เปิดรีปริ้นท์(GOT7) มายาเกี้ยวรัก Markbam,khunyug,jackjae,bnior

ตอนที่ 18 : Chapter 16 : ซูจีและคามิล่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,823
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 290 ครั้ง
    23 เม.ย. 59

         



ซูจี & คามิล่า




            แบมแบมสะพายกระเป๋ายืนรอรถที่จะผ่านไปฟาร์มภูวกุลในช่วงสายของวันหยุด ดึงปีกหมวกลงเพื่อกันแดด ยังมึนๆ เพราะง่วงนอน ขนาดนอนบนรถมายังไม่เต็มอิ่มเลย  

            “อ่าว แบมแบมไม่ใช่เหรอนั่น” ร่างบางหันมองคนที่เรียกชื่อตน ก่อนจะเจอเข้ากับชายวัยกลางคนที่ขับรถมอเตอร์ไซค์มาจอดอยู่ใกล้ๆ

“ครับ ลุงมาทำอะไรแถวนี้น่ะ” แบมแบมยิ้มให้คนที่คุ้นหน้าเพราะบ้านอยู่ละแวกเดียวกัน

“มาส่งลูกน่ะ เข้าบ้านใช่ไหม ลุงไปส่งเอารึเปล่า” คุณลุงมีน้ำใจ

“ลุงต้องผ่านบ้านแบมแบมอยู่แล้วหรือเปล่าครับ”

“ไม่หรอกแต่ไปส่งได้ มาเร็ว”

“ขอบคุณครับ” แบมแบมรีบเดินไปขึ้นรถของคุณลุง ยังไงก็เร็วกว่ารอรถเองล่ะนะ

 

 

            โซมีนั่งอ่านหนังสืออยู่หน้าบ้านมองรถมอเตร์ไซค์ที่ขับมาจอด คนซ้อนก้าวลงจากรถพลางขอบคุณลุงที่ใจดีมาส่ง คุณลุงรับคำขอบคุณแล้วขับจากไป

“พี่แบมมาได้ไงอ่า ว่างเหรอ” โซมีไหว้พี่ชาย ยังงงและแปลกใจที่เห็นพี่ชายมาบ้าน

“อื้อ พี่ลาออกจากร้านขนมแล้ว มีเรื่องอยากคุยกับแม่ นี่แม่อยู่ไหนเหรอ คงไม่ได้ไปทำงานใช่ไหม”

แบมแบมถอดหมวกออก เสยผมยุ่งๆ ของตน เขาเพิ่งไปลาออกกับพี่เฟยมาเมื่อวาน พี่เขาก็เข้าใจล่ะว่าแบมแบมมีเรื่องต้องทำอีกเยอะ จีมินก็จะลาออกเหมือนกันแต่รอให้พี่เฟยหาคนมาแทนได้ซะก่อน

“หลังบ้านค่ะ จัดดอกไม้อยู่” โซมีบอกพิกัดแม่ ตั้งแต่หายป่วยแม่ลดงานลงเพราะอยากดูแลสุขภาพ เงินที่เหลือเพราะไม่ต้องใช้หนี้สามารถจ้างคนเพิ่มได้ และให้พี่วอนพิลทำงานหลายอย่างแทนแม่ด้วย

“เดี๋ยวพี่ไปหาแม่ก่อน วานเก็บกระเป๋าให้ทีนะ” แบมแบมส่งกระเป๋าให้น้องแล้วเดินอ้อมจากหน้าบ้านไปหาแม่ที่หลังบ้าน

อังศนาปูผ้าสีเข้มกับสนามหญ้า นั่งขัดสมาธิริดก้านและใบของดอกไม้ตะกร้าใหญ่ เธอหันมองเมื่อได้ยินเสียงคนเดินมา

“อ่าวแบมแบม มาได้ไงเนี่ยไม่เห็นโทรบอกแม่เลย คุณล่ะมาด้วยไหม” อังศนาแปลกใจที่เห็นว่าเป็นลูกชาย ไหนเคยรับปากว่าจะมาจะโทรมาหาแม่ก่อนไง

“พี่คุณติดงานครับ” แบมแบมถอดรองเท้าแล้วเข้ามานั่งคุกเข่าลงข้างแม่

“คุณจะทำงานหนักไปแล้วนะ วันเสาร์ก็ต้องทำงานหรือจ๊ะ” อังศนาห่วงลูกชายคนโตเหลือเกิน นิชคุณจะมีเวลาพักผ่อนบ้างหรือเปล่า    

“ครับ” แบมแบมเห็นใจพี่ชายเหมือนกัน  ตอนเขาโทรไปชวนพี่คุณงอแงอยากมาด้วยจะตาย

“แบมกินอะไรมารึยัง เดี๋ยวแม่ไปหาอะไรให้กิน” อังศนาทำท่าจะลุก แบมแบมส่ายหน้าว่าไม่ต้องแล้วล้มตัวลงนอนหนุนตักแม่

“เป็นอะไรจ๊ะ นึกอยากอ้อนแม่หรือไง” อังศนาก้มมองลูกชายคนเล็ก นานแล้วนะที่แบมแบมไม่ได้อ้อนเธอน่ะ

“แบมมีเรื่องอยากจะปรึกษาน่ะครับ”

“เรื่องอะไรจ๊ะ” แบมแบมขยับตัวนอนหงาย ดูหนักใจที่จะเอ่ย อังศนามองหน้าหวานที่คล้ายตน ลองเดา

“มีปัญหากับมาร์คเหรอลูก”

“ทำไมแม่คิดแบบนั้นล่ะครับ”

“ถ้าไม่ใช่แล้วมีเรื่องอะไรล่ะจ๊ะ” แบมแบมดูเศร้าๆ เธอเป็นแม่ทำไมจะมองไม่ออก

แบมแบมไม่ตอบอะไรกับคำถามแทงใจนั้น  ไม่มีปัญหาหรอกเพราะเขากับท่านยังไม่ได้เริ่มความสัมพันธ์อะไรเลยสักนิด

“แบมกำลังจะตัดใจครับ” แบมแบมเงียบไปครู่แล้วเอ่ย

“ตัดใจจากอะไร”

“คุณมาร์ค”

“ทำไมล่ะมีปัญหาอะไร ลองคุยกันหรือยัง เป็นแฟนกันมีปัญหาก็คุยกันตรงๆ ดีกว่านะ แม่ไม่อยากให้แบมแบมรีบตัดสินใจอะไรถ้ายังไม่ได้คุยให้รู้เรื่อง”

“ไม่คุยแล้วครับ แบมจะเลิกกับเขาแล้ว เราเข้ากันไม่ได้หรอกครับแม่ เราแตกต่างกันเกินไป”

“ทำไมล่ะ ตอนเริ่มคบกันไม่ใช่เพราะว่าทุกอย่างมันไปกันได้ดีหรอกเหรอ มาตอนนี้จะเข้ากันไม่ได้ได้ยังไง”

“แบมรักเขานะแม่..แต่เขาไม่ได้รักแบม”

“ถามเขาแล้วเหรอ” อังศนายกมือขึ้นลูบศีรษะของคนที่กำลังพยายามฝืนใจอดทนไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมา

“ไม่ต้องถามก็รู้ครับ”

“แม่ว่าเขาก็มีความรู้สึกดีๆ กับหนูอยู่เยอะเหมือนกันนะลูก เขาอาจจะเป็นคนที่แสดงออกทางคำพูดไม่เก่งแต่แสดงออกทางการกระทำแทน เหมือนพ่อเราไง ตั้งแต่พ่อกับแม่แต่งงานและอยู่ด้วยกันจนลูกโต พ่อหนูน่ะบอกรักแม่นับครั้งได้เลย แต่สิ่งที่พ่อทำให้ แม่รู้ว่าเขาทำเพราะรักแม่ ลองคิดดูดีๆ นะว่ามาร์คทำอะไรเพื่อหนูบ้าง”

“แม่รู้อยู่แล้วว่าพ่อรักแม่มากแม่เลยไม่สนว่าพ่อจะบอกรักแม่หรือเปล่า แต่สำหรับคุณมาร์คเขาไม่เหมือนพ่อครับ แบมรู้ว่าเขาไม่ได้รักแบม ความรักกับความดีมันแทนกันไม่ได้นี่ครับแม่ ถึงเขาจะช่วยครอบครัวเราหลายครั้ง แต่ไม่ได้หมายความว่าเขารักแบมนี่นา”

แบมแบมจะเอาคุณมาร์คไปเทียบกับพ่อได้ยังไง  ไม่เหมือนกันเลย พ่อรักแม่มากแค่ไหนลูกทุกคนรู้ดี และเขาก็ไม่ได้โชคดีเหมือนแม่ที่ได้เจอคนที่รักเรามากที่สุดอย่างนั้น..

“มาร์คเป็นนักธุรกิจแค่งานเขาก็เยอะแล้ว มาร์คจะเอาเวลามาดูแลเราตั้งมากมายขนาดนั้นทำไมถ้าเขาไม่ได้คิดอะไรกับลูกแม่น่ะ”

อังศนาผ่านเรื่องราวในชีวิตมาเยอะกว่า สามารถตัดสินจากประสบการณ์ได้ว่าใครเป็นยังไง เธอเจอคนมาหลายประเภท คนรวยน่ะยิ่งรวยยิ่งยุ่ง เวลาเป็นเงินเป็นทอง ไม่มีเวลาว่างมาสนใจเรื่องที่ไม่มีความสำคัญในชีวิตของพวกเขาหรอก

ถ้ามาร์คมีเวลาสำหรับแบมแบมนั่นหมายความว่าแบมแบมต้องมีความสำคัญกับเขาอยู่บ้างล่ะ แต่จะสำคัญมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับใจมาร์ค

“แม่กำลังพยายามพูดปลอบใจแบมใช่ไหมครับ”

“แม่พูดความจริงต่างหาก ลองถามเขาดูสิลูก”

“แบมไม่กล้าหรอกครับ” แม่อย่าทำให้ลูกคิดเข้าข้างตัวเองสิ

“ทำไมล่ะ คนรักกันไม่ควรมีเรื่องปิดบังกันนะ หนูสงสัยหรืออยากรู้อะไรก็ถามสิ ถามให้รู้กันไปเลย รักหรือไม่รักจะได้จบ ไม่ต้องมาคิดมาก”

“แบมเคยถามแล้วครับว่าเขารู้สึกยังไง แต่เขาบอกว่าขอเวลาก่อนแล้วจะตอบ แบมให้เวลาเขาถึงตอนแบมฝึกงานเสร็จและมันก็เหลืออีกแค่อาทิตย์เดียวเท่านั้น แต่เขาไม่เคยเอ่ยเรื่องนั้นขึ้นมาก่อนเลย เขาอาจจะลืมไปแล้ว แม่จะให้แบมทำยังไงล่ะครับ”

“แต่มันก็เหลืออีกตั้งหนึ่งอาทิตย์ไม่ใช่เหรอจ๊ะ แม่ไม่เข้าใจเลยว่าแบมกำหนดระยะเวลาทำไม เรื่องของความรู้สึกยิ่งกะเกณฑ์มันยิ่งไม่เป็นไปอย่างใจนะ ความรู้สึกมันละเอียดอ่อน ต้องให้เวลากันหน่อย”

คำถามของแม่แบมแบมตอบไม่ได้ จะให้บอกความจริงได้ยังไงว่าเรื่องของเขากับคุณมาร์คเริ่มต้นจากอะไร เพราะเรื่องนั้นมันทำให้เขาต้องกำหนดระยะเวลา..แค่โกหกแม่เขาก็รู้สึกไม่ดีแล้ว เขาไม่มีทางทำให้แม่ผิดหวังในตัวเขาอีกหรอก

“มีอีกเรื่องที่แบมอยากบอกแม่” แบมแบมเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อความปลอดภัย

“ว่ามาสิจ๊ะ” อังศนาไม่ถามต่อเรื่องความสัมพันธ์ของมาร์คและแบมแบม สิ่งที่เธอเตือนไปแบมแบมน่าจะได้เก็บไปคิดบ้างแล้วล่ะ ปล่อยให้แบมแบมตัดสินใจเอาเองแล้วกัน

“มีบริษัทเสนอทุนให้แบมไปเรียนต่อที่อังกฤษครับ เรียนจบแล้วเขาก็ให้ทำงานกับเขาเลย”

“ว้าว! ข่าวดีนี่จ๊ะ ไปสิลูก โอกาสดีแบบนี้มันไม่ได้มีบ่อยนะ ไปนานไหมล่ะ” อังศนายิ้มกว้าง ดีใจกับลูกจริงๆ

            “หนึ่งปีครับ อาจารย์บอกว่าไม่ต้องเสียอะไรเลย บริษัทออกให้หมดทุกอย่าง เพราะยังไงแบมก็ต้องกลับมาทำงานให้เขาอยู่ดี แต่แบมยังไม่แน่ใจ ยังไงก็ต้องมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อยู่ดีใช่ไหมล่ะ”

“แล้วยังไงล่ะลูก ตอนนี้เราก็พอมีเงินบ้างแล้วนี่ หนี้เราก็ไม่มีแล้ว แบมไปเรียนอย่างสบายใจได้แล้วนะ แม่อยากให้แบมไป ขาดเหลืออะไรก็เอาเงินของพ่อเขาสิ”

“แบม..” แบมแบมลังเลที่จะพูด

“ไม่อยากใช้ล่ะสิ” อังศนารู้ทันความคิดของลูก แบมแบมพยักหน้า

“แบมทำใจไม่ได้น่ะแม่”

“ไปอยู่ตั้งไกลคนเดียวยังไงก็ต้องมีเงินติดตัวไปบ้าง อย่าไปคิดว่าได้มาจากใครสิ คิดแค่ว่าแรกเริ่มมันมาจากไหนก็พอ เราได้ของของเราคืนมาเรามีสิทธิ์ชอบธรรมที่จะใช้  ไม่ว่าระหว่างทางมันจะอยู่ที่ใคร สุดท้ายมันก็เงินเรา”

“แต่ว่า..

“ไปเพื่ออนาคตตัวเองเถอะลูก ไปพัฒนาตัวเองให้เก่งกว่านี้ ความสามารถแบมมันมีมากกว่านี้นะ อย่าสละทุนนะลูก แม่อยากให้หนูไป ทำเพื่อตัวเองบ้างนะ”

อังศนาไม่อยากให้แบมแบมทิ้งโอกาสนี้ไป แบมแบมสมควรจะได้มัน

“ก็ได้ครับ แบมจะไป” แบมแบมเองก็ไม่อยากให้แม่ผิดหวัง แม่ดูภูมิใจกับข่าวนี้มากเลย

“ดีแล้วจ้ะ”

แบมแบมหลับตาลง วางมือทาบลงบนมือแม่ที่วางบนแก้มตน อยู่กับแม่แล้วสบายใจจนอยากจะหยุดเวลาไว้แค่นี้ จะได้ไม่ต้องไปพบเจอเรื่องราวอะไรอีก

 

 

            แบมแบมส่งข้อความหามาร์คไม่ให้เป็นห่วงแล้ววางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ เท้าคางมองน้องสาวนั่งทำการบ้าน

            เป็นเด็กก็ดีนะ เครียดมากสุดแค่เรื่องเรียนและเพื่อนที่โรงเรียน

            “มีแฟนหรือยังโซมี”

“ยังค่ะ”

“ไม่มีคนมาจีบบ้างเหรอ”

“มีนะ แต่หนูไม่ชอบเขา”  แบมแบมอมยิ้ม ยกมือลูบผมน้องสาว เอ็นดู ยัยฝรั่งน้อยของพี่ชายเงยหน้ามอง

“พี่แบมน่ารักขึ้นป้ะ?”

“ชมนี่จะเอาอะไร” โซมีหัวเราะน้อยๆ แล้วส่ายหน้า

“เปล่า แค่รู้สึกเฉยๆ พี่จะไปอังกฤษจริงเหรอคะ ไปเมื่อไร”

“ไม่รู้สิ เดี๋ยวต้องไปคุยกับอาจารย์อีกทีน่ะ”

“พี่แบมเก่งจังเลย หนูอยากเก่งแบบพี่บ้างจัง” โซมีน่ะชื่นชมพี่ชายทั้งสองมากเลยนะ

“โซมีก็ทำได้ แม่บอกว่าเราขยันมากเลยนี่”

“หนูเรียนไม่เก่งก็เลยต้องขยันน่ะสิ”

“ไม่หรอก คนเราจะมีเรื่องที่เราเก่งที่สุดคนละอย่าง ค่อยๆ หาไปเดี๋ยวโซมีก็เจอ”

แบมแบมละความสนใจจากน้องสาวมองโทรศัพท์ที่ดังขึ้นขัดการคุยระหว่างเขากับน้อง นึกว่าจะเป็นคุณมาร์คแต่เบอร์กลับไม่คุ้นเลย

“สวัสดีครับ แบมแบมครับ”

<พี่แบมแบมคะ นี่ดาเองนะคะ ดาริกาพี่แบมแบมจำได้ไหมคะ> ร่างบางนิ่งไป นึกทบทวนว่าใคร ก่อนจะร้องอ๋อว่าดาริกาไหน ชื่อไทยแบบนี้ก็มีแค่ญาติเขานี่ล่ะ แค่นึกว่าญาติทางไหน

“มีอะไร” เสียงหวานเข้มขึ้นจนโซมีแปลกใจ

<พี่แบมแบมอยู่ไหนเหรอคะ หนูขอเจอพี่หน่อยได้ไหมคะ>

“ไม่ว่างครับ ไม่อยากเจอ” แบมแบมตอบอย่างไร้เยื่อใย โซมีจับแขนพี่ ขยับปากไม่มีเสียงว่าใคร

<พี่คะ ได้โปรดเถอะค่ะ หนูขอพบแค่ครั้งเดียวเท่านั้น จากนี้หนูจะไม่โทรไปรบกวนพี่อีกเลย หนูรู้เรื่องระหว่างบ้านพี่กับบ้านหนูแล้ว และหนูก็โดนกดดันให้คุยกับพี่เพื่อขอร้องพี่เรื่องเงินที่ต้องชดใช้ แต่หนูอยากรู้ความจริงอะไรบางอย่าง อยากรู้เรื่องจากทั้งสองฝ่ายก่อนที่หนูจะเชื่ออะไรลงไป นะคะพี่แบมแบม>

เสียงหวานที่สั่นเครือและคำพูดวอนขอทำให้แบมแบมถอนหายใจ นิ่งคิดอยู่ครู่

“พี่อยู่บ้านที่ทัมยาง”

<พรุ่งนี้หนูจะไปหานะคะ>

“ไม่ต้องมาที่บ้านนะ ไปหาพี่ที่ร้านกาแฟใกล้โรงเรียนของโซมี พี่จะส่งแผนที่ไปให้ เธอมากี่โมง”

<น่าจะบ่ายๆ ค่ะ ไปถึงแล้วหนูจะโทรหาอีกที ขอบคุณมากนะคะพี่แบมแบม>

“อืม”

“ใครอ่ะคะพี่แบม”  เมื่อพี่ชายวางสายเด็กสาวก็ถามทันที

“ลูกสาวของดิเรกโทรมา”

“อะไรนะ! โทรมาทำไมล่ะคะ” โซมีสีหน้าไม่สู้ดี เธอรู้เรื่องจากแม่หมดแล้วว่าคนชื่อดิเรกเป็นใครและทำอะไรไว้กับแม่บ้าง

“เขามีเรื่องอยากคุยกับพี่ แปลกดี ไม่รู้ว่าโทรมาเองหรือใครบังคับมา” แบมแบมไม่ได้ใจอ่อน แต่ที่ยอมเจอเพราะจะได้เห็นสีหน้าท่าทางกันด้วย คุยโทรศัพท์จะบีบน้ำตาแสร้งทำยังไงก็ได้

“เขาไม่โทรไปหาพี่คุณล่ะ”

“ถ้าทางนั้นอยากให้ลูกสาวช่วยพูดเรื่องที่บ้าน เขาต้องรู้ว่าการโทรไปหาพี่คุณน่ะคือการฆ่าตัวตายชัดๆ พี่คุณไม่มีทางคุยด้วยดีๆ แน่ เราก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าพี่คุณเป็นไง หมอนั่นน่ากลัวจะตาย”

นิสัยแบมแบมและพี่ชายเป็นยังไงใครก็รู้ พี่ใจร้อนกว่าแบมแบมเยอะ แค้นฝังใจกว่า ใจร้อนกว่า เด็ดขาดกว่ามาก ถ้าพี่พูดคำเดียวว่าไม่ก็คือไม่ ห้ามรบเร้าเซ้าซี้อีก แต่ถ้าขออะไรแล้วพี่เขาจะทำให้หรือให้ได้ นั่นก็หมายความตามนั้นแหละ ไม่ต้องพูดกันเยอะ

“พี่แบมอย่าใจอ่อนให้นะ”

“ไม่มีทางหรอกโซมี ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะพูดเพื่อช่วยพ่อและพี่ชายแค่ไหนพี่ก็ไม่มีวันยกโทษหรือใจอ่อนแน่ อย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับแม่นะ ไว้คุยเสร็จพี่จะบอกแม่เอง”

แบมแบมกำชับไว้ก่อน กลัวแม่ไม่สบายใจ โซมีพยักหน้ารับคำ

 

 

  


 

ดาริกา (แชยอง ทไวซ์)


 แบมแบมเดินเข้าคาเฟ่เล็กๆ พลางมองหาลูกผู้น้อง เขาไม่ได้เจอดาริกามาหลายปี ตอนนี้เด็กคนนั้นคงโตเป็นสาวแล้วล่ะมั้ง

ดาหรือเปล่า?” ร่างบางเดินไปยังโต๊ะหนึ่งที่มีเด็กสาวร่างสูงโปร่งยืนขึ้นมองมาทางตน หน้าเธอละม้ายดลธีแต่มีเค้าหวานกว่ามาก

“ใช่ค่ะ สวัสดีค่ะ”

แบมแบมรับไหว้คนอายุน้อยกว่า ดาริกายืนรอจนแบมแบมนั่งลงแล้วจึงนั่งที่ตนอีกครั้ง

เด็กสาวตื่นเต้นมากที่เดียวที่ได้เจอลูกผู้พี่ เขาอาจจะดุก็ได้นะ ไม่ได้เจอกันมานานถึงเป็นญาติก็เหมือนคนแปลกหน้า

“มาคนเดียวเหรอ?” แบมแบมเริ่มเอ่ยก่อน เพราะถ้ารอให้ดาริกาพูดขึ้นเองคงรอกันนาน ท่าทางดาริกาเหมือนจะกลัวเขาอยู่ไม่น้อยเลย

“ค่ะ ดามาคนเดียว”

“พ่อแม่ไม่ห่วงแย่เหรอ หรือว่าเขาก็รออยู่แถวนี้”

“เปล่าค่ะ ดามาคนเดียวจริงๆ ดาบอกว่าจะมาหาพี่แบมแบมเอง พ่อแม่ไม่รู้ว่าพี่แบมแบมไม่ได้อยู่โซลก็เลยอนุญาตค่ะ”

“มาต่างจังหวัดคนเดียวมันอันตรายนะ ยังไงก็น่าจะบอกคนที่บ้านบ้างสิ” แบมแบมคิ้วขมวด อดดุไม่ได้ ดาริกาก้มหน้า สีหน้าไม่สู้ดี

“คือว่าดา..” พอเห็นหน้าดาริกาแย่ลงเรื่อยๆ แบมแบมก็ถอนหายใจ ลดท่าทางน่ากลัวของตน

“ดูเกร็งๆ นะ ไม่ต้องกลัวพี่หรอก มีอะไรก็พูดมาเถอะ” แบมแบมสั่งเครื่องดื่มกับพนักงานแล้วหันมาพูดกับดาริกาต่อ

ถึงพี่แบมแบมจะไม่ให้เกร็งแต่ดาริกาก็ไม่กล้าสบตาพี่อยู่ดี ดาริกาสูดลมหายใจเพื่อเรียกสติให้อยู่กับเนื้อกับตัวก่อนจะคุยธุระของวันนี้

“พี่ดลบอกว่า..แฟนของพี่แบมแบมบังคับให้เราใช้เงินคืนพี่แบมแบมทั้งหมด และจะซื้อบริษัทไปดูแลเอง นอกจากนั้นยังซื้อที่ดินของบ้านเราไปด้วย เรากำลังจะไม่มีที่อยู่ค่ะ”

“ดลได้บอกดาหรือเปล่าว่าแฟนพี่ทำแบบนั้นเพราะอะไร”

“พี่ดลไม่ได้บอกอะไรมากค่ะ บอกแค่ว่าแฟนพี่แบมแบมต้องการแกล้งเรา แต่เราไม่ได้มีเรื่องกับเขานี่คะ ดายังไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ ดังนั้นแฟนพี่แบมแบมมีเหตุผลอะไรที่จะกลั่นแกล้งเรา ตรงนี้ล่ะค่ะที่ดาแปลกใจ คนเราจะบีบบังคับใครสักคนให้ไร้ทางออกได้ขนาดนี้มันต้องมีสาเหตุไม่ใช่หรือคะ ดาพยายามถามแล้ว และบอกพี่ดลอยู่หลายครั้งว่าถ้าอยากให้ดามาขอร้องพี่แบมแบมให้ พี่ดลต้องเล่าความจริงให้ดาฟัง จนเมื่อวานพี่เขาก็ยอมเล่า แต่เล่าว่าพี่แบมแบมไม่พอใจที่พ่อไม่ยอมใช้เงินคืนอาธาม ทั้งที่พ่อบอกว่าพยายามชดใช้แล้วแต่อาธามไม่เอาคืน ยกหนี้ทั้งหมดให้เรา”

แบมแบมยกยิ้มมุมปากหลังได้ฟังดาริกาพูด ตาคู่สวยนั้นเย็นชาจนดาริกาใจหาย

“ดาเชื่อหรือเปล่าล่ะ”

“บอกตามตรงว่าดายังไม่อยากเชื่อ เลยอยากรู้จากพี่แบมแบมด้วยว่าตกลงเรื่องเป็นยังไง ถ้าเรื่องมันจบที่อาธามแล้วทำไมพี่แบมแบมถึงต้องทำกับเราอย่างนั้นล่ะคะ”

ดาริกาสงสัยจริงๆ ไม่ได้โวยวายอะไรด้วย แบมแบมยกขาไขว่ห้าง กอดอก

“บอกไปเธอจะเชื่อพี่เหรอ ต่อให้พี่บอกความจริงไปดาก็คงเชื่อพ่อและพี่ชายอยู่ดี”

“บอกมาเถอะค่ะ ดาจะตัดสินใจเองว่าควรเชื่อใคร”

            “ได้ ถ้าเธออยากฟังพี่จะเล่าให้ฟัง”

            แบมแบมเล่าความจริงทั้งหมดให้ดาริการับรู้ พยายามไม่ใส่อารมณ์และความรู้สึกของตนเองลงไป

เมื่อฟังจบดาริกาก็หน้าเผือดสี ยกมือสองข้างปิดปาก ท่าทางอึ้งหนักและตกใจจนแบมแบมกลัวว่าเธอจะช็อกไปหรือเปล่า

แบมแบมรอให้ดาริกาลุกขึ้นมาโวยวายว่าเขาใส่ร้ายพ่อของเธอ แต่ดาริกากลับไม่ทำอย่างนั้น เธอเงียบและมีเพียงน้ำใสคลอหน่วยที่ดวงตากลมโตเท่านั้น

 “ไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่ พี่ก็ไม่มีอะไรที่จะบอกเธอมากกว่านี้ พอรู้อย่างนี้แล้วเธอคิดยังไงล่ะดา”

“ดา..” เด็กสาวสับสน แบมแบมเปิดกระเป๋าหยิบกระดาษเนื้อนุ่มส่งให้น้องสาวซับน้ำตาที่ไหลอาบแก้มและเจ้าตัวคงไม่รู้ตัวหรอกน่ะ

            “ตอนแรกดาตั้งใจจะมาขอร้องพี่ให้ช่วยเห็นใจเรา..แต่ตอนนี้ดาละอายใจจนไม่กล้าพูดแล้วล่ะค่ะ”

            ดาริกาเช็ดน้ำตาเสร็จก็เอ่ยออกมา กำกระดาษเช็ดน้ำตาไว้แน่น แบมแบมเห็นความเสียใจผ่านดวงตาของเธอ

“ทำไมดาเชื่อพี่มากกว่าพี่ชายล่ะ ไม่กลัวว่ากลับไปจะถูกต่อว่าเอาเหรอ พวกเขาคงหวังกับดาไว้มากนะว่าดาจะทำให้พี่ใจอ่อนได้”

แบมแบมรู้ทันความคิดของดลธี ไม่รู้จักสำนึกในสิ่งที่ทำแล้วยังมีหน้ามาใช้น้องสาวเป็นเครื่องมือหวังให้เขาช่วยอีก คนบ้านนั้นนี่เกินเยียวยาแล้วจริงๆ  

“กลัวค่ะ แต่ดา..เฮ้อ ดารักพ่อและพี่ชายนะคะ ต่อให้พวกเขาจะเป็นยังไงพวกเขาก็คือครอบครัวของดา แต่รักแค่ไหนบางครั้งก็ต้องแยกกัน สิ่งที่พ่อทำก็ผิดจริงๆ ผิดต่ออาธามมาก ดารับไม่ได้ค่ะ แต่จะให้โกรธเกลียดพ่อดาก็ทำไม่ได้เหมือนกัน พี่คงเข้าใจดาใช่ไหมคะ”

            “อืม พี่เข้าใจ แต่ดาไม่กลัวพี่โกหกเหรอ นึกว่าดาจะเชื่อทางบ้านดามากกว่าพี่เสียอีกนะ”

            แบมแบมประหลาดใจมากที่ดาริกามีความคิดอย่างนี้ อดคิดไม่ได้ว่านี่คือลูกของดิเรกจริงหรือเปล่า

“ดาก็เคยเจออาธามนี่คะ เวลากลับมาจากโรงเรียนประจำ ดาเห็นพ่อไปรบกวนอาเสมอเลย แต่อาก็ไม่เคยพูดอะไร อาใจดีกับหนูมาก พี่จำไม่ได้หรือคะว่ามีครั้งหนึ่งที่พ่อหาเงินค่าเทอมของดาไม่ทัน อาธามก็เป็นคนจัดการให้ถึงที่โรงเรียนให้ดาได้เข้าสอบ..คนแบบอาธามคนอย่างอาไม่ควรต้องมาเจออะไรอย่างนี้และอาไม่ควรจะอายุสั้นแบบนี้ด้วย..ไม่รู้สิคะ ดาอาจจะเป็นลูกและน้องที่แย่มากก็ได้ที่ไม่เชื่อในตัวพ่อและพี่ของตัวเองมากกว่านี้ แต่มันก็ทำใจให้เชื่อยากจริงๆ”

ดาริกาปวดหัวเหลือเกินความรู้สึกสับสนและเจ็บปวดในตอนนี้ เธอไม่อยากยอมรับว่าเรื่องที่พี่แบมแบมพูดนั้นจริงทั้งหมด แต่หลายอย่างที่ผ่านมาเธอก็พอจะคิดได้ว่าเรื่องจริงมันเป็นยังไงแน่

เด็กสาวประสานมือทั้งสองเข้าหากันแล้วกำแน่น ซบหน้ากับมือ ไม่รู้จะทำยังไงดีในเมื่อเรื่องมันออกมาเป็นแบบนี้

แบมแบมมองเด็กสาวด้วยความเห็นใจ ถ้าเพียงแต่ดิเรกและดลธีจะคิดได้แบบนี้บ้าง..เขาอาจจะไม่ใจร้ายกับพวกนั้นขนาดนี้ แต่ยังไงก็เถอะ เมื่อทำผิดก็ต้องชดใช้

“ขอบใจนะที่เข้าใจ พี่จะไม่เปลี่ยนใจในสิ่งที่ทำลงไปแล้ว พี่ขอโทษที่ดาต้องลำบากตามพ่อและพี่ชายไปด้วย พี่เคยอยากปล่อยวางและให้อภัยแต่ยังไงก็ทำไม่ได้จริงๆ พี่เสียพ่อ เสียบ้าน เสียทุกอย่างไปเพราะพ่อของดา”

“ไม่เป็นไรค่ะ ดาเข้าใจ เป็นดาก็คงทำใจไม่ได้เหมือนกัน พี่ทำตามที่พี่เห็นสมควรเถอะค่ะ กลับไปดาจะไปพูดกับพ่ออีกที”

แบมแบมเอื้อมมือไปจับแขนน้องสาว ดาริกาเงยหน้ามองพี่ชายทั้งน้ำตา

มีปัญหาอะไรก็มาบอกพี่..ถ้าดาลำบากหรือเดือดร้อนก็ติดต่อมาพี่จะช่วย แต่จะช่วยแค่ดาคนเดียว พี่ทำให้ได้แค่นี้

“ไม่ต้องหรอกค่ะพี่แบม ไม่จำเป็นเลย” พี่แบมแบมทำไมถึงพูดแบบนี้ เขาจะทำให้เธอยิ่งรู้สึกผิดแทนครอบครัวหรือไง

“ตอนนี้ดาอายุเท่าไรแล้ว”

“คะ? สิบเก้าค่ะ”

“ปีนี้ก็สอบเข้ามหาลัยแล้วสิ”

“ค่ะ”

“จะสอบเข้าคณะอะไรล่ะ”

“พยาบาลค่ะ” ดาริกาสบตาแบมแบม ก่อนจะเอ่ยต่อ “ดาอยากเป็นพยาบาลเหมือนอาอัง แม่ไม่ชอบใจเท่าไรแต่ดาก็เลือกไปแล้ว”

“เรียนมหาลัยมันต้องใช้เงินเยอะนะ และตอนนี้บ้านดาก็ติดขัดเรื่องเงินแล้วด้วย พี่ก็ไม่ได้รวยอะไร แต่ถ้าดาลำบากเรื่องเงินที่ต้องใช้เกี่ยวกับเรื่องเรียนหรือเกิดปัญหาที่มองหาใครไม่ได้จริงๆ ก็บอกพี่แล้วกัน”

แบมแบมหยิบโพสอิทและปากกาในกระเป๋าออกมาเขียน SNS ต่างๆ ของตน เลื่อนกระดาษไปตรงหน้าดาริกา

“อีกไม่นานพี่จะเปลี่ยนเบอร์ใหม่ เบอร์ที่ใช้อยู่ตอนนี้อาจจะไม่ได้ใช้แล้ว ยังไงดาก็เล่นโซเชียลอยู่แล้วใช่ไหมล่ะ เอาติดไว้ เผื่อเปลี่ยนเบอร์พี่จะได้บอกดาได้ เอาไปแล้วติดต่อมาด้วยนะ พี่รู้ว่าดาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนั้นและดาก็คงเสียใจ แค่ดารู้สึกผิดแทนคนอื่นพี่ก็ดีใจแล้วล่ะ อย่าหาว่าพี่ด่าเลยนะ ดาดีผิดพ่อและพี่ชายจริงๆ ดังนั้นพี่จะแยกกัน พี่จะทำตัวเหมือนเดิมกับดา ไม่ต้องคิดมากนะ เรายังเป็นพี่น้องกันอยู่” แบมแบมแยกแยะได้ว่าใครดีหรือไม่ดี มองออกว่าใครจริงใจหรือเสแสร้ง

“ขอบคุณค่ะพี่แบมแบม ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ”

ดาริการับโพสอิทมาใส่กระเป๋าแล้วไหว้ขอบคุณ เธอรู้สึกละอายใจที่ก่อนมาเจอพี่แบมแบมเธอนึกโกรธเคืองเขาไว้มาก พ่อทำเรื่องเลวร้ายกับอาธามแต่พี่ก็ยังคิดจะช่วยเหลือเธออยู่อีก

“ไม่เป็นไร ถ้าสอบติดแล้วก็ส่งข่าวมาบอกพี่บ้างนะ”

“ได้ค่ะ”

“นี่จะกลับยังไง พี่ไปส่งไหม”

“ดาต้องขึ้นรถไปควางจูก่อนค่ะ ดาจองตั๋วเครื่องบินกลับโซลไว้แล้ว”

“เดี๋ยวพี่ไปส่งขึ้นรถแล้วกัน จะกลับเลยไหม”

“ค่ะ กลับเลย”

“นี่กินข้าวมาหรือยัง” ดาริกาส่ายหน้าแทนคำตอบ

“ไปกินข้าวกับพี่ก่อนแล้วกัน ไฟล์ทกลับกี่โมง”

“อีกสองชั่วโมงค่ะ แต่ไม่ต้องก็ได้ค่ะพี่แบม ดายังไม่หิว” ดาริกาเกรงใจ ทั้งที่ความจริงก็หิวแล้วเพราะยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้าเลย

“ไม่หิวก็ต้องกิน ยังไงก็กลับทันอยู่แล้วล่ะ ไม่ต้องห่วงหรอกพี่เลี้ยงเอง” แบมแบมกลัวยัยหนูดาริกาจะเป็นลมเหลือเกิน หน้าซีดจังเลยนะ นี่เธอหิว กลัวเขา เครียดเรื่องบ้าน หรือว่าอะไรกันแน่

“แต่ว่า..

“ไปกินข้าวกันเถอะ” แบมแบมจ่ายค่าเครื่องดื่มเผื่อเธอด้วย เขาลุกขึ้นก่อน เด็กสาวหยิบกระเป๋าสะพายไหล่ ลุกขึ้นยืนพร้อมถือแก้วเครื่องดื่มที่ยังดื่มไม่หมด จะทิ้งไว้ก็เสียดาย

“เรื่องนั้นน่ะทำใจไว้ได้เลยนะ ต้องถูกดุแน่”

“ค่ะ ดาจะเตรียมใจไว้ตั้งแต่ตอนนี้เลยล่ะค่ะ” ดาริกาฝืนยิ้ม รู้สึกเศร้าใจมากกับเรื่องที่รับรู้วันนี้ เหนื่อยจริงๆ

ทั้งคู่เดินออกจากร้านด้วยกัน แบมแบมสังเกตเห็นว่าดาริกาถอนหายใจอยู่หลายครั้ง คงจะเครียด

“ดาโกรธพี่ไหมที่พี่ไม่ยอมช่วยบ้านดา”

“ไม่โกรธค่ะ” ตอนนี้ดาไม่โกรธจริงๆ แต่จะให้อธิบายว่าตอนนี้รู้สึกยังไงก็ทำไม่ได้เหมือนกัน

“แต่ดาดูเครียดมากนะ”

“มันเป็นเรื่องธรรมดาไม่ใช่เหรอคะ บ้านเจอปัญหาใครก็ต้องเครียดอยู่แล้ว ดาทำได้แค่นี้ล่ะค่ะ ช่วยพ่อกับพี่ดลไม่ได้ แต่ดาก็ไม่โทษพี่แบมเหมือนกัน เพราะทุกอย่างมันเริ่มจากพ่อดา ตอนนี้ผลจากอดีตมันย้อนกลับมาเข้าตัวเรา จะโทษใครไม่ได้เลยนอกจากตัวเอง”

“คิดไว้หรือยังว่าจะย้ายไปไหนกัน”

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ พี่ดลดูจะหวังไว้มากว่าเราอาจจะรักษาบ้านกับบริษัทไว้ได้ อีกไม่นานดาก็เข้ามหาลัยแล้ว คงย้ายไปอยู่หอ เรื่องที่อยู่ดามีของดา แต่ที่น่าห่วงคือพ่อกับแม่นี่ล่ะค่ะ”

“ถึงจะเสียบริษัทไปแต่ใช่ว่าจะสิ้นเนื้อประดาตัวสักหน่อย พี่รู้ว่าบ้านดามีเงินในบัญชีและทรัพย์สินมากแค่ไหน ถึงจะคืนเงินพี่มาทั้งหมดก็ยังมีเงินเหลือสำหรับบ้านหลังเล็กสักหลัง”

“จริงหรือคะ พี่ดลไม่ได้บอกดาอย่างนั้น พี่พูดเหมือนว่าเราจบสิ้นจนไม่มีเงินเหลือเลยสักวอน”

“จะเอาบ้านที่ดีพอกับบ้านเดิมก็คงต้องเช่าเอาแต่จะมีเงินเช่าไปได้สักกี่เดือนนั่นพี่ก็ไม่รู้ แต่ถ้าจะซื้อใหม่ก็ต้องยอมจมให้ลง”

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เห็นจะต้องเครียดกันมากขนาดนั้นเลยนี่นา ทุกคนที่บ้านไม่มีใครยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้เลยค่ะพี่แบมแบม”

ดาริกาไม่เข้าใจ พี่ดลพูดเหมือนเราจะต้องไปนอนข้างถนนอย่างนั้นแหละ พลอยทำให้เธอกังวลไปด้วยว่าพ่อแม่จะต้องลำบาก พี่ชายนี่จริงๆ เลย

“พี่ไม่แปลกใจเลย ถ้าเริ่มต้นมาด้วยความสบายมันก็ไม่มีใครอยากลำบากหรอก”

“ดาจะไปพูดกับทุกคนยังไงดีล่ะคะ”

“ลองพูดดูก่อนสักรอบหนึ่ง แต่ถ้าไม่รู้เรื่องตั้งแต่ครั้งแรกก็ไม่ควรพูดอีก พูดไปก็ไม่มีใครฟังหรอก”

แบมแบมแนะนำน้องได้เท่านี้แหละ ดาริกาหนักใจเหลือเกิน

“นี่รถพี่แบมแบมเหรอคะ” ทั้งคู่เดินคุยกันมาจนถึงรถ ดาริกาอึ้งไปเล็กน้อย ยืนมองพี่ชายที่ขึ้นคร่อมรถมเตอร์ไซค์พลางสวมหมวกกันน็อค แบมแบมพยักหน้า

“อือ รถแม่น่ะ ทำไมเหรอ”

“ดาไม่คิดว่าพี่จะขับมอเตอร์ไซค์มา นึกว่าใช้รถยนต์ซะอีก นี่พี่มาทัมยางยังไงคะ นั่งเครื่องเหรอ”

“เปล่า รถไฟ พี่มีรถยนต์ใช้ที่ไหนล่ะ ของที่บ้านก็ไม่มี พี่ไม่มีเงินซื้อรถยนต์กันหรอกจ้ะ”

“อ่าว แฟนพี่แบมแบมรวยมากๆ เลยนี่คะ ดาก็เลยนึกว่าพี่จะ..”  ดาริกาแปลกใจมากทีเดียว พี่ดลบอกว่าแฟนพี่แบมแบมเป็นมหาเศรษฐีหลายพันล้านเหรียญไม่ใช่เหรอ ทำไมพี่แบมดูติดดินจัง

“เขารวยก็ส่วนของเขาสิ แต่พี่จนนี่นา”  แบมแบมหัวเราะที่ดาริกาหน้าเหวอไปเลยเมื่อรู้ว่าเขาไม่มีเงินซื้อรถ ก่อนจะหมดหนี้บ้านเขาไม่มีปัญญาแม้แต่จะผ่อนรถยนต์สักคัน

“ซ้อนท้ายเป็นไหมเนี่ย?”

“เป็นค่ะ เคยซ้อนเพื่อนอยู่” ดาริกาขึ้นรถคล่องดี แบมแบมนึกว่าดิเรกจะเลี้ยงลูกสาวคนเดียวแบบไข่ในหินเป็นคุณหนูจ๋าจนนั่งรถมอเตอร์ไซค์ก็ยังทำไม่เป็นเสียอีก

“เกาะก็ได้นะ เดี๋ยวตก”

“พี่ขับเร็วเหรอคะ”

“ก็นิดนึง”

“ว้าย!” ดาริกาเกาะเอวบางแทบไม่ทันเลยทีเดียว แบมแบมหัวเราะแต่คนซ้อนไม่ขำด้วยเลยนะ

นี่ไม่เรียกนิดนึงแล้ว พี่แบมแบมจะรีบไปไหนน่ะ

 

 

           

 

ร่างบางที่กำลังนอนเล่นบนเตียงดูการ์ตูนผ่านโน้ตบุ๊คเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มาเช็กเมลว่ามีอีเมลของอาจารย์บ้างไหม เพราะเมื่อวานก่อนแบมแบมส่งเอกสารทั้งหมดที่ต้องใช้ไปให้อาจารย์ตรวจให้ว่าครบและเรียบร้อยหรือเปล่า

แบมแบมไปคุยกับคุณเจย์มาเรียบร้อยแล้วว่าจะเลือกไปเรียนต่อ คุณเจย์ไม่ว่าอะไรสักคำแถมยังสนับสนุนให้เขาไปอีกต่างหาก ส่วนตำแหน่งงานวิศวกรออกแบบเรือก็ตกเป็นของจีมินไป ยัยเพื่อนรักของเขาดีใจใหญ่ที่ไม่ต้องไปหางานเองแถมหนีคุณฮยองวอนได้ด้วย  

แบมแบมรีบเปิดอีเมลอ่านเมื่อเห็นว่าอาจารย์ที่ปรึกษาตอบกลับมาแล้ว

แบมแบม อาจารย์ส่งลิ้งค์ตรวจของ IOM ให้แล้วนะ เตรียมเอกสารตามนั้นเลย อ้อ เอกสารอย่างอื่นที่ส่งมาอาจารย์ตรวจละ เรียบร้อยดี เรื่องที่พักทางซีเคก็ส่งมาแล้วด้วย แต่ขาดแค่อย่างเดียวคือแบมลืมผล IELTS น่ะ ส่งมาให้อาจารย์ด้วยนะ

ก่อนจะไปตรวจต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมอย่าไปทั้งที่เป็นหวัดเชียวนะ ไม่งั้นอาจโดนไปตรวจซ้ำหรือเช็กเสมหะได้ ถ้าเกิดมีปัญหานี่ต้องรอไปสองเดือนเลยนะกว่าจะได้ตรวจใหม่ รุ่นพี่เราน่ะโดนมาแล้ว เกือบไม่ทันทำวีซ่าแน่ะ พอตัดสินใจแล้วว่าจะไปวันไหนก็โทรไปนัดหมายเวลาเลย หรือไม่ก็จองคิวผ่านระบบออนไลน์ไว้  วันนัดก็ไปแต่เช้านะ ตรวจแค่ 2-3 ชั่วโมงก็เสร็จ ถ้าไม่มีปัญหาอะไรเราก็ได้ใบรับรองภายในวันนั้นแหละ มีปัญหาอะไรโทรมาหาอาจารย์ละกัน

แบมแบมเปิดลิ้งค์ที่อาจารย์ให้มา อ่านมาเรื่อยๆ ก่อนจะชะงักที่เอกสารบางข้อ

ขั้นตอนการตรวจสุขภาพ (ตรวจวัณโรค) เพื่อขอวีซ่าอังกฤษ

เอกสารที่ต้องนำไปในวันตรวจวัณโรค

….

4.สมุดบันทึกการตั้งครรภ์สำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์

หากท่านกำลังตั้งครรภ์ ท่านมีตัวเลือกในการตรวจหาเชื้อวัณโรคดังต่อไปนี้:

การเอ็กซเรย์ โดยมีแผ่นป้องกันซึ่งจะช่วยปกป้องท่านและเด็กในครรภ์

การตรวจจากเสมหะ (ไอเอาเสมหะออกจากปอด) ทั้งนี้จะมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมสำหรับการตรวจเสมหะ และจะใช้เวลาถึง 8 สัปดาห์เพื่อทำการตรวจ หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือรอให้ท่านคลอดบุตรก่อนแล้วค่อยมาทำการตรวจ กรุณาปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพที่สถานพยาบาลในกรณีที่ท่านมีปัญหาหรือมีข้อสงสัย

แบมแบมลุกขึ้นนั่ง จดจ้องข้อความบนจอเหมือนมันเป็นภาษาประหลาดที่ยากเกินเข้าใจจนต้องอ่านซ้ำทวนอยู่หลายรอบ ร่างบางสะดุ้งเมื่อมีสายเรียกเข้าขัดจังหวะ หยิบมาดูชื่อก่อนกดรับ

“ครับพี่มาร์ค”

<พี่จะกลับดึกหน่อยนะครับ ไม่ต้องรอ แค่นี้นะ>

“ครับ” แบมแบมวางสายงงๆ ที่อีกฝ่ายโทรมาพูดไม่กี่คำก็วาง ช่วงนี้คุณมาร์คกลับดึกตลอดเลย เหมือนหลบหน้ากันยังไงไม่รู้ ถ้ามีเรื่องจะคุยด้วยต้องรอเจอตอนเช้าตลอด

แต่เรื่องที่ว่าทำไมคุณมาร์คไม่ค่อยกลับบ้านเร็วยังไม่น่าเครียดเท่ากับเรื่องที่เขาเผชิญตอนนี้

เขาต้องไปตรวจก่อนใช่ไหมว่าท้องหรือไม่ท้อง..

“งื้อ ให้ตายเถอะ!” แบมแบมล้มตัวนอนแล้วดิ้นไปมา คิดไม่ตกว่าจะเอายังไงดี

ที่จริงก็ไม่รู้หรอกนะว่าท้องหรือเปล่าแต่จะให้ไปตรวจก็ไม่กล้า และถ้าไม่ไปตรวจแล้วเกิดท้องขึ้นมาจริง เวลาไปตรวจสุขภาพอาจจะเป็นอันตรายกับ..ก็ได้

แบมแบมคว้าโทรศัพท์มาโทรหาเพื่อนรัก ในเวลาแบบนี้ก็ต้องพึ่งความคิดเห็นจีมินแล้วล่ะ

           

 

 

 

            มาร์คนั่งลงบนเตียงนุ่มอย่างระวังเพื่อไม่ให้แบมแบมตื่น ขยับผ้าห่มที่เลื่อนลงไปบริเวณเอวมาคลุมถึงอก ก่อนจะยันมือกับที่นอนค้ำอยู่เหนือร่างบาง อีกมือปัดผมนุ่มแล้วไล้แก้มเนียนแผ่วเบา

            อาทิตย์สุดท้ายแล้ว..อีกเพียงไม่กี่วันกันต์ก็จะฝึกงานเสร็จ

            มาร์คอยากจะทำเป็นลืมวันลืมคืนไป แต่ความร้อนรนภายในใจกลับคอยย้ำเตือนถึงความเป็นจริงที่ใกล้เข้ามา เขาควรจะทำยังไงดีถึงจะรั้งกันต์ไว้ไม่ให้ไป

            คนที่อยู่ในนิทราขยับตัว มือชนกับตัวมาร์ค ค่อยลืมตาขึ้นมองอย่างงัวเงีย ภาพที่พร่าเลือนทำให้ต้องหลับตาลง กลิ่นโคโลญแสนคุ้นเคยบอกให้รู้ว่าไม่ได้ฝันไป

            แขนเรียวสอดกอดเอวสอบของคนที่คร่อมตนไว้ ลืมตาขึ้นอีกครั้ง

            “กี่ทุ่มแล้วครับ”

            “เที่ยงคืนครับ”

            “กลับช้าจัง” เสียงหวานบ่นงึมงำในคอ แต่มาร์คก็ยังได้ยิน ท่านของแกะอมยิ้ม ก้มลงหอมแก้มนุ่มไปหนึ่งฟอด

“ขอโทษนะ พี่กวนใช่ไหม” หน้าหวานส่ายปฏิเสธ ยังกอดมาร์คไม่ปล่อย

             “ไปอาบน้ำสิครับ จะได้มานอน”

“กันต์ไม่ปล่อยแล้วพี่จะไปอาบยังไงล่ะครับ”

“นอนคนเดียวมันเหงานะครับ” มาร์คยิ้มกว้าง แค่คำพูดออดอ้อนธรรมดาก็ทำให้คนฟังชื่นใจ

“ขอโทษนะ” ใช่ นอนคนเดียวมันเหงา..เหงามาก ถ้ากันต์หายไปเขาจะนอนหลับได้ยังไง..

ถ้าไม่มีกันต์เขาจะอยู่ได้อย่างไรกัน..

“หลายวันมานี้พี่มาร์คไปไหนมาหรือครับถึงกลับบ้านช้าตลอดเลย” แบมแบมไม่รู้ว่าถามได้ไหมแต่เขาอยากรู้ เขากลับบ้านคุณมาร์คก็ยอมให้กลับ จะไปไหนก็ยอม ไม่เอาเขาไว้ใกล้ตัวตลอดเวลาอีก

“มีงานนิดหน่อยน่ะ”

“จำเป็นต้องทำจนดึกดื่นเลยเหรอครับ”

“อื้ม”

“ที่ถามก็เพราะเป็นห่วงนะครับ” แบมแบมเป็นห่วงจริงๆ ไม่ได้อยากจะจุ้นจ้านวุ่นวาย เขารู้ว่าคุณมาร์คดูแลตัวเองได้แต่อดห่วงไม่ได้อยู่ดี

 “ขอบคุณนะ พี่ไม่เป็นไรหรอกแค่เครียดบ้างนิดหน่อย” เรื่องงานจะเจอปัญหาหนักแค่ไหนยังเครียดไม่เท่าเรื่องของกันต์พิมุกต์เลยด้วยซ้ำ

“ไปอาบน้ำเถอะครับ จะได้มาพักผ่อน” แบมแบมยอมคลายอ้อมกอดแต่มาร์คกลับรั้งแขนไว้

มาร์คจับมือนิ่มขึ้นจูบเบาๆ แล้ววางทาบกับแก้มตน ตาคู่สวยนั้นสบตากลมโตขณะเอ่ย

“อย่าปล่อยมือไปจากพี่ได้ไหม”

ทั้งคู่ตกอยู่ในความเงียบงัน ทุกคำจากปากมาร์คชัดเจนในใจคนฟัง แววตาที่เก็บซ่อนความรู้สึกมากมายและชวนให้ใครต่อใครหลงใหลทำให้คนมองต้องหลบตา

แบมแบมรู้ว่ามาร์คหมายถึงอะไร และมาร์คเองก็รู้ตัวดีว่าตนเองพูดอะไร

ทำไมเหรอครับ..แบมแบมได้แต่ถามอยู่ในใจไม่กล้าพูดออกไป

อย่าปล่อยมือเหรอ..เขาก็ไม่อยากปล่อย แต่จำเป็นต้องปล่อยท่านไปเจอใครที่ดีกว่าเขา คนที่คู่ควรกับคุณมาร์คมากกว่าเขา และคนที่คุณมาร์ครักซึ่งคนคนนั้นไม่ใช่เขา

แบมแบมข่มความรู้สึกอยากร้องไห้เอาไว้ แม้ขอบตาจะร้อนผ่าวแต่ต้องดึงมือคืนจากมือมาร์ค

มาร์คมองคนที่พลิกกายหันหลังให้แทนคำตอบ ในใจรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างหล่นหายไป มันวูบโหวงจนรู้สึกไม่ดีเลย..กันต์รู้อยู่แล้วว่าเขาหมายถึงอะไร เขาคงขอมากเกินไปสินะ

“พี่ไปอาบน้ำก่อนนะ” มาร์คก้มจูบที่ไหล่อีกคนเบาๆ แล้วลุกไปอาบน้ำ

เมื่ออีกคนไปพ้นบริเวณแล้วแบมแบมก็อดถอนใจไม่ได้ เขาไม่ได้อยากทำตัวไม่น่ารักด้วยการหันหลังให้หรอกนะ แต่ถ้ามองตาคุณมาร์คนานกว่านั้นเขาต้องยอมแพ้กับความรู้สึกตัวเองจนร้องไห้แน่

แบมแบมรู้ตัวดีว่าแพ้ทางคุณมาร์ค แพ้สายตาที่ชวนให้คนมองลุ่มหลงคู่นั้น แพ้ตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกันจนถึงวันนี้..         

 

 

 

 

“แน่ใจเหรอแบมว่าแกจะตรวจจริงๆ” จีมินรั้งแขนเพื่อนไว้ก่อนเพื่อนจะเดินเข้าห้องตรวจ แบมแบมจับมือจีมินไว้

“แน่ใจสิ มาถึงขนาดนี้แล้วฉันต้องตรวจให้แน่ใจ ฉันรอเวลาไม่ได้แล้วนะแก ถ้าไม่ท้องฉันจะได้สบายใจด้วย ตอนนี้ฉันเครียดจะตายอยู่แล้ว”

เมื่อคืนจีมินเองไม่ใช่หรือที่เร่งเร้าให้เขามาหาหมอ แต่พอเขาจะตรวจยัยเพื่อนคนนี้กลับมาขัดกัน

“แล้วถ้าท้องล่ะ?”

“ว่าไง ถ้าท้องแกจะทำยังไง แกก็ยังจะไปเรียนต่อหรือไง” จีมินเร่งเอาคำตอบเมื่อเพื่อนมัวแต่เงียบ

“เรื่องนี้เอาไว้คิดตอนรู้ผลแล้วกัน” แบมแบมยื้อเวลาไปอีกหน่อยแล้วรีบเดินเข้าห้องตรวจ

จีมินปล่อยเพื่อนให้เข้าไปหาหมอ สีหน้าไม่สู้ดี กังวลไปด้วยเลย หญิงสาวได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้ท้องเลย ไม่อย่างนั้นเพื่อนเธอต้องแย่แน่ๆ

 

 

 

“ยินดีด้วยนะคะ คุณกันต์พิมุกต์ตั้งครรภ์ได้หกสัปดาห์แล้วค่ะ”

คุณหมอสาวเอ่ยกับคนไข้ด้วยรอยยิ้มเพราะคิดว่าเป็นข่าวดีของอีกฝ่าย แต่คนฟังอย่างแบมแบมและจีมินหน้าเผือดสีไปตามกัน

“ไอ้แบม..” จีมินได้สติก่อน เธอจับมือเพื่อนไว้ บีบแน่น มองเพื่อนอย่างเป็นห่วงและกังวลเพราะมือแบมแบมเย็นมากเลย

“หมอไม่ได้ตรวจผิดแน่นะคะ” จีมินยังหวังว่ามันอาจจะมีเรื่องผิดพลาดเกิดขึ้น

“ไม่ผิดแน่นอนค่ะ คุณกันต์พิมุกต์ตั้งครรภ์จริงๆ เอ่อ มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ” คุณหมอเป็นห่วงเช่นกันเมื่อว่าที่คุณแม่หน้าซีดเหลือเกิน

แบมแบมทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ จะเป็นลม จีมินรีบพัดวี มือหนึ่งลูบไหล่เพื่อนไปมา อีกมือโบกลม

“แกทำใจดีๆ ไว้นะเว้ย อย่าเพิ่งช็อกนะไอ้แบม” จีมินจะร้องไห้แล้วนะ สีหน้าเพื่อนดูแย่มากเลย

คำอธิษฐานของเธอไม่เป็นจริงซะแล้วสิ..ปัญหาใหญ่เกิดขึ้นแล้ว จะทำยังไงล่ะทีนี้ ตอนนี้แบมแบมจะรู้สึกยังไงบ้างนะ ขนาดเธอยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่านี่เรื่องจริง

“คุณแม่ตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมหรือคะ?” คุณหมอท่าทางซีเรียสขึ้น จีมินและแบมแบมมองหน้ากันก่อนหันไปหาแพทย์สาว

“คุณหมอหมายถึง..” จีมินถามปลายเปิดเพื่อให้หมอเติมคำตอบโดยไม่ต้องรอเดาไปเอง

“ถูกข่มขืนหรือเปล่าคะ”

“ไม่ใช่ค่ะ” คุณแม่ยังดูไม่โอเคที่จะตอบอะไรจีมินจึงตอบแทน

“มีปัญหาอย่างอื่นหรือคะ อายุของคุณแม่ก็ไม่ได้น้อยมากจนมีความเสี่ยงนะคะ แต่ก็ต้องดูแลเป็นพิเศษด้วยเพราะการตั้งครรภ์ของผู้ชายจะน่าเป็นห่วงกว่าผู้หญิง สามารถฝากครรภ์พิเศษได้นะคะ ไม่ต้องกังวลเลยค่ะ หมอจะดูแลอย่างดีแน่นอน”

คุณหมอให้กำลังใจ แต่แบมแบมกลับยกสองมือปิดหน้า พยายามรวบรวมสติ จีมินบีบไหล่เพื่อน พร่ำบอกว่าใจเย็นๆ อยู่หลายครั้งก่อนหันไปพูดกับหมอ

“เพื่อนของฉันเขาตกใจน่ะค่ะเขายังไม่อยากท้องตอนนี้ เอ่อ คุณหมอขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ”

“ได้สิคะ”

“เพื่อนฉันป้องกันดีมากเลยนะคะทั้งกินยาและฉีดยาคุม ทำไมยังตั้งท้องได้ล่ะคะ”

“อ่า..มีช่วงไหนที่เว้นไม่ได้คุมไหมคะ”

“มีนะคะช่วงเลิกกินยาแล้วรอไปฉีดยา แต่ช่วงนั้นเพื่อนฉันไม่ได้นอนกับแฟนนะ” จีมินว่าแค่สองคืนที่นิวยอร์กไม่น่าจะได้ผลดีขนาดนี้มั้ง ถ้าใช่มิสเตอร์ก็เก่งเกินไปแล้ว

..นอน” คุณแม่ค้านเสียงอ่อน ยังทำใจไม่ได้แต่ก็พูดไหวแล้ว

“อะไรนะ!” จีมินหันขวับมาแหวใส่เพื่อนที่สารภาพอุบอิบ ว่าที่คุณแม่สะดุ้งโหยง คุณหมอพลอยตกใจไปด้วย

“ก็..ก่อนจะไปฉีดยากับแก ฉัน..เอ่อ..เออนั่นแหละ แล้วก็..เขาไม่ได้ป้องกันน่ะจีมิน ฉันเองก็ไม่ได้กินยาคุมฉุกเฉินด้วย วันที่ฉันโทรไปร้องไห้กับแกน่ะ ไม่ได้ทะเลาะกับเขาอย่างเดียวหรอก ความจริงฉันเครียดเรื่องนี้ด้วยแต่ไม่กล้าเล่า”

แบมแบมพูดความจริงโดยระวังเพื่อนไปด้วยว่ามันจะโวยวายออกมาหรือเปล่า จีมินผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างรวดเร็วจนหมอและเพื่อนสะดุ้งอีกรอบ

หญิงสาวเดินไปมาภายในห้อง ดูเครียดกว่าคนท้องเสียอีก

“ทำไมแกไม่ยอมกินยาคุมฉุกเฉิน” จีมินหันมาถามเสียงเย็น แบมแบมเผลอขยับเก้าอี้ไปหาคุณหมอหวังพึ่ง

“เอ่อ ฉันแชทไปหาพี่มินเพื่อฝากซื้อยาเลยนะคุณมาร์คจะได้ไม่รู้ แต่เขาใช้มือถือฉันบอกยกเลิกกับพี่มินตอนฉันไปเข้าห้องน้ำ แล้วเขาก็ให้ฉันอยู่ในสายตาเขาทั้งวัน มันไม่มีเวลาหนีไปซื้อได้เลยอ่ะแก”

แค่คิดขึ้นมาน้ำตายังจะรื้น แบมแบมพยายามดูแลตัวเองแล้วนะแต่คุณมาร์คไม่ยอมให้ความร่วมมือนี่ ลูกคนนี้เกิดมาก็เพราะคุณมาร์คนั่นล่ะ

“แสดงว่าเขารู้แล้วหรือว่าแกท้องได้?” จีมินตาโต แบมแบมนิ่งไปก่อนจะพยักหน้า

“สงสัยอย่างนั้นเหมือนกัน” ถึงคุณมาร์คไม่พูดออกมาแบมแบมก็คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้หรอก

“ที่แกท้องก็เพราะเขาจงใจทำน่ะสิ” จีมินเสียงขุ่น แบมแบมว่าจีมินเริ่มจะโกรธแล้วล่ะ..

“ก็..” แบมแบมก้มหน้างุด ถ้าคุณมาร์คนั่งอยู่ตรงนี้ต้องโดนจีมินทำร้ายร่างกายหรือไม่ก็ต่อว่าอย่างหนักแน่ๆ

จู่ๆ สองเพื่อนซี้ก็ตกอยู่ในความเงียบพร้อมกัน จีมินเดินมาทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้ตามเดิม

“มิสเตอร์ทำอย่างนั้นทำไมวะ ถ้าไม่รักแล้วจะทำแกท้องทำไม หรือเขาจะหาทางรั้งแกไว้ ถ้าเป็นแบบนั้นบอกเลยว่าโคตรแย่” จีมินลดคะแนนมิสเตอร์จากเต็ม100 เหลือติดลบ 1000 ไปเลย

“เป็นไปไม่ได้หรอก เขาจะอยากรั้งฉันไว้ทำไม เหตุผลที่ไม่ป้องกันมันก็เหตุผลส่วนตัวของเขานั่นล่ะ”

จีมินดูไม่สบอารมณ์มากทีเดียว แบมแบมกลายเป็นฝ่ายต้องบอกให้ใจเย็นๆ บ้าง

“เอ่อ..จะฝากท้องเลยไหมคะ” คุณหมอยังเกรงๆ จีมินอยู่มากเลย คนไข้รับมือไม่ยากหรอกแต่เพื่อนคนไข้อารมณ์รุนแรงเหลือเกิน

“ครับ ฝากเลย ” แบมแบมไม่รีรอหรือคิดนานเพราะต้องการหลักฐานจากที่นี่ไปตรวจสุขภาพอีก นี่ไม่ใช่เวลามาตีโพยตีพาย เขาแค่กำลังจะมีเด็กไม่ใช่ป่วยหนักจนหมดทางรักษา

เอาเถอะ ท้องก็ท้อง ลูกคนเดียวจะเลี้ยงไม่ได้ให้รู้ไปสิ ไม่ใช่ว่าแบมแบมไม่เครียดแต่ยังไงลูกก็เกิดมาแล้วก็ควรต้องเริ่มทำใจและยอมรับความจริง เพราะเขาไม่คิดจะเอาเด็กคนนี้ออกอยู่แล้ว

คุณหมอค่อยยิ้มออกเมื่อเห็นคุณแม่ดีขึ้นทั้งสีหน้าและท่าทาง คงทำใจได้แล้วสินะ

 

 

“แบมแบม ฉันอยากคุยกับแก” จีมินที่เดินไปรับยามาให้ยื่นถุงยาให้เพื่อน แบมแบมรับยามาใส่กระเป๋า

“เอาไว้ก่อนได้ไหมจีมิน ตอนนี้ไม่มีอารมณ์จะคุยจริงๆ แก ไม่ไหวแล้วว่ะ ขอกลับบ้านไปทำใจก่อนนะ เดี๋ยวไหวแล้วจะโทรไป” แบมแบมฝืนยิ้มให้เพื่อน จีมินพยักหน้า เข้าใจ

“เอาเถอะ แกอยากจะคุยเมื่อไรก็โทรมานะ ฉันเป็นห่วงแกนะแบมแบม”

“อืม ขอบใจว่ะ”

“ให้ไปส่งไหม” แบมแบมส่ายหน้า โบกมือลาแล้วเดินจากไป จีมินยอมปล่อยให้เพื่อนกลับไปคนเดียว แบมแบมเองก็คงต้องการเวลาคิดทบทวนอะไรตามลำพังบ้าง เรื่องนี้มันเรื่องใหญ่จริงๆ

 

 

 

 

แบมแบมเก็บยาสำหรับดูแลเจ้าตัวเล็กอย่างมิดชิดเพื่อไม่ให้คุณมาร์คสังเกตเห็นได้

ร่างบางทรุดลงนั่งปลายเตียง มองไปรอบห้องนอนกว้าง ตัดสินใจแล้วว่าเขาควรไปจะจากที่นี่ให้เร็วที่สุด แต่ปัญหาคือจะไปเมื่อไรและควรจะบอกลาคุณมาร์คตอนไหนดี

ใจหนึ่งแบมแบมอยากบอกเรื่องสำคัญนี้ให้คุณมาร์ครับรู้ แต่อีกใจก็ไม่รู้จะบอกไปเพื่ออะไร..

ถ้าคุณมาร์คไม่รู้สึกอะไรกับเขา..แบมแบมจะสามารถบอกเรื่องลูกคนนี้ได้จริงเหรอ ไม่กล้าหรอก ถ้าไม่เป็นไปอย่างที่จีมินเดาว่าคุณมาร์คต้องการเอาลูกมารั้งเขาไว้และไม่ต้องการลูก เขาคงอยู่ต่อไม่ได้

หรือถ้าคุณมาร์คเอาลูกมารั้งเขาไว้จริง แสดงว่าคุณมาร์คก็คงไม่รักลูกหรอกถึงใช้ชีวิตน้อยๆ นี่เป็นเครื่องมือให้ตัวเองได้ในสิ่งที่ต้องการ นั่นยิ่งทำให้อยู่ต่อไม่ได้

ไม่ว่าคิดในทางไหนก็ไม่ควรบอกสินะ..

“เครียดจัง..แม่จะทำยังไงดี”  แบมแบมซบหน้ากับฝ่ามือทั้งสอง เศร้าจนต้องระบายกับตัวเล็กในท้อง รู้สึกแปลกมากที่ต้องแทนตัวเองว่า แม่ กับใครสักคน..แต่มันก็ไม่ใช่ความรู้สึกที่แย่อะไร

จากนี้เขาคงแทนตัวเองว่าแม่ได้อย่างสนิทใจและมีความสุขได้ แค่ต้องใช้เวลาให้เคยชินกับความเปลี่ยนแปลงนี้เท่านั้น

แบมแบมไม่คิดหรอกนะว่าลูกทำลายชีวิตตน ถึงแกจะเกิดมาโดยที่เขาไม่ได้ต้องการแต่แรกก็เถอะ แต่แบมแบมไม่ใจร้ายพอที่จะเอาความรู้สึกแย่ๆ ไปโยนใส่ชีวิตน้อยๆ ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวด้วย

“ถ้าแม่จะพาหนูไปลำบากหนูจะโกรธแม่ไหมครับ..”  แบมแบมคือคนขี้ขลาดที่ไม่อยากรับรู้ความผิดหวังเสียใจ แบมแบมกลัว..สู้ไม่บอกแต่แรกเสียยังดีกว่า เราอยู่กันสองคนแม่ลูกก็ได้

 

 

 

 

แบมแบมนั่งรออาจารย์อยู่ที่โรงอาหารของคณะเพราะอาจารย์ยังทำงานวิจัยอยู่ในแลป มือเรียวเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ไปมา อ่านบทความเดิมในหน้าเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยที่จะไปเรียนต่อซ้ำๆ อย่างไม่รู้จะทำอะไร ความกังวลยังติดอยู่ในใจไม่หาย

“แบมแบมรอนานไหม” ร่างสูงโปร่งเดินมาหาแบมแบมพร้อมรอยยิ้มใจดีที่แบมแบมคุ้นเคยมาตลอดสี่ปี แบมแบมลุกขึ้นยืน โค้งให้อาจารย์ รอจนอาจารย์นั่งลงแล้วจึงนั่ง

“ไม่ครับ ผมคงไม่ได้มารบกวนใช่ไหมครับ”

“ไม่หรอก อาจารย์ก็ทำงานกลับค่ำทุกวันอยู่แล้ว เอาล่ะว่าไง มีปัญหาตรงไหนหรือเปล่าถึงต้องมาหาอาจารย์ด้วยตัวเองเลย”

“ผม..มีเรื่องอยากจะถามน่ะครับ”

“ว่ามาสิ”

“นี่น่ะครับอาจารย์ สาขาที่ผมจะไปเรียนต่อผมดูข้อมูลอย่างละเอียดแล้ว มีทั้งรอบเดือนมกราคมแล้วก็กันยายน..ถ้าผมจะไปเรียนมกราเลยได้ไหมครับ” แบมแบมยื่นโทรศัพท์มือถือให้อาจารย์ดู

“อะไรนะ?! ไปมกรา มีเวลาเตรียมตัวไม่ถึงเดือนเนี่ยนะแบมแบม มันไม่กะทันหันไปหน่อยเหรอ อาจารย์ว่ารอไปกันยาดีกว่าไหม เผื่อเวลาหน่อยเถอะ นี่ไปตรวจสุภาพผ่านแล้วเหรอ”

อาจารย์ปาร์คตกใจ เขาจ้องหน้าหวานก่อนมองหน้าเว็บที่ลูกศิษย์เปิดไว้

“ผมอยากไปให้เร็วที่สุดครับ ผมได้ใบรับรองที่ไปตรวจสุขภาพและเอาไปทำวีซ่ามาแล้วเมื่อวาน แค่สองอาทิตย์วีซ่าก็ได้แล้วนี่ครับ เรื่องเตรียมตัวผมเตรียมของทันแน่นอนครับ ส่วนทางยูจะส่งจดหมายไปก่อน แค่อาทิตย์เดียวเขาก็ตอบกลับมาแล้ว ผมว่าน่าจะไม่มีปัญหา” แบมแบมคำนวณเวลามาอย่างดี

อาจารย์ถอนหายใจ รู้ว่าแบมแบมไม่ใช่คนที่จะตัดสินใจทำอะไรโดยไม่ไตร่ตรองให้รอบคอบก่อน

“เราน่ะไม่มีปัญหา แต่ทางซีเคล่ะเขาเป็นคนออกทุนนะ”

“นี่ล่ะครับที่ผมอยากจะมาปรึกษา อาจารย์พอจะช่วยติดต่อทางซีเคให้ผมหน่อยได้ไหมครับ”

“ได้น่ะมันได้อยู่หรอก แต่อาจารย์ขอรู้เหตุผลหน่อยได้ไหม ทำไมถึงได้ตัดสินใจอะไรรวดเร็วอย่างนี้”

“มันเป็นเหตุผลส่วนตัวน่ะครับอาจารย์ ขอโทษนะครับ”

อาจารย์ที่ปรึกษามองศิษย์ที่นั่งก้มหน้าเหมือนมีความทุกข์ใจบางอย่างแล้วก็ตัดสินใจไม่ถามต่อ

“ก็ได้ อาจารย์จะนัดทางนั้นให้ แต่ไม่รู้ว่าจะได้ไปพบเมื่อไรนะ เพราะว่าเราต้องไปพบประธานของซีเคเลย ประธานซีเคเป็นคนเสนอชื่อแบมแบมให้รับทุนของเขาเอง”

“อะไรนะครับอาจารย์ ประธานซีเคเหรอครับ?” แบมแบมประหลาดใจไม่น้อยเลย อาจารย์พยักหน้าก่อนจะยืนยันอีกครั้ง

“ใช่ ประธานบริษัทซีเคกรุ๊ป คุณคิมจีวอนน่ะ”

 

 

 

 

มาร์คมองคนที่นั่งเหม่ออยู่สักพักอีกฝ่ายก็ยังไม่รู้ตัวจนต้องเดินไปปิดโทรทัศน์เพื่อเรียกความสนใจ แต่ถึงอย่างนั้นแบมแบมยังนั่งนิ่ง ไม่รับรู้เลยว่าเสียงจากจอภาพขนาดใหญ่ดับลงไปแล้ว

“กันต์ครับเป็นอะไรหรือเปล่า?” มาร์คเขย่าไหล่บางจนแบมแบมสะดุ้ง เงยหน้ามองมาร์ค

“พูดว่าอะไรนะครับ”

“เป็นอะไรไป พี่เห็นเราดูเหม่อลอยมาหลายวันแล้วนะ มีปัญหาอะไรก็บอกพี่ได้นะ” มาร์คถามอย่างห่วงใยจากใจจริง คนฟังได้ยินแล้วอดเจ็บในใจไม่ได้

ทำไมต้องทำเป็นห่วงแบมด้วยล่ะครับ แบมกำลังจะตัดใจจากคุณอยู่นะ..

“ไม่มีอะไรครับ แบมแค่เครียดนิดหน่อยเพราะใกล้จะฝึกงานจบแล้ว ต้องไปทำธุระที่คณะอีก”

แบมแบมฝืนยิ้มให้มาร์คก่อนจะพาลชะงักไปทั้งสองคน ทั้งคนที่เพิ่งรู้ตัวว่าพูดเรื่องต้องห้ามไปกับอีกคนที่โดนตอกย้ำความจริง

ต่างพากันเงียบไปครู่หนึ่งแล้วมาร์คก็ทำลายความเงียบขึ้นก่อนด้วยคำถามที่แบมแบมไม่คิดว่าจะได้ยิน เพราะมาร์คไม่มีท่าทีจะคุยเรื่องนี้มาก่อนเลย

“ถ้าฝึกงานจบแล้วจะเอายังไงครับ”

“เรื่องอะไรครับ”

“ทุกเรื่อง”

“แบมไม่ทำงานที่ทีบีหรอกนะครับ”

มาร์คดูอึ้งไปที่แบมแบมตอบโดยแทบไม่ต้องคิด ไหนว่าชอบทีบีมาก ทำไมถึงไม่คิดจะอยู่กับเขาต่อ

“เรื่องระหว่างเราล่ะ” มาร์คสบตาแบมแบมแต่แบมแบมกลับหลบสายตาเสียเอง

“มันขึ้นอยู่กับพี่ไม่ใช่แบมนี่ครับ แบมยังไม่พร้อมคุยตอนนี้ เราเอาไว้คุยกันวันหลังนะครับ แบมไปนอนก่อนนะ” แบมแบมไม่มีกะจิตกะใจจะคุย ไม่อยากให้ตัวเองเศร้าไปมากกว่านี้ แค่เครียดเรื่องลูกในท้องและเรื่องเรียนต่อก็เกินกว่าเขาจะรับไหวแล้ว

“เดี๋ยวสิแบม!

“ครับ?”แบมแบมหันกลับมามองมาร์ค แปลกใจที่อีกฝ่ายเรียกชื่อตน

“พี่..

“มีอะไรเหรอครับ”

“เปล่า..ไม่มีอะไร” แบมแบมมองหน้ามาร์คครู่หนึ่งเหมือนจะรอให้อีกฝ่ายเปลี่ยนใจพูดอะไรออกมาอีก แต่เมื่อมาร์คเงียบแบมแบมจึงเดินไปนอน

ถึงจะบอกว่าไม่ได้คาดหวังแต่แบมแบมก็ผิดหวังไม่น้อยที่คุณมาร์คทำท่าจะพูดอะไรบางอย่างแต่กลับไม่พูดมันออกมา น่าจะดีแล้วมั้ง ถ้าเป็นเรื่องที่พูดแล้วเสียใจเขาก็ยังไม่พร้อมรับฟังเหมือนกัน..

“โธ่โว้ย!ร่างสูงเท้าเอว  เสยผม หัวเสียกับตัวเองไม่น้อยที่ไม่ยอมพูดออกไป

เขากำลังจะไปแล้วนะมาร์ค..

 

 

 

 

แบมแบมขอบคุณเลขานุการหน้าห้องท่านประธานเมื่ออีกฝ่ายเปิดประตูห้องทำงานเจ้านายให้

แบมแบมมองร่างสูงที่ยืนหันหลังมาทางประตู ก่อนจะเดินไปได้สักครึ่งห้องแล้วหยุด อดมองไปรอบห้องทำงานสวยๆ ไม่ได้

“มาเร็วจังครับ รถไม่ติดใช่ไหม”

แบมแบมโค้งให้แทบไม่ทันเมื่อจู่ๆ คนที่เงียบอยู่ก็หันมาแล้วเอ่ยทัก แปลกใจที่ประธานซีเคยังหนุ่มมาก ดูแล้วอายุพอกับคุณมาร์คเลยไม่ใช่เหรอ?

เดี๋ยวนี้คนอายุน้อยเขาเก่งจนเป็นประธานบริษัทกันได้ง่ายๆ แล้วหรือไงนะ

“ไม่ครับ”

“นั่งก่อนสิครับคุณกันต์พิมุกต์..อ่า เรียกยากจัง ขอเรียกแค่กันต์ได้ไหมครับ?” รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาทำให้คนที่กลัวมาล่วงหน้าค่อยผ่อนคลายลงบ้าง

“เอ่อ เรียกผมว่าแบมแบมดีกว่าครับ” ไม่รู้ทำไมแต่แบมแบมรู้สึกหวงคำว่า กันต์

“ครับ คุณแบมแบม เชิญนั่งครับไม่ต้องเกรงใจ” จีวอนเดินมาที่โซฟารับรองแล้วผายมือเชื้อเชิญ นั่งลงก่อน แบมแบมจึงเดินมานั่งที่โซฟาอีกตัว

“อาจารย์คุณบอกผมมาคร่าวๆ แล้วว่าคุณอยากไปเรียนต่อให้เร็วที่สุด ไม่ทราบว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ เวลากระชั้นชิดมากทีเดียว และทางนี้ก็ต้องหาที่พักให้คุณใหม่อย่างเร่งด่วนด้วย”

“ขอโทษนะครับ มันเป็นเหตุผลส่วนตัวน่ะครับ”  

“พอจะบอกได้ไหมว่าเหตุผลนั้นคืออะไร”

“คือ..” แบมแบมลังเลที่จะบอก จีวอนเพียงยิ้มให้ ไม่ได้เร่งรัดอะไร

“ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ ในเมื่อผมให้ทุนคุณไปเรียน ผมก็อยากให้คุณไปอย่างสบายใจที่สุด มีปัญหาอะไรก็บอกได้เลย”

“ทำไมท่านประธานถึงใจดีกับผมนักล่ะครับ”

“เรียกจีวอนก็ได้ครับ ท่านอะไรกันดูห่างเหินมากเลย” จีวอนหัวเราะน้อยๆ แบมแบมยิ้มเจื่อน

ว่าที่เจ้านายดูอารมณ์ดีจัง ถ้ามาทำงานด้วยคงไม่มีปัญหาอะไรมั้ง แต่ว่าจะไปมีปัญหาอะไรได้ เรียนจบกลับมาเขาก็เป็นแค่พนักงานตัวเล็กๆ เรื่องข้องเกี่ยวกับท่านประธานคงไม่มีวันเกิดขึ้น

“อ่า..ครับ คุณจีวอน”

“อีกปีเดียวคุณก็จะมาทำงานกับผมแล้ว เรื่องของพนักงานก็คือเรื่องของผมครับ ตั้งแต่วันที่คุณตกลงรับทุนนั่นหมายความว่าจากนี้ไปคุณเป็นคนของผม เรามาเปิดใจคุยกันดีกว่า ไม่ต้องกลัวนะครับ ผมไม่ใช่คนดุนะ”

รอยยิ้มและท่าทางที่ดูอ่อนโยนมีไมตรีทำให้แบมแบมกล้าที่จะเอ่ยตามตรง

“คือ..ผม..ผมกำลังตั้งท้องได้หกสัปดาห์เกือบเจ็ดสัปดาห์แล้วน่ะครับ ผมเลยว่าจะไปให้เร็วกว่าเดิม ไปเรียนให้จบก่อน ถ้าไปหลังคลอดเดี๋ยวจะมีปัญหา”

จีวอนอึ้งไปนิดก่อนจะยิ้มกว้าง ท่าทางยินดีกับข่าวนี้ไม่น้อย

“ว้าว! โอ้..ผมพูดไม่ออกเลย นี่มัน..เซอร์ไพรซ์มากครับ”

“แล้วเอ่อ..คุณจีวอนว่ายังไงครับ พอจะช่วยให้ผมเดินทางเร็วกว่าเดิมได้หรือเปล่าครับ” แบมแบมเกรงใจแต่มันก็เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องขอร้องจริงๆ

“เรื่องนั้นคุณจัดการเรียบร้อยแล้วนี่ครับ แค่หาที่พักและตั๋วเดินทางใหม่ทางนี้จัดการให้ได้อยู่แล้ว รับรองไม่เกินหนึ่งอาทิตย์คุณจะได้รับเมลแจ้งเรื่องที่พักใหม่แน่นอน นี่ผมรับพนักงานทีเดียวสองคนเลยนะครับเนี่ย ตื่นเต้นจัง”

จีวอนหัวเราะ อารมณ์ดี แบมแบมเลยค่อยวางใจไปหน่อยว่าเรื่องที่เขาท้องจะไม่มีปัญหาต่อการได้รับทุน

แบมแบมไม่รู้จะพูดอะไรเลยแค่ขอบคุณแล้วยิ้มเท่านั้น  จีวอนมองคนตัวเล็กตรงหน้าด้วยสายตาประเมินอยู่ สวยน่ารักอย่างนี้นี่ไงเล่าน้องชายของจินยองถึงได้ชอบ

“ทำไมคุณจีวอนถึงเลือกที่จะให้ทุนผมล่ะครับ”

“แน่นอนอยู่แล้วว่าเพราะคุณคือหัวกะทิของคณะน่ะสิครับ คุณเป็นคนเก่ง บริษัทของผมต้องการคนอย่างคุณอีกมาก และผมดีใจมากนะครับที่ได้คุณมา ขอบคุณจริงๆ ที่รับข้อเสนอของซีเค”

“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ผมต่างหากที่ควรต้องขอบคุณ”

“อี้เอินว่าอะไรบ้างไหมครับที่คุณตัดสินใจไม่อยู่กับทีบีต่อแต่มาอยู่กับผม”

“ทำไมเหรอครับ..” แบมแบมตกใจ ไม่คิดว่าคุณจีวอนจะพูดถึงคุณมาร์คเหมือนรู้จักกัน

“อ่อ ผมพูดไม่เคลียร์สินะ คุณเป็นคนรักของต้วนอี้เอินไม่ใช่เหรอครับ ในแวดวงไฮโซและกลุ่มธุรกิจเรารู้กันทั้งนั้นล่ะครับ ผมถึงแปลกใจและดีใจมากที่คุณยอมรับทุนของผมทั้งที่คุณจะไม่เอาก็ได้”

แบมแบมหายใจไม่ทั่วท้องเลย ถ้าอย่างนี้แสดงว่าคุณจีวอนรู้จักคุณมาร์ค และคงมีโอกาสที่คุณมาร์คจะรู้เรื่องลูกด้วยสิ..

“ผมไม่อยากทำที่ทีบีน่ะครับ ตอนเลือกที่ฝึกงานก็ลังเลอยู่ครับว่าจะไปทีบีหรือมาซีเคดี”

“แต่คุณก็เลือกทีบีสินะครับ”

“ขอโทษครับ” อ่า..การบอกว่าไม่ได้เลือกที่นี่ตอนฝึกงานคงเป็นการเสียมารยาทเกินไปสินะ

“ไม่เป็นไรเลยครับ เรื่องอดีตผมไม่สนใจอยู่แล้ว ผมสนใจปัจจุบันมากกว่า ถึงคุณจะฝึกงานที่ทีบีแต่ในที่สุดคุณก็ตัดสินใจมาทำงานกับซีเค”..ยังไงผมก็ชนะ

“ขอบคุณเช่นกันครับที่ให้โอกาสผม” ว่าที่คุณแม่โล่งใจที่ท่านประธานใจดีมากๆ

“ยินดีมากครับ อ้อ เรื่องเดินทางไม่ต้องกังวลนะครับ ตามกำหนดการที่คุณอยากไปผมจะให้คนจัดการเรื่องต่างๆ ให้เรียบร้อย คุณเตรียมตัวทันแน่นะครับ”

“ทันแน่นอนครับ” แบมแบมดีใจที่ไม่ได้คุยยากอย่างที่คิดแต่ยังกังวลเรื่องความลับที่ต้องปิดบังอยู่

“นี่ก็ห้าโมงแล้ว ทานมื้อเย็นด้วยกันสักมื้อนะ กำลังท้องปล่อยให้ท้องหิวกินผิดเวลาคงจะไม่ดี”

“ไม่ต้องหรอกครับ ผมเกรงใจ ผมต้องกลับแล้วด้วย”

“อย่าเกรงใจเลยครับ ให้ผมเลี้ยงสักมื้อแล้วกันเดี๋ยวผมไปส่งคุณเอง เชิญครับ ค่อยๆ ลุกนะ”

เมื่อท่านประธานว่าที่เจ้านายคนใหม่เชื้อเชิญขนาดนี้ แบมแบมเลยจำต้องไป

จีวอนดีใจเหลือเกินที่แบมแบมตัดสินใจมาซีเค ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัวดี นอกจากทำความเดือดเนื้อร้อนใจให้จินยองและอี้เอินได้แล้ว ยังได้คนเก่งมีความสามารถมาทำงานด้วยอีก

ต้วนอี้เอินคงยังไม่รู้สินะว่าเมียท้อง ถ้ารู้ล่ะก็แบมแบมคงไม่เดินมาซีเคอย่างราบรื่นแบบนี้แน่

แค่คิดว่าถ้าในอนาคตอี้เอินได้รู้ว่าคนรักมาทำงานกับเขาแล้วจะเป็นยังไงจีวอนก็รู้สึกสะใจแล้วล่ะ จีวอนไม่อยากรู้หรอกว่าทำไมแบมแบมถึงเลือกซีเค แต่ต้องขอบคุณมากที่เลือกเขา

ร่างสูงเปิดประตูให้คนท้องด้วยตนเอง แบมแบมขอบคุณเบาๆ

“เอ่อ คุณจีวอนครับ ผมมีเรื่องอยากจะขอร้องอีกสักเรื่อง ไม่รู้จะเป็นการรบกวนคุณจนเกินไปหรือเปล่า” แบมแบมเอ่ยขณะเดินเคียงไปกับร่างสูงเพื่อไปที่ลิฟต์ จีวอนพยักหน้า

“ได้ครับ ลองว่ามาก่อนสิ”

“เรื่องที่ผมท้อง..ถ้าคุณจีวอนได้บังเอิญเจอคุณมาร์คอย่าพูดอะไรที่ทำให้เขารู้ได้ไหมครับ เรื่องนี้เขายังไม่รู้เลย” แบมแบมเอ่ยเสียงเบา หนักใจมาก แต่ไม่ขอก็กลัวว่าถ้าเขาไปอังกฤษแล้วคุณจีวอนไปเจอท่าน ไปแสดงความยินดีหรือพูดคุยกับท่านถึงเรื่องเขามันต้องแย่แน่

 “ทำไมล่ะครับ เรื่องน่ายินดีแบบนี้ควรจะบอกนะ หรือกลัวว่าบอกไปแล้วเขาไม่ให้ไปเรียน โธ่คุณแบมแบม  เรื่องแบบนี้ต้องบอกนะครับ ถ้าเขาไม่ให้ไปเรียนก็เอาไว้ไปหลังคลอดก็ได้ หรือผมจะเปลี่ยนใจดี ปล่อยให้คุณไปอยู่อย่างลำบากที่ต่างประเทศคนเดียวท่าทางจะไม่ดีแน่  อี้เอินมารู้เข้าทีหลังผมกับเขาได้มองหน้ากันไม่ติดแน่เลย”

จีวอนแสร้งครุ่นคิดหนักทั้งที่ในใจกำลังลิงโลดที่ข้อสันนิษฐานของตัวเองใช้ได้ดีทีเดียว

อี้เอินยังไม่รู้ว่าเมียท้องจริงๆ ด้วย!

“ไม่ได้นะครับ!” แบมแบมตกใจที่เจ้านายคนใหม่จะเปลี่ยนใจไม่ให้เขาไปแล้ว เผลอเอามือไปจับเสื้อสูทของอีกฝ่ายเอาไว้อย่างลืมตัว

จีวอนชะงักไปเล็กน้อยที่ร่างบางโผเข้าหา ไม่ได้ไม่พอใจ ถือโอกาสที่ได้ใกล้ชิดพิจารณาอีกฝ่ายใกล้ๆ อีกที นัยน์ตาคู่สวยที่ส่งสายตาเว้าวอนขอร้องทำให้เผลอใจอ่อนอย่างที่ไม่เคยเป็นกับใครมาก่อน

“ครับ..ไม่บอกแน่นอนครับวางใจได้ อย่าตกใจแบบนี้สิครับผมพลอยผวาไปด้วยเลย” จีวอนจับมือนิ่มที่จับเสื้อตนไว้อย่างนิ่มนวล ยิ้มน้อยๆ แบมแบมเพิ่งรู้สึกตัวรีบผละออกแล้วขอโทษยกใหญ่

“ไม่เป็นไรครับ ผมแค่เป็นห่วงคุณเท่านั้น”

“ขอบคุณครับ” แบมแบมถอยไปยืนซะมุมลิฟต์ จีวอนหันไปอีกทาง เอามือล้วงกระเป๋ากางเกง

ถ้าอี้เอินจริงจังกับแบมแบมก็เท่ากับว่าคนคนนี้คือว่าที่สะใภ้ตระกูลต้วนสินะ..หลานสะใภ้ของเจ้าสัว ถ้าหากทางนั้นรู้เข้าคงอยู่ไม่สุขกันน่าดู

 

 

 

 

แบมแบมกินเก่งขึ้นนะ ดูสิแก้มยุ้ยเชียวเจียเอื้อมมือบีบแก้มใสของคนที่กำลังเคี้ยวจนแก้มตุ่ย

แบมแบมมองพี่เจียตาโต มินเอื้อมมือมาขยี้ผมนุ่ม เอ็นดู

“ใช่ น่ารักจัง พอแบมฝึกงานจบพวกพี่คงเหงาแย่เลย ไม่คิดจะทำงานที่ทีบีต่อเหรอแบมแบม เราจะได้ไปกินข้าวด้วยกัน ไปไหนมาไหนกันได้เหมือนเดิมไง”

“เรายังไม่ได้ไปเที่ยวกันเลยนะ” ฮันบินเสียดายถ้าแบมแบมจะไปทำงานที่อื่น พวกเขาผูกพันกับแบมแบมไปแล้วนี่นา

“ขอโทษนะครับ พอดีแบมมีแผนของแบมแล้วว่าจะทำอะไรต่อ”  แบมแบมก็ไม่อยากไปไหนเหมือนกัน ทำงานที่ทีบีน่ะสบายดี ถ้าไม่นับเวลาที่อู้ไปโน่นมานี่ เวลาทำงานคือเวลาที่สนุกมากนะ พี่ทั้งสี่ก็ใจดีกับแบมแบมมาก ไม่แน่ว่าที่ซีเคจะได้เจอคนที่เข้ากันได้และใจดีแบบนี้หรือเปล่า

“จะไปทำงานที่ไหนล่ะ คิดไว้หรือยัง อย่างแบมไปสมัครที่ไหนก็ได้อยู่แล้วนี่นะ” เซฮุนไม่อยากให้แบมแบมไปเลยนะ คงคิดถึงแย่เลย

“ไปเรียนต่อที่อังกฤษน่ะครับ”

“โหไกลจัง! คิดว่าจะทำงานที่เกาหลีซะอีก ถ้าอยู่ที่นี่ถึงไปทำต่างจังหวัดเราก็ยังนัดเจอกันได้”

อย่าว่าแต่มินประหลาดใจเลย ทั้งโต๊ะก็คิดไม่ถึงเหมือนกันเพราะไม่มีใครรู้มาก่อนเลยว่าแบมแบมจะไปเรียนต่อ แบมแบมเก็บเงียบมาก

“แบมไปแค่ปีเดียวเองเดี๋ยวก็กลับมาทำงานบ้านเรา เอาไว้เรานัดเจอกันก็ได้ครับ”

“เอางี้ไหม วันหยุดนี้เราไปเที่ยวกัน ไปหมดนี่เลย ถือว่าเลี้ยงส่งแบมแบมด้วย” เจียหันไปขอความเห็นเพื่อนๆ

“ดีนะ แบมแบมจะไปไหนดี”  ฮันบินพยักหน้าหงึกเห็นด้วย

“ไปไหนก็ได้ครับ” คราวนี้แบมแบมว่าง่าย อยากไปเก็บเกี่ยวความทรงจำที่ดีกับพวกพี่ๆ ไว้

“ไม่เอาสิ เอาที่แบมอยากไปเลย เดี๋ยวพวกพี่พาไปเอง แล้วแกน่ะไอ้เจียยังไม่เลิกลูบแก้มแบมแบมอีก ลวนลามน้องเหรอ ฟ้องท่านประธานซะดีไหม?”

เซฮุนส่งสายตาปรามเจีย หญิงสาวหัวเราะ

“อิจฉา อยากจับบ้างก็บอก แบมแบมน่ารักจริงๆ นะ นุ่มนิ่มไปหมด งื้อ เหมือนตุ๊กตาเลย”

เจียกอดซบรุ่นน้องให้เพื่อนหนุ่มหมั่นไส้เล่น

“คุยอะไรกันเหรอคะ น่าสนุกจัง”

ทั้งโต๊ะหันมามองหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินมาหยุดตรงโต๊ะอาหาร ทุกคนมองหน้ากันด้วยความสงสัยว่าเธอเป็นใคร ยกเว้นเซฮุนที่สีหน้าเปลี่ยนไปและแบมแบมที่มองอีกฝ่ายอย่างคุ้นหน้า

“ซูจี..แกมาได้ยังไง”

 

 

 

 

“บอสครับ” ยองแจวางแก้วชาร้อนบนโต๊ะให้เจ้านาย มาร์คที่นั่งเอนหลังกับพนักโซฟาลืมตามองยองแจ

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ยองแจเป็นห่วง หลายวันมานี้เจ้านายเขาเงียบผิดปกติ เดาว่าคงเพราะเรื่องของแบมแบมแน่นอน

มาร์คคว้าข้อมือยองแจเอาไว้ก่อนที่ร่างบางจะเดินออกไป ยองแจมองหน้าเจ้านาย

“ครับ?”

“ผมอยากปรึกษาหน่อย นั่งคุยเป็นเพื่อนผมก่อนได้ไหม”

“ได้สิครับ” ยองแจเต็มใจจะเป็นที่ปรึกษาให้อยู่แล้ว เห็นเจ้านายไม่สบายใจเขาก็ไม่สบายใจไปด้วย

ยองแจนั่งลงที่โซฟาอีกตัว รอให้บอสเอ่ยขึ้นก่อนแต่มาร์คยังนิ่งเฉย

“เรื่องแบมแบมใช่ไหมครับ”

“ใช่ครับ”

“พรุ่งนี้ก็ฝึกงานจบแล้วนะ”

“ผมรู้..” มาร์คยกสองมือขึ้นลูบหน้า ท่าทางเครียดจนยองแจสงสารจังเลย

“ว่ามาสิครับ มีอะไรอยากพูดอยากระบายก็เชิญเลย เอาให้เต็มที่ ช่วยได้ผมก็จะช่วย”

ไม่ว่าเจ้านายจะให้ยองแจเป็นอะไรนอกจากเลขานุการยองแจก็เป็นให้ได้ทั้งนั้นแหละ ยิ่งที่ปรึกษานี่ถนัด จัดมาเลย

“ผมไม่อยากให้เขาไป”

“ก็รั้งไว้สิครับ”

“ผม..ไม่รู้ว่าจะทำได้ไหม ผมไม่เคยรั้งใครให้อยู่กับผมได้สักคน” มาร์คกลุ้มใจมากจริงๆ เพราะอดีตที่ผิดหวังซ้ำซากมันทำให้เขาไม่มั่นใจในตัวเองเลยว่าครั้งนี้จะได้ผลลัพธ์ที่ต่างออกไป

“นอกจากไม่อยากให้ไป บอสรู้สึกอย่างอื่นอีกไหมครับ จะเจ็บปวดไหมถ้าลองนึกถึงวันที่ไม่มีเขาอยู่ข้างๆ อีก”

“ผม..” มาร์คนิ่งไป พยายามนึกถึงเรื่องในอนาคต

“บอสยึดติดกับอดีตมากเกินไป ลองปล่อยวางดูบ้างสิครับ ผมเห็นด้วยว่าบอสไม่ควรเอาแบมแบมเข้ามาในตอนที่ไม่แน่ใจหัวใจตัวเอง แต่คนในอดีตมันสำคัญกว่าคนในปัจจุบันเหรอครับ คนในอดีตน่ะจับต้องไม่ได้แล้วนะ แต่คนข้างกายตอนนี้ต่างหากที่ควรกอดเขาไว้ให้แน่นๆ น่ะ”

“ผม..รักแบมแบมเหรอ?”

ยองแจอยากวิ่งออกไปหน้าบริษัทแล้วร้องกรี๊ดออกมาดังๆ เลยทีเดียว

โธ่บอสของยองแจนี่เวทนามากจริงๆ เอ็นดู ใครจะคิดถึงบ้างนะว่ามิสเตอร์ต้วนจะมีมุมนี้ ฉลาดไปทุกเรื่องแต่เรื่องหัวใจติดลบ ถ้าเป็นสอบก็คงสอบตกแล้วตกอีก

“เรื่องนั้นผมไม่รู้หรอกครับ มันหัวใจของบอส บอสรักใครผมจะไปรู้เหรอ” มาร์คถอนหายใจ ก็จริงอย่างที่ยองแจว่านะ ถ้าเขาไม่รู้แล้วใครจะรู้..

“ผมพยายามเปิดใจแล้วนะครับ ผมกำลังทำอยู่นะคุณยองแจ” เห็นภายนอกนิ่งๆ แต่ในใจมาร์คกำลังลนลานมากทีเดียว ทำอะไรไม่ถูกคิดอะไรไม่ออกแล้ว

“เปิดใจรับคนใหม่แล้วลืมอดีตรึยังครับ”

“ผม..

“อดีตน่ะมันก็เหมือนมีดนะครับ บอสหยิบมีดมาแทงตัวเองซ้ำๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า ถ้าไม่เจ็บผมไม่เชื่อหรอก ยังจะทนอยู่ได้”

“ผมรู้ว่าถ้าผมเจ็บแสดงว่าผมยังยอมรับเรื่องทั้งหมดไม่ได้ ตอนนี้ผมก็กำลังพยายามรับให้ได้อยู่นะ”

มาร์คเสียงอ่อน ยองแจทั้งสงสารและหมั่นไส้

“ดีแล้วนี่ครับ ถ้ายอมรับเรื่องอดีตได้ก็ควรยอมรับความรู้สึกของตัวเองได้แล้วนะ และนี่ล่ะจะเป็นคำตอบที่บอสถามผมเมื่อกี้ว่าบอสรักแบมแบมหรือเปล่า บอสตอบตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งใครเลย”

“หลังจากที่เลิกกับซูจี ผมคิดว่าการที่ตัวเองยกหัวใจให้คนอื่นไปมันเป็นเรื่องโง่มาก” มาร์คลดถ้วยชาในมือลง ไล้นิ้วกับปากแก้วเบาๆ ท่าทางครุ่นคิด ยองแจถอนหายใจ

“ขออนุญาตนะครับ ขอหยาบนิดนึงเถอะ ถ้าบอสคิดว่าคนที่ยกหัวใจตัวเองให้คนอื่นถือว่าเป็นคนโง่ ผมคิดว่าที่โง่เง่าเสียยิ่งกว่านั้นคือคนที่ไม่รู้จักหัวใจตัวเอง”

….

 “ผมจะไม่ซ้ำเติมเพราะถือว่าบอสเจ็บมากพอแล้ว และใครหลายคนก็เคยเตือนบอสแล้วเหมือนกัน แต่มาขนาดนี้แล้วผมก็ทนเห็นบอสเจ็บปวดอีกครั้งไม่ได้ บอกเขาเถอะครับ ไม่ว่าจะรักหรือชอบก็บอกไป แค่พูดมันไม่ยากหรอกครับ อย่าต้องมาเสียใจทีหลัง ถ้าอีกฝ่ายเขาไม่คิดเหมือนเราก็แค่เจ็บอีกครั้ง แต่ถ้าแบมแบมก็รักบอสเหมือนกัน บอสจะได้อยู่กับเขาตลอดไป บอสต้องเสี่ยง!

ยองแจเองก็เคยผ่านเรื่องราวความรักมา เขารู้ว่าเมื่อต้องปล่อยมือมันเจ็บปวดมากแค่ไหน และความเจ็บปวดนี้ คนที่รู้ดีกว่าเขาก็น่าจะเป็นบอสนี่ล่ะ

“ผมจะลองดู..” มาร์คตัดสินใจได้แล้วว่าจะทำ

ยองแจยิ้มออกสักที ลุ้นอยู่นานทีเดียว แค่ลองดูก็ดีแล้ว ขอให้บอสทำจริงๆ เถอะ

 

 

 

 

แบมแบมยอมตามคุณซูจีมานั่งคุยกันที่คาเฟ่แทนที่จะรีบกลับไปทำงานพร้อมพี่ๆ ทั้งที่พี่เซฮุนก็ห้ามแล้วว่าอย่ามา แบมแบมจำได้ว่าเพื่อนของพี่เซฮุนคนนี้ คือ คนที่ทักท่านในงานโซลแฟชั่นวีค ที่แบมแบมยอมมาเพราะในใจอยากรู้ว่าเธอต้องการคุยเรื่องอะไรกับตน

“ฉันเบซูจีค่ะ” แบมแบมหลุดจากภวังค์มองหน้าเธอ เห็นเธอมีรอยยิ้มเขาจึงยิ้มให้บ้าง

“กันต์พิมุกต์ครับ เรียกว่าแบมแบมก็ได้

“ค่ะคุณแบมแบม

ทั้งสองเงียบไปครู่ แบมแบมไม่รู้จะเอ่ยอะไร ซูจีก็เช่นกัน เธอพินิจคนตรงหน้าอย่างละเอียด

คุณแบมแบมมีเสน่ห์มากเลยนะ น่ารักมากจริงๆ..

“ฉันเป็นแฟนเก่ามาร์คค่ะ ก่อนหน้าคุณ” ซูจีเพิ่มรายละเอียดตัวเองให้แบมแบมทราบอีกนิด

ครับ?” แบมแบมแปลกใจว่าเธอบอกทำไม ในใจวูบไปนิดหน่อยที่ได้รู้ว่าเธอเกี่ยวข้องกับคุณมาร์คอย่างไร เธอดูดีจัง สวยมากด้วย คุณมาร์คชอบคนแบบนี้สินะ..

“ฉันมาหาคุณเพราะอยากรู้จักคุณค่ะ อยากจะมาหาตั้งนานแล้วแต่ยุ่งๆ มีเรื่องต้องทำเยอะแยะไปหมดเลย” ซูจีว่าพลางหยิบแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาจิบ

“ทำไมถึงอยากรู้จักผมหรือครับ” คนอย่างเขามีอะไรให้น่ารู้จักล่ะ ไม่มีสักหน่อย

“ฉันแค่อยากแน่ใจว่าเขาได้เจอคนที่ดีน่ะค่ะ” ซูจีวางแก้วแล้วยิ้ม รอยยิ้มของเธอจริงใจไม่มีอะไรเคลือบแฝง แบมแบมรับรู้ได้ถึงความจริงใจนั้น ทำให้รู้สึกผ่อนคลายในการที่จะคุยกับเธอต่อไป

“ความดีมันดูกันภายนอกไม่ได้หรอกนะครับ”

“นั่นสิคะ แต่ถ้ามาร์คเลือกคุณ เขาก็ไม่ได้เลือกคุณจากเหตุผลอื่นหรอกค่ะนอกจากความรู้สึก ฉันแค่หวังว่าเขาจะไม่ทำไม่ดีกับคุณ”

“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะครับ”

“ฉันกลัวเขาเอาคุณมาแทนอดีต คุณคงรู้ว่าเขาไม่สบาย

“ทราบครับ

“เป็นความผิดของหลายคนค่ะ หนึ่งในนั้นมีฉันด้วย มาร์คเคยจะขอฉันแต่งงานแต่สายไป ฉันตอบรับคำขอของคนอื่นก่อน ฉันผิดที่ไม่ได้รอเขา พอมาคิดได้ว่าไม่มีใครดีเท่าเขาก็สายไปแล้ว”

แบมแบมอึ้งไป ผู้หญิงที่สวยมากคนนี้คือคนที่คุณมาร์คอยากแต่งงานด้วยเหรอ..

เหมาะสมกันดีจังเลย น่าเสียดาย ที่คุณมาร์คเย็นชาใส่เธอวันนั้นคงเพราะยังไม่ลืมหรือยังโกรธอยู่แน่ ในใจลึกๆ ก็คงมีเยื่อใยต่อกันอยู่

อ่า..แม้จะเป็นเรื่องในอดีตแต่แบมแบมก็รู้สึกแปลกในใจขึ้นมาอย่างหนึ่ง ความรู้สึกที่ไม่เคยมีและไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นได้เลย..อิจฉา

“ขอโทษนะคะที่อาจจะทำให้คุณคิดมาก

“ไม่หรอกครับ ผมไม่ได้คิดอะไร” แบมแบมไม่ได้โกหกหรอกนะ

แบมแบมรู้ตัวดี ถ้าคุณมาร์คไม่รักเธอเขาจะอยากแต่งงานด้วยหรือ แม้คุณซูจีจะเป็นอดีตแต่เธอก็ได้รับความรักจากคุณมาร์ค ส่วนตัวเขาไม่ใช่ มีอะไรต้องคิดมาก..

“เขาเอาคุณแทนแม่ตัวเอง ฉันก็ด้วย คุณรู้เรื่องของคุณแม่ใช่ไหมคะ”

“ทราบครับ” แม้คุณมาร์คไม่ได้บอกออกจากปากแบมแบมก็รู้..รู้มานานแล้วเพียงแค่จำไม่ได้

“แล้วคุณคิดว่ายังไงคะ”

“ไม่ได้คิดอะไรนี่ครับ ผมจะเป็นอะไรสำหรับเขา หรือจะเป็นตัวแทนใคร ไม่ว่าจะคุณแม่ คุณซูจี หรือคนอื่นๆ ในชีวิตคุณมาร์ค ผมก็ไม่สนใจหรอกครับ หน้าที่ของผมคืออยู่ข้างเขาจนกว่าเวลาของผมจะหมดลงเท่านั้น”

ซูจีเอะใจจนต้องวางแก้วกาแฟแล้วมองหน้าแบมแบมเขม็งเลยทีเดียว

“คุณหมายความว่าไงคะ มาร์คจะเลิกกับคุณเหรอ”

“ครับ

“มีปัญหากันหรือคะ” ซูจีฉงนกับรอยยิ้มของอีกฝ่าย จะเลิกกับแฟนสักคนทำไมคนตรงหน้าเธอดูไม่ทุกข์ร้อนเลยล่ะ เป็นคนแบบไหนกัน

“เปล่าครับ เรียกว่ามีปัญหาไม่ได้หรอกครับเพราะผมไม่ใช่แฟนของคุณมาร์ค”

“เอ๊ะ?! จริงหรือคะแล้วที่มีข่าวลงนั่น..

“นักข่าวก็เขียนไปกันเองครับ และคุณมาร์คก็ไม่ได้พูดอะไรคนเลยลือกันไปและคิดว่าจริง แท้จริงแล้วสถานะของผม..เรียกง่ายๆ ก็แค่คู่นอนนั่นล่ะครับ”

“จริงหรือคะ” ซูจีประหลาดใจมากที่เห็นแบมแบมเอ่ยถึงสถานะตัวเองด้วยท่าทางธรรมดา สบายๆ

ไหนเซฮุนบอกว่ามาร์คพาคุณแบมแบมไปนิวยอร์กด้วยไง  ถ้าไม่สำคัญจะพาไปทำไม ถ้าแค่คู่นอนจริงคงไม่ถึงกับพาไปทำงานด้วยหรอก

“ผมจะโกหกคุณไปทำไมล่ะครับ เราเพิ่งรู้จักกัน มันไม่มีเหตุผลเลยที่จะโกหก” แบมแบมยิ้มน้อยๆ ยกถ้วยชาขึ้นดื่มช้าๆ  

“ถ้าอย่างนั้นเวลาของคุณเหลืออีกเท่าไรคะ”

“อีกสองวันครับ

“ทำไมไวจังล่ะคะ”

“ผมตกลงกับคุณมาร์คไว้ว่าฝึกงานเสร็จเมื่อไรผมจะยุติเรื่องระหว่างเรา” แบมแบมมองหญิงสาวที่ดูจะอึ้งไปกับเรื่องของเขา คุณซูจีคงไม่อยากจะเชื่อล่ะสินะ

“ฉันก็คิดว่าคุณเป็นคนรักใหม่ของมาร์คเสียอีก คุณดูเหมาะกับเขามากนะคะ นี่พูดจากใจ”

ซูจีไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณแบมแบมนี่จะเป็นแค่คู่นอน ทำไมกันนะ ดูแล้วคุณแบมแบมไม่น่าใช่คนประเภทเด็กเสี่ยที่พลีกายให้คนมีอำนาจเพื่อต้องการผลประโยชน์ หรือเธอจะมองคนผิดไป

“ชีวิตคู่ของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นไหมครับ” แบมแบมถามเรื่องส่วนตัวของอีกฝ่ายบ้าง ไม่ใช่อยากรู้แต่ไม่อยากตอบคำถามตัวเองไปมากกว่านี้

“ไม่ค่ะ เรามีปัญหากัน ฉันยื่นเรื่องหย่าแล้วแต่สามีไม่ยอม ตอนนี้กำลังฟ้องร้องกัน”

….” อย่าว่าแต่ซูจีแปลกใจในเรื่องความสัมพันธ์ของแบมแบมและมาร์ค แบมแบมเองก็แปลกใจที่ซูจีดูไม่ทุกข์หรือเสียใจมากอย่างที่ควรเป็น เรื่องการหย่าร้างไม่ใช่เรื่องเล็กเลยไม่ใช่เหรอ หรือว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ไม่สนใจถ้าตัวเองจะมีสถานะม่ายติดตัว

“ฉันคิดว่าฉันรักเขามากจนสามารถทนได้ทุกอย่าง แต่บางครั้งความรักอย่างเดียวก็ไม่เพียงพอหรอกค่ะ ชีวิตคู่ฉันมองจากคนภายนอกก็แสนวิเศษเหมือนเทพนิยาย แต่ความจริงมันใกล้คำว่าล้มเหลวเข้าไปทุกที

ไม่รู้เพราะเหตุใดซูจีถึงกล้าที่จะเปิดเผยเรื่องราวชีวิตของตัวเองอาจเพราะแบมแบมไม่ได้ปิดบังเรื่องของตัวเองกับเธอก็ได้

“เพราะอะไรถึงเป็นอย่างนั้นหรือครับ”

“เรื่องนั้นฉันไม่รู้เหมือนกันค่ะ ไม่รู้จริงๆ ว่าสาเหตุมาจากอะไร มันเพราะมีใครสักคนเปลี่ยนไปหรือเพราะเราไม่ปรับตัวเข้าหากันก็ไม่รู้ค่ะ

“ถ้าเรารักใครแล้วต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อเขา..แล้วจะเรียกว่าเขารักเราที่ตัวเราได้ยังไงล่ะครับ”

“แต่คนเราต่างกัน ถ้าไม่ปรับเข้าหากันก็อยู่กันไม่ได้สิคะ”

“ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคนเราต้องปรับตัวเข้าหากันหมดทุกอย่าง เราคงความเป็นตัวเราเองเอาไว้แล้วปรับแค่บางอย่างที่สามารถไปด้วยกันได้ ไม่ได้เหรอครับ? ยิ่งพยายามเปลี่ยนมากยิ่งเหนื่อย สุดท้ายก็ลงเอยที่ไปกันไม่ได้นะ”

” คำพูดของแบมแบมทำให้ซูจีคิดตาม มันก็จริงอย่างที่เด็กคนนี้ว่านะ

“คุณจะหย่าเพื่อกลับมาหาคุณมาร์คหรือครับ”

“คะ?ซูจีตกใจกับคำถามตรงไปตรงมาของแบมแบม ร่างบางยิ้มน้อยๆ

“ขอโทษนะครับที่พูดตรงเกินไป ถ้าคุณต้องการคุณมาร์คคืน คุณไม่ต้องระแวงผมเลย ผมพร้อมจะไปอยู่แล้วครับ ขอแค่แน่ใจว่าถ้าผมไปแล้วคุณมาร์คมีคนดูแล

“คุณแบมแบม..เฮ้อ บอกตามตรงนะคะว่าฉันแค่กลับมาเพื่อปรึกษามาร์ค ฉันอยากได้เขากลับมาเป็นเพื่อนทั้งที่รู้แก่ใจว่าหน้าฉันเขายังไม่อยากมอง ฉันมาพบคุณวันนี้เพราะคิดว่าคุณคือตัวจริงของมาร์ค เลยอยากจะมาขอให้คุณช่วยหน่อย ช่วยพูดกับเขาให้บ้าง ฉันขอคืนแค่ความเป็นเพื่อนก็ยังดี”

 “ขอโทษนะครับที่ทำให้คุณผิดหวัง ผมว่าแทนที่คุณจะมาขอให้ผมช่วย คุณลองติดต่อคุณมาร์คโดยตรงดีกว่า”

“ลองแล้วค่ะ แต่เขาไม่รับสายฉันเลย” ซูจีจนหนทางแล้วจริงๆ พยายามโทรหาแต่มาร์คไม่ยอมรับสายเลย ไอ้ครั้นจะไปหาถึงบริษัทก็รู้ว่าไม่สมควร

“ผมจะลองไปพูดกับคุณมาร์คให้ก็ได้นะครับ ยังไงตอนนี้ผมก็ยังไม่ได้ไปจากคุณมาร์ค”

“ได้หรือคะ! ขอบคุณมากนะ” ซูจีซึ้งใจจริงๆ แค่คุณแบมแบมรับปากก็พอ ยังไงเธอก็มีหวังแล้ว

“ไม่เป็นไรครับ ถ้าผมไปแล้วคุณมาร์คมีเพื่อนไว้คุยก็คงไม่เหงา ถ้าผมขอให้คุณมาร์คยอมคุยกับคุณได้ คุณจะช่วยดูแลคุณมาร์คในฐานะเพื่อนแทนผมบ้างได้ไหมครับ”

แบมแบมขอข้อแลกเปลี่ยนแค่นี้ เขาอยากไปจากคุณมาร์คแต่ก็ยังห่วงมากเหลือเกิน

“ได้สิคะ ได้แน่นอนอยู่แล้ว..ขอเสียมารยาทถามหน่อยเถอะค่ะ คุณห่วงเขาขนาดนี้แสดงว่าคงรู้สึกดีๆ กับเขาอยู่มาก..ทำไมไม่อยู่ดูแลเขาต่อไปล่ะคะ มาร์คต้องการคนคอยอยู่ข้างๆ เขานะ”

ซูจีฟังก็รู้ว่าแบมแบมคงชอบหรือรักอดีตคนรักของเธอเข้าเสียแล้ว แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงอยากจากไป

“อยู่ไม่ได้หรอกครับ ถึงผมจะรู้สึกดีกับเขาแค่ไหนมันก็ไม่มีประโยชน์เพราะความรู้สึกของผมมันส่งไปไม่ถึง ผมจะอยู่ต่อไปทำไมในเมื่อไม่มีความรู้สึกแบบเดียวกันสะท้อนกลับมา”

แม้คนพูดจะมีรอยยิ้มแต่ซูจีสัมผัสได้ถึงความเศร้าเจืออยู่ในนั้นนะ..

 “มาร์คเปิดใจยากนะคะ กว่าฉันกับเขาเราจะรักกันได้ก็ใช้เวลาพอสมควรเลย ฉันไม่อยากให้คุณท้อถ้าคุณรักเขาจริงๆ”

ซูจีมีประสบการณ์มาก่อนแล้ว มาร์ครักคนยากแต่ถ้ารักแล้วก็รักมาก เธอต้องอยู่ใต้เงาของคุณแม่และเธอคนนั้นมานานเชียวล่ะ           

“ผมไม่มีเวลารอเขาแล้วล่ะครับ เรื่องของผมน่ะช่างเถอะครับ ผมทำใจเอาไว้แล้ว” แบมแบมฝืนยิ้มให้หญิงสาว ซูจีเสียใจที่ก้าวก่ายเกินไป

“ฉันขอโทษค่ะที่วุ่นวาย”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ตัวผมได้แค่ไหนก็แค่นั้น ไม่เคยหวังไปมากกว่าที่ได้รับอยู่ตอนนี้ เรื่องสามีคุณผมเป็นกำลังใจให้นะครับ ลองเปิดตามองอีกฝ่ายให้ชัดเจนอีกสักครั้งสิครับ ครั้งแรกที่เห็นเขากับวันนี้ที่เห็น มันยังเหมือนเดิมหรือเปล่า ถ้าคุณคิดว่าเขาเปลี่ยนไป บางทีมันอาจจะเป็นเพราะวันแรกที่เจอกันคุณลุ่มหลงจนมองไม่เห็นให้ชัดมากกว่าว่าเขาเป็นคนแบบที่กำลังเป็นอยู่ตอนนี้”

ในเมื่อคุณซูจีรับปากว่าจะช่วยแบมแบมเรื่องคุณมาร์ค แบมแบมก็อยากจะแนะนำด้วยความหวังดี

คำว่าลุ่มหลงของแบมแบมแทงใจหญิงสาวเข้าอย่างจัง ซูจีตกตะลึงไปเล็กน้อยที่แบมแบมเหมือนมานั่งอยู่กลางใจ ตอนเจอสามีครั้งแรกเธอก็หลงเขาจริงๆ เขาไม่เหมือนมาร์คที่ทำแต่งาน

“นั่นสินะคะ..อาจจะเป็นอย่างที่คุณว่าก็ได้ ทำไมการพบกันครั้งแรกของเราถึงคุยแต่เรื่องหนักๆ คะเนี่ย ทั้งเรื่องของคุณและเรื่องของฉันเลย กลายเป็นปรึกษาปัญหาหัวใจกันซะอย่างนั้น ตามปกติคนที่เพิ่งทำความรู้จักกันน่าจะคุยเรื่องอื่นก่อนสิ”

ซูจีหัวเราะเบาๆ ทำให้แบมแบมต้องอมยิ้มตามไปด้วย

“ผมงงตั้งแต่คุณอยากเจอผมแล้วล่ะครับ ขอโทษนะครับที่ยุ่งกับชีวิตคู่ของคุณ ผมคงต้องขอตัวก่อน ต้องเข้างานแล้วครับ”  แบมแบมมองนาฬิกาข้อมือแล้วลุกขึ้นยืน

“เดี๋ยวสิคะคุณแบมแบม”

 แบมแบมที่จะเดินพ้นโต๊ะหยุดเท้าเมื่อถูกมือนิ่มของคุณซูจีรั้งข้อมือไว้

“ขอเบอร์หน่อยได้ไหมคะ”

“ได้ครับ แต่ผมจะเปลี่ยนไปใช้เบอร์อื่นแล้วน่ะสิ”

“งั้นคุณเล่น SNS อะไรบ้างคะ ขอหน่อย” ซูจีรีบค้นกระเป๋าสะพายหยิบโทรศัพท์ออกมายื่นให้

“นี่ครับ” แบมแบมรับไปกดอยู่สักพักก็ยื่นโทรศัพท์คืน ซูจีขอบคุณแล้วปล่อยให้อีกฝ่ายไป

ซูจีนั่งอยู่ที่เดิม มองตามร่างบาง เธอดูออกว่าแบมแบมไม่มีเจตนายุให้เธอคืนดีกับสามีเพื่อไม่ยุ่งกับมาร์ค เขาแนะนำด้วยความปรารถนาดีจริงๆ

บางทีคนอย่างคุณแบมแบมอาจจะเหมาะกับมาร์คมากกว่าใคร..มากกว่าเธอคนเดิมในอดีตเสียอีก

น่าเสียดาย..น่าเสียดายจริงๆ ที่มาร์คให้คุณแบมแบมเป็นเพียงคู่นอน ทำไมมาร์คถึงมองไม่เห็นนะว่าคุณแบมแบมน่ารัก

 

 

 

 

ภายในห้องนอนกว้างที่เย็นฉ่ำเพราะเครื่องปรับอากาศไม่สามารถทำให้ความร้อนจากกิจกรรมบนเตียงลดลงไปได้เลยสักองศาเดียว เสียงครางที่เร่าร้อนของบุคคลทั้งสองสอดประสานดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า

เรือนร่างของคุณเลขาคนสวยสั่นคลอนเพราะแรงปรารถนาจากชายหนุ่มอีกคน ปากสวยเม้มแน่นเมื่อจังหวะรักทำเอาสั่นสะท้านไปทั้งกาย ยามที่หมอหนุ่มเคลื่อนไหวในร่างมันทำให้คนรับแทบขาดใจ

คุณหมอผละออกเมื่อปลดปล่อยครั้งที่สองแล้ว เขาหอบหายใจเล็กน้อยขณะมองร่างบางหอบหายใจอย่างระทดระทวยบนที่นอน

แขนเรียวรั้งคนด้านบนมาจูบจนพอใจแล้วดันร่างกำยำออก แจ็คสันดูงุนงงแต่ก็ยอมผละจาก

“หืม? คุณยังไหวอีกเหรอครับ ผมล่ะยอมแพ้จริงๆ”

“ทำเป็นพูดดี..แต่มือนี่ไม่ขัดขืนเลยนะครับ” แจ็คสันหัวเราะเมื่อถูกเหน็บ วางมือลงบนเอวบางของคนที่พลิกไปอยู่ด้านบน  คุณหมอปล่อยให้อีกคนจัดการกับตนตามใจชอบ ขืนขัดใจได้โดนเหวี่ยงแน่

มือเล็กเสยผมที่เปียกชื้นจากหยดเหงื่อข้างหนึ่ง อีกมือยันไว้กับหน้าท้องแกร่งเพื่อพยุงตัวขณะขยับไหวอยู่บนร่างอีกคน คุณหมอหลับตาลงครางอย่างพอใจกับรสสัมผัสจากอีกคน

เกมรักดำเนินไปเรื่อยๆ เสียงครางสะท้อนในห้องดังกว่าเดิมเมื่อทั้งคู่ใกล้จะถึงการปลดปล่อยอีกครั้ง คนด้านล่างขยับกายลึกจนอีกคนรับสัมผัสตามอย่างร้อนแรง

เรือนร่างที่แสนเย้ายวนสั่นไหวอย่างรุนแรงในช่วงจังหวะสุดท้าย ก่อนจะครางเสียงหวานรับความอุ่นร้อนที่ปล่อยเข้ามาอย่างมากมายเมื่อทุกอย่างสิ้นสุด

ยองแจจะล้มตัวนอนอยู่แล้วถ้าไม่มีสายเรียกเข้าเสียก่อน ร่างบางหงุดหงิดเล็กน้อยเพราะถูกกวนตอนกำลังจะพัก

ยองแจขยับตัวลงจากร่างแกร่ง พยายามบังคับลมหายใจหอบถี่ให้ปกติแล้วเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์ที่โต๊ะมาดูว่าใครโทรมา

“เอาไว้คุยพรุ่งนี้ก็ได้นะ” แจ็คสันสอดมือโอบรัดเอวบางไว้แล้วก้มลงจูบบนหลังเนียนที่มีแต่รอยสีเข้มแสดงความเป็นเจ้าของจากฝีมือตัวเอง ยองแจตีมือไม่หนักไม่เบาให้อีกคนหยุดวอแว

“บอสโทรมา คงมีเรื่องด่วนน่ะครับ”

“อะไรกัน กลางค่ำกลางคืนก็ยังจะโทร มันเลยเวลางานแล้วนะ นี่เขาเห็นคุณเป็นเลขาหรือเป็นทาสกันแน่ ได้เงินเดือนคุ้มเหนื่อยหรือเปล่าน่ะ”

แจ็คสันเกยคางกับไหล่บาง มองโทรศัพท์ที่เสียงเรียกเข้าตัดไปแล้ว

“ก็ต้องคุ้มสิครับ” ยองแจหัวเราะ ทำงานกับบอสถึงเหนื่อยสายตัวแทบขาดแต่ทั้งเงินเดือนและโบนัสที่ได้ ทำให้การทำงานหนักกลายเป็นเรื่องสนุกไปเลยล่ะ

“ผมไปโทรหาบอสก่อน คุณนอนก่อนเลยก็ได้นะ” ยองแจวางมือถือลงบนโต๊ะแล้วหยิบเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่มาใส่ ขยับลุกช้าๆ เพื่อเรียกแรงที่โดนรีดแทบจะหมดตัวให้ฟื้นคืนมาแม้จะเล็กน้อยก็ยังดี

“เดี๋ยวผมรอคุณไปอาบน้ำด้วยกันก่อนก็แล้วกัน” ยองแจพยักหน้ารับว่าเอาอย่างนั้นก็ได้

ก่อนออกจากห้องนอนยองแจก็หยิบกระดาษเนื้อนุ่มในกล่องบนโต๊ะติดมือไปหลายแผ่น เมื่อประตูห้องนอนปิดลงร่างบางก็ก้มลงเช็ดความเปียกชื้นและเหนียวเหนอะที่ไหลลงมาตามเรียวขาขาวของตน เดินต่อไปถึงในครัวแล้วเหยียบถังขยะให้เปิดออกแล้วทิ้งกระดาษลงไป

“ครับบอส” ยองแจโทรกลับไปหาเจ้านาย ค่อยๆ ขยับทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สูงหน้าบาร์เล็กอย่างเบาที่สุดเพื่อไม่ให้ร่างกายกระทบกระเทือนไปมากกว่านี้

<ผมโทรมากวนคุณหรือเปล่า>

“ไม่ครับ ยังไม่นอนหรอกคุยได้”  ร่างบางหมุนคอ ยกไหล่ ปวดเมื่อยไปทั้งตัวเพราะเซ็กส์ที่ยาวนานเกือบสามชั่วโมง

ตั้งแต่คืนแรกที่เริ่มต้นมีความสัมพันธ์ทางกายกับคุณหมอ ความสัมพันธ์นั้นก็ดำเนินมาเรื่อยๆ แทบทุกคืน และไม่มีค่ำคืนไหนที่ปลดปล่อยแค่รอบเดียวด้วยนี่สิ ไม่รู้ว่าเขาหรือหมอจิตป่วงที่บ้ากว่ากัน คล้ายจะเสพติดกันและกันไปแล้ว

<ผมว่าจะบอกความรู้สึกกับกันต์แล้วล่ะ แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ทำไงดีล่ะครับ>

ยองแจตาโต ประหลาดใจที่ได้ยินข่าวดีไม่ทันตั้งตัว ตายแล้ว เจ้านายที่รักของยองแจทำตัวเป็นหนุ่มน้อยหัดรักไปได้ น่าเอ็นดูที่สุด

ร่างบางนั่งไขว่ห้าง อมยิ้ม ก่อนก้มตัวและเอื้อมมือไปเช็ดคราบขาวบนน่องเรียวที่ยังหลงเหลืออยู่ ชายเสื้อตัวใหญ่ร่นขึ้นจนเห็นต้นขาเนียนที่มีร่องรอยสีเข้มเป็นจุดประปราย

“จะให้แนะนำเหรอครับ แค่พาไปดินเนอร์ก็พอแล้วล่ะ และก็ดอกไม้อีกสักช่อ”

<ไม่ธรรมดาไปเหรอครับ>

“ไม่ต้องทำอะไรให้ยากและวุ่นวายหรอกครับ แค่ความรู้สึกก็พอแล้วล่ะ ของพวกนั้นแค่องค์ประกอบเอาไว้บิ้วอารมณ์”

<ถ้าเป็นคุณยองแจล่ะ อยากจะได้เซอร์ไพรซ์แบบไหน>

“โอย ของผมไม่ต้องมีอะไรเลยครับ แค่มีคนหล่อนิสัยดีมาบอกว่ารักบ้างก็ฟินจะตายแล้ว แต่ไม่เห็นจะมีมาสักที” ร่างบางหัวเราะขำตัวเอง ที่เจอมาก็แค่อยากนอนด้วย ไม่เห็นมีใครอยากมาขอไปเป็นแม่ของลูกหรือพ่อของลูกสักครั้ง ก็แปลกใจอยู่เหมือนกัน บางทียังคิดว่าตัวเองมีอะไรผิดปกติหรือเปล่า

<โธ่ ผมอุตส่าห์หวังว่าคุณยองแจจะช่วยผมได้นะ ถ้าคุณยังช่วยไม่ได้แล้วผมจะไปปรึกษาใคร>

“ที่ผมช่วยได้มีแค่จองโต๊ะในร้านหรูให้เท่านั้นล่ะครับ เรื่องดอกไม้บอสไปสั่งเอาเองนะ ผมก็ไม่รู้ว่าแบมแบมชอบดอกไม้อะไร”

<ผมก็ไม่รู้นะครับ>

“ถามครอบครัวเขาสิครับ”

<ใคร นิชคุณน่ะเหรอ>

“ครับ น่าจะให้ความร่วมมืออยู่นะ”

<จะลองดูครับ>

“บอสจะให้ผมจองโต๊ะเมื่อไร”

<วันอาทิตย์แล้วกันครับ>

“ได้ครับ”

<ไม่กวนแล้ว ไปพักผ่อนเถอะครับ ขอบคุณมาก> ยองแจวางโทรศัพท์ลงบนเคาน์เตอร์ มองมันอยู่ครู่แล้วยิ้มออกมา ดีใจนะที่เจ้านายคิดได้สักที เวลาฉิวเฉียดเหลือเกิน แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ลงมือทำล่ะนะ

“คุยนานจังเลย” ร่างบางอุทานเบาๆ เมื่อถูกกอดจากทางด้านหลัง

“แป๊บเดียวเองครับ”

“ไปอาบน้ำกัน เอ๊ะยิ้มกว้างเชียว มีอะไรดีๆ เหรอ มาร์คโทรมาว่าไง” แจ็คสันคลายอ้อมกอดแล้วเดินไปนั่งเก้าอี้สูงอีกตัว หันหน้าเข้าหายองแจ

“ปรึกษาเรื่องแบมแบมแหละครับจะไปมีอะไร”

“คู่นี้นี่ลุ้นเหนื่อยนะ เมื่อไรมาร์คจะทำอะไรให้ชัดเจนสักที”

“มะรืนนี้ล่ะครับ บอกว่าจะคุยกับแบมแบมแล้ว”

“ช้ามาก” แจ็คสันอดถอนหายใจไม่ได้ ยองแจหัวเราะ

“ช้าแต่ดีกว่าไม่ทำเลยไม่ใช่เหรอ”

“นั่นสิ แต่เรื่องของมาร์คน่ะช่างเถอะ เรื่องของเราล่ะครับจะเอายังไง” จู่ๆ คุณหมอก็เปลี่ยนเรื่องเร็วและทำจริงจังจนยองแจตามไม่ทัน

“แล้วจะให้เอายังไงล่ะครับ?”

“อะไรกัน! นี่คุณกะจะเอาผมไว้เป็นของเล่นแก้เบื่อเฉยๆ เหรอ ผมไม่ใช่เซ็กส์ทอยนะ มาทำให้ผมหลงคุณหัวปักหัวปำแต่ไม่มีสถานะชัดเจนนี่ใช้ไม่ได้เลยนะครับ ทำร้ายจิตใจคนหล่อมันบาปนะคุณ”

ยองแจมองคนเล่นใหญ่เอามือกุมหน้าอกเหมือนทรมานเหลือแสนแล้วกลั้นยิ้ม

“ผมขี้เกียจมีภาระ” แจ็คสันเบ้หน้า ช่างเย็นชาเหลือเกินที่รัก

“ผมโตจนดูแลตัวเองได้แล้วนะครับคุณ ไม่เป็นภาระสักหน่อย” ทำไมคนสวยของหมอพูดเหมือนหมออายุสามขวบล่ะ เสียใจ

“ผมงานยุ่งนะครับ ไม่มีเวลาดูแลใครหรอกนะคุณหมอ” ยองแจว่ากันตรงๆ แค่มีเซ็กส์ก็น่าจะพอแล้วนี่ จะเอาอะไรอีก ความรักเหรอ

“ผมก็งานยุ่งแทบจะโดนเคสคนไข้ทับตายเหมือนกันแหละ คุณไม่คิดเหรอว่าคนที่ต่างคนต่างยุ่งอย่างเราอยู่ด้วยกันมันดีจะตาย” คุณหมอโน้มน้าว

นอนกันเกือบทุกคืนนี่หมอเหมาเข้าข้างตัวเองว่าคุณเลขาเป็นภรรยาตัวเองไปแล้วนะ

“ดีตรงไหนครับ ยุ่งทั้งคู่ไม่เห็นจะดี ถ้าคนใดคนหนึ่งมีเวลาว่างพอจะดูแลอีกคนได้สิถึงจะดี”

ยองแจกอดอก ทักท้วงตามความคิดของตน แจ็คสันยกนิ้วชี้โบกไปมาตรงหน้าหวานแล้วส่ายหน้า

“ผิดแล้ว ถ้าว่างแค่คนเดียว คนที่ว่างจะน้อยใจที่อีกคนไม่มีเวลาให้นะ และก็จะเหนื่อยด้วยที่เป็นฝ่ายดูแลอยู่คนเดียว แต่ถ้าต่างคนต่างมีงานรัดตัวแบบเราสองคนเนี่ย คุณก็จะไม่รู้สึกแปลกหรือรู้สึกผิดอะไรที่ดูแลผมไม่ได้ ผมเองก็งี่เง่าเพราะคุณยุ่งไม่ได้ด้วย เห็นไหมว่าแฟร์ๆ ดีออก”

“ถ้าอย่างนั้นเราก็เป็นแค่เพื่อนนอนกันธรรมดาแบบนี้ก็ได้นี่ ไม่ต้องมีสถานะมาผูกมัด เราสะดวกจะมาหากันเมื่อไรก็ได้ เวลาเหงาจนไปเจอใครจะได้ไม่ต้องมานั่งคิดมากด้วยไง”

ยองแจจับมือหมอให้เลิกใช้นิ้วโบกไปมาสักที

“คุณไม่คิดอยากมีความรักบ้างเหรอ อายุเราก็ไม่น้อยกันแล้วนะคุณ” คุณหมอจ้องหน้าหวาน สงสัยจริงจัง คุณเลขาชะงักไป

“ไม่นี่ครับ อยู่คนเดียวก็สบายดี”

“แต่ผมชอบคุณนะ ชอบคุณมาตั้งนานแล้วด้วย ถึงเราไม่ค่อยได้เจอกันผมก็ชอบคุณ ทำไมคุณไม่คิดจะระบุสถานะให้ผมหน่อยล่ะ”

“หมออยากได้คำว่าคนรักเหรอ”

“อื้ม”

“แน่ใจเหรอว่าเป็นผมน่ะ”

“แน่ใจมากๆ” ยองแจสบสายตาที่จริงจังของคุณหมอครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า

“ก็ได้”

“โอ๊ะ..จริงนะ” แจ็คสันอดตกใจไม่ได้ เออ บทจะง่ายก็ง่ายเนอะ

“อือ จริงๆ” ยองแจก็อยากจะลองดูว่าเขากับหมอจะคบกันไปได้ยาวนานสักแค่ไหน

“ดีใจจังเลยอ่ะคุณ” แจ็คสันโผเข้ากอดยองแจไว้แน่น ครางฮือเหมือนเด็กๆ จนยองแจอดยิ้มไม่ได้

“ในเมื่อเป็นแฟนกันแล้วก็เรียกพี่หน่อยสิ พี่แจ็คสันน่ะ นะๆ” แจ็คสันเงยหน้ามาขอร้อง ยองแจจิ้มหน้าผากอีกคนอย่างแรง

“จะมากเกินไปแล้วครับ เอาทีละอย่างสิ ค่อยเป็นค่อยไปได้ไหม”

“เขินก็บอก”

“เขินเหรอ โอ๊ยแฟนใครทำไมน่ารัก” แจ็คสันหยิกแก้มนุ่มทั้งสองข้างแล้วยืดไปมา ยองแจจับมือของแฟนหมาดๆ ออกมาจากหน้า รู้สึกเขินนิดหน่อยที่คุณหมอพูดว่าแฟนได้เต็มปากเต็มคำทันทีอย่างนี้

“เดี๋ยวเหอะคุณ สิวขึ้นจะทำยังไง” ยองแจดุแต่คนทำหาได้สลดไม่

“คุณมีเงินไปหาหมอรักษาสิวอยู่แล้วล่ะน่า เดี๋ยวแนะนำเพื่อนหมอให้ ไปใช้บริการคลินิกมันในราคาพิเศษเลยเอาไหม”

“คุณพูดถูกหูผมที่สุดตั้งแต่เคยคุยกันมาเลยนะ” ยองแจยิ้มกว้างกับของกำนัล จับมือเขย่าเป็นการเซ็นสัญญาด้วย แจ็คสันหัวเราะ

บอกทีสิว่านี่คือเลขานุการมหาเศรษฐีที่เงินเดือนหลายล้าน นี่เรียกว่ารู้จักใช้เงินหรืองก

“ไปอาบน้ำนอนกันเถอะผมง่วงแล้ว” ยองแจชูแขนบิดขี้เกียจ นั่งนานแล้วเมื่อย

“ให้ผมอุ้มไปไหม” แจ็คสันเป็นห่วงเมื่อเห็นหน้าหวานนิ่วน้อยๆ

“ถ้าอยากอุ้มก็ไม่ขัดศรัทธาหรอกนะครับ” ยองแจไม่อิดออดสักนิด

“อาบอย่างเดียวนะ” ยองแจบอกพลางยกแขนโอบรอบคอคนอุ้มไว้ แจ็คสันยิ้มกริ่ม

“เรื่องนั้นขึ้นอยู่กับคุณเลยที่รัก ถ้าคุณไม่ยั่วผมล่ะก็นะ”

“คุณต่างหากที่ความอดทนต่ำ” ยองแจแกล้งใช้นิ้วลูบไล้ไปตามต้นคอจนถึงอกกว้างกำยำที่เปลือยเปล่า พอเห็นแจ็คสันทำหน้าดุใส่ก็หัวเราะชอบใจ

คุณหมอถอนหายใจเฮือกใหญ่แรงๆ ยอมแพ้เลย ใครอยู่กับชเวยองแจแล้วอดทนอดกลั้นได้ก็ไม่ต่างอะไรจากรูปปั้นแล้วล่ะ และเผอิญเขาไม่ใช่รูปปั้นซะด้วยสิ..

 

 

 

 

“ทำไมคุณต้องลากผมมาเลือกของขวัญวันเกิดให้พี่ชายคุณด้วย อีกตั้งหลายวันกว่าจะถึงวันงานไม่ใช่เหรอ เอาไว้คุณมากับคนอื่นก็ได้นี่”

นิชคุณเดินตามร่างสูงที่เดินมองร้านค้าภายในห้างสรรพสินค้าหรู บ่นโอด ยูคยอมหยุดเดินแล้วหันมามองหน้า

“วันนี้ฉันมีอารมณ์เดินนี่นา ไม่รู้วันไหนจะมีมาอีก และถ้าไม่ซื้อตอนที่นึกได้เดี๋ยวก็ลืมอีก ถ้าลืมของขวัญวันเกิดล่ะก็พี่ชายได้งอนไปเป็นเดือนแน่”

คุณเล็กเป็นน้องชายคนโปรดของพี่ชายเชียวนะ ใครจะลืมของขวัญก็ลืมได้แต่คุณเล็กลืมไม่ได้เด็ดขาด

“ถ้าอย่างนั้นลากผมมาทำไม ผมก็มีธุระปะปังต้องไปกับน้องบ้างนะ” นิชคุณไม่ได้หาข้ออ้างนะ แบมแบมชวนไปซื้อของเหมือนกันแต่น้องไม่ยอมบอกว่าจะชวนไปซื้ออะไร แค่บอกให้เขาหาเวลาว่างเอาไว้

“น้องคุณนัดเมื่อไหร่?”

“เขาบอกว่าแล้วแต่ผมว่างน่ะ”

“ไปพรุ่งนี้สิ วันนี้ก็เดินกับฉันก่อน ที่ฉันเอาคุณมาก็เพราะว่าอยากให้คุณช่วยเลือกของให้หน่อย ฉันให้ของขวัญพี่ทุกปีจนหมดไอเดียแล้ว” ยูคยอมจนใจจริงๆ เห็นนิชคุณท่าทางพึ่งพาได้ก็เลยลากมา

“ผมจะไปรู้หรือ ไม่เคยมีพี่ชาย” คุณเล็กกลอกตา ทำไมนับวันยิ่งกวนประสาทนะนิชคุณ

“น้องคุณให้ของขวัญวันเกิดอะไรกับคุณล่ะ”

“ไม่ได้ให้เป็นสิ่งของแพงๆ หรอก”

“จริงน่ะ? ทำไมล่ะ หรือว่าไม่มีเงิน” คุณเล็กแค่ปากไวไม่ได้อยากจะว่านะ

“นั่นก็ส่วนหนึ่ง ทุกปีแบมแบมจะทำของขวัญทำมือเอง บางปีก็การ์ดอวยพร แต่ทุกปีก็จะทำของอร่อยให้ผมกินน่ะ”

ยูคยอมตาโต อึ้งไปเล็กน้อยที่เห็นรอยยิ้มอบอุ่นจากใจของคุณเลขานุการปากจัดตอนเอ่ยถึงน้องชาย น้ำเสียงนั้นจะว่าโอ้อวดก็ไม่ใช่แต่แค่ฟังก็พอเดาได้ว่านิชคุณคงต้องปลื้มกับสิ่งที่แบมแบมทำให้มากๆ เลยนะ

รอยยิ้มแบบนี้นี่มัน..จู่ๆ คุณเล็กก็นึกอิจฉาแบมแบมขึ้นมา ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยได้รอยยิ้มอย่างนี้จากพี่ตัวเองหรอกนะ แค่เขาไม่เคยได้รับมันจากนิชคุณมากกว่าถึงทำให้รู้สึกอิจฉา เพราะเวลานิชคุณยิ้มให้เขาด้วยรอยยิ้มอบอุ่นมันก็มาจากการแสดงละครตบตาชาวบ้านเท่านั้น ไม่ได้ยิ้มจากใจอย่างนี้

เฮ้ๆ..นี่เขาคิดยังไงถึงอยากให้นิชคุณยิ้มแบบนั้นให้เขา บ้าไปกันใหญ่แล้วคุณเล็ก!

ยูคยอมหมุนตัวเดินนำไปเร็วๆ จนนิชคุณแปลกใจที่ยูคยอมหยุดพูดเอาซะเฉยๆ แล้วเดินจ้ำเหมือนจะไปตามใครที่ไหน

“ตกลงคุณจะเอาไงล่ะเรื่องของขวัญ” นิชคุณก้าวยาวๆ เดินเคียงไปกับคุณหนูคิม ร่างสูงกอดอก ครุ่นคิดนิดหน่อยแล้วส่ายหน้า

“คิดไม่ออก ช่วยหน่อยสิ”

“ลองทำเองดูไหมล่ะ”

“คุณจะให้ฉันทำเองเนี่ยนะ? ทำอะไร?” คุณเล็กชี้อกตัวเอง ถามคนข้างตัวเสียงสูง นิชคุณหัวเราะ

“ทำไมล่ะ คุณทำอะไรไม่เป็นเลยเหรอ”

“ไม่เลย โตจนป่านนี้จะให้ทำอะไรน่ารักๆ ให้พี่ชายก็อายตายเลยสิ”

“ยังไงพี่คุณก็มองคุณน่ารักเหมือนเด็กอยู่ดีนั่นล่ะ ทำอะไรไปเขาก็ดีใจทั้งนั้น พวกคุณรวยมหาศาลอยู่แล้วไอ้ของแพงๆ ถ้าพี่ชายคุณอยากได้เขาก็มีปัญญาซื้อเองไหมล่ะ ผมว่าของหรูสำหรับพวกคุณมันก็คงเป็นของธรรมดาที่หาได้ง่ายๆ ทั่วไป มันน่าเบื่อ ไม่จับใจ ของทำเองน่ะดีสุดแล้วคุณ เชื่อผม”

“นี่พูดตามความรู้สึกของพี่ชายป้ะเนี่ย”

“ใช่” คนเป็นพี่พยักหน้าก่อนจะหยุดคุยกับยูคยอมแล้วหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงออกมารับสายเมื่อมีคนโทรเข้ามาพอดี

“นิชคุณครับ”

<คุณนิชคุณ ผมมาร์คนะครับ>

“ครับว่าไง” นิชคุณแปลกใจที่แฟนน้องโทรหา ไปได้เบอร์เขามาจากไหน จำได้ว่าไม่เคยให้นะ

<กันต์ชอบดอกไม้อะไรครับ> เออ กำลังสงสัยเชียวว่าโทรมาทำไม เข้าประเด็นเร็วดี

“หา? เอ่อ..ดอกไม้เหรอ” นิชคุณหยุดเดิน ยูคยอมเลยหยุดตาม

<ใช่ครับ ผมจะซื้อให้กันต์น่ะ>

“แบมแบมก็ชอบดอกไม้ทุกชนิดแหละครับ” นี่นิชคุณไม่ได้กวนนะ แบมแบมชอบหมดนั่นแหละไม่ว่าจะเป็นดอกไม้หรือต้นไม้ แค่สวยก็ชอบหมด

<ขอเจาะจงหน่อยสิครับ คุณน่าจะเคยสังเกตสิว่าเขาชอบอะไรเป็นพิเศษ>

“เป็นพิเศษเหรอลิลลี่ กล้วยไม้ ไฮเดรนเยีย ก็มีแค่นี้แหละมั้ง”

นิชคุณพยายามนึกภาพว่าอะไรที่เคยอยู่ในอ้อมแขนแบมแบมบ่อยที่สุด ก็มีแค่นี้ล่ะมั้ง แต่เขาไม่ใช่ผู้ชายรักธรรมชาติที่จำชื่อดอกไม้ได้หรอกนะ ที่จำขึ้นใจก็เพราะน้องชายนั่นแหละกรอกหู ชอบบ่นว่าเขาไม่รู้จักอะไรเลยสักอย่างแถมแยกดอกไม้หรือต้นไม้ไม่ได้เรื่อง

<ครับ สามอย่างนี้นะ แล้วกันต์ชอบอะไรอย่างอื่นอีกไหม>

“ตุ๊กตามั้ง คุณก็เคยเห็นแล้วนี่ว่าแบมแบมมีตุ๊กตาเยอะแค่ไหนตอนไปค้างที่บ้านน่ะ แต่อย่างไอ้แบมน่ะ ซื้ออะไรให้มันก็ชอบทั้งนั้นแถมเก็บรักษาอย่างดีด้วย ไม่จำเป็นต้องเป็นของแพงอะไรหรอกนะ”

นิชคุณหยุดเดินอยู่หน้าร้านขายตุ๊กตาขณะตอบคำถามมาร์ค

<ขอบคุณมากครับ คุณช่วยผมได้เยอะเลย>

“ไม่เป็นไร” นิชคุณเก็บโทรศัพท์แล้วดึงข้อมือเด็กหมูให้ตามเข้าไปในร้านตุ๊กตาทันที

“ใครโทรมา พี่มาร์คเหรอ โทรมาทำไมล่ะ” ยูคยอมเดาเอา

“มาร์คโทรมาถามว่าแบมแบมชอบดอกไม้อะไร จะซื้อไปเซอร์ไพรซ์มั้ง”

“ว้าว น่ารักจัง นี่คุณพาฉันเข้ามาร้านนี้ทำไม จะซื้อไปให้น้องเหรอ” ยูคยอมยิ้มกว้าง พี่ชายคนสนิทก็มีมุมโรแมนติกเหมือนกันนะ ซื้อดอกไม้ไปให้แฟนด้วย 

“เปล่า” นิชคุณตอบปฏิเสธแล้วเดินดิ่งไปหาตุ๊กตาที่สะดุดตาเขาตั้งแต่ยืนอยู่หน้าร้าน

“คุณชอบไหม” นิชคุณหยิบตุ๊กตาโทรลสีขาว ตัวอ้วน และมีจมูกใหญ่ยื่นออกมาข้างหน้าดูคล้ายฮิปโปโปเตมัสขึ้นมาถือแล้วหันไปทางยูคยอม

“หืม ทำไมต้องชอบ อย่าบอกว่าจะซื้อให้” ยูคยอมชี้หน้าตุ๊กตาแล้วชี้ตัวเอง

“อือ ไม่เอาเหรอ” นิชคุณพยักหน้าหงึก

“บ้า! ฉันจะเอาไปทำไม ไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ ฉันเลยวัยเล่นตุ๊กตาแล้ว” ยูคยอมผลักหน้าตุ๊กตาคืนไป นิชคุณก้มมองของในมือ

“ผมว่ามันเหมือนคุณออกนะ โตแล้วก็เล่นตุ๊กตาได้เหมือนกัน หรือไม่ก็เอาไว้กอดแทนหมอนข้างสิ คุณเคยบ่นไม่ใช่เหรอว่าผมขี้งกไม่ยอมซื้อของขวัญวันเกิดให้ ของแพงผมไม่มีปัญญาซื้อหรอก ซื้อได้แค่เจ้ามูมินนี่แหละ จะเอาไหม”

นิชคุณชูตุ๊กตาสูงหกสิบเซ็นติเมตรไปหาเด็กหมูอีกครั้ง ยูคยอมยืนอึ้ง ถามได้นักเลงมาก เหมือนพวกยัดเยียดขายเลยนะ

“คุณว่าเจ้ามูมินนี่เหมือนฉัน?”

“อื้ม!” นิชคุณยิ้มกว้างแล้วต้องหุบยิ้ม สะดุ้งโหยงเมื่อโดนฟาดเข้ามาเต็มไหล่

“คุณว่าฉันอ้วนเหรอ อีกแล้วนะ!” นิชคุณขยับถอยหนีเจ้านายที่เงื้อมือจะฟาดซ้ำ

“เปล่านะไม่ได้หมายถึงอ้วน ผมหมายถึงมันน่ารักไง” นิชคุณพูดนิ่งๆ แต่ทำเอาคนฟังค้างไปเลย

“อะ..อะไรนะ?”

“มันน่ารัก ผมคิดว่ามันเหมือนคุณนั่นก็หมายความว่า คุณน่ารัก ไง”

ยูคยอมฟังคำชมและคำหวานมาก็เยอะนะ แต่ไม่เคยมีใครทำให้เขาหน้าร้อนได้เท่าผู้ชายบ้านๆ ธรรมดากับคำชมที่แสนจะจริงใจนี่ได้เลย

“โอ้ ตั้งแปดหมื่นสามแน่ะ แพงเอาเรื่องเหมือนกันนะเนี่ย รู้ไว้เลยนะคุณว่านอกจากแม่กับน้องผมน่ะไม่เคยซื้อของขวัญเกินสามหมื่นให้ใครเลยนา แต่คุณก็คงคิดว่ามันถูกมากอยู่ดีใช่ไหมล่ะ”

นิชคุณพลิกป้ายราคาตุ๊กตาขึ้นดูแล้วหันมาพูดกับยูคยอม ก่อนจะเดินเอาของขวัญไปให้พนักงานผูกโบว์โดยไม่ใส่กล่องหรือห่อของขวัญ

“เอาแบบนี้ไปนะ ไม่ต้องซื้อกล่องกับกระดาษหรอกมันเปลืองเพราะยังไงวันเกิดคุณก็ผ่านมาแล้ว  อ้ะรับไปสิ”

ยูคยอมยื่นมือไปรับตุ๊กตาที่อีกคนซื้อให้มาไว้ในอ้อมแขน นิชคุณยิ้มกว้าง

“สุดยอด น่ารักคูณสองเลย ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกหน่อยไหม” ปากน่ะถามแต่มือหยิบโทรศัพท์แล้ว

คุณหนูคิมก้มมองของนุ่มนิ่มในมือที่อีกฝ่ายอุตส่าห์เสียเงินซื้อให้ ทั้งที่นิชคุณเป็นผู้ชายที่หายใจเข้าก็เป็นเงิน หายใจออกก็เป็นเงิน

“ขอบคุณ”  คุณเล็กไม่คิดว่าจะมีใครให้ของขวัญราคาถูกแบบนี้กับตน และถ้าก่อนหน้านี้มีใครบอกว่าคุณหนูอย่างเขาจะได้ของขวัญวันเกิดเป็นตุ๊กตาธรรมดาราคาไม่กี่หมื่นวอนเขาคงหัวเราะใส่ว่าตลก

แต่จะว่าไปตุ๊กตาธรรมดาจากคนธรรมดาก็น่ารักดี นิชคุณเป็นผู้ชายไม่เพอร์เฟ็กต์ที่อันตรายจริงๆ..

 

 

 

 

 

“พี่มาร์ค แบมมีเรื่องจะคุยด้วยหน่อย” ร่างบางเอ่ยกับคนที่นอนหนุนตักเขาดูโทรทัศน์จอใหญ่  

วันนี้พี่มาร์คก็พาแบมแบมมาที่บ้านเล็กอีกแล้ว นั่งเล่นนอนเล่นอยู่ในห้องโฮมเธียเตอร์กันทั้งวัน

“ว่ามาสิครับ”

“เมื่อวานก่อนแบมเจอคุณซูจีด้วย เบซูจี อดีตคนรักของพี่มาร์ค”

“อะไรนะ ทำไมถึงเพิ่งมาบอกพี่ล่ะ” มาร์คนอนหงาย จ้องหน้าหวานเขม็ง

“ก่อนที่แบมจะตอบพี่ พี่ตอบแบมมาก่อนได้ไหมครับว่าตอนนี้รู้สึกยังไงเมื่อได้ยินชื่อเธอ” แบมแบมเริ่มปูทางที่จะช่วยซูจีตามที่หญิงสาวขอร้องมา

มาร์คเงียบไปครู่ เดาใจคนที่ยังมีรอยยิ้มติดหน้าไม่ออกเลย ไปคุยอะไรกันมานะ และทำไมซูจีถึงไปหากันต์ล่ะ ทำแบบนั้นเพราะอะไร ทำไมต้องมายุ่งวุ่นวายกับแกะของเขาด้วย ไม่พอใจเลยให้ตายสิ

“ไม่รู้สึกอะไรเลย”

“จริงหรือครับ เอาตามตรงนะ ไม่ต้องสนใจความรู้สึกของแบมเพราะตอนนี้แบมสนใจความรู้สึกของพี่ที่สุด” แบมแบมจริงจังต้องมาร์คต้องคิดใหม่

ร่างสูงจับมือนิ่มที่วางบนอกตน ผ่อนลมหายใจ ก่อนจะเอ่ยออกมา

“เฉยๆ”

“ยังโกรธเธออยู่ไหม” คำถามนี้ของแบมแบมทำให้มาร์ครู้ได้ว่าซูจีคงบอกแล้วว่าเธอกับเขาเคยเป็นอะไรกันหรือว่ามีเรื่องราวอะไรกันมา

“ไม่แล้วล่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นทำไมตอนที่เจอกันในงานแฟชั่นโชว์ถึงเย็นชาใส่เธอไปแบบนั้นล่ะครับ”

“พี่แค่ตกใจ ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีก”

“เพราะอะไรพี่ถึงไม่ยอมรับสายเธอบ้าง”

“ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องทำแบบนั้นนี่ครับ”

“ถึงจะจบกันไม่สวยก็เถอะ แต่แค่ความเป็นเพื่อนก็ยังให้เธอไม่ได้เหรอครับ อย่างน้อยก็เคยรักกันมากนะ”

“ซูจีพูดอะไรกับกันต์ ถึงต้องมาพูดแทนเธอขนาดนี้” มาร์คสงสัยนักว่าแกะไม่รู้สึกอะไรเลยหรือที่ได้เจอคนรักเก่าของเขา  หรือกันต์ไม่เคยรู้สึกอะไรเลยกับเรื่องของเขา..

“เธอน่ารักมากนะครับ แบมไม่ค่อยได้เจอคนแบบเธอเลย สวย สุภาพ จริงใจ และพูดเพราะ เธอไม่ได้แสดงกิริยาไม่ดีกับแบมเลยนะ เราคุยกันด้วยเรื่องส่วนตัวมากๆ จนแบมยังแปลกใจเลยว่าทำไมคนเพิ่งรู้จักกันถึงได้คุยกันได้สนิทใจ เธอกลับมาก็แค่อยากจะเจอพี่ อยากเป็นเพื่อนพี่ เธอกำลังลำบากนะ”

แบมแบมมีรอยยิ้มน้อยๆ ติดริมฝีปากและดวงตาตลอดเวลา มาร์คแปลกใจเหมือนกันล่ะว่าทำไม

เจอกันครั้งเดียวแกะของเขาอาจถูกชักจูงหลอกล่อจากซูจีก็ได้นี่

“ซูจีมีเรื่องอะไรเหรอ” มาร์คอดถามไม่ได้ตามประสาคนอยากรู้ แต่แบมแบมกลับคิดไปว่ามาร์คถามเพราะยังมีเยื่อใยและความรู้สึกในอดีตหลงเหลืออยู่บ้าง และนั่นคงทำให้มาร์คยอมคล้อยตามได้

“เธอกำลังจะหย่ากับสามีครับ”

“ว่าไงนะ” มาร์คประหลาดใจกับข่าวของซูจี เขาไม่ได้สนใจเรื่องของเธอมานานมากตั้งแต่เลิกกันไป  ไม่ได้รับรู้เลยมากกว่า

“เธอกำลังฟ้องร้องขอหย่าแต่สามีเธอไม่ยอม ช่วงที่ยังตกลงกันไม่ได้เธอเลยกลับมาบ้านเกิด เธอไม่มีใครก็แค่อยากคุยกับพี่บ้าง ในเมื่อไม่โกรธเธอแล้วก็ลองคุยกับเธอบ้างดีไหมครับ”

“พี่ไม่อยากฝืนใจตัวเองให้ทำอะไรที่ไม่อยากทำหรอกนะ”

“อดีตของพี่มีคุณซูจีเกี่ยวข้องหรือเปล่าครับ ฝันร้ายและความทุกข์ในใจพี่มีเรื่องเธออยู่บ้างไหม”

แบมแบมไม่อยากให้มาร์คทำอะไรที่เขาไม่ชอบ แต่การอยู่กับความจริงให้ได้ก็ต้องทำแบบนี้ล่ะ

มาร์คสบตาแบมแบม แม้แบมแบมไม่ได้คาดคั้นด้วยคำพูดแต่แค่มองตามาร์คก็ต้องพูดออกมาเอง

“มีสิ มีนิดหนึ่ง” แบมแบมอมยิ้มที่อีกฝ่ายตอบเสียงเบา พี่มาร์คน่ารัก

ไม่เอาน่าหัวใจ..อย่ารู้สึกแบบนี้ได้ไหม ไม่ดีเลย ไม่ดีต่อใครทั้งนั้น..

“คิดซะว่าเป็นการบำบัดอย่างหนึ่งสิครับ พี่พยายามหนีอดีตเพื่อจะพ้นไปจากมัน แต่ตอนนี้ส่วนหนึ่งของอดีตกลับมาไล่ตามพี่ ควรใช้โอกาสนี้เผชิญหน้าแล้วทำให้มันจบไป แค่หนึ่งเรื่องก็ยังดีนะ”

แบมแบมหว่านล้อม ถ้าให้คิดอย่างคนไม่รู้อะไรเลยเขาคิดว่าปมใหญ่ในใจคุณมาร์คคือเรื่องคุณแม่ แต่ปมเล็กอย่างเรื่องความรักครั้งก่อนที่เกาะเกี่ยวรัดให้ปมใหญ่กลับยิ่งใหญ่กว่าเดิมก็สำคัญ ควรกระเทาะให้หลุดจนเหลือแค่คุณแม่ปมเดียวก็พอ

แบมแบมอยากให้คุณมาร์คสบายใจขึ้นบ้างสักนิดก็ยังดี ไม่แค่เพื่อคุณมาร์คแต่เพื่อตัวเองด้วย พอเขาไปอยู่อังกฤษจะได้เบาใจไปหน่อยว่าคุณมาร์คอาการดีขึ้นบ้าง

ตั้งแต่จำเรื่องสมัยก่อนได้เขาก็สงสารคุณมาร์คและอยากจะช่วยมาก แต่เขาไม่เหลือเวลาที่จะช่วยคุณมาร์คด้วยตัวเองได้อีกแล้ว

“ไม่มีใครเป็นเพื่อนกับแฟนเก่าได้หรอกกันต์ ยิ่งเป็นพี่กับซูจีเรา..มันยิ่งเป็นไปไม่ได้”

“ความรักที่หลงเหลือมันก็ทำให้เจ็บปวดเป็นธรรมดาล่ะครับ”

“ไม่ พี่ไม่ได้รักเธอแล้วนะ!” มาร์ครีบปฏิเสธให้คนเข้าใจผิดเข้าใจเสียใหม่ แบมแบมถอนหายใจ

“ยอมรับความจริงไม่ได้ก็ข้ามไปก่อนก็ได้ครับ ไว้พี่อยากเจอเธอเมื่อไรก็ติดต่อไปแล้วกัน พี่อาจจะอึดอัดแต่คุยกันอีกสักครั้งเถอะครับ ไปทำให้รู้ว่าเธอเป็นอดีตที่ไม่สามารถทำอะไรหัวใจพี่ได้อีกแล้ว มันดีกับตัวพี่นะ ถ้าไม่ไหวค่อยว่ากันอีกที

            “พี่เข้าใจนะที่กันต์หวังดีและเป็นห่วง พี่ขอคิดสักวันสองวันแล้วกัน”

            “แค่พี่ยอมเปิดใจก็ดีแล้วครับ” แค่นี้แบมแบมก็พอใจแล้ว ขอแค่คุณมาร์คเริ่มจัดการกับอดีตที่ติดอยู่ในใจก็วิเศษแล้ว เพราะเมื่อทุกอย่างดีขึ้น คนที่มีความสุขที่สุดคือคุณมาร์ค

“พรุ่งนี้ไปดินเนอร์กัน”

“ที่ไหนอีกครับ ต้องไปพบใครอีกหรือเปล่า” แบมแบมถามไว้ก่อน คิดว่าจะเหมือนครั้งก่อนที่ไม่ได้มีแค่เราแต่มีคนที่แบมแบมไม่รู้จักอีก

            “แค่เราน่ะ”

“จะเลี้ยงส่งแบมหรือไง”

“พี่มีเรื่องจะคุยกับกันต์ เรื่องของเราไง” มาร์คทำเป็นไม่สนใจคำว่าเลี้ยงส่งนั่น เพราะเขาจะไม่ยอมให้แกะของเขาไปไหนแน่

“จะคุยก็คุยที่นี่ตอนนี้เลยสิครับ จะรอไปคุยพรุ่งนี้ทำไม”

“พี่อยากคุยพรุ่งนี้ นี่ให้คุณยองแจจองโต๊ะไว้ให้แล้วนะ”

“ครับๆ ไปก็ไป”แบมแบมยิ้มให้ทั้งที่ในใจกังวล คุณมาร์คจะพูดเรื่องของเรา เรื่องที่แบมแบมไม่กล้าพูดขึ้นมาก่อนสินะ ก็ดีที่คุณมาร์คเริ่มก่อน

ยังไงก็จะไปจากกันอยู่แล้วแบมแบมจึงไม่อยากเอ่ยคำลา และต้องการใช้เวลาที่เหลืออยู่นี้อยู่กับคุณมาร์คไปจนถึงวันสุดท้ายก่อนจะไปอังกฤษ แบมแบมตั้งใจไว้อย่างนั้น

 

 

 

 

แบมแบมมานั่งทำงานอยู่ที่บ้านคุณเจย์เพราะไม่รู้จะไปไหน จะไปหาจีมินก็ขี้เกียจโดนซักเรื่องลูก จะไปหาพี่คุณก็ขี้เกียจอีก  แบมแบมตั้งใจจะเคลียร์ทุกอย่างให้เสร็จก่อนบิน

บ้านคุณเจย์เป็นบ้านไม้ใจกลางเมืองที่ล้อมด้วยตึกสูงของคอนโด อพาร์ตเม้นท์ และสำนักงานต่างๆ เป็นบ้านสองชั้นหลังไม่ใหญ่ไม่เล็กที่ออกแบบอย่างเรียบง่าย แต่ที่ดินนี่สิที่น่าตกใจ ถ้าคุณเจย์ขายมันให้พวกนักลงทุนก็ได้ราคาตกอยู่ที่ตารางวาละ 30ล้านวอน และถ้ารวมทั้งหมดที่มีก็น่าจะได้ราวๆ 6พันล้านวอนเลยทีเดียว แบมแบมจะเป็นลม คุณเจย์บอกว่าที่ตรงนี้น้องสาวยกให้ โอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อย

แบมแบมไม่อยากคิดเลยว่าน้องคุณเจย์จะรวยแค่ไหน

“หิวไหมหนูแบม” คุณเจย์เดินมาหาแบมแบมที่นั่งทำงานอยู่หน้าทีวี แบมแบมส่ายหน้า

“ไม่ครับ”

คุณเจย์ยังทำตัวสบายๆ ไม่ต่างจากเดิม ที่เปลี่ยนคงจะเป็นการแต่งตัว คุณเจย์ยังไว้ผมยาวและหนวดเคราเหมือนเดิมแต่จัดแต่งทรงให้ดูดี รวบผมยาวครึ่งศีรษะ สวมเสื้อคอวีแขนยาวพับแขนพอดีตัวและกางเกงขายาวสีอ่อนเข้ากัน  ไม่ใช่สวมเสื้อเก่าๆ และโค้ทหนาขาด ทำให้แบมแบมได้รู้ว่าคุณเจย์เป็นผู้ชายที่รูปร่างดีมาก ช่วงวัยไม่สามารถทำร้ายคุณเจย์ได้เลยนะ

“คุณเจย์ แบมมีอะไรจะให้ดูด้วยนะ” แบมแบมหันไปค้นกระเป๋าเป้ที่วางข้างตัว ร่างสูงนั่งบนโซฟา ไขว่ห้าง สายตาขณะมองแบมแบมนั้นเอื้อเอ็นดู

“นี่ครับ” แบมแบมยื่นภาพถ่ายใบเล็กที่เรียงต่อกันหลายภาพให้คุณเจย์ ร่างสูงรับมาดู ตั้งแต่เห็นมันถูกหยิบออกจากกระเป๋าก็รู้แล้วว่าคืออะไร

“นี่หนูแบมกำลังท้องอยู่เหรอ?” คุณเจย์ตกใจมากเลยนะ

“ครับ เจ็ดอาทิตย์แล้วล่ะ ลูกแบมอยู่นี่ไง น่ารักเนอะ” แบมแบมขยับคุกเข่าเดินเข่ามาหาใกล้ๆ แล้วชี้คุณเจย์ดูตัวเล็กว่าอยู่ตรงไหน ตั้งแต่ทำใจได้แบมแบมก็เห่อลูกเหมือนกันนะ

คุณเจย์หัวเราะเบาๆ กับความเห่อของคนเป็นแม่ ดูภาพอัลตร้าซาวด์ที่หนูน้อยตัวกะจิริดยังดูไม่ออกเลยว่าน่ารักแค่ไหน ทั้งดีใจและกังวลกับข่าวนี้

“มาร์คคงดีใจมากเลยสิ”

“แบมยังไม่ได้บอกเขาเลยครับ” แบมแบมพูดความจริง ไม่ปิดบัง

“อ่าว ได้ยังไงกัน หรือว่าไม่คิดจะบอกเขาหรือหนูแบม” คุณเจย์มองหน้าแบมแบม

“คิดว่าจะบอกเหมือนกันครับ แต่ต้องดูก่อนว่าเรื่องที่คุณมาร์คจะคุยเย็นนี้คือเรื่องอะไร” แบมแบมแบ่งรับแบ่งสู้ไปอย่างนั้นเพื่อไม่ให้คุณเจย์บ่น เรื่องไปอังกฤษนั้นแน่นอนว่าไม่ว่าจะยังไงแบมแบมก็จะไป

แบมแบมบอกคุณมาร์คว่าจะมาทำงานบ้านคุณเจย์ คุณมาร์คไม่ว่าอะไรและนัดให้ไปเจอกันที่ร้านอาหารตอนค่ำเลย แบมแบมเลยเตรียมเสื้อผ้ามาเปลี่ยนที่บ้านคุณเจย์ด้วย

 “แสดงว่าถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องก็จะไม่บอกเขาหรือ ทำแบบนี้ไม่ถูกนะแบม ยังไงเขาก็พ่อ เรื่องเรียนต่อจะเอายังไง รู้ตัวว่าท้องแล้วยังจะไปอังกฤษอีก คุณเจย์ว่า..

“ทุกอย่างมันเรียบร้อยหมดแล้วนะครับ” แบมแบมตัดบทก่อนคุณเจย์จะเอ่ยห้ามมากกว่านี้

“ถ้ามาร์ครู้เขาไม่ยอมให้หนูไปเรียนแน่” คุณเจย์กังวลแทนมาร์ค เจ้าตัวจะได้รู้ไหมนั่นว่าเมียกับลูกจะไปอังกฤษ แบมแบมเล่นปิดเงียบอย่างนี้ จะบอกหรือเปล่าก็เดาใจไม่ได้ด้วย

คุณเจย์พอจะเข้าใจความคิดของแบมแบมอยู่บ้างจากเรื่องราวที่แบมแบมเล่าให้ฟังว่า ทำไมถึงไม่อยากจะพูดเรื่องลูกและเรื่องทุน

“ต้องรอคุยตอนกินข้าวแหละครับ” การตัดสินใจของแบมแบมว่าจะไปนั้นเอนไปกว่า 90เปอร์เซ็นต์แล้วว่าจะไป 

            คุณเจย์หนักใจเหลือเกิน แบมแบมคงอยากไปมาก ถ้าจะเปลี่ยนใจไม่ไปก็คงอยู่ที่มาร์คคนเดียวเลย

หวังว่าผู้ชายคนนั้นจะบอกว่ารักแบมแบมสักคำนะ แค่คำเดียวแบมแบมก็พร้อมจะอยู่แล้วล่ะ

“แบมให้คุณเจย์ใบนึง” แบมแบมให้รูปเจ้าตัวเล็กคุณเจย์เป็นที่ระลึก

“ขอบใจนะ อยากรู้เร็วๆ จังว่าจะเป็นหลานผู้ชายหรือหลานผู้หญิง” คุณเจย์อมยิ้ม อดเอื้อมมือไปขยี้ผมนุ่มไม่ได้

 

 

 

 

“พี่จะโทรมาเช็กอะไรรายนาทีขนาดนี้ครับเนี่ย” มาร์คถอนหายใจขณะคุยสายกับพี่ชาย ถือโทรศัพท์มือหนึ่ง ส่วนอีกมือก็ประคองช่อดอกไม้ช่อใหญ่ไว้ด้วย ใช้ไหล่ดันเปิดประตูร้านดอกไม้

<แกอุตส่าห์จะไปหาน้องสะใภ้มาให้ทั้งที ฉันก็ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดา> มาร์คเบื่อพี่ชายจริงๆ ไม่น่าเผลอหลุดปากเล่าอะไรให้ฟัง เรื่องของเขานี่สนใจจังเลยนะ น่าจะเอาเวลาโทรหาเขาไปโทรหาพี่เขยบ้าง

“ข้ามขั้นไปแล้วพี่ ไม่ขนาดนั้นหรอก”

<หูย ไม่ได้เห็นแกทำอย่างนี้กับใครมานานแล้วเปล่าวะ>

“เวอร์ ผมก็พาคนอื่นไปกินข้าวเหมือนกัน ดอกไม้ก็ซื้อให้” มาร์คกดเปิดรถเอาดอกไม้เข้าไปวางตรงที่นั่งข้างคนขับ

<เวลาให้ดอกไม้คนอื่นน่ะแกให้คุณยองแจจัดการให้ไม่ใช่เหรอ มีครั้งไหนไหมที่ไปซื้อเอง>

“แค่นี้ก็จับผิด”

<ไม่ได้จับผิดเลย แกเลือกแฟนได้ถูกใจฉันในรอบหลายปีเลยนะ>

“ก็บอกว่ายังไม่ได้จะขอเป็นแฟน”

<วุ้ย! แล้วแกจะให้เขาเป็นอะไรล่ะ>

“ก็..” นั่นสิ เขาจะให้กันต์เป็นอะไรล่ะ

<คิดดีๆ สิ แกมีเวลาคิดจนกว่าจะไปถึงร้านอาหารไม่ใช่เหรอ คิดให้ออกมันไม่ได้ยากขนาดนั้นนะ>

“อืม จะพยายาม”

<ดีใจที่ได้ยิน โชคดีนะจ๊ะที่รัก> มาร์คส่ายหน้าน้อยๆ กับน้ำเสียงล้อเลียนของพี่ชาย ให้ตายสิจินยอง เขาไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ ไม่ต้องมาล้อกันแล้ว

มาร์คจอดรถติดสัญญาณไฟจราจร มองไปยังช่อดอกไม้ช่อโตก่อนเอื้อมมือไปลูบสัมผัสกลีบดอกลิลลี่สีชมพู  หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหาแบมแบมก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองข้างทางฆ่าเวลารอ

“เอ๊ะ..” มาร์คเขม่นมองไปที่บาทวิถีตรงทางข้ามเมื่อเห็นใครคนหนึ่งที่คุ้นตา หญิงสาวสูงโปร่งผมบลอนด์เข้ม มาร์คเกือบจะคิดว่าเธอคือใครคนนั้นถ้าไม่ติดที่เธอมีไม้เท้านำทางสำหรับผู้พิการทางสายตา

มาร์คขยับกายนั่งตรง มองตามร่างเธออย่างจริงจัง สังเกตเห็นความผิดปกติ หญิงสาวเดินเซดูโงนเงนจะล้ม เธอก้าวลงจากบาทวิถีตามคนอื่นที่กำลังเดินข้ามถนน เดินได้ไม่กี่ก้าวก็หมดสติทรุดลงไปกับพื้น

หลายคนที่กำลังเดินชะงักแล้วหันกลับไปช่วยเธอ เมื่อหญิงสาวถูกคนแปลกหน้าจับแขนและโอบเอวเพื่อประคองให้ลุกขึ้นแล้วหันมาทางรถของมาร์ค ชายหนุ่มจึงได้เห็นหน้าเธอชัดๆ

“คามิล..มาร์คเปิดประตูรถลงไปโดยไม่รู้ตัว ยืนนิ่งอยู่ครู่ด้วยความตกใจก่อนจะก้าวไปหาเธอ

“คามิลจริงๆ ด้วย” มาร์คแทบไม่เชื่อสายตาว่าจะเป็นเธอคนนั้น ชายหนุ่มที่ช่วยประคองจะพาเธอไปพักที่บาทวิถีหันมามองมาร์ค

“คนรู้จักของคุณหรือครับ เอ่อ..ถ้ายังไงก็รบกวนดูแลเธอต่อทีนะครับ”

ก่อนมาร์คจะทันได้ปฏิเสธชายแปลกหน้าก็ส่งต่อหญิงสาวหน้าตาสะสวยมาให้มาร์คเพราะตนต้องรีบไปธุระเหมือนกัน มาร์คจึงต้องยื่นมือไปรับร่างเธอไว้

เสียงแตรรถยนต์ที่ดังมาจากถนนทำให้มาร์คหันไปมอง มีคนกำลังไม่พอใจที่การจราจรช่วงเย็นวันอาทิตย์ต้องมาติดขัดเพราะรถหรูของเขาขวางทาง มาร์คจึงต้องรีบอุ้มคามิลาไปที่รถตนแล้วออกไปจากตรงนี้

 

 

 

แบมแบมเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์เล่นเกมรอคุณมาร์คพลางมองไปรอบตัวบ่อยๆ หวังว่าเงยหน้าจากจอเล็กเมื่อไรจะได้เจออีกคน

ทำไมมาช้านักนะ นี่เลยเวลานัดมาจะครึ่งชั่วโมงแล้ว ควรโทรไปถามหรือเปล่าเผื่อมีอะไรเกิดขึ้น

แต่ถ้าคุณมาร์คเกิดติดธุระกะทันหันโทรไปอาจจะเป็นการรบกวนก็ได้ ถ้ามีเรื่องอื่นต้องทำก็น่าจะโทรมาบอกกันบ้างนะ สักคำก็ยังดี คนเขาจะได้ไม่ห่วง

แบมแบมมองเวลาในโทรศัพท์ แม้ไม่รู้ว่าจะต้องรอนานแค่ไหนก็ยังคงนั่งรอต่อไป ถ้าครบชั่วโมงแล้วยังไม่มาเขาคงต้องกลับไปกินข้าวกับพี่คุณแล้วล่ะไม่อย่างนั้นเดี๋ยวตัวเล็กหิวแย่ เขาไม่อยากนั่งกินข้าวคนเดียวที่นี่

“คุณพ่อมาช้าจังเลยนะ..” แบมแบมพึมพำเบาๆ กับตัวเองให้ใครอีกคนในท้องได้ยินด้วย

 

TBC.




           **

อย่าแบนหนู ;_____; ตรงคุณหมอและคุณเลขามีแค่ไม่กี่บรรทัด แงงงง

ตอนนี้คุณแม่จะคิดมากหน่อยนะ คิดเองเออเองตามประสาคนท้อง

ดวงพี่มาร์คนี่มันอะไร เจอแต่เมียเก่า คนหล่อก็เงี้ยเมียเยอะ แล้วมาเจอช่วงที่คนปัจจุบันจะไปด้วยนะ

ซูจีน่ะคือตัวหลอก ใสๆ ไม่มีอะไรหรอก แต่ตัวจริงคือคามิลา คิคิ

แบมแบมเคยเจอคามิลมาก่อนแล้วนะ จำได้เปล่า เป็นฉากเล็กๆ ตอนต้นเรื่องเลย

ใครทายถูกตั้งแต่ตอนนั้นบ้างว่าหญิงสาวตาบอดจะมีบท 5555


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 290 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,151 ความคิดเห็น

  1. #6065 My love markbam (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 01:09
    โอ๊ยยยย มาร์ค มีแต่เรื่อง
    #6,065
    0
  2. #6048 bowylion (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 23:10
    ชอบอ่ะ​ ติดใจมากเลย
    #6,048
    0
  3. #6000 MarkP_endear. (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 21:11
    พี่มาร์คไม่ได้มาแน่ๆเลย เซ็งตรงนี้แหละ
    เจอแฟนเก่าทีถึงกับลืมแบม TT

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 28 สิงหาคม 2561 / 21:25
    #6,000
    0
  4. #5935 wtSunDra (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 16:32
    อย่าบอกนะว่ามีปมโผล่มาอีก โถ่ แล้วงี้จะได้เรื่องมั้ยเนี่ย
    #5,935
    0
  5. #5918 poo_ka (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 01:22
    เอิ่ม... ไม่ต้องทนล่ะแบม-~- เบื่อมาร์ค
    ฮึกๆ(สะอึกสะอื้น)
    #5,918
    0
  6. #5901 Harukim (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 03:49
    จะดีอยู่แล้วทำไมกลายเป็นแบบนี้ ฮืออ
    #5,901
    0
  7. #5858 SSMMTBB (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:44
    มาร์คน้องไปแล้วแกจะรู้สึกเว้ย
    #5,858
    0
  8. #5814 นัทมิมิ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 12:00
    มาร์คคคคคคคค น้องจะไปแล้วโว้ยยยยย
    #5,814
    0
  9. #5789 ChayapornSs (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 16:43
    ใครอี๊กกกกกกก
    มาร์คโว้ยยยย รีบมาดิ้ จะไม่มีเวลาแล้วนะ
    #5,789
    0
  10. #5758 Mukimukii (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 00:44
    ชอบบอ่ะ ยองแจแซ่บบ ฮืออ เมนหนู รักกกจุงงงง
    #5,758
    0
  11. #5644 ntn.9846 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 22:22
    เอิ่มมมมมม
    #5,644
    0
  12. #5219 Snow Blaek (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 00:33
    ความหวานที่มีความข่มเฝื่อนผสมอยู่~\~
    #5,219
    0
  13. #4733 ans (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 23:17
    โอ่ยยยย กำลังลุ้นว่ามาร์คจะรั้งแบมได้มั้ย ตัวปัญหามาอีกและ อย่าให้มันสายไปนะ เรารับไม่ได้
    #4,733
    0
  14. #4614 MMBB1 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 21:53
    อ่านแล้วรู้สึกแปลกๆ... ทำไมรู้สึกหน่วงๆตลอดเวลา แบมดูไม่เศร้าแต่เราเศร้าอ่ะ ฮือออ สงสารแบมอ่า คิดว่าพี่มาร์คไม่รักแต่ก็หวังดีตลออดเลย ฮืออ แกะคนดี
    #4,614
    0
  15. #4598 BB1a_38 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 21:27
    เง้ออออออ คามิลนี้ใคร แฟนคนแรกหรอ ????? ฮืมมมมน้องจะไปแล้วนะพี่มาร์ค
    #4,598
    0
  16. #4449 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 16:03
    คุณหมอกะคุณเลขาร้อนแรงจริงๆๆๆๆ

    คุณพ่อเจอแฟนเก่าอีกแล้ว แบบนี้แบมกับลูกจะทำยังไง คงไม่คิดจะหนีใช่ไหม กลัวจังเลย T^T

    แต่กะซูจีคงไม่มีอะไรอีกแล้วหละมั่ง
    #4,449
    0
  17. #4408 ` PuGun. (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 16:10
    โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย สุดท้ายจะได้บอกแม้ะ วุ้ววว 
    #4,408
    0
  18. #4406 ยัมมี่หมีคยอม (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 14:49
    พีคมากตรงคนตาบอดคือแฟนเก่ามาร์ค อือหือออ นี่มันอะไรรรรร ฉากร้อนแรงของเลขากับหมอ และฉากมุ้งมิ้งของคุณยูคนี่ทำให้ฟินนะ แต่มาขัดใจก็ไอตรงเจอเมียเก่าละปล่อยให้น้องรอเนี่ย แล้วแบมก็ยิ่งใจแข็งอยู่ด้วย ฮือออ อี้เอินนี่มันอี้เอินจริงๆ จะทันมั้ยยยยย T-T
    #4,406
    0
  19. #4286 M.m1nt (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2559 / 01:41
    โห แทบลืมเลย
    #4,286
    0
  20. #4215 Castella_ombra (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 13:15
    โอ้ยยยยยย ลุ้นนะ
    #4,215
    0
  21. #4062 MBisme (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 15:20
    ชีวิตแบมกันพี่มาร์คคงวุ่นวายอีกมากสินะ ต้องห่างกันอย่างนี้เลยเหรอ
    #4,062
    0
  22. #4061 MBisme (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 15:19
    ชีวิตแบมกันพี่มาร์คคงวุ่นวายอีกมากสินะ ต้องห่างกันอย่างนี้เลยเหรอ
    #4,061
    0
  23. #4059 @fujinoii (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 13:41
    จำได้คนที่แบมพาข้ามถนน แล้วไงจะมาเป็นมารผจญพี่มาร์คกะน้องแกะหรือไง แล้วนี่ถ้าพีามาร์คไม่ไปตามนัดก็หมดสิทธิ์ละนะ แบมกับลูกไปแน่ๆ

    แต่เราชอบคำที่แบมคุยกับซูจีประโยคที่ว่า
    #4,059
    0
  24. #3948 BF'EYE (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 17:02
    เดี๋ยวนะ คามิล คือใคร 55555555 ที่หายไปนี่พาเค้าไปหาหมอหรือไปคุยไรกันอ่ะ ถ้าลูกแบมหิวตายโดนกระทืบแน่มาร์ค มีความรุสึกว่าการมาของเทอคนนี้ทำให้มาร์คลังเลรึป่าว 555555555
    #3,948
    0
  25. #3768 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 09:05
    จะทันไหมนะ แงงงง อย่ามีม่าเลยนะ
    #3,768
    0