันธ์ของคุณมาร์คกับเขา แต่สุดท้ายก็ตัดใจไปเพราะไม่กล้า

แบมแบมเล่าเรื่องสัญญาระหว่างตนและมาร์คให้พี่ชายฟังทั้งหมด

นิชคุณตะลึง ไม่คิดว่าน้องชายจะโกหกตนและปกปิดเรื่องราวมาได้นานหลายเดือนขนาดนี้..เขาหลงคิดไปว่ามาร์คและแบมแบมชอบกันจริงๆ

            “เหตุผลแค่นี้พอไหม”

            “แก..ยอมนอนกับเขาเพื่อตอบแทนเรื่องแม่จริงๆ เหรอแบม..” ในความรู้สึกของคนเป็นพี่ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รับได้ยากที่สุด แบมแบมหันหน้าไปมองทางอื่น นิ่งไปนิดก่อนจะพยักหน้า

            “ฉันขอโทษที่ปิดพี่มาตลอด..ขอโทษที่ทำให้พี่ผิดหวัง ฉันแค่อยากฝึกงานให้จบ..” แบมแบมพูดต่อไม่ออกเมื่อเห็นพี่ชายดูจะรับความจริงไม่ได้เลย ร่างสูงซบหน้ากับฝ่ามือ ท่าทางเครียดมาก

            “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน” พี่ชายหันขวับมามองหน้า แบมแบมหลับตา ก้มหน้ารอรับการลงโทษ ไม่ว่าพี่จะตีหรือด่าว่าอย่างไรแบมแบมก็จะไม่ขอร้องให้พี่หยุดหรอก

“ฉันขอโทษ..” เห็นใบหน้าซีดเซียวของน้องแล้วนิชคุณก็ต้องกลืนถ้อยคำมากมายลงคอ จะด่าก็ด่าไม่ออก จะตีก็ตีไม่ลง ถ้าตีแบมแบมก็หมายถึงเขาตีหลานไปด้วย..โว้ย!

“พอเถอะ มันไม่ใช่ความผิดของแก ถึงเรื่องมันจะเกิดเพราะสัญญาแต่ยังไงลูกแกก็เกิดมาแล้ว พี่ไม่ยอมให้แกต้องลำบากอยู่คนเดียวหรอก” นิชคุณคิดว่าเรื่องมาขนาดนี้แล้วก็มีแต่ต้องทำใจยอมรับเท่านั้น

“พี่ไม่เข้าใจเหรอว่าฉันไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับท่านอีกแล้ว

แกแน่ใจเหรอว่าต้องการอย่างนี้

อืม แน่ใจที่สุดเท่าที่เคยรู้สึกมา

“เขาเป็นพ่อ ไม่ว่าเขาจะอยากได้หรือเปล่าก็ควรจะบอก”

“บอกเพื่ออะไรเหรอ ในเมื่อบอกไปก็ไม่มีประโยชน์”

“จะให้ลูกไม่มีพ่อหรือไง”

“พี่ตั้งใจจะพูดอะไรกันแน่ ฉันว่าฉันพูดชัดแล้วนะ”

“ในใบเกิดจะใส่ชื่อใครเป็นพ่อล่ะ”

“ปล่อยว่างไง”

“แกนี่มัน..” นิชคุณด่าไม่ออกเลยจริงๆ

“ฉันจะยอมเป็นคนที่ใจร้ายกับลูก แกเกิดมาเพราะคำสัญญาบ้าบอที่แม่โง่เง่าไปตกปากรับคำเอง จะเรียกร้องความรับผิดชอบไปทำไม เอาล่ะเราเลิกพูดเรื่องนี้เถอะฉันต้องนอนแล้ว พรุ่งนี้มีนัดแต่เช้า พี่ก็กลับห้องตัวเองไปได้แล้วไป”

แบมแบมดึงแขนพี่ให้ลุกขึ้น นิชคุณมองค้อนไม่เต็มใจจะลุกนัก

“แกจะบอกแม่ไหมว่าแกท้อง”

“บอกทำไม เอาไว้ไปถึงโน่นก่อนค่อยบอกก็ได้”

“เดี๋ยวแม่ช็อกพอดี พอไปเที่ยวกับพวกรุ่นพี่อะไรนั่นเสร็จแกก็จะกลับบ้านเลยไม่ใช่เหรอ พี่อยากให้แกคิดดูอีกที ยังไงนี่ก็เรื่องใหญ่ มีความลับกับแม่มันไม่ดีนะ แกไม่ต้องเล่าเรื่องราวของแกกับมาร์คให้แม่ฟังหรอก แค่บอกว่าแม่กำลังจะมีหลานก็พอ”

“ฉันจะลองคิดดูอีกที นี่พี่ไม่รู้สึกอะไรแล้วใช่ไหม?” แบมแบมลองถามหยั่งเชิง นิชคุณตาเขียว

“รู้สึกสิ! ยังเหลือเชื่ออยู่เลยที่จู่ๆ ก็ได้เป็นลุงไม่รู้ตัว แกนี่ก็ติดง่ายจริงๆ นอนกับเขาไม่กี่ครั้งก็ท้องแล้ว ต่อไปมีผัวใหม่คงมีลูกหัวปีท้ายปี”

“แหม! จำเป็นต้องว่าแดกดันกันขนาดนี้เลยเหรอ ก็มันท้องไปแล้วจะให้ทำยังไงล่ะ ฉันพยายามดูแลตัวเองแล้วนะ มันท้องขึ้นมาก็เพราะคุณมาร์คโน่น ผิดที่ฉันเหรอ”

“ก็แกไปยอมเขาเอง ถึงเขาอยากจะทำแต่แกไม่ยอมมันจะท้องไหม?!

“นิชคุณ!..ฮึก..ใจร้าย ไอ้คนใจดำ ทำไมต้องมาว่ากันขนาดนี้ด้วย”

ด้วยอารมณ์น้อยใจแบมแบมน้ำตาร่วงเผาะทันทีราวกับสั่งได้ นิชคุณตาเหลือกไม่คิดว่าน้องจะร้องไห้ ปกติไอ้แบมไม่ใช่คนเจ้าน้ำตานี่หว่า!

“เฮ้ยๆ อย่าร้องสิวะไอ้แบม” นิชคุณเงอะงะทำอะไรไม่ถูก ด้วยความเป็นพี่ชายน้องชายก็เล่นเตะตูดพูดจาแรงๆ กันมาแต่เล็กจนโต จะมาปลอบโยนกันอย่างนุ่มนวลเหมือนละครมันก็ไม่ใช่ไหมล่ะ

“ฮือ..พี่มันบ้า ต่อไปพอคลอดลูกออกมาแล้วพี่ไม่ต้องมายุ่งกับลูกฉันด้วย ฉันจะไม่ให้แตะเลยคอยดู”

“เฮ้ยไม่ได้นะ!” ว่าที่คุณลุงโวยทันที ว่าที่คุณแม่ตีไหล่กว้างแรงๆ หลายที

“ทำไมจะไม่ได้นี่มันลูกฉันนะ พี่ออกไปจากห้องฉันเลยนะ ออกไปเลย”

“เออๆ ขอโทษก็ได้ แหมพูดความจริงแค่นี้รับไม่ได้”

            “ถ้าไม่เต็มใจจะขอโทษก็ไม่ต้องพูดเลย!

            “เออ ไปก็ได้ ยังไงนั่นก็หลานฉัน ยังไงฉันก็ต้องได้อุ้มอยู่ดีแหละ” ถึงจะปากเสียใส่น้องแต่นิชคุณก็กลัวอยู่หน่อยๆ นะว่าจะไม่ได้แตะหลานจริงๆ

            “ฮึ่ย! ฝันไปเถอะ”

“ขี้น้อยใจจริง อารมณ์แปรปรวนเกินไปแล้ว เออก่อนไปขอถามอะไรอีกอย่าง” นิชคุณยืนคาอยู่หน้าประตู เท้าเอวมองน้อง แบมแบมใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตา

“อะไรอีก”

“แกเคยบอกว่าหมอนั่นนอนหลับไม่ได้ใช่ไหม ที่ต้องหาหมอเลยน่ะ แบบว่ามีปม”

“อือ ทำไม”

“ปมอะไร”

“ก็..คงเรื่องคุณแม่กับเรื่องคนรักเก่านั่นแหละ”

“ทำไมวะ?”

“คุณมาร์คถูกคนที่รักทิ้งไปน่ะ..เห็นคุณหมอประจำตัวว่าปมเรื่องคุณแม่คุณมาร์คเป็นมาแต่เด็กแล้วก็เลยส่งผลมาถึงตอนโตด้วย และมันมีอีกหลายอย่างที่ทำให้จิตใจเขาค่อนข้างแย่ พี่ถามทำไม”

ถึงแบมแบมจะไม่ได้เจอหน้าคุณหมอสุดหล่อคนนั้นแต่ก็ได้คุยแชทกันบ้างนะ

นิชคุณกอดอกมองหน้าหวานของน้องเขม็งจนแบมแบมแปลกใจ

“แกบอกเลิกเขายังไง จบกันด้วยดีไหม”

“ดีมั้ง ก็ดีนะ” คุณมาร์คไม่โกรธเขาเลยด้วย

“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็ดี..แกคงไม่ได้ไปเพิ่มปมให้เขาอีกปมนึงหรอกนะ?”

แบมแบมนิ่งไปอึดใจ ไม่คาดคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย เขาเอาแต่คิดว่าถ้าได้แก้ไขเรื่องในอดีตท่านจะดีขึ้น ลืมเรื่องในปัจจุบันไปเลย

“ไม่หรอก นั่นมันเป็นเพราะคุณมาร์ครักคนพวกนั้นมากๆ ต่างหาก รักมากก็ผิดหวังเสียใจมาก เกี่ยวอะไรกับฉันเขาไม่ได้รักฉันสักหน่อย”

“ถ้าเป็นแบบนั้นก็แล้วไปล่ะนะ” นิชคุณพึมพำแล้วเดินกลับไปห้องตัวเอง แบมแบมเดินไปปิดประตูห้องนอน  อดคิดถึงคำถามของพี่ชายไม่ได้จนเริ่มกังวลอีกแล้ว

คงไม่เป็นไรหรอกน่า เรื่องของเขาคงไม่ส่งผลกับจิตใจของคุณมาร์คหรอก แค่ชอบธรรมดาเท่านั้นเองนี่

 

 

 

 

            “ขอบคุณสำหรับอาหารอร่อยๆ และก็ที่พักนะคะคุณแม่ ที่นี่สวยมากเลยค่ะ” มินเป็นตัวแทนเพื่อนๆ กล่าวขอบคุณอังศนา หญิงกลางคนยิ้มแย้ม

“ยินดีจ้ะ คราวหน้าก็มาใหม่นะ อยากมาเมื่อไรก็โทรมาบอกแม่จะได้เตรียมของอร่อยไว้ให้”

“คุณแม่ใจดีจังเลยครับ สัญญาว่าจะมารบกวนอีกแน่นอนครับ” เซฮุนก้าวไปจับมือทั้งสองของคุณแม่ยังสวย ฮันบินกระแอม

“เอาหน้าแค่นี้พอแล้วมั้ง” ทุกคนหัวเราะกับคำเหน็บของฮันบิน

“พวกนายนี่ล่ะก็ น่าขายหน้าจริงๆ ยังไงก็ต้องขอบคุณมากนะคะ พวกหนูขอตัวกลับเลยนะคะ พรุ่งนี้ต้องไปทำงานกันแต่เช้าอีก”

เจียเข้ามาลาอังศนาเป็นคนสุดท้าย อังศนาอวยพรให้เดินทางกลับกันอย่างปลอดภัย แบมแบมเดินไปส่งรุ่นพี่ทั้งสี่ที่รถ กว่าจะออกรถได้ทั้งสี่คนก็ยังรั้งแบมแบมไว้คุยกันอีกยาวเลย

“พวกเพื่อนพี่แบมนี่ตลกดีนะคะ” แม้จะได้ใช้เวลาร่วมกันได้ไม่นานโซมีก็รู้สึกชอบพี่สี่คนของพี่ชายมากเลย แบมแบมหัวเราะกับคำชมของน้อง

“เป็นแบบนี้ปกติน่ะ” วันเสาร์ทั้งวันพวกเขาห้าคนไปเที่ยวต่างจังหวัดและเปลี่ยนโปรแกรมนิดหน่อยคือไม่อยู่เต็มสองวัน พอวันอาทิตย์ก็เปลี่ยนมาเที่ยวบ้านแบมแบมแทน

“เสียดายนะที่แบมจะไม่ได้ทำงานกับพวกเขาอีกแล้ว”

“ครับแม่ แบมก็เสียดาย แต่เราตกลงกันแล้วว่ามีเวลาว่างก็จะไปเที่ยวกันอีก พี่เขาไปเที่ยวกันบ่อยมากครับ อย่างที่พวกพี่เขาเล่านั่นล่ะ”

“แบมแบมโชคดีนะลูกที่ได้เจอแต่คนดีๆ อย่างนี้ ต้องรักษาเพื่อนแบบนี้เอาไว้ให้นานๆ นะ”

“ครับ แบมขอไม่ไปช่วยในครัวนะครับ ขอไปงีบหน่อย” แบมแบมรับคำแม่ก่อนจะขอตัวไปนอน รู้สึกเพลียมาก สองวันนี้ตะลอนไปโน่นมานี่ตลอดจนตอนนี้ตัวเล็กเริ่มประท้วงแม่แล้วว่าควรจะพักผ่อนสักที

“เอาสิตามใจเดี๋ยวแม่ให้โซมีไปช่วยเอง อยากนอนก็ไปนอนเถอะ” อังศนาไม่ว่าอะไร แบมแบมเลยเดินแยกไปทางห้องนั่งเล่น โซมีเกาะแขนแม่ กระซิบถามว่าแม่มองพี่ทำไม

“แม่แค่..รู้สึกว่าแบมแบมแปลกไป”แบมแบมดูมีน้ำมีนวลขึ้นนะและน่ารักขึ้นมาก แล้วยังตอนเช้าที่แบมแบมอาเจียนนั่นอีก พอถามก็บอกแค่โรคกระเพาะตลอด

ในความรู้สึกของแม่เธอรู้ว่าลูกไม่เหมือนเดิม ในความรู้สึกของผู้หญิงเธอก็รู้ว่าแบมแบมเป็นอะไร ค่อนข้างแน่ใจเลยล่ะ แค่รอเวลาว่าแบมแบมจะบอกเธอเมื่อไรเท่านั้น

ที่ไม่ยอมบอกคงไม่เกี่ยวกับที่มาหาแม่อาทิตย์ที่แล้วและบอกว่าจะเลิกกับแฟนหรอกนะ?

 

 

 

 

แบมแบมออกจากห้องน้ำหลังจากล้างหน้าเสร็จ เดินผ่านรูปของคุณนายอนที่ติดอยู่ตรงทางเดินระหว่างทางจากห้องน้ำไปห้องนั่งเล่น

            มือเรียวลูบไปบนภาพบริเวณท้องกลมที่มีทารกน้อยนอนขดตัวอย่างสบายใจ รอยยิ้มบางแต้มบนริมฝีปาก หยุดยืนมองอยู่นานทีเดียว

            เพิ่งได้มีโอกาสได้มองอย่างจริงจัง..เพิ่งเข้าใจความรู้สึกของคนที่อยู่ในภาพคราวนี้เองว่าทำไมสีหน้าของเธอตามที่พ่อเธอถ่ายทอดออกมาถึงได้อิ่มเอมมีความสุขอย่างมากมายนัก

            การมีอีกหนึ่งชีวิตน้อยๆ เกิดขึ้นมาเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์มากเลยนะ

            “ภาพนี้สวยมากเลยนะ” แบมแบมสะดุ้งโหยงเมื่อจู่ๆ แม่ก็มายืนข้างหลัง เขาหันไปมองแม่ที่ส่งยิ้มมาให้ แบมแบมเพียงยิ้มเจื่อนส่งไปเพราะยังตกใจ

“จิตรกรคนนี้ฝีมือยอดเยี่ยม ถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกออกมาได้วิเศษมาก แบมคิดว่าอย่างนั้นไหม?”

“ครับแม่ มันสวยมาก”

“แต่แม่ว่านะ ถึงมันจะยอดเยี่ยมแต่คนที่สามารถดื่มด่ำและเข้าใจกับความหมายของภาพได้อย่างดีต้องเป็นคุณแม่เท่านั้น เรื่องแบบนี้ถ้าไม่เคยท้องก็ไม่รู้หรอกว่ามันรู้สึกยังไง”

แบมแบมจะเดินเลี่ยงไปแต่กลับถูกแม่ฉวยข้อมือไว้ แบมแบมยืนนิ่ง ก้มหน้าหลบสายตาแม่ สังหรณ์ใจว่าแม่อาจจะสงสัยอะไรแล้วก็ได้ เพราะอาการแพ้ท้องของเขามันห้ามไม่ได้ ถ้าแม่จะรู้ก็ไม่แปลก

“แบมมีอะไรจะบอกแม่ไหมจ๊ะ?” คำถามของแม่ทำเอาคนฟังเสียวสันหลังวาบ ตกใจ

“แม่พูดอะไรเหรอครับ แบมไม่เข้าใจ” แบมแบมแถกันซึ่งหน้า อังศนาหมั่นไส้เลยฟาดไปหนึ่งที

“อย่ามาไขสือ! อาเจียนตอนเช้า นอนเก่ง เข้าห้องน้ำบ่อย กินเก่งด้วย จะเป็นได้สักกี่อย่างกัน”

“เอ่อ..” อังศนาเดินเข้าไปใกล้ลูกแล้วคว้าเอวบางหมับจนลูกสะดุ้ง วางมือบนหน้าท้องที่ควรจะแบนราบแต่ตอนนี้มันกลับเปลี่ยนไปเล็กน้อย

คุณแม่คนสวยมองหน้าลูกเขม็งด้วยสายตาน่าหวาดเกรงจนแบมแบมหวั่นใจ

“สารภาพมานะว่าแบมท้องใช่ไหม”

 

TBC.

           

**

ได้อย่างท่านสักคนจะไม่ขออะไรอีกแล้ว;_;

แบมแบมไม่ได้เล่นตัวนะ แบมแบมเองก็มีเหตุผลเหมือนกัน

ท่านก็ชัดเจนระดับหนึ่ง แบมแบมก็มีความกลัวในใจอีกเหมือนกัน

การกลับมาเจอกันในวันที่หลายสิ่งหลายอย่างพร้อมมันน่าจะดีกว่าล่ะนะ

เห็นมะว่าไม่ดราม่า เราแต่งเองยังแค่น้ำตาซึมๆ สงสารท่านเฉยๆ -3-


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 320 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,151 ความคิดเห็น

  1. #6130 oiLL (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 19:38
    แม่ดุจังเลย

    เอ๊ยยยย
    #6,130
    0
  2. #6066 My love markbam (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 02:21
    โดนแน่ๆเด็กดื้อ
    #6,066
    0
  3. #6030 papachong (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 21:35
    นี่แม่หรือโคนันอะ
    #6,030
    0
  4. #6021 opoceleste (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 06:10

    สงสารมาร์ค เอาจริงๆ เข้าใจแบมนะ เพราะมันไม่ชัดเจนมากจริงๆ แต่ก็แบบแบมลูก ทิ้งพี่เขาอีกแล้ว ชีวิตพี่เขาจะโดนทิ้งไปอีกกี่ครั้ง ไม่ไหวแล้ว เสียใจแทนมาร์คมาก มันหน่วงฮือ

    #6,021
    0
  5. #6012 FOREVERYOUNGMARK (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 01:29
    ฮรือออ
    #6,012
    0
  6. #6001 MarkP_endear. (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 21:57
    อดสงสารพี่มาร์คไม่ได้ ฮือออ
    #6,001
    0
  7. #5991 tle-tle77 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 07:43
    น้ำตาไหลไปหลายรอบเเล้วไรท์
    #5,991
    0
  8. #5983 Markmukjung (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 13:02
    ร้องไห้กับมาร์คแล้ว อินจัด
    #5,983
    0
  9. #5981 tTtT (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 22:26

    คือว่าทำไมถึงชอบคิดเอง ไม่ฟังหรือเชื่อใจท่านบ้างเลยละคะ โอ้ยยยยย // อินมากเลยค่ะ

    #5,981
    0
  10. #5970 TATAR20505 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 09:08
    โอ้ยย แบมโว้ยย
    #5,970
    0
  11. #5966 LuhanBen (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 21:22
    ตอนนี้ไม่ได้มีความรู้สึกสงสารแบมเลย คิดไม่เข้าข้างตัวเองอะไม่แปลกแต่แปลกตรงคิดไปได้ไงว่าเขารักคนรัก2คน คือคิดว่ายังไม่หมดรักหรอ แบมไปตัดสินความรู้สึกคนอื่นทั้งๆที่ทุกคนบอกว่าไม่มีอะไรไม่ได้นะ เปิดใจมั่งเหอะ
    #5,966
    0
  12. #5948 Kwan_Z.E* (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 06:01
    โอยยยยย แบมดูถูกความรู้สึกคุณมาร์คมากไปนะ น่าสงสารคุณมาร์คจังเลย เจียมตัวกับคิดแทนอีกฝ่ายนี่มันต่างกันนะแบม ฮือออออ ความรักมันไม่ควรกลายเป็นความเจ็บปวดที่ทำร้ายใครเพราะคำพูดแบบนี้นะ ปากแข็งโกหกคนป่วยที่พยายามเปิดใจ โอยยยยย ทีมคุณพ่อค่ะ
    #5,948
    0
  13. #5938 PPCh d (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 18:24
    หน่วง ฮือ
    #5,938
    0
  14. #5902 Harukim (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 04:10
    แบบว่าน้องแบมยึดมั่นในความคิดตัวเองม้ากมากจริงๆนะสงสารพี่มาร์ค
    #5,902
    0
  15. #5879 Bowbow0931066207 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 22:09
    ทำไมแบมไม่ลองถามมาร์คดูบ้าง ไม่ลองคุยกันบ้าง สิ่งที่มาร์คทำไม่ได้ทำให้แบมรู้สึกเลยหรอว่ามาร์คก็รักแบมเหมือนกัน
    #5,879
    0
  16. #5872 anusara_p (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 15:06
    แบมเรื่องเยอะจังเค้าชอบก็ไม่ได้เค้ารักก็ไม่ยอมไม่คิดถึงลูกเลย
    #5,872
    0
  17. #5871 PINKPENZ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 21:33
    ทำไมรู้สึงใครก็ไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง
    #5,871
    0
  18. #5825 Ungink_ink (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 13:37
    สงสารคุณมาร์คอะ
    #5,825
    0
  19. #5815 นัทมิมิ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 12:52
    สงสารพี่มาร์คจัง
    #5,815
    0
  20. #5790 ChayapornSs (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 17:31
    สงสารมาร์คนะ แต่เป็นเราๆก็เสียใจถ้ามาร์คคิดแบบนั้น
    แต่มาร์คก็รักลูกอยู่แล้วแหละแบม เห้ออออ ไม่อยากให้แบมเข้าใกล้ซีเค
    #5,790
    0
  21. #5771 wan62063 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 16:05
    พี่มาร์คก็ไมชัดเจนกับน้อง น้องจะคิดแบบนั้นมันก็ไม่แปลก ไหนจะเรื่องคนรักเก่า
    #5,771
    0
  22. #5716 markbammuay (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 03:30
    แม่น่ากลัวเว่อ แบมพอท้องแล้วนี่เหมือนคนละคนเลยเนาะตลกอ่ะ เคยคิดแง่บวกตอนนี้ก็มโนไปซะหมด มาร์คก็นะคงรักมากแล้วเลยไม่หลั้งไว้เหมือนตอนแรก แล้วยังจะckอีกโอ้ยแบมนี่โง่จริงๆเป็นนิชคุณสองแล้ว
    #5,716
    0
  23. #5645 ntn.9846 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 22:56
    พี่มาร์คคนดี โดนทิ้งอีกแล้ว
    #5,645
    0
  24. #5632 -.Blkdra.- (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 23:54
    เซ็งแบมจริงๆนะ คิดไปเองหมดเลยอะ ตอนมิสเตอร์เค้าสารภาพรักนี่ดีใจมากเลยนะ แต่แบมดันมาเป็นแบบนี้อีก ไหนตอนแรกบอกแค่คำว่ารักก็พอไง สุดท้ายก็ไม่อยู่กับเค้าอยู่ดี เฮ้ออออ
    #5,632
    0
  25. #5596 sbphatsachol (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 21:51
    โอ้ยโมโหแบม ชีวิตจริงมันไม่มีใครแสนดีอย่างงี้หรอกน่ะ โอ้ยยย ลำไยแบม
    #5,596
    0